รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องการเจรจาต่าง ๆ ในหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น การเจรจากับสหภาพยุโรป การเจรจากับคูเวต และการเจรจาเกี่ยวกับภาษี การส่งออกสินค้า การเกษตร และการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน

นายนิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้ โอกาสได้อภิปรายและได้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกรอบการเจรจาต่าง ๆ ในหลายสิ่ง หลาย ๆ อย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนกรอบการเจรจากับสหภาพยุโรป แล้วก็เจรจากับคูเวต นะครับ ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญมาก วันนี้เองผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ที่ให้เกียรติมารับฟังสิ่งที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายให้ข้อเสนอแนะ และผมเชื่อได้ว่ารัฐบาลเองก็ไม่ใช่ว่ารู้ทุกเรื่องแม้กระทั่งตัวรัฐมนตรีว่าการก็ไม่ใช่รู้ทุกเรื่อง ผมเองก็ไม่ใช่ว่าจะรู้ทุกเรื่องเช่นกันนะครับ แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงโดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ได้กําหนดไว้ ถึงแม้ว่าวันนี้การอภิปรายครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดการเซ็นสัญญา ผูกพันต่อประเทศใด ๆ ก็ช่าง แต่ว่าสิ่งที่สําคัญก็คือต้องเอาเข้ามาตามมาตรา ๑๙๐ ก็คือก่อนการที่จะไปเจรจา ในการ เจรจานั้นถือว่าเปึนสิ่งสําคัญมาก ถือว่าเปึนตัวแทนของคนทั้งประเทศที่จะเปึนเงื่อนไข และผูกพันต่าง ๆ ในอนาคต ผมอยากจะฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีก็ดี ไม่ว่า จะเปึนการเจรจาเรื่องของสัตว์ป้กก็ดี ในเรื่องของการเจรจาตกลงต่าง ๆ เพราะผมเชื่อว่า เปึนสิ่งที่สําคัญเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อม วันนี้ถึงแม้ว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ จะกําหนดว่าก่อนที่จะเซ็นสัญญาใด ๆ จะต้องมีการเจรจาและให้ข้อมูล ข่าวสารกับพี่น้องประชาชนไม่ว่าทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องภาคการเกษตร แต่เชื่อ ได้ว่าผมอยากจะฝากก่อนที่เราจะนําเรื่องและข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เราได้รับรู้จาก ในสภาแห่งนี้หรือจากพี่น้องประชาชน ก่อนที่เราจะไปเจรจา ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญมาก เพราะสิ่งที่สําคัญถือว่ามีผลกระทบ สิ่งที่สําคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ในมาตรา ๑๙๐ ถ้าเซ็นสัญญาไปแล้วหรือก่อนที่การเจรจาก็ถือว่าเปึนกรอบว่าไม่ว่า ในเรื่องของกําแพงภาษี การจะส่งออกแม้กระทั่งสินค้าต่าง ๆ ก็ต้องมีผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ผู้ส่งออก สถาบันการเงินต่าง ๆ และโดยเฉพาะ ผู้ประกอบการ แต่สิ่งที่สําคัญผมมองดูว่าพี่น้องภาคการเกษตรจะได้รับอะไร เพราะสิ่งที่ สําคัญผู้ประกอบการ ผมมองดูแล้วก็ดีกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ เพราะหลายสิ่งหลาย อย่างที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึนการส่งสินค้าการเกษตร แม้กระทั่งผักต่าง ๆ ที่ส่งไปสู่ ต่างประเทศก็ถูกป่ด ถูกตีกลับบ้าง มีสารปนเปุ๋อนบ้าง อะไรอย่างนี้ โดยเฉพาะส่งสินค้า ไปที่สหภาพยุโรป ตรงนี้เปึนสิ่งที่ว่าพี่น้องภาคการเกษตรไม่มีโอกาสเลยที่เขาจะรู้ว่า สารปนเปุ๋อนคืออะไร และสิ่งต่าง ๆ อย่างนี้ กรมวิชาการเกษตรหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะ กรมวิชาการเกษตรก็ดี และกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพืชต่าง ๆ แม้กระทั่งสินค้า ภาคการเกษตร ไม่ว่าเปึนผัก เปึนอะไรเขาทํา เขาก็จะทําจากน้ําธรรมชาติ แต่พอส่งออก ก็ถูกกีดกันด้วยสารปนเปุ๋อนต่าง ๆ ตรงนี้ เพราะฉะนั้นผู้ที่ส่งออกได้ก็มีผู้ประกอบการ รายใหญ่ ๆ แม้กระทั่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ก็แทบจะไม่มีโอกาส แล้วอย่างนี้ พี่น้องภาคการเกษตรจะได้อะไร เพราะสิ่งที่สําคัญผมอยากให้รัฐบาลก่อนที่จะไปเจรจา หรือจะไปเซ็นสนธิสัญญาใด ๆ พี่น้องภาคการเกษตร การให้ข้อมูลข่าวสารให้กับพี่น้อง อย่างน้อยก็รู้จัก พี่น้องภาคเกษตรจะได้เตรียมตัวเผื่อเขาจะได้มีโอกาสเปึนผู้ส่งออกบ้าง ในอนาคต อย่างนี้เปึนต้น วันนี้มี ๔ เรื่องที่เอาเข้ามา เอกสารก็ยังมีนิด ๆ หน่อย ๆ เพียงแค่ กรอบที่เอามาให้พูด แต่สิ่งที่ผมอยากจะให้รัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าสิ่งที่เราจะได้เปรียบ มีอะไรบ้าง และสิ่งที่เราจะเสียเปรียบ เราจะต้องทําอย่างไร เพราะในการเจรจาผมเชื่อได้ว่า พี่น้องคนไทยทุกคนเขาไม่ได้หวังว่าจะต้องได้เปรียบ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดการเสียเปรียบ แต่อยากให้เกิดความเสมอภาค ไม่ว่าจะติดต่อการค้าประเทศใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เปึนสิ่งที่สําคัญว่าวันนี้สภาผ่าน เมื่อวานนี้ก็ผ่านไปตั้ง ๖ เรื่อง ก็อย่าให้เห็นว่าสภานี้ เปรียบเสมือนตรายางเลยครับ พอเข้ามาปุ็บก็ผ่าน ๆ ไป ถ้าเปึนอย่างนี้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของพืชผลทางการเกษตรผมยกตัวอย่างเรื่องข้าวครับท่านประธาน วันนี้มาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล ข้าวอายุไม่ถึง ๙๐ วันก็ยังไม่ได้รับการชดเชย แต่สิ่งที่ สําคัญผมเชื่อว่าพี่น้องภาคการเกษตรเขาไม่ได้รู้เรื่องหรอก แต่สิ่งที่สําคัญก็คือเขาต้องการ ปลูกข้าว ๑. หนีน้ํา ลดต้นทุน แต่ถามว่ากรมวิชาการเกษตร โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวออกมาพี่น้องประชาชน พี่น้องการเกษตรเขาก็ ซื้อมาปลูก มาปลูกแล้วก็มาถูกเงื่อนไขต่าง ๆ แต่อยากจะฝาก ถ้าจะไปโทษที่พี่น้อง ภาคการเกษตรอย่างเดียวไม่ได้ ๑. กรมวิชาการเกษตรหรือกรมการข้าวที่ผลิตเมล็ดข้าว ออกมาแล้วให้เขาไปปลูกเพราะอะไร และสิ่งที่สําคัญก็คือผู้ประกอบการ ผู้ค้าข้าว ไม่ว่าขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ แม้กระทั่งโรงสี ข้าวที่เอาไปเขาก็เอาไปมิกซ์ (Mix) รวมกัน อย่างนี้แล้วก็ส่งออกไป ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญ ก็คงจะฝากไว้ ๓-๔ ประเด็นในการที่จะ ไปเจรจาต่าง ๆ ๑. เรื่องการให้ข้อมูลข่าวสารกับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ พี่น้องภาคการเกษตรและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วก็เรื่องที่สําคัญก็เรื่องของมาตรการ ต่าง ๆ ที่เราจะไปเจรจากับเขา เรื่องของข้อมูลข่าวสารที่จะให้กับพี่น้องภาคเกษตร ก็ฝากไว้ ๒-๓ ประเด็นครับ ขอบพระคุณมากครับ