ไชยา พรหมา พูดถึงการขอเงินกู้ต่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งทางราง และเรียกร้องการความชัดเจนและความกล้าหาญในการตัดสินใจของรัฐบาลในการบริหารจัดการระบบการขนส่งทางราง และเสนอแนวทางในการพัฒนาระบบราง โดยให้รัฐเป็นเจ้าของและลงทุนในระบบราง และให้เอกชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการ เพื่อลดภาระหนี้สินและไม่เป็นภาระทางการคลังของประเทศ
ท่าน ประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะพูดถึงเรื่องกรอบการเจรจากู้เงิน ต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ผมจะแสดงความคิดเห็นนั้นมีเพียงประเด็นเดียว ก็คือเรื่อง ของกรอบการเจรจาการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัา ซึ่งผมถือว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มี ความสําคัญต่อการพัฒนาระบบการบริหารจัดการการขนส่งทางราง ก่อนอื่นนั้นต้องขอ แสดงความชื่นชมกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ชื่นชมนั้นก็คือว่าท่านได้ ตัดสินใจแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งถือว่าได้ใช้อํานาจการ บริหารตัดสินใจที่จะคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งถือว่าปัญหาของการรถไฟแห่งประเทศไทย นั้นได้สะสมมาเปึนเวลานาน แล้วถ้าเกิดว่าไม่ใช้อํานาจฝ์ายบริหารในการตัดสินใจแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่มันสะสมมาเปึนเวลายาวนานนี้ได้ แต่การตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องของสหภาพนั้นก็คงจะไม่ใช่เพียงประเด็นเดียว ที่จะทําให้ปัญหาของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นจะบรรเทาเบาบางลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของภาวะการขาดทุนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งวันนี้มูลค่าของ การขาดทุนนั้นจาก ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะก้าวไปสู่เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่กรอบการเจรจาที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอเพื่อจะขอกู้เงินต่างประเทศ เปึนสิ่งที่ผมจะต้องท้วงติงไว้ในฐานะที่มีความห่วงใยในการทํางาน เพราะผมคิดว่า การสร้างหนี้สาธารณะ ซึ่งกรอบการเจรจาที่จะต้องไปเปึนภาระทางการคลังของประเทศ ในอนาคตนั้นเปึนเรื่องที่จะต้องให้ความระมัดระวังพอสมควร เนื่องจากว่าหนี้ในปัจจุบันนี้ ที่รัฐบาลได้สร้างขึ้นในป้ ๒๕๕๒ แล้วก็ข้ามไปถึงป้ ๒๕๕๓ นั้น รัฐบาลเองก็ยังไม่มี แผนงานในการที่จะทําให้เห็นว่าภาระหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้รัฐบาลจะหา รายได้จากส่วนใดมาใช้หนี้ คืนเงินกู้จากต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรีเองก็วางกรอบ ในการเจรจาการแก้ไขปัญหาในเรื่องการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัา อยากจะฟังความคิดเห็น ท่านรัฐมนตรีครับท่านประธานว่า ความเหมาะสมแล้วก็การแก้ไขปัญหาในแนวทางนี้ ท่านคิดว่าเมื่อไปเจรจาแล้วก็มีการกู้เงินแล้ว ปัญหาต่าง ๆ ในการรถไฟแห่งประเทศไทย นั้นมันจะเบาบางและบรรเทาปัญหาการขาดทุนอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะ การขาดทุนที่มีจํานวนเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนปัญหาและเปึนภาระทางการคลัง อย่างมากทีเดียว ท่านประธานที่เคารพครับฝากไปยังท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ครับว่า ถ้าหากว่าแผนการเจรจากู้เงินนี้จะมาแก้ไขปัญหาภาวะการขาดทุนจะต้องมีแผนที่มีความ ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการปรับปรุงโครงสร้างการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น สาธารณะต้องรับรู้ครับว่าแผนของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่จะแก้ไขปัญหาการขาดทุน นั้นจะทําอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ แต่ว่าเพียงแต่ลําพังการจะจัดซื้อรถจักรดีเซลไฟฟัาเพื่อมาแก้ไข ปัญหานั้น ผมคิดว่าไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเท่าไรนัก ผมเสนออย่างนี้ท่านประธานครับ จริงอยู่ว่าปัญหาของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นจะต้องแบ่งปัญหาออกเปึนสัดส่วนที่มี ความชัดเจน เพราะในขณะนี้รายได้ส่วนหนึ่งของการบริหารกิจการรถไฟนั้นมาจากหลาย ส่วนครับ ต้องยอมรับว่าทรัพย์สินเปึนจํานวนมากของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะที่ดินนั้นเปึนที่ดินที่ถือว่าเปึนทําเลทอง ไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะอยู่ในต่างจังหวัด ทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีจํานวนมหาศาล ถ้าบอกว่าถ้าจะพัฒนาระบบรางของการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้วมีระบบสาธารณูปโภค อันเดียวครับมีระบบการคมนาคมอย่างเดียว ก็คือรถไฟนี่ละครับที่เมื่อทําการก่อสร้างแล้ว ไม่ต้องมีการเวนคืนที่ดินก็เพราะว่าเส้นทางรางรถไฟไม่ว่าจะจากกรุงเทพมหานครไปทาง ภาคเหนือ ไปทางภาคอีสาน ไปทางภาคใต้ ไปภาคตะวันออก ซึ่งล้วนแล้วจะมีที่ดินที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยเปึนเจ้าของนั้นมากมาย เพราะฉะนั้นถ้าจะพัฒนาระบบราง ซึ่งในขณะนี้แทนที่จะกู้เงินกรอบการเจรจาไปซื้อเฉพาะหัวรถจักร ผมคิดว่ามีเรื่องอื่นที่มี ความจําเปึน แล้วแก้ไขภารกิจของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ทําแล้วไม่ต้องใช้เงิน จํานวนมาก และให้เกิดประสิทธิภาพ นั่นก็คือการพัฒนาระบบรางคู่ ต้องยอมรับครับว่า ในปัจจุบันนี้ความเสียหายแล้วก็เสียเวลาในการเดินทาง โดยเฉพาะการโดยสารรถไฟนั้น ตราบใดที่เรายังใช้ระบบรางเดียวอยู่ ยังมีปัญหาในเรื่องของการสับหลีก ซึ่งทําให้เกิด ปัญหาความล่าช้าและความไม่สะดวก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการขนส่งทางรางนั้น ตราบใดที่ยังใช้ระบบรางเดียวอยู่ ผมคิดว่าการขนส่งโลจิสติกส์มันจะไม่เปึนที่นิยมของ ผู้บริโภคหรือว่าผู้ที่ต้องการใช้บริการ เพราะฉะนั้นถ้าจะทําแล้วก็น่าที่จะทําให้เปึนเชิง ระบบที่มีความชัดเจนมากกว่านี้ กิจการรถไฟนั้นถ้าหากว่าจะแบ่งสัดส่วนนะครับ แบ่งการบริหารที่มีความชัดเจน นั่นหมายความว่ารายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในขณะนี้รายได้ของการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่สามารถที่จะแยกแยะให้เห็นมีความ ชัดเจนว่าส่วนใดที่เปึนส่วนกําไร ส่วนใดที่เปึนส่วนขาดทุน และส่วนใดที่เปึนภาระที่จะต้อง มีการผ่าตัดนั้น ผมบอกว่าผมเสนอไปยังรัฐบาลอย่างนี้นะครับ บอกว่า
อันที่ ๑ ก็คือ การบริหารจัดการในส่วนของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ต้องมีความชัดเจนว่า ในขณะนี้ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีจํานวนมหาศาล จะต้องมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถที่จะตรวจสอบได้ว่ามูลค่าของการ ให้เอกชนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นจะต้องไม่มีการรั่วไหล และเงินจะต้องกลับมาสู่ เต็มเม็ดเต็มหน่วยของการรถไฟ
อันที่ ๒ การบริหารเชิงระบบ นั่นก็คือการบริหารในการเดินรถนั้น แยกออกมาเลยครับ อย่าเอาไปปะปนกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะได้เห็นว่ากําไร ที่มันเกิดขึ้นนี้มันเกิดขึ้นจากส่วนไหน แล้วส่วนใดที่มันเปึนภาระทางการคลังของ การรถไฟแห่งประเทศไทย
อันที่ ๓ ก็คือ การบริหารเรื่องของการขนส่งทางราง วันนี้ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรียนไปยังท่านรัฐมนตรี การขนส่งทางรางนี้นะครับ ผมคิดว่า ๑. เปึนการ ขนส่งที่ต้นทุนต่ํา แล้วรางรถไฟคู่ขนานออกไปนี้ ด้านล่างมันสามารถที่จะทําระบบขนส่ง ทางท่อได้ ไม่ว่าจะการขนส่งน้ํามัน การขนส่งอะไรที่มันเปึนระบบทางท่อนี้ ถ้าหากว่า ท่านจะใช้แผนการพัฒนาในกรอบการเจรจากู้เงินต่างประเทศนี้ ถ้าจะพัฒนาควบคู่ไปกับ การพัฒนาระบบรางแล้วนี้ ผมคิดว่ามันจะเกิดประโยชน์สูงสุดของการพัฒนา การรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งที่ผมมีความห่วงใยในขณะนี้ นั่นก็คือเรื่องภารกิจของการรถไฟ โดยเฉพาะสิ่งที่ได้ทําแล้วแต่ไม่สามารถที่จะดําเนินการ ได้ นั่นก็คือเรื่องของแอร์พอร์ท ลิงค์ วันนี้รัฐบาลท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลต้องมี ความชัดเจนแล้วก็มีความกล้าหาญพอที่จะตัดสินว่า การบริหารระบบการเดินรถในเรื่อง ของแอร์พอร์ท ลิงค์ที่รัฐบาลประกาศว่า จะให้ทันวันที่ ๕ ธันวาคมนี้ ผมยังมีความห่วงใย ว่าสิ่งเหล่านี้คงจะไม่เกิดขึ้น นั่นก็คือการบริหารจัดการที่ยังมีปัญหาในเรื่องของสหภาพ การรถไฟแห่งประเทศไทยมีความขัดแย้งต่อฝ์ายบริหารอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเปึนสิ่งที่ เปึนเครื่องชี้วัดให้เห็นว่าการบริหารเชิงระบบสมัยใหม่นั้น การรถไฟแห่งประเทศไทยเอง จะมีประสิทธิภาพหรือไม่ รัฐบาลต้องมีความกล้าหาญและมีความชัดเจนในการตัดสินใจ ที่จะนําการบริหารสมัยใหม่นี้มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างมาก ทีเดียว
และสิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ท่านประธานครับ การพัฒนาระบบรางนั้น มันควรที่จะเปึนที่รัฐนั้นเปึนผู้ลงทุนในเรื่องของราง แล้วก็เป่ดโอกาสให้เอกชนนั้นเข้ามา สัมปทาน มันจะประหยัดเงินแล้วรัฐบาลเองไม่ต้องเปึนภาระในเรื่องของจะต้องเปึนหนี้สิน ต่างประเทศอีกต่อไป ผมคิดว่าวันนี้รถไฟความเร็วสูงที่พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้มีโอกาสไปดูงานนั้น มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจ วันนี้รัฐบาลตัดสินใจที่จะเปึนกรอบในการเจรจากู้เงินต่างประเทศนี้ ผมก็เชียร์ให้มีการที่ จะผ่าตัดการรถไฟแห่งประเทศไทยนี้ให้มีความทันสมัย เพื่อลดภาระหนี้สินที่เกิดขึ้น ไม่เปึนภาระของรัฐบาลและเปึนภาระทางการคลังของประเทศอีกต่อไป เพราะฉะนั้น ผมจึงมีความห่วงใยว่า กรอบการเจรจาที่จะเกิดขึ้นนั้นผมไม่อยากจะให้เปึนภาระที่จะต้อง เปึนภาระของคนรุ่นหลังที่จะต้องมาหาเงินใช้ในป้ต่อ ๆ ไป เพราะฉะนั้นยังมีวิธีการที่จะ เลือกปฏิบัติอีกมากมายที่เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอแล้ว นั่นก็คือการเป่ดโอกาสให้ ภาคเอกชนนั้นเข้าไปมีส่วนในการบริหารจัดการแล้วมาเปึนเจ้าของร่วมกับการบริหาร ที่ถือว่าเปึนการร่วมทุนของภาคเอกชน จึงอยากจะขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล เพื่อให้นําเรื่องนี้ไปประกอบการพิจารณาต่อไป ขอขอบคุณครับ