รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

อนันต์ วรธิติพงศ์ หารือเรื่องกรอบการเจรจาเงินกู้จากต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการลงทุน 6 โครงการที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการออกใบอนุญาต 3G 4G และเสนอแนวคิดในการส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น การเรียนการสอนทางไกล การรักษาทางไกล และการสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตให้ทั่วถึง

นายอนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม อนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายเรื่องกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศภายใต้แผนการบริหาร หนี้สาธารณะประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ โดยดูรายละเอียดลงไปในเอกสารที่ทาง รัฐบาลส่งมาให้แล้วนะครับ ผมก็ชื่นชมในนโยบายรัฐบาลที่มีแนวที่จะเร่งรัดการลงทุนเพื่อ พัฒนาประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพื่อเพิ่มความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ แต่การดําเนินการที่รัฐบาลตั้งเปัาหมายหรือตั้งนโยบายไว้ ทั้ง ๓ เรื่องนั้น ตอนนี้จะมาขอกรอบวงเงินกู้โดยมีโครงการทั้งหมด ๖ โครงการ

โครงการที่ ๑ ก็คือโครงการรถไฟฟัาสายสีม่วงบางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ

โครงการที่ ๒ ก็คือการจัดหาหัวรถจักรดีเซลไฟฟัา

โครงการที่ ๓ จัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า

โครงการที่ ๔ โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัา

โครงการที่ ๕ โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัา และ

โครงการที่ ๖ โครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ ๓

ท่านประธานครับ ถ้าดูคร่าว ๆ ๖ โครงการ ในประสบการณ์ของผมเท่าที่มอง โครงการที่ ๑ และโครงการที่ ๖ เท่านั้นที่ดูแล้วมีโอกาสที่จะทํา ถ้าจะกู้เงินมาดําเนินการ แล้วลงทุนก็มีแนวโน้มที่โครงการที่ ๑ และโครงการที่ ๖ จะสามารถหาเงินทุนไปคืนกับ ผู้กู้ได้ แต่โครงการที่ ๒ ถึงโครงการที่ ๕ นั้น ผมไม่เห็นว่าจะมีแนวโน้มหรือมีแนวทางที่จะ หาเงินไปคืนเงินกู้ได้อย่างไร

อย่างไรก็แล้วแต่ ผมจะขอเจาะลึกไปที่โครงการที่ ๖ ก็คือโครงการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ ๓ หรือ ๓ จี ซึ่งผมเห็นด้วยกับการดําเนินการของรัฐบาลในเรื่อง โครงการนี้ เพราะมันก็สอดคล้องนโยบายรัฐบาลในแง่เร่งรัดการลงทุน หรือยกระดับคุณภาพชีวิต หรือเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่ท่านประธานครับมันมีวิธีการหาเงิน อีกวิธีหนึ่งซึ่งไม่ต้องไปกู้เงิน ถ้ารัฐบาลจะลองไปพิจารณา ฟังผมดูนะครับ ก็คือ ออกใบอนุญาต ๓ จี ๔ ใบที่เหลือเสีย การดําเนินการออกใบอนุญาต ๓ จีนี้ได้ดําเนินการ มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ปลายป้ แล้วมีการพยายามจะออกในป้ ๒๕๔๙ ต้นป้ แต่ด้วยเหตุอะไร ไม่ทราบไม่สามารถออกได้เมื่อป้ ๒๕๔๙ ขณะนี้ กทช. ก็พยายามเร่งรัดจะออกใบอนุญาต ๓ จี หลังจากที่ล่าช้ามาแล้วกว่า ๔ ป้ ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ แต่ด้วยกระบวนการ อะไรไม่ทราบทําให้มันต้องชะงักและอาจจะต้องยืดยาวออกไป และทราบว่า มีคําสัมภาษณ์ของรัฐบาลให้ กทช. ไปทบทวน ให้ กทช. ไปตีความ ให้ กทช. ไปศึกษา ผมไม่เข้าใจว่าทําไม เพราะว่าถ้ามีการออกใบอนุญาต ๓ จี โดยเร็ว สิ่งที่รัฐบาลจะได้เลย ที่ผมเห็นชัดเจนมากคือค่าใบอนุญาต ถ้าเฉลี่ยว่าใบอนุญาตแต่ละใบอยู่ที่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท หรือถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลจะได้เงินทันทีจากค่าใบอนุญาต ผมกล้า พูดว่าไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาททันที แล้วค่าใบอนุญาตนี้ กทช. ก็บอกแล้วว่าจะ ไม่เก็บไว้แม้แต่สตางค์แดงเดียว เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลสนับสนุนเร่งรัดให้มีการ ออกใบอนุญาต ๓ จี ๔ ใบ รัฐบาลจะได้เงินทันทีอย่างน้อยไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปบริหารโครงการทั้ง ๖ โครงการได้เลยครับ และถ้ามีการแข่งขันซึ่งผมเชื่อว่ามีการ แข่งขันมากขึ้น อาจจะได้ค่าใบอนุญาตถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๖ โครงการไม่ต้องไปกู้ เลยครับ มีเงินแล้ว ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นท่านประธานครับ เมื่อมีใบอนุญาต ๓ จี ๔ ใบ ผู้ที่ประมูลได้จะต้องมีการลงทุน การลงทุนถ้าเทียบจากทีโอที (TOT) ขอเงิน ลงทุน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมถัวเฉลี่ยว่า ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อราย เพราะฉะนั้น ๔ ราย ก็จะเปึน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องลงทุนอย่างน้อยต่อเนื่อง ๓ ป้ แสดงว่าในช่วง ๓ ป้จะต้องมีการลงทุนประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ลงทุนในช่วงป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ เปึนอย่างไรครับท่านประธาน สอดคล้องกับนโยบายไทยเข้มแข็งทันที เพราะส่วนหนึ่งของเงินลงทุน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะซื้อของจากต่างประเทศเข้ามา แต่ถ้าซื้อของจากต่างประเทศเข้ามารัฐบาลก็จะได้ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนําเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือประมาณ ๑๐,๕๐๐ ล้านบาท แล้วภาษีนําเข้าอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในช่วง ๓ ป้ รัฐบาลจะได้ภาษีประมาณ ๒๕,๕๐๐ ล้านบาท เงินเห็น ๆ ครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลควรจะสนับสนุนโครงการที่มี ๓ จี นอกจากนั้นอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเปึนเงิน ที่ใช้จ่ายในประเทศในการลงทุน สร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเทคโนโลยี สารสนเทศ จะพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมขึ้นมา จะมีการจ้างงานไม่ต่ํากว่า ๘๐,๐๐๐ ตําแหน่ง แล้วเงินที่จ้างงานไป ๘๐,๐๐๐ ตําแหน่ง ไม่ว่าจะเปึนคนขับรถ คนงาน ต่าง ๆ ที่ดําเนินการเหล่านั้นจะมีกระแสเงินหมุนเวียนไปซื้อส้มตํา ซื้อไก่ย่าง แม่ค้าส้มตํา ข้าวเหนียวไก่ย่างขายของได้ ก็เอาเงินไปซื้อไก่ย่างและส้มตําจากเกษตรกร เกษตรกรขาย ของได้ก็ไปซื้ออาหารสัตว์จากผู้ผลิต หมุนเวียนอย่างน้อย ๔ รอบ เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะหมุนได้ถึงประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเก็บภาษีเก็บอะไร เข้าไป ผมว่าไม่ต่ํากว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ แค่ให้ใบอนุญาต ๓ จี ๔ ใบ รัฐบาลเร่งรัดให้ดําเนินการ รัฐบาลได้เงินทันที ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทในเดือน ๒ เดือนนี้เลย จากนั้นภายใน ๓ ป้ ได้อีกประมาณ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจสอดคล้องกับนโยบายไทยเข้มแข็ง น่าจะทําครับ เปึนวิธีการหาเงินอย่างหนึ่ง ซึ่งทําให้ไทยเข้มแข็งได้ด้วย เพราะคนมีงานทํา นอกจากเปึนการมีเงินเข้ารัฐบาล สอดคล้องโครงการไทยเข้มแข็ง นอกจากเปึนการจัดจ้างคนอีก ๘๐,๐๐๐ กว่าตําแหน่ง อันนี้ผมไม่ได้พูดเอง นักวิจัยเขาวิเคราะห์กันมาหมดแล้ว ยังเปึนการพัฒนาอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาบุคลากร สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ แถลงไว้อย่างไร นโยบายเศรษฐกิจ ข้อ ๔.๕ นโยบาย เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์แถลงไว้เองว่า ๔.๕.๑ ขออนุญาตอ่านนะครับ พัฒนาโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมพื้นฐานให้ครอบคลุม ทั่วประเทศและสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้ประชาชน ชุมชน องค์กรต่าง ๆ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารและความรู้อย่างทั่วถึง สนับสนุน การพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ รวมทั้งพัฒนาการสื่อสารที่ทันสมัย เพื่อรองรับความต้องการทางด้านของภาคธุรกิจ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนา บริการภาครัฐ บริการการศึกษา สาธารณสุข โลจิสติกส์ และสําคัญที่สุดเพิ่ม ความสามารถการแข่งขันของประเทศ แล้วไปอีกข้อหนึ่ง ๔.๕.๒ อันนี้ข้อสําคัญ พัฒนา อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ (Software) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) โดยสนับสนุนให้มีการวิจัยพัฒนา รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของ บุคลากรเพื่อรองรับเปึนศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการสื่อสารในภูมิภาค ท่านประธานครับ เราจะสอดคล้องกับนโยบายได้อย่างไรล่ะครับเมื่อภูมิภาคนี้เขามี ๓ จี กันเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้ว แต่เรายังไม่มี เรากําลังจะมี ทีโอทีเป่ดให้บริการลอท (Lot) แรกในวันที่ ๓ ธันวาคมนี้ รองรับผู้ใช้บริการประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ราย แล้วกําลัง มาขอเงินกู้อีก ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อไปดําเนินการต่อใน ๓-๔ ป้ข้างหน้า แล้วเราจะ ไปสอดคล้องนโยบายรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีท่านแถลงไว้ได้อย่างไร ถ้าไม่มี ใบอนุญาต ๓ จี โดยเร็ว

ถัดไปยังเปึนการส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมการเรียน การสอนทางไกล อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การรักษาทางไกล ท่านประธานครับ ผมลง พื้นที่ต่างจังหวัด ผมลงเกาะ ผมไปเจอคนป์วยที่เปึนผู้มีอายุเขาเจ็บป์วยต้องมารับการ รักษา ปรากฏว่าต้องเดินทางเข้ามาในเมืองเพราะว่าแพทย์ ผู้ช่วย ไม่สามารถวินิจฉัยได้ ทั้ง ๆ ที่เจ็บป์วยเล็กน้อย ถ้ามีระบบรักษาทางไกลประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับชาวบ้าน อีกนิดเดียวท่านประธาน เปึนทางเลือกให้กับประชาชนมากขึ้น ประชาชนมีทางเลือกได้ เปึนการสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้ทั่วถึง สอดคล้องนโยบายรัฐบาล ผมสนับสนุนให้รัฐบาลดําเนินการโครงการทั้ง ๖ โครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ ๑ และโครงการที่ ๖ ขณะเดียวกันผมก็ขอให้รัฐบาลพิจารณาหาเงินตามที่ผมได้เสนอแนะ ไปแล้ว แล้วข้อสุดท้ายขอให้ทบทวนมติ ครม. ที่กําหนดให้ทีโอทีทําการตลาดเองเพียงไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ให้คนอื่นมาทําการตลาดอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมต้องกําหนดศักยภาพ ทีโอทีอย่างนั้น ให้ทีโอทีกําหนดด้วยตัวเองสิครับ อย่าไปกําหนดทีโอที ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ