สงวน พงษ์มณี เสนอความเห็นเกี่ยวกับการฟังการพูดของสมาชิกสภาและเสนอเรื่องที่ต้องการนำเสนอให้กับรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ การดำเนินการของกระบวนการทางการเมือง การนำสกุลเงินใหม่มาใช้ และนิยามของรัฐชาติ โดยมีจุดเน้นในการเร่งออกกฎหมายและข้อบังคับ เพื่อให้กระบวนการนี้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางการเมืองที่ซับซ้อน
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่า จริงๆ แล้วผมเองนั่งฟังแล้วก็ติดตามการพูดจาของสมาชิกตลอดเวลา แม้จะอยู่นอกสภา ผมก็ฟัง เพราะว่าผมถือว่ากระบวนการที่เรากําลังทําอยู่ผมอยากเข้าใจ ผมเองจะใช้เวลาสั้น ๆ พูดเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เปึนผู้บริหารอยู่ ๒ เรื่องท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องกระบวนการ ผมอยากจะให้บันทึกไว้ในสภานี้ว่าความเห็น ของผม ถือว่าวันนี้สภาทําสนใจแต่การเมืองเสมือนจริง ไม่ค่อยสนใจการเมืองเรื่องจริง เรากําลังดําเนินการประชาธิปไตยทางการเมือง แต่เราไม่ค่อยทําประชาธิปไตยทาง เศรษฐกิจ ท่านประธานครับ วันนี้ผมถามท่านว่ามันมีแต่ผ่านไม่ผ่านเท่านั้นเอง มันก็ผ่าน เพราะเสียงข้างมากต้องผ่าน แต่ผมถามว่ากระบวนการที่เขาเรียกว่าพัฒนาความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยเศรษฐกิจ รัฐของเราไม่เคยทําท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการที่ท่าน ได้กรุณามานั่งฟังท่านเปึนนักคิดทางยุทธศาสตร์ ท่านคงเข้าใจที่ผมพูด หมายความว่า อย่างไรครับ วันนี้ท่านก็อดทนฟัง แต่เขาเรียกว่าความเห็นต่าง แต่กระบวนการพัฒนา ความเห็นต่างมันไม่เกิดขึ้นเพราะอะไรครับ เพราะว่ามันยังมีองค์กรภายนอกอีกมากมาย ก่อนจะเอาเรื่องเหล่านี้เข้าสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มันน่าจะมี กระบวนการพัฒนาความเห็นต่าง ซึ่งเขาเรียกกันว่าประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ คุณจะทํา โครงการนี้ได้ไหม มันต้องมีการเรียนรู้ร่วมกันครับท่านประธาน ระหว่างใครบ้าง ก็ระหว่าง ฝ์ายรัฐบาลซึ่งเปึนผู้จัดการแนวคิดนโยบายของท่านเองกับใครอีก กับตัวแทนประชาชน คือ ส.ส. ส.ว. และกับใครล่ะ กับสถานศึกษา มหาวิทยาลัย และกับใคร กับองค์กรเอกชน ในเรื่องนั้น ๆ เสร็จแล้วเมื่อมีพัฒนาความเห็นต่างออกมาแล้วก็เปึนนโยบายที่ดี แล้วถึง นําเข้าสภาครับท่านประธาน วันนี้เถียงกันไปหลายคนไม่เห็นด้วย ท่านประธานฟัง เมื่อวานนี้ ผมฟังแล้วผมสะเทือนใจ ท่านรัฐมนตรีซึ่งรู้จักกันดีท่านก็ขึ้นมาพูดว่าขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกําลังไปเจรจาที่ต่างประเทศ ถ้าสภาผ่านก็จะได้ลงนามเขา หดหู่ ไหมครับท่านประธาน มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศเรา นักวิชาการที่เปึนนักกฎหมายให้กับ กลุ่มเอ็นจีโอบางกลุ่ม ไปเอายัดเยียดว่าไม่ไว้ใจนักการเมือง กฎหมาย มาตรา ๑๙๐ จึงเกิดขึ้น ถ้ามีคนพูดเรื่องนี้บ้าง ผมไม่พูดท่านประธาน มันไม่มีใครพูดถึงเลย ผมคิดว่า วันนี้ต้องรีบออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ เปึนกฎหมายว่าด้วย กระบวนการ เราจะได้ใส่กระบวนการประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจไว้ตรงนั้นด้วย ท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้นสภาก็ทําแต่พิธีกรรมเท่านั้นเอง มาผ่าน ๆ แล้วก็ยกมือ ผ่านไป แล้วต่อมารัฐบาลชุดใหม่จะแก้ไขเพิ่มเติมอะไรก็สัมภาษณ์เลยครับว่าจะเลิกสัญญานั้น สัญญานี้กับต่างประเทศ ไม่ได้ท่านประธาน อย่างนี้เราจะพัฒนาประเทศไม่ได้ ท่านเปึน ผู้บริหารถูกด่าอย่างเดียว ที่ด่าท่านนั้นเปึนกระบวนการความเห็นแย้งเท่านั้นเอง ไม่เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ทุกคนเห็นด้วย ผมพูดเรื่องนี้เสร็จ ผมอาจจะขอพูดเรื่องนั้น นิดหนึ่ง เรื่องสาระสําคัญ ผมจะพูดเรื่องเดียวที่ผมมานั่งฟังท่านรัฐมนตรีพูดก็คือเรื่อง กองทุนตราสารหนี้ เรื่องอื่นไม่พูด แต่ที่จะพูดมากหน่อยก็คือเรื่องนี้ละครับ ทําไมสภาแห่ง นี้ใครจะเปึนคนเริ่มต้นกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยมาตรา ๑๙๐ ท่านประธาน ผมว่ารัฐบาลต้องทําแล้ว ท่านประธานครับ ต้องเร่งเปึนเจ้าภาพแล้ว เมื่อเปึนเจ้าภาพแล้ว จะได้มีกระบวนการท่านประธาน เริ่มจากนี้มันจะได้ไม่เปึนพิธีกรรม มันจะเข้ามาถึงปุ็บ จะได้พูดให้เห็นว่านี่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ที่เราตกลงกันไว้ ในนี้ต้องทําอย่างนี้ ถ้าไม่ทําอย่างนี้ คุณ จะผูกพันกับเขาไม่ได้ ต้องพูดอย่างนี้ ที่ท่านมาขอนั่นละครับ วันนี้ท่านมาขอว่าท่านจะทํา อะไรกับต่างประเทศ ให้ประโยชน์กับประเทศไทย แต่ประชาชนที่อยู่นอกสภาไม่มา เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรในมหาวิทยาลัย ทั้งองค์กรเอกชน ทั้ง ส.ส. ส.ว. ที่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่มีใคร ได้ร่วมคิด เขาเรียกว่าไม่ได้ก่อให้เกิดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเลย มีแต่ประชาธิปไตย ทางการเมืองซึ่งเปึนการเมืองเสมือนจริง ไม่ใช่เรื่องจริง ถ้ามาตรา ๑๙๐ เรื่องจริงต้อง ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ จะไปตกลงกับเขาได้ประโยชน์อะไร ได้ประโยชน์แค่ไหน ผมจะโยงสาระในเรื่องที่ผมฟังท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ กองทุนตราสารหนี้นี่ดีหน่อยนะครับ คนเอเชียเขาให้มากหน่อย ญี่ปุ์นกับจีนให้ตั้ง ๒๐๐ อเมริกากับเกาหลีให้ ๑๐๐ ที่เหลือ พวกเรารวมกันเอง ผมฟังแค่นี้ผมก็เห็นว่านี่มันเปึนเจตนาดีของมวลสมาชิก ต้องการสร้าง ตัวนี้ ให้หลักประกันกับชุมชนเอเชียของเรา แล้วก็ดึงยักษ์ใหญ่หลายประเทศมาร่วมด้วย นี่คือสาระบางอย่างที่ท่านได้ชี้ให้กับสภา แต่เรื่องนี้ถ้าเราได้พูดกัน เป่ดประชาธิปไตย ทางเศรษฐกิจ มันจะมีความหลากหลายตรงนั้นและจะมีหลายอย่าง
ท่านประธานครับ ถ้าท่านไปลงนาม มันมีหลายอย่างที่ต้องสนใจ สนใจ อะไรครับ กองทุนนี้ใครได้ประโยชน์ มันจะพัฒนาไปสู่เงินสกุลเดียวไหม หรือว่ากองทุนนี้ จะยึดอยู่กับสกุลไหน นี่จะเอาดอลลาร์เปึนหลักอีกหรือเปล่า เพราะอะไรครับ ต้องพูด เรื่องนี้ เอาดอลลาร์เปึนหลักได้อย่างไรท่านประธาน อเมริกาเอาอะไรพิมพ์ เอาเครดิต ประเทศไปพิมพ์แบงก์ ไม่ต้องมีหลักประกันอะไรเลย ถ้ากองทุนใดกองทุนหนึ่งจะไปยึดอยู่ กับเงินกองทุนนี้ ถ้าอเมริกาล่มสลายล่ะ มันไม่เจ๊งกันหมดหรือ ประเด็นนี้มันก็ต้องพูดว่า ทําไมไม่เอาสกุลเอเชียเราเปึนหลักล่ะ คุณจะเอาหยวนก็ได้ ถ้าไทยมีไม่ถึงก็เอาหยวนมา เปึนหลัก เพราะว่าความเชื่อมั่นต่าง ๆ มันเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าอนาคตฝากไว้กับคนอยู่ไกล ผมอยากจะพูดเรื่องหลาย ๆ อย่าง แต่ผมก็ติดอยู่ประเด็นเดียว ท่านประธานครับ ติดอยู่ ว่าทําไมเราต้องมาทําการเมืองเสมือนจริงกันซ้ําแล้วซ้ําอีก แล้วก็ติดอยู่ที่พิธีกรรมครับ ท่านประธานท่านนั่งอยู่นี่ท่านรู้ดี บางทีเราทะเลาะกันเรื่องข้อบังคับ ซึ่งเราสร้างเอง เราเขียนเอง แล้วก็ทะเลาะกันเอง เพราะอะไรครับ ต้องการให้เปึนไปตามข้อบังคับ ผมว่า วันนี้เวทีแห่งนี้ถ้าเรากลับไปคิดแล้วรีบออกกฎหมายมารองรับมาตรา ๑๙๐ กระบวนการ ขอผ่านกฎหมายเหล่านี้หรือข้อความต่าง ๆ หรือสัญญาต่าง ๆ หรือกรอบคิดในเรื่อง ต่าง ๆ ของรัฐบาล ของฝ์ายบริหาร เราเข้าใจมันลึกซึ้ง ผ่านกระบวนการของกฎหมายมา อย่างชัดเจน มาถึงตรงนี้แล้วใช้เวลาน้อยมากท่านประธาน อันนี้ใช้เวลามากเหลือเกิน ๓-๔ วันท่านประธาน ไม่ได้ทําอะไรเลย แล้วต่อไปก็ยังจะทะเลาะเรื่องหนี้ ผมจะขอยืนยัน ไว้เลยนะครับท่านประธาน เราพูดกันวันนี้ ถ้าเมื่อไรไม่กลับไปสู่การเมืองเรื่องจริง เราติด อยู่ในการเมืองเสมือนจริง เราก็กลายเปึนหมอผีที่ต้องทําพิธีกรรมพิธีกรรมหนึ่งให้มันจบ เท่านั้นเอง นี่คือสาระของประชาธิปไตยทางการเมือง รูรอยที่ไม่ยึดโยงกับแผ่นดิน
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะพูดท่านประธานครับ วันนี้รัฐได้เปลี่ยนไปแล้ว ท่านประธาน นิยามใหม่แล้ว นิยามของรัฐใหม่แล้ว ปัญหารัฐชาติกับปัญหาชาติพันธุ์ มนุษย์เกี่ยวข้องกันโดยตรงท่านประธาน ท่านประธานอาจจะคิดว่าผมพูดเรื่องอะไร ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่หันหน้าไปทางทิศเหนือ ประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร คนพูดภาษาไทยหมดเลยครับท่านประธาน ตั้งแต่ชายแดนของ ท่านคนก็พูด ๒ ภาษา คือภาษาเขมรกับภาษาไทย มันเปึนเรื่องชาติพันธุ์ ไม่ใช่เรื่องรัฐชาติ คนภาคเหนือตั้งแต่ชายแดนไปจนกระทั่งถึงสิบสองปันนาถึงซุ่ยลี่ รอบประเทศเรามันเปึน ชาติพันธุ์เดียวกัน แต่ว่าในรัฐชาติมันต่างกัน วันนี้เราเอาชาติพันธุ์ไปเปึนรัฐชาติ จึงทําให้ เราต้องสูญเสียดินแดนอย่างไร เราเข้าใจว่าประเทศไทยคืออะไร คําว่า ประเทศไทย เกิดขึ้นในสมัยใด ท่านประธานครับ ก็สมัยจอมพล ป. นี้เอง ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ประเทศไทย ที่ผมพูดประเด็นนี้ผมกําลังจะบอกท่านว่ารัฐชาติ นิยามแห่งรัฐมันเปลี่ยนไป ถ้านิยาม แห่งรัฐมันเปลี่ยนไปแล้วติดอยู่ในนิยามเดิมอะไรเกิดขึ้นท่านประธานครับ ผมยกเรื่อง โทรศัพท์ ท่านรัฐมนตรีอยู่ด้วย ขอความกรุณาท่านดูเรื่องเขตบริการท่านประธาน เมื่อก่อน จังหวัดพะเยามันอยู่กับจังหวัดเชียงราย พอแยกอําเภอพะเยาเปึนจังหวัดพะเยา ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ จาก ๐๕๓ เปึน ๐๕๔ แล้วเก็บเปึนทางไกล ใครเอาเปรียบ สมัยนั้นเปึนหน่วยงานของรัฐ รัฐเอาเปรียบประชาชนไม่เปึนอะไร วันนี้คุณให้เอกชนมา สัมปทานไปแล้ว คุณยังปล่อยให้เขตบริการเหล่านี้มาทําร้ายประชาชนอีก เพราะอะไรครับ นี่ละคือตัวอย่างของนิยามคําว่า รัฐ มันเปลี่ยนไป การกู้เงิน วันนี้การระดมทุนตลาด หลักทรัพย์เปึนแหล่งระดมทุนนะครับ บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เปึนแหล่งระดมทุน แต่ว่ากฎหมายหลายฉบับนี่กลับไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ทําให้แหล่งระดมทุนกลายเปึนที่ กระจายทุนแล้วก็เปลี่ยนแปลงจากรัฐเปึนเอกชน ท่านครับ วันนี้ขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านจะเจรจากับกรอบต่างประเทศในเรื่องใดก็ตามที่เกี่ยวกับ คลื่นความถี่ ที่เกี่ยวกับโทรศัพท์กรุณาเถอะสงสารประเทศ ไปทบทวนเรื่องเขตบริการของ โทรศัพท์เสีย แล้วการเจรจาของท่านจะได้ประโยชน์กับประชาชน วันนี้ท่านจะเจรจากับ ใครก็ตามถ้าเปึนเรื่องโทรศัพท์เข้ามาในประเทศนะครับ เขาเข้ามาโกงประชาชนตลอดเลย คนจากจังหวัดพะเยาโทรไปที่จังหวัดเชียงรายซึ่งเคยเปึนจังหวัดเดียวกัน เคยเปึนภายใน กลายเปึนต่างจังหวัด เขตต่างจังหวัดนะครับ วันนี้ผมโทรศัพท์อยู่ที่ไหนผมหลอกใครไม่ได้ เพราะมันยึดโยงกับเสาโทรศัพท์ ถ้าเขตมันยังอยู่ในความหมายของรัฐเดิม ในนิยามเดิม นะครับ ใครเสียเปรียบครับ ประชาชนครับ ใครได้เปรียบครับ ผู้ได้สัมปทานครับ ทั้งหมด ที่ผมพูดนี่ผมพูดทําไมครับ เกี่ยวกับที่กําลังพูดกันที่ไหน เกี่ยวตรงนี้ท่านครับ ถ้าเรา ไม่เข้าใจนิยามของคําว่า รัฐ ที่เปลี่ยนไป ความดีความงามเปลี่ยนไปจากเดิม เราจะ ทะเลาะกันในนิยามเดิมครับ และผลประโยชน์จะตกอยู่ที่ใครครับ ตกอยู่ที่ผู้ได้รับ สัมปทาน ทั้งหมดที่ผมพูดผมชี้ให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐสภาแห่งนี้จะมานั่งเร่ง ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยมาตรา ๑๙๐ ให้จบเร็ว ๆ ไม่อย่างนั้นเสียหาย ท่านประธาน ไร้ประโยชน์ที่เราจะมาพูดกันตรงนี้ในเรื่องเหล่านี้ แล้วในที่สุดผมก็กลายเปึน หมอผีคนหนึ่งที่มาเป์าเสกให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านหรือไม่ผ่านด้วยตัวผมเอง กลายเปึน พิธีกรรมเท่านั้นเอง ไม่ใช่การเมืองเรื่องจริงครับ ผมย้ําอย่างนี้นะครับ ต้องการให้ประเทศนี้ เปึนประเทศที่เปึนการเมืองเรื่องจริงต้องรีบดําเนินการประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจโดยเร็ว ทําอย่างไร ห่วงโซ่ใจกลางมันคือ ออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้ครบในทุกเรื่องที่ เขียนไว้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ