อนันต์ ผลอํานวย หารือเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศคูเวต โดยเฉพาะเรื่องการเกษตร และการท่องเที่ยวของไทย โดยเน้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในประเทศก่อนการเจรจาดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนต่างชาติในการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่ามันเปึนโอกาส ที่เหมาะสมของประเทศไทยที่จะได้มีกรอบการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับคูเวต เรื่องที่ ผมคิดว่าวันนี้มันเปึนโอกาสของประเทศไทยนั้น ในแง่ของเรื่องของการเกษตรแล้วก็ เรื่องของการท่องเที่ยว เราต้องยอมรับนะครับว่าในทั้ง ๒ ประเทศนี้มีข้อจํากัดซึ่งแตกต่างกัน ในประเทศคูเวตนั้นไม่มีพื้นที่ทางการเกษตร ประเทศไทยเราไม่มีบ่อน้ํามัน มีก็เล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะฉะนั้นข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบของระหว่าง ๒ ประเทศนั้น ในช่วงนี้ผมคิดว่า รัฐบาลต้องใช้โอกาสนี้ทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูสินค้าทางการเกษตรที่เราส่งไปใน ประเทศคูเวตนั้นมีมูลค่าไม่สูงนัก ทั้งที่เขาก็ไปหาสินค้าจากภาคเกษตรในกลุ่มประเทศอื่น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเปึนกังวลก็คือ กรอบข้อตกลงซึ่งเราเห็นตามเอกสารที่สภาให้มามันเปึน เรื่องกว้าง ๆ ว่าจะไปคุยกันเรื่องเกษตร เรื่องประมง เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องงานวิชาการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ว่าในการไปเจรจากรอบการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศคูเวตนั้น โดยเฉพาะเรื่องของการเกษตร ผมก็อยากจะฝากรัฐบาลว่า ก็อยากจะให้จัดการ ภายในประเทศให้เรียบร้อยไปก่อน ให้เรียบร้อยไปก่อนหมายความว่าเวลาไปเจรจาตกลง กับเขาเราต้องยอมรับว่าทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ร่ํารวยเขาก็พยายามจะเลือก สินค้าที่มีคุณภาพแล้วก็ได้มาตรฐานไป แต่วันนี้ในบ้านเราเองเมื่อวานนี้ในกรรมาธิการ ได้มีโอกาสคุยกับกรมส่งเสริมการส่งออก และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศดูเหมือน จะไม่มีอะไรคืบหน้าหรือก้าวหน้าไป การกระจายสินค้าออกไปแม้กระทั่งข้าวที่อยู่ในสต็อก ก็ยังไม่สามารถกระจายออกไปได้ หรือรวมทั้งกรมส่งเสริมการส่งออกว่าได้มีการไปขยาย ตลาดสินค้าไปในประเทศไหนบ้าง อะไรบ้าง ก็ยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนออกไปโรดโชว์ (Road show) ก็ไม่ชัดเจน ดังนั้นเรื่องที่มันเกิดปัญหาภายในประเทศแล้วเราจะไปสู่การ เจรจากับเขา ผมยังคิดว่าวันนี้โดยเฉพาะข้าว ผมว่ารัฐบาลต้องรู้ว่าข้าวในประเทศไทย มีกี่ชนิด วันนี้ข้าวบางชนิดที่เกษตรกรเขาปลูกอยู่ อย่างกลุ่มข้าวที่มีอายุ ๑๐๐ วัน ๑๐๕ วัน ๙๐ วัน ข้าวอายุสั้น รัฐบาลก็ไม่ได้นําไปสู่การรับจํานําหรือการประกัน แล้วข้าวเหล่านี้มันจะเปึนปัญหาของประเทศในอนาคตต่อการส่งออกไปยังต่างประเทศ เนื่องจากเปึนข้าวที่มีคุณภาพต่ํา รัฐบาลก็ไม่ได้ทําความเข้าใจกับภาคเกษตรให้เขารู้ ไม่ได้ทําความเข้าใจให้กับกลุ่มคนที่ทํานาอยู่ เหตุที่ผมบอกไม่ได้ทําความเข้าใจนั้น วันนี้มันมีคนปลูกข้าวพวกนี้มาก ยิ่งภาวะเศรษฐกิจของประเทศมันแย่ คนพยายามจะ ทําอย่างไรก็ได้ให้ได้เงินเร็ว แล้ววันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ อาฟตา (AFTA) มันจะเกิดขึ้น ข้าวจากประเทศไทย ขอบประเทศบ้านเรา ไม่ว่าเขมร กัมพูชา ลาวอะไรเหล่านี้ ข้าว เหล่านี้มันก็จะทะลักเข้ามา วันนี้ก็ยังไม่ได้มีมาตรการแล้วก็มีเงื่อนไขที่จะกําหนด หลักเกณฑ์การนําเข้าข้าวที่อยู่ชายขอบประเทศเรา นี่มันก็จะมีผลในเรื่องของการเจรจา กับคูเวต ในเรื่องที่เราจะไปขายข้าวขายอะไรต่าง ๆ ไปให้เขา เมื่อสินค้าเราไปหาเขาแล้ว ไม่ได้มาตรฐาน สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าพอค้าไประยะหนึ่งเขาก็จะไม่ค้ากับเรา มันก็จะเปึน ผลเสียหายกับประเทศ โดยเฉพาะทูตพาณิชย์ ทูตทางการเกษตรใน ๕๐ กว่าประเทศ ผมไม่แน่ใจว่าทางรัฐบาลส่งทูตเหล่านี้ไปทําหน้าที่อะไร มีหน้าที่เปึนเพียงรับแขก หรือมี หน้าที่ไปเจรจาไปดูอะไรต่าง ๆ เปึนข้อตกลงให้มันเกิดผลประโยชน์สูงสุดกับประเทศเรา หรือไม่
ประการที่ ๒ เรื่องของการท่องเที่ยว เมืองไทยเปึนเมืองที่น่าเที่ยวอยู่มาก มีสิ่งที่สวยงาม มีสิ่งที่ดึงดูดให้คนต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยแล้วประทับใจทุกคน เขาบอก กรุงเทพมหานครเปึนเมืองที่น่าเที่ยวลําดับต้น ๆ ของเอเชียเลย ดังนั้นเรื่องของการเจรจา การท่องเที่ยวเหมือนกัน ในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเขา เราต้อง สร้างความมั่นใจให้เขาได้เต็มที่ในการที่จะไปเจรจาระหว่างเราจะไปเที่ยวเขา หรือเขา มาเที่ยวประเทศเรา ผมยังคิดว่าถ้ามีคนต่างชาติเข้ามาบ้านเราป้หนึ่ง ๑๐ ล้านคน คนที่ได้ คนแรกคือคนที่อยู่ในภาคเกษตรเลย มา ๑๐ ล้านคน กินไข่สักคนละ ๒ ฟอง กินข้าว สักส่วนหนึ่ง กินผักผลไม้ ตั้งแต่ลงสนามบินมาก็ได้ ดังนั้นในการเจรจากรอบการค้า ทั้งหลาย รัฐบาลก็ควรจะได้ไปทําประชาพิจารณ์ ไปรับฟังความคิดเห็นจากคนทั้งประเทศ อันนี้เราก็ไม่เห็นเรื่องของการไปทําประชาพิจารณ์ หรือรับฟังความเห็นของคน ในประเทศว่าเราจะทําอย่างไรให้สินค้าทางการเกษตรเราไปขายเขาให้ได้มากที่สุด ทําอย่างไรจะให้คนต่างชาติมาเที่ยวบ้านเราให้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้มันต้องรับฟัง ความคิดเห็นร่วมกันจากคนในประเทศ รายละเอียดทั้งหลายก็ไม่เห็น ก็เห็นแต่กระดาษ ไม่กี่แผ่นแล้วเปึนข้อมูลประกอบของคูเวตกับเราที่จะเปึนข้อตกลงกัน แล้วก็มีแค่สาขา และรูปแบบที่เราจะทําความตกลงร่วมมือกันในการที่จะไปเจรจากรอบการค้า ผมหวังว่า หลังจากนี้แล้วรัฐบาลก็คงจะให้รายละเอียดว่าสินค้าทางการเกษตรเราจะตกลงเขา อย่างไร แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้สิ่งที่น่าเปึนห่วงมาก ไทยเปึนสมาชิกหนึ่งในองค์การ การค้าโลก ดับเบิลยูทีโอ สิ่งที่รัฐบาลได้ทําไปในเรื่องของสินค้าพืชผลทางการเกษตร และข้อตกลงใหม่ที่จะเกิดขึ้น มันจะไปติดขัดกับเงื่อนไขของดับเบิลยูทีโอ หรือไม่ ถ้าไป ผิดเงื่อนไขวันหนึ่งในป้หน้าหรือป้ถัดไป ถ้าเกิดถูกมาตรการกีดกันทางการค้าไปผิดเงื่อนไขเขา มันก็จะเปึนการตอกย้ําความยากลําบากและความยากจนของเกษตรกรให้กับบ้านเรา ก็ให้ความเห็นสั้น ๆ ไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ