สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๐.๐๗ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี ในขณะที่จะรอประชุม ซึ่งเพื่อน สมาชิกมาครบแล้ว ผมมีเรื่องด่วนมาก

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่ครบครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ยังไม่ครบ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานด่วนได้ไหมครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่เปิดประชุมนะครับ ได้ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ในขณะนี้น้ำท่วม อุบลราชธานี วันนี้ขึ้น ๑.๒๐ เมตร มีพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอเมืองได้ร้องเรียนว่า อยากจะขอความร่วมมือจากฝ่ายตำรวจ ฝ่ายทหาร ได้มีเรือลาดตระเวนครับ ในขณะนี้ พี่น้องประชาชนอยู่ที่บ้านไม่ได้ ต้องไปรวมอยู่ที่สูง ๆ แต่ว่าไม่สามารถที่จะนำทรัพย์สินตัวเอง ไปได้ ก็อยากจะฝากว่าตำรวจไม่ใช่ทำงาน ๖ โมงเช้าแล้วเลิกบ่ายโมงนะครับ อยากจะให้ ลาดตระเวนกลางคืน มีไฟฉายส่องสว่างลาดตระเวนไปเรื่อย ๆ ทหารที่ช่วยขนย้ายสัตว์ ขนย้ายสิ่งของ ในขณะนี้น้ำท่วมขึ้นเรื่อย ๆ แล้วท่านก็มาตอนเช้า ๖ โมงเช้าอย่างนี้ ซึ่งกลางคืนตีสี่ตีห้าชาวบ้านลำบาก แล้วมีมิจฉาชีพที่อาศัยช่วงที่ชาวบ้านเดือดร้อนไปหา งัดแงะลักเล็กขโมยน้อยของเขาในช่วงกลางค่ำกลางคืน อยากจะให้มีคนช่วยดูแลเขา และอยากจะให้ส่วนราชการทุกส่วนได้ลงไปช่วยครับ ซึ่งวันนี้เขาบ่นบอกมาว่า วันที่น้ำท่วมกรุงเทพมหานคร วันที่น้ำท่วมที่อื่นคนอีสานมาช่วย แต่วันนี้เขาโดนน้ำท่วมไม่มีใครช่วยเขาเลย โดยเฉพาะรัฐบาลเงียบเลย ไม่มีการรับบริจาค ไม่มีการทำอะไรช่วยพี่น้องประชาชนเขาเลย จึงฝากมาถึงท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่ได้เปิดนะครับ แต่ว่า อนุญาตนะครับ เพราะต้องเรียนพวกเราว่าผมก็ทำโครงการ แต่ไม่บอกบุญพวกเรานะครับ ก็อาศัยพรรคพวกส่วนตัว เริ่มขอความช่วยเหลือ แต่ว่าเราคงรวมได้ไม่มากนัก ก็เจาะจงว่า จะมอบท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผมทำในนามของประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ได้บอกบุญ พวกเรา เพราะว่าไม่อยากรบกวนนะครับ เดือดร้อนอยู่ พรุ่งนี้ผมก็จะไปจังหวัดพิจิตร แล้วก็แบ่งสายพรรคพวกไปช่วยเฉพาะในกลุ่มเล็ก ๆ เช่น โรงเรียน แต่ว่าช่วยประชาชน ทั่วไปนั้นผมเชื่อว่ารัฐบาลก็ดูแลอยู่ และพวกเราสมาชิกดูแลอยู่ เราจะพูดเรื่องนี้ ผมอนุญาตนะครับ ก่อนเปิดประชุมอนุญาตครับ เชิญครับ

เรื่องน้ำท่วมแม้จะไม่อยู่ในวาระ แต่ว่าเป็นความเดือดร้อนจริง ๆ ของพี่น้อง เพราะฉะนั้นพวกเราจะใช้ช่วงเวลาก่อนเปิดประชุมจะพูดเรื่องนี้ผมอนุญาตครับ เชิญเลยครับ คุณหมอเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบพระคุณท่านประธานที่อนุญาตให้หารือก่อนที่ องค์ประชุมจะครบ ด้วยความเคารพท่านประธาน ท่านประธานบอกว่าเอาเฉพาะเรื่องน้ำท่วม น้ำท่วมเป็นความเดือดร้อนจริง ๆ ท่านประธานครับ ด้วยความขอบคุณท่านประธาน ที่สภาเราจะมีส่วนช่วยพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้สภาเราถูกน้ำท่วมครับ ท่านประธานครับ สภาเราถูกน้ำท่วม ท่านประธานดูเวลาครับ ขณะนี้เวลา ๑๐.๑๑ นาฬิกา นาฬิกาผมเพี้ยนไม่เยอะครับ กำหนดการประชุมที่ท่านประธานกรุณานัดพวกเราคือ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ผมก็ด้วยความเคารพท่านประธาน เราอยากทำหน้าที่เต็มที่ และท่านประธาน กรุณานัดวาระพิเศษด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้นะครับ มีองค์ประชุมอยู่ ๒๔๐ คน บนกระดาน น่าจะเป็น ๒๔๔ คนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขณะนี้ครบแล้วครับ คุณหมอครับแต่ยังไม่ได้เปิด ครบแล้วครับ ขณะนี้ตัวเลขขึ้น ๒๕๕ คนแล้วครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขอบพระคุณท่านประธานครับ เพราะผมกำลัง จะทวงว่าถ้าสภาไม่ทำงานมันสมควรจะถูกยุบสภาครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมอว่าเพื่อนหรือ คือก็เห็นใจนะครับ เพราะว่าเป็นการนัดประชุมพิเศษแล้วก็เป็นวันศุกร์ พวกเราก็อาจจะมี นัดหมายล่วงหน้า อันนี้เรียนไว้ก่อนนะครับ อาจจะนัดหมายล่วงหน้า ผมก็ไม่ตำหนิครับ ผมไม่ตำหนิเพราะผมเข้าใจว่าอาจจะมีภาระ เพราะว่าปกติแล้วเราประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดี ไม่เคยผิดเวลา อันนี้ต้องเรียนชื่นชมด้วยความเคารพนะครับ จะตรงเวลา แล้วก็ครบองค์ประชุมก่อน วันนี้องค์ประชุมเพิ่งครบเมื่อตอน ๑๐ โมงเศษแล้วครับ เกินเวลา ไปครึ่งชั่วโมงเศษ ๆ ตามที่คุณหมอชลน่านได้พูด แต่ว่าก็ไม่ตำหนิพวกเรานะครับ เพราะรู้ว่า มีภารกิจ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับท่านประธาน ขออนุญาตหารือตามที่ท่านกรุณาครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมขอใช้คำ ท่านคารมนะครับ เราก็ให้เหมาะสมแก่เวลานะครับ เชิญท่านสุรชาติครับ

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่าประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับขณะนี้น้ำที่อำเภอกันทรารมย์ เขตลุ่มน้ำชีกำลังขึ้น เมื่อคืน ขึ้นอีก ๕๐ เซนติเมตร อยากฝากท่านประธานไปหาหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะว่าชาวบ้าน เดือดร้อนมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านผึ้ง บ้านทาม บ้านเจี่ย แล้วก็เมื่อวันอาทิตย์ มีผู้เสียชีวิต ๑ ราย เพราะว่านั่งเรือไปเก็บของแล้วเรือล่ม ไปกันสองสามีภรรยา เสียชีวิต ๑ ราย สามีเป็นคนเสียชีวิต ฝากท่านประธานไปหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่าน บัลลังก์ ครับ

นายบัลลังก์ อรรณนพพร ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ผมอยากหารือท่านประธาน ขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่ให้หารือเรื่อง น้ำท่วม ส่วนในของจังหวัดขอนแก่น อำเภอบ้านไผ่ ตอนนี้น้ำได้ลดแล้ว แต่ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยตอนนี้บ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง แล้วก็ เป็นบางส่วน ตอนนี้ไม่ได้รับการเยียวยาดูแลจากทางราชการเลยว่าจะมีมาตรการในการ ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยอย่างไร ขอฝากท่านประธานถึงรัฐบาลด้วยว่าให้รีบเยียวยา ตอนนี้ตามสถิติโรงพยาบาลบ้านไผ่ได้ออกสำรวจ พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยจะเป็น โรคซึมเศร้าประมาณ ๑๐๐ ราย เพราะว่าแก้ไขปัญหาเยียวยาไม่ถูกจุด ฝากท่านประธาน ไปถึงรัฐบาล ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านไพจิต ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาได้ทำเรื่องการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องคนอีสาน แม้ท่านจะแอบทำ แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราต้องเปิดเผยให้กับพี่น้องประชาชนเห็นความตั้งใจ ความจริงใจ ของสภานะครับ อยากให้เป็นภาระหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร แม้จะเป็นเฉพาะพี่น้อง คนอีสาน คนเหนือ แต่ภาระที่เกิดขึ้นกับภาคกลาง ภาคเหนืออะไรทั้งหลายเป็นภาระที่สภา ได้ทำหน้าที่อยู่ เป็นเรื่องที่เป็นมงคลครับท่านประธาน วันนี้เรามีคณะกรรมาธิการครบ ๓๕ คณะ ที่จะเป็นไม้เป็นมือให้กับท่านประธาน คงมีผู้ที่ใจบุญเห็นความจำเป็นอยากให้ ท่านประธานได้ทำเป็นงานของสภาครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณท่านไพจิต มากครับ ผมจะหารือกับพวกเราอีกทีครับ แต่ว่าทำเป็นส่วนตัวไม่อยากรบกวน เพราะว่า เพื่อน ๆ ก็เดือดร้อนอยู่แล้ว ก็พยายามขอคนนอกมาช่วย แล้วก็ดูรายงานของราชการว่า มีน้ำท่วมอยู่กี่จังหวัด ก็ ๓๐ กว่าจังหวัด ก็ไปช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เจาะจงช่วยโรงเรียน สถานการศึกษาโดยเฉพาะครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๒ คน

ผมขออนุญาตเปิดประชุม นะครับ บัดนี้มีผู้มาลงชื่อแล้ว ๒๙๕ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอเปิดประชุมครับ เปิดประชุม แล้วนะครับ เชิญครับ พอดียกมือหลังจากเปิดประชุมไปแล้ว อนุญาตนะครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้าน เชิญครับ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้อยากจะมากราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพว่า มันเป็นเรื่องที่พูดจากัน ในสังคมทั่วไปว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ยังไม่เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ที่ครบถ้วนนะครับ ดังนั้นกระผมจึงใคร่ขออนุญาตท่านประธานว่าจะขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒)

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่เข้าระเบียบวาระ เลยครับท่านสมพงษ์ ยังไม่เข้าระเบียบวาระเลยครับ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวถ้าเข้าระเบียบวาระผมจะเรียนอีกที ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอขอบคุณนะครับ ผมขอเรียนที่ประชุมว่ารบกวน ความจริงก็เป็นหน้าที่เรา แต่ว่ารบกวนวันประชุมพิเศษ ในครั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลก็คือว่าเรามีระเบียบวาระด่วนค้างอยู่มาก ถ้ารวมวาระด่วน ๒๔ วาระเป็นญัตติ ส่งศาลรัฐธรรมนูญไป ๑ วาระ ก็เหลือ ๒๓ วาระ มีวาระปกติเป็นญัตติปกติทั่วไปอีก ๙๒ ญัตติ เสนอใหม่ที่ปรากฏในเอกสารนี้ ๒ ญัตติ ที่ยัง ไม่เสนอยังมีนะครับ เข้ามาแล้วแต่ยังไม่บรรจุระเบียบวาระ รวมแล้วขณะนี้เรามีญัตติอยู่ ๑๑๗ ระเบียบวาระ วาระที่ไม่ใช่เรื่องด่วนไม่ได้รับการพิจารณาเลย เราจะปล่อยสถานการณ์ อย่างนี้คงจะไม่ปกตินัก เพราะว่าสมัยประชุมก็จะครบในวันที่ ๑๘ นี้ ผมก็เลยหารือนอกรอบ กับพรรคพวกว่าจะเป็นไปได้ไหมที่เราจะจัดประชุมพิเศษเพื่อพิจารณาเฉพาะเรื่องญัตติด่วน ที่ค้าง อันนี้เรียนวัตถุประสงค์นะครับ วัตถุประสงค์ก็คือต้องการพิจารณาญัตติด่วนที่ค้าง ระเบียบวาระ เพราะญัตติธรรมดาทั่วไปนั้นก็คงจะพิจารณาไปตามวาระปกติวันพุธ วันพฤหัสบดี เพราะฉะนั้นวันนี้เจตนารมณ์คือตั้งใจจะสะสางญัตติด่วนที่ค้างอยู่ ญัตติที่เรา กำลังพิจารณาอยู่ขณะนี้ค้างมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ตั้งแต่สมัยประชุมนี้ ครั้งที่ ๑๑ จนวันนี้ ๒ เดือนเศษแล้ว ญัตติเรื่องนี้ยังไม่ผ่านเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ปกตินัก แต่โดยเหตุผลว่า ช่วงหลังมีการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายทุกคน ยาวบ้าง สั้นบ้าง แล้วแต่ใครย่อความได้ เก่งแค่ไหน ก็เลยทำให้เรากินเวลาในแต่ละเรื่องมาก กระทู้ กระทู้สด กระทู้ทั่วไป แล้วก็วาระ เพื่อทราบ ซึ่งปกติวาระเพื่อทราบเราก็ใช้เวลาค่อนวัน ก็เลยทำให้กินเวลาเข้ามามาก ญัตติด่วนที่ค้างอยู่จึงค้างอยู่ไม่ปกตินัก เมื่อมาดูแล้วเราก็เห็นว่าน่าจะใช้เวลาพิเศษนี้ที่ผมให้ พวกเราได้เห็นนะครับ ก็ได้ให้มีการแบ่งให้คณะทำงานไปแบ่งกลุ่ม วันนี้คือกลุ่มที่ ๑ เป็นของ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ท่านสุรสิทธิ์ ท่านจิรัฏฐ์ ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ แล้วมี กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มควบคุมสารเคมี มี ๗ ญัตติ วันนี้มี ๔ ญัตติซึ่งพิจารณามาตั้งแต่เดือน กรกฎาคมนะครับ ถ้าเราสามารถสะสางได้ทีละกลุ่ม ญัตติด่วนก็จะลดน้อยลง และญัตติ ธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่เรื่องด่วนก็จะได้รับการพิจารณาโดยลำดับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็หวังผล ว่าเราทำตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจประชุมพิเศษก็คือ เราทำญัตติที่ค้างอยู่ตั้งแต่เดือน กรกฎาคมให้จบในวันนี้ แล้วญัตติในกลุ่มที่ ๒ ซึ่งมี ๗ ญัตติ รวมเป็นกลุ่มเดียวคือกลุ่มเรื่อง การควบคุมสารเคมีเกษตรกรรม อันนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วประเทศนะครับ คือญัตติเหล่านี้ไม่เหมือนกระทู้ กระทู้จะเป็นเฉพาะพื้นที่ เฉพาะกรณี แต่ว่าญัตติจะเป็น ภาพรวมของทั้งประเทศ ก็พยายามจะทำให้ญัตติเหล่านี้ได้ผ่านการพิจารณาไปอย่างน้อย ในระดับหนึ่งในเวลาที่มีอยู่ อันนี้คือเหตุผลพิเศษครับ เรียนท่านผู้นำฝ่ายค้านด้วยว่าเหตุผล ที่นัดประชุมพิเศษวันนี้ก็เพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ ส่วนเรื่องอื่นนั้นผมคิดว่ามีเวลา ที่จะพิจารณา เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตว่าเมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วขออนุญาตให้พวกเรา ได้พิจารณาไปตามวาระของญัตติด่วน ในการประชุมครั้งที่แล้ววาระในญัตติของท่าน วันมูหะมัดนอร์ที่ค้างอยู่กับเพื่อนสมาชิกอีก ๓ กลุ่ม รวมเป็น ๔ กลุ่มได้อภิปราย เจ้าของญัตติ อภิปรายหมดแล้ว วันนี้มีการเสนอชื่อเข้ามานะครับ ค้างมาจากครั้งที่แล้วรวมทั้งหมด เป็นฝ่ายค้าน ๔ ท่าน เป็นฝ่ายรัฐบาล ๘ ท่าน ผมจะขอเรียนไว้เป็นหลักการเบื้องต้นว่าจะขอ ต่อรองเรื่องเวลา เพราะถ้าคำนวณเวลาในที่นี้แล้วต้องใช้เวลา ฝ่ายค้านขอเวลาไว้ ๕๐ นาที ฝ่ายรัฐบาลขอเวลาไว้ ๗๐ นาที ทีนี้ถ้าจะขอลดเวลา เราอภิปรายมามากพอสมควรแล้ว จึงเห็นว่าควรจะได้มีการสรุปหรือย่อเรื่องให้สั้นลง แล้วเรื่องนี้จะได้จบ เจ้าของญัตติ ๔ เรื่อง จะได้ภาคภูมิใจว่าเรื่องท่านได้จบ เสร็จแล้วเราจะได้เริ่มเรื่องสำคัญของสมาชิก ๗ ญัตติ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกรโดยตรง ก็เรียนที่ประชุม ได้รับทราบนะครับ ผมขอเข้าระเบียบวาระไปตามลำดับ เชิญท่านวีระกรครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดนครสวรรค์ครับ เดิมทีนั้น ทางพรรคพลังประชารัฐตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในภาคอีสาน อย่างมาก จนกระทั่งมอบหมายให้ผมมาเสนอเป็นญัตติด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ เพื่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน เป็นความจำเป็นที่เร่งด่วน เพื่อที่จะได้ดูในเรื่องของน้ำท่วม พี่น้องประชาชนชาวภาคอีสานเดือดร้อนมากเหลือเกินครับตอนนี้ แต่ด้วยดุลพินิจของ ท่านประธานที่เห็นว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ เป็นกรณีพิเศษจริง ๆ สมควรจะพิจารณาญัตติ ที่ค้างอยู่ ก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าทางพรรคพลังประชารัฐก็จะยื่นญัตติด่วนอันนี้ ต่อไป อย่างไรก็ตามครับขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่มีดุลพินิจเช่นนั้น เราก็เอาตาม ท่านประธานว่านี่ละครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้นำฝ่ายค้านครับ ท่านสมพงษ์เชิญเลยครับ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กระผม สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อย่างที่กราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ว่า ขณะนี้ ในสังคมทั่วไปในประเทศไทยพูดกันถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าไม่ได้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นัก ดังนั้นในฐานะที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน พรรคฝ่ายค้านร่วมทั้งหมดก็ได้มีมติฉันทานุมัติว่า เราจะขอให้มีการเลื่อนนะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่เข้าวาระเลยครับ ขออภัยท่านผู้นำฝ่ายค้านด้วย นึกว่าปรึกษาเรื่องทั่วไป ผมจะขออนุญาตเข้าไปทีละ ระเบียบวาระครับ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวท่าน บอกแล้วกันนะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณ มากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ผมนึกว่าท่าน อนุญาตแล้ว ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอเข้าระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

ผมขอเรียนแจ้งต่อที่ประชุมทราบในระเบียบวาระที่ ๒ ว่าเรื่องนี้ไม่ปรากฏ ในเอกสารนะครับ แต่ว่าเนื่องจากนายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒ คือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดังนั้นสมาชิกภาพของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายจุติ ไกรฤกษ์ จึงสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่คือ ๔๙๗ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งคือ ๒๔๙ คน จึงแจ้งที่ประชุมได้รับทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

วาระต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องด่วน

เรื่องที่ค้างมาจากการพิจารณาครั้งที่แล้ว คือเรื่องที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาตรวจสอบการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมสนามบิน ๓ สนามบิน ดังที่ผมได้เรียนไปแล้วนะครับ ซึ่งขณะนี้ค้างผู้พิจารณาอยู่ แต่ว่าก่อนเข้าอันนี้ ท่านผู้นำฝ่ายค้านจะเสนอญัตติอะไรเชิญนะครับ แต่เรียนวัตถุประสงค์ให้ ท่านสมพงษ์ได้ทราบไว้ก่อนว่าวันนี้ต้องการทำเรื่องด่วนนะครับ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

รับทราบครับ ท่านประธานครับ ผมเผอิญฟังไม่ค่อยถนัด คงไม่ต้องอารัมภบทมากไปกว่านี้แล้ว กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผมใคร่ขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอเลื่อนเรื่องที่เสนอใหม่ ที่ ๖.๑ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนเข้าญัตติของวาระด่วน ท่านสมพงษ์ขอเสนอ เชิญนะครับ ญัตติเรื่องด่วนยังไม่ลงในรายละเอียดของเรื่องนะครับ แต่ว่าท่านจะขอเสนอในช่วงนี้ก่อนเข้าระเบียบวาระเรื่องด่วน ขอเชิญครับ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ขอเสนอให้ มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เลื่อนมาต่อญัตติที่ ๖ ของ เรื่องด่วนที่ ๖ คือ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้ อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตาม มาตรา ๔๔ เอาเรื่องที่เสนอใหม่ ๖.๑ มาต่อท้ายเรื่องด่วนที่ ๖ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า วัตถุประสงค์วันนี้คืออะไรนะครับ แต่ว่าอันนี้ก็เป็นสิทธิของท่านสมาชิก ความจริงเมื่อวานนี้ ได้คุยกับตัวแทนของฝ่ายค้านทั้ง ๓ พรรค ในเรื่องความคิดอันนี้ ซึ่งเราก็เห็นร่วมกัน แต่ว่าถ้าเปลี่ยนแนวก็ไม่มีปัญหา อันนี้เป็นสิทธิของสมาชิกที่จะเสนอเปลี่ยนแปลงความคิดได้ บัดนี้ก็มีผู้รับรองถูกต้องในการเสนอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องที่เสนอใหม่ ญัตติเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เชิญท่านวีระกรครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ผมขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาไปตามระเบียบวาระ ผมขออภิปรายสนับสนุนสักนิดหนึ่งครับท่านประธาน ตามที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้กรุณาเสนอเพื่อขอเลื่อนระเบียบวาระ เรื่องของการพิจารณา หลักเกณฑ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ถ้าเทียบกับความจำเป็นเร่งด่วนที่ พี่น้องประชาชนชาวภาคอีสานได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ พรรคพลังประชารัฐมีมติ ที่จะต้องเสนอตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ในวันนี้ เพื่อที่จะเสนอเป็นเรื่องด่วน ฉุกเฉิน เป็นเรื่องที่ เกิดความจำเป็นอย่างเร่งด่วนต่อพี่น้องประชาชน แต่เราก็เห็นว่าท่านประธานนั้นท่านก็ได้ มีความตั้งใจที่จะให้วันนี้เป็นวันที่เราจะเคลียร์เรื่องญัตติด่วนทั้งหลายที่ค้างเยอะแยะมาก เราก็เห็นใจครับ ก็ได้หารือกันเมื่อสักครู่นี้เองว่าถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่เสนอแล้ว เราขอเป็น สัปดาห์หน้า ถ้าหากว่าเวลาอำนวยก็จะเป็นสัปดาห์หน้า เพราะฉะนั้นขอให้เป็นไปตาม ระเบียบวาระครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านวีระกรครับ ความจริงที่ท่านวีระกรได้ปรารภเรื่องเหตุด่วนน้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนืออยู่ในใจของผมว่าถ้าเราสามารถผ่านวาระด่วนที่ค้างมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไปได้ ผมจะถามความเห็นที่ประชุมเหมือนกันว่าเราจะขอ แต่อันนี้ตั้งใจว่าจะขออนุญาต เจ้าของญัตติต่อไป เช่น ท่านชวลิตกับคณะ ๗ กลุ่มว่าถ้าจะขอเรื่องน้ำท่วมเข้ามาพิจารณา ตามที่ท่านวีระกรปรารภ ที่ประชุมจะเห็นด้วยหรือไม่ เพราะว่าวัตถุประสงค์จริงก็คือ พิจารณาเรื่องด่วน แต่บังเอิญมีปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องความเดือดร้อนจากอุทกภัยในครั้งนี้ ตั้งใจว่าเมื่อเสร็จเรื่องที่ค้างมา ๒ เดือนกว่าแล้วก็จะหยิบเรื่องนี้มาหารือ ถ้าเจ้าของญัตติ ๗ คณะในกลุ่มเรื่องของสารเคมีไม่ขัดข้อง ผมก็จะอนุญาตให้เรานำเรื่องน้ำท่วมมาอภิปราย เป็นเรื่องด่วนได้ อันนี้คือความตั้งใจนะครับ คุณหมอชลน่าน เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปราย สนับสนุน ญัตติที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้เสนอต่อท่านประธาน เพื่อให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้ร่วมกันพิจารณา ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ข้อดำริของท่านประธานและข้อเสนอของเพื่อนสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลถือเป็นเรื่องดีครับ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราจะต้องพูดคุยกัน สามารถเสนอ ญัตติด้วยวาจาได้ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ผมไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ ว่าจะพูดกันในวันนี้ หรือไม่อย่างไร แต่ผมขอกราบเรียนเหตุผลที่เป็นข้อสนับสนุนที่มีความจำเป็นที่จะขอเปลี่ยน ระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ให้ที่ประชุมแห่งนี้ช่วยกันพิจารณา ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งที่เราได้เสนอวันนี้ จริง ๆ แล้วได้มีการปรึกษาหารือได้พูดคุยกันระหว่าง ๒ ฝ่าย ในนามวิป (Whip) ฝ่ายค้าน และรัฐบาล โดยเฉพาะตัวแทนของพวกเราทั้ง ๒ ฝ่ายที่เป็นประธานวิป (Whip) เป็นประธานวิป (Whip) รัฐบาล มีข้อสรุปร่วมกันที่เป็นแนวทาง โดยข้อเท็จจริงท่านประธานครับ เป็นแนวทางที่เรา เห็นว่าญัตติการศึกษา ผมเน้นนะครับ การศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระ เป็นเรื่องที่เราจะต้องบอกกับพี่น้องประชาชนผ่านสภาของเราว่า เราจำเป็นต้องศึกษาควบคู่ ไปกับการทำหน้าที่ของพี่น้องประชาชน ภาคประชาชนที่เขากำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้ ผมเน้นใช้คำว่า การศึกษา นะครับ ไม่ได้เสนอญัตติแก้รัฐธรรมนูญ การศึกษาในสภาของเรา ความมุ่งหวังที่สำคัญที่สุดครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้เสนอเลื่อนมาต่อเรื่องด่วนที่ ๖ ครับ เรื่องด่วนที่ ๖ เป็นญัตติด่วนที่จะให้สภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณาว่าจะตั้งกรรมาธิการไปศึกษา เรื่องผลกระทบของการใช้อำนาจตาม มาตรา ๔๔ หรือไม่ ซึ่งเราคาดว่าถ้าสภาแห่งนี้ช่วยกัน ที่ท่านประธานมีดำริว่าแบ่งกลุ่มเป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กลุ่มเรื่องญัตติของ อีอีซี (EEC) กับรถไฟเชื่อม ๓ สนามบิน ซึ่งคาดว่าน่าจะจบ เพราะว่ามีผู้อภิปรายไปเยอะแล้ว ญัตติที่ ๒ เป็นญัตติด่วนตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปศึกษาเรื่องสารเคมีเกษตร สารพิษตกค้าง ที่ท่านประธานเห็นความสำคัญ สภาเห็นความสำคัญ นี่เป็นกลุ่มที่ ๒ ครับ เข้ากลุ่มที่ ๓ ปุ๊บ เราต่อไว้ วันนี้คาดว่าอย่างไรแล้วสภาแห่งนี้เราทำงานได้ถึงแค่ ๖ โมงครับ เราเห็นใจ เพื่อนสมาชิก แล้วก็คิดว่า ๓ กลุ่มนี้น่าจะจบ พอจบแล้วสิ่งที่ต่อไว้คาดหวังเพียงว่าขอให้อยู่ใน ระเบียบวาระเรื่องด่วน หรือเรื่องที่เราเลื่อนขึ้นมาจะได้รับการพิจารณาเป็นวาระแรก ในสมัยประชุมที่เราจะเปิดสมัยในวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ครับท่านประธาน มิได้มีความมุ่งหวังมาพิจารณาในขณะนี้นะครับ เราเห็นใจครับ แล้วสิ่งจำเป็นที่พวกเรา ปรึกษาร่วมกัน เราต้องการญัตติของสมาชิกทุกพรรคการเมืองครับ ซึ่งขณะนี้ทุกท่านก็เสนอ พรรคชาติไทยพัฒนาเสนอ พรรคประชาธิปัตย์ก็เสนอ พรรคพลังประชารัฐก็เสนอ เราก็ มาร่วมกัน เพียงแต่ขอว่าตั้งกรรมาธิการไปศึกษาเท่านั้นเองนะครับ เมื่อถึงการเปิด สมัยประชุม มิได้มุ่งหวังว่าจะมาศึกษาในขณะนี้นะครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ ผมคิดว่าขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ความเห็นพวกเราต้องกันครับ ไม่น่าจะมีการลงคะแนนเลย เพียงแต่ท่านประธานจะได้กรุณาว่าถ้าสมาชิกไม่เห็นเป็นอื่น เราก็บรรจุในระเบียบวาระเท่านั้นเองครับ ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตคุณหมอว่า ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านเสนอคือขอให้เลื่อนเข้ามาต่อจากระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๖ ใช่ไหมครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ใช่ครับท่านประธานครับ เรื่องที่ ๖ ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่เลื่อนเข้ามา พิจารณาก่อน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ไม่ใช่ครับท่านประธาน วันนี้เราตั้งใจพิจารณา ๓ กลุ่มให้จบครับ แล้วก็น่าจะหมดเวลาที่ ๖ โมง เว้นแต่ท่านประธานจะกรุณา ซึ่งเราก็ ไม่กล้ารบกวนเพื่อนสมาชิกครับ เพราะวันนี้วันศุกร์ เราขอเวลาพิเศษด้วย ขอจบที่ ๖ โมง ๓ กลุ่มนี้จบเราค้างไว้เพื่อไปพิจารณาในสมัยต่อไปเท่านั้นเองครับท่านประธาน แต่ถ้า ท่านประธานจะกรุณาเอาญัตติเรื่องน้ำท่วมขึ้นมาเราก็อาจจะต้องใช้เวลาหลังจากญัตติ กลุ่มที่ ๓ ก็เป็นสิ่งที่ดีกับพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านวิรัชครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัด นครราชสีมา ก่อนอื่นผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน แล้วก็เรียนไปยังท่านผู้นำฝ่ายค้านว่า ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ขัดข้องครับ ในการที่จะเลื่อนระเบียบวาระ แต่เมื่อเช้านี้ ตามดำริของท่านประธานก็คือ เราจะพิจารณาในส่วนญัตติที่ค้างก็คือ อีอีซี (EEC) เพราะว่า หลังจากนั้นแล้วทางพวกผมเองก็จะขออนุญาตท่านประธานว่า ระหว่างที่เราพิจารณา อีอีซี (EEC) อยู่นี้ตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐจะลงไปแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องยื่นญัตติ พิจารณาศึกษาการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นเวลาที่คิดว่าเหมาะสม แล้วในขณะเดียวกันก็ได้รับคำร้องเรียนจากท่าน ส.ส. ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ จากจังหวัด อุบลราชธานีว่าวันนี้พี่น้องภาคอีสานที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดวันนี้ก็คือที่จังหวัดอุบลราชธานี ก็เลยลงไปยื่นญัตติด่วนที่จะขออนุญาตท่านประธานพิจารณาในระเบียบวาระต่อไป แต่เนื่องจากว่าดำริของท่านประธานในวันนี้ก็คือ การพิจารณาในกรณีพิเศษซึ่งจะดำเนินการ ตามระเบียบวาระ เช่น เกี่ยวกับเรื่องสารเคมี แล้วก็จะขอสิ้นสุดอยู่เพียงแค่นี้ ฉะนั้นผมไม่ได้ ขัดข้องเลยครับ ต้องเรียนท่านประธานแล้วก็เรียนท่านผู้นำฝ่ายค้านว่า พอหลังจากเสร็จ อีอีซี (EEC) แล้วเราก็จะมาพิจารณาว่าเราจะเลื่อนอยู่จุดตรงไหน แล้วเราก็จะพิจารณาตาม ระเบียบวาระ ขออนุญาตท่านประธานเรียนเบื้องต้นแค่นี้ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ญัตติขอเลื่อนนี่ต้องขอมติ ที่ประชุมนะครับ ญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาต่อจากเรื่องด่วนที่ ๖ อันนี้ต้องขอมติ ที่ประชุม เชิญท่านนริศครับ เดี๋ยวครับท่านวีระกร

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ท่านประธานได้ปรารภว่า หลังจากที่พวกเราพิจารณา อีอีซี (EEC) เสร็จ ท่านจะขอให้เจ้าของญัตติสารเคมี ท่านจะถามว่าจะอนุญาตที่จะเลื่อนญัตติ น้ำท่วมมาพิจารณาได้หรือไม่ เหตุที่ผมเป็นเจ้าของญัตติเรื่องสารเคมีอยู่ด้วย ผมจึงเห็นชอบ ตามดำริท่านประธานว่า หากพิจารณา อีอีซี (EEC) ไปตามระเบียบวาระจบสิ้นแล้ว ผมซึ่ง เป็นเจ้าของญัตติสารเคมีเห็นด้วยที่จะให้มีการพิจารณาเรื่องน้ำท่วมตามดำริของ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้มี ๗ ฉบับนะครับ ของท่านชวลิตด้วย ท่านชวลิตครับแต่ความจริงยังไม่ถึง ผมขอเรื่องเลื่อนระเบียบวาระก่อน ขอมติที่ประชุม เรื่องอนุญาตให้เลื่อนระเบียบวาระตามที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้เสนอหรือไม่ ท่านวีระกรครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ทางพรรคพลังประชารัฐบอกว่า ไม่ขัดข้องที่จะให้ทางท่านผู้นำฝ่ายค้านซึ่งเสนอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา หลังจากญัตติที่ ๖ คือเมื่อสักครู่นี้ที่ขอให้มาจ่อไว้หลังญัตติที่ ๖ ไม่ขัดข้องครับท่านประธาน ผมขอถอนที่ผม ขอให้เลื่อนไปตามระเบียบวาระเมื่อสักครู่นี้ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนั้นเป็นความเห็น คนเดียวครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่ประชุมครับ เพื่อให้ญัตติมันจบโดยสมบูรณ์ก็ขอถาม มติที่ประชุมจะให้เลื่อนระเบียบวาระตามที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เสนอให้เลื่อนระเบียบวาระในเรื่องเสนอใหม่ ในเรื่อง ๖.๑ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์ที่กล่าวมาแล้ว เรื่องของวิธีการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จะอนุญาตให้เลื่อน หรือไม่ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกครับ

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ผมเรียนถามท่านประธานครับ เมื่อมีญัตติในการเสนอการเลื่อนวาระ การประชุมโดยไม่มีผู้ใดขัดแย้ง ทำไมเราถึงจะยังต้องเดินหน้าเพื่อลงมติอยู่ครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขัดแย้งหรือไม่เราไม่ทราบ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ถ้ามีผู้ขัดแย้งก็ต้องลุกขึ้นมาเสนอ ญัตติในทางตรงข้ามสิครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอมติเพื่อที่จะได้จบ โดยสมบูรณ์นะครับ มิฉะนั้นเดี๋ยวจะมีปัญหาประท้วงอีกว่าเป็นความเห็นท่านวีระกรคนเดียว คนอื่นไม่เห็นด้วยนะครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ได้ครับ ยินดีครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทำให้ถูกต้องดีกว่าครับ ท่านจุลพันธ์ครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เมื่อสักครู่นี้ที่ผมเสนอญัตติ หลังจากที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านขอเลื่อนระเบียบวาระ ผมขอเสนอญัตติให้เป็นไปตามระเบียบวาระ ผมขอถอนครับ เพราะฉะนั้นไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรอกครับท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้คือท่านวีระกร พูดคนเดียว ไม่สามารถพูดแทนเพื่อนทั้งหมดได้นะครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

เมื่อสักครู่นี้มีผู้รับรองครับท่าน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องแล้ว แต่ว่านั่นเป็นความเห็นของท่านวีระกร ข้อเสนอของท่านวีระกรมีผู้รับรองถูกต้อง ท่านสมพงษ์ก็ถูกต้อง ไม่มีปัญหา พวกเราเห็นด้วยกับท่านสมพงษ์ เราก็ลงมติเห็นด้วย กับท่านนะครับ ท่านเทพไทเชิญครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อเรื่องนี้ผมอยากจะขอถามท่านประธานนิดหนึ่งว่า ผมและสมาชิกจำนวนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติในทำนองเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ ๖ กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งไม่ทราบว่าจะได้บรรจุแล้วหรือยัง คือถ้าบรรจุแล้วผมก็อยากจะให้ ท่านประธานได้ใช้อำนาจเพื่อที่จะเรียกญัตติของผมมาเทียบเคียงกับญัตตินี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อเช้าผมถามให้แล้วครับ ท่านเทพไท ท่านรองศุภชัยท่านอนุมัติเรียบร้อยแล้วครับ เมื่อวันที่ ๑๐ ผมก็เรียนเจ้าหน้าที่ว่า น่าจะเป็นวาระเพิ่มเติม แต่ว่าท่านเทพไทเป็นหนึ่งในผู้ที่เสนอญัตตินี้ คือเรื่องการศึกษา การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นของท่านจะอยู่ในนี้ด้วยครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ผมก็เสนอให้เลื่อนมาด้วยกันครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เวลาพิจารณานี้คงจะ พิจารณาเรื่องทำนองเดียวกันมาด้วยกันอีกครั้งหนึ่งครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ได้ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายวิเชียร ชวลิต แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรหรือไม่ครับ ให้สิ้นกระแสความจะได้ลงมติครับ ท่านวิเชียร เชิญเลยครับ

นายวิเชียร ชวลิต แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตกราบเรียนว่า เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐกำลังยื่นญัตติด่วนเพื่อพิจารณาศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นจะขออนุญาตท่านประธานว่า เนื่องจาก เป็นเรื่องเดียวกันก็ขออนุญาตเสนอที่จะรวมวาระที่จะเลื่อนเพื่อโปรดพิจารณาด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ผมเรียนนะครับ จะเป็นขั้นตอนก่อนพิจารณาครับ เมื่อมีการพิจารณาก็จะขอเลื่อนเรื่องที่เป็นเรื่องทำนอง เดียวกันมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เป็นการเลื่อนก่อน ๑ ฉบับ เรียนที่ประชุม ได้รับทราบครับ ผมขอสมาชิกได้แสดงตนนะครับ ท่านชาดาเชิญครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี เมื่อสักครู่นี้เจ้าของญัตติ ได้ขอถอนญัตติแล้ว ผมอยากให้ท่านประธานได้ใช้ข้อ ๘๘ ว่าสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ผมเรียนแล้วว่าเป็น ความเห็นพรรคการเมืองตั้ง ๒๖ พรรค ท่านชาดาครับ เราไม่อาจจะเอาคนหนึ่งมาแทนเพื่อน ทั้งหมดได้

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ไม่ครับ กรณีเลื่อนหรือไม่เลื่อนตามนี้

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใช่ครับ ผมเลยต้องขอมติว่า เราจะเห็นชอบการเลื่อนหรือไม่ เพื่อพรรคทุกพรรคจะได้สบายใจว่าผมได้ถามมติแล้ว ผมไม่ได้ยึดท่านใดท่านหนึ่ง เดี๋ยวจะมีปัญหาถึงผมต่อไป ขออภัยด้วยครับ ขอแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขอแสดงผลด้วยครับ แสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมขณะนี้ ๓๘๕ ท่านนะครับ

ผมขอถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการเลื่อนระเบียบวาระตามที่ผู้นำฝ่ายค้านเสนอกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย

นายเอกราช ช่างเหลา แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ เอกราช ช่างเหลา ๔๙๘ ลืมบัตรครับ ขอแสดงตนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แสดงตนไม่เป็นไรครับ ตอนนี้เป็นมติแล้วครับ เป็นมติที่ประชุม กรุณาลงคะแนนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ยังอยู่ในระหว่างลงคะแนน ท่านสมาชิกที่มีปัญหาเรื่องบัตรลงคะแนน กรุณาแจ้งชื่อด้วยครับ สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ ลงคะแนนครับ

นายเอกราช ช่างเหลา แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายเอกราช ช่างเหลา แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เอกราช ช่างเหลา ๔๙๘ เห็นด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอกราช ช่างเหลา นะครับ สมาชิกยังมีปัญหาหรือไม่ครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ท่านประธานคะ วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๓๒๔ เห็นด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวันเพ็ญนะครับ ๓๒๔ ยังมีไหมครับ เชิญครับ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานคะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เห็นด้วยค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชาดาเชิญครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ชาดา เห็นด้วยนะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชาดาเห็นด้วยนะครับ ยังมีสมาชิกที่ไม่ได้ลงคะแนน ยังไม่ลงมติ มีหรือไม่ครับ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เห็นด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้เวลานะครับ เพราะว่า เพื่อนอยู่ข้างนอกหลายคน

นายอนันต์ ผลอำนวย กำแพงเพชร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ผลอำนวย ๔๕๗ เห็นด้วยครับ

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิก ๖๕ เห็นด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ บุญเรือง ๒๑๔ เห็นด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประเสริฐ บุญเรือง เห็นด้วยนะครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

สวัสดีครับท่านประธานที่เคารพ ผม อนันต์ ๔๕๘ เห็นด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ แสดงตนครับ เห็นด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงคะแนนแล้วครับ

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

๒๙๔ เห็นด้วยครับ รงค์ บุญสวยขวัญ ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังมีสมาชิกท่านใดไหมครับ เชิญนะครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ ๔๕๘ เห็นด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญต่อนะครับ เชิญเลยครับ สมาชิกที่ยังไม่พร้อมเชิญครับ ยังไม่ได้ปิดการลงคะแนนนะครับ ผมขออนุญาตที่ประชุม ขอปิดการลงคะแนนครับ ขอรายงานผลด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๒๕ ท่าน เห็นด้วย ๔๒๕ ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน ไม่มี มติที่ประชุมเห็นด้วยกับ การเลื่อนระเบียบวาระตามที่ได้เรียนไปแล้วครับ ก็ขอขอบคุณทุกท่านครับ มีรายละเอียด คะแนนให้ทราบได้เลยครับ บัตรลงคะแนน ๔๒๕ ท่าน ขานชื่อ ๑๑ ท่าน รวม ๔๓๖ ท่าน แต่สำหรับในส่วนของญัตติการควบคุมการใช้สารเคมีในพืชผลการเกษตรนั้น พวกกระผมก็รอ ใจจดใจจ่อมา ๒ เดือนครึ่งแล้วท่านประธาน แล้วดูความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็มาก จริง ๆ ขออนุญาตหารือท่านประธานเป็นไปได้ไหมครับ เราขยันกันหน่อย คือถ้าจะนำ ญัตติด่วนเรื่องน้ำท่วมเข้ามาพิจารณาก็ขอให้การพิจารณาของเรื่องสารเคมีให้จบในวันนี้ด้วย เช่นเดียวกัน โดยขยายเวลาการประชุม สมมุติถ้าจะมีการอภิปรายกันมากเราก็ต้องฝาก ท่านประธานในการควบคุมเวลาที่จะให้อยู่ในเวลาอันเหมาะสม

ประการต่อมา ก็คือว่าการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ให้จบภายในวันนี้ ก็คงจะต้อง ขอเป็นเงื่อนไขว่า ถ้าจะนำเรื่องด่วนเรื่องน้ำท่วมเข้ามาเราไม่ขัดข้อง แต่ขอให้สารเคมี ซึ่งมีญัตติถึง ๗ ญัตติ ไม่ใช่น้อย ๆ ได้พิจารณาในวันนี้ด้วยเช่นกัน ขออนุญาตหารือ ท่านประธานครับ

ผมจะพยายามทำให้ได้นะครับ ผมขออนุญาตนะครับ ขอไปเรื่องที่ค้างมา

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษา ตรวจสอบ การดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) และการกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

ที่ท่านเจ้าของญัตติทั้ง ๔ ท่านได้อภิปราย แล้วสมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนมา จบแล้ว ครั้งสุดท้ายยังค้างอยู่ที่ผมเรียนให้ทราบก็คือ ๑๒ ท่าน ซึ่งขอความร่วมมือตามที่ ท่านชวลิตได้ขอความร่วมมือพวกเราก็คือ ขอให้ประหยัดเวลา เพื่อเรื่องนี้จะได้จบ และเรา จะได้เข้าเรื่องต่อไปนะครับ อาจจะเป็นเรื่องของอุทกภัยของพี่น้อง ที่ประสบปัญหากับพี่น้อง แล้วก็เรื่องญัตติด่วน ๗ ญัตติ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นท่านแรก ๔ ท่าน คือ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ คุณหมอประสงค์ บูรณ์พงศ์ คุณซูการ์โน มะทา นายวิรัตน์ วรศสิริน ขอทั้ง ๔ ท่านได้ประหยัดเวลา เพราะที่ขอไว้เวลาก็จะมากหน่อย และฝ่ายรัฐบาลทั้ง ๘ ท่าน ถ้าสามารถประหยัดเวลาได้ รวมทั้งถ้าเห็นว่าอะไรที่ซ้ำแล้วไม่อภิปรายต่อก็จะทำให้เรา ทำงานได้เร็วขึ้น ขอเชิญคุณจิรายุครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา ขออภิปรายในประเด็นเรื่องเขตอุตสาหกรรมที่เราเรียกกันว่า อีอีซี (EEC) ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า โครงการนี้ตั้งต้นมาตั้งแต่แรกก็เห็นแล้วว่า ไม่เวิร์ก (Work) ไม่เวิร์ก (Work) ข้อที่ ๑ คืออย่างนี้ท่านประธานที่เคารพครับ สื่อมวลชน และเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเยอะแล้วว่ากระบวนการที่จะจัดให้มีเขตเศรษฐกิจ หรือที่เรียกกันว่าเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกนี้ ยังไม่เห็นว่าจะทำให้ เศรษฐกิจของประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า และมีภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นหรือไม่ ช่วง ๓ เดือน ที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลทำท่าเหมือนจะบักโกรก ไส้แห้ง ถังแตก ก้นขาด เหตุผลอะไรครับ ดูได้จากการรีดภาษีในแต่ละประเภท ทำให้เห็นเลยครับว่ามันอันตราย และที่ผมอยากจะบอกท่านประธานที่เคารพว่า อีอีซี (EEC) ถ้าเป็นไปได้อย่าไปทำเลยครับ มีเหตุผลหลายประการ ผมเชื่อว่าท่านประธานชวนของผมคงจะเคยเดินทางไปท่องเที่ยว ภาคตะวันออก แม้ท่านจะอยู่ในพื้นที่ของท่านใกล้เคียงกับทะเลเยอะแล้วก็ตามนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้ท่องเที่ยวไปเที่ยวที่พัทยามีจำนวนมหาศาล คนไทย เดี๋ยวนี้พี่น้องในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงที่เขาไม่ค่อยได้เห็นทะเลครับ ถ้าสตางค์ น้อยหน่อยไปบางแสน เดี๋ยวนี้บางแสนเขาทำสวย มีหาดวอนนภาฝั่งซ้าย หาดฉิ่งฉาบทัวร์ ฝั่งขวา หาดไฮโซใกล้ ๆ เขาสามมุก แต่ผมจะบอกท่านประธานที่เคารพอย่างนี้ครับ ขับเลย จากบางแสนไปถึงอำเภอศรีราชา สองข้างทางท่านประธานที่เคารพครับ แวะซื้อข้าวหลาม หนองมนแล้วไปถึงพัทยา พัทยาแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไปเยอะมากครับ จากนั้นเดินทางต่อไป หาดจอมเทียน หาดจอมเทียนมุ่งหน้าต่อไปยังบางเสร่ เข้าเขตอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะ ๓ จังหวัด จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี และแปดริ้ว หรือจังหวัด ฉะเชิงเทราเป็นเขตของการท่องเที่ยวไม่ใช่หรือ เมื่อใดก็แล้วแต่ท่านต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่ารัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตกลงท่านจะเอาท่องเที่ยวหรืออุตสาหกรรม ผมฝากพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน โดยเฉพาะภาคตะวันออก เราคิดแต่ลงทุน ลงทุน ลงทุน และทุกวันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ชาวต่างชาติเขารู้จักภาคตะวันออกของไทยในฐานะเมืองท่องเที่ยว เขาไม่เคยรู้จักเลยว่า ภาคตะวันออกของไทยคือเมืองอุตสาหกรรม ท่านประธานที่ประเทศเกาหลีใต้มีเมืองปูซาน อยู่ทางทิศใต้ เวลาที่ใครไปปูซานเขาบอกว่าไปทำไม อากาศไม่ดีเพราะเป็นเขตอุตสาหกรรม โรงงานยี่ห้อรถยนต์ฮุนได ซันยอง อยู่แถว ๆ ปูซานทางด้านใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมอยากจะบอกพี่น้องประชาชนก็คือว่าเป็นการคิดที่ผิดฝาผิดตัว ผิดเวลา และผิดโอกาส ของรัฐบาลไทยภายใต้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่

ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ เลียบชายฝั่งภาคตะวันออกตั้งแต่ บางปะกง จังหวัดสมุทรปราการ ไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจังหวัดระยอง ตรงนั้นเรารู้จัก ในนามของเมืองท่องเที่ยว แต่ปรากฏว่าพอมีข่าวนี้ ท่านประธานรู้หรือไม่ครับ เพื่อนชาวต่างชาติผมบอกว่าปีหน้าถ้าเกิดจะมาเมืองไทย อีก ๒ ปีข้างหน้าจะมาเมืองไทย ตกลงจะไปเที่ยวแล้วจะเจอควันพิษจากเขตอุตสาหกรรมที่กำลังจะตั้งในย่านนั้นหรือไม่ ตั้งสติกันให้ดีนะครับรัฐบาลชุดนี้ เพราะเมื่อใดก็แล้วแต่ท่านประกาศเขต อีอีซี (EEC) ไป คนจะรู้สึกเลยว่าถ้าจะไปพัทยามันอยู่ในเขตอุตสาหกรรม ไม่ใช่เขตท่องเที่ยว คนพัทยา ระยอง ชลบุรี บางแสน ศรีราชา บางเสร่ เตรียมตัวตายกับธุรกิจท่องเที่ยวท่านได้เลยครับ ท่านประธานพอนึกออกหรือไม่ครับ เพราะเวลาเราไปเมืองนอก ถ้าเราไปเที่ยวประเทศ เกาหลี เราไปดูแดจังกึม ไปติดตามอะไรต่าง ๆ ตามเกาะนามิว่าไป แต่ถ้าเกิดใครชวนผมไป ปูซานทางประเทศเกาหลีใต้ ทางด้านล่างของประเทศเขา ผมไม่ไปครับ ยกเว้นแต่ผมไปดู โรงงานอุตสาหกรรม แต่คราวนี้คือรัฐบาลกำลังจะทำอะไรที่ผมพูดเลยว่าใช้ไม่ได้ พี่น้องจังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี ผู้แทนราษฎรหลายพรรคอยู่ที่นี่ ท่านฟังให้ดีนะครับ เมื่อใดที่โครงการ อีอีซี (EEC) ประกาศเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ท่านต้องยอมรับความเป็น เขตอุตสาหกรรม หมายความว่าการท่องเที่ยวยกเลิกทันที ให้ผมมีสตางค์ ผมเป็นฝรั่ง ชาวสวีเดน เดนมาร์ก เบลเยี่ยม ถ้าผมจะมาเมืองไทย แล้วผมบอกจะไปพัทยา ไประยอง ไปเที่ยวบางเสร่ ไปเที่ยวหาดสวย ๆ ผมไม่มาเลยครับ ผมจะเปลี่ยนไปที่อื่นครับ ไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปหัวหิน ไปชะอำ คำถามก็คือว่า อีอีซี (EEC) ที่ท่านกำลังจะ ดำเนินการอยู่นี้ นโยบายท่านเอาอย่างไร ท่านเตรียมรับมือกับกระทรวงท่องเที่ยวหรือไม่ว่า ถ้าหลังจากนี้คนเขาไปพัทยาเขาบอกว่าไม่มาแล้ว สาระสำคัญต่อมาท่านประธานที่เคารพ รถไฟที่วิ่งตั้งแต่เขตพวกผม เขตท่านการุณ โหสกุล ดอนเมือง ผ่านไปยังลาดกระบังของ ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ หลายเขตที่จากกรุงเทพมหานครผ่านแถวบ้านผมไปแปดริ้ว จังหวัดระยองก่อน ความหมายคืออะไรครับ นั่งรถไฟไป อีอีซี (EEC) ต้องเลี้ยวซ้ายผ่าน คลองสามวาบ้านผมไปแถวมีนบุรี เข้าแปดริ้วถึงจะเลี้ยวขวาเข้าไปที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง คำตอบคืออะไรครับ ท่านใช้แปดริ้วเป็นอะไรครับ เป็นที่พักสินค้า ทั้ง ๆ ที่จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี หลายอำเภอครับ ตั้งแต่ติดกับจังหวัดสมุทรปราการ ไล่ขึ้นไป บางปะกงไล่ขึ้นไป มีพื้นที่ว่างเยอะแยะมากมาย แต่รัฐบาลพยายามจะขยายพื้นที่ เข้ามาที่จังหวัดฉะเชิงเทราหรือแปดริ้ว คำตอบก็คือว่าไปเอื้อประโยชน์กับใครครับ รถไฟเชื่อมสนามบิน ๓ สาย จากกรุงเทพมหานครไปสุวรรณภูมิ ดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ ไปที่แปดริ้ว แปดริ้วเลี้ยวไปจังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรีเลี้ยวไปที่ระยอง ไปที่อู่ตะเภา คำตอบ ก็คือว่ามีผู้ได้ประโยชน์เรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร นอกจากนี้ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่เห็นด้วย เลยว่าโครงการนี้จะไปจัดแถว ๆ ภาคตะวันออก อะไร ๆ ก็กระจุกอยู่ในกรุงเทพมหานคร อะไร ๆ ก็กระจุกอยู่แต่ภาคตะวันออก ไปพัทยาวันนี้ท่านประธานครับเราไปสายมอเตอร์เวย์ (Motorway) พอวิ่งเสียเงินที่มุ่งหน้าเข้าพัทยา เข้าพัทยากลางปุ๊บท่านจะเห็นเลยครับ เมืองบรรยากาศเหมือนเราขึ้นสะพานแขวนและกลับมายังกรุงเทพมหานคร ตึกสูงเต็มไปหมด บรรยากาศการท่องเที่ยวดี ธุรกิจพัทยามีสาย ๑ สาย ๒ สาย ๓ สาย ๔ สาย ๕ หมายความว่า อะไรครับ รัฐบาลที่ผ่านมาตลอด ๑๐ ปี ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้พัทยาเป็นเมืองน่าเที่ยว อะไรที่เป็นสีเทา อะไรที่มีอะโกโก้ โชว์โป๊ ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมกันไป แต่หาดพัทยาสวยครับ เพลงเขาร้องว่าอย่างไรรู้หรือไม่ท่านประธานครับ โอ้พัทยาจันทรา ทำด้วยกระดาษ หมายความว่าอะไรครับ จันทราถูกฉีกไปทุกวัน ๆ คือความสด สะอาด ของเมืองพัทยา เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมบอกว่าทำไมจึงไม่ควรเลยโครงการนี้ และทำไมจึงต้องไปที่อื่น เดี๋ยวผมมีคำเสนอแนะ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากโซน ต่าง ๆ ที่ท่านเลี้ยวซ้ายตีโค้งอ้อมไปแล้วนี่นะครับ โดยท่านหวังว่าท่านจะพัฒนาให้แปดริ้ว เป็นเมืองเจริญ กรุงเทพมหานครห่างจากจังหวัดฉะเชิงเทราประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ขึ้นทางด่วนบางนา-บางปะกง ลงปุ๊บถึงจังหวัดชลบุรี ๕๗ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพ ลงบางบ่อเลี้ยวขวาเข้าจังหวัดสมุทรปราการเขตนิคมอุตสาหกรรม เยอะแยะมากครับ คนกรุงเทพฯ กำลังจะตายกับมลพิษอยู่แล้ว ท่านประธานครับวันดีคืนดีรัฐบาลประกาศ อีอีซี (EEC) หมายความว่าเรื่องมลภาวะ เรื่องมลพิษจะมากมายทั้งกรุงเทพมหานคร จังหวัด ฉะเชิงเทรา จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดใกล้เคียงใน ภาคตะวันออกที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเรา ขีดเส้นใต้หลายครั้งครับว่าไม่เห็นด้วยกับ โครงการ อีอีซี (EEC) ไปทำที่อื่น เพราะอะไรครับ ทุกวันนี้นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง แน่นไปหมดแล้วท่านประธานครับ ใครก็แล้วแต่ที่ขับรถจากกรุงเทพมหานครท่านไปเที่ยว พัทยาท่านลองดู แล้วฟังคำจิรายุไว้นะครับ ถ้าท่านขับรถเลน (Lane) กลางท่านมีโอกาส ตายได้นะครับ เพราะเดี๋ยวนี้ ๑๘ ล้อ พ่อเล่นวิ่งกันเลน (Lane) กลาง บางคัน บางรุ่น บางเทรลเลอร์ (Trailer) วิ่งกันชิดขวาครับ คืออะไรครับ มันเป็นเส้นทางขนสินค้า แล้วท่าน ไปควบคุมบอก ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดจีพีเอส (GPS) ไปถามกรมการขนส่งทางบกเลย หรือท่านประธาน หรือท่านสมาชิกขับรถประกบดูครับ ดูไมล์ของท่านครับ ไม่มีหรอกครับ จีพีเอส (GPS) รถคันนี้ควบคุมด้วยความเร็ว ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไปขึ้นที่กรมการขนส่งทางบก โม้ ทำไว้หลอกเจ้าหน้าที่ เพราะฉะนั้นที่ผมอภิปรายบอกว่าเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก อย่าไปทำในภาคนี้ครับ หาเงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้ปัญญาของผู้บริหาร ระดับประเทศว่าจะต้องคิดว่าจะเอาเรื่องการท่องเที่ยวหรือจะเอาเรื่องเศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะมีข้อเสนอแนะอย่างนี้ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจิรายุสรุปได้นะครับ ขออภัยด้วยครับ เชิญเลยครับ จะได้ประหยัดเวลาเพื่อไปเรื่องอื่นครับ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของข้อเสนอแนะของผม ผมได้เห็นเมืองไทยตกเป็นรองประเทศสิงคโปร์แล้วก็อีก หลากหลายประเทศมานานครับ ช่องแคบมะละกา คลองปานามา คนไทยตั้งสติดี ๆ ว่า เรื่องเศรษฐกิจกับเรื่องการท่องเที่ยวกับเรื่องวิถีชีวิตจะเอาอย่างไรกันแน่ เราปล่อยให้เรือที่วิ่ง มาจากมหาสมุทรอินเดีย จากยุโรปผ่านช่องแคบสุมาตราเข้าทางประเทศสิงคโปร์ผ่านไป พอเรามีแนวคิดจะขุดคลองคอคอดกระ โอ้โฮ ไม่ได้ จะแบ่งประเทศ ท่านประธานครับ ฝั่งนี้กรุงเทพมาหานครนะครับ มองกระจกไปครับ นั่นธนบุรีนะครับ มันมีแม่น้ำกั้นอยู่ ตลอดเลยนะครับ ประเทศญี่ปุ่นมีเกาะเยอะแยะมากมาย เขาก็ไม่เคยเห็นมีปัญหาครับ และที่สำคัญรัฐบาลถ้าจะเริ่มทำให้เศรษฐกิจดี ท่านต้องเปิดแหล่งลงทุนใหม่ ๆ ให้กับต่างชาติ แล้วเจรจาผลประโยชน์ให้ได้ดีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมบอกอย่างนี้ครับว่า ในเรื่องของเส้นทางถ้าเราสามารถทำได้และมีการศึกษาอย่างขั้นเป็นตอน เราเรียกว่า คลองไทย คลองไทยวิ่งมาจากฝั่งตะวันตก ก็คือทะเลอันดามันแถวบ้านท่านประธานละครับ แล้วก็ตัดเข้าสู่อ่าวไทยทะลุไปประเทศญี่ปุ่น ไปมหาสมุทรแปซิฟิก ไปประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย ไปถึงฮาวายได้ท่านประธานครับ เราไม่เคยยอมรับความจริงกับในสภานี้ และพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะรัฐบาลไม่เคยที่จะทำเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง เมื่อใดก็แล้วแต่ถ้าคลองนี้ความกว้างประมาณ ๘๐๐ เมตร ท่านประธานครับ ท่านทำสะพาน สะพานแขวนที่นี่กว้างนะครับ ผมเพิ่งไปที่ประเทศฟิลิปปินส์มาท่านประธานครับ เป็นเกาะ ทางใต้ เขาเรียกว่า เกาะเซบู ห่างกันอยู่ประมาณ ๒-๓ กิโลเมตร ทำสะพานข้ามไปครับ เขาไม่เคยเป็นห่วง เขาบอกว่านี่ละคือการลงทุน และทำให้เศรษฐกิจของเกาะเซบูทางใต้ของ ประเทศฟิลิปปินส์นั้นเจริญ แล้วก็ทำเป็นท่าเรือ ท่านประธานคิดดูนะครับพี่น้องชาวใต้ของ ท่านประธานจะกินดีอยู่ดี เศรษฐกิจของประเทศจะคึกคักขนาดไหนครับ ถ้าตรงนั้นเป็น เขตอุตสาหกรรม ไปศึกษาให้ดีครับ ถ้าไปกระทบสิ่งแวดล้อมก็ลองดูครับว่าผลกระทบ มันคุ้มค่าหรือไม่ อย่างไร ทำคลองไทยครับ เรือเยอะแยะมากมายขนสินค้า เราไม่ต้องเสียเงิน ให้กับประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์มีอะไรท่านประธานครับ มีแต่ลอดช่อง ขายอะไร ไม่ได้เลย ขายลอดช่องสิงคโปร์อย่างเดียว แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไรครับ รวยกว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่เจริญอันดับหนึ่งของเอเชีย รองจากประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียว แล้วประเทศไทยเดี๋ยวนี้ไปไหนก็อายเขาตัวลีบ เพราะเราไปคิดแบบอย่างนี้ คิดว่า อุตสาหกรรมในภาคตะวันออกมีแล้ว แหลมฉบังมีแล้ว อย่างที่ผมบอกครับท่านประธาน ถ้าโครงการนี้ผ่านต่อไปนี้ท่องเที่ยวพัทยา ระยอง สัตหีบ เกาะเสม็ด เกาะช้าง เกาะล้าน เตรียมตัวตายได้เลย ฝรั่งไม่มา คนจีนก็ไม่มา เพราะคนจีนรู้ดีว่าเวลาลงทุนที่ไหนมลพิษ จะมากขึ้น คลองคอคอดกระหรือคลองไทยท่านเคยคิดทำกันบ้างไหม ศึกษาสิครับ หรือศึกษาไปแล้วเอาไปต่อยอดได้ไหม และอธิบายต่อสังคม สร้างเป็นเขตอุตสาหกรรม เอาที่ ประชาชนน้อย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ไม่ต้องผ่านป่าน้อย เท่านี้ละครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นโดยสรุปผมอยากจะเรียนผ่านไปยังรัฐบาล ผ่านไปยังท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ท่านลองฟังสภาผู้แทนราษฎร ประชาชนที่นั่ง อยู่ในนี้ก็คือเกือบ ๗๐ ล้านคน ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมได้ยินคนบางคน ในคณะรัฐมนตรีไปพูดว่า ส.ส. บางคนมันโง่ ผมบอกก็ไม่ได้ฉลาดไปกว่าท่าน หรือท่านก็ ไม่ได้ฉลาดไปกว่าพวกผมหรอก เพราะอะไรท่านประธานที่เคารพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คน มาจากหลากหลายอาชีพ มาจากหลากหลายปราชญ์ จะให้ผมไปคุยเรื่องข้าว กับพี่คนหนึ่งที่เขารู้เรื่องข้าวผมก็พูดไม่รู้เรื่อง จะให้ไปคุยกับปราชญ์ทางด้านของการศึกษา ฝั่งซีกรัฐบาลผมก็พูดไม่รู้เรื่อง เพราะผมมาอีกทางด้านหนึ่งในความเชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้น ท่านต้องฟังสภาผู้แทนราษฎรให้เยอะ ยิ่งความเห็นใด ๆ ก็แล้วแต่ของพี่น้องประชาชนที่ผ่าน ตัวแทนในสภา ๕๐๐ ท่าน มันคือพรอันประเสริฐที่จะทำให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินอย่างสง่าแล้วก็ไปสู่สังคมโลกได้ โดยสรุปท่านประธานที่เคารพ ผมไม่เห็นด้วยเลย แล้วขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาในเรื่องเขตเศรษฐกิจนี้ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ขอไว้ ๑๐ นาทีครับ

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ ก็ต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านอย่างสูงที่ให้กระผมได้อภิปรายในนามของพรรคภูมิใจไทย แต่ก่อนที่จะลงมติไม่ว่าจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยในการตั้งคณะกรรมาธิการของเรื่อง อีอีซี (EEC) นี้ โครงการของ อีอีซี (EEC) เป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ที่มี การลงทุนถึง ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชนคือ พีพีพี (PPP) ๑.๗ ล้านล้านบาท ในระยะเวลาการลงทุนถึง ๕ ปี โครงการขนาดนี้เป็นขนาดใหญ่ ก็ต้องขอชื่นชมที่ผู้นำกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจที่จะนำโครงการซึ่งเป็นโครงการทั้งใหม่ ทั้งใหญ่ แล้วต้องมีการร่วมมือกันกับภาคเอกชน ก็ต้องขอชื่นชมที่ทุกคนมีความห่วงใย ต่อประเทศชาติ เป็นความห่วงใยของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหาย หรือกระทบกระเทือนต่อการดำเนินงานในภาพรวม ๆ ของประเทศ หลายคนอาจจะมองว่า อาจจะมองเฉพาะจุดดำบนผ้าขาว แต่ส่วนผมจะมองว่าผ้าขาวซึ่งอาจจะมีจุดดำบ้างเล็ก ๆ ซึ่งก็เป็นอุปสรรคในการที่เราต้องแก้ไขและเป็นโอกาสของประเทศอย่างแท้จริง ทำไมครับ เราต้องมี อีอีซี (EEC) กว่าจะมาถึง อีอีซี (EEC) นี้เราต้องย้อนไปเมื่อ ๓๗ ปีที่แล้ว ตั้งแต่ ปี ๒๕๒๕ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ท่านก็ได้ไปดำริโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ขึ้น กว่าจะมาถึง ๓๗-๓๘ ปีนี้ก็เหมือนกับคนละครับ กว่าจะผ่าน วัยเด็ก วัยรุ่น จนศึกษาจบมหาวิทยาลัย มีการทำงานล้มลุกคลุกคลานมา ผ่านประสบการณ์ ต่าง ๆ แล้วจนเป็นอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) มานี่นะครับ แล้วท่านจะเอา ประสบการณ์นี้ไปเริ่มต้นที่ตรงไหนอีกหรือครับ มันเป็นความก้าวหน้าของประเทศ มันเริ่ม จากความเป็นจริงบนรากฐานของความรู้ การลงทุน เทคโนโลยี มันไม่ใช่เพียงแต่เป็น วาทกรรมหรือการเล่ากันมาอย่างเพ้อเจ้อ แต่ทุกอย่างมันเป็นงานที่เราได้มีตัวชี้วัดกันแล้ว ผมว่าที่ตรง อีอีซี (EEC) ในปัจจุบันนี้ความก้าวหน้า เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง มันเป็นโลก ของดิสรัปทีฟ เทคโนโลยี (Disruptive technology) มีความผันผวนทางด้านเศรษฐกิจของ เศรษฐกิจโลก มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีต่าง ๆ โลกสู่การเปลี่ยนแปลงครับ แล้วถ้าประเทศไทยเราไม่ปรับละครับ เราจะไม่ตกเวทีโลกหรือ ต้องขอกล่าวอีกครั้งหนึ่ง บางอย่างผมก็ไม่ได้เห็นด้วย แต่บางอย่างครั้งนี้ผมเชื่อวิชัน (Vision) ของผู้นำต้องกล้าตัดสินใจครับ จะทำโครงการ เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ซึ่งเป็นโครงการใหญ่และโครงการแรก กล้าคิด กฎหมาย ก็ใหม่ โครงการก็ใหญ่ ถ้าไม่กล้าคิดกล้าทำละครับ รัฐบาลเองที่คิดโครงการนี้ก็คงจะเอา ประสบการณ์ในการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนของเรื่องโฮปเวลล์ (Hopewell) ที่มีปัญหา มาแล้วมาสร้างโครงการต่าง ๆ ทำไมต้องมี อีอีซี (EEC) แต่ผมมองในเรื่องจุดเด่นว่าอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) มันอยู่ในแหล่งภูมิศาสตร์ที่เดิมอยู่แล้วก็เป็นชายฝั่ง ที่เรา ก่อร่างสร้างตัวกันมาถึง ๓๗ ปี มีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ถนน สนามบิน ท่าเรือ หรือแหล่งท่องเที่ยว ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างก็ถูก การที่ตั้งอยู่ตรงนั้นแล้วมันเจริญ อยู่แล้วก็จริง แต่ถ้าเราไปรวมจัดโซน (Zone) ในอุตสาหกรรม ก็เหมือนร้านทองละครับ มันอยู่รวมกันเยอะ ๆ คนก็จะได้ไปเยอะ ๆ ดีครับ แต่บางทีกระจายมันก็ทำให้เกิด การควบคุมยากอยู่เหมือนกัน จากอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ซึ่งเราเหมือนกับ เป็นโลคอล (Local) ของอาเซียน (ASEAN) แต่ปัจจุบันนี้เรากำลังปรับตกแต่งให้ อีอีซี (EEC) เป็นโกลบอล (Global) เป็นอินเตอร์เนชันนัล (International) เชื่อมโลกจากประเทศอินเดีย ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ถึง ๓,๕๐๐ ล้านคน ครึ่งโลกเชียวนะครับ แต่ขณะนี้ก็ต้องถือว่าเรามีความจำเป็นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ อีอีซี (EEC) จุดแรก คือสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม รัฐยังมีโครงการเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ซึ่งมี วิทยาศาสตร์ที่นำประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) รัฐจำเป็นต้องมีโครงสร้าง พื้นฐานที่มีความจำเป็นสำหรับประเทศชาติอย่างมาก โดยการร่วมทุนกับภาคเอกชน ๑. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ๒. โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นศูนย์การบินนานาชาติ ซึ่งมีความสำคัญเราจะเป็นฮับ (Hub) ของการบิน เราจะเป็น ศูนย์กลางซ่อมบำรุงพัฒนาท่าอากาศยาน ซึ่งตรงนี้ครับในอนาคตเชื่อว่าจะเป็นฮับ (Hub) ของการอากาศยานและซ่อมบำรุงที่จะสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศชาติอย่างมหาศาล เรามี การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด การที่บอกว่าทำไมครับ ผมเชื่อมั่นว่า ทางผู้บริหารหรือผู้ควบคุมนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้คงจะคิดกันถูกแล้วว่าจากประสบการณ์ ของแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) เอง การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ต้องขาดทุนในการ ดำเนินการเองถึง ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท และขาดทุนสะสมทุก ๆ ปี ปีละ ๓๐๐ ล้านบาท จึงทำให้รัฐพยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยการให้เอกชนมามีส่วนร่วมในการร่วมลงทุน เพื่อการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ในวันนี้ผมเชื่ออาจจะไม่จำเป็นสำหรับวันนี้ แต่วิชัน (Vision) ของผู้นำบางทีต้องมองไปข้างหน้า ไม่ใช่มองแค่วันนี้ พรุ่งนี้แล้วใครล่ะครับ จะมองเห็นในความเป็นวิสัยทัศน์อันนั้น เพราะวันนี้สนามบินทั้ง ๒ สนามบิน ไม่ว่าจะเป็น สนามบินดอนเมืองซึ่งต้องรับผู้โดยสารถึง ๔๐ ล้านคน ขณะที่มีความจุเพียง ๓๐ ล้านคน สนามบินสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารถึง ๖๒ ล้านคน ขณะที่ความจุเพียง ๔๕ ล้านคน วันนี้เป็น โอกาสของ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสฤษดิ์กรุณาสรุป ด้วยครับ

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

เพราะฉะนั้นความเจริญต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องสาธารณสุขนะครับ เราถือว่าเป็นฮับ (Hub) ของเมดิคอล ฮับ (Medical Hub) ซึ่งเห็นว่าประเทศไทยวันนี้เป็นโอกาสครับ เป็นจุดแข็ง ซึ่งถ้าเกิดมี อีอีซี (EEC) เกิดขึ้น เราจะมีการส่งเสริมและสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศชาติอย่างมาก

อีกอันหนึ่งคือเรื่องการศึกษาครับ ผมเชื่อว่านโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีการผลักดันว่าอยากจะให้มีเด็กอาชีวศึกษาเพิ่มมากยิ่งขึ้น วันนี้ละครับเป็นโอกาสที่ดีแล้ว ของเรื่องการลงทุนมนุษย์ ซึ่งก็บอกแล้วว่า อีอีซี (EEC) ต้องการผู้ที่จบอาชีวศึกษาถึงครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนที่จะเกิดขึ้นในอีก ๕ ปีข้างหน้า แต่ละปีนี้ปีละแสนคน แสนคน หรือเชื่อว่าจะมีการพัฒนา เพียงแต่ว่าข้อแนะนำเลยครับ ของภาครัฐบาลก็ควรที่จะมี มาตรการในการถ่ายทอดโนว์ฮาว (Knowhow) ให้กับการศึกษา หรือให้มีส่วนร่วมในเรื่อง ของทวิภาคีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เยาวชนได้ศึกษาความรู้และนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาให้กับ การศึกษาต่อไป และอีกอย่างหนึ่งจะเป็นการลดภาระหรือแก้ปัญหาเรื่องของกองทุน กยศ. เพราะเด็กที่เรียน ระดับของอาชีวศึกษานั้นก็จะมีรายได้ในระหว่างเรียน ถ้ามีการเรียนในภาคทวิภาคี การเรียนออนไลน์อีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยครับ ดังนั้นข้อเสนอแนะ ที่จะนำเสนอของภาครัฐบาลคือ การถ่ายทอดโนว์ฮาว (Khowhow) ในการเรื่องของปรับปรุง หลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการของประเทศ สรุปว่าถ้าหาก อีอีซี (EEC) ได้ดำเนินการ ต่ออย่างรีบร้อน อย่างเร่งด่วนนั้นจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติอย่างมหาศาล และทั้ง การคมนาคม การแพทย์ ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีระดับสูงเรื่องการศึกษา สาธารณสุข ด้วยการ กำกับหรือการพัฒนาโดยพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ผมหวังว่านโยบายต่าง ๆ จะมี การขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างชัดเจน ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการนั้น ขณะนี้เราก็มีคณะกรรมาธิการประจำหน่วยต่าง ๆ อยู่แล้วเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น การสาธารณสุข การคมนาคม การท่องเที่ยว และการศึกษา เชื่อว่าการขับเคลื่อนคงจะ เป็นไปไม่มีการซับซ้อน ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านซูการ์โน มะทา ขอไว้ ๑๕ นาที ขอต่อรองนะครับ ขอไม่เกิน ๑๐ นาทีครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมลงญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ตรวจสอบ การดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) และการกำหนดเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) ร่วมกับท่านอาจารย์ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ

ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมร่วมลงชื่อในญัตติด่วนครั้งนี้หาใช่ว่าผมจะ ขัดขวางหรือยับยั้งการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของประเทศแต่อย่างใด ผมเชื่อว่าประเทศ มีความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาในทุกมิติ ให้มันมีผลทั้งให้สภาพเศรษฐกิจของประเทศ เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และมีผลประโยชน์ต่อมวลมหาประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ แต่การกำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศของผู้นำรัฐบาลนั้นจำเป็นที่จะต้องกำหนดด้วย ความรอบคอบแล้วก็คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ยิ่งการดำเนินการโครงการ ใหญ่ ๆ ที่ใช้งบประมาณที่เป็นเงินภาษีจากพี่น้องประชาชนหรือใช้ทรัพยากรอันเป็นมรดกของ ประเทศที่รัฐบาลนำมาใช้นั้นผมคิดว่ายิ่งต้องทำด้วยความรอบคอบมากที่สุดนะครับ อันนี้คือ ที่ผมจำเป็นที่จะต้องบอกว่าผมร่วมลงชื่อในครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ว่าผมจะมายับยั้งหรือขัดขวาง การพัฒนาประเทศ ท่านประธานครับ จากมติของคณะรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติให้มีการอนุมัติ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา ระยะทาง ๒๒๖ กิโลเมตร มูลค่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น หลาย ๆ ท่านที่เป็นเพื่อนสมาชิกอันทรงเกียรติ ในสภานี้ได้อภิปรายไปแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่ามันมีปัญหาในมิติต่าง ๆ หลาย ๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการเดินรถหรือระบบการก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งผมก็จะไม่ลงในรายละเอียดในส่วนนั้น แต่ผมจะพูดเพื่อขอให้กรรมาธิการ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้นะครับ จริงอยู่ว่าท่านประธานได้อนุมัติในการตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา แต่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา นั้นมีความเกี่ยวข้องในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าเรื่องของผังเมือง เรื่องของคมนาคม เรื่องของข้อกฎหมาย ฉะนั้นผมคิดว่าการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาจะเป็น หนทางหนึ่งที่จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาเสนอต่อรัฐบาลเพื่อเป็นการดูแลผลประโยชน์ของ ประเทศชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภานี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แล้วก็มี ผลกระทบกับหน่วยราชการหลายหน่วยงาน แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่รอบ ๆ ที่เป็นบริเวณ เส้นทางดังกล่าวนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมให้ความสำคัญในเรื่องของการนำที่ดินบริเวณมักกะสัน ๑๔๐ ไร่ ซึ่งทางผู้เสนอญัตติก็คือ ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็ได้บอกว่าที่ดินดังกล่าวเป็น ที่ดินที่พ่อหลวงเรา คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานให้การรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินการในกิจการรถไฟ แต่ในการอนุมัติ โครงการดังกล่าวมันก็มีข้อพิรุธหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของการที่พยายามจะแก้ ทีโออาร์ (TOR) ของโครงการ ตรงนี้ผมเป็นห่วงว่าการดำเนินการนำที่ดิน ๑๔๐ ไร่บริเวณมักกะสัน ของการรถไฟแห่งประเทศไทยไปรวมอยู่กับโครงการจะเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชน ให้ความสนใจ แล้วก็หน่วยงานที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ สหภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจของการรถไฟแห่งประเทศไทยก็มีความกังวลในเรื่องนี้ ก็อยากขอให้ทางรัฐบาลได้ ให้ความกระจ่างตรงนี้นะครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากเวลามีจำกัดผมก็คงไม่ลงลึก ในรายละเอียด แต่อยากบอกว่า ที่ดินบริเวณมักกะสันนั้นเป็นที่ดินของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้การรถไฟแห่งประเทศไทย เรานำที่ดินเพื่อไป เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนไปบริหารจัดการนั้น ท่านคิดว่าสมควรหรือไม่ เพราะว่ารัชกาลที่ ๕ เป็นผู้ริเริ่มการรถไฟแห่งประเทศไทยที่มีขึ้นอยู่ และผมเห็นด้วยกับท่านจิรายุว่าวันนี้โครงการ ต่าง ๆ ที่รัฐบาลน่าจะทำก็มีหลายโครงการที่สำคัญที่พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์นะครับ แต่เรื่องของการนำที่ดินไปอยู่ในโครงการนี้ ๑๔๐ ไร่ และยังให้สัมปทานถึง ๕๐ ปี บวกถึง ๙๙ ปี ท่านครับ มีโครงการหนึ่งของการรถไฟแห่งประเทศไทยนำที่ดินของการรถไฟ แห่งประเทศไทยไปใช้ประโยชน์ให้กับเอกชนบริหารจัดการ คือบริเวณที่ดินของสถานีรถไฟ จังหวัดยะลา สถานีรถไฟจังหวัดยะลาเดิมเป็นสถานีที่เป็นหน้าตาของจังหวัดยะลา แต่หลังจากที่ให้เอกชนไปบริหารแล้วความเป็นสถานีรถไฟของจังหวัดยะลา ณ ถึงวันนี้ไม่มี แล้วนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกทั้งหมดว่า วันนี้ผมขอนำเหตุและผล ทั้งหมดที่มานำเสนอนี้ว่า ขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ เราได้มาทำหน้าที่ในการพิจารณาแล้วก็ร่วมกันตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาโครงการ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ ๓ สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา เพื่อนำข้อมูล ทั้งหมดเสนอรัฐบาล และจะทำหน้าที่ในการดูแลปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนนะครับ ก็ขออนุญาตใช้เวลาที่ท่านประธานให้ทั้งหมดนี้เพียงเท่านี้ ขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้ผมได้อภิปรายสนับสนุนเหตุผลในการตั้งกรรมาธิการ ก็รอมานานสำหรับกรรมาธิการชุดนี้ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร ขอ ๑๐ นาที ผมขอไม่เกิน ๗ นาทีนะครับ

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร 🔗

ครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ต่อญัตติที่เรากำลังพิจารณา เรื่องของพื้นที่ อีอีซี (EEC) ผมได้รับฟังการอภิปรายจากเพื่อน ๆ สมาชิกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ทุกท่านก็สนับสนุน เพียงแต่ว่าอาจจะมีข้อสังเกต ข้อห่วงใยแตกต่างกันไป ในส่วนตัวผมเอง อยากจะอภิปรายในส่วนที่อาจจะยังไม่ค่อยมีท่านใดได้พูดถึงนักก็คือเรื่องของการศึกษา ในพื้นที่นะครับ เพราะผมเห็นว่าการพัฒนาพื้นที่ อีอีซี (EEC) ประเด็นสำคัญอันหนึ่งก็คือ การพัฒนาบุคลากร พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของบ้านเราซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวม ของประเทศ ท่านประธานครับ จากข้อมูลในพื้นที่ อีอีซี (EEC) จากนี้ไปอีก ๕ ปี ความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ หลังจากที่เกิดพื้นที่ อีอีซี (EEC) ขึ้นแล้ว จะมี ความต้องการอีกถึง ๔๗๕,๐๐๐ อัตรา ในนี้จะแบ่งเป็นแทบจะครึ่ง ๆ คือครึ่งหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าอัตราจะเป็นความต้องการในระดับปริญญาตรี ส่วนอีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ก็จะเป็นความต้องการกำลังคนในระดับอาชีวศึกษา แต่ว่าข้อมูลในปัจจุบันที่ อีอีซี (EEC) ในพื้นที่สถาบันการศึกษาในพื้นที่ อีอีซี (EEC) เราผลิต ปริญญาตรีได้ประมาณแค่ ๖๓,๐๐๐ คนต่อปี ดังนั้นถ้าคำนวณดูภายใน ๕ ปีที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่นี้นะครับ ความขาดแคลนนี้ยังมีข้อน่าห่วงใยมากกว่าเรื่องจำนวนอีก ก็คือว่าจากข้อมูลที่ผมได้มา ๖๓,๐๐๐ คนที่จบจากสถาบันในพื้นที่ อีอีซี (EEC) ปรากฏว่าจะมีอัตราการว่างงาน หรือทำงานต่ำกว่าระดับการศึกษาที่ตัวเองจบถึงปีละประมาณ ๒๒,๐๐๐ คน หมายความว่า ความขาดแคลนแรงงานของพื้นที่ อีอีซี (EEC) ไม่ได้ขาดแคลนแค่ปริมาณคนที่จบน้อยกว่า ตำแหน่งว่าง แต่ที่รุนแรงไปกว่านั้นก็คือเราขาดแคลนกำลังคนที่มีคุณภาพเพียงพอที่จะเข้าสู่ ตำแหน่งงาน ดังนั้นการเกิดขึ้นของพื้นที่ อีอีซี (EEC) จึงมีเป้าหมายหนึ่งก็คือ การพัฒนา กำลังคนอย่างเร่งด่วนนะครับ ในข้อมูลที่ได้รับนี้นะครับ อุตสาหกรรมที่จะเป็นเป้าหมายหลัก ที่สามารถรองรับกำลังคนได้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคนในอีก ๕ ปีข้างหน้าก็แบ่งออกเป็น ๗ อุตสาหกรรม ๓ โครงสร้างพื้นฐาน ผมขออนุญาตไล่ไปตั้งแต่อุตสาหกรรมยานยนต์ แห่งอนาคต อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมดิจิทัล โลจิสติกส์ (Logistics) อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมระบบราง อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว การแพทย์ แล้วก็พาณิชย์นาวี ทั้งหมดเหล่านี้ต้องการตั้งแต่ระดับอาชีวศึกษาไปจนถึง ปริญญาตรี สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมากล่าวเฉพาะเรื่องการศึกษา หรือการ เตรียมกำลังคน ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๑ ได้เกิดแผนบูรณาการการศึกษาเพื่อพัฒนา ภาคตะวันออกและพื้นที่ อีอีซี (EEC) เพื่อเป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนำของประเทศ แล้วหลังจากนั้น ก็จะมียุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนสนับสนุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ แล้วยังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษา ภาคตะวันออก และพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ อีอีซี (EEC) ตามมาด้วย ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักก็ได้มีงานที่ออกมาในส่วนของการพัฒนาการศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ อีอีซี (EEC) บ้างแล้ว ซึ่งก็เป็นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาผมก็มีโอกาสไปร่วมงานการศึกษาอาเซียน-จีน ซึ่งในงานนั้นก็จะ มีนักศึกษารุ่นแรกของวิทยาลัยอาชีวศึกษาจากภาคเอกชนด้วยในพื้นที่ อีอีซี (EEC) แล้วก็ ต่างจังหวัดนอกพื้นที่ อีอีซี (EEC) ที่จบวุฒิ ปวส. ระบบรางเป็นรุ่นแรกแล้ว จบเรียบร้อย รับ ปวส. ทั้งของประเทศไทยและของประเทศจีน กลุ่มนี้ก็จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ อีอีซี (EEC) เพื่อเป็นกำลังหลักในการพัฒนาระบบรางที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นที่และพื้นที่อื่น ๆ ที่เกิดขึ้น นอกเหนือจาก อีอีซี (EEC) ด้วย ดังนั้นระบบการศึกษาก็กำลังตอบสนองต่อพื้นที่ อีอีซี (EEC) ที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงไปนะครับ อันนี้ยกตัวอย่างแค่ระดับอาชีวศึกษา แต่ระดับ ปริญญาตรี สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ๘ สถาบันก็กำลังผลิตหลักสูตรใหม่ ๆ บางสถาบัน มีความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ จากประเทศสหรัฐอเมริกา จากประเทศจีน แล้วก็จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเรื่องของการท่องเที่ยวและการโรงแรม ตัวสถาบันเองที่ ทั้ง ๘ สถาบันอุดมศึกษาหลักในพื้นที่ก็กำลังปรับปรุงโครงการของตัวเอง หลักสูตรตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งมีวิทยาเขตอยู่ที่ จังหวัดระยองก็มีศูนย์ที่จะพัฒนาทางด้านหุ่นยนต์แล้วก็มีโครงการที่จะอัปเกรด (Upgrade) ยกระดับวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่ายที่จังหวัดระยองให้ขึ้นมาเป็นโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศึกษา ของมหาวิทยาลัยเอง ตอนนี้ก็กำลังรอความเห็นชอบจากรัฐบาลอยู่ ดังนั้นจะเห็นว่า ทุกองคาพยพที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ก็มีความตื่นตัว และกระตือรือร้นแล้วก็กำลังดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่กำลังจะเกิดขึ้น ในอีก ๕ ปีข้างหน้า ท่านประธานครับ ในส่วนของการพัฒนากำลังคน ผมคิดว่า อีอีซี (EEC) จะเป็นต้นแบบที่สำคัญ เพราะว่าทุกคนก็คงทราบกันอยู่ว่าการศึกษาของไทยนั้นมีปัญหา แต่ว่าที่พื้นที่ อีอีซี (EEC) เท่าที่เห็นแนวโน้มทุกฝ่ายตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือกัน เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็พูดถึงระบบทวิภาคีของอาชีวศึกษา อันนี้ก็เป็นตัวแบบหนึ่งที่จะเกิดขึ้น และเป็นทวิภาคีที่นำต้นแบบของประเทศเยอรมัน มาใช้ด้วย เพราะฉะนั้นการศึกษาบ้านเราที่ผลิตคนออกไปแล้วไม่มีงานทำ หรือไม่ตรงกับงาน ก็จะต้องลดน้อยลง ผมยังอยากจะเห็นความคืบหน้าของการพัฒนาบุคลากรใน อีอีซี (EEC) เผื่อจะเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ได้ และที่จะต้องเรียนก็คือว่าไม่ใช่เฉพาะ สถาบันการศึกษาในพื้นที่เท่านั้น แต่ว่าสถาบันการศึกษานอกพื้นที่ อีอีซี (EEC) ก็กำลัง ผลิตคนเพื่อป้อน อีอีซี (EEC) เช่นเดียวกัน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ก็มี เด็กจำนวนมากที่มาเรียนในระบบทวิภาคีบ้าง ระบบรางบ้าง แล้วก็มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ตัวเอง แต่ว่าเตรียมกำลังคนที่จะเข้ามาทำงานในพื้นที่ อีอีซี (EEC) เหล่านี้ก็จะเป็นส่วนสำคัญ ที่กระตุ้นให้การศึกษาบ้านเรามีการพัฒนามากขึ้น ดังนั้นผมเองก็หวังว่า อีอีซี (EEC) ควรจะ เดินหน้าต่อไป และในส่วนของการตรวจสอบผมก็คิดว่าเรามีกรรมาธิการสามัญต่าง ๆ ครบถ้วนอยู่แล้วในสภา ๓๐ กว่าคณะ เชื่อว่าการติดตามตรวจสอบปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นใน อีอีซี (EEC) น่าจะเพียงพอ ผมขออนุญาตรบกวนเวลาแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ คราวนี้ ผมขออนุญาตให้ทางฝ่ายรัฐบาลอีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ขอ ๑๐ นาที ขอต่อรองท่าน ๗ นาทีนะครับ เชิญเลยครับ ยังไม่อยู่นะครับ ผมขออนุญาตท่านสมพงษ์ โสภณ ขอ ๗ นาทีนะครับ

นายสมพงษ์ โสภณ ระยอง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สมพงษ์ โสภณ จังหวัดระยอง เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่อนุมัติงบประมาณมาลงพื้นที่จังหวัดระยอง เป็นเงินหลายพันล้านบาท ซึ่งจังหวัดระยอง ๓๐ กว่าปีมานี้ไม่เคยได้งบประมาณขนาดนี้ แล้วจะไม่ให้ผมดีใจได้อย่างไร เพราะฉะนั้นต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่จะต้องขอบคุณต่อมาก็คือท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายกันมาหลาย ๆ ท่าน ด้วยกัน ด้วยความเป็นห่วงจังหวัดระยอง ผมจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ ผมเกิดที่ จังหวัดระยอง อยู่ที่มาบตาพุด เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วมีโรงเรียนหนึ่งที่ต้องย้ายออกไปจาก พื้นที่ คือโรงเรียนของคุณพ่อผมเองที่เป็นผู้บริจาคที่ดินให้ ก็ประสบปัญหาจากมลภาวะ จนไม่สามารถจะอยู่ได้ ก็เลยต้องย้ายออกไป ความที่ผมเกิดอยู่ที่จังหวัดระยอง แล้วก็เกิดที่ มาบตาพุด ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้สัมผัสได้รู้ ได้เห็น ได้อยู่ในเหตุการณ์มันมากมาย ท่านประธานครับ จะรถแก๊สคว่ำ โรงงานระเบิด ผมก็อยู่ในเหตุการณ์ตลอด เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าในอดีตรัฐบาลอาจจะไม่ได้วางมาตรการที่เข้มงวดเพียงพอ แม้กระทั่ง เรื่องของผังเมืองก็ดี เขตที่เป็นอุตสาหกรรมกับชุมชนอยู่ติดกันเลย อย่างนี้เป็นต้น ไม่มี บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) เพราะฉะนั้นนี่คือประสบการณ์ที่ผมอยู่แล้วก็ประสบมา โดยตลอดนะครับ ก็ขอบคุณท่านสมาชิกที่เป็นห่วง ถึงแม้ว่าภาคอุตสาหกรรมหลาย ๆ ท่าน อาจจะมองว่าทำให้เกิดมลภาวะ แต่ท่านประธานเชื่อไหมว่าวันนี้ชุมชนทุกชุมชนที่อยู่ในเขต พื้นที่อุตสาหกรรมเขาอยู่กันได้แล้วครับ ปรับตัวเข้ากันได้ เพราะว่าภาคอุตสาหกรรมเองก็มี พัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาก็ทำให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นลดน้อยลงไป ก็เลยทำให้ ณ วันนี้ชุมชนกับอุตสาหกรรมก็แทบจะอยู่ด้วยกันได้ ผมคงหนีไปไหนไม่ได้ครับ เพราะว่า ผมเกิดที่นั่น ก็คงต้องอยู่แล้วก็ต้องให้เห็นในการพัฒนาในลำดับต่อไปนะครับ สิ่งที่อยากจะฝากไปถึงรัฐบาลเลยก็คือ อีอีซี (EEC) ที่จะเกิดต่อไปนี้ ๑. ผังเมืองต้องชัดเจน กำหนดพื้นที่อุตสาหกรรมให้ชัดเจน มีบัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) การกำหนดเขต อุตสาหกรรมให้ชัดเจนนี่ในส่วนของผังเมือง ในส่วนของการเตรียมบุคลากรหลาย ๆ ท่าน ก็ได้พูดไปนะครับ คนที่ว่างงานในพื้นที่มาบตาพุดที่เกิดที่มาบตาพุดเยอะแยะมากมาย เลยครับ วันนี้ก็ได้มีการขยับเขยื้อน มีการขับเคลื่อนแล้วที่จะประสานงานร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่หลาย ๆ โรงเรียนด้วยกัน เพื่อที่จะเตรียมในเรื่องของการศึกษา ให้รองรับคนที่จะมาทำงานในโครงการ อีอีซี (EEC) ที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมสนับสนุน เลยนะครับว่าอย่างไรก็ต้องให้เกิด เพราะว่าผมรับมาเยอะแล้วท่านประธานครับ รับเยอะมาก แต่ไม่อยากให้เกิดขึ้นในอนาคต รถไฟความเร็วสูงที่จะมาผมเชื่อว่าการลงทุน คนเราบางทีก็ต้องใจกล้า เราก็ต้องกล้าให้เขาก่อน ไม่อย่างนั้นใครจะมา ถูกไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นสนามบินก็ดี ในอีกหลายสิบปี อีก ๑๐ กว่าปี ข้างหน้าจะมีผู้คนมาใช้บริการในสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาถ้าตามเป้าหมายถึง ๓๐ ล้านคน คนที่มาลงที่สนามบินก็ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก และต่อจากนั้นผมคนระยอง จะได้อะไร ก็คือได้จากพวกนี้ครับ คนที่มาใช้บริการสนามบินก็ต้องมาอยู่ มากิน มาใช้จ่าย อุปโภคบริโภค ท่องเที่ยว คนระยองก็ได้รับประโยชน์ครับ เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ต่อจากนั้นแล้ว ผังเมืองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากก็คือในเรื่องของกรอบอัตรา ก็คือในส่วนของไม่ว่าจะ การศึกษาหรือสาธารณสุขก็ควรจะแยกออกนะครับ ไม่ควรจะไปรวมอยู่กับ ก.พ. เพราะอะไร ท่านประธานครับ วันนี้โรงพยาบาลมาบตาพุด ๒๐๐ เตียงครับ สมัยท่านประธานด้วยซ้ำ ที่อนุมัติงบไปที่โรงพยาบาลมาบตาพุด ๒๐๐ เตียง แต่วันนี้ไม่มีบุคลากรครับ โรงพยาบาล บ้านฉาง ภาคอุตสาหกรรมสนับสนุนงบประมาณทำศูนย์ฟอกไต เทสต์ (Test) เครื่องแล้ว แต่ไม่สามารถหาบุคลากรมาได้ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็ฝากเรื่องกรอบอัตรากำลังที่จะมา รองรับด้วยนะครับ การศึกษาแล้ว ท่องเที่ยวแล้ว ผังเมืองแล้ว สุดท้ายผมขอบคุณท่าน ส.ส. ทุกท่านที่เป็นห่วงพี่น้องชาวระยอง แล้วก็ฝากคณะกรรมาธิการทุกคณะช่วยตรวจสอบดูแล สนับสนุน นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่จะเกิดกับ อีอีซี (EEC) ข้างหน้า และท้ายที่สุด ฝากถึงรัฐบาลว่าขอให้คิดวางแผน วางมาตรการที่รอบคอบ สิ่งต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นที่ระยอง ที่มาบตาพุดก็ขอให้เป็นครู ความผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิด แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอนาคตข้างหน้าคงจะไม่มีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้น ขอขอบคุณ ทุกท่านครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ฝ่ายค้าน ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ ขอเชิญนะครับ ขอไว้ ๑๐ นาที ขอสัก ๗ นาทีนะครับ

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ที่จริงอาจจะต้องใช้เวลาไม่มากนัก เพราะว่าเตรียมไว้ตั้งแต่ ทีโอที (TOT) น่าจะลืมไปเกือบหมดแล้วท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน วันนี้ผมขอ อภิปรายเรื่องโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ระยะทาง ๒๒๐ กิโลเมตร เป็นเงินมูลค่า ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนอื่นผมใคร่ขออ่าน ข้อเขียนคอลัมน์ท่านหนึ่ง ซึ่งความเห็นของท่านน่าจะสะท้อนความเห็นของประชาชนไปด้วย ซึ่งได้ขออนุญาตท่านประธานไว้แล้วนะครับ สั้น ๆ จะไม่ใช้เวลามากนัก ข้อเขียนนั้นเขียนว่า โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง สัมปทาน ๕๐ ปี พร้อมของแถมพิเศษชิ้นโต ที่ดินไข่แดง แปลงใหญ่ย่านมักกะสัน ๑๕๐ ไร่ และศรีราชา ๒๙ ไร่ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ ๕๐ ปี คาดว่าจะมีรายได้คุ้มทุนใน ๒๐ ปี เหลือสัมปทานอีก ๓๐ ปี จะฟันกำไรสะดือบาน ขอประทานโทษ ท่านเขียนมาอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ จริง ไม่จริง อันนี้เดี๋ยวต้องไปพิจารณา ทางคณะกรรมาธิการพิจารณานะครับ ระหว่าง ๒ กลุ่มคือ กลุ่มซีพีและกลุ่มเจ้าสัว จุด จุด จุด ขึ้นตาชั่งเทียบปอนด์ต่อปอนด์ สรุปว่าขอจิ้มเลยว่า ขอประทานโทษครับ ท่านจิ้มว่ากลุ่มซีพี จะเป็นผู้ชนะการประมูล เหตุผลกล้าฟันธง เพราะว่าเจ้าสัวซีพี เคยเปิดใจกับสื่อมวลชน เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๙ ระหว่างร่วมคณะของท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิดเดินทาง ไปโรดโชว์ (Roadshow) ที่ต่างประเทศ ที่ประเทศจีน เจ้าสัวพูดถึงโครงการรถไฟฟ้านี้ว่า กลุ่มซีพีจะได้กำไรมากหรือน้อยไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือต้องทำให้สำเร็จ เพราะท่าน นายกรัฐมนตรีต้องการให้ทำ เจ้าสัวกล่าวเสริมว่า พลเอก ประยุทธ์ เห็นว่าโครงการนี้ น่าลงทุน หากรัฐบาลทำเองอาจจะขาดทุน จึงอยากให้กลุ่มซีพีทำนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี รู้ว่าจะขาดทุนนะครับ ชัดเจนไม่ต้องตีความ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ มอบหมาย ให้ซีพีเป็นผู้ลงทุนแน่นอน ท่านฟันธงพูดชัด ๆ ขนาดนี้ ถ้าซีพีไม่ชนะการประมูลก็แปลกนะสิ ลงชื่อ ท่านก็เขียนนะครับ แม่ลูกจัน ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนิดหนึ่ง เขียนไว้เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ชื่อตอนว่า แบเบอร์ แบมาเบอร์นี้ชนะแน่นอน หลังจากนั้น ๑ เดือน วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกลงมติเลือกซีพีเป็นผู้ชนะครับ ท่านประธาน แม่นจริง ๆ แม่ลูกจันแม่นมาก แม่นกว่าแม่หมอ แม่นกว่าหมอดูว่า นายกรัฐมนตรี ๘ ปีครับ ท่านประธานขออนุญาตเข้าเรื่องต่อเลยครับ เรื่อง รถไฟความเร็วสูง ๓ สนามบิน สัมปทาน ๕๐ บวก ๕๐ ปีนะครับ ก็แบ่งเป็น ๓ เส้นทางด้วยกัน จากดอนเมือง ไปมักกะสัน จากมักกะสันไปสุวรรณภูมิ และจากสุวรรณภูมิไปอู่ตะเภา ใน ๓ เส้นทางนี้ก็มี ๑ เส้นทางที่ใช้อยู่แล้วในปัจจุบันนี้ก็คือแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) เส้นที่ไปสุวรรณภูมิ เส้นนี้ใช้อยู่แล้วนะครับ แล้วก็เส้นนี้ทางการรถไฟก็มีมูลค่าอยู่ที่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วต้นทุนที่เห็นแจ้งมาว่าอยู่ที่ ๓๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าก็จะเซ้งกิจการนี้ให้กับ ผู้รับสัมปทานไปในราคา ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เซ้งให้ไปเลย แล้วยอมบันทึกขาดทุน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำขนาดนั้น โครงการดอนเมือง-มักกะสัน และมักกะสันไปสู่สุวรรณภูมินี้จอดทั้งหมดน่าจะ ๑๐ สถานี ก็เท่ากับไม่ใช่ความเร็วสูง ก็คือ รถไฟฟ้าธรรมดา ส่วนสุวรรณภูมิไปอู่ตะเภาก็คงความเร็วสูงบ้างนิดหน่อย เท่าที่ดูนะครับ สิ่งที่น่ากังวลก็คือว่าสัญญาสัมปทาน ๕๐ บวก ๕๐ ปีนี้มันจะมีผลเสียไหมในอนาคต ถ้าประเทศเราเจริญขึ้น เราจำเป็นจะต้องทำรถไฟฟ้าความเร็วสูงไปทางเหนือ อีสาน จริง ๆ แน่นอนที่สุดก็ต้องใช้ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยสร้าง แล้วก็จะต้องผ่านดอนเมือง แน่นอน แล้วก็ต้องจอดดอนเมือง ถึงตอนนั้นจะมีปัญหาหรือไม่ ๕๐ บวก ๕๐ ปีข้างหน้า มันยาวนานมากครับท่านประธาน ถ้าต้องจอดดอนเมืองแล้วจะเสียค่าโง่ไหม จะเป็นทาง ทับซ้อนกันที่จะต้องไปฟ้องร้องคดีกันอีกไหม พวกนี้ก็จะเป็นปัญหาในอนาคตครับ ท่านประธาน ซึ่งจะต้องพิจารณากันให้รอบคอบนะครับท่านประธาน อายุสัมปทาน ๕๐ บวก ๕๐ ปี มีผลเสียมากน้อยอย่างไร ผมคิดว่าการนำที่ดินไปสร้าง ถ้าไป สร้างสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าการไปสร้างในสิ่งที่เป็น สัมปทานคมนาคมก็อีกแบบหนึ่ง ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังนิดหนึ่งสั้น ๆ นะครับ สมมุติว่าผมมีที่ดินใครมาขอผมเช่าไปทำเชิงธุรกิจ ๕๐ ปี ผมคงยินยอมนะครับท่านประธาน เพราะว่ามันคงใช้เงินเป็นหมื่นล้านบาท ผมไม่มีเงินนะครับ ผมให้เขาเช่าผมก็กินถึงชั่วลูก ชั่วหลาน ชั่วเหลน อาจจะชั่วโหลน ก็แน่นอนจะดี แต่ถ้าสมมุติว่ามาเช่าที่ดินผมบอกว่า จะมา สร้างรถไฟฟ้ามีตอม่อผ่าน ผมคงไม่เอา เพราะว่าอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าอีก ๕๐ บวก ๕๐ คือ ๑๐๐ ปี ข้างหน้ารถไฟฟ้าจะเก่าขนาดไหน ตอม่อสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เหล่านี้ ยังใช้ได้อีกหรือเปล่า ต้องทุบทิ้งไหม หรือว่าจะต้องซ่อมแซมกันขนานใหญ่ขนาดไหน ใช่ไหมครับท่านประธานครับ โครงการรถไฟฟ้า ๓ สนามบินมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง ๒๒๔,๐๐๐ ล้านบาทตามที่แจ้งมา ระยะทาง ๒๒๐ กิโลเมตร ผมก็ลองลบดู เอา ๒๒๐ ไปลบกับ เส้นแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) ที่มีอยู่ปัจจุบัน ๒๙ กิโลเมตร ก็จะเหลือ ๑๙๑ กิโลเมตร บอกว่าใช้เงินลงทุน ๒๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เท่ากับกิโลเมตรละ ๑,๑๗๕ ล้านบาท ผมก็มาคิดถึงว่า อดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ต้องการจะสร้างเส้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ตอนนั้นก็พูดกันว่าจะไปขนผักหรืออย่างไร สุดท้ายไม่ได้สร้างนะครับ ขณะนั้นใช้เงินลงทุน ๕๒๐ ล้านบาทต่อ ๑ กิโลเมตร และหลังจากนั้นเมื่อไม่กี่ปีนี้รัฐบาลปฏิรูปก็ต้องการสร้าง เส้นนี้เหมือนกันกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เส้นเดียวกัน แต่ว่าใช้เงินลงทุนทั้งหมด ๗๙๐ ล้านบาท ต่อกิโลเมตร คือแพงขึ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน แต่ว่าในโครงการนี้แพงขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ มูลค่าลงทุนที่แจ้งไว้ ๒๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นการลงทุนแบบ พีพีพี (PPP) คือลงทุนภาครัฐและเอกชน รัฐลงทุนทั้งหมดประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ๖๖ เปอร์เซ็นต์ เวลาผ่านไปเร็วมากท่านประธาน อย่างไรก็ตามผมขอสรุปเลยแล้วกัน อย่างไรก็ตามการพัฒนาประเทศจำเป็นต้องอาศัยเงินทุนของเอกชน จึงจำเป็นต้องให้ ความเป็นธรรมกับนักลงทุนนะครับ ก็ขอสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ ขอไว้ ๑๐ นาที ขอสัก ๗ นาทีนะครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายในส่วนของการจัดตั้ง อีอีซี (EEC) นะครับ จริง ๆ แล้วผมไม่ได้มีข้อกังวลเกี่ยวกับหลักการหรือแนวคิดในการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ อันนี้เป็นเรื่องปกติ หลายประเทศก็ใช้การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเครื่องมือ แต่หลักคิด ของการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้นต้องดูให้ลึกถึงศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ในกรณีที่เราเริ่ม มาบตาพุดหรืออีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) นั้น ศักยภาพในพื้นที่คืออะไรครับ เพราะเรามีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่จะสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรม ต่าง ๆ ที่ต่อเนื่อง แต่ในกรณีของ อีอีซี (EEC) ก็ต้องถามว่าใน อีอีซี (EEC) มีอะไร มีอะไรเป็น ศักยภาพของพื้นที่ มีทรัพยากรธรรมชาติอะไร ในเบื้องต้นผมเห็นว่าที่ อีอีซี (EEC) เรามี สนามบินอู่ตะเภา อันนั้นพอไปได้ครับ ถ้าบอกว่าจะพัฒนาเรื่องธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน หรือบำรุงรักษาเครื่องบิน แต่ตรงนี้เองในส่วนอื่น ๆ ก็ยังไม่ค่อยชัดว่า เหตุผลของการจัดตั้ง บางอุตสาหกรรมในพื้นที่เป็นอย่างไรนะครับ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยก็กำลังลดลงนะครับ ไม่ได้มีสำรองอยู่อีกหลายปีนะครับ เราเคยมีปัญหาสภาพอากาศ เนื่องจากมีผลกระทบ กับสิ่งแวดล้อมต่อภาคอุตสาหกรรมในปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ใช้เวลาแก้เป็นปีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมที่จะไปอยู่ที่ อีอีซี (EEC) ต้องไม่เพิ่มภาระของเรื่องสภาพ สิ่งแวดล้อมในอากาศต่อประชาชนในพื้นที่ ทีนี้ผมมาดูในแง่ของกฎหมายที่ออกมาจนถึงวันนี้ว่า มีกฎหมายอะไรบ้าง อันแรกเลยคือมาตรา ๔๔ คำสั่ง ที่ ๔๗/๖๐ พอไปดูในคำสั่งตรงนี้เราเห็นได้ชัดนะครับ กรรมการค่อนข้างที่จะมีอำนาจมากในการดูแลเรื่อง อีอีซี (EEC) มีอำนาจเหนือกฎหมาย หลายฉบับ แล้วที่สำคัญที่สุดได้มีการยกเลิกผังเมืองเดิมทั้งหมดเลย แล้วก็ให้มีการทำใหม่ การทำใหม่ก็บอกว่าให้ทำเสร็จภายใน ๖ เดือนด้วย การทำผังเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นะครับ ไม่ใช่เรื่องที่เร่งกระบวนการได้ มันเป็นกระบวนการที่ต้องมีการพูดคุยกับคนในพื้นที่ ต้องมี การปรึกษาหารือกัน ต้องเห็นตรงด้วยกันว่าแนวการพัฒนาของพื้นที่ควรจะเป็นอย่างไรบ้าง ตรงนี้สังคมให้ความกังวลมากนะครับ อำนาจในการดูแลนี้ดูได้ถึง ๗ เรื่องใหญ่ ๆ เลยนะครับ ๗ เรื่องใหญ่ ๆ มีอะไรบ้างครับ สาธารณูปโภค คมนาคมขนส่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมดูได้หมดเลยครับ ทีนี้ดูแล้วถามว่ามีความสามารถในการดูหรือไม่ ถามว่าจะดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่หรือไม่ จากนั้นก็มีการออก พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) ผมก็ ไปไล่ดูในกฎหมายฉบับนี้ ก็ต้องเรียนท่านประธานว่าผมมีข้อกังวลอยู่หลายข้อเกี่ยวกับ โครงสร้างของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งออกมาวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๑ ให้คณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมตั้งกรรมการเฉพาะอนุมัติ อีไอเอ (EIA) ให้ได้ภายใน ๑๒๐ วัน อันนี้ผมคิดว่า พอรับได้ครับว่าถ้าเอกสารยื่นครบถ้วนอนุมัติภายใน ๑๒๐ วัน อันนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ภาคเอกชนจะได้คาดเดาได้ว่าการดำเนินการของเขาจะเป็นอย่างไร แต่มีใส่ไว้ในกฎหมาย ฉบับนี้ด้วยว่าให้เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มได้ แต่ไม่บอกว่าค่าธรรมเนียมเท่าไร กลายเป็น กรรมการมีอำนาจในการกำหนดค่าธรรมเนียมเพิ่ม ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นตัวที่สร้าง ความไม่แน่นอนสำหรับนักลงทุน มาตรา ๘ อนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติมาทำรายงาน สิ่งแวดล้อมได้ อันนี้เป็นเรื่องแปลกมากครับ อันนี้ต้องบอกว่าผมไม่เห็นด้วยเลยครับ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติไม่มีใบอนุญาตในประเทศ ทำไมยกเว้นให้เขา เรายังมีคนที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมอีกไม่น้อยครับ อยู่ดี ๆ ยกเว้นให้ต่างชาติทำได้ มาตรา ๑๒ ยกเว้นการบังคับใช้ พ.ร.บ. เอกชนร่วมลงทุน ทำไมครับ ทำไมมันจะต้องรีบเร่งขนาดนั้น ทำไมถึงต้องยกเว้น และกรรมการเองมีความสามารถหรือไม่ในการที่จะเข้าไปดูแลให้รอบคอบ มาตรา ๓๖ ใช้ที่ ส.ป.ก. ได้ด้วย อันนี้ผมคิดว่าต้องทบทวนครับ มาตรา ๓๗ ให้อำนาจกรรมการ มีอำนาจเหนือกฎหมาย ๖ ฉบับเลยนะครับ ๖ ฉบับนี้ครอบคลุมทั้งหมดเลย พลังงาน ชลประทาน เดินเรือ พลังงานนิวเคลียร์ด้วย ประกาศตามคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ นี่ก็รวมถึงรถไฟ รถราง ประปา ขุดคลองก็ทำได้ ไม่มีส่วนของบริการภาครัฐ หัวใจที่สำคัญ ที่สุดของการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับท่านประธาน ผมเคยทำงานอยู่ ประเทศฝรั่งเศส เขตเศรษฐกิจพิเศษของเขานี่ระบบรางมาถึงโรงงานครับ เวลาผลิตของเสร็จ ขนของขึ้นคอนเทนเนอร์ (Container) เลย เจ้าหน้าที่ศุลกากรอยู่ที่โรงงาน ปิดส่งไปท่าเรือ ลงเรือได้เลย นี่ครับคือระบบเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ของเราไม่มีระบุในเรื่องของส่วนบริการ ของภาครัฐและการที่จะดำเนินการอำนวยความสะดวกในเรื่องการขนส่งสินค้า เพราะฉะนั้น เราก็มีความเป็นกังวล ตอนนี้เอกสารที่ประชาสัมพันธ์ออกไป อันนี้สะท้อนจากภาคธุรกิจ ที่เป็นนักลงทุนทั้งไทย ทั้งต่างประเทศ เขาบอกว่าสิ่งที่เขาไปพูดคุยกันระหว่างนักธุรกิจกับ สิ่งที่รัฐบาลประกาศมันเหมือนหนังคนละม้วน บางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นก็ต้องให้ระมัดระวังนะครับ ในข้อหนึ่งของเอกสารของภาครัฐระบุให้สิทธิพิเศษด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้เฉพาะ ต่างชาติ อันนี้ไม่มีครับ ในโลกนี้การจะให้ลดหย่อนภาษีให้เจ้าหน้าที่ต้องให้ทั้งคนไทย และต่างชาติไม่ใช่ให้ต่างชาติอย่างเดียว อันนี้เหลื่อมล้ำเลยครับ อันนี้ผมไม่ทราบใครคิด ให้สิทธิประโยชน์อย่างนี้ไม่ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในการที่จะพัฒนาต่อไปอยากให้ มีการทบทวน อยากให้มีการปรับปรุง ต้องไม่ประชาสัมพันธ์เกินจริง ศักยภาพของพื้นที่ คืออะไรขอให้ชัด ความเชื่อมโยงกับระเบียงเศรษฐกิจโลก ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ตะวันตก อันนี้สำคัญครับท่านประธาน ประเทศไทยต้องมีช่องออกทะเลอันดามันในการ ส่งสินค้า อีอีซี (EEC) ยังไม่มีคำตอบตรงนี้ แต่จริง ๆ มันมีโครงการอีสต์ เวสต์ คอริดอร์ (East-West Corridor) ระเบียงตะวันออก ตะวันตก ซึ่งจากทวายไปสู่ดานัง ผ่านประเทศไทย อันนี้มีการเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานเรื่องนี้หรือเปล่า การส่งออกไปทางอันดามัน เพื่อให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าของเราสามารถลดต้นทุนใน ค่าขนส่งได้บ้างหรือไม่ อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ขออนุญาตครับ การที่ออกกฎหมาย ให้อำนาจกรรมการมาก ๆ เป็นเรื่องที่จะกระทบกับความน่าเชื่อถือของประเทศ อยากให้ ทบทวนครับ สิ่งที่เขาต้องการเห็นในการดำเนินการของเขตเศรษฐกิจพิเศษ คือการได้ มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในสากล ไม่ใช่คุณทำเร็วเพราะคุณมีอำนาจมาก และคุณสามารถทำ ในสิ่งที่กฎหมายอื่น ๆ ไม่ให้ทำ แล้วถ้าเราไปสู่จุดนั้นที่เริ่มดำเนินโครงการ แล้วเริ่มผลิตสินค้า จากพื้นที่ที่ไม่ได้มีการดำเนินการตามกฎหมายที่เป็นมาตรฐานสากล ในที่สุดสินค้าของเราจะ ไม่เป็นที่ยอมรับและจะถูกการต่อต้าน และถือว่าผิดกฎระเบียบของกติกาโลกนะครับ

ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ความสำเร็จของนโยบายต้องวัดที่ไหนครับ ต้องวัดที่คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ต้องดีขึ้นนะครับ ไม่ใช่เงินเข้าประเทศมากขึ้นเป็นตัววัด และต้องไม่มีความขัดแย้งมากขึ้น สภาพแวดล้อมของประชาชนต้องดีขึ้น เศรษฐกิจในพื้นที่ ต้องดีขึ้น อุตสาหกรรมไทยต้องเก่งขึ้น ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งไม่ได้มีเขียนไว้เลย เรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ

สุดท้ายจริง ๆ ครับ ขนส่งระบบรางไม่พูดถึงเลยครับ ประเทศไทยวันนี้ มีสัดส่วนในค่าขนส่งทางรถบรรทุกถึง ๑๔ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ในประเทศที่แข่งขัน กับเราเขาอยู่ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์ และวิธีเดียวที่จะทำได้ก็ต้องให้มีการขนส่งระบบรางจาก เขตเศรษฐกิจพิเศษไปสู่จุดต่าง ๆ ที่เป็นจุดสำคัญของประเทศ เพราะฉะนั้นการที่จะต้อง มีการทบทวนในเรื่องของ อีอีซี (EEC) ผมคิดว่าจำเป็น ผมสนับสนุนแนวคิด แต่จำเป็นต้อง ทบทวน และต้องทบทวนกฎหมายด้วยที่ให้อำนาจกรรมการมากเกินไป และจะไม่เป็นที่ ยอมรับครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านนิกร จำนง ครับ

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมให้รายชื่อ ไปเรื่องสารเคมี

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มี ๓ ท่านที่เหลืออยู่คือ ท่านนิกร จำนง นางนาที รัชกิจประการ นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ฝ่ายค้านหมดแล้วครับ

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

ผมไม่อภิปรายครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณนะครับ จะได้ประหยัดเวลา ขอบพระคุณมากครับ นางนาที รัชกิจประการ ขอเชิญครับ ขอสัก ไม่เกิน ๗ นาที ขอบพระคุณครับ

นางนาที รัชกิจประการ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยค่ะ วันนี้ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยากให้เศรษฐกิจพิเศษนี้เกิดขึ้นนะคะ เพราะว่าวันนี้เมื่อโลกเปลี่ยนไทยก็ต้องปรับนะคะ ความท้าทายของประเทศไทยก็คือ ความทันกับการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นวันนี้โปรเจกต์ (Project) นี้ดิฉันก็เป็นคนหนึ่ง ที่อยากจะสนับสนุน เพราะว่าเราเองเราก็อยากให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการลงทุน ในอาเซียน รวมถึงวันนี้ในเรื่องของปัจจัยพื้นฐานที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีโครงการของ อีอีซี (EEC) ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโลจิสติกส์ (Logistics) สนามบินอู่ตะเภา รถไฟความเร็วสูงครบวงจร รวมถึงท่าเรือน้ำลึกที่จะมีในเรื่องของสินค้าและบริการ หลาย ๆ ท่านก็คงจะทราบในเรื่อง ของบริการ หรือการท่องเที่ยวในวันนี้เป็นอีกหนึ่งรายได้หลักที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับ ประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของท่าเรือที่ อีอีซี (EEC) มีศักยภาพที่สามารถที่จะสร้าง ท่าเรือ ที่นอกเหนือจากการขนส่งที่แหลมฉบัง มาบตาพุดแล้ว ก็สามารถที่จะสร้างเป็นท่าเรือ ให้เรือนำเที่ยว หรือเรือสำราญได้เข้ามาสร้างรายได้ สร้างโอกาสให้กับประเทศไทยได้ วันนี้มี เรือจากสิงคโปร์ หรือมาเลเซียได้วิ่งเข้ามาที่ภูเก็ตแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าโครงการ อีอีซี (EEC) เกิด อย่างน้อยก็จะมีการท่องเที่ยวถึง ๒ ประเทศ ดังภาพที่ดิฉันเองได้นำมาให้เห็น ถ้าเราสามารถที่จะมีพอร์ต (Port) ลงที่อู่ตะเภา จากนั้นไปเที่ยวที่พัทยา จากพัทยาเข้า เกาะกง แล้วก็ไปเที่ยวที่เขมร แล้วก็สุดท้ายก็ไปจบที่ฟู้ก๊วก หรือประเทศเวียดนาม แล้วเส้นทางสุดท้ายเราก็สามารถกลับมาประเทศไทยที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งวันนี้ประเทศไทย ที่กรุงเทพมหานครเองก็ยังเป็นเมืองติดอันดับที่หลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ ประเทศอยากจะมา ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารสตรีต ฟู้ด (Street food) ที่เยาวราช หรือแม้แต่ในเรื่อง ของวัดซึ่งสวยงามแล้วก็ติดระดับโลกด้วย อันนี้เป็นเรือที่ท่องเที่ยวอยู่ปัจจุบันนี้ที่เข้ามาที่ จังหวัดภูเก็ต วิ่งที่จังหวัดภูเก็ตแล้วก็มีประเทศสิงคโปร์ด้วย อันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีถ้าโครงการนี้เกิด แล้วก็อยากจะฝากให้รัฐบาลได้ทำตามเวลา ในช่วงเวลาที่ให้กำหนดไว้ เพราะประโยชน์ จะเกิดขึ้นมากมายในเรื่องของโอกาส ในเรื่องของศักยภาพที่ประเทศไทยจะได้จากโครงการนี้ อีกเรื่องที่ดิฉันอยากจะพูดถึง แล้วก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญเหมือนกัน ในเรื่องการเติบโตของ ภาคอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมในเรื่องของสิ่งแวดล้อม วันนี้จะเห็นว่าโครงการ อีอีซี (EEC) เราก็มี ในเรื่องของการส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมหรือการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วันนี้ หลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศยุโรปเองหรืออีกหลายประเทศได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นโครงการใหม่ในเรื่องของ อีอีซี (EEC) แล้วก็มีบรรจุไว้ว่า อีอีซี (EEC) ก็ให้ความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ กับประเทศไทย แล้วก็จะได้สร้างการตระหนัก สร้างการรับรู้นอกเหนือจากที่ อีอีซี (EEC) แล้วจะได้ขยายองค์ความรู้เหล่านี้รวมไปถึงที่อื่น ๆ ที่เรากำลังจะมีในเรื่องของการท่องเที่ยว ทางน้ำ หรือการท่องเที่ยวเรือสำราญ ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เอง หรือแม้แต่ จังหวัดกระบี่วันนี้ซึ่งมีที่สวยงามมากมาย ตรงนี้ที่ตอนนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ แต่ว่าโครงการนี้ เราก็สามารถที่จะขยายในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยให้ได้ด้วย นี่เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ดิฉันก็คิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโครงการ อีอีซี (EEC) แล้วก็มีอยู่ในพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกด้วย ที่เราก็ได้ผ่านไปแล้วนะคะ

สุดท้ายดิฉันคงไม่ใช้เวลามาก แต่อยากจะบอกว่าโครงการ อีอีซี (EEC) ที่เราได้ มาพูดมาคุยกันวันนี้ หรือมีการอภิปรายวันนี้ ก็ยังเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีที่จะ นำประเทศไทยสู่ประเทศ ๔.๐ แล้วก็จะสามารถสร้างความเข้มแข็งจากภายในเชื่อมโยงสู่โลก โดยผ่านโครงการของ อีอีซี (EEC) ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ขอสัก ๗ นาทีนะครับ หมดผู้อภิปรายนะครับ ขอไว้ ๑๐ นาที ขอสัก ๕ นาทีนะครับ เชิญเลยครับ

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานรัฐสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอยอมรับว่าการจุดประกายการลงทุนสร้างประเทศไทยผ่าน โครงการ อีอีซี (EEC) ของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ นั้นถือเป็นไพลอต โปรเจกต์ (Pilot project) ที่ทำให้ประเทศไทยเรากลับมามีจุดขายบนเวทีโลกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติ เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจไปในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้วยมูลค่ามหาศาลถึง ๒๒๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถือว่าเป็นการลงทุน บนเม็ดเงินของภาษีประชาชนที่เป็นจำนวนมาก จึงอยากจะขอให้รัฐออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของความคุ้มค่าจากการลงทุนในโครงการ ดังกล่าวในครั้งนี้ เมื่อวันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราจำได้ก็คือว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการจัดให้มีการประชุมเพื่อเจรจาเงื่อนไขสัญญาการร่วมลงทุน ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยและกลุ่มบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และกลุ่มพันธมิตรเป็นครั้งแรก โดยมีสาระสำคัญในการเจรจา แบ่งออกเป็นสาระหลัก ๆ ในประเด็นแรกก็คือ ให้ผู้ชนะการประมูลสามารถมีการพัฒนาในส่วนของพื้นที่ดินในบริเวณ สถานีมักกะสันเป็นจำนวน ๑๕๐ ไร่ แล้วก็สามารถที่จะพัฒนาที่ดินบริเวณอำเภอศรีราชา อีกจำนวน ๒๕ ไร่ นอกจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยยังได้พบเงื่อนไขพิเศษที่ทางผู้ประมูล ได้ใส่มาเพิ่มเติมในการประมูลซองที่ ๔ ซึ่งไม่อยู่ใน ทีโออาร์ (TOR) ในการเปิดประมูล เป็นจำนวนอีก ๑๒ ข้อหลัก แล้วก็ยังแบ่งเป็นรายละเอียดปลีกย่อยอีกประมาณ ๒๐๐ ข้อ รบกวนขอสไลด์ (Slide) ภาพด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ในบรรดา ๑๑ ข้อแรก จะเห็นได้ว่าเป็นข้อมูลที่ทางกลุ่มผู้ประมูลได้มีการเรียกร้องเพิ่มเติม ซึ่งในหลักเกณฑ์ การประมูล ทีโออาร์ (TOR) ของรัฐโดยส่วนใหญ่แล้ว ปกติเราไม่สามารถที่จะขอเรียกร้อง เพิ่มเติมสิ่งที่อยู่นอกเหนือ ทีโออาร์ (TOR) จึงมีผลทำให้ในคณะกรรมการที่เป็นผู้จัดการประมูล ในครั้งนี้ ในการเจรจาต่อรองเอง ก็เลยได้ขอยกเลิกในส่วนของ ๑๑ ข้อแรกที่ทางผู้ประมูล ได้มีการเรียกร้องเพิ่มเติมตกไป เพราะเนื่องจากว่าอยู่นอกเงื่อนไขของ ทีโออาร์ (TOR) จะมี แค่เพียงเงื่อนไขเดียวที่สามารถให้ผ่านได้ก็คือ การสามารถเปลี่ยนโยกย้ายสถานีในระหว่าง การจัดการก่อสร้างค่ะ ท่านประธานคะ เป็นที่ทราบกันดีว่าโดยปกติในการลงทุนโครงการ ขนาดใหญ่อย่างเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) เหล่านี้ จะเห็นได้ว่าเอกชนโดยส่วนใหญ่ มักจะมีผลประกอบการในการลงทุนในช่วงแรก ดังนั้นความคุ้มค่าในการลงทุนจึงไม่สามารถ ที่จะนำเฉพาะเพียงแค่รายได้ที่ได้จากค่าโดยสารเพียงอย่างเดียวมาคำนวณในการจัดทำ ฟีซิบิลิตี (Feasibility) ความคุ้มค่าจริง ๆ แล้วในการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ โดยส่วนใหญ่จริง ๆ มักจะมาจากความคุ้มค่าจากการพัฒนาที่ดินที่แนวเส้นทางคมนาคม หรือว่าอย่างในโครงการนี้ก็คือรถไฟฟ้าความเร็วสูงลากผ่านนะคะ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า ในเงื่อนไขในกรณีแรกก็คือว่ารัฐบาลก็เลยได้มอบสิทธิในการพัฒนาพื้นที่ในบริเวณมักกะสัน แล้วก็สถานีศรีราชาให้กับผู้ชนะการประมูลดำเนินการ ทีนี้ในการที่มอบสิทธิเหล่านี้ ดิฉันก็อยากจะขอให้เกิดความชัดเจนว่าในการลงทุนโครงการดังกล่าว รัฐบาลเองได้มี การจัดทำแผนฟีซิบิลิตี (Feasibility) ไว้หรือไม่นะคะ ถ้าได้มีการจัดทำแผนฟีซิบิลิตี (Feasibility) ไว้ ก็อยากจะให้เกิดความกระจ่างชัดแก่สังคม ก็คือว่าอยากให้นำออกมา อธิบายถึงการลงทุนในโครงการดังกล่าวนะคะ เพราะว่าความคุ้มค่าในการลงทุนการพัฒนา ที่ดินนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดก็คือว่า

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญต่อเนื่องได้สัก ๒ นาที เชิญครับ

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ

จะขออนุญาตไปเร็ว ๆ นะคะ จากในภาพที่ ๒ เมื่อสักครู่ที่เราเห็นก็คือว่า ในบริเวณของที่รถไฟฟ้าลากผ่าน จะเห็นได้ว่า มีหลายพื้นที่ที่จะกลายเป็นทำเลทอง สร้างมูลค่ามหาศาลในอนาคต ซึ่งเราจะเห็นว่า ในหลาย ๆ พื้นที่จะเป็นพื้นที่ที่มีที่ดินที่ผู้ประมูลได้จับจอง เป็นพื้นที่ดินส่วนใหญ่ของบริเวณ เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่โซน (Zone) อำเภอศรีราชาก็ดี หรือในโซน (Zone) ของทาง พัทยาก็ดี ระยองก็ดีเหล่านี้ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะขอเรียกร้องก็คือ อยากจะให้รัฐกำหนดกรอบในเรื่องของ การโยกย้ายสถานีเพื่อเป็นการไม่ให้เอกชนสามารถที่จะพัฒนาแนวทางในเขตเศรษฐกิจ หรือว่าในการพัฒนาเมือง เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินของตนเอง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ จำเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าปกติในนานาประเทศเราก็จะเห็นได้ว่าในการ ที่จะสร้างเขตเศรษฐกิจใหม่นี้ในรัฐเองก็มักจะมีการกำหนดในเรื่องของผังเมือง เพื่อที่จะ พัฒนาเมืองเพื่อให้เกิดความชัดเจน แล้วก็ให้เกิดการกระจายอย่างเป็นธรรม

แล้วก็ประการสุดท้าย การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ได้มีการเปิดการเจรจากับ ทางกลุ่มผู้ประมูลไปตั้งแต่เมื่อวันที่ ๓ มกราคมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ว่าจนถึงกระทั่ง ณ ปัจจุบันเราก็เห็นว่าในการเซ็นสัญญาในการลงทุนมูลค่าของโครงการดังกล่าวนี้ กับผู้ร่วมทุนเองก็ยังไม่เกิดความคืบหน้าใด ๆ ชัดเจนออกมา จนกระทั่งเมื่อวานนี้ก็คือว่า ทางกลุ่มผู้ประมูลก็ได้มีข่าวยืนยันออกมาว่าภายในสัปดาห์นี้ไม่เกิน ๗ วัน คาดว่าน่าจะมีการ เซ็นสัญญาแล้วเสร็จได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าในการลงทุนในเรื่อง ของเส้นทางคมนาคมไปสู่โครงการเศรษฐกิจพิเศษ อีอีซี (EEC) นี้จะเป็นหนึ่งปัจจัยหลักที่จะ ขนคน ขนความเจริญเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว แล้วก็จะทำให้โครงการอีอีซี (EEC) นี้สามารถ เป็นโครงการพื้นที่เศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นเดิมทีที่รัฐตั้งใจไว้ว่า วันที่ ๓ มกราคม จะดำเนินการเจรจาให้แล้วเสร็จ แล้วคาดว่าจะมีการเริ่มเซ็นสัญญาได้ ภายใน ๒ สัปดาห์ แต่จนกระทั่งผ่านมากว่า ๘-๙ เดือนแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ชัดเจนเกิดขึ้น นั่นก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างของโครงการเพื่อให้แล้วเสร็จ ซึ่งเดิม คาดว่าจะสามารถทำให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๗ ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้เกิดความล่าช้า ของโครงการเกิดขึ้นค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ก็จบการอภิปรายของสมาชิก ผมคิดว่าได้มีการอภิปรายกันทั่วถึงมากที่สุดญัตติหนึ่ง อย่างไรก็ตามเจ้าของญัตติทั้ง ๔ ท่าน ทั้ง ๔ ฉบับมีสิทธิที่สรุปได้ ขอเชิญท่านวันมูหะมัดนอร์ เชิญครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา พรรคประชาชาติ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้กระผมได้มากล่าวสรุปญัตติโครงการ รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน และกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในฐานะที่เป็นเจ้าของญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ เพื่อได้สรุปญัตตินี้ก่อนที่จะลงมติ และก่อนที่รัฐบาลจะดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรอบคอบและรักษาผลประโยชน์ของ ประชาชนตลอดจนประเทศชาติ สิ่งที่เราเป็นห่วงมากก็คือว่าขอให้โครงการนี้ได้มีการศึกษา เพื่อที่จะไม่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนหรือมีผลกระทบน้อยที่สุด โดยเฉพาะ ในสิ่งแวดล้อมที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายว่า ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้ว และเราไม่อยากให้สิ่งที่ เกิดขึ้นมานั้นเป็นอีกในอนาคต ลูกหลานเราจะต้องรับกรรมจากการที่ตัดสินใจด้วยความ ไม่รอบคอบ ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมได้รับการร้องเรียนจาก ประชาชนในภาคตะวันออก พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยจำนวนมากว่าเขายังไม่ทราบ รายละเอียดของโครงการตลอดจนสัญญาที่รัฐจะลงทุนกับเอกชนนั้นน่าจะไม่โปร่งใส สมควร ที่จะเปิดเผยสัญญาที่จะลงนามกับภาคเอกชนนั้นให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบ อย่างทั่วถึง และได้เห็นประโยชน์ ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้เพราะว่าโครงการนี้ เป็นโครงการแรกที่รัฐต้องลงทุนเป็นแสนล้านบาท และต้องมอบพื้นที่ที่มีค่ามหาศาล ให้เอกชนไปหาผลประโยชน์เป็นเวลา ๕๐ ปี และอาจจะต่อได้อีก ๔๙ ปี รวมแล้วเป็น ๙๙ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ ทางประชาชนที่มาร้องตลอดจนพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย สหภาพการรถไฟแห่งประเทศไทยมาที่กระผมและพรรคการเมืองได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า โครงการนี้ได้ทำอย่างรีบเร่งในการออก ทีโออาร์ (TOR) ที่ไม่โปร่งใส เพราะว่าทำในช่วงที่ รัฐบาลปฏิวัติ แล้วไม่มีสภาของประชาชน เมื่อเราได้มีสภาของประชาชนแล้วน่าจะมา ทบทวน ทีโออาร์ (TOR) นั้นให้เกิดความรอบคอบมากขึ้น เราไม่ได้ขัดขวางต่อโครงการนี้ที่จะ พัฒนาเขตเศรษฐกิจของตะวันออกและของประเทศ แต่เราเรียกร้องว่าให้มีคณะกรรมการ ของสภาซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชน แล้วกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นนี้ก็เป็นกรรมาธิการวิสามัญ ไม่เท่าแต่สมาชิกของสภาเท่านั้น อาจจะมีฝ่ายของการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการ ตลอดจนผู้แทนของภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นกรรมาธิการ วิสามัญนี้ เพื่อความรอบคอบเท่านั้นครับ ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปขัดขวางโครงการนี้แต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ยังมีการพูดกันมากจนประชาชนก็ได้ยกป้ายประท้วงกันใน หลายจังหวัดในภาคตะวันออกว่า การทำประชาพิจารณ์ที่ทำไปในคราวที่ผ่านมานั้น ไม่ครอบคลุมผู้ที่เกี่ยวข้องในทุก ๆ กลุ่ม น่าจะมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีความรอบคอบ มากยิ่งขึ้น

และประการสำคัญอีกอันหนึ่งก็คือ อีไอเอ (EIA) ดังที่คุณเกียรติ สิทธีอมร ได้พูดไว้นะครับว่าเป็น อีไอเอ (EIA) ที่ไม่สมบูรณ์ เพราะทำอย่างรีบเร่งภายในเวลา ๖ เดือน ซึ่งน่าจะไม่ครอบคลุมทั้งหมด ผมอยากจะสรุปว่าข้ออภิปรายของคุณเกียรติ สิทธีอมร จากพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีคุณค่าที่สภานี้ควรจะพิจารณาเป็นอย่างยิ่งครับ ไม่ได้ขัดขวาง เห็นด้วยกับโครงการหลาย ๆ อย่างเพื่อพัฒนาประเทศ แต่ทำไมเราต้องรีบเร่ง ทำไมเราต้อง เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนนั้นมากกว่าสิ่งที่รัฐบาลและประชาชนจะได้รับ ถ้าคณะกรรมาธิการนี้ ตั้งขึ้นมานั้นเราต้องการตรวจสอบให้เกิดความรอบคอบและสิ่งที่ท้วงติงทั้งหลาย แต่ถ้าหาก สภาของประชาชนไม่มีโอกาสตรวจสอบ อย่าไปคิดเลยครับว่าโครงการนี้อาจจะเร็ว อย่างที่รัฐบาลต้องการ ใช้มาตรา ๔๔ เข้าไป โครงการนี้อาจจะล่าช้าเกินกว่าที่เราคิดก็ได้ และโครงการนี้อาจจะสะดุดลง เมื่อสะดุดลงเซ็นลงนามกับเอกชนแล้วรัฐต้องเป็นฝ่าย เสียค่าโง่ดังเช่นโครงการใหญ่ ๆ ในอดีตที่ผ่านมานั้น เพราะว่าไม่ผ่านสภา ไม่ต้องการให้สภา และภาคประชาชนตรวจสอบ เราเสียเงินไปในหลายโครงการ เป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ถ้าเอาเงินค่าโง่เหล่านี้ไปสร้างโรงพยาบาลได้หลายโรงพยาบาลครับ เพราะฉะนั้นเอาให้มัน รอบคอบแล้วไม่ต้องเสียใจและเสียค่าโง่ในภายหลังจะดีกว่าครับ

ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้มีเกียรติครับ กรรมาธิการที่ตั้งขึ้นนี้ไม่ได้ ตรวจสอบว่าโครงการนี้จะทำหรือไม่ทำครับ เพราะรัฐบาลย่อมมีอำนาจอยู่แล้วที่จะตัดสิน แต่สภาตั้งกรรมาธิการวิสามัญนี้ขึ้นมาเพื่อเราได้ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ผู้แทนของ ประชาชน และกรรมาธิการนี้มีทั้งฝ่ายรัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญ และอาจจะมีภาคประชาชนที่รู้ มาร่วมไม่ดีกว่าหรือครับ จากการอภิปรายผมว่า ๓ วันที่ผ่านมานะครับ ท่านประธานกับผม คงจะได้ยินการอภิปรายเกือบทั้งหมดแล้วนะครับท่านประธานครับ ผู้อภิปรายเกือบทั้งหมดเห็นด้วยกับการตั้งโครงการ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เห็นด้วยกับ โครงการ แต่ต้องการตั้งกรรมาธิการเพื่อความรอบคอบ มีประมาณ ๑ ท่านเท่านั้นในจำนวน หลายสิบคนที่อภิปรายนั้นเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการ กระผมแปลกใจเมื่อทราบ เป็นการภายในอาจจะจริงหรือไม่ว่าวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลนั้นไม่อยากให้ตั้งกรรมาธิการ ศึกษาโครงการนี้ขึ้นมา ท่านประธานครับ ต้องขออภัยถ้าข้อมูลนี้ไม่เป็นความจริง ทำไมครับ สภาซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน เราได้ฟังเสียงประชาชนแล้วว่าอยากให้ตั้งกรรมาธิการ สื่อมวลชนก็อยากจะรู้ข้อเท็จจริง เราจะเอามือไปปิดช้างที่ตายทั้งตัวได้อย่างไร ผมเกรงว่า ถ้าเราไม่ตั้งกรรมาธิการขึ้นมานั้น ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่เต็มที่แล้ว แต่ฝ่ายรัฐบาลนั้นอาจจะ เสียใจภายหลังว่าทำไมเราต้องขาดความอิสระในการที่จะตัดสินใจเพื่อศึกษาเท่านั้น ผมยืนยันว่า โครงการที่ดีรัฐบาลจัดทำถ้ารอบคอบนั้นมันน่าจะมีประโยชน์ และโครงการนี้เกิดขึ้นสมัยที่ไม่มี สภาตรวจสอบ เมื่อเรามีสภาตั้ง ๕๐๐ คน จากประชาชนแล้ว ขอเวลาหน่อยเพื่อศึกษา ซึ่งผม คิดว่าคงใช้เวลาไม่นานนักโครงการนี้ก็จะเดินหน้าด้วยความรอบคอบและมีประโยชน์ครับ

ท่านประธานครับ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ผมอยากให้เราได้พิจารณาว่าจะ ตั้งหรือไม่ตั้งด้วยสติที่รอบคอบ เราจะลงมติอย่างไรก็แล้วแต่ เราต้องอยู่บนพื้นฐานของ ประโยชน์ของประชาชนและความโปร่งใสมากที่สุด การลงมติในเรื่องนี้เราไม่น่าจะมี ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน การลงมติในครั้งนี้จะลงมติโดยเปิดเผยครับ ประวัติศาสตร์จะต้อง บันทึกว่าใครที่ต้องการให้ประชาชนรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชนในอนาคต หรือใครจะปล่อยให้รัฐบาลและนายทุนดำเนินการโดยขาดความรอบคอบ ผมอยากให้ สื่อมวลชนได้ติดตามว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงนามเพื่อขอตั้งกรรมาธิการนั้น เสร็จแล้วในการลงมติตอนสุดท้ายท่านจะไม่เคารพตัวเองหรือไม่เคารพต่อประชาชน ก็แล้วแต่นะครับ เพราะว่าเราไม่สามารถจะปิดบังได้ว่าใครจะลงมติได้อย่างไร ผมอยากให้ ความอิสระเกิดขึ้น แล้วก็ตั้งสติว่าไม่ได้ขัดขวางรัฐบาล และไม่ได้รักษาผลประโยชน์ของผู้ใด ยกเว้นประโยชน์นั้นเป็นของประชาชนโดยรวม เราต้องการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานและสมาชิกหลายท่านที่อภิปรายให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบว่าสภาได้ให้ความสนใจต่อความเดือดร้อนและความต้องการของพี่น้องประชาชน อีกสักครู่เราคงจะรู้ว่ามตินี้จะตั้งหรือไม่ ผมขอเสนอว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ตามที่เราได้ขออภิปรายครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา เจ้าของญัตติครับ เจ้าของญัตติฉบับที่ ๒ ท่านสุรสิทธิ์ เชิญนะครับ สรุปนะครับ

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ผมเองขอใช้ระยะเวลาเพียงสังเขปในการสรุป ซึ่งความจริงแล้ว ผมเอง ไม่อยากใช้เวลามากนัก แต่ว่าจากการที่ได้มีโอกาสได้รับฟังในความหลากหลายของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีสิ่งหนึ่งที่อาจจะมีความคลาดเคลื่อนในเรื่องของข้อมูล แล้วก็มี พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของ อีอีซี (EEC) ได้มีการสอบถามมา ผมเองขออนุญาตที่จะกราบเรียน เพียงไม่กี่ข้อนะครับว่าในโครงการนี้เป็นโครงการที่ผมคิดว่าโดยส่วนตัวผมเองมีความเห็นว่า เป็นโครงการที่ดีและน่าสนับสนุน เพราะว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถที่จะทำให้ขีดความสามารถ ของประเทศนั้นก้าวเข้าไปสู่ในทิศทางที่ดีได้ ผมเรียนว่าในส่วนของสมาชิกบางท่านได้มีการท้วงติงที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของน้ำเสีย ในเรื่องของปัญหาผังเมือง ในปัญหาเรื่องของการเวนคืน ปัญหาเรื่องของ อุตสาหกรรมที่จะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ผมอยากเรียนในเบื้องต้นว่าโครงการนี้เป็น โครงการที่เกิดขึ้นและรัฐบาลเองได้นำเสนอพระราชบัญญัติ ซึ่งมีผลบังคับในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑ มาถึงวันนี้ระยะเวลาเพียงปีเศษ ผมเรียนว่ารัฐบาลเองไม่ได้มี การดำเนินการอะไรไปมากมาย มีเพียงบางสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว อย่างเช่น โครงสร้าง พื้นฐาน แล้วก็โครงการที่เกี่ยวข้องในเรื่องของรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งในเรื่องของ การเตรียมความพร้อมสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งในโครงการนี้ผมเรียนว่าก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อาจจะมี ข้อที่มีความแตกต่างกันบ้าง แต่ว่ารัฐบาลเองก็จะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส ซึ่งผมเห็นด้วย ผมเรียนว่าในส่วนปัญหาที่ว่าโครงการนี้ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหา ในเรื่องของการเวนคืน ผมเรียนว่าความจริงโครงการนี้เราไม่อยากไปผูกติดกับโครงการ อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ซึ่งมันมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องของการเวนคืน การจ่ายเงินเวนคืนแล้วก็เรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งเดิมจริง ๆ ผลกระทบใน ๓ จังหวัด ก็จะมีผลกระทบเพียงจังหวัดระยอง ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหนัก จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเบา ไม่ค่อยมีปัญหาในสิ่งเหล่านี้เท่าไร แต่ผมเรียนว่า ในการเตรียมความพร้อมใน พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) แห่งนี้ ผมอยากเรียนว่าสิ่งที่มีการท้วงติง ก็คือในเรื่องของการผังเมือง ผมเรียนว่าผังเมืองในส่วนที่รัฐบาลได้ดำเนินการนี่นะครับ เป็นสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกว่าการดำเนินการตามขั้นตอนผังเมืองของอีอีซี (EEC) นั้น มีความ เข้มงวดมากกว่าการดำเนินการในส่วนของอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) เสียด้วยซ้ำ ผมเรียนว่าอาจจะมีปัญหาบอกว่าโครงการนี้จะไปเพิ่มพื้นที่ในเรื่องของ อุตสาหกรรมให้มาก แล้วก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผมอยากเรียนข้อมูลที่ได้มีโอกาส ได้ติดตามว่า โครงการ อีอีซี (EEC) นี่นะครับ ได้ถูกกำหนดในภาคอุตสาหกรรมไว้เพียง ๕.๑๒ เปอร์เซ็นต์ โดยกำหนดภาคเกษตร ๕๘.๕๑ เปอร์เซ็นต์ เขตอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ๒๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่เมือง ๑๓.๒๓ เปอร์เซ็นต์ และพื้นที่อื่น ๆ อีก ๒.๘๙ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าในพื้นที่อุตสาหกรรมไม่ได้มีการเติบโตอะไรมากมาย ผังเมืองเสียอีกนะครับ จะมีการกำหนดกรอบของข้อที่จะมีการห้ามนี่ค่อนข้างเยอะมาก ดังนั้นความเป็นจริงแล้วผมเชื่อว่าในเรื่องของระบบผังเมืองที่จะทำให้เกิดการเพิ่มเติมของ อุตสาหกรรมนั้นคงไม่เป็นความจริงมากขึ้น ผมเรียนว่าในส่วนที่บอกว่าถ้ามีอุตสาหกรรม เข้ามามากแล้วจะมีผลกระทบกับการท่องเที่ยว ผมเรียนว่าตั้งแต่แนวคิดของรัฐบาลนี้ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ จนถึงปี ๒๕๖๒ นี่นะครับ ความจริงแล้วการท่องเที่ยวจะไม่มีผลกระทบ ต่อในเรื่องอุตสาหกรรมซึ่งถูกกำหนดเอาไว้แล้วนะครับ เพราะว่าอุตสาหกรรมได้ถูกกำหนด เขตพื้นที่เอาไว้ ๒ จังหวัด ๓๑ นิคมอุตสาหกรรม ไม่ได้มีการเพิ่มเติม แล้วผมอยากเรียนว่า ถ้าหากอุตสาหกรรมที่มีมากขึ้นแล้วเป็นความตระหนกนี่นะครับ มีผลกระทบต่อ การท่องเที่ยวจริง ผมเรียนว่าข้อมูลการท่องเที่ยวที่ผ่านมา ๒-๓ ปี นักท่องเที่ยวจาก ๑๒ ล้านคน ไปเป็น ๑๘ ล้านคน มีรายได้เพิ่มเติมขึ้นมาไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้เดิม มันเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความชัดเจนว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวแต่อย่างไร ผมเรียนว่าในเรื่องของสิ่งเหล่านี้ครับ มีสิ่งหนึ่งที่เป็นหลักประกันอย่างหนึ่งว่าการที่ ดำเนินการในโครงการอีอีซี (EEC) แห่งนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้มีตัวเลขในเรื่องของขีดความสามารถ ของประเทศนี่เพิ่มขึ้น โดยผมขออนุญาตยกองค์กร ไอเอ็มดี (IMD) ซึ่งเป็นผู้จัดลำดับ ขีดความสามารถของประเทศไทยในปี ๒๕๖๒ เองนี้พบว่าอันดับของขีดความสามารถ ของประเทศไทยเพิ่มขึ้น ดีขึ้น ๕ อันดับจาก ๓๐ ไปเป็น ๒๕ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ภาวะเศรษฐกิจ ๓ ด้าน ก็คือภาวะเศรษฐกิจในเรื่องของประสิทธิภาพของรัฐ และในเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นผมเรียนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวชี้อย่างหนึ่งว่าในเรื่องของระบบผังเมือง ระบบของปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาทั้งหลายนี้ รัฐบาลนี้ผมเชื่อว่าได้ถอดบทเรียนจาก อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นผมเรียนด้วยความเคารพว่า สิ่งใดที่เป็นความโปร่งใสเราก็ต้องตรวจสอบ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่าวันนี้ อีอีซี (EEC) ต้องเดินหน้า อีอีซี (EEC) ต้องก้าวต่อไปนะครับ ถ้าหากว่าเรายังหยุดเดิน เราจะไม่ทันใน ต่างประเทศ เราไม่สามารถที่จะเพิ่มขีดความสามารถและเท่าเทียมกับประเทศในรอบด้าน ของเรา ดังนั้นผมขออนุญาตสรุปนะครับว่าโครงการนี้จะต้องเดินต่อไป และผมเองเห็นด้วย สิ่งใดที่เป็นความบกพร่องทั้งหลายที่ท่านสมาชิกได้เรียนมา สิ่งเหล่านี้ก็ต้องได้รับการแก้ไข แล้วก็ได้รับการดูแลจากภาครัฐต่อไปครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านสุรสิทธิ์ครับ ฉบับที่ ๒ ครับ ฉบับที่ ๓ ท่านจิรัฏฐ์ ครับ

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ในฐานะที่ผมเป็นผู้เสนอญัตติเพื่อขอตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเข้าไปศึกษาโครงการ อีอีซี (EEC) ผมขออนุญาตใช้เวลาที่ประชุมสั้น ๆ ก่อนที่จะ เข้าสรุป ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน รวมถึง ประชาชนที่กำลังฟังอยู่ ประเด็นที่เราได้ยินเมื่อสักครู่ เราไม่ได้ยินประเด็นเรื่องของการ เอื้อประโยชน์ให้นายทุน เราไม่ได้ยินประเด็นของการสร้างปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งหวังว่า ผู้อภิปรายต่อจากผมจะเข้าสู่ประเด็นนี้นะครับ การเพิ่มเติมของอุตสาหกรรม ๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาของการตั้งกรรมาธิการครั้งนี้ครับ ผมไม่ได้ขอให้พื้นที่สีม่วงน้อยลง ผมไม่ได้ขอให้พื้นที่เกษตรมากขึ้น ผมแค่ขอให้ความเหมาะสมในการกำหนดพื้นที่ ในการกำหนดผังมันถูกต้องตามหลัก มันถูกต้องตามกฎผังเมือง มันถูกต้องตามจริยธรรม ตามกระบวนการที่ประชาชนเห็นชอบ ประชาชนรับรู้รับฟัง และสุดท้ายประชาชน จะได้ประโยชน์ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ การลงทุนหลายแสนล้านบาทด้วยเงินภาษี ของประชาชน หลายแสนล้านบาทนะครับท่านประธาน หากมีมูลเหตุเพียงน้อยนิดหรือว่า มีข่าว หรือว่ามีอะไรก็ตาม ที่ส่งผลทำให้เกิดช่องโหว่ หรือส่งผลให้มีประเด็นในเรื่องของ การขัดแย้งหรือความไม่โปร่งใสในกระบวนการ เงินหลายแสนล้านบาทในฐานะผู้แทนของ ประชาชน ผมคิดว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเข้าไปศึกษาเป็นประโยชน์ครับ ไม่ใช่โทษ ไม่ได้ทำให้โครงการนี้ช้าลง ไม่ได้ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หากโครงการนี้โปร่งใสจริงครับ ท่านประธาน หากโครงการนี้มีเจตนาดีกับประเทศนี้จริง ผมเชื่อว่าต่อให้ซูเปอร์ (Super) กรรมาธิการก็ทำอะไรไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ในขณะที่ประชาชนหลายล้านคนกำลัง ต่อสู้เพื่อที่ดินทำกินของตัวเอง อีอีซี (EEC) กำลังซ้ำเติมปัญหานี้หรือเปล่า ถ้าท่านตอบ คำถามนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องมีกรรมาธิการนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมคาดหวังการโหวตที่ เป็นอิสระ ที่ไม่ผูกพันกับพรรคการเมืองใด การโหวตที่มาจากเหตุผลที่เป็นประโยชน์ของ ประชาชน การโหวตจากผู้แทนราษฎรที่จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรจริง ๆ ในการรักษา ผลประโยชน์ของประชาชน จากเงินภาษีหลายแสนล้านบาทที่มีโอกาสเป็นประโยชน์กับคน ไม่กี่คน ที่มีโอกาสเป็นประโยชน์กับคนแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ผมคาดหวังให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านคิดว่าการตั้งกรรมาธิการนี้เป็นการตั้งกรรมาธิการเพื่อเข้าไปตรวจสอบเท่านั้นครับ เราไม่ได้ไปยับยั้ง เราไม่ได้ไปต่อต้านอะไรทั้งสิ้น ผมและพรรคอนาคตใหม่เรามีเจตนาที่จะ ตรวจสอบความโปร่งใส ไม่ใช่การต่อต้านความเจริญ ผมมีทางออก ผมมีทางแก้ทุกอย่าง หากท่านตั้งกรรมาธิการครั้งนี้ผมเชื่อว่าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เป็นประโยชน์กับ ประชาชน อย่างที่บอกครับซูเปอร์ (Super) กรรมาธิการก็ทำอะไรไม่ได้ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ฉบับที่ ๔ ท่านนายแพทย์บัญญัตินะครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเป็นผู้เสนอญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาศึกษาผลกระทบจากการที่รัฐบาลจัดทำโครงการ อีอีซี (EEC) หรือโครงการ พัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก กระผมขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านที่มีส่วนร่วมในการอภิปราย เพื่อสนับสนุน แล้วก็เพื่อตั้งข้อสังเกตให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้รับสิ่งที่เป็นข้อห่วงใยจาก ภาคประชาชน จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ทางรัฐบาลและให้สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้พิจารณาเห็นความจำเป็นของการศึกษาโครงการ อีอีซี (EEC) และแก้ไขปัญหา ผลกระทบอันอาจจะเกิดจากการดำเนินโครงการ ถ้าหากว่าสภาผู้แทนราษฎรโดย ความเห็นชอบของที่ประชุมแห่งนี้ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ กระผมก็จะได้นำรายละเอียด ในส่วนที่ยังไม่ได้ชี้แจงไว้ในที่ประชุมสภา นำไปเรียนในที่ประชุมของกรรมาธิการวิสามัญ หากทางสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่ายังไม่สมควรตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ก็ขอให้ทาง สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งข้อสังเกตทั้งหมดที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ตั้งข้อสังเกตไว้ที่ เป็นประโยชน์ในทุก ๆ ประเด็น รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ที่พี่น้องประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ และข้อห่วงใยจากทั้ง ๓ จังหวัดในภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดระยองก็ดี จังหวัด ชลบุรีก็ดี จังหวัดฉะเชิงเทราก็ดี แล้วก็ใกล้เคียงก็ดี ที่จะให้ทางรัฐบาลให้พวกเขาเหล่านั้น มีส่วนร่วมในการเสนอข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อบรรเทาผลกระทบแล้วก็ แก้ไขปัญหาผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการพัฒนาเขตพิเศษภาค ตะวันออก ก็ขอกราบเรียนท่านประธานสรุปประเด็นญัตติของผู้เสนอในครั้งนี้นะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ญัตติทั้ง ๔ ฉบับ ก็ได้รับ การพิจารณาโดยครบถ้วนแล้วนะครับ หลังจากผู้เสนอญัตติได้สรุปครบทั้ง ๔ ท่าน แต่โดยที่ ญัตตินี้ได้เสนอเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพราะฉะนั้นก็จำเป็นต้องขอมติจาก ที่ประชุมทั้ง ๔ ฉบับว่าจะสมควรตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่ แต่โดยที่จะให้เวลานะครับ เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกที่ทำละหมาดอยู่ได้ขอเวลา เพราะฉะนั้นช่วงนี้ผมขอให้สมาชิก ได้แสดงตนก่อนนะครับ ให้เวลาสักระยะหนึ่งครับ สมาชิกแสดงตนได้นะครับ

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

กรุณาแจ้งสมาชิกที่อยู่ใน ห้องละหมาดด้วยนะครับ ระหว่างรอพวกเรานะครับ ผมขออนุญาตหารือท่านชวลิตครับ ในฐานะผู้เสนอ ท่านลองหารือกับเพื่อนอีก ๗ ฉบับ รวมทั้งหมดหารือว่าจะใช้เวลาเท่าไร และเราจะได้บริหารเวลา เพราะว่าประเดี๋ยวต่อไปญัตติเรื่องน้ำท่วมก็จะให้เวลาพวกเรานะครับ เพื่อให้อภิปรายทั่วถึงสั้น ๆ เพราะเรารู้แล้วปัญหาคืออะไร ญัตติที่เสนอมานั้นก็เพื่อที่จะส่ง รัฐบาลนะครับ ดังนั้นจะกำหนดเวลาให้ว่าไม่ควรเกินเวลาเท่าไร แล้วแต่ละฝ่ายบริหารเวลา หลังจากนั้นจะได้ไม่ให้ญัตติของท่านชวลิตกับคณะ ๗ ฉบับเสียโอกาสนะครับ เราให้เวลาว่า เช่น ญัตติน้ำท่วมเราจะมีเวลาสัก ๒ ชั่วโมงครึ่ง แล้วก็แบ่งเวลากันว่าคนละเท่าไรนะครับ ส่งรายชื่อมา หลังจากนั้นก็คิดว่าอีกประมาณสัก ๒ ชั่วโมงครึ่ง ญัตติเรื่องสารเคมีจะได้รับ การพิจารณา เพราะว่า ๗ ฉบับจะมีสาระใกล้เคียงกันครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าจะไม่ใช้เวลา อภิปรายมากเกินไป แล้วสามารถตั้งกรรมาธิการได้ตามที่เราเสนอไว้จะเป็นประโยชน์นะครับ ผมก็เลยถือโอกาสฝากท่านชวลิตในฐานะเป็นฉบับที่ ๑ แล้วก็มีเพื่อน ๆ อีก ๖ ฉบับ หารือกัน ดูว่าจะใช้เวลาเท่าไรครับ ผมขอให้พวกเราแสดงตนนะครับ ยังไม่ได้ปิดการแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขออนุญาตปิดการ แสดงตนนะครับ ขอรายงานครับ มีผู้เข้าประชุม ๔๔๙ คน

ต่อไปผมจะขออนุญาต ขอมตินะครับ

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเรียกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพวกเราที่กำลังเข้ามา โดยที่วาระนี้เป็นวาระที่ผู้เสนอญัตติทั้ง ๔ ฉบับ ได้เสนอ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จึงต้องขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นด้วยในการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญตามที่ผู้เสนอญัตติเสนอหรือไม่ ผมขอที่ประชุมได้ลงมติ ณ บัดนี้นะครับ ถ้าเห็นด้วย ก็ลงมติ เห็นด้วย นะครับ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ลงมติ ไม่เห็นด้วย ครับ อยู่ในช่วงการลงมตินะครับ ยังไม่ปิดการลงมติครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสตงตนและกดปุ่มลงมติ)
นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เห็นด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกที่ไม่สะดวกใช้บัตร เชิญนะครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ บัตรหายครับ เห็นด้วยครับ หมายเลข ๐๙๙ ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่บันทึกแล้วครับ ยังไม่ได้ปิดการลงมตินะครับ

ถ้าสมาชิกได้ลงมติพร้อมแล้ว ผมขออนุญาตปิดการลงมติ รายงานผลครับ ผู้เข้าประชุม ๔๕๖ คน เห็นด้วย ๒๒๓ คน ไม่เห็นด้วย ๒๓๑ คน งดออกเสียง ๒ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีครับ มติก็ไม่เห็นด้วยนะครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัด นครราชสีมา ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ได้มีการประสานงานกับ ในส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า เราจะขออนุญาตเอาสารเคมีมาพิจารณาก่อน แล้วก็ใช้เวลา ประมาณไม่เกิน ๒ ชั่วโมง หลังจากนั้นแล้วก็จะเป็นญัตติเรื่องน้ำท่วมยาวจนจบเลย เพราะว่า ญัตติเรื่องน้ำท่วมวันนี้บรรดาพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ความสนใจแล้วก็เป็น ความสนใจกับพี่น้องที่อยู่ทางบ้านด้วย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้นครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุม ท่านสมาชิก มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ อันนี้เป็นข้อหารือที่ท่านวิรัชบอกว่าได้หารือกับทุกฝ่าย ทีนี้อย่างที่ผมเรียนแล้วก็คือเรามีตั้ง ๒๖ พรรค บางทีก็ไม่แน่ใจครับ ถ้าที่ประชุม ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ขออนุญาตไปตามระเบียบวาระ คือนำวาระด่วนเรื่องของ สารเคมีมาพิจารณาก่อนนะครับ เราก็ขอร้องให้ผู้เสนอพยายามไม่เยิ่นเย้อ ไม่ซ้ำซ้อนเกินไป แล้วจะได้จบในเวลาที่รวดเร็ว สามารถตั้งกรรมาธิการหรือไม่ตั้งได้ตามมติต่อไปครับ ผมขอดำเนินการต่อไปตามระเบียบวาระเรื่องด่วน เรื่องญัตติของสารเคมี ฉบับแรกก็คือของ ท่านชวลิตครับ

ญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดสารพิษตกค้าง เป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภค (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ขอเชิญนะครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพี่อไทย พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน นายสยาม หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู และนายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู ขอเสนอญัตติด่วน เรื่องการขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้ สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเป็นอันตรายแก่เกษตรกร และผู้บริโภค

ท่านประธานที่เคารพครับ ในจำนวน ๔ ท่านที่ร่วมเสนอญัตติในครั้งนี้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในญัตติของกระผมนั้นจะเหลือ ๑ ท่านคือผมเป็นผู้นำเสนอนะครับ เวลาเราได้เตรียมไว้แล้วในสาระก็เลยจะขอเหลือคนเดียว

ท่านประธานที่เคารพ กระผมและคณะได้เสนอญัตตินี้ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ เป็นเวลาถึง ๒ เดือนครึ่ง กว่าจะได้ถึงเวลาที่สภาจะได้พิจารณาในญัตตินี้ แม้จะช้าแต่กระผมก็รอด้วยใจจดใจจ่อ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อสุขภาพของประชาชน คนไทยทุกคน ผู้แทนราษฎรที่อาสาเข้ามาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนจะต้องดูแล ทุกข์สุขของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ การเสนอญัตติครั้งนี้อาจถือได้ว่าเป็น ครั้งสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรครั้งหนึ่ง เพราะมีผู้เสนอญัตติในทำนองเดียวกันถึง ๗ ญัตติ เป็นญัตติที่มาจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถือได้ว่าแต่ละพรรคการเมืองต่างเห็นว่า ปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในพืชผลการเกษตรและสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่กระทบกับ ประชาชนในวงกว้าง ไม่เพียงแต่เกษตรกรผู้สัมผัสสารเคมี แต่รวมกระทบถึงประชาชน ผู้บริโภคพืชผักผลไม้ รวมไปถึงกระทบกับสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ อากาศ สัตว์บก สัตว์น้ำ ซึ่งประชาชนคนไทยทุกคนมีสิทธิได้รับสารเคมีซึ่งมีพิษร้ายแรงสะสมในร่างกายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน การเสนอญัตติครั้งนี้จึงมีเป้าหมายที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้บรรเทาเบาบางลง เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี มีอาหารปลอดภัยสมกับเป็นครัวของโลกตามที่ได้ตั้งความหวังกันไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการเสนอญัตติของกระผมและคณะในครั้งนี้ กระผมได้กำหนดประเด็นที่จะอภิปราย สนับสนุนญัตติของกระผมอยู่ ๕ ประเด็น ดังนี้

ประเด็นแรก สถิติการตายและสาเหตุการตายอันดับ ๑ ของคนไทย ในปัจจุบัน รวมทั้งงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นที่ ๒ สถิติการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและกำจัดวัชพืช

ประเด็นที่ ๓ การตรวจสอบการปนเปื้อนสารเคมีในพืชผลการเกษตร ที่กระทบกับเกษตรกร กระทบกับผู้บริโภคและกระทบกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการ ตรวจสอบพืชผลการเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ประเด็นที่ ๔ การรณรงค์แบน (Ban) สารเคมีร้ายแรงของภาคประชาสังคม คือมูลนิธิชมรมเกษตรปลอดภัย ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคตลอดจนนักวิจัยและนักวิชาการ ในการตรวจสอบการปนเปื้อนของสารเคมีในพืชผลการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

ประเด็นที่ ๕ ทางออกและข้อเสนอแนะ

กระผมขอเริ่มต้นด้วย ประเด็นแรก สถิติการตายและสาเหตุการตายอันดับ ๑ ของประชาชนคนไทยในปัจจุบันและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กระทรวงสาธารณสุขได้แถลง อย่างเป็นทางการว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับ ๑ มากว่า ๑๐ ปี ติดต่อกัน ปัจจุบันคนไทยตายด้วยโรคมะเร็งปีละเกือบ ๗๐,๐๐๐ คน เฉลี่ยตายชั่วโมงละ ๘ คน วันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง คูณ ๘ เข้าไป คนไทยตายด้วยโรคมะเร็งวันละ ๑๙๒ คน นับเป็น สถิติการตายที่น่าตกใจและน่าสะพรึงกลัวมาก ทั้งยังคงครองสถิติการตายสูงสุดเป็นอันดับ ๑ มากว่า ๑๐ ปี แล้วก็จะเพิ่มไปเรื่อย ๆ ถ้าเราคนไทยไม่หาทางหยุดยั้งอย่างที่ ๗ ญัตติ ได้ร่วมกันเสนอในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ สถิติการตายและสาเหตุการตายดังกล่าว สอดคล้องกับที่กระผมพบในชนบทหรือในเมืองก็ตาม ถ้าเราไปงานศพสัก ๑๐ งาน ๒ งาน หรือ ๓ งาน จะมีสาเหตุการตายด้วยโรคมะเร็ง นั่นจากข้อเท็จจริงที่ ส.ส. ได้ลงพื้นที่ แล้วมา เกี่ยวอะไรกับยาปราบศัตรูพืช ยาปราบวัชพืช หรือยาฆ่าหญ้าได้อย่างไร เกี่ยวกันครับ ท่านประธาน มีงานวิจัยจำนวนมากพบว่ายาปราบศัตรูพืช ยาปราบวัชพืชถ้าสะสมใน ร่างกายมนุษย์ในเลือดของเกษตรกร จะเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โรคพาร์กินสัน โรคต่อมไทรอยด์ โรคตับ โรคไต และโรคอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย ซึ่งในรายละเอียดจะไปว่า กันในชั้นตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงแล้วมีสาเหตุของการ เกิดโรคมะเร็งจากหลายสาเหตุ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า กระผมเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล เจ้าตัวสามารถแก้ไขได้ ป้องกันหรือหักดิบด้วยตนเองได้ แต่ถ้าสารเคมีปนเปื้อน ในพืชผลการเกษตร ในสิ่งแวดล้อม ถ้าภาครัฐไม่มีมาตรการที่เข้มงวด ไม่มีมาตรฐาน ความปลอดภัย ปล่อยปละละเลย ประชาชนคนไทยผู้บริโภคมีโอกาสรับสารพิษสะสม ในร่างกายจากพืชผักผลไม้และสิ่งแวดล้อมที่สกปรกได้ทุกเมื่อเชื่อวัน

กระผมขอเริ่มต่อในประเด็นที่ ๒ สถิติการนำเข้าสารเคมีวัตถุอันตรายทาง การเกษตร ซึ่งมีที่มาจากกรมวิชาการเกษตร สถิติการนำเข้าสารเคมี วัตถุอันตราย ทางการเกษตร ซึ่งมีที่มาจากกรมวิชาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จะยกข้อมูล เฉพาะสารพิษร้ายแรง ๓ ตัวด้วยกัน ข้อมูลปี ๒๕๕๙ พาราควอต (Paraquat) ๓๐,๔๔๐,๐๐๐ กิโลมกรัมเศษ ไกลโฟรเสต ๕๘,๐๗๘,๒๐๑ กิโลกรัม คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ๑,๙๘๓,๐๐๐ กิโลกรัม คิดเป็น มูลค่า ๒๐,๖๑๘ ล้านบาท ปี ๒๕๖๐ คิดเป็นมูลค่า ๒๗,๙๒๒ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ คิดเป็น มูลค่า ๓๖,๒๙๘ ล้านบาท นี่เฉพาะ ๓ ตัวสารร้ายแรงอันตราย ท่านประธานที่เคารพครับ สารเคมีร้ายแรงทั้ง ๓ ตัวดังกล่าวมีประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถึง ๕๓ ประเทศ เขาแบน (Ban) เขาห้ามนำเข้า ห้ามใช้แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม ศรีลังกา ยังห้ามใช้ ห้ามนำเข้า แต่ทำไมประเทศไทยยังใช้อยู่ ลองตั้งสติให้ดีว่าผู้บริหารของประเทศไทย มีความเป็นห่วงสุขภาพประชาชนของตนเองมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เมื่อเทียบกับประเทศ เพื่อนบ้านของเราที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ นอกจากนี้เมื่อเห็นตัวเลขการนำเข้าสารเคมี ร้ายแรงจำนวนมากดังกล่าว เหมือนจะเอามาอาบผืนดินของประเทศไทยเลยทีเดียว เราคงจะ ไม่สามารถกล่าวได้เลยว่านี่หรือที่เราจะเป็นครัวของโลก หากพืชผลการเกษตรอาบไปด้วย สารพิษร้ายแรง

ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่ ๓ การตรวจสอบสารเคมีปนเปื้อน ในพืชผลการเกษตรที่กระทบกับเกษตรกร กระทบกับผู้บริโภค และกระทบกับสิ่งแวดล้อม ลำดับแรก ขอเริ่มด้วยผลกระทบกับเกษตรกร วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา จากการแถลงข่าวของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ สปสช. โดยทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. แถลงว่า จากข้อมูลที่เกษตรกรเข้ารับบริการ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือกองทุนบัตรทองในช่วง ๑๐ เดือน ของปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ได้รับรายงานผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่มีสาเหตุจากการได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในปี ๒๕๖๒ ระยะเวลา ๑๐ เดือน จำนวน ๓,๐๖๗ ราย เสียชีวิต ๔๐๗ ราย และเมื่อดูสถิติย้อนหลังไป ๓ ปี พบว่า ปี ๒๕๕๙ ป่วย ๔,๘๗๖ เสียชีวิต ๖๐๖ ราย ปี ๒๕๖๐ ป่วย ๔,๙๑๖ เสียชีวิต ๕๗๙ ราย ปี ๒๕๖๑ ป่วย ๔,๗๓๖ เสียชีวิต ๖๐๑ ราย นั่นเป็นสถิติของเกษตรผู้สัมผัสสารเคมีโดยตรง ที่ไปขอการรักษา ท่านประธานครับ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือยังมีเกษตรกรอีกนับล้านคน ที่ไม่กล้าไปเจาะเลือด เพราะกลัวพบสารเคมีการเกษตรในเลือดของตนเอง เราจะแก้ปัญหานี้ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพที่ กระผมกล่าวไปนั้น เป็นผลกระทบที่มีต่อเกษตรกร ทีนี้มามี ผลกระทบต่อผู้บริโภคหรือประชาชนทั่วไป อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ และประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ที่ได้รับสารพิษสะสมในร่างกายทุกวัน ๆ เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ หรือเพียงเดือนเศษ ที่ผ่านมา นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน (Thai-PAN) ได้เปิดเผยผลสำรวจการเก็บตัวอย่างผักและผลไม้ ๒๔ ชนิด จำนวน ๒๘๖ ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ ๒๕ มีนาคม ถึง ๕ เมษายน ๒๕๖๒ จากห้างค้าปลีก หรือโมเดิร์นเทรด (Modern trade) ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและอีก ๗ จังหวัดทุกภาค ทั่วประเทศ พบว่ามีผักและผลไม้ที่มีสารเคมีปนเปื้อนตกค้างเกินค่ามาตรฐาน ดังนี้ ผักกวางตุ้ง พบสารเคมีปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน จำนวน ๑๐ ตัวอย่างจาก ๑๒ ตัวอย่าง ผักคะน้า พบ ๙ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง กะเพรา พบ ๘ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง พริก พบ ๗ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง กะหล่ำดอก พบ ๗ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง มะเขือเปราะ พบ ๖ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง มะเขือเทศ พบ ๕ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง ถั่วฝักยาว พบ ๔ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง ผักบุ้งจีน พบ ๔ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง ส่วนผลไม้พบสารเคมีปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน ดังนี้ ส้ม พบ ๑๒ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง หมายความว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ พบเกินค่ามาตรฐานทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของส้ม ชมพู่ พบ ๑๑ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง ฝรั่ง พบ ๗ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง ท่านประธานที่เคารพ ผมแทบไม่อยากที่จะยกตัวอย่างออกไปอีก เพราะเป็นของที่ชอบรับประทานทั้งนั้น ไม่รู้ว่าจะแจ็กพอต (Jackpot) กับตนเองบ้างวันไหน หรือสะสมไว้ในร่างกายมากมายขนาดไหน นางสาวปรกชล ผู้ประสานงานของไทยแพน (Thai-PAN) ได้แถลงต่อว่า การตรวจสอบในปีนี้พบสารพิษตกค้าง ๙๐ ชนิด โดยส่งไปตรวจ ที่แล็บ (Lab) ของประเทศอังกฤษ แต่ถ้าส่งตรวจในห้องแล็บ (Lab) ของประเทศไทย และตรวจไอเทม (Item) ปกติ ในยาฆ่าแมลง ๔ กลุ่ม จะพบสารพิษตกค้างเพียง ๑๙ ชนิด ส่วนอีก ๗๑ ชนิด จะมองไม่เห็น ดังนั้นการตรวจในห้องแล็บ (Lab) ของประเทศไทย ต้องยกระดับห้องแล็บ (Lab) ให้เท่ากับของประเทศอังกฤษต่อไป ทั้งนี้สารพิษตกค้าง ๙๐ ชนิดที่พบ เป็นสารพิษแบบดูดซึมถึง ๕๐ ชนิด คิดเป็น ๕๖ เปอร์เซ็นต์ของสารทั้งหมด สารพิษตกค้างที่พบมากที่สุดคือคาร์เบนดาซิม จำนวน ๕๗ ตัวอย่าง ส่วนคลอร์ไพริฟอส อยู่ในลำดับที่ ๕ จำนวน ๓๘ ตัวอย่าง กระผมมีข้อสังเกตว่าทำไมผลการสุ่มตรวจสารเคมี ปนเปื้อนในพืชผลการเกษตร แทบไม่มีออกมาจากส่วนราชการเลย ทำไมต้องให้ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมมาทำ มาดูแลประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจาก สารเคมีปนเปื้อนในผักผลไม้แล้ว ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น มีการพบสารเคมีปนเปื้อนใน สิ่งแวดล้อม ในน้ำ ในสัตว์น้ำ กระผมขออนุญาตท่านประธานเปิดคลิปแรก ซึ่งกระผม ได้รับอนุญาตจากท่านประธานแล้ว เป็นงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวรลงไปสำรวจที่ จังหวัดน่าน เชิญรับชมครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

อาจจะขัดข้องทางเทคนิคนะครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานต่อว่า จากคลิป (Clip) ดังกล่าวนั้นเป็นงานวิจัย ภาคสนามของมหาวิทยาลัยนเรศวร จะเห็นได้ว่ายาฆ่าหญ้าเข้าไปอยู่ในเนื้อปลาแล้ว ซึ่งเป็น สัตว์น้ำที่ประชาชนของเราบริโภค ซึ่งน่าเป็นห่วงมากครับท่านประธาน ถ้าไม่มีมาตรการ เร่งด่วนมาแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกกรณีหนึ่งซึ่งหนักหนาสาหัสกว่านั้น คือพบ ยาฆ่าหญ้าปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติที่จะนำมาทำน้ำประปาให้ประชาชนบริโภค โดยพบที่จังหวัดหนองบัวลำภู ในญัตติของกระผมถึงมี ส.ส. จังหวัดหนองบัวลำภูถึง ๒ ท่าน ร่วมเสนอญัตติด้วย เพราะที่นั่นปลูกอ้อยมาก ใช้ยาฆ่าหญ้ามาก งานนี้เป็นงานวิจัยของ มหาวิทยาลัยนเรศวรอีกเช่นกัน ขออนุญาตท่านประธานเปิดคลิป (Clip) ที่ ๒ ที่มีการพบ ยาฆ่าหญ้าปนเปื้อนอยู่ในน้ำประปาครับ ขอคลิป (Clip) ที่ ๒ เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องขอร้องให้ท่านชวลิต อาจจะต้องสรุปครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

ได้ครับท่านประธาน ปิดคลิปได้ครับ มีงานวิจัยอีก ๒ งานซึ่งไม่ได้เป็นคลิป (Clip) แต่ว่าไม่อาจข้ามไปได้ งานแรกเป็นงานของ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ วิจัยโดยท่านกรองทิพย์ และคณะ งานวิจัยพบว่าพาราควอต (Paraquat) สามารถผ่านจากมารดาไปยังตัวอ่อนในครรภ์ของ มารดา โดยตรวจพบการตกค้างในขี้เทาของทารกแรกเกิดและมารดาเป็นงานวิจัยที่น่าตื่น ตะลึงมาก แต่คณะกรรมการวัตถุอันตรายกลับบอกว่ามีตัวอย่างน้อยไปหน่อยเพียง ๑ ราย งานวิจัยอีกงานหนึ่งที่ไม่อาจข้ามไปก็คือ ในการเสวนาบนเวทีวิชาการเรื่องข้อเท็จจริงทาง วิชาการในการควบคุมสารเคมีอันตรายพาราควอต (Paraquat)ไกลโฟเซต (Glyphosate) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) รองศาสตราจารย์จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้กล่าว อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดีช่วงปี ๒๕๕๓-๒๕๕๙ พบหลักฐานว่า ไกลโฟเซต (Glyphosate) มีส่วนกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น ๕-๑๓ เท่า และยังออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาทส่วนกลางในระยะยาว

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องขอให้สรุปแล้วนะครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

ได้ครับท่านประธาน ในประเด็นที่ ๔ ผมต้องขอขอบคุณภาคประชาสังคมคือ มูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย (BIOTHAI) ไทยแพน (Thai-PAN) คุณปรกชล อู๋ทรัพย์ และ ๖๘๖ องค์กรที่ได้ต่อสู้ในเรื่องนี้มาอย่างช้านานนะครับ ๕ ปี ถ้าท่านประธานจำได้ ช่วงที่พวกเราเป็น ส.ส. ในชุดที่แล้วก็ได้ทำในเรื่องนี้ แต่เรามา สะดุดหยุดอยู่เพราะมีการปฏิวัติรัฐประหารนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนเป็นประเด็นสุดท้าย ทางออกและข้อเสนอแนะก็คือ

กระผมเห็นในเบื้องต้นเฉพาะหน้าว่าให้เสนอรัฐบาลแบน (Ban) สารพิษ ร้ายแรง ๓ ตัวก่อนคือ พาราควอต (Paraquat) คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) และไกลโฟเซต (Glyphosate) เพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทย

ประการที่ ๒ ควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาแนวทางแก้ไข ในระยะยาว สาเหตุที่ต้องเป็นกรรมาธิการวิสามัญเพราะงานและภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับ หลายกระทรวง คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น และมีผู้สนใจศึกษาถึง ๗ ญัตติ จึงควรเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ

ในประการที่ ๓ ประการสุดท้ายก็คืออยากจะให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญในการที่จะทำให้มีโครงการเกษตรปลอดภัยจริง ๆ มีโครงการ เกษตรที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและชาวโลก ผมขออนุญาตสรุปสั้น ๆ เพียงเท่านี้ เพื่อที่จะให้ที่ประชุมได้ใช้เวลาในการพิจารณาในเรื่องอื่นต่อไป ขอขอบคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เรื่องด่วนที่ ๑๐ ซึ่งอยู่ในกลุ่มนี้ก็คือ เรื่องของท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กับคณะ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดสารพิษตกค้าง เป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภค (นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ขอเชิญท่านชูวิทย์ อะไรที่ เห็นว่ามันซ้ำก็อย่าไปอภิปรายซ้ำนะครับ ประหยัดเวลาเพื่อเรื่องน้ำท่วมจะได้มีการพิจารณา ได้ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ และคณะ ซึ่งมีผู้ร่วมยื่นญัตติ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้ สารเคมีภาคเกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเป็นอันตรายต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ซึ่งมีคุณผ่องศรี แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ มีคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี และมีคุณอนุรักษ์ บุญศล จังหวัดสกลนคร ซึ่งจะอภิปรายต่อจากผมเป็นคนที่ ๒ ซึ่งที่เราได้ยื่นทั้งหมดก็จะมี การอภิปราย ๒ คน

ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากประเทศไทยทุกภูมิภาคของประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แล้วเกษตรกรรมก็ส่งผลกระทบให้ผู้ที่ใช้ สารเคมีในภาคเกษตร จึงก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน และผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน โดยเฉพาะเกษตรกร ในภาคอีสานซึ่งอยู่บริเวณที่ราบลุ่ม แม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำโขง ชาวนาทำนาปีละ ๒ ครั้งครับ ทั้งนาปรัง นาปี นอกจากนั้นยังปลูกผัก ปลูกหอม ปลูกกระเทียม ปลูกพริกหลัง ฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งทุกวันนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เกษตรกรส่วนมาก ยังเคยชินกับการใช้สารเคมีต่าง ๆ เพื่อจะเพิ่มผลผลิตให้กับตัวเองและส่งขายให้ตลาด แต่ผลผลิตนั้นก็ส่งไปยังต่างประเทศ พอไปถึงต่างประเทศก็จะถูกส่งกลับเพราะมีสารเคมี สารเคมีนั้นไม่ว่าจะเป็นสารเคมีในการใช้ยาฆ่าแมลง ยากำจัดศัตรูพืช และสารเคมีต่าง ๆ ที่สามารถยืดอายุเวลาของผักให้อยู่ได้หลาย ๆ วัน เพื่อยืดอายุเวลาของผลไม้ให้อยู่ได้ หลาย ๆ วันส่งผลกระทบกับชีวิตพี่น้องประชาชนซึ่งมีหลายด้านนะครับ ผมขอสรุปประเด็น ง่าย ๆ ก็คือด้านสิ่งแวดล้อม สารเคมีที่ใช้แล้วก็จะตกค้างไปในพื้นดิน ในแม่น้ำ แล้วก็ระเหยไปในอากาศก็จะทำให้เกิด มลพิษ สิ่งแวดล้อม เกิดการสะสมสารเคมี เกิดการทำลายห่วงโซ่อาหาร ซึ่งแต่ก่อน พี่น้องประชาชนลงไปริมห้วย ริมหนอง ริมคลอง ริมบึง เขาบอกว่าหันหน้าลงน้ำก็เหมือนกับ แมคโครของคนจน ไม่ได้หอยก็ได้ปู ไม่ได้ปูก็ได้ปลา แต่วันนี้ห่วงโซ่อาหารตรงนี้ถูกตัดขาดไป หมดแล้วนะครับ ทุกชีวิตก็ต้องเสี่ยงกับสารเคมีที่ตกค้าง ระบบนิเวศก็ถูกทำลายจากการ ใช้สารเคมี และต่อเนื่องประเด็นที่ ๒ จากสิ่งแวดล้อมแล้วก็มาด้านสุขภาพ ด้านสุขภาพ สารเคมีชนิดต่าง ๆ ที่เกษตรกรใช้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคได้แก่เกษตรกรโดยตรง สารเคมี ที่ปนเปื้อนมากับผลิตผลทางการเกษตรยังส่งผลต่อผู้บริโภคและต่อเนื่องด้านประเด็นที่ ๓ คือด้านเศรษฐกิจ เมื่อเกษตรกรได้ใช้สารเคมี เมื่อได้ผลผลิตเพิ่มแล้วส่งไปที่ตลาด ผู้บริโภค จำนวนมากก็ไม่รู้ว่าสารนั้นอยู่ในผักผลไม้หรือไม่ ก็เป็นผลกระทบให้กับผู้ใช้และยังต้องแก้ไข ไปถึงรัฐบาลต้องมีความจริงใจในการฟื้นฟูดิน ฟื้นฟูแม่น้ำลำธาร ฟื้นฟูธรรมชาติ เสร็จแล้ว รัฐบาลต้องมีงบประมาณในการดูแลรักษาประชาชนที่เจ็บป่วยจากการใช้สารเคมีซึ่งไม่มี ขีดจำกัด แถว ๆ จังหวัดชัยภูมิเขาบอกว่านักฆ่า ซึ่งนักฆ่าคนนี้ที่ใส่ชุดแล้วก็พ่นยา เพื่อจะ ป้องกันตัวเองไม่ให้เสียชีวิต สุดท้ายนักฆ่าก็ต้องตายเหมือนกันครับ ซึ่งปัญหาดังกล่าวข้างต้น ถือเป็นเรื่องสำคัญและส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรงและโดยอ้อม กระผมและคณะจึงได้ ยื่นญัตติด่วนเพื่อให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แล้วก็เป็นปัญหาอย่างจริงจัง ต้องเป็นวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แล้วรัฐบาลต้องมีความจริงใจในการห้าม นำเข้าสารเคมีที่หลาย ๆ ประเทศไม่ใช้ รอบ ๆ บ้านเราไม่มีใครใช้ครับแต่ประเทศไทยนำเข้า มากที่สุดเลยนะครับ วันนี้ถ้าปล่อยสารเคมีแบบนี้พี่น้องประชาชนคนไทยจะเสียชีวิตจาก โรคร้ายพวกนี้ จึงกราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านชูวิทย์นะครับ ฉบับที่ ๓ เป็นเรื่องด่วนที่ ๑๒ ของนายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เชิญคุณหมอครับ

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย พร้อมกับท่านนิยม เวชกามา ร่วมเสนอและมีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติ ๒๐ ท่าน ซึ่งเป็นสมาชิกของ พรรคเราแล้วก็มีความห่วงใย กราบเรียนท่านประธานว่าได้เสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหามาตรการควบคุมการใช้สารเคมี กำจัดศัตรูพืชและสารเคมีในภาคการเกษตร ผมต้องเรียนนะครับว่าในห้วงชีวิตของพวกเรา ในช่วง ๔๐ ปีที่แล้วสารเคมีพวกนี้ยังไม่ได้เข้ามาในประเทศ เราจะได้เห็นนะครับในอดีตผมเป็น ลูกชาวนาทำนา เวลาเกี่ยวข้าวเสร็จปลาก็ยังมีอยู่ ก็ไปตกคักไปรวมกันตามหนอง เราจะเห็นชีวิต ที่เป็นวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งมีน้ำที่สะอาด สารเคมีไม่ได้เข้ามา ในวันนี้สารเคมีได้เข้ามาซึ่ง เป็นหลักที่พวกเราใช้กันอยู่และส่งผลทั้ง ๓ ตัว ซึ่งก็คือพาราควอต (Paraquat) แล้วก็สารเคมี ไกลโฟรเซต แล้วก็สารเคมีคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos)ซึ่งเป็นที่ผมจะกล่าวต่อไป สารเคมีทั้ง ๓ ตัวนั้นส่งผลในเรื่องของเรื่องสุขภาพ สุขภาพอันแรกเลยคือสุขภาพของตัวผู้ใช้เอง ผู้ที่ฉีด โดยเฉพาะยาฆ่าหญ้าพาราควอต (Paraquat) นั้นบางทีเขาไม่รู้หรอกครับว่ามันมีฤทธิ์อันตรายมาก ผมเป็นแพทย์เจอยาฆ่าหญ้าเข้าปากแค่นิดเดียวเอาไม่อยู่ เสียชีวิต แต่ยังไม่ทันที เขาจะค่อย ๆ ดูดซึมแล้วไปเผาร่างกายข้างในสูญเสียเน่าเปื่อยหมด สูญเสียชีวิต ลูกสาวเป็นแพทย์ เป็นเอ็กซ์เทิร์น (Extern) อยู่ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โทรศัพท์ ลงไลน์ (line) มาบอกว่า หนูเจอเคส (Case) คนไข้ไปฉีดยาฆ่าหญ้า ปรากฏว่าใบหญ้าบาด ที่เท้าแล้วเขาก็ไม่รู้มีเบาหวานเป็นโรคพื้นฐานมาโรงพยาบาลต้องถูกตัดขา แอมปูเทต (Amputate) บางคนในเคส (Case) ๒ เดือน มีโรคไต มีเซปสิส (Sepsis) นี่คือการเจ็บป่วย สำหรับตัวผู้ฉีดเอง บอกว่าเจ็บคนเดียว เจ็บทั้งบ้าน ล้มคนเดียว ล้มทั้งบ้าน ไม่มีใครอยากให้ เกิดขึ้น แล้วก็คิดว่ามันเป็นสิ่งน่ากังวลใจเป็นอย่างมาก

อันที่ ๒ คือสุขภาพสำหรับผู้บริโภค จะสังเกตว่าตอนนี้มีสารตกค้างในน้ำ ในปลา ในผัก มีการสำรวจการไทยแพน (Thai-PAN) ว่าในผักก็มีผักกวางตุ้ง ในผลไม้ก็ส้ม องุ่น ชมพู่ เหลือค้างเยอะ ซึ่งเขาบริโภคไปนะครับ มันสั่งสม แล้วสารเคมีทั้ง ๓ ตัวนั้น บางส่วนมีฤทธิ์เฉียบพลัน ถ้าคนฉีดก็คลื่นไส้อาเจียนเฉียบพลัน ระบบหายใจ สั่งสมไป ทุกอวัยวะ บางส่วนเป็นมะเร็ง บางส่วนส่งไปถึงลูก เพราะฉะนั้น ๓ ตัวนี้มีผลสำหรับผู้บริโภค และผู้อยู่รอบข้าง

อันที่ ๓ คือเรื่องของสิ่งแวดล้อม ท่านชวลิตกับท่านชูวิทย์ก็ได้กล่าวไปแล้วว่า ในส่วนของสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะอยู่ในดินก็สั่งสม เขาจึงมีการบอกว่า ถ้าใช้จุลินทรีย์ดิน ใช้ไส้เดือนก็สามารถที่จะทำให้ที่สั่งสมนั้นเจือจางลงได้ ซึ่งการทดแทน ตรงนี้ทางเราก็เป็นห่วงต้องหาวิธีการทดแทน

อันที่ ๔ คือเรื่องของเศรษฐกิจ เศรษฐกิจก็คือเรื่องของพืชผลไม้ที่เราส่งไป ต่างประเทศที่เรากินกันอยู่ และส่งผลทำให้เขาตีย้อนกลับมา ทางกรมวิชาการเกษตร มีการตรวจซึ่งมีเซอร์ทิฟิเคต (Certificate) เป็นลักษณะของเฮลท์ เซอร์ทิฟิเคต (Health certificate) ขึ้นมาว่ามีเท่าไร โดยเฉพาะที่เราใช้กันอยู่นะครับ ซึ่ง ๓ อย่างนี้จะทำให้สูญเสีย อย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าสารเคมีทั้ง ๓ ตัวนั้น ถ้าพูดถึงด้านการแพทย์ ซึ่งขณะนี้เราได้ทราบว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พบว่ามีผู้ป่วยบัตรทอง จากพิษสารเคมีปราบศัตรูพืชในปี ๒๕๖๒ เข้ารักษา ๓,๐๖๗ คน เสียชีวิต ๔๐๗ คน เบิกจ่าย ค่ารักษาพยาบาลถึง ๑๔.๖๔ ล้านบาท ยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate) คาร์บาเมต (Carbamates) จำนวน ๗๐๕ คน เสียชีวิต ๕๘ คน เบิกจ่ายไป ๔.๒๗ ล้านบาท ยาฆ่าหญ้าและยาฆ่าเชื้อรา จำนวน ๑,๓๓๗ คน เสียชีวิต ๓๓๖ คน เบิกจ่ายไป ๖.๗๙ ล้านบาท สารเคมีประเภทอื่น ๆ อีก ๑,๐๒๕ คน เสียชีวิต ๑๓ คน เบิกจ่ายไป ๓.๕๗ ล้านบาท นอกจากนั้นเป็นที่น่าตกใจ คือรายงานการคัดกรอง ตอนนี้เรามีการ ตรวจสอบโดยการคัดกรองเพื่อการหาความเสี่ยงจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตั้งแต่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จากสำนักงานเขตสุขภาพทั้ง ๑-๑๒ เขต ปรากฏว่าปี ๒๕๖๐ ผลมีความเสี่ยงถึง ๗.๔๗ ถึง ๓๔.๔๙ เปอร์เซ็นต์ ผลไม่ปลอดภัย ๓.๒๒-๒๒.๑๕ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๑ มีความเสี่ยงถึง ๖.๕-๒๘ เปอร์เซ็นต์ ไม่ปลอดภัย ๓.๓๕-๑๘.๖๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ใน เขตสุขภาพที่ ๒ ก็คือจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนเขตอื่น ๆ ก็ลดหลั่นกันมา นี่คือสิ่งซึ่งเตือนพวกเราว่ากระทรวง สาธารณสุขนั้นพยายามไม่ให้ใช้ หรือว่าพยายามซึ่งตรงข้ามกับที่เราทราบกันอยู่ว่าสารเคมี ทั้ง ๓ ตัวก็ยังมีการใช้กันอยู่ โดยเฉพาะเมื่อมีการประชุม แล้วก็เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ก็ยังมีการให้ใช้อยู่ แต่ว่าให้กรมวิชาการเกษตรเสนอมาตรการ ๖ มาตรการเพื่อเป็นการแก้ไข ปัญหา ซึ่งมาตรการที่ว่าก็คือ ด้านกฎหมาย เสนอร่างกฎหมายด้านอบรม ด้านหาแนวทาง นำเกษตรปลอดภัย นำเกษตรอินทรีย์มาใช้ ด้านบันทึกข้อมูล ใช้วัตถุอันตรายอย่างเป็นระบบ ด้านประชาสัมพันธ์และสนับสนุนการวิจัย แต่ผมขอเรียนว่าอันนี้มันจะช้าไปไหมครับ เพราะเป็นที่ประจักษ์ชัดแน่นอนว่าเป็นคนที่ได้รับบริโภคทั้งทางตรง ทางอ้อม รู้สึกว่า ตายผ่อนส่ง เราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิกทั้งหมด ผมเชื่อว่าทั้งพรรค หรือว่า ทั้งประเทศ หรือทุกคน เราอยากให้เร่งด่วนในมาตรการควบคุม หรือจริง ๆ ถ้าบอกไปอีก ๒ ปีมันจะนานไปไหมครับ ตัวเลขที่มีคนนำเข้าสารเคมีนั้นก็มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะรู้สึกว่า เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้าน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้าน ตัวเลขที่เข้ามาใช้ อย่างนำเข้าของพาราควอตต้องถึง ๔๔.๕๐ ล้านกิโลกรัม ของคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ถึง ๓.๓๒ ล้านกิโลกรัม และ ไกลโฟเซต (Glyphosate) ๕๙.๘๕ ล้านกิโลกรัม และทุกอันมีการยืนยันว่ามีกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะพาราควอต (Paraquat) มีความเสี่ยงเฉียบพลัน ผิวหนังแสบ อาการโรคพาร์กินสัน โรคอื่น ๆ เฉียบพลัน ไกลโฟเซต (Glyphosate) ก็โรคไต โรคมะเร็ง อะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็น ทุกอวัยวะ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนว่าวันนี้เป็นวันที่สำคัญผมอยากเห็น และพวกเราอยากเห็น ว่าธรรมชาติกลับมาสู่เหมือนเดิม อีโก้ เลเบล (Eco label) อีโก้ (Eco) การให้รางวัล นาไหนมี สารเคมีหรือไม่มี มีนกไปได้ มีปลา มีสิ่งมีชีวิตได้ เราน่าจะให้รางวัลในการทำให้ตรงนี้ชักจูง เพราะฉะนั้นวันนี้จึงจำเป็น ญัตติเราผมยื่นมาตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม มีสมาชิกที่มาร่วม ท่านสมาชิกจากจังหวัดอุดรธานีหลายคน หรือทั้งหมดก็อยากจะพูด เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึง เสนอว่าจำเป็นจึงต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ หลายคนบอกว่าไม่ต้องตั้งหรอก เพราะมีสามัญ อยู่แล้ว แต่ก็ต้องนำเรียนท่านประธานว่าสามัญคณะไหนละครับ ทุกคณะก็มีขอบเขตจำกัด แต่กรรมาธิการที่เราจะดูตรงนี้คือมุ่งเน้นและทำงานแบบรวดเร็ว ที่จะต้องดูก็คือกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ต้นเรื่อง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ทุกองคาพยพตรวจ สต็อก (Stock) ทุกกระทรวง แม้กระทั่งกระทรวงอุตสาหกรรมหรือกระทรวงที่ดูแลเรื่อง พ.ร.บ. วัตถุอันตราย ทุกอย่างต้องบูรณาการกันหมด วันนี้จึงขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกว่า ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเราทำแบบรวดเร็ว และเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ทางผมแล้วก็ ๗ พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยท่านชวลิตก็ได้มีการจัดเสวนาฟังปัญหาเรื่องสารเคมีตกค้างใน อาหารและสิ่งแวดล้อมเป็นภัยต่อสุขภาพ มูลนิธิชีววิถี ไบโอไทย (BIOTHAI) แล้วก็ได้รับการ ตอบรับ พี่น้องประชาชนส่งคอมเมนต์ (Comment) มาเยอะมาก บอกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ จำเป็น ดังนั้นวันนี้ผมจะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพราะว่าทุกท่านใจจดใจจ่อว่าอยากให้เราได้เร่ง ในการดำเนินการควบคุม โดยเฉพาะสารเคมียาปราบศัตรูพืช ยากำจัดวัชพืช และยาฆ่าแมลง ทั้ง ๓ ไอเทม (Item) นี้ เราต้องเร่งกัน เพราะคิดว่าถ้าเราสามารถตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้ แล้วพี่น้องประชาชนที่ตายผ่อนส่ง เขาจะได้รอดพ้น ทุกคนก็จะมีความสุข ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ฉบับที่ ๔ คือเรื่องด่วนที่ ๑๘ ของท่านกูเฮง ยาวอหะซัน

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ก่อให้เกิดสารพิษตกค้าง เป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภค (นายกูเฮง ยาวอหะซัน เป็นผู้เสนอ)

ขอเชิญเลยครับ

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้เสนอญัตติด่วนเรื่องนี้ขึ้นมา รวมกับเพื่อนสมาชิก ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาค เกษตรกรรมที่ก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภค

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ประเทศไทยเป็นประเทศ เกษตรกรรม ซึ่งมีการเพาะปลูกพืชอาหารหลายประเภท ทั้งเพื่อบริโภคในประเทศ และส่งออกไปยังต่างประเทศ ดังนั้นความปลอดภัยและคุณภาพ และผลผลิตทางการเกษตร จึงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและสุขภาพของผู้บริโภคในวงกว้าง ปัจจุบันการผลิต พืชอาหารหลายชนิดกำลังประสบปัญหาการปนเปื้อนของสารพิษ ผมไม่อธิบายเยอะ ขอไม่พูดเยอะนะครับ อยากจะบอกว่าผลกระทบของสารเคมีและที่มีผลกระทบทางผู้บริโภค หรือว่าทางเกษตรกร หรือแม้แต่ทางสภาพแวดล้อม หรือว่าเศรษฐกิจก็แล้วแต่ ผมขออนุญาต อธิบายความนิดหนึ่งว่า เราขอพูดไปถึงรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ บัญญัติไว้ใน มาตรา ๗๓ ว่า รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย ซึ่งเน้นคำว่า มีความปลอดภัย แต่วันนี้กลับกันนะครับ แทนที่จะได้ผลผลิตที่สูงขึ้น แต่เราได้ความสูญเสีย ที่ประเมินค่าไม่ได้ สมาชิกหลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ พรรค ได้เสนอญัตติด่วนเรื่องนี้เข้ามา เพื่อต้องการให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพูดง่าย ๆ ก็คือวันนี้แบบชาวบ้าน ๆ ที่ต้องมี กรรมาธิการขึ้นมา เพราะว่าจำนวนผู้เสียชีวิตวันนี้ได้เพิ่มขึ้น และไม่มีวันจะลดลง เพราะว่า เรารู้ว่าสารพิษเหล่านี้เรานำเข้ามาในแต่ละปีเป็นหมื่น ๆ ตัน เป็นจำนวนเงินหลายแสนล้านบาท แล้วมันเป็นพิษที่ตกค้างและสะสม ผมนี่ยังไม่มีงานวิจัยอยู่ในมือนะครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานสังเกตเหมือนผมเวลาเราเดินทางกลับ เวลานั่งเครื่องบินกลับเราผ่านปากอ่าว แถวจังหวัดสมุทรสงครามหรือว่าแถวจังหวัดสมุทรปราการ เราจะเห็นคราบที่ในทะเล เป็นบริเวณวงกว้าง แล้ววันนี้มันกว้างมาก จนเราเองยังรู้สึกกังวลว่าน้ำที่มีคราบปนเปื้อน เหล่านั้นจะมีสารเคมีเหล่านี้อยู่หรือเปล่า แล้วอย่างที่ทราบครับ บริเวณแถบชายฝั่งแถวนั้น เป็นศูนย์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นแหล่งเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทย เป็นรายได้มหาศาล อาจจะเป็นอันดับ ๑ ด้วยซ้ำของประเทศไทย แต่วันนี้ถ้าสารเหล่านั้น เคลื่อนตัวหรือว่าขยายวงกว้างไปถึงแหล่งท่องเที่ยว แถวจังหวัดชลบุรี หรือว่าแถวจังหวัด ระยอง ลองคิดดูสิครับ ความเสียหายจะมากมายมหาศาลขนาดไหน นี่เรายังไม่ได้พูดถึงชีวิต ของคน พูดกันง่าย ๆ ก็คือเราต้องเสียงบประมาณมหาศาลในการรักษาพยาบาล และผู้เสียชีวิต วันนี้ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าผมเปรียบเทียบกับ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นะครับท่านประธาน ภาคใต้วันนี้คนเสียชีวิตน้อยลง ปริมาณผู้เสียชีวิตก็ไม่มี มากขึ้นกว่าเดิม ก็วันนี้ลดน้อยถอยลงเป็นจำนวนมาก แต่ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากการใช้ สารเคมีเพิ่มขึ้นทุกปี วันนี้มีผู้เสียชีวิตจากการใช้สารเคมีมากกว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วที่กำลังรอที่จะเป็นโรคมะเร็ง โรคปอด ก็ยังมีอีกจำนวนมาก และจะบอกว่าคนที่มี สารตกค้างในร่างกายวันนี้มีจำนวนเป็นแสนที่รอวันที่จะก่อโรค หรือว่าจะสูญเสีย ผมขอข้าม เพราะว่าไม่อยากใช้เวลามาก วันนี้ผลกระทบจากการใช้สารเคมีตัวนี้มันกระทบอยู่หลายด้าน ผมขอยกตัวอย่างแรกก็คือ สิ่งแวดล้อมครับ ท่านประธานวันนี้เหมือนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วว่า วันนี้สิ่งแวดล้อมเรามีผลกระทบมากระบบนิเวศเสีย ดินก็เสีย น้ำก็เสีย แล้ววันนี้ถามว่าผลผลิตดีขึ้นหรือไม่ หลังจากใช้สารดิน ผลผลิตตกลงครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ ดินมันเสีย ระบบนิเวศเสีย สัตว์ แมลง หรือว่าพืชที่เป็นประโยชน์ก็ต้อง ตายไป ต้องเสียไป วันนี้หลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต้องมลายหายไปจากระบบนิเวศ และอย่างที่ ๒ ผู้บริโภค ท่านก็ทราบว่าวันนี้ถึงแม้ผู้บริโภคที่มีเงินเยอะ ๆ ผู้มีฐานะหน่อย จะกินอาหาร จะซื้อผักบริโภคตามห้างสรรพสินค้า วันนี้รับรองเลยครับ ถ้าไปตรวจหลาย ๆ ห้างสรรพสินค้าไม่มีความปลอดภัย ผักส่วนใหญ่ก็ยังสารปนเปื้อนเหล่านี้อยู่ เพราะว่ามี บทวิเคราะห์ บทพิสูจน์ หลาย ๆ สำนักที่บอกว่าวันนี้อาหารที่เรากิน แม้แต่ อียู (EU) ยังไม่อนุญาตให้เข้าประเทศเลย แล้วอย่างที่ ๓ นี่เศรษฐกิจ เศรษฐกิจวันนี้อย่างที่ทราบครับ เราก็ร่อแร่อยู่แล้ว การส่งออกก็ไปไม่ได้ แล้วผลผลิตมามีปัญหาอีก ชาวบ้านที่น่าเสียใจที่สุด ก็คือเกษตรกร คนที่ ๔ ก็คือเกษตรกรที่กระทบเต็ม ๆ กับเรื่องนี้ ผมบอกง่าย ๆ ครับ วันนี้เรามีกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ มีประกาศเกี่ยวกับข้อบังคับที่ใช้สารทั้ง ๓ ชนิด โดยจะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ผมถือว่าเป็นการเพิ่มภาระให้กับเกษตรกรครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ วันนี้เกษตรกรไทยเรามีจำนวนหลายล้านคน มีปัญหาหนี้สินก็มากพอ อยู่แล้ว แล้ววันนี้ทางภาคอีสานของเราก็กระทบกับน้ำท่วมอีก มีผลเสียหายทางเกษตร มากมายอีก แล้วอีกอย่างที่ผ่านมาก่อนนี้ก็มีฝนแล้งเข้ามาอีก ผลผลิตก็เสียหายไปเยอะครับ แล้ววันนี้ที่แน่ ๆ เลยครับราคาตก ไม่ได้ราคา บ้านผมลองกองไม่ต้องพูดถึงครับ กิโลกรัมละ ๔ บาท จาก ๑๐๐ กว่าบาท ตลาดจะซื้อมีครับ แต่ว่าไม่รู้ใครจะส่งให้ ไม่รู้ใครจะจัดการให้ เพราะว่ามันเป็นผลไม้ที่เสียง่าย เสียเร็ว อันนี้คือจะบอกว่าเกษตรกรมีแต่ความลำบาก แต่ว่า รัฐพยายามจะเพิ่มภาระให้เขา จะให้เขาไปขึ้นทะเบียนผู้ปลูก ผู้ใช้ จะให้ผ่านการอบรม และผ่านการทดสอบที่จะใช้สารเคมีเหล่านี้ ต้องแสดงบัตรประชาชนก่อนซื้อ ซื้อได้ตาม ปริมาณพืชพันธุ์ที่ปลูก ผู้รับจ้างฉีดพ่นต้องมีใบอนุญาต ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการเพิ่มภาระทั้งสิ้น ผมอยากแนะนำง่าย ๆ ครับ ถ้าเราผ่านไปได้ แล้วตั้งกรรมาธิการไปได้ ผมอยากจะบอกว่า วันนี้หน่วยงานของภาคเกษตรเขาก็มีอยู่แล้ว ทางกระทรวงเขาจัดให้มีคนอยู่แล้ว อย่างง่าย ๆ เหมือนเรามีอาสาเกษตรตำบล เรามี ๑ คนต่อตำบล มีค่าตอบแทน ๒,๕๐๐ บาทต่อเดือน เรามีครับวันนี้ แต่เราได้ใช้งานน้อยมาก และอย่างที่ ๒ อันนี้ผมเห็นความสำคัญเลยครับ ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ก็คือเรามีอาสาเกษตรหมู่บ้านที่จะคอยให้ความรู้ กับชาวบ้านในเรื่องเกษตร คือให้ประจำหมู่บ้านไปเลยครับ ไม่ต้องไปยุ่งกับเกษตรกรเลย ให้เกษตรกรเขาทำหน้าที่เขาไป ทำงานเขาไป แล้วเอาอาสาเกษตรหมู่บ้านนี้ครับไปอยู่ใน สวนของชาวบ้านเลย เราคล้าย ๆ อสม. ครับ ที่เรามีวันนี้คล้าย ๆ กับ อสม. เราก็มี ค่าตอบแทนให้เขาประมาณสัก ๕๐๐ บาท ให้เขาไปอยู่กับชาวบ้านเลยในพื้นที่ ไปแนะนำ ไปให้ความรู้ ไปช่วยชาวบ้านเลย เขาไม่ต้องไปไหน ให้เขาอยู่ในหมู่บ้านเลยครับ ค่าตอบแทน ไม่มากครับ ผมเคยไปหาเขา เขาขอแค่ ๕๐๐ บาท ไม่ได้มากมายอะไร นี่คือความคิดเห็น ของผม ผมเชื่อว่าสมาชิกอีกหลายท่านยังต้องการจะมาอภิปรายในเรื่องนี้ ผมขอ ความสนับสนุนจากสมาชิกของเราทุกท่านให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ฉบับที่ ๕ เป็นเรื่องด่วนที่ ๑๙ ของท่านอนันต์ ผลอำนวย ครับ ขอเชิญนะครับ

นายอนันต์ ผลอำนวย กำแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอนันต์ ผลอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดกำแพงเพชรอีก ๔ ท่าน คือท่าน ส.ส. ไผ่ ลิกค์ ส.ส. สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส. ปริญญา ฤกษ์หร่าย และท่าน ส.ส. พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ได้ยื่นญัตติเรื่องของการใช้สารเคมีในทางการเกษตรของ ประเทศไทยเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูจากตัวเลขการนำเข้าของสารเคมีที่มี ในประเทศ ที่นำเข้าในประเทศเรามูลค่านับหมื่นล้านบาท เราดูว่าพวกสารกำจัดวัชพืชนี้ เรานำเข้าประมาณ ๑๓,๔๕๐ ล้านบาท สารกำจัดแมลงประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท และสารป้องกันและกำจัดโรคพืชประมาณ ๔,๗๐๐ ล้านบาท และบัญชีเรื่องของสารเคมีที่ใช้ อยู่ในประเทศไทยจากทุกบัญชีรวมกันแล้วนับเป็นร้อย ๆ ตัว แต่สิ่งที่ผมตัดสินใจยื่นญัตติ ในครั้งนี้เนื่องมาจากว่าเมื่อ ๔-๕ เดือนที่แล้วรัฐบาลได้ออกมาตรการในการที่จะไปอบรม เกษตรกรผู้ใช้ยา ผู้ใช้สารเคมี และการฉีดพ่น สารเคมีที่เป็นปัญหากับเกษตรกรในวันนี้ ๓ ตัว ก็คือ ทูโฟดี (2-4D) ไกลโฟเซต (Glyphosate) และพาราควอต(Paraquat)สารใน ๓ ตัวนี้ เป็นความกังวลกับเกษตรกรใน ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ มันเป็นอันตรายกับชีวิตเขาจริงหรือไม่ ในเรื่องที่ ๒ ถ้ามีมาตรการในการเลิกใช้ สารเคมีบางตัวไปแล้ว มันมีผลกระทบในเรื่องของแรงงาน สิ่งที่เป็นความกังวลของเกษตรกร ในประเทศไทยขณะนี้เราต้องยอมรับว่าขาดแคลนแรงงาน แรงงานส่วนใหญ่ก็มาจากประเทศ ข้างเคียงเรา หาคนไปดายหญ้า หาคนไปพรวนดิน หาคนไปทำงานในไร่นี่ยากมาก วัชพืช ทั้งหลายก็ขึ้นมาเยอะแยะ ฉะนั้นพวกเกษตรกรคนทำไร่มันสำปะหลัง อ้อย ในกลุ่มพืชกลุ่มนี้ ซึ่งถือว่าเป็นพืชกลุ่มใหญ่ของประเทศก็จะใช้สารเคมีเรื่องของพาราควอต (Paraquat) เรื่องของทูโฟดี (2-4D) ในการฆ่าหญ้า เขาก็เป็นกังวลมาก ผมก็เลยคิดว่าถ้าความกังวลของ เกษตรกรจะหมดไป ในเมื่อเราตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจะพิจารณาเรื่องนี้แล้วว่ามันเป็น อันตรายกับชีวิตของเกษตรกรจริงหรือไม่ โดยเฉพาะพาราควอต (Paraquat) ท่านไปอ่าน งานวิจัยหรืองานอะไรเขาก็มีข้อมูลเยอะ เพียงแต่ใช้มาในประเทศไทยนี่ผมคิดว่าเกิน ๕๐ ปี ตัวผมเองมีอาชีพทำไร่อ้อย ก็ใช้พาราควอต (Paraquat) หรือใช้ทูโฟดี (2-4D) มาโดยตลอด ผมคิดว่ายาตัวนี้มันจริงไม่จริงเราจะไปดูในกรรมาธิการอีกครั้งว่ามันจะไปออกฤทธิ์เฉพาะใน พื้นที่ที่เป็นคลอโรฟิลล์ หรือพื้นที่สีเขียว พอไปโดนในส่วนที่เป็นสีเขียวนี่คลอโรฟิลล์จะถูก ทำลายไป เพราะว่าพาราควอต (Paraquat) ตัวนี้มันเป็นสารที่มีประจุบวก ส่วนใบพืชเป็น สารที่มีประจุลบ เมื่อลบกับบวกเจอกันยาพวกนี้ไม่สามารถดูดซึมเข้าไปบริเวณรากของพืชได้ ฉะนั้นตรงนี้เป็นบทพิสูจน์ได้อย่างไรบ้างว่ายาตัวนี้มีอันตรายหรือไม่มีอันตราย แต่ทาง การแพทย์จากอะไรที่เราไปดูนี้เราได้มีโอกาสคุยกับเกษตรตำบล เกษตรอำเภอว่าเกษตรกร ที่ใช้ยากลุ่มนี้เวลาเอา ๑๐๐ คนไปเจาะเลือด เจอ ๓๒ คนมีสารเคมีอยู่ในร่างกายของ เกษตรกร เราเองเราก็อยากจะให้รู้ว่าสารเคมีไม่ได้มีแค่ ๓ ตัวนี้ในเมืองไทย แล้วนำเข้ามา มากมายปีหนึ่งเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราได้มีกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณา เราจะได้ดู กันทุกประเด็นว่า ผลตกค้างในอากาศเป็นอย่างไร ผลตกค้างในน้ำเป็นอย่างไร ผลตกค้าง ในดินเป็นอย่างไร และตัวไหนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกายของผู้บริโภคและ เกษตรกร ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมคิดว่าเราควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในการพิจารณาในเรื่องนี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ฉบับต่อไปนะครับ เป็นฉบับที่ ๕ ของท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ก่อให้เกิดสารพิษตกค้าง เป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภค (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นผู้เสนอ)

ขอเชิญครับ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมและคณะ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ได้ขอยื่นญัตติด่วนเสนอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมี ในภาคการเกษตร ก็จะรบกวนเวลาเพิ่มเติมอีกไม่นานครับ เนื่องจากว่าท่านผู้อภิปราย ก่อนหน้านี้ทุกท่านได้พูดถึงโทษภัยร้ายแรงของสารเคมีเหล่านี้แล้ว แต่ผมก็ยังคงมีประเด็นที่ จะเพิ่มเติมที่อาจจะแตกต่างในรายละเอียดกับทุกท่าน ประเด็นแรกก็คือสารเคมีตัวนี้วันนี้ เราทราบว่ามันส่งผลกับผู้บริโภคและส่งผลกับผู้ใช้โดยตรง ในช่วงที่หาข้อมูลที่จะเตรียม อภิปรายนั้นผมได้ไปฟังความเห็นทั้งจากนักวิชาการ ทั้งจาก เอ็นจีโอ (NGO) ทั้งจาก ภาคเกษตรก็ได้รับคำถามตามกลับมาเสมอว่าแล้วถ้ายกเลิกตัวนี้แล้วจะใช้ตัวไหน สุดท้าย ก็มาเจอที่คำถามนี้ครับ ถ้ายกเลิกตัวนี้แล้วจะใช้ตัวไหน แล้วก็มีเหตุผลสนับสนุนต่าง ๆ นานา มากมาย แต่มันปฏิเสธไม่ได้ครับว่าสารเคมีร้ายแรงมีพิษร้าย ก็ยังมีผลร้ายอยู่ดี ฉะนั้นในการ ตั้งกรรมาธิการคณะนี้ผมจึงอยากจะฝากข้อคิดเห็นไปสู่ท่านคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่า เราอาจจะต้องมีวิธีการพิจารณาในการแก้ปัญหาเรื่องการใช้สารเคมีนั้นเป็น ๓ ระยะด้วยกัน ระยะที่ ๑ ก็คือหากมีการยกเลิกใช้สารเคมีร้ายแรงเหล่านี้แล้ว เราจะชวนเกษตรกร เราจะพา เกษตรกรเขาไปใช้วิธีใด ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดวัชพืช กำจัดโรคของพืช หรือกำจัดศัตรูพืช อันนี้คือระยะสั้นนะครับ ต้องมีคำตอบให้กับเขาว่าเขาจะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ต่อได้อย่างไร โดยที่ไม่กระทบกับวิถีชีวิตของเขามากนัก ระยะกลาง ปัญหาเรื่องสารเคมีทางการเกษตร ผมเชื่อว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเวลาแค่ปี ๒ ปี ๓ ปีนี้ มันเกิดขึ้นมายาวนานครับ นั่นเป็นเพราะส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมของตัวเกษตรกร การขาดความรู้ความเข้าใจ การขาดวินัยในการใช้ ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีหรือจะเป็นสารชีวะต่าง ๆ ก็ตาม ผมยกตัวอย่าง สารเคมีบางชนิดเอามาใช้ครั้งแรก กำจัดศัตรูพืช กำจัดแมลง กำจัดวัชพืช ได้ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ในคำแนะนำเขาก็บอกว่าควรจะใช้สารเคมีในลักษณะของการใช้เป็นวงรอบ เปลี่ยนสารเคมีไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ศัตรูพืชตัวนั้นมันดื้อยา ปีแรกใช้ไปศัตรูพืชตายไป ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ปีที่ ๒ ใช้ตัวเดิมครับ ไม่เปลี่ยน ใช้ตัวเดิมปรากฏว่าศัตรูพืชจากเคยตาย ๙๐ เปอร์เซ็นต์ กลายเป็นตาย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มยา ปีที่ ๓ ใช้ตัวเดิมอีกปริมาณเท่ากับ ปีที่แล้วปรากฏว่าตาย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มยาอีก สุดท้ายศัตรูพืชมีการวิวัฒนาการกลายเป็น ดื้อยา แล้วก็มียาตัวใหม่มาอีกครับ มันก็จะเป็นวงรอบอยู่แบบนี้ แก้ไม่ได้ครับ วันนี้เราอาจจะ ยกเลิกสาร ๓ ตัวนี้ ปีหน้าเราอาจจะเจอสารตัวใหม่ที่มีพิษร้ายหรือน้อยกว่านี้ไม่ทราบครับ แต่ผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้เราเจอแน่นอน หากเราไม่วางแผนในการแก้ปัญหา ในระยะกลาง และสุดท้ายครับ ต้องมีการวางแผนแก้ปัญหาในระยะยาว วันนี้เราเห็นครับว่า ทุกหน่วยงานกระตือรือร้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ออกมาบอกว่าสาร ๓ ชนิดนี้ ต้องเลิกใช้ กระทรวงสาธารณสุขก็บอกว่าสาร ๓ ชนิดนี้ต้องเลิกใช้ เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ ทุกคนทำงานหนักครับ ทำงานหนักต้องไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร ต้องให้เขา มาอบรม ต้องไปควบคุมพื้นที่ แต่ถามว่าการปฏิบัติการแบบนี้มันจะเกิดขึ้นได้นานเท่าไรครับ ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ๕ ปี หรือตลอดไป มันเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะวันนี้เราต้องยอมรับว่าสิ่งที่เรา กำลังทำอยู่เราคำนึงถึงโทษภัยที่มันจะเกิดขึ้นกับผู้ปลูก เราคำนึงถึงโทษภัยที่มันจะเกิดขึ้นกับ ผู้บริโภค แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเรากำลังบังคับให้เกษตรกรเขาทำ ฉะนั้นการกระทำ ใด ๆ ก็ตามที่มันเป็นการบังคับ มันเกิดขึ้นได้ไม่นาน สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนคือ การจะทำอย่างไรให้เกษตรกรเขาสมัครใจที่จะเลิกใช้ อาจจะใช้เวลานานนะครับ แต่ยั่งยืน ผมถึงบอกว่ามันควรจะเป็นแผนระยะยาวที่กรรมาธิการคณะนี้ควรจะนำไปพิจารณาด้วยว่า ในระยะยาวควรจะทำอย่างไร และผมมองเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกษตรกรเขาสมัครใจได้ นั่นก็คือราคาครับ วันนี้เราจะเห็นว่าพืชผลทางการเกษตรทั่วไปราคาต่ำ พืชผลทาง การเกษตรที่ราคาสูงขึ้นมาหน่อย ยกตัวอย่าง เขาก็เรียกว่า ผักปลอดภัยจากสารพิษ ราคาสูง ขึ้นมาอีก เขาก็เรียกว่า ผักปลอดสารพิษ และราคาสูงที่สุดเขาก็เรียกว่าผักออร์แกนิก (Organic) แต่คำถามก็คือ วันนี้คนไทยเดินเข้าไปในตลาดเราทราบไหมครับว่าผักอะไรปลอดสารพิษ ผักอะไรเป็น ผักออร์แกนิก (Organic) คำถามที่ ๒ ก็คือเห็นเขาติดป้ายว่าผักออร์แกนิก (Organic) หยิบขึ้นมาดูเราเชื่อไหมว่ามันออร์แกนิก (Organic) จริง ๆ วันนี้ในตลาดสดหลายที่ครับ หน่วยงานไม่ว่าจะเป็น อ.ย. ไม่ว่าจะเป็น สคบ. เดินเข้าตลาดสดออกมาพร้อมกับรายงานว่า วันนี้ฉันไปตลาด ก นะ กลับมาถึงเจอสารเคมี ๒๐๐ ชนิดอยู่ในผักผลไม้ คำถามต่อไปก็คือ แล้วผักผลไม้เหล่านั้นมันมาจากไหน ไม่มีใครทราบครับ ก็รู้แค่ว่าตลาดนี้ขายผักผลไม้ที่มี สารเคมี วันนี้สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องหยิบขึ้นมาดู นั่นก็คือการหยิบระบบการสืบค้นย้อนกลับ ระบบการสืบค้นย้อนกลับที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า เทรซอะบิลิตี (Traceability) ครับ ระบบการสืบค้นย้อนกลับมันจะสามารถบอกได้เลยครับว่าผักผลไม้ชนิดนี้ปลูกที่ไหน อำเภออะไร ใช้แรงงานอะไร และใช้วิธีปลูกแบบไหน สิ่งนี้จะสามารถทำให้เกษตรกร เขารู้ว่าพืชผลของเขาที่ใช้วิธีปลูกที่ไม่ใช้สารเคมีจะได้ราคาสูงแน่นอน บางคนบอกว่าทำไม เสนอเรื่องยากจัง ผมยกตัวอย่างในต่างประเทศ แอปเปิ้ลทุกลูกครับ อันนี้ผมพูดถึงสเกล (Scale) เล็กสุดเลยนะครับ คือขายเป็นลูก แอปเปิ้ลทุกลูกเขาจะมีระบบที่เรียกว่า พีแอลยู โคด (PLU Code) ย่อมาจาก ไพรซ์ ลุก อัป (Price Look Up) ตัวนี้จะสามารถบอกได้ว่า แอปเปิ้ลลูกนี้ผลิตที่ประเทศอะไร รัฐอะไร เมืองอะไร วิธีไหน และถามว่าเทคโนโลยีนี้ ใหม่ไปไหมสำหรับเมืองไทย ไม่เลยครับ เพราะเทคโนโลยีนี้ต่างชาติเขาใช้มาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว หากเพียงแต่เรายังไม่เคยคิดว่านี่คือสิ่งสำคัญที่เราจะต้องเอามาดูแลเพื่อประชาชนของเรา วันนี้พวกเราบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศครัวโลกครับ เป็นครัวของโลก เรามีทรัพยากร ทางที่ดินมากมาย เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ในอดีตผมเป็นเด็ก แม่บอกว่าต้องกินผัก เยอะ ๆ จะได้มีวิตามิน วันนี้ผมไม่กล้าบอกลูกผมครับว่าต้องกินผักเยอะ ๆ เพราะผมไม่รู้ว่า การยัดเยียดให้ลูกผมกินผักจะโดนสารเคมีอะไรบ้าง ฉะนั้นประเด็นเหล่านี้ผมจึงต้องขอฝาก ท่านกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้น และผมเชื่ออย่างเหลือเกินว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน ณ ที่นี้จะร่วมกันสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการเพื่อระงับใช้สารเคมีเหล่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ เรื่องของท่านสิริพงศ์นั้นเป็นเรื่องที่ ๖ นะครับ เรื่องที่ ๗ เรื่องของท่านนริศ ขำนุรักษ์ ซึ่งเป็น เรื่องอยู่ในวาระ ๕.๑๐ นะครับ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมี ในภาคเกษตร (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้เสนอ)

เชิญท่านนริศครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอญัตติ เรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีในภาคเกษตรเพื่อให้สภาพิจารณา แต่หากว่าสภาพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็ไม่ขัดข้องนะครับ แล้วก็ถือว่าเป็น พระคุณอย่างยิ่งนะครับ เพื่อจะได้ศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียดยิ่งขึ้นนะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าตั้งแต่ผู้เสนอญัตติมาท่านแรกจนถึงขณะนี้ผมคิดว่าพวกเราสภาแห่งนี้ ได้รับทราบสถานการณ์เรื่องความรุนแรง ความเสียหาย ผลกระทบจากการใช้สารเคมี ทั้ง ๓ ชนิด ซึ่งประเทศไทยใช้อย่างมากมายทีเดียวนะครับ ปีหนึ่งประมาณ ๗๐,๐๐๐ ตัน ปีหนึ่งใช้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถือว่าใช้อย่างรุนแรง ใช้อย่างมีผลกระทบ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าจนถึงนาทีนี้เราจะไปโทษใครไม่ได้อีกแล้วนะครับว่า ใครเป็นผู้ก่อเหตุเรื่องนี้ขึ้นมา ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ผมคิดว่าเราทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพื่อป้องกันปัญหาสารเคมีที่มีผลกระทบต่อสังคมไทย ผมคิดว่าสาเหตุสำคัญที่สุดคงเกิดจาก เราได้เปลี่ยนวิถีผลิตนะครับ เราได้เปลี่ยนวิถีผลิตจากผลิตเพื่อบริโภคกลายมาเป็นผลิต เพื่อการค้า ผลิตเพื่อการขาย สิ่งนี้นะครับทำให้เราต้องใช้สารเคมีอย่างรุนแรงนะครับ เดิมสังคมไทยผลิตเพื่อบริโภค มีเหลือบ้างก็จุนเจือ สารเคมีจึงไม่มีความจำเป็นสำหรับ พวกเราในอดีต แต่วันนี้เมื่อเราเปลี่ยนแปลงวิถีผลิตมาเป็นผลิตเพื่อการขาย ผลิตเพื่อ การบริโภค การใช้สารเคมีและวิถีชีวิตของคนไทยจึงเปลี่ยนไป เดิมคนไทยได้รับสมญานามว่า คนไทยยิ้มแย้มแจ่มใส โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพราะวิธีผลิตเราเป็นวิถีผลิตเพื่อบริโภค และเรามีทรัพยากรธรรมชาติทั้งที่ดิน ทั้งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ และมีคุณภาพที่มากพอ แต่สภาพ วันนี้เมื่อเราเปลี่ยนแปลงวิถีผลิต ดินเราขาดคุณภาพ น้ำเราขาดคุณภาพ และเรามีสารเคมี ไปปนเปื้อนอยู่ในดินในน้ำ สังคมไทยจึงเปลี่ยนแปลงไป ผมไม่เชื่อว่าวันนี้คนไทยจะยิ้มแย้มแจ่มใส จะโอบอ้อมอารี จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เหมือนในอดีตนะครับ เพราะในทางทฤษฎีก็บอกว่าเมื่อน้ำ เมื่อดินเปลี่ยน พืชพรรณจะเปลี่ยน เมื่อน้ำ ดินเปลี่ยน พืชพรรณเปลี่ยน สัตว์เปลี่ยน เมื่อน้ำ ดินเปลี่ยน พืชพรรณเปลี่ยน สัตว์เปลี่ยน คนเปลี่ยน และสังคมเปลี่ยนไปในที่สุด นี่เป็น หลักทฤษฎีในทางสิ่งแวดล้อม วันนี้ดินกับน้ำเปลี่ยนจากดินดี น้ำดี เป็นปนเปื้อนนะครับ และขาดแคลน และไม่มีคุณภาพทำให้สังคมไทยเปลี่ยน ผมจึงขออนุญาตได้ฝากข้อสังเกต ไปยังคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ๓-๔ ประเด็นสั้น ๆ ไม่มากนะครับ

๑. ขอให้ยุติการนำเข้าสารเคมีทั้ง ๓ ชนิดโดยเด็ดขาด เพราะว่าผลร้าย เกิดขึ้นมากมายและกว่าเราจะคลี่คลายปัญหานี้คงใช้เวลาอีกนานหลายปีนะครับ จึงขอให้ เริ่มยุติเสียตั้งแต่บัดนี้ เพื่อใช้เวลาสักช่วงหนึ่งแก้ไขปัญหาที่ตกค้างอยู่

๒. ให้เช็กสต็อก (Check stock) ว่าเรานำเข้ามาจำนวนเข้ามาเท่าไร เพราะทราบว่าตั้งแต่มีแนวโน้มสภาจะพิจารณา มีแนวโน้มมาก่อนหน้านี้ว่าจะมีนโยบายไม่ให้ มีการสั่งเข้ามา ผู้ประกอบการ ผู้ทำธุรกิจเรื่องนี้นำเข้ามาเพื่อสะสมเพื่อกองไว้ เพราะรู้ว่า เกษตรกรไทยยังจำเป็นจะต้องใช้อยู่ ผมอยากให้ตรวจสต็อก (Stock) ที่มีอยู่ทั้งหมดว่า ประเทศไทยเก็บไว้ที่ไหน ใครเป็นผู้เก็บไว้นะครับ

๓. ช่วงนี้หรืออาจจะมีช่วงในวันข้างหน้าต้องมีการควบคุมการใช้ ด้วยความระมัดระวัง และเป็นไปตามหลักวิชาการ หลักของความปลอดภัย โดยเฉพาะ สารเคมีไม่ควรให้ส่วนราชการหนึ่งส่วนราชการใดใช้เลยนะครับ โรงเรียนก็ไม่ควรใช้ ศาสนสถาน วัด มัสยิด ก็ไม่ควรใช้สารเคมี ผมสะเทือนใจมากครับท่านประธาน เห็นเทศบาล หลายเทศบาลฉีดหญ้าโดยใช้สารเคมี แทนที่จะตัดหญ้า กลายเป็นฉีดหญ้า เป็นหน่วยงานรัฐ ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเสียเอง

เรื่องถัดมาที่ผมอยากจะฝากท่านประธานก็คือ เรื่องที่จัดเก็บสารเคมีที่อยู่ใน ครอบครองของพี่น้องเกษตรกรในวันนี้ ขอให้เก็บรักษาด้วยความระมัดระวังและมีมาตรการ การป้องกันที่มีความปลอดภัยพอ ผมห่วงเรื่องช่วงน้ำท่วมนี้เป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ในช่วงก่อนหน้านี้ที่น้ำท่วมใหญ่ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสภาผู้แทนราษฎร เราได้ค้นพบว่าสารเคมีที่โรงงานได้ เก็บเอาไว้นี้ปนเปื้อนไปกับน้ำท่วมหลายนิคม หลายโรงงาน ก่ออันตรายมากนะครับ เพราะว่า สารเคมีโดนน้ำท่วมชะลงไปสู่ลำคลอง สู่อ่าวไทย อยู่ในต้นไม้ อยู่ในพืช แล้วก็อยู่ในคน น้ำท่วม ที่ภาคอีสานตอนนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นแน่ วันที่ผมเรียนกับท่านประธาน วันนั้นถ้ากรรมาธิการแถลง ผมคิดว่าจะเกิดความหวั่นวิตกเรื่องสารเคมีปนเปื้อนน้ำท่วม ผมคิดว่ากระเทือนไปทั้งประเทศ แต่ว่าเราเรียนรู้แล้วก็ได้แจ้งรัฐบาลไปในทางลับในขณะนั้น ว่าต่อไปโรงงานที่เก็บสารเคมีควรจะมีที่เก็บที่ปลอดภัย เช่น ต้องมีลิฟต์เก็บ เมื่อน้ำมาก็ต้อง ยกสารเคมีที่เป็นถัง หรืออยู่ในที่เก็บชนิดใดก็ตาม ต้องยกลิฟต์ขึ้นมาให้สูง ไม่ใช่เก็บไว้ที่ต่ำ แล้วก็เมื่อเวลามีน้ำท่วมก็ไม่สามารถยกเก็บไปไว้ในที่ปลอดภัยได้ แล้วก็ผมอยากที่จะให้มี การลงโทษอย่างรุนแรงสำหรับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นลักลอบนำเข้า ลักลอบจำหน่าย และลักลอบไปใช้ ขอให้ทางกรรมาธิการได้พิจารณาเรื่องการจูงใจให้ เกษตรกรกลับไปเป็นเกษตรอินทรีย์ โดยให้รัฐบาลช่วยเหลือเหมือนกับหลายประเทศ หลายประเทศถ้าทำนา สมมติว่าปีนี้ได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเกษตรทำนาแบบ เกษตรอินทรีย์ รัฐบาลให้เปล่าอีก ๓๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๔๐๐,๐๐๐ บาท นี่ก็ทำกันใน หลายประเทศในกลุ่มประเทศยุโรป ประเทศไทยนี้ผมคิดว่าได้เวลาที่สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกร เป็นเกษตรกรอินทรีย์ โดยไม่ใช้สารเคมี ถัดมาผมอยากสนับสนุนให้รัฐบาลได้สนับสนุนเกษตรกร ให้ทำเกษตรพรีเมียม (Premium) ปลอดสารอินทรีย์ ช่วยขาย ยกระดับสินค้าเกษตรเราเป็น เกษตรอินทรีย์ สุดท้ายผมอยากเรียกร้องให้กรรมาธิการไปช่วยศึกษาว่าทำอย่างไรให้ เกษตรกรไทย ให้สังคมไทยกลับไปใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เหมือนกับรับสั่งของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ทำอย่างไรให้เกษตรกรเราและคนไทยเรากลับไปใช้ชีวิต มีวิถีผลิตเพื่อการบริโภคอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเรายังผลิตเพื่อการขายอยู่เช่นนี้ และเราไม่ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เราไม่เปลี่ยนที่เป็นอยู่ เช่นนี้ให้กลับไปเป็นวิถีพอเพียง และวิถีผลิตเพื่อการบริโภคแล้ว ผมคิดว่าสารเคมียังมีการใช้ และยังมีผลกระทบต่อคน ต่อพืช ต่อสัตว์ และเมื่อคน สัตว์ มีสารเคมีสะสมไป สังคมไทยก็จะ เปลี่ยนขอเรียกร้องให้พวกเรากลับมาอีกครั้งหนึ่ง กลับมาใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และใช้ วิถีผลิตแบบดั้งเดิม ผมคิดว่าวันนั้นสารเคมีจะหมดไป แล้วเราก็จะปลอดภัยนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตกลงว่า ท่านผู้เสนอญัตติทั้ง ๗ ฉบับได้อภิปรายครบแล้วนะครับ ต่อไปผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ และข้อ ๖๘ แต่ขอปรึกษาหารือกับท่านสมาชิกหน่อย เนื่องจากมีท่านสมาชิกยังยื่นความจำนงจะขออภิปรายหลายท่าน เกรงว่าจะใช้เวลานาน เดี๋ยวเราจะต้องพิจารณาญัตติน้ำท่วมกันต่อไป ผมขอปรึกษาว่าขอใช้เวลาสักคนละ ๗ นาที ขอให้กระชับนิดหนึ่ง ตรงประเด็นเลย อย่างน้อยที่สุดก็ให้ประชาชนรู้ว่าท่านได้มีส่วนร่วม ในการปรึกษาหารือเรื่องตั้งกรรมาธิการควบคุมสารเคมีในภาคเกษตรกรรม ขอความกรุณา ด้วยครับ เชิญท่านแรกก่อนครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ตามด้วยท่านนิกร จำนง ท่านอนุรักษ์อยู่ เชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอสนับสนุนให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภคทั้งโลก ท่านประธานคะ ท่านประธานบอกว่าให้ประหยัดเวลา ดิฉันก็จะประหยัดเวลา แต่ว่าในเรื่องของสารพิษ ที่หลายคนแจ้งว่ามีไกลโฟเซต (Glyphosate) คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) พาราควอต (Paraquat) ดิฉันยกตัวอย่าง ๑ ตัวอย่างค่ะ ไกลโฟเซต (Glyphosate) นำเข้า ๖๐,๐๐๐ ตัน ถ้าดิฉันคิดง่าย ๆ ก็คือ ๖๐,๐๐๐ ตัน มันเยอะขนาดไหน ดิฉันไปใส่รถสิบล้อคันละ ๕๐ ตัน ได้ ๑,๒๐๐ คัน เยอะขนาดนั้นคะ แล้วขนจากกรุงเทพมหานครไปทั่วราชอาณาจักรไทย อานุภาพของการทำลายล้างฆ่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งโลกจะร้ายแรงขนาดไหน นี่คือ ๑ ตัวอย่าง เท่านั้น ดิฉันประหยัดเวลานะคะ ทีนี้สำหรับพาราควอต (Paraquat) ปนเปื้อนในดิน สามารถทนต่อการย่อยสลายของจุลินทรีย์ภายใต้สภาวะที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน เวลาครึ่งชีวิตนานกว่า ๑๗ ปีเลยทีเดียว หมายความว่าหากพาราควอต (Paraquat) อยู่ในดิน ๑,๐๐๐ กรัม อีก ๑๗ ปีต่อมา ความร้ายกาจร้ายแรงของสารเคมีตัวนี้จะลดเหลือ ๕๐ กรัม ยาวนานมากใช่ไหมคะ ก็เลยกราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบ ต่อไปว่าหากยาฆ่าหญ้า ที่เรียกว่าพาราควอตอยู่ในน้ำ เวลาครึ่งชีวิตของพาราควอต (Paraquat) มีชีวิตอยู่ได้ ประมาณ ๒๐๐-๘๒๐ ปี โดยขึ้นอยู่กับแสงแดดและระดับความลึกของน้ำ พบได้ใน น้ำผิวดิน น้ำดื่ม และน้ำใต้ดิน อีสานแหล่งน้ำน้อย กว่าจะมีน้ำดิบทำน้ำประปา ท่านประธาน ที่เคารพ ล้อมรอบไปด้วยสวนยางพาราในขณะนี้ แล้วพอมันชะล้างลงมา แหล่งน้ำดิบที่ทำ น้ำประปาก็คือน้ำประปาที่เจือยาพิษให้กับพี่น้องประชาชนคนอีสาน ดิฉันเดือดร้อนใจ เป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ในขณะนี้ทราบว่าพี่น้องประชาชนติดตามอยู่มากมายเลยทีเดียว ตามข้อมูลสมุดปกขาวถึงนายกรัฐมนตรี จัดทำโดยนักวิชาการกรรมการวัตถุอันตราย มีการ สรุปการตรวจสารเคมี ๓ ชนิดว่า สารพาราควอต (Paraquat) สารคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) และสารไกลโฟเซต (Glyphosate) ยาฆ่าหญ้าและยาฆ่าแมลงไม่มีอันตราย ต่อสุขภาพ ให้นำเข้าแบบกึ่งเสรีได้ นี่ค่ะจะต้องเอามาถกกันว่าจะต้องมีกรรมาธิการวิสามัญ มาดูแล ดิฉันทราบว่านักวิชาการกลุ่มนี้เป็นหัวกะทิของประเทศ และเป็นบัว ๔ เหล่า ที่เป็นเหล่าแรกที่โผล่พ้นน้ำที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวไว้แล้วขึ้นมาโผล่เหนือน้ำแล้วนี้ นักวิชาการที่บอกว่าไม่มีอันตรายและสามารถนำเข้าได้ โผล่ขึ้นมาแล้วทำไมไม่รับ แสงสุรีย์ที่ฉายแสง ดิฉันให้ฉายานักวิชาการกลุ่มนี้ว่า บัวไม่บาน ตอบคำถามให้ประชาชนด้วย ว่าทำไมจะต้องมีให้เข้าแบบกึ่งเสรีด้วย มีสมุดปกขาวอย่างดีเลย ที่น่าสังเกตอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ท่านประธานที่เคารพ องค์กรเอกชนและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นำแหล่งน้ำตัวอย่าง ตามอ่างเก็บน้ำหรือน้ำประปาในหมู่บ้านตามที่กรรมการวัตถุอันตรายเคยนำไปตรวจ มีการเก็บตัวอย่างใกล้เคียงพบว่ามีสารพิษทั้ง ๓ ชนิดปะปนเป็นจำนวนมากในหลายจังหวัด ทำให้ต่างประเทศแบน (Ban) ไม่ซื้อสินค้าเกษตรจากประเทศไทย ประกาศแบน (Ban) ครั้งแล้วครั้งเล่า โรคอุบัติใหม่ เนื้อหนังเปื่อยเลยนะคะ แล้วก็เป็นอย่างรวดเร็ว โรคร้าย ๆ ทั้งโรคมะเร็ง โรคไต โรคสมอง ไม่ว่าจะเป็นพาร์กินสัน หรือโรคสมองเสื่อม แล้วปัจจุบันนี้ โรคเบาหวานที่คนไทยทั้งประเทศเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน จะมีผลต่อสารเคมีนี้อย่างไร ดิฉัน กราบเรียนให้ท่านประธานทราบต่อไปอีกว่าคนไทยนั้นกินข้าวทุกคน ก่อนที่จะทำนา พาราควอตนี่ละค่ะ โปรยหว่านไปทั่วเพื่อที่จะไม่ให้หญ้าเกิดแข่งข้าว แล้วทีนี้สารพิษตกค้าง คนป่วยหรือคนไม่ป่วยที่รับประทานข้าว กินข้าวที่ไม่ได้กินหญ้ากัน ที่คนชอบพูดกันว่า กินข้าวไม่ได้กินหญ้า หมายความว่ามีความฉลาด แต่แพ้นักวิชาการกลุ่มนั้นที่อนุญาตว่า สารเคมี ๓ ตัวนี้ไม่อันตราย ท่านประธานคะ ทีนี้เกษตรกรนั้นล้มป่วย ล้มตายกันมากเลย ทีเดียว สารเคมี ๓ ตัวนี้ที่ดิฉันกล่าวมาก็ยังไม่ได้ยกเลิกการนำเข้าสู่ประเทศไทย ประเทศไทย ก็ยังซื้ออยู่ แม้ว่าจะเป็นมากว่า ๒๐ ปีแล้วก็ตาม ดิฉันถามเป็นข้อสังเกตไปที่กรรมาธิการ ทุกท่านว่า เพราะอะไร ทำไม แล้วเมื่อไรจะยกเลิกสารเคมี ๓ ชนิดนี้ ดิฉันถามผู้มีอำนาจ สั่งการ ผู้เป็นผู้ปกครองประเทศอยู่ในขณะนี้ที่ท่านรู้จักตัวเองว่าเป็นผู้มีอำนาจสั่งการ ดิฉันถามว่าหรือจะรอให้เต็มชีวิตของนายทุนก่อน หรือจะรอครึ่งชีวิตของพาราควอต (Paraquat) หรือจะให้สิ้นชีวิตของเกษตรกร หรือจะให้สิ้นใจของผู้บริโภค ผู้มีอำนาจสั่งการ จึงจะสั่งการ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่านี่คือเสียงรำพึงจากป่าช้าเข้าสู่สภา ผู้แทนราษฎร หวังว่าจะเข้าสู่หัวใจผู้มีอำนาจสั่งการ ขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านอนุรักษ์ครับ ท่านนิกรเชิญครับ

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมเกรงใจเวลาของสภามาก แต่ว่าได้ยื่นที่จะพูดเรื่องนี้ไว้ตั้งนานแล้ว เนื่องจากว่า มีประสบการณ์อยู่บ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็อยากจะฝากคณะกรรมาธิการซึ่งผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งที่จะตั้ง ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นปัญหายาวนานมากสำหรับ ประเทศไทย และผมเชื่อว่าแม้ว่าเราจะตั้งคณะกรรมาธิการปัญหาไม่หยุดหรอก มันต้องมี ต่อไป เพราะฉะนั้นเรามาดูสภาพปัญหากันสักนิดหนึ่งว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนกันแน่ ผมจะ ไม่กล่าวถึง ๓-๔ ชนิด เพราะเดี๋ยวชนิดนี้ไปชนิดใหม่ก็มาอยู่ดี คือรากฐานของคนไทยเอง เราใช้ชีวิตของเราส่วนใหญ่กับการกสิกรรม นี่เป็นอาชีพหลักของเรา ประเด็นปัญหาก็คือว่า มันเริ่มหนักขึ้นตอนที่เราปฏิวัติเขียว เมื่อปี ๒๕๐๓ เรามีการเปลี่ยนแปลงการผลิตด้านเกษตร เป็นเกษตรอุตสาหกรรม เรานำเข้าปุ๋ยจำนวนมาก เรานำเข้ายาสารเคมีจำนวนมาก มันเกิดผลกระทบขึ้นมาท่านประธาน ปัญหาก็คือว่ามันเกิดผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ ทางบวกก็คือทำให้ผลผลิตมากขึ้น เป็นการทำการเกษตรได้มากขึ้น มีการส่งออกซึ่งเรายิ่งใหญ่มากตรงนี้ ผลกระทบทางลบก็คือ เกี่ยวกับสุขภาพที่ว่านะครับ เกิดเป็นพิษขึ้น ทีนี้การขยายผลตรงนี้ตอนหลังมันเข้าสู่ระบบ การตลาด เรามามองปัญหาตรงนี้ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ต้นน้ำก็คือประชาชนผู้ผลิต ซึ่งขณะนี้เขาก็อยู่กับสารพิษนั่นละ กลางน้ำก็คือพ่อค้าคนกลาง พอได้ผลผลิตการเกษตรแล้ว เอาไปขยาย เอาไปขายที่โน่นที่นี่ทั่วประเทศ มีการขนส่งที่รวดเร็ว มันก็กระจายตัวไปเต็มที่ แล้วพ่อค้าคนกลางตรงนี้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เสียด้วยก็เลยขยายต่อเนื่องไป ส่วนปลายน้ำก็คือประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้บริโภค ประชาชนทั่วไปตรงนี้เป็นผู้รับผลจากสิ่งนี้ โดยแท้ แล้วก็อย่างที่เรียนแล้วไม่ทราบว่าปัญหาอยู่ที่ไหน เห็นแต่ว่าผักเขียว ๆ แล้วก็บางที ก็ไม่เห็นสีก็ซื้อไปรับประทาน มันก็สะสม มันเป็นการตายผ่อนส่ง ทีนี้เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ผม ขออนุญาตมาอภิปราย เพราะว่าผมเคยมีประสบการณ์ว่า เราเคยแก้ปัญหาเรื่องนี้กันนะครับ ผมเคยเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาจัดทำยุทธศาสตร์มาตรฐานความปลอดภัยสินค้าเกษตร และอาหาร ใช้ในปี ๒๕๕๓-๒๕๕๖ เพื่อสร้างมาตรฐานและความปลอดภัยสินค้าเกษตร และอาหารเพื่อคนไทยและตลาดโลก ในนั้นมียุทธศาสตร์อยู่ ๓-๔ อย่าง แต่มียุทธศาสตร์ อย่างหนึ่งที่ผมเสนอขึ้นไปและได้รับการตอบรับและมีการบรรจุไว้ ซึ่งได้ผลมากคือ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ คือเรามีเรื่องให้ความรู้กับเกษตรกรและจัดการเรื่องการตลาด มีการ ตรวจสอบ มีการใช้อำนาจบังคับ แต่มียุทธศาสตร์ที่ ๔ ที่มองว่าน่าจะเป็นการแก้ปัญหา ที่ยั่งยืน นั่นคือสร้างระบบอาหารศึกษา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ด้านมาตรฐาน ตรงนี้เองท่านประธานครับ มีหลักการที่ว่ากรอบยุทธศาสตร์ที่ว่าก็คือว่าให้มีรายละเอียดอยู่ เล็กน้อยก็คือว่า เป้าหมายคือการให้ความสำคัญกับผู้ซื้อ หมายความว่าเรากำลังจะใช้ตัว ซัปพลาย (Supply) ไปกำกับดีมานด์ (Demand) เราเรียกในยุทธศาสตร์นั้นว่าเป็นเกี่ยวกับ ดีมานด์ ไดรเวน (Demand Driven) คือให้ความรู้กับผู้ซื้อเพราะขณะนี้เราผลิตสินค้าเกษตร ส่งออกนอก ถ้าส่งไปยุโรปเขาไม่ซื้อ เราก็ผลิตได้ให้มันปลอดภัยนะครับ ตรงนี้ก็คือว่าให้ผู้ซื้อ รับรู้และมีสิทธิเลือก และกำหนดผู้ผลิตไม่ให้ผลิตใส่สารพิษนั้นลงไป หรือว่าไม่ใช้สารพิษ เป็นการให้ความรู้ซึ่งตรงนี้จะได้ผลมาก การให้ความรู้โดยการประชาสัมพันธ์ก็ดี อะไรก็ดีว่า ผักชนิดนี้มันไม่ปลอดภัย ที่มีรูมีแมลงมันจะปลอดภัยกว่า สิ่งเหล่านี้ต้องมีการขยายผล ขยายไปยังเด็ก ขยายไปยังโรงเรียน ขยายไปยังสังคมทั่วไป ตรงนี้คือสกัดตรงปลายน้ำ ไม่ให้รับ ไม่ให้ซื้อ มันก็จะส่งผลไปยังต้นน้ำอยู่ดี ซึ่งตรงนี้จะเป็นหลักการที่สำคัญ และยุทธศาสตร์ตรงนี้ถูกเอาไปบรรจุในคณะกรรมการจัดการด้านอาหารของประเทศ ปี ๒๕๕๕ โดยคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ อยู่ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ ด้านอาหารศึกษา ซึ่งมีการบรรจุไว้เรียบร้อยและมีการไปนำเสนอ ประเด็นปัญหาก็คือว่า ที่เป็นอยู่ขณะนี้ ก็คือว่ายุทธศาสตร์ทั้ง ๒ อย่างที่ว่านี้ อันแรกไปจบลงแล้ว คือได้ผล พอได้ผลแล้วไม่ทำต่อ อันที่ ๒ อาหารศึกษาก็หมดสิ้นไปแล้ว ตรงนี้ไปจบเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนี่เอง ความเห็นผมก็คือ อยากจะฝากคณะกรรมาธิการไปศึกษาไปดูเรื่องนี้มา สิ่งเหล่านี้อย่างที่บอกแล้วมันจะยัง ดำรงอยู่ มันก็เหมือนผม เราตัดหญ้านะครับ หญ้าไม่หมดเราใช้สารไปฆ่าหญ้า นี่ก็เหมือนกัน ปัญหามันไม่จบ เราก็ต้องมีมันไปเรื่อย ๆ หญ้ามันขึ้นมากอยู่แล้วเราก็ดำเนินการต่อไป ผมกำลังจะสรุปว่าเกี่ยวกับเรื่องการจัดการเรื่องนี้ครับ สิ่งที่จำเป็นจะต้องมีการพิจารณาคือ ๑. ต้องรู้อย่างจริงถ่องแท้ต่อปัญหาว่าที่มันยากต่อการแก้ไข เพราะว่ามันเป็นดาบสองคมนั่นเอง ถ้าเราถอดมันออกไปจะมีอะไรมาแทนให้เกษตรกรที่ไม่อันตราย เราต้องคิดเรื่องนี้ด้วย อันที่ ๒ ต้องใช้ยุทธศาสตร์กลับด้าน ก็คือว่าจากต้นน้ำที่ผมเรียนแล้วเมื่อสักครู่นี้มาสู่กลางน้ำ และปลายน้ำ วิธีแก้ตอนนี้เราแก้ต้นน้ำแก้ลำบากอยู่ เกษตรกรเขาใช้กันจนเคยชิน เราอาจจะ ต้องกลับด้านโดยการแก้จากปลายน้ำ วิธีแก้จากปลายน้ำก็คือยกปลายน้ำให้สูงขึ้น หมายความว่าทำให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจถึงอันตรายตรงนี้นะครับ แล้วกระแสในการ แก้ไขมันจะย้อนกลับไปหาต้นน้ำเอง ตรงกลับด้านตรงนี้ก็จะช่วยได้มาก แล้วสุดท้าย อยากจะฝากว่าปัญหาบางอย่างมีความต่อเนื่องยาวนาน เหมือนกับเป็นเส้นผมครับ ผมอยากจะให้ยุทธศาสตร์ที่เคยทำได้ผลแล้วได้มีการดำเนินการต่อไป อย่าไปจบลงตรงนั้น นี่มันจบไปแล้วนะครับ เหมือนเส้นผมเรานี่ต้องตัดผมอยู่ตลอด เราอย่าหวังว่าผมจะหยุดงอก หรือหญ้ามันจะหยุดงอก เราก็ต้องตัดต่อไป ยุทธศาสตร์ดังกล่าวที่ได้ผลก็ให้ดำเนินการต่อไป ก็จะช่วยได้มาก ปัญหาก็จะได้ยุติสะดุดหยุดลงได้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านนิกรครับ ต่อไปจะเชิญอีก ๔ ท่าน ท่านไชยา ท่านผ่องศรี ท่านประกอบกับท่านบัญญัติ เชิญท่านไชยาครับ

นายไชยา พรหมา หนองบัวลำภู 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ผมขอสนับสนุนให้สภา แห่งนี้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำการศึกษาในการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญอย่างมากของประเทศในขณะนี้ จากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรในจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมทั้งท่านสยาม หัตถสงเคราะห์ แล้วก็คุณณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ซึ่งท่านสมาชิกผู้เสนอญัตติขออนุญาตที่ต้อง เอ่ยนามก็คือท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ได้ยกตัวอย่างพื้นที่ในจังหวัดหนองบัวลำภูขึ้นมา นั่นคือ ความจริงที่ปรากฏอย่างเด่นชัด เนื่องจากว่าเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูเป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับว่าจังหวัดเล็ก ๆ อย่างจังหวัดผมนั้นมีการใช้สารเคมียาปราบศัตรูพืช โดยเฉพาะสารพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) มากที่สุดอันดับหนึ่งของ ประเทศ สิ่งที่ผมอภิปรายนี้ไม่ใช่ว่าผมยกเมฆขึ้นมา มีผลการวิจัยของนักวิชาการที่ไปลงพื้นที่ ในจังหวัดหนองบัวลำภู ปรากฏว่าการใช้สารเคมียาปราบศัตรูพืช โดยเฉพาะสารพาราควอต (Paraquat) นั้นมีตัวเลขในการใช้มากที่สุดต่อปีถึงประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อปี ประชากร ของหนองบัวลำภูมีประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ เศษ เฉลี่ยแล้วนั้นก็คือว่ามากกว่าต่อหัวต่อคนของ ประชากรในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูด้วยซ้ำไป สิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ในเรื่อง ของสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างมาก การใช้สารเคมี ยาปราบศัตรูพืชในปัจจุบันนี้เป็นธุรกิจที่ได้เข้ามาทำลายวิถีชีวิต วงจรชีวิตของ พี่น้องประชาชน ตลอดจนการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในธรรมชาติอย่างมากมาย ท่านประธานครับทราบหรือไม่ครับว่าวันนี้มีอาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นหลายท่านบอกว่าเป็นอาชีพ มือปืนรับจ้าง มือปืนรับจ้างในความหมายของพี่น้องในจังหวัดผมหมายถึงคนที่อาสามีอาชีพ ในการรับฉีดยาปราบศัตรูพืชแทนเจ้าของไร่ เจ้าของสวน เจ้าของไร่นา เพราะเขารู้ว่า ผลกระทบต่อวิถีชีวิต ผลกระทบและอันตรายต่อการใช้สารเคมียาปราบศัตรูพืชนั้น มันอันตรายกับชีวิตเขา แต่สุดท้ายเขาก็ต้องอาสาแล้วกล้าที่จะเสี่ยงกับความตาย เพื่อแลกเงินในการที่จะเป็นคนที่ฉีดยาปราบศัตรูพืชในไร่อ้อย ในไร่นา แม้รัฐบาลเองโดย กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการในการส่งเสริมการใช้ ในการฉีดยาปราบศัตรูพืช ไม่ว่า จะเป็นสารตัวใดก็ตาม มีการอบรม มีการให้ความรู้ว่าผลกระทบต่อการใช้สารเคมี ยาปราบศัตรูพืชนั้นมันอันตรายต่อชีวิตของประชาชนอย่างไรก็ตาม แต่ท่านประธานเชื่อไหม ว่ามันไม่กระทบเฉพาะคนใช้เท่านั้น คนที่ไม่ใช้ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ผลการวิจัยของที่ได้รับ การเปิดเผยเป็นทางการ ได้รับการสนับสนุนงานวิจัยจากกองทุนงานวิจัยแห่งชาติแล้ว ปรากฏว่า ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูนั้นผลการใช้ยาปราบศัตรูพืชสารพาราควอต (Paraquat) นั้น ส่งผลกระทบไปสู่พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ใช้สารเคมียาปราบศัตรูพืชครับ ประชาชนธรรมดา ชาวบ้านธรรมดา แม้กระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้าก็เดือดร้อน ถามว่าเดือดร้อนอย่างไร ก็เพราะว่า การฉีดยาปราบศัตรูพืชนั้นมันกระจายฟุ้งในอากาศ มันฟุ้งไปทำลายสิ่งแวดล้อมวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน แล้วตราบใดที่เดินเท้าเปล่าในตอนเช้า มีน้ำค้าง มีฝนตกในถนน ถ้าหากว่าเท้ามีบาดแผลแล้วสารเคมีเหล่านี้มันเข้าไปในกระแสเลือด แล้วมันทำลายทำให้เกิดโรคเท้าเปื่อย เกิดเนื้อร้ายกลายเป็นมะเร็งต้องตัดขา ท่านประธาน ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ก็คือคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมพี่น้อง ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพราะเป็นพื้นที่ที่ใช้สารเคมียาปราบศัตรูพืชอันดับ ๑ ของประเทศ ท่านประธานครับ เพื่อได้ไปเห็นข้อเท็จจริงว่าอันตรายที่เกิดขึ้นนั้นมันส่งผล ไม่เฉพาะคนที่ใช้สารเคมีโดยตรงหรือคนใช้โดยตรง แต่คนที่ไม่ใช้เองนี่พี่น้องประชาชนทั่วไป มันฟุ้งไปในอากาศแล้วมันปลิวตกไปยังท้องไร่ท้องนา วันนี้น้ำในไร่นา วัวควายก็ไม่สามารถ ที่จะกินจะใช้ได้ ปลาในไร่นาก็ไม่สามารถที่จะนำมาบริโภคได้ น้ำเหล่านี้มันไหลลงไปในห้วย หนอง คลอง บึง ไหลลงไปยังเขื่อนอุบลรัตน์ ไหลลงไปยังแม่น้ำต่าง ๆ มันไม่สามารถที่จะ ใช้งานได้ในการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ต่อวงจรชีวิตและวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างมาก ที่ผมยกตัวอย่างนี้เป็นเพียง ๑ ตัวอย่างจากผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่หนองบัวลำภู พื้นที่ผม อยากจะเห็น การปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ว่า ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องมีการแบน (Ban) สารเคมี ยาปราบศัตรูพืชโดยเฉพาะสารพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ทั้ง ๓ ตัวนี้ ถ้าตราบใดยังปล่อยให้ธุรกิจผูกขาดทางการเกษตรได้มาใช้ ความเป็นความตายของพี่น้องประชาชนเป็นเครื่องมือในการประกอบธุรกิจแล้ว ผมคิดว่า เป็นสิ่งที่อันตรายต่อประเทศชาติ ส่งผลต่อในอนาคต ต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก ทีเดียว เพราะอย่าลืมว่าประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม คนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร เราส่งออกสินค้าเกษตร เราปรับเปลี่ยนจากสินค้าเกษตรที่มีสารเจือปนยาปราบศัตรูพืช หรือสารเคมีทั้งหลายที่ตกค้างให้มาเป็นประเทศที่ผลิตข้าว ผลิตสินค้าทางการเกษตร เป็นสินค้า ออร์แกนิก (Organic) เป็นสินค้าสุขภาพปลอดภัย ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ที่ผมคิดว่า รัฐบาลเองก็ควรที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้พี่น้องประชาชน เกษตรกร ชาวไร่ชาวนานั้น นอกจากจะมีวิถีชีวิตที่มีความปลอดภัยแล้วยังมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ในเศรษฐกิจของ ประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรในการส่งออกด้วยซ้ำไป ผมจึงอยากจะขอฝาก คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นในโอกาสต่อไปนี้ ฝากประเด็นที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานนี้ไปพิจารณาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ท่านไชยาครับ เชิญท่านผ่องศรีครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือท่านประธานเพื่อให้บันทึกเอาไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย หมายเลข ๓๗๓ ในการลงมติ ก่อนหน้านี้ คือการลงมติ อีอีซี (EEC) ผมนั่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่นี่ มีพยานรู้เห็นข้างเคียง ทั้งหมด ๕-๖ คน ที่นั่งอยู่ด้วยกันไม่ได้ขยับไปไหนเลย ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้ลงมติตามที่มี การประสานก็คือ ไม่เห็นด้วย ได้แสดงตัว ได้ลงมติเรียบร้อยครับ แต่ไม่ทราบว่า เกิดเหตุขัดข้องอย่างไร

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเรา หารือกันต่อครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ขออนุญาตให้ท่านประธานได้บันทึก ในการลงมติที่ผ่านมาด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง 🔗

ครับ เชิญท่านผ่องศรีต่อเลยครับ ท่านประธานที่เคารพคะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านไม่ได้รับปาก ท่านไม่ได้พูดว่าท่านจะ พิจารณาหรือจะหยุดการนำเข้า เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยมาวันนี้เราต้องมาตั้ง กรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องนี้ เพราะว่าปัญหาเหล่านี้มันบานปลาย มันบั่นทอนสุขภาพของ พี่น้องประชาชนเราเป็นอย่างยิ่ง ท่านทราบหรือไม่ว่าในอำเภอราษีไศล อำเภอยางชุมน้อย นอกจากจะปลูกข้าวแล้วนะคะ ก็ปลูกหอม ปลูกกระเทียม หอม กระเทียม ข้าว เวียนอยู่ อย่างนั้น อำเภอราษีไศลประมาณ ๕ ตำบล และยังมีอำเภออื่น ๆ อีก เพราะฉะนั้นท่านลอง คิดดูว่าถ้าเขาใช้สารเคมีในรอบปีเลย เขาจะได้รับสารเคมีไปเท่าไร เพราะฉะนั้นสาว ๆ ที่เป็น แม่หม้ายในละแวกนั้นเยอะมากค่ะท่านประธาน เมื่อเร็ว ๆ นี้มีเด็กคนหนึ่งอายุ ๒๔ ปี ไปรับจ้างฉีดยาเหมือนที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ มีอาชีพรับจ้าง เพราะมันไม่มีทางไปค่ะ ไม่มีทางเลือก ตายค่ะ ตายอยู่ตรงฉีดยาเลย แม่ร้องห่มร้องไห้ไปกับพ่อ ๒ คน อันนี้เยอะมาก เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ จังหวัดศรีสะเกษนี่ พริกมีสารตกค้างเกินปริมาณที่จะปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง จังหวัดเราได้ทำกิจกรรมสมัชชา สุขภาพจังหวัดอย่างน้อย ๒ ครั้ง เราจะมีประเด็นพวกนี้ เราได้จัดสมัชชาสุขภาพอย่างน้อย ๒ เวที ซึ่งในการจัดเวทีนี้เราได้ระดมผู้ที่ปลูกพืชผักผลไม้ทุกชนิดเลย มาพูดคุยกันว่าเราจะ ลดสารเคมีได้อย่างไร ก็เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่เรื่องที่ดิฉันวิตกกังวลก็คือว่ามีโอกาส ได้ไปต้อนรับท่านผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีครั้งหนึ่ง และมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ผู้หลักผู้ใหญ่ท่านบอกว่าจังหวัดหนึ่งดิฉันจำไม่ได้ ต้องขออภัยว่ามีการใช้สารเคมีเยอะมาก แต่มีเจ้าหน้าที่ในกระทรวงสาธารณสุขระดับสูงบอกว่ามันไม่เป็นอันตราย ซึ่งตรงนี้ มันสอดคล้องกับที่นางอนุรักษ์ บุญศล ขออภัยที่เอ่ยนามนะคะ ที่กล่าวว่านักวิชาการบอกว่า มันไม่อันตราย ตรงนี้ทำให้เกิดความสับสนเป็นอย่างยิ่ง จะเอาอย่างไรกัน มันอันตราย หรือไม่อันตราย แต่นักวิจัยได้ออกมาบอกแล้วว่าในรกเด็ก ในขี้เทาเด็กนั้นมีสารพาราควอต (Paraquat) เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเรียนไปทางรัฐบาลว่าเอาให้ชัดว่าถ้ามันอันตรายก็ต้อง มาบอกว่ามันอันตรายจริง ๆ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ท่านจะทำอย่างไร ถ้ามัน จำเป็นต้องนำเข้า กลางน้ำที่เป็นเจ้าหนี้ของภาครัฐจะทำให้เขาเกิดความปลอดภัยได้อย่างไร ผู้บริโภคทำอย่างไรเขาจะได้ตระหนักให้ชัด ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอันตรายอย่างแท้จริง วันนี้ พฤติกรรมในการปลูกผักทางบ้านดิฉันเปลี่ยนไป ไม่ปลูกเองค่ะ กำลังคิดว่าถ้าปลูกเองนี้ เราจะทำผักกางมุ้ง ทำอะไรก็ว่าไป แต่วันนี้เขาเปลี่ยนไปค่ะ เขาไปรับซื้อผักมาขาย เพราะฉะนั้นการควบคุมสารเคมีนี่ยากมาก และอีกอันหนึ่งก็คือกังวลมากอันนี้ คนมีเงิน ก็น่ากลัว เพราะว่ามีการประกาศว่าในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ที่ประกาศว่าเป็นผักปลอดภัย ผักปลอดสาร ผักออร์แกนิก (Organic) อะไรประมาณนั้น ก็มีการสำรวจแล้วออกมาบอกว่า ไม่ใช่เลยค่ะ ๕๑ เปอร์เซ็นต์นั้นไม่ใช่ เพราะฉะนั้นแล้วจะให้พี่น้องประชาชนเราปลอดภัย ได้อย่างไร เราจะมีความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าติดฉลากว่าปลอดภัย แต่มันไม่ใช่ เราจะทำ อย่างไรกับเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็ให้ได้ผลสรุป ที่ดิฉันกังวลมากไปกว่านั้นก็คือ ถ้าผลสรุป ออกมาแล้วว่ามันเป็นโทษจริง ๆ อย่างร้ายแรง รัฐบาลจะนำไปปฏิบัติได้หรือไม่ เพราะมัน อาจจะมีหลายครั้งที่คณะกรรมาธิการสรุปแล้ว แต่มันก็ยังเงียบ มันก็ยังเฉย มันยังไม่มีอะไร เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากด้วยว่าความปลอดภัยในสุขภาพของพี่น้องเกษตรกร ควรเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องตระหนักก่อนที่เขาจะสิ้นแรง สิ้นลม เพราะโรคภัยไข้เจ็บ จากสารเคมี รวมทั้งพวกเราด้วย แล้วเราก็จะไม่มีใครมาทำอาหาร สร้างพืชผลทางการเกษตร ทำนา ทำข้าวให้พวกเราได้บริโภค หรือได้แม้แต่ส่งออกนั้น ฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลด้วยให้เห็นความสำคัญของคนเล็กคนน้อย คนที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติที่วันนี้ ตายแน่ ๆ น้ำท่วม แล้งด้วย สารเคมีเต็มตัว หนี้สินเต็มตัว ยื้อไม่ถึงแล้ว เพราะฉะนั้นทำอย่างไรจะให้เขาปลอดภัย ให้สุขภาพเขาแข็งแรง ให้เขามีกำลังอย่างน้อยที่จะ ยืนหยัดอยู่ในสังคมนี้เพื่อปลูกข้าวให้เรากิน เพื่อปลูกผักให้เราได้บริโภค เพื่อให้เขาได้เป็น ส่วนหนึ่งของเรา โดยที่รัฐบาลใช้คำพูดคำว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว ขอบพระคุณท่านประธาน

ขอบคุณ ท่านอาจารย์ผ่องศรี ต่อไปคุณหมอบัญญัติ เชิญครับ ท่านประกอบมีอะไร เชิญครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ วันนี้ผมจะไม่พูดครับ เพราะว่าจะเปิดโอกาสให้พี่น้อง เพื่อน ส.ส. ภาคอีสานได้พูดถึงเรื่องน้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่ พี่น้องชาวอีสานเดือดร้อนแสนสาหัส แต่ว่าเนื่องมาจากญัตติเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่มี ความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ และมีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย เล็งเห็นถึงความสำคัญ เล็งเห็นถึงความจำเป็นในเรื่องนี้ เพราะว่าก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติที่ดีได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของสารเคมีปราบศัตรูพืช ผมขออนุญาตทำความเข้าใจกับเพื่อน ๆ กับพี่น้องประชาชนสักนิดหนึ่ง เกรงว่าจะมี ความสับสนกัน คำว่า ศัตรูพืชมันคลุมถึง ๔ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ ๑ ครับ ก็คือวัชพืช วัชพืชก็เป็นศัตรูพืชเพราะแย่งอาหารของพืชหลัก ประเด็นที่ ๒ แมลงศัตรูพืช ผมเข้าใจว่า ทุกท่านคงรู้ คงตระหนักว่าแมลงศัตรูพืชนั้นเป็นพิษภัยต่อพี่น้องเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน ประเด็นที่ ๓ คือสัตว์ศัตรูพืช เช่น พวกหนู พวกสัตว์ต่าง ๆ ที่ไปทำลายพืชผลของพี่น้อง เกษตรกร แล้วก็ประเด็นที่ ๔ โรคพืชมักจะใช้เคมีที่กำจัดพวกเชื้อรา ๔ เรื่องนี้เราพูดคลุม กันว่าศัตรูพืช ศัตรูพืชมันก็ทำลายผลผลิตของพืชทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับผลผลิตที่น้อยลง คุณภาพของผลผลิตไม่ดี วันนี้การค้าผลไม้ การค้าผักก็มีผลกระทบมาก เนื่องมาจากว่า เราขาดความตระหนัก ความใส่ใจในเรื่องของการใช้สารเคมี กำจัดศัตรูพืชที่ไม่ถูกต้อง ไม่มีความเข้าใจ ใช้อย่างไม่ตระหนัก นอกจากกระทบถึงสุขภาพของเกษตรกรโดยตรงแล้ว ยังกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ยังกระทบต่อการค้าขายในประเทศ และต่างประเทศ กระทบเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคง เพราะฉะนั้นเรื่องของยา หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ จึงเป็นเรื่องมีความจำเป็นที่สภาแห่งนี้ จะต้องพูดจาปราศรัยกันอย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ การที่เราแบน (Ban) สารเคมี วัตถุอันตรายที่เกิดผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ว่าเราเพิ่งมาพูดถึง สารเคมี ๓ ตัวที่พวกเราได้พูดคุยวันนี้ ไม่ว่าเรื่องพาราควอต (Paraquat) เรื่องของ คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) จริง ๆ แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ จนกระทั่งถึงปี ๒๕๔๗ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่ตระหนักถึงความสำคัญของ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้สั่งห้ามนำเข้ามาแล้ว ๙๖ ชนิดครับ แต่ท่านประธานทราบไหมว่า ทำไมมันเกิดขึ้นอีก เพราะว่าเปลี่ยนยี่ห้อครับ เปลี่ยนชื่อการค้าครับ ปราบไปปราบมา ผุดขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นภัยมืด ๓ ตัวที่เรากำลังจะจับอยู่ขณะนี้มันก็เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต แต่เปลี่ยนชื่อการค้าได้เกิดขึ้นใหม่ และเราก็ปราบมันไป แล้วถ้าเราไม่ตระหนักและมัน ไม่ตระหนักจะเกิดขึ้นมาอีก และปราบกันอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา ผมจึงอยาก กราบเรียนท่านประธานว่าการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องนี้ขอให้คิดทบทวนในอดีต ปัจจุบัน และคำนึงถึงอนาคตว่าการที่เราจะแบน (Ban) สาร ๓ ตัวนี้ ในอดีตเราแบน (Ban) ไป กี่ตัวแล้ว แล้วทำไมวันนี้ต้องแบน (Ban) ๓ ตัวนี้อีก และในอนาคตต้องแบน (Ban) อีกกี่ตัว ผมกราบเรียนท่านว่าอันนี้มันเป็นระบบที่เราต้องสืบค้นถึงรากเหง้าของมันว่าสารเคมี มันเล็ดลอดมาอย่างไร ทั้ง ๆ ที่หลายตัวท่านครับ ต่างประเทศเขาห้ามใช้เลยนะครับ แต่โชคดี ประเทศเราได้ใช้ทุกอย่างที่ต่างประเทศไม่ใช้ สงสารพี่น้องเกษตรกร สงสารคนไทย เพื่อน ส.ส. หลายท่านได้พูด ได้เห็นว่าสารเคมีปราบศัตรูพืชส่วนใหญ่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โรคมะเร็งหลายชนิดครับ ๔-๕ ชนิดที่ก่อเกิดมาจากการใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้อง เมื่อปี ๒๕๑๘ ท่านประธานครับ ผมเล่าเหตุการณ์ให้ท่านประธานฟัง ในนาปลาทุกชนิดว่ายน้ำครึ่งตัว เพราะอีกครึ่งตัวขาดไปแล้วครับ โดนสารเคมีทำลาย ปลาช่อนหางขาดไปแล้ว เหลือครึ่งตัว พิษภัยขนาดไหนครับ ไส้เดือนซึ่งเป็นรถแทรกเตอร์ของเกษตรกรคนจนพรวนดิน พอเกษตรกรใช้สารเคมีมาก ๆ ใช้สารกำจัดศัตรูพืชมาก ๆ ไส้เดือนตายหมด แม่น้ำลำคลอง เดี๋ยวนี้ดื่มไม่ได้ครับ เพราะว่าสารเคมีทั้งหมดเลย ตรงนี้คือภัยของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ผมเลยกราบเรียนท่านประธานเพื่อฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญถ้าเกิดตั้งนะครับว่าต้อง ตระหนักและต้องคิดในเชิงระบบ ไม่ใช่ว่าเกิดตัวปราบตัว เกิดตัวปราบตัวเหมือนผีร้าย ไม่มีทางหมดสิ้นนะครับ ต้องดูถึงรากเหง้าด้วย ก็ฝากด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านประกอบครับ ต่อไปอีก ๔ ท่านนะครับ คุณหมอบัญญัติ ท่านปดิพัทธ์ ท่านชาดา และท่านนิยมนะครับ เชิญคุณหมอบัญญัติครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสอภิปราย สนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีภาคเกษตรกรรมที่ก่อให้เกิด สารพิษตกค้างเป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภค ท่านประธานที่เคารพครับ สารเคมี กำจัดศัตรูพืชและวัชพืชเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตพืชผล ทางการเกษตร สืบเนื่องจากว่าการผลิตพืชผลการเกษตรนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี การกำจัดศัตรูพืชไม่ว่าจะเป็นแมลงก็ดี หรือวัชพืชก็ดีนะครับ ในปัจจุบันนั้นมีสารเคมี ที่มีประสิทธิภาพสูง และราคาก็ไม่แพงเท่าไร ซึ่งเป็นสารเคมีที่อันตรายนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ ต่อเนื่องมาจากในอดีต ในสมัยก่อนมีดีดีที ซึ่งรัฐบาลได้ยกเลิกไปแล้ว ปัจจุบันก็มีพาราควอต (Paraquat) ซึ่งเป็นยาสำหรับกำจัดวัชพืช มีไกลโฟเซต (Glyphosate) ซึ่งเป็นสารกำจัด วัชพืช แล้วก็คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ซึ่งเป็นยากำจัดศัตรูพืช กำจัดแมลง ซึ่งสารเคมี ทั้ง ๓ ตัวนี้ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันแน่ชัดว่าเป็นสารเคมีที่มีอันตรายร้ายแรง แล้วก็ใช้กันบ่อย ในภาคเกษตร มีการรายงานว่ามีผู้ป่วยเสียชีวิตจากพิษเฉียบพลันเข้ามาที่ห้องฉุกเฉินแล้วก็ นอนโรงพยาบาล เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ในส่วนของพิษเรื้อรังนั้นที่ตกค้างอยู่ในพืชผัก ผลไม้ก็ดี ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมจำพวกน้ำหรือดินก็ดี อันนี้มีรายงานทั่ว ๆ ไปทั้งโลกก็ว่าได้ ว่าอาจจะมีผลเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะเกิดมะเร็ง แล้วก็ที่จะเกิดโรคทาง ระบบประสาทและระบบอื่น ๆ ที่เป็นโรคเรื้อรังที่ยากที่จะเยียวยารักษา ซึ่งถ้าจะรอให้ สารเคมีเหล่านี้พิสูจน์ทราบว่ามีพิษเฉียบพลันและเรื้อรังนะครับ อย่างเช่น การทดลอง ทั่ว ๆ ไปก็คงเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้กรณีศึกษาหรือรายงานกรณี ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมารวบรวมเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ใช้ก็ดี ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคผัก ผลไม้ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศก็ดี เนื่องจากประเทศไทย นั้นเป็นครัวของโลก ผลิตอาหารเลี้ยงชาวโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปกป้องและคุ้มครอง ให้เกษตรกรและผู้บริโภคทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศนั้นมีความปลอดภัยจากสารเคมี ร้ายแรงที่เป็นยาฆ่าแมลงและยากำจัดวัชพืชที่เป็นตัวร้ายแรงทั้ง ๓ ตัวนี้นะครับ สำหรับ ในมุมมองของทางสุขภาพนั้น แพทย์ พยาบาลทางด้านสุขภาพเราก็เรียกร้องที่จะให้นำ สารเคมีนี้ออกไปจากประเทศไทยนะครับ อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องหาสิ่งอื่นมาทดแทนสารเคมีที่กล่าวมานี้ที่มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าและราคา ที่ถูกกว่าให้ได้โดยไม่ชักช้านะครับ เพราะว่าเกษตรกรถ้าไม่มีทางเลือกที่ราคาถูกกว่า และประสิทธิภาพสูงกว่า เกษตรกรก็ยังจะต้องพึ่งพาสารเคมีที่ร้ายแรงตัวนี้อยู่นะครับ ไม่มี สิ่งใดที่จะเกินภูมิปัญญาของรัฐบาลหรือของนักวิชาการในประเทศไทยที่จะค้นคว้าหา เกษตรอินทรีย์ที่จะสามารถที่จะกำจัดทั้งวัชพืช ทั้งกำจัดแมลง แล้วก็มีความปลอดภัยที่สูงต่อ เกษตรกรและผู้บริโภค ก็ขอที่จะเรียกร้องให้ทางรัฐบาลโดยผ่านสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเป็น การดีนะครับ มีกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียด เพื่อให้ทุกภาคส่วนนั้นมา มีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็นแล้วก็กำหนดมาตรการที่มีความสมดุลทั้งผู้ใช้ ทั้งผู้ผลิต ทั้งผู้บริโภค ว่าควรที่จะต้องกำหนดมาตรการ ทั้งทางระเบียบต่าง ๆ ที่จะให้คณะกรรมการ วัตถุอันตราย แล้วก็ทั้งทางด้านของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้กำหนดมาตรการที่มีความเหมาะสมที่สุดที่จะ ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปดิพัทธ์ครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ เราคงไม่ต้องมาเสียเวลาคุยกันแล้วครับ อภิปรายกันแล้วว่าสารเคมีเหล่านี้นั้น อันตรายและสมควรที่จะแบน (Ban) จากประเทศไทย แต่ปัญหาก็คือ เราไม่สามารถที่จะตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อจะศึกษาเพียงแค่ว่าเราสมควรแบน (Ban) หรือไม่แบน (Ban) แต่เราจำเป็นที่จะต้องนำเสนอการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรเคมีไปเป็น การเกษตรที่ปลอดภัยให้ได้ ท่านประธานครับ เมื่อผมได้มีโอกาสลงพื้นที่พูดคุยกับพี่น้อง เกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลกนะครับ ไม่มีใครอยากใช้สารเคมีเหล่านี้นะครับ ทุกคน เมื่อรับผลตรวจเลือดที่เพิ่งตรวจไปที่ รพ.สต. ตำบลบึงพระ มีเกษตรกรที่มีผลเลือด ในกลุ่มเสี่ยงมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครอยากจะจับสัมผัสสารเคมีเหล่านี้ ในชีวิตประจำวัน ไม่มีใครอยากจะเลี้ยงลูกหลานใกล้ ๆ สารเคมีเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน แต่ปัญหาก็คือภาระในการยกเลิก ภาระในการใช้สารเคมีเหล่านี้อย่างปลอดภัยนั้นตกไปอยู่ กับพี่น้องเกษตรกรและพวกเขาเป็นเหยื่อรายแรกที่รับผลร้ายจากสารเคมีเหล่านี้ ผมยังจำได้ดี ถึงคำพูดของอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านกฤษฎา บุญราช ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมที่จะยกเลิกสารเคมีเหล่านี้ก็ต่อเมื่อเงื่อนไข ๒ ข้อ ก็คือต้องมีสารทดแทนให้ได้ และกฎหมายในการยกเลิกการนำเข้าเป็นอำนาจหน้าที่ โดยตรงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เรื่องนี้มันก็เหมือนกับเป็น ไก่กับไข่ครับ อะไรที่เกิดก่อนกัน เราจะแบน (Ban) ก่อน หรือเราจะมีสารทดแทนก่อน เพราะทุกครั้งครับเมื่อรัฐบาลพิจารณาที่จะยุติการนำเข้าและใช้สารเคมีเหล่านี้ก็จะจบลง ด้วยการตั้งกรรมการหรือกรรมาธิการ หรืออนุกรรมาธิการ และทุกครั้งก็จะเป็นการที่ยืดเวลา ออกไปทุกครั้ง ซึ่งทำให้เกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในหมู่พี่น้องประชาชนตอนนี้เลยนะครับ สิ่งที่มันน่าเสียใจก็คือว่ารัฐบาลได้แถลงไว้ในนโยบายเร่งด่วนนะครับที่เรามีโอกาสได้ฟัง ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงเอาไว้ว่า การยกเลิกการใช้ สารเคมีเหล่านี้เป็นวาระที่เร่งด่วนของประเทศไทย แต่ท่านไม่เคยบอกเลยครับว่าจะลดให้ได้ ภายในกี่ปี ท่านไม่เคยบอกว่าจะลดได้กี่เปอร์เซ็นต์ ท่านไม่เคยบอกเลยว่าจะยกเลิกที่พื้นที่ใดก่อน หรือกลุ่มพืชใดก่อน เพราะฉะนั้นความกังวลสงสัยของพี่น้องประชาชนตอนนี้ก็คือรัฐบาลนี้ จะเอาจริงเอาจังหรือจริงใจแค่ไหนหรือจะจบลงโดยการยืดเวลาออกไปอีก ๒ ปีหรือ ๓ ปี แบบที่เคยทำมา ท่านประธานครับ สิ่งที่เป็นข้อเสนอของผมนะครับ เนื่องจากเวลาอันสั้น เราจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจน และจริง ๆ ยังมีอีกล็อกหนึ่งที่ทำให้เกษตรกร ไม่สามารถยกเลิกการใช้เหล่านี้ได้ ก็คือภาวะหนี้สินของเกษตรกร เกษตรกรไม่สามารถ ที่จะรับเอาความเสี่ยงจากการที่มีพืชผลเกษตรที่เสียหายได้ และเมื่อพวกเขาไม่สามารถ ที่จะรับความเสี่ยงในการเสียหายของพืชผลได้ นี่เป็นช่องว่างของการลักลอบใช้สารเคมีเถื่อน นี่เป็นช่องว่างของโอกาสในการผูกขาดของพ่อค้าที่เปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อย ๆ แล้วก็สุดท้าย เราก็จะไม่สามารถยกเลิกการใช้เหล่านี้ได้จริง ๆ ประสบการณ์ในประเทศศรีลังกานะครับ มีการยกเลิกสารเคมีเหล่านี้ก่อนที่ประเทศของเราจะมาคุยเรื่องนี้หลายสิบปี แต่ภายในเวลา แค่ ๒ ปีเท่านั้นเองนะครับ เนื่องจากประเทศศรีลังกาที่ต้องมีการผลิตชาเป็นจำนวนมาก พบว่าเขาจำเป็นต้องกลับมาใช้ยาฆ่าหญ้าที่เรารู้จักกันดีอีกครั้งหนึ่ง เพราะไม่สามารถ ที่จะผลิตชาในปริมาณเดิมได้ ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ได้ออกมาตรการเรื่องการพักหนี้ ถ้าเราไม่ได้ออกมาตรการเรื่องการสนับสนุนปัจจัยการผลิต ถ้าเราไม่ได้ออกมาตรการ เรื่องการนำเข้าเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและราคาที่เข้าถึงได้ เราจะทำให้เรื่องนี้นั้น เป็นแค่เรื่องปาหี่ ก็คือเราแค่ตั้งกรรมการขึ้นมา มีมติที่จะแบน (Ban) และเมื่อแบน (Ban) ไม่สำเร็จเหยื่อรายแรกที่ถูกโทษตลอดเวลาก็คือเกษตรกร ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่ผมและพรรคอนาคตใหม่ยอมรับไม่ได้ และยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้อีกก็คือกฎหมาย อีกหลายตัวที่เราจำเป็นต้องกลับมาทบทวน อย่างเช่นในปี ๒๕๕๒ คณะกรรมการ วัตถุอันตรายได้ประกาศให้ผลิตภัณฑ์จากสะเดา ตะไคร้หอม ขิง ข่า ดาวเรือง แล้วก็ อีก ๑๓ ชนิดเป็นวัตถุอันตราย ถึงแม้กฎหมายฉบับนี้จะมีการปรับปรุงแล้วก็ตาม แต่เราก็ยังมี ข้อจำกัดในการหาสารทดแทนอยู่ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ กรรมาธิการชุดนี้ควรจะมี หน้าที่ในการออกมาตรการในระยะเปลี่ยนผ่านให้ได้ ถ้าเราจะจูงใจให้เกษตรกรเข้าสู่การผลิต พืชผลการเกษตรที่ปลอดภัย ท่านต้องไม่ให้ภาระนี้ตกไปอยู่กับเกษตรกรแต่เพียงลำพัง ท่านจะต้องจูงใจโดยการให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการพักหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน สร้างอาชีพเสริม ไม่ว่าจะเป็นการหาสารทดแทนที่มีราคาถูกที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกรหรือว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านการตลาด และสิ่งที่เราลืมไปอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของการศึกษาแล้วก็สิทธิผู้บริโภค ที่ผู้บริโภคมีสิทธิ ที่จะต้องรู้ว่าอาหารที่เขารับประทานปลอดภัยจริง ๆ หรือเปล่า ไม่ใช่ที่ปล่อยเรื่องนี้ไป เราจะรู้อีกครั้งก็ต่อเมื่อเราตรวจเลือดเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมแล้วไปปล่อยให้ พี่น้องประชาชนต้องเผชิญเรื่องนี้เอง ท่านประธานครับ นอกจากนั้นเราจำเป็นที่จะต้องลงทุน กับเทคโนโลยีนะครับ เพราะว่าการที่เราจะให้ประเทศไทยของเราก้าวข้ามแล้วไปสู่ ความมั่นคงทางอาหาร ถ้าเราไม่ลงทุนกับเทคโนโลยีตอนนี้เราจะไม่มีวันที่จะทำได้สำเร็จ ยกตัวอย่างประเทศจีนที่เราเคยมีภาพในอดีตว่าเขาเต็มไปด้วยมลพิษ มลภาวะ เต็มไปด้วย อาหารที่ไม่ปลอดภัย เขาได้มีการลงทุนทำ ชื่อ หนานจิง โมเดิร์น อะกรีคัลเชอรัล ไซเอนซ์ แอนด์ เทคโนโลยี อินโนเวชัน ไพลอต พาร์ก (Nanjing Modern Agricultural Science and Technology Innovation Pilot Park) ขออภัยที่ใช้ภาษาอังกฤษนะครับ แต่มันคือ ศูนย์นวัตกรรมทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลกและจะกลายเป็นผู้นำทางการเกษตรของโลกได้ แต่ถ้าประเทศไทยไม่ได้เอาเงินงบประมาณมาทำสิ่งเหล่านี้ผมกล้ารับประกันเลยครับว่า การยกเลิกสารเคมีเหล่านี้จะไม่มีวันสำเร็จได้ แล้วก็ถ้าการลงทุนกับเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีเงิน ที่ต้องใช้ในช่วงเวลาระยะต้นจำนวนมหาศาล แต่ผมขอร้องอย่าบอกพี่น้องประชาชน ว่ารัฐบาลไม่มีเงิน ในเมื่อนโยบายหลายอย่างของท่านนั้นแจกเงินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เคยลงทุนเพื่อความยั่งยืน เพราะฉะนั้นผมอยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้นำเสนอ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่จะทำให้ประเทศไทยนั้นสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ในอนาคต โดยที่ไม่กลับไปสู่การแก้ปัญหาแบบไทย ๆ ที่ไม่เคยสำเร็จหรือเป็นแค่ผักชีโรยหน้า ที่เราออกโครงการมา แล้วสุดท้ายเราก็ต้องกลับมาใช้สารเคมีอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ แล้วจริง ๆ เราไม่ได้พูดถึงสารเคมีแค่ ๓ ตัวนะครับ ผลตรวจเลือดของเกษตรกรยังรวมถึง กลุ่มออร์แกโนฟอสเฟต (Organophosphate) หรือกลุ่มที่เป็นยาฆ่าแมลง กลุ่มยาฉีดยุง ยาอื่น ๆ อีกด้วย สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการคืออาหารที่ปลอดภัยที่มากกว่าสารเคมี ๓ ตัวนี้ เพราะฉะนั้นความจำเป็นเร่งด่วนของเราคือการตั้งกรรมาธิการชุดนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชาดาครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี เรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน ในเรื่องสารเคมี ๓ ตัวนั้นพรรคภูมิใจไทยโดยผ่านท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านมนัญญา ไทยเศรษฐ์ มีนโยบายที่ชัดเจนว่าเราจะยกเลิก สาร ๓ ตัวนี้ โดยเด็ดขาดด้วยนะครับ โดยรวดเร็วและโดยว่องไว คือเราเห็นอันตราย ของสารเคมี ๓ ตัวนี้อย่างชัดเจน และเราเองก็สนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการในเรื่อง สารเคมีนี้ โดยที่พรรคภูมิใจไทยก็จะส่งกรรมาธิการเข้าไปสู่คณะกรรมาธิการเพื่อไปศึกษา เรื่องนี้ ผมเรียนด้วยความเคารพครับ วันนี้สารเคมี ๓ ตัวนี้สร้างความเสียหายอย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้พูดถึง ถามว่าหลายคนพูดว่าสารทดแทนจะมีราคาแพงกว่า ผมยืนยันว่าราคาไม่แพงกว่า ถ้าเกษตรกรไม่ใช้สารเคมี ๓ ตัวนี้แล้ว และถ้าทั้งประเทศไทย ไม่ใช้สารทดแทนก็จะมีราคาถูกลง แล้วปัจจุบันนี้อาจจะดูว่าเหมือนแพงแต่ไม่แพงครับ เพราะว่ามันใช้เป็นปุ๋ยได้ แต่คนเข้าใจว่าใช้ในเรื่องของฆ่าหญ้าหรือว่าเรื่องปฏิกิริยาโดยตรง แต่สารอินทรีย์ที่จะใช้นั้นทำให้สภาพดินดีแล้วสารเคมีไม่ตกค้าง ผมถือว่าผู้ใดที่เอาสารเคมีนี้มา ก็เป็นการเอายาพิษมาอาบแผ่นดิน แล้วพรรคภูมิใจไทยก็มีนโยบายชัดเจน แล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อยู่ในแถลงนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการ เรื่องนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง โดยรัฐมนตรีมนัญญาก็ยืนยันว่าต้องเลิกโดยเร็ว ที่สุดนะครับ เรามองกันไปถึงว่าวันนี้เมืองไทยเราพูดแต่ว่าเรื่องสารเคมีนี้ แต่เราไม่มีการตรวจพืช ตรวจสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาในประเทศไทยอย่างชัดเจน เราห่วงชีวิตสิ่งของเราจะส่งออก ต่างประเทศก็ถูกตรวจอย่างเข้ม แต่สิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาในประเทศไทยไม่มีการตรวจที่ชัดเจน พรรคภูมิใจไทยโดยผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าเราจะให้มีการตรวจ แล้วก็ยกเลิกใช้ โดยเร็วที่สุด นี่คือความยืนยันให้พี่น้องทุกท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่า นโยบายของเราชัดเจนที่จะไม่นำสารเคมี ๓ ตัวนี้มาใช้ในวงการเกษตรแน่นอน แล้วเรามอง ไปถึงว่าต้องยกเลิกโดยด่วน โดยไม่สนใจว่ามีการกักตุนไว้ก็ตามนะครับ เพราะว่าวันนี้ ผมเชื่อว่าพ่อค้าคงกักตุนไว้ ถ้าจะมีการยกเลิกคงใช้กันอีก ๑๐ ปีที่อนุญาตมา เรียกว่า ต้องใช้ไปได้อีก ๑๐ ปี ทางพรรคภูมิใจไทยมีความเห็นเลยว่ายกเลิกแล้วต้องยกเลิก โดยเด็ดขาดนะครับ ยกเลิกโดยเด็ดขาดไม่มีการที่จะว่าชะลอการใช้ไปจำนวนนั้นจำนวนนี้ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาอีกมากมาย ก็จึงเรียนผ่านท่านประธานไปทางสมาชิกทุกท่านนะครับ ว่าไม่ต้องห่วงครับ พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายชัดเจน แต่อีกส่วนหนึ่งก็จะมีกรรมการวัตถุมีพิษ ซึ่งอยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ในคณะกรรมการวัตถุมีพิษก็จะมีทั้งสาธารณสุข มีทั้งกรรมการจากหลายฝ่าย ก็ต้องผ่านท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเหมือนกันว่า ยกเลิกเถอะครับ เราไม่เห็นชีวิตคนไทยมีค่ามานานแล้ว วันนี้เลิกเอายาพิษอาบแผ่นดิน ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิยมครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งร่วมกับคุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ที่ยื่นเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหามาตรการ การควบคุมใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และสารเคมีในภาคเกษตรกรรม ท่านประธานครับ ผมต้องขอกราบเรียนอย่างนี้ว่า เป็นมติใน ส.ส. สกลนครค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ทั้ง ๖ ท่าน ท่านเกษม อุประ ท่านพัฒนา สัพโส ท่านสกุณา สาระนันท์ ท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย แล้วก็ท่านอนุรักษ์ บุญศล ว่าพวกเราทั้งหมดพร้อมที่จะเสนอให้มีการตั้ง กรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมไม่ต้องบอกหรอกว่าพี่น้องบ้านผมเดือดร้อน อย่างไรกับยาปราบศัตรูพืช หรือยาฆ่าแมลงทั้งหลาย เพราะในช่วงชีวิตผม พ่อแม่พี่น้องผม เป็นชาวไร่ชาวนา ผมไม่พูดถึงวิชาการเลยครับ เป็นปัญหา พี่น้องบ้านผมตายเพราะยาฆ่าแมลง มากมายเป็นร้อยที่หมู่บ้าน ที่อำเภอ ที่จังหวัดผม ตายเป็นร้อย ง่าย ๆ เลย เพราะพี่น้องบ้านผม ไม่มีการป้องกันในการพ่นยาฆ่าแมลง แต่ก่อนพี่น้องบ้านผมรู้จักว่ายาฆ่าแมลงคือ ฟูราดาน ฟูราดอนวันนี้อาจจะชื่อเปลี่ยนแปลงไป แต่คุณภาพของยาพวกนี้มันก็ยังเหมือนเดิม ความรุนแรง แต่ผมก็ดีใจนะครับ ท่านรัฐมนตรีชาดาบอกว่าจะยกเลิกจะอะไรของท่าน ผมเห็นด้วย แต่ต้องฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งจะมีต่อไปว่าต้องศึกษาแล้วส่งให้รัฐบาล วันนี้รัฐบาลท่านก็บอกแล้วว่าท่านจะดำเนินการ เพียงแต่ว่าผมต้องฝากว่าต้องใจแข็ง ภาคราชการ ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุขก็ดี ต้องใจแข็ง คำว่า ใจแข็ง ตัดสินใจ ผลประโยชน์ที่ได้จากการนำเข้าของยาตัดสินใจเลิกเลย อะไรก็แล้วแต่ที่มันเป็นผลร้ายต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชน ที่ตายทุกวันนี้จากยา อยู่เฉย ๆ ก็ตาย ผมไปงานศพหลายงานก็แบบนี้ละครับ สาเหตุก็อยู่ดี ๆ ไปทำอะไร เพราะอยู่ดี ๆ ก็บอกหัวใจวาย อยู่ดี ๆ ก็ช็อกตาย สาเหตุก็ไปถามภูมิหลังแล้วว่า เมื่อวานนี้ไปพ่นยาตอนเย็นมาตายเลย อันนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ยาพวกนี้มันมีอันตรายเกินกว่า ที่เราจะรับได้ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการชุดนี้เมื่อศึกษาแล้วส่งไปให้รัฐบาล ส่งไปให้ภาคราชการ รัฐบาล รับไว้และดำเนินการอย่างเฉียบขาด ถ้ายังอะลุ้มอล่วยให้นำเข้าพวกนี้ พี่น้องประชาชน ไม่อยากซื้อหรอก แต่ว่ามีวิธีอื่นไม่ได้ครับ ถ้าไม่ใส่มันไม่ได้ผล ผมจึงฝากท่านประธาน ไปถึงรัฐบาลว่า ในไร่ในนาพี่น้องบ้านผมเกษตรกร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทำนา หลังทำนาเสร็จ ก็มาปลูกพืช โดยเฉพาะมะเขือเทศนี้เป็นหลักเลยบ้านผม ปลูกเต็มไร่เต็มนา ใช้ยาฆ่าแมลง ที่รุนแรงมาก ต้องคิดให้พี่น้องว่าทำอย่างไรเขาจึงไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อ ทำอย่างไร เขาจะได้ผลจากการปลูกพืชพวกนี้ ไม่ใช่จะป้องกันแบบที่ให้มันแล้ว ๆ ไป เอาผลประโยชน์ เป็นหลักไม่ได้ท่านประธาน ในไร่ในนาทุกวันนี้ปู ปลา โดยเฉพาะบ้านผมกินปู ปูในนาเก็บมา หอย ปู ทุกวันนี้กินไม่ได้ท่านประธาน ถ้าใครเก็บปูในนามากินตายหมด ตายเนื่องจากตับแข็ง อะไรก็แล้วแต่ เป็นผลต่อเนื่องจากยาฆ่าแมลงทั้งสิ้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานไปถึง รัฐบาลชุดนี้ ไม่ต้องเอาชุดไหนล่ะ เอาชุดที่กำลังทำอยู่นี่ ต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะทำอะไร ให้พี่น้องประชาชน ถ้าท่านยังเห็นแก่ผลประโยชน์อยู่ ไม่ได้ครับวันนี้ มันถึงเวลาแล้ว พี่น้อง บ้านผมตายเยอะแล้วเพราะยาตัวนี้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน ความจริงผมว่าจะไม่พูด แต่ว่าต้องฝาก ตายจริง ๆ ไม่ใช่พูดเล่น ฝากให้รัฐบาลรับไปให้ภาคราชการตัดสินใจ อย่าเห็นแก่ ผลประโยชน์ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านนิยม ต่อไปท่านองอาจครับ เชิญครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ วันนี้เราพิจารณาญัตติซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมการใช้สารเคมี ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภค ตั้งแต่ผู้อภิปรายคนแรกจนกระทั่งมาถึงท่านที่อภิปรายก่อนหน้าผม ผมเชื่อว่าทั้งห้องประชุมนี้ แทบจะไม่มีใครที่ไม่ตระหนักถึงอันตรายของสิ่งที่เราได้อภิปรายกันมาตลอดระยะเวลา หลายชั่วโมงที่ผ่านมา แน่นอนที่สุดสารเคมีที่ใช้ในการเกษตรนั้นมีหลายประเภท แต่สิ่งที่เรา เน้นกันมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ก็คือสารเคมีอยู่ ๓ ชื่อด้วยกัน ซึ่งเป็น ๓ ชื่อที่ไม่ได้เน้นกัน เฉพาะในห้องประชุมนี้เท่านั้น แต่ผมคิดว่าขณะนี้สังคมไทยจำนวนมาก และคนที่สนใจ ในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยจากสารเคมีต่าง ๆ กำลังพูดถึงกันเป็นอย่างมากก็คือ พาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งที่เราพูดกันถึงขณะนี้นั้นแทบไม่ต้องไปกังวลว่าสารเคมี ทั้ง ๓ ประเภทที่เราพูดถึงกันนั้น สมควรจะใช้ต่อไปอีกหรือไม่อย่างไร ผมเชื่อว่าผู้อภิปราย เกือบทั้งหมดนั้นมีความเห็นที่ไม่แตกต่างกันว่าเราควรที่จะยกเลิกในการใช้สารเคมีทั้ง ๓ ประเภทที่ผมได้พูดถึงไปแล้ว ถึงแม้รัฐบาลในการแถลงนโยบายครั้งล่าสุดจะบอกว่าจะ ควบคุมมาตรฐานการใช้สารเคมีหรือปุ๋ยเคมีในการเกษตร เพื่อนำไปสู่การลด ละ เลิก การใช้ สารเคมีหรือปุ๋ยเคมี โดยจัดหาสิ่งทดแทนที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำขณะนี้ไม่เพียงแต่การลดเท่านั้น ผมคิดว่ารัฐบาลต้องละ และเลิกการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนอย่างมาก ผมคิดว่าอันตรายที่ หลายท่านได้พูดถึงไปนั้น สรุปง่าย ๆ ว่าสามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย ต่อสุขภาพ เป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดมะเร็งปอด ก่อมะเร็งสมอง และมะเร็งเม็ดเลือด สามารถก่อให้เกิด ความผิดปกติทางจิตประสาท รวมถึงความผิดปกติทางโครโมโซม (Chromosome) ทำให้ เด็กทารกในครรภ์เติบโตช้า เกิดความพิการแต่กำเนิดหรือการแท้งได้ ก่อให้เกิดมะเร็ง ต่อมน้ำเหลือง หรืออาจจะก่อให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ ๒ และโรคพาร์กินสันอีกด้วย ผมคิดว่าโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่เราได้ยินได้ฟังมานี้คงไม่อยากให้เกิดกับคนที่เป็นญาติของเรา เป็นพี่น้องเรา คนที่เป็นเพื่อนเรา หรือแม้แต่เกิดขึ้นกับตัวเรา แต่ถามว่าทำไมสังคมไทย จึงปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน และพอจะมีการเกิดการเปลี่ยนแปลง ในสิ่งเหล่านี้ขึ้น เมื่อพี่น้องประชาชนตื่นตัวรับรู้สิ่งเหล่านี้มากขึ้น และมีคนจำนวนไม่น้อย ที่ออกมาต่อสู้ในเรื่องเหล่านี้ แต่พิษภัยที่คนเหล่านั้นได้รับไม่น้อยไปกว่าพิษภัยจากสารเคมี ที่ได้รับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ มีคุณหมออยู่ท่านหนึ่งครับท่านประธาน ชื่อศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แผนกประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย เป็นคุณหมอซึ่งผมเชื่อว่าคุณหมอทั้งประเทศทราบดีว่า คุณหมอท่านนี้มีจริยวัตร ประกอบสัมมาชีพในฐานะเป็นแพทย์ เป็นอาจารย์หมอที่มีชื่อเสียง และยึดมั่นในสัมมาวิชาชีพของตน แต่ปรากฏว่าทันทีที่คุณหมอท่านนี้ออกมาต่อสู้ในเรื่องนี้ ชี้ให้เห็นพิษภัยของปัญหาสิ่งเหล่านี้ ปรากฏว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรียกท่านไปสอบ แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาจะสอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ นัดหมายไปเรียบร้อยที่จะสอบสวนท่าน พี่น้องประชาชนจำนวนมากไม่ยอมครับ ไปที่หน้าห้องสอบสวนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่อาคารจามจุรี ไม่ให้สอบคุณหมอท่านนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมจึงอยากจะ กราบเรียนว่า พี่น้องประชาชนได้ตื่นตัวกันพอสมควรแล้ว เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาล ตื่นตัวมากยิ่งขึ้น แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะตื่นตัวได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ก็เพราะว่า ในรัฐบาลชุดที่แล้วมีท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่ง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ปัจจุบันก็คงเป็นอดีตไปแล้ว ท่านต่อสู้เรื่องของสิ่งแวดล้อม ต่อสู้เพื่อพี่น้อง เกษตรกรมาโดยตลอด ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน คือท่านอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร ไม่ได้เสียหายอะไร ท่านบอกว่า ตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผมไม่มีอำนาจโยกย้ายคน ถ้าผมมีผมจะปลดทั้ง ๕ คนที่ไปลงมติให้มีการใช้ สารเคมีต่อ ถ้ารัฐมนตรีชุดนี้เอาจริงก็เรียก ๕ คนที่เป็นบอร์ด (Board) เรียกอธิบดี กรมวิชาการเกษตรระงับไป ถ้าทำไม่ได้ก็เปลี่ยนคน ผมจึงฝากรัฐบาลชุดนี้ครับ ฝากท่าน เป็นโอกาสสุดท้ายว่าขอให้รัฐบาลต้องกล้าหาญที่จะตัดสินใจยกเลิกพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เพื่อไม่ให้เกษตรกรไทยต้อง ตายผ่อนส่งและตายจริง ๔ ปี คนไทยตายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมาถึง ๒,๑๙๓ รายแล้ว ฝากท่านประธาน ฝากคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ ท่านวิรัชเชิญครับ มีอะไรครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนิดหนึ่งครับว่า เกี่ยวกับเรื่องสารเคมี ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น แล้วก็ทางสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะผมเองได้ไปคุยกับทางวิป (Whip) ฝ่ายค้านแล้ว เราก็เสนอในการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณาในเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันเราก็ยังมีญัตติด่วนอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือญัตติด่วนเรื่องน้ำท่วม โดยเฉพาะ ในขณะนี้ที่มีอยู่หลายจังหวัด ผมไม่ทราบว่ายังเหลืออีกกี่ท่านครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมคงจะ ปิดการอภิปรายนะครับ อาจจะให้ท่านนิคมอีกสัก ๕ นาที ท่านนิคม บุญวิเศษ ขอมา แล้วก็จะปิดการอภิปราย

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ผมลงชื่อ ไปตั้งนานแล้วครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใครครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

พิเชษฐ์ครับ ยังไม่ได้พูดเลยนะท่าน ให้ผมต่อจากท่านนิยม

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้วเมื่อสักครู่นี้ผมไม่เรียกหรือ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ไม่ได้เรียกผมครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมนึกว่า ผมเรียกท่านไปแล้ว

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ก็เหลือสัก ๒-๓ ท่านได้ไหมครับ ท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ ท่านนิคมและท่านพิเชษฐ์ แล้วก็ปิดการอภิปรายนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิคมก่อนครับ ท่านนิคมยังอยู่ไหมครับ เชิญครับท่านนิคม สั้น ๆ นะครับ และตามด้วย ท่านพิเชษฐ์

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายในเรื่องนี้ใช้เวลาเล็กน้อย นั่งฟังตั้งแต่ต้นก็มีบางอย่างที่ยังไม่ครอบคลุม เราต้องมาพูดกันว่าเหตุที่เกษตรกรทำไมต้องใช้สารเคมี เพราะว่าเกษตรกรมีความคิดว่า ถ้าเกิดการใช้สารเคมีแล้วเขาคิดว่าจะมีการเพิ่มผลผลิตจากการทำการเกษตร เหตุเพราะอะไร เพราะว่าเราเองยังไม่มีสารหรือสิ่งใดที่ใช้ในการทดแทนในการที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถ ทำการเกษตรแล้วมีผลิตผลทางการเกษตรมากขึ้น ฉะนั้นการใช้สารเคมีไม่ว่าจะเป็น สารปราบศัตรูพืชต่าง ๆ ปราบแมลงต่าง ๆ ก็ตาม เกษตรกรไม่มีทางเลือก ผมเชื่อว่า ถ้าเกิดนักวิชาการทางด้านการเกษตร ถ้าเรามีงบประมาณในการวิจัยทำสิ่งทดแทนที่ไม่ใช่ สารเคมี ผมเชื่อว่าหลายหน่วยงานโดยเฉพาะวิทยาลัยเกษตรทุกวิทยาลัยที่เขามีความรู้ ความสามารถ เขาสามารถที่จะทำเรื่องวิจัยพวกนี้ได้

และอีกประการหนึ่ง ผมขอเรียนให้ทราบว่าการใช้สารเคมีนอกจาก ที่จะไม่ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้นแล้วยังไปทำลายดิน ทำลายจุลินทรีย์ต่าง ๆ ในดิน ทำให้ดินแน่นดินแข็ง ปัจจุบันนี้การทำการเกษตรทำไมผลผลิตมันถึงลดลง เพราะสารเคมี ทำลาย บางทีเราอาจจะไม่ทราบ แต่ผมเชื่อว่านักวิชาการทราบดี แต่ขาดการให้ข้อมูล ให้ความรู้กับเกษตรกร เนื่องจากว่าการนำเข้าสารเคมีต่าง ๆ มันมีผลประโยชน์ของกลุ่ม นายทุน ของกลุ่มนักวิชาการ ของกลุ่มใครก็แล้วแต่เราไม่อยากจะโทษกัน ผมเชื่อว่า หลายท่านทราบดี แต่ถ้าเรามองถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับประเทศชาติของเรา โดยเฉพาะ สุขภาพของพี่น้องประชาชนขอให้พวกเราช่วยกันเถอะครับ

อีกประการหนึ่ง ถ้าเราลดใช้สารเคมีแล้วประเทศไทยเป็นประเทศ เกษตรกรรมที่เราคิดว่าจะเป็นคลังครัวโลก ถ้าเราเลิกใช้สารเคมีจะทำให้ผลผลิต ทางการเกษตรโดยเฉพาะการส่งออกประเทศต่าง ๆ เขาก็จะมีความมั่นใจมากขึ้น และจะทำให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้นตาม ถ้าเรายังใช้สารเคมีอยู่เหมือนปัจจุบันนี้ หลายประเทศแล้วครับ ไม่นำเข้าผลิตผลทางการเกษตรของประเทศไทย เขาก็ไปเลือกนำเข้า ประเทศอื่น ฉะนั้นเราเองในขณะที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ผมเชื่อว่ามันมีวิธีการ เพียงแต่ว่ารัฐบาลจะมีการส่งเสริมหรือไม่อย่างไร

ส่วนผลกระทบต่าง ๆ หลายท่านก็ได้พูดไปแล้ว ผลกระทบนอกจาก จะกระทบทำให้ลูกหลานเราเป็นโรคต่าง ๆ ที่เราไม่สามารถที่จะควบคุมได้ มันจะยังทำให้พืช โดยเฉพาะที่เราเรียกว่า วัชพืช มันมีการต่อต้าน พืชพวกนี้มันจะมีวิธีการพัฒนาทำให้ดื้อ เขาเรียกว่า ดื้อยา แมลงต่าง ๆ ก็เช่นกัน ปัจจุบันนี้ใช้สารเคมีปราบก็ยังไม่สามารถปราบได้ เนื่องจากคำว่า ดื้อยา เช่นกัน แล้วก็สามารถที่จะทำให้สารเคมีเหล่านี้ก็จะแรงขึ้น ๆ ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตก็สามารถที่จะผลิตแรงขึ้นมากกว่าเดิม ผลเสียก็เกิดกับพี่น้องเกษตรกร ผู้ที่จำเป็นที่จะต้องใช้เนื่องจากว่าไม่รู้จะเอาอะไรมาใช้ทดแทน ถ้าประเทศไทยเรา เห็นความสำคัญตรงนี้ผมเชื่อว่านักวิชาการต่าง ๆ สามารถคิดค้น ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรต่าง ๆ ที่สามารถจะมาทดแทนสารเคมีพวกนี้ได้ เพียงแต่ว่านโยบายของรัฐบาลจะลงไปช่วยหรือไม่ อย่างไร ผมเชื่อว่ารัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอที่จะช่วยในเรื่องนี้ ดีกว่าเรามาแก้ปัญหา ที่ปลายเหตุ ปัจจุบันนี้เรื่องสุขภาพของพี่น้องประชาชน ท่านไปดูเถอะครับ ที่โรงพยาบาล ต่าง ๆ พี่น้องที่ป่วยจากโรคเรื้อรังต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย เราไปทุ่มเงินสูญเสียในเรื่องนี้ มากเกินไป ถ้าเรารักษาตั้งแต่ต้น ป้องกันตั้งแต่ต้น ผมเชื่อว่าโรคร้ายแรงต่าง ๆ ที่เกิดกับ ประเทศไทย เกิดกับพี่น้องเราก็จะลดลง โดยเฉพาะประเทศไทยเราเองส่งนักกีฬาไปแข่งขัน ระดับโลก จะสังเกตว่าคนไทยตัวเล็กนิดเดียวเนื่องจากว่าเรามีสารเคมีตลอด เราส่งของดี พืชต่าง ๆ ที่ไม่มีสารเคมีเราส่งออกนอก แต่คนไทยกลับมาบริโภคพืชผักที่มีสารเคมี เต็มไปหมด สิ่งนี้อยากให้รัฐบาลตระหนัก ผมเห็นด้วยที่จะตั้งคณะกรรมาธิการมาศึกษาเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ คือโดยโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเราก็คือประเทศเกษตรกรรม เรื่องของวัตถุที่ใช้เกี่ยวกับการผลิตของประเทศไทย มันมีมาเฟียอยู่ในทุกระบบ ของการเกษตร ไม่ว่า ๕ เสือที่คอยควบคุมราคาข้าวอยู่ทุกวันนี้ มาเฟียเมล็ดพันธุ์พืช มาเฟีย อาหารสัตว์ มาเฟียปุ๋ยเคมี แล้วก็ที่ใหญ่ที่สุดก็คือมาเฟียเคมีเกษตร ทั้งยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ผลประโยชน์มหาศาล รวมกลุ่มกันให้ผลประโยชน์กับภาคราชการ กระทรวง ทบวง กรม เพื่อให้สารเหล่านี้ยังคงอยู่ในตลาดสินค้าเกษตรต่อไป ท่านประธานครับทุกวันนี้เราไม่มี แรงงาน ประเทศไทยเกิดน้อย แรงงานขาดแคลน ภาคเหนือต้องเผาครับ เผาอย่างเดียวครับ เพราะว่าไม่มีแรงงานที่จะมาทำไร่ ทำข้าวโพดให้มันเพียงพอต่อการใช้แรงงาน เผาแล้ว ทำอะไรอีกครับ พ่นยาครับ เป็นวิถีชีวิตที่ทำเป็นประจำในขณะนี้ เพราะไม่มีทางเลือก ท่านประธานครับ ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า สารประกอบต่าง ๆ วนเวียนอยู่ตามแบรนด์ (Brand) ต่าง ๆ ก็คือยี่ห้อต่าง ๆ ก็วนเวียนอยู่อย่างนี้นะครับ ถามว่าดีไหม ดีครับ ผมก็ใช้ครับ มันได้ผลจริง ๆ ครับ ทั้ง ๓ ชนิดนี้ที่ท่านจะยกเลิก แต่ถ้าเกิดจะยกเลิกจะต้องหาสิ่งทดแทน ที่เท่าเทียมกันหรือหาทางออกที่ดีกว่านี้ ในตลาดมีให้ใช้ก็ต้องใช้ครับท่านประธาน เพราะว่า ไม่มีทางเลือกอื่น ดังนั้นมันเป็นเรื่องของมาเฟียที่จะกำหนดสารเคมีต่าง ๆ ที่จะใช้ ในตลาดการเกษตรของประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมอยู่ต้นน้ำครับ อยู่จังหวัดเชียงราย แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่ลองไปตรวจสอบ คุณภาพน้ำเจ้าพระยาดูสิครับ ไปดูคุณภาพของปลาชนิดต่าง ๆ ในแม่น้ำเจ้าพระยาดูสิครับ รับประทานได้ไหม วันนี้สารเคมีมันท่วมประเทศ ผมท้าให้พิสูจน์ว่าการประปานครหลวง มีสารพิษเหล่านี้ไหม การประปานครหลวงตอบผมสิครับว่าท่านใช้วิธีการใดที่จะเอาสารเคมี เหล่านี้ออกจากน้ำประปาได้ มันเป็นสารละลายที่เป็นน้ำ เอาออกได้อย่างไรครับ วันนี้ คนกรุงเทพมหานครก็เหมือนคนต่างจังหวัดแล้วครับ เจอสารเคมีเหล่านี้ตลอดชีวิตเลย ผมไปงานฌาปนกิจทุกอาทิตย์ครับ ๑๐ ศพครับ ๖ ศพตายด้วยโรงมะเร็ง อันนี้น่าเป็นห่วงมาก ท่านประธานครับ ต้นทางก็คือกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านหยุดนำเข้าทันทีได้ไหม ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ถ้าแน่จริง หยุดนำเข้าเลยครับ แล้วต่อมาก็คือกระทรวงอุตสาหกรรมไปตรวจโรงงานแล้วปิดโรงงาน ได้ไหมถ้าแน่จริง มาถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันนี้ผลประโยชน์มหาศาลเลย รวมหัวกัน อนุมัติแต่ละครั้ง ๆ ต่ออายุ เงินทั้งนั้นครับ ทำได้ไหม ผมดีใจที่ท่านที่ปรึกษาของรัฐมนตรี ท่านได้เอ่ย ผมดีใจครับที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะหยุด แต่ที่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม จำเป็นจะต้องทำตามด้วย กระทรวงสาธารณสุขท่านไปดูปลายทางสิครับ คุณภาพน้ำต่าง ๆ ที่เราดื่มกันทุกวันใช้ได้ไหม ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรจะต้อง ตั้งกรรมาธิการ เรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาคุยกัน เราไม่ได้ที่จะไปล้มธุรกิจของเขา แต่อยากให้เขาหาทางออกร่วมกัน ช่วยกันครับ เพราะว่าวันนี้เราตาย เราต้องใช้คีโมเทอราปี (Chemotherapy) และจะต้องใช้กัญชา อันนี้มันปลายเหตุครับ เอาต้นเหตุดีกว่าว่าสารเคมี เหล่านี้จะต้องหมดจากประเทศไทย ขอบคุณมากท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เป็นการปิดการอภิปรายนะครับ ต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอญัตติมีสิทธิอภิปรายสรุป คิดว่าคงไม่ต้องแล้วนะครับ เพราะว่าที่เห็นแล้วสมาชิกส่วนใหญ่เห็นคล้อยตามกันหมด คงไม่ต้องเสียเวลากระมังครับ เนื่องจากญัตติทั้ง ๗ ฉบับนี้ซึ่งมีอยู่ ๖ ฉบับ ในระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๕ ที่ ๑๐ ที่ ๑๒ ที่ ๑๘ ที่ ๑๙ และ ๒๔ เป็นญัตติที่เสนอมาเพื่อให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ส่วนญัตติของท่านนริศ ขำนุรักษ์ เป็นญัตติเพื่อส่งรัฐบาล เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วให้ส่งรัฐบาล เพราะฉะนั้นต้องถามเป็น ๒ ประเด็น ท่านนริศมีอะไรครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้อภิปรายไว้ตั้งแต่ต้นนะครับว่า ขออนุญาตที่จะนำเรื่องผมเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ ไม่ต้องส่ง รัฐบาล

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เพราะเดี๋ยวเราจะมีกรรมาธิการวิสามัญ ถ้าตั้งนะครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ขอนำเรื่องผมเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมาธิการ ส่งคณะกรรมาธิการด้วยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องแยกถามเป็น ๒ ประเด็น ประเด็นแรก ก็คือถามว่าจะตั้งกรรมาธิการ วิสามัญหรือไม่ เสร็จแล้วถึงจะมาถามว่ามีใครขัดข้องไหม ที่จะเอาฉบับของท่านนริศ ส่งไปคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งนะครับ คงต้องขอมตินะครับ

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญสมาชิกเข้ามาก่อน จะได้ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ ท่านนริศครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ช่วงที่กำลังรอเพื่อนลงมติผมขออนุญาต ท่านประธานว่าในช่วงลงมติ อีอีซี (EEC) เป็นช่วงที่ผมได้แสดงตนเสร็จแล้วก็ผมไปละหมาด ช่วงนั้นท่านประธานในที่ประชุมคือท่านชวน ได้แจ้งกับที่ประชุมว่ารอ ส.ส. ที่เป็นมุสลิม ละหมาด แล้วก็ผมไปละหมาดและผมก็กลับมาลงมติไม่ทัน ทั้ง ๆ ที่ผมได้แสดงตนแล้ว ผมเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยที่จะให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นนะครับ ผมเป็นคนหนึ่ง ที่ได้เจรจาเพื่อไม่ให้ตั้งกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมขออนุญาตอภิปรายไว้ เป็นหลักฐานว่า ผมไม่เห็นด้วยที่จะตั้งกรรมาธิการเหมือนกับเสียงของรัฐบาลส่วนใหญ่ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ แต่เป็นการลงมติไม่ได้ เพียงแต่บันทึกไว้เป็นหลักฐาน ของท่านสนองเมื่อสักครู่ก็บันทึกไว้ เป็นหลักฐานแล้วครับ ก่อนที่จะดำเนินการให้สมาชิกออกเสียงลงคะแนน ขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนครับ ยังมีสมาชิกค่อย ๆ เข้ามา เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ สมาชิกเข้ามากัน เป็นส่วนใหญ่แล้วนะครับ ดังนั้นขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและ กดปุ่มแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

มีสมาชิก ท่านใดเครื่องขัดข้องไหมครับ เชิญครับท่านชูวิทย์

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ซึ่งผมเชื่อว่าเครื่องกดบัตรเราอาจจะขัดข้อง เมื่อเราลงมติช่วงเช้า มี ส.ส. กิตติ์ธัญญา วาจาดี จากจังหวัดอุบลราชธานี มี ส.ส. บุญแก้ว มี ส.ส. รัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ซึ่งกดแล้วไม่เห็นทั้งแสดงตนและไม่เห็นทั้งลงมติ ก็แจ้งท่านประธานไว้ว่า ส.ส. อีสานเราอยู่รวมกันหมดช่องที่จะกดบัตร เมื่อผลออกมาแล้วไม่เห็นรายชื่อ ซึ่งท่านสมหญิงกด เห็นด้วย แต่ผลออกมาเป็น ไม่เห็นด้วย ส่วนกิตติ์ธัญญากดแล้วไม่เห็น ทั้งแสดงตนและทั้งลงคะแนน ท่านบุญแก้ว ท่านรัฐกิตติ์ และมีอีกหลายท่านผมอยากจะให้ ทดสอบเครื่องกดบัตรด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก ทุกท่านกดแสดงตนแล้วนะครับ เชิญครับ ได้หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นปิดการแสดงตนนะครับ แสดงผลด้วยครับเจ้าหน้าที่ มีทั้งหมด ๓๗๗ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แสดงตนครับ หมายเลข ๒๔๑ ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิจารณ์ แสดงตนนะครับ

ต่อไปผม จะขอมติจากที่ประชุมว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาญัตติตามระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๑๐ เรื่องด่วนที่ ๑๒ เรื่องด่วนที่ ๑๘ เรื่องด่วนที่ ๑๙ และเรื่องด่วน ที่ ๒๔ หรือไม่ ผู้ใดเห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาญัตติตามระเบียบวาระ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรตั้งโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่างดออกเสียง ก็กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนเสียงได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีของท่านใด ยังขัดข้องหรือไม่ครับ ถ้ายังขัดข้องอยู่ลงผ่านไมโครโฟนได้นะครับ เชิญครับ

นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ระวี ๒๙๖ ผมเห็นด้วยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอระวี ๒๙๖ เห็นด้วยนะครับ เชิญครับ ผ่านไมโครโฟนเลยก็ได้ครับ

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพคะ ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย เห็นด้วยค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผ่องศรี เห็นด้วยครับ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โหวตทางระบบเรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อะไรนะครับ ท่านพูดใหม่สิครับ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ ๒๔๕ เห็นด้วยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เห็นด้วยนะครับ เดี๋ยวรวมคะแนนผ่านไมโครโฟน ๓ ท่าน มีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีหรือไม่ ถ้าไม่มี ผมจะปิดการลงคะแนนเสียงนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลให้ด้วย ตกลงทั้งหมดผู้เข้าประชุม ๓๙๙ ท่าน เห็นด้วยทั้งหมดเป็นเอกฉันท์ บวกอีก ๒ ท่าน ก็เป็น ๔๑๑ ท่าน ไม่มีท่านผู้ใด ไม่เห็นด้วยนะครับ ไม่มีงดออกเสียงครับ มติที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทั้งหมด ๑๔ พรรค ของท่านมี ๒ ท่านนะครับ พรรคชาติไทยพัฒนามี ๑ ท่านครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน กลุ่มพรรค ๔ พรรค มีพรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย ของท่านมี ๑ ท่านนะครับ อัตราส่วนถูกต้องนะครับ ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อกรรมาธิการตามสัดส่วนและขอผู้รับรอง ตามข้อบังคับด้วยครับ เริ่มจากพรรคเพื่อไทยก่อนครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม จำนวน ๑๑ ท่าน ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ๑. ร้อยตำรวจเอก วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ๒. นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ ๓. พันโท นราวิทย์ เปาอินทร์ ๔. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๕. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๖. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๗. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๘ นางสิรินทร รามสูต ๙. นายปลอดประสพ สุรัสวดี ๑๐. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๑๑. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบ ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๙ ท่าน เชิญครับ

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ดังนี้ค่ะ ในสัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ๑๑ ท่านต่อไปนี้ค่ะ ๑. นายอนันต์ ผลอำนวย ๒. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ๓. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๔. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ๕. นายสัญญา นิลสุพรรณ ๖. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๗. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๘. นายสุรชาติ ศรีบุศกร ๙. นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ๑๐. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย และ ๑๑. นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่านครับ

นางสาวพรรณิการ์ วานิช แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ดิฉัน พรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ขอเสนอรายนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการควบคุมการใช้สารเคมี ในภาคเกษตร ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ดังนี้ค่ะ ๑. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ๒. นายอนุกูล ทรายเพชร ๓. นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ ๔. รองศาสตราจารย์พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล ๕. นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ และ ๖. นายนิติพล ผิวเหมาะ ค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่านครับ

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอเสนอรายชื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ตามสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่านดังนี้ ๑. ท่านอิสสระ สมชัย ๒. ท่านสราวุธ อ่อนละมัย ๓. ท่านธนิตพล ไชยนันทน์ ๔. ท่านชัยชนะ เดชเดโช ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการควบคุมการใช้สารเคมี ในภาคเกษตรกรรมในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่าน ๑. ศาสตราจารย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ๒. รองศาสตราจารย์จิราพร ลิ้มปานานนท์ ๓. นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ๔. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรค ชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาของเสนอทันตแพทย์ ดอกเตอร์อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ

นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาญัตติด่วนเกี่ยวกับการควบคุมการใช้สารเคมีในภาค เกษตรกรรมในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน คือนางปิยะศิริ นาโคศิริ ขอผู้รับรองค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถูกต้องครับ ต่อไป ๔ พรรคการเมือง พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย ๑ ท่านครับ

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอเสนอชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรมซึ่งก่อให้เกิดสารพิษ ตกค้างเป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภคในสัดส่วน ๔ พรรค ซึ่งมีพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติและพรรคพลังปวงชนไทย ขอเสนอชื่อท่านอนุมัติ ซูสารอ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบ ครบทั้ง ๓๙ ท่านแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อ ช่วยตรวจดูด้วยว่าถูกต้องไหม เชิญครับ

นางนงนุช เศรษฐบุตร รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการควบคุม การใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ๑. ร้อยตำรวจเอก วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ๒. นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ ๓. พันโท นราวิทย์ เปาอินทร์ ๔. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๕. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๖. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๗. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๘. นางสิรินทร รามสูต ๙. นายปลอดประสพ สุรัสวดี ๑๐. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๑๑. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ๑๒. นายอนันต์ ผลอำนวย ๑๓. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ๑๔. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๑๕.นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ๑๖. นายสัญญา นิลสุพรรณ ๑๗. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๑๘. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๑๙. นายสุรชาติ ศรีบุศกร ๒๐. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๒๑. นายระวี มาศฉมาดล ๒๒. นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ๒๓. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ๒๔. นายอนุกูล ทรายเพชร ๒๕. นายเอกภพ เพียรพิเศษ ๒๖. รองศาสตราจารย์พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล ๒๗. นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ๒๘. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๒๙. นายอิสสระ สมชัย ๓๐. นายสราวุธ อ่อนละมัย ๓๑. นายชัยชนะ เดชเดโช ๓๒. นายธนิตพล ไชยนันทน์ ๓๓. ศาสตราจารย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ๓๔. รองศาสตราจารย์จิราพร ลิ้มปานานนท์ ๓๕. นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ๓๖. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๓๗. นายอุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา ๓๘. นางปิยะศิริ นาโคศิริ ๓๙. นายอนุมัติ ซูสารอ

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ขอเปลี่ยนแปลง ๑ ท่านครับ จากท่านสราวุธ อ่อนละมัย เป็นท่านอันวาร์ สาและ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พรรคประชาธิปัตย์ขอเปลี่ยนนะครับ ครบ ๓๙ ท่านนะครับ ระยะเวลาในการพิจารณา เมื่อสักครู่นี้เสนอไว้ ๖๐ วันใช่หรือไม่ครับ ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้องนะครับ ท่านวิรัชมีอะไรครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตท่านประธานว่าในตอนช่วงแรกหลังจากที่ได้รับการประสานงาน โดยเฉพาะ จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังไม่จบครับ ยังมีของท่านนริศอีก

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

จะขออนุญาตเพิ่มเป็น ๔๔ ท่าน เป็นตัวแทนจากรัฐบาลครับท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมายถึง จะเพิ่มอีก ๕ ท่าน

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ เป็น ๔๔ ท่าน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพิ่มอีก ๕ ท่าน เป็น ๔๔ ท่าน

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่ประชุม ขัดข้องหรือไม่ครับ ถ้าไม่ขัดข้องถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้ง ๔๔ ท่าน

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

กระผมขออนุญาตหลังจากช่วงนี้ เดี๋ยวจะเสนอรายชื่อเพิ่มเติมในสัดส่วนของรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งครับ ตอนนี้กำลังรอรายชื่อมาครับ ท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้ กระมังครับ เดี๋ยวท่านจะเอารายชื่อมาเพิ่มเติมอีก ๕ ท่าน ในสัดส่วนของรัฐบาลใช่หรือไม่ครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ใช่ครับ ท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ของคณะรัฐมนตรี

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ของคณะรัฐมนตรี จะขออนุญาต เพิ่มเติมตอนช่วงอภิปรายเรื่องน้ำท่วมได้หรือไม่ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้ครับ เดี๋ยวจะต้องเอาให้จบเรื่องนี้ครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่ได้ใช่หรือไม่ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถามญัตติ ของท่านนริศ ขำนุรักษ์ ก่อนนะครับ ท่านนริศเสนอเปลี่ยนจากการส่งญัตติของท่าน ให้รัฐบาลเป็นส่งให้คณะกรรมาธิการวิสามัญเพิ่งตั้งเสร็จไปนี่นะครับ มีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือขัดข้องไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ญัตติของท่านนริศ ขำนุรักษ์ ส่งไปให้กรรมาธิการศึกษาต่อ ทีนี้ก็เหลืออีก ๕ ท่านเพิ่มเติม พร้อมไหมครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ระบบบัญชีรายชื่อจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเสนอรายชื่อ กรรมาธิการในสัดส่วนของ ครม. จำนวนทั้งหมด ๕ ท่านนะครับ ท่านที่ ๑ ท่านถาวร เสนเนียม ท่านที่ ๒ ท่านมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ท่านที่ ๓ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านที่ ๔ ท่านดำรงค์ พิเดช ท่านที่ ๕ ท่านบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นมีกรรมาธิการทั้งหมด ๔๔ ท่านนะครับ ท่านจุลพันธ์ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ คืออยากจะทำให้กระบวนการมันน่าจะต้องถูกต้องแล้วก็ เรียบร้อยกว่าที่เป็นอยู่นะครับ ในเบื้องต้นมติสภาก็ออกมาแล้วว่า มีกรรมาธิการจำนวน ๓๙ ท่าน ระเบียบข้อบังคับ ข้อ ๙๑ ข้อ ๙๒ บอกว่าถ้าเสนอชื่อเกินกว่าจำนวนกรรมาธิการ ที่เสนอให้จับฉลาก ถ้าเราไม่ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นว่าเราปรับขอมีญัตติ เพื่อที่จะปรับแก้ จำนวนกรรมาธิการ ผมเกรงว่ามันเดินไปมันจะไม่ค่อยสมบูรณ์นะครับ ก็ฝากฝั่งรัฐบาล ให้ดำเนินการให้เรียบร้อย เสนอจำนวนใหม่ครับ เริ่มตั้งแต่เสนอจำนวนใหม่ก็ได้ครับ แต่รายชื่อของสมาชิกนี่น่าจะเรียบร้อยได้ ผมไม่มีปัญหาครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ขออนุญาตเสนอ จำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะมาพิจารณาเรื่องนี้ใหม่ จากที่เสนอ ๓๙ ท่าน เป็น ๔๔ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จริง ๆ ก็ถูกต้องแล้วนะครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ผมก็ถามมติแล้วจะเพิ่ม แต่โอเค (OK) เพื่อให้ชัดเจนไปนะครับ ไม่ใช่เพิ่มแค่ ๕ ท่าน หมายถึงว่าเป็น ๔๔ ท่านทั้งหมดนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดคัดค้านไหมครับ หรือไม่เห็นด้วยไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ถือว่า เราตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม จำนวนทั้งหมด ๔๔ ท่าน ซึ่งอัตราส่วนก็เหมือนเดิมนะครับ เพราะว่าคณะรัฐมนตรีขอมา ๕ ท่านใช่ไหมครับ ถูกไหมครับ ๕ ท่านนั่นเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีใช่ไหมท่านวิรัช

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ของรัฐบาลครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใช่ ของคณะรัฐมนตรี ของรัฐบาล ตามข้อบังคับนะครับ เพราะฉะนั้นก็ไม่เกี่ยวกับสัดส่วน ของพรรคการเมืองต่าง ๆ ก็ไม่กระทบนะครับ เป็นไปตามข้อบังคับ อ่านทวนชื่อใหม่ อีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ

นางนงนุช เศรษฐบุตร รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕ ท่านสุดท้ายจากตัวแทนของ ครม. ค่ะ ๔๐. นายถาวร เสนเนียม ๔๑. นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ๔๒. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ๔๓. นายดำรงค์ พิเดช ๔๔. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครบทั้ง ๔๔ คนแล้วนะครับ กำหนดระยะเวลาพิจารณา ๖๐ วันนะครับ ส่วนญัตติของท่านนริศ ขำนุรักษ์ ขอให้ส่งไปที่คณะกรรมาธิการวิสามัญนี่นะครับ ท่านวีระกรเชิญครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ โดยที่ขณะนี้ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือได้รับความเดือดร้อนมาก มีทั้งคนตายถึง ๓๗ ศพ รวมแล้วที่ ปภ. ได้ประกาศเมื่อวานนี้ และไร่นาเสียหายเป็นวงกว้างครับ ท่านพี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก อย่างน้อยก็มีถึง ๖-๗ จังหวัด และในเขตของภาคเหนือ ซึ่งได้แก่จังหวัดพิจิตร และจังหวัดพิษณุโลก มีจังหวัดนครสวรรค์บางส่วนได้รับ ความเดือดร้อนมากเลยครับท่านประธาน จึงขอความจำเป็นต่อสภาแห่งนี้ โดยข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ผมขอความกรุณาสภาแห่งนี้นะครับ ได้โปรดพิจารณาในกรณีที่เกี่ยวกับประโยชน์ สำคัญของแผ่นดิน หรือมีความจำเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าในทางเศรษฐกิจ หรือในทางใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจะขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๐ นี้ ได้เสนอเป็นญัตติด่วน ซึ่งเป็นความจำเป็นและความสำคัญของแผ่นดิน จึงขอให้สภาได้โปรดให้ความกรุณา ให้กระผมได้นำเสนอญัตตินี้ขึ้นมาด้วยครับ ขอผู้รับรองไหมครับท่านประธานครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อเช้า พอดีผมไม่อยู่ในที่ประชุม ได้เลื่อนญัตติน้ำท่วมขึ้นมาหรือยัง

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

เป็นการเสนอด้วยวาจาครับ ท่านประธาน เมื่อเช้านี้ท่านประธานชวนได้กรุณาบอกว่า ท่านจะเป็นผู้เสนอเอง จะขอความเห็นของสภา เนื่องจากมีภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศครับ ท่านประธานชวน ทีแรกจะยกขึ้นมาหลังจากการพิจารณาญัตติ อีอีซี (EEC) แต่เนื่องจากว่ามีญัตติที่ค้างอยู่ ในเรื่องของสารพิษทางการเกษตร ก็เลยพิจารณาสารพิษทางเกษตร เสร็จแล้วก็เป็นที่ตกลง กันมาแล้วละครับว่าจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในเรื่องของญัตติน้ำท่วมโดยใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ครับ ถ้าท่านประธานไม่ขัดข้องผมจะได้เสนอเลยนะครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองด้วยครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังมี ญัตติด่วนที่ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดอุทกภัยในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก ๒ ฉบับนะครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ครับ ก็อยู่ในมือผมนี่ละครับ เนื่องจากว่าสภารับเรื่องไว้แล้ว แต่ว่ายังไม่ได้บรรจุเข้าในระเบียบวาระที่แจกในสภานะครับ ท่านประธาน ก็เลยต้องใช้ข้อบังคับข้อ ๕๐ ในการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มันเป็น เรื่องเดียวกัน อย่างนั้นนำมาพิจารณารวมกันเลยครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

เรื่องเดียวกันครับท่าน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่ประชุม เห็นชอบนะครับ เอามาพิจารณารวมกันเลยนะครับ มีเอกสารใช่ไหม เห็นเมื่อสักครู่นี้ เจ้าหน้าที่จะขอแจกเอกสาร เชิญแจกเอกสารครับ จะได้ให้ท่านวีระกรได้อภิปรายเลยครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ขออนุญาตเสนอญัตติเลยนะครับ และขออนุญาตท่านได้นำวิดีโอ (Video) ซึ่งผมได้ขออนุญาตจากท่านประธานชวนแล้วนะครับ ได้นำเสนอขึ้นเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) เลยนะครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กระผมใคร่ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการให้ความช่วยเหลือกรณีการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ

ด้วยได้เกิดเหตุอุทกภัยในขึ้นในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นทั้งจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร และโดยเฉพาะจังหวัด อุบลราชธานี ซึ่งขณะนี้ท่วมครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด ๒๕ อำเภอ ประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดความเสียหายและรุนแรงที่สุด ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน จะได้เห็นความสำคัญและพิจารณา ร่วมกันให้ข้อคิดเห็นในการดำเนินการ ทั้งการบรรเทาภัยความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และการเตรียมการต่าง ๆ ในการเยียวยาผู้เสียหาย ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น อย่างเร่งด่วนในอันที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อความเดือดร้อนและความมั่นคง ของประเทศและของประชาชนอย่างร้ายแรง ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าว มาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาดำเนินการรวบรวมความคิดเห็นของบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการบรรเทาภัยและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยดังกล่าว และส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ ส่วนเหตุผลกระผมจะขอชี้แจงรายละเอียด ขอภาพวิดีโอ (Video) ขึ้นเลยนะครับ ท่านประธานครับ ขอรวม ๒ ญัตติเข้าด้วยกันเลยนะครับ มี ๒ ญัตติที่เสนอ ขออนุญาตพิจารณารวมกันเลยนะครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรื่องเดียวกันนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์ 🔗

ในภาพท่านคงเห็นแล้วว่า เป็นสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ล่าสุดเมื่อวานนี้น้ำในแม่น้ำมูล ช่วยฉายภาพอีกครั้งนะครับ ฉายไปเรื่อย ๆ หลายครั้งก็ได้ครับ น้ำในแม่น้ำมูลขณะนี้ อยู่ที่ระดับ ๑๐.๖๗ ได้เพิ่มขึ้นอีก ๑๒ เซนติเมตร ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจในพื้นที่อำเภอวารินชำราบ พนักงานกำลังเร่งวางกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำเพื่อปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้เอ่อท่วม ปัจจุบันนี้ ในเขตวารินชำราบท่วมถึงหน้าอกเลยนะครับ ส่วนโรงเรียนในพื้นที่ก็ได้สั่งปิดจนถึงวันที่ ๑๖ กันยายนนี้ ขณะที่เขื่อนสิรินธรและเขื่อนปากมูลซึ่งกั้นแม่น้ำมูลนั้น ขณะนี้ได้เปิดประตู ระบายน้ำทุกบาน แต่ขนาดเปิดประตูระบายน้ำแล้ว ทั้ง ๒ เขื่อนน้ำก็เต็มเขื่อนครับ ขณะนี้ เขื่อนสิรินธรซึ่งมีความจุทั้งสิ้น ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้น้ำเอ่อจนถึงประมาณ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ เกือบจะเต็มเขื่อนแล้ว รวมทั้งเขื่อนปากมูลด้วย ซึ่งการเปิด ประตูระบายน้ำทุกบานนั้นก็เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำมูลให้ลงสู่แม่น้ำโขงครับ ในภาพ ที่ท่านเห็นนี้ก็คือระดับน้ำในแม่น้ำมูลซึ่งอาจจะตัวเลขไม่ชัดเจนนะครับ เพียงแต่ จะกราบเรียนท่านว่ามันสูงกว่าระดับที่กักเก็บคันประคองทั้ง ๒ ฝั่งนะครับ สูงกว่าระดับตลิ่ง ขอโทษนะครับ ขยายภาพได้ไหมครับ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) พอจะขยายได้ไหมครับ จะให้เห็นเลยว่าระดับน้ำซึ่งแม่น้ำมูลสามารถรับน้ำได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ขณะนี้น้ำที่ผ่านแม่น้ำมูล ไม่ว่าจะเป็นเขตอำเภอวารินชำราบ อำเภอเมือง อำเภอสว่างวีระวงศ์ อำเภอตาลสุม อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอโขงเจียมและอำเภอสิรินธรนั้น ปริมาณน้ำที่ผ่านเกินกำลังที่แม่น้ำมูลจะรับได้ขณะนี้เกือบเท่าตัวครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคย ปรากฏการณ์มาก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดอุบลราชธานีโดยสำนักป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดอุบลราชธานี รายงานผลกระทบจากภัยน้ำท่วมทั้งหมด ๒๕ อำเภอ ซึ่งครบทุกอำเภอ น้ำท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์หมดทุกอำเภอ มีพื้นที่ ๑๕๙ ตำบล ที่ท่วมอย่างหนัก ๑,๑๔๑ หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ๓๒,๓๐๖ ครัวเรือน หรือประชากรที่ได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบถึง ๑๒๖,๖๑๔ คน ต้องอพยพคน ทั้งหมด ๑๖,๔๔๑ คน จากพื้นที่ที่น้ำท่วมในขณะนี้ บ้านเรือนเสียหายทั้งสิ้น ๔๑๔ หลัง และเสียหายบางส่วนถึง ๒,๙๑๐ หลัง ปศุสัตว์ต้องได้รับความเสียหายถึง ๑๒,๑๕๖ ตัว สัตว์ปีกไม่ว่าจะเป็นไก่และเป็ดต้องตายประมาณ ๓๙,๙๓๕ ตัว พื้นที่เกษตร ๕๒๓,๑๐๔ ไร่ น้ำท่วมและได้รับความเสียหาย ประมงทั้งสิ้น ๑,๗๗๖.๙๗ ไร่ ถนนทั้งหมด ๑๗๘ สาย และสะพาน ๒๗ แห่ง ฝาย ๓ แห่ง และวัด ๑๙ วัด โรงเรียนอีก ๗๔ โรง และรวมทั้ง รพ.สต. อีก ๓ โรงพยาบาลประจำตำบลที่ได้รับความเสียหาย และสถานที่ราชการ ๑๓ แห่งด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งผมเพิ่งจะไปมาเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ที่ผ่านมานี้ ได้เปิดเผยต่อหนังสือพิมพ์ว่า ขณะนี้ กำลังระดมเจ้าหน้าที่ช่วยกันเอากระสอบทราย เอากระสอบกรอกทรายเพื่อเป็นพนังกันน้ำ ล้อมโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ของจังหวัดอุบลราชธานี เพราะเหตุว่าขณะนี้ น้ำกำลังท่วมเข้าโรงพยาบาลเป็นการใหญ่นะครับ ขณะนี้น้ำในระดับแม่น้ำมูลนั้น ในช่วง ๑ วันที่ผ่านมา ปรับตัวสูงขึ้นถึง ๑๐ เซนติเมตร เชื่อว่า ณ ขณะนี้ที่ผมพูด น้ำคงจะไหลเข้าโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ชาวบ้านเขตอำเภอเดชอุดม อำเภอเมือง และอำเภอวารินชำราบ ขณะนี้ ก็กำลังขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ซึ่งดูแลในเขตของท่าน คืออำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทร และอำเภอศรีเมืองใหม่ เดี๋ยวท่าน ก็จะได้อภิปรายเพิ่มเติมเพราะท่านเป็นผู้ที่เสนอญัตตินี้ด้วยเช่นกันนะครับ หรือจะเป็น ท่าน ส.ส. สุทัศน์ เงินหมื่น จังหวัดอำนาจเจริญนะครับ ทั้ง ๗ อำเภอท่านบอกว่าท่วมครบ ทุกอำเภอเลยครับ ไม่ว่าอำเภอลืออำนาจ อำเภอพนา อำเภอชานุมาน อำเภอเสนางคนิคม อำเภอปทุมราชวงศา อำเภอเมือง และอำเภอหัวตะพานนะครับ หรือคุณอิสสระ สมชัย ท่าน ส.ส. อุบลราชธานี ซึ่งเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่พิบูลมังสาหาร สิรินธร สว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในขณะนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในจังหวัดถัดไปที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งก็คือจังหวัดกาฬสินธุ์ นายอำเภอร่องคำ ได้แถลงนะครับว่าขณะนี้ได้มีน้ำท่วมในเขตอำเภอร่องคำ โดยพายุโพดุลและคาจิกิ ได้ทำให้ บ้านเรือนราษฎรเสียหายในเขตตำบลสามัคคี ตำบลร่องคำ และตำบลเหล่าอ้อย รวมทั้งสิ้น ๓๗ หมู่บ้าน มีพื้นที่นาข้าวเสียหาย ๙,๒๒๕ ไร่ บ่อปลา ๑๓๕ บ่อ ถนนลูกรังได้รับ ความเสียหาย ๓ เส้นด้วยกันนะครับ แม่น้ำชีในขณะนี้ของอำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่าระดับน้ำก็ยังขึ้นอย่างต่อเนื่องนะครับ เขื่อนฝายวังยาง ตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัย และฝายน้ำยัง แม่น้ำยังที่ขณะนี้กำลังทำความเดือดร้อนให้พี่น้องชาวกาฬสินธุ์ อย่างมากเลยนะครับ เนื่องจากว่าน้ำท่วมทั้งคันประคองทั้งสองข้างและไม่ใช่ท่วมเฉย ๆ คันประคองพังหลายจุดด้วยกันนะครับ จนกระทั่งน้ำท่วมในเขตอำเภอฆ้องชัยเป็นอย่างมาก ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก ฝายน้ำยังขณะนี้เปิดครบทั้ง ๖ บานเลยครับ ระบายน้ำ ปล่อยน้ำเต็มที่ ปรากฏว่าน้ำไหลผ่านฝายน้ำยังวันละประมาณ ๖๗.๘๕ ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าน้ำที่เข้าเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์รวมกันอีกนะครับ แสดงให้เห็นถึงว่า ณ ขณะนี้ น้ำท่วมรุนแรงเหลือเกินในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ นอกจากนั้นอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดที่แม่น้ำยังไหลลงมารวมกันกับแม่น้ำชีที่ตรงนี้ น้ำท่วมเป็นจำนวนมากครับ จังหวัดร้อยเอ็ดปรากฏว่าน้ำในน้ำเสียวก็ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นเป็นจำนวนมากนะครับ น้ำที่ไหลลงแม่น้ำมูล ที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งน้ำสายนี้มาจาก จังหวัดมหาสารคามไหลผ่าน ๕ อำเภอของจังหวัดร้อยเอ็ด ประกอบไปด้วยอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอโพนทราย และอำเภอหนองฮี ซึ่งเป็นพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งท่านประธานคงจะทราบดีว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ชั้นดีที่สุด ขณะนี้เสียหายน้ำท่วมเป็นจำนวนถึง ๓๐,๐๐๐ ไร่ด้วยกันนะครับท่านประธาน น้ำจากแม่น้ำมูลปรากฏว่าผลักดันให้เข้าไปจนถึงลำน้ำเสียว ซึ่งจริง ๆ แล้วน้ำเสียว ต้องไหลลงแม่น้ำมูล แต่ปรากฏว่าในขณะนี้ระดับน้ำมูลสูงมาก สูงกว่าระดับปกติ ถึงประมาณเท่าตัวเลยนะครับ จึงทำให้น้ำมูลนั้นไหลเอ่อเข้าไปท่วมพื้นที่ของลำน้ำเสียว นาข้าวเสียหายรวมทั้งสิ้นถึง ๓๐,๐๐๐ ไร่ จนต้องประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในชุมชนในที่ลุ่มต่ำ ต้องขนของขึ้นไปไว้ในที่สูง และเป็นที่น่าเสียใจว่าพบศพลอยน้ำมาอีก ๒ ศพ ณ ที่ลำน้ำเสียวแห่งนี้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในจังหวัดต่อไปคือจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่ ๖ ที่ผมเล่าให้ท่านฟังแล้ว ท่วมนาข้าวหลายแห่งของหมู่บ้านตำบลเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ ทางหลวงชนบท ที่เชื่อมระหว่างบ้านห้วยยางและบ้านห้วยยางน้อย เสียหายเป็นหลุมจนกระทั่งต้องปิด การจราจร ๑ ช่องทาง อำเภอกุดบากเกิดน้ำป่าไหลหลากจากอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก เข้าท่วมพื้นที่ นาข้าว บ้านเรือนและถนนทางหลวงชนบท ระดับน้ำท่วมขังสูงถึงประมาณหัวเข่า รถขนาดเล็กผ่านไม่ได้ครับขณะนี้ และน้ำจากเขาภูพานน้อยไหลท่วมพื้นที่ตำบลคำพี้ และตำบลหนองบ่อ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม นาข้าวเสียหายทั้งสิ้นกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ในเขตจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับ พื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มต่ำในเขตของท่าน ส.ส. สัญญา ซึ่งเป็น ส.ส. ที่ดูแลพื้นที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ก็ได้ร้องเรียนมาเช่นเดียวกันว่า ในเขตริมแม่น้ำยมและริมแม่น้ำน่าน เกิดการน้ำล้นตลิ่ง ท่วมพื้นที่ในเขตของตำบลบางเคียน และตำบลฆะมังของอำเภอชุมแสง ท่านประธานที่เคารพครับ มันคงจะไม่เดือดร้อนมาก ถ้าผมไม่เป็นเห็นว่า ปภ. ได้สรุปยอดของผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมครั้งนี้จนถึงวันที่ ๑๐ กันยายน ซึ่งน่าเสียใจเหลือเกินครับว่า มีพี่น้องประชาชนเสียชีวิตทั้งสิ้นจากพายุโพดุลและพายุคาจิกินี้ จนถึงวันที่ ๑๐ กันยายน ถึง ๓๗ รายด้วยกัน จังหวัดอุบลราชธานีตาย ๘ ศพ จังหวัดพิจิตร ๒ ศพ จังหวัดพิษณุโลก ๑ ศพ จังหวัดอำนาจเจริญ ๔ ศพ จังหวัดขอนแก่น ๓ ศพ จังหวัด ร้อยเอ็ด ๖ ศพ จังหวัดน่าน ๑ ศพ จังหวัดมุกดาหาร ๑ ศพ จังหวัดยโสธรตายถึง ๑๐ ศพ ด้วยกัน จังหวัดสกลนคร ๑ ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก ๑๘ ราย ในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมี ๑ ราย จังหวัดกาฬสินธุ์ ๑ ราย จังหวัดพิษณุโลก ๑๕ รายด้วยกัน จังหวัดพิจิตร ๑ ราย จึงขอกราบเรียนท่านด้วยว่าในเขตอำเภอพิษณุโลกซึ่งเป็นพื้นที่ของท่านอนุชา น้อยวงศ์ จะเป็นอำเภอวังทองและอำเภอเนินมะปรางนั้นท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะครับ ขณะนี้ น้ำอาจจะลดบ้างแล้ว แต่ความเสียหายที่ต้องการการเยียวยานั้นยังคงอยู่ ในเขตจังหวัดพิจิตร เป็นที่น่าเสียดายว่าทั้งจังหวัดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เขต ๑ ซึ่งมีท่าน ส.ส. พรชัย อินทร์สุข ท่านได้ดูแลอำเภอเมืองพิจิตร อำเภอสามง่าม และอำเภอวชิรบารมี ทั้ง ๓ อำเภอนี้ท่วมทั้ง ๓ อำเภอ แต่ก็ไม่เต็มพื้นที่ ได้ท่วมเป็นบางส่วน ขอขอบคุณทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต กระทรวงพลังงาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ท่านรัฐมนตรีพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็ได้ให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นำข้าวสารอาหารแห้งไปช่วยบริจาคร่วมกับส่วนราชการ และเอกชน จังหวัดพิจิตร เขต ๒ ซึ่งได้แก่ท่าน ส.ส. ภูดิท อินสุวรรณ์ ขอเรียนให้ทราบว่า ท่วมทั้ง ๕ อำเภอของเขตท่านนะครับ มีท่านรัฐมนตรีหลายท่านได้กรุณาไปเยี่ยมแล้ว ไม่ว่า ท่านรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ และ ส.ส. หลายจังหวัดไปช่วยกันดูแลในเรื่องการแจกข้าวสารอาหารแห้ง ส.ส. จากจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ กรุงเทพมหานคร จังหวัดตาก จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดราชบุรี เข้าไปช่วยกัน อำเภอของท่าน ส.ส. ภูดิท ที่น้ำท่วมเต็มพื้นที่คือ อำเภอสากเหล็ก อำเภอวังทรายพูน อำเภอทับคล้อ อำเภอดงเจริญ และอำเภอตะพานหิน ส่วนในเขต ๓ อำเภอบางมูลนาก เป็นบางส่วนนะครับ ของท่าน ส.ส. สุรชาติ ศรีบุศกร แต่ในเขตพื้นที่ของท่านอนุชา น้อยวงศ์ จังหวัดพิษณุโลก ขอเรียนให้ท่านทราบว่าท่วมเต็มพื้นที่ ของอำเภอวังทองและอำเภอเนินมะปราง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอยื่นญัตติดังกล่าวนี้มา เพื่อให้ทั้งท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในสภาของเรานะครับ ได้กล่าวถึงความเดือดร้อนในจังหวัดของท่าน โดยเฉพาะพี่น้อง ในเขตภาคอีสาน ซึ่งขณะนี้น้ำยังไม่ลด จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดพิจิตรนั้นลดเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่ในเขตจังหวัดอุบลราชธานีน่าสงสารมากครับ ขณะนี้น้ำยังเพิ่มระดับขึ้นในเขตพื้นที่ อำเภอสิรินธรและเขตพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอวารินชำราบ อำเภอพิบูลมังสาหาร น้ำเอ่อไหลท่วม ยังเพิ่มขึ้น ๆ ไม่หยุดนะครับ ขอให้พวกเราในสภาผู้แทนราษฎรได้ช่วยกันอภิปราย และหาวิธีการแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และส่งผลการพิจารณา เพื่อให้ทางรัฐบาลได้รับรู้รับทราบและดำเนินการแก้ไขต่อไป ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีญัตติด่วน อีก ๒ ฉบับ เรื่องเดียวกัน เสนอตามข้อบังคับให้ผู้เสนออภิปรายได้คนเดียวก่อน หลังจากนั้น เดี๋ยวให้ทุกฉบับ ให้เจ้าของเขาเสนอก่อนแล้วถึงย้อนกลับมานะครับ ของคุณหมอจาตุรงค์ อีก ๑ ฉบับ แล้วก็มีของท่านอิสสระ สมชัย กับคณะ อีก ๑ ฉบับ เชิญเจ้าของญัตติ คุณหมอจาตุรงค์ก่อนครับ

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยทั้งหมด โดยเฉพาะในภาคอีสาน และภาคเหนือได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางช่วยเหลือ ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ สืบเนื่องจาก พายุโพดุลและพายุคาจิกิที่พัดผ่านประเทศไทยทำให้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วม มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ สูญหาย พื้นที่การเกษตรทั้งนาข้าว พืชไร่เสียหายไม่ต่ำกว่า ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ บ้านเรือนประชาชนจำนวนหลายครัวเรือนได้รับความเสียหาย และที่สำคัญก็คืออยากจะให้ รัฐบาลช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในการช่วยเหลือเยียวยาเร่งด่วนก่อน และหลังจากนั้นก็จะได้ช่วยเหลือในส่วนอื่น ๆ ผมขออนุญาตอภิปรายดังนี้นะครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากอิทธิพลพายุโซนร้อนโพดุลประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมทะเลอันดามัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคมจนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดน้ำท่วม เฉียบพลัน น้ำป่าไหลหลาก ประกอบกับพายุคาจิกิซึ่งตั้งแต่วันที่ ๒ กันยายนจนถึงปัจจุบัน รวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้เกิด ๒ ลูก ซึ่งจริง ๆ แล้วเกิดพายุอยู่ทั้งหมด ๑๐ กว่าลูก แต่ประเทศไทยเข้าเต็ม ๆ ก็คือพายุโพดุลกับพายุคาจิกิซึ่งรองลงมา ยังความเสียหาย เมื่อก่อนหน้านั้น ๒ เดือนที่แล้วเราดูเรื่องภัยแล้ง นาเดือดร้อน ผมไปถ่ายรูปข้าวในนา เหลืองหมดแล้ว ถ้าเป็นคนก็อยู่ ไอซียู (ICU) หลังจากนั้นตอนนี้กลับตาลปัดครับ น้ำท่วม จนท่วมหลังคา ความเดือดร้อนมากมายแสนสาหัส โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่อยู่ทางนี้ทั้งหมดในปีกของพรรคเพื่อไทยทั้ง ๘๔ คน ที่อยู่ภาคอีสานเดือดร้อนหมด แล้วก็ภาคเหนือ จึงต้องขออนุญาตท่านประธานว่าวันนี้จะมี ส.ส. อีกหลายท่านขออนุญาต อภิปรายเพิ่มเติม ซึ่งแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดมุกดาหาร ความเดือดร้อนนั้นตั้งแต่ปัจจุบันถึงวันที่ ๑๒ กันยายน ก็คือเมื่อวานนี้นั้น กราบเรียนท่านว่าพื้นที่ทั้งสิ้น ๓๒ จังหวัด ภาคเหนือ ๑๐ จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหลือ ๑๖ จังหวัด ภาคตะวันออก ๓ จังหวัด ภาคใต้ ๓ จังหวัด ซึ่งยังความเสียหายให้ อย่างมากมาย และขณะนี้ที่หนักที่สุด ภาคอีสานของเราคือจังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดศรีสะเกษ ผมขออนุญาตพูดถึงจังหวัด ศรีสะเกษนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าเรารับน้ำแม่น้ำมูลเต็ม ๆ มาจากทางอีสานตอนเหนือ ซึ่งอำเภอราษีไศล อำเภอกันทรารมย์ แล้วก็ไปลงที่จังหวัดอุบลราชธานี ภาคอีสานเหนือ ตอนบนก็มีแม่น้ำชี แม่น้ำยัง ซึ่งลงมารวมอีก เพราะฉะนั้นจังหวัดที่จะรับเต็ม ๆ ก็คือ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษซึ่งของผมนี้อยู่ติดชายแดนเขาพระวิหารก็ได้รับอิทธิพลน้ำจากเทือกเขา พนมดงรักทำให้คอสะพานขาด น้ำท่วม พี่น้องเดือดร้อนไปทุกแห่ง ประการสำคัญก็คือ ท่านประธานยุทธศาสตร์ ท่านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้มีความเป็นห่วง พร้อม ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางลงพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมดที่โดนพายุแล้วก็ได้ไปเยียวยา ได้พบกับ พี่น้องทุกคนร่ำไห้ ทุกคนที่เดือดร้อนแล้วก็รู้สึกว่ามีความเป็นห่วงจากทางสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของเราทุกคน ดังนั้นวันนี้ผมจึงเรียนว่าความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นนั้น เราคงจะแยกได้เป็นว่าจาก ๑. พี่น้องเดือดร้อนจากเสียชีวิต จากบาดเจ็บ จากบ้านเรือน จากเส้นทางคมนาคม สถานศึกษา โรงพยาบาล แล้วก็จากส่วนอื่น ๆ ภาคการเกษตร พืชทั้งหมดประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ การประมง การปศุสัตว์ ที่ผมอยากจะพูดถึงนอกจาก เรื่องของการเยียวยา

ประเด็นแรกเลยครับ เราคงต้องดูว่าเราเกิดภาวะน้ำท่วม ภัยแล้งซ้ำซาก มาตลอด เพราะเราไม่มีระบบรองรับน้ำท่วมที่ดีพอ ดังนั้นจะต้องเป็นการบูรณาการร่วมกัน ทุกฝ่ายที่จะดูว่าเกิดจากอย่างไร

ประเด็นที่ ๒ พอเกิดน้ำท่วมเฉียบพลันขึ้นมาทันที พี่น้องประชาชน เขาทำอะไรไม่ถูก โดยเฉพาะใครที่อยู่เราได้ช่วย ผู้ป่วยติดเตียง ตอนนี้โรงพยาบาล สรรพสิทธิประสงค์ประกาศให้คนที่อยู่ติดเตียงมานอนได้ พี่น้องที่อยู่โรงพยาบาลทุกที่ตอนนี้ บอกว่าลำบาก ไปออกรับบริจาคเลือดก็ไม่ได้ เคสอีเมอร์เจนซี (Case Emergency) ผ่าตัด เลือดก็ไม่พอ การเอารถพยาบาลแอมบูแลนซ์ (Ambulance) ไปช่วยก็ช่วยลำบาก ตอนนี้ ๔-๕ จังหวัดที่เดือดร้อนนั้นลำบากมาก ใส่กระสอบทรายเตรียมกันที่โรงพยาบาล สรรพสิทธิประสงค์ แต่โชคดีว่าวันนี้ภาพข่าวดาวเทียมจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งผมลงเครื่องบิน อยู่ตรงนี้แทบจะไม่เหลือแล้วครับ ท่วมไปหมด เส้นทางบายพาส (Bypass) ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งปิดและให้ใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองออกไปทางเส้นของอำเภอสว่างวีระวงศ์ออกไป อ้อมไป ทางอื่นซึ่งจะใช้เวลาเป็น ๔-๕ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นนี่คือความเดือดร้อน

ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของการสาธารณสุข ผมต้องเรียนว่าน้ำท่วมเราต้องเร่ง ดูแล ทราบว่า อสม. เป็นกำลังหลักที่ช่วยอพยพ ช่วยดูแลส่งข้าวส่งน้ำและช่วยปฐมพยาบาล โรคที่มาจากน้ำ เช่น โรคที่เป็นสัตว์ที่มาจากน้ำ โรคเชื้อแบคทีเรีย โรคฉี่หนู โรคพยาธิ โรคเชื้อราต่าง ๆ ก็ต้องดูแล

และสุดท้ายคือเรื่องของการเยียวยาในเรื่องจิตใจ ท่านประธานครับ คนหมดตัวเลยนะครับพี่น้องประชาชน น้ำท่วมถึงหลังคา เงินเขาสะสมทั้งชีวิตปรากฏว่าหมด ทำอย่างไร กระทรวงสาธารณสุขต้องไปดูเรื่องสุขภาพจิต รัฐบาลต้องไปเยียวยาช่วยเหลือ ทั้งงบชดเชย ทั้งการช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งอาหาร ทั้งการซ่อมบ้าน ซึ่งการเยียวยานั้น น้อยเหลือเกิน งบที่รัฐบาลช่วยเหลือนั้นแทบจะเทียบไม่ได้กับความสูญเสีย พอมาดูเรือกสวนไร่นา พื้นที่ทางการเกษตรหมดตัว เพราะฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งซึ่งเราจะต้องเร่งช่วยกันเยียวยา โดยเฉพาะในเรื่องของการช่วยในภาคราชการ การชดเชย ธนาคาร ๓ ธนาคาร ที่อยู่ในส่วนราชการ ทั้ง ธ.ก.ส. เอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งธนาคารอื่น ๆ นอกจากพักหนี้แล้ว จะต้องดูแลให้มากกว่านั้น อย่างที่มีในมาตรการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงต้องเรียนว่า ภาวะน้ำท่วมเป็นภาวะที่เราลำบากมาก พี่น้องทุกคนส่งกำลังใจให้กับพี่น้องที่เดือดร้อน ทั้งประเทศ โดยเฉพาะสมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้งหมดในวันนี้ ซึ่งผมขออนุญาตว่าหลายคน ที่ได้ร่วมลงชื่อ ท่าน ส.ส. ทั้งหมดในภาคอีสานทั้งหมด ซึ่งคงเอ่ยนามไม่ได้ทั้งหมด จะได้อภิปรายต่อ ก็ขอนำเรียนว่าเป็นความเดือดร้อนแสนสาหัส แต่พวกเราก็จะพยายามช่วย อย่างเต็มความสามารถ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เจ้าของญัตติอีกฉบับหนึ่ง ของท่านอิสสระ สมชัย กับคณะ เชิญครับ

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าญัตติของกระผมนี้เป็นญัตติด่วน เพิ่งจะเสนอ เมื่อตอนบ่าย ขออนุญาตใช้ภาพประกอบ ซึ่งเป็นภาพเกี่ยวกับน้ำท่วมโดยตรงครับ ท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานครับ ผมอยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานและพี่น้องประชาชนซึ่งกำลังรับฟังอยู่ขณะนี้ว่า ประเทศไทยเรา ปีนี้เจอเหตุการณ์ซ้ำซากหลายเรื่องนะครับ อย่างเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกรกฎาคม ชาวนาดีใจมีฝนตก พอเดือนกรกฎาคมชาวนาได้ทำการหว่านข้าว ปลูกผัก ปลูกมัน พอมาเดือนกรกฎาคมเข้าเดือนสิงหาคม ๒ เดือนนี้เกิดฝนแล้งอย่างมากเลย ในสภาแห่งนี้ได้มีการพูดเรื่องฝนแล้ง มีการยื่นญัตติเรื่องฝนแล้งนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ยังไม่ทันข้ามเดือนเลยนะครับมาปลายเดือนสิงหาคมนี้ เกิดพายุโพดุลนะครับ ผมขออนุญาตห้องโสตให้เริ่มจากภาพที่ ๑ ภาพที่ ๒ ภาพที่ ๓ เลยนะครับ ย้อนกลับนะครับ ภาพที่ ๑ ภาพที่ ๒ ภาพที่ ๓ นี่นะครับท่านประธานครับ นี่คือภาพพายุโพดุลที่มีศูนย์กลาง อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีกับจังหวัดยโสธรครับ ท่านประธานครับ รูปที่เห็นนี้คนที่เข้ามาพบ มาเห็นแล้วเขาไม่เชื่อว่าจะเป็นภาพที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ท่านประธานครับ มันมองเหมือนกับเป็นภาพที่อยู่ทางประเทศทางขั้วโลกเหนือ จริง ๆ แล้วนั่นละครับคือโพดุล ผมขยายในภาพแรกมีรูปธงชาติไทย เห็นไหมครับ นี่คือบ้านกลาง อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี และในท้องฟ้านั้นจะเป็นพายุ เมฆฝนขนาดใหญ่ กำลังเทลงมาเลยนะครับ ไม่ใช่เทแบบฝนตกธรรมดา ผมว่าเทแบบรถคว่ำเลยนะครับ ท่านประธานครับ นี่เหตุเกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๒ จังหวัดแรกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือจังหวัดร้อยเอ็ด ผมได้เดินทางไปที่จังหวัดร้อยเอ็ดครับ ที่อำเภอเสลภูมิ ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่นั่น ดูภาพต่อไปเลยนะครับ ภาพที่ ๔ ไปเยี่ยมพี่น้อง นั่นละครับ ที่นั่งพนมมือไหว้อยู่นั่นละครับ ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าน้ำกำลังท่วมที่บ้านคอกควาย ตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ เขาบอกว่าได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเลย ที่ยกมือไหว้นั้นยกมือไหว้ว่าขอให้รัฐบาล มาช่วยแก้ไขปัญหาให้เขา เนื่องจากว่าเขาประสบปัญหาอย่างนี้มา ๓ ปีเต็มแล้วนะครับ ฝนตกทีไรน้ำจะท่วม น้ำที่ท่วมในบ้านคอกควายและตำบลวังหลวงนั้นเป็นน้ำจากลำน้ำยัง เขื่อนพนังกั้นน้ำมันแตกที่บ้านท่าเยี่ยม ทั้งหมด ๔ จุด น้ำทะลักไหลเข้ามาท่วมไร่ท่วมนาเขา ทั้งหมด ทุกคนนั่งพนมมือไหว้ว่าขอให้ทางรัฐบาลนี้มาสร้างเขื่อนพนังกั้นน้ำให้มันแข็งแรง เสียทีเถอะ ที่ผ่านมาสร้างมาทุกปีแต่ว่าไปสร้างตอนฤดูฝน สร้างอย่างไรมันก็ไม่อยู่หรอก เขาบอกนะครับ นี่คือสิ่งซึ่งเขาบอกว่าพนมมือฝากไปถึงทางรัฐบาลให้มาช่วยดูแล ท่านประธานครับ หลังจากฝนตกอยู่ประมาณอาทิตย์หนึ่ง ภาพต่อไปครับ จะเห็นว่า สภาพน้ำท่วมหนักมาก เห็นไหมครับรถแทรกเตอร์ รถแบคโฮ รถสิบล้อ จมน้ำครับ เขาบอกว่า น้ำปีนี้ไม่น่าเชื่อว่ามันจะรวดเร็วขนาดนี้ ในอดีตน้ำท่วมที่ผ่านมา น้ำมันจะค่อย ๆ ขยับระดับขึ้น ระดับขึ้น ระดับขึ้นนะครับ แต่เที่ยวนี้ไม่ใช่ครับ ขึ้นทีเดียว ๕๐ เซนติเมตร ๖๐ เซนติเมตร ตื่นเช้าขึ้นมาเอารถออกไม่ทันเลยครับ ข้าวของในบ้านเสียหายหมดเลย นี่คือสภาพทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนไม่สามารถจะเอามาได้นะครับ เป็นภาพต่อไปได้เลยครับ นี่คือสภาพถนนจากอำเภอเมืองไปอำเภอเขื่องใน ถนนเส้นนี้ถนนแจ้งสนิทนะครับ แจ้งสนิท สนิทจริง ๆ เลย ไปมาไม่ได้เลยทางจังหวัดต้องปิดทางนะครับ เลื่อนเป็นภาพต่อไปนะครับ นี่คือภาพถ่ายทางอากาศนะครับ สภาพน้ำที่มันท่วมจังหวัดอุบลราชธานี ณ เวลานี้ ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๑ ครับ วันนี้วันที่ ๑๓ แล้ว เป็นอาณาจักรที่กว้างมากอย่างที่คุณวีระกรได้บอก เดี๋ยวนี้ท่วมเต็ม ทั้ง ๒๕ อำเภอแล้ว แผ่ไพศาลกว้างครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด เลื่อนไปได้ครับภาพ นี่คือสภาพ บ้านเรือนของราษฎร ภาพบ้านเรือนของราษฎรน้ำท่วมบางแห่งถึงหลังคา นี่ถึงหลังคาเลยนะครับ ไม่สามารถจะอยู่ได้ เขาบอกว่าเกิดมาไม่เคยเจอไม่เคยพบว่าน้ำมันจะขึ้นเร็วขนาดนี้ เขาบอกไม่แตกต่างจากไฟไหม้บ้าน ถ้าไฟไหม้บ้านเอาอะไรไม่ทันเลย นี้เหมือนกันครับ เมื่อก่อนน้ำขึ้นมันค่อย ๆ ทยอยขึ้น ๆ เอาของออกจากบ้านทัน เดี๋ยวนี้โทรทัศน์ ตู้เย็น พัดลม จมน้ำหมดเลยตื่นเช้าขึ้นมา เราจะเห็นว่าที่เห็นนี้คือหน่วยทหารจากมณฑลทหารบกที่ ๒๒ ได้ส่งรถไปช่วย ถนนเส้นนี้เป็นถนนเชื่อมระหว่างอำเภอวารินชำราบกับอำเภอเมืองอุบลราชธานี รถเล็กไปไม่ได้ต้องอาศัยรถทหาร แล้วก็รถสิบล้ออย่างเดียว ต้องขอขอบคุณทหารนะครับ ที่ท่านได้กรุณาส่งรถไปอำนวยความสะดวก แล้วก็นอกจากนั้นได้นำอาหารมาให้พี่น้องประชาชน เลื่อนภาพไปครับ ต้องพายเรือเข้าออกบ้าน ที่เห็นนี้ผมจะเรียนให้ทราบว่าที่เห็นเป็นศาลานั้น คือพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ท่านเสด็จที่ อำเภอพิบูลมังสาหาร น้ำที่ท่วมขึ้นมาเป็นน้ำจากแก่งสะพือ ท่านเสด็จไปที่นี่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ระดับน้ำท่วมหมดเลยครับ ไม่เหลือให้เห็นเลย ภาพถัดไปครับ ที่เป็นก้อนหินนั้นคือลายพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ท่วม ภาพถัดไปนี้เราจะเห็นว่านี่คือศาลเจ้าพ่อพละงุม นี่ก็ถูกน้ำท่วมมิดหมดเลยครับ ของอำเภอพิบูลมังสาหารนั่นก็เป็นศาลาพลับพลาที่ประทับเหมือนกันครับ ถัดไปครับ นี่คือสภาพบ้านเรือน นี่ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร เขียนบอกว่ายินดีต้อนรับนะครับ ตอนนี้สงสัยน้ำดูผิดน้ำกระมัง น้ำมาแทน ตำบลไร่ใต้ทั้งตำบล ต่อไป ท่านประธานครับ อีกภาพที่เป็นคลิป (Clip) ให้ท่านผู้มีเกียรติได้ดูว่าสะพานพังต่อหน้าต่อตาเรา เราจะเห็น มีสะพานอันหนึ่งนะครับท่านประธานเห็นหรือไม่ครับ นี่สะพาน พังหายวับไปกับตาเลย นี่คือสภาพความเสียหายซึ่งชาวจังหวัดอุบลราชธานีกำลังได้รับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในการดูแลพี่น้องประชาชน ของรัฐบาลขณะนี้ ผมต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนหน่วยราชการที่ท่านได้เอาใจใส่ เมื่อวันที่ ๙ กันยายนที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านไปพร้อมด้วย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านได้กรุณา ไปเยี่ยมชาวจังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็ที่จังหวัดยโสธร ได้ไปให้คำแนะนำต่าง ๆ ผมก็ได้ ไปพบท่านไปเล่าปัญหาให้ท่านทราบว่าขณะนี้ประชาชนพี่น้องลำบากเดือดร้อนมาก สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะฝากไว้ท่านประธานครับ ก็คือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขณะนี้หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน องค์กร มูลนิธิต่าง ๆ มีการหลอมรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในการขนเอาเครื่องอุปโภคบริโภคไปช่วยพ่อแม่ พี่น้องประชาชน แต่ในการมอบสิ่งของเหล่านี้ผมคิดว่าจังหวัดน่าจะจัดทำเป็นศูนย์กลาง ในการรับ หรือว่าในการกระจายข่าวว่าสมควรที่จะให้หน่วยงานเหล่านี้ไปช่วยพี่น้องประชาชน ในจุดใดบ้าง อย่างที่ท่านวีระกรท่านพูดเกริ่นนำไปแล้วว่าความเสียหายมันครอบคลุม ทั้ง ๒๕ อำเภอ มีหลายหมู่บ้านยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย เพราะส่วนใหญ่ไปมักจะไป ที่ใกล้ ๆ จนกระทั่งชาวบ้านเขาบอกว่าบ้านไหนที่ได้รับของมากก็รับแล้วรับอีก รับแล้วรับอีก แต่บางบ้านซึ่งอยู่ไกลหูไกลตายังไม่ได้รับของเลยก็มี ผมไม่โทษใคร เป็นแต่เพียงว่าถ้าหากว่า จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเพื่อจะให้แจ้งให้กับผู้ที่มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า มีจุดไหนบ้างที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ หากว่าไม่สามารถไปได้ทางจังหวัดก็จะต้องดำเนินการเป็นสื่อกลาง หรือว่านำสิ่งเหล่านี้ ไปมอบให้กับพี่น้องแทน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งซึ่งพี่น้องประชาชนเขาบอกว่า เรื่องน้ำท่วมขณะนี้เขาลำบาก สิ่งที่ต้องการมากที่สุดเขาบอกว่าอยากได้ห้องน้ำห้องส้วม ห้องน้ำห้องส้วมเป็นเรื่องจำเป็นมากทีเดียว รู้ไหมครับท่านประธานเขาบอกว่า มีนักข่าวไปถามหรือชาวบ้านไปถามว่า แล้วเวลาคุณไปปลดทุกข์ไม่ว่าจะไปหนักหรือเบา ก็แล้วแต่ทำอย่างไร เขาบอกบางคนก็อาศัยกระแสน้ำนี่ละ ทำอย่างไรมันไม่มีที่ไป ถ้ามีที่ป่า ไปได้ก็ต้องไป เพราะอะไร เพราะห้องส้วมต่าง ๆ มันไม่มีแล้ว น้ำท่วมหมดแล้ว ถ้าหากว่า หน่วยราชการก็ดี องค์กรเอกชนจะคิดถึงเรื่องเหล่านี้นะครับ ลองว่าจะหาสิ่งเหล่านี้ไปให้เขา ผมว่าก็จะทำให้เขาได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น แล้วทีนี้มาพูดถึงการแก้ไขปัญหาน้ำนะครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้น้ำกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแล้วในป้ายสุดท้ายลองขึ้นดูสิครับ ว่าในห้องโสตนะครับ ป้ายสุดท้ายเขาขึ้นมาเลยบอกว่า วันที่ ๑๓ นี้ละครับ เตือนชาวจังหวัดอุบลราชธานีรับมวลน้ำก้อนใหญ่ ๑๓ กันยายน วันนี้ละครับท่านประธาน ขณะที่ผมกำลังพูดอยู่นี้ ขณะที่ประชุมแห่งนี้กำลังพิจารณาปัญหาน้ำท่วมอยู่เวลานี้ เราพูด ในสภา แต่โดยพื้นที่จริง ๆ ขณะนี้น้ำมวลใหญ่กำลังจะมา น้ำค่อย ๆ ขึ้นครับเดี๋ยวนี้ ไม่ขึ้นพรวดพราด ค่อย ๆ ขึ้นแต่ว่าขยายวงกว้างที่ทำให้ไปท่วมไร่ท่วมนา ท่วมบ้านเรือนพี่น้อง ให้เขาได้รับความเสียหาย ท่วมกระจายกันไปทั่วหมดเลยครับ เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะ กราบเรียนว่าทางจังหวัดได้พยายามทำทุกอย่างที่สะพานข้ามแม่น้ำมูล ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร ขณะนี้ไปติดเครื่องดันน้ำนะครับ ไม่ใช่ ดำน้ำ เครื่องดันน้ำให้มันเร็วขึ้นซึ่งจะไปติดทุกปี ในปีก่อน ๆ นั้นไปติดแค่ ๒๐ เครื่อง มาปีนี้ไปติดไว้ทั้งหมด ๖๐ เครื่อง สำหรับทำให้น้ำ มันไหลลงไปสู่แม่น้ำโขงเร็วขึ้น เพราะอะไรครับ เพราะว่าน้ำท่วมปีนี้เป็นน้ำท่วมที่มากกว่าทุกปี เดี๋ยวนี้ทำลายสถิติไปหมดแล้วครับ ปี ๒๕๕๔ ก็เป็นน้องแล้ว ปี ๒๕๔๕ ก็เป็นน้องแล้ว ยังเหลือเฉพาะแค่ปี ๒๕๒๑ ปีนั้นสูงที่สุด เดี๋ยวนี้ใกล้เคียงแล้วครับ เดี๋ยวนี้ ที่จังหวัดอุบลราชธานีระดับน้ำอยู่ที่ ๑๑.๗ เมตร ปี ๒๕๒๑ ระดับน้ำท่วมใหญ่ปีนั้น มีระดับน้ำ ทั้งหมด ๑๒.๗๕ เมตร ขาดอีกเพียงเมตรเดียวก็จะเท่าปี ๒๕๒๑ ครับ ผมอยากจะฝากรัฐบาล ว่าหลังน้ำท่วมนี้ในการเยียวยาเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง อยากจะขอให้ทางรัฐบาลนี้ พิจารณาเรื่องการเยียวยา ทั้ง ๆ ที่ได้ช่วยเหลือเรื่องภัยแล้งไปเมื่อเดือนที่แล้วยังไม่จบครับ ตอนนี้มาเกิดอุทกภัยอยากจะเรียกว่า เป็นภัยพิบัติของชาวอุบลราชธานีด้วยครับ อยากจะขอให้รัฐบาลได้ช่วยดูแลนอกจากจะให้เงินไปช่วยเหลือแล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะ เรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่าโครงการของรัฐบาลตรงกับนโยบายพอดี ซึ่งรัฐบาลนี้ ประกาศนโยบายประกันรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ถ้าเป็นโครงการจำนำข้าว ถ้าเจอ น้ำท่วมแบบนี้ไม่ได้เงินสักบาทเลยครับ เพราะอะไร เพราะไม่มีเมล็ดข้าวไปจำนำ แต่กรณีประกันรายได้ครั้งนี้ที่รัฐบาลจัดให้เวลานี้ เป็นการนำโครงการของพรรคประชาธิปัตย์ ไปขยาย เรียกว่าเงินส่วนต่าง แม้ว่าจะไม่มีเมล็ดข้าวมาให้ดูเลย แต่ว่าเขาไม่ได้ดูจากเมล็ดข้าว เขาดูจากพื้นที่การทำการเกษตรนะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับความเสียหาย จากอุทกภัยครั้งนี้ นอกจากจะได้รับการชดเชยจากรัฐบาลเรื่องค่าเสียหายประเภท เยียวยาแล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งจะได้อีกแน่นอนก็คือการประกันราคาข้าว หรือว่าการประกันรายได้ หรือพี่น้องประชาชนทางภาคอีสานเรียกว่าเงินส่วนต่าง ท่านได้ส่วนนี้เพิ่มอีกแน่นอนนะครับ ผมจึงอยากจะฝากท่านประธานไว้ แล้วก็อยากให้ทางรัฐบาลเร่งรัดในการที่จะเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ก็ครบทั้ง ๓ ฉบับแล้วนะครับ เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๖๖ ต่อไปเป็นการอภิปรายตาม ข้อ ๖๘ นะครับ จะขอความร่วมมือท่านสมาชิกนิดนะครับ เพราะว่ามีผู้ประสงค์จะขอ อภิปรายจำนวนเกือบ ๒๐ ท่าน ขอท่านละสัก ๗ นาทีนะครับ ท่านต่อไป ท่านธนะสิทธิ์ เชิญครับ ท่านยืนเฉย ๆ ก่อนนะครับ ยังไม่ต้องไปไหน ผมขอพัก ๕ นาทีครับ ท่านอย่าเพิ่ง ไปไหนนะครับ พักประชุม ๕ นาทีก่อนครับ

พักประชุมเวลา ๑๖.๕๘ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๗.๐๒ นาฬิกา

เชิญต่อครับ

นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ ขอภาพหน่อยครับ ภาพหน้าโรงพยาบาลครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านครับ จังหวัดอุบลราชธานี โดนพายุ ๒ ลูกกระหน่ำทำให้ตัดขาดจากภายนอก การค้าขายเศรษฐกิจย่ำแย่เลยครับ อำเภอวารินชำราบ สะพานเสรีประชาธิปไตยข้ามไปอำเภอวารินชำราบก็ไม่ได้ และสะพาน อีกแห่งหนึ่ง สะพาน ๑๐๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ข้ามไปอำเภอวารินชำราบก็ไม่ได้ครับ แล้วทางเลี่ยงเมืองไปศรีสะเกษ เลี่ยงไปศรีสะเกษก็ข้ามไม่ได้ยังเหลืออยู่เส้นเดียวที่จะข้ามได้ คือเส้นผ่านจากบ้านขออนุญาตเอ่ยนาม บ้านท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ข้ามไปบ้านท่าช้าง แล้วเลี้ยวเข้าอำเภอวารินชำราบ ถนนหลายสายเสียหายไม่ว่าจะเป็นเส้นจังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี บริเวณแถวบ้านเกาะก็เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นถนนจากอำเภอเดชอุดม ไปอำเภอบุณฑริกก็เสียหายไม่สามารถจะข้ามได้ และถนนสายจากอุบลราชธานีไป อำเภอตระการพืชผลก็ขาดเสียหายครับ เพิ่งดำเนินการ เพิ่งแก้ไข เพิ่งข้ามได้ไม่กี่วันนี้ครับ ขอฝากท่านประธานว่าสิ่งที่เสียหายครั้งนี้มันกินบริเวณกว้างมากครับ โดยเฉพาะคนที่อยู่ ริมแม่น้ำมูลไม่ว่าจะเป็นจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอสว่างวีระวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอตาลสุม ไม่ว่าจะเป็นอำเภอโขงเจียม ไม่ว่าจะเป็นอำเภอสิรินธร กินอาณาจักรกว้างมากครับ ผมขอฝากท่านประธานหน่อยว่าเราจะหาวิธีเยียวยาได้อย่างไร เพราะว่าท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรี และท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ลงไป แจกถุงยังชีพแล้วครับ แต่ก็ยังอยากจะฝากให้ว่าในโอกาสน้ำลดลงเราจะหาวิธีทำอะไร มีมาตรการอย่างไรให้กับพี่น้องประชาชนเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไร่นา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อุตสาหกรรมครับ อุตสาหกรรมขนาดย่อม เอ็มอีเอฟ (MEF) เอ็มบี (MB) เอสแอล (SL) เสียหาย ขอฝากท่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยากจะให้ลงพื้นที่ไปดูความเสียหายของ พี่น้องประชาชน เพื่อจะได้ช่วยเหลือแบบให้จริงจัง จริงใจครับ คำว่า เยียวยา ผมคงไม่อยาก ได้ยินแล้ว เยียวยาเป็นถุงยังชีพ ถุงยังชีพสมัยเมื่อ ๓ ปีก่อนเขื่อนเซเสดของประเทศลาวแตก ผมเคยจะเอาถุงยังชีพไปให้เขา เขาบอกว่าผมไม่ขอรับได้หรือไม่ ผมขอรับเป็นเงิน เพราะว่า คำว่า ถุงยังชีพ เอาไปคือแตกบ้าง เละเทะบ้าง แล้วทีนี้ขนย้ายลำบากมากเลย เขาบอกว่า จะเปลี่ยนเป็นเงินครับ ประเทศลาวนะครับ ผมก็อยากจะให้คนไทยเป็นเหมือนกัน เพราะว่า คำว่า ถุงยังชีพ มันถือไปมันโคตรจะทรมาน ท่านเอาไปให้ผม ผมก็ดีใจ ขอขอบคุณ ขอบคุณครับ แต่ว่าเป็นภาระคนที่ไปแพ็ก (Pack) ไปห่อนะครับ และนำเอาไปส่งให้ ก็ไม่ธรรมดา เงินทั้งนั้น ส.ส. เขตในพื้นที่ต้องเสียเงินทั้งนั้นครับ ขอฝากท่านประธานครับ ถ้ามีโอกาสหน้าจะซื้อถุงยังชีพให้ ผมอยากให้เป็นเอาเงินไปให้เขา เขาจะซื้อกิน อยากได้ ปลาร้าก็ได้ปลาร้า อยากได้ข้าวก็ได้ข้าวครับ เพราะว่าเอาถุงยังชีพไปมันลำบากครับ แล้วจะ เยียวยาพี่น้องผมอย่างไรให้เอาจริงเอาจังหน่อยครับ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง ผู้ที่รับผิดชอบกระทรวงมหาดไทยไม่เหลียวแลเลยครับ ขอบคุณครับ กราบสวัสดีครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ จะแจ้งรายชื่อท่านสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายต่อไปอีก ๕ ท่านนะครับ มีท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย ท่านอนุชา น้อยวงศ์ ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ท่านคารม พลพรกลาง ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล นะครับ เชิญต่อครับ ท่านแนนครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อเสนอญัตติในเรื่องน้ำท่วมในเขตพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีในขณะนี้ ท่านประธานคะ สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้โดยเฉพาะเขต ของดิฉันค่ะท่านประธาน คืออำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอสว่างวีระวงศ์ และอำเภอสิรินธร ส่วนหนึ่งนะคะ ซึ่งทั้ง ๓ อำเภอนี้จะเป็นอำเภอสุดท้ายที่จะรับมวลน้ำทั้งหมดจากที่เราเห็น ในข่าวทั้งหมดนี้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นจากจังหวัดร้อยเอ็ด จากจังหวัดยโสธร จากในอำเภอเขื่องใน ตัวเมืองอำเภออุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบจะไปลงที่เขตผ่านทางนี้ทั้งหมดในบรรดา ๓ อำเภอ ซึ่งขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นค่ะท่านประธาน ถึงแม้ว่าในตอนนี้ทางกรมชลประทานเอง จะนำเครื่องดันน้ำไปช่วยผลักดันแม่น้ำมูลเพื่อลงแม่น้ำโขง และทราบข่าวมาว่าในวันพรุ่งนี้ จะมีเพิ่มอีก ๑๐๐ เครื่อง บริเวณสะพานที่อำเภอโขงเจียมเพื่อผลักดันแม่น้ำมูลลงสู่ แม่น้ำโขงต่อไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้นอกเหนือจากความช่วยเหลือต่าง ๆ แล้วนั้น สิ่งที่ประชาชนเป็นกังวล

เรื่องแรก นอกจากบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกน้ำท่วมแล้ว ไร่นาทั้งหมด ที่จมน้ำมาต้องบอกว่าระยะเวลาเป็นเดือนแล้ว ช่วงแรก ๆ ในทางอำเภอพิบูลมังสาหาร อาจจะไม่มีข่าว เพราะเนื่องจากว่าภารกิจหลักของหลาย ๆ หน่วยงานไปอยู่ในโซนทั้ง จังหวัดร้อยเอ็ดบ้าง ทางจังหวัดยโสธรบ้าง ทางอำเภอเขื่องในบ้าง เพราะว่าตรงนั้นต้องบอกว่า เป็นสภาวะน้ำท่วมที่ไม่ปกตินะคะ แต่ทีนี้จะมีอยู่โซนหนึ่งซึ่งไล่มาเลยค่ะ ในตำบลที่อยู่บริเวณ ของแม่น้ำลำโดมใหญ่ ซึ่งบริเวณนี้ถามว่าท่วมปกติไหม ก็ต้องบอกว่าถ้ามีช่วงฤดูฝน ก็จะมีน้ำขึ้นบ้างแต่ไม่ถึงขั้นนี้ ครั้งล่าสุดที่ท่วมหนักคือเมื่อปี ๒๕๕๖ ในช่วงแม่น้ำลำโดมใหญ่ แต่ในขณะนี้น้ำเริ่มลดลงมานิดหนึ่งแล้ว สิ่งที่ประชาชนกังวลนี้ไร่นาที่ท่วมมาเป็นเดือนแล้ว สภาพจิตใจของพี่น้องประชาชนค่ะ มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำ บางท่านย้ายสัมภาระ ย้ายข้าวของ ย้ายจากบ้านตัวเองไปบ้านญาติ พอถึงไม่เกิน ๓ วัน ย้ายจากบ้านญาติไปบ้านญาติอีกหลังหนึ่ง ไม่เกิน ๓ วันอีกย้ายไปอีกหมู่บ้านหนึ่งค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ต้องบอกว่าการแจ้งเตือนของประชาชนในบริเวณปลายน้ำยังน้อย ยังน้อยอยู่จริง ๆ ค่ะ ท่านประธาน เพราะว่าตามข่าวก็จะไปออกตรงที่ท่วมเร็ว ๆ ก่อน แต่พอถึงปลายน้ำเองแล้วปุ๊บ ทำให้การแจ้งเตือนประชาชนน้อยลง ถึงแม้ว่าในขณะนี้ก็ตามแต่ค่ะ ได้รับการประสานงาน ได้รับการช่วยเหลือจากทางกระทรวงสาธารณสุขส่งยาเข้าไปเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากนี้ นอกจากยาแล้วคงต้องการบุคลากรทางการแพทย์ดูแลเรื่องสภาพจิตใจแล้วก็โรคภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะว่าขณะนี้ได้รับการแจ้งมานะคะว่าแม่น้ำมูลน้ำไหลแรง เพราะเนื่องจาก มีเครื่องดันน้ำด้วย แต่จริง ๆ เมื่อวานนี้ฝนตกทั้งวันที่จังหวัดอุบลราชธานี นอกเหนือจากนั้นแล้ว สภาวะหมู่บ้านต่าง ๆ ตำบลต่าง ๆ ที่อยู่ในลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูล เมื่อน้ำยังไม่สามารถลงไป ในแม่น้ำมูลได้โรคต่าง ๆ ที่มากับน้ำก็จะตามมาในภายหลัง เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ หน่วยงานที่ดูแลบรรเทาทุกข์ในเบื้องหน้าในขณะนี้ก็ช่วยดูแลไป แต่ว่าก็ต้องขอร้องผ่านไปยัง ทางรัฐบาลว่า ก็ขอให้ท่านได้เตรียมอีกทีมหนึ่ง เตรียมหน่วยงานใหญ่ ๆ หน่วยงานหนึ่ง เพื่อเตรียมบรรเทาทุกข์ เตรียมบรรเทาทุกข์หลังจากน้ำลด ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข ด้านการซ่อมแซม หรือว่าในการเยียวยาของด้านต่าง ๆ ท่านประธาน และอีกอย่างหนึ่ง ในแผนระยะยาวนั้นดิฉันอยากจะฝากเอาไว้ค่ะ เพราะว่าทุก ๆ ครั้งที่เกิดขึ้นหลัง ๆ ไม่ว่า เราจะเห็นสภาพอากาศเป็นอย่างไรก็ตามแต่ สภาวะฤดูทุกอย่างจะผิดปกติไปจากที่เรา คุ้นเคยกันมา เดือนที่แล้วค่ะ แล้งหนัก ไม่กี่วันต่อมาน้ำท่วมทันทีชาวบ้านปรับตัวไม่ทันค่ะ รับมือไม่ทัน อย่างน้อย ๆ สิ่งที่เขาพึ่งหวังคือทางการ นอกจากจะส่งเสริมให้ความรู้แล้วนั้นต้องมีการ แจ้งเตือนล่วงหน้า อย่างน้อย ๆ ต้องมีแผนเป็นปีว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เตรียมอะไรบ้าง หรือมีแผนรองรับ หรือมีแผนเยียวยาในด้านไหนบ้าง เพราะว่าถึงแม้ขณะนี้ในโลก โซเชียล (Social) ก็ตามแต่จะมีแฮชแท็ก เซฟอุบล (Hashtag Saveubon) แรก ๆ ก็มา ต้องบอกว่าตำหนิทางการพอสมควร แต่หลัง ๆ ดิฉันเข้าไปดูก็เป็นการชื่นชมและให้กำลังใจ ทางเจ้าหน้าที่ แล้วก็นอกจากชื่นชมแล้วนั้นก็ยังมีการระดมสรรพกำลังจากจิตอาสาทั้งหลาย อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ลงไปช่วยกันมากพอสมควร ก็ต้องบอกว่านอกจากว่าทางพี่น้อง ในที่อื่น ๆ แล้วนั้นต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุก ๆ ท่านค่ะ จะมีหลาย ๆ ภาพ ถ้าพวกเราเดี๋ยวนี้ ดูภาพกันตลอดว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดเลย แต่อย่างไรก็ตามแต่จะมีบางหมู่บ้าน บางโซน (Zone) ที่ต้องบอกว่าโดนตัดขาดจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่งทาง ตามคลองเล็ก ๆ เพื่อที่จะเข้าหมู่บ้านจะเป็นถนนเล็ก ๆ ก็ยังไม่สามารถใช้รถเข้าไปได้ อยากจะฝากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นทาง อบต. เอง ทางอำเภอเอง รีบแจ้ง ไปทางจังหวัดว่าตรงไหนท่านต้องการเรือ ตรงไหนท่านต้องการกำลังพล เพื่อไปช่วยดูแล พี่น้อง จะขนข้าวของ หรือว่าจะขนผู้ป่วยออกมา หรือว่าตรงไหนที่ต้องการทางพยาบาล ทางอะไรด่วนก็ตามแต่ เพราะว่าการประสานงานที่ดีที่สุดต้องเป็นจากผู้ใหญ่บ้าน จากอะไร เข้ามาอำเภออย่างเร่งด่วน เพราะว่าในบางครั้งดิฉันเคยดูรายงานของอำเภอจะมีแค่เป็น ตัวเลขว่าประสบปัญหาน้ำท่วมไปกี่หลังคาเรือนแล้ว น้ำท่วมไร่นาไปกี่ไร่แล้ว แต่จะ ไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการค่ะ เช่นว่าตำบลนี้เรามีผู้ป่วยติดเตียงเท่าไร มีอะไรเท่าไร จะเป็นของทาง รพ.สต. เองที่ทราบจำนวนของตัวเอง แต่ว่าอย่างน้อย ๆ ก็อยากให้ ทางหน่วยงานในพื้นที่รีบแจ้งเข้าไป เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ในขณะนี้เราตื่นตัวกันมากขึ้น ในเรื่องของน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี และเราก็หวังว่าเครื่องดันน้ำทั้งหมด ๑๖๐ ตัว ที่จะเริ่มทำงานเต็มกำลังในวันพรุ่งนี้จะได้ผลักดันน้ำจากแม่น้ำมูลออกไปให้ได้เร็วที่สุด แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องหวังอีกละค่ะ เราได้แต่ภาวนาอย่างเดียวว่าขออย่าให้ฝนตกเพิ่ม เพราะในขณะนี้ก็ต้องบอกว่าตั้งแต่เกิดมานี้ยังไม่เคยเห็นน้ำไปล้อมโรงพยาบาลศูนย์ ของจังหวัดคือโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์มาก่อน ซึ่งขณะนี้ล้อมไปเกือบ ๔ ด้านแล้ว แล้วก็ถ้าเกิดอยู่ดี ๆ มีฝนตกติดต่อกันมาอีกทางชาวอุบลราชธานีก็ต้องหวังค่ะว่า สะพานที่เริ่มปิดไป ๓ สะพานไปแล้วนั้น สะพานที่เหลือจะพอรองรับได้อีกไหม และเรื่อง สำคัญที่สุดสะพานที่เหลืออีกไม่กี่สะพานในการข้ามแม่น้ำมูลไปยังตามอำเภอต่าง ๆ นั้น ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบค่ะ รถขนาดใหญ่ที่ยังไม่จำเป็น ขอให้ท่านไปข้าม ในเส้นที่ต้องบอกว่าที่ปลอดภัยมากที่สุดก่อน เพราะว่าอย่างน้อย ๆ น้ำที่มันซัดสะพานแรง ๆ คนใช้รถเล็ก ๆ เขาก็รู้สึกนะคะ เวลาสะพานมีการโยกมีการเคลื่อนไหว ก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบและเฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้น ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านอนุชาครับ

นายอนุชา น้อยวงศ์ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ ทุกข์ยากลำบากของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก จากพายุโพดุลทำให้น้ำท่วมอย่างแสนสาหัส น้ำท่วมในรอบนี้เป็นภัยพิบัติ ที่รุนแรงที่สุดในรอบ ๑๐๐ ปีก็ว่าได้ ท่านประธานที่เคารพ ขอกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้เดินทาง ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวอำเภอวังทอง และขอขอบพระคุณท่านผู้บัญชาการ มทบ. ๓๙ หน่วยงานทหารทั้งหมด รวมทั้งท่านรอง ผบ.ทบ. ที่ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนไปช่วยเหลือ พี่น้องในโอกาสที่น้ำกำลังท่วมรุนแรง และหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ภัยพิบัติ ที่เกิดขึ้นนั้น สร้างความเสียหายอย่างนับไม่ได้ วันนี้แม้มันจะเริ่มลดลงแล้ว แต่สิ่งเดียว ที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนนั้น มีเพียงวิธีเดียวครับท่านประธาน ในเขตอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก มีลุ่มน้ำเข็กซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก ต้นน้ำของแม่น้ำอำเภอวังทอง ต้องมีการ จัดสร้างฝายกั้นน้ำเพื่อกั้นน้ำในลุ่มน้ำเข็ก จำนวนถึง ๔ ฝาย ในเขตตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย ๑ ฝาย ในเขตอำเภอนครไทย ๑ ฝาย และในเขตอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นต้นน้ำอีก ๒ ฝาย ทั้ง ๔ ฝายนี้ หากได้ดำเนินการก่อสร้างจะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท โครงการทั้ง ๔ ฝายนี้ กรมชลประทานได้เริ่มทำการศึกษาแล้ว สำรวจออกแบบแล้ว จึงกราบ ขอความกรุณาเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วน ในเขตอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก การสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ จะเป็นวิธีเดียวที่จะหยุดยั้ง การท่วมของลำน้ำและการสร้างชลประทานอย่างยั่งยืน ในเขตอำเภอเนินมะปราง อำเภอวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร รวมทั้ง บางส่วนของอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก อ่างเก็บน้ำคลองชมพูนี้เป็นโครงการ พระราชดำริมากว่า ๔๐ ปีแล้ว ซึ่งไม่มีการดำเนินการสืบสานพระราชปณิธานอย่างจริงจัง โครงการนี้จึงค้างมา กระผมได้เคยอภิปรายมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ โครงการดังกล่าวนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่ามีวิธีเดียว ให้ทางกรมชลประทานทำเรื่องทูลเกล้าฯ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ เป็นโครงการสืบสานพระราชปณิธานและดำเนินการก่อสร้างโดยเร่งด่วน ท่านประธาน ที่เคารพ โครงการดังกล่าวนี้เคยทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือที่เรียกว่า อีไอเอ (EIA) มาเรียบร้อยแล้ว เมื่อทำการศึกษาเสร็จแต่ยังไม่ได้สร้างสักทีหนึ่ง ผลัดไป เลื่อนไปเรื่อยผลการศึกษาการกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าวหมดอายุลง จำเป็นที่จะต้องมา ทำการศึกษาสิ่งแวดล้อมกันใหม่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีก ๒-๓ ปี ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทา ความเดือดร้อนความเสียหาย ขอให้ทางกรมชลประทานเร่งรัดและหาทางผ่อนผันการศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี้ ซึ่งจะเป็นการเร่งรัดเวลาในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู โครงการดังกล่าวจะใช้งบประมาณประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้นในเขตวังทอง และเนินมะปรางจังหวัดพิษณุโลกต้องการงบประมาณในการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ งบประมาณในการเยียวยา ค่าซ่อมแซม ค่าเสียหายต่าง ๆ ในแต่ละปีที่น้ำท่วมทุกปี ๆ ปีหนึ่งหลายร้อยล้านบาทครับ แต่ถ้าใช้ งบประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อทำอ่างเก็บน้ำดังกล่าวนี้ กระผมเชื่อว่าจะยุติ ความเดือดร้อนทั้งหมดและจะสร้างความเจริญยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชนหลายแสนคน ต่อการพัฒนาพื้นที่ดินในเขตชลประทาน ซึ่งจะมีผลต่อที่ดินนับแสนไร่ ท่านประธานที่เคารพ ในเขตตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก มีประชาชนประมาณ ๒๐๐ คน ต่อต้านโครงการดังกล่าวอย่างไม่ยอมเลิกรานะครับ โดยอ้างว่าอนุรักษ์ กราบขอความกรุณา ให้ทางราชการส่งหน่วยงานลงพื้นที่เพื่อสอบสวนเบื้องหลังในการอนุรักษ์ดังกล่าวด้วย ในการต่อต้านอ่างเก็บน้ำคลองชมพูแห่งนี้ คนที่ไม่เห็นด้วยเพียง ๒๐๐ คน สร้างผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนนับแสนคนในลุ่มน้ำ นี่คือประเทศไทยที่น่าสงสารของเรา พี่น้องเพื่อนพ้องสมาชิกที่เคารพรัก สภาผู้แทนราษฎรเรามีกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว ๓๕ คณะ กราบขอความกรุณาเพื่อนพ้องน้องพี่สภาผู้แทนราษฎรช่วยกันคิดตรวจสอบ สนับสนุน นำเสนอและให้รัฐบาลดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำสัก ๕ แห่งในจังหวัดพิษณุโลก ทุกข์ยากลำบากของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก พี่น้องประชาชนในอำเภอสากเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร จะได้พ้นทุกข์ทรมาน และได้รับการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชูวิทย์ครับ ท่านคารมก่อนก็ได้ครับ เชิญครับ ท่านชูวิทย์ก่อนก็ได้ครับ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับ ตกลงผมก่อน หรือท่านชูวิทย์ก่อนครับ เอาผู้อาวุโสก่อนก็ได้ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ วันนี้ผมมีเรื่อง ที่จะกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งกระทบปัญหากับ พี่น้องประชาชนภาคอีสานเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตพี่น้องประชาชน บ้านเรือน เรือกสวนไร่นา รวม ๆ แล้วหลายแสนไร่ครับ เสร็จแล้วถนนเชื่อมระหว่างอำเภอ ถนนเชื่อมระหว่างตำบลก็ได้รับความเสียหาย ชีวิตพี่น้องประชาชนในขณะนี้เสียชีวิต ๓๐-๔๐ ราย โคกระบือเสียชีวิตประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าตัว ซึ่งเกิดขึ้นจากพายุโพดุลและพายุคาจิกิ ที่พัดผ่านประเทศไทยในครั้งนี้ กระผมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย ขอแสดงความเสียใจถึงครอบครัวของพี่น้องประชาชนผู้สูญเสีย ทั้งได้ออกไปเยี่ยม และให้กำลังใจและเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยในฐานะผู้แทนราษฎรของประชาชน ในฐานะของพรรคการเมืองของประชาชนในทันทีที่เกิดภัยพิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกที่ จังหวัดขอนแก่นน้ำข้ามถนนมิตรภาพมาในยามค่ำคืนครับ น้ำท่วมอย่างรวดเร็วภายใน ๒ ชั่วโมง แล้วน้ำก็หายไปภายใน ๔ ชั่วโมง ทำให้พี่น้องประชาชนอำเภอบ้านไผ่ จังหวัด ขอนแก่น ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง วันนั้นเป็นวันเริ่มต้นของอุทกภัยครั้งใหญ่ครั้งนี้ ผมและท่านประธานยุทธศาสตร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมพี่น้อง ประชาชนที่จังหวัดขอนแก่นแล้วเราก็มาที่จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ดก็เกิดอุทกภัย ครั้งใหญ่ น้ำท่วมจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ แล้วก็มาที่จังหวัด อุบลราชธานี รวมทั้งจังหวัดศรีสะเกษ วันนี้รัฐบาลต้องมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหา เพราะปัญหาเฉพาะหน้าในครั้งนี้ก็ต้องขอเครื่องอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะน้ำมากแต่ไม่มี น้ำดื่ม จะเข้าห้องส้วมห้องน้ำก็ไม่ได้ ก็ต้องขอเรือท้องแบน เรือยกสูงที่จะช่วยขนถ่าย เครื่องใช้ของพี่น้องประชาชน และหลังน้ำลดก็อยากจะให้แก้ปัญหาเรือกสวนไร่นาที่ได้รับ ความเสียหาย บ้านเรือน วัดวาอาราม สถานที่ราชการ ถนนหนทาง ผมก็ขอเสนอให้รัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณให้ส่วนราชการเพื่อจะช่วยส่งเสริมหลังน้ำลด ก็คือส่งเสริมอาชีพให้ พี่น้องสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เช่น การปลูกพืชระยะสั้น ปลูกพริก ปลูกผัก แล้วก็เลี้ยงสัตว์ ระยะสั้นก็คือ โครงการเลี้ยงโคขุน ๓ เดือน ให้ชาวบ้านได้เสร็จจากนาล่มก็มาปลูกหญ้า เพื่อจะเลี้ยงโคขุน ๓ เดือน ก็จะพอประทังชีวิตอยู่ได้ แล้วที่จริงจังที่จะต้องแก้ไขด่วนที่สุด ก็คือต้องพักหนี้ ธ.ก.ส. ๓ ปี หลังจากพักหนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วพี่น้องประชาชนคนอีสาน ยังอยู่ไม่ได้ครับ เพราะปีกลายแล้งครับ ปีนี้ก็น้ำท่วมครับ พักหนี้เสร็จแล้วยังคงไม่มีดอกเบี้ย ให้ท่านหรอกครับ ก็ต้องขอยกเลิกดอกเบี้ยให้กับพี่น้องประชาชนด้วย นอกจากนั้นแล้ว รัฐบาลต้องเร่งซ่อมแซมถนนเชื่อมระหว่างอำเภอ อาคาร บ้านเรือน ที่ได้รับความเสียหาย ให้สามารถใช้ได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ให้แก้ไขระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการที่จะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน เช่น น้ำท่วมนาให้ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท ก็ขอว่าอยากให้ช่วยเป็น ๒,๒๒๖ บาท ได้ไหม เพื่อจะบรรเทาชีวิตให้พี่น้องรอดให้ได้ในฤดูน้ำหลากในขณะนี้ ปีนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าปีนี้ต้นปีชาวนาได้ลงทุนในการทำนาไปเรียบร้อยแล้ว ก็ประสบภาวะปัญหา ภัยแล้ง ข้าวในนาตายหมดพอตายเสร็จแล้วก็ลงทุนใหม่ ชาวนานี่สู้ครับ ผีซ้ำด้ำพลอย เขาบอกว่าทำนาปรังมีซังกับหนี้ ทำนาปีก็มีแต่หนี้กับฟาง วันนี้ลงทุนสู้ต่อ สู้ต่อกล้างามก็ทำการถอนกล้าดำนาซื้อปุ๋ยมาใส่ ดำวันแม่เกี่ยววันพ่อ นี่ก็คือข้าวหอมมะลิ พอดำเสร็จเรียบร้อยแล้วพายุมาน้ำท่วม ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงรัฐบาลว่า ปีนี้ต้องช่วย ๑. ภัยแล้ง พอช่วยภัยแล้งเสร็จ ๒. ต้องช่วยน้ำท่วม คือ ๑ ราย จะต้องได้รับ การช่วยเหลือ ๒ อย่าง ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมในคราวเดียวกัน เพื่อจะมาซื้อข้าวเหนียว ซึ่งในขณะนี้ข้าวเหนียวขาดตลาด ก็อยากจะฝากรัฐบาลนะครับว่า วันนี้ขายข้าวเปลือก กิโลกรัมละ ๑๐ บาท ซื้อข้าวสาร กิโลกรัมละ ๕๐ บาท วันนี้รัฐบาลบอกว่าจะมีข้าวราคาถูก คือข้าวเหนียวถุงละ ๒ กิโลกรัม ๗๐ บาท ให้พี่น้องประชาชนได้ซื้อได้ด้วย ถ้าท่านเอาไปไว้ ที่ร้านธงฟ้า จาก ๗๐ บาท ก็จะขึ้นเป็น ๙๐ บาททันที ใน ๒-๓ วันต่อจากนี้ไป ผมจึงจะ กราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้วิธีแก้ไขปัญหานะครับ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ขวดใบนี้ นี่คือมวลน้ำ ถ้าดูจากปากขวดคือโขงเจียมนะครับ น้ำที่อยู่ท้ายขวดก็คือ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ ก็จะไหลมาที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี ซึ่งในขณะนี้ อำเภอเมืองอุบลราชธานีท่วมหมดแล้วนะครับ จากเมืองอุบลราชธานีก็จะไปต่อที่ อำเภอตาลสุม อำเภอดอนมดแดง ลงลำน้ำมูลต่ออำเภอพิบูลมังสาหาร ลงที่อำเภอโขงเจียม ขณะนี้ที่เขื่อนปากมูลได้เปิดประตูเขื่อนปากมูลทั้ง ๘ บาน แต่ก็ไม่สามารถที่จะขับน้ำ ให้เร็วขึ้น ทางจังหวัดอุบลราชธานีได้ตั้งเครื่องสูบน้ำที่สะพานข้ามลำน้ำมูล ระหว่าง อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอตาลสุม ในการขับน้ำให้เร็วขึ้น ให้น้ำมีการไหลเร็วขึ้น ก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาให้น้ำลดลงอย่างรวดเร็วได้ ผมอยากให้รัฐบาลมีมาตรการ ที่เด็ดขาด ก็คือแก้ไขปัญหาจะต้องศึกษาเรื่องโขง ชี มูล เพื่อจะแก้ไขปัญหาไม่ให้น้ำท่วม ไม่ให้น้ำแล้งอีกต่อไป ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยตั้งงบประมาณไว้ ในครั้งอดีต ก็คือตอนพรรค พลังประชาชน ได้ตั้งไว้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่สามารถที่จะทำได้โดนปฏิวัติ พอพรรคเพื่อไทยเราก็ตั้งไว้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กำลังจะทำอีกก็โดนปฏิวัติอีก ในขณะนี้ฝากรัฐบาลให้มีความจริงใจในการที่จะแก้ปัญหาทั้งน้ำแล้ง ทั้งน้ำท่วมให้กับ พี่น้องประชาชน

สุดท้ายครับท่านประธาน ขอขอบคุณมูลนิธิต่าง ๆ ที่เห็นใจคนอีสาน ที่ท่านได้ส่งถุงยังชีพ ที่ท่านได้ส่งเรือไปช่วย จากจังหวัดระยอง จากจังหวัดสมุทรปราการ จากปากช่อง จากจังหวัดปทุมธานี แล้วก็ส่วนราชการที่ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขอขอบพระคุณ แล้วก็ฝากถึงทหารต้องมีเรือลาดตระเวนช่วยพี่น้องด้วย ตำรวจก็ต้องมีเรือ ลาดตระเวนช่วยพี่น้องด้วย เพราะมีมิจฉาชีพที่อาศัยช่วงจังหวะความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนแอบลักเล็กขโมยน้อยสิ่งของของประชาชน ฝากเรื่องท่านประธาน ถึงรัฐบาลว่าปีนี้ภาคอีสานทั้งแล้ง ทั้งน้ำท่วม ประสบปัญหาอย่างนี้รัฐบาลต้องช่วย อย่างเร่งด่วน แล้วก็สุดท้ายครับที่ท่านไปหาเสียงท่านบอกว่าจะจ่าย ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท วันนี้ทราบว่าจะจ่าย ไร่ละ ๕๐๐ บาท ประชาชนก็ฝากทวงถามว่า ๒๐ ไร่ ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ยังจำได้ ภัยแล้งขอไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ๒๐ ไร่ น้ำท่วมขอไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ๒๐ ไร่ ๘๐,๐๐๐ บาทต่อครอบครัว พี่น้องประชาชนจึงจะสามารถดำรงชีพอยู่ต่อได้ ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านคารม เชิญครับ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ดครับ ก็ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสที่จะพูดถึงน้ำท่วมอีสาน น้ำท่วมจังหวัดผม จังหวัดร้อยเอ็ด ผมเป็นอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่บ้านผม น้ำไม่ท่วม เนื่องจากพื้นที่สูง ผมได้มีโอกาสไปดูน้ำท่วมด้วยตัวเองที่อำเภอเสลภูมิ ที่บ้านน้ำจั้นน้อย ตำบลบึงเกลือ อำเภอเสลภูมิ บ้านของ ส.ส. นิรันดร์ นาเมืองรักษ์ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านร่วมไปกับพรรคฝ่ายค้านร่วม เราได้เห็นสภาพน้ำท่วม ของจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ดมี ๒๐ อำเภอครับท่านประธาน ที่หนัก ๆ ก็มีอำเภอเสลภูมิ อำเภอจังหาร อำเภอพนมไพร เป็นพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดยโสธร มีคนเสียชีวิตอย่างที่ทราบกันที่หลายท่าน พูดไปคือ ๖ คน และสาเหตุหลักก็เนื่องจากว่าเป็นผลจากพายุโพดุล พายุคาจิกิ แต่ประเด็นที่ ผมสนใจก็คือว่าสภาพแล้งไม่นานแล้วกลับไปมีปัญหาน้ำท่วม เป็นปัญหาซึ่งไม่น่าเกิดขึ้น ในประเทศเรา ซึ่งเกษตรกรเป็นคนส่วนใหญ่ และเป็นอาชีพหลัก ประกอบอาชีพเลี้ยงเรา ซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นปัญหานี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง พรรคอนาคตใหม่ ก็ใส่ใจครับ วันที่ ๕ กันยายน หัวหน้าพรรค คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ลงบ้านน้ำจั้นน้อย ที่อำเภอเสลภูมิ ไปดูด้วยตนเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นหัวหน้าพรรค การเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดร้อยเอ็ด แม้ว่าจะมีผมเป็นแบบบัญชีรายชื่อ อยู่คนเดียว เพื่อน ๆ ที่อยู่ในส่วนกลางหลายท่าน คุณเบญจา แสงจันทร์ ขออนุญาตจะพูดถึงชื่อ ที่ชาวร้อยเอ็ดต้องขอบคุณ คุณขวัญเลิศ พานิชมาท คุณกวินนาถ ตาคีย์ และพรุ่งนี้ ส.ส. วรรณิภา ไม้สน ก็จะไปร่วมมอบของเพื่อให้กำลังใจ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวร้อยเอ็ดที่อำเภอพนมไพร ผมอยากเรียนว่า ทำไมผมถึงพูดว่าอีสานเป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุด ๒๒ กว่าล้านไร่ ๒๐ จังหวัด เราไม่เคยที่จะมองถึงการบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบ เรามัวแต่ใช้งบประมาณไปเรื่องอื่น หรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์เข้ามาตั้งแต่ ๒๕๕๗ เพิ่งจะมามี กนช. ใช่หรือไม่ คณะกรรมการบริหารน้ำแห่งชาติเมื่อไม่กี่ปี ผมเสียใจครับในฐานะที่เข้ามาตั้งใจจะแก้ปัญหา บ้านเมือง น้ำนี่นะครับ ผมทันโครงการโขง ชี มูล แต่จริง ๆ ปัญหาหลักใหญ่ใจความ เราไม่ได้ใส่ใจปัญหาประชาชน น้ำในอีสานเวลาแล้ง ผมนี่ไปเจอทั้งแล้ง อีกอาทิตย์กว่า มาเจอน้ำท่วม ที่เสียหายหนักเกิดจากฝน เกิดจากพายุ น้ำมาเป็นจำนวนมวลน้ำเยอะ มันก็กวาดไป กระบือ โค บ้านเรือน ผมไปที่บ้านดอนเมืองที่อำเภอพนมไพร บ้านของ ส.ส. เพื่อนฝ่ายค้านด้วยกัน มิดหลังคาครับ ไม่เคยเจอครับ เพราะฉะนั้นที่บอกว่า ๔๐ ปี มันเพิ่งเกิดขึ้น เป็นเรื่องจริง และอย่าคิดว่าจะไม่เกิดอีก อยากเรียนท่านประธาน ด้วยความห่วงใยพี่น้องที่ประสบภาวะน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ก็คือจังหวัดอุบลราชธานี เพราะว่าต้องไหลลงตรงนั้นเพื่อไปโขงเจียมเพื่อเข้าออกแม่น้ำโขงไปทะเล แต่สิ่งที่สำคัญ น้ำท่วมอีสานครั้งนี้ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ทำให้ จีดีพี (GDP) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เขาวิเคราะห์แล้วเขาบอกว่าจะทำให้ จีดีพี (GDP) จาก ๒.๓ ไปถึง ๓ ลดลงเหลือแค่ ๒ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลจะต้องใส่ใจ เมื่อน้ำลดก็ต้องหาอาชีพ ที่มันเหมาะสม การที่เราต้องให้ของประชาชนพี่น้องที่ประสบภาวะน้ำท่วมด้วยของยังชีพ เป็นเรื่องจำเป็นครับ แต่ปัญหาจริง ๆ คือเราต้องคิดให้ออก คิดให้ตกว่าเมื่อเกิดขึ้น ภัยพิบัติ สาธารณภัย ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องยื่นญัตติด่วนเป็นเรื่องร่วมกัน ที่ต้องแก้ไขร่วมกัน ไม่ใช่ภาระ ไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ทุกพรรค ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ผมจะเรียนว่าสิ่งที่แก้ปัญหาตรงนี้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะหน้า งบประมาณที่จะแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมอีสานหรือน้ำท่วมภาคอื่น น้ำท่วมที่อีสาน น้ำท่วม ที่ภาคเหนือ หรือภาคกลางก็ดี เกิดขึ้นมาซ้ำซาก เวลาแล้งก็แล้งจากอีสาน เวลาน้ำมา ทั้งที่ความจริงไม่อยู่ในภูมิประเทศที่เสี่ยงขนาดนี้ แต่เพราะเหตุว่ารัฐบาลก่อนหน้านี้ เราไม่อยากโทษ แต่ว่าเราต้องสำเหนียกบ้าง เราต้องคิดถึงประชาชนบ้างครับ รัฐบาลนี้ เราให้กำลังใจครับ ถ้าท่านแก้ปัญหาที่ถูกต้องของน้ำ แก้ปัญหาปากท้อง พรรคอนาคตใหม่ สนใจเรื่องการบริหารอำนาจขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เขามีอำนาจจัดการเอง เขาดูว่าทิศทางน้ำจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ผมสะท้อนใจผมไปเดินดู แล้วก็ไปเยี่ยมพี่น้องที่บ้านน้ำจั้นน้อยครับ สะท้อนใจตรงที่ว่า บ้านคนที่อยู่มีแต่คนแก่ แล้วเวลาน้ำมาช่วยตัวเองไม่ได้ สังคมพึ่งพากัน เรื่องนี้คือเมื่อเขา ไม่อยู่บ้าน คนหนุ่มสาวเข้ากรุงเทพฯ มาหางานทำ สาธารณภัยเกิดขึ้นก็ไม่มีคนช่วย มันถึงเกิดเสียชีวิตขึ้น อันนี้คือสภาพความเหลื่อมล้ำ งบประมาณที่จะมาในเดือนตุลาคม ต้องจัดสรรนะครับ ฝ่ายค้านจะยกมือให้ ถ้ามันเป็นงบประมาณที่กระจายอำนาจออกไปสู่คน ลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ของประเทศไทย ในภาคอีสาน เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมขอสะท้อน ผมกลับไปอีสานจากที่อยู่กรุงเทพมหานคร ๓๐ ปี เพราะผมเห็นน้ำท่วมปี ๒๕๕๔ แต่มันก็ไป เกิดขึ้นที่บ้านผม เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพจึงขอบคุณ ส.ส. ทุกพรรคที่ยื่นญัตตินี้ ขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมในฐานะสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่าเรื่องนี้เราต้อง ร่วมกันแก้ไขทั้งระยะสั้น ระยะยาว เกษตรกรคือคนที่สำคัญที่สุด เราละเลยไม่ได้ครับ ถ้าละเลยเกษตรกรประเทศนี้อยู่ไม่ได้ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ มากครับ ต่อไปท่านคมเดชครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๓ ท่านประธานครับผมจะพูด ๒ ประเด็น ซึ่งจะไม่ซ้ำกัน เพราะว่าส่วนใหญ่ท่านสมาชิกจะพูดไปแล้ว ผมจะพูดประเด็นในด้านการจัดการ และการตรวจสอบ การจัดการก็คือมันมีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นอยู่จังหวัดสกลนคร วันนั้น เป็นวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ปรากฏว่าเขื่อนแตก พอเขื่อนแตกในการจัดการของรัฐบาล ถ้าเอาหน่วยงานของข้าราชการนำ มันไปเกิดวิกฤตวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ปรากฏว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดกลับบ้าน แก้ไขไม่ทัน ผมชี้ให้ท่านเห็นเรื่องคน งาน เงิน เวลา ตัวเวลา ของภาคข้าราชการมันมีจุดบอดจุดอ่อนอยู่จุดหนึ่งคือ ปีหนึ่งมี ๑๒ เดือนท่านประธาน วันเสาร์ วันอาทิตย์ เดือนหนึ่งมีอยู่ ๘ วัน ๑๒ คูณ ๘ เท่ากับ ๙๖ วันนักขัตฤกษ์อีกหายไป แล้ว ๔ เดือน วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง เช้า ๓ ชั่วโมง บ่าย ๓ ชั่วโมง วันหนึ่งทำงานประมาณ ๖ ชั่วโมง เหลืออยู่ ๘ เดือน ๖ ชั่วโมง ๑ ใน ๓ ของวัน ก็แสดงว่าเหลืออยู่ ๘ เดือน เวลาที่ทำงาน จริง ๆ ทั้งปีเหลืออยู่ ๒ เดือนท่านประธาน การแก้ไขปัญหาในแนวนี้ถ้าเราเอาตัวนี้นำ ผมจะไม่พูดว่าผิดหรือถูก มันไม่ทัน ถ้าเราเปรียบเทียบ ถ้าให้ผมเปรียบเทียบตัวอย่างเช่น เซเว่น-อีเลฟเว่น เขาเปิด ๒๔ ชั่วโมง ภาคการเมืองทำงานตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง การเมือง ทุกชั้น ทุกขั้นตอนทำงานทั้งวันเสาร์ วันอาทิตย์ เช้า เย็น กลางวัน เขาอยู่พื้นที่ทั้งหมด การแก้ไขปัญหาได้ง่าย นี่ผมเปรียบเทียบให้ฟังว่ามันเป็นจุดอ่อนจุดหนึ่งของการบริหารจัดการ และแนวทางของด้านจิตวิทยาส่วนหนึ่ง ผมไม่อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดทีเล่นทีจริงในลักษณะของการแก้ไขปัญหาของประเทศ ที่เกิดภัยพิบัติขึ้น ตัวอย่างเช่น คำว่า น้ำท่วมทำไมไม่เลี้ยงปลา อย่างนี้ไม่ใช่ ท่านครับ ท่านต้องแก้ตรงนี้ มันมีผลกับด้านจิตใจของพี่น้องประชาชน การบริหารจัดการ ผมชี้ให้เห็นปัญหาเลยนะครับ ว่ามีหลายอย่างที่เราใช้เงินอย่างไม่เกิดประโยชน์ ตัวอย่างเช่น การซื้อเรือดำน้ำ การจัดงบประมาณผูกพัน ๓ ปี ผมคิดว่าควรตัดงบเรือดำน้ำออก แล้วก็มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ๒. พักชำระหนี้เกษตรกร นี่ก็เป็นสิ่งจำเป็น มีอยู่อีกจุดหนึ่งที่ผมว่าเรามองไปที่ท้องถิ่นทั้งหมดเขาอยู่ในพื้นที่เขาแก้ไขปัญหาได้ง่าย ถ้าเราตัดงบเรือดำน้ำออกส่วนหนึ่งและเอามาซื้อแบคโฮ ๗,๐๐๐ กว่าตำบล ใช้เงิน ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท เขาจะแก้ไขปัญหาของเขาเองได้ง่าย ตำบลต่อตำบลเชื่อมต่อกัน มีปัญหาปั๊บแก้เลย มีปัญหาปั๊บแก้เลย เขาอยู่ในพื้นที่ อันนี้เป็นจุดที่ผมอยากจะนำเสนอ

และอีกส่วนหนึ่ง ถ้าเราจะฟื้นฟูในด้านการเงินการคลัง ในสภาพคล่อง ของการเงินมีอยู่ส่วนหนึ่งท่านประธาน ผมอยากแนะนำให้รัฐบาลประกาศเลือกตั้งท้องถิ่น สภาจังหวัด สภาตำบลหรือเทศบาลประกาศไปเลย เงินตัวนี้มันจะเกิดการสะพัด การคล่องตัวขึ้น ๔ ปีผมเสียดายเงินตัวหนึ่ง หมดวาระแล้วใช่ไหมครับท้องถิ่นหลายจุด จริง ๆ ผมไม่อยากจะพูด แต่อยากจะพูดเพราะว่ามันเกิดปัญหาขึ้นมา เราต้องเสียเงินเดือน ให้ท้องถิ่น ๔ ปี ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ไม่ได้เลือกตั้ง ตรงนี้เราควรจะ ดำเนินการให้สอดคล้องในระบอบประชาธิปไตย มันจะดูแลและช่วยเหลือตัวมันเอง อันนี้คือการบริหารจัดการส่วนหนึ่งที่อยากนำเสนอ

อีกประเด็นหนึ่ง ท่านประธาน ผมอยากให้มีการตรวจสอบ เพราะว่า ถ้าเราไม่มีการตรวจสอบมันมีปัญหาเกิดขึ้นหลายช่วง โดยเฉพาะในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น เรื่องทหารผ่านศึก ตัวโครงการดีไหม ดี แต่ว่ามีบริษัท ๓ บริษัท เข้าไป เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หายไป ๕,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ผมอยากให้เน้นการตรวจสอบด้วย โดยเฉพาะทางภาคอีสานจะมีกลิ่นไม่ค่อยดี ก็มีแถวจังหวัดสกลนครส่วนหนึ่ง จังหวัดอุดรธานีส่วนหนึ่ง จังหวัดกาฬสินธุ์ส่วนหนึ่ง จังหวัดขอนแก่นส่วนหนึ่ง จังหวัดร้อยเอ็ดที่มันเกิดขึ้น อันนี้ผมเอาข้อมูลที่ควรจะเกิด การตรวจสอบขึ้น โดยเฉพาะเรามีการเลือกกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะ คณะหนึ่ง ที่ควรจะทำได้เลยในตอนนี้คือคณะ ป.ป.ช. ของท่านเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เราจัดเข้าไป ตรวจสอบดูแลงบประมาณให้ใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ส่วนหนึ่งภาคเกษตร แก้ไขปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรตกต่ำ ท่านประธานเชื่อไหมงบถนน พาราซอยล์ซีเมนต์ ตัวนี้โครงการดี ๆ แต่วิธีการมันไม่ดีมันไม่เหมาะสม ตรงนี้งานดี ๆ จะพัง เราจะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ปรากฏว่าเกิดการแทรกแซง เกิดการควบคุม กลุ่มทุนเข้าไปควบคุมหมด โครงการตรงนี้ดี แต่วิธีการถ้าไม่ดีหายไปอีก ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากฝาก ๒ ประเด็นหลัก ๆ ตรงนี้ โดยเฉพาะ ทางภาคอีสานอยากให้ดู และตรวจสอบ ฝากท่านเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ด้วย และหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีการตรวจสอบทั้งหมด เน้นทางภาคอีสาน จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด มีกลิ่นไม่ค่อยดีครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ต่อไปอีก ๕ ท่าน เป็นท่านกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา นางผ่องศรี แซ่จึง และท่านคำพอง เทพาคำ เชิญครับ

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๘ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอพูดในนามของคนกรุงเทพมหานครที่เคยมีประสบการณ์ การถูกน้ำหลากท่วมกรุงมาแล้ว ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าภัยธรรมชาติไม่มีใครห้ามได้ แล้วก็จะไม่โทษใครด้วย วันนี้ผมขอพูดในสิ่งที่ผมอยากจะพูดที่หลาย ๆ คนที่อภิปรายมา แล้วก็ได้อภิปรายจากพื้นที่ของตัวเอง แสดงเจตจำนงความต้องการต่าง ๆ วันนี้ผมจะมาเล่า เรื่องสั้น ๆ นิดหนึ่ง เรื่องแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นครั้งใหญ่มากเลยที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เกิดขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งตอนนั้นก็ตรงกับน้ำท่วมครั้งใหญ่เรา แผ่นดินไหวนอกชายฝั่ง แปซิฟิก โทโฮกุนับเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในโลก ที่ประเทศญี่ปุ่นเคย เกิดขึ้น ๑ ใน ๕ ครั้ง ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ทำให้มีคลื่นสึนามิใหญ่มาก ความสูงประมาณ ๔๐ เมตร ถ้าท่านลองจินตนาการสูงประมาณตึกสัก ๑๖ ชั้น พัดทำลายเข้าไปในพื้นที่ราบประมาณ ๑๔ กิโลเมตร ทำให้เกิดความเสียหาย แกนปฏิกรณ์ ปรมาณูหลอมละลายระดับ ๗ ตอนนั้นท่านจำได้แม่นเลยว่าไหนจะต้องอพยพคนออกจาก พื้นที่แล้ว ไหนจะต้องดำเนินการหยุดยั้งปฏิกรณ์ปรมาณู แล้วก็ยังมีความเสียหายจากบ้านเรือน จากผู้เสียชีวิต ๑๕,๐๐๐ กว่าราย ผู้บาดเจ็บ ๕,๐๐๐ กว่าราย สูญหาย ๔,๐๐๐ กว่าราย บ้านเรือนเสียหาย ๑๒๐,๐๐๐ กว่าหลัง เกิดเพลิงไหม้ เกิดเขื่อนแตก เกิดความเสียหาย จากเส้นทางคมนาคมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้าน ๔,๐๐๐,๐๐๐ หลังคาเรือนนั้น พังสูญสิ้นหมดนะครับ อันนี้ผมได้เล่าให้ฟังเนื่องจากว่า ณ วันนั้นเราได้เห็นการทำงานของคน ประเทศญี่ปุ่น เครื่องไม้เครื่องมือของเขาในการเข้าปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน อย่างเป็นระบบ ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับชาวโลกมากว่าเขาทำได้อย่างไร ถ้าหลายท่านพอจะเห็นภาพ จะเป็นคล้ายรถใหญ่ ๆ ใช้โมบายยูนิต (Mobile Unit) เขาเรียกอย่างนั้นตอนนั้น แล้วก็ต่อ ๆ กันมีเครื่องสูบขนาดยักษ์เลยนะครับ ซึ่ง ณ วันนั้นผมได้เคยอภิปรายเรื่องนี้ ในสภากรุงเทพมหานครว่าเหตุการณ์นี้มันเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมากในประเทศเขา และเขาแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ แล้วก็เรื่องผ่านไป ณ เหตุการณ์วันนั้น เกิดขึ้นแล้ว กรุงเทพมหานครเราก็ถูกน้ำถล่มนะครับ ถามว่าแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเรา ณ ครั้งนั้นกรุงเทพมหานครมีการเตรียมการรองรับไม่ว่าน้ำฝนหรือน้ำหลากก็ตามแต่ เราสู้ได้ครึ่งทางกว่า ๆ นะครับ เรามีอุโมงค์ระบายน้ำไดอะมิเตอร์ (Diameter) ๕ เมตร ตรงพระราม ๙ ออกมักกะสัน ๑ จุด อีกจุดหนึ่งก็คืออุโมงค์ระบายน้ำซึ่งตอนนี้เสร็จเรียบร้อย แล้วนะครับ ในส่วนของโรงสูบบางซื่อ ที่ดึงน้ำจากคลองลาดพร้าวเช่นกันนะครับ แล้วก็ คลองแสนแสบเช่นกันอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้น้ำในครั้งนั้นกรุงเทพมหานครรอดพ้นได้ อย่างหวุดหวิด ก็คือเข้ามาครึ่งเมืองไม่ถึงชั้นใน หลังจากนั้นมีการตั้งงบประมาณการเบิกจ่าย งบฉุกเฉิน ผมอภิปรายของบประมาณมาแก้ไขปัญหาและประสบความสำเร็จ ต้องขอ เอ่ยนามนะครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้น ท่านสุขุมพันธุ์ท่านได้เห็นถึงความสำคัญ ให้งบมาจัดการพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มในกรุงเทพมหานคร อันนี้ผมพูดเพราะว่ามันเป็นพื้นที่ของต้อง ใช้งบต่อเนื่องในการจัดการน้ำ ซึ่งมาเทียบกับในการจัดการน้ำครั้งนี้ก็เช่นกัน หลายท่าน เคยเห็นตอนนั้นมีเด็กติดถ้ำ ตอนนั้นเราก็เห็นรถพญานาคคันหนึ่งโผล่มาจากชาวบ้านคนหนึ่ง เท่านั้นเอง ซึ่งผมอยากเห็นองคาพยพแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งมีเครื่องมือครบถ้วนเลย ไม่ว่าจะเป็นเรือ เครื่องสูบน้ำขนาดยักษ์ เฮลิคอปเตอร์ ทุกสิ่งทุกอย่าง สรรพกำลังฝากไว้ ตามจังหวัดต่าง ๆ แล้วก็เวลาเรียกใช้มุ่งระดมเข้าไปแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที อันนี้ผมถือว่า เป็นการเยียวยาช่วยชีวิต ซึ่งให้ความสำคัญกับการช่วยชีวิตเป็นหลัก ๆ วันนี้ก็จำเป็นต้องพูด เรื่องนี้และชอบคำพูดของท่าน ต้องขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่าน ส.ส. อนุชา น้อยวงศ์ ท่านก็มีปัญหาว่าไม่ได้งบไปแก้ไขปัญหา ณ วันนั้น ซึ่งผมชอบคำพูดคำว่า การระบายน้ำ และการชลประทานอย่างยั่งยืน อันนี้ละครับซึ่งกรุงเทพมหานครเรารอดพ้นมาได้จนวันนี้ วันนี้ก็เหลือแค่คลองเปรมประชากรเกี่ยวกับการระบายน้ำต่าง ๆ ก็หมดทั้งโครงการแล้ว และรัฐบาลที่ผ่านมาก็มุ่งเร่งดำเนินการจนกรุงเทพมหานครเรานี้ถือเป็นเมืองปลอดภัย จากน้ำท่วมนะครับ ผมกล้ายืนยันตรงนี้หลายคนถามผมว่า ๒ ปีทำไมฝนตกมาหนัก ๆ ไม่เห็นท่วมเท่าที่ควรจะเป็น วันนี้ผมอยากเห็นการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีประสิทธิภาพอย่างสูงและเตรียมเรื่องของงบประมาณไม่แค่เยียวยานะครับ สำหรับโครงการแก้ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืนให้กับผู้ที่ประสบปัญหาอุทกภัยต่าง ๆ วันนี้ผมที่ได้เตรียมมาคิดว่าความจำเป็นของเรา ณ วันนี้นอกจากเรื่องของการเยียวยา ช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องของการวางแผนในอนาคต ต้องขอบคุณด้วยนะครับ ทหารที่เร่งเข้าไปช่วย ซึ่งผมเป็นห่วงมากเรื่องของชีวิต ทรัพย์สิน ยังไม่เท่าไร เห็นกระบือ เห็นสุนัขลอยคอกัน ผมก็พยายามเร่งระดม เขาเรียกว่าอะไร ของบริจาครีบส่งไปรษณีย์ในนามพรรคพลังประชารัฐไปช่วยที่จังหวัดอุบลราชธานีนะครับ เราเข้าใจว่าต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของเหล่านั้นจะถึงมือ ผู้ประสบอุทกภัย แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจากนี้ไปจะช่วยผู้ที่ประสบปัญหาภัยน้ำท่วมได้ อย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญอาจารย์โกวิทย์ครับ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณว่าวันนี้เราได้มีโอกาสแสดงถึงความห่วงใยแก่พี่น้องที่ถูกภาวะ น้ำท่วม แล้วก็ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบาก ผมเองเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าเรามีความห่วงใย ต่อพี่น้องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ โดยเฉพาะพี่น้องที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งผมเองก็เคยเป็นกรรมการวิชาการที่นั่น โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ แล้วก็ เห็นความยากลำบาก ผมเองคิดว่าเรื่องนี้ทุกท่านก็ห่วงใย แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าการบริหาร จัดการน้ำในประเทศไทย ผมคิดว่ายังมีปัญหาอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านห่วงใยว่า การจัดการน้ำของประเทศมันต้องทำอย่างมีระบบ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้เห็นว่าปีหนึ่ง ๆ น้ำก็ท่วม วงจรของแต่ละปีผมพยายามคำนวณว่ามันท่วมทุกภาคครับ เดือนนี้ท่วมภาคอีสาน ท่วมภาคเหนือ เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ก็จะไปท่วมภาคใต้ วัฏจักรนี้มันก็ วนเวียนอยู่ เพราะฉะนั้นเราไม่อยากเห็นวิธีแก้แบบนี้ เพราะฉะนั้นการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เป็นภาวะของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการ ผมอยากจะเสนอว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วม ของประเทศเราจะเดินหน้าเพื่อแก้กันให้มีความยั่งยืน แล้วก็ไม่ท่วม หรือท่วมให้น้อยลง ได้อย่างไร

ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่าการวางระบบจัดการน้ำของเรายังขาดการเอาจริงเอาจัง จากรัฐบาล เรื่องนี้ผมคิดว่ารัฐบาลยังให้ความสนใจเรื่องยุทธศาสตร์ในการจัดการน้ำ น้อยเกินไป แม้ว่าจากการเยียวยาก็ดี การไปช่วยก็ดีจะเป็นการทำอย่างจริงจังกันทุกฝ่ายก็ตาม แต่ประเด็นของการวางระบบจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ที่เราควรจะตระหนักแล้วก็หาแนวทางแก้ไขกัน แม้ว่ามีวิกฤตมา อาจจะเกิดจากการ เปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงเรื่องภาวะ เรื่องฝน การเปลี่ยนแปลงเรื่องทางเดินน้ำ เป็นต้น ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่จะต้องหาวิธีการ เพราะฉะนั้นการวางระบบ จัดการน้ำ ผมคิดว่าแม้ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการจัดการน้ำระดับชาติไว้ส่วนหนึ่ง แต่ผมคิดว่าการขับเคลื่อนในคณะกรรมการเอง ก็ไม่ได้เห็นการวางระบบอย่างจริงจังมากนัก ผมคิดว่าเราต้องมีเรื่องการวางระบบเป็นเรื่องสำคัญ มองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ ผมคิดว่าประเทศไทยมีระบบการจัดการน้ำที่แยกส่วนกันทำมากเกินไป ขาดการบูรณาการ ที่ชัดเจน แล้วก็ไม่เป็นยูนิตี (Unity) หรือไม่เป็นองค์รวมที่จะทำให้เกิดการบูรณาการ ที่มีประสิทธิภาพ ผมอยากจะนำเรียนว่าสิ่งหนึ่งถ้าเราได้น้อมนำศาสตร์ของพระราชาในการจัดการน้ำ คือในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งวางระบบไว้หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางเดินน้ำ หรือการแก้ปัญหาการระบายน้ำในประเทศทั้งหมด แล้วการจัดการในระบบการก่อสร้าง การจัดการการทำถนนหนทาง การจัดการเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ธุรกิจทั้งหลาย เพื่อจะวางระบบในการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น อย่างไรก็ตามถ้าเราคิดว่า การจัดการน้ำที่เป็นระบบ แล้วก็ใช้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่เป็นหน่วยจัดการที่เป็นองค์รวมนั้น ผมคิดว่ามีความสำคัญ ผมเคยไปดูงานในประเทศเนเธอแลนด์ครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างว่า เขาเคยวิจารณ์ประเทศไทยเหมือนกัน ประเทศเขาเขาจะระดมผู้เชี่ยวชาญในการจัดการน้ำ แล้วก็ไม่มากคน แล้วก็ใช้การบูรณาการอย่างมีเอกภาพ ผมคิดว่าบทเรียนหลายเรื่องถ้าเราคิด แบบเขา แล้วก็ประยุกต์แบบคนไทย โดยเฉพาะการจัดการทางเดินน้ำ ซึ่งเขาทำได้ดี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราจะต้องดู ตัวอย่างที่เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าถ้าเราดูในระดับล่างสุด ถ้าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีโอกาสวางระบบจากข้างล่างและไปสู่ระดับกลาง ระดับชาติ ผมคิดว่าโครงการหนึ่ง ที่เป็นนวัตกรรมที่ผมคิดว่าทำให้การจัดการน้ำท่วม น้ำแล้งได้ ก็คือสิ่งที่หลายคนได้ทราบแล้ว ก็คือธนาคารน้ำที่มีการจัดการในระบบพื้นที่ สิ่งที่ผมนำเสนอวันนี้ผมอยากจะนำเรียนว่า ผมอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้วางระบบจัดการน้ำ และมีความจริงจังในการแก้ วางงบประมาณในการทุ่ม เพื่อจะทำให้ระบบจัดการน้ำ จะวางระบบในคณะกรรมการ ที่มีเอกภาพ แล้วก็มีลำดับชั้นที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพนั้น นี่คือสิ่งสำคัญที่ผมอยากจะบอกว่า อย่าปล่อยให้เรื่องน้ำแก้กันไปแต่ละปี ๆ แต่การวางระบบในระยะยาวให้มีความยั่งยืนนั้น เป็นความสำคัญ จึงขอฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐบาล จะต้องจัดการน้ำ ให้มีความยั่งยืนมากกว่าที่เป็นอยู่ในการแก้ในแต่ละปี ๆ นี่คือสิ่งที่ผมได้นำเสนอ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านปดิพัทธ์ครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม นายรังสิมันต์ โรม ในฐานะวิป (Whip) ของพรรคอนาคตใหม่นะครับ พอดีเมื่อสักครู่ ได้มีการคุยกับหน้าบัลลังก์ว่าจะขอสับเปลี่ยนของพรรคอนาคตใหม่ภายในกันเองครับ ขออนุญาตท่านประธานด้วยครับ เป็นท่านฐิตินันท์

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใช้สิทธิแทน ท่านปดิพัทธ์นะครับ เชิญครับ

นายฐิตินันท์ แสงนาค ขอนแก่น 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ ตัวแทนคนเมืองครับท่าน ท่านประธานครับ เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา จังหวัดขอนแก่นถือเป็นจังหวัดแรก ๆ ที่ถูกน้ำท่วมนะครับ ประมาณปลายเดือนสิงหาคม ถึงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา การเกิดน้ำท่วมผมมองว่ามีสาเหตุอยู่ ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ เกิดจากฝนตกหนักอย่างฉับพลัน อันเนื่องมาจากอิทธิพล ของพายุโพดุล พายุโพดุลตกในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและภาคอีสานบางส่วน ตกทั้งวัน ทั้งคืนครับท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอบ้านไผ่ พายุฝนตกยามค่ำคืน น้ำไหลทะลักเข้ามากลางคืน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถเตรียมตัวทัน ท่านประธานครับ โดยเฉพาะในเขตอำเภอบ้านไผ่ เป็นภัยพิบัติน้ำท่วมในรอบ ๔๐ ปี สมาชิกบางท่านในสภาแห่งนี้ยังไม่เกิดก็มีครับ เพราะฉะนั้นถือเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงมาก น้ำท่วมเกิดจากภัยธรรมชาติอันนี้พอรับได้ สาเหตุที่ ๒ ผมคิดว่ามาจากการสร้างรถไฟรางคู่ ชุมชนจิระถึงจังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๑๘๗ กิโลเมตร โดยการก่อสร้างครั้งนี้ การวางท่อระบายน้ำตามแนวทางรถไฟอาจจะยังไม่สมบูรณ์ ไม่เผื่อภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น ท่านประธานครับ น้ำท่วมครั้งนี้กินบริเวณกว้างในเขตเมืองขอนแก่น และในเขตอำเภอบ้านไผ่ หลายตำบล เรื่องน้ำท่วม ภัยธรรมชาติเราไม่สามารถจะทัดทานได้พอเข้าใจ แต่ผมเป็นห่วง เรื่องการเยียวยาหลังน้ำท่วมครับท่านประธาน โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่อยู่แห่งหนึ่ง ที่จะสามารถป้องกันน้ำท่วมหรือเป็นที่ระบายเก็บกักน้ำได้ นั่นก็คือแก่งน้ำต้อน ในภาพ ที่เห็นนี่ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

แก่งน้ำต้อนอยู่ในพื้นที่ใกล้จังหวัด ขอนแก่นมากครับ พื้นที่บ้านกุดกว้าง ห่างตัวจังหวัดไปเพียง ๑๓ กิโลเมตร มีพื้นที่ถึง ๔๐,๐๐๐ ไร่ สามารถรับน้ำได้ปริมาณ ๔๑.๓ ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นถ้ามีการพัฒนา แก่งน้ำต้อนจะสามารถลดภัยธรรมชาติของจังหวัดขอนแก่น จังหวัดใกล้เคียงได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่มาจากภัยธรรมชาติ พายุ หรือน้ำที่เอ่อล้นมาจากแม่น้ำพอง แม่น้ำชีก็ตาม พื้นที่ตรงนี้สามารถรับได้เป็นอย่างดีครับ นอกจากจะสามารถรับน้ำได้แล้ว แก่งน้ำต้อนแห่งนี้ ยังสามารถใช้เป็นชลประทานขนาดใหญ่ เป็นแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาในพื้นที่ใกล้เคียงได้ อย่างพอเพียง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อน ของชาวขอนแก่น เป็นปอดแห่งใหม่ของเมืองขอนแก่น ทำเป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) แห่งใหม่ของจังหวัดขอนแก่นก็ได้ครับ ผมอภิปรายในวันนี้ผมยังห่วงว่าแก่งน้ำต้อนแห่งนี้ ซึ่งถูกละเลยมานาน จะเป็นพื้นที่แผ่นดินทองของจังหวัดขอนแก่น ก็กังวลเหมือนกันครับ จากราคาพื้นดินใกล้เคียงไร่ละไม่กี่แสนบาท กลัวจะมีนายทุนเข้าไปกว้านซื้อ อันนี้ผมก็กังวล เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ณ วันนี้ผมขอให้ทำโครงการออกมาโดยด่วน ประกาศ พื้นที่สิว่า ๔๐,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่รับน้ำได้เท่าไร พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่อทำน้ำประปาของจังหวัดขอนแก่น เพื่อรองรับฤดูแล้งที่จะมาถึง ท่านประธานลองดู ในภาพสิครับ พื้นที่ ๔๐,๐๐๐ ไร่ มันเปล่าประโยชน์ ขาดการพัฒนาดูแล มันก็เป็นนโยบาย อย่างหนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ที่ได้เตรียมกันไว้ว่า เรื่องอำนาจบริหารท้องถิ่นเป็นเรื่อง สำคัญ คนที่อยู่ในพื้นที่เขาสามารถที่จะพัฒนาเมืองของเขาได้ด้วยตัวของเขาเอง ใครจะรู้ ดีกว่าคนในพื้นที่ครับ ว่าเขามีพื้นที่อะไรที่สามารถพัฒนาแก้ปัญหาของเขาได้ เรื่องนี้เป็น นโยบายหลัก เป็นหัวใจสำคัญของพรรคอนาคตใหม่เราที่จะผลักดัน ถ้าท้องถิ่นมีอำนาจ ในการดูแลบ้านของเขา มีงบประมาณในการดำเนินงานในท้องถิ่นเอง ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น ทั่วประเทศครับท่านประธาน คนที่อยู่ในเมือง อยู่กรุงเทพมหานครจะไปทราบปัญหา ได้อย่างไรว่าคนจังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดอุบลราชธานี ที่กำลังท่วมอยู่ขณะนี้ เขามีวิธีแก้ไขปัญหาของเขาอย่างไร ต้องรอรับ คำสั่ง รอรับงบประมาณ ผมจึงผลักดันเรื่องนี้ให้สภาแห่งนี้ เพื่อนสมาชิกทุกท่านช่วยกันผลักดันเรื่องการกระจาย รายได้ไปสู่ท้องถิ่น เพื่อการบริหารจัดการตัวเอง แล้วปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมเราจะได้ไม่ต้อง พูดอีกในสภาแห่งนี้ เพราะว่าภัยแล้งเรามีอ่างกักเก็บน้ำไว้ใช้ น้ำท่วมเรามีพื้นที่รองรับน้ำ ถ้าท่านเห็นอย่างผม ช่วยกันผลักดันให้สภาแห่งนี้ ชุดนี้สามารถผ่านกฎหมายกระจายอำนาจ สู่ท้องถิ่นได้ อย่ารวมศูนย์อำนาจเพียงที่เดียว ปัญหาต่าง ๆ ที่หมักหมม สะสมกันมายาวนาน ก็จะหมดไปชั่วลูกชั่วหลานแล้วครับประธาน ขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ผ่องศรีครับ

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ น้ำท่วมปีนี้ มันท่วมมากจนผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่ในอำเภอยางชุมน้อยบอกดิฉันว่า เกิดมา ๙๓ ปีแล้ว เพิ่งเห็นว่า น้ำท่วมระดับนี้ ดิฉันเสียดายนะคะว่าขณะนี้เราทุกคนเหมือนว่าอยากให้น้ำนี่เมื่อไร มันจะไปเสียทีมันเยอะมาก มันรีบไปเสียเถอะ แต่ขณะเดียวกันบางช่วงเราก็ เรียกร้องโหยหาน้ำ ทำไมมันไม่มาเสียที ทำไมมันแล้งขนาดนี้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่อง ที่น่าเสียดายมากว่าทำอย่างไรเราจะได้บริหารจัดการให้น้ำที่มันมาเยอะ ๆ ให้เราสามารถ ที่จะเก็บไว้ได้ เป็นที่น่าเสียดายไหมคะท่านประธาน ปีนี้ทั้งแล้งทั้งท่วม ซึ่งมันไม่เคยเกิด แบบนี้เลย เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องของรัฐบาล และพวกเราทุกคนจะต้องมาช่วยกันคิดว่า ทำอย่างไรมันจึงจะไม่เกิดปัญหาแบบนี้อีก ทำอย่างไรน้ำมันเยอะ ๆ เราจะเก็บไว้ให้ พี่น้องเราได้ใช้ได้ ภาคอีสานเป็นภาคที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่ระบบชลประทานมีน้อยมาก ดิฉันอยากให้รัฐบาลได้ตระหนักว่าคนอีสานเป็นคนที่ปลูกข้าวได้เพียงฤดูเดียว อาศัยน้ำฝน เพราะฉะนั้นถ้ามันท่วมด้วยแล้งด้วย ทำอย่างไรเขาจะมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าคนอีสาน ไม่มีชีวิตอยู่ได้ คนกรุงเทพมหานครก็จะอยู่ยากนะคะ ทั้งประเทศไทยก็จะอยู่ยากนะคะ เพราะฉะนั้นเราจะต้องคิดถึงเรื่องนี้ให้มาก อยากจะให้บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนนะคะ ท่านประธาน ณ วันนี้ระดับน้ำที่เขื่อนราษีไศล ๑๑๘.๙๙ เมตร ท้ายเขื่อน ๑๑๘.๒๘ เมตร ใกล้เคียงกันมากเลยค่ะ ไม่สามารถที่จะระบายได้เยอะไปกว่านี้ เพราะมันจะไปท่วม ทางด้านล่าง เปิดประตูระบายทั้ง ๗ บานเลยค่ะท่านประธาน อยู่ระดับที่ ๒ เมตร ปริมาณระบาย ๔๙.๖๑๖ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน วันนี้อำเภอราษีไศล ตำบลไผ่ ตำบลสร้างปี่น้ำยังท่วม ยังเพิ่มระดับนะคะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากเรียนว่า การแก้ปัญหาเหล่านี้นอกจากจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนแล้ว หลายหมู่บ้านหลายอะไร ดิฉันจะไม่พูดนะคะ ก็อยากจะเรียนไปว่าเรียนผ่านไปทางรัฐบาลว่าวันนั้นได้ยินว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมพี่น้องน้ำท่วมที่จังหวัดยโสธร ท่านบอกว่าการช่วยเหลือนั้น จะต้องเป็นไปตามระเบียบ ดิฉันยังคิดอยู่นะคะว่า ระเบียบใดก็ตามที่มันเป็นปัญหาและ อุปสรรคในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของเรา ก็ควรจะแก้ไขได้ เพราะระเบียบนั้น คนเป็นคนเขียน คนเป็นคนสร้างขึ้นมา เพราะฉะนั้นกติกาต่าง ๆ ควรอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไข ปรับปรุง ปัญหาเยอะมากในเรื่องกฎกติกา หลายหน่วยงานไม่กล้าทำอะไรเลย ดิฉันอยากจะ นำเรียนปัญหาของอำเภอยางชุมน้อย หมู่ที่ ๓ จำนวน ๒๘๐ หมู่บ้าน จมน้ำค่ะ ต้องใช้เรือ แล้วก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย ทีนี้ถนนช่วงหนึ่งมันสามารถที่จะระบายน้ำได้อย่างดียิ่ง แต่กรมทางหลวงบอกว่ามันทำอะไรไม่ได้หรอกถ้าจะมาขุดถนน ต้องขอบคุณท่านนายอำเภอ สุพร ธีรโรจน์ชาลี และท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ท่านตัดสินใจใช้ พ.ร.บ. ปภ. ขุดถนนเลยค่ะ ประมาณ ๒ เมตรครึ่ง ท่านเชื่อไหมคะว่าท่านประธาน ข้าว ๓,๑๐๐ กว่าไร่ ฟื้นคืนชีพมาเลย เพราะว่าน้ำระบายได้อย่างรวดเร็วภายใน ๒๔ ชั่วโมง แล้วก็น้ำที่ท่วมบ้านเรือนยุบลงไปทันทีเลย เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียนว่าการจะสร้าง สิ่งปลูกสร้างหรือทำถนนหนทางอะไรก็แล้วแต่ ให้ออกแบบให้ดีด้วย ให้ออกแบบให้ดีด้วย เพราะฉะนั้นยางชุมน้อยนี่ยังเห็นอย่างนั้นแล้วก็แสดงว่าจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องทำบอกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) หรือทำให้น้ำมันลอดไปอย่างน้อย ๒-๕ จุด จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน อันนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นจากประสบการณ์ในการทำงาน อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะพูดถึงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้พูดไปแล้วละ ในวันที่ปรึกษาหารือว่าทั้งแล้ง ทั้งท่วม แล้วพี่น้องเรายากจนมาก เพราะว่าเศรษฐกิจมันย่ำแย่ ขายอะไรก็ไม่ได้นะคะ พี่น้องดิฉันมาทำงานที่กรุงเทพมหานครก็ต้องกลับขึ้นไป เพราะว่า ขายอะไรก็ขายไม่ได้ ไปอยู่บ้านในชนบทก็ไม่มีอะไรจะทำ บางทีก็ต้องกลับลงมา กรุงเทพมหานคร อะไรที่เคยมี เช่น ผ่อนรถผ่อนอะไรเจ้าของเขาก็เอากลับคืนไป เพราะฉะนั้นดิฉันยังคิดว่าอย่างนี้ในการแก้ปัญหานั้น ควรจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนเสียที ลงทุนเถอะค่ะ กี่แสนล้านบาทก็ตามในเรื่องของน้ำมันจะยั่งยืน ขอให้คิดเห็นว่าคนอีสาน ก็เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเหมือนกัน ยอมเสียยอมลดส่วนที่จะไปทำรถไฟฟ้าสีนั้นสีนี้ อะไรต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ลดส่วนหนึ่งได้ไหมคะไปทำเพื่อคนบ้านนอกคนชนบท

อันที่ ๒ สิ่งที่ควรจะทำดิฉันคิดว่า ธ.ก.ส. ควรลดดอกเบี้ยอย่างมากที่สุดเลย เท่าที่จะลดได้ เพราะว่าเป็นช่วงที่จะต้องช่วยเหลือเขาแล้ว กติกาอะไรที่มันเป็นอุปสรรค ก็ต้องแก้ไขนะคะ

อันที่ ๓ หลังน้ำลดจะต้องมีหลายท่านพูดไปแล้วละ อาชีพเสริมเอย พืชหลัง น้ำท่วมเอยก็ควรจะจัดการเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้เขามีชีวิตอยู่ได้ แล้วที่สำคัญถนนหนทาง ที่ชำรุดต่าง ๆ เหล่านั้นต้องซ่อมให้อย่างรวดเร็วใช้การได้ เพราะว่าเสียหายเยอะมาก เช่น ถนนจากบ้านดวนน้อยไปบ้านเมี่ยงไปไม่ได้เลยค่ะท่านประธาน บ้านเมี่ยง ตำบลไผ่ ถนนสายบ้านโนนสูงมาบ้านครั่งน้อย บ้านครั่งน้อยไปบ้านไร่ฝ้าย ถนนสายบ้านโจดม่วง ไปพลไวซึ่งเชื่อมต่อไปยังมหาชนะชัยและจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอราษีไศลก็จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องซ่อม พี่น้องเรายากจนมากนะคะท่านประธาน ข้าวแล้งแล้วน้ำก็ท่วม ให้เขาเดินไป มาได้สะดวกด้วยสักอย่างหนึ่งก็จะเป็นพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเป็นถนนที่ถ่ายโอนมาจาก อบต. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดสรรงบประมาณให้เขาได้ดำเนินการได้นะคะ จะอ้างว่าไม่มีเงินไม่ได้ วันนี้ต้องดูแลพี่น้องแล้วค่ะ อย่างน้อยก็เยียวยาให้เขาได้มีชีวิต ที่มีความหวังบ้าง กระทรวงสาธารณสุขจำเป็นที่จะต้องให้ทีมแพทย์ ทีมหมอไปดูเรื่องของ ความเครียด ความวิตกกังวล โรคซึมเศร้า ดิฉันไม่อยากให้พี่น้องดิฉันฆ่าตัวตายยกครัว อีกหลาย ๆ ครอบครัว เพราะฉะนั้นตรงนี้จะต้องช่วยกันนะคะ เพราะทุกคนเป็นทรัพยากร ที่มีค่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียวดิฉันชอบมากคำนี้ แต่ชอบอย่างเดียว ไม่ได้หรอกค่ะ ทุกคนชอบ แต่เราจะต้องช่วยกันทำไม่ต้องเกี่ยงเลยว่าจะเป็นฝ่ายไหน เพราะฉะนั้นดิฉันยินดีดีใจมากวันนี้ที่ท่านประธานอนุญาตให้ได้พูดแล้วก็พี่น้องหลายคน ได้สื่อความในใจให้ไปยังรัฐบาล ขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านคำพองครับ

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สมาชิกสภาขออภิปรายถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องที่ประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นปลายน้ำก่อนที่น้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ท่านประธานครับ ถ้าจะพูดเรื่องฝนแล้ว จริง ๆ แล้วฝนจะเริ่มตกในภาคอีสานในบริเวณ จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดมุกดาหาร ก็อยู่ในช่วงประมาณเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นประมาณ กลาง ๆ เดือนก็จะมีความชุกขึ้นจนถึงระยะปลาย ๆ เดือนถึงจะมีพายุเข้ามาเติมน้ำอีกทีหนึ่ง จริงเบื้องต้นชาวบ้านชาวไร่ชาวนาก็ดีใจนะครับว่าหลังจากแล้งมา ๑-๒ เดือน การที่มีฝนมา ก็จะทำให้เขาได้ให้ต้นข้าวฟื้นตัว ที่ผมพูดถึงฝนก็เนื่องจากว่าในห้วงของวันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ วันที่ ๒๘ ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม มันมีสัญญาณเตือนชัดเจนว่าปริมาณฝน และพายุที่เกิดจากพายุ และน้ำในลุ่มน้ำมูลน้ำชีจะต้องมีปริมาณมาก ปัญหาการจัดการน้ำในลุ่มน้ำมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการปิดเปิดเขื่อนปากมูล พี่น้องประชาชน พี่น้องชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงของเขื่อนปากมูล ซึ่งเป็น กรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล ก็เตือนบอกว่าให้รีบเปิดเขื่อน เตือนตั้งแต่ วันที่ ๒๔-๒๕ มีการประชุมคณะกรรมการหลายครั้ง แต่ปรากฏว่ามีกรรมการที่เป็นตัวแทน หน่วยงานหลายคนบอกว่าแม่น้ำมูลจะแห้ง ถ้าเกิดว่าเปิดเขื่อนปากมูลนะครับ ซึ่งพอถึงเวลา จริง ๆ แล้วนะครับ หน้าเขื่อนน้ำสูงถึงเกือบคือสูงมากจนการเปิดเขื่อนต้องรีบเปิดในเวลา อันจำกัดในวันที่ ๑ กันยายน ซึ่งตอนนี้ระบายก็ถือว่ามีผลกระทบแล้วนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว จังหวัดอุบลราชธานี ผมอยู่กับพี่น้องชาววารินชำราบ ชาวอุบลราชธานีมา ๓๐ ปี ถ้าเฉลี่ยแล้วนะครับ น้ำท่วมอยู่ประมาณ ๒๐ ปีครับ ทุก ๆ ๕ ปีน้ำจะท่วมนะครับ แต่ท่วมมากท่วมน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องของน้ำท่วมมันไม่เปลี่ยนอย่างที่ว่าท่วมมาก ท่วมน้อย แต่ว่าสิ่งที่มันเปลี่ยนไปก็คือสภาพแวดล้อมทางภูมิประเทศมันเปลี่ยนแปลงไป มีการก่อสร้างในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำนี่ก็มีสถานประกอบการทางธุรกิจขนาดใหญ่ มีการถมที่ ท่านประธานครับบริเวณน้ำที่เป็นแถว ๆ ตำบลแจระแมมีการถมที่ แล้วเวลา น้ำลงมามันไม่สามารถระบายลงไปได้ มันก็ต้องยันไปถึงโน้นล่ะครับ อำเภอเขื่องใน อำเภอ คำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร แล้วบริเวณจากอำเภอวารินชำราบลงไป ถึงอำเภอพิบูลมังสาหาร ก็จะมีพื้นที่แถวบุ่งมะแลงที่พอจะเป็นที่รับน้ำได้ แล้วพอมาถึงปลายน้ำจากพื้นที่รับน้ำจำนวน มหาศาลก็จะเหลืออยู่ประมาณ จากระยะกว้าง ๒-๓ กิโลเมตร ก็จะเหลืออยู่ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ เมตร ซึ่งก็จะเป็นปัญหาในเรื่องของการระบายน้ำ น้ำท่วมครั้งนี้สิ่งที่พี่น้อง ประสบอยู่ขณะนี้ก็คือการที่จะต้องอยู่กับน้ำ สิ่งที่ต้องการเพิ่มเติมในขณะนี้ในศูนย์อพยพ ซึ่งก็ต้องขอบคุณหน่วยงานราชการต่าง ๆ ทั้งท้องถิ่นและในส่วนต่าง ๆ รวมถึงอาสาสมัคร ที่ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือพี่น้อง ต้องการผ้าใบเพิ่ม น้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง เวชภัณฑ์ ไฟฉาย ต้องการเลือดด้วยนะครับ เพราะตอนนี้ทางโรงพยาบาลก็ขาดเลือด การช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงประเภทสุนัข แมว โดยเฉพาะเรื่องของกิจกรรมที่เป็นการนันทนาการ ให้กับพี่น้องที่อยู่ในศูนย์อพยพ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องของการบริหารจัดการ ข้อมูลข่าวสาร ในการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารในส่วนกลางโฆษกรัฐบาลเตือนว่า ให้ประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีเตรียมตัวรับมวลน้ำจำนวนมาก ซึ่งก็เกิด ความตื่นตระหนก ในขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพิ่งแถลงข่าวไปเมื่อไม่กี่เพลานี้ บอกว่าพี่น้อง อย่าตกใจ เพราะน้ำก็กำลังจะทรงตัวแล้ว ตอนนี้ก็คิดว่าเรื่องข้อมูลข่าวสารที่ส่งถึง พี่น้องประชาชนก็จะต้องมีการบูรณาการกันด้วยว่าจะให้เราเชื่อนายกรัฐมนตรี เชื่อโฆษกรัฐบาล หรือว่าจะเชื่อผู้ว่าราชการจังหวัด และที่สำคัญคือการบริหารจัดการน้ำ ในอนาคตคิดว่าจะต้องมีการแก้ไขข้อกฎหมายหลายฉบับ ไม่ว่าจะกฎหมายในเรื่องของ การกระจายอำนาจ กฎหมายเรื่องพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งตอนนี้ รวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง การตัดสินใจการแก้ไขปัญหา ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มันยังอยู่รวมศูนย์อยู่ มันจะต้องมีการกระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่น ให้ชุมชนท้องถิ่นได้ มีโอกาส ได้มีอำนาจในการบริหารจัดการภัยพิบัติหรือว่าสาธารณภัยที่เขาประสบด้วยตัว ของเขาเอง อันนี้ก็คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่อย่างนั้นกว่าการจัดการเรื่องของสาธารณภัย จะไปถึงมือพี่น้องประชาชน แก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ปรากฏว่าเรื่องราวต่าง ๆ ภัยพิบัติมันมารุกพี่น้องอย่างสายไปมากเลยทีเดียวนะครับ ก็ขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธาน หน่วยงานราชการต่าง ๆ ซึ่งประสบภัย แล้วก็กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือพี่น้องอยู่ขณะนี้นะครับ มีกำลังใจ แล้วก็เห็นใจ ว่าท่านทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอด ๒๔ ชั่วโมง ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๔ ท่านนะครับ ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ท่านวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ท่านองค์การ ชัยบุตร นะครับ เชิญท่านวุฒิพงษ์ครับ

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมอีกคนหนึ่งที่ได้ร่วมเสนอแนะ ได้ร่วมยื่นญัตติ ได้ร่วมกับเพื่อน สมาชิกหลาย ๆ จังหวัดในภาคอีสาน แล้วก็หลาย ๆ จังหวัดในประเทศไทย เกี่ยวกับเรื่องการ บริหารจัดการน้ำ การป้องกันน้ำท่วม การกักเก็บน้ำของพี่น้องในเขตอีสานตอนล่าง ในเขตอีสานตอนบน หรือพี่น้องที่ประสบภัยเกือบทั้งหมดนะครับ ปฏิเสธไม่ได้นะครับว่า วันนี้ผมได้เห็นเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายเรื่องน้ำ หลาย ๆ ท่านเนื่องจากว่าพี่น้องประชาชน เดือดร้อนมาก แล้วก็ได้ร้องเรียนกับผู้แทนของพวกเขาก็คือ ส.ส. ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ละครับ ผมได้พูดเป็นคนแรก ๆ นะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับน้ำท่วมปีนี้ เพราะว่าจุดแรกที่ท่วม ถนนทางหลวงขาด สัญจรไปมาไม่ได้ ก็คือจุดพื้นที่ที่เขตของอำเภอเขื่องใน ถนนทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๒๓ เชื่อมต่อกับจังหวัดยโสธร อำเภอคำเขื่อนแก้ว และจุดนี้เป็นจุดที่ท่าน นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจ แล้วก็ไปร่วมกับ ส่วนราชการบรรยายสรุปฟังเรื่องน้ำนะครับ ท่านครับ วันนี้หลาย ๆ ท่านได้พูด บริบทเกี่ยวกับน้ำเยอะมาก ทั้งแม่น้ำโขง ทั้งแม่น้ำชี ทั้งแม่น้ำมูล ภาพรวมแต่ละจังหวัด แตกต่างกันออกไป แม่น้ำมูลที่ผมเห็นนะครับ ตั้งแต่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จนมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี จุดสุดท้ายก่อนที่จะลง แม่น้ำโขง แม่น้ำชีก็มาจากจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร ก็มาที่จังหวัดอุบลราชธานี ลำเซบายก็ออกมาจากโน่นนะครับ มาจากแถวจังหวัดยโสธร เข้ามาสู่จังหวัดอุบลราชธานีก็มารวมกัน ๓ สายน้ำ ๔ สายน้ำ ลำเซบก ลำเซบาย แม่น้ำมูล แม่น้ำชี รวมกันอยู่แถวจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งต้น ๆ น้ำก็จะเป็นสภาพความเดือดร้อน ของพี่น้องที่อยู่ในแต่ละจังหวัดนะครับ ท่านครับ แล้ววันนี้สภาพของพี่น้องเมืองอุบลราชธานี เหมือนกับติดเกาะ ผมไม่อยากให้สภาพแบบนี้เกิดขึ้นแบบนี้ทุก ๆ ปี ผมได้เรียกร้อง ทางรัฐบาลไว้เริ่มต้นแล้วครับ ตั้งแต่การหารือเมื่อวานที่ผ่านมาว่า อยากให้รัฐบาล ได้หาเจ้าภาพสักเจ้าภาพหนึ่งคณะสำหรับทำแผนแม่บทในการกักเก็บน้ำป้องกันน้ำท่วม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะสร้างประโยชน์และแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในเขตของ ลุ่มแม่น้ำอีสานตอนล่าง ที่พูดมาทุกท่านมีข้อมูลเยอะ มีประสบการณ์เยอะ รวบรวมความ เดือดร้อนจากพี่น้องประชาชน พูดมากี่ปีพูดมากี่ครั้ง ผมก็เห็นปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นทุกปี อยากให้ทางท่านประธานนำเสนอรัฐบาลให้หาเจ้าภาพที่แท้จริงโดยตรงสักครั้ง จะเสียงบประมาณเท่าไรไม่ว่าครับ ขอให้บริหารจัดการน้ำให้ได้ เพราะว่าท้ายที่สุดถ้าแก้ไม่ได้ ก็จะเสียงบชดเชยเยียวยาน้ำท่วม ภัยแล้ง พี่น้องการเกษตรเสียหาย บ้านเรือนเสียหาย เสียทั้งภัยชีวิตและทรัพย์สินต่อเนื่องกันมายาวนานนะครับ หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง ที่จังหวัดอุบลราชธานีท่วมทุก ๆ ปีเท่าที่ผมจำได้ ตอนที่ผมเป็นเด็กนะครับ มีโอกาสได้เจอ น้ำท่วมตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ โตขึ้นมาก็ปี ๒๕๔๕ แล้วก็มาปี ๒๕๕๔ สุดท้ายที่สุดก็มาปีนี้ละครับ แต่ละปีก็วิกฤตแตกต่างกันออกไป จะด้วยมูลเหตุต่าง ๆ ใดก็แล้วแต่ แต่ปีนี้มันแปลกครับ ท่านประธาน ผมสังเกตน้ำท่วมมาทุก ๆ ปี แล้วผมก็เข้าไปสัมผัสกับทิศทางน้ำ ได้ไปสัมผัสกับปัญหาสภาพการไหลของน้ำก็แตกต่างกัน ไปเรื่อย ๆ ปีนี้น้ำจะมาแปลกมาก เพราะฉะนั้นก็คงจะได้เวลา ใกล้สมควรแล้วที่เราจะรวบรวม ท่านผู้มีความเห็นแต่ละลุ่มน้ำมาร่วมกันร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อจะแก้ไขปัญหาตรงจุด ๆ นี้ หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่ท่านได้พูดออกมานั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการบริหารของ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง บางส่วนก็ขึ้นอยู่กับภัยธรรมชาติที่เราไม่รู้ล่วงหน้าว่ามันจะตก มามากมาน้อยแค่ไหน แล้วตกมาแล้วเราจัดการมันได้มากน้อยแค่ไหน พายุล่าสุด ที่เข้ามานี่ครับท่านครับ ผมแปลกใจจริง ๆ ผมไปร่วมต้อนรับท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ไปตรวจ ภัยแล้ง ไปเขื่อนห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี ไปดูภัยแล้ง น้ำยังไม่มี น้ำน้อยมากนะครับ พอกลับมาคืนนั้นมาทำธุระที่จังหวัดนครราชสีมา มาร่วมต้อนรับรัฐมนตรีคุณหญิงกัลยา ผลปรากฏว่าฝนตกทั้งคืน ๓-๔ วันติด กลับมาบ้านน้ำขึ้น ท่วมอย่างใหญ่โต เพราะฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างถ้าเราไม่เริ่มวันนี้ ถ้าเราพูดแล้วไม่ทำ ไม่แก้ปัญหา พูดแล้วผ่านเลยไปเหมือน ทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา ผมว่ามันก็คงเป็นปัญหาสะสม แล้วก็เป็นปัญหาระยะยาวให้รัฐบาล ได้ปวดหัวทุก ๆ ยุค ทุก ๆ สมัยต่อไป ถึงเวลาแล้วครับ ต้องมาร่วมด้วยช่วยกันมันจะเสียหาย ตอนนี้ ผมคงจะไม่พูดสภาพความเสียหายแล้วนะครับ เพราะทุกท่านได้เสนอภาพ ได้บอก บรรยายภาพสรุปไปแล้ว การเยียวยาอย่างไรนั้นอยากให้เร่งครับ เพราะว่าประชาชนอยู่ในภาวะ วิตกจริต อยู่ในภาวะเครียด น้ำท่วมข้าว เงินจะได้ชดเชยหรือไม่ ข้าวจะขายได้หรือไม่ จะลงนาปลูกข้าวใหม่ รัฐบาลจะช่วยเมล็ดต้นพันธุ์ไหม เยอะแยะมากมาย เยียวยาอย่างไรบ้าง โครงสร้างพื้นฐานตอนนี้ชำรุดทรุดโทรมเสียหาย คอสะพาน หน่วยงานต่าง ๆ พร้อมหรือยัง ที่จะเตรียมบูรณะซ่อมแซม ไม่ว่าจะเป็นป้องกันภัย กรมชลประทาน ทางหลวงชนบท ทางหลวงแผ่นดิน การเยียวยาต่าง ๆ ของรัฐบาลที่จะช่วยเยียวยาของพี่น้องประชาชน และการช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วมช่วงนี้ครับ คือรถทหารและเรือสำคัญมาก ผมผ่านมาครับ ขอสรุปสุดท้ายขอฝากท่านประธานครับว่าอยากฝากหน่วยงานท้องถิ่น ที่มีงบประมาณได้ช่วยจัดซื้อเรือและเครื่องยนต์เพื่อจะเตรียมต้อนรับเตรียมป้องกัน ภัยน้ำท่วม เพราะว่าภัยมาเมื่อไรเราไม่ทราบ แต่ถ้าทราบแล้วต้องมีแนวทางช่วยเหลือ ชาวบ้านให้ดีที่สุด ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านนพดลครับ

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้ราษฎรที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางที่จะแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือดังนี้ครับ ก็คงเป็นที่ทราบแล้วว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น สร้างความทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน จำนวนมาก แต่การที่จะเข้าไปดูแลช่วยเหลือของพี่น้องประชาชนเราอาจจะทำไม่ได้ทั่วถึง หรือไม่ทันเวลากับพี่น้องประชาชน ก็เกิดเป็นความเศร้าใจที่พี่น้องเองก็อาจจะน้อยใจว่า ทำไมรัฐทอดทิ้ง ผมคิดว่าเราเองมีหน่วยงานของรัฐที่บูรณาการในพื้นที่ภูมิภาคและส่วนกลาง ที่มีทั้งอำนาจหน้าที่ที่จะลงไปช่วยเหลือ แต่ภารกิจหรืออำนาจหน้าที่ของแต่ละคนมีความเป็น เจ้าของที่ต่างกัน ไม่สามารถที่จะไปก้าวก่ายหน้าที่ที่จะช่วยเหลือกันได้ ผมขอยกตัวอย่างว่า ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาจะมีความรับผิดชอบในพื้นที่ของเขาอย่างทั่วถึง ทุกครัวเรือน แล้วก็จะรู้ว่าตรงไหนเสียหายและได้รับความเสียหายเรื่องอะไรบ้าง ผมคิดว่า ในส่วนการสำรวจข้อมูลตรงนี้ท้องถิ่นเขาจะทราบดีนะครับ แล้วการช่วยเหลือที่จะทั่วถึง ท้องถิ่นจะทราบว่าตรงไหนที่เดือดร้อน ตรงไหนที่ไม่เดือดร้อน ส่วนหน่วยงานที่เข้าไปช่วย อาจจะเข้าไปช่วยในส่วนที่เป็นภาค อาจจะไม่ทั่วถึงนะครับ ผมคิดว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากน้ำท่วมกับการปฏิบัติระบบราชการ มีความต่างกัน เพราะน้ำท่วมไม่ได้มีวันหยุดราชการหรือนอกเวลาเหมือนกับระบบ ข้าราชการที่เรามีวันหยุดและมีนอกเวลาราชการที่ไม่ต้องทำงาน แต่ในพื้นที่เอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรับผิดชอบ ๒๔ ชั่วโมงกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรที่จะให้กำลังใจกับคนที่อยู่ในพื้นที่และบุคลากรที่ลงไปในพื้นที่ ผมคิดว่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง เรามีงบประมาณที่จะบริหารในพื้นที่ แต่เนื่องด้วยระเบียบการใช้งบประมาณในการช่วยเหลือประชาชน ในเรื่องพวกนี้ไม่ได้ชัดเจน เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่ให้ท้องถิ่นทำ เราต้องไปใช้ระเบียบของ ปภ. คือป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนที่จะเข้าไปช่วย จึงทำให้เกิดความยุ่งยากในการที่จะช่วยเหลือ ได้ทันที ท้องถิ่นเองปัจจุบันเราก็มีเงินสะสมหรือทุนสำรองสะสมที่เพียงพอที่จะดูแลในพื้นที่ แต่กลับใช้ไม่ได้ หรือมีเครื่องมือเครื่องจักรที่มีอยู่กันเต็ม แต่ข้ามเขตกันไม่ได้ ท้องถิ่น มี ๗,๘๕๓ แห่ง รวม กทม. มีเครื่องมือเครื่องจักร บุคลากร งบประมาณจำนวนมาก น้ำไม่ได้ท่วมพร้อมกันทั้งประเทศ ความเดือดร้อนเกิดขึ้นเฉพาะที่ ส่วนที่ไม่ได้เสียหาย เขามีเครื่องมือเครื่องจักร แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ เพราะระเบียบการบริหารงาน ของกระทรวงมหาดไทยที่ออกให้ท้องถิ่นทำนอกเขตไม่ได้เป็นปัญหา ท้องถิ่นเองเรามี เครื่องมือเครื่องจักรเอาแค่ครึ่งหนึ่งของท้องถิ่น ถ้าระดมลงไปช่วยผมคิดว่ามันเพียงพอ ที่จะช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชน ในช่วงแรกเราก็รู้อยู่แล้วว่าน้ำจะท่วมตรงไหน ถ้าเกิดประกาศภัยพิบัติก็จะใช้งบประมาณได้ในระหว่างท่วม ตอนนี้ผมคิดว่าเราจะต้อง ระดมเครื่องมือเครื่องจักรทั้งหมดที่มีบูรณาการ โดยอาจจะต้องใช้มติ ครม. ยกเว้นระเบียบ ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ท้องถิ่นที่ไม่ได้ท่วมเอาเครื่องมือเครื่องจักรเข้ามาช่วยกันได้ ผมคิดว่าตรงนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่นะครับ ผมคิดว่าในระยะ การสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น ท้องถิ่นเท่านั้นจะรู้ว่าความเสียหายแต่ละครัวเรือน เป็นความจริงแค่ไหน แล้วก็จะได้ช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน ส่วนในระยะข้างหน้าที่จะยั่งยืนผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วม ทั้งภัยแล้งนะครับ ก็น่าจะมีระบบที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ อย่างเช่น เราเคยได้ยินเรื่องและมีการทดลองในท้องถิ่น เกี่ยวกับเรื่องธนาคารน้ำใต้ดินที่สามารถเก็บกักน้ำที่ท่วม ที่ฝนตกลงมาลงไปใต้ดิน แล้วก็เอาขึ้นมาใช้ในหน้าแล้งได้นะครับ นั่นก็เป็นประเด็นหนึ่งที่พรรคพลังท้องถิ่นไท เราได้เสนอไว้ กับอีกเรื่องหนึ่งเรามีที่เก็บกักน้ำจำนวนไม่พอ ประเทศไทยมี ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ถามว่ามีอ่างเก็บน้ำขนาดสัก ๕๐ไร่หรือ ๑๐๐ ไร่ ไม่กี่หมู่บ้านนะครับ ถ้า ๑ หมู่บ้าน มี ๑ อ่างเก็บน้ำสัก ๑๐๐ ไร่ ก็คิดว่าไม่ต้องไปทำเขื่อนใหญ่ที่จะให้กระทบความเสียหาย กับป่าไม้หรือพื้นที่สัตว์ป่าก็น่าจะมีการเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้ในระยะยาว และแก้ไขปัญหา ภัยแล้งได้ ผมเองก็อยากจะเสนอว่าหน่วยงานที่บูรณาการตรงนี้ต้องมีระบบที่มีระเบียบ ในการที่จะนึกถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนก่อน มากกว่าระเบียบที่หน่วยงานเอง มีหน้าที่เฉพาะจำกัด แล้วก็ต้องใช้เฉพาะในส่วนของหน้าที่ตัวเอง ไม่สามารถมาบูรณาการ ร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชนได้ ระเบียบตรงนั้นต้องยึดว่าหลักคือประโยชน์ ของประชาชนต้องสามารถเข้าไปร่วมช่วยกันทำงานได้ ผมคิดว่าเป็นแนวทางหนึ่ง ที่ทางผมเองคิดว่าถ้าแก้ไขได้รวดเร็วในปัญหาปัจจุบันตรงนี้ พี่น้องก็คงจะได้รับการดูแล อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรสิทธิ์ครับ

นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี 🔗

เรียนท่านประธานสภา กระผม นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขตอำเภอเมือง ที่ประสบปัญหาวิกฤตอยู่ในขณะนี้ จริง ๆ แล้ววันนี้พวกเรา ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี ทุกท่านต้องกลับไปลงพื้นที่ เพื่อจะกลับไปดูแลพ่อแม่พี่น้องประชาชน แต่วันนี้พอได้ยินข่าวว่า ทางท่านประธานสภาและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดโอกาสให้มีญัตติน้ำท่วม เพื่อจะแจ้งให้รัฐบาลได้ทราบถึงวิกฤตของจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากน้ำท่วม ในจังหวัดอุบลราชธานีที่เป็นข่าว โดยเฉพาะอำเภอเมืองและอำเภอวารินชำราบ ตอนนี้กำลัง วิกฤตครับ ส่วนอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี น้ำท่วมตั้งแต่ตำบลปะอาว ตำบลหนองบ่อ ตำบลหนองขอน ตำบลแจระแม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำบลแจระแมครับท่านประธาน ซึ่งตำบลแจระแมเริ่มตั้งแต่บ้านคูเดื่อ บ้านทับไทร บ้านท่ากกแห่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านคูเดื่อครับ บ้านคูเดื่อซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดอุบลราชธานี ตอนนี้น้ำท่วม หนักมาก วันนี้บ้านอยู่ใต้น้ำหมด บางหลังแทบไม่เห็นหลังคาแล้วครับ พี่น้องประชาชน เหมือนติดเกาะ ไม่สามารถออกมาได้ เพราะว่าถนนสัญจรไปมา ทางเข้ามี ๒ ทางครับ ท่านประธาน ๒ ทางที่ว่าตอนนี้น้ำท่วมประมาณคอแล้วครับ รถไม่สามารถวิ่งเข้าไปได้ ส่วนเรือมีแค่เรือของเทศบาลเมืองแจระแมเท่านั้น แค่ลำเดียวที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อยู่ในขณะนี้ ในบ้านคูเดื่อวันนี้ตัดน้ำ ตัดไฟ ไม่สามารถออกมาได้ด้วย ฟืนก็เปียกไม่สามารถ มีอุปกรณ์ประกอบการทำอาหารได้ ส่วนเทศบาลนครอุบลราชธานี ชุมชนที่ติดกับแม่น้ำมูล ลำน้ำมูลน้อย ตอนนี้น้ำท่วมไปหมดแล้ว ท่วมมากกว่าประวัติศาสตร์น้ำท่วมของ จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อปี ๒๕๔๕ ตอนน้ำท่วมทะลักเข้ามาในอำเภอเมืองตอนนี้ความสูง จะถึงโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์แล้ว เกรงว่าถ้าเกิดยังขึ้นเรื่อย ๆ อย่างนี้ จะถึงสนามบินนานาชาติ จังหวัดอุบลราชธานีด้วย วันนี้ผู้ประสบภัยเกิดปัญหาในครั้งนี้ น้ำท่วมมาตอนแรกชาวบ้านคนที่มีบ้านชั้นเดียวก็ได้ย้ายออกไปศูนย์อพยพ แต่ส่วนชาวบ้าน ที่มีบ้าน ๒ ชั้น ในครั้งแรกชาวบ้านได้ย้ายของขึ้นไปชั้น ๒ ก่อน แต่น้ำขึ้นไม่หยุดครับ พอย้ายขึ้นไปอยู่บนชั้น ๒ เรียบร้อยแล้ว พอน้ำขึ้นมาถึงชั้น ๒ ตอนนี้มีผู้ชรา ผู้พิการ ยังติดอยู่ในบ้าน วันนี้ที่เกิดปัญหาอย่างชัดเจนคือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านสฤษดิ์ วิฑูรย์ ท่านได้มีศูนย์ออกไปดูแล ออกไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน ถามว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ เป็นเรื่องดีครับ แต่วันนี้เราไม่มีศูนย์รับแจ้งข้อความว่าพี่น้องประชาชนเราจะได้รับ การช่วยเหลือตรงไหนบ้าง จะให้ไปแจ้งอยู่ในอำเภอก็ไม่ใช่ จะให้ไปแจ้งที่จังหวัดก็ไม่ใช่ครับ เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนน้ำท่วมไปหมดแล้ว ส่วนพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เมื่อ ๒ วันที่แล้ว ได้โทรศัพท์มาหากระผม วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ โทรมาบอกว่าวันนี้ติดเกาะ ไม่สามารถออกมาได้ ผมก็ได้แจ้งท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านเฉลิมพล มั่งคั่ง ก็ขอขอบคุณท่านด้วยนะครับ ที่ท่านดำเนินการโดยด่วน แต่วันนี้เรือไม่เพียงพอกับพี่น้องประชาชนในอำเภอเมือง ของจังหวัดอุบลราชธานี เพราะว่าวันนี้น้ำท่วมเกือบ ๓,๐๐๐ ครอบครัวแล้ว ท่วมเป็นวงกว้าง และวันนี้หนักกว่านั้นอีกครับ ยังมีขโมยเข้ามาลักเล็กขโมยน้อยที่ชุมชนศาลาบ้านดู่ ที่ชุมชน ศาลาบ้านดู่พี่น้องประชาชนได้ย้ายออกจากชุมชนเกือบทุกหลัง เพราะว่าไฟ น้ำประปาไม่มี พอย้ายออกไปเสร็จเรียบร้อย ดึก ๆ สักประมาณตี ๑ ตี ๒ มีขโมยครับ เข้ามาขโมยตู้เย็น ทีวี (TV) รวมถึงเสื้อผ้า วันนี้หมดเนื้อประดาตัวกันหมดแล้วครับ เพราะว่าเงินก็ไม่มี เพราะว่า ห้างร้านต่าง ๆ ก็ปิดตัวครับ เพราะว่าน้ำท่วมกันจนหมดนะครับ ก็อยากให้ทางท่านรัฐบาล ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลให้แจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีสายตรวจ เพื่อไปดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ตั้งจุดบอกเหตุให้หลาย ๆ จุดครับ แล้วก็สุดท้ายก็ขอขอบคุณ ท่านประธาน ท่านสมาชิกอีกครั้งนะครับที่ให้มีญัตติน้ำท่วมในวันนี้ ชาวจังหวัดอุบลราชธานี วันนี้ต้องช่วยเหลือตัวเอง โดยเฉพาะตัวกระผมเองกับภรรยาได้ออกไปทำกับข้าว ให้พี่น้องทุกวันนะครับ ตอนเย็นนี่ไม่มีเลยครับ ไม่มีทางราชการเพื่อจะเอาข้าว เอาน้ำไปให้ พี่น้องประชาชน วันนี้ข้าวสารไม่ต้องแล้วครับท่านประธาน เพราะว่าย้ายบ่อยครับ ข้าวสาร เป็นเรื่องลำบาก ต้องเป็นอะไรที่กินง่าย ๆ อย่างเช่น ปลากระป๋อง มาม่า น้ำดื่มคือสำคัญ ที่สุดครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานฝากไปถึงรัฐบาลให้ช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดอุบลราชธานีด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านองค์การ เชิญครับ

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดมุกดาหารครับท่านประธาน ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่าน ส.ส. ทุกพรรคนะครับ ที่ผลักดันวาระนี้เข้าสู่วาระพิจารณา ในส่วนของกระผมเองก็จะขอนำเสนอในส่วนของ จังหวัดมุกดาหารที่ได้รับผลกระทบเป็นจังหวัดแรก ๆ ของพายุโพดุล จังหวัดมุกดาหาร มีลำห้วยอยู่ ๓ ลำห้วยหลัก ๆ ของจังหวัดมุกดาหาร ต้นกำเนิดจากเทือกเขาภูพานทั้งหมดครับ ท่านประธาน เวลาฝนมาจะลงมาเร็ว เพราะจังหวัดมุกดาหารอยู่ในที่ลุ่มติดกับลำน้ำโขง เวลาน้ำหลากมา เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม วันที่ ๒๙ วันที่ ๓๐ ทั้งวันทั้งคืนครับ ท่านประธาน มากลางคืนตอนตี ๑ ตี ๒ ชาวบ้านกำลังหลับอยู่ดี ๆ ไม่รู้ว่าน้ำท่วม โดยเฉพาะที่บ้านแม่ผมที่อำเภอนิคมคำสร้อยอยู่ติดกับลำห้วยนะครับ ผมเข้าบ้านไปหาแม่ ไม่ได้ ๒ วัน น้ำท่วมถนนจากจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ ๒ วัน มีลำห้วยบังอี่ ลำห้วยมุก ลำห้วยชะโนด เป็นลำห้วยหลักของจังหวัดมุกดาหาร ได้รับผลกระทบ ทั้ง ๗ อำเภอครับท่านประธาน โดยเฉพาะอำเภอดอนตาลที่เด็กสาวกำลังจะไปเข้ากะ ร้านสะดวกซื้อในเมือง ผ่านมานะครับจมไปกับสายน้ำเลยครับ ขอภาพหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

ที่อำเภอดอนตาลจมไปกับ สายน้ำเลย ๔ วันถึงหาเจอ นี่เป็นภาพจริง ๆ อันนี้ที่อำเภอเมือง ตำบลดงเย็น บ้านนาจาน นี่ครับมันมาอย่างนี้เลย ถนนถูกตัดขาดไม่ต่ำกว่า ๖ สาย คอสะพานกิ่วบ้าง อะไรบ้างนะครับ ลำบากมาก ท่วมบ้านที่อำเภอดอนตาล ตำบลเหล่าหมี ท่วมประมาณ ๔-๕ วัน พระออก บิณฑบาตไม่ได้ ชาวบ้านจะสัญจรออกมาข้างนอกไม่ได้ เดือดร้อนผู้แทนราษฎร โทรศัพท์หา ผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎรประเทศไทยเป็นสารพัด ขอให้ได้พูด ขอให้ได้นำเสนอ ก็เบาใจ อำเภอนิคมคำสร้อยท่วมอย่างหนักอยู่ ๒ ตำบล ตำบลนากอก ตำบลหนองแวงใหญ่ แล้วก็อำเภอเมือง ตำบลดงเย็น ตำบลโพนทราย หลัก ๆ แล้วก็มีอำเภอหนองสูงเนื่องจาก ลำห้วยบังอี่ที่ภาพ ลำห้วยบังอี่ผมลงไป อันนี้ ผอ. โรงเรียนนะครับ โรงเรียนนี้อยู่ห่างจาก ลำห้วยบังอี่ประมาณ ๕ เมตร นี่น้ำเซาะเลยนะครับ น้ำเซาะตลิ่งพัง ตรงนั้นจะเห็นอาคาร ฝายน้ำล้นของกรมชลประทาน ตรงนั้นแหว่งนะครับ ลำบากมาก แล้วก็คณะครูเด็กนักเรียน ก็ลำบากต้องเอากระสอบทรายไปกั้นตลิ่ง อันนี้คือที่จังหวัดมุกดาหารมาแรก ๆ นะครับ น่ากลัวมากเลย ส่วนอำเภออื่นก็เห็นตามรูป อันนี้ที่อำเภอเมืองได้เข้าไปดูน้ำกัดเซาะ น้ำมาแรงมากท่านประธาน สรุปแล้ว จังหวัดมุกดาหารเดือดร้อนอยู่ประมาณ ๔๗ ตำบล ๓๖๕ หมู่บ้าน ถึงแม้จะน้ำลดแล้ว ก็ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่ เพราะว่าเล้าข้าว กระสอบข้าวที่เอาไว้ในบ้านโดนน้ำท่วม ทั้งเครื่องจักรการเกษตร เครื่องมือทางการเกษตร รถไถ รถอีแต๊ก น้ำท่วมเอาขึ้นไม่ได้ มันหนัก ยกก็ยกไม่ได้ ยกได้เฉพาะทีวี (TV) ตู้เย็นประมาณนี้ แล้วส่วนใหญ่ก็มีแต่คนแก่ ณ วันที่ผมอภิปรายอยู่นี้ชาวบ้านก็ยังติดต่อมาอยู่ว่าข้าวของพอมีหรือไม่ท่านผู้แทนราษฎร ถ้ามีติดไม้ติดมือมาหน่อย สรุปแล้วจังหวัดมุกดาหารก็ยังต้องการปัจจัยเหล่านี้อยู่

อีกส่วนหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบอันนี้ในเขตอำเภอเมือง ในตลาดอำเภอเมือง อันนี้ท่วมประมาณ ๑ เมตร วัดป่าศิลาวิเวกเข้าไม่ได้ อันนี้เป็นรูป ปภ. เข้าไปช่วย อันนี้ วันแรกที่ผมลงไปเจอต้นไม้ อันนี้ถนนชยางกูร ต้นไม้หัก เสาไฟฟ้าหัก วันแรกชุลมุนมาก หน่วยงานราชการจังหวัดน้อย ๆ อย่างนี้กำลังจะสร้างบ้านน้ำมาเซาะไปเลยที่อำเภอเมือง ตำบลผึ่งแดด ตรงนี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอ จังหวัดมุกดาหารเรียกว่าอุทกภัยครั้งนี้ เป็นอุทกภัยที่ฉุกเฉิน เพราะมาเร็วไปเร็วแล้วก็รุนแรง หน่วยงานราชการตั้งหลักไม่ทัน ส่วนท้องถิ่นตั้งหลักไม่ทัน ไม่รู้จะเอาอย่างไรเอาอะไรก่อน ทุกวันนี้ก็เห็นสภาพข้าวเน่าเสีย ผลิตผลทางการเกษตร มันสำปะหลังเข้าไม่ได้ก็เน่า ก็อยากจะฝากไปถึงรัฐบาลวิงวอนว่า นโยบายการดูแลหลังน้ำลดไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง สะพานก็ดีช่วยเยียวยาให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีหนี้สินอยู่กับ ธ.ก.ส. วันนี้ ธ.ก.ส. โดยรัฐบาลต้องใจป้าแล้ว ต้องขยายวงเงิน ต้องขยายวงหนี้ ท่านอย่าไปคิดกับเกษตรกรเป็น เอ็มอาร์อาร์ (MRR) เวลาคิดดอกเบี้ย ต้องคิด เอ็มอาร์อาร์ (MRR) ลบ ๓ ท่านอย่าไปคิดลบ ๒ ลบ ๑ ไม่ได้ แล้วต้องปลอดดอกเบี้ยอย่างน้อย ๓ ปี พักหนี้ด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นอยู่ไม่ได้ สิ้นเนื้อประดาตัว สิ้นหวัง ถ้ารัฐไม่ดูแล รัฐก็เหมือนพ่อเหมือนแม่ ไม่ดูแลลูกแล้วจะดูแลใคร ฝากด้วย ขอบคุณมาก ท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป อีก ๓ ท่าน ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ท่านอนุรักษ์ จุรีมาศ ท่านสำลี รักสุทธี เชิญ ท่านปดิพัทธ์ครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ จังหวัดพิษณุโลกตอนนี้สถานการณ์น้ำดีขึ้นบ้างแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงค้าง อยู่ในใจของพี่น้องประชาชน ก็คือคำถามว่าถ้าพวกเขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์นี้อีก พวกเขาจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร ท่านประธานครับ พอเราเห็นรูปแบบของอุทกภัยที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการมองเห็นปัญหาต่าง ๆ ของประเทศตอนนี้มันเกิดรูปแบบซ้ำ ๆ รูปแบบซ้ำ ๆ ก็คือเมื่อรัฐบาลบริหารจัดการน้ำผิดพลาด น้ำท่วมรัฐบาลก็เยียวยา รัฐบาลก็รู้สึกดี เมื่อบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดคนจนมีมากขึ้นก็แจกบัตรคนจนมากขึ้น รัฐบาลก็รู้สึกดี แต่นี่คือความไม่ยุติธรรมท่านประธาน ความไม่ยุติธรรมนี้ก็คือว่าแทนที่งบประมาณ ที่เป็นภาษีของพี่น้องประชาชนจะถูกลงทุนใช้ในสิ่งที่ยั่งยืน แต่กลับถูกใช้ในสิ่งที่รู้ว่า จะต้องใช้แล้วใช้อีกและไม่มีประสิทธิภาพ แล้วสิ่งที่พี่น้องประชาชนตั้งคำถาม ก็คือ ความรับผิดชอบ วิสัยทัศน์และความสามารถของนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เรายังไม่เคยได้ยินคำขอโทษจากรัฐบาลที่บริหารจัดการน้ำผิดพลาด แต่กลับบอกให้พึ่งตัวเอง นายกรัฐมนตรีเพิ่งบอกชาวจังหวัดพิษณุโลกว่า ถ้าน้ำท่วมก็ให้ไปเลี้ยงปลาแทน ท่านประธานครับ ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่ตลก และเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้คำตอบว่า ทำไมถึงยังปล่อยให้สภาพแบบนี้เกิดขึ้น นี่คือความไม่ยุติธรรมที่ต้องปล่อยให้พี่น้องประชาชน ต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้ โดยที่รัฐบาลใช้งบประมาณที่เป็นภาษีของพวกเขาเอง มาแจกข้าว ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ช่วยที่ต้นตอของปัญหาเลย

ท่านประธานครับ ความไม่ยุติธรรมอย่างที่ ๒ ก็คือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชนที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ นั้นเขาไม่ได้รับการเสริมอำนาจ ไม่ได้รับการเสริมทรัพยากร ไม่ได้รับการเสริมงบประมาณในการที่พวกเขาจะต้องเผชิญ ภัยพิบัติในรอบหน้า ผมมีโอกาสได้พบกับกลุ่มภาคประชาชน นักวิชาการในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงรายนะครับ ที่พวกเขากำลังเตรียมตัวที่จะเผชิญกับภาวะหมอกควันพิษ ที่จะมาในต้นปีหน้า ซึ่งพวกเขารู้อยู่แล้วว่าจะมี แต่เรายังไม่เห็นการเตรียมการของรัฐบาลใด ๆ เกิดขึ้น ผมคุยกับนักประดิษฐ์ที่ต้องการสร้างเครื่องตรวจวัดควันพิษ พวกเขาต้องการ เงินแค่ไม่กี่แสนบาทเท่านั้นเองที่จะทำให้การแจ้งเตือนภัยดีขึ้น แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับ งบประมาณเหล่านี้ และเมื่อมองไปที่แหล่งงบประมาณต่าง ๆ ที่เป็นภาครัฐก็กลับไม่มี คำตอบท่านประธานครับ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยอำนาจของทาง กระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด คำถามของผมคือปีหน้าถ้ามีอุทกภัยอีก พวกเขาจะมีข้อมูลในการตัดสินใจดีขึ้นกว่านี้หรือไม่ ถ้าการแจ้งเตือนเป็นการแจ้งเตือน เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้านและต้องไปเอาเรือที่เก็บไว้ แล้วค่อยมาตั้งศูนย์อุทกภัย ผมคิดว่านี่คือ ความผิดพลาดของรัฐบาลนะครับ ผมไม่ได้มองว่าอุทกภัยที่มาถึงเรานั้นเป็นเหตุการณ์ ที่รัฐบาลจะมาตอบว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดขึ้นได้เมื่อไรและอย่างไร นี่ปี ๒๐๑๙ แล้วนะครับ เรามีเทคโนโลยีที่ดีขึ้น แต่คำถามที่เราต้องมาตั้งคำถาม คือแล้วทำไมเรายัง รับมืออุทกภัยแบบเดิมอยู่ นี่เป็นการสะท้อนนะครับว่าเราไม่มีสัดส่วนของงบประมาณ แผ่นดินที่มีการลงทุนในการวิจัย ลงทุนในการศึกษาหรือสร้างเทคโนโลยีขึ้นมา ประเทศ ที่ประสบอุทกภัยหรือปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ พวกเขาแข็งแรงขึ้นทุกครั้ง เช่น ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ในเมื่อพวกเขาตั้งใจที่จะอยู่กับภัยพิบัติเหล่านี้ และสร้างตัวให้เก่งขึ้น โดยเทคโนโลยีที่ดีขึ้น แต่ประเทศไทยของเรายังกลับแก้ปัญหาแบบเดิมอยู่ และผมคิดว่านี่คือ ความไม่ยุติธรรมที่ประชาชนจะต้องเผชิญกับชะตากรรมแบบนี้ ท่านประธานครับ ผมมาจาก จังหวัดพิษณุโลกและผมอยากจะยกตัวอย่างกรณีหนึ่งที่ทำให้เห็นความเหลื่อมล้ำ และความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นก็คือที่อำเภอบางระกำ อำเภอบางระกำเป็นพื้นที่ท่วมซ้ำซาก และเรามีบางระกำโมเดล (Model) ที่เป็นความภูมิใจเพราะเราชนะในปี ๒๕๖๑ ว่า เป็นการบริหารจัดการน้ำที่ดี แต่ท่านประธานครับเมื่อผมมีโอกาสได้ไปพูดคุยกับพี่น้อง ประชาชน พวกเขาไม่ได้มีความภูมิใจกับรางวัลนั้นสักเท่าไรนะครับ เพราะสิ่งที่พวกเขา ต้องแลกมาในการที่จะต้องอยู่กับน้ำท่วม ๓-๖ เดือนต่อปี พวกเขาต้องแลกมากับการที่ พวกเขาไม่เคยมีถนนที่ดีเลย การสร้างถนนในอำเภอบางระกำเป็นการสร้างที่รู้ว่า สร้างอย่างไรก็พัง เพราะว่าน้ำก็จะท่วมซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อมีการคิดแต่ว่าสร้างอย่างไรก็พัง ก็เลยไม่มีการสร้างถนนที่ดีพอ สูงเพียงพอที่จะพ้นระดับน้ำ ทั้งที่มันท่วมทุกปีนะครับ และไม่มีการที่จะวางท่อน้ำที่จะมีการระบายน้ำได้เพียงพอ ถ้ามีการท่วมที่มีระดับไม่มากนัก สภาพของพี่น้องประชาชนไม่ใช่แค่เฉพาะในปีนี้แต่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็คือเมื่อมีน้ำท่วม พวกเขาก็ยังต้องพายเรือออกไปส่งลูก พายเรือเอาคนป่วยไปส่งที่โรงพยาบาล พายเรือ ออกไปตลาด ท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครนะครับ แค่สัปดาห์เดียว ผมคิดว่ารัฐบาลแทบจะอยู่ไม่ได้แล้วนะครับ แต่นี่มันเกิดขึ้นกับคน ต่างจังหวัดซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เสียงของพวกเขาที่มองว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรมนั้น ที่พวกเขาจะต้องเป็นพื้นที่รับน้ำกลับไม่ได้รับการได้ยินและการแก้ปัญหา ท่านประธานครับ แล้วเมื่อน้ำลดท้องถิ่นก็ต้องซ่อมถนนอีก และงบประมาณที่จะซ่อมถนน ขุดลอกคูคลอง เป็นงบประมาณ ๒ ก้อนที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดว่ามีการคอร์รัปชันหรือไม่ นี่จึงเป็นสิ่งที่ พ่อแม่พี่น้องฝากคำถามมาว่า ตั้งใจจะให้เขาอยู่ในสภาพแบบนั้นเพื่อจะมีการซ่อมถนนต่อไป จริงหรือเปล่า

ท่านประธานครับ แล้วเมื่อเราดูความไม่ยุติธรรมอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เมื่อชาวบ้านอำเภอบางระกำจะต้องอุทิศพื้นที่กว่า ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ในการเป็นพื้นที่ ในการรับน้ำ พวกเขาได้รับการชดเชยเพียงพอหรือเปล่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นคำถาม ที่เกิดขึ้นกับอีกหลาย ๆ ที่นะครับ ชาวบ้านที่จะต้องอุทิศที่ในชุมชนของเขาเป็นบ่อขยะ พวกเขาได้รับการชดเชยคุ้มค่าหรือเปล่า พวกเขาที่อุทิศพื้นที่บ้านของเขาให้ตั้งโรงงาน อุตสาหกรรมได้เพื่อความเจริญของประเทศ จริง ๆ แล้วไม่ใช่พื้นที่ของพวกเขาเลย พวกเขา ต้องรับมลพิษไปทั้งหมดนั้น พวกเขาได้รับความยุติธรรมได้รับการชดเชยหรือเปล่า นี่เป็นคำถามสำคัญในเรื่อง อีอีซี (EEC) ด้วยนะครับ

ท่านประธานครับ การเยียวยา การรักษา ผมคิดว่าเราจะต้องหลุดพ้น จากเรื่องของความสงสารเมตตา เพราะเรื่องนี้คือความยุติธรรมที่คนไทยจะต้องได้รับ แต่ถ้าเกิดภัยพิบัติที่เกิดขึ้นมาจากการผิดพลาดของรัฐบาล มาจากการไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีการแก้ปัญหาในระยะกลางและระยะยาว ผมคิดว่าเราปล่อยให้ประชาชนคนไทย อยู่ในชะตากรรมที่น่าเศร้ามาก และไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะไปเยี่ยมกี่จุดกี่ที่ เราก็ยังไม่เคยเห็น ว่ารัฐบาลจะสามารถมีคำตอบที่ดีไปกว่านี้ได้ นอกไปจากการที่ให้พวกเราพึ่งพาตัวเอง ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๖๐ ถึง ปี ๒๕๖๑ นายกรัฐมนตรีก็มีโอกาสได้พูดถึง เรื่องของการส่งเสริมการประมงในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งเป็นที่มาของคำพูดที่ท่านไปแนะนำ ชาวจังหวัดพิษณุโลกที่อำเภอวังทอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวบ้านรับไม่ได้ เพราะที่จริงแล้ว ถ้าจะทำให้พื้นที่ท่วมเหล่านั้น ถ้าเรามองในแง่ดีว่าท่านนายกรัฐมนตรีพูดจริงนะครับ ก็คือพื้นที่เหล่านั้นจะต้องเป็นพื้นที่ประมงที่ไม่ได้ทำตามยถากรรม แต่จะต้องเป็นการประมง ที่ยั่งยืน เป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจใหม่ แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่มีคำตอบหรือไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ออกจากรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมจึงอยากสะท้อนว่าปัญหาน้ำท่วมที่เราพบเจอกันอยู่ และเราพูดอยู่ทุกวันนี้ ถ้าเรามองในมิติของแค่เป็นโชคชะตาที่ประเทศไทยเจอน้ำท่วม เราก็จะจบลงแค่การช่วยเหลือแบบครั้งคราว แต่ถ้าเรามองเรื่องนี้ว่านี่คือความเหลื่อมล้ำ นี่คือการไม่ยุติธรรม และเป็นการที่เรากำลังใช้งบประมาณของประเทศไปในทางที่สูญเปล่า ผมคิดว่าเราต้องทบทวนเรื่องนี้ใหม่ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านอนุรักษ์เชิญครับ

นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ร้อยเอ็ด 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม อนุรักษ์ จุรีมาศ พรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีนะครับ ซึ่งตอนนี้กำลังประสบชะตากรรม ส่วนหนึ่งก็คงจะเป็นน้ำไปจากจังหวัดผม จังหวัดร้อยเอ็ด ความจริงจังหวัดร้อยเอ็ดมีทั้ง ๒ ลำน้ำ มีทั้งแม่น้ำชี แม่น้ำมูล หลาย ๆ ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดทุกคนในภาคอีสานก็พูด เรื่องสาเหตุเกิดจากพายุ เกิดจากฝนตกที่มีปริมาณมาก แต่ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐบาลก็คือ หลังจากน้ำลดรัฐบาลจะเยียวยากันอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ระเบียบภัยพิบัติของกระทรวงการคลังที่ออกมา ผมได้เปิดดูครับ ออกมาประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้เองครับ แต่หลักเกณฑ์เงื่อนไขไม่มี ในบทเฉพาะกาลของระเบียบนี้ก็บอกว่า ให้ไปใช้ระเบียบเงินทดรองภัยพิบัติ ของกระทรวงการคลัง ปี ๒๕๕๖ แก้ไขปี ๒๕๕๙ อย่างกรณีข้าวโดนน้ำท่วม ก็ยังจ่ายเหมือนเดิมอยู่ ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้แก้ระเบียบ ออกหลักเกณฑ์ขึ้นมาตามระเบียบใหม่นะครับ ไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชนชาวอีสาน ก็จะเดือดร้อนเหมือนเดิม ผมก็ไม่ทราบว่าทำไมรัฐบาลไปออกระเบียบมา แต่หลักเกณฑ์ หลักการ เงื่อนไขต่าง ๆ ก็ยังใช้ปี ๒๕๕๖ อยู่เหมือนเดิม น่าจะแก้ไขในช่วงนี้นะครับ เพื่อพี่น้องประชาชนคนอีสาน ๑ ใน ๓ ของทั้งประเทศ สิ่งที่ได้มีผลตามมาอีกครับ ผมทราบว่า คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าเกิดน้ำลดแล้วภาคอีสานนี่ครับ น้ำมากก็ท่วม น้ำน้อยก็แล้ง น้ำเสียก็เหม็น มีอยู่ ๓ ข้อ เรื่องน้ำ ไม่มีเรื่องอื่น ต้นเดือนสิงหาคมท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่า แล้งให้จังหวัดละ ๒๐๐ ล้านบาท ส.ส. อีสานโดยเฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ด ผมนั่งคุยกันอยู่ฝนตกครับ รุ่งขึ้น น้ำท่วมเลยกำลังพูดภัยแล้งอยู่ดี ๆ ทีนี้พอน้ำลดไปแล้วจะฟื้นฟูอย่างไร ในเมื่อคณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบอกว่า จะไปขุดเก็บน้ำ ถ้าไม่เกิน ๒ ล้านคิวให้ท้องถิ่นเป็นคนทำ นั่นก็แสดงว่างบปี ๒๕๖๓ ต่อไปนี้ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำจะไปขุดอะไรไม่ได้นะครับ จะเป็นภารกิจถ่ายโอนลงไปท้องถิ่น ประเด็นปัญหาก็ถามว่าศักยภาพของท้องถิ่นทำได้ไหม ทุกวันนี้มีกี่ร้อยภารกิจ โอนแต่ภารกิจไป แต่เงินไม่ให้สักที ทุกคนก็บอกว่า เวลาจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม ทำอย่างไรเวลาฝนตกลงมา เราจะกัก เราจะเก็บน้ำไว้ในช่วงฤดูแล้ง ปีนี้ทุกคนก็เสียดายแต่มันมาเยอะเกินไป เราไม่มีที่กักที่เก็บ พอหลังน้ำลดเราจะเก็บขึ้นมาก็จะทำไม่ได้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณปีนี้ ก็ช้าไปอีกกว่าจะไปแล้วเสร็จก็ปีหน้า ประเด็นปัญหาที่ผมอยากจะถามว่าพอหลังน้ำลด เราจะใช้งบจากที่ไหน หน่วยงานไหนจะดำเนินการ โดยเฉพาะทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๓ จากบ้านไผ่เลียบไปแจ้งสนิท ผ่านจังหวัดร้อยเอ็ด เรียกว่าเทวาภิบาล ไปถึงจังหวัดอุบลราชธานีผ่านจังหวัดยโสธร กำลังทำ ๔ เลน นี่ละครับปัญหาเรื่องน้ำท่วม ทางรอดไม่ค่อยมี บายพาส (Bypass) จังหวัดร้อยเอ็ดก็มี โดยเฉพาะพี่น้อง ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ผมอยากจะกราบเรียนฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกรมชลประทาน ลำน้ำยังถึงแม้จะอยู่นอกเขตผม แต่เป็นพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ควรจะยกฐานะเป็นชลประทานขนาดกลาง ถ้าทำอยู่อย่างนี้ก็ท่วมอยู่อย่างนี้ เขตอำเภอเมือง ของจังหวัดร้อยเอ็ดของกระผม ท่านประธานที่เคารพครับ ลำห้วยเหนือ ประกาศเป็นทางน้ำ ชลประทานประเภท ๔ แต่ก็ขาดงบประมาณทำเป็นระบบ ผมมาดูแล้วว่าคณะกรรมการ การกระจายอำนาจจะเอาอำนาจให้ท้องถิ่น แต่เงินไม่ให้โอนให้ ปัญหาก็จะเป็นเหมือนเดิมอีก

ประเด็นสุดท้ายอยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี น้ำท่วม ที่จังหวัดร้อยเอ็ด คนที่เดือดร้อนมากที่สุดน่าเห็นใจที่สุดเขาไม่มีสิทธิจะพูดเลยก็คือนักโทษ ในเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ดนักโทษทั้งหมดมี ๓,๕๐๐ คน เป็นชายประมาณ ๓,๑๐๐ คน เป็นหญิง ๔๐๐ คน สถานที่กักขังเขา ๙ ไร่ครับ ตอนช่วงน้ำท่วม ๖๐๐ คน ต้องไปอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม ไปอยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่จังหวัดยโสธรเพิ่งจะเอากลับมา ก็ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลครับ งบประมาณก็ตั้งไปแล้วควรสนับสนุนย้ายเรือนจำ จังหวัดร้อยเอ็ดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสำลีเชิญครับ

นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่จากจังหวัดมหาสารคาม เกือบจะไม่ได้พูดแล้วจังหวัดมหาสารคาม ผมเองได้ไปลงพื้นที่ก่อนน้ำท่วมไปถ่ายคลิป (Clip) ถ่าย วิดีโอ (VDO) เพื่อให้แก้ปัญหาภัยแล้งหลายแห่งครับ ปรากฏว่าผมยังไม่ได้นำเสนอ ทางสภาเลยนะครับ คือนำเสนอไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือยังไม่ได้นำเสนอปรากฏว่า น้ำท่วมมาก่อนเลยครับ สิ่งที่ผมได้ไปทำไปถ่ายคลิป (Clip) ถ่าย วิดีโอ (VDO) ไว้ ยังไม่ได้เสนอ ผมก็เลยให้เจ้าหน้าที่ ขอโทษที่เอ่ยนาม คือคุณไฝ เป็นคนที่เก่งมากเลย ผมยื่นให้ท่านก็รีบทันทีเลย เดี๋ยว ๆ ผมจะไปเสนอให้ทันที เขาเป็นคนที่เก่งมากครับ ประมาณ ๑๐ แห่งนะครับ ผมให้คุณไฝนำเสนอโดยไม่ต้องมาเสนอที่ตรงนี้ ให้ท่านเซ็น แล้วก็นำสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะมันหมดเวลาที่จะมาเสนอ หน้าแล้งแล้วนะครับ ปรากฏว่าหมู่บ้านที่ผมไปตามริมแม่น้ำชีนั้น เขารู้แล้วว่าเขาจะต้องโดนน้ำท่วมมันมีทุกปี ไม่เหมือนกับที่อื่น ตรงริมแม่น้ำชีเขาขอผมอย่างเดียวครับ ท่านไปดูคลิป (Clip) ได้นะครับ เพราะว่าผมทำเป็น วิดีโอ (VDO) รู้ทั่วโลก เขาขอว่าให้ปลดล็อก (Lock) คำสั่งของ นายกรัฐมนตรี นั่นก็คือให้เขาทำนาปรังครับ หมู่บ้านเหล่านี้เขารู้แล้วว่าน้ำจะต้องท่วม น้ำท่วมมี ๒ ลักษณะ ที่เห็นทั้งหลายที่เดือดร้อนก็คือน้ำไม่ค่อยท่วม แต่มาท่วมแรง เขาก็เลยเสียหายหนัก ส่วนตามริมแม่น้ำชีเขาพร้อมอยู่แล้วครับ น้ำท่วมเขาไม่กลัวครับ เพราะว่าท่วมกันอยู่ทุกปี ที่เขากลัวมากที่สุดก็คือกลัวไม่ได้ทำนาปรัง ฝากเรื่องนี้ไปหาท่าน นายกรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านทำไมไม่ให้ชาวนาเขาทำนา ผมไปเจอพี่น้องเขาน้ำตาไหลนะครับ ปีที่แล้วคำสั่งนายกรัฐมนตรีไม่ให้ทำนาปรังครับ ทั้ง ๆ ที่เขาทำมาตลอดครับ แล้วก็เขาท่วมมาตลอด พี่น้องชาวจังหวัดมหาสารคาม จากอำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย อำเภอเมือง แล้วก็ไล่ไปถึงจังหวัดร้อยเอ็ดนะครับ อำเภอกันทรวิชัย อำเภอเมือง อำเภอโกสุมพิสัย ตามลำน้ำชี เขาต้องทำนาปรังครับ ถ้าเขา ไม่ทำ เขาก็เสียหายเดือดร้อนมาก เขาต้องไปหาซื้อข้าวกิน เพราะอย่างไรก็ไม่ได้อยู่แล้ว อันนี้คือปัญหาที่ไม่เหมือนใครครับ ผมได้รับคำร้องเรียนนี้มาตั้งแต่ช่วงแล้งแล้ว ผมไปหาเขา เขาบอกว่าอย่างไรมันก็ท่วมอยู่แล้ว ข้าวเขียวเต็มเลยนะครับ แต่ว่าเขาบอกว่าเขาไม่หวัง ที่เขียว ๆ เขาหวังนาปรังครับ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีปลดล็อก (Lock) คำสั่งนี้ครับ เพราะว่าคำสั่งนี้ยังอยู่ครับ เขาต้องการทำนาปรังแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๓ ท่าน ท่านกิตติ์ธัญญา วาจาดี ท่านไกลก้อง แล้วก็ท่านบัลลังก์นะครับ

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอวารินชำราบ อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ให้ความห่วงใย ให้ความใส่ใจ กับภัยพิบัติน้ำท่วมของจังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะในเขตอำเภอวารินชำราบ วันนี้ดิฉัน ในฐานะเจ้าของพื้นที่ประชาชนเริ่มขนย้ายทรัพย์สินและของใช้ในครัวเรือนตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายนจนถึงวันนี้ ยังมีการอพยพอยู่เรื่อย ๆ แล้วเกือบ ๑๖ ตำบลของอำเภอวารินชำราบ มีน้ำท่วมและทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันขอขอบคุณในน้ำใจของทุก ๆ หน่วยงาน ไม่ว่าท่านจะมอบเป็นสิ่งของ ถุงยังชีพ อาหาร เป็นแรงกายแรงใจ เป็นคำที่แสดง ถึงความห่วงใยนั้น ดิฉันขอใช้โอกาสนี้เป็นตัวแทนของชาวจังหวัดอุบลราชธานี กราบขอบพระคุณทุกท่านค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้า พรรคเพื่อไทย ท่านเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเพื่อไทยทุกท่านที่ระดมสรรพกำลัง ระดมสิ่งของเพื่อจะมาช่วยภัยน้ำท่วม ในจังหวัดอุบลราชธานี ดิฉันใช้โอกาสนี้ขอบคุณท่านนายอำเภอธนาคม กองเพียร นายอำเภอวารินชำราบ ที่เสียสละทั้งแรงกายแรงใจ ช่วยเหลือประชาชนและได้สั่งการ ในพื้นที่อย่างรอบคอบ ดิฉันขอบคุณนายกองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกท่าน มูลนิธิขออนุญาตเอ่ยนามในบางส่วนนะคะ มูลนิธิสว่างบูชาธรรมสถาน มูลนิธิจี้กง มูลนิธิจีตัมเกาะ ขอบคุณเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า ขอบคุณจิตอาสาทุกท่านที่คอยบริการรถรับส่ง ถนนหนทางที่จะเชื่อมระหว่างตัวเมืองอำเภอวารินชำราบและเมืองอุบลราชธานี ตัดขาดค่ะ มีทั้งหมด ๔ เส้นทางที่จะเดินทางได้ ณ ตอนนี้เหลือเพียงเส้นทางเดียว ขออนุญาตฝ่ายโสต ดิฉันมีคลิป (Clip) วิดีโอ (VDO) แล้วก็มีรูปนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ตามคลิป (Clip) ที่ท่านเห็น นี่คือเส้นทางหลักของจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอเมืองที่จะเชื่อมไปยังอำเภอวารินชำราบ ตอนนี้จมบาดาลทุกพื้นที่ ท่านคะ วันนี้น้ำใจคนไทย ดิฉันขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งในส่วนของผู้บัญชาการมณฑล ทหารบกที่ ๒๒ จังหวัดอุบลราชธานี ที่ท่านส่งหน่วยทหารเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในการขนย้ายสิ่งของ ในการซ่อมแซมบ้านเรือน แล้วก็รถ จีเอ็มซี (GMC) ที่ท่านใช้บริการ ประชาชน ท่านคะ อำเภอวารินชำราบมี ๒ โรงพยาบาล แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น ทำให้กำลังของพยาบาล คุณหมอนั้นลดน้อยลง ดิฉันขอบคุณในการทำงานอย่างเต็มที่ ของโรงพยาบาลวารินชำราบและโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ดิฉันมีเรื่องอยากจะ เสนอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีการจัดระบบ การเตือนภัยและระบบคาดการณ์ที่แม่นยำ ทันสมัย มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับรู้ เพื่อจะมีการเตรียมการและป้องกันในการอพยพประชาชนอย่างทันท่วงที ท่านประธานคะ ในเรื่องของการเยียวยา การฟื้นฟูจากรัฐบาลค่ะ ขอให้เป็นไปอย่างจริงจัง รวดเร็ว และยั่งยืน กลับมาซ่อมแซมพื้นที่ถนนที่ถูกน้ำท่วมหลังจากน้ำลดอย่างเร่งด่วนค่ะท่านประธาน จังหวัดอุบลราชธานีมีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย มีคลอง มีห้วยฝายเยอะมากค่ะ ในหน้าแล้ง หลังจากน้ำลดแล้ว ดิฉันอยากเสนอโครงการที่เกี่ยวกับการขุดลอกห้วยฝาย ลำน้ำต่าง ๆ ให้เพิ่มขึ้น เพื่อจะรองรับในหน้าฝนในปีต่อไปจะทำให้มีการรองรับน้ำในพื้นที่ของประชาชน และขอเสนอในเรื่องของให้ทางรัฐบาลสนับสนุนในเรื่องของพื้นที่ ๑ พื้นที่ในการทำไร่นา ขุดเพื่อจะกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอฝากเรื่องนี้ผ่านไปยังรัฐบาล ในการช่วยทำให้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งให้ยั่งยืน วันนี้เสียงของสาววารินได้ดัง สาววารินไม่ท้อแท้แล้วต่อไป ขอบคุณท่านประธานสภาที่วันนี้ทำให้เสียงของชาววารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้คนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ว่าเราอยู่อย่างยากลำบากเพียงใด เราจะไม่ท้อ ขอแค่รัฐบาลช่วยสนับสนุน กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ มากครับ ต่อไปท่านไกลก้องครับ

นายไกลก้อง ไวทยการ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไกลก้อง ไวทยการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณครับท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตตินี้เป็นญัตติด่วน ผมเองมีประสบการณ์ในการทำงานเรื่องการจัดการภัยพิบัติทั้งกับภาครัฐและภาค ประชาสังคม ซึ่งผมเองอยากจะแบ่งปันประสบการณ์นี้กับสภาแห่งนี้นะครับ โดยปกติแล้ว การจัดการภัยพิบัติก็จะมีทั้งเรื่องของการจัดการทั้งก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย แล้วก็ หลังเกิดภัย ในภาวะที่เป็นภาวะที่เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือไคลเมตเชนจ์ (Climate change) นะครับ ก็คงจะต้องมีภัยพิบัติแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นพายุหรือว่าจะเป็น ภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างถี่ขึ้น แล้วก็ความรุนแรงก็จะมากขึ้น ทั้งนี้ สิ่งที่ดีที่สุด ก็คือการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ มิเช่นนั้นเราก็จะต้องมาพูดกันถึง เรื่องของการช่วยเหลือเยียวยา แล้วก็มีญัตติด่วนอย่างนี้อยู่เป็นประจำเสมอ ๆ ซึ่งการช่วยเหลือเยียวยาแต่ละครั้งก็ใช้งบประมาณเป็นจำนวนมหาศาล ทั้งนี้ผมก็อยากจะ เสนอกับรัฐบาลว่า แทนที่เราจะใช้งบประมาณกับการช่วยเหลือเยียวยาที่มีเป็นประจำ อย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว เรามาลงทุนกับเรื่องของการเตือนภัยพิบัติ หรือว่าการจัดการ ระบบสารสนเทศ เพื่อป้องกันภัยพิบัติ น่าจะเป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากกว่า วันนี้ พื้นที่ภาคเหนือ ตลอดจนพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้รับการติดตั้งระบบโทรมาตรหรือว่าระบบที่ เรียกว่าเซ็นเซอร์ (Sensor) วัดระดับน้ำตลอดลุ่มน้ำ แล้วก็มี ซีซีทีวี (CCTV) สามารถที่จะดู ระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้นะครับ ภาคใต้เองที่หาดใหญ่หลังจากเกิดอุทกภัยใหญ่ เมื่อปี ๒๕๕๓ เขาปรับปรุงลงทุนในระบบการเตือนภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรมาตรหรือ ซีซีทีวี (CCTV) ที่จะดูระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาได้ แต่พอกลับมาดูที่ภาคอีสานในปัจจุบัน เมื่อปี ๒๕๖๐ ก็คือเกิดเหตุอ่างเก็บน้ำพัง ที่จังหวัดสกลนคร น้ำท่วมจังหวัดสกลนครนะครับ มาปีนี้เราก็เจอพายุโพดุล แล้วก็พายุคาจิกิ ที่จะทำให้น้ำท่วมในพื้นที่อีสานลงมาถึงอีสานใต้ จังหวัดอุบลราชธานี พอไปดูถึงเรื่องของ ระบบโทรมาตรหรือว่าระบบ ซีซีทีวี (CCTV) ที่จะดูระดับน้ำวัดระดับน้ำ ซึ่งจะเป็นผลในการ ประเมินสถานการณ์ก่อนเกิดภัย ก็จะเห็นว่ามีน้อยกว่าทางภาคเหนือและภาคใต้ ดังนั้นก็อยากจะเสนอรัฐบาลเพิ่มเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรมาตร หรือว่า ซีซีทีวี (CCTV) ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคอีสานให้มากขึ้นเพื่อจะสร้างประสิทธิภาพ ในการเตือนภัยที่ดีขึ้น หลังปี ๒๕๕๔ รัฐบาลสมัยนั้นก็มีแผนการจัดการน้ำที่เรียกว่า เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) แต่พอหลังจากเกิดรัฐประหาร เรื่องของเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ในการจัดการน้ำก็ถูกยกเลิกไป ก็ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรนะครับ แต่ว่าก็ยังพูดกัน ถึงเรื่องของการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศน้ำ จริง ๆ แล้ววันนี้เวลาเราจะดูข้อมูลน้ำ เราต้องดูทั้งจากกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศ การจัดการทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จิสด้า (GISTDA) หรือว่าสถาบันภูมิสารสนเทศและอวกาศ ซึ่งเท่ากับว่าเวลาเราจะเปิดดูข้อมูล สมมุติ เราเปิดคอมพิวเตอร์เราต้องเปิดถึง ๖ หน้าจอด้วยกันถึงจะประเมินสถานการณ์ได้นะครับ แทนที่จะทำให้ข้อมูลนี้เข้าใจง่าย แล้วก็ประชาชนตัดสินใจง่าย เรื่องที่แนะนำก็คือหน่วยงาน เหล่านี้ทำข้อมูลเป็นระบบเปิดหรือเรียกว่า โอเพน ดาตา (Open Data) ที่จะทำให้นักพัฒนา หรือว่าคนที่ออกแบบข้อมูล ทำข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้าใจง่ายและตัดสินใจได้ทันที เมื่อมีภัยมา อันนี้ก็เป็นข้อเสนอไว้นะครับ

กลับมาที่ในส่วนของประชาชน ความช่วยเหลือที่ต้องการเบอร์ฮอตไลน์ (Hotline) สายด่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ผมไม่แน่ใจว่าภาครัฐแล้วก็สื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเข้าถึงทั่วถึงหรือเปล่านะครับ หากประชาชนมีเบอร์กลางสัก ๑ เบอร์ที่สามารถ โทรไปขอความช่วยเหลือได้ หน่วยงานภาครัฐก็จะได้รับข้อมูลข่าวสารในเรื่องของ ความช่วยเหลือ แล้วก็จะประเมินได้ว่าจะจัดการความช่วยเหลือนั้นเข้าไปสู่ในพื้นที่อย่างไร ส่วนเมืองใหญ่อย่างเมื่อวานนี้ระบบโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทวิตเตอร์ (Twitter) ก็มีแฮชแท็ก เซฟอุบล (Hashtag Saveubon) เป็นแฮชแท็ก (Hashtag) อันดับ ๑ ก็ทำให้ การกระจายข่าวสารสำหรับคนที่ติดตามแฮชแท็ก (Hashtag) นั้นทราบสถานการณ์ได้ อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่ระบบสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เสาส่งสัญญาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทาง กสทช. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงบริษัทผู้ให้บริการ โทรศัพท์มือถือต่าง ๆ ก็ต้องเข้าไปดูแล เพื่อรับประกันว่าระบบส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ จะใช้งานได้ เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนจะได้ประสานงานติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ ท่านประธานครับ นอกนั้นในพื้นที่ไม่ว่าจังหวัดไหน ผมก็อยากสนับสนุนให้ทำแผนที่ พื้นที่เสี่ยงรับมือภัยพิบัติเพื่อการวางแผนในอนาคตได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ ถนน ที่อยู่อาศัย หรือว่าแหล่งอุตสาหกรรม แหล่งธุรกิจ จะได้วางแผนว่าพื้นที่ไหน เป็นพื้นที่เสี่ยงจะได้มีระบบป้องกัน หรือว่าวางแผนได้ว่าจะไม่ไปทำพื้นที่ที่เป็นธุรกิจ หรือที่อยู่อาศัยที่จะเกิดความเสียหายในพื้นที่นั้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็จะต้องรีบจัดการ เพราะว่า ในอนาคตเราก็จะเจอปัญหาอย่างนี้เรื่อย ๆ นะครับ

สุดท้ายผมก็อยากจะให้กำลังใจผู้ที่ประสบภัยในพื้นที่อุทกภัยครั้งนี้ผ่านพ้น ไปได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็มีการฟื้นฟูในพื้นที่อย่างรวดเร็วนะครับ เรื่องของการป้องกันสาธารณภัย การป้องกันภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องของฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียวนะครับ ภาคประชาชนเองต้องมี บทบาท เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดไปถึงเรื่องของการกระจายอำนาจแล้วนะครับ รัฐสภาเอง มีคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คงจะต้องทำงานหนักเพื่อที่จะวางแผน แล้วก็ดูว่ากระบวนการนิติบัญญัติจะแก้ไขปัญหาภัยพิบัติเหล่านี้อย่างยั่งยืนได้อย่างไร ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบัลลังก์ครับ

นายบัลลังก์ อรรณนพพร ขอนแก่น 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เขต ๑๐ ประกอบไปด้วยอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอพระยืน วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณสภาแห่งนี้นะครับที่สมาชิกทุกท่านรวมใจกัน ยื่นญัตติด่วนเรื่องน้ำท่วมขึ้นมา ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องน้ำท่วมของเขตอำเภอบ้านไผ่ พิษจากพายุโพดุล ผมขอเท้าความไป เพราะว่าช่วงนี้น้ำได้ลดแล้ว แต่ปัญหาหลังจากน้ำลดนี้ ยังมีเยอะ ในวันที่ ๒๙ สิงหาคมที่ผ่านมา ฝนได้ตกลงมา ปริมาณน้ำฝนนี้อยู่ประมาณ ๓๑๑ ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ ๓๐ ฝนก็ได้ตกซ้ำลงมาติดต่อกันปริมาณน้ำประมาณ ๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ๒ วันนี้ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ๕๑๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้เกิด มวลน้ำประมาณ ๙๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้ไหลเข้ามารวมกันที่ลำน้ำห้วยจิก อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง โดยระยะเวลาประมาณวันที่ ๓๑ ประมาณ ๐๒.๐๐ นาฬิกา น้ำได้ท่วมประมาณ ๑๐ เซนติเมตร ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาผ่านไปไม่ถึง ๑๐ นาที น้ำได้ขึ้นถึง ๑.๕๐ เมตร ทำให้ประชาชนหนีไม่ทัน ได้ช่วยกัน บอกว่าให้ขนของหนี แต่ของทุกสิ่งทุกอย่าง รถ สิ่งของเครื่องใช้ในบ้านเรือนไม่ได้ขนย้าย แม้แต่อย่างเดียว อันนี้เป็นความโหดร้าย ตั้งแต่อำเภอบ้านไผ่เป็นอำเภอมาเพิ่งมีน้ำท่วม ครั้งแรก โดยประชาชนที่รับราชการบอกว่า ตั้งแต่เป็นเด็กรับราชการจนเกษียณอายุราชการ เพิ่งเห็นน้ำท่วมครั้งนี้เป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเสียหายมากที่สุด โดยเฉพาะน้ำท่วมครั้งนี้ ท่านประธานครับ ทำให้เกิดความเสียหายในเขตเทศบาลอำเภอบ้านไผ่ จำนวน ๒๓ ชุมชน ๑,๗๙๗ ครัวเรือน มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเขตเทศบาล ๕,๙๔๖ คน ท่านประธานที่เคารพครับ น้ำมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีโอกาสที่จะขนของในบ้านเรือน ข้าวของเครื่องใช้ แม้แต่รถยนต์ก็ไม่ได้ย้ายออก ถูกน้ำท่วมมิดหลังคาเป็นจำนวน หลายสิบคัน พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกข์ยากอย่างมาก เพราะไม่มีใครที่จะ ทราบว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น เพราะว่าการเตือนภัยก็ไม่มี เพราะว่าไม่มีการรองรับ ในการที่จะเกิดวิกฤตภัยน้ำท่วมอย่างนี้มาก่อน โดยเฉพาะลำน้ำห้วยจิกตัวนี้ไม่ได้รับ การขุดลอกแก้ไขมาเป็นระยะเวลา ๑๐ กว่าปี แล้วมีการรุกล้ำของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีบ้านอยู่ เข้าไปตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนนับพันครัวเรือน ซึ่งไม่ได้รับการแก้ไขจากทางภาคราชการ ในจุดนี้ ท่านประธานที่เคารพ ในการเกิดน้ำท่วมครั้งนี้การแก้ไข มันแก้ไขได้เพราะว่า ลำห้วยจิกนี้มีลำห้วยสาขา แล้วก็มีลำห้วยสาขาที่จะเก็บกักน้ำได้ แต่ไม่ได้รับการขุดลอกมา หลายสิบปี โดยเฉพาะลำห้วยทรายรับน้ำได้แค่ ๑๑ ล้านลูกบาศก์เมตร และลำห้วยต่าง ๆ ลำห้วยบริวารของลำห้วยจิกนี้ก็รับน้ำได้ไม่เกิน ๒.๓ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะน้ำ ที่จะไหลลงต่อแก่งละว้า แก่งละว้า อำเภอบ้านไผ่ ท่านก็คงจะทราบข่าวว่าก่อนที่พายุโพดุล จะเข้าก็มีข่าวว่าแก่งละว้าน้ำจะแห้งแล้ว ถ้าน้ำแห้งในแก่งละว้านี้พี่น้องประชาชน ในเขตอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด อำเภอชนบท และอำเภอโนนสะดา ก็ได้รับความเดือดร้อนเพราะว่าเป็นแหล่งผลิตน้ำประปา แก่งละว้านี้ก็รับน้ำได้ ๔๓ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มวลน้ำทั้งหมด ๙๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่ได้รับการระบาย น้ำไม่โฟลว์ (Flow) ต่อลง แก่งละว้า เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ในการแก้ไขน้ำท่วมอำเภอบ้านไผ่ครั้งนี้ ผมก็ขอขอบคุณสมาชิกที่เป็นห่วงอำเภอบ้านไผ่ ได้อภิปรายว่าเกิดน้ำท่วมในจังหวัดขอนแก่น ก็ถือว่าจากวงเสวนานะครับ ได้มีวงเสวนาของไทยพีบีเอสได้ไปเปิดวงเสวนาที่อำเภอบ้านไผ่ เราก็ได้สรุปในการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้นะครับ เราแบ่งเป็น ๓ ระยะ

ระยะแรก ก็ต้องเยียวยาแก้ไขปัญหาพี่น้องผู้ประสบภัย ๕,๐๐๐ กว่าราย ในครั้งนี้ โดยเฉพาะขอขอบคุณทางโรงพยาบาลบ้านไผ่ที่ส่งบุคลากรทางการแพทย์ ออกไปดูแลพี่น้องผู้ประสบภัยในเขตอำเภอบ้านไผ่ แล้วก็ได้สรุปผลออกมาว่า หลังจากที่ คณะบุคลากรทางการแพทย์ลงไปพื้นที่แล้ว ปรากฏว่ามีประชาชนที่ประสบภัยเสี่ยงต่อเป็น โรคซึมเศร้าหลายร้อยคน เพราะว่าได้สูญเสียสิ่งของ ข้าวของเครื่องใช้ หมดเนื้อหมดตัว โดยเฉพาะบ้านที่ถูกพัดไปทั้งหลังอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าหลังคาเรือน พอสอบถามไปถึง ปภ. จังหวัดขอนแก่นบอกว่า ทางรัฐบาลจะมีเงินมาชดใช้แค่หลังคาเรือนที่พัดไปทั้งหลัง แค่ ๓๓,๐๐๐ บาท ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เงินตัวนี้ตั้งออกมาได้อย่างไร อันนี้เป็นออกจาก ปภ. จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานครับ การเยียวยาก็ต้องเยียวยาให้ ถูกจุด หลังจากน้ำลดลงแล้วตอนนี้ข้าวของเครื่องใช้ที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ได้รวมน้ำใจสู่อำเภอบ้านไผ่ ตอนนี้มันเหลือใช้แล้วนะครับ ถุงยังชีพ ข้าวของเครื่องใช้ แต่ที่ชาวบ้านต้องการวันนี้ถูกจุดคือการซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎร โดยเฉพาะวัสดุอุปกรณ์ ก่อสร้าง ตอนนี้ประชาชนบางรายไม่มีที่นอนครับ ท่านประธานครับ

ระยะที่ ๒ ที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอำเภอบ้านไผ่ ก็คือการขุดลอกลำห้วยจิก แล้วก็ทำแก้มลิงของแก่งละว้า แล้วก็ลำห้วยทราย ขุดลอกที่จะรับน้ำที่จะมาในอนาคต ข้างหน้า ซึ่งคิดว่าเกิดขึ้นอีกแน่นอน

ส่วนระยะที่ ๓ ท่านประธานขออนุญาตต่อเวลา เพราะว่าระยะที่ ๓ นี้ หลังจากที่เรามีแก้มลิงของแก่งละว้า ๑๗,๔๐๐ ไร่แล้ว เราสามารถที่จะทำอุโมงค์น้ำ เชื่อมกับแม่น้ำชีได้ จะแก้ปัญหาทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม ก็ขอฝากท่านประธานไปถึง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้อำเภอบ้านไผ่ในครั้งนี้ด้วย แล้วในฐานะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่ ก็ขอขอบพระคุณพี่น้องทั้งประเทศ ที่มีน้ำใจหลั่งไหลเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยอำเภอบ้านไผ่ โดยเฉพาะอำเภอบ้านไผ่ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงยิ่งจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ที่พระราชทานโรงครัวไปทำกับข้าวอาหารให้กับพี่น้องประชาชนนับ ๔,๐๐๐ ราย ๕,๐๐๐ ราย ได้รับประทานอาหารอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แล้วก็ขอขอบคุณองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิต่าง ๆ ที่ร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องชาวอำเภอบ้านไผ่โดยดีมาโดยตลอด ขอกราบ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอสมควรแล้วนะครับ เพราะว่าครบทุกประเด็นทุกมิติแล้วนะครับ ท่านนิยมเอาสั้น ๆ ก็แล้วกันครับ นิดเดียวครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ญัตติด่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมากที่สุดครับ ที่เสนอให้สภาพิจารณาแก้ปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะภาคอีสาน ๔-๕ จังหวัด จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นน้ำท่วม ที่ถล่มทลายจริง ๆ ปัญหานี้ที่จังหวัดสกลนครเมื่อปี ๒๕๖๐ ท่วมแบบถล่มทลาย ชั่วโมงเดียว ท่วมครึ่งเมืองทั้งเมืองสกลนคร ผมเห็นใจมาก แต่ของจังหวัดสกลนครปีนี้ท่วมน้อยกว่า ทุกปีที่ผ่านมา แต่ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาล ไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าจังหวัดสกลนครท่วมน้อย แต่พายุพัดแล้วถล่มทลาย บ้านในหลายอำเภอ ทั้งอำเภอกุสุมาลย์ อำเภอโคกศรีสุพรรณ ทั้งอำเภอเต่างอย ทั้งอำเภอเมืองบางส่วน ไปอำเภอโพนนาแก้ว ๒๐๐ กว่าหลัง แล้วการที่พายุพัดถล่มทลายแบบนี้ แม้มันจะไม่ได้ส่วนของอุทกภัยก็ตาม การช่วยเหลือ ของภาครัฐน้อยมาก แบบที่ท่าน ส.ส. จังหวัดขอนแก่นพูด มันติดระเบียบทุกอัน พัดทั้งหลัง ยกไป แต่ภาคราชการมาช่วยซื้อไม้ซื้ออะไรให้นิด ๆ หน่อย ๆ อันนี้เป็นปัญหาต้อง กราบเรียนท่านประธานสภา เพื่อบอกไปรัฐบาลว่าบางครั้งระเบียบต้องไปดูในข้อเท็จจริง ในท้องถิ่นจึงทำไม่ได้ จังหวัดสกลนครที่ท่วมก็ท่วมเป็นนิจสินแล้วท่านประธานครับ คือหมู่บ้านที่อยู่ในโซน (Zone) ของติดลำน้ำก่ำ ปัญหานี้เมื่อไรจะแก้ได้ ท่วมมาหลายสิบปี แบบนี้ครับท่านประธาน คือคูน้ำก่ำขาด น้ำก่ำคือลำน้ำสายใหญ่จากแม่น้ำหนองหาร ลงไปสู่แม่น้ำโขง ฝากด้วยว่าถ้าแก้ปัญหาแบบนี้ พอท่วมก็เอาถุงไปวาง วาง วางข้าง มันแก้ ไม่ได้ท่านประธาน ลำน้ำก่ำเป็นลำน้ำสายเลือดใหญ่เส้นหนึ่ง ท่านต้องทำคูให้มาตรฐานกว่านี้ ไม่ใช่พอทุกปีก็ขาดทุกปี ที่ขาดปีนี้ที่ท่วม ความจริงถ้าคันคูไม่ขาด ไม่ท่วมแบบนี้ท่านประธาน อันนี้บ่าท่วมหมดทั้งบ้าน ทั้งอะไร เพราะว่าคูน้ำก่ำมันขาด พอขาดมันก็ไหลบ่ามาท่วม ฝากรัฐบาลว่าต่อไปนี้อย่าคิดแต่เอาถุงไปกั้น ทำคูน้ำก่ำให้มาตรฐานถาวร รถวิ่งได้ ผมประกันว่าไม่ท่วม แล้วทำลำน้ำก่ำให้มันกว้างกว่านี้ครับ ทำประตูอะไรก็แล้วแต่ แต่ทำให้ มันกว้างกว่านี้ อย่าไปทำหน้าฝน มันมองไม่เห็น พอมองไม่เห็นผู้รับเหมาก็ทำก๊อก ๆ แก๊ก ๆ แล้วก็เลิกไป อันนี้ฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกรมชลประทาน เป็นแม่บทอยู่ ที่สำคัญเงินที่โอนไปช่วยเหลือ ผมยังไม่ทราบว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทำได้ขนาดไหน เห็นว่าสำนักงบประมาณโอนไป ๒๐๐ ล้านบาท ทำอะไรให้เขาหรือยัง อันนี้ ฝากถึงกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ผมเองยังไม่เห็น งานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากแจกถุงยังชีพ แล้วก็เอาถุงปูนไปกั้น ไปกั้นรอด ปีหน้าท่วม อีกครับท่านประธานบ้านผม โดยเฉพาะหมู่บ้านทุกหมู่บ้านริมน้ำก่ำท่วมทุกปี อย่าแก้ปัญหา โดยการเอาถุงยังชีพไปแจก มันช่วยได้ระดับหนึ่ง ขอฝากเป็นเรื่องใหญ่คือลำน้ำก่ำ เป็นลำน้ำสายเลือดระหว่างจังหวัดสกลนครกับจังหวัดนครพนม ฝากให้ท่านไปว่า ทำให้มันแข็งแรง อย่าเอาแค่ดินมาปะ ปะ ปะ เดี๋ยวมันก็พังอีก ทำให้เป็นถนนเลย ท่านประธานครับ ลาดยางเป็นถนน ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ จะปิดอภิปรายนะครับ ท่านจะใช้สิทธิสรุปใช่หรือไม่ครับ เอาสั้น ๆ ก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าครอบคลุมหมดแล้วครับ เชิญครับ

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเจ้าของ ญัตตินะครับ กระผมขอใช้เวลาไม่นานในการสรุปญัตติ ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ได้รับฟังเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทุกคนได้ให้ความสำคัญ ในการดูแลเรื่องน้ำท่วมครั้งนี้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย แล้วก็ร่วมไม้ร่วมมือกันไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ ก็เป็นที่ทราบกันว่าน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้คนเสียชีวิตไปทั้งหมด ๓๗ คน กระผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าวันที่ ๑๓ คือวันนี้ขณะที่กระผมกำลังพูดอยู่นี้ เป็นวันซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี เตรียมตัวอพยพหนีมวลน้ำใหญ่ซึ่งจะไหลมา จังหวัดอุบลราชธานีเป็นที่รองรับน้ำจากแม่น้ำชี ลำเซบก ลำเซบาย แล้วก็ลำมูลตอนบน มารวมกันที่จังหวัดอุบลราชธานีวันนี้ครับ และกำลัง จะเคลื่อนตัวลงไปแม่น้ำโขง แต่เพราะเหตุว่าแม่น้ำโขงนั้นขณะนี้ระดับน้ำสูงกว่า แม่น้ำมูลครับ ทำให้น้ำมันไหลช้า ทางการต้องใช้เครื่องขับเคลื่อนดันน้ำออกไปทั้งหมด ๑๖๐ เครื่องแล้ว กระผมอยากจะสรุปว่าในระหว่างนี้การเยียวยานั้น ผมก็อยากจะเรียนให้ทราบว่าในระหว่าง น้ำท่วมนี้ อยากให้ทางหน่วยราชการในจังหวัดอุบลราชธานีหรือจังหวัดอื่น ซึ่งน้ำยังท่วม อยู่นั้นได้ลงไปช่วยพี่น้องประชาชน ถุงยังชีพนั้นยังเป็นความจำเป็นนะครับ อย่างที่ผมเรียน ให้ทราบเบื้องต้นว่ามีหลายแห่งยังไม่ได้รับหรือรับแล้วก็หมดไปแล้ว แต่บางแห่งมีมากมาย เหลือเกินอย่างนี้เป็นต้น อยากจะให้เอาไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถุงยังชีพนั้นต้องมีข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำนี้สำคัญมากที่สุดครับ น้ำดื่มนี้สำคัญมากที่สุด แล้วก็ยาแก้น้ำกัดเท้า อันนี้ต้องมีนะครับ เรียนว่าต้องให้ทางราชการลงไปดูแลให้มันทั่วถึง พี่น้องจะได้รับการดูแล แล้วก็การเยียวยา ทีนี้หลังน้ำท่วมนี้กระผมอยากจะฝากรัฐบาลว่าเท่าที่ได้ฟัง เพื่อน ๆ ได้อภิปรายทั้งหมดว่าหลังน้ำท่วมนั้นรัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแล ในภาพรวมคือ ด้านสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นถนน ไม่ว่าจะเป็นสะพาน ที่ว่าขาดเป็นร้อย ๆ สาย สะพาน หลายสิบแห่งขาดพังจนกระทั่งบางแห่งตอนนี้ใช้เบลีย์ (Bailey) ในการสัญจร สะพาน ถนนสำคัญ นอกจากนั้นก็น้ำประปา แล้วก็ไฟฟ้าบางแห่งถูกตัดขาด เพราะกระแสน้ำ อันนี้ ต้องรีบเข้าไปแก้ไข นั่นคือส่วนในภาพรวมเรื่องสาธารณูปโภคนะครับ

ในส่วนที่เกี่ยวกับครัวเรือนของผู้ประสบภัย ผมอยากเรียกร้องให้รัฐบาล ขอสรุปว่าเท่าที่ได้ฟังทั้งหมดทุกคนที่ขึ้นมาอภิปราย ปัญหาผู้ประสบภัยเวลานี้ถึงจะไม่มี ปัญหาน้ำท่วม แต่ก็มีอยู่แล้วปัญหาชาวไร่ชาวนาคือปัญหาหนี้สิน หนี้สินของชาวไร่ชาวนา อยู่กับ ธ.ก.ส. กับสหกรณ์ ๒ แห่งนี้ครับ ทำอย่างไรรัฐบาลจะไปดูแลเขา เรื่องที่จะคิดว่า เขาจะได้เงินได้ทองจากการทำการเกษตรนั้น หยุดคิดไปได้เลยครับ ไม่มีทางแน่นอน ให้รัฐบาลคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดก็คือการพักชำระหนี้ให้เขาอย่างน้อย ๓ ปีขึ้นไป เพื่อเขาจะได้ ตั้งหลักตั้งตัวนะครับ หาเงินมาใช้หนี้ให้ทางรัฐบาล

ส่วนที่ ๒ การชดเชยค่าเสียหาย เรื่องจากกรณีภัยแล้งก็ดี กรณีน้ำท่วม อุทกภัยครั้งนี้ก็ดี ขอให้ดำเนินการโดยเร็ว แล้วก็ให้มีจำนวนที่สามารถที่เขาจะดำรงชีวิตได้ หลังอุทกภัยครั้งนี้ ไม่ใช่ให้ไปเพียงครอบครัวละไร่ละ ๑,๐๐๐ กว่าบาทอย่างนี้ มันไม่สามารถ จะทำให้เขาดำรงชีวิตอยู่ได้ โอเค (OK) ครับผมก็คงมีเรื่องจะสรุปในประเด็นของผม เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมาก ต่อไปเนื่องจากญัตติทั้ง ๓ ฉบับ ผู้เสนอทั้ง ๓ ฉบับเสนอมาให้ส่งรัฐบาลไปพิจารณา ดำเนินการ สิ่งที่ผมจะทำถ้าสมาชิกส่วนใหญ่มีมติให้ส่งไป สิ่งที่จะทำก็คือให้สำนักการประชุม รวบรวมประเด็นทุกประเด็นที่ท่านได้อภิปรายกัน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นตั้งแต่ความต้องการ ของประชาชน ความเดือดร้อน ความต้องการหรือการแก้ไขปัญหาที่เป็นปัญหาของรัฐบาล ที่เข้าไปช่วยเหลืออยู่ยังมีปัญหาหลายสิ่งหลายอย่าง หรือแม้กระทั่งหลังจากน้ำท่วม ลดลงไปแล้ว ติดตามการแก้ไขปัญหาเกือบจะทุกประเด็นนะครับ และอาจจะเชิญ ท่านเจ้าของญัตติมาตรวจสอบอีกทีหนึ่งว่ามันครอบคลุมไหม ก่อนที่จะส่งไปรัฐบาล เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์มาก ต่อไปดูแล้วไม่มีท่านสมาชิกท่านใดที่จะคัดค้าน เพราะฉะนั้นผมจะถามมติว่ามีท่านสมาชิกท่านใดที่ไม่เห็นด้วยไหมครับ ที่จะส่งญัตติ ทั้ง ๓ เรื่องไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ที่เราประชุมร่วมกันมีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมไม่คัดค้าน ให้ส่งเรื่องญัตติทั้ง ๓ เรื่องไปให้รัฐบาลดำเนินการตามที่เรา อภิปราย ตามที่ผมได้เรียนให้ทราบก็คือว่าจะพยายามจะรวบรวมสรุปทุกประเด็น ที่ท่านอภิปรายกันแล้วก็ส่งไปรัฐบาล ผมเองต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกเจ้าของญัตติ ที่อภิปรายในวันนี้แทนประชาชนทั้งประเทศ เพราะเป็นญัตติที่ดีถูกต้องถูกเวลา และมีประโยชน์มาก และจะนำพาไปสู่การแก้ไขที่ถูกต้อง ชี้แจงถึงความเดือดร้อน ของประชาชน เราจะได้หาทางแก้ไขกันต่อไปเพื่อประชาชนครับ กราบขอบพระคุณสำหรับ วันนี้ครับ ขอบพระคุณและปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๔๑ นาฬิกา