โกวิทย์ พวงงาม หารือเรื่องการจัดการน้ำที่ยั่งยืน โดยระบุว่าประเทศไทยมีระบบการจัดการน้ำที่แยกส่วนมากเกินไป ขาดการบูรณาการ และไม่เป็นยูนิตี (Unity) หรือไม่เป็นองค์รวมที่จะทำให้เกิดการบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ และเรียกร้องให้รัฐบาลวางระบบจัดการน้ำที่มีความจริงจังในการแก้ และมีความยั่งยืนมากกว่าที่เป็นอยู่ในการแก้ในแต่ละปี
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณว่าวันนี้เราได้มีโอกาสแสดงถึงความห่วงใยแก่พี่น้องที่ถูกภาวะ น้ำท่วม แล้วก็ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบาก ผมเองเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าเรามีความห่วงใย ต่อพี่น้องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ โดยเฉพาะพี่น้องที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งผมเองก็เคยเป็นกรรมการวิชาการที่นั่น โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ แล้วก็ เห็นความยากลำบาก ผมเองคิดว่าเรื่องนี้ทุกท่านก็ห่วงใย แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าการบริหาร จัดการน้ำในประเทศไทย ผมคิดว่ายังมีปัญหาอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านห่วงใยว่า การจัดการน้ำของประเทศมันต้องทำอย่างมีระบบ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้เห็นว่าปีหนึ่ง ๆ น้ำก็ท่วม วงจรของแต่ละปีผมพยายามคำนวณว่ามันท่วมทุกภาคครับ เดือนนี้ท่วมภาคอีสาน ท่วมภาคเหนือ เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ก็จะไปท่วมภาคใต้ วัฏจักรนี้มันก็ วนเวียนอยู่ เพราะฉะนั้นเราไม่อยากเห็นวิธีแก้แบบนี้ เพราะฉะนั้นการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เป็นภาวะของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการ ผมอยากจะเสนอว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วม ของประเทศเราจะเดินหน้าเพื่อแก้กันให้มีความยั่งยืน แล้วก็ไม่ท่วม หรือท่วมให้น้อยลง ได้อย่างไร
ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่าการวางระบบจัดการน้ำของเรายังขาดการเอาจริงเอาจัง จากรัฐบาล เรื่องนี้ผมคิดว่ารัฐบาลยังให้ความสนใจเรื่องยุทธศาสตร์ในการจัดการน้ำ น้อยเกินไป แม้ว่าจากการเยียวยาก็ดี การไปช่วยก็ดีจะเป็นการทำอย่างจริงจังกันทุกฝ่ายก็ตาม แต่ประเด็นของการวางระบบจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ที่เราควรจะตระหนักแล้วก็หาแนวทางแก้ไขกัน แม้ว่ามีวิกฤตมา อาจจะเกิดจากการ เปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงเรื่องภาวะ เรื่องฝน การเปลี่ยนแปลงเรื่องทางเดินน้ำ เป็นต้น ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่จะต้องหาวิธีการ เพราะฉะนั้นการวางระบบ จัดการน้ำ ผมคิดว่าแม้ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการจัดการน้ำระดับชาติไว้ส่วนหนึ่ง แต่ผมคิดว่าการขับเคลื่อนในคณะกรรมการเอง ก็ไม่ได้เห็นการวางระบบอย่างจริงจังมากนัก ผมคิดว่าเราต้องมีเรื่องการวางระบบเป็นเรื่องสำคัญ มองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ ผมคิดว่าประเทศไทยมีระบบการจัดการน้ำที่แยกส่วนกันทำมากเกินไป ขาดการบูรณาการ ที่ชัดเจน แล้วก็ไม่เป็นยูนิตี (Unity) หรือไม่เป็นองค์รวมที่จะทำให้เกิดการบูรณาการ ที่มีประสิทธิภาพ ผมอยากจะนำเรียนว่าสิ่งหนึ่งถ้าเราได้น้อมนำศาสตร์ของพระราชาในการจัดการน้ำ คือในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งวางระบบไว้หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางเดินน้ำ หรือการแก้ปัญหาการระบายน้ำในประเทศทั้งหมด แล้วการจัดการในระบบการก่อสร้าง การจัดการการทำถนนหนทาง การจัดการเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ธุรกิจทั้งหลาย เพื่อจะวางระบบในการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น อย่างไรก็ตามถ้าเราคิดว่า การจัดการน้ำที่เป็นระบบ แล้วก็ใช้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่เป็นหน่วยจัดการที่เป็นองค์รวมนั้น ผมคิดว่ามีความสำคัญ ผมเคยไปดูงานในประเทศเนเธอแลนด์ครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างว่า เขาเคยวิจารณ์ประเทศไทยเหมือนกัน ประเทศเขาเขาจะระดมผู้เชี่ยวชาญในการจัดการน้ำ แล้วก็ไม่มากคน แล้วก็ใช้การบูรณาการอย่างมีเอกภาพ ผมคิดว่าบทเรียนหลายเรื่องถ้าเราคิด แบบเขา แล้วก็ประยุกต์แบบคนไทย โดยเฉพาะการจัดการทางเดินน้ำ ซึ่งเขาทำได้ดี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราจะต้องดู ตัวอย่างที่เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าถ้าเราดูในระดับล่างสุด ถ้าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีโอกาสวางระบบจากข้างล่างและไปสู่ระดับกลาง ระดับชาติ ผมคิดว่าโครงการหนึ่ง ที่เป็นนวัตกรรมที่ผมคิดว่าทำให้การจัดการน้ำท่วม น้ำแล้งได้ ก็คือสิ่งที่หลายคนได้ทราบแล้ว ก็คือธนาคารน้ำที่มีการจัดการในระบบพื้นที่ สิ่งที่ผมนำเสนอวันนี้ผมอยากจะนำเรียนว่า ผมอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้วางระบบจัดการน้ำ และมีความจริงจังในการแก้ วางงบประมาณในการทุ่ม เพื่อจะทำให้ระบบจัดการน้ำ จะวางระบบในคณะกรรมการ ที่มีเอกภาพ แล้วก็มีลำดับชั้นที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพนั้น นี่คือสิ่งสำคัญที่ผมอยากจะบอกว่า อย่าปล่อยให้เรื่องน้ำแก้กันไปแต่ละปี ๆ แต่การวางระบบในระยะยาวให้มีความยั่งยืนนั้น เป็นความสำคัญ จึงขอฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐบาล จะต้องจัดการน้ำ ให้มีความยั่งยืนมากกว่าที่เป็นอยู่ในการแก้ในแต่ละปี ๆ นี่คือสิ่งที่ผมได้นำเสนอ ขอบคุณครับ