ไกลก้อง ไวทยการ หารือการจัดการภัยพิบัติจากภาวะเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเสนอให้รัฐบาลลงทุนในระบบเตือนภัยล่วงหน้าและสารสนเทศน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมผลักดันการเปิดข้อมูลเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและตัดสินใจได้ทันที เน้นความสำคัญของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านสายด่วนกลาง การรักษาสัญญาณมือถือ และการใช้สื่อสังคม รวมถึงการจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงเพื่อเตรียมรับมือภัยในอนาคต และเรียกร้องให้รัฐสภายังคงทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันนโยบายที่ยั่งยืนต่อไป
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไกลก้อง ไวทยการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณครับท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตตินี้เป็นญัตติด่วน ผมเองมีประสบการณ์ในการทำงานเรื่องการจัดการภัยพิบัติทั้งกับภาครัฐและภาค ประชาสังคม ซึ่งผมเองอยากจะแบ่งปันประสบการณ์นี้กับสภาแห่งนี้นะครับ โดยปกติแล้ว การจัดการภัยพิบัติก็จะมีทั้งเรื่องของการจัดการทั้งก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย แล้วก็ หลังเกิดภัย ในภาวะที่เป็นภาวะที่เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือไคลเมตเชนจ์ (Climate change) นะครับ ก็คงจะต้องมีภัยพิบัติแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นพายุหรือว่าจะเป็น ภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างถี่ขึ้น แล้วก็ความรุนแรงก็จะมากขึ้น ทั้งนี้ สิ่งที่ดีที่สุด ก็คือการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ มิเช่นนั้นเราก็จะต้องมาพูดกันถึง เรื่องของการช่วยเหลือเยียวยา แล้วก็มีญัตติด่วนอย่างนี้อยู่เป็นประจำเสมอ ๆ ซึ่งการช่วยเหลือเยียวยาแต่ละครั้งก็ใช้งบประมาณเป็นจำนวนมหาศาล ทั้งนี้ผมก็อยากจะ เสนอกับรัฐบาลว่า แทนที่เราจะใช้งบประมาณกับการช่วยเหลือเยียวยาที่มีเป็นประจำ อย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว เรามาลงทุนกับเรื่องของการเตือนภัยพิบัติ หรือว่าการจัดการ ระบบสารสนเทศ เพื่อป้องกันภัยพิบัติ น่าจะเป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากกว่า วันนี้ พื้นที่ภาคเหนือ ตลอดจนพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้รับการติดตั้งระบบโทรมาตรหรือว่าระบบที่ เรียกว่าเซ็นเซอร์ (Sensor) วัดระดับน้ำตลอดลุ่มน้ำ แล้วก็มี ซีซีทีวี (CCTV) สามารถที่จะดู ระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้นะครับ ภาคใต้เองที่หาดใหญ่หลังจากเกิดอุทกภัยใหญ่ เมื่อปี ๒๕๕๓ เขาปรับปรุงลงทุนในระบบการเตือนภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรมาตรหรือ ซีซีทีวี (CCTV) ที่จะดูระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาได้ แต่พอกลับมาดูที่ภาคอีสานในปัจจุบัน เมื่อปี ๒๕๖๐ ก็คือเกิดเหตุอ่างเก็บน้ำพัง ที่จังหวัดสกลนคร น้ำท่วมจังหวัดสกลนครนะครับ มาปีนี้เราก็เจอพายุโพดุล แล้วก็พายุคาจิกิ ที่จะทำให้น้ำท่วมในพื้นที่อีสานลงมาถึงอีสานใต้ จังหวัดอุบลราชธานี พอไปดูถึงเรื่องของ ระบบโทรมาตรหรือว่าระบบ ซีซีทีวี (CCTV) ที่จะดูระดับน้ำวัดระดับน้ำ ซึ่งจะเป็นผลในการ ประเมินสถานการณ์ก่อนเกิดภัย ก็จะเห็นว่ามีน้อยกว่าทางภาคเหนือและภาคใต้ ดังนั้นก็อยากจะเสนอรัฐบาลเพิ่มเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรมาตร หรือว่า ซีซีทีวี (CCTV) ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคอีสานให้มากขึ้นเพื่อจะสร้างประสิทธิภาพ ในการเตือนภัยที่ดีขึ้น หลังปี ๒๕๕๔ รัฐบาลสมัยนั้นก็มีแผนการจัดการน้ำที่เรียกว่า เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) แต่พอหลังจากเกิดรัฐประหาร เรื่องของเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ในการจัดการน้ำก็ถูกยกเลิกไป ก็ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรนะครับ แต่ว่าก็ยังพูดกัน ถึงเรื่องของการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศน้ำ จริง ๆ แล้ววันนี้เวลาเราจะดูข้อมูลน้ำ เราต้องดูทั้งจากกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศ การจัดการทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จิสด้า (GISTDA) หรือว่าสถาบันภูมิสารสนเทศและอวกาศ ซึ่งเท่ากับว่าเวลาเราจะเปิดดูข้อมูล สมมุติ เราเปิดคอมพิวเตอร์เราต้องเปิดถึง ๖ หน้าจอด้วยกันถึงจะประเมินสถานการณ์ได้นะครับ แทนที่จะทำให้ข้อมูลนี้เข้าใจง่าย แล้วก็ประชาชนตัดสินใจง่าย เรื่องที่แนะนำก็คือหน่วยงาน เหล่านี้ทำข้อมูลเป็นระบบเปิดหรือเรียกว่า โอเพน ดาตา (Open Data) ที่จะทำให้นักพัฒนา หรือว่าคนที่ออกแบบข้อมูล ทำข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้าใจง่ายและตัดสินใจได้ทันที เมื่อมีภัยมา อันนี้ก็เป็นข้อเสนอไว้นะครับ
กลับมาที่ในส่วนของประชาชน ความช่วยเหลือที่ต้องการเบอร์ฮอตไลน์ (Hotline) สายด่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ผมไม่แน่ใจว่าภาครัฐแล้วก็สื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเข้าถึงทั่วถึงหรือเปล่านะครับ หากประชาชนมีเบอร์กลางสัก ๑ เบอร์ที่สามารถ โทรไปขอความช่วยเหลือได้ หน่วยงานภาครัฐก็จะได้รับข้อมูลข่าวสารในเรื่องของ ความช่วยเหลือ แล้วก็จะประเมินได้ว่าจะจัดการความช่วยเหลือนั้นเข้าไปสู่ในพื้นที่อย่างไร ส่วนเมืองใหญ่อย่างเมื่อวานนี้ระบบโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทวิตเตอร์ (Twitter) ก็มีแฮชแท็ก เซฟอุบล (Hashtag Saveubon) เป็นแฮชแท็ก (Hashtag) อันดับ ๑ ก็ทำให้ การกระจายข่าวสารสำหรับคนที่ติดตามแฮชแท็ก (Hashtag) นั้นทราบสถานการณ์ได้ อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่ระบบสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เสาส่งสัญญาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทาง กสทช. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงบริษัทผู้ให้บริการ โทรศัพท์มือถือต่าง ๆ ก็ต้องเข้าไปดูแล เพื่อรับประกันว่าระบบส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ จะใช้งานได้ เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนจะได้ประสานงานติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ ท่านประธานครับ นอกนั้นในพื้นที่ไม่ว่าจังหวัดไหน ผมก็อยากสนับสนุนให้ทำแผนที่ พื้นที่เสี่ยงรับมือภัยพิบัติเพื่อการวางแผนในอนาคตได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ ถนน ที่อยู่อาศัย หรือว่าแหล่งอุตสาหกรรม แหล่งธุรกิจ จะได้วางแผนว่าพื้นที่ไหน เป็นพื้นที่เสี่ยงจะได้มีระบบป้องกัน หรือว่าวางแผนได้ว่าจะไม่ไปทำพื้นที่ที่เป็นธุรกิจ หรือที่อยู่อาศัยที่จะเกิดความเสียหายในพื้นที่นั้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็จะต้องรีบจัดการ เพราะว่า ในอนาคตเราก็จะเจอปัญหาอย่างนี้เรื่อย ๆ นะครับ
สุดท้ายผมก็อยากจะให้กำลังใจผู้ที่ประสบภัยในพื้นที่อุทกภัยครั้งนี้ผ่านพ้น ไปได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็มีการฟื้นฟูในพื้นที่อย่างรวดเร็วนะครับ เรื่องของการป้องกันสาธารณภัย การป้องกันภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องของฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียวนะครับ ภาคประชาชนเองต้องมี บทบาท เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดไปถึงเรื่องของการกระจายอำนาจแล้วนะครับ รัฐสภาเอง มีคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คงจะต้องทำงานหนักเพื่อที่จะวางแผน แล้วก็ดูว่ากระบวนการนิติบัญญัติจะแก้ไขปัญหาภัยพิบัติเหล่านี้อย่างยั่งยืนได้อย่างไร ขอบคุณครับ