จักรพันธ์ พรนิมิตร หารือถึงความจำเป็นในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่อีอีซี โดยเน้นปัญหาความขาดแคลนแรงงานที่มีทั้งปริมาณและคุณภาพ พร้อมเสนอให้เร่งพัฒนาการศึกษาทั้งระดับอาชีวะและอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ต่อญัตติที่เรากำลังพิจารณา เรื่องของพื้นที่ อีอีซี (EEC) ผมได้รับฟังการอภิปรายจากเพื่อน ๆ สมาชิกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ทุกท่านก็สนับสนุน เพียงแต่ว่าอาจจะมีข้อสังเกต ข้อห่วงใยแตกต่างกันไป ในส่วนตัวผมเอง อยากจะอภิปรายในส่วนที่อาจจะยังไม่ค่อยมีท่านใดได้พูดถึงนักก็คือเรื่องของการศึกษา ในพื้นที่นะครับ เพราะผมเห็นว่าการพัฒนาพื้นที่ อีอีซี (EEC) ประเด็นสำคัญอันหนึ่งก็คือ การพัฒนาบุคลากร พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของบ้านเราซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวม ของประเทศ ท่านประธานครับ จากข้อมูลในพื้นที่ อีอีซี (EEC) จากนี้ไปอีก ๕ ปี ความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ หลังจากที่เกิดพื้นที่ อีอีซี (EEC) ขึ้นแล้ว จะมี ความต้องการอีกถึง ๔๗๕,๐๐๐ อัตรา ในนี้จะแบ่งเป็นแทบจะครึ่ง ๆ คือครึ่งหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าอัตราจะเป็นความต้องการในระดับปริญญาตรี ส่วนอีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ก็จะเป็นความต้องการกำลังคนในระดับอาชีวศึกษา แต่ว่าข้อมูลในปัจจุบันที่ อีอีซี (EEC) ในพื้นที่สถาบันการศึกษาในพื้นที่ อีอีซี (EEC) เราผลิต ปริญญาตรีได้ประมาณแค่ ๖๓,๐๐๐ คนต่อปี ดังนั้นถ้าคำนวณดูภายใน ๕ ปีที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่นี้นะครับ ความขาดแคลนนี้ยังมีข้อน่าห่วงใยมากกว่าเรื่องจำนวนอีก ก็คือว่าจากข้อมูลที่ผมได้มา ๖๓,๐๐๐ คนที่จบจากสถาบันในพื้นที่ อีอีซี (EEC) ปรากฏว่าจะมีอัตราการว่างงาน หรือทำงานต่ำกว่าระดับการศึกษาที่ตัวเองจบถึงปีละประมาณ ๒๒,๐๐๐ คน หมายความว่า ความขาดแคลนแรงงานของพื้นที่ อีอีซี (EEC) ไม่ได้ขาดแคลนแค่ปริมาณคนที่จบน้อยกว่า ตำแหน่งว่าง แต่ที่รุนแรงไปกว่านั้นก็คือเราขาดแคลนกำลังคนที่มีคุณภาพเพียงพอที่จะเข้าสู่ ตำแหน่งงาน ดังนั้นการเกิดขึ้นของพื้นที่ อีอีซี (EEC) จึงมีเป้าหมายหนึ่งก็คือ การพัฒนา กำลังคนอย่างเร่งด่วนนะครับ ในข้อมูลที่ได้รับนี้นะครับ อุตสาหกรรมที่จะเป็นเป้าหมายหลัก ที่สามารถรองรับกำลังคนได้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคนในอีก ๕ ปีข้างหน้าก็แบ่งออกเป็น ๗ อุตสาหกรรม ๓ โครงสร้างพื้นฐาน ผมขออนุญาตไล่ไปตั้งแต่อุตสาหกรรมยานยนต์ แห่งอนาคต อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมดิจิทัล โลจิสติกส์ (Logistics) อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมระบบราง อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว การแพทย์ แล้วก็พาณิชย์นาวี ทั้งหมดเหล่านี้ต้องการตั้งแต่ระดับอาชีวศึกษาไปจนถึง ปริญญาตรี สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมากล่าวเฉพาะเรื่องการศึกษา หรือการ เตรียมกำลังคน ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๑ ได้เกิดแผนบูรณาการการศึกษาเพื่อพัฒนา ภาคตะวันออกและพื้นที่ อีอีซี (EEC) เพื่อเป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนำของประเทศ แล้วหลังจากนั้น ก็จะมียุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนสนับสนุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ แล้วยังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษา ภาคตะวันออก และพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ อีอีซี (EEC) ตามมาด้วย ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักก็ได้มีงานที่ออกมาในส่วนของการพัฒนาการศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ อีอีซี (EEC) บ้างแล้ว ซึ่งก็เป็นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาผมก็มีโอกาสไปร่วมงานการศึกษาอาเซียน-จีน ซึ่งในงานนั้นก็จะ มีนักศึกษารุ่นแรกของวิทยาลัยอาชีวศึกษาจากภาคเอกชนด้วยในพื้นที่ อีอีซี (EEC) แล้วก็ ต่างจังหวัดนอกพื้นที่ อีอีซี (EEC) ที่จบวุฒิ ปวส. ระบบรางเป็นรุ่นแรกแล้ว จบเรียบร้อย รับ ปวส. ทั้งของประเทศไทยและของประเทศจีน กลุ่มนี้ก็จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ อีอีซี (EEC) เพื่อเป็นกำลังหลักในการพัฒนาระบบรางที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นที่และพื้นที่อื่น ๆ ที่เกิดขึ้น นอกเหนือจาก อีอีซี (EEC) ด้วย ดังนั้นระบบการศึกษาก็กำลังตอบสนองต่อพื้นที่ อีอีซี (EEC) ที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงไปนะครับ อันนี้ยกตัวอย่างแค่ระดับอาชีวศึกษา แต่ระดับ ปริญญาตรี สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ๘ สถาบันก็กำลังผลิตหลักสูตรใหม่ ๆ บางสถาบัน มีความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ จากประเทศสหรัฐอเมริกา จากประเทศจีน แล้วก็จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเรื่องของการท่องเที่ยวและการโรงแรม ตัวสถาบันเองที่ ทั้ง ๘ สถาบันอุดมศึกษาหลักในพื้นที่ก็กำลังปรับปรุงโครงการของตัวเอง หลักสูตรตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งมีวิทยาเขตอยู่ที่ จังหวัดระยองก็มีศูนย์ที่จะพัฒนาทางด้านหุ่นยนต์แล้วก็มีโครงการที่จะอัปเกรด (Upgrade) ยกระดับวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่ายที่จังหวัดระยองให้ขึ้นมาเป็นโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศึกษา ของมหาวิทยาลัยเอง ตอนนี้ก็กำลังรอความเห็นชอบจากรัฐบาลอยู่ ดังนั้นจะเห็นว่า ทุกองคาพยพที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ก็มีความตื่นตัว และกระตือรือร้นแล้วก็กำลังดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่กำลังจะเกิดขึ้น ในอีก ๕ ปีข้างหน้า ท่านประธานครับ ในส่วนของการพัฒนากำลังคน ผมคิดว่า อีอีซี (EEC) จะเป็นต้นแบบที่สำคัญ เพราะว่าทุกคนก็คงทราบกันอยู่ว่าการศึกษาของไทยนั้นมีปัญหา แต่ว่าที่พื้นที่ อีอีซี (EEC) เท่าที่เห็นแนวโน้มทุกฝ่ายตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือกัน เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็พูดถึงระบบทวิภาคีของอาชีวศึกษา อันนี้ก็เป็นตัวแบบหนึ่งที่จะเกิดขึ้น และเป็นทวิภาคีที่นำต้นแบบของประเทศเยอรมัน มาใช้ด้วย เพราะฉะนั้นการศึกษาบ้านเราที่ผลิตคนออกไปแล้วไม่มีงานทำ หรือไม่ตรงกับงาน ก็จะต้องลดน้อยลง ผมยังอยากจะเห็นความคืบหน้าของการพัฒนาบุคลากรใน อีอีซี (EEC) เผื่อจะเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ได้ และที่จะต้องเรียนก็คือว่าไม่ใช่เฉพาะ สถาบันการศึกษาในพื้นที่เท่านั้น แต่ว่าสถาบันการศึกษานอกพื้นที่ อีอีซี (EEC) ก็กำลัง ผลิตคนเพื่อป้อน อีอีซี (EEC) เช่นเดียวกัน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ก็มี เด็กจำนวนมากที่มาเรียนในระบบทวิภาคีบ้าง ระบบรางบ้าง แล้วก็มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ตัวเอง แต่ว่าเตรียมกำลังคนที่จะเข้ามาทำงานในพื้นที่ อีอีซี (EEC) เหล่านี้ก็จะเป็นส่วนสำคัญ ที่กระตุ้นให้การศึกษาบ้านเรามีการพัฒนามากขึ้น ดังนั้นผมเองก็หวังว่า อีอีซี (EEC) ควรจะ เดินหน้าต่อไป และในส่วนของการตรวจสอบผมก็คิดว่าเรามีกรรมาธิการสามัญต่าง ๆ ครบถ้วนอยู่แล้วในสภา ๓๐ กว่าคณะ เชื่อว่าการติดตามตรวจสอบปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นใน อีอีซี (EEC) น่าจะเพียงพอ ผมขออนุญาตรบกวนเวลาแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ