สมพงษ์ โสภณ หารือเรื่องการขยายอีอีซี (EEC) และเรียกร้องให้รัฐบาลวางแผนและมาตรการที่รอบคอบในการพัฒนา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สมพงษ์ โสภณ จังหวัดระยอง เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่อนุมัติงบประมาณมาลงพื้นที่จังหวัดระยอง เป็นเงินหลายพันล้านบาท ซึ่งจังหวัดระยอง ๓๐ กว่าปีมานี้ไม่เคยได้งบประมาณขนาดนี้ แล้วจะไม่ให้ผมดีใจได้อย่างไร เพราะฉะนั้นต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่จะต้องขอบคุณต่อมาก็คือท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายกันมาหลาย ๆ ท่าน ด้วยกัน ด้วยความเป็นห่วงจังหวัดระยอง ผมจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ ผมเกิดที่ จังหวัดระยอง อยู่ที่มาบตาพุด เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วมีโรงเรียนหนึ่งที่ต้องย้ายออกไปจาก พื้นที่ คือโรงเรียนของคุณพ่อผมเองที่เป็นผู้บริจาคที่ดินให้ ก็ประสบปัญหาจากมลภาวะ จนไม่สามารถจะอยู่ได้ ก็เลยต้องย้ายออกไป ความที่ผมเกิดอยู่ที่จังหวัดระยอง แล้วก็เกิดที่ มาบตาพุด ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้สัมผัสได้รู้ ได้เห็น ได้อยู่ในเหตุการณ์มันมากมาย ท่านประธานครับ จะรถแก๊สคว่ำ โรงงานระเบิด ผมก็อยู่ในเหตุการณ์ตลอด เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าในอดีตรัฐบาลอาจจะไม่ได้วางมาตรการที่เข้มงวดเพียงพอ แม้กระทั่ง เรื่องของผังเมืองก็ดี เขตที่เป็นอุตสาหกรรมกับชุมชนอยู่ติดกันเลย อย่างนี้เป็นต้น ไม่มี บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) เพราะฉะนั้นนี่คือประสบการณ์ที่ผมอยู่แล้วก็ประสบมา โดยตลอดนะครับ ก็ขอบคุณท่านสมาชิกที่เป็นห่วง ถึงแม้ว่าภาคอุตสาหกรรมหลาย ๆ ท่าน อาจจะมองว่าทำให้เกิดมลภาวะ แต่ท่านประธานเชื่อไหมว่าวันนี้ชุมชนทุกชุมชนที่อยู่ในเขต พื้นที่อุตสาหกรรมเขาอยู่กันได้แล้วครับ ปรับตัวเข้ากันได้ เพราะว่าภาคอุตสาหกรรมเองก็มี พัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาก็ทำให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นลดน้อยลงไป ก็เลยทำให้ ณ วันนี้ชุมชนกับอุตสาหกรรมก็แทบจะอยู่ด้วยกันได้ ผมคงหนีไปไหนไม่ได้ครับ เพราะว่า ผมเกิดที่นั่น ก็คงต้องอยู่แล้วก็ต้องให้เห็นในการพัฒนาในลำดับต่อไปนะครับ สิ่งที่อยากจะฝากไปถึงรัฐบาลเลยก็คือ อีอีซี (EEC) ที่จะเกิดต่อไปนี้ ๑. ผังเมืองต้องชัดเจน กำหนดพื้นที่อุตสาหกรรมให้ชัดเจน มีบัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) การกำหนดเขต อุตสาหกรรมให้ชัดเจนนี่ในส่วนของผังเมือง ในส่วนของการเตรียมบุคลากรหลาย ๆ ท่าน ก็ได้พูดไปนะครับ คนที่ว่างงานในพื้นที่มาบตาพุดที่เกิดที่มาบตาพุดเยอะแยะมากมาย เลยครับ วันนี้ก็ได้มีการขยับเขยื้อน มีการขับเคลื่อนแล้วที่จะประสานงานร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่หลาย ๆ โรงเรียนด้วยกัน เพื่อที่จะเตรียมในเรื่องของการศึกษา ให้รองรับคนที่จะมาทำงานในโครงการ อีอีซี (EEC) ที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมสนับสนุน เลยนะครับว่าอย่างไรก็ต้องให้เกิด เพราะว่าผมรับมาเยอะแล้วท่านประธานครับ รับเยอะมาก แต่ไม่อยากให้เกิดขึ้นในอนาคต รถไฟความเร็วสูงที่จะมาผมเชื่อว่าการลงทุน คนเราบางทีก็ต้องใจกล้า เราก็ต้องกล้าให้เขาก่อน ไม่อย่างนั้นใครจะมา ถูกไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นสนามบินก็ดี ในอีกหลายสิบปี อีก ๑๐ กว่าปี ข้างหน้าจะมีผู้คนมาใช้บริการในสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาถ้าตามเป้าหมายถึง ๓๐ ล้านคน คนที่มาลงที่สนามบินก็ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก และต่อจากนั้นผมคนระยอง จะได้อะไร ก็คือได้จากพวกนี้ครับ คนที่มาใช้บริการสนามบินก็ต้องมาอยู่ มากิน มาใช้จ่าย อุปโภคบริโภค ท่องเที่ยว คนระยองก็ได้รับประโยชน์ครับ เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ต่อจากนั้นแล้ว ผังเมืองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากก็คือในเรื่องของกรอบอัตรา ก็คือในส่วนของไม่ว่าจะ การศึกษาหรือสาธารณสุขก็ควรจะแยกออกนะครับ ไม่ควรจะไปรวมอยู่กับ ก.พ. เพราะอะไร ท่านประธานครับ วันนี้โรงพยาบาลมาบตาพุด ๒๐๐ เตียงครับ สมัยท่านประธานด้วยซ้ำ ที่อนุมัติงบไปที่โรงพยาบาลมาบตาพุด ๒๐๐ เตียง แต่วันนี้ไม่มีบุคลากรครับ โรงพยาบาล บ้านฉาง ภาคอุตสาหกรรมสนับสนุนงบประมาณทำศูนย์ฟอกไต เทสต์ (Test) เครื่องแล้ว แต่ไม่สามารถหาบุคลากรมาได้ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็ฝากเรื่องกรอบอัตรากำลังที่จะมา รองรับด้วยนะครับ การศึกษาแล้ว ท่องเที่ยวแล้ว ผังเมืองแล้ว สุดท้ายผมขอบคุณท่าน ส.ส. ทุกท่านที่เป็นห่วงพี่น้องชาวระยอง แล้วก็ฝากคณะกรรมาธิการทุกคณะช่วยตรวจสอบดูแล สนับสนุน นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่จะเกิดกับ อีอีซี (EEC) ข้างหน้า และท้ายที่สุด ฝากถึงรัฐบาลว่าขอให้คิดวางแผน วางมาตรการที่รอบคอบ สิ่งต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นที่ระยอง ที่มาบตาพุดก็ขอให้เป็นครู ความผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิด แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอนาคตข้างหน้าคงจะไม่มีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้น ขอขอบคุณ ทุกท่านครับ ขอบคุณท่านประธานครับ