วิรัตน์ วรศสิริน วิพากษ์วิจารณ์โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่ให้กลุ่มซีพีได้สัมปทาน 50 บวก 50 ปี โดยตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการคัดเลือก ความคุ้มค่าของโครงการ และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจากสัญญาสัมปทานระยะยาว รวมถึงการเซ้งกิจการแอร์พอร์ตลิงก์ในราคาต่ำท่ามกลางข้อกังวลเรื่องการขาดทุนและการผูกขาดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ที่จริงอาจจะต้องใช้เวลาไม่มากนัก เพราะว่าเตรียมไว้ตั้งแต่ ทีโอที (TOT) น่าจะลืมไปเกือบหมดแล้วท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน วันนี้ผมขอ อภิปรายเรื่องโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ระยะทาง ๒๒๐ กิโลเมตร เป็นเงินมูลค่า ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนอื่นผมใคร่ขออ่าน ข้อเขียนคอลัมน์ท่านหนึ่ง ซึ่งความเห็นของท่านน่าจะสะท้อนความเห็นของประชาชนไปด้วย ซึ่งได้ขออนุญาตท่านประธานไว้แล้วนะครับ สั้น ๆ จะไม่ใช้เวลามากนัก ข้อเขียนนั้นเขียนว่า โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง สัมปทาน ๕๐ ปี พร้อมของแถมพิเศษชิ้นโต ที่ดินไข่แดง แปลงใหญ่ย่านมักกะสัน ๑๕๐ ไร่ และศรีราชา ๒๙ ไร่ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ ๕๐ ปี คาดว่าจะมีรายได้คุ้มทุนใน ๒๐ ปี เหลือสัมปทานอีก ๓๐ ปี จะฟันกำไรสะดือบาน ขอประทานโทษ ท่านเขียนมาอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ จริง ไม่จริง อันนี้เดี๋ยวต้องไปพิจารณา ทางคณะกรรมาธิการพิจารณานะครับ ระหว่าง ๒ กลุ่มคือ กลุ่มซีพีและกลุ่มเจ้าสัว จุด จุด จุด ขึ้นตาชั่งเทียบปอนด์ต่อปอนด์ สรุปว่าขอจิ้มเลยว่า ขอประทานโทษครับ ท่านจิ้มว่ากลุ่มซีพี จะเป็นผู้ชนะการประมูล เหตุผลกล้าฟันธง เพราะว่าเจ้าสัวซีพี เคยเปิดใจกับสื่อมวลชน เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๙ ระหว่างร่วมคณะของท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิดเดินทาง ไปโรดโชว์ (Roadshow) ที่ต่างประเทศ ที่ประเทศจีน เจ้าสัวพูดถึงโครงการรถไฟฟ้านี้ว่า กลุ่มซีพีจะได้กำไรมากหรือน้อยไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือต้องทำให้สำเร็จ เพราะท่าน นายกรัฐมนตรีต้องการให้ทำ เจ้าสัวกล่าวเสริมว่า พลเอก ประยุทธ์ เห็นว่าโครงการนี้ น่าลงทุน หากรัฐบาลทำเองอาจจะขาดทุน จึงอยากให้กลุ่มซีพีทำนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี รู้ว่าจะขาดทุนนะครับ ชัดเจนไม่ต้องตีความ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ มอบหมาย ให้ซีพีเป็นผู้ลงทุนแน่นอน ท่านฟันธงพูดชัด ๆ ขนาดนี้ ถ้าซีพีไม่ชนะการประมูลก็แปลกนะสิ ลงชื่อ ท่านก็เขียนนะครับ แม่ลูกจัน ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนิดหนึ่ง เขียนไว้เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ชื่อตอนว่า แบเบอร์ แบมาเบอร์นี้ชนะแน่นอน หลังจากนั้น ๑ เดือน วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกลงมติเลือกซีพีเป็นผู้ชนะครับ ท่านประธาน แม่นจริง ๆ แม่ลูกจันแม่นมาก แม่นกว่าแม่หมอ แม่นกว่าหมอดูว่า นายกรัฐมนตรี ๘ ปีครับ ท่านประธานขออนุญาตเข้าเรื่องต่อเลยครับ เรื่อง รถไฟความเร็วสูง ๓ สนามบิน สัมปทาน ๕๐ บวก ๕๐ ปีนะครับ ก็แบ่งเป็น ๓ เส้นทางด้วยกัน จากดอนเมือง ไปมักกะสัน จากมักกะสันไปสุวรรณภูมิ และจากสุวรรณภูมิไปอู่ตะเภา ใน ๓ เส้นทางนี้ก็มี ๑ เส้นทางที่ใช้อยู่แล้วในปัจจุบันนี้ก็คือแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) เส้นที่ไปสุวรรณภูมิ เส้นนี้ใช้อยู่แล้วนะครับ แล้วก็เส้นนี้ทางการรถไฟก็มีมูลค่าอยู่ที่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วต้นทุนที่เห็นแจ้งมาว่าอยู่ที่ ๓๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าก็จะเซ้งกิจการนี้ให้กับ ผู้รับสัมปทานไปในราคา ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เซ้งให้ไปเลย แล้วยอมบันทึกขาดทุน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำขนาดนั้น โครงการดอนเมือง-มักกะสัน และมักกะสันไปสู่สุวรรณภูมินี้จอดทั้งหมดน่าจะ ๑๐ สถานี ก็เท่ากับไม่ใช่ความเร็วสูง ก็คือ รถไฟฟ้าธรรมดา ส่วนสุวรรณภูมิไปอู่ตะเภาก็คงความเร็วสูงบ้างนิดหน่อย เท่าที่ดูนะครับ สิ่งที่น่ากังวลก็คือว่าสัญญาสัมปทาน ๕๐ บวก ๕๐ ปีนี้มันจะมีผลเสียไหมในอนาคต ถ้าประเทศเราเจริญขึ้น เราจำเป็นจะต้องทำรถไฟฟ้าความเร็วสูงไปทางเหนือ อีสาน จริง ๆ แน่นอนที่สุดก็ต้องใช้ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยสร้าง แล้วก็จะต้องผ่านดอนเมือง แน่นอน แล้วก็ต้องจอดดอนเมือง ถึงตอนนั้นจะมีปัญหาหรือไม่ ๕๐ บวก ๕๐ ปีข้างหน้า มันยาวนานมากครับท่านประธาน ถ้าต้องจอดดอนเมืองแล้วจะเสียค่าโง่ไหม จะเป็นทาง ทับซ้อนกันที่จะต้องไปฟ้องร้องคดีกันอีกไหม พวกนี้ก็จะเป็นปัญหาในอนาคตครับ ท่านประธาน ซึ่งจะต้องพิจารณากันให้รอบคอบนะครับท่านประธาน อายุสัมปทาน ๕๐ บวก ๕๐ ปี มีผลเสียมากน้อยอย่างไร ผมคิดว่าการนำที่ดินไปสร้าง ถ้าไป สร้างสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าการไปสร้างในสิ่งที่เป็น สัมปทานคมนาคมก็อีกแบบหนึ่ง ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังนิดหนึ่งสั้น ๆ นะครับ สมมุติว่าผมมีที่ดินใครมาขอผมเช่าไปทำเชิงธุรกิจ ๕๐ ปี ผมคงยินยอมนะครับท่านประธาน เพราะว่ามันคงใช้เงินเป็นหมื่นล้านบาท ผมไม่มีเงินนะครับ ผมให้เขาเช่าผมก็กินถึงชั่วลูก ชั่วหลาน ชั่วเหลน อาจจะชั่วโหลน ก็แน่นอนจะดี แต่ถ้าสมมุติว่ามาเช่าที่ดินผมบอกว่า จะมา สร้างรถไฟฟ้ามีตอม่อผ่าน ผมคงไม่เอา เพราะว่าอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าอีก ๕๐ บวก ๕๐ คือ ๑๐๐ ปี ข้างหน้ารถไฟฟ้าจะเก่าขนาดไหน ตอม่อสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เหล่านี้ ยังใช้ได้อีกหรือเปล่า ต้องทุบทิ้งไหม หรือว่าจะต้องซ่อมแซมกันขนานใหญ่ขนาดไหน ใช่ไหมครับท่านประธานครับ โครงการรถไฟฟ้า ๓ สนามบินมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง ๒๒๔,๐๐๐ ล้านบาทตามที่แจ้งมา ระยะทาง ๒๒๐ กิโลเมตร ผมก็ลองลบดู เอา ๒๒๐ ไปลบกับ เส้นแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) ที่มีอยู่ปัจจุบัน ๒๙ กิโลเมตร ก็จะเหลือ ๑๙๑ กิโลเมตร บอกว่าใช้เงินลงทุน ๒๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เท่ากับกิโลเมตรละ ๑,๑๗๕ ล้านบาท ผมก็มาคิดถึงว่า อดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ต้องการจะสร้างเส้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ตอนนั้นก็พูดกันว่าจะไปขนผักหรืออย่างไร สุดท้ายไม่ได้สร้างนะครับ ขณะนั้นใช้เงินลงทุน ๕๒๐ ล้านบาทต่อ ๑ กิโลเมตร และหลังจากนั้นเมื่อไม่กี่ปีนี้รัฐบาลปฏิรูปก็ต้องการสร้าง เส้นนี้เหมือนกันกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เส้นเดียวกัน แต่ว่าใช้เงินลงทุนทั้งหมด ๗๙๐ ล้านบาท ต่อกิโลเมตร คือแพงขึ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน แต่ว่าในโครงการนี้แพงขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ มูลค่าลงทุนที่แจ้งไว้ ๒๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นการลงทุนแบบ พีพีพี (PPP) คือลงทุนภาครัฐและเอกชน รัฐลงทุนทั้งหมดประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ๖๖ เปอร์เซ็นต์ เวลาผ่านไปเร็วมากท่านประธาน อย่างไรก็ตามผมขอสรุปเลยแล้วกัน อย่างไรก็ตามการพัฒนาประเทศจำเป็นต้องอาศัยเงินทุนของเอกชน จึงจำเป็นต้องให้ ความเป็นธรรมกับนักลงทุนนะครับ ก็ขอสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ