เกียรติ วิจารณ์นโยบายอีอีซี ชี้ทบทวนกฎหมาย-เน้นคุณภาพชีวิต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒

เกียรติ สิทธีอมร วิพากษ์การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี โดยตั้งข้อสังเกตถึงความชัดเจนของศักยภาพพื้นที่ ความเหมาะสมของกฎหมาย และอำนาจหน้าที่ที่อาจกว้างเกินไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการขนส่งระบบรางเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเน้นว่าความสำเร็จของนโยบายควรวัดจากคุณภาพชีวิตประชาชน สภาพแวดล้อม เศรษฐกิจท้องถิ่น และการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายในส่วนของการจัดตั้ง อีอีซี (EEC) นะครับ จริง ๆ แล้วผมไม่ได้มีข้อกังวลเกี่ยวกับหลักการหรือแนวคิดในการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ อันนี้เป็นเรื่องปกติ หลายประเทศก็ใช้การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเครื่องมือ แต่หลักคิด ของการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้นต้องดูให้ลึกถึงศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ในกรณีที่เราเริ่ม มาบตาพุดหรืออีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) นั้น ศักยภาพในพื้นที่คืออะไรครับ เพราะเรามีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่จะสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรม ต่าง ๆ ที่ต่อเนื่อง แต่ในกรณีของ อีอีซี (EEC) ก็ต้องถามว่าใน อีอีซี (EEC) มีอะไร มีอะไรเป็น ศักยภาพของพื้นที่ มีทรัพยากรธรรมชาติอะไร ในเบื้องต้นผมเห็นว่าที่ อีอีซี (EEC) เรามี สนามบินอู่ตะเภา อันนั้นพอไปได้ครับ ถ้าบอกว่าจะพัฒนาเรื่องธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน หรือบำรุงรักษาเครื่องบิน แต่ตรงนี้เองในส่วนอื่น ๆ ก็ยังไม่ค่อยชัดว่า เหตุผลของการจัดตั้ง บางอุตสาหกรรมในพื้นที่เป็นอย่างไรนะครับ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยก็กำลังลดลงนะครับ ไม่ได้มีสำรองอยู่อีกหลายปีนะครับ เราเคยมีปัญหาสภาพอากาศ เนื่องจากมีผลกระทบ กับสิ่งแวดล้อมต่อภาคอุตสาหกรรมในปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ใช้เวลาแก้เป็นปีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมที่จะไปอยู่ที่ อีอีซี (EEC) ต้องไม่เพิ่มภาระของเรื่องสภาพ สิ่งแวดล้อมในอากาศต่อประชาชนในพื้นที่ ทีนี้ผมมาดูในแง่ของกฎหมายที่ออกมาจนถึงวันนี้ว่า มีกฎหมายอะไรบ้าง อันแรกเลยคือมาตรา ๔๔ คำสั่ง ที่ ๔๗/๖๐ พอไปดูในคำสั่งตรงนี้เราเห็นได้ชัดนะครับ กรรมการค่อนข้างที่จะมีอำนาจมากในการดูแลเรื่อง อีอีซี (EEC) มีอำนาจเหนือกฎหมาย หลายฉบับ แล้วที่สำคัญที่สุดได้มีการยกเลิกผังเมืองเดิมทั้งหมดเลย แล้วก็ให้มีการทำใหม่ การทำใหม่ก็บอกว่าให้ทำเสร็จภายใน ๖ เดือนด้วย การทำผังเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นะครับ ไม่ใช่เรื่องที่เร่งกระบวนการได้ มันเป็นกระบวนการที่ต้องมีการพูดคุยกับคนในพื้นที่ ต้องมี การปรึกษาหารือกัน ต้องเห็นตรงด้วยกันว่าแนวการพัฒนาของพื้นที่ควรจะเป็นอย่างไรบ้าง ตรงนี้สังคมให้ความกังวลมากนะครับ อำนาจในการดูแลนี้ดูได้ถึง ๗ เรื่องใหญ่ ๆ เลยนะครับ ๗ เรื่องใหญ่ ๆ มีอะไรบ้างครับ สาธารณูปโภค คมนาคมขนส่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมดูได้หมดเลยครับ ทีนี้ดูแล้วถามว่ามีความสามารถในการดูหรือไม่ ถามว่าจะดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่หรือไม่ จากนั้นก็มีการออก พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) ผมก็ ไปไล่ดูในกฎหมายฉบับนี้ ก็ต้องเรียนท่านประธานว่าผมมีข้อกังวลอยู่หลายข้อเกี่ยวกับ โครงสร้างของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งออกมาวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๑ ให้คณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมตั้งกรรมการเฉพาะอนุมัติ อีไอเอ (EIA) ให้ได้ภายใน ๑๒๐ วัน อันนี้ผมคิดว่า พอรับได้ครับว่าถ้าเอกสารยื่นครบถ้วนอนุมัติภายใน ๑๒๐ วัน อันนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ภาคเอกชนจะได้คาดเดาได้ว่าการดำเนินการของเขาจะเป็นอย่างไร แต่มีใส่ไว้ในกฎหมาย ฉบับนี้ด้วยว่าให้เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มได้ แต่ไม่บอกว่าค่าธรรมเนียมเท่าไร กลายเป็น กรรมการมีอำนาจในการกำหนดค่าธรรมเนียมเพิ่ม ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นตัวที่สร้าง ความไม่แน่นอนสำหรับนักลงทุน มาตรา ๘ อนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติมาทำรายงาน สิ่งแวดล้อมได้ อันนี้เป็นเรื่องแปลกมากครับ อันนี้ต้องบอกว่าผมไม่เห็นด้วยเลยครับ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติไม่มีใบอนุญาตในประเทศ ทำไมยกเว้นให้เขา เรายังมีคนที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมอีกไม่น้อยครับ อยู่ดี ๆ ยกเว้นให้ต่างชาติทำได้ มาตรา ๑๒ ยกเว้นการบังคับใช้ พ.ร.บ. เอกชนร่วมลงทุน ทำไมครับ ทำไมมันจะต้องรีบเร่งขนาดนั้น ทำไมถึงต้องยกเว้น และกรรมการเองมีความสามารถหรือไม่ในการที่จะเข้าไปดูแลให้รอบคอบ มาตรา ๓๖ ใช้ที่ ส.ป.ก. ได้ด้วย อันนี้ผมคิดว่าต้องทบทวนครับ มาตรา ๓๗ ให้อำนาจกรรมการ มีอำนาจเหนือกฎหมาย ๖ ฉบับเลยนะครับ ๖ ฉบับนี้ครอบคลุมทั้งหมดเลย พลังงาน ชลประทาน เดินเรือ พลังงานนิวเคลียร์ด้วย ประกาศตามคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ นี่ก็รวมถึงรถไฟ รถราง ประปา ขุดคลองก็ทำได้ ไม่มีส่วนของบริการภาครัฐ หัวใจที่สำคัญ ที่สุดของการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับท่านประธาน ผมเคยทำงานอยู่ ประเทศฝรั่งเศส เขตเศรษฐกิจพิเศษของเขานี่ระบบรางมาถึงโรงงานครับ เวลาผลิตของเสร็จ ขนของขึ้นคอนเทนเนอร์ (Container) เลย เจ้าหน้าที่ศุลกากรอยู่ที่โรงงาน ปิดส่งไปท่าเรือ ลงเรือได้เลย นี่ครับคือระบบเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ของเราไม่มีระบุในเรื่องของส่วนบริการ ของภาครัฐและการที่จะดำเนินการอำนวยความสะดวกในเรื่องการขนส่งสินค้า เพราะฉะนั้น เราก็มีความเป็นกังวล ตอนนี้เอกสารที่ประชาสัมพันธ์ออกไป อันนี้สะท้อนจากภาคธุรกิจ ที่เป็นนักลงทุนทั้งไทย ทั้งต่างประเทศ เขาบอกว่าสิ่งที่เขาไปพูดคุยกันระหว่างนักธุรกิจกับ สิ่งที่รัฐบาลประกาศมันเหมือนหนังคนละม้วน บางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นก็ต้องให้ระมัดระวังนะครับ ในข้อหนึ่งของเอกสารของภาครัฐระบุให้สิทธิพิเศษด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้เฉพาะ ต่างชาติ อันนี้ไม่มีครับ ในโลกนี้การจะให้ลดหย่อนภาษีให้เจ้าหน้าที่ต้องให้ทั้งคนไทย และต่างชาติไม่ใช่ให้ต่างชาติอย่างเดียว อันนี้เหลื่อมล้ำเลยครับ อันนี้ผมไม่ทราบใครคิด ให้สิทธิประโยชน์อย่างนี้ไม่ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในการที่จะพัฒนาต่อไปอยากให้ มีการทบทวน อยากให้มีการปรับปรุง ต้องไม่ประชาสัมพันธ์เกินจริง ศักยภาพของพื้นที่ คืออะไรขอให้ชัด ความเชื่อมโยงกับระเบียงเศรษฐกิจโลก ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ตะวันตก อันนี้สำคัญครับท่านประธาน ประเทศไทยต้องมีช่องออกทะเลอันดามันในการ ส่งสินค้า อีอีซี (EEC) ยังไม่มีคำตอบตรงนี้ แต่จริง ๆ มันมีโครงการอีสต์ เวสต์ คอริดอร์ (East-West Corridor) ระเบียงตะวันออก ตะวันตก ซึ่งจากทวายไปสู่ดานัง ผ่านประเทศไทย อันนี้มีการเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานเรื่องนี้หรือเปล่า การส่งออกไปทางอันดามัน เพื่อให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าของเราสามารถลดต้นทุนใน ค่าขนส่งได้บ้างหรือไม่ อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ขออนุญาตครับ การที่ออกกฎหมาย ให้อำนาจกรรมการมาก ๆ เป็นเรื่องที่จะกระทบกับความน่าเชื่อถือของประเทศ อยากให้ ทบทวนครับ สิ่งที่เขาต้องการเห็นในการดำเนินการของเขตเศรษฐกิจพิเศษ คือการได้ มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในสากล ไม่ใช่คุณทำเร็วเพราะคุณมีอำนาจมาก และคุณสามารถทำ ในสิ่งที่กฎหมายอื่น ๆ ไม่ให้ทำ แล้วถ้าเราไปสู่จุดนั้นที่เริ่มดำเนินโครงการ แล้วเริ่มผลิตสินค้า จากพื้นที่ที่ไม่ได้มีการดำเนินการตามกฎหมายที่เป็นมาตรฐานสากล ในที่สุดสินค้าของเราจะ ไม่เป็นที่ยอมรับและจะถูกการต่อต้าน และถือว่าผิดกฎระเบียบของกติกาโลกนะครับ

ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ความสำเร็จของนโยบายต้องวัดที่ไหนครับ ต้องวัดที่คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ต้องดีขึ้นนะครับ ไม่ใช่เงินเข้าประเทศมากขึ้นเป็นตัววัด และต้องไม่มีความขัดแย้งมากขึ้น สภาพแวดล้อมของประชาชนต้องดีขึ้น เศรษฐกิจในพื้นที่ ต้องดีขึ้น อุตสาหกรรมไทยต้องเก่งขึ้น ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งไม่ได้มีเขียนไว้เลย เรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ

สุดท้ายจริง ๆ ครับ ขนส่งระบบรางไม่พูดถึงเลยครับ ประเทศไทยวันนี้ มีสัดส่วนในค่าขนส่งทางรถบรรทุกถึง ๑๔ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ในประเทศที่แข่งขัน กับเราเขาอยู่ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์ และวิธีเดียวที่จะทำได้ก็ต้องให้มีการขนส่งระบบรางจาก เขตเศรษฐกิจพิเศษไปสู่จุดต่าง ๆ ที่เป็นจุดสำคัญของประเทศ เพราะฉะนั้นการที่จะต้อง มีการทบทวนในเรื่องของ อีอีซี (EEC) ผมคิดว่าจำเป็น ผมสนับสนุนแนวคิด แต่จำเป็นต้อง ทบทวน และต้องทบทวนกฎหมายด้วยที่ให้อำนาจกรรมการมากเกินไป และจะไม่เป็นที่ ยอมรับครับ ขอบพระคุณครับ