วันมูหะมัดนอร์ เสนอตั้งกรรมาธิการตรวจสอบรถไฟความเร็วสูงอย่างโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒

วันมูหะมัดนอร์ มะทา หารือโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเร่งรีบและขั้นตอนที่ขาดความโปร่งใส โดยเฉพาะการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ไม่สมบูรณ์ พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดเผยสัญญากับเอกชน ทบทวนกระบวนการ และตั้งคณะกรรมการร่วมจากสภา ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาชนเพื่อการพิจารณาอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยสนับสนุนให้มีกรรมาธิการวิสามัญศึกษาตรวจสอบโครงการอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต และย้ำว่าการตัดสินใจควรอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์สาธารณะ ไม่แบ่งฝ่ายและเปิดเผยข้อมูลอย่างเต็มที่

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา พรรคประชาชาติ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้กระผมได้มากล่าวสรุปญัตติโครงการ รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน และกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในฐานะที่เป็นเจ้าของญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ เพื่อได้สรุปญัตตินี้ก่อนที่จะลงมติ และก่อนที่รัฐบาลจะดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรอบคอบและรักษาผลประโยชน์ของ ประชาชนตลอดจนประเทศชาติ สิ่งที่เราเป็นห่วงมากก็คือว่าขอให้โครงการนี้ได้มีการศึกษา เพื่อที่จะไม่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนหรือมีผลกระทบน้อยที่สุด โดยเฉพาะ ในสิ่งแวดล้อมที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายว่า ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้ว และเราไม่อยากให้สิ่งที่ เกิดขึ้นมานั้นเป็นอีกในอนาคต ลูกหลานเราจะต้องรับกรรมจากการที่ตัดสินใจด้วยความ ไม่รอบคอบ ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมได้รับการร้องเรียนจาก ประชาชนในภาคตะวันออก พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยจำนวนมากว่าเขายังไม่ทราบ รายละเอียดของโครงการตลอดจนสัญญาที่รัฐจะลงทุนกับเอกชนนั้นน่าจะไม่โปร่งใส สมควร ที่จะเปิดเผยสัญญาที่จะลงนามกับภาคเอกชนนั้นให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบ อย่างทั่วถึง และได้เห็นประโยชน์ ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้เพราะว่าโครงการนี้ เป็นโครงการแรกที่รัฐต้องลงทุนเป็นแสนล้านบาท และต้องมอบพื้นที่ที่มีค่ามหาศาล ให้เอกชนไปหาผลประโยชน์เป็นเวลา ๕๐ ปี และอาจจะต่อได้อีก ๔๙ ปี รวมแล้วเป็น ๙๙ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ ทางประชาชนที่มาร้องตลอดจนพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย สหภาพการรถไฟแห่งประเทศไทยมาที่กระผมและพรรคการเมืองได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า โครงการนี้ได้ทำอย่างรีบเร่งในการออก ทีโออาร์ (TOR) ที่ไม่โปร่งใส เพราะว่าทำในช่วงที่ รัฐบาลปฏิวัติ แล้วไม่มีสภาของประชาชน เมื่อเราได้มีสภาของประชาชนแล้วน่าจะมา ทบทวน ทีโออาร์ (TOR) นั้นให้เกิดความรอบคอบมากขึ้น เราไม่ได้ขัดขวางต่อโครงการนี้ที่จะ พัฒนาเขตเศรษฐกิจของตะวันออกและของประเทศ แต่เราเรียกร้องว่าให้มีคณะกรรมการ ของสภาซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชน แล้วกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นนี้ก็เป็นกรรมาธิการวิสามัญ ไม่เท่าแต่สมาชิกของสภาเท่านั้น อาจจะมีฝ่ายของการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการ ตลอดจนผู้แทนของภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นกรรมาธิการ วิสามัญนี้ เพื่อความรอบคอบเท่านั้นครับ ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปขัดขวางโครงการนี้แต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ยังมีการพูดกันมากจนประชาชนก็ได้ยกป้ายประท้วงกันใน หลายจังหวัดในภาคตะวันออกว่า การทำประชาพิจารณ์ที่ทำไปในคราวที่ผ่านมานั้น ไม่ครอบคลุมผู้ที่เกี่ยวข้องในทุก ๆ กลุ่ม น่าจะมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีความรอบคอบ มากยิ่งขึ้น

และประการสำคัญอีกอันหนึ่งก็คือ อีไอเอ (EIA) ดังที่คุณเกียรติ สิทธีอมร ได้พูดไว้นะครับว่าเป็น อีไอเอ (EIA) ที่ไม่สมบูรณ์ เพราะทำอย่างรีบเร่งภายในเวลา ๖ เดือน ซึ่งน่าจะไม่ครอบคลุมทั้งหมด ผมอยากจะสรุปว่าข้ออภิปรายของคุณเกียรติ สิทธีอมร จากพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีคุณค่าที่สภานี้ควรจะพิจารณาเป็นอย่างยิ่งครับ ไม่ได้ขัดขวาง เห็นด้วยกับโครงการหลาย ๆ อย่างเพื่อพัฒนาประเทศ แต่ทำไมเราต้องรีบเร่ง ทำไมเราต้อง เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนนั้นมากกว่าสิ่งที่รัฐบาลและประชาชนจะได้รับ ถ้าคณะกรรมาธิการนี้ ตั้งขึ้นมานั้นเราต้องการตรวจสอบให้เกิดความรอบคอบและสิ่งที่ท้วงติงทั้งหลาย แต่ถ้าหาก สภาของประชาชนไม่มีโอกาสตรวจสอบ อย่าไปคิดเลยครับว่าโครงการนี้อาจจะเร็ว อย่างที่รัฐบาลต้องการ ใช้มาตรา ๔๔ เข้าไป โครงการนี้อาจจะล่าช้าเกินกว่าที่เราคิดก็ได้ และโครงการนี้อาจจะสะดุดลง เมื่อสะดุดลงเซ็นลงนามกับเอกชนแล้วรัฐต้องเป็นฝ่าย เสียค่าโง่ดังเช่นโครงการใหญ่ ๆ ในอดีตที่ผ่านมานั้น เพราะว่าไม่ผ่านสภา ไม่ต้องการให้สภา และภาคประชาชนตรวจสอบ เราเสียเงินไปในหลายโครงการ เป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ถ้าเอาเงินค่าโง่เหล่านี้ไปสร้างโรงพยาบาลได้หลายโรงพยาบาลครับ เพราะฉะนั้นเอาให้มัน รอบคอบแล้วไม่ต้องเสียใจและเสียค่าโง่ในภายหลังจะดีกว่าครับ

ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้มีเกียรติครับ กรรมาธิการที่ตั้งขึ้นนี้ไม่ได้ ตรวจสอบว่าโครงการนี้จะทำหรือไม่ทำครับ เพราะรัฐบาลย่อมมีอำนาจอยู่แล้วที่จะตัดสิน แต่สภาตั้งกรรมาธิการวิสามัญนี้ขึ้นมาเพื่อเราได้ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ผู้แทนของ ประชาชน และกรรมาธิการนี้มีทั้งฝ่ายรัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญ และอาจจะมีภาคประชาชนที่รู้ มาร่วมไม่ดีกว่าหรือครับ จากการอภิปรายผมว่า ๓ วันที่ผ่านมานะครับ ท่านประธานกับผม คงจะได้ยินการอภิปรายเกือบทั้งหมดแล้วนะครับท่านประธานครับ ผู้อภิปรายเกือบทั้งหมดเห็นด้วยกับการตั้งโครงการ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เห็นด้วยกับ โครงการ แต่ต้องการตั้งกรรมาธิการเพื่อความรอบคอบ มีประมาณ ๑ ท่านเท่านั้นในจำนวน หลายสิบคนที่อภิปรายนั้นเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการ กระผมแปลกใจเมื่อทราบ เป็นการภายในอาจจะจริงหรือไม่ว่าวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลนั้นไม่อยากให้ตั้งกรรมาธิการ ศึกษาโครงการนี้ขึ้นมา ท่านประธานครับ ต้องขออภัยถ้าข้อมูลนี้ไม่เป็นความจริง ทำไมครับ สภาซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน เราได้ฟังเสียงประชาชนแล้วว่าอยากให้ตั้งกรรมาธิการ สื่อมวลชนก็อยากจะรู้ข้อเท็จจริง เราจะเอามือไปปิดช้างที่ตายทั้งตัวได้อย่างไร ผมเกรงว่า ถ้าเราไม่ตั้งกรรมาธิการขึ้นมานั้น ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่เต็มที่แล้ว แต่ฝ่ายรัฐบาลนั้นอาจจะ เสียใจภายหลังว่าทำไมเราต้องขาดความอิสระในการที่จะตัดสินใจเพื่อศึกษาเท่านั้น ผมยืนยันว่า โครงการที่ดีรัฐบาลจัดทำถ้ารอบคอบนั้นมันน่าจะมีประโยชน์ และโครงการนี้เกิดขึ้นสมัยที่ไม่มี สภาตรวจสอบ เมื่อเรามีสภาตั้ง ๕๐๐ คน จากประชาชนแล้ว ขอเวลาหน่อยเพื่อศึกษา ซึ่งผม คิดว่าคงใช้เวลาไม่นานนักโครงการนี้ก็จะเดินหน้าด้วยความรอบคอบและมีประโยชน์ครับ

ท่านประธานครับ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ผมอยากให้เราได้พิจารณาว่าจะ ตั้งหรือไม่ตั้งด้วยสติที่รอบคอบ เราจะลงมติอย่างไรก็แล้วแต่ เราต้องอยู่บนพื้นฐานของ ประโยชน์ของประชาชนและความโปร่งใสมากที่สุด การลงมติในเรื่องนี้เราไม่น่าจะมี ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน การลงมติในครั้งนี้จะลงมติโดยเปิดเผยครับ ประวัติศาสตร์จะต้อง บันทึกว่าใครที่ต้องการให้ประชาชนรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชนในอนาคต หรือใครจะปล่อยให้รัฐบาลและนายทุนดำเนินการโดยขาดความรอบคอบ ผมอยากให้ สื่อมวลชนได้ติดตามว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงนามเพื่อขอตั้งกรรมาธิการนั้น เสร็จแล้วในการลงมติตอนสุดท้ายท่านจะไม่เคารพตัวเองหรือไม่เคารพต่อประชาชน ก็แล้วแต่นะครับ เพราะว่าเราไม่สามารถจะปิดบังได้ว่าใครจะลงมติได้อย่างไร ผมอยากให้ ความอิสระเกิดขึ้น แล้วก็ตั้งสติว่าไม่ได้ขัดขวางรัฐบาล และไม่ได้รักษาผลประโยชน์ของผู้ใด ยกเว้นประโยชน์นั้นเป็นของประชาชนโดยรวม เราต้องการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานและสมาชิกหลายท่านที่อภิปรายให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบว่าสภาได้ให้ความสนใจต่อความเดือดร้อนและความต้องการของพี่น้องประชาชน อีกสักครู่เราคงจะรู้ว่ามตินี้จะตั้งหรือไม่ ผมขอเสนอว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ตามที่เราได้ขออภิปรายครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ