ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือปัญหาการใช้สารเคมีอันตรายในเกษตรกรรมที่ก่อให้เกิดสารพิษตกค้างในพืชผลและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค โดยเชื่อมโยงกับภาวะโรคมะเร็งที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและเร่งแก้ไขปัญหา ทั้งเรียกร้องให้รัฐเข้มงวดการควบคุมสารเคมีที่หลายประเทศสั่งห้ามแล้วแต่ยังใช้ในไทย ผลักดันให้เปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและยกระดับห้องปฏิบัติการให้เทียบเท่าสากลเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนและส่งเสริมอาหารปลอดภัยอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพี่อไทย พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน นายสยาม หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู และนายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู ขอเสนอญัตติด่วน เรื่องการขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้ สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเป็นอันตรายแก่เกษตรกร และผู้บริโภค
ท่านประธานที่เคารพครับ ในจำนวน ๔ ท่านที่ร่วมเสนอญัตติในครั้งนี้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในญัตติของกระผมนั้นจะเหลือ ๑ ท่านคือผมเป็นผู้นำเสนอนะครับ เวลาเราได้เตรียมไว้แล้วในสาระก็เลยจะขอเหลือคนเดียว
ท่านประธานที่เคารพ กระผมและคณะได้เสนอญัตตินี้ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ เป็นเวลาถึง ๒ เดือนครึ่ง กว่าจะได้ถึงเวลาที่สภาจะได้พิจารณาในญัตตินี้ แม้จะช้าแต่กระผมก็รอด้วยใจจดใจจ่อ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อสุขภาพของประชาชน คนไทยทุกคน ผู้แทนราษฎรที่อาสาเข้ามาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนจะต้องดูแล ทุกข์สุขของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ การเสนอญัตติครั้งนี้อาจถือได้ว่าเป็น ครั้งสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรครั้งหนึ่ง เพราะมีผู้เสนอญัตติในทำนองเดียวกันถึง ๗ ญัตติ เป็นญัตติที่มาจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถือได้ว่าแต่ละพรรคการเมืองต่างเห็นว่า ปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในพืชผลการเกษตรและสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่กระทบกับ ประชาชนในวงกว้าง ไม่เพียงแต่เกษตรกรผู้สัมผัสสารเคมี แต่รวมกระทบถึงประชาชน ผู้บริโภคพืชผักผลไม้ รวมไปถึงกระทบกับสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ อากาศ สัตว์บก สัตว์น้ำ ซึ่งประชาชนคนไทยทุกคนมีสิทธิได้รับสารเคมีซึ่งมีพิษร้ายแรงสะสมในร่างกายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน การเสนอญัตติครั้งนี้จึงมีเป้าหมายที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้บรรเทาเบาบางลง เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี มีอาหารปลอดภัยสมกับเป็นครัวของโลกตามที่ได้ตั้งความหวังกันไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการเสนอญัตติของกระผมและคณะในครั้งนี้ กระผมได้กำหนดประเด็นที่จะอภิปราย สนับสนุนญัตติของกระผมอยู่ ๕ ประเด็น ดังนี้
ประเด็นแรก สถิติการตายและสาเหตุการตายอันดับ ๑ ของคนไทย ในปัจจุบัน รวมทั้งงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นที่ ๒ สถิติการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและกำจัดวัชพืช
ประเด็นที่ ๓ การตรวจสอบการปนเปื้อนสารเคมีในพืชผลการเกษตร ที่กระทบกับเกษตรกร กระทบกับผู้บริโภคและกระทบกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการ ตรวจสอบพืชผลการเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ประเด็นที่ ๔ การรณรงค์แบน (Ban) สารเคมีร้ายแรงของภาคประชาสังคม คือมูลนิธิชมรมเกษตรปลอดภัย ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคตลอดจนนักวิจัยและนักวิชาการ ในการตรวจสอบการปนเปื้อนของสารเคมีในพืชผลการเกษตรและสิ่งแวดล้อม
ประเด็นที่ ๕ ทางออกและข้อเสนอแนะ
กระผมขอเริ่มต้นด้วย ประเด็นแรก สถิติการตายและสาเหตุการตายอันดับ ๑ ของประชาชนคนไทยในปัจจุบันและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กระทรวงสาธารณสุขได้แถลง อย่างเป็นทางการว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับ ๑ มากว่า ๑๐ ปี ติดต่อกัน ปัจจุบันคนไทยตายด้วยโรคมะเร็งปีละเกือบ ๗๐,๐๐๐ คน เฉลี่ยตายชั่วโมงละ ๘ คน วันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง คูณ ๘ เข้าไป คนไทยตายด้วยโรคมะเร็งวันละ ๑๙๒ คน นับเป็น สถิติการตายที่น่าตกใจและน่าสะพรึงกลัวมาก ทั้งยังคงครองสถิติการตายสูงสุดเป็นอันดับ ๑ มากว่า ๑๐ ปี แล้วก็จะเพิ่มไปเรื่อย ๆ ถ้าเราคนไทยไม่หาทางหยุดยั้งอย่างที่ ๗ ญัตติ ได้ร่วมกันเสนอในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ สถิติการตายและสาเหตุการตายดังกล่าว สอดคล้องกับที่กระผมพบในชนบทหรือในเมืองก็ตาม ถ้าเราไปงานศพสัก ๑๐ งาน ๒ งาน หรือ ๓ งาน จะมีสาเหตุการตายด้วยโรคมะเร็ง นั่นจากข้อเท็จจริงที่ ส.ส. ได้ลงพื้นที่ แล้วมา เกี่ยวอะไรกับยาปราบศัตรูพืช ยาปราบวัชพืช หรือยาฆ่าหญ้าได้อย่างไร เกี่ยวกันครับ ท่านประธาน มีงานวิจัยจำนวนมากพบว่ายาปราบศัตรูพืช ยาปราบวัชพืชถ้าสะสมใน ร่างกายมนุษย์ในเลือดของเกษตรกร จะเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โรคพาร์กินสัน โรคต่อมไทรอยด์ โรคตับ โรคไต และโรคอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย ซึ่งในรายละเอียดจะไปว่า กันในชั้นตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงแล้วมีสาเหตุของการ เกิดโรคมะเร็งจากหลายสาเหตุ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า กระผมเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล เจ้าตัวสามารถแก้ไขได้ ป้องกันหรือหักดิบด้วยตนเองได้ แต่ถ้าสารเคมีปนเปื้อน ในพืชผลการเกษตร ในสิ่งแวดล้อม ถ้าภาครัฐไม่มีมาตรการที่เข้มงวด ไม่มีมาตรฐาน ความปลอดภัย ปล่อยปละละเลย ประชาชนคนไทยผู้บริโภคมีโอกาสรับสารพิษสะสม ในร่างกายจากพืชผักผลไม้และสิ่งแวดล้อมที่สกปรกได้ทุกเมื่อเชื่อวัน
กระผมขอเริ่มต่อในประเด็นที่ ๒ สถิติการนำเข้าสารเคมีวัตถุอันตรายทาง การเกษตร ซึ่งมีที่มาจากกรมวิชาการเกษตร สถิติการนำเข้าสารเคมี วัตถุอันตราย ทางการเกษตร ซึ่งมีที่มาจากกรมวิชาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จะยกข้อมูล เฉพาะสารพิษร้ายแรง ๓ ตัวด้วยกัน ข้อมูลปี ๒๕๕๙ พาราควอต (Paraquat) ๓๐,๔๔๐,๐๐๐ กิโลมกรัมเศษ ไกลโฟรเสต ๕๘,๐๗๘,๒๐๑ กิโลกรัม คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ๑,๙๘๓,๐๐๐ กิโลกรัม คิดเป็น มูลค่า ๒๐,๖๑๘ ล้านบาท ปี ๒๕๖๐ คิดเป็นมูลค่า ๒๗,๙๒๒ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ คิดเป็น มูลค่า ๓๖,๒๙๘ ล้านบาท นี่เฉพาะ ๓ ตัวสารร้ายแรงอันตราย ท่านประธานที่เคารพครับ สารเคมีร้ายแรงทั้ง ๓ ตัวดังกล่าวมีประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถึง ๕๓ ประเทศ เขาแบน (Ban) เขาห้ามนำเข้า ห้ามใช้แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม ศรีลังกา ยังห้ามใช้ ห้ามนำเข้า แต่ทำไมประเทศไทยยังใช้อยู่ ลองตั้งสติให้ดีว่าผู้บริหารของประเทศไทย มีความเป็นห่วงสุขภาพประชาชนของตนเองมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เมื่อเทียบกับประเทศ เพื่อนบ้านของเราที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ นอกจากนี้เมื่อเห็นตัวเลขการนำเข้าสารเคมี ร้ายแรงจำนวนมากดังกล่าว เหมือนจะเอามาอาบผืนดินของประเทศไทยเลยทีเดียว เราคงจะ ไม่สามารถกล่าวได้เลยว่านี่หรือที่เราจะเป็นครัวของโลก หากพืชผลการเกษตรอาบไปด้วย สารพิษร้ายแรง
ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่ ๓ การตรวจสอบสารเคมีปนเปื้อน ในพืชผลการเกษตรที่กระทบกับเกษตรกร กระทบกับผู้บริโภค และกระทบกับสิ่งแวดล้อม ลำดับแรก ขอเริ่มด้วยผลกระทบกับเกษตรกร วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา จากการแถลงข่าวของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ สปสช. โดยทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. แถลงว่า จากข้อมูลที่เกษตรกรเข้ารับบริการ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือกองทุนบัตรทองในช่วง ๑๐ เดือน ของปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ได้รับรายงานผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่มีสาเหตุจากการได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในปี ๒๕๖๒ ระยะเวลา ๑๐ เดือน จำนวน ๓,๐๖๗ ราย เสียชีวิต ๔๐๗ ราย และเมื่อดูสถิติย้อนหลังไป ๓ ปี พบว่า ปี ๒๕๕๙ ป่วย ๔,๘๗๖ เสียชีวิต ๖๐๖ ราย ปี ๒๕๖๐ ป่วย ๔,๙๑๖ เสียชีวิต ๕๗๙ ราย ปี ๒๕๖๑ ป่วย ๔,๗๓๖ เสียชีวิต ๖๐๑ ราย นั่นเป็นสถิติของเกษตรผู้สัมผัสสารเคมีโดยตรง ที่ไปขอการรักษา ท่านประธานครับ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือยังมีเกษตรกรอีกนับล้านคน ที่ไม่กล้าไปเจาะเลือด เพราะกลัวพบสารเคมีการเกษตรในเลือดของตนเอง เราจะแก้ปัญหานี้ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพที่ กระผมกล่าวไปนั้น เป็นผลกระทบที่มีต่อเกษตรกร ทีนี้มามี ผลกระทบต่อผู้บริโภคหรือประชาชนทั่วไป อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ และประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ที่ได้รับสารพิษสะสมในร่างกายทุกวัน ๆ เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ หรือเพียงเดือนเศษ ที่ผ่านมา นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน (Thai-PAN) ได้เปิดเผยผลสำรวจการเก็บตัวอย่างผักและผลไม้ ๒๔ ชนิด จำนวน ๒๘๖ ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ ๒๕ มีนาคม ถึง ๕ เมษายน ๒๕๖๒ จากห้างค้าปลีก หรือโมเดิร์นเทรด (Modern trade) ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและอีก ๗ จังหวัดทุกภาค ทั่วประเทศ พบว่ามีผักและผลไม้ที่มีสารเคมีปนเปื้อนตกค้างเกินค่ามาตรฐาน ดังนี้ ผักกวางตุ้ง พบสารเคมีปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน จำนวน ๑๐ ตัวอย่างจาก ๑๒ ตัวอย่าง ผักคะน้า พบ ๙ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง กะเพรา พบ ๘ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง พริก พบ ๗ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง กะหล่ำดอก พบ ๗ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง มะเขือเปราะ พบ ๖ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง มะเขือเทศ พบ ๕ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง ถั่วฝักยาว พบ ๔ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง ผักบุ้งจีน พบ ๔ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง ส่วนผลไม้พบสารเคมีปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน ดังนี้ ส้ม พบ ๑๒ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง หมายความว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ พบเกินค่ามาตรฐานทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของส้ม ชมพู่ พบ ๑๑ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง ฝรั่ง พบ ๗ ตัวอย่าง จาก ๑๒ ตัวอย่าง ท่านประธานที่เคารพ ผมแทบไม่อยากที่จะยกตัวอย่างออกไปอีก เพราะเป็นของที่ชอบรับประทานทั้งนั้น ไม่รู้ว่าจะแจ็กพอต (Jackpot) กับตนเองบ้างวันไหน หรือสะสมไว้ในร่างกายมากมายขนาดไหน นางสาวปรกชล ผู้ประสานงานของไทยแพน (Thai-PAN) ได้แถลงต่อว่า การตรวจสอบในปีนี้พบสารพิษตกค้าง ๙๐ ชนิด โดยส่งไปตรวจ ที่แล็บ (Lab) ของประเทศอังกฤษ แต่ถ้าส่งตรวจในห้องแล็บ (Lab) ของประเทศไทย และตรวจไอเทม (Item) ปกติ ในยาฆ่าแมลง ๔ กลุ่ม จะพบสารพิษตกค้างเพียง ๑๙ ชนิด ส่วนอีก ๗๑ ชนิด จะมองไม่เห็น ดังนั้นการตรวจในห้องแล็บ (Lab) ของประเทศไทย ต้องยกระดับห้องแล็บ (Lab) ให้เท่ากับของประเทศอังกฤษต่อไป ทั้งนี้สารพิษตกค้าง ๙๐ ชนิดที่พบ เป็นสารพิษแบบดูดซึมถึง ๕๐ ชนิด คิดเป็น ๕๖ เปอร์เซ็นต์ของสารทั้งหมด สารพิษตกค้างที่พบมากที่สุดคือคาร์เบนดาซิม จำนวน ๕๗ ตัวอย่าง ส่วนคลอร์ไพริฟอส อยู่ในลำดับที่ ๕ จำนวน ๓๘ ตัวอย่าง กระผมมีข้อสังเกตว่าทำไมผลการสุ่มตรวจสารเคมี ปนเปื้อนในพืชผลการเกษตร แทบไม่มีออกมาจากส่วนราชการเลย ทำไมต้องให้ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมมาทำ มาดูแลประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจาก สารเคมีปนเปื้อนในผักผลไม้แล้ว ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น มีการพบสารเคมีปนเปื้อนใน สิ่งแวดล้อม ในน้ำ ในสัตว์น้ำ กระผมขออนุญาตท่านประธานเปิดคลิปแรก ซึ่งกระผม ได้รับอนุญาตจากท่านประธานแล้ว เป็นงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวรลงไปสำรวจที่ จังหวัดน่าน เชิญรับชมครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
อาจจะขัดข้องทางเทคนิคนะครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานต่อว่า จากคลิป (Clip) ดังกล่าวนั้นเป็นงานวิจัย ภาคสนามของมหาวิทยาลัยนเรศวร จะเห็นได้ว่ายาฆ่าหญ้าเข้าไปอยู่ในเนื้อปลาแล้ว ซึ่งเป็น สัตว์น้ำที่ประชาชนของเราบริโภค ซึ่งน่าเป็นห่วงมากครับท่านประธาน ถ้าไม่มีมาตรการ เร่งด่วนมาแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกกรณีหนึ่งซึ่งหนักหนาสาหัสกว่านั้น คือพบ ยาฆ่าหญ้าปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติที่จะนำมาทำน้ำประปาให้ประชาชนบริโภค โดยพบที่จังหวัดหนองบัวลำภู ในญัตติของกระผมถึงมี ส.ส. จังหวัดหนองบัวลำภูถึง ๒ ท่าน ร่วมเสนอญัตติด้วย เพราะที่นั่นปลูกอ้อยมาก ใช้ยาฆ่าหญ้ามาก งานนี้เป็นงานวิจัยของ มหาวิทยาลัยนเรศวรอีกเช่นกัน ขออนุญาตท่านประธานเปิดคลิป (Clip) ที่ ๒ ที่มีการพบ ยาฆ่าหญ้าปนเปื้อนอยู่ในน้ำประปาครับ ขอคลิป (Clip) ที่ ๒ เลยครับ