จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือปัญหาการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะพาราควอต ไกลโฟรเซต และคลอร์ไพริฟอส ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้ใช้ ผู้บริโภค และระบบนิเวศ พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งศึกษาและควบคุมการใช้สารเคมีอย่างรอบด้าน รวมถึงส่งเสริมทางเลือกทางเลือกเช่นการใช้จุลินทรีย์และไส้เดือนเพื่อลดการสะสมของสารพิษในสิ่งแวดล้อม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย พร้อมกับท่านนิยม เวชกามา ร่วมเสนอและมีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติ ๒๐ ท่าน ซึ่งเป็นสมาชิกของ พรรคเราแล้วก็มีความห่วงใย กราบเรียนท่านประธานว่าได้เสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหามาตรการควบคุมการใช้สารเคมี กำจัดศัตรูพืชและสารเคมีในภาคการเกษตร ผมต้องเรียนนะครับว่าในห้วงชีวิตของพวกเรา ในช่วง ๔๐ ปีที่แล้วสารเคมีพวกนี้ยังไม่ได้เข้ามาในประเทศ เราจะได้เห็นนะครับในอดีตผมเป็น ลูกชาวนาทำนา เวลาเกี่ยวข้าวเสร็จปลาก็ยังมีอยู่ ก็ไปตกคักไปรวมกันตามหนอง เราจะเห็นชีวิต ที่เป็นวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งมีน้ำที่สะอาด สารเคมีไม่ได้เข้ามา ในวันนี้สารเคมีได้เข้ามาซึ่ง เป็นหลักที่พวกเราใช้กันอยู่และส่งผลทั้ง ๓ ตัว ซึ่งก็คือพาราควอต (Paraquat) แล้วก็สารเคมี ไกลโฟรเซต แล้วก็สารเคมีคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos)ซึ่งเป็นที่ผมจะกล่าวต่อไป สารเคมีทั้ง ๓ ตัวนั้นส่งผลในเรื่องของเรื่องสุขภาพ สุขภาพอันแรกเลยคือสุขภาพของตัวผู้ใช้เอง ผู้ที่ฉีด โดยเฉพาะยาฆ่าหญ้าพาราควอต (Paraquat) นั้นบางทีเขาไม่รู้หรอกครับว่ามันมีฤทธิ์อันตรายมาก ผมเป็นแพทย์เจอยาฆ่าหญ้าเข้าปากแค่นิดเดียวเอาไม่อยู่ เสียชีวิต แต่ยังไม่ทันที เขาจะค่อย ๆ ดูดซึมแล้วไปเผาร่างกายข้างในสูญเสียเน่าเปื่อยหมด สูญเสียชีวิต ลูกสาวเป็นแพทย์ เป็นเอ็กซ์เทิร์น (Extern) อยู่ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โทรศัพท์ ลงไลน์ (line) มาบอกว่า หนูเจอเคส (Case) คนไข้ไปฉีดยาฆ่าหญ้า ปรากฏว่าใบหญ้าบาด ที่เท้าแล้วเขาก็ไม่รู้มีเบาหวานเป็นโรคพื้นฐานมาโรงพยาบาลต้องถูกตัดขา แอมปูเทต (Amputate) บางคนในเคส (Case) ๒ เดือน มีโรคไต มีเซปสิส (Sepsis) นี่คือการเจ็บป่วย สำหรับตัวผู้ฉีดเอง บอกว่าเจ็บคนเดียว เจ็บทั้งบ้าน ล้มคนเดียว ล้มทั้งบ้าน ไม่มีใครอยากให้ เกิดขึ้น แล้วก็คิดว่ามันเป็นสิ่งน่ากังวลใจเป็นอย่างมาก
อันที่ ๒ คือสุขภาพสำหรับผู้บริโภค จะสังเกตว่าตอนนี้มีสารตกค้างในน้ำ ในปลา ในผัก มีการสำรวจการไทยแพน (Thai-PAN) ว่าในผักก็มีผักกวางตุ้ง ในผลไม้ก็ส้ม องุ่น ชมพู่ เหลือค้างเยอะ ซึ่งเขาบริโภคไปนะครับ มันสั่งสม แล้วสารเคมีทั้ง ๓ ตัวนั้น บางส่วนมีฤทธิ์เฉียบพลัน ถ้าคนฉีดก็คลื่นไส้อาเจียนเฉียบพลัน ระบบหายใจ สั่งสมไป ทุกอวัยวะ บางส่วนเป็นมะเร็ง บางส่วนส่งไปถึงลูก เพราะฉะนั้น ๓ ตัวนี้มีผลสำหรับผู้บริโภค และผู้อยู่รอบข้าง
อันที่ ๓ คือเรื่องของสิ่งแวดล้อม ท่านชวลิตกับท่านชูวิทย์ก็ได้กล่าวไปแล้วว่า ในส่วนของสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะอยู่ในดินก็สั่งสม เขาจึงมีการบอกว่า ถ้าใช้จุลินทรีย์ดิน ใช้ไส้เดือนก็สามารถที่จะทำให้ที่สั่งสมนั้นเจือจางลงได้ ซึ่งการทดแทน ตรงนี้ทางเราก็เป็นห่วงต้องหาวิธีการทดแทน
อันที่ ๔ คือเรื่องของเศรษฐกิจ เศรษฐกิจก็คือเรื่องของพืชผลไม้ที่เราส่งไป ต่างประเทศที่เรากินกันอยู่ และส่งผลทำให้เขาตีย้อนกลับมา ทางกรมวิชาการเกษตร มีการตรวจซึ่งมีเซอร์ทิฟิเคต (Certificate) เป็นลักษณะของเฮลท์ เซอร์ทิฟิเคต (Health certificate) ขึ้นมาว่ามีเท่าไร โดยเฉพาะที่เราใช้กันอยู่นะครับ ซึ่ง ๓ อย่างนี้จะทำให้สูญเสีย อย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าสารเคมีทั้ง ๓ ตัวนั้น ถ้าพูดถึงด้านการแพทย์ ซึ่งขณะนี้เราได้ทราบว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พบว่ามีผู้ป่วยบัตรทอง จากพิษสารเคมีปราบศัตรูพืชในปี ๒๕๖๒ เข้ารักษา ๓,๐๖๗ คน เสียชีวิต ๔๐๗ คน เบิกจ่าย ค่ารักษาพยาบาลถึง ๑๔.๖๔ ล้านบาท ยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate) คาร์บาเมต (Carbamates) จำนวน ๗๐๕ คน เสียชีวิต ๕๘ คน เบิกจ่ายไป ๔.๒๗ ล้านบาท ยาฆ่าหญ้าและยาฆ่าเชื้อรา จำนวน ๑,๓๓๗ คน เสียชีวิต ๓๓๖ คน เบิกจ่ายไป ๖.๗๙ ล้านบาท สารเคมีประเภทอื่น ๆ อีก ๑,๐๒๕ คน เสียชีวิต ๑๓ คน เบิกจ่ายไป ๓.๕๗ ล้านบาท นอกจากนั้นเป็นที่น่าตกใจ คือรายงานการคัดกรอง ตอนนี้เรามีการ ตรวจสอบโดยการคัดกรองเพื่อการหาความเสี่ยงจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตั้งแต่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จากสำนักงานเขตสุขภาพทั้ง ๑-๑๒ เขต ปรากฏว่าปี ๒๕๖๐ ผลมีความเสี่ยงถึง ๗.๔๗ ถึง ๓๔.๔๙ เปอร์เซ็นต์ ผลไม่ปลอดภัย ๓.๒๒-๒๒.๑๕ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๑ มีความเสี่ยงถึง ๖.๕-๒๘ เปอร์เซ็นต์ ไม่ปลอดภัย ๓.๓๕-๑๘.๖๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ใน เขตสุขภาพที่ ๒ ก็คือจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนเขตอื่น ๆ ก็ลดหลั่นกันมา นี่คือสิ่งซึ่งเตือนพวกเราว่ากระทรวง สาธารณสุขนั้นพยายามไม่ให้ใช้ หรือว่าพยายามซึ่งตรงข้ามกับที่เราทราบกันอยู่ว่าสารเคมี ทั้ง ๓ ตัวก็ยังมีการใช้กันอยู่ โดยเฉพาะเมื่อมีการประชุม แล้วก็เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ก็ยังมีการให้ใช้อยู่ แต่ว่าให้กรมวิชาการเกษตรเสนอมาตรการ ๖ มาตรการเพื่อเป็นการแก้ไข ปัญหา ซึ่งมาตรการที่ว่าก็คือ ด้านกฎหมาย เสนอร่างกฎหมายด้านอบรม ด้านหาแนวทาง นำเกษตรปลอดภัย นำเกษตรอินทรีย์มาใช้ ด้านบันทึกข้อมูล ใช้วัตถุอันตรายอย่างเป็นระบบ ด้านประชาสัมพันธ์และสนับสนุนการวิจัย แต่ผมขอเรียนว่าอันนี้มันจะช้าไปไหมครับ เพราะเป็นที่ประจักษ์ชัดแน่นอนว่าเป็นคนที่ได้รับบริโภคทั้งทางตรง ทางอ้อม รู้สึกว่า ตายผ่อนส่ง เราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิกทั้งหมด ผมเชื่อว่าทั้งพรรค หรือว่า ทั้งประเทศ หรือทุกคน เราอยากให้เร่งด่วนในมาตรการควบคุม หรือจริง ๆ ถ้าบอกไปอีก ๒ ปีมันจะนานไปไหมครับ ตัวเลขที่มีคนนำเข้าสารเคมีนั้นก็มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะรู้สึกว่า เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้าน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้าน ตัวเลขที่เข้ามาใช้ อย่างนำเข้าของพาราควอตต้องถึง ๔๔.๕๐ ล้านกิโลกรัม ของคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ถึง ๓.๓๒ ล้านกิโลกรัม และ ไกลโฟเซต (Glyphosate) ๕๙.๘๕ ล้านกิโลกรัม และทุกอันมีการยืนยันว่ามีกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะพาราควอต (Paraquat) มีความเสี่ยงเฉียบพลัน ผิวหนังแสบ อาการโรคพาร์กินสัน โรคอื่น ๆ เฉียบพลัน ไกลโฟเซต (Glyphosate) ก็โรคไต โรคมะเร็ง อะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็น ทุกอวัยวะ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนว่าวันนี้เป็นวันที่สำคัญผมอยากเห็น และพวกเราอยากเห็น ว่าธรรมชาติกลับมาสู่เหมือนเดิม อีโก้ เลเบล (Eco label) อีโก้ (Eco) การให้รางวัล นาไหนมี สารเคมีหรือไม่มี มีนกไปได้ มีปลา มีสิ่งมีชีวิตได้ เราน่าจะให้รางวัลในการทำให้ตรงนี้ชักจูง เพราะฉะนั้นวันนี้จึงจำเป็น ญัตติเราผมยื่นมาตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม มีสมาชิกที่มาร่วม ท่านสมาชิกจากจังหวัดอุดรธานีหลายคน หรือทั้งหมดก็อยากจะพูด เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึง เสนอว่าจำเป็นจึงต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ หลายคนบอกว่าไม่ต้องตั้งหรอก เพราะมีสามัญ อยู่แล้ว แต่ก็ต้องนำเรียนท่านประธานว่าสามัญคณะไหนละครับ ทุกคณะก็มีขอบเขตจำกัด แต่กรรมาธิการที่เราจะดูตรงนี้คือมุ่งเน้นและทำงานแบบรวดเร็ว ที่จะต้องดูก็คือกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ต้นเรื่อง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ทุกองคาพยพตรวจ สต็อก (Stock) ทุกกระทรวง แม้กระทั่งกระทรวงอุตสาหกรรมหรือกระทรวงที่ดูแลเรื่อง พ.ร.บ. วัตถุอันตราย ทุกอย่างต้องบูรณาการกันหมด วันนี้จึงขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกว่า ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเราทำแบบรวดเร็ว และเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ทางผมแล้วก็ ๗ พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยท่านชวลิตก็ได้มีการจัดเสวนาฟังปัญหาเรื่องสารเคมีตกค้างใน อาหารและสิ่งแวดล้อมเป็นภัยต่อสุขภาพ มูลนิธิชีววิถี ไบโอไทย (BIOTHAI) แล้วก็ได้รับการ ตอบรับ พี่น้องประชาชนส่งคอมเมนต์ (Comment) มาเยอะมาก บอกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ จำเป็น ดังนั้นวันนี้ผมจะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพราะว่าทุกท่านใจจดใจจ่อว่าอยากให้เราได้เร่ง ในการดำเนินการควบคุม โดยเฉพาะสารเคมียาปราบศัตรูพืช ยากำจัดวัชพืช และยาฆ่าแมลง ทั้ง ๓ ไอเทม (Item) นี้ เราต้องเร่งกัน เพราะคิดว่าถ้าเราสามารถตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้ แล้วพี่น้องประชาชนที่ตายผ่อนส่ง เขาจะได้รอดพ้น ทุกคนก็จะมีความสุข ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ