ชูวิทย์ ชี้น้ำท่วมอีสานรุนแรง วอนรัฐเร่งเยียวยา-แก้จัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หารือสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในภาคอีสานจากพายุโพดุลและคาจิกิ ที่ก่อความเสียหายอย่างหนักต่อชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน และพื้นที่เกษตร จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือทั้งด้านมนุษยธรรม โครงสร้างพื้นฐาน ยกเลิกหนี้และดอกเบี้ยให้เกษตรกร สนับสนุนการฟื้นฟูอาชีพ และปรับเพิ่มวงเงินเยียวยาให้สอดคล้องกับความเสียหายจริง พร้อมเสนอให้แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันอุทกภัยในอนาคต และขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยเหลือ พร้อมผลักดันให้รัฐเพิ่มการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและภัยแล้งตามสัญญาที่เคยให้ไว้

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ วันนี้ผมมีเรื่อง ที่จะกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งกระทบปัญหากับ พี่น้องประชาชนภาคอีสานเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตพี่น้องประชาชน บ้านเรือน เรือกสวนไร่นา รวม ๆ แล้วหลายแสนไร่ครับ เสร็จแล้วถนนเชื่อมระหว่างอำเภอ ถนนเชื่อมระหว่างตำบลก็ได้รับความเสียหาย ชีวิตพี่น้องประชาชนในขณะนี้เสียชีวิต ๓๐-๔๐ ราย โคกระบือเสียชีวิตประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าตัว ซึ่งเกิดขึ้นจากพายุโพดุลและพายุคาจิกิ ที่พัดผ่านประเทศไทยในครั้งนี้ กระผมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย ขอแสดงความเสียใจถึงครอบครัวของพี่น้องประชาชนผู้สูญเสีย ทั้งได้ออกไปเยี่ยม และให้กำลังใจและเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยในฐานะผู้แทนราษฎรของประชาชน ในฐานะของพรรคการเมืองของประชาชนในทันทีที่เกิดภัยพิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกที่ จังหวัดขอนแก่นน้ำข้ามถนนมิตรภาพมาในยามค่ำคืนครับ น้ำท่วมอย่างรวดเร็วภายใน ๒ ชั่วโมง แล้วน้ำก็หายไปภายใน ๔ ชั่วโมง ทำให้พี่น้องประชาชนอำเภอบ้านไผ่ จังหวัด ขอนแก่น ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง วันนั้นเป็นวันเริ่มต้นของอุทกภัยครั้งใหญ่ครั้งนี้ ผมและท่านประธานยุทธศาสตร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมพี่น้อง ประชาชนที่จังหวัดขอนแก่นแล้วเราก็มาที่จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ดก็เกิดอุทกภัย ครั้งใหญ่ น้ำท่วมจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ แล้วก็มาที่จังหวัด อุบลราชธานี รวมทั้งจังหวัดศรีสะเกษ วันนี้รัฐบาลต้องมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหา เพราะปัญหาเฉพาะหน้าในครั้งนี้ก็ต้องขอเครื่องอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะน้ำมากแต่ไม่มี น้ำดื่ม จะเข้าห้องส้วมห้องน้ำก็ไม่ได้ ก็ต้องขอเรือท้องแบน เรือยกสูงที่จะช่วยขนถ่าย เครื่องใช้ของพี่น้องประชาชน และหลังน้ำลดก็อยากจะให้แก้ปัญหาเรือกสวนไร่นาที่ได้รับ ความเสียหาย บ้านเรือน วัดวาอาราม สถานที่ราชการ ถนนหนทาง ผมก็ขอเสนอให้รัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณให้ส่วนราชการเพื่อจะช่วยส่งเสริมหลังน้ำลด ก็คือส่งเสริมอาชีพให้ พี่น้องสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เช่น การปลูกพืชระยะสั้น ปลูกพริก ปลูกผัก แล้วก็เลี้ยงสัตว์ ระยะสั้นก็คือ โครงการเลี้ยงโคขุน ๓ เดือน ให้ชาวบ้านได้เสร็จจากนาล่มก็มาปลูกหญ้า เพื่อจะเลี้ยงโคขุน ๓ เดือน ก็จะพอประทังชีวิตอยู่ได้ แล้วที่จริงจังที่จะต้องแก้ไขด่วนที่สุด ก็คือต้องพักหนี้ ธ.ก.ส. ๓ ปี หลังจากพักหนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วพี่น้องประชาชนคนอีสาน ยังอยู่ไม่ได้ครับ เพราะปีกลายแล้งครับ ปีนี้ก็น้ำท่วมครับ พักหนี้เสร็จแล้วยังคงไม่มีดอกเบี้ย ให้ท่านหรอกครับ ก็ต้องขอยกเลิกดอกเบี้ยให้กับพี่น้องประชาชนด้วย นอกจากนั้นแล้ว รัฐบาลต้องเร่งซ่อมแซมถนนเชื่อมระหว่างอำเภอ อาคาร บ้านเรือน ที่ได้รับความเสียหาย ให้สามารถใช้ได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ให้แก้ไขระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการที่จะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน เช่น น้ำท่วมนาให้ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท ก็ขอว่าอยากให้ช่วยเป็น ๒,๒๒๖ บาท ได้ไหม เพื่อจะบรรเทาชีวิตให้พี่น้องรอดให้ได้ในฤดูน้ำหลากในขณะนี้ ปีนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าปีนี้ต้นปีชาวนาได้ลงทุนในการทำนาไปเรียบร้อยแล้ว ก็ประสบภาวะปัญหา ภัยแล้ง ข้าวในนาตายหมดพอตายเสร็จแล้วก็ลงทุนใหม่ ชาวนานี่สู้ครับ ผีซ้ำด้ำพลอย เขาบอกว่าทำนาปรังมีซังกับหนี้ ทำนาปีก็มีแต่หนี้กับฟาง วันนี้ลงทุนสู้ต่อ สู้ต่อกล้างามก็ทำการถอนกล้าดำนาซื้อปุ๋ยมาใส่ ดำวันแม่เกี่ยววันพ่อ นี่ก็คือข้าวหอมมะลิ พอดำเสร็จเรียบร้อยแล้วพายุมาน้ำท่วม ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงรัฐบาลว่า ปีนี้ต้องช่วย ๑. ภัยแล้ง พอช่วยภัยแล้งเสร็จ ๒. ต้องช่วยน้ำท่วม คือ ๑ ราย จะต้องได้รับ การช่วยเหลือ ๒ อย่าง ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมในคราวเดียวกัน เพื่อจะมาซื้อข้าวเหนียว ซึ่งในขณะนี้ข้าวเหนียวขาดตลาด ก็อยากจะฝากรัฐบาลนะครับว่า วันนี้ขายข้าวเปลือก กิโลกรัมละ ๑๐ บาท ซื้อข้าวสาร กิโลกรัมละ ๕๐ บาท วันนี้รัฐบาลบอกว่าจะมีข้าวราคาถูก คือข้าวเหนียวถุงละ ๒ กิโลกรัม ๗๐ บาท ให้พี่น้องประชาชนได้ซื้อได้ด้วย ถ้าท่านเอาไปไว้ ที่ร้านธงฟ้า จาก ๗๐ บาท ก็จะขึ้นเป็น ๙๐ บาททันที ใน ๒-๓ วันต่อจากนี้ไป ผมจึงจะ กราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้วิธีแก้ไขปัญหานะครับ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ขวดใบนี้ นี่คือมวลน้ำ ถ้าดูจากปากขวดคือโขงเจียมนะครับ น้ำที่อยู่ท้ายขวดก็คือ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ ก็จะไหลมาที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี ซึ่งในขณะนี้ อำเภอเมืองอุบลราชธานีท่วมหมดแล้วนะครับ จากเมืองอุบลราชธานีก็จะไปต่อที่ อำเภอตาลสุม อำเภอดอนมดแดง ลงลำน้ำมูลต่ออำเภอพิบูลมังสาหาร ลงที่อำเภอโขงเจียม ขณะนี้ที่เขื่อนปากมูลได้เปิดประตูเขื่อนปากมูลทั้ง ๘ บาน แต่ก็ไม่สามารถที่จะขับน้ำ ให้เร็วขึ้น ทางจังหวัดอุบลราชธานีได้ตั้งเครื่องสูบน้ำที่สะพานข้ามลำน้ำมูล ระหว่าง อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอตาลสุม ในการขับน้ำให้เร็วขึ้น ให้น้ำมีการไหลเร็วขึ้น ก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาให้น้ำลดลงอย่างรวดเร็วได้ ผมอยากให้รัฐบาลมีมาตรการ ที่เด็ดขาด ก็คือแก้ไขปัญหาจะต้องศึกษาเรื่องโขง ชี มูล เพื่อจะแก้ไขปัญหาไม่ให้น้ำท่วม ไม่ให้น้ำแล้งอีกต่อไป ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยตั้งงบประมาณไว้ ในครั้งอดีต ก็คือตอนพรรค พลังประชาชน ได้ตั้งไว้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่สามารถที่จะทำได้โดนปฏิวัติ พอพรรคเพื่อไทยเราก็ตั้งไว้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กำลังจะทำอีกก็โดนปฏิวัติอีก ในขณะนี้ฝากรัฐบาลให้มีความจริงใจในการที่จะแก้ปัญหาทั้งน้ำแล้ง ทั้งน้ำท่วมให้กับ พี่น้องประชาชน

สุดท้ายครับท่านประธาน ขอขอบคุณมูลนิธิต่าง ๆ ที่เห็นใจคนอีสาน ที่ท่านได้ส่งถุงยังชีพ ที่ท่านได้ส่งเรือไปช่วย จากจังหวัดระยอง จากจังหวัดสมุทรปราการ จากปากช่อง จากจังหวัดปทุมธานี แล้วก็ส่วนราชการที่ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขอขอบพระคุณ แล้วก็ฝากถึงทหารต้องมีเรือลาดตระเวนช่วยพี่น้องด้วย ตำรวจก็ต้องมีเรือ ลาดตระเวนช่วยพี่น้องด้วย เพราะมีมิจฉาชีพที่อาศัยช่วงจังหวะความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนแอบลักเล็กขโมยน้อยสิ่งของของประชาชน ฝากเรื่องท่านประธาน ถึงรัฐบาลว่าปีนี้ภาคอีสานทั้งแล้ง ทั้งน้ำท่วม ประสบปัญหาอย่างนี้รัฐบาลต้องช่วย อย่างเร่งด่วน แล้วก็สุดท้ายครับที่ท่านไปหาเสียงท่านบอกว่าจะจ่าย ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท วันนี้ทราบว่าจะจ่าย ไร่ละ ๕๐๐ บาท ประชาชนก็ฝากทวงถามว่า ๒๐ ไร่ ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ยังจำได้ ภัยแล้งขอไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ๒๐ ไร่ น้ำท่วมขอไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ๒๐ ไร่ ๘๐,๐๐๐ บาทต่อครอบครัว พี่น้องประชาชนจึงจะสามารถดำรงชีพอยู่ต่อได้ ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ