องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือปัญหาการใช้สารเคมีในภาคเกษตร โดยเฉพาะพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการใช้ทันทีและดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อคุ้มครองเกษตรกรและผู้บริโภค
ท่านประธานที่เคารพ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ วันนี้เราพิจารณาญัตติซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมการใช้สารเคมี ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภค ตั้งแต่ผู้อภิปรายคนแรกจนกระทั่งมาถึงท่านที่อภิปรายก่อนหน้าผม ผมเชื่อว่าทั้งห้องประชุมนี้ แทบจะไม่มีใครที่ไม่ตระหนักถึงอันตรายของสิ่งที่เราได้อภิปรายกันมาตลอดระยะเวลา หลายชั่วโมงที่ผ่านมา แน่นอนที่สุดสารเคมีที่ใช้ในการเกษตรนั้นมีหลายประเภท แต่สิ่งที่เรา เน้นกันมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ก็คือสารเคมีอยู่ ๓ ชื่อด้วยกัน ซึ่งเป็น ๓ ชื่อที่ไม่ได้เน้นกัน เฉพาะในห้องประชุมนี้เท่านั้น แต่ผมคิดว่าขณะนี้สังคมไทยจำนวนมาก และคนที่สนใจ ในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยจากสารเคมีต่าง ๆ กำลังพูดถึงกันเป็นอย่างมากก็คือ พาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งที่เราพูดกันถึงขณะนี้นั้นแทบไม่ต้องไปกังวลว่าสารเคมี ทั้ง ๓ ประเภทที่เราพูดถึงกันนั้น สมควรจะใช้ต่อไปอีกหรือไม่อย่างไร ผมเชื่อว่าผู้อภิปราย เกือบทั้งหมดนั้นมีความเห็นที่ไม่แตกต่างกันว่าเราควรที่จะยกเลิกในการใช้สารเคมีทั้ง ๓ ประเภทที่ผมได้พูดถึงไปแล้ว ถึงแม้รัฐบาลในการแถลงนโยบายครั้งล่าสุดจะบอกว่าจะ ควบคุมมาตรฐานการใช้สารเคมีหรือปุ๋ยเคมีในการเกษตร เพื่อนำไปสู่การลด ละ เลิก การใช้ สารเคมีหรือปุ๋ยเคมี โดยจัดหาสิ่งทดแทนที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำขณะนี้ไม่เพียงแต่การลดเท่านั้น ผมคิดว่ารัฐบาลต้องละ และเลิกการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนอย่างมาก ผมคิดว่าอันตรายที่ หลายท่านได้พูดถึงไปนั้น สรุปง่าย ๆ ว่าสามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย ต่อสุขภาพ เป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดมะเร็งปอด ก่อมะเร็งสมอง และมะเร็งเม็ดเลือด สามารถก่อให้เกิด ความผิดปกติทางจิตประสาท รวมถึงความผิดปกติทางโครโมโซม (Chromosome) ทำให้ เด็กทารกในครรภ์เติบโตช้า เกิดความพิการแต่กำเนิดหรือการแท้งได้ ก่อให้เกิดมะเร็ง ต่อมน้ำเหลือง หรืออาจจะก่อให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ ๒ และโรคพาร์กินสันอีกด้วย ผมคิดว่าโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่เราได้ยินได้ฟังมานี้คงไม่อยากให้เกิดกับคนที่เป็นญาติของเรา เป็นพี่น้องเรา คนที่เป็นเพื่อนเรา หรือแม้แต่เกิดขึ้นกับตัวเรา แต่ถามว่าทำไมสังคมไทย จึงปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน และพอจะมีการเกิดการเปลี่ยนแปลง ในสิ่งเหล่านี้ขึ้น เมื่อพี่น้องประชาชนตื่นตัวรับรู้สิ่งเหล่านี้มากขึ้น และมีคนจำนวนไม่น้อย ที่ออกมาต่อสู้ในเรื่องเหล่านี้ แต่พิษภัยที่คนเหล่านั้นได้รับไม่น้อยไปกว่าพิษภัยจากสารเคมี ที่ได้รับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ มีคุณหมออยู่ท่านหนึ่งครับท่านประธาน ชื่อศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แผนกประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย เป็นคุณหมอซึ่งผมเชื่อว่าคุณหมอทั้งประเทศทราบดีว่า คุณหมอท่านนี้มีจริยวัตร ประกอบสัมมาชีพในฐานะเป็นแพทย์ เป็นอาจารย์หมอที่มีชื่อเสียง และยึดมั่นในสัมมาวิชาชีพของตน แต่ปรากฏว่าทันทีที่คุณหมอท่านนี้ออกมาต่อสู้ในเรื่องนี้ ชี้ให้เห็นพิษภัยของปัญหาสิ่งเหล่านี้ ปรากฏว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรียกท่านไปสอบ แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาจะสอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ นัดหมายไปเรียบร้อยที่จะสอบสวนท่าน พี่น้องประชาชนจำนวนมากไม่ยอมครับ ไปที่หน้าห้องสอบสวนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่อาคารจามจุรี ไม่ให้สอบคุณหมอท่านนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมจึงอยากจะ กราบเรียนว่า พี่น้องประชาชนได้ตื่นตัวกันพอสมควรแล้ว เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาล ตื่นตัวมากยิ่งขึ้น แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะตื่นตัวได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ก็เพราะว่า ในรัฐบาลชุดที่แล้วมีท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่ง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ปัจจุบันก็คงเป็นอดีตไปแล้ว ท่านต่อสู้เรื่องของสิ่งแวดล้อม ต่อสู้เพื่อพี่น้อง เกษตรกรมาโดยตลอด ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน คือท่านอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร ไม่ได้เสียหายอะไร ท่านบอกว่า ตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผมไม่มีอำนาจโยกย้ายคน ถ้าผมมีผมจะปลดทั้ง ๕ คนที่ไปลงมติให้มีการใช้ สารเคมีต่อ ถ้ารัฐมนตรีชุดนี้เอาจริงก็เรียก ๕ คนที่เป็นบอร์ด (Board) เรียกอธิบดี กรมวิชาการเกษตรระงับไป ถ้าทำไม่ได้ก็เปลี่ยนคน ผมจึงฝากรัฐบาลชุดนี้ครับ ฝากท่าน เป็นโอกาสสุดท้ายว่าขอให้รัฐบาลต้องกล้าหาญที่จะตัดสินใจยกเลิกพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เพื่อไม่ให้เกษตรกรไทยต้อง ตายผ่อนส่งและตายจริง ๔ ปี คนไทยตายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมาถึง ๒,๑๙๓ รายแล้ว ฝากท่านประธาน ฝากคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ