นพดล แก้วสุพัฒน์ หารือปัญหาอุทกภัยในภาคเหนือและอีสาน ชี้ความล่าช้าในการช่วยเหลือจากข้อจำกัดของระเบียบรัฐ พร้อมเสนอให้ใช้ศักยภาพท้องถิ่นและปรับกฎระเบียบเพื่อให้ช่วยเหลือได้ทันท่วงทีและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้ราษฎรที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางที่จะแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือดังนี้ครับ ก็คงเป็นที่ทราบแล้วว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น สร้างความทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน จำนวนมาก แต่การที่จะเข้าไปดูแลช่วยเหลือของพี่น้องประชาชนเราอาจจะทำไม่ได้ทั่วถึง หรือไม่ทันเวลากับพี่น้องประชาชน ก็เกิดเป็นความเศร้าใจที่พี่น้องเองก็อาจจะน้อยใจว่า ทำไมรัฐทอดทิ้ง ผมคิดว่าเราเองมีหน่วยงานของรัฐที่บูรณาการในพื้นที่ภูมิภาคและส่วนกลาง ที่มีทั้งอำนาจหน้าที่ที่จะลงไปช่วยเหลือ แต่ภารกิจหรืออำนาจหน้าที่ของแต่ละคนมีความเป็น เจ้าของที่ต่างกัน ไม่สามารถที่จะไปก้าวก่ายหน้าที่ที่จะช่วยเหลือกันได้ ผมขอยกตัวอย่างว่า ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาจะมีความรับผิดชอบในพื้นที่ของเขาอย่างทั่วถึง ทุกครัวเรือน แล้วก็จะรู้ว่าตรงไหนเสียหายและได้รับความเสียหายเรื่องอะไรบ้าง ผมคิดว่า ในส่วนการสำรวจข้อมูลตรงนี้ท้องถิ่นเขาจะทราบดีนะครับ แล้วการช่วยเหลือที่จะทั่วถึง ท้องถิ่นจะทราบว่าตรงไหนที่เดือดร้อน ตรงไหนที่ไม่เดือดร้อน ส่วนหน่วยงานที่เข้าไปช่วย อาจจะเข้าไปช่วยในส่วนที่เป็นภาค อาจจะไม่ทั่วถึงนะครับ ผมคิดว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากน้ำท่วมกับการปฏิบัติระบบราชการ มีความต่างกัน เพราะน้ำท่วมไม่ได้มีวันหยุดราชการหรือนอกเวลาเหมือนกับระบบ ข้าราชการที่เรามีวันหยุดและมีนอกเวลาราชการที่ไม่ต้องทำงาน แต่ในพื้นที่เอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรับผิดชอบ ๒๔ ชั่วโมงกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรที่จะให้กำลังใจกับคนที่อยู่ในพื้นที่และบุคลากรที่ลงไปในพื้นที่ ผมคิดว่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง เรามีงบประมาณที่จะบริหารในพื้นที่ แต่เนื่องด้วยระเบียบการใช้งบประมาณในการช่วยเหลือประชาชน ในเรื่องพวกนี้ไม่ได้ชัดเจน เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่ให้ท้องถิ่นทำ เราต้องไปใช้ระเบียบของ ปภ. คือป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนที่จะเข้าไปช่วย จึงทำให้เกิดความยุ่งยากในการที่จะช่วยเหลือ ได้ทันที ท้องถิ่นเองปัจจุบันเราก็มีเงินสะสมหรือทุนสำรองสะสมที่เพียงพอที่จะดูแลในพื้นที่ แต่กลับใช้ไม่ได้ หรือมีเครื่องมือเครื่องจักรที่มีอยู่กันเต็ม แต่ข้ามเขตกันไม่ได้ ท้องถิ่น มี ๗,๘๕๓ แห่ง รวม กทม. มีเครื่องมือเครื่องจักร บุคลากร งบประมาณจำนวนมาก น้ำไม่ได้ท่วมพร้อมกันทั้งประเทศ ความเดือดร้อนเกิดขึ้นเฉพาะที่ ส่วนที่ไม่ได้เสียหาย เขามีเครื่องมือเครื่องจักร แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ เพราะระเบียบการบริหารงาน ของกระทรวงมหาดไทยที่ออกให้ท้องถิ่นทำนอกเขตไม่ได้เป็นปัญหา ท้องถิ่นเองเรามี เครื่องมือเครื่องจักรเอาแค่ครึ่งหนึ่งของท้องถิ่น ถ้าระดมลงไปช่วยผมคิดว่ามันเพียงพอ ที่จะช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชน ในช่วงแรกเราก็รู้อยู่แล้วว่าน้ำจะท่วมตรงไหน ถ้าเกิดประกาศภัยพิบัติก็จะใช้งบประมาณได้ในระหว่างท่วม ตอนนี้ผมคิดว่าเราจะต้อง ระดมเครื่องมือเครื่องจักรทั้งหมดที่มีบูรณาการ โดยอาจจะต้องใช้มติ ครม. ยกเว้นระเบียบ ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ท้องถิ่นที่ไม่ได้ท่วมเอาเครื่องมือเครื่องจักรเข้ามาช่วยกันได้ ผมคิดว่าตรงนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่นะครับ ผมคิดว่าในระยะ การสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น ท้องถิ่นเท่านั้นจะรู้ว่าความเสียหายแต่ละครัวเรือน เป็นความจริงแค่ไหน แล้วก็จะได้ช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน ส่วนในระยะข้างหน้าที่จะยั่งยืนผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วม ทั้งภัยแล้งนะครับ ก็น่าจะมีระบบที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ อย่างเช่น เราเคยได้ยินเรื่องและมีการทดลองในท้องถิ่น เกี่ยวกับเรื่องธนาคารน้ำใต้ดินที่สามารถเก็บกักน้ำที่ท่วม ที่ฝนตกลงมาลงไปใต้ดิน แล้วก็เอาขึ้นมาใช้ในหน้าแล้งได้นะครับ นั่นก็เป็นประเด็นหนึ่งที่พรรคพลังท้องถิ่นไท เราได้เสนอไว้ กับอีกเรื่องหนึ่งเรามีที่เก็บกักน้ำจำนวนไม่พอ ประเทศไทยมี ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ถามว่ามีอ่างเก็บน้ำขนาดสัก ๕๐ไร่หรือ ๑๐๐ ไร่ ไม่กี่หมู่บ้านนะครับ ถ้า ๑ หมู่บ้าน มี ๑ อ่างเก็บน้ำสัก ๑๐๐ ไร่ ก็คิดว่าไม่ต้องไปทำเขื่อนใหญ่ที่จะให้กระทบความเสียหาย กับป่าไม้หรือพื้นที่สัตว์ป่าก็น่าจะมีการเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้ในระยะยาว และแก้ไขปัญหา ภัยแล้งได้ ผมเองก็อยากจะเสนอว่าหน่วยงานที่บูรณาการตรงนี้ต้องมีระบบที่มีระเบียบ ในการที่จะนึกถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนก่อน มากกว่าระเบียบที่หน่วยงานเอง มีหน้าที่เฉพาะจำกัด แล้วก็ต้องใช้เฉพาะในส่วนของหน้าที่ตัวเอง ไม่สามารถมาบูรณาการ ร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชนได้ ระเบียบตรงนั้นต้องยึดว่าหลักคือประโยชน์ ของประชาชนต้องสามารถเข้าไปร่วมช่วยกันทำงานได้ ผมคิดว่าเป็นแนวทางหนึ่ง ที่ทางผมเองคิดว่าถ้าแก้ไขได้รวดเร็วในปัญหาปัจจุบันตรงนี้ พี่น้องก็คงจะได้รับการดูแล อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ขอบคุณมากครับ