ประกอบ รัตนพันธ์ หารือเรื่องการแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และเรียกร้องการพิจารณาในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากการใช้สารเคมี
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ วันนี้ผมจะไม่พูดครับ เพราะว่าจะเปิดโอกาสให้พี่น้อง เพื่อน ส.ส. ภาคอีสานได้พูดถึงเรื่องน้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่ พี่น้องชาวอีสานเดือดร้อนแสนสาหัส แต่ว่าเนื่องมาจากญัตติเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่มี ความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ และมีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย เล็งเห็นถึงความสำคัญ เล็งเห็นถึงความจำเป็นในเรื่องนี้ เพราะว่าก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติที่ดีได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของสารเคมีปราบศัตรูพืช ผมขออนุญาตทำความเข้าใจกับเพื่อน ๆ กับพี่น้องประชาชนสักนิดหนึ่ง เกรงว่าจะมี ความสับสนกัน คำว่า ศัตรูพืชมันคลุมถึง ๔ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ ๑ ครับ ก็คือวัชพืช วัชพืชก็เป็นศัตรูพืชเพราะแย่งอาหารของพืชหลัก ประเด็นที่ ๒ แมลงศัตรูพืช ผมเข้าใจว่า ทุกท่านคงรู้ คงตระหนักว่าแมลงศัตรูพืชนั้นเป็นพิษภัยต่อพี่น้องเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน ประเด็นที่ ๓ คือสัตว์ศัตรูพืช เช่น พวกหนู พวกสัตว์ต่าง ๆ ที่ไปทำลายพืชผลของพี่น้อง เกษตรกร แล้วก็ประเด็นที่ ๔ โรคพืชมักจะใช้เคมีที่กำจัดพวกเชื้อรา ๔ เรื่องนี้เราพูดคลุม กันว่าศัตรูพืช ศัตรูพืชมันก็ทำลายผลผลิตของพืชทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับผลผลิตที่น้อยลง คุณภาพของผลผลิตไม่ดี วันนี้การค้าผลไม้ การค้าผักก็มีผลกระทบมาก เนื่องมาจากว่า เราขาดความตระหนัก ความใส่ใจในเรื่องของการใช้สารเคมี กำจัดศัตรูพืชที่ไม่ถูกต้อง ไม่มีความเข้าใจ ใช้อย่างไม่ตระหนัก นอกจากกระทบถึงสุขภาพของเกษตรกรโดยตรงแล้ว ยังกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ยังกระทบต่อการค้าขายในประเทศ และต่างประเทศ กระทบเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคง เพราะฉะนั้นเรื่องของยา หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ จึงเป็นเรื่องมีความจำเป็นที่สภาแห่งนี้ จะต้องพูดจาปราศรัยกันอย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ การที่เราแบน (Ban) สารเคมี วัตถุอันตรายที่เกิดผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ว่าเราเพิ่งมาพูดถึง สารเคมี ๓ ตัวที่พวกเราได้พูดคุยวันนี้ ไม่ว่าเรื่องพาราควอต (Paraquat) เรื่องของ คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) จริง ๆ แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ จนกระทั่งถึงปี ๒๕๔๗ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่ตระหนักถึงความสำคัญของ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้สั่งห้ามนำเข้ามาแล้ว ๙๖ ชนิดครับ แต่ท่านประธานทราบไหมว่า ทำไมมันเกิดขึ้นอีก เพราะว่าเปลี่ยนยี่ห้อครับ เปลี่ยนชื่อการค้าครับ ปราบไปปราบมา ผุดขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นภัยมืด ๓ ตัวที่เรากำลังจะจับอยู่ขณะนี้มันก็เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต แต่เปลี่ยนชื่อการค้าได้เกิดขึ้นใหม่ และเราก็ปราบมันไป แล้วถ้าเราไม่ตระหนักและมัน ไม่ตระหนักจะเกิดขึ้นมาอีก และปราบกันอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา ผมจึงอยาก กราบเรียนท่านประธานว่าการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องนี้ขอให้คิดทบทวนในอดีต ปัจจุบัน และคำนึงถึงอนาคตว่าการที่เราจะแบน (Ban) สาร ๓ ตัวนี้ ในอดีตเราแบน (Ban) ไป กี่ตัวแล้ว แล้วทำไมวันนี้ต้องแบน (Ban) ๓ ตัวนี้อีก และในอนาคตต้องแบน (Ban) อีกกี่ตัว ผมกราบเรียนท่านว่าอันนี้มันเป็นระบบที่เราต้องสืบค้นถึงรากเหง้าของมันว่าสารเคมี มันเล็ดลอดมาอย่างไร ทั้ง ๆ ที่หลายตัวท่านครับ ต่างประเทศเขาห้ามใช้เลยนะครับ แต่โชคดี ประเทศเราได้ใช้ทุกอย่างที่ต่างประเทศไม่ใช้ สงสารพี่น้องเกษตรกร สงสารคนไทย เพื่อน ส.ส. หลายท่านได้พูด ได้เห็นว่าสารเคมีปราบศัตรูพืชส่วนใหญ่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โรคมะเร็งหลายชนิดครับ ๔-๕ ชนิดที่ก่อเกิดมาจากการใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้อง เมื่อปี ๒๕๑๘ ท่านประธานครับ ผมเล่าเหตุการณ์ให้ท่านประธานฟัง ในนาปลาทุกชนิดว่ายน้ำครึ่งตัว เพราะอีกครึ่งตัวขาดไปแล้วครับ โดนสารเคมีทำลาย ปลาช่อนหางขาดไปแล้ว เหลือครึ่งตัว พิษภัยขนาดไหนครับ ไส้เดือนซึ่งเป็นรถแทรกเตอร์ของเกษตรกรคนจนพรวนดิน พอเกษตรกรใช้สารเคมีมาก ๆ ใช้สารกำจัดศัตรูพืชมาก ๆ ไส้เดือนตายหมด แม่น้ำลำคลอง เดี๋ยวนี้ดื่มไม่ได้ครับ เพราะว่าสารเคมีทั้งหมดเลย ตรงนี้คือภัยของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ผมเลยกราบเรียนท่านประธานเพื่อฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญถ้าเกิดตั้งนะครับว่าต้อง ตระหนักและต้องคิดในเชิงระบบ ไม่ใช่ว่าเกิดตัวปราบตัว เกิดตัวปราบตัวเหมือนผีร้าย ไม่มีทางหมดสิ้นนะครับ ต้องดูถึงรากเหง้าด้วย ก็ฝากด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ