ไชยา สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาสารเคมีเกษตร หวั่งผลกระทบต่อสุขภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒

ไชยา พรหมา หารือปัญหาการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร โดยเฉพาะพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ในจังหวัดหนองบัวลำภูที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม และแหล่งน้ำ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาแบนสารพิษเหล่านี้และเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อปกป้องชีวิตและวิถีชีวิตของประชาชน

นายไชยา พรหมา หนองบัวลำภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ผมขอสนับสนุนให้สภา แห่งนี้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำการศึกษาในการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญอย่างมากของประเทศในขณะนี้ จากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรในจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมทั้งท่านสยาม หัตถสงเคราะห์ แล้วก็คุณณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ซึ่งท่านสมาชิกผู้เสนอญัตติขออนุญาตที่ต้อง เอ่ยนามก็คือท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ได้ยกตัวอย่างพื้นที่ในจังหวัดหนองบัวลำภูขึ้นมา นั่นคือ ความจริงที่ปรากฏอย่างเด่นชัด เนื่องจากว่าเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูเป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับว่าจังหวัดเล็ก ๆ อย่างจังหวัดผมนั้นมีการใช้สารเคมียาปราบศัตรูพืช โดยเฉพาะสารพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) มากที่สุดอันดับหนึ่งของ ประเทศ สิ่งที่ผมอภิปรายนี้ไม่ใช่ว่าผมยกเมฆขึ้นมา มีผลการวิจัยของนักวิชาการที่ไปลงพื้นที่ ในจังหวัดหนองบัวลำภู ปรากฏว่าการใช้สารเคมียาปราบศัตรูพืช โดยเฉพาะสารพาราควอต (Paraquat) นั้นมีตัวเลขในการใช้มากที่สุดต่อปีถึงประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อปี ประชากร ของหนองบัวลำภูมีประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ เศษ เฉลี่ยแล้วนั้นก็คือว่ามากกว่าต่อหัวต่อคนของ ประชากรในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูด้วยซ้ำไป สิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ในเรื่อง ของสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างมาก การใช้สารเคมี ยาปราบศัตรูพืชในปัจจุบันนี้เป็นธุรกิจที่ได้เข้ามาทำลายวิถีชีวิต วงจรชีวิตของ พี่น้องประชาชน ตลอดจนการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในธรรมชาติอย่างมากมาย ท่านประธานครับทราบหรือไม่ครับว่าวันนี้มีอาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นหลายท่านบอกว่าเป็นอาชีพ มือปืนรับจ้าง มือปืนรับจ้างในความหมายของพี่น้องในจังหวัดผมหมายถึงคนที่อาสามีอาชีพ ในการรับฉีดยาปราบศัตรูพืชแทนเจ้าของไร่ เจ้าของสวน เจ้าของไร่นา เพราะเขารู้ว่า ผลกระทบต่อวิถีชีวิต ผลกระทบและอันตรายต่อการใช้สารเคมียาปราบศัตรูพืชนั้น มันอันตรายกับชีวิตเขา แต่สุดท้ายเขาก็ต้องอาสาแล้วกล้าที่จะเสี่ยงกับความตาย เพื่อแลกเงินในการที่จะเป็นคนที่ฉีดยาปราบศัตรูพืชในไร่อ้อย ในไร่นา แม้รัฐบาลเองโดย กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการในการส่งเสริมการใช้ ในการฉีดยาปราบศัตรูพืช ไม่ว่า จะเป็นสารตัวใดก็ตาม มีการอบรม มีการให้ความรู้ว่าผลกระทบต่อการใช้สารเคมี ยาปราบศัตรูพืชนั้นมันอันตรายต่อชีวิตของประชาชนอย่างไรก็ตาม แต่ท่านประธานเชื่อไหม ว่ามันไม่กระทบเฉพาะคนใช้เท่านั้น คนที่ไม่ใช้ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ผลการวิจัยของที่ได้รับ การเปิดเผยเป็นทางการ ได้รับการสนับสนุนงานวิจัยจากกองทุนงานวิจัยแห่งชาติแล้ว ปรากฏว่า ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูนั้นผลการใช้ยาปราบศัตรูพืชสารพาราควอต (Paraquat) นั้น ส่งผลกระทบไปสู่พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ใช้สารเคมียาปราบศัตรูพืชครับ ประชาชนธรรมดา ชาวบ้านธรรมดา แม้กระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้าก็เดือดร้อน ถามว่าเดือดร้อนอย่างไร ก็เพราะว่า การฉีดยาปราบศัตรูพืชนั้นมันกระจายฟุ้งในอากาศ มันฟุ้งไปทำลายสิ่งแวดล้อมวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน แล้วตราบใดที่เดินเท้าเปล่าในตอนเช้า มีน้ำค้าง มีฝนตกในถนน ถ้าหากว่าเท้ามีบาดแผลแล้วสารเคมีเหล่านี้มันเข้าไปในกระแสเลือด แล้วมันทำลายทำให้เกิดโรคเท้าเปื่อย เกิดเนื้อร้ายกลายเป็นมะเร็งต้องตัดขา ท่านประธาน ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ก็คือคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมพี่น้อง ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพราะเป็นพื้นที่ที่ใช้สารเคมียาปราบศัตรูพืชอันดับ ๑ ของประเทศ ท่านประธานครับ เพื่อได้ไปเห็นข้อเท็จจริงว่าอันตรายที่เกิดขึ้นนั้นมันส่งผล ไม่เฉพาะคนที่ใช้สารเคมีโดยตรงหรือคนใช้โดยตรง แต่คนที่ไม่ใช้เองนี่พี่น้องประชาชนทั่วไป มันฟุ้งไปในอากาศแล้วมันปลิวตกไปยังท้องไร่ท้องนา วันนี้น้ำในไร่นา วัวควายก็ไม่สามารถ ที่จะกินจะใช้ได้ ปลาในไร่นาก็ไม่สามารถที่จะนำมาบริโภคได้ น้ำเหล่านี้มันไหลลงไปในห้วย หนอง คลอง บึง ไหลลงไปยังเขื่อนอุบลรัตน์ ไหลลงไปยังแม่น้ำต่าง ๆ มันไม่สามารถที่จะ ใช้งานได้ในการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ต่อวงจรชีวิตและวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างมาก ที่ผมยกตัวอย่างนี้เป็นเพียง ๑ ตัวอย่างจากผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่หนองบัวลำภู พื้นที่ผม อยากจะเห็น การปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ว่า ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องมีการแบน (Ban) สารเคมี ยาปราบศัตรูพืชโดยเฉพาะสารพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ทั้ง ๓ ตัวนี้ ถ้าตราบใดยังปล่อยให้ธุรกิจผูกขาดทางการเกษตรได้มาใช้ ความเป็นความตายของพี่น้องประชาชนเป็นเครื่องมือในการประกอบธุรกิจแล้ว ผมคิดว่า เป็นสิ่งที่อันตรายต่อประเทศชาติ ส่งผลต่อในอนาคต ต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก ทีเดียว เพราะอย่าลืมว่าประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม คนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร เราส่งออกสินค้าเกษตร เราปรับเปลี่ยนจากสินค้าเกษตรที่มีสารเจือปนยาปราบศัตรูพืช หรือสารเคมีทั้งหลายที่ตกค้างให้มาเป็นประเทศที่ผลิตข้าว ผลิตสินค้าทางการเกษตร เป็นสินค้า ออร์แกนิก (Organic) เป็นสินค้าสุขภาพปลอดภัย ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ที่ผมคิดว่า รัฐบาลเองก็ควรที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้พี่น้องประชาชน เกษตรกร ชาวไร่ชาวนานั้น นอกจากจะมีวิถีชีวิตที่มีความปลอดภัยแล้วยังมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ในเศรษฐกิจของ ประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรในการส่งออกด้วยซ้ำไป ผมจึงอยากจะขอฝาก คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นในโอกาสต่อไปนี้ ฝากประเด็นที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานนี้ไปพิจารณาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน