สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓

(เนื่องจาก นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อ และเวลาที่ยื่นโดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ท่านแรกขอเชิญท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เชิญครับ

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอปากช่อง ทดสอบเสียง

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพูดเลย ไม่ต้องทดสอบดังอยู่แล้วนะครับเดี๋ยวเสียงเขาจะปรับ ท่านพูดเลยเพราะใช้เวลา ๒ นาที มันไปเยอะแล้ว เชิญครับ

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา อำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับหนังสือ ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมายื่นเมื่อเช้านี้ และเดือดร้อนเกี่ยวกับพี่น้องประชาชน ชาวตำบลจันทึก พี่น้องประชาชนชาวตำบลหนองสาหร่าย อันประกอบไปด้วยบ้านท่างอย บ้านหนองจาน บ้านหนองคู และบ้านเขาน้อยที่อาศัยและทำกินอยู่ในเขตชลประทาน ประชาชนอยู่กันหลายสิบปีตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้านนั้นเป็นหนุ่ม ๆ จนกระทั่งเกษียณและเปลี่ยน ผู้ใหญ่บ้านแล้วหลายท่านอยู่กันหลายร้อยครอบครัวเป็นชุมชนใหญ่ องค์การบริหาร ส่วนตำบลจันทึก องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่ายและองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้จัดสรรงบประมาณลงไปเพื่อพัฒนาอย่างมาก มีความเจริญ มีโรงเรียนไตรรัตน์ มีวัดไตรรัตน์ มีสำนักสงฆ์จิตตวิเวก ประชาชนอยู่กันอย่างผาสุก เมื่อวานนี้มีพี่น้องประชาชนได้ร้องทุกข์ มายังสำนักงานพรรคเพื่อไทยของผมนะครับ เกี่ยวกับมีคำสั่งศาลให้รื้อถอนภายใน ๓๐ วัน รื้อสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ พี่น้องประชาชนเขานอนไม่หลับเพราะไม่มีที่อยู่ที่กิน ไม่มีที่จะไป ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ยับยั้ง การรื้อถอนภายใน ๓๐ วัน พร้อมทั้งผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ให้ตั้งกรรมาธิการลงไปตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องบ้านผม ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เชิญครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ขอรูปจาก ห้องโสตด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ผมได้รับร้องเรียน จากท่านกำนันธีรพล อุทัยพันธ์ กำนันตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่าคันชลประทานตรงส่วนคันคลอง ๑๙ ช่วงประตูน้ำคลอง ๑๙ มีการทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเวลาประตูเปิดรับแรงดันน้ำก็ทำให้คันดินนี้ทรุดลงมา นอกจากนี้คันดินยังเป็นที่สัญจร ไปมาของพี่น้องชาวตำบลโยธะกาด้วย จึงเกิดความเดือดร้อนขอหารือผ่านท่านประธานไปยัง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยพิจารณาสร้างคันคอนกรีตเพื่อแก้ไขปัญหานี้ อย่างยั่งยืนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ พี่น้องชาวมุสลิมในประเทศไทยกว่า ๑๐ ล้านคน มีวันสำคัญต่าง ๆ มากมาย ผมยกตัวอย่างในเรื่องวันฮารีรายอซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองใหญ่หลังสิ้นสุดช่วงรอมฎอน ก็มีการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารร่วมกัน ร่วมละหมาดหรือว่า เยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ โดยกระผมอยากจะเห็นการประชาสัมพันธ์ในวันฮารีรายอให้มากขึ้น และวันอื่น ๆ ที่มีความสำคัญของพี่น้องมุสลิม ยกตัวอย่างชาวพุทธมีวันปีใหม่ไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนมีวันตรุษจีน ชาวคริสต์มีวันคริสต์มาส โดยเทศกาลต่าง ๆ จะมีการประชาสัมพันธ์มีการเปิดเพลงประจำเทศกาลอย่างกว้างขวาง เฉกเช่นเดียวกันพี่น้องมุสลิมก็มีวันที่มีความสำคัญและวันเฉลิมฉลอง เช่นเดียวกัน จริง ๆ แล้ว ผมมีคลิปน้องคาร์มัสที่เป็นคนจังหวัดนราธิวาสเป็นเดอะวอยซ์ ๘ (The Voice 8) แต่เวลาไม่พอ ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ถึงวันเฉลิมฉลองที่มีความสำคัญของพี่น้องมุสลิมเพื่อให้พี่น้องชาวไทย เข้าใจมากขึ้นด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมได้นำปัญหาของพี่น้องซอยเจริญนคร ๒๓ เขตคลองสานที่ผมได้ไปลงพื้นที่พบปะพี่น้องมาและเขาได้ร้องเรียนกับผมว่าในช่วงกลางคืน คลองที่เลียบกับซอยเจริญนคร ๒๓ นั้นมีฝูงหมาจรจัดมา ๕-๘ ตัว เป็นอย่างนี้อยู่ประมาณ ๕-๖ เดือนแล้ว แจ้งทางเขตไปก็ยังไม่ได้รับการดูแลแก้ไข เนื่องจากว่าเขตมาดูตอนกลางวัน แล้วตอนกลางคืนหมาจะมาอยู่ตรงนี้ก็เป็นที่หวาดกลัวของประชาชนที่สัญจรตอนกลางคืน เปลี่ยว ๆ พร้อมกันนั้นภายในซอยก็มีไฟสว่างที่ยังไม่เพียงพอ บางหลอดก็เป็นหลอดที่ขาด ก็ทำให้เพิ่มความน่ากลัวเข้าไปอีก ก็อยากให้ประสานกรุงเทพมหานครช่วยจัดการปัญหา หมาจรจัดในเขตคลองสานด้วยนะครับ

ประเด็นที่ ๒ อันนี้เป็นข้อเรียกร้องและเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้ใช้ถนน โดยเฉพาะชาว ๒ ล้อ บ่อยครั้งผมได้ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วผมก็ติดอยู่กลางแยกด้วย และบางครั้ง เราเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐต่าง ๆ ฝ่าไฟแดงบ้าง ย้อนศรบ้าง หรือบางครั้งขับไป ตามถนนก็เห็นจอดในที่ห้ามจอดบ้าง ผมมองประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญ เมื่อผู้ใช้กฎหมาย ยังไม่เคารพกฎหมายเลยประชาชนก็บ่นได้ครับ ประชาชนเขาจะเคารพกฎหมายได้อย่างไร ก็ฝากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการช่วยกวดขันระเบียบวินัยจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ให้เป็นแบบอย่าง เข้าใจว่าตำรวจดีก็มีมากครับ อย่างไรก็ให้กำลังใจการทำงานของทุกท่าน ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเทพไท เสนพงศ์

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือกับท่านประธานกรณีที่พี่น้องชาวสวนยางกลุ่มหนึ่งได้นัดชุมนุมเรียกร้องราคายาง ที่ตำบลควนหนองหงส์ อำเภอชะอวด ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของผมเอง ผมในฐานะเจ้าของพื้นที่ ก็เห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของพี่น้องชาวสวนยางว่าในขณะนี้ราคาท้องตลาดก็ตกต่ำ กิโลกรัมละ ๓๐ กว่าบาท แต่ว่ารัฐบาลก็พยายามที่จะเยียวยาโดยใช้นโยบายประกันรายได้ เกษตรกร ไม่ใช่ประกันราคาก็เป็นการเยียวยาพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งชาวสวนยาง ก็อยากจะได้ราคาที่สูงกว่านี้ ผมก็อยากจะให้ได้ราคาที่สูง ๆ ชาวสวนยางก็คิดถึงปี ๒๕๕๓ ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ขายยางได้ราคากิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท แต่นั่นเป็นความฝันไปเสียแล้ว อย่างไรก็ตามชาวบ้านอยากจะให้ราคาอยู่ในราคาเท่ากับราคาประกันคือ ๖๐ บาทอย่างทั่วหน้า รัฐบาลก็พยายามที่จะหาวิธีการหามาตรการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จะนำยางพาราไปใช้ เพื่อให้ราคามันสูงขึ้นหรือว่าหาตลาดในต่างประเทศ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็พยายามที่จะทำ ผมก็อยากจะนำเรียนว่าการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรก็เป็นความเดือดร้อนก็อยากจะให้ รัฐบาลเข้าไปดูแลเข้าไปพูดคุย ก็อยากจะเรียกร้องมายังรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบได้ส่งตัวแทนของรัฐมนตรี ได้ส่งผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการยาง แห่งประเทศไทยก็อยากจะให้รัฐมนตรีได้ส่งบอร์ด (Board) ของการยางแห่งประเทศไทย เพื่อที่จะไปรับฟังปัญหา ข้อเสนอ ข้อร้องเรียนของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่ชุมนุมกันอยู่ เพื่อจะได้นำมาตรการต่าง ๆ นั้นมาแก้ไขช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ ผมขอหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก ต่อประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงครับ วันนี้ ผมอยากที่จะได้พูดแทนความรู้สึก ความทุกข์ร้อน ความทุกข์ยากของพวกเขาใน ๒๒ จังหวัด ของประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้เขามีความเดือดร้อนเป็นอย่างมากในสิ่งที่รัฐบาลรับปากว่าจะ ดำเนินการแก้ไขแล้วก็ช่วยเหลือในมาตรการต่าง ๆ ที่มีการนำเสนอเรียกร้องไว้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายก็ตามที เรื่องของการที่จะซื้อเรือคืน ตลอดจนที่จะตั้งกองทุน เพื่อการช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาต่อพี่น้องชาวประมง วันนี้ผมอยากที่จะใช้ในฐานะที่เป็น ผู้แทนราษฎรบอกถึงทางรัฐบาลหรือหัวหน้ารัฐบาลให้ทราบว่าชีวิตของพี่น้องชาวประมง ลำบากมาก ไม่มีเรื่องของการที่จะต้องถ่วงเวลา วันนี้เขาต้องการแก้ไขอย่างจริงจังจากภาครัฐ จากหัวหน้าของรัฐบาลที่จะดำเนินการแก้ไข ก็ต้องขอความกรุณาจากท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยที่จะได้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงโดยเร่งด่วน

อีกเรื่องหนึ่งครับ ก็คือเรื่องของผลไม้ในภาคตะวันออก ปีนี้ภาคตะวันออกนั้น มังคุดดกมากแล้วก็เงาะติดดอกติดลูกพร้อมกัน นั่นหมายความว่าในฤดูของการเก็บเกี่ยว ที่จะมาถึงข้างหน้านี้ผลผลิตจะออกขึ้นมาเป็นจำนวนมากแล้วพร้อม ๆ กัน ก็อยากที่จะให้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้เร่งรัดมาตรการต่าง ๆ ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนผลไม้ ในภาคตะวันออก จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด โดยเร่งด่วนมิฉะนั้นแล้ว ก็จะต้องเผชิญกับภาวะเรื่องของราคาผลไม้ตกต่ำเป็นแน่ เพราะว่าวันนี้จะอาศัยเรื่องของ ตลาดประเทศจีนอย่างเดียวนั้นไม่น่าที่จะเพียงพอ เพราะฉะนั้นการที่จะกระจายสินค้าไปยัง ภูมิภาคอื่น ๆ ก็อยากจะให้กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งดำเนินการแก้ไขด้วย ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชัยชนะ เดชเดโช ครับ

นายชัยชนะ เดชเดโช นครศรีธรรมราช

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธาน สืบเนื่องจากผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายชัยรัตน์ รัตนมาศ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชและชมรมผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องประกาศใช้ผังเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ นั้นได้ส่งผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้ประกอบการอย่างมากมาย เพราะผังเมืองฉบับนี้เป็นผังเมืองที่ได้จ้างบริษัทเอกชนมาทำ มาศึกษา และไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ได้รับทราบส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย เช่น เปลี่ยนผังเมือง ที่เป็นสีเขียวมาเป็นสีม่วง อำเภอจุฬาภรณ์ได้เปลี่ยนจากผังเมืองสีเขียวเป็นสีน้ำตาล อำเภอเมืองที่เป็นพื้นที่ที่สร้างธุรกิจได้เปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีเขียว อำเภอนาบอนเปลี่ยนจาก สีเขียวเป็นสีม่วง ผมเรียนกับท่านประธานว่าการเปลี่ยนอย่างนี้เราได้เปลี่ยนวิถีชีวิตประชาชน ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม หรือบางพื้นที่ประกอบอาชีพธุรกิจจัดสรร ผมเลยนำเรียน ท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการประกาศใช้ผังเมืองตัวนี้ เพราะเนื่องจากจะมี โรงไฟฟ้าที่จะไปสร้างที่อำเภอจุฬาภรณ์ก็ดี อำเภอนาบอนก็ดี เพราะได้ไปเปลี่ยนวิถีชีวิตคน และเกิดสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น อำเภอเมืองที่จะสร้างโรงแรมได้ หมู่บ้านจัดสรรได้ กลับสร้างไม่ได้ ผมอยากนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีการทบทวนผังเมืองฉบับนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมคิด เชื้อคง เชิญครับ

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี มีเรื่องที่จะเล่าให้ท่านประธานฟัง เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เขตเทศบาลอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ก็เป็นเรื่องที่เดือดร้อนกันทั่วไปลักษณะนี้เยอะ เรื่องเอกสารสิทธิที่ทำกิน ทั้ง ๓ หมู่บ้านคือ หมู่บ้านโนนสวรรค์ หมู่บ้านสงวนรัตน์ แล้วก็หมู่บ้านโนนทอง ๘๐๐ ครอบครัวได้เคยมาร้องทุกข์หลายปีมาแล้ว แล้วก็หลายฝ่ายได้ดำเนินการ แต่ว่าเดินหน้า ยังไม่จบสิ้น ทราบข่าวว่าตอนนี้การดำเนินการไปจนถึงเป็นป่าสงวนได้เพิกถอนสิทธิป่าสงวน เรื่องอยู่ที่กรมป่าไม้ อยากให้ท่านประธานแจ้งไปยังกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมว่าวันนี้ให้รีบดำเนินการเพื่อยื่นกฤษฎีกาเพิกถอนป่าสงวนเพื่อพี่น้องจะได้ ออกเอกสารสิทธิ เขารอมานานแล้วครับ

อีกเรื่องหนึ่งเรื่องความเดือดร้อนถนนหนทางเป็นปกติแถวบ้านเรานะครับ จากบ้านซำหวาย ตำบลสีวิเชียรไปสู่หมู่บ้านตายอย ตำบลโดมประดิษฐ์ ซึ่งติดริมชายแดน เป็นถนนของกรมชลประทานทำไว้นานแล้วก็ไม่มีใครไปซ่อม แล้ว อบต. ก็ไม่รับผิดชอบ แจ้งกรมชลประทานไปช่วยดูแลหน่อยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือถนนหนทางก็ดีครับ กรมทางหลวง แต่ว่าผ่านฤดูฝนมา รถบรรทุกก็เยอะ ถนนจากอำเภอบ้านท่าโพธิ์ศรีไปยังอำเภอน้ำยืนเป็นถนนทางหลวงอย่างดี แต่ว่าหลุมบ่อเยอะมีอุบัติเหตุมีคนเสียชีวิต คนในเขตเลือกตั้งผมเสียชีวิตก็ไปงานศพมาแล้ว เพราะฉะนั้นกรมทางหลวงดำเนินการไปซ่อมหลุมบ่อก่อน ถึงจะไม่ได้ซ่อมอย่างอื่นก็ไม่เป็นอะไร

สุดท้ายครับ หมู่บ้านหนองบัว บ้านหนองเหล็ก อำเภอสำโรง ตำบลหนองไฮ ขอเรื่องแหล่งน้ำก็คือสระน้ำขนาดใหญ่มานานแล้ว เรื่องก็จะได้แหล่ไม่ได้แหล่ก็ฝากไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีช่วยดูแลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เชิญครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทองครับ มีเรื่องอยากจะหารือกับท่านประธานนะครับ ได้ติดตามเรื่องของ การแก้ไขปัญหาภัยแล้งของรัฐบาล และเมื่อวานนี้ได้ทราบข่าวจากทางกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยหรือว่า ปภ. ก็ได้ประกาศเขตภัยพิบัติทั้งหมด ๒๐ จังหวัดในประเทศไทย มีในจังหวัดภาคกลางเพียงแค่ ๖ จังหวัด ใน ๖ จังหวัดนั้นไม่ได้มีจังหวัดอ่างทองอยู่นะครับ ทั้ง ๆ ที่ผมเองก็ได้ลงพื้นที่แล้วก็รับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกร รวมไปถึงพี่น้องในจังหวัด เกือบจะทุกตำบล จังหวัดอ่างทองนั้นมี ๗๓ ตำบล ๕๑๓ หมู่บ้าน ผมเชื่อว่าใน ๗๓ ตำบลนี้ เกินกว่า ๔๐ ตำบลที่เจอกับปัญหาเรื่องของภัยแล้ง แต่เมื่อติดตามข่าวแล้วก็ยังไม่พบว่า ที่จังหวัดอ่างทองนั้นได้มีการประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัตินะครับ เมื่อยังไม่เป็นเขตภัยพิบัติ การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน การใช้เครื่องมือเครื่องจักร งบประมาณต่าง ๆ เพื่อที่จะไป แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนนั้นก็จะทำด้วยความยากลำบาก ดังนั้นฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อที่จะได้ไปสำรวจแล้วก็ไปหาว่าที่ตำบลไหน ที่หมู่บ้านใดที่ได้รับ ผลกระทบแล้วก็เจอกับปัญหาภัยพิบัติเรื่องของภัยแล้งจะได้แก้ปัญหาให้กับชาวบ้านได้ อย่างเร่งด่วนนะครับ

เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้องเรียนจากชาวบ้านเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างของทางหลวง ชนบท เส้นแรกทางหลวงชนบทเส้นที่ ๕๐๓๕ ที่บ้านดอนบ่อต่อเนื่องมาที่บ้านรางฉนวน แล้วก็ไปที่บ้านหนองยาง ตำบลวังน้ำเย็น เส้นที่ ๒ เส้น ๔๐๓๒ ของทางหลวงชนบทเช่นเดียวกัน ผ่านหน้าเทศบาลรำมะสักแล้วก็ไปที่ชุมชนใหญ่ก็คือที่บ้านโพธิ์เอน ทั้ง ๒ จุดนั้นเป็นจุดที่ เรียกว่าอยู่ในชุมชนใหญ่ครับ พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยามค่ำคืนถ้าหากว่าไม่มีไฟทางเลยก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุแล้วก็สัญจรไปมาด้วยความยาก ลำบาก แล้วเส้นที่ ๓ ก็คือทางหลวงชนบทเส้น ๓๔๕๔ ที่ตำบลรำมะสัก อำเภอโพธิ์ทอง ขอบคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทองแดง เบ็ญจะปัก เชิญครับ ท่านทองแดงเข้ามาทันไหมครับ ถ้าท่านทองแดง ไม่ทัน ต่อไปเชิญท่านจักรัตน์ พั้วช่วย ครับ

นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภานะครับ ผม จักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขตอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า น้ำหนาว ส.ส. คนไทยหล่มครับ วันนี้ขอหารือท่านประธานเรื่องปัญหาภัยแล้งครับ ผมแบ่ง ปัญหาออกเป็น ๒ ส่วนนะครับ ส่วนแรกคือน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ส่วนนี้ผมยัง ไม่ค่อยห่วงเท่าไร เพราะมีหลาย ๆ หน่วยงานกระตือรือร้นที่จะเข้าไปช่วยเหลือและแก้ปัญหา โดยการนำรถน้ำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน

ส่วนที่ ๒ ที่ผมเป็นห่วงคือน้ำเพื่อการเกษตรตอนนี้ถึงขั้นวิกฤติแล้วนะครับ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทาน จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ต้องหาทางแก้ไขเป็นการเร่งด่วน ผมเสนออย่างนี้ครับท่านประธาน ขอให้รัฐบาลสนับสนุน งบกลางให้กับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนำไปทำโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เน้นไปพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทาน พื้นที่ผมเขตอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า น้ำหนาว และถ้าทำได้ทั่วประเทศนะครับ ผมเชื่อว่าปัญหาภัยแล้งจะหมดไปอย่างยั่งยืน

ส่วนอีกเรื่องครับ ภูทับเบิกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ที่อำเภอหล่มเก่า ปัญหาคือถนนทางขึ้นเสียหายอย่างมาก แต่ทราบว่าทางกรมทางหลวง ได้ตั้งงบประมาณซ่อมแซมไว้แล้วในปี ๒๕๖๒ โดยผ่านแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ แต่ที่ผมเป็นห่วง คือความล่าช้าเพราะมีเวลาอยู่ไม่มากครับ ถ้าถึงหน้าฝนแล้วจะทำงานลำบาก จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ช่วยเร่งรัดการก่อสร้าง และงานต้องออกมา ให้มีคุณภาพด้วยครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณคุณากร ปรีชาชนะชัย ครับ

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกหารือท่านประธานในเรื่องของการขอเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบลอยู่บ่อยครั้ง ผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าบุคลากรเหล่านี้ทำหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชน มาโดยตลอด อีกทั้งยังตอบสนองนโยบายรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยครับ ผมจึงเห็นสมควรอย่างยิ่ง ที่จะเพิ่มค่าตอบแทนให้บุคลากรเหล่านี้อย่างสมเหตุสมผลนะครับ อีกหนึ่งหน่วยงานที่ทำ หน้าที่อย่างขยันขันแข็งให้แก่พี่น้องประชาชนนั่นก็คืออาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร. เขาเหล่านี้ทำหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่และดูแลความปลอดภัย ให้ชุมชน ควรที่จะมีการปรับเพิ่มค่าตอบแทนให้กับ อปพร. เป็นเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เพื่อเทียบเท่ากับค่าป่วยการของ อสม. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่นะครับ จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการพิจารณาเรื่องนี้

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกเพชร แสนสุข นายกเทศบาล ตำบลสนม ในเรื่องถนนหนทางจากอำเภอสนมไปถึงตำบลเมืองแก อำเภอท่าตูม ตรงช่วง บ้านโดนไปบ้านพลับ ตำบลสนม อำเภอสนม ถนนสูงชันและแคบไม่มีไหล่ทาง ระยะทาง ประมาณ ๒ กิโลเมตร ซึ่งมีสะพานข้ามลำห้วยไผ่ ตรงพื้นที่บ้านโดนและสะพานข้ามลำห้วย สาขา พื้นที่บ้านพลับปัจจุบันนี้มีรถสัญจรไปมามากมายและเกิดอุบัติเหตุบ่อย จึงอยากจะขอ ขยายสะพาน ๒ ตัวนี้พร้อมขยายไหล่ทางของถนนเส้นนี้เพื่อให้รถสัญจรไปมาอย่างสะดวก จึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดสรรหางบประมาณดูแลในเรื่องนี้ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับเรื่องฝนแล้ง แหล่งน้ำดิบให้การประปาเทศบาลตำบลท่าหลวง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ประสบปัญหาแหล่งน้ำดิบที่สูบให้ประชาชนใช้ไม่เพียงพอ เนื่องจากว่าแหล่งน้ำแห้ง ผมจึงอยากจะให้การประปาส่วนภูมิภาค เขต ๒ จังหวัดสระบุรี โดยมีสำนักงานอยู่อำเภอชัยบาดาล ตลาดลำนารายณ์ เข้ามาช่วยรับขยายเขตให้ เพราะเป็น การลงทุนที่ใกล้ที่สุดแล้ว เพียงแต่ต่อท่อจากตลาดปลา อบต. ชัยบาดาล ข้ามแม่น้ำป่าสัก มาถึงเขตเทศบาลท่าหลวง ตำบลท่าดินดำ ตำบลท่าแสม ตำบลแก่นมะกรูด แล้วก็ อบต. ท่ามะนาว ทั้งหมดผลประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับประมาณ ๗,๐๐๐ ครัวเรือน ประมาณ ๑๘,๐๐๐ คน ที่ได้ผลประโยชน์จากการขยายเขตครั้งนี้ เพราะว่าการประปาอำเภอท่าหลวง คือทำเอง โดยเทศบาล แต่ละครั้งที่ใช้งบประมาณของเทศบาลซึ่งไม่เพียงพอ และช่วงนี้ต้องสูบน้ำขึ้นมา ประมาณ ๓-๔ ช่วงถึงจะได้น้ำขึ้นมาใช้ อันนี้ต้องขอความเห็นใจกับกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยพิจารณาเรื่องนี้ให้เร่งด่วน เพราะว่าเป็นความเดือดร้อนของชาวเทศบาลตำบลท่าหลวง แล้วก็อีกหลาย ๆ หมู่บ้าน เช่น ตำบลแก่นมะกรูดเป็นต้น จึงขอเรียนประธานสภาไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือด้านนี้โดยเร่งด่วนครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เชิญครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดิฉันขอประสาน สำนักงานการจราจรกรุงเทพมหานคร ได้โปรดทำการสำรวจป้ายบอกทางต่าง ๆ รวมถึงทางม้าลาย ที่ตอนนี้มีสภาพเลอะเลือนหลาย ๆ ที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพื้นที่เขตลาดกระบังมีหลายจุด สัญญาณไม่ชัดเจนทำให้เกิดอุบัติเหตุหลาย ๆ ครั้ง ที่ดิฉันอยากจะบอกกล่าววันนี้ก็คือบริเวณ ถนนหลวงแพ่งตั้งแต่ช่วงสะพานพระยาเพชรจนถึงทางเข้าวัดราชโกษา แขวงขุมทองทั้ง ๒ ฝั่งทาง ไม่มีป้ายบอกทางรวมถึงสัญญาณจราจรต่าง ๆ นั้นมีสภาพชำรุด ขอให้ทางสำนักการจราจร กรุงเทพมหานครทำการแก้ไขโดยด่วนค่ะ

อีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันเคยหารือทางสภาหลาย ๆ ครั้ง ในเรื่องของการพัฒนา พื้นที่ในเขตลาดกระบังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ดิฉันไม่ทราบว่าเป็นความบกพร่องของ หน่วยงานราชการหรือสภาผู้แทนราษฎร ที่เรื่องต่าง ๆ ยังไม่ถูกตอบกลับมายังดิฉันเลย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ตามหรือจากทางกรุงเทพมหานคร ผู้ที่มีหน้าที่ รับผิดชอบโดยตรงก็ตามนะคะ ไม่มีการดำเนินการตามที่ได้ปรึกษาหารือไป ฉะนั้นแล้วดิฉัน จึงขออนุญาตท่านประธานมาเสนอวันนี้อีกครั้งหนึ่งในเรื่องของการพัฒนาเพื่อที่จะเป็นการ เพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะว่าไม่เพียงแต่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ของประเทศเท่านั้นที่จะสามารถดึงรายได้จากนักท่องเที่ยว แต่เขตลาดกระบังซึ่งมีสภาพพื้นที่ ที่ติดกับสนามบินสุวรรณภูมิเป็นพื้นที่ที่รองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มาท่องเที่ยว ในประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าเราพัฒนาจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ นั่นก็หมายความว่า เราจะสามารถได้รับรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นด้วย ดิฉันจึงขอประสาน ท่านประธานสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดดำเนินการด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศิริพงษ์ รัสมี ครับ

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ วันนี้มีเรื่องหารือ ๓ เรื่อง

เรื่องแรกก็เป็นเรื่องที่ดี ๆ ก็คงต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี ขอขอบคุณ นายกรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติในเรื่องของเบี้ยยังชีพจาก ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาทต่อ ๑ เดือน อันนี้เรื่องดี

เรื่องที่ ๒ หนองจอกมีพื้นที่ ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร มีคลองอยู่ ๑๐๔ คลอง แต่ขณะนี้น้ำในคลองได้ยุบลงแล้วก็มีน้ำจำนวนน้อย คลองได้สไลด์ (Slide) ลงแล้วก็ทำให้ พี่น้องเกิดความเดือดร้อนอยู่ที่ ๑๐ คลองด้วยกัน ในขณะนี้ ๒ วันที่ผ่านมาก็มีรถมอเตอร์ไซค์ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นฝากกรุงเทพมหานครให้ช่วยดำเนินการในการซ่อมแซม โดยด่วนด้วย อยู่ที่ ๑๐ จุดของกรุงเทพมหานคร

เรื่องที่ ๓ เขตหนองจอกมีการสร้างเขื่อนจากตลาดร้อยปี เขตหนองจอก ไปจนถึงจังหวัดฉะเชิงเทราหรืออำเภอบางน้ำเปรี้ยวทั้ง ๒ ฝั่งคลอง แต่ในขณะนี้เขื่อนที่กำลัง จะสร้างได้มีการสไลด์ (Slide) ตัวอยู่หลายจุด สาเหตุจากที่พี่น้องได้ร้องเรียนมาเป็นระยะเวลา ต่อเนื่อง นั่นก็คือว่ามีการตอกเสาเข็มลงไปแล้วประมาณ ๑๘ เมตร ๒๑ เมตร แต่ตอนนี้ยังมี การสไลด์ (Slide) อยู่ สาเหตุที่สไลด์ (Slide) ลง จากคำร้องเรียนของชาวบ้านว่าผู้รับเหมาได้ลักดินไปขายทำให้ จุด ๆ นั้นมีจำนวนลึกเกินกว่าเสาเข็มที่ตอกลงไปทำให้เสาเข็มสไลด์ (Slide) ลงคลองตามที่ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ลงพื้นที่ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เพราะฉะนั้นอยากจะเรียน กับท่านประธานว่าส่งหน่วยงานไปตรวจสอบในเรื่องนำดินของหลวงไปจำหน่ายในพื้นที่ด้วย ส่วนรายละเอียดผมจะส่งตามหลังไปครับ ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสำลี รักสุทธี ครับ

นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสำลี รักสุทธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จากจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ วันนี้ผมมาปรึกษาหารือท่าน ๑ เรื่อง นั่นก็คือ เรื่องน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินเพื่อการเกษตรที่สูบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากพี่น้อง ชาวบ้านหนองโจด บ้านหนองหิน บ้านโคกก่อ และหมู่บ้านอื่น ๆ ในตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ตลอดจนประชาชนหลายหมู่บ้านที่ผมไปลงพื้นที่เขาจะมีความต้องการ ในลักษณะเดียวกัน นั่นก็คือต้องการน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้เพื่อการเกษตร ซึ่งลำพังเฉพาะพี่น้องตามหมู่บ้านต่าง ๆ เขาไม่สามารถที่จะนำน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ก็เพราะว่า ต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมากพอสมควรสำหรับพี่น้องที่ยากจน ดังนั้นพี่น้องตามหมู่บ้านที่ผม ได้กล่าวนั้นเขาต้องการให้ทางรัฐเข้าไปช่วยเหลือเพื่อที่จะนำน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลที่สูบด้วย พลังงานไฟฟ้าขึ้นมาใช้เพื่อการเกษตร ถ้าหากทางการได้ไปช่วยเหลือก็จะบรรเทาภัยแล้ง บรรเทาปัญหาให้กับพี่น้องได้อย่างมากมาย จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือพี่น้องในเรื่องนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมาก ที่ช่วยรักษาเวลานะครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ กระผมขออนุญาตพูดถึงปัญหาของคนจังหวัดเชียงใหม่ คนจังหวัดเชียงใหม่มีความทุกข์ร้อน มาเกือบ ๑๐ ปีในเรื่องของอากาศเสีย ขึ้นภาพด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ถ้าเราไปจังหวัดเชียงใหม่ในเดือนหน้า หรือเดือนมีนาคม เดือนเมษายน ท่านจะเห็นว่าดอยสุเทพหายครับ เวลาเราอยู่ที่สนามบิน ปกติจะเห็นดอยสุเทพเด่นเป็นสง่าของเมือง แต่เราจะไม่เห็นภาพดอยสุเทพในอีก ๒-๓ เดือน ข้างหน้านี้ เพราะฉะนั้นคนจังหวัดเชียงใหม่เดือดร้อนมาร่วม ๑๐ ปีแล้ว แต่ไม่มีใครดูแลแก้ไข ผมอยากจะขอร้องให้รัฐบาลได้โปรดพิจารณาดูแลเรื่องนี้ด้วยเพราะทำให้คนจังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหาเรื่องสุขภาพเป็นโรคปอดสูงสุดในประเทศไทย นักท่องเที่ยวก็หายไป เศรษฐกิจ ก็เสียหาย ขณะเดียวกันจังหวัดเชียงใหม่ก็มีปัญหาเรื่องของสนามบิน ขณะนี้แออัดมากครับ มีการพูดกันถึงเรื่องของสนามบินแห่งที่ ๒ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าชัดเจน ปัญหาการจราจร ก็เดือดร้อนกันมาก คลองแม่ข่าที่เคยใสสะอาดบัดนี้เน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วเมือง นอกเหนือจากนี้ที่ต่าง ๆ ก็มีปัญหาฝนแล้ง ที่ผมนำเสนอก็คืออยากจะให้เราได้ดูแลให้มี การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่เป็นเทอม ๆ ละ ๔-๕ ปี เพื่อมาจัดการดูแลปัญหาของคน จังหวัดเชียงใหม่ให้เมืองเชียงใหม่ได้เป็นเมืองมรดกโลกอย่างแท้จริง เพราะเรื่องนี้มีการพูดกัน มาหลายปีแล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า จึงขอร้องรัฐบาลได้จัดเจ้าภาพดูแลเรื่องนี้ด้วยเพื่อให้ คนจังหวัดเชียงใหม่และคนในภาคเหนือต่าง ๆ ได้รับการดูแลแก้ไข ขอบพระคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ครับ

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๔ เรื่อง ดังนี้

เรื่องที่ ๑ จังหวัดหนองคาย อำเภอเมือง เรามีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับประเทศลาว เวียงจันทน์ ซึ่งประชาชนหลายท่านกังวลว่าไวรัสโคโรนา (Virus Corona) จะผ่านเข้ามาทางนี้ เนื่องจากว่ามีชาวจีนเข้ามาทั้งทางรถยนต์ส่วนตัวและ ทางขนส่งสาธารณะ ถ้าอย่างไรฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดครับ

เรื่องที่ ๒ จังหวัดหนองคายถือว่าเป็นจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก แห่งหนึ่ง อีก ๒ ปีข้างหน้ารถไฟความเร็วสูงกำลังจะเข้ามาถึงแต่ไฟฟ้าดับบ่อยมาก ผมมีโอกาส ได้คุยกับผู้ประกอบการโรงแรมหลายราย ซึ่งผู้ประกอบการโรงแรมเองก็บ่นถึงปัญหานี้ จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ถนนทางเชื่อมบ้านน้ำสวย บ้านหนองบัวเงิน บ้านนาไหม ตำบลสระใคร อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นพื้นที่คอนกรีตที่มีลักษณะขรุขระพื้นถนนไม่สม่ำเสมอ เป็นระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร และเป็นพื้นถนนลูกรัง ๒ กิโลเมตร บางช่วงนั้นถนนไม่มีไฟ ส่องสว่าง เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ

เรื่องที่ ๔ เรื่องสุดท้าย ในทุกฤดูฝนในหมู่ ๔ บ้านบง ตำบลสีกาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ฝายกั้นน้ำบ้านบงในเขตพื้นที่นี้ ซึ่งตำบลที่เกี่ยวข้องคือตำบลสีกาย ตำบลหินโงม ตำบลหาดคำ และตำบลเหล่าต่างคำ เป็นฝายกั้นน้ำชั่วคราวแต่ทุกครั้งที่ฝนตก ก็จะได้รับความเสียหาย ประชาชนและเกษตรกรไม่สามารถที่จะใช้น้ำจากฝายตรงนี้ได้ จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรีบเข้าแก้ไขด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ครับ

นายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๗ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมีเรื่องขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องในพื้นที่เลือกตั้งทั้ง ๒ อำเภอซึ่งก็มีหลายตำบล ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ทั้งตำบล จระเข้ก็ดี ตำบลยางคำ ตำบลคำแคน ตำบลนาข่า ตำบลนางาม ได้ร้องเรียนว่าเส้นทางสัญจร ไปมาระหว่าง ๒ อำเภอในเขตเลือกตั้งที่เชื่อมโยงจากอำเภอหนองเรือไปที่อำเภอมัญจาคีรี มีระยะทางมากกว่า ๔๐ กิโลเมตร พื้นที่ผิวถนนจราจรคับแคบมีเพียง ๒ เลน แล้วก็ผ่าน ชุมชนที่แออัดมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ของอำเภอมัญจาคีรีเป็นอำเภอที่ปลูกอ้อยจำนวนมาก แล้วก็ขนมาขายที่อำเภอหนองเรือ เพราะฉะนั้นเส้นทางไปมาระหว่าง ๒ อำเภอนี้จึงทำให้ การจราจรแออัดคับแคบเกิดอุบัติเหตุทางจราจรบ่อยครั้ง และนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน โดยปัญหาเส้นทางดังกล่าวนี้คือเส้นทางที่ ขก. ๒๐๑๓ และ ขก. ๓๐๑๐ เพราะฉะนั้นด้วยความเดือดร้อนดังกล่าวจึงใคร่ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานว่า สมควรที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบทควรที่จะพิจารณาปรับปรุง ไหล่ทางเพิ่มขึ้น ยกระดับมาตรฐานของทางและขยายให้การไปมาสัญจรระหว่าง ๒ อำเภอ ซึ่งมีภูเขาคือภูเม็งคั่นอยู่ให้ไปมาหาสู่ได้สะดวกสมกับที่เป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งเดียวกัน ซึ่งต้องไปผ่านอ้อมอำเภอบ้านฝางเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นจึงขอฝากท่านประธานได้กรุณา บอกทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขด้วยจะเป็นพระคุณครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจุลพันธ์ โนนศรีชัย ครับ

นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ โนนศรีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ อยากจะปรึกษาท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้รถ ใช้ถนน เนื่องมาจากมีการออกใบอนุญาตให้ตั้งร้านค้าสะดวกซื้อซึ่งเป็นของนายทุนใหญ่ โดยที่ไม่ได้ดูเลยว่าไม่มีพื้นที่จอดรถ มีการตั้งตามถนนหนทางที่เล็กและใหญ่ รถมาเร็ว ๆ บางทีก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะว่า ๑. จะมีการเข้าออกซื้อของตลอดเวลา เพราะฉะนั้น อยากจะปรึกษาท่านว่าหน่วยงานที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาตในการตั้งร้านสะดวกซื้อ พวกนี้ขอให้มีพื้นที่ที่จอดรถด้วย ไม่ใช่ว่าไปทำในห้องแถวที่ติดถนน ซึ่งรถสัญจรมาทำให้เกิด อุบัติเหตุได้ง่าย เพราะฉะนั้นผมจึงปรึกษาท่านว่าขอให้ส่งเรื่องไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการออกใบอนุญาตนี้ให้ถูกต้องด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศรีนวล บุญลือ ครับ

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในเขต ๘ ที่อำเภอจอมทอง ถนนอำเภอจอมทอง เป็นถนนที่คับแคบ วัดพระธาตุจอมทองเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ ถนนอำเภอจอมทองคับแคบมีรถสัญจรจำนวนมาก โดยเฉพาะรถสิบล้อ รถพ่วงขนหิน ขนทราย ขนขยะ ทำให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนมาโดยตลอด ข้าพเจ้า ในนามตัวแทนพ่อแม่ที่น้องเขต ๘ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะอำเภอจอมทองขอฝากถนน อำเภอจอมทองไปยังรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงคมนาคมและหน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยก่อสร้างถนน เลี่ยงเมืองจอมทองในครั้งนี้ด้วย ขอขอบพระคุณเจ้า

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เชิญครับ

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาหารือ กับท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกก็คือการเตรียมรับมือภาวะขาดแคลนน้ำในการอุปโภคและบริโภค ในจังหวัดเลยทั้ง ๓ เขต ต้องบอกว่าในขณะนี้อ่างเก็บน้ำไม่ว่าจะเป็นอ่างไหนก็แทบจะไม่ เหลือน้ำแล้วทำให้การประปามีปัญหาในการให้บริการพ่อแม่พี่น้อง ในอาทิตย์ที่ผ่านมา น้ำประปามีปัญหามาก ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น ความสะอาด ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นปัจจัยพื้นฐาน ในการดำรงชีวิตของพ่อแม่พี่น้อง และในอนาคตอีกไม่เกิน ๑ เดือน หรือ ๒ เดือน น้ำก็จะหมด อ่างแล้ว อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนในการรับมือ ไม่ว่าจะเป็นกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยหรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็ตาม เพราะนี่จะเป็นปัญหาในอีกไม่กี่เดือน ข้างหน้าแน่นอน อยากจะฝากให้ช่วยกันดูแลด้วย แล้วก็ย้อนเรื่องภัยแล้งสักนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากจังหวัดเลยของผมนั้นไม่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้ง ผมก็ได้ไปถามทางราชการว่า เพราะเหตุใดทำไมเราถึงไม่ได้ประกาศ ทั้ง ๆ ที่การไปออกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นร่วมกับจังหวัด เคลื่อนที่หรือไม่ว่าจะเจอกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ตามทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแล้ง ปัญหาคือเนื่องจากการที่จะประกาศมันต้องใช้ข้อมูล ซึ่งดัชนีชี้วัดต่าง ๆ ผมรู้สึกยังไม่ครอบคลุม ในพื้นที่จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศหรือการตรวจวัดปริมาณน้ำฝน หรือการตรวจ อุณหภูมิ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากาศ เรื่องภัยแล้ง หรือเรื่องภัยหนาว จังหวัดเลยนั้น จริง ๆ สมควรที่จะประกาศครับ แต่เนื่องจากขาดข้อมูลเหล่านี้ก็ทำให้ไม่สามารถประกาศได้ อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลแล้วก็เพิ่มสถานีวัดคุณภาพสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อที่จะทำให้สามารถดูแลประชาชนได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

เรื่องสุดท้ายขอเวลานิดเดียว ก็คือเรื่องที่เราคุยกันเรื่องปัญหาฝุ่นและการเผา อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจว่าต้องดูแลอย่างเร่งด่วน แล้วก็อยากจะฝากว่า อย่าออกกฎหมายกับประชาชนมากเกินไป การตามจับคนที่เผา การตามจับรถที่ควันดำเข้าใจว่า เป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่ว่าอยากจะให้หามาตรการในระยะยาวด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ว่าทุกปีก็ไล่จับ อย่างนี้ทุกปี ขอบคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลาแล้ว เชิญท่านจีรเดช ศรีวิราช ครับ

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาต หารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนที่มีฐานะยากจนจำนวนมาก เนื่องจากไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ท่านประธานครับ ในสังคมเรานั้น ประกอบไปด้วยผู้คนที่มีฐานะแตกต่างกัน บ้างก็ร่ำรวยเหลือล้น บ้างก็ยากจนเหลือหลาย มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย นับวันค่าครองชีพก็ยิ่งถีบตัวสูงขึ้นทำให้มีความเป็นอยู่ ที่ยากลำบาก เนื่องจากขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา รัฐบาลจะมีมาตรการให้ความช่วยเหลือมอบสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้วกว่า ๑๔,๕๐๐,๐๐๐ ราย แม้จะได้เดือนละไม่กี่ร้อยแต่ก็แบ่งเบาภาระค่าใช้สอยประจำวันไปได้มากนะครับ แต่ที่สำคัญ ยังหลงเหลือผู้คนอีกจำนวนหนึ่งซึ่งเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือเหล่านี้ครับ ขณะที่พวกเขา อยู่ในหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สมควรจะได้รับ ท่านประธานครับ ในโลกนี้คงไม่มีใครปรารถนา อยากเกิดมามีฐานะยากจนหรอกครับ และคงไม่มีใครเลือกเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยได้ ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยมันเริ่มต้นมาตั้งแต่เกิดนับวันช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ยิ่งห่างกันไปทุกที การลดช่องว่างโดยใช้รัฐสวัสดิการเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ เพราะความจน มันเป็นต้นเหตุของปัญหาตามมาอีกมากมาย เมื่อปล่อยให้คนอดอยากหิวโหยสังคมก็มีปัญหา หลายเรื่องหลายคดีที่เกิดขึ้นมาสาเหตุหนึ่งก็มักจะมาจากปัญหาปากท้องและความอดอยาก ยากจนนี่ละครับ ผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้รีบเร่งดำเนินการแก้ไขสำรวจ ตรวจสอบผู้ยากไร้ให้ทั่วถึง หาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าไปดูแล ผู้มีรายได้น้อยอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ที่ช่วยกันรักษาเวลา ต่อไปเชิญท่านนพพล เหลือทองนารา ครับ

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นายนพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิราม วันนี้มีเรื่อง ที่จะขอความเมตตาจากท่านประธานมีอยู่เรื่องเดียวครับ นั่นคือเรื่องของการขาดแคลนน้ำ ในการอุปโภคและบริโภค ซึ่งจุดที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ก็คือในบริเวณความรับผิดชอบของ โครงการฝายมะขามสูง ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลมะขามสูง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพราะว่า ฝายมะขามสูงเป็นการกั้นลำน้ำแควน้อยซึ่งไหลมาจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ตอนนี้ไม่ว่า จะเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยหรือพืชที่ใช้น้ำมากอย่างข้าว น้ำน้อยก็อย่างข้าวโพด ซึ่งทางราชการ ได้แนะนำเกษตรกรให้เพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย แนะนำให้เขาเพาะปลูกแต่ไม่ดูแลในเรื่อง ของน้ำ ทั้ง ๆ ที่ฝายอยู่ในหน้าบ้านคนที่ปลูกข้าวโพดแท้ ๆ แต่กลับมองตาปริบ ๆ ไม่ได้เห็น น้ำเลย จนวันนี้ข้าวโพดก็จะแห้งตาย ข้าวมีอยู่ครั้งหนึ่งทางฝายทดน้ำแล้วน้ำก็วิ่งย้อนขึ้นไป ทำให้น้ำเอ่อขึ้นมา ชาวนาพอเห็นน้ำแล้วนั่นคืออาชีพเขา นั่นคือชีวิตของเขา เขาก็มีความหวัง จะทำนา พอนั่นเสร็จก็ได้รับการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ว่าถ้ามีนา ๒๐ ไร่ ก็ทำสัก ๑๐ ไร่พอ เพราะน้ำไม่ค่อยมีเขาก็ทำตามอย่างที่เจ้าหน้าที่ได้แนะนำ แต่ผลบอกว่า ณ วันนี้ปล่อยน้ำทิ้ง เพราะฉะนั้นต้องการที่จะให้โครงการฝายมะขามสูงได้ลดบานประตูน้ำลงเพื่อที่จะให้น้ำมันสูง เอ่อขึ้นแล้วก็จะได้ไหลเข้าคลองที่ชื่อว่าคลองโป่งนก ซึ่งจะมีประชาชนมีเกษตรกรได้รับ อานิสงส์จำนวนหลายพันครอบครัว ต้องขอความอนุเคราะห์ด้วยจากโครงการฝายมะขามสูง แล้วอีกอย่างหนึ่งพอท่านปล่อยให้น้ำแห้งอย่างนี้ กุ้ง หอย ปู ปลา ระบบนิเวศทั้งหลาย มันเสียหายทั้งหมด เพราะฉะนั้นแล้วขอความเมตตาท่านประธานได้ช่วยกรุณาบอกให้ทาง ฝายมะขามสูงได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ เชิญครับ

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานเรื่องผลกระทบต่อประชาชนจากการตัดงบ กรมวิชาการเกษตร ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีผลกระทบกับงานพัฒนาสินค้าเกษตร การรับรอง มาตรฐานสินค้าพืชจีเอพี (GAP) และออร์แกนิก (Organic) ส่วนที่ถูกตัดลด ได้แก่ ค่าเดินทาง ไปตรวจแปลง ๗๔ เปอร์เซ็นต์ ค่าวัสดุวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์สารพิษตกค้าง ๖๙ เปอร์เซ็นต์ ค่าจ้างเหมาพนักงานช่วยดำเนินงานตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และมีการปรับลด ๔๙ เปอร์เซ็นต์ สำหรับค่าใช้จ่ายในการออกไปทำงานในพื้นที่เกษตรกร โครงการพระราชดำริต่าง ๆ ๒๕๒ โครงการ การที่งบประมาณไม่เพียงพอทำให้ลดปริมาณพื้นที่ และจำนวนเกษตรกรที่จะได้รับประโยชน์ลดลง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ งานวิจัยพัฒนาและถ่ายทอด เทคโนโลยีปรับลด ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้จะทำให้มีผลกระทบต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งผลต่อการแก้ปัญหาของเกษตรกร ปัญหาการนำเข้าส่งออก การดูแลคุ้มครองเกษตรกร และทำให้เกิดปัญหาเกิดการขายปุ๋ยปลอม ปัญหาสารเคมีปลอม ปัญหาพันธุ์พืชด้อยคุณภาพ ลูกจ้างกรมวิชาการเกษตรจะต้องตกงานทันที ๑,๐๐๐ กว่าคน และอีกส่วนหนึ่งจะต้องถูก ลดค่าจ้าง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ กรณีโรงงานปิดตัวลูกจ้างเอกชนยังได้รับค่าชดเชย แต่ลูกจ้าง กรมวิชาการเกษตรไม่ได้รับอะไรเลยเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ การจ้างงานของกรมวิชาการเกษตร ไม่เหมือนกับการจ้างกรรมกรทั่วไป จะจ้างคนที่มีความรู้ มีประสบการณ์ในการทำงานวิชาการ บุคคลเหล่านี้จะทำงานในศูนย์วิจัยตั้งแต่วัยหนุ่มสาวจนถึงวัยเกษียณ เมื่อไม่มีอัตราว่าง ให้ได้สอบเป็นพนักงานราชการ หรือหมดวัยที่จะสอบแข่งขันกับเด็กรุ่นใหม่ พอตกงาน ในลักษณะนี้ก็เท่ากับถูกลอยแพ เรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้หาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้กรมวิชาการเกษตรมีงบประมาณไป ดูแลงานของประเทศ ดูแลเกษตรกร ดูแลลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้เป็น การเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ เชิญครับ

นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นนทบุรี

ผม มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนนทบุรี ผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับทางท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ

เรื่องแรก ก็คือไฟฟ้าส่องสว่างตรงพื้นที่ตำบลบางขุนกอง ช่วงถนนราชพฤกษ์ แยกอุโมงค์พระราม ๕ ไฟฟ้าหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะ วอล์ค ราชพฤกษ์ ดับเสมอครับ พอมีการร้องเรียนไปก็สว่างได้เป็นเดือนเสร็จแล้วก็ดับอีก ซึ่งจะผิดกับช่วงบริเวณหน้าห้างอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ในตำบลบางขนุน ก็จะพบว่าไฟฟ้านั้นสว่างเสมอ จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยเข้าไปดำเนินการและคอยสอดส่องอยู่ตลอดเป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเขตพื้นที่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท หรือการไฟฟ้านครหลวงนะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องผักตบชวาเป็นปัญหาโลกแตก ซึ่งมีอยู่แน่นขนัดตามคลอง แม่น้ำต่าง ๆ โดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นคลองบางใหญ่ คลองอ้อมน้อย ที่สำคัญนโยบายคลองสวย น้ำใส เป็นดำริของนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่กลับพบว่าเป็นการทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ทั้งนี้ตามคลองแล้วก็ตามแม่น้ำนั้นเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของกรมชลประทานและ กรมเจ้าท่า แต่พอมีการสำรวจถึงปัญหากลับพบว่าไม่มีงบประมาณบ้าง ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ ที่เพียงพอบ้าง ผลปรากฏก็คือปัญหานั้นตกไปอยู่กับชาวบ้านและประชาชน เพราะว่าชาวบ้าน และประชาชนนั้นมองเป็นภาพรวมว่าท้องถิ่นจะต้องแก้ไขปัญหา ซึ่งจริง ๆ แล้วท้องถิ่น ก็อยากจะเข้าไปแก้ไขปัญหา เพียงแต่ว่าพอกำลังจะดำเนินการ ทาง สตง. หรือทางสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินกลับพบว่าไม่ใช่หน้าที่ของทางท้องถิ่น แล้วก็มีการเรียกเก็บเงินคืน ท้องถิ่นจึงเข้าไปดำเนินการไม่ได้นะครับ ผลปรากฏก็คือภาระหน้าที่ก็เลยเป็นปัญหาตกไปกับ ประชาชนไม่สามารถที่จะสัญจรทางน้ำได้ พระออกมาบิณฑบาตช่วงเช้าไม่ได้ ก็ขอให้ หน่วยงานเข้าไปแก้ไขแบบบูรณาการทุกหน่วย ทุกกระทรวงด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปรีดา บุญเพลิง ครับ

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ

ประเด็นที่ ๑ เนื่องจากการติดตามข่าวสารทางสื่อมวลชนมาตลอดก็ได้เห็น ข่าวสารที่ออกมาในสังคมซุบซิบ ในหนังสือพิมพ์แนวหน้าที่ลงข่าวซุบซิบเรื่องการแต่งตั้ง ข้าราชการระดับสูงของ กทม. ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจของท้องถิ่นที่จะต้องเป็นแบบอย่าง ให้กับท้องถิ่นอื่น ๆ วันนี้จากการติดตามข่าวแล้วจะเห็นว่าเกิดความปั่นป่วน เกิดความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงจากระดับ ๙ เป็นระดับ ๑๐ เพราะฉะนั้น ถ้าหากจะปล่อยเรื่องนี้ไว้ให้เกิดความสับสนหรือความคลางแคลงใจก็อยากจะให้ทางรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยลงไปดูแล ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลให้เกิดความโปร่งใสและให้เป็น ตัวอย่างที่ดีกับพี่น้องประชาชน และข้าราชการใน กทม. ที่จะได้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง

ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ขณะนี้มีผู้สอบขึ้นบัญชีของผู้บริหารสถานศึกษามากมาย หลายจังหวัดที่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง เนื่องจากนโยบายในการที่จะมีการควบรวมโรงเรียน ขนาดเล็ก ๑๒๐ คนลงมาจะไม่มีการบรรจุแต่งตั้ง ในขณะเดียวกัน ฯพณฯ รัฐมนตรีก็มีนโยบาย ให้อำนาจคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดพิจารณาเพื่อความเหมาะสมในแต่ละจังหวัด ขณะนี้หลายจังหวัดมีการแต่งตั้งไปครบในบางจังหวัดแล้ว และบางจังหวัดยังไม่มีการดำเนินการ แต่งตั้งเลย ดังนั้นขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กลับไปดูแลในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านเกาะฮั่ง ตำบลเกาะศรีบอยาไม่มีไฟฟ้าใช้ มีครัวเรือนประมาณ ๑๖๐ ครัวเรือน บนเกาะมีทั้งโรงเรียน มีทั้งมัสยิด และปัจจุบันแม้ว่าโรงไฟฟ้ากระบี่จะช่วย ในเรื่องของโซลาเซลล์ (Solar cell) แต่ก็ไม่เพียงพอ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีไฟฟ้าใช้ เพราะว่าพื้นที่บ้านเกาะฮั่งห่างจากโรงไฟฟ้ากระบี่ไม่เกิน ๕ กิโลเมตรเท่านั้นเอง แล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องความเดือดร้อนของสะพานที่สร้างบริเวณ บ้านแหลมกรวด ตำบลเกาะศรีบอยา น่าเห็นใจเพราะประชาชนเวลาจะเอารถมอเตอร์ไซค์ ลงเรือบางครั้งเวลาน้ำแห้งต้องแบกรถมอเตอร์ไซค์ลงเรือหางยาวไป

สุดท้ายก็หารืออีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องพื้นที่จังหวัดกระบี่เป็นพื้นที่เกาะนะครับ บ้านเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ ก็ยังเป็นพื้นที่เกาะที่สามารถสร้างสะพานมอเตอร์ไซค์ หรือสะพานจักรยานข้ามไปยังบ้านเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ ซึ่งไม่ทำให้เสียบรรยากาศ เสียภูมิทัศน์ เสียสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวบ้านเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปดูแลอำนวยความสะดวกในการเดินทางด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช เชิญครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานเรื่องแก้ไขปัญหาที่ทำกินของพี่น้องที่อยู่ใน นิคมสหกรณ์บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผมอยากเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่า กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมป่าไม้ ขอให้รีบดำเนินการออก ป.ส.๒๓ ให้พี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่นิคมสหกรณ์บางสะพาน ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ ไร่ เพื่อดำเนินการ ออก ปส.๒๓ และจะได้มีสิทธิต่าง ๆ เหมือนกับพี่น้องประชาชนที่มีเอกสารสิทธิต่อไป

เรื่องที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานเรื่องถนนเพชรเกษมหรือถนนหมายเลข ๔ ซึ่งจากเพชรบุรีไปถึงสุไหงโก-ลก เมื่อมี ครม. สัญจรที่จังหวัดราชบุรี ที่จังหวัดกาญจนบุรี ครั้งที่แล้วจะทำถนน ๔ เลน จากวังมะนาวไปออกหนองหญ้าปล้องไปออกอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผมอยากกราบเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ศึกษาสำรวจเพื่อจะให้ ถนนเส้นนี้ไปถึงสุไหงโก-ลก เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการสัญจรของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่ ๓ คือเรื่องขอให้หน่วยงานต่าง ๆ แก้ไขการลักลอบนำสินค้าเกษตร ไม่ว่าน้ำมันปาล์มเถื่อน มะพร้าวเถื่อนให้เข้มงวดกวดขันอย่างเร่งด่วน

เรื่องที่ ๔ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริม การเกษตร ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาศัตรูแมลงมะพร้าวซึ่งเกิดในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลูกมะพร้าวมากที่สุดในประเทศไทย ผมอยากกราบเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ๔ หน่วยงานนั้นให้ดำเนินการโดยเร่งด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชิญครับ

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน โดยร้องเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและอธิบดีกรมทางหลวง เนื่องด้วยผมได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้นำของทั้งท้องถิ่นท้องที่ในเขตเทศบาลตำบลท่าสาย ตำบลห้วยสัก และตำบลดอยลาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องขออนุญาตขอบคุณท่าน สท.อำนาจ ทาจินา ซึ่งได้เป็นคนรวบรวมเรื่องราวเหล่านี้ให้ผม ถนนสายที่ว่านี้คือถนนสาย ชร ๑๐๒๐ เป็นถนนสายเชื่อมระหว่างอำเภอเมืองเชียงรายไปยังอำเภอเทิง ถนนแห่งนี้เป็นถนนเกี่ยวกับ การท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นภูชี้ฟ้า ดอยพญาพิภักดิ์ และไร่เชิญตะวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีรถขนส่งคมนาคมผ่านไปวันเป็นหมื่น ๆ คัน ที่สำคัญก็คือมีวัด มีโรงเรียน มีหอประชุม และมีพี่น้องประชาชนอยู่ ๒ ฟากฝั่งถนน ผมขออนุญาตท่านประธานฉายสไลด์ (Slide) ด้วย นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

และที่สำคัญก็คือพี่น้องประชาชน เกิดอุบัติเหตุทุกวันครับ วันเว้นวันตายเจ็บไม่รู้เท่าไรครับ ขอเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกับอธิบดีกรมทางหลวงอยู่ได้อย่างไรครับ ชีวิตคน จังหวัดเชียงราย ชีวิตคนที่อยู่ในพื้นที่ของ ๒ ฝั่งถนนจะมีค่าเท่ากับคนในกรุงเทพฯ หรือไม่ ผมเรียนท่านประธานว่าเรื่องราวเหล่านี้มีการออกแบบ มีการวางงบประมาณไว้นานแล้ว แต่ว่าไม่ได้เลย เรียนว่าขณะนี้เป็นที่อเนจอนาถก็คือมีท่านเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล ได้รวบรวมกันออกรถเพื่อช่วยเหลือพยาบาลให้ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยที่เกิดจากอุบัติเหตุ เพราะว่า ถนนแคบ ถนนวิ่งสวน ๒ เลน และที่สำคัญก็คือมีโค้งเยอะแยะ แล้วบ้านพี่น้องประชาชน อยู่ ๒ ฝั่งอย่างนี้ครับท่านประธาน เวลาเขาจะข้ามถนนแต่ละทีเวลาหน้าท่องเที่ยวต้องใช้ เวลาเป็นครึ่งชั่วโมงถึง ๑ ชั่วโมง เวลาส่งลูกหลานไปโรงเรียนก็เช่นเดียวกัน ขอเรียนหารือ ท่านประธานว่าทำอย่างไรจะให้อธิบดีกรมทางหลวงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้มีการสัญจรไปมาอย่างปลอดภัยด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจารึก ศรีอ่อน

นายจารึก ศรีอ่อน จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง

เรื่องแรกเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้ง ท่านประธานครับ จังหวัดจันทบุรีของผมขณะนี้ เวลานี้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนไม่มีน้ำในการรดสวนผลไม้แล้วครับ น้ำของผมมีครับตอนนี้ มีอ่างเก็บน้ำที่เสร็จแล้ว ๑ อ่าง คืออ่างเก็บน้ำคลองประแกด แต่ว่าปล่อยมาได้ตามคลองวังโตนด เพราะฉะนั้นจะได้ผลประโยชน์จากที่อยู่ใกล้คลองเท่านั้น เรายังไม่มีการผันน้ำให้เต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นเราจะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนให้พี่น้องเกษตรกรได้มีน้ำใช้รดสวนผลไม้ ในปีนี้ก่อน ท่านประธานครับ มีข้อเสนอ ๓ แนวทาง แนวทางที่ ๑ คือขุดลอกหนอง คลอง บึงต่าง ๆ ให้หมดเพื่อเกษตรกรจะได้มีน้ำใช้ และแนวทางที่ ๒ คือขุดเจาะน้ำบาดาล รัฐบาล มีนโยบายที่จะขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล ผมเองก็รอว่าเมื่อไรจะได้เสียที เพราะว่าสวนผลไม้ ตอนนี้ไม่มีน้ำที่จะรดแล้วครับ ที่สำคัญที่สุดตอนนี้ที่จะต้องทำก็คือจะต้องมีรถบรรทุกน้ำ เพื่อเซิร์ฟ (Serve) ให้เกษตรกรไปรดน้ำเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ก็ขอความกรุณา ไปยังกรมชลประทานและกองทัพ อาจจะให้กองทัพช่วยเพราะว่าไม่อย่างนั้นไม่ทันแน่นอน ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของจีเอพี (GAP) สวนผลไม้ขณะนี้เวลานี้ถ้าจะนำไปขาย ในประเทศจีนหรือประเทศต่าง ๆ จะต้องมีจีเอพี (GAP) แต่ตอนนี้กรมวิชาการเกษตรโดนตัด งบประมาณไป ๖๓๘ ล้านบาท ส่งผลกระทบให้ สวพ.๖ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบออกจีเอพี (GAP) ให้กับพี่น้องเกษตรกรตอนนี้ไม่มีงบประมาณที่จะทำ พี่น้องเกษตรกรจะต้องดำเนินการ ทอดผ้าป่า จริง ๆ เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจ ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ด้วยครับ งบประมาณ ที่ใช้ก็ประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท ทุกสวนจะได้มีจีเอพี (GAP) จะได้ส่งไปขายต่างประเทศ ได้อย่างสบายใจ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านทองแดง เบ็ญจะปัก

นายทองแดง เบ็ญจะปัก สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ทองแดง เบ็ญจะปัก มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ การก่อสร้างถนนพระราม ๒ ตอนนี้ล่าช้าไปมาก และตอนกลางคืน ไฟไม่สว่าง ตั้งแต่ทำถนนรอบ ๆ ตอนกลางคืนไฟไม่สว่างเวลาเราไปไหนมาไหน จุดกลับรถ และจุดยูเทิร์น (U-Turn) รถตลอดเส้นทางที่ทำการก่อสร้างนั้นไม่สว่างทำให้เกิดอุบัติเหตุ แล้วก็ทำให้ไม่สามารถจะทำความเร็วได้ หรือผ่านจากจุดนั้นไปได้โดยง่าย เพราะไฟสว่างนั้น ไม่เพียงพอ อีกเรื่องหนึ่งก็คือรถสิบล้อที่วิ่งในเส้นทางนั้นบางทีก็ดูไม่เป็นเวล่ำเวลา พนักงานจะเข้าทำงาน เวลา ๘ โมงเช้า ทำให้รถติดขัดมากไม่ว่าจะทางเข้าและทางออก ไม่ได้เดินทางตอนกลางวัน แต่ตอนกลางคืนจะใช้ทางเข้าออกนั้นก็ทำให้รถติดขัดมากเพราะไฟสว่างในเส้นทางนั้น ไม่เพียงพอ

เรื่องที่ ๒ โรงพยาบาลนครท่าฉลอมได้จัดสร้างขึ้นมามีขนาดเตียงนอนผู้ป่วย ๑๗๘ เตียงแต่ขาดบุคลากร ขาดเงินสนับสนุน หรือขาดบุคลากรที่จะไปปฏิบัติงาน เพื่อจะ แบ่งเบาภาระจากโรงพยาบาลใหญ่ที่ตัวอำเภอเมืองสมุทรสาครนั้นขาดบุคลากร อีกที่หนึ่ง ก็คือตำบลบ้านเกาะที่วัดบางปลา หลวงพ่อบอกว่าทำเสร็จแล้วแต่ไม่มีอุปกรณ์ไม่มีบุคลากร จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงสาธารณสุขได้จัดงบประมาณแล้วก็บุคลากรลงไป ดูแลด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๕ คน
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ในขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อร่วมประชุม ๓๕๑ ท่าน ก็ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ ท่านชวลิตมีอะไรไหมครับ เชิญครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ผมขออนุญาต ขอเวลาท่านประธานหารือในเรื่องการดำเนินงานในสภาสักเล็กน้อยนะครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชวลิต ใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

ขออนุญาตหารือท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบกับรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งมีมติให้แบน (Ban) ๓ สารเคมีที่มีความเสี่ยงสูง คือ พาราควอต (Paraquat) คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) และไกลโฟเซต (Glyphosate) จากนั้นท่านประธานได้มีหนังสือลงนาม ส่งรายงานของคณะกรรมาธิการที่สภาให้ความเห็นชอบไปยังคณะรัฐมนตรี บัดนี้พ้นเวลา เกินกว่า ๖๐ วันนับแต่วันที่ท่านประธานส่งข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรี ปรากฏว่ายังไม่ได้ รับแจ้งมายังท่านประธานว่ารัฐบาลได้ปฏิบัติตามข้อสังเกตของสภาหรือไม่ นอกจากไม่ปฏิบัติ ตามข้อสังเกตของสภาแล้ว รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายยังมีมติสวนทางกับมติของสภาผู้แทนราษฎร อีกต่างหาก จึงขอหารือกับท่านประธานว่าบัดนี้เกิน ๖๐ วันแล้วนับแต่วันที่ท่านประธาน ส่งข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรี ทางสภาได้มีการทวงถามผลการปฏิบัติงานของ ครม. ต่อข้อสังเกตของสภาหรือไม่ ถ้ายังไม่ได้มีหนังสือทวงถามทางปฏิบัติเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร นอกจากนั้นกระผมยังมีความเห็นว่าสภาของเราซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจในการถ่วงดุล กับทางฝ่ายบริหาร จึงขอฝากข้อสังเกตตรงนี้ให้ท่านสมาชิกได้พิจารณาว่าเราจะเป็นยักษ์ ที่ไม่มีกระบองหรืออย่างไร ในอันที่จะควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จึงขอฝากข้อหารือนี้สอบถามท่านประธานว่าจะมีทางปฏิบัติอย่างไรครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชวลิตครับ ที่จริงแล้วมันเป็นข้อบังคับของการประชุมสภา ส่วนทางรัฐมนตรีนั้นจะตอบมาอย่างไรหรือไม่ ผมขอรับข้อหารือของท่านชวลิตไปปรึกษาหารือกับทางฝ่ายกฎหมายหรือท่านประธานสภา อีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วเราจะมีกระบวนการมีวิธีการดำเนินการอย่างไรต่อไปก็จะแจ้งให้ ท่านชวลิตทราบอีกทีหนึ่งนะครับ ตอนนี้เราเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว ผมขออนุญาตนำเรื่องนี้ ไปปรึกษาหารือกันก่อน

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

ขอสั้น ๆ อีกนิดเดียวครับท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านชวลิตครับ ขออนุญาตเพราะว่าเราเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถามแล้ว

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

ขอนิดเดียวท่านประธาน ขอให้ทางสภา อาจจะส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ดูแลในเรื่องนี้ ผมอยากจะให้ ท่านประธานได้ให้ความสำคัญ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชวลิต มีสิทธิที่จะทำหนังสือไปถึงคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้อยู่แล้วนะครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

ผมไม่อยากจะให้รวบรัดในเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าสภาของเรา

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เข้าใจครับ แต่ว่าตอนนี้เราขอเดินไปตามระเบียบวาระการประชุม เรื่องนี้ผมรับแล้วก็คิดว่าท่านประธาน ก็คงรับฟังเรื่องนี้อยู่ เราก็จะนำไปปรึกษาหารือกันต่อไป ท่านจุลพันธ์มีอะไรไหมครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ เรื่องที่ท่านชวลิต ได้หารือเป็นกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเขียนอยู่ในข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๐๕ จริง ๆ เป็นหน้าที่ของท่านประธาน ถึงแม้ว่าหน่วยงานของภาครัฐอย่างเช่นคณะรัฐมนตรี จะไม่ตอบหนังสือกลับมา ท่านประธานเมื่อพ้น ๖๐ วันแล้วมีหน้าที่ที่จะต้องมาชี้แจงต่อ ที่ประชุมสภาในโอกาสแรกที่มีการประชุมเป็นภาระหน้าที่ของทางฝ่ายประธานสภาทั้ง ๓ ท่าน อันนี้เป็นเรื่องศักดิ์ศรีของสภา เพราะว่าเรามีหน้าที่ในฐานะนิติบัญญัติที่จะกำกับตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาล เมื่อสภามีมติส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการขึ้นไปให้กับรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแล้ว จะปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามอย่างไรเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องติดตามครับ วันนี้มีหลายกรรมาธิการที่ผ่านมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็มีเรื่องของพระราชบัญญัติเรื่องของ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ก็มีข้อสังเกตของกรรมาธิการส่งไปให้รัฐบาล ถ้าเราไม่มี ความศักดิ์สิทธิ์ในการทำงาน สิ่งที่เราพูดไปก็จะเป็นเพียงแค่ลมปากแล้วก็ไม่เกิดการปฏิบัติจริง เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานได้โปรดติดตามครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านจุลพันธ์ครับ ความจริงแล้วคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรก็มีหน้าที่ในการที่จะ ติดตามมติของที่ประชุมเราอยู่แล้วก็ไม่เป็นอะไรครับ เรื่องนี้เดี๋ยวต้องมีการปรึกษาหารือกัน อีกครั้งหนึ่งต่อไปว่าเราควรจะดำเนินการติดตามเร่งรัดอย่างไรนะครับ

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะมีการถามตอบกระทู้ถามนะครับ ตามระเบียบ วาระกระทู้ถาม ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอให้ไปดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือห้องประชุมหมายเลข ๒๐๓ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปนะครับ ต่อไปครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๖ ส. (นายเรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขติดภารกิจเฝ้ารับส่งเสด็จสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชย์เจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ณ โรงพยาบาลลำพูน จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือท่านรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้มาตอบชี้แจงกระทู้ถามแทนนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตรียมตอบ แล้วก็เชิญท่านเรวัต วิศรุตเวช ถามกระทู้ได้เลย เชิญครับ

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ขอบพระคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผม ได้ตั้งกระทู้ถามในวันนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็มีความประสงค์อยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ดูแลทุกหน่วยงาน ซึ่งควรจะต้องบูรณาการทุกหน่วยงานในการ ต่อสู้กับภัยพิบัติในครั้งนี้ ก็คือเรื่องของไวรัสที่กำลังแพร่ระบาดอยู่นะครับ ไวรัสกลายพันธุ์ ๒๐๑๙ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อท่านรัฐมนตรี ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ได้กรุณามาตอบคำถามในวันนี้ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านประธานครับ ในขณะนี้ประชาชนกำลังหวาดวิตก กังวลเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ซึ่งแพร่ระบาดมาจากประเทศจีนคือเมืองอู่ฮั่น ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนไม่ได้ปรารถนาที่จะให้พี่น้องประชาชนต้องตระหนกตกใจ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล ได้ตระหนักรู้เพื่อจะมีองค์ความรู้ ในการป้องกันตัวเองเพื่อให้ตัวเองนั้นปลอดภัย อีกทั้งยังอยากจะสื่อสารประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเร่งรัดให้รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการให้มีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อจะสามารถควบคุม การระบาดของโรคได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ด้วยเหตุที่ผมรับราชการอยู่ในกระทรวงสาธารณสุขมาเป็นเวลายาวนานถึง ๓๒ ปี เป็นทั้งผู้ปฏิบัติงานและเป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงได้ผ่านพบประสบการณ์โดยตรง กับเหตุการณ์ระบาดใหญ่ของไวรัสทั้ง ๓ เหตุการณ์ คือ โรคซาร์ส (SARS) ในปี ๒๕๔๖ ไข้หวัดนกในปี ๒๕๔๗ ไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ในปี ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้หนึ่ง ที่รับผิดชอบทั้งด้านนโยบายและการปฏิบัติการควบคุมการป้องกันการแพร่ระบาด ทั้ง ๓ เหตุการณ์ ซึ่งเราประสบความสำเร็จมากในการควบคุมในครั้งนั้นครับ เพราะอะไร เพราะว่าการแพร่ระบาดถูกจำกัดอยู่ในวงแคบไม่กระจายไปทั่วประเทศ รวมทั้งอัตรา การเสียชีวิตก็ต่ำมากครับ ฉะนั้นในวันนี้กราบเรียนท่านประธานฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีครับ ฉะนั้นทุกข้อสังเกตและทุกข้อเสนอแนะที่ผมจะอภิปรายจะเป็นการสนับสนุนการทำงานของ กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ วันนี้ผมยังมีลูกศิษย์แล้วก็ ลูกน้องที่ยังปฏิบัติงานอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข เพราะฉะนั้นการอภิปรายของผมก็คงจะ เป็นการสนับสนุนครับ ท่านประธานครับ เรื่องของภัยพิบัติของชาตินั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝุ่น พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) หรือจะเป็นเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสก็ดีมันมีมาตรฐานเดียว คือไม่มีการแบ่งสีเสื้อครับ แล้วก็ไม่แบ่ง ส.ส.ว่าเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไม่มีละครับ ไม่แบ่งว่าท่านเป็นประธานสภาหรือว่าเป็นรัฐมนตรี หรือเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีละครับ เมื่อไรที่ได้รับเชื้อเข้าไปก็ติดโรคเหมือนกันครับ นี่ครับคือไม่มี ๒ มาตรฐาน เพราะฉะนั้น การระบาดโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ จึงเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมมือร่วมใจกันควบคุมให้ได้เพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นสำคัญที่ต้องรีบบอกรีบประชาสัมพันธ์ ให้เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าเหตุที่ต้องยื่นกระทู้ถามด่วนเนื่องจากว่า ไวรัส ๒๐๑๙ เป็นไวรัสที่กลายพันธุ์มา มันก็จะเหมือนคนแปลกหน้าครับ เราจะไม่รู้จักดี เราจะไม่รู้จักเขาดีพอ ข้อมูลของเราที่เกี่ยวกับไวรัสตัวนี้ก็ไม่ครบถ้วนไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้น ก็จะเป็นปัญหามากเพราะอะไร เพราะว่าเมื่อเราไม่สามารถจะมีข้อมูลครบถ้วนทำให้การ กำหนดมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุม การป้องกันการระบาดหรือการรักษาเป็นปัญหาก็คือ ยากต่อการควบคุม ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างครับ เพิ่งจะได้รับการเปิดเผยจาก ทางการจีนทั้ง ๆ ที่โรคได้ระบาดไปตั้งหลายวันแล้วครับ ได้รับการเปิดเผยว่าอย่างไร เพิ่งจะทราบว่าระยะฟักตัวของไวรัสตัวนี้คือ ๒-๗ วัน สามารถจะ แพร่เชื้อได้ ซึ่งจะไม่เกิดในโรคซาร์ส (SARS) โรคซาร์ส (SARS) จะแพร่เชื้อได้ต่อเมื่อมีอาการแล้ว เท่านั้น แต่สำหรับไวรัสที่กลายพันธุ์ ๒๐๑๙ แม้ว่าไม่มีอาการ แม้ว่าจะอยู่ในระยะฟักตัว และยังไม่พบอาการเลยก็สามารถแพร่เชื้อได้ ปัญหานี้ก็เลยเกิดขึ้น มันเป็นปัญหาอย่างนี้ครับ เป็นปัญหาว่าท่านจะมีปัญหาในการที่จะสแกน (Scan) หรือคัดกรองผู้ป่วย เวลาที่เข้าประเทศมา ผู้ป่วยไม่แสดงอาการเลยนะครับ ไข้ไม่มี สแกน (Scan) จากอุณหภูมิก็ไม่ได้ ใช้เทอร์โมสแกน (Thermoscan) ก็ไม่พบ เพราะฉะนั้นนี่คือประเด็นปัญหาที่ประชาชนจำเป็นต้องรู้ เป็นเรื่องของ อะแวร์เนส (Awareness) ที่ประชาชนต้องรู้เพื่อจะสามารถป้องกันตัวเองได้ ท่านประธานครับ การดำเนินโรค อาการของโรค และภาวะแทรกซ้อนจะรุนแรงเท่าซาร์ส (SARS) หรือไม่ อย่างไร เราก็ยังไม่ทราบครับ ไม่มีความชัดเจนเลยครับ ผมกำลังจะบอกอะไรครับ ผมกำลังจะบอกว่า มันเป็นเรื่องที่ไดนามิก (Dynamic) มาก ๆ เลย จำเป็นจะต้องอัปเดต (Update) ข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่เป็นวันนะครับ ทุกชั่วโมงครับ อัตราการเสียชีวิต ผมไปค้นคว้าจากข้อมูลของวารสาร ทางการแพทย์ ที่ชื่อว่าจามา (JAMA) จามา (JAMA) นี้ย่อมาจากคำว่า เดอะ เจอร์นัล ออฟ เดอะ อเมริกัน เมดิคัล แอสโซซิเอชัน (The Journal of the American Medical Association) ก็คือสมาคมแพทย์อเมริกันครับ บอกว่าอัตราการตายจะอยู่ที่ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แต่อะไรรู้ไหม ถ้าคนไข้แอดมิต (Admit) แอดมิต (Admit) ก็คือรับเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล อัตราการตาย จะขึ้นไปถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่น้อยเลย อัตราการตายของซาร์ส (SARS) อยู่ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้เองที่กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเพิ่งจะเปิดเผยข้อมูลสำคัญมาก ๆ ก็คือ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอมีเวลาเหลืออยู่ ๖ นาทีเศษนะครับ

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

ทันครับ เพิ่งจะเปิดเผยว่าพนักงาน ขับรถซึ่งไม่เคยไปเมืองอู่ฮั่นเลยป่วย แล้วคอนเฟิร์ม เทส (Confirm test) ออกมาเป็นไวรัส สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ นั่นแปลว่าอะไร แปลว่าท่านไม่ต้องเดินทางไปในแหล่งโรค เช่นเมืองอู่ฮั่น ก็ติดโรคได้แล้ว แปลว่ามีการติดโรคในประเทศได้แล้ว เหตุการณ์ที่ประเทศญี่ปุ่นสามารถจะเกิด ในประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งครับ มาตรการในการควบคุมป้องกันเฝ้าระวัง และการรักษาจำเป็นต้องเข้มข้นครับ ผมมีเวลาอันจำกัด จริง ๆ แล้วมีข้อมูลอีกมากมาย ที่เป็นเอกสารหลักฐานแล้วก็เป็นข้อมูลทางวารสารทางการแพทย์ แต่คงจะมีเวลาไม่มากพอ ก็ขอตั้งคำถามดังต่อไปนี้ครับ

คำถามแรกคือกรณีที่มีการระบาดอย่างรุนแรงในประเทศไทยรัฐบาลเตรียม มาตรการรองรับกับสถานการณ์อย่างไร มีแผนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับในกรณี ฉุกเฉินแล้วหรือไม่ อย่างไร

คำถามที่ ๒ นอกจากการตรวจคัดกรองที่สนามบินแล้ว จุดผ่านแดนต่าง ๆ ประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าเป็นทางบกหรือทางน้ำ รวมทั้งมีการขับรถผ่านแดนจากประเทศจีน เข้ามาในประเทศไทยได้มีการเฝ้าระวัง ได้มีการคัดกรองควบคุมป้องกันอย่างเข้มแข็ง เช่นเดียวกับที่สนามบินหรือไม่ อย่างไร แต่ผมไปสังเกตการณ์ไว้แล้ว ในจุดผ่านแดนต่าง ๆ ไม่มีการคัดกรอง ไม่มีการตรวจเลย ผมถามทั้งหมดเลยแล้วกันนะครับ

คำถามที่ ๓ โรงแรม โรงภาพยนตร์ โรงเรียน และห้างสรรพสินค้า รวมทั้ง ชุมชนแออัดทุกสถานที่ได้มีการตรวจคัดกรองแล้วหรือยังครับ ได้มีการทำเทอร์โมสแกน (Thermoscan) หรือไม่ครับ ได้มีการทำการฆ่าเชื้อหรือไม่ครับ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีกรุณา ได้โปรดตอบคำถามครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบอำนาจจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้มาตอบกระทู้ถามของ ท่าน ส.ส.เรวัต ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านที่เราเห็นตรงกันว่าเรื่องสุขภาพ เรื่องโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) เป็นเรื่องสำคัญแล้วก็เป็นเรื่องวาระแห่งชาติ ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าที่หลัก ของรัฐบาลก็จริง แต่ว่าทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมช่วยกันในการที่จะติดตามข้อมูล ตรวจสอบ สภาแห่งนี้ก็เป็นการทำหน้าที่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ ของฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

ต่อคำถามแรกของท่านผมเรียนว่ากระทรวงสาธารณสุขเราเริ่มดำเนินการตั้ง พูดภาษาชาวบ้านก็เป็นวอร์รูม (War room) มาตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม โดยกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการเฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารเครื่องบินจากเส้นทาง เริ่มต้นเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คือเมืองอู่ฮั่น เรามีการตั้งทีมเพื่อคัดกรองผู้โดยสารที่นั่น จากวันที่ ๓-๒๕ จำนวนเที่ยวบิน ๑๓๗ เที่ยวบิน ผู้เดินทางและลูกเรือที่เราได้รับการคัดกรอง ๒๑,๕๒๒ คน หลังจากนั้น มีการยกระดับจากกลุ่มเสี่ยงเฉพาะเมืองอู่ฮั่น สถานการณ์ในประเทศจีนลุกลามบานปลายไป หลายเมือง เราก็เพิ่มมาตรการในวันที่ ๒๔-๒๖ มกราคม คัดกรองผู้โดยสารจากสายการบิน ทั้งกวางโจว ฉางชุน ๖๐ เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น ๕,๘๒๕ ราย ปัจจุบันเราพบผู้ป่วยที่มีอาการ เข้าตามนิยามที่สงสัยว่าเป็นผู้เสี่ยงติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ๑๕๘ ราย โดย ๒๙ ราย คัดกรองได้ที่สนามบิน แล้วก็มีผู้ป่วยที่อาการเข้าตามนิยามไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เอกชน ๒๒ ราย โรงพยาบาลรัฐ ๕๔ ราย ผู้ป่วยอาการดีขึ้นและกลับบ้านแล้วจำนวน ๕๖ ราย ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) จำนวน ๑๔ ราย ขณะนี้เรายืนยันนะครับ เมื่อวานจนถึงวันนี้มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่ประเทศไทยเรา ๑๔ ราย หายกลับบ้านแล้ว ๕ ราย อีก ๓ รายยังนอนพักอยู่ในห้องความดันลบในโรงพยาบาล และใน ๑๔ รายนี้ไม่มีคนไทยที่ติดเชื้อที่ไม่ได้เดินทางไปประเทศจีนเลย ใน ๑๔ รายนี้เป็นคน จีนที่เดินทางมาจากอู่ฮั่นเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็มีคนไทยอีก ๑ คนที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น เพราะฉะนั้นมาตรการที่เราดำเนินการสิ่งที่เราดีใจก็คือว่าในช่วงระยะฟักตัวที่ท่านพูดถึง ซึ่งทุกท่านก็ทราบดีว่าเราได้รับข้อมูลพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เดิมอาจจะมีข้อมูลว่า ติดจากสัตว์คือค้างคาว แต่ว่ายกระดับมาเป็นจากคนสู่คนแล้วก็มีระยะฟักตัว เราก็พบว่า การดำเนินการของกระทรวงในการคัดกรองในระยะฟักตัว สมมุติว่าเราคัดกรองที่สนามบิน เราพบเป็นไข้เราส่งไปที่ศูนย์เพื่อเข้าสู่การกักตรวจโรค การกักตรวจโรคนั้นก็จะต้องไปสู่ การดำเนินการตรวจที่แล็บ (Lab) ซึ่งจะต้องมีการยืนยัน ๒ แล็บ (Lab) ตรงกันจึงจะประกาศว่า เขาติดเชื้ออย่างชัดเจน ส่วนผู้ที่เป็นผู้เดินทางมาจากเมืองที่เสี่ยงถ้าไม่ได้เป็นไข้เราก็ปล่อย ตัวไป แต่เรามีข้อมูลที่จะติดตามตัวทุกคนที่ผ่านจุดคัดกรองไป โชคดีครับมีรายหนึ่งคือรายที่ ๕ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลเป็นหญิงสาวอายุ ๓๓ ปี มากับลูก ๒ คน ในขณะที่ เดินทางมาไม่มีไข้ แต่ว่าเขาได้รับใบเตือนจากกระทรวงสาธารณสุข อยากให้เจ้าหน้าที่โสต ได้ขึ้นใบเตือนซึ่งเป็นภาษาจีน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้ เป็นใบเตือนที่ทางเจ้าหน้าที่ของเรา เมื่อผ่านจุดคัดกรองถ้าเขาไม่ได้เป็นไข้เราก็ได้ให้ใบเตือน เพื่อหลังจากที่เขาผ่านจุดคัดกรองไปแล้ว เดินทางไปเที่ยวแล้วถ้าปรากฏว่ามีไข้เราก็ให้เขา ไปพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลเอกชนที่เขาสะดวกนะครับ และเราก็มีการประสานกับ โรงพยาบาลเอกชนไว้ว่าถ้ามีกรณีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยเดินทางมาจากเมืองจีนหรืออู่ฮั่นก็ให้ส่ง มาที่โรงพยาบาลในกรมการแพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หรือโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อจะส่งไปทำการตรวจยืนยันก็ปรากฏว่ารายนี้คือรายที่ ๕ ตรวจพบคุณแม่เป็นผู้ติดเชื้อ โคโรนาไวรัส (Coronavirus) สิ่งที่ผมเล่ามันอธิบายว่าในมาตรการหรือแผนที่เราดำเนินการ ทำให้ผู้ที่เดินทางมาในกลุ่มเสี่ยงเขาได้ปฏิบัติตามแผนแล้วก็เข้ามาสู่ระบบ ถ้าเข้ามาสู่ระบบ เราก็ตรวจพบยืนยัน เราคาดการณ์ว่าผู้ที่เดินทางมาจากกลุ่มเสี่ยงจะปฏิบัติตามแผนน่าจะ ไม่ต่ำกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นไปตามนั้นครับ เพราะฉะนั้นเราจึงยังมั่นใจว่าแผนดำเนินการ ของเราตั้งแต่ต้นจนมาถึงขณะนี้กับตัวเลขผู้ติดเชื้อซึ่งยังไม่ได้ระบาดอยู่ในคนไทยกันเอง ขณะนี้ จึงเป็นความพร้อมที่เราสามารถที่จะดำเนินการได้ แต่อย่างไรก็ดีบนข้อมูลอันนี้ ผมเรียนกับท่านว่าท่านทราบดีว่าในระยะฟักตัวที่พูดถึงมาตรการต่าง ๆ ก็ต้องมีการติดตาม ตรวจสอบกันอย่างเข้มข้นต่อไปนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ของท่านพูดถึงจุดคัดกรองต่าง ๆ โรงพยาบาลเมื่อมีสถานการณ์ ฉุกเฉิน ก็ต้องเรียนว่าเรามีการเตรียมแผน เตรียมโรงพยาบาล เตรียมห้องความดันติดลบ ที่ป้องกันการติดเชื้อให้กับทั้งเจ้าหน้าที่เราเอง ผมมีโอกาสไปเยี่ยมและใช้ ไปดูความพร้อม ของห้อง รวมทั้งสถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลที่ผมดูแลในสังกัด กรมการแพทย์ เรามีความพร้อมเต็มที่ในขณะนี้ที่จะรองรับ ส่วนจำนวนถ้าไม่ได้มีจำนวนมาก เป็นหลักหมื่น หลักพันเหมือนประเทศจีนเราก็ยังรองรับได้ เพราะฉะนั้นในตัวเลขขณะนี้ เราคิดว่าเรามีห้องฉุกเฉินที่เตรียมความพร้อม ห้องความดันติดลบที่เพียงพอที่จะดูแลผู้ป่วย ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และเลยไปถึงชุดที่ให้กับเจ้าหน้าที่ของเราเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ปฏิบัติ หน้าที่เอง ส่วนจุดผ่านแดนตามบริเวณชายแดน ผมได้เดินทางไปจังหวัดตากเมื่อ ๒ วันที่แล้ว ไปที่แม่สอดเพื่อไปตรวจสอบจุดผ่านแดนเหล่านี้นะครับ ความจริงกรมควบคุมโรคของเรา มีบุคลากรอยู่ในจุดผ่านแดนเหล่านี้อยู่แล้ว ผมไปประกาศให้มีการเข้มข้นในการที่จะตรวจสอบ จุดผ่านแดน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงคือคนจีนที่เดินทางมาจากประเทศพม่าเพื่อให้มีการตรวจสอบ คัดกรองให้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ผมไปพบคนจีนคนหนึ่งที่เดินทางมาจากประเทศพม่าแล้วก็ เข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน แต่ว่าสุดท้ายเมื่อได้ตรวจยืนยันแล้วก็ไม่ได้ติดเชื้อนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรการทั้งหมดเราดำเนินการอย่างเข้มข้นแล้วก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็จะ เห็นว่าสอดคล้องกับตัวเลขที่มีผู้ติดเชื้อในขณะนี้ตามจำนวนที่ผมแจ้งท่านไป

ส่วนคำถามสุดท้ายของท่านในส่วนของทั้งโรงแรม โรงเรียน ผมก็เรียนกับ ท่านเรวัตแล้วก็พี่น้องประชาชนว่า ในส่วนหนึ่งขอให้ทุกท่านได้ติดตามข้อมูลอย่าตระหนก จนเกินไป แต่ก็อย่าประมาท ขอให้ติดตามข้อมูล ผมเดินทางไปที่สนามบินได้เห็นพี่น้อง ประชาชนได้ใช้หน้ากากเป็นส่วนใหญ่ในการอยู่ในที่ชุมชนในจุดเสี่ยง อันนี้ก็ถือว่าเป็น การป้องกันตัวเองของทุกท่านถือว่าเป็นเรื่องดี ถ้าเราจำบรรยากาศโรคไข้หวัด ๒๐๐๙ ได้ บรรยากาศนั้นก็จะทำให้แต่ละท่านได้ติดตามข้อมูลแล้วก็มีการป้องกันตัวเอง ก็จะทำให้แผน ของเราปฏิบัติได้เต็มที่ ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็ได้รับความปลอดภัย เรามั่นใจว่าเรายังสามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เฉพาะในประเทศไทยที่ตัวเลขในขณะนี้ แล้วก็เรียนว่าได้รับข้อมูลล่าสุด เราพยายามประสานรัฐบาลจีนอยู่ตลอดเวลาแล้วก็น่าจะ ได้รับอนุญาตให้นำเครื่องบินไปรับผู้ที่ต้องการเดินทางกลับจากอู่ฮั่นกลับมาประเทศไทยไม่เกิน วันที่ ๔ กุมภาพันธ์นี้ ก็เดี๋ยวติดตามสถานการณ์และการยืนยันข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป ขอบพระคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอเรวัตเชิญเลยครับ

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานนะครับ ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่พยายามตอบครับ แล้วต้องขออภัยที่ผมอาจจะถามไม่ค่อยตรง คำตอบเท่าไร คือจริง ๆ อยากรู้ถ้าสมมุติว่ามีสถานการณ์ระบาดรุนแรง เช่น ในสัปดาห์หน้า เป็น ๒๐๐ คน ๓๐๐ คน ผู้ป่วยนี่แผนรองรับคืออะไร ไม่เป็นไรครับ ท่านเก็บคำถามไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยตอบก็ได้นะครับ

ประการที่ ๒ ก็คือประสบการณ์ตรงของผมเลย คือไปพบกับนักท่องเที่ยวจีน ที่อยู่ในโรงแรมเขาคอมเพลน (Complain) มาครับท่าน ว่าเขาเดินเข้าออกโรงแรมไม่มี การตรวจคัดกรองเขาเลยเขากังวลมาก แล้วที่ดิวตีฟรี (Duty Free) ก็ตามก็เช่นเดียวกันครับ ไม่มีการตรวจคัดกรอง ก็เลยอยากเรียนถามท่านว่าเรื่องอย่างนี้ ผมขออนุญาตเสนอแนะครับ จริง ๆ ต้องตรวจคัดกรอง เพราะมิฉะนั้นแล้วมันเป็นที่ที่แพร่ระบาดได้อยู่แล้วนะครับ

ผมขออนุญาตอีก ๒ คำถามนะครับ ก็คือในกรณีที่ตรวจพบแล้วว่ามีผู้ป่วย เดินทางมา ทางรัฐบาลได้เคยประกาศให้ประชาชนทราบหรือไม่ครับว่าผู้ป่วยนั้นมาด้วย สายการบินอะไร เที่ยวไหน ทำไมถึงต้องประกาศครับ จีนก็ประกาศครับ ต้องประกาศเพื่อให้ ประชาชนเขารู้ว่าถ้าเขามาเที่ยวบินเดียวกันอยู่ใกล้ชิดกับคนคนนั้นเขาจะได้ต้องระวังตัว อย่างไรเวลาที่เกิดอาการขึ้นมานะครับ

คำถามสุดท้ายครับ เป็นคำถามที่สอบถามมาในเพจ (Page) ของผมนะครับ จากลูกเรือของสายการบินหนึ่งว่าท่านทราบหรือไม่ครับ ลูกเรือรวมทั้งนักบินกัปตันทุกคน เคบินครูว์ (Cabin crew) ซึ่งสัมผัสใกล้ชิดมาก ๆ กับผู้โดยสารที่เดินทางมาในเที่ยวบิน เขามีการเดินทางเข้าออกประเทศคนละช่องทางกับผู้โดยสารทั่วไปครับ และลูกเรือคอมเพลน (Complain) มาที่ผมโดยตรงว่าไม่มีการคัดกรอง ณ จุดนั้น ผมเป็นห่วงเพราะว่าผมไม่ได้ ต้องการที่จะติเตียนโจมตีหน่วยงานของรัฐใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข และรีบแจ้งปลัดกระทรวงทันทีครับว่าได้ไปดำเนินการคัดกรอง ณ จุดที่เป็นครูว์เซ็นเตอร์ (Crew center) ที่ลูกเรือใช้เข้าออกในประเทศหรือยัง ท่านได้โปรดกรุณาตอบด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอตอบคำถามสั้น ๆ คือท่านถามว่ามีความพร้อมหรือไม่ ผมตอบไปแล้วว่าถ้าสถานการณ์ ไม่มีผู้ติดเชื้อมากมายขนาดเป็นหลักหมื่นคน เรามีความพร้อมอยู่แล้วนะครับ

ส่วนเรื่องการตรวจนักบินและลูกเรือ ผมก็ตอบคำถามไปชัดว่าในจำนวนไฟล์ต (Flight) บินโดยตรงเราตรวจทั้งผู้โดยสาร ตรวจทั้งนักบินทั้งลูกเรือตามจำนวนที่ได้เรียนไป ในเรื่องของประเด็นที่ท่านถามถึงอันนี้ยังไม่มีข้อมูลมาครับ ถ้าเป็นกรณีปกติลูกเรือกับนักบิน อาจจะแยก แต่ว่ากรณีที่เกิดเหตุเราให้เข้าจุดคัดกรองหมดครบทุกคนนะครับ เพราะฉะนั้น เพื่อความสบายใจว่าอันนี้เรามีมาตรการเข้มข้นอยู่แล้วไม่ต้องห่วง เราไม่ได้ปล่อย ให้ใครผ่าน จุดคัดกรองโดยไม่ได้ตรวจเลยครับ ขณะนี้เรากลับเพิ่มนะครับ เดิมเรามีเครื่องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) ในแต่ละสนามบินอย่างละ ๑ เครื่อง ทั้งคนทั้งเครื่องจากกรมควบคุมโรค เราเพิ่มทั้งเครื่องไป เพิ่มทั้งคนไปอีก ๑๗ คน ทั้ง ๓ สนามบิน เพื่อที่จะให้รองรับการตรวจ อย่างเข้มข้นมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่าในส่วนนี้เราตรวจคัดกรองได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว เหลือเพียงว่าในระยะฟักตัวในส่วนนี้ถ้าเขาเข้าใจและดำเนินการตามแผนที่เรามีใบเตือนไป ผมว่าเราสามารถดำเนินการตามแผนได้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอถ้ายังติดใจมีเวลา อยู่นิดหนึ่ง เชิญเลยครับ

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ก็คือ อย่างนี้ครับ เพื่อความชัดเจนเดี๋ยวจะเป็นเหมือนกับว่าผมไปพูดขึ้นเองหรือกล่าวหาลอย ๆ ไม่ใช่นะครับ ก็คือว่าลูกเรือเขาเดินทางเข้าออกในช่องทางซึ่งแตกต่างจากผู้โดยสารจริง ๆ เขาก็เลยมาเล่าให้ฟังว่าทำไมไม่ตรวจเขา ถ้าหากว่ามีมาตรการว่าต้องเอาลูกเรือไปในช่องทาง เดียวกันกับผู้โดยสารก็จบก็ไม่มีปัญหาอะไรตรงนั้น แต่ผมต้องการความมั่นใจว่าได้มี การดำเนินการในเรื่องนี้แล้วเรียบร้อยเท่านั้นเองครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ มีอะไร ไหมครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ก็ต้อง กราบขอบพระคุณท่านเรวัตที่ได้ช่วยกันทำหน้าที่เพื่อให้สมบูรณ์แบบที่สุด ผมเรียนท่านว่า ในช่องทางที่ท่านเป็นห่วงมีผู้ชี้แจงว่า เราตั้งเครื่องคัดกรองก่อนที่จะไปเข้าช่องทางออก ที่จะแยก คือหมายความว่าพอลงจากเครื่องต้องผ่านจุดของเราก่อนถึงจะไปแยกทั้ง ๒ ทาง เพราะฉะนั้นมาตรการคัดกรองเราตอนนี้ไม่มีหลุดแน่นอน ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านผู้ถามนะครับ และท่านรัฐมนตรีท่านรักษาเวลา ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาเรื่องที่ ๒

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๗ ส. (นายวาโย อัศวรุ่งเรือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ

เป็นเรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona) เช่นกัน โดยข้อบังคับต้องไม่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นคำถามซ้ำกับผู้ที่ถาม มาก่อนแม้จะเป็นเรื่องโคโรนา (Corona) ด้วยกันก็ตาม แต่คุณหมอวาโยคงทราบแล้วว่า ท่านคุณหมอเรวัตได้ถามว่าอย่างไร ท่านต้องไม่ถามซ้ำกับเรื่องนั้นนะครับ ขอเชิญครับ

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากกรณีปัญหาวิกฤติของการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่นี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานก็ทราบถึงรายละเอียดดีอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอเข้าที่ประเด็นคำถามเลยเพื่อให้ง่ายต่อการตอบคำถามของท่านรัฐมนตรี ผมขออนุญาตสรุปเป็นประเด็นกว้าง ๆ ๓ ประเด็น ดังต่อไปนี้

ประเด็นแรกประเด็นเรื่องของการสื่อสาร ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้คงปฏิเสธ ไม่ได้ว่าโลกของเราเข้าสู่ยุคของการสื่อสาร เข้าสู่ยุคของโซเชียลมีเดีย (Social media) ข้อมูล ข่าวสารมีอยู่เป็นจำนวนมากให้เข้าสามารถสืบค้นได้โดยง่าย ซึ่งในกรณีแบบนี้ก็มีทั้งประโยชน์ แล้วก็มีทั้งโทษด้วย ประโยชน์ของลักษณะภาวการณ์แบบนี้ก็คือว่าประชาชนจะสามารถ เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์และสามารถเลือกที่จะบริโภคข้อมูลได้ อย่างหลากหลายหลายแหล่งที่มาครับ แต่ข้อเสียของภาวการณ์แบบนี้ก็มี ด้วยปริมาณข้อมูล ที่มีอยู่จำนวนมากทำให้มีข้อมูลที่อาจจะมีความขัดกันหรือยังไม่อัปเดต (Update) บ้าง เป็นข้อมูลเก่าบ้าง หรือมาจากแหล่งที่มาที่ไม่น่าเชื่อถือบ้าง เพราะฉะนั้นด้วยสถานะแบบนี้ จึงเกิดความสับสนในหมู่ประชาชนถึงข้อมูลที่ว่าอันไหนมีความน่าเชื่อและเขาจะเลือกเชื่อ ที่อะไร ท่านประธานครับ คงปฏิเสธไม่ได้ว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีเป็น บุคคลที่ประชาชนให้ความคาดหวังและพร้อมที่จะฟังท่านอยู่เสมอ ภาวการณ์อย่างที่ผมบอก อาจจะทำให้เกิด ๒ รูปแบบ คือ ๑. เกิดความตื่นตระหนกจนเกินไปกับ ๒. คือเกิดความ นิ่งนอนใจจนเกินไป การสื่อสารของท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี บางครั้งก็ทำให้เกิดภาวการณ์เช่นแบบนี้ได้ขึ้นมาเหมือนกัน ผมขออนุญาตยกกรณีศึกษา ๒ กรณี กรณีแรกคือกรณีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้โพสต์ (Post) เฟซบุ๊ก ส่วนตัวและทำนองสื่อสารไปในทำนองที่ว่ามีการถอดเครื่องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) ออกจากสนามบิน ทั้งที่ความจริงแล้วในข้อเท็จจริงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะเย็นวันนั้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรคก็ได้จัดโต๊ะแถลงที่สนามบินทันทีว่ายังมีการใช้เครื่องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) อยู่ขอให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ซึ่งกรณีแบบนี้อาจจะทำให้ประชาชน เกิดความตื่นตระหนกตกใจ ซึ่งอาจจะไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และในบางครั้งก็อาจจะ ทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างานทำงานได้อย่างยากลำบากมากขึ้น

อีกกรณีหนึ่งก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ให้สัมภาษณ์ กับสื่อมวลชนไปในทำนองที่ว่าการติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่อาจจะ ไม่แตกต่างกับการติดเชื้อหวัด ซึ่งก็อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องตรงกับ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะจากรายงานวารสารทางการแพทย์ ผมขออนุญาตโชว์นิดหนึ่ง ซึ่งตีพิมพ์ในวันที่ ๒๓ มกราคม ในจามา (JAMA) ซึ่งก็เป็นวารสารทางการแพทย์ที่ได้รับความ เชื่อถือสูง มีหัวข้อออกมาชัดเจนเลยครับว่า โคโรนาไวรัส อินเฟกชันส์ มอร์ แดน จัสต์ เดอะ คอมมอน โคลด์ (Coronavirus Infections More Than Just the Common Cold) ซึ่งแปล เป็นภาษาไทยได้ว่าการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) มันไม่ใช่แค่ไข้หวัด ธรรมดาครับ เพราะฉะนั้นจึงอยากเรียนฝากท่านประธานถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรี ว่าแนวทางของท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะมีแนวทางในการสื่อสารกับประชาชน อย่างไร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง จากตัวท่านรัฐมนตรีเอง หรือจากท่านนายกรัฐมนตรีเอง อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเป็นเรื่องของปัญหาการทำงานที่อยู่หน้างานของเจ้าหน้าที่ ในระดับปฏิบัติการนะครับ พอดีผมเป็นแพทย์ก็เลยได้พูดคุยกับอาจารย์ที่เป็นแพทย์แล้วก็ พยาบาลหลายท่านที่ทำงานอยู่ในกรมควบคุมโรคได้รับทราบปัญหามาบางประการ ซึ่งจริง ๆ มีปัญหามากมาย แต่ว่าขออนุญาตนำเสนอเพียง ๒ เรื่องหลัก ๆ

เรื่องแรก ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มาแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในช่วงเย็นถึงแนวทางการดำเนินการทั้งเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และเรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona) เชื่อว่าเกิดจากความไม่มั่นใจของประชาชน ความไม่มั่นใจของนักลงทุน ซึ่งทำให้เกิดความผันผวนของตลาดหุ้นในวันจันทร์ที่ผ่านมา และท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้ ความกรุณาอย่างทันท่วงทีครับ ได้ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์เย็นวันนั้นเลย ซึ่งที่ผมติดตาม ถ้อยแถลงของท่านนายกรัฐมนตรีตลอดประมาณสัก ๑๐ นาที ก็เห็นว่าเป็นประเด็นที่ดี แล้วถ้าสามารถทำได้ตามเช่นว่านั้นก็จะเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยม ถ้อยแถลงของท่านนายกรัฐมนตรี ผมดูแล้วคล้าย ๆ กับทฤษฎีในทางการแพทย์เลย เหมือนยกออกมาจากหนังสือเลยทีเดียว แต่ว่าการปฏิบัติงานหน้างานจริงกับในทฤษฎีอาจจะมีความแตกต่างกันบ้างในบางประการ ตัวอย่างเช่น การคัดกรองที่สนามบินหรือการคัดกรองที่หน่วยงานต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลของรัฐ การคัดกรองเหล่านี้จะต้องมีผู้ป่วยจำนวนมากแล้วก็มีผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีนจำนวนมาก ในหลาย ๆ ครั้งชาวจีนเองอาจจะไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และเจ้าหน้าที่ของประเทศไทยก็อาจจะไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาจีนได้ เพราะฉะนั้น มีความจำเป็นต้องใช้ล่ามครับ ที่สนามบินอาจจะมีจำนวนเพียงพอ แต่ว่าที่โรงพยาบาล ไม่เพียงพอแน่นอน เพราะฉะนั้นผมเห็นหลายโรงพยาบาลต้องมีการประกาศรับสมัครล่ามจีน ในเฟซบุ๊ก ผมติดต่อสอบถามไปว่าได้รับการสนับสนุนหรือไม่ ท่านก็แจ้งผมมาว่าอันนี้เป็น การติดต่อหาล่ามจีนเอง ไม่ได้มีหน่วยงานของรัฐหรือว่าเงินทุนมาสนับสนุนเลย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมอยากสอบถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่ามีการบูรณาการระหว่างกระทรวงหรือเปล่า ผมมองว่าตอนนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องของกระทรวงสาธารณสุขเพียงอย่างเดียวแล้วนะครับ ตรงนี้ อาจจะต้องบูรณาการไปกับกระทรวงการต่างประเทศด้วยในการจัดหาล่าม แล้วก็ยังมีประเด็น ต่อไปที่จะพูดถึงในประเด็นที่ ๓

อีกกรณีหนึ่งก็คือเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ แล้วก็บุคลากรที่อยู่ที่หน้างาน ที่จะต้องปฏิบัติงานอย่างยากลำบาก แล้วก็ปฏิบัติงานกันด้วยความแข็งขันครับท่านประธาน เครื่องมือในการตรวจเรียกว่าชุดคิดต่าง ๆ ตอนนี้เท่าที่ผมรับแจ้งมาจากเจ้าหน้าที่ที่อยู่ หน้างานก็คือไม่ค่อยเพียงพอ จำนวนแพทย์และพยาบาลก็ค่อนข้างขาดแคลน และสุดท้าย สิ่งที่สำคัญก็คือห้องความดันลบหรือเนกาทีฟ เพรสเชอร์ รูม (Negative pressure room) ซึ่งยังขาดแคลนอยู่ ตอนนี้องค์การอนามัยโลกแนะนำเลยว่าถ้าเป็นผู้ป่วยที่เป็นคอนเฟิร์มเคส (Confirm case) แล้ว อย่างไรก็ต้องรักษาในห้องเนกาทีฟ เพรสเชอร์ (Negative pressure) แต่ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นพียูไอ (PUI) หรือผู้ป่วยที่ได้รับการเฝ้าระวังนะครับ วันนี้ผมพยายาม ติดตามตั้งแต่เช้าในรายงานของประกาศกรมควบคุมโรคผ่านทางหน้าเว็บ (Web) ก็ยังไม่ได้ ประกาศเลย ข้อมูลล่าสุดของเมื่อวานมีพียูไอ (PUI) อยู่ประมาณ ๑๓๖ ราย ซึ่งถ้าเทียบกับ จำนวนของเนกาทีฟ เพรสเชอร์ รูม (Negative pressure room) ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล อาจจะไม่เพียงพอ ผมอยากทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีทราบถึงประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ที่หน้างานหรือเปล่า ได้ลงมาพูดคุย ได้ลงมานั่งเป็นประธานในวอร์รูม (War room) และได้ร่วมปฏิบัติการกับ เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างแข็งขันอยู่ที่หน้างานและทราบปัญหาเหล่านี้หรือไม่ และท่านจะ จัดการจัดสรรทรัพยากรหรือเงินทุนส่วนไหนในการที่จะมาลงกับวิกฤติปัญหาในครั้งนี้ครับ

สุดท้ายท่านประธานครับ ประเด็นข้อที่ ๓ คือประเด็นในเรื่องของความฉับไว การตอบสนองต่อเหตุการณ์ จากที่เราเห็นว่าเรารอข้อมูลทางการจากประเทศจีนว่าเชื้อไวรัส โคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ติดต่อ ตอนแรกบอกว่าไม่ติดต่อจากคนสู่คน ถูกต้อง หรือไม่ครับ แล้วก็เพิ่งจะมาประกาศว่าติดต่อจากคนสู่คน กลายเป็นว่าเราอาจจะต้องเดินตาม ข้อมูลที่มาจากประเทศอื่นตลอดเวลาเลยอย่างนั้นหรือครับ เป็นไปได้หรือไม่ที่ประเทศเรา จะก้าวนำออกไปสักก้าวหนึ่งบ้าง และการตอบสนองที่ฉับไว ผมยกตัวอย่างกรณีที่เมื่อสักครู่นี้ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้วก็คือเรื่องของนักศึกษาที่ติดค้างอยู่ที่อู่ฮั่นประมาณสัก ๕๐ คน ตอนนี้ท่านได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ขอให้ท่านย้ำอีกครั้งหนึ่ง และทำไมถึงสามารถที่จะ ไปรับตัวทหารเรือออกมาได้ก่อน ทำไมพอเป็นพลเรือนถึงได้รับตัวกลับมาได้ช้ากว่า ท้ายที่สุด ท่านมีแนวโน้มหรือวิธีการทำอย่างไร เพราะว่าโรคอุบัติใหม่มันคงจะเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมา เฉพาะตัวเบตาโคโรนาไวรัส (Beta Coronavirus) นี้ ก็มีทั้งซาร์ส (SARS) มีทั้งเมอร์ส (MERS) แล้วก็มาที่โนเวลโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Novel Coronavirus 2019) นี้ครับ ท่านมีวิธีที่จะจัดการปัญหาอย่างนี้ต่อไปในอนาคตที่จะก้าวนำกว่าปกติไปสักหนึ่งก้าวอย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตตอบคำถาม ท่านสมาชิกท่านวาโยที่ได้เป็นห่วงสถานการณ์แล้วก็ได้ดำเนินการติดตามข้อมูลลงลึกถึงเรื่อง การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ผมขอลำดับคำถามเป็นลำดับอย่างนี้นะครับ

ข้อแรกเข้าใจว่าท่านเป็นห่วงเรื่องการสื่อสารของทางกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลที่จะสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร แล้วก็ใช้ช่องทาง แต่เน้นในเรื่องของโซเชียลมีเดีย (Social media) ก็เรียนว่าตั้งแต่เริ่มแผนการสื่อสารของ กระทรวงก็มีความชัดเจนว่าเราใช้ทั้งการแถลงข่าวประจำวันที่กระทรวงสาธารณสุขทุกวัน เวลา ๑๑ โมง

ข้อ ๒ ข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย (Social media) เช่นเฟซบุ๊กของเว็บ (Web) กระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคเป็นหลัก ซึ่งท่านก็ยอมรับเองว่าท่านได้ติดตาม ข้อมูลนี้จากเพจ (Page) ของกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรค และรวมทั้งเพจ (Page) และเฟซบุ๊กของรัฐมนตรีว่าการและผม ซึ่งได้พยายามให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชน ส่วนวิธีการสื่อสารของท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีนั้น ผมก็ขออนุญาตว่า เป็นเรื่องที่ผมไม่อาจตอบได้นะครับ

ประเด็นถัดไปท่านพูดถึงเรื่องกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ พูดถึง เรื่องล่าม พูดถึงเรื่องเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ ผมเรียนว่าต้องกราบขอบพระคุณท่านวาโยมาก ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ตรงส่วนหนึ่ง คือตอนผมไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายที่ ๕ ที่โรงพยาบาล ราชวิถี ก็เป็นปัญหานิดหนึ่งก็คือว่าทางเจ้าหน้าที่ของเราพยายามที่จะพูดคุยกับทางผู้ติดเชื้อ โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ซึ่งเป็นชาวจีนแต่ว่าเขาก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จากนั้น หน่วยบริการก็พยายามที่จะดำเนินการแล้วก็จะขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้การบูรณาการไม่ได้ทำงานเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขอย่างเดียว ขณะนี้ได้มี การจัดตั้งศูนย์ป้องกันโรคอุบัติใหม่ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงนามเมื่อวันอังคารนี้นะครับ โดยแต่งตั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน แล้วก็มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม อีกหลายท่านเข้ามาเป็นกรรมการเพื่อบูรณาการในการที่จะดูแล ช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนในสถานการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) เพราะฉะนั้นทั้งในเรื่องการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ขณะนี้มีการขอหน่วยสนับสนุนมาจาก หน่วยงานอื่นเพื่อที่จะมาดำเนินการช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ ห้องความดันติดลบก็ต้อง เรียนว่าในส่วนของกรมการแพทย์เองก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ได้ใช้บริการอยู่เพียงพอขณะนี้ แต่ว่าถ้ามันมีเหตุจำเป็นหรือที่เรากลัวกันเราก็สามารถที่จะประสานไปยังโรงพยาบาลเอกชน หรือดำเนินการเพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับสถานการณ์ได้ เรามีความมั่นใจว่าไม่น่ามีปัญหา อะไร เรามีการคัดแยกผู้ป่วยตามมาตรการเข้มข้น ผมเรียนท่านวาโยกับเพื่อนสมาชิกว่า ประเทศไทยเราได้ถูกจัดลำดับในการควบคุมโรคระบาดเป็นอันดับ ๖ ของโลก ซึ่งเป็นรอง ประเทศที่เจริญแล้วอยู่ไม่กี่ประเทศนะครับ รวมทั้งประสบการณ์ที่พวกเรากระทรวงสาธารณสุข จากรุ่นสู่รุ่น คณะแพทย์ที่ทำงานมาจากรุ่นเก่า ๆ จนมาถึงรุ่นนี้ก็ยังทำงานสืบต่อกันมาอย่างมี ประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นผมมีความมั่นใจว่าในส่วนของการเตรียมความพร้อม พอลงมือ ทำงานแล้วตรงไหนขาดตรงไหนที่ต้องเติมเรากำลังทำอย่างเต็มที่ กรณีล่ามต้องขอบคุณท่าน เป็นคำแนะนำที่ดีมาก เพราะว่าตอนนั้นระหว่างเจ้าหน้าที่ของเรากับคนไข้ก็อาจจะสื่อสารกัน ไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายความเป็นห่วงของเราคือเขามีลูกเล็ก ๆ ที่มาอยู่ด้วยกัน ลูกไม่ติดเชื้อ เราแยกไปอีกห้องหนึ่งเราก็เลยให้ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างลูกกับแม่ได้มีการพูดคุยกัน มันก็คลายความวิตกกังวล คลายความเครียดไปได้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นข้อมูล

สำหรับกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าหน้าที่ทหารที่เดินทางกลับ ประเทศจากอู่ฮั่น ผมได้รับการชี้แจงจากกองทัพเรืออย่างนี้ว่าบังเอิญในช่วงที่มีโรคระบาด ที่อู่ฮั่นช่วงนั้นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่เขาดำเนินการทำงานอยู่ที่นั่น บังเอิญอยู่ในช่วงเทศกาล ตรุษจีนคือวันที่ ๒๒ มกราคม ถึงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ เขาก็มีการหยุดพักไปเที่ยว เขาเดินทาง ออกนอกเมืองอู่ฮั่นไป พอเดินทางออกนอกเมืองอู่ฮั่นไปสถานการณ์มันลุกลามบานปลายจน เกิดการปิดเมืองเขาเข้าเมืองไม่ได้ ถ้าเขาเข้าเมืองได้เขาก็กลับไม่ได้ แต่พอเขาเข้าเมืองไม่ได้ เขาก็เดินทางไปที่เมืองอื่นเพื่อติดตามติดต่อเพื่อจะนั่งเที่ยวบินพาณิชย์เพื่อจะเดินทางกลับ จึงไม่ได้เข้าเกณฑ์ที่จะต้องไปเมืองที่ปิด เมืองที่จะห้ามกลับประเทศหรือห้ามเดินทางไปที่ไหน เพราะฉะนั้นทหาร ๒๖ คนนี้ก็อยู่ในเงื่อนไขที่เขาไม่ได้อยู่ในเมืองที่ต้องห้ามโดยการที่เขาออก จากนอกเมืองมาแล้วและเดินทางไปที่เมืองอื่นเพื่อที่จะเดินทางกลับ จึงได้พบว่าเขาได้ เดินทางกลับมาประเทศไทยในช่วงเวลาที่เมืองอู่ฮั่นปิดเมืองและห้ามออกนอกประเทศครับ อันนี้เป็นกรณีที่รายงานมาจากกองทัพเรือนะครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอวาโยเชิญต่อครับ

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณท่านประธานนะครับ ผม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กราบขอบคุณท่านประธานที่ได้ผ่านข้อคำถามของผมไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ช่วยตอบคำถามด้วยครับ ผมจึงอยากมีข้อคำถามอีกเล็กน้อยรวมประกอบ ถึงข้อเสนอแนะด้วยนะครับ อย่างที่ผมเรียนว่าเรื่องการสื่อสารในยุคปัจจุบันมีความสำคัญ มากจริง ๆ และผมเชื่อว่าทางรัฐบาลก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะกำจัด ขจัด และบรรเทา วิกฤติที่เกิดขึ้นอยู่นี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่ต้องชื่นชมมากจริง ๆ ผมทราบดีว่า ประเทศไทยมีความแข็งแรง มีความมั่นคงทางสาธารณสุขเป็นอันดับ ๖ ของโลก ซึ่งพัฒนา ขึ้นเรื่อย ๆ ในนั้นก็มีบุคลากรทางการแพทย์ มีทั้งอาจารย์แพทย์ มีพยาบาล มีนักเทคนิค การแพทย์ที่เก่ง ๆ หลายท่าน ตรงนี้ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนและเป็นกำลังใจ ให้เจ้าหน้าที่ ที่อยู่หน้างานทุกท่านเลยนะครับ ทีนี้มันมีความเป็นไปได้ไหมที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาวาระนี้ว่าเป็นวาระที่สำคัญจริง ๆ แล้วมีแนวโน้มที่อาจจะรุนแรงขึ้นก็ได้ แล้วท่านจะลงมานั่งเป็นประธานหัวโต๊ะที่วอร์รูม (War room) เอง และมีการแถลงข่าวอย่างเป็นประจำ แล้วให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริง ๆ การแถลงข่าวอย่างที่ผมเรียนไปว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านรัฐมนตรีเองอยู่ในสถานะ ที่ประชาชนพร้อมจะฟังแล้วมีความคาดหวังอยู่เสมอ ถ้าท่านแสดงแอกชัน (Action) ออกมา ท่านแสดงความตั้งอกตั้งใจออกมา ผมเชื่อว่าประชาชนจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นครับ เพราะว่า ไม่ว่าไวรัสหรือว่าวิกฤติการณ์ต่าง ๆ รวมถึงพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) หรือภัยพิบัติอื่น ๆ เองก็ตาม มันอาจจะร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงก็ได้ แต่ถ้ามันร้ายแรงทางรัฐบาลสามารถทำให้ประชาชน มั่นใจได้หรือเปล่าว่าการที่เขาเป็นประชาชนที่อยู่ในรัฐไทยเขาจะได้รับการปกป้องดูแล อย่างแข็งขันอย่างแท้จริง อันนี้เป็นประเด็นแรกนะครับ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งครับ ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของห้องเนกาทีฟ เพรสเชอร์ (Negative pressure) ผมไม่แน่ใจจริง ๆ เพราะว่าข้อมูลผมอาจจะล่าช้ากว่าท่านรัฐมนตรี เพราะว่าข้อมูลผมอัปเดต (Update) เมื่อวานที่ผมคุยกับทางเจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างานล่าสุด ท่านประธานครับ ผมยังได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดว่าห้องเนกาทีฟ เพรสเชอร์ (Negative pressure) มีไม่พอ และแนวโน้มจะยิ่งไม่พอเพิ่มขึ้นด้วย เพราะว่าคนไข้ที่อยู่ในกลุ่มของพียูไอ (PUI) จะมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียนมาด้วยความเคารพ แล้วก็เป็นห่วงถึงสุขภาพของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ว่าเราจะต้องจัดเตรียมการห้องเนกาทีฟ เพรสเชอร์ (Negative pressure) รวมถึงชุดป้องกันต่าง ๆ ให้กับตัวบุคลากรของเราด้วย อย่างเพียงพออย่างแท้จริง ขออนุญาตให้ท่านตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ต้องขอแถลง เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยในเรื่องของนายทหารทั้งหมด ๒๖ ท่าน เรายินดีมาก ๆ เลยที่ท่านสามารถ นำทหารกล้าของประชาชนคนไทยกลับมาได้ แต่ที่เราสงสัยนี่เราสงสัยเพียงแค่ว่าเราจะสามารถ มีมาตรฐานเดียวกันได้หรือไม่ ที่จะมีความเร่งรัดรวดเร็วได้เทียบเท่ากันนะครับ

ผมมีคำถามมาถามท่านรัฐมนตรีเพิ่มอีก ๑ คำถามนะครับ เมื่อคืนนี้ผมได้รับ รายงานล่าสุดมาว่าผู้ป่วยรายที่ ๑๔ ที่พบที่ประเทศไทยเป็นคนไทยและเป็นคนขับรถแท็กซี่ และอาจจะติดเชื้อมาจากผู้โดยสารที่นั่งรถแท็กซี่มาซึ่งเป็นชาวจีน ผมยังไม่แน่ใจว่าข้อมูล ข่าวสารที่ผมได้รับมาถูกต้องหรือเปล่า ผมพยายามสอบถามไปที่คุณหมอที่อยู่ในกรมควบคุมโรค เมื่อเช้านี้ได้รับคำยืนยันครับ แต่อย่างไรก็ตามผมยังไม่ปักใจเชื่อครับ วันนี้เป็นโอกาสอันดี ที่ผมได้เข้ามาที่สภาแล้วก็ได้ถามกระทู้ถามสดต่อท่านรัฐมนตรีนะครับ จึงอยากถามท่านว่า สรุปว่าตอนนี้ในประเทศไทยนอกจากอิมพอร์ต เคส (Import case) มีโลเคิล แทรนส์มิสชัน (Local transmission) คือมีการระบาดจากคนสู่คนภายในประเทศหรือยัง ผมต้องเรียน ท่านประธานตรงนี้ว่าทางผมและพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้มีเจตนาเลยที่จะมาใช้โอกาสวิกฤติ เหล่านี้เพื่อที่จะซ้ำเติมรัฐบาล แต่ว่าเราต้องการที่จะถามเพื่อที่จะกระตุ้นให้ท่านที่มีอำนาจ และมีหน้าที่อยู่ตอนนี้ร่วมกันทำงานอย่างแท้จริงครับ ผมและพรรคอนาคตใหม่ขอยืนยันว่า พวกเราพร้อมที่จะเป็นตัวช่วยหนึ่ง พวกเราพร้อมที่จะช่วยคิด ช่วยให้คำแนะนำกับทางรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติในครั้งนี้ต่อไป ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นทั้งคำแนะนำและคำถาม ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ผมขอตอบ คำถามอย่างนี้นะครับว่า ในกรณีที่ท่านสมาชิกท่านวาโยได้พูดถึงเรื่องการยกระดับหรือว่า การให้ความสำคัญของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็เรียนอย่างนี้ ผมเข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่องนี้แล้วท่านน่าจะฟังอยู่นะครับ แล้วในส่วนนี้ผมคิดว่า ในกฎหมายเดิมที่มีบังคับใช้อยู่ถ้าเป็นกรณีสาธารณภัยที่เข้าขั้นวิกฤติก็จะมีการประกาศ ใช้แผน พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งถ้าเป็นระดับ ๓ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ แล้วถ้าเป็นระดับ ๔ ท่านนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธาน การแถลงข่าวจะยกระดับโดยเป็นโฆษกรัฐบาล ซึ่งอันนี้เป็นมาตรการปกติ ท่านก็ต้องเข้าใจเองนะครับ ท่านได้พูดว่าในเรื่องนี้มันมีความละเอียดอ่อนในแง่ของ ทั้งไม่ตระหนกจนเกินไป ทั้งไม่ประมาท ดังนั้นทุกสถานการณ์ก็ต้องถูกประเมินว่าจะถูก ยกระดับอยู่ในสถานการณ์แบบไหน อย่างไร ก็เป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณที่ท่านได้ให้คำแนะนำ

ส่วนกรณีแท็กซี่เรียนยืนยันว่าอันนี้เป็นข้อมูลซึ่งท่านเป็นแพทย์ก็ต้องเข้าใจ มันเป็นข้อมูลเบื้องต้นครับ ทุกอย่างจะต้องนำไปสู่การสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วก็นำมาสู่สรุป แต่ผมยืนยันอย่างนี้ว่าภายใต้การทำงานของพวกเราขณะนี้ ย้ำนะครับ กระทรวงสาธารณสุข เราย้ำกับเจ้าหน้าที่กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านว่าการดำเนินการทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ไม่ปกปิดข้อมูล ต้องเป็นจริง แต่ก่อนที่จะประกาศอะไรนั้นจะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ เพราะฉะนั้นการดำเนินการในกรณีรายที่ ๑๔ อยู่ในระหว่างการดำเนินการและสังเกตการณ์ และอยู่ในขั้นตอน เพราะฉะนั้นก็ขอให้ติดตามข้อมูล แต่อาจจะมีความล่าช้า บางท่านอาจจะ หงุดหงิดว่ามันจะล่าช้า เช่นทำไมตรวจพบแล้วกว่าจะยืนยันต้องใช้เวลา ๕-๖ ชั่วโมง เรียนว่า ด้วยเทคโนโลยีต้องยืนยันแล็บ (Lab) ๒ แล็บ (Lab) ปกติใช้เวลา ๕ ชั่วโมง ตอนนี้ก็ลดลงมา เหลือ ๓ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ต้องขอให้ท่านสมาชิกได้ติดตาม ต้องขอบคุณว่าเราได้ ช่วยกันนะครับ ช่วยให้ประเทศไทยเราผ่านเหตุการณ์เหล่านี้ไปให้ได้ และผมมั่นใจว่าเราจะ ผ่านไปได้ถ้าเราได้ร่วมด้วยช่วยกัน

มีนิดเดียวครับเรื่องอาการของโรค เราต้องช่วยกันชี้แจงว่ามันมีข้อมูลที่เป็น เฟกนิวส์ (Fake news) จำนวนมากที่อยู่ในสังคมออนไลน์ (Online) ขณะนี้มีลามไปถึงว่า ติดกันได้ในผิวหนัง ซึ่งผมก็ถามผู้เชี่ยวชาญแล้วว่ามันเป็นแบบนั้นจริงหรือไม่ เขาก็บอกว่า ไม่จริง เพราะว่าไวรัสมันเข้าไปไม่ได้ อย่างมากต้องเป็นแผลนะครับ หรือบางคนบอกว่าติดทางตา บางคนบอกว่าเป็นแล้วตายทุกคน อันนี้ผมคิดว่าพวกเราช่วยกันได้ ท่านวาโยเป็นหมอท่านก็ ชี้แจงได้นะครับ ที่สำคัญก็คืออาการของโรคนี้มันไม่ได้รุนแรงถึงเสียชีวิตนะครับ ส่วนใหญ่ ที่ได้รับรายงานผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่เป็นผู้ป่วยมาก่อน มีโรคประจำตัวตัวเองอยู่แล้ว หรือเป็นผู้สูงอายุ หรือพูดง่าย ๆ อ่อนแอ แล้วก็เป็นโรคทางเดินหายใจ เป็นโรคปอด เป็นโรคตับ เป็นโรคหัวใจ พอมาเป็นไวรัสโคโรนา (Virus Corona) อีกก็เลยทำให้เสียชีวิต เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ก็ต้องช่วยกันชี้แจงเพื่อให้สังคมได้เข้าถึงและเข้าใจข้อมูลอย่างถูกต้องตรงกันนะครับ ถ้าผมชี้แจงไม่ครบถ้วนก็ต้องกราบขออภัย หรือท่านวาโยจะมีอะไรเติม ผมยินดีนะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณหมอวาโยครับ มีเวลาอยู่ ๔๕ วินาที ท่านเชิญเลยครับ

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จริง ๆ กะว่าจะไม่ได้พูดต่อแล้วนะครับ เพราะเวลากะไว้แทบจะพอดีเลยครับ แต่ขอเพิ่มเติม จากท่านรัฐมนตรีเล็กน้อยในฐานะที่เป็นแพทย์นะครับ ก็คือว่าเรื่องการติดเชื้อผ่านผิวหนัง นี่เห็นด้วยครับว่าถ้าเป็นผิวหนังปกติคงไม่ติดอยู่แล้วนะครับ แต่ถ้าเป็นแผลก็อาจจะติดได้ แต่การผ่านถ้าสมมุติมีใครไอแล้วเป็นละอองฝอยเป็นดรอปเลต (Droplet) พวกนี้ถ้าผ่านเข้าสู่ ตรงเยื่อบุตาก็มีโอกาสที่จะติดได้นะครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าอัตราการตายขณะนี้จากการศึกษาวิจัยล่าสุดก็อยู่ ที่ประมาณสัก ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่ามีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้แค่ เฉพาะว่าผู้ที่สูงอายุจะเสียชีวิตเท่านั้นนะครับ เพราะว่าตามรายงานทางการแพทย์แล้วตอนนี้ อายุที่ต่ำที่สุดที่เสียชีวิตนี่คือ ๓๖ ปี ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถือเป็นคำแนะนำนะครับ ก็จบกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๘ ส. (นายวีระกร คำประกอบ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ผมเรียนแนวปฏิบัติเรื่องนี้ว่า ท่านเจ้าของกระทู้ถามเป็นผู้อาวุโสท่านทราบดี แต่ว่าเพื่อนสมาชิกได้รับทราบ กระทู้ถามสด ด้วยวาจาซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับข้อบังคับปัจจุบันนี้ ถามได้เรื่องละไม่เกิน ๓ ครั้ง และต้องตอบ ถามให้เสร็จภายในกำหนดเวลา ๓๐ นาที ภายใต้ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ กระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ท่านวีระกรผู้อาวุโสท่านทราบดี ก็ทำเป็นตัวอย่างนะครับ เชิญเลยครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ตามที่พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วทั้งประเทศซึ่งก็คงประสบปัญหาเดียวกันกับเกษตรกรอื่น ๆ ก็คือภัยแล้งนะครับ ตอนนี้ก็เริ่มตัดอ้อยแล้วก็ตัดได้เยอะแล้วในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม บางโรงงานก็คงจะปิดหีบอ้อยอยู่ราว ๆ เดือนมีนาคม บางโรงงานก็อาจจะไปจนถึงเดือนเมษายน แต่สิ่งที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับราคาขั้นต้นอยู่ในขณะนี้คือ ๗๕๐ บาทต่อตัน ซึ่งก็คงจะ น้อยเกินไป รัฐบาลมีนโยบายที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อได้เงินในส่วนที่จะมาก เพิ่มกว่านี้ จะเป็นในส่วนใดก็ตามที่รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งดูแลพระราชบัญญัติ อ้อยและน้ำตาลทรายจะได้มีส่วนเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งขณะนี้ก็ได้ประสบปัญหา ภัยแล้ง ปริมาณอ้อยที่เราทำได้ในประเทศไทยดูแล้วก็จะลดลงเยอะ เกษตรกรที่เคยทำได้ ไร่หนึ่งประมาณ ๑๐ ตัน ปีนี้ก็อาจจะเหลือเพียง ๕ หรือ ๖ ตันเท่านั้นปริมาณอ้อยปีที่แล้ว ได้กว่า ๑๓๑ ล้านตัน ปีนี้เหลือประมาณ ๙๐ ล้านตัน ไม่ถึง ๑๐๐ ล้านตัน เพราะฉะนั้นปริมาณ ที่ลดลงส่งผลทำให้เกษตรกรก็มีรายได้น้อยอยู่แล้ว จึงอยากกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ในข้อที่ ๑ รัฐบาลมีนโยบายที่จะเข้ามาช่วยเหลือและดูแลราคาอ้อย ให้กับเกษตรกรเพิ่มจากราคาขั้นต้นที่เกษตรกรได้รับอยู่ในขณะนี้คือตันละ ๗๕๐ บาทอย่างไร และในโอกาสข้างหน้าในปีหน้าเกษตรกรน่าจะหรือมีแนวโน้มจะได้รับราคาที่สูงขึ้นกว่านี้ไหม เป็นที่ทราบดีว่าทางรัฐบาลก็มีนโยบายที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยด้วยการมาลงทุน โดย ปตท. ร่วมลงทุนกับภาคเอกชนตั้งโรงงานเอทานอล (Ethanol) ขนาดใหญ่ซึ่งจะตัด ซัปพลาย (Supply) หรือว่ารับซื้ออ้อยได้เพิ่มอีกประมาณ ๑๐ ล้านตันในปีหน้า จึงกราบเรียน ถามท่านว่าปีนี้เกษตรกรไทย เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยจะได้รับเงินส่วนเพิ่มอีกเท่าไร มีค่าอะไรบ้าง รวมแล้วจะได้ถึง ๑,๐๐๐ บาทหรือไม่ต่อ ๑ ตัน แล้วก็ถามท่านไปเลยว่าในปีหน้าแนวโน้ม จะดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร เพราะเกษตรกรหลายท่านที่ผมพบก็เริ่มหดหู่ใจว่าปีนี้ได้ผลผลิต ก็น้อยแล้วราคาก็ต่ำ หลายคนก็บ่นถึงว่าจะเลิกปลูกอ้อยนะครับ เรียนถามท่านรัฐมนตรีครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมนะครับ ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เชิญครับ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านวีระกร คำประกอบ ที่ได้แสดง ความห่วงใยถึงชาวไร่อ้อย ผมขอเรียนว่ากระทรวงอุตสาหกรรมนั้นได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ที่ราคา ๗๕๐ บาทต่อตัน ที่ระดับคุณภาพความหวาน ๑๐ ซี.ซี.เอส. (CCS) กระผมใคร่ขอเรียนให้ทราบว่าการกำหนด ราคาอ้อยในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายมีองค์ประกอบการคำนวณราคาที่สำคัญ ได้แก่ ปริมาณอ้อยในแต่ละปีการผลิต ราคาจำหน่าย ราคาตลาดโลก ที่ปัจจุบันเรามีน้ำตาล เกินบริโภคในประเทศที่ต้องส่งออกถึงร้อยละ ๘๐ ทั้งยังมีอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ใช้ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ซึ่งในการคำนวณ ราคาอ้อยขั้นต้นประมาณการรายได้จากปริมาณอ้อยที่ ๑๑๑.๕ ล้านตัน ผลผลิตน้ำตาลทราย โดยเฉลี่ย ๑๐๙.๕ กิโลกรัมต่อตันอ้อย ที่อัตราแลกเปลี่ยนที่ ๓๒.๕๙ บาทต่อเหรียญสหรัฐ และราคาส่งออกน้ำตาลในตลาดโลกที่ ๑๓.๒๗ เซนต์ต่อปอนด์ โดยในเบื้องต้นราคาอ้อยจะอยู่ที่ ๗๒๐ บาทต่อตันอ้อย ซึ่งจะต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของ ชาวไร่อ้อยที่ ๑,๑๐๐ บาทต่อตันอยู่มาก ทางกระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จึงได้มีการประสานขอความร่วมมือจากโรงงานน้ำตาล ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายกากน้ำตาลทรายและนำรายได้ส่วนนี้ส่งให้กับระบบอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทราย โดยให้ปรับราคากากน้ำตาลที่ใช้ในการคำนวณราคาที่ตันละ ๓,๔๐๐ บาท เป็นราคาที่สะท้อนปริมาณอ้อยที่ตกต่ำ ปรับเป็นที่ราคาตันละ ๓,๗๐๐ บาท มีผลทำให้ ราคาอ้อยสามารถปรับเพิ่มขึ้นเป็นตันละ ๗๕๐ บาท ในปัจจุบันนี้ราคาน้ำตาลในตลาดโลก มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาตลาดโลก ณ วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๓ มีราคาน้ำตาล ต่างประเทศซึ่งรวมพรีเมียม (Premium) อยู่ที่ ๑๕.๑๐ เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบ กับราคาที่ใช้คำนวณราคาอ้อยขั้นต้นอยู่ที่ ๑๓.๒๗ เซนต์ต่อปอนด์ มีผลทำให้ราคาอ้อยขั้นต้น ขยับตัวเพิ่มขึ้นตันละ ๘๐ บาท จะทำให้ราคาอ้อย ณ ปัจจุบันจะอยู่ที่ตันละ ๘๓๐ บาท แต่อย่างไรก็ตามก็ยังต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของชาวไร่อ้อย ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ กำหนดแนวทางให้ความช่วยเหลือกับชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต โดยขั้นแรกผมได้ นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีของบประมาณจำนวน ๖,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ก็กรุณารับที่จะจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ให้ แต่ปรากฏว่าที่ขอไป ๖,๕๐๐ ล้านบาทนั้นทำให้ ราคาอ้อยขั้นต้นอยู่เพียง ๙๐๐ บาทต่อตัน ซึ่งยังต่ำกว่านโยบายที่ทางพรรคพลังประชารัฐ ได้หาเสียงไว้กับทางเกษตรกรชาวไร่อ้อย ดังนั้นผมจึงได้ไปกราบเรียนท่านรัฐมนตรีขอเพิ่ม วงเงินอีก ซึ่งท่านก็ได้กรุณาให้มาอีก ๓,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็รวมเป็นวงเงินที่ทางรัฐบาลจะใช้ สนับสนุนแก่ชาวไร่อ้อยทั้งระบบอยู่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็จะทำให้พี่น้องชาวไร่อ้อยได้รับ การช่วยเหลือได้ราคาอ้อยที่ ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน โดยวงเงิน ๓,๕๐๐ ล้านบาทนั้นผมได้ให้ นโยบายให้เฉพาะชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเท่านั้น เพื่อเป็นการจูงใจให้เกษตรกรหันมาตัด อ้อยสดมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหามลพิษ ด้านฝุ่นละอองจากสถานการณ์พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งจะทำให้ชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดได้รับ เงินมากกว่าชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ประมาณ ๑๓๐ บาทต่อตัน ผู้ตัดอ้อยสดได้ราคา ปัจจุบันที่ ๑,๑๒๐ บาทต่อตัน ส่วนผู้ตัดอ้อยไฟไหม้จะได้ราคาปัจจุบันที่ ๙๙๐ บาทต่อตัน ซึ่งผมมั่นใจว่าจะทำให้ชาวไร่อ้อยได้ราคาอ้อยปีนี้ไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาทต่อตันอย่างแน่นอน ทั้งนี้เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ทางนายกสมาคมชาวไร่อ้อยทั่วประเทศประมาณสัก ๓๐ คน ได้มาพบผมหารือเรื่องมาตรการช่วยเหลือที่ทางรัฐบาลจัดให้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็ได้ อธิบายกฎเกณฑ์ดังกล่าวที่ผมพูดไปนั้นให้กับทางชาวไร่อ้อยที่มากับสมาคม ซึ่งทุกคนยืนยัน เป็นเสียงเดียวกันว่าราคาอ้อยที่ได้รับและเงินจูงใจให้ตัดอ้อยสดเพิ่มจะทำให้ชาวไร่อ้อยสด เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมได้ช่วยกระจายข่าวให้พี่น้องชาวไร่อ้อยได้รับทราบทั่วกันแล้ว

สำหรับที่ท่านวีระกรได้สอบถามว่าในปีหน้าเกษตรกรชาวไร่อ้อยจะมีโอกาส ได้ราคาอ้อยเพิ่มอีกเท่าไรมากกว่าปีนี้หรือไม่ ผมขอกราบเรียนว่าการคาดการณ์ราคาอ้อย ในฤดูกาลผลิตปีหน้า ปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ เนื่องจากภาวะความแห้งแล้งในปีนี้จะส่งผลต่อผลผลิต อ้อยของทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศบราซิล ประเทศอินเดีย มีผลผลิตลดลงทำให้ปริมาณ น้ำตาลในตลาดโลกลดลง มีผลทำให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกสูงขึ้น หากแนวโน้มยังเป็น เช่นนี้อยู่ทำให้คาดว่าราคาอ้อยในปีหน้าของไทยจะมีราคาสูงกว่าปีนี้อย่างแน่นอน ประกอบกับ นโยบายของรัฐบาลที่ได้ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในปีนี้ทำให้ราคาอ้อยสูงกว่า ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน จะเป็นแรงจูงใจให้ชาวไร่อ้อยมีกำลังใจที่จะปลูกอ้อยต่อไป ผมขอกราบเรียนตอบคำถาม ท่านวีระกรนะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวีระกรครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ผมขอถามต่อ ในคำถามที่ ๒ โดยที่ในช่วงของการตัดอ้อย เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีก็ได้พูดถึงในเรื่องของ อ้อยสดและอ้อยที่จะต้องเผาก่อน กราบเรียนพี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎร ในที่ประชุมแห่งนี้ว่าบางครั้งเกษตรกรก็หาคนตัดอ้อยไม่ได้ ถ้าหากว่าไม่เผาให้เขา ถ้าไม่เผา คนก็เข้าไปไม่ได้มันโดนบาดครับ พอโดนบาดก็หาคนตัดไม่ได้ รกด้วย บาดด้วย ไม่ได้เลยครับ ปัจจุบันท่านประธานคงจะทราบดีว่าที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดเมื่อสักครู่นี้ว่ามันมีบางส่วนที่เขา เรียกว่า อ้อยสด คือไม่ต้องเผา ถามว่าทำอย่างไรมันถึงเป็นอ้อยสดได้ก็เพราะว่าต้องใช้รถตัด ปัจจุบันประเทศไทยซึ่งมีการผลิตอ้อยอยู่ ๑๒ ล้านตัน เมื่อปีกลายนี้เราได้อ้อย ๑๓๑ ล้านตัน แต่ปีนี้ผลผลิตลดลงมาเหลือประมาณสัก ๑๐๐ ล้านตัน ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ๑๑๑ ล้านตัน ผมว่าไม่ถึง เพราะว่าบ้านผมแห้งแล้งต้นอ้อยต้นเท่าหัวแม่โป้งเอง เพราะเหตุว่ามันแล้งมาก ในปีที่ผ่านมานี้ปริมาณน้ำฝนน้อยจากการที่เราไม่มีทางเลือก เกษตรกรไม่มีทางเลือกต้องเผา ไร่อ้อย ๑๒ ล้านตัน ท่านประธานลองคิดดูสิว่าปริมาณอ้อยเป็น ๑๐๐ ล้านตัน เขาต้องเผา เผาเสร็จก็จะเกิดเขม่าฝุ่นกระจาย จังหวัดนครสวรรค์ผมเขาเรียกว่าหิมะสีดำมันจะตกแล้ว ตกทั่วไป ปริมาณเขม่าหรือปริมาณที่เผาอ้อยดังกล่าวนี้ก็คือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) น่ากลัวยิ่งกว่าไวรัสโคโรนา (Virus Corona) อีกท่านประธาน ผมอยู่จังหวัดนครสวรรค์ ไม่เคยแสบคอ ไม่เคยเป็นหวัดคัดจมูก พอมากรุงเทพฯ ทีไรเสียงก็แหบ แสบคอ วิงเวียน ซึ่งท่านถามเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้เลยครับว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ซึ่งไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ตอนนี้ผมไม่ค่อยกลัว กลัวแต่พวกเฟกนิวส์ (Fake news) ทั้งหลาย เดี๋ยวก็ส่งข่าว ว่าจังหวัดนครสวรรค์ติดบ้างอะไรบ้าง จนกระทั่งคนไม่ไปดูแห่เจ้าบ้านผม ลดน้อยลงไปเยอะปี ที่ผ่านมานี้นะครับ ก็เพราะบอกว่าเด็กมาจากอู่ฮั่นมาจังหวัดนครสวรรค์ ในเรื่องของอ้อย ถ้าหากรัฐบาลจะได้บูรณาการแก้ไขปัญหาทั้ง ๒ อย่างรวมกันเลยก็คือว่าเกษตรกรหาคนตัด อ้อยไม่ได้ต้องเผา แล้วการเผาก็เกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จะเป็นไปได้ไหมท่านรัฐมนตรีครับ ที่รัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีสุริยะจะได้กรุณานำเสนอต่อคณะรัฐบาล เรายังขาดรถตัดอ้อยอยู่ ประมาณ ๒,๖๐๐ คันทั่วประเทศ เราต้องการทั้งประเทศโดยประมาณคือ ๔,๐๐๐ คัน ปัจจุบัน เรามีอยู่ประมาณ ๑,๔๐๐ คัน ต้องการรถตัดอ้อยเพิ่มอีก ๑,๖๐๐ คัน แล้วจะแก้ไขปัญหา เบ็ดเสร็จ ท่านประธานลองนึกดูสิครับ ทำไมพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ถึงเกิดขึ้นในช่วงปลาย เดือนพฤศจิกายนแล้วก็หมดสิ้นเดือนมีนาคมหมดเลย ท่านประธานเคยคิดไหมเกิดจากอะไร เกิดจากเผาอ้อยนี่ละครับบอกตรง ๆ เลยว่าถ้า ๑ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๐๐ ล้านตันอ้อยที่เราเผา อ้อยมีทั้งหมด ๑๐๐ ล้านตันทั้งประเทศ เผาไปเขม่าที่เกิดขึ้นอย่างน้อยก็ ๑ เปอร์เซ็นต์ ๑ เปอร์เซ็นต์ก็ ๑ ล้านตัน ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ ๑ ล้านตัน ถ้ารัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหานี้ เป็นวาระแห่งชาติแล้วก็ช่วยเกษตรกรในเวลาเดียวกันด้วย ออกรถให้เขาสิครับ คือไม่ใช่ให้รัฐบาลต้องออกฟรีนะครับ ไม่ต้องมีดอกเบี้ย ไม่ต้องไปจัดดอกเบี้ยให้ ไม่ต้องคิด ดอกเบี้ยกับเกษตรกรหรือโรงน้ำตาล หรือจะเป็นภาคเอกชนใด ๆ ออกรถตัดอ้อยมาให้เขา คันละ ๑๐ ล้านบาท ต้องการอีก ๒,๖๐๐ คัน ก็ประมาณ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท ขอความกรุณา เถอะครับ เราจะแก้ไขปัญหาเบ็ดเสร็จ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ทุกคนกลัวกันต่อไปจะไม่มีแล้ว ถ้าเราเลิกเผาอ้อยทั้งประเทศ ผมยืนยันเลยว่าปริมาณเขม่าที่เกิดจากรถในกรุงเทพฯ มีน้อย ไม่ได้มีมาก เดี๋ยวนี้เขาใช้ยูโร ๔ (Euro 4) กันหมดแล้วนะครับ ยูโร ๔ (Euro 4) ก็ออกเขม่า มาน้อยครับ ยกเว้นรถเก่า ๆ เท่านั้นเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือรถ ขสมก. ของกรุงเทพฯ นี่ละ ท่านรัฐมนตรีจะพอรับปากเราให้สบายใจได้ไหมว่ารัฐบาลจะคิดเรื่องนี้คิดเป็นวาระแห่งชาติ ออกรถตัดอ้อยช่วยเหลือเกษตรกรไม่ต้องคิดดอกเบี้ย ผ่อนส่ง ๑๐ ปี ทั้งเกษตรกร ทั้งโรงอ้อย หรือภาคเอกชนใด ๆ ก็ได้ ขอกู้เงินเพื่อซื้อรถตัดอ้อยแก้ไขปัญหา ๒ อย่างควบคู่ไปพร้อมกัน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขอตอบคำถามที่ ๒ นะครับ สำหรับเรื่องมาตรการที่จะหาแหล่งเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย โดยได้มีการดำเนินการโครงการส่งเสริมสินเชื่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำในไร่อ้อย เรื่องจัดซื้อรถตัดอ้อย รถคีบอ้อย รถแทรกเตอร์รถบรรทุกอ้อย และเครื่องจักรกลเกษตรอื่น ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้นมีรถตัดอ้อยทางกระทรวงให้มาประมาณ สัก ๒,๑๐๐ คัน โดยมีแหล่งเงินกู้ ๒ แหล่ง ดังนี้นะครับ ๑. คือมาจากธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร หรือที่เราเรียกว่า ธ.ก.ส. มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนา แหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำในไร่อ้อย จัดซื้อรถตัดอ้อย รถคีบอ้อย รถแทรกเตอร์ รถบรรทุกอ้อย และเครื่องจักรกลเกษตรอื่น ๆ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๒ นี้ ได้มีมติเห็นชอบโครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตอ้อยอย่างครบวงจร ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒-๒๕๖๔ วงเงินปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ระยะเวลา ๓ ปี รวมเป็น วงเงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีผู้กู้รายบุคคลจะคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ต่อปี แต่ว่า ผู้กู้จะจ่ายอัตราเพียงร้อยละ ๒ ต่อปี โดยรัฐบาลจะชดเชยร้อยละ ๓ ต่อปี และทาง ธ.ก.ส. จะรับภาระร้อยละ ๒ ต่อปี สำหรับผู้กู้กลุ่มเกษตรกรและสถาบันคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี ผู้กู้จ่ายในอัตราร้อยละ ๒ ต่อปี รัฐบาลจะชดเชยร้อยละ ๒ และ ธ.ก.ส. จะรับภาระ ร้อยละ ๑ ต่อปี สรุปผลการดำเนินงานที่ให้สินเชื่อในปีงบประมาณ ๒๕๖๒-๒๕๖๔ ณ ปัจจุบัน มีการให้สินเชื่อกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยไปแล้วจำนวน ๔๗๘ ราย เป็นเงิน ๒,๑๘๗ ล้านบาท คงเหลือวงเงินให้กู้ประมาณ ๓,๘๑๓ ล้านบาท จากกรอบวงเงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็น ที่ท่านวีระกรอยากจะให้รัฐบาลออกเงินซื้อเพิ่มจำนวนรถตัดอ้อยอีก ๒,๖๐๐ คัน ที่คิดว่า เป็นวงเงิน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในส่วนตัวผมก็อยากจะสนับสนุนโครงการนี้เพื่อจะทำให้ เรื่องของการเผาอ้อยจะได้หมดไป ประกอบกับว่าจะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดอ้อย ผมคิดว่าจะทำให้ราคาอ้อยนั้นได้ราคาต้นทุนถูกลงก็จะขายได้ราคาครับ เกษตรกรก็ได้รับเงิน ไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย เรื่องนี้ผมก็ต้องขอไปปรึกษาทางกระทรวงการคลังแล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แล้วถ้าได้ผลอย่างไรก็จะรีบมารายงานให้ท่านวีระกรทราบครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวีระกรเหลือเวลาอีก ๖ นาที ถ้าจำเป็นก็ได้ครับ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ต้องขอขอบพระคุณรัฐบาล ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ได้เอาใจใส่ต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อยเป็นอย่างดียิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วย ชดเชยเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยจนท่านกล้าที่จะตอบในสภาแล้วว่าเกษตรกร ชาวไร่อ้อยทุกคนในปีนี้จะได้ราคาขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาท และถ้าหากว่าตัดสด ท่านยืนยันว่าเราจะได้ถึง ๑,๑๐๐ กว่าบาท ซึ่งต้องขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะครับ ขอฝากท่านไปอีกนิดหนึ่งว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมดูแล ถ้าเป็นไปได้ มีเพื่อนสมาชิกวันก่อนนี้ได้พูดถึงเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ว่าให้ไปติดตั้งอิเล็กโทรสแตติก (Electrostatic) ติดตั้งให้ทั่วประเทศเลยนะครับเพื่อดูดเขม่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไม่ต้องถึง ขนาดนั้นหรอกครับท่านประธาน เอาว่าอยากให้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมช่วยดูให้โรงงาน ทุกโรงงานที่มีการเผาน้ำมันเตาเพื่อจุดบอยเลอร์ (Boiler) ได้กรุณาติดตั้งแล้วก็ต้องหมั่น ตรวจสอบดัสต์ คอลเลกเตอร์ (Dust Collector) ที่เขาจะต้องมีประจำปล่อง หรือว่าการเผา ทุกอย่างนี้ให้มีการเก็บกักพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) พวกเขม่าทั้งหลาย อยากให้เอาใจใส่ตรงนี้ เป็นที่ทราบดีว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกิดจาก ๑. การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ๒. การเผาอ้อย ๓ การเผาในโรงงานอุตสาหกรรม นี่ละครับ ก็ฝากท่านในส่วนนี้

คำถามที่ ๓ อยากจะเรียนถามท่านว่าพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดูแลอยู่นี้ยังคงมีข้อที่อาจจะต้องแก้ไขเพื่อความชัดเจน เช่น ในเรื่องของกากอ้อย เกษตรกรไม่ได้ประโยชน์ ๗๐ : ๓๐ จากการขายกากอ้อยที่โรงงาน หลังจากหีบเอาน้ำอ้อยออกไปหมดแล้วไปทำน้ำตาล กากอ้อยที่ได้โรงงานเอาไปใช้เป็นเชื้อเพลิง ในส่วนกากอ้อยที่เอาไปใช้เป็นเชื้อเพลิงนี้จะมีโอกาสไหมที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะได้ผลประโยชน์ คือได้ผลตอบแทนจากกำไรที่ขายในส่วนนี้ในอัตรา ๗๐ : ๓๐ ตามพระราชบัญญัติอ้อยและ น้ำตาลทราย และอีกเรื่องหนึ่งก็คือเอทานอล (Ethanol) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่จะเอาอ้อยไปคั้น ทำน้ำอ้อยแล้วทำให้มันอีแลบเบอเรต (Elaborate) ไปบางส่วนนะครับ ให้มันคอนเซ็นเทรต (Concentrate) ขึ้นแล้วเอาไปทำเอทานอล (Ethanol) ในส่วนนี้ไม่ได้ระบุไว้เหมือนกันว่า เกษตรกรจะได้ส่วนแบ่ง ๗๐:๓๐ ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย เพราะเอทานอล (Ethanol) ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นน้ำตาลจะต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ อันนี้ก็คงจะ ไม่ถามท่านละครับ เพราะอยากจะฝากเสียมากกว่า ฝากให้ท่านรัฐมนตรีได้พิจารณาว่าน่าจะ ต้องแก้ไข เพราะปลายปีนี้โรงงานเอทานอล (Ethanol) ที่จะใช้อ้อยสดเอาไปหีบเอาน้ำอ้อย มาทำเอทานอล (Ethanol) นั้นจะแล้วเสร็จในฤดูหีบปีใหม่ก็คือฤดูหีบปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ ซึ่งอีกประมาณ ๑๐ เดือน ๑๑ เดือนก็จะเริ่มเปิดดำเนินการแล้ว เกษตรกรยังไม่รู้เลยว่าเขาจะ ได้ส่วนแบ่งในส่วนนี้หรือไม่นะครับ ถ้าหากจะกรุณาแก้ว่าเอทานอล (Ethanol) เป็นโปรดักต์ (Product) ของอ้อย เติมเข้าไปในบทจำกัดความของพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย หรือคำนิยามของพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายก็จะทำให้เกษตรกรได้โอกาสที่จะ มีส่วนแบ่ง ๗๐ : ๓๐ เช่นเดียวกับน้ำตาลทรายเหมือนกันนะครับ

ท้ายที่สุดก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรี ตลอดจนถึงคณะรัฐมนตรีที่ได้มีส่วนเอาใจใส่เป็นอย่างมากต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อย หวังใจว่า ในโอกาสข้างหน้าก็ขอให้ท่านได้กรุณาทำเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จ แล้วก็ขออวยพรให้ ท่านได้เป็นรัฐมนตรีนาน ๆ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานครับ คือเรื่องที่ท่านวีระกรเป็นห่วงเรื่องของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่มีโรงงาน ที่ใช้บอยเลอร์ (Boiler) แล้วก็ใช้น้ำมันเตาเผาทำให้เกิดฝุ่นละอองโดยเฉพาะพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ความจริงนั้นผมไม่ทราบท่านวีระกรรู้หรืออย่างไร เพราะจริง ๆ เช้านี้ผมได้ไปตรวจโรงงาน ที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งก็มี ส.ส. ของจังหวัดสมุทรปราการในพื้นที่ก็ตามกันไปหลายคน ส.ส. กทม. ที่ห่วงเรื่องนี้ของพรรคพลังประชารัฐก็ตามไป ซึ่งปรากฏว่าโรงงานแรกที่ไปดู ก็เป็นโรงงานที่เขาได้เปลี่ยนจากเคยใช้น้ำมันเตาก็เปลี่ยนเป็นมาใช้แก๊สธรรมชาติ ซึ่งตรงนี้ ก็ดีขึ้นมามาก แต่โรงงานที่ ๒ ที่ไปก็เป็นโรงงานที่เกี่ยวกับเรื่องหลอมอลูมิเนียม โรงงานนี้ เขายังใช้น้ำมันเตาอยู่ ผมก็ได้แนะนำกับทางตัวเจ้าของกิจการว่าถ้าทางเขายินดีที่จะเปลี่ยนแปลง ทางรัฐบาลเองนั้น ผมก็แนะนำว่าทางธนาคารเอสเอ็มอี (SMEs) นั้นมีโครงการสินเชื่อที่จะให้ มีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอะไรต่าง ๆ พวกนี้ ซึ่งสินเชื่อตรงนี้สามารถไปกู้กับทางธนาคาร เอสเอ็มอี (SMEs) ได้แล้วจะคิดดอกเบี้ยในราคา ๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้น แล้วก็ผ่อนคืน ๗ ปี ซึ่งตรงนี้ทางผู้ประกอบการก็สนใจนะครับก็เรียนเรื่องนี้

สำหรับเรื่องของการที่จะเพิ่มรายได้ให้กับชาวไร่อ้อยนั้น ผมได้มีการสั่งการ ให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรเพื่อเป็น การสร้างความมั่นคงในอาชีพและรายได้แก่ชาวไร่อ้อย ที่สำคัญก็คือเราจะมีการนำใบอ้อย และยอดอ้อยที่เกิดจากนโยบายการตัดอ้อยสดนำส่งให้กับโรงงานเพื่อไปเป็นเชื้อเพลิง โดยเกษตรกรชาวไร่อ้อยสามารถจำหน่ายใบอ้อยและยอดอ้อยให้แก่โรงงานได้ราคาตันละ ๘๐๐ บาท ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายใน ๑ ไร่ จะมีใบอ้อยที่ขายได้ประมาณ ๑ ตัน ทำให้เกษตรกร จะมีรายได้จากการขายใบอ้อยเพิ่มขึ้นอีกไร่ละ ๕๐๐ บาท หากคิดเป็น ๑ ไร่ปลูกได้ ๑๐ ตัน จะทำให้ได้ราคาอ้อยเพิ่มอีกตันละ ๕๐ บาท และกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ให้สำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุน การใช้ใบอ้อยและยอดอ้อยในการผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ชีวมวลอื่น ๆ เช่น แผ่นกั้นเสียง อาหารสัตว์ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแนวทางเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย อีกทางหนึ่ง

ส่วนประเด็นเรื่องของที่จะมีการแก้ไข พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทรายนะครับ ซึ่งในปัจจุบันระบบแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างทางโรงงานกับทางชาวไร่อ้อย ในส่วนของ เอทานอล (Ethanol) ส่วนของตัวกากน้ำตาลไม่ถือ ใช้ไม่ได้ คือหมายถึงว่าเอามาคิดคำนวณ ในระบบไม่ได้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการเสนอไปที่กฤษฎีกาแต่ไม่ได้เสนอประเด็นนี้ไป เพราะกฤษฎีกาบอกว่าถ้าจะเอาประเด็นนี้มันจะไปเกี่ยวข้อง เดี๋ยวผมต้องขอเรียนอย่างนี้ ก่อนครับว่าตอนนี้ประเทศไทยมีปัญหากับทางประเทศบราซิลในเรื่องการอุดหนุนราคา ซึ่งก่อนผมมาก็ไปบอกประเทศบราซิลว่าเราจะมีแก้ พ.ร.บ. เรื่องการอุดหนุนนี้ให้ ผมก็เลย เห็นว่าจะแก้ทั้งทีนะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เวลาของท่านรัฐมนตรี หมดแล้วครับ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ขอเวลา สักครึ่งนาทีนะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุโลมครับ เชิญครับ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

คือกรณีนี้ ผมก็เลยได้แจ้งกับทางสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายนะครับ เราจะขอให้ มีการแก้ พ.ร.บ. ทั้งฉบับ ซึ่งถึงแม้ว่าจะช้าเราก็ยินดี เพราะว่าแก้ทั้งทีแก้ให้เป็นประโยชน์ ต่อชาวไร่อ้อย ซึ่งตรงนี้อาจจะให้สิทธิของรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสามารถกำหนดการแบ่งปัน ผลประโยชน์ที่เคยเป็น ๗๐ : ๓๐ อาจจะเป็น ๖๕ : ๓๕ ซึ่งก็อยู่ในสถานการณ์ ถ้า พ.ร.บ. นี้แก้ สามารถจะนำเรื่องของผลผลิตทางน้ำตาลต่าง ๆ ไปทำอย่างอื่นได้ ผมกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านวีระกรอีกครั้งนะครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้ ท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลา ท่านวีระกรได้เป็นตัวอย่างใช้เวลาไม่ถึงเวลาตามที่ให้ไว้นะครับ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ

ต่อไปก็จะเข้ากระทู้ถามทั่วไป มี ๓ กระทู้ครับ กระทู้ถามทั่วไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๗ นั้น เมื่อผู้ถามถามแล้วเมื่อรัฐมนตรีตอบแล้ว ผู้ถามมีสิทธิถามได้อีก ๑ ครั้ง เว้นแต่ จะขอซักถามต่อไปกรณีที่ยังตอบไม่ครบประเด็นนะครับ อันนี้ผมเรียนเพราะว่ามีท่านสมาชิก มาถามผมเรื่องนี้วันก่อนว่าท่านเข้าใจผิดว่า กระทู้ถามทั่วไปกับกระทู้ถามสดนั้นเหมือนกัน เพราะกระทู้ถามสดก็ถามได้ ๓ ครั้ง กระทู้ถามทั่วไปถามได้ ๑ ครั้งนะครับ แต่อยู่ภายใต้หลัก ก็คือต้องไม่เป็นการอภิปรายนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากหน่อย แต่ว่าโดยทั่วไปแล้ว ผมขอแนะนำเพื่อน ๆ นะครับว่ากระทู้ถามนั้นได้เขียนมาอย่างดี เพราะท่านเรียบเรียงมา อย่างดีแล้ว เพราะฉะนั้นโดยทั่วไปวิธีกระทู้ถามก็คืออ่านกระทู้จบ เมื่อจบแล้วท่านก็ให้ เหตุผลประกอบเพิ่มเติมแล้วรัฐมนตรีก็จะตอบครับ อันนี้กระทู้ของท่านก็จะสมบูรณ์นะครับ เพราะว่าเวลาเขียนนั้นได้เขียนมาโดยสมบูรณ์ครับ ขอเชิญกระทู้ถามแรก

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๘ เรื่อง ปัญหาการติดแบล็คลิส เครดิตบูโร (นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ

รัฐมนตรีมาแล้วนะครับ เชิญท่านจุฑาพัตธน์ครับ

นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่อนุญาตให้ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามปัญหา การติดแบล็กลิสต์ เครดิตบูโร (Blacklist credit bureau) ในวันนี้ ด้วยประชาชนจำนวนมาก กำลังได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากปัญหาการติดแบล็กลิสต์ เครดิตบูโร (Blacklist credit bureau) ซึ่งเกิดจากการกู้เงินจากสถาบันต่าง ๆ เพื่อนำเงินมาประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจ แต่เนื่องจากว่าปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจในประเทศตกต่ำลงอย่างมากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น การประกอบอาชีพและหารายได้ของประชาชนทุกสาขาอาชีพลดน้อยตามไปด้วย ส่งผลกระทบ ต่อความสามารถในการผ่อนชำระนำไปสู่การถูกยึดทรัพย์สินจนกระทั่งติดแบล็กลิสต์ เครดิตบูโร (Blacklist credit bureau) แม้จะสามารถนำเงินไปชำระหนี้ได้จนครบแต่ต้องรอเวลา ๓-๔ ปี จึงจะสามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ได้ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก นอกจากนี้ปัญหาดังกล่าวยังส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย เช่น การกู้เงินนอกระบบ การค้ายาเสพติด การฆ่าตัวตาย และปัญหาอาชญากรรมอื่น ๆ ดิฉันขอเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีดังต่อไปนี้

คำถามที่ ๑ รัฐบาลมีมาตรการในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถชำระหนี้และติดแบล็กลิสท์ เครดิตบูโร (Blacklist credit bureau) กับสถาบัน การเงินต่าง ๆ และเงินกู้นอกระบบหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คำถามที่ ๒ ถามได้เลยครับ

นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธาน คำถามที่ ๒ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการติดแบล็กลิสต์ เครดิตบูโร (Blacklist credit bureau) มีการบูรณาการในการทำงานร่วมกันหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถูกต้องแล้วครับ เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นต้องขอกราบชื่นชม ท่าน ส.ส.จุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องราษฎรที่ประสบปัญหาเรื่องสถานะ ทางเศรษฐกิจในช่วงที่มีวิกฤติทางเศรษฐกิจ จริง ๆ ก็ต้องกราบเรียนว่าวิกฤติทางเศรษฐกิจหรือที่เรียกว่าสงครามทางการค้าและการเงินนั้น ขณะนี้เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศใหญ่ ๆ ก็ทำสงครามทางการค้าทำให้เศรษฐกิจ ของโลกเกิดการปั่นป่วนมากมาย แน่นอนที่สุดประเทศไทยเราเป็นประเทศเล็ก ๆ ก็ประสบ หางเลขไปกับเขาด้วย ซึ่งรัฐบาลเองที่ท่านได้บอกว่ารัฐบาลมีมาตรการอย่างไรในการช่วยเหลือ ในการแก้ไขปัญหาในด้านเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนในทุกระดับชั้น ก็ต้องกราบเรียนว่า ในภาคเกษตรกรนั้นท่านคงทราบว่ารัฐบาลได้ช่วยเหลือในเรื่องของค่าเก็บเกี่ยว เรื่องข้าวก็ดี ในด้านต่าง ๆ แม้กระทั่งเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานั้นรัฐบาลยังลงไปดูแลถึงผู้ที่ทุพพลภาพ คนพิการได้เพิ่มค่าเบี้ยยังชีพอีก ๒๐๐ บาทโดยทั่วกัน เป็นเงินถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือความตั้งใจของรัฐบาลที่ดูแลคนในทุกระดับชั้น แน่นอนที่สุดการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลนั้น ก็ต้องเรียนว่ารัฐบาลก็มีงบประมาณมีเงินเป็นข้อจำกัดอยู่เช่นเดียวกัน อย่างเช่นเรื่องของ น้ำมันพืช รัฐบาลก็ได้แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำมันนั้นจนกระทั่งขณะนี้ ๑ กิโลกรัม ก็ ๔-๖ บาท เข้าไปแล้วที่กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความตั้งใจ โดยเฉพาะ ผู้ที่มีรายได้น้อยแล้วก็ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถชำระหนี้ได้จนกระทั่งไปติดเครดิตบูโร และเงินกู้นอกระบบ ก็ต้องกราบเรียนว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องเงินกู้นอกระบบ รัฐบาลเอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ โดยผ่านกระทรวงการคลังและแบงก์ชาติ ก็ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ ก็คือจัดให้มีใบอนุญาตในการให้สินเชื่อ เช่น พิโกไฟแนนซ์ (Pico finance) พิโกพลัส (Pico plus) หรือนาโนไฟแนนซ์ (Nano finance) ก็ต้องบอกว่าพิโกไฟแนนซ์ (Pico finance) นาโนไฟแนนซ์ (Nano finance) นั้นได้เข้ามา ช่วยเหลือในเรื่องของเงินกู้นอกระบบได้ค่อนข้างมาก ปัจจุบันก็ได้ให้สินเชื่อไปสำหรับ พิโกไฟแนนซ์ (Pico finance) ประมาณ ๒,๖๐๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้นประมาณ ๖๒๐ ราย ครอบคลุม ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ แล้วก็นาโนไฟแนนซ์ (Nano finance) นั้นก็ได้ปล่อย สินเชื่อออกไปถึง ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท มีหนี้เสียกลับมาเล็กน้อยก็คือ ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท โดยเฉพาะที่รัฐบาลห่วงใยโดยให้ธนาคารของภาครัฐเข้าไปช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ก็ยังได้ให้เงิน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกับธนาคารออมสินออกไปช่วยเหลือพี่น้องราษฎร ข้อมูลเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. ได้ปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนไปช่วยเหลือ ในเรื่องของหนี้นอกระบบและดอกเบี้ยต่ำถึง ๕๗๗,๐๐๐ กว่ารายขึ้นไป ในวงเงินสินเชื่อ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากที่รัฐบาลอนุมัติให้ธนาคารออมสินนั้นในวงเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ธนาคารออมสินก็ได้ปล่อยสินเชื่อไป ๒๕,๓๙๐ ล้านบาท ก็ยังเหลืออยู่อีกประมาณ ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ยังสามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้อง ผู้ที่ประสบภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้

ส่วนที่ถามถึงเรื่องเครดิต การติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ขอกราบเรียนว่า เรื่องเครดิตบูโร (Credit bureau) โดยที่มีพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจเครดิตเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ ได้กำหนดเกี่ยวกับเรื่องของเครดิตบูโร (Credit bureau) ไว้ ในข้อ ๓ ว่าในเรื่องของเครดิตบูโร (Credit bureau) สำนักงานเครดิตบูโรซึ่งมีสถานะเป็น บริษัทเอกชนได้มีสิทธิในข้อ ๓ ว่าอายุของข้อมูลในการประมวลของบริษัทข้อมูลเครดิตบูโร แล้วก็พวกผู้ควบคุมข้อมูลเครดิตหรือผู้ประมวลข้อมูลเครดิตให้มีกำหนดไม่เกิน ๓ ปีนับตั้งแต่ วันที่ข้อมูลเครดิตได้รับข้อมูลจากสมาชิกหรือจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ อันนี้ก็คือปัญหา ที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้บอกว่า ถึงแม้ว่าชำระแล้วก็ยังจะต้องถูกศูนย์ข้อมูลเครดิตซึ่งเป็น เอกชนนั้นเก็บข้อมูลเอาไว้อีก ๓-๕ ปี ก็ต้องเรียนว่าเก็บถึง ๕ ปีไม่ได้ เขาจะเก็บไว้ประมาณ ๓ ปี ความเดือดร้อนก็เกิดขึ้นจากที่ศูนย์ข้อมูลเครดิตได้เก็บข้อมูลตัวนี้เอาไว้ ๓ ปี ดังนั้นเวลา ท่านได้ชำระเงินครบถ้วนแล้วศูนย์ข้อมูลเครดิตก็จะสามารถเก็บข้อมูลของท่านต่อไปอีก ๓ ปี อันนี้คือปัญหาที่เวลาท่านจะไปขอกู้เงินครั้งใหม่ เมื่อท่านเซ็นอนุญาตให้ธนาคารหรือสถาบัน การเงินเข้าไปตรวจสอบในข้อมูลเครดิตเขาก็จะเห็นว่าท่านเคยเป็นผู้ที่ผ่อนชำระไม่ตรง เพราะฉะนั้นการที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นจะอนุมัติสินเชื่อให้ท่านอีกครั้งหนึ่งก็เลย ถูกปฏิเสธ ที่เรียกว่าติดเครดิตบูโร (Credit bureau) นั่นเอง ผมได้เชิญกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท เครดิตบูโร นายสุรพล โอภาสเสถียร มาสอบถามว่าการที่ศูนย์ข้อมูลเครดิตได้เก็บ ข้อมูลของพี่น้องประชาชนที่กู้เงินแล้วชำระหมดแล้วเอาเก็บไว้อีก ๓ ปี แสดงว่าท่านนั้นเป็น ผู้ที่ไม่มีหนี้แล้ว เขายังเก็บประวัติของท่านเผื่อไว้ให้ธนาคารมาดูว่าท่านเคยมีประวัติไม่ดีก็จะ ทำให้ธนาคารเกิดการปฏิเสธสินเชื่อว่าท่านเคยติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ยังไม่หลุด ยังเหลืออีก ๓ ปี ทั้ง ๆ ที่ท่านชำระเงินหมดแล้ว ผมเรียนว่าผมได้เชิญท่านสุรพลมาบอกว่า การดำเนินการอย่างนี้เป็นการเอาเปรียบของผู้ที่เคยเป็นหนี้หรือขาดผ่อน ๓ เดือน ขาดผ่อน ๒ เดือน และเขาได้ชำระหมดแล้ว ทำให้เขายังต้องมาติด แบล็กลิสต์ (Blacklist) ผมบอกเขาว่า มันไม่เป็นธรรม เหมือนกับจับเราติดคุกทางเศรษฐกิจต่อไปอีก ๓ ปี กว่าจะหลุดพ้นเราไม่สามารถ ใช้สินเชื่อได้เขาอาจจะมีอาการหนักขึ้น ๆ จนกระทั่งเกิดปัญหาต่าง ๆ อย่างที่ท่าน ส.ส. ได้พูดไว้นะครับ ผมจึงได้ขอร้องท่านว่าเป็นไปได้ไหมว่าถ้าบุคคลใดที่ชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว ไม่มีหนี้แล้วตามเครดิตบูโร (Credit bureau) นั้นไม่ให้แบงก์หรือไม่ให้สถาบันการเงิน สามารถเข้าไปถึงข้อมูลตรงนี้ได้ เพราะว่าท่านได้ชำระเงินหมดแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง มารู้ว่าคนคนนี้เคยมีปัญหา ทางท่านสุรพลซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการก็บอกว่าอันนี้เขาปฏิบัติ ตามกฎหมาย ตามที่ผมได้พูดไปเมื่อสักครู่ว่าเขามีสิทธิเก็บไว้ ๓ ปี มีสิทธิเก็บไว้ ผมได้ต่อรองว่า ผมไม่ว่าอะไรท่านจะเก็บก็เก็บ แต่ในเมื่อคนชำระหนี้หมดแล้วท่านยังไปตราหน้าว่าเป็นคน เคยมีหนี้แล้วก็เคยผิดนัดชำระหนี้อย่างนี้ผมว่าไม่ถูกต้อง และทำให้เขาเสมือนถูกขังอยู่ในคุก ของเศรษฐกิจนะครับ แล้วผมก็เลยบอกท่านว่าเป็นไปได้ไหมที่ท่านจะไม่ให้สถาบันการเงินและธนาคารเข้าถึงข้อมูล ในอดีตเพราะว่าท่านได้ชำระหมด ท่านก็รับปากผมว่าศูนย์ข้อมูลเครดิตหรือคณะกรรมการ ข้อมูลเครดิตนั้นจะประชุมไตรมาสละ ๑ ครั้ง ก็คือ ๓ เดือนครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นการประชุม ครั้งแรกของปีนี้ก็เป็นเดือนมีนาคม ผมก็เลยฝากให้เขาไปขอในคณะกรรมการข้อมูลเครดิตว่า ผู้ที่ชำระเงินหมดแล้ว ไม่เป็นหนี้แล้วทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย แบงก์หรือสถาบันการเงินไม่ควร เข้าไปถึงข้อมูลในแง่ลบอย่างนี้ ให้เขาได้มีโอกาสในการดำรงชีพต่อไป ท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็รับปากผมว่าท่านจะไปหารือในประเด็นที่ไม่มีความเป็นธรรมกับผู้ที่มีความตั้งใจในการ ชำระเงินหมดแล้วเช่นนั้น ผมได้คุยกันแล้ว ผมก็อาจจะทำหนังสือสำทับให้คณะกรรมการ ได้พิจารณาถึงปัญหาอันนี้ ส่วนตามมาตราที่ผมพูดถึงว่าเขามีสิทธิเก็บไว้ ๓ ปีก็เก็บไป แต่เป็น ข้อมูลที่ต้องไม่เปิดเผย เขาบอกว่าน่าจะเป็นไปได้ แล้วผมจะติดตามให้กับพี่น้องที่ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ต่อไป ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจุฑาพัตธน์มีสิทธิถาม ได้อีกครั้งครับ ถ้ายังติดใจเชิญเลยนะครับ ถามครั้งที่ ๒ ได้ครับ

นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ดิฉัน นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจุฑาพัตธน์ไม่ติดใจถาม นะครับ ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านจุฑาพัตธน์นะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๘๔ เรื่อง การดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหิน ตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์มาแล้วครับ ขอเชิญท่านสาคร ถามได้ ๒ ครั้ง กระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะ เป็นการอภิปราย เชิญครับ

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอกราบเรียนท่านว่าจังหวัดกระบี่ ของผมเป็นจังหวัดที่อยู่ริมชายทะเลแล้วก็อยู่ในภาคใต้ฝั่งตะวันตก จังหวัดกระบี่มีแม่น้ำ สายสั้น ๆ หลายสาย แม่น้ำแต่ละสายก็มีความลาดชันสูง ปริมาณน้ำมากแล้วก็ไม่สามารถ ที่จะเก็บกักน้ำได้ ในภาคใต้ฝนตกมากก็จริงแต่ยังมีช่วงที่ขาดน้ำหรือขาดฤดูฝน ขาดปริมาณ น้ำฝนเป็นอย่างมากเป็นระยะเวลาหลายเดือนด้วยกันในแต่ละปีหนึ่ง เพราะฉะนั้นพื้นที่ต่าง ๆ ก็ประสบกับความแห้งแล้ง การแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งและความต้องการของพี่น้องราษฎร ในพื้นที่ก็คือต้องการอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดกลาง เรามีพื้นที่ที่เหมาะสมที่จะสร้าง อ่างเก็บน้ำขนาดกลางหลายที่ด้วยกัน ทางกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ไปสร้างอ่างเก็บน้ำให้แล้วหลายอ่างด้วยกัน เป็นการบรรเทาปัญหา เป็นการสร้างความมั่นใจ เป็นการเตรียมความพร้อมในการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ตลอดจนการใช้น้ำ เพื่อการเกษตรกรรมในพื้นที่ อย่างเช่นในอำเภอเมืองก็มีอ่างเก็บน้ำบ้านคลองแห้งที่สามารถ ที่จะดูแลพื้นที่เกษตรกรรมในอำเภอเมือง อำเภอเหนือคลอง อำเภอเขาพนม ตลอดจนซัปพอร์ต (Support) หรือดูแลประปาของเทศบาลเมือง และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดกระบี่ ทีนี้ในอำเภออ่าวลึกก็เช่นกันครับ เป็นพื้นที่ที่ติดต่อกัน เป็นพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ ได้มีพี่น้องประชาชน ราษฎรอาวุโส อย่างเช่น ท่านสมาน ปานะ ซึ่งเป็นราษฎรอาวุโส และพี่น้องประชาชนในตำบลคลองหินได้ทำหนังสือร้องเรียนขอพระราชทานโครงการ พระราชดำริเมื่อประมาณปี ๒๕๕๗ ทางกองสำนักงานราชเลขาก็ได้ประสานงานโครงการ พระราชดำริเพื่อช่วยเหลือพี่น้องราษฎรตำบลคลองหิน ตำบลคลองยา ตำบลบ้านกลาง ตำบลอ่าวลึกน้อยที่อยู่ในอำเภออ่าวลึกในจังหวัดกระบี่ที่ร้องขออ่างเก็บน้ำ เพราะในพื้นที่นั้น ได้มีพื้นที่ น.ส.ล. และพื้นที่ที่ว่างเปล่าจากการเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่เสื่อมสภาพและได้ขึ้นทะเบียน น.ส.ล. ไว้แล้วมีจำนวนหลายพันไร่ด้วยกัน และมีความเหมาะสมที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำ ถ้าได้สร้างอ่างเก็บน้ำอ่างนี้แล้วก็สามารถที่จะดูแลพื้นที่การเกษตรได้ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ มีประชากรรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำหรือใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำนี้ได้ถึงประมาณร่วม ๆ ๓๐,๐๐๐ คน คือประชากรจาก ๔ ตำบลในอำเภออ่าวลึกและยังมีประชากรใกล้เคียงที่ทำ อาชีพเกษตรกรรมที่มีอาชีพทำปาล์มน้ำมัน ทำสวนยางพารา ทำผลไม้ เงาะ ทุเรียน อื่น ๆ ต่าง ๆ การบริหารจัดการน้ำที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องดูแล กรมชลประทาน จะต้องดูแล ผมก็คิดว่าท่านรัฐมนตรีก็ควรที่จะได้ดูแลถึงการจัดการน้ำ เตรียมพร้อมแหล่งน้ำ การขยายเมืองก็ดี การเติบโตในเรื่องของการท่องเที่ยวก็ดี การเตรียมน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และการท่องเที่ยวที่แหล่งน้ำไม่เพียงพอ และปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอก็ดี เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ พี่น้องประชาชนก็ร้องเรียนผ่านผมซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ผมก็ได้มาตั้งกระทู้ถาม ถึงทางรัฐบาลผ่านท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรว่า ท่านได้มีความพร้อมหรือได้มีแผนงานดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับการแก้ปัญหาในหน้าแล้ง การขาดแคลนน้ำในเรื่องของการเกษตรก็ดี ในเรื่องของอุปโภคบริโภคก็ดี ผมจึงขอเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมถึงกรมชลประทาน มีแผนงานการดำเนินการโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านคลองหินที่จะดูแลพื้นที่เกือบทั้งอำเภออ่าวลึก ของจังหวัดกระบี่อย่างไรบ้าง แล้วก็มีแนวทางในการแก้ไขการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค มีแนวทางในการแก้ไขการรองรับน้ำ การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดกระบี่อย่างไรบ้าง และความจุ ของน้ำถ้าเกิดท่านได้บริหารจัดการในการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหินนี้มีความจุกักเก็บน้ำ เพื่อการเกษตรนี้ มีความจุสักเท่าไร ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เชิญเลยครับ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ที่ท่าน ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแล้วก็แสดงความห่วงใย ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่า เป็นเจตนารมณ์เดียวกับรัฐบาลในการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องภัยแล้ง ในส่วนของการสร้าง พื้นที่เก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นในแต่ละปี ๆ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตชี้แจงในส่วนของงบประมาณ ที่จะดำเนินการในปี ๒๕๖๓ ให้ทราบในภายหลังนะครับ

ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานได้มีการสำรวจในส่วนของ พื้นที่ตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ซึ่งพี่น้องประชาชนประสบปัญหาเดือดร้อน เนื่องจากขาดแคลนในส่วนของน้ำอุปโภคน้ำบริโภคแล้วก็น้ำเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงฤดูแล้งเหมือนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้บอกนะครับ ถึงแม้ในพื้นที่นั้นจะมีฝนตกเยอะแต่พื้นที่เก็บกักน้ำมีน้อยมาก โดยในจังหวัดกระบี่ทั้งหมด มีพื้นที่เก็บกักน้ำทั้งจังหวัดประมาณ ๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะมีโครงการชลประทาน ขนาดกลางและขนาดเล็กทั้งหมด ๖๙ แห่ง ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ายังไม่เพียงพอกับการที่จะให้ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในส่วนของการอุปโภค การบริโภคและเพื่อการเกษตร ทางกรมชลประทานก็ได้มีแผนการดำเนินการในการที่จะสร้างพื้นที่เก็บกักน้ำขึ้นในพื้นที่ ของอำเภออ่าวลึกตรงนี้ โดยมีโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหิน ตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีแผนงานก่อสร้างในปีงบประมาณ ๒๕๖๔-๒๕๖๖ ซึ่งโครงการตรงนี้เราได้ นำเสนอในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานไปสำนักงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคมที่ผ่านมาบรรจุไว้ในแผนเรียบร้อย ซึ่งมีงบประมาณในการก่อสร้าง รวมถึงระบบส่งน้ำทั้งหมด ๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นชลประทานขนาดกลางแล้วก็มีความจุ ปริมาตรน้ำ ๑๓.๓๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าก็เกือบจะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ เก็บกักน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ แล้วก็จะมีพื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมตรงนี้ประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ ๒,๕๖๐ ไร่ตรงนี้ ๑. ก็คือเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ท่าน ส.ส. ท่านได้กล่าวนะครับ ๑,๑๔๓ ไร่ เป็นพื้นที่ป่าเขาแก้วป่าไม้เศรษฐกิจโซนอี (Zone E) ลุ่มน้ำ ชั้นที่ ๕ จำนวน ๖๓ ไร่ เป็นพื้นที่ที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน ๑,๓๕๔ ไร่ ซึ่งตรงส่วนนี้ ทั้งหมดจะเป็นพื้นที่ที่เก็บกักน้ำในโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหินตรงนี้ แล้วก็จะมีพื้นที่ ที่ราษฎรจะได้รับประโยชน์ตรงนี้หลายหมื่นไร่เหมือนที่ท่านสมาชิกได้กล่าวนะครับ นอกจาก จะใช้ในการเกษตรก็จะใช้ในการอุปโภคบริโภคสำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๔ ตำบล ในอำเภออ่าวลึกก็คือตำบลคลองหิน ตำบลคลองยา ตำบลบ้านกลาง แล้วก็ตำบลอ่าวลึกน้อย ซึ่งประชากรที่จะได้รับประโยชน์ตรงนี้ประมาณ ๔,๕๐๐ ครัวเรือน สำหรับความก้าวหน้า ของโครงการขณะนี้เราได้ดำเนินการในส่วนของวิศวกรรมออกแบบ ซึ่งได้มีการยืนยันแล้วว่า ภายในเดือนมีนาคมนี้จะดำเนินการออกแบบทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ขณะนี้ออกแบบไป ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องของการจัดหาที่ดินก็จะได้มีการสำรวจปักหมุดเขตภายใน ปี ๒๕๖๓ เพราะจะต้องมีกระบวนการในการที่จะชดเชยในส่วนของที่ดิน มีกระบวนการ ในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขอใช้พื้นที่มาทำเป็นอ่างเก็บกักน้ำตรงนี้ ซึ่งตรงนี้กรมชลประทานก็ได้มีการเตรียมการในการดำเนินการไว้เรียบร้อยทั้งหมด ในส่วนของ พื้นที่ที่อยู่ในป่าเศรษฐกิจโซนอี (Zone E) ลุ่มน้ำชั้น ๕ ได้ดำเนินการเตรียมการที่จะขออนุญาต จากกรมป่าไม้อยู่นะครับ ส่วนพื้นที่ของราษฎร ๑,๓๕๔ ไร่ ก็จะดำเนินการในการที่จะรังวัด แล้วก็ดำเนินการในการที่จะประเมินค่าชดเชยที่จะให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ต้องใช้พื้นที่ตรงนี้มาเป็นพื้นที่เก็บกักน้ำต่อไป ซึ่งเราคาดว่าเราได้ดำเนินการเตรียมการ เรียบร้อยก่อนที่จะถึงปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งตรงนี้ขอกราบเรียนว่าอยู่ในแผนทั้งหมด แต่ว่าการดำเนินการตรงนี้คงต้องขอความกรุณาสำนักงบประมาณในการพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ที่จะถึงนี้ว่าความจำเป็นในการเก็บกักน้ำเพื่อที่จะบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่อง ของน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลักเลยนะครับ แล้วก็น้ำเพื่อการเกษตร ตรงนี้จะได้รับการพิจารณา จากสำนักงบประมาณนะครับ ซึ่งขณะนี้ในส่วนของพื้นที่อ่าวลึกมีโครงการเก็บกักน้ำรวมกัน อยู่ทั้งหมด ๘ โครงการ ก็จะมีอ่างเก็บน้ำอยู่ ๒ แห่ง ก็คือ อ่างเก็บน้ำทุ่งสาลิกา อ่างเก็บน้ำ บ้านทุ่งสูงจะมีฝายอยู่ ๔ แห่ง ก็คือ ฝายคลองโศก ฝายบ้านนาเหนือ ฝายคลองบางไทร ฝายคลองน้ำตก แล้วก็จะมีอาคารอัดน้ำจำนวน ๒ แห่ง ก็คืออาคารอัดน้ำคลองเขาแก้ว และอาคารอัดน้ำห้วยตอ สำหรับประเด็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาในส่วนของอำเภออ่าวลึก ก็เรียนให้ท่านสมาชิก ได้สบายใจเพื่อจะไปบอกพี่น้องประชาชนว่าขณะนี้โครงการเราได้ดำเนินการเรียบร้อย มีการออกแบบที่จะสำเร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมีนาคม แล้วก็มีกระบวนการในการเตรียมการ ที่จะประสานงานกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ดำเนินการในการที่จะปักหมุดเพื่อที่จะ จ่ายค่าชดเชยในส่วนของพี่น้องประชาชนที่จะต้องสูญเสียที่มาทำเป็นอ่างเก็บน้ำในครั้งนี้ครับ

และส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะขอฝากไปก็คืออยากจะฝากไปถึงพี่น้องประชาชน ทุกคนว่า ในสถานการณ์ภัยแล้งอย่างนี้ผมอยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชนว่าอยากจะขอให้ ทุกคนช่วยกันใช้น้ำให้มีคุณค่า ใช้น้ำให้มีประโยชน์มากที่สุดนะครับ เราจะต้องร่วมมือกัน เราจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อที่จะฝ่าฟันแล้วก็เดินไปถึงฤดูฝนหน้าเพื่อที่จะได้มีการบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับทุก ๆ คนไม่ว่าจะพี่น้องในภาคการเกษตรนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลได้เน้นในส่วนของน้ำอุปโภคบริโภค แล้วก็ยืนยันว่าในส่วนของน้ำอุปโภคและบริโภค เราจะไม่ให้มีการขาดแคลนอย่างเด็ดขาดในทุกพื้นที่นะครับ ผมขออนุญาตสักนิดนะครับ ในส่วนของงบประมาณในส่วนที่ผมบอกว่ารัฐบาลมีโครงการที่จะส่งเสริมในส่วนของการสร้าง แหล่งกักเก็บน้ำทั้งในปี ๒๕๖๓ แล้วก็ปี ๒๕๖๔ ในส่วนของปี ๒๕๖๓ เราได้ตั้งงบประมาณไว้ ทั้งสิ้น เฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒๔,๓๕๑ ล้านบาท จะเป็นเรื่องของแก้มลิง ๓๐ จังหวัด ๗๕ โครงการ พัฒนาแหล่งน้ำ ๖๔ จังหวัด ๓๔๑ โครงการ ขุดลอก ๕๓ จังหวัด ๓๙๒ โครงการ ขุดลอกอ่างเก็บน้ำ ๒๔ จังหวัด ๔๙ โครงการ แล้วก็มีบ่อน้ำ ไร่นานอกเขต ชลประทาน ซึ่งเรียกว่าบ่อจิ๋วอีก ๖๖ จังหวัด ๔๐,๐๐๐ บ่อ นี่คือมาตรการที่เราคิดว่าวันนี้ เราจะต้องเก็บกักน้ำฝนให้ได้มากที่สุด เพราะโดยธรรมชาติบ้านเราที่สามารถที่จะนำน้ำ มาใช้ได้จะเกิดจากน้ำฝนน้ำธรรมชาติเกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นปัญหาวันนี้ก็คือจะทำอย่างไร จะสามารถเก็บกักน้ำที่ตกลงมาให้ได้มากที่สุด อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ตั้งกระทู้ถาม ตรงนี้ ผมคิดว่านี่คือการเข้าถึงปัญหาของพี่น้องประชาชน เพราะเราสามารถที่จะแก้ไขปัญหา ตรงนี้ได้ แต่ก็ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกฝ่ายว่าในการดำเนินการ โครงการอาจจะ มีปัญหาในส่วนของเรื่องที่ดินบ้าง อะไรบ้าง แต่ขอให้คิดว่านี่คือโครงการที่เราต้องการตั้งใจ ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ต้องขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสาครถามได้อีกครั้งครับ

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้ดูแลเรื่องความแห้งแล้ง แม้ว่าภาคใต้จะมีปริมาณน้ำฝนที่พอสมควรในหน้าฝนหรือฤดูฝน แต่ในหน้าแล้งก็ยังขาดแคลนน้ำอยู่เป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่ายังมีโครงการชลประทานขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่เกาะสำคัญที่เรา มีการท่องเที่ยวอยู่ มีปริมาณนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นอย่างมาก อย่างเช่นจังหวัดกระบี่ของเรา มีประชากรเพียงแค่ ๔๐๐,๐๐๐ คน เกือบ ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่เรามีนักท่องเที่ยว เข้ามาปีหนึ่ง เกือบ ๕ ล้านคน นักท่องเที่ยวเหล่านั้นก็มักจะไปท่องเที่ยวอยู่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ การใช้น้ำ เพื่ออุปโภคบริโภคในเกาะแก่งต่าง ๆ เราก็ยังขาดแคลนน้ำเป็นอย่างมาก กรมชลประทาน ได้ไปสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ไปสร้างระบบน้ำให้เพื่อเป็นแหล่งน้ำดิบเพื่อป้อนสู่การประปา ส่วนภูมิภาคหรือป้อนสู่ประปาท้องถิ่นยังไม่เพียงพอ แล้วไม่ได้มีการดูแลรักษาหรือการถ่ายโอน หรือการมอบอำนาจกันอย่างชัดเจน การติดตามดูแลของกรมชลประทานก็ดี การเข้าไป บำรุงรักษาก็ดี เข้าไปเป็นพี่เลี้ยง เข้าไปดูแลโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ในพื้นที่เกาะสำคัญหรือว่า ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง ที่ยังใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือบางอ่างเก็บน้ำก็ไม่มีการใช้ประโยชน์เลย อยากจะเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าท่านจะต้องไปติดตามเรื่องนี้ และขอเรียนถามกับท่านว่าท่านมีโครง มีมาตรการ มีนโยบายติดตามเรื่องนี้เรื่องแหล่งเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลางในพื้นที่ เกาะสำคัญเพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ท่านได้ไป สร้างไว้แล้วของกรมชลประทานอย่างไร แล้วท่านจะมีโครงการดำเนินการเพื่อไปเป็นพี่เลี้ยง ให้กับท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ไม่มีกำลังหรือกำลังไม่พอที่จะดูแลอ่างเก็บน้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภคในพื้นที่ท้องถิ่นต่าง ๆ ในภาคใต้ก็ได้ครับ ขอกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิก ท่านสาครที่ได้กรุณาถามคำถามตรงนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าวันนี้ในส่วนของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากเรามีการเพิ่มพื้นที่แหล่งน้ำแล้ว ได้มีการให้มีการสำรวจ แหล่งน้ำไม่ว่าจะเป็นฝาย เป็นแก้มลิง เป็นอ่าง หรือเขื่อนก็แล้วแต่ที่มีอายุการก่อสร้างตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป จัดทำรายงานขึ้นมาแล้วก็ทำแผนบูรณาการในการที่จะเข้าไปขุดลอกเข้าไป บำรุงรักษาทั้งหมด ขณะนี้แผนอยู่ที่กรมชลประทานเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่าในส่วนหนึ่ง ของการที่เราจะต้องส่งมอบพื้นที่ ส่งมอบโครงการบางโครงการให้ท้องถิ่นก็เป็นไปตามมติ ของคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ซึ่งตรงนี้เราก็ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ก็ทราบอยู่ว่าบางพื้นที่ท้องถิ่นยังไม่มีศักยภาพในการดูแล ผมก็อยากจะขอให้ท่านได้ติดตาม ตรงนี้ครับว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานพร้อมที่จะเข้าไป ดูแลในส่วนของพื้นที่ ในส่วนของสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับเรื่องของการเก็บกักน้ำทั้งหมด แต่ว่าในกระบวนการของการส่งมอบไปให้กับท้องถิ่นมันยังเป็นกระบวนการที่เราอาจจะอยู่ นอกหน่วยในการทำงาน แต่เรียนท่านนะครับยืนยันได้ว่าพร้อมที่จะเข้าไปดูแลถ้าท่านได้มี การพูดคุยกับทางคณะกรรมการการกระจายอำนาจว่าขอให้สมบัติชิ้นนั้นหรือว่าสิ่งก่อสร้างนั้น กลับมาอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เหมือนเดิม ผมมั่นใจว่าจากนโยบายที่ให้ไป ในส่วนของพื้นที่เก็บกักน้ำไม่ว่าจะเป็นอ่าง เป็นฝาย หรือเป็นเขื่อนก็แล้วแต่ที่ผ่านระยะเวลา มา ๒๐ ปีขึ้นไปจะได้รับการบูรณะบำรุงแล้วก็ขุดลอกในการเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำให้เพิ่มขึ้น ถือเป็นนโยบายซึ่งเราได้ดำเนินการแล้วก็มีการสำรวจไว้แล้วก็มาขึ้นทะเบียนไว้แล้วทั้งหมด เพียงแต่ว่าอาจจะติดขัดในส่วนของงบประมาณ ซึ่งเราอาจจะไม่ได้ทำได้เต็มที่ทุกอย่าง แต่ทั้งหมดเรียนให้ท่านสบายใจเรามีแผนในการดำเนินการและเป็นนโยบายรัฐบาลซึ่งท่าน นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าต้องเพิ่มพื้นที่แหล่งกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะแก้ปัญหา ในส่วนของหน้าแล้งหรือในกรณีที่มีฝนตกน้อย ก็จะขอรับข้อเสนอแล้วก็ความคิดเห็น ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปดำเนินการในส่วนของการบริหารแผนงานทั้งหมดต่อไป ต้องขอขอบคุณท่านอีกครั้งครับ ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านผู้ถาม และท่านผู้ตอบนะครับ กระทู้ถามทั่วไปเรื่องที่ ๓

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๑ เรื่อง การบรรจุวิชาพระพุทธศาสนาในหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ คุณหญิงดอกเตอร์ กัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ตอบ

ขอเชิญท่านนิยมนะครับ ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าท่านอาวุโสแล้ว แต่ขออนุญาตเรียนว่าขอได้โปรดในข้อบังคับก็คือ ต้องไม่วนเวียน ซ้ำซาก หรือต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย และแนะนำให้อ่านกระทู้ถาม ตามที่ท่านบันทึกไว้เพราะจะได้สาระดี ผู้จดบันทึกประชุมจะได้ประโยชน์มาก เพราะว่า เวลาเราตั้งกระทู้ถามโดยไม่อ่านกระทู้ถามเดิมบางทีก็ลืมของเดิมไป ทำแบบที่คุณจุฑาพัตธน์ ได้ทำคืออ่านกระทู้ตั้งแต่ต้น เชิญดอกเตอร์ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอขอบคุณ วันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ คุณหญิงดอกเตอร์ กัลยา โสภณพนิช คงมาแก้ข้อข้องใจของ เหล่าชาวพุทธที่ยังข้องใจอยู่ในเรื่องหลักสูตรพระพุทธศาสนา เพราะว่าส่งกันไปในโซเชียล (Social) วุ่นวายไปหมดวันนี้ท่านคงตอบให้หายข้อข้องใจ วิชาพระพุทธศาสนาเป็นวิชาหนึ่ง ที่บรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้วก็นำมาปรับปรุงใหม่ ในพุทธศักราช ๒๕๖๑ ซึ่งในเนื้อหาบางส่วนจากปี ๒๕๕๑ มาเป็นปี ๒๕๖๑ หายไป คำว่า หายไป หมายความว่ากลุ่มสาระการเรียนรู้ในสังคมศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ซึ่งมีการจัด การเรียนการสอนในระดับประถมศึกษา ป.๑-๔ ระดับหนึ่ง ตกสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมง พอ ป.๔ ป.๖ ก็เพิ่มเป็น ๒ ชั่วโมง แต่ในเนื้อหาที่กระทรวงศึกษาธิการจัดไว้ปรากฏว่าไม่มีรายละเอียด ที่ชัดเจน ไม่มีตัวชี้วัด ที่ผมบอกว่าถึงแม้จะจัดให้มีหลักสูตรตัวนี้ไว้แต่เนื้อหาไม่ชัดเจน เพราะโรงเรียนสามารถที่จะสอนก็ได้ ไม่สอนก็ได้ อาจจะสอนวิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือพลศึกษาใส่ก็ได้เพราะเป็นเนื้อหาคำว่า สังคมศึกษา ดังนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานว่า เนื่องจากศาสนาพุทธถือว่าเป็นวัฒนธรรมของประเทศไทย เป็นศาสนาหลักที่คนไทย ๙๓.๙๔ เปอร์เซ็นต์นับถือ และมีความผูกพันกับชีวิตของคนไทยมายาวนาน ดังนั้นหลักคำสอนคนไทย จึงศรัทธายึดถือปฏิบัติและมีการนำหลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนามาใช้ในชีวิตที่ถูกต้อง มีความดีงาม มีความรู้คุณธรรม เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน ท่ามกลางสิ่งเปลี่ยนแปลงในสังคมยุคดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงรอบตัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอันสำคัญในแง่มุมที่ความสัมพันธ์ของครอบครัวและผู้อื่น สังคม ก้าวหน้ามากขึ้น ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนาไว้ในหลักสูตรจึงเป็น เรื่องที่จะต้องบรรจุค่อนข้างชัดเจน หมายความว่าให้เป็นวิชาแบบอิสระ ไม่ใช่แบบบูรณาการ อย่างไรก็ได้แล้วแต่โรงเรียน แล้วแต่ผู้สอนจะนำมาเป็นการสอน ผมได้อ่าน บทสัมภาษณ์ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการบอกว่าจะมีการปรับปรุงหลักสูตร เพราะฉะนั้นเป็นห่วง วันนี้จึงมาถามว่าหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ว่าปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๖๑ ถึงแม้มีการบรรจุ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมไว้ แต่เนื้อหาดังกล่าวที่ผมพูดแล้ว ไม่ชัดเจน ไม่มีตัวชี้วัด ผมจึงไม่ทราบว่าในโรงเรียนแต่ละแห่งจะมีมาตรการสอนไปในทิศทางใด เพราะบางโรงก็สอนบ้างไม่สอนบ้าง เพราะตอนหลังผมได้สอบถามไปว่าเป็นการบูรณาการ ของวิชานี้ เพราะฉะนั้นอาจจะเอามาใส่กันนิด ๆ หน่อย ๆ ผมจึงเป็นห่วงว่าจากเหตุผลที่ผมพูดมานี้เกรงว่า จะไม่นำวิชาพระพุทธศาสนาที่ผมพูดแบบเป็นห่วงเป็นใยเข้ามาเป็นหลักสูตรสอนได้เป็นชิ้น เป็นอัน จะสอนบ้างไม่สอนบ้างจึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ผมจึงมีคำถามว่ากระทรวงศึกษาธิการ วันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมาตอบในนามรัฐมนตรีว่าการว่ามีนโยบายในการจัดการเรียน การสอนวิชาพระพุทธศาสนาในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถม ระดับมัธยม ในปัจจุบันนี้ค่อนข้างชัดเจนอย่างไรที่จะนำไปปฏิบัติได้ให้หายข้องใจของชาวพุทธ ขอทราบ รายละเอียดครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีเชิญนะครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้มาตอบกระทู้ถาม เรื่อง การบรรจุวิชาพุทธศาสนาในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของท่านนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนครในวันนี้ ก่อนอื่นดิฉันรู้สึก ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในวันนี้เราจะได้มาพูดกันเรื่องราวที่เป็นประโยชน์กับเยาวชนของประเทศ ดิฉันสังเกตแล้วว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการศึกษา อย่างต่อเนื่องและติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องการเรียนการสอนวิชาพุทธศาสนา ที่มีความสำคัญต่อสังคมไทย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ เช่นเดียวกัน ดิฉันขออนุญาตท่านประธานกล่าวถึงความเป็นมาเล็กน้อยว่าดิฉันเองถ้าจะ พูดไปแล้วดิฉันก็เป็นเด็กวัด ดิฉันเรียนชั้น ป.๑-ป.๖ ก็อยู่ที่โรงเรียนวัด ก็เรียนหนังสือครั้งแรก ในชีวิตที่เป็นทางการ เพราะว่าตอนนั้นยังไม่ได้กำหนดให้มีอนุบาลของอำเภอ เพราะฉะนั้น ดิฉันก็เริ่มเรียนประถม ๑ ที่โรงเรียนวัดใหม่สีคิ้ว ดิฉันก็นั่งเรียนที่ศาลาวัดก็เรียนมาอย่างนั้น การเรียนพุทธศาสนาก็ซึมซับจากสังคม สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งดิฉันชื่นชมคุณนิยม เวชกามา ท่านมีความรู้ความสามารถหลายด้าน ด้านนิติศาสตร์ ด้านครุศาสตร์ รัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจบพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต พุทธจิตวิทยา จากมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย ก็สมแล้วที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยเรื่องนี้ ดิฉันจะพยายามอธิบายให้เข้าใจว่าทำไม หลักสูตรของ สพฐ. หรือสำนักงานการประถมศึกษา หรือการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงไม่ได้เจาะจง ชัดเจนเรื่องวิชาพุทธศาสนา เมื่อก่อนนี้หลักสูตรใช้สาระหรือภาษาอังกฤษที่เรียกว่าคอนเทนต์ เบสด์ (Content based) เป็นหลักสูตร แต่เมื่อปี ๒๕๕๑ นี้เขาเปลี่ยนมาเป็นสแตนดาร์ด (Standard) หมายความว่าหลักสูตรมาตรฐานที่จะให้ผู้เรียนกำหนดเป็นสาระและมาตรฐาน การเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ โดยให้กลุ่มสาระเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กำหนดเป็นสาระแกนกลาง สำหรับความรู้ทักษะ เจตคติ และค่านิยมที่จำเป็นซึ่งผู้เรียนรู้ควรเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและการเรียนรู้ตัวชี้วัดของสาระศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม อันประกอบด้วยความสำคัญของพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นที่ผู้นั้นนับถือ พุทธประวัติ ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา หลักธรรมทางพุทธศาสนา การบริหารจิต การเจริญปัญญา การปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพุทธศาสนา การปฏิบัติตนและมีมารยาทของความเป็น ศาสนิกชนที่ดี ศาสนพิธี วันสำคัญทางพุทธศาสนาและแนวทางการดำรงรักษาศาสนา อันส่งผลถึงการพัฒนาตนเอง พัฒนาชาติ และพัฒนาโลกต่อไป อันนี้เป็นหลักสาระสำคัญ ในหลักสูตรแต่เป็นการกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นทางกระทรวงศึกษาธิการหรือสำนักงาน การศึกษาขั้นพื้นฐานจึงอนุญาตให้โรงเรียนต่าง ๆ สามารถที่จะไปปรับสาระและมาตรฐานนี้ ให้เข้ากับบริบทของแต่ละโรงเรียนและความเหมาะสมของสิ่งแวดล้อมของแต่ละโรงเรียน ซึ่งก็จะต้องทำอยู่ในกรอบนั่นเอง การเรียนที่บอกว่าเรียนอาทิตย์ละ ๑ ชั่วโมงก็อาจจะ คลาดเคลื่อนว่าเราไม่ให้ความสำคัญ เพราะฉะนั้นการสอนวิชาพุทธศาสนาจึงมิได้เขียนไว้ เป็นวิชาพุทธศาสนาโดยตรง แต่มิได้ลืมเรื่องศาสนาและวัฒนธรรมตามที่ได้กำหนดไว้ ในสาระสำคัญ ๔ ประการ คือสาระศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม เศรษฐศาสตร์และประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ อยู่ในสาระศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมอยู่แล้ว สำหรับชั้นประถมนี้วิชาประวัติศาสตร์เขาแยกออกมาเป็นต่างหาก แต่ว่าอีก ๔ สาระสำคัญ เช่น ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนิน ชีวิตในสังคม เศรษฐศาสตร์และภูมิศาสตร์นี้ชั้นประถมปกติแล้วทางโรงเรียนก็จะบูรณาการ โดยที่แยกประวัติศาสตร์ออกมาต่างหาก แต่คำว่า วิชาพุทธศาสนา จึงไม่ได้ปรากฏในหลักสูตร ซึ่งก็เข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ แต่อยากจะย้ำว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับศาสนามาโดยตลอด แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี หรือแผนการปฏิรูปการศึกษา ปี ๒๕๖๐-๒๕๗๙ ได้เน้นย้ำว่าการพัฒนาที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาคนในมิติทุกมิติ ทุกช่วงวัย เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ มีความเพียบพร้อมทั้งกายใจ สติปัญญา มีการพัฒนาที่ดีรอบด้าน มีสุขภาวะที่ดี ทุกช่วงวัย มีความรับผิดชอบต่อสังคมและต่อคนอื่น มีความมัธยัสถ์อดออม รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ มีหลักแนวคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ เพราะฉะนั้นหลักสูตรก็จะอยู่ในกรอบนี้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็เป็นการจัดหลักสูตรมากกว่า ถ้าท่านกำลังจะถามไปในอนาคตก็อยากจะเรียนไปพร้อม ๆ กันเลยว่าเดิมทีเดียวเราเป็น คอนเทนต์ เบสด์ (Content based) คือเป็นวิชา ๆ แต่ขณะนี้เดี๋ยวนี้ที่เราอยู่นี้เป็นมาตรฐาน เป็นการกำหนดสาระและมาตรฐานหลักสูตร ก็จะมีกรอบกว้าง ๆ เหล่านี้เอาไว้เพื่อที่โรงเรียน ทุกแห่งสามารถที่จะปรับการเรียนการสอนของเขาได้ ชั่วโมงที่เรียน ป.๑-ป.๖ และมัธยมศึกษา ม.๔-ม.๖ เรียนสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง ๒ ชั่วโมง สำหรับภาคบังคับนั้น ป.๑ จนถึงมัธยมปีที่ ๓ เรียนสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมง ก็อยากจะให้เข้าใจให้ถูกต้อง ความจริงมีรายละเอียดว่า ๘๐ ชั่วโมง ๑๒๐ ชั่วโมง ๒๔๐ ชั่วโมง ซึ่งดิฉันคิดว่าคงไม่จำเป็น เพราะว่าสามารถที่จะหาอ่านได้ว่า ได้กำหนดไว้กี่ชั่วโมง เพราะฉะนั้นจึงเป็นการเรียนสังคมศึกษาทางด้านศีลธรรม จริยธรรมนี้ตามกำหนดกรอบของ มาตรฐานหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ แต่อย่างไรก็ตามการจัดการเรียนแม้โรงเรียน จะได้มีการจัดการเรียนการสอนโดยให้สอดคล้องกับบริบทและบทบาท และสิ่งแวดล้อม ของแต่ละโรงเรียนแล้ว อย่างไรก็ตามทางโรงเรียน ทาง สพฐ. ก็ได้กำหนดให้การเรียนรู้ พุทธศาสนานี้เป็นการเรียนรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันและเอื้อต่อการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้ ครูจะมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการเรียน การสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงสถานศึกษาปรับเวลาเรียนให้เข้ากับบริบทได้และเหมาะสม ที่สุด สำหรับการวัดและการประเมินการเรียนรู้ศาสนา พระพุทธศาสนาโดยมุ่งให้ผู้เรียน เกิดการเปลี่ยนแปลงและเจริญงอกงามมีคุณลักษณะพึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษา โดยมีวิธีวัดคือการทดสอบ การสังเกต การสัมภาษณ์ การวัดภาคปฏิบัติ และการสอบถาม แบบสอบถามต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนั้นทางกระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดให้มีการขับเคลื่อน นอกจากหลักสูตรแล้วก็ได้วางกรอบไว้แล้ว ยังมีการขับเคลื่อนการเรียนการสอนวิชาพุทธศาสนา คุณธรรมจริยธรรม โดยมีโครงการที่สำคัญ ๆ จะเรียนให้ทราบก็คือโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ซึ่งมหาวิทยาลัยของท่าน มจร. ก็ได้เป็นหน่วยงานสำคัญมากที่ทำให้ขับเคลื่อนการเรียน การสอนพุทธศาสนานี้ถึง ๒๒,๐๐๐ โรงเรียนในขณะนี้แล้ว แล้วก็มีโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์และมีค่าของชาติที่เขาเรียกว่าโครงการโรงเรียน คุณธรรม อันนี้ก็ครอบคลุมทุกเขต ๒๒๕ เขต มี ๔๕๐ โรงเรียนได้ดำเนินการไปแล้ว อันนี้ ก็เป็นการเสริมโรงเรียนโดยที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. เป็นผู้ขับเคลื่อนโรงเรียนต่าง ๆ เหล่านี้ โครงการถัดไปคือโครงการโรงเรียนต้นแบบการเรียนรู้ที่มีสติและมีสมาธิเป็นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี ๒๕๕๑ ด้วย สำหรับเรื่องนี้ก็ได้มีผู้รู้หลายท่าน เช่น อาจารย์บวรศักดิ์ หรือท่าน ป.ปยุตโต ก็ได้มาร่วมขับเคลื่อนให้เกิดการเรียนรู้ที่มีฐานสมาธิ และมีสติในการเรียนรู้ของโรงเรียนต่าง ๆ เสริมเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นหลักสูตรก็เป็นกรอบ โรงเรียนปรับปรุงได้แล้วก็มีการขับเคลื่อน แต่ดิฉันเองในฐานะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการอยากนำเสนออีกเรื่องหนึ่งคือเป็นนวัตกรรมใหม่ในโลกศตวรรษที่ ๒๑ ดิฉันมองว่าการเรียนรู้วัฒนธรรม อ่าน เขียน เรียนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี อันดีงามของคนไทยถดถอยหายไป ดิฉันจึงจัดโครงการขึ้นมา อ่าน เขียน เรียนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา ศีลธรรม หน้าที่พลเมือง เป็นในรูปแบบของการใช้สื่อร่วมสมัย ให้กับเด็กเจนแซด (Gen Z) ที่ความคิดความอ่าน แล้วก็น่าเบื่อในการเรียนรู้วิชาพุทธศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม เราจะต้องนำเสนอในรูปแบบที่เขาสนใจ อาจจะเป็นแร๊ป (Rap) อาจจะ เป็นแหล่ อาจจะเป็นหมอลำ อาจจะเป็นแอนิเมชัน (Animation) เพื่อเป็นต้นแบบให้ครูสามารถ ที่จะไปต่อยอดหรือนำไปสอดแทรกในการเรียนการสอนของโรงเรียนต่าง ๆ ได้ ด้วยวิธีการ อย่างนี้เด็กก็จะเรียนรู้อย่างสนุก เรียนรู้อย่างน่าสนใจ แล้วเขาก็จะไปค้นคว้าความเป็นมา และคุณงามความดีพระเจ้าแผ่นดินของเราทุกพระองค์ทำอะไรให้กับประเทศไทยบ้าง ทำให้ เขารักประเทศมากขึ้น ให้เขาภาคภูมิใจในความเป็นไทยมากขึ้น ขณะนี้กำลังดำเนินการจัดทำ ต้นแบบการสอนวิชาเหล่านี้โดยใช้สื่อสารร่วมสมัยกับเด็กรุ่นใหม่สัก ๑๐ เรื่องกำลังดำเนินการอยู่ ก็อยากจะขอให้ช่วยติดตามแล้วก็นำเสนอแนะนำให้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการ ให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหญิงใช้เวลาไป ๑๓ นาที ๓๒ วินาที เชิญดอกเตอร์ต่อนะครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมดีใจที่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านคุณหญิงดอกเตอร์กัลยา เป็นนักเรียนจากโรงเรียนวัดผมดีใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมดีใจอีกประการหนึ่งคือผมได้ยิน ท่านประธานสภาของผมพูดเสมอว่าท่านเป็นเด็กวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ซึ่งผมก็เป็นเณร อยู่ที่นั่นสมัยก่อนก็ภูมิใจครับ ท่านบอกว่าท่านอยู่ที่นั่นแล้วมาเรียมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านเล่าให้ผมฟัง แต่ที่ผมต้องพูดวันนี้ท่านรัฐมนตรีตัวท่านเองซึมทราบ ผมจึงเป็นห่วงเด็ก ทุกวันจะไม่ซึมทราบเหมือนท่าน เพราะเขาไม่ได้เรียนโรงเรียนวัด ผมจึงกราบเรียนว่าที่ท่าน พูดมาทั้งหมดผมเข้าใจ ท่านสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ ปยุตฺโต) ได้พูดไว้อยู่คำหนึ่ง ท่านสอนไว้ว่าทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับเราแก้ด้วยปัญญา เด็ก ๆ เยาวชนจะเกิดปัญญาได้นั้น ต้องอาศัยสมาธิ สติจะก่อให้เกิดศีลและปัญญา ซึ่งผมก็เป็นห่วง เยาวชนของชาติว่าหากเรา ไม่ช่วยกันจรรโลงซึ่งพระพุทธศาสนาก็เป็นเรื่องที่ยาก ผมจึงบอกว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรี คุณหญิงบอกว่าทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้เอาคำสอนนี้ของสมเด็จ พระพุทธโฆษาจารย์มาประยุกต์ใช้สอนเด็กนักเรียนระหว่างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยก็ใช้ตัวนี้แต่มันน้อยที่ผมฟัง หมายความว่า อยากเห็นหลักสูตรตัวนี้ให้มันก้าวไปกว่านี้ ในสมัยผมบังเอิญผมเป็นครูรุ่นเก่าผมสอนเด็กนักเรียน วิชาศีลธรรมและหน้าที่พลเมือง วันนี้ไม่มีท่านคุณหญิงมันหายไป ผมเห็นรัฐมนตรีว่าการ ท่านให้สัมภาษณ์ว่าในปี ๒๕๖๓ จะมีการ ปรับปรุงหลักสูตร หลักสูตรที่ว่านี่ล่ะครับกำลังเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าเลขาธิการ สพฐ. ไม่ว่าปลัดกระทรวงมาศึกษาหาข้อมูลร่วมกัน เพื่อที่จะกำหนดหลักสูตรใหม่ ผมจึงมีความหวังว่าวันนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการอาจจะบรรจุ สัก ๑ วิชาเป็นหลักว่าวิชาศีลธรรมหรือจริยธรรมอะไรก็ว่าไป เพราะเดี๋ยวนี้โรงเรียนบ้านผม หรือโรงเรียนในเขตจังหวัดสกลนครผมตรวจดูแล้วเขาไม่ได้สอนวิชาศีลธรรม ที่ท่านคุณหญิง บอกว่าเป็นการบูรณาการ บังเอิญโรงเรียนไม่มีครูที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ เขาก็เลยใส่โน่นนี่นั่น ไปคนละ ๕ นาที ๑๐ นาที เป็นภูมิศาสตร์ เป็นพลศึกษา เป็นอย่างอื่นไปคุณหญิง ผมจึงบอกว่า วันนี้ถ้าจะเมตตาดูแลลูกหลานของเราใส่ไปได้หรือไม่เป็นวิชาหนึ่ง อาจจะสอนอาทิตย์ละ ๑ ชั่วโมงก็ได้ แต่ก่อนสมัยหลักสูตรเก่ามีครูพระ ท่านประธานครับ ครูพระมาสอนในโรงเรียน แต่วันนี้ครูพระหายไป ผมจึงเป็นห่วงเด็กและเยาวชนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ท่านคุณหญิง บอกว่า ๔๕๐ โรงเรียนที่ มจร. ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยไปทำอยู่นี่ผมเห็นด้วย แต่มันนิดเดียวครับ พื้นฐานทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ กว่าโรง ๔๐๐ กว่าโรง ๔๕๐ โรง มันแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ อย่างอื่นไม่มีครับ ผมจึงว่าถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากฝากว่าเอาวิชาศีลธรรม ไปใส่ได้ไหมในท้องที่ที่เป็นชาวพุทธ ที่อื่นก็ไม่เป็นไรครับ ผมจึงกราบเรียนว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าจะบรรจุในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับ ป.๑-ป.๖ อย่างน้อยใส่วิชาศีลธรรมไป เมื่อสักครู่ก็บอกแล้วว่าการให้เด็กเรียนวิชาพระพุทธศาสนาวันนี้ไม่จำเป็นต้องเรียนหลักธรรม ลึกซึ้ง เอาแค่มีจิต มีสติ มีปัญญา ซึ่งวันนี้หลักสูตรยุคศตวรรษที่ ๒๑ ก็บอกแล้วว่าพหุปัญญา คือหลากหลาย ใส่เข้าไปหน่อยได้ไหมให้เป็นวิชาศีลธรรมเลยสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมงก็ยังดี เพราะฉะนั้นจึงเป็นคำถามที่ ๒ ว่าในเมื่อลักษณะแบบนี้กระทรวงศึกษาธิการที่จะปรับปรุง หลักสูตรใหม่ตามที่รัฐมนตรีว่าการท่านณัฏฐพลบอกว่าจะปรับปรุงหลักสูตรใหม่ในปี ๒๕๖๓ มีนโยบายเปลี่ยนแปลงหรือบรรจุวิชาพระพุทธศาสนาเข้าไปในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๖๓ เลย ในกลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นวิชาพระพุทธศาสนาเลย อาจจะใช่ศีลธรรมหรือหน้าที่พลเมืองไป ๑ ชั่วโมงในสัปดาห์ มันจะได้ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเด็กวันนี้ลำบากมาก ท่านประธานบ้านผมยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ถ้าเราไม่ใส่อันนี้ ไปจุนเจือจิตใจเด็กขาดศีลธรรม บ้านผมเรียกว่าฆ่าพ่อตีแม่เด็กเดี๋ยวนี้ พ่อแม่หลบอยู่ในรู กลัวลูกจะมาเอาเงินไปซื้อยา อันนี้ต้องฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีคุณหญิงว่าโลกปัจจุบัน เป็นขนาดนี้แล้ว กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายอย่างไร ถามคำถามที่ ๒ รายละเอียดขอฟัง ด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ขอบพระคุณที่ท่านแนะนำนะคะ ดิฉันขอรับไปว่าจะให้มีสักอาทิตย์ละ ๑ ชั่วโมงก็ได้ อันนี้ขอรับไป แต่อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าโรงเรียนวิถีพุทธที่ มจร. มาช่วย ทำได้ถึง ๒๒,๐๐๐ โรงเรียน เฉพาะสติและสมาธินี้ทำได้ประมาณ ๔๐๐ กว่าโรงเรียน ที่ขับเคลื่อนเสริมวิชาการอันนั้น ๒๒,๐๐๐ โรงเรียนก็เรียนตัวเลขให้ถูกต้อง สำหรับปี ๒๕๖๓ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีนโยบายจะปฏิรูปหลักสูตรตามที่ท่านรัฐมนตรี ได้กล่าวไปแล้ว อันนั้นเป็นเรื่องที่ สพฐ. กำลังดำเนินการอยู่ เนื่องจากว่าโลกเปลี่ยนไปมาก เพราะฉะนั้นการที่จะสอนศาสนาให้ทันสมัย ให้มีคุณภาพ มีมาตรฐานเหมาะกับบริบทที่มี การเปลี่ยนแปลงทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อย่างที่ยกตัวอย่างหลาย ๆ ตัวอย่าง ดิฉันก็เศร้าใจมากที่เห็นเด็กสมัยนี้หลาย ๆ คน หลาย ๆ พวกเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้น เขาจึงจะปรับหลักสูตรจากปี ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรในหลักสูตรฐานสมรรถนะแทนมาตรฐาน ที่กล่าวไปแล้วซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงการเรียนการสอน วัดและประเมินผลพัฒนาผู้เรียน ให้สามารถเรียนรู้เข้าใจทักษะลักษณะต่าง ๆ นำไปประยุกต์ใช้กับการใช้ชีวิตประจำวัน ดิฉันเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันมองเห็นว่าการล้มล้างที่เขาเรียกดิสรัปชัน (Disruption) คราวนี้มันกระทบกระเทือนคนจำนวนมากทุกช่วงวัย เพราะฉะนั้นการศึกษา ขั้นพื้นฐานที่จะนำเป็นกรอบต่อไปนี้จึงจะต้องมีกรอบที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงในโลก ที่ผันผวนมากอย่างนี้ ไม่มีใครสามารถทราบได้ว่าโลกเราจะเปลี่ยนไปทางไหน เพราะฉะนั้น ศีลธรรมจริยธรรมจึงเป็นหัวใจที่จะทำให้บุคคลนั้นมีความสมบูรณ์ แม้คุณจะเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าจิตใจไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ไม่มีศีลก็จะไม่ชนะคนอื่น เพราะฉะนั้น เห็นด้วยอย่างยิ่ง การปรับหลักสูตรคราวนี้ก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่างแล้วนะคะ ด้วยแนวทางที่โลกเปลี่ยนไปมาก สำหรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ ๒๑ นี้ พูดได้อีกยาว แล้วดิฉันก็กำลังทำเรื่องนี้ให้แก่เยาวชน สร้างความมั่นใจ สร้างความเข้มแข็ง ให้กับเด็กที่จะก้าวสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ได้อย่างมีความมั่นคงและมีศักดิ์ศรีต่อไปค่ะ ขอบคุณมาก

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานนิดเดียวครับ ผมไม่ได้ถาม

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมดีใจที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามองเห็นความเป็นศีลธรรมที่จะเข้าไปสู่ จิตใจเด็ก บังเอิญว่าผมพยายามอ่านหนังสือเล่มนี้ปรับปรุงล่าสุดของท่านไม่มีตัวชี้วัด เรื่องศีลธรรม จึงเป็นความหวังของผมลึก ๆ ฝากท่านด้วยว่าหลักสูตรของท่านที่จะปรับปรุง ในปี ๒๕๖๓ ขอวิชาศีลธรรมสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมงได้ไหม บรรจุไปเลยครับว่าวิชาศีลธรรม สัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมงขอได้ไหม ท่านรัฐมนตรีเอาไปคิดหน่อย สัปดาห์หนึ่งมีแค่ชั่วโมงเดียว ขอบคุณมากท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีรับไป พิจารณานะครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

รับค่ะ รับที่จะเอาไปปรึกษากันแล้วก็จะต้องใช้สื่อสารร่วมสมัยสำหรับเด็กปัจจุบันนี้ ขอบคุณมากค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ก็จบ กระทู้ถามนะครับ ผมเรียนว่าเราใช้เวลาเฉพาะกระทู้ถามนี้ประมาณ ๓ ชั่วโมง ถึงได้พยายาม บอกสมาชิกว่าเราต้องพยายามใช้เวลาให้คุ้มค่านะครับ โดยพยายามที่จะให้กระทู้ถามนั้น ไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย ที่ผมย้ำทุกครั้งเพราะว่ามีเรื่องสำคัญที่รออยู่หลายเรื่องครับ วาระต่อไปครับ

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธาน ในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก และท่านผู้เข้าร่วมประชุมในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ เรียนที่ประชุมและผู้ตั้ง กระทู้ถาม เนื่องจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการตอบกระทู้ถามติดภารกิจนะครับ จึงขอสลับ การถามตอบกระทู้ถามโดยขอนำกระทู้ถามที่ ๑.๓.๖ ขึ้นมาพิจารณาถามก่อนเป็นกระทู้แรก ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ เพราะว่ามีการประสานงานกันไว้ล่วงหน้าแล้ว

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ

๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๘ เรื่อง ปัญหาช้างป่าอุทยานแห่งชาติ กุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ผมได้อนุญาตให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้อง จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมชี้แจงและสนับสนุนข้อมูลในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ ๑. นายรักพงษ์ บุญย่อย นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ พิเศษ ๒. ว่าที่ร้อยตรี ไชยพร ชารีแสน นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ ๓. นายศึกษิต พันธ์ทอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ๔. นายปณิธาน พินิจปวงชน นักวิชาการป่าไม้ และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม คือ ท่านวิชิต ปลั่งศรีสกุล เป็นประชาชนกิตติมศักดิ์มาร่วมรับฟังด้วย ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้า ฟังการประชุมนะครับ กรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาต ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดว่า ผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย และใน ระหว่างฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องรักษามารยาทและประพฤติตนให้เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ผู้ได้รับอนุญาต เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาหรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ในขณะเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรห้ามใช้เครื่องมือวัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอด การประชุมสู่บุคคลภายนอก เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีตอบแล้วไม่ถูกใจตัวเองก็อาจจะอดพูดไม่ได้ อะไรทำนองนี้ คงไม่ได้นะครับ แล้วก็เรียนให้ทราบว่าพอประชุมสภาในห้องประชุมใหญ่เสร็จ การถามตอบกระทู้ในห้องถามแยกเฉพาะของพวกเราก็จะนำบันทึกเทปทั้งหมดไปออกอากาศ ก็เสมือนเป็นการถ่ายทอดสดเช่นกัน โดยไม่มีการตัดต่อใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ต่อไปขอเชิญ คุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเตรียมตอบนะครับ เชิญครับ

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมได้รับการร้องเรียน จากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องช้าง ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่ยาวมาก ๒๐๐ กว่ากิโลเมตร และมีชายแดนติดกับป่าทั้งนั้นเลย ตั้งแต่อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี อำเภอสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี รวมถึงข้างล่างอำเภอเมือง เพราะฉะนั้นปัญหานี้เป็นปัญหา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งนับวันจะยิ่งใหญ่ขึ้น เพราะว่ากระทบกระเทือนต่อผู้อยู่อาศัย ประชาชนทั่วไป ซึ่งเหตุการณ์นี้คงเป็นเหตุการณ์เดียวกับหลาย ๆ จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่จังหวัด ติดกับป่า มันสำคัญมากขนาดไหนครับ เดี๋ยวจะได้เปิดภาพให้ท่านดูหลังจากที่มีข้อมูลมา คงใช้เวลาไม่มากตามกติกาท่านประธานนะครับ แล้วก็ขออนุญาตท่านรัฐมนตรีช่วยตอบผม สัก ๒ คำถาม คือยิ่งใหญ่มากขนาดเคยมีพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ต่อการ จัดการความขัดแย้งคนกับช้างป่า ช้างป่าควรอยู่ในป่าครับ เพียงแต่ทำให้เขามีอาหารช้าง ที่เพียงพอ การปฏิบัติคือให้ไปสร้างอาหารช้าง ในป่าเป็นแปลงเล็ก ๆ กระจาย และช้างป่า ออกมาที่ชายป่าต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า หมายความว่ามันมีครอบคลุมทั้งหมดครับ ต้องดูแลทั้งคน ทั้งช้าง เดี๋ยวก่อนที่ผมจะนำเรียนต่อไปขอให้ดูภาพก่อน และเดี๋ยวจะนำเรียน กระชับ ๆ และขอคำตอบท่านรัฐมนตรีครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้เป็นภาพที่ท่านรัฐมนตรี ได้กรุณามาเยี่ยมที่กุยบุรีครับ หลังจากนั้นก็จะมีเหตุการณ์ที่ช้างป่าเข้ามากินสับปะรดบ้าง กล้วยบ้าง ขนุนบ้าง ที่เข้ามาใกล้บ้านเรือนคน นี่คือหลังจากที่ท่านกลับไปแล้วครับ อันนี้เป็น เหตุการณ์ต่อเนื่องที่ท่านรัฐมนตรีกรุณาเข้าเยี่ยมตามที่ผมได้หารือกับท่านประธานสภาไป ช่วงที่เขาเข้ามาอันตรายมาก กลางคืนนี้อันตรายมาก และล่าสุดชาวบ้านไปเฝ้าเป็นลมแล้วก็ เสียชีวิตไป คงอดนอน ทำไร่ด้วย นี่คือช้างป่านะครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพรเทพ มีเวลาแค่ ๑๐ นาที ท่านต้องรีบถามเลยนะครับ เผื่อมีอะไรต้องถามกันต่อไป เชิญครับ

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

ขอบคุณท่านประธานครับ ที่ช่วยให้กระชับ หลังจากที่ได้หารือแล้วทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็ได้มีการเปิดประชุม แต่การประชุมของจังหวัดเป็นหน่วยงานราชการทั้งนั้นเลยครับ ไม่ค่อยจะมีประชาชนเข้าไป ทั้งที่เป็นความหวังดีจะทำให้ประชาชนได้รับความคุ้มครอง แต่ก็ยังเกิดปัญหาอยู่ไม่จบครับ จนกระทั่งวันที่ ๑๔ กันยายน ท่านรัฐมนตรีวราวุธก็ได้ลงไปตรวจดูพื้นที่ก็พบเจอชาวบ้าน มากมายก็มีการแก้ปัญหาไปด้วย ก็คือเรื่องของการติดตั้งกล้องเพื่อมอนิเตอร์ (Monitor) ช้าง แล้วก็มีการเสนอหลาย ๆ อย่าง เดี๋ยวผมจะถาม ๒ ข้อ ชาวบ้านก็ยังถามท่านอยู่เหมือนกัน ชื่อลุงแกะต้องการรั้วกันช้าง เขาก็ถามจะเห็นว่าในรูปก็มีคุยกับท่านด้วย คือการที่เขาเข้ามา ต้องยอมรับว่าคนเข้าไปอยู่ในเขตป่า แต่คนตอนนี้มีสภาพอยู่ในเขตปกครองกระทรวงมหาดไทย เพราะฉะนั้นมีปัญหาขึ้นมาจังหวัดก็เลยเป็นเจ้าภาพ แต่เขาเองทำอะไรไม่ได้เพราะอยู่ในเขตป่า ก็เลยวนไปวนมาอย่างนี้ ผมก็ดูงบประมาณแล้วของกระทรวงเองที่ตั้งเกี่ยวกับเรื่องรั้วกันช้าง ถ้ารั้วกันช้างมันมีผลจริงก็ไม่มาก ผมก็เลยยังงง ๆ ว่าในเมื่อรั้วกันช้างเป็นทางออกทางหนึ่ง ทำไมถึงไม่ลองทำตรงนี้ดู ผมขออนุญาตสรุปว่ายังมีปัญหาเรื่องช้างเข้ามาบุกรุก เข้ามากิน อาหารอยู่ในเขตประชาชนทำให้เกิดความเสียหาย ขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรี ๒ ข้อ

ข้อแรก ที่มีปัญหาเรื่องช้างป่าเข้ามาบุกรุกถามว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง มั่นใจได้ไหมว่าตรงนั้นคือการแก้ไขปัญหา เพราะเมื่อสักครู่ยังมีเรื่องความเสียหายอยู่ดังที่เห็นตามภาพ และคำถามเดียวกันนะครับ กรณีที่มีรั้วกันช้างอยู่ ท่านมีความเห็นอย่างไรกับตรงนี้ เพราะบางครั้งผมก็ไปดูมาแล้ว มันก็กันได้ถ้าทำถูกแบบ ยกตัวอย่างเช่น ห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน ก็มีแนวรั้วกันช้าง แต่ห้วยสัตว์ใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อันนี้คือกุยบุรี มันเป็นเรื่องเดียวกัน คำถามแรกขอท่านรัฐมนตรีช่วยบอกนิดหนึ่งว่าท่านแก้ไขปัญหาอย่างไรที่ว่าการติดกล้อง ส่องเข้าไปแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ วันนี้ยังมีปัญหาอยู่ และรั้วกันช้างที่เสนอมามันเป็นไปได้ไหม ที่จะแก้ปัญหาได้ถาวรดีกว่า

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีวราวุธครับ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิก ท่านพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ที่ได้ยกประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องปัญหาช้างป่าที่กุยบุรี เพราะว่านอกจาก ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้วก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาใกล้เคียงกัน

ประเด็นแรกครับ ต้องเรียนว่าสิ่งที่กุยบุรีทำนั้นเป็นพื้นที่ที่แตกต่างจากที่อื่น เพราะว่าเราได้รับความร่วมมือจากทั้งภาคเอกชนมาด้วย ที่เรียกกันว่ากุยบุรี สมาร์ต เออร์ลี วอร์นิง ซิทเต็ม (Kuiburi Smart Early Warning System) ที่ผ่านมาแน่นอนมีจุดที่ยังบอดอยู่ เพราะว่าช้างพวกเราทราบกันดีว่าเป็นสัตว์ที่มีสติปัญญาแล้วก็มีความคิดไม่แพ้มนุษย์เลยครับ อย่างเช่น กล้องปัจจุบันในระบบสมาร์ต เออร์ลี วอร์นิง ซิทเต็ม (Smart Early Warning System) มีอยู่ ๒๕ จุด ทุก ๆ ประมาณ ๒ อาทิตย์ เจ้าหน้าที่ของกรม จะต้องไปย้ายจุดติดตั้ง เพราะว่า พอช้างเขาเดินแล้วสักพักหนึ่งมีหน่วยผลักดันให้เขากลับไป เขาก็จะจำได้ว่าถ้าเส้นทางนี้ เขาเดินแล้วมีคนมาผลักดันเขากลับ เขาก็จะเปลี่ยนเส้นทาง ดังนั้น ๒๕ กล้องของที่กุยบุรี ซึ่งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านย่านซื่อ พุบอน แล้วก็บ้านรวมไทย ๓ หมู่บ้านนี้จะต้องได้รับการปรับ อยู่ตลอดเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ช้างจำแพทเทิร์น (Pattern) ของการผลักดันเขากลับเข้าไป ในป่าได้ ทีนี้ถามว่าถ้าหากว่าทำแล้วระบบรั้วจะสามารถแก้ไขได้มากน้อยแค่ไหน คืออย่างที่ ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าการกันช้างไม่ให้เขาออกกับการดึงเขากลับจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ปัจจุบันเราพูดกันถึงการใช้รั้ว บางคนก็พูดถึงใช้ผึ้งด้วย บางคนก็จะขุดคูในการที่จะไม่ให้ช้าง ออกมา แต่ก็ขออนุญาตเรียนว่าด้วยความที่ช้างเขามีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด ท้ายที่สุดแล้ว จะเป็นรั้วหรือจะเป็นคู หรือจะเป็นอะไรก็จะสามารถกันเขาไว้ได้ชั่วระยะหนึ่ง ในระยะยาว สิ่งที่ดีที่สุดก็ต้องเป็นไปตามที่พระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ ในการที่จะต้องดึงช้างกลับเข้าไปอยู่ในป่า ดังนั้นนอกจากที่กุยบุรี ยกตัวอย่างเช่นพื้นที่ที่เขาอ่างฤาไนภายใต้โครงการพัชรสุธาคชานุ รักษ์ที่พระองค์ภาท่านได้ทรงลงมาดูด้วยพระองค์เอง ทางกระทรวงได้เพิ่มศักยภาพของบ้าน ช้างคือทำให้บ้านเขามีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น มีหญ้าที่เขาอยากกิน มีอาหารที่เขาอยากกิน รวมทั้งมีการสร้างแหล่งน้ำด้วย เพราะว่าการสร้างรั้วถ้ามองในมุมกลับกัน มองในมุมของช้าง เวลาช้างออกมารุกที่ของพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เวลาคนเรา ไม่มีของกินเราเข้าป่า รั้วที่สร้างขึ้นมากันคนไม่ได้ กันคนให้เข้าป่าไม่ได้ แต่กันช้างไม่ให้ออก จากป่ามาทำลายเรือกสวนไร่นาได้ ดังนั้นวันนี้หัวใจสำคัญคือการทำอย่างไรให้คนอยู่ส่วนคน แล้วก็ช้างอยู่ส่วนช้าง เมื่อก่อนปริมาณประชากรในประเทศไทยมีอยู่แค่ประมาณ ๒๐-๓๐ ล้านคนเท่านั้น แต่วันนี้พอด้วยปริมาณประชากรที่เพิ่มขึ้น พี่น้องเกษตรกรมีปริมาณมากขึ้น พื้นที่ที่ทำเรือกสวนไร่นามีเพิ่มมากขึ้นนั้น แน่นอนครับมันก็จะเข้าไปใกล้บ้านของช้างเข้าไป ทุกที ๆ เวลาคนเราไม่มีอาหารกินก็จะเข้าป่าหาของ ช้างก็เช่นกัน มีคนบางกลุ่ม ต้องใช้คำว่า คนบางกลุ่ม เข้าไปในป่าแล้วก็ไปหาของป่าบ้าง บางคนเข้าไปถางป่าบ้าง ไปทำลายที่ที่ทำมา หากินของช้าง เขาก็จะออกมาจากป่ามาหากินในที่เรือกสวนไร่นาของคนเช่นกัน ดังนั้นอันนี้ เป็นปัญหาที่เราเห็นใจพี่น้องเกษตรกร แล้วก็เป็นสิ่งที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมพยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะดึงช้างกลับเข้าป่า แทนที่จะใช้วิธีการป้องกัน ไม่ให้เขาออกมา ผมเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก พอสมควร การเยียวยาแน่นอนครับ เราอยากจะเยียวยาให้ได้มากที่สุด แต่ว่าด้วยปัจจุบัน มีกองทุนช่วยเหลืออาหารช้างป่าแห่งประเทศไทย ที่ตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ มาจนถึงปัจจุบัน เราได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไป ๔๒๐ กว่ารายแล้ว เป็นวงเงินเกือบ ๔ ล้านบาท อาจจะ ไม่ได้มากมายอะไร เพราะว่ากองทุนนี้ได้มาจากการรับบริจาคจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ แต่ว่าหลักเกณฑ์การช่วยเหลืออยู่ในขั้นตอนที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำลังปรับขั้นตอนแล้วก็เงื่อนไขในการช่วยเหลือ เพราะตอนนี้ที่ผ่านมาจะช่วยเฉพาะพี่น้อง ประชาชนเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็จะไม่ได้รับ เงินช่วยเหลือ ตอนนี้เพื่อให้ครอบคลุมกรณีราษฎรที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บแล้วก็ให้สอดคล้อง กับ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้วก็ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เราก็กำลัง พยายามปรับเงื่อนไขให้สามารถดูแลครอบคลุมพื้นที่ของพี่น้องประชาชน ก็ขออนุญาตตอบ ท่าน ส.ส. เบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพรเทพ มีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

ก่อนจะเข้าคำถามที่ ๒ ประชาชนเห็นท่านรัฐมนตรีเข้ามาในพื้นที่เขามีความคาดหวังว่าเขาจะได้รับการดูแล ทุกคน เชื่อมั่นอย่างนั้น แต่สิ่งที่เข้าไปแล้วยังปรากฏความเสียหายเป็นรายวัน จนกระทั่งล่าสุดทำไร่ กลางคืนเฝ้าไร่อดนอนกดดันแล้วก็เสียชีวิต คนเราไม่ใช่เครื่องจักรต้องกลับไปนอนบ้าง ท่านรัฐมนตรีกรุณาช่วยดูนะครับ ผมยังเห็นว่าเป็นปัญหาอยู่ ฝากท่านรัฐมนตรีหาทางแก้ไข ที่มันถาวรกว่านี้ รั้วกันช้างถ้าทำให้มันถูกต้องผมก็ยังมองว่ามันเป็นประโยชน์อยู่ ตัวอย่างเช่น ห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน เขาจ้าวก็ยังมีปัญหาอยู่ แต่ผมเห็นงบประมาณของทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังไม่ค่อยมีเรื่องนี้เลย ผมก็เลยบอกท่านลองทำดูหรือยัง ทำแล้วมันไม่ดีค่อยว่าไปอย่าง เรายังไม่คาดเดาตรงนี้ ก็ฝากท่านว่าส่วนตัวผมเองอยู่ในพื้นที่ ยังมองว่าเรื่องการสร้างรั้วกันช้างตามแบบมาตรฐานน่าจะกั้นได้ดีกว่ากับการใช้ที่เมื่อสักครู่ว่า มีระบบใช้ติดกล้อง ทำทางลำลองเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถขับไล่ช้างที่บุกรุกมันไม่ทันหรอก บางครั้งเมฆมันมีผลกระทบต่อสัญญาณ ท่านก็มองไม่เห็น ฝากท่านรัฐมนตรีข้อนี้ด้วยว่า ผมยังมองว่าปัญหายังมีอยู่ และเชื่อว่าต้องแก้ไขคือรั้วกันช้างนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะถามว่าในเรื่องของการทำแหล่งอาหาร ซึ่งช้างตอนนี้ เฉพาะบางที่จุด ๆ หนึ่งมี ๓๐๐ เชือก ท่านคำนวณหรือยัง แล้วก็ ๓๐๐ เชือก ถ้าท่านจะทำ เป็นแหล่งข้างในต้องใช้พื้นที่เท่าไร ท่านต้องคำนวณให้พอ ไม่อย่างนั้นไม่พอยาขี้ฟันหรอกครับ มันก็จะออกมา โดยเฉพาะสับปะรดนี่ของชอบ กล้วยนี่ของชอบ รู้ด้วยว่าแปลงไหนสุก ไม่สุก เขารู้ วันนี้มาเยี่ยมทุกแปลงเลย เรียนท่านว่าช่วยตอบคำถามหน่อยให้ประชาชนที่รับฟังอยู่ มีความมั่นใจว่าถ้าท่านจะสร้างแหล่งอาหาร ท่านมีข้อมูลเพียงพอไหม ถ้าช้าง ๓๐๐ เชือก ที่อยู่ในแต่ละจุด ๆ ของป่า ท่านต้องปลูกถึงเท่าไร กรณีที่ช้างออกมาทำให้เกิดความเสียหาย นโยบายของกระทรวงมีการเยียวยาพืชไร่ที่เสียหายไหมครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีวราวุธครับ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาต อาจจะต้องขอข้อมูลจากท่าน ส.ส. ว่ามีพื้นที่เฉพาะเจาะจงตรงไหนบ้างที่ยังเกิดเหตุการณ์นี้ และเดี๋ยวผมจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพิ่มการ ลาดตระเวนและเพิ่มการดูแลให้เข้มงวดมากขึ้น ท่าน ส.ส. จะได้สามารถตอบกับพี่น้อง ประชาชนที่ตั้งคำถามมาได้ ต่อมาคือประเด็นเรื่องการก่อสร้างในปัจจุบันขณะนี้พื้นที่ของ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้นทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการสร้าง แหล่งอาหารเป็นแปลงหญ้าขนาดเล็กๆ กระจายอยู่ประมาณ ๒๐ กว่าแปลง ครอบคลุม พื้นที่ประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ ไร่ บวกกับแหล่งน้ำขนาดย่อยต่าง ๆ ไม่ใช่แหล่งน้ำขนาดใหญ่ อีกประมาณ ๑๖ แห่ง นอกจากนั้นก็ยังมีโป่งเทียมด้วย โป่งเทียมอีก ๗๐ กว่าแห่ง แล้วก็เป็น กระทะน้ำคือพอเป็นแหล่งน้ำแล้วเรามีกระทะน้ำเล็กๆ ย่อยไปอีกประมาณ ๔๐ กว่าแห่ง ๔๐ กระทะ นอกจากนี้ยังสำรวจพื้นที่เพื่อที่จะสร้างแปลงหญ้าอาหารเพิ่มเติมอีกประมาณ เกือบพันไร่ ตอนนี้ที่อยู่ในส่วนของที่กุยบุรี คือเรายังน้อมรับพระบรมราโชบายของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๙ ในการที่จะสร้างแหล่งอาหารให้สมบูรณ์ ในส่วนงบประมาณของกระทรวงเอง ในการที่จะก่อสร้างรั้วหรือว่าการทำเสริมศักยภาพของบ้านช้างให้สมบูรณ์ขึ้นนั้น ในปี ๒๕๖๔ เราก็จะพยายามเรียกว่าของบประมาณให้มากขึ้น เพราะว่าปี ๒๕๖๓ เราก็ขอไป แต่ก็ได้เท่าที่ ท่านเห็นนะครับ เราก็อยากได้เยอะ ๆ เหมือนกัน ฉะนั้นรอบหน้าถ้าเกิดงบประมาณเข้าสภา ฝากท่านประธานเรียนท่านสมาชิกช่วยของบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เยอะ ๆ หน่อยแล้วกันครับ แต่ในส่วนของการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน อย่างที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้นว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในขั้นตอนที่จะแก้ไขระเบียบของกองทุน ช่วยเหลืออาหารช้างป่าแห่งประเทศไทย ในการที่จะเยียวยาพี่น้องเกษตรกร อาจจะเป็น เงินจำนวนไม่มาก แต่ว่าเราก็พยายามทำกันอย่างเต็มที่ในการที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่ที่มีปริมาณค่อนข้างกว้างกันพอสมควร แต่ว่าในเบื้องต้นก็คงต้องขออนุญาตฝาก ท่านประธานเรียนขอข้อมูลจากท่านสมาชิกว่ามีพื้นที่ใดบ้างที่ท่านสมาชิกอยากจะให้เน้น ผมจะได้ฝากทางเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เพิ่มการตรวจตรา เป็นกรณี ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ก็คงต้องมีการเชื่อมประสานงานกันต่อไป เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลให้กับ ท่านรัฐมนตรีหรือว่าเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

จบแล้วครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ ก็ขอบคุณท่านประธานผ่านทางท่านรัฐมนตรีด้วยที่กรุณาเห็นความสำคัญ ของจังหวัดเล็ก ๆ คือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีปัญหาหนักจริง ๆ คือปัญหาช้าง และหวังว่า ข้อมูลที่ผมนำเรียนกับท่านจะเป็นประโยชน์ให้ทางกระทรวงได้แก้ปัญหาแบบถูกต้อง ตอบได้ว่า จะแก้ปัญหาได้ ไม่อย่างนั้นแล้วประชาชนเขาก็จะขาดความศรัทธาว่าขนาดผู้บริหารไปแล้ว ยังจะมีเหตุการณ์อย่างนี้อีก ก็ขอให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นประจวบโมเดล (Model) สำหรับเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องช้าง ขอบคุณท่านประธานมากครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ท่านเป็นแฟนประจำของห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ไม่เคยขาด ทุกอาทิตย์เลยครับ ต้องขอบคุณท่าน เพราะภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมันเชื่อม ประสานกับชาวบ้านดูแลชาวบ้านมากจริง ๆ ต้องขอขอบคุณ ส่วนข้อมูลต่าง ๆ นั้นก็หวังว่า ท่านพรเทพก็คงจะได้เชื่อมประสานกับท่านรัฐมนตรีต่อไป โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ปัญหา ร่วมกัน คือเราทำกับช้าง ถึงช้างจะเป็นสัตว์ประเสริฐอย่างไร ขนาดไหน ช้างก็คือช้างอยู่ดี ก็คือยังเป็นสัตว์อยู่ดี ขอบคุณทุกท่านนะครับ

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๓ เรื่อง การวางแผนช่วยเหลือ ชาวนาที่ขาดแคลนน้ำปลูกข้าวในอีก ๒ เดือนข้างหน้า สำหรับพื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ด บางยี่หน จังหวัดสุพรรณบุรี (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓)

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ คือท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนั้น แต่เนื่องจากในวันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เจ้าหน้าที่ ได้มีการประสานกับท่านสมาชิกแล้ว

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๔ เรื่อง ปัญหาความล้มเหลวของ การบริหารแผนบูรณาการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายให้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ

ด้วยรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชามอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องจากสำนักงบประมาณเข้าร่วมชี้แจงและสนับสนุน ข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้

๑. นายกรณินทร์ กาญจโนมัย ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ

๒. นายสมหมาย ลักขณานุรักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

๓. นางสาวมัทนา เจริญศรี ผู้อำนวยการกองนโยบายงบประมาณ

๔. นางชนิดา ชาญณรงค์ นักวิเคราะห์งบประมาณชำนาญการพิเศษ

เชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง คือท่านสันติ พร้อมพัฒน์ เข้าสู่ห้องประชุมเพื่อที่จะถามและตอบกันต่อไป เชิญท่านสุพิศาลครับ เชิญครับ

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นปัญหา ของกระทู้ที่จะถามเป็นกระทู้ถามที่เกี่ยวกับการทำงานของภาครัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องของ การบริหารงานแผนบูรณาการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ ในการดำเนินการที่ผ่านมาอาจจะเป็นแค่ช่วง ๕ เดือนของรัฐบาลนี้ก็ตามแต่ผมตั้งคำถามไว้ ในเรื่องของการที่รัฐบาลขาดอยู่ ๓ อย่าง คือ สะสาง เอาใจ ๑. เอาใจใส่ ๒. เอาใจประชาชน ๓. เอาใจทำจริง ๆ สามเอาใจนี้ทำให้มีเหตุผลอันหนึ่งที่มองให้เห็นถึงการบริหารแผนบูรณาการ ที่เกี่ยวข้องของงบประมาณประจำปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาโดยเฉพาะที่ผมอยากจะกล่าวอ้างถึง ในเรื่องของแนวที่เป็นบทบัญญัติในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ในพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ บอกชัดในมาตรา ๑๔ ว่างบประมาณรายจ่ายกำหนด วิธีประมาณการรายจ่ายที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีหรือพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมก็ตามอาจจะจำแนกไว้ ๘ รายจ่าย แต่ใน (๓) คืองบประมาณ รายจ่ายบูรณาการและในมาตรา ๑๖ ก็เหมือนกันมีใจความว่างบประมาณบูรณาการ คืองบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับแผนบูรณาการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติโดยมีหน่วย รับงบประมาณตั้งแต่ ๒ หน่วยขึ้นไปร่วมกันรับผิดชอบในการดำเนินการ ประเด็นสำคัญ ในคำถามแรกซึ่งผมจะใช้เวลาถามสั้น ๆ สัก ๓ นาที แล้วก็มีคำถามที่ ๒ คำถามที่ ๓ ต่อไป

ในประเด็นสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ที่บัญญัติในเรื่องของการใช้ งบประมาณและการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีนั้นจะต้องแสดงผล สัมฤทธิ์ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับสอดคล้องต่อยุทธศาสตร์ชาติและก่อให้เกิดประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า ตามมาตรา ๑๔๒ ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนและสำคัญที่ในการทำงบประมาณนั้น ก็คงทราบอยู่แล้วว่าการบริหารจัดการงบประมาณมีหน่วยงานใหญ่ ๆ ๔ หน่วยงานที่เป็น คนกำหนดทิศทางหรือกำหนดกรอบของยุทธศาสตร์ ก็คือหน่วยงานสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการมีการกำหนดยุทธศาสตร์ของการจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจำ ปี ๒๕๖๒ ไว้อย่างชัดเจนในการบริหารประเทศในงบประมาณ ๓ ล้านล้านบาท ที่ผ่านมา แล้วที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาของทุกหน่วยงาน ที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ของการจัดสรรงบประมาณประจำปีนั้นจะพบว่าการจัดทำนั้น ในแผนยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณจะต้องมี ๖ แผนหลักบรรจุอยู่ในนั้นด้วยและถือว่า เป็นสาระสำคัญในยุทธศาสตร์การจัดสรรในแต่ละปีงบประมาณ ปีนี้ก็เช่นกันในปี ๒๕๖๔ ก็เริ่มแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคมที่ผ่านมาก็เป็นวันสิ้นสุดของการส่งแผนทั้งหมดของ หน่วยรับงบประมาณเช่นเดียวกันครับ นั่นคือรัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณในปี ๒๕๖๒ หรือตามพระราชบัญญัติ งบประมาณ ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา และในส่วนที่ผ่านมาคือในช่วง ของสมัยประชุมที่แล้ว นั่นก็คือเป็นเรื่องของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คือ สนช. จะเป็น คนดูแลกรอบงบประมาณดังกล่าว แล้วที่สำคัญในปีงบประมาณจะพบว่าการใช้งบประมาณ ในแผนบูรณาการ ผมเน้นเรื่องแผนบูรณาการเพราะว่า ๑ ใน ๘ ของงบประมาณมี ๑ แผนการ ใช้งบประมาณคืองบบูรณาการเป็นหัวใจสำคัญที่ปรากฏไว้ โดยสำนักงบประมาณจะต้อง นำเสนอสภานี้ถึงกรอบการใช้งบประมาณของการใช้งบประมาณต่าง ๆ แล้วก็เท่าที่ผ่านมา ก็มีการนำเสนอของการใช้งบประมาณที่ผ่านไปแล้วโดยเฉพาะในงบกลาง งบบุคลากร และงบบูรณาการ ที่สำคัญคือในการโอนย้ายถ่ายเปลี่ยนแปลงของงบต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตาม มาตรา ๕๑ของพระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ นั่นเป็นสาระสำคัญที่เคยนำเสนอในรายงาน ไปคราวที่แล้วเพราะมันเป็นเงื่อนไขของกฎหมาย ประเด็นของมันก็คือในการรายงานนั้น ทั้ง ๓ หน่วยงานปรากฏว่าไม่ได้รายงานลงลึกและชี้แจงแนวทางลึกของงบประมาณที่ผ่านมา ในปี ๒๕๖๒ ๒๓๘,๗๔๑ ล้านบาท ซึ่งอยู่ในหลายกระทรวง โดยเฉพาะในแผนบูรณาการของ แต่ละกระทรวงเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาในการชี้แจงนั้นสภาได้รับทราบ การโอนแผนกลางอย่างเดียว มีการโอนแผนกลาง และแผนบุคลากร แผนบูรณาการนี้ ก็มีแตะไว้ที่เดียวแต่ไม่ได้ลงลึกถึงระดับในกระทรวงว่าโอนย้ายเพราะที่ผมต้องการพูดตรงนี้ ประเด็นสำคัญคือการโอนย้ายถ่ายภายในกระทรวงคือการเปลี่ยนแปลงผลสัมฤทธิ์และตัวเคพีไอ (KPI) ของกระทรวงประกอบกับการเข้าเป็นกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านรัฐมนตรีได้เป็น รองประธานที่อยู่ในเวทีของปี ๒๕๖๓ ก็มองเห็นภาพชัดว่าตัวผลสัมฤทธิ์และตัวเป้าหมาย หรือตัวเคพีไอ (KPI) ที่กำหนดไว้ในแผนบูรณาการมันเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวกับ การกำหนดในงบประมาณแต่ละปี แล้วสำคัญคือตัวกฎหมายมันก็ทำให้เกิดข้อสงสัย ในเรื่องของการโอนย้ายถ่ายเป็นจำนวนมาก แล้วไม่ปรากฏความชัดเจนมันเป็นการทำให้ ตัวน้ำหนักของตัวโอนย้ายถ่ายนี้มันหายไปผมก็เลยเป็นคำถาม ๆ หนึ่ง แล้วคำถามสำคัญคือ กรอบงบประมาณทั้งหมด เจ้าภาพของแต่ละกระทรวงได้มีการบริหารจัดการงบประมาณ หรืองบดังกล่าวตลอดปี ๒๕๖๒ อย่างไร และโดยเฉพาะหมวดงบประมาณและหมวดลงทุนนั้น ได้มีการสร้างเนื้องานผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชนอย่างไรครับ เป็นคำถามที่ ๑

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

ก่อนอื่น ขอบคุณท่านสุพิศาลที่เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของการใช้งบประมาณโดยเฉพาะงบบูรณาการ ที่พวกเราพูดถึงเป็นประจำ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนว่าการใช้งบประมาณของแผนบูรณาการ ก็มีพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ได้บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการจัดทำงบประมาณแผนบูรณาการที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน ๕ มาตรา ก็คือมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๖ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ แล้วก็มาตรา ๕๑ ตามที่ท่านได้กล่าวถึง โดยเฉพาะมาตรา ๑๔ งบประมาณรายจ่ายที่กำหนดในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณก็แยกเป็น ๘ กลุ่ม อย่างที่ท่านได้กล่าวถึง ซึ่งประกอบด้วยงบบูรณาการ ในมาตรา ๑๔ (๓) นั่นก็คือกล่าวถึงงบบูรณาการนั่นเอง มาตรา ๑๖ งบประมาณรายจ่าย บูรณาการได้แก่งบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้ในแผนบูรณาการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ โดยมีหน่วยรับงบประมาณตั้งแต่ ๒ หน่วยขึ้นไป ก็คือต้องมีตั้งแต่ ๒ หน่วยขึ้นไปร่วมกัน รับผิดชอบดำเนินการ งบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับงบบูรณาการตามวรรคหนึ่งนั้น ก็ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

มาตรา ๓๑ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำงบประมาณบูรณาการให้มีการจัดทำ แผนบูรณาการซึ่งต้องประกอบด้วยเป้าหมายร่วม วัตถุประสงค์ งบประมาณรายจ่ายที่ต้องใช้ ในการดำเนินการและระยะเวลาการดำเนินการที่ชัดเจน รวมทั้งภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ ที่เป็นเจ้าภาพหลักและหน่วยรับงบประมาณที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความรวดเร็วประหยัด และลดความซ้ำซ้อน ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ โดยความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีเป็นผู้อนุมัติ

มาตรา ๓๒ เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนงานบูรณาการแล้ว ก็จัดทำงบประมาณ รายจ่ายตามแผนบูรณาการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กำหนด

มาตราสุดท้ายที่เกี่ยวข้องก็คือมาตรา ๕๑ ให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ มีอำนาจในการโอนจ่ายงบกลาง รายการที่กำหนดไว้ในงบประมาณรายจ่ายงบกลางหรือโอนงบ รายจ่ายบูรณาการและงบประมาณรายจ่ายบุคลากรระหว่างหน่วยรับงบประมาณตามที่เสนอ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อรายงานต่อสภาภายใน ๓๐ วันนับแต่ปีงบประมาณนั้น ๆ อันนี้คือกฎหมาย ทั้ง ๕ ฉบับที่มีความเกี่ยวข้องกับแผนบูรณาการ

ตอบคำถามของท่านสุพิศาลในเรื่องของกรอบ กรอบงบบูรณาการทั้งหมด เจ้าภาพแต่ละหน่วยงานการบริหารงบประมาณในปี ๒๕๖๒ ว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะ ในหมวดงบดำเนินงานและงบลงทุนได้สร้างเนื้องานที่เป็นผลสัมฤทธิ์ต่อภาคเอกชนอย่างไร ขอตอบดังนี้ว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการประจำปี ๒๕๖๒ เป็นการดำเนินงาน ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๐๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบว่าด้วย การบริหารราชการแผ่นดิน บริหารงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนบูรณาการ ปี ๒๕๕๙ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนหรือนโยบายของรัฐบาลและเป็นการ ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ และแผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติให้เกิด ผลสัมฤทธิ์อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ที่ผ่านมาการจัดทำงบประมาณโครงการ มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันซึ่งจัดให้กับส่วนราชการเพื่อดำเนินการ ต่าง ๆ ไม่ได้มีการจำแนกเป็นแผนบูรณาการ ดังนั้นการจัดทำงบประมาณในลักษณะนี้ทำให้ ไม่เห็นภาพรวมและมีลักษณะต่างคนต่างทำจึงกำหนดให้มีการจัดทำงบประมาณรายจ่าย แบบบูรณาการเพื่อช่วยลดปัญหาการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อนของหน่วยงาน ลดความสิ้นเปลือง และเกิดการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการใช้จ่าย งบประมาณให้เกิดประสิทธิผลและผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม หลักเกณฑ์การกำหนดแผน บูรณาการมีอยู่ ๓ ประเด็น คือ

๑. เป็นการดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ แผนปฏิรูปประเทศและนโยบายแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคง

๒. แผนงานดังกล่าวเป็นการดำเนินการรองรับนโยบายเร่งด่วน นโยบายสำคัญ ของรัฐบาลที่มีความสำคัญสูง

๓. หน่วยงานงบประมาณตั้งแต่ ๒ หน่วยขึ้นไปซึ่งไม่อยู่ภายใต้กระทรวงเดียวกัน ร่วมกันดำเนินงานให้เกิดผลสำเร็จ

วิธีการจัดทำงานบูรณาการประกอบด้วย ๕ ขั้นตอน

๑. กำหนดเป้าหมายร่วม วัตถุประสงค์ตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ แนวทางการดำเนินการ ระยะเวลาการดำเนินงานและงบประมาณ และภารกิจของหน่วยงานเจ้าภาพและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง

๒. การดำเนินงานเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์จะต้องมีการกำหนดกรอบระยะเวลา ที่สอดคล้องกับระยะเวลาของรัฐบาลและของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนา อื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาประมาณ ๓-๕ ปี

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีต้องตอบสรุปแล้วนะครับ เพราะว่าท่านจะเหลือเวลาอยู่แค่ ๒ นาที ๓๑ วินาที เผื่อคำถามที่ ๒ ท่านจะได้มีเวลาตอบครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ก็จะตอบ สั้น ๆ ว่าตามที่ท่านสุพิศาลได้ถามนั้น การดำเนินงานในแผนของปี ๒๕๖๒ นั้น ส่วนใหญ่ ก็ดำเนินการไปตามตัวชี้วัดตามแผนต่าง ๆ ซึ่งมีกฎหมายอยู่ ๕ มาตราที่บังคับใช้อยู่ก็มี เรื่องของวัตถุประสงค์ เรื่องของขอบเขต ภารกิจเป้าหมายต่าง ๆ แล้วก็อย่างที่ท่านก็ทราบอยู่ แล้วว่าซึ่งมีหน่วยงานเจ้าภาพ เช่น สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานเลขานุการร่วม และหน่วยงานครบ ตามที่กฎหมายกำหนดได้ดำเนินการเป็นไปตามนั้น จึงขอกราบเรียนท่านเป็นเบื้องต้นไว้ เท่านั้นครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุพิศาล คำถามที่ ๒ คำถามสุดท้าย

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณ ท่านประธาน ในคำถามที่ ๒ มันจะควบคำถามที่ ๓ ซึ่งผมตั้งไว้แล้วด้วยคือกราบเรียนว่า งบประมาณบูรณาการในปี ๒๕๖๒ เดิมมันจะมีของปี ๒๕๖๑ ก่อน ปี ๒๕๖๑ มี ๒๙ แผนบูรณาการ พอปี ๒๕๖๒ ปั๊บเหลือ ๒๔ แผนบูรณาการ และในแผนบูรณาการนี้ มีกรอบวงเงินคือ ๘๐๖,๒๒๔ ล้านบาท ในพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๖๓ ก็ปรับอีกเหลือ ๑๕ แผนบูรณาการ ทีนี้ผมมีคำถามตรงนี้ว่ามีแผนบูรณาการทั้งหมด ๑๔ แผนบูรณาการ ที่ถูกยกเลิกไป อย่างเช่น บูรณาการการจัดการแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ บูรณาการ การพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ บูรณาการการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและกีฬา บูรณาการการเพิ่มพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์และการเกษตร บูรณาการพัฒนาการ ผู้ประกอบการชุมชนและวิสาหกิจ การบูรณาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล การบูรณาการวิจัยและนวัตกรรม การบูรณาการพัฒนาศักยภาพตลอดช่วงชีวิต แผนการ พัฒนาประกันสุขภาพ แผนบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและการจัดการมลพิษ แผนการบูรณาการส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แผนการบูรณาการการส่งเสริมพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดบูรณาการ แผนการบูรณาการ ปฏิรูปและการพัฒนาตามกระบวนการยุติธรรม สุดท้ายก็คือแผนการพัฒนาระบบ การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ ๑๔ แผนบูรณาการที่หายไป แสดงว่า ๑๔ แผนบูรณาการ ที่หายไปมันล้มเหลวหรืออย่างไรเพราะเหลือแค่ ๑๐ แผนบูรณาการ และบวกแผนใหม่อีก ๕ แผนบูรณาการ นี่คือคำถามครับ คำถามว่าตรงนี้มันไม่คุ้มค่า มันไม่สัมฤทธิ์ผล มันไม่มี ผลสรุปใช่หรือไม่ จึงมีคำถามที่ ๒ ว่าการขับเคลื่อนงบประมาณดังกล่าวในแผนบูรณาการ ๒๔ แผนบูรณาการ มีการตั้งศูนย์บริการหรือไม่ มีตั้งที่ไหน มีการควบคุมการใช้งบประมาณ อย่างไร แล้วจำนวนมีการย้ายถ่ายโอนและมีเหตุผลความจำเป็นอย่างไรในการถ่ายโอน แผนบูรณาการในการบริหารจัดการ บูรณาการในการขับเคลื่อน บูรณาการทุกหน่วยรับ งบประมาณ การบริหารจะต้องมีการจัดตั้งคือมีมินิต (Minute) ของการประชุม เมื่อเสร็จสิ้น ของการใช้งบประมาณแล้วเป็นอย่างไรในการดำเนินการ ในการขับเคลื่อนจริง ๆ จะต้องมี การส่งข้อมูลจึงขอทราบถึงตัวข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะผลลัพธ์ของการวัดตามตัวชี้วัดต่าง ๆ

คำถามที่ ๓ ในประเด็นเดียวกันเลยถามร่วมกันโดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งสำนักงบประมาณได้ตีกรอบของการสร้างผลผลิตและโครงการใหม่ ๆ ไว้ปรากฏว่า เห็นหรือไม่ที่ผมบอกว่ามันหายไปก็แสดงว่าตัวชี้วัดของปีนั้นมันหายไป มันก็เกิดตัวชี้วัดใหม่ ขึ้นมาคือปีใหม่นี้มีเพิ่มอีก ๕ แผนบูรณาการ เพราะฉะนั้นใน ๕ แผนบูรณาการมันก็ต้อง มีผลผลิตและโครงการใหม่ ๆ คำถามตรงนี้มันมีอยู่ ๔ มิติในเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ และเชิงเวลาและเชิงค่าใช้จ่าย ในกลุ่มนี้ก็เลยมีคำถามอยู่ว่าในแผนทั้งหมดที่หายไป ในหมวด ๔ ของมาตราที่รายงานเรื่องผลผลิต มีการยกเลิกผลผลิตเก่า ผลผลิตใหม่อย่างไร เหตุผลทำไมถึงยกเลิกผลผลิตเดิม และผลผลิตใหม่นั้นมีผลสัมฤทธิ์ตลอดจนชีวิตและถึง ภาคประชาชนอย่างไร หรือไม่ ขอให้ส่งทะเบียนผลผลิตใหม่ทั้งหมดให้ผมด้วย ขอบคุณครับ เป็นคำถามสุดท้ายครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ก็คงจะตอบแบบสรุป ๆ แล้ว ผมอนุญาตให้ท่านตอบเกินเวลาได้แต่ว่าตอบแบบสรุป ๆ เพราะมันเหลืออยู่แค่ ๑ นาทีกับ ๓๗ วินาที เชิญครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

ขอบคุณ ท่านประธานครับ คือการขับเคลื่อนแผนบูรณาการดังกล่าวที่ท่านได้กล่าวไว้ว่ามี ๒๔ แผน ก็มีการจัดตั้งศูนย์บริหารงบประมาณแบบแผนบูรณาการไว้ที่บอกว่า ณ ที่ใด แล้วก็หน่วยรับ งบประมาณเป็นที่ใดรับผิดชอบต่าง ๆ ขอตอบดังนี้ว่าการดำเนินงานจัดทำแผนงบประมาณ รายจ่ายบูรณาการประจำปี ๒๕๖๒ นั้นได้ดำเนินการตามวิธีการดำเนินงานและกระบวนการ ทำงานโดยใช้กลไกในรูปแบบของคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายแบบบูรณาการ โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ชัดเจนเป็นกรรมการ ตัวอย่างก็คงจะเรียนว่าหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพ ยกตัวอย่างว่าแผนบูรณาการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ก็คือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สทนช. อีกตัวอย่างหนึ่งแผนบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ก็คือสำนักงานนโยบายและแผนขนส่งและจราจรก็คือ สนข. ที่เป็นเจ้าภาพ แผนบูรณาการ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้คือสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สมช. และแผนบูรณาการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก ก็คือสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ก็คือ สกพอ. ซึ่งหน่วยงานเจ้าภาพเหล่านี้ เป็นผู้ประสานงานกับหน่วยรับงบประมาณที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดำเนินการตามแผนบูรณาการ อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่กำหนดไว้จึงไม่จำเป็นที่จะต้องจัดตั้งสำนักงานใหม่ ในเจ้าภาพซึ่งทำหน้าที่เลขาฯ เขาก็จะเป็นสำนักงานในตัวของเขาเอง สำหรับแผนบูรณาการ ในนั้นหน่วยงานเจ้าภาพในฐานะที่เป็นเลขานุการจะเป็นผู้จัดทำบันทึกรายงานการประชุม ในแต่ละครั้งในปี ๒๕๖๒ ไม่มีการโอนงบรายจ่ายแผนบูรณาการระหว่างหน่วยรับงบประมาณ ไม่มีครับ ปี ๒๕๖๒

ทีนี้คำถามข้อ ๓ นั้น การกำหนดโครงการในแผนบูรณาการ

๑. อยากจะเรียนว่าคำจำกัดความผลผลิตนั้นหมายถึงผลของการดำเนินงาน กิจกรรมซึ่งอาจจะเป็นผลผลิต ก็คือโปรดักต์ (Product) หรือการให้บริการเซอร์วิส (Services) ที่ดำเนินการโดยหน่วยรับงบประมาณตามนโยบายของรัฐบาลทั้งในรูปแบบของการให้บริการ โดยตรงหรือโดยการใช้วัตถุสิ่งของหรือสิ่งก่อสร้างเพื่อนำไปใช้ในการให้บริการองค์กร ภายนอกหน่วยรับงบประมาณหรือประชาชนโดยมีตัวชี้วัด ผลสำเร็จในเชิงปริมาณ คุณภาพ เวลา รวมทั้งค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีหรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่าง ปีงบประมาณ อันนี้ก็คือคำจำกัดความของคำว่า ผลผลิต

๒. เรื่องของโครงการก็หมายถึงผลผลิตของหน่วยรับงบประมาณที่จัดทำขึ้น เพื่อให้เกิดการให้บริการทั้งในรูปแบบของการให้บริการโดยตรงหรือโดยการใช้วัตถุ สิ่งของ สิ่งก่อสร้างเพื่อนำไปใช้ในการบริการแก่ประชาชน องค์กรภายนอกหน่วยรับงบประมาณ โดยมีการกำหนดเป้าหมายระยะเวลาและวงเงินงบประมาณของโครงการที่แน่นอนนะครับ หลักการภายใต้แผนบูรณาการ การกำหนดแผนบูรณาการจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน กฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติ งบประมาณ ปี ๒๕๖๑ โดยแผนบูรณาการต้องเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาลดังนั้นโครงการที่อยู่ภายใต้แผนบูรณาการจึงต้อง เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำงบประมาณรายจ่ายแบบบูรณาการที่มีเป้าหมาย ร่วมวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ แนวทางการดำเนินการและระยะเวลาดำเนินการ และงบประมาณของโครงการที่แน่นอน กรณีผลผลิตจะเป็นการดำเนินการในกิจการที่เป็น ภารกิจพื้นฐานตามกฎหมายของหน่วยรับงบประมาณจึงไม่เข้าข่ายในการดำเนินการ ตามแผนบูรณาการที่จะต้องมีระยะเวลาและวงเงินของงบประมาณโครงการที่แน่นอน การยกเลิกโครงการเดิมหรือโครงการใหม่เป็นการปรับตามข้อสังเกตของกรรมาธิการ งบประมาณพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย โดยในแต่ละปีหรือกรณี ที่งบประมาณของแผนบูรณาการส่วนใหญ่จัดสรรไว้ที่กระทรวงเดียวก็จะมีการปรับแผน บูรณาการนั้น ๆ ให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ ทั้งนี้การดำเนินการโครงการสิ้นสุดบรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ระดับโครงการแล้วผลสัมฤทธิ์ตัวชี้วัดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโครงการจะนำส่ง แผนบูรณาการไปในแนวทางที่สอดคล้องกันกับเป้าหมายร่วมของแผนบูรณาการ สำหรับการ กำหนดแผนสัมฤทธิ์จะเป็นการกำหนดแผนสัมฤทธิ์ในระดับแผนงาน รายละเอียดผลสัมฤทธิ์ ของแผนงานบูรณาการซึ่งปรากฏตามเอกสารของหนังสืองบประมาณเล่มขาวคาดแดง เล่มที่ ๑๘ (๑) และ เล่มที่ ๑๘ (๒) จึงกราบเรียนท่านสุพิศาล

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คงจะจบ การถามกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และที่สำคัญ ก็คือท่านรัฐมนตรีสันติต้องไปเตรียมตอบกระทู้ถามทั่วไปในห้องประชุมใหญ่นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และขอบคุณท่านรัฐมนตรีสันติ มา ณ โอกาสนี้นะครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหลักการตามกฎหมาย ผมขอกราบเรียนนะครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่ประชุมครับ ต่อไปเป็น

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๕ เรื่อง การสำรวจกลุ่มชาติพันธุ์ เพิ่มเติม และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ (นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ชี้แจงและสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายอภินันท์ ธรรมเสนา รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารความรู้และเครือข่ายสัมพันธ์ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ๒. นายเชษฎา เนตะวงศ์ นักวิชาการ กลุ่มงานสื่อสารความรู้และเครือข่าย สัมพันธ์ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ๓. นายชนาธิป ทองจันทร์ นักวิชาการ กลุ่มงานสื่อสารความรู้และเครือข่ายสัมพันธ์ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ๔. นางสาวอัญชลี ทำนุรัฐ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ๕. นางสาวชนากานต์ หนูพริก นิติกรปฏิบัติการ กองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ต่อไปเชิญท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ได้ถามกระทู้ของท่านได้เลย แล้วขอเชิญท่านรัฐมนตรี เตรียมตอบกระทู้ครับ เชิญครับ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ จากชาวบางขุนเทียนนะครับ คำถามในวันนี้เป็นเรื่องที่ได้รับหนังสือ ร้องเรียนมายังศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ เขตบางขุนเทียน ในเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ หลังจากผมรับหนังสือเรื่องนี้ก็ได้ศึกษาข้อมูลส่งไปทางเจ้าหน้าที่สภา แล้วก็สืบค้นข้อมูลมาว่า ในกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศไทยมีทั้งสิ้น ๑๙ กลุ่มชาติพันธุ์ แต่ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่มีเอกลักษณ์ เอกลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม เอกลักษณ์ทางด้านเชื้อชาติที่สืบทอดมาจาก บรรพบุรุษที่ยังไม่บรรจุเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เขาใช้คำว่า กลุ่มผู้อาศัยถิ่นเดิม ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มผู้อาศัยถิ่นเดิมกลุ่มซาไกอาศัยอยู่ในภาคใต้จำนวนมาก แต่ปัจจุบันก็คือได้ย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากว่าไม่มีที่อยู่อาศัย แล้วก็ประกอบอาชีพให้เลี้ยงตัวได้ก็ขึ้นมาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งกลุ่มนี้ได้มาทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานครและพักอาศัยอยู่ในเขตบางขุนเทียนและทำหนังสือ ส่งมาทางศูนย์ประสานงานของผม และหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนก็เลยอยากจะนำเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ๒ คำถามด้วยกันในวันนี้ ก็คือกระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายสำรวจกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ เพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร นอกเหนือจาก ๑๙ กลุ่มนี้ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมครับ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่กรุณาตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สำหรับคำถามในส่วนนี้ทางกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งในส่วนนโยบายของรัฐบาลนั้น ก็ถือว่าเป็นประชาชนคนไทยที่จะต้องได้รับสิทธิเท่าเทียม แล้วก็เรื่องของการดูแล ทั้งในเรื่อง ของสิทธิพื้นฐาน สวัสดิการสังคม แล้วก็ความเป็นอยู่ ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรมนั้นก็เป็น อีกหนึ่งหน่วยงาน กราบเรียนท่านประธานว่าเรามีหน่วยงานหลักและองค์การมหาชนทั้งสิ้น ๙ หน่วยงาน ซึ่งหนึ่งในหน่วยงานนั้นก็คือศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรมีวัตถุประสงค์ในเรื่องของ การศึกษาข้อมูลทางด้านวิชาการ รวมถึงสนับสนุนส่งเสริมในส่วนของงานด้านมานุษยวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ทางศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ได้มีการศึกษา เป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์ (Website) ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ในเว็บไซต์ (Website) ที่ sac.or.th สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์นี้ก็เป็นหนึ่งในคลังข้อมูลที่เราได้ เผยแพร่กับประชาชนทั่วไปที่สนใจ แล้วก็เป็นองค์ความรู้ที่ทางศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ได้ค้นคว้า ซึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยเราแบ่งออกเป็น ๗ หมวดหมู่ และมีทั้งสิ้น ๖๕ กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งในหมวดหมู่ของกลุ่มชาติพันธุ์นั้นก็จะเป็นเรื่องของทางด้านภูมิศาสตร์ ภูมิลำเนา วิถีชีวิต รวมถึงประเพณี แล้วก็วิถีวัฒนธรรม ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มชาติพันธุ์ ชาวกะเหรี่ยง กลุ่มชาวจาม ชาวไทลื้อ ไทใหญ่ ชาวม้ง ชาวมลายู ชาวมอญ ซึ่งมีกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อาศัยอยู่บริเวณภูเขา ทะเล แล้วก็ในพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งก็จะมีกลุ่มชาติพันธุ์อย่างที่ท่านสมาชิก ที่ได้สอบถาม กราบเรียนท่านประธานว่าก็เป็นในส่วนของข้อเท็จจริงที่อาจจะมีกลุ่มชาติพันธุ์ ได้ร้องเรียนหรือส่งข้อมูลมา ในส่วนของการที่อาจจะยังไม่ได้ถูกบันทึกหรือการเก็บข้อมูลไว้ กับในส่วนของทางราชการ แต่ในส่วนของทางกระทรวงวัฒนธรรมเรียนว่าในกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งชาวมอแกน ชาวซาไกก็ดี ที่ท่านสมาชิกได้กรุณายกตัวอย่างในกระทู้ถามแยกเฉพาะ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทางกระทรวงวัฒนธรรม โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรได้มีการ บันทึกไว้ แล้วก็มีในเรื่องของการสำรวจ ทั้งในเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม ทั้งในเรื่องของ ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ อยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านผู้ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะว่า ในมิติของการเก็บข้อมูลในส่วนของชาติพันธุ์เราจะเก็บทั้ง ๔ มิติ

มิติแรกคือในเรื่องของประวัติศาสตร์ ก็จะเป็นจุดกำเนิดของกลุ่มชาติพันธุ์นั้น ๆ ซึ่งอย่างที่เรียนว่าเป็นหมวดหมู่ตามภูมิศาสตร์ที่ได้อยู่กันมา

มิติที่ ๒ ก็คือเรื่องของแหล่งที่อยู่ แหล่งที่พำนักอาศัย แล้วก็การกระจายตัว ของกลุ่มชาติพันธุ์ ส่วนใหญ่กลุ่มชาติพันธุ์จะมีถิ่นกำเนิดอยู่ตามแหล่งภูมิศาสตร์ที่บรรพบุรุษ ของกลุ่มชาติพันธุ์นั้นได้มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งในครั้งนี้เราจะแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเขากับกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล จะเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ที่อยู่ใน ๗ หมวดย่อย ในมิติของแหล่งที่มาหรือว่าถิ่นที่อยู่ก็จะเป็นอีกหนึ่งมิติที่เราได้เก็บข้อมูลนะครับ

มิติที่ ๓ ก็คือข้อมูลวิถีวัฒนธรรม แล้วก็เรื่องของทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรวม ไปถึงเรื่องพิธีกรรม ประเพณี เรื่องของวิถีการทำกิน เราก็คงจะเห็นตัวอย่าง กราบเรียน ท่านประธานว่าจะมีตัวอย่างจากเรื่องของวิถีถิ่น วิถีการทำมาหากินในกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเขา ซึ่งก็มีการทำการเกษตร ซึ่งทางกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลก็จะทำประมง อย่างนี้เป็นต้น เราก็จะมี มิติในเรื่องของการเก็บข้อมูลทางด้านวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม

ในมิติสุดท้ายที่เป็นเรื่องสำคัญที่ทางศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กระทรวง วัฒนธรรม ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลเชิงสถานการณ์ ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ก็คือในเรื่องของสถานการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นั้น ๆ ไม่ว่า จะเป็นเรื่องเทคโนโลยีที่เข้ามามีผลกระทบทำให้กลุ่มชาติพันธุ์รุ่นใหม่ ๆ ที่เกิดมาในยุคดิจิทัล ก็อาจจะมีวิถีชีวิตต่างไปจากเดิม เรื่องของเครื่องแต่งกาย เรื่องของประเพณี แม้กระทั่งวิถี ทำมาหากิน ก็อาจจะไม่สามารถทำมาหากินในธรรมชาติในแหล่งกำเนิดของกลุ่มชาติพันธุ์นั้น ๆ ได้ อาจจะเป็นด้วยเรื่องธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วก็สภาวะเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูงขึ้น รวมถึงสภาพแวดล้อมก็มีการทำให้ลูกหลานชาวชาติพันธุ์ในหลาย ๆ พื้นที่เข้ามาสู่เมืองใหญ่ ในการประกอบอาชีพ

ทั้งนี้ก็เป็นการเก็บรวบรวมทั้ง ๔ มิติ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า เป็นมิติที่เราเก็บข้อมูลให้ครอบคลุมในเชิงวิชาการ ในขณะเดียวกันต่อข้อคำถามของท่านสมาชิก ที่ได้ถามว่ามีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ ก็คือเป็นการเพิ่มเติมในส่วนของมิติที่ ๔ เป็นหลัก ก็คือข้อมูลเชิงสถานการณ์ที่กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้รับผลกระทบ ส่วนหนึ่งคือในเรื่องของ การสอบถามไปยังจังหวัดในส่วนของพื้นที่ซึ่งเรามีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรมอยู่ ก็คือวัฒนธรรมจังหวัด ก็จะประสานกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในส่วนของการตรวจเยี่ยม แล้วก็การได้รับข้อร้องเรียนอุปสรรคในเรื่องของการดำรงวิถีชีวิตของชาวกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ นอกจากนั้นก็ยังมีหน่วยงานอื่นที่จัดเก็บข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีในเรื่องของการจัดทำแผนแม่บทกลุ่มชาติพันธุ์ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแผนในระยะปานกลางก็คือมีการจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่แผนปี ๒๕๕๘-๒๕๖๐ ก็มีการเก็บ ข้อมูลในกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งสิ้น ทั้งนี้ตัวเลขอาจจะต่างกันเล็กน้อย อยู่ที่ ๕๖ กลุ่มชาติพันธุ์ การนิยามความหมายของกลุ่มชาติพันธุ์นั้นอาจจะนิยามไม่เหมือนกัน อาจจะดูเรื่องของ ประเพณี การแต่งกาย วิถีถิ่น รวมถึงในเรื่องการสืบทอดประเพณี วัฒนธรรม ซึ่งก็จะต่างกับ ที่ทางศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรได้เก็บข้อมูลเล็กน้อย ก็คือเราจะเก็บข้อมูลในชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ ที่กลุ่มชาติพันธุ์นั้นเรียกตัวเอง เราจะไม่ได้เอาชื่อจากคนภายนอกหรือคนที่ไม่ใช่ชาติพันธุ์นั้น เรียกชื่อ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันอยู่ อย่างกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในภาคอีสานอย่างนี้เป็นต้น ก็จะมีหลากหลาย มีลาวโซ่ง มีไทลื้อ ไทพวนต่าง ๆ ซึ่งคนนอกพื้นที่อาจจะเรียกเขาอีกชื่อหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราจะเก็บหลักฐานและข้อมูลจากกลุ่มชาติพันธุ์นั้น ๆ ข้อมูลก็อาจจะไม่ตรงกัน ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็อยู่ในพื้นฐานใกล้เคียงกัน กราบเรียนท่านประธานไปสู่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ตั้งกระทู้ถามว่าในเรื่องของข้อมูลเรามีการเรียกว่าอัปเดต (Update) ข้อมูล ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่ตลอด หน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงก็คือศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ที่ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชันตรงนี้ ก็กราบเรียนเป็นเบื้องต้นว่า

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ต้องเหลือเวลาไว้ตอบคำถามต่อไปด้วยนะครับ เหลืออีก ๑ นาที

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ขอกราบเรียนเป็นเบื้องต้นอย่างนี้ว่าในส่วนนี้เรื่องฐานข้อมูลแล้วเราก็มี ในเรื่องของการที่นำเรื่องของการฟื้นฟูวิถีชีวิตมาเป็นมติคณะรัฐมนตรีในอดีตที่ผ่านมา ตั้งแต่ มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ในเรื่องของมติเห็นชอบแนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล แล้วก็จะมีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ ในเรื่องของ แนวทางฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง ใน ๒ ส่วนนี้ก็มาจากฐานข้อมูลที่นำไปสู่ แนวทาง ส่วนปัจจุบันในรัฐบาลปัจจุบันก็มีกฎหมายที่รอจะเข้าพิจารณาต่อสภาผู้แทนราษฎร ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๖ กฎหมาย เร่งด่วนที่ทางรัฐบาลบรรจุไว้ในวาระเร่งด่วนที่ดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเร่งด่วน ในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำที่เราจะต้องดำเนินการในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านประธานต่อท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามว่าทั้งเรื่องข้อมูล แล้วก็เรื่องของการสืบค้น ทางกระทรวงวัฒนธรรมเราโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาถึง ปัจจุบันด้วย กราบเรียนท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีเหลืออีก ๓๑ วินาที แต่ท่านณัฐชาจะถามอีกคำถามไหมครับ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ใช่ครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าจะถามอีก ท่านณัฐชาต้องแบ่งเวลาที่เหลืออยู่ ๘ นาที กับ ๑๕ วินาที ไว้ให้รัฐมนตรีด้วยนะครับ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ได้ครับ ยินดีครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านต้องแบ่งมา ไม่อย่างนั้นจะตอบไม่ได้ เชิญครับ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในคำตอบ ผมขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชน แล้วก็จากที่เห็นได้ชัดว่าทางท่านรัฐมนตรีบอกว่าข้อมูลของกระทรวงวัฒนธรรมก็คือแบ่งกลุ่ม ชาติพันธุ์เป็น ๗ หมวด หมู่ ๖๕ กลุ่มชาติพันธุ์ และมีข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ แบ่งกลุ่มชาติพันธุ์เป็น ๕๖ กลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็จากข้อมูลสืบค้น จากสภาเองก็มีข้อมูลให้ใน ๑๙ กลุ่มชาติพันธุ์ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเหล่านี้อาจเกิด เพราะยังไม่มีนะครับ เขาเรียกว่าแม่ทัพที่จะดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะว่าข้อมูล จากหน่วยงานภาครัฐในหลาย ๆ หน่วยไม่ตรงกัน แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าในทุก ๆ มิติ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวมาว่าทั้ง ๔ มิติเป็นการสืบค้นกลุ่มชาติพันธุ์ใหม่ แล้วก็ยังมีกลุ่มที่ผมได้ เอ่ยไว้ก่อนหน้านี้ก็คือกลุ่มผู้อาศัยถิ่นเดิม ก็คือจากทางภาคใต้ ทั้งหมดทุกกลุ่มชาติพันธุ์ หรือผู้อาศัยถิ่นเดิมก็อยู่ในพื้นที่ที่ตั้งของเขา แต่ในปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป วัฒนธรรมเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ ๆ ที่เกิดอยู่ในกลุ่มผู้อาศัยถิ่นเดิมเหล่านี้ไม่มีที่ทำกิน ไม่มีแหล่งประกอบอาชีพ ในพื้นที่ในแหล่งที่เขาอยู่ที่เขากิน ภาคใต้ของประเทศไทยก็คือมานิ ซาไก มอแกน อะไรต่าง ๆ ที่ท่านรัฐมนตรีกล่าวมาเบื้องต้น ในปัจจุบันก็คือต้องหลั่งไหลเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ พอเขาหลั่งไหลเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ด้วยวัฒนธรรมจากของที่สืบทอดกันมาอาจจะไม่ได้ ปรับตัวมากนัก เพราะฉะนั้นวันนี้กลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มผู้อาศัยถิ่นเดิมเหล่านี้เขาจากถิ่นฐานมา ผมคิดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่จะต้องเข้ามาดูแลนะครับ

ในคำถามที่ ๒ ของผมว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมอาจจะร่วมกันบูรณาการกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีแนวทางการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กับ กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้หรือไม่ เพราะถ้าเกิดมีการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทางกลุ่มเหล่านี้เขาสามารถทำกินในพื้นที่เดิมพื้นที่ตั้งได้ ในส่วนของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นกลุ่ม ชาติพันธุ์หลัก ๆ ผมเข้าใจว่าเขามีด้วยตัวของเขาเองแล้ว เนื่องจากเขามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เขามีวัฒนธรรมที่ชัดเจน เขามีส่วนตัวของเขาแล้ว แต่ในกลุ่มต่าง ๆ ที่แยกออกมาที่ยังไม่ได้ บรรจุเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ก็ดี ที่ยังเป็นกลุ่มผู้อาศัยถิ่นเดิมก็ดี ในแต่ละพื้นที่ตรงนี้ต้องนำขึ้นมา ชูว่าเขาคือคนไทยที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน วันนี้เขาควรที่จะมีที่ยืนในสังคม และได้รับการเชิดชูจากกระทรวงวัฒนธรรมและเขาสามารถอยู่ในพื้นที่ได้ เจน (Gen) ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในกลุ่มคนเหล่านี้ก็สามารถสืบทอดวัฒนธรรม สืบทอดการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันได้ ในพื้นที่ อันนี้ผมคิดว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมน่าจะเป็นแม่ทัพในเรื่องของการเชิดชูวัฒนธรรม ของประชาชนคนไทย ฝากไว้เป็นคำถามที่ ๒ ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีอิทธิพลครับ ท่านณัฐชาเหลือเวลาให้ท่าน ๕ นาที กับ ๓ วินาที

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ขอบคุณ ท่านประธานครับ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ในฐานะสมาชิกผู้ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ ในส่วนนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรม รวมถึงส่วนราชการอื่นด้วย เราได้เห็นถึงความสำคัญของ กลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอื่น ๆ ก็จะมีทางกระทรวงมหาดไทยด้วยที่มีโครงการ ที่สนับสนุนกลุ่มชาติพันธุ์โดยผ่านโครงการนวัตวิถี แล้วก็ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ตำบล ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปสู่ท่านสมาชิกว่าเรามี โครงการที่สนับสนุนโดยตรงก็คือในโครงการสร้างอัตลักษณ์ แล้วก็นำทุนทางวัฒนธรรม มาสร้างสรรค์เป็นเศรษฐกิจ อันนี้เป็นนโยบายสำคัญข้อที่ ๓ ของกระทรวงวัฒนธรรมที่เราจะ นำเรื่องของเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ แล้วก็จัดในเรื่องของมหกรรม เพื่อดึงดูดในเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วย ในปัจจุบันนี้กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็มีผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพืชผลทางการเกษตร เรื่องของผ้าทอ แล้วก็จะมีประเพณีที่จัดเป็นกิจกรรมที่อิงในเรื่องของศาสนาด้วย ประเด็น สำคัญก็คือกิจกรรมที่กระทรวงวัฒนธรรมเราได้เข้าไปส่งเสริมก็คือในเรื่องของการทำถนน สายวัฒนธรรมที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมโดยวัฒนธรรมทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีกลุ่ม ชาติพันธุ์ก็จะเข้าไปส่งเสริมโดยตรงที่จะเปิดพื้นที่ให้กับชาวกลุ่มชาติพันธุ์ได้มีพื้นที่สำหรับ การนำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชาติพันธุ์มาจำหน่าย รวมถึงจะมีพื้นที่ในกรุงเทพมหานครที่เข้ามา ในเรื่องของถนนคนเดินที่จัดอยู่ที่สีลมด้วย ที่ผ่านมาเราก็ได้รับคำแนะนำจากที่ท่านสมาชิก ได้เคยตั้งกระทู้ถามในส่วนของชุมชนชาวมอญบางกระดี่ก็มีการเชิญและนำผลิตภัณฑ์มาร่วม อันนี้เป็นโครงการถนนสายวัฒนธรรมนะครับ

อีกโครงการหนึ่งก็จะเป็นโครงการมหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนาแล้วก็ ในระดับประเทศ รวมถึงประเทศอาเซียน (ASEAN) ด้วย ในช่วงปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาก็มีการจัด ที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงในเรื่องของการจัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรมของทางกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน อันนี้เป็นตัวอย่างของการส่งเสริมให้มีเวทีของกลุ่มชาติพันธุ์ ยังไม่รวมในเรื่องของการดำเนินนโยบายบนหลักของสิทธิเท่าเทียมกัน แล้วก็สิทธิที่เป็น เจ้าของทางวัฒนธรรม อันนี้ก็สามารถที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาในทางวัฒนธรรม ที่กระทรวงวัฒนธรรมได้มีการขึ้นทะเบียนรองรับ แล้วก็จะมีการสนับสนุนเป็นงบประมาณ ในเรื่องของการจัดกิจกรรมที่เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมได้ เพราะฉะนั้นในกลุ่มวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ก็มีหลากหลายตามที่ท่านประธานและท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามได้มีข้อมูลอยู่แล้ว ทางกระทรวงวัฒนธรรมเราก็มีนโยบายชัดเจนในเรื่องของการต่อยอดให้เกิดเรื่องของการ สร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์หรือว่าในเรื่องของประเพณีที่จัดขึ้นเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์นั้น ให้ประชาชนคนไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวก็ได้เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งเราเห็นตัวอย่างในหลาย ๆ กลุ่มชาติพันธุ์มาแล้ว อย่างเช่น ชาวกะเหรี่ยงทางเหนือ ก็มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก รวมถึงการต่อยอดนำความรู้มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไมว่าจะเป็นพวก ผ้าทอพื้นถิ่นของชาวกลุ่มชาติพันธุ์

อีกส่วนหนึ่งเราก็มีช่องทางในเรื่องของนำไปสู่การขยายผลทางเศรษฐกิจ คือช่องทางการจัดจำหน่าย โดยประสานผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งให้อำนวยความสะดวก แล้วก็ส่งเสริมการตลาดในเรื่องของผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่อง ของทุนทางวัฒนธรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวก็จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนด้วย ในส่วนของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของป้ายบอกทาง เส้นทางการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ บนพื้นฐานของการไม่ไปทำให้ เอกลักษณ์วัฒนธรรมของชาวกลุ่มชาติพันธุ์นั้น ๆ เสียไป อันนั้นก็จะเป็นส่วนของการส่งเสริม โดยผ่านกิจกรรมที่เราตั้งไว้เป็นโครงการประจำปี กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่า กระทรวงวัฒนธรรมเรามีนโยบายชัดเจน รวมถึงกิจกรรมที่ไปต่อยอดส่งเสริมกับกลุ่มชาติพันธุ์นี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้อง ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านณัฐชาด้วยนะครับ ก็คงจบกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และคิดว่าคงได้รับคำตอบเป็นที่น่าพอใจที่จะได้ไปอธิบายกับพี่น้องชาติพันธุ์ ที่อาจจะรอคำตอบอยู่ต้องการความชัดเจน ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านณัฐชาครับ กระทู้ถามต่อไปนะครับ

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๖ เรื่อง การจัดทำแผนการก่อสร้าง ถนนทั่วประเทศ (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนั้น ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๗ เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อน ของเกษตรกรในท้องที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร (นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจราชการที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้วนะครับ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย คือท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้

๑. นายวีรภัทร์ พันธุ์หาญ ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

๒. นางสาวสมญา แก้วอุบล พนักงานเทศกิจ ส.๑ กรุงเทพมหานคร

และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามคือ

๓. นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา

ทั้งนี้ก็ต้องขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมกรุณา ปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดว่าผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยและในระหว่างฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรต้องรักษามารยาทและประพฤติตนให้เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำ ของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในขณะเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสาร ใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียงหรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุม สู่บุคคลภายนอก ก็คงเป็นที่เข้าใจครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมตอบกระทู้ เชิญท่าน ส.ส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ถามกระทู้ถามเชิญครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานนะคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ก็ต้องขอขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมาก ๆ ที่วันนี้ได้กรุณามาเป็นผู้ตอบคำถาม แทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคือว่าดิฉันเองต้องขออนุญาตได้กล่าวถึง สภาพปัญหาในพื้นที่ของพี่น้องประชาชน เนื่องจากได้รับการร้องเรียนมารวมถึงตัวดิฉันเองนั้น ที่อยู่ในพื้นที่เขตลาดกระบังก็ได้ประสบปัญหา เมื่อลงไปดูพื้นที่แล้วเห็นว่ามันเกิดปัญหาขึ้น จริง ๆ เขตลาดกระบังของเราแบ่งออกเป็น ๖ แขวงด้วยกันก็คือแขวงเขตลาดกระบัง ทับยาว คลองลำปลาทิว คลองสองต้นนุ่น คลองสามประเวศ แขวงขุมทอง ทุกแขวงจะมีเกษตรกรอยู่ โดยรอบ ถ้าเป็นแขวงคลองลำปลาทิวหรือทับยาว ขุมทองถือว่ามีประชากร ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์เลยก็ว่าได้ที่ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นการทำนา ทำสวน แล้วก็ เลี้ยงปลาซึ่งทุก ๆ อาชีพที่ได้กล่าวมานี้ต้องอาศัยน้ำในการที่จะทำอาชีพเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น การที่ต้องเลี้ยงปลาก็ต้องใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติด้วย ทำนาก็ต้องใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ ด้วยเช่นเดียวกัน ทางเกษตรกรก็เข้าใจดีว่าทางหน่วยงานรัฐต้องการให้เกษตรกรพยายาม ที่จะแบ่งน้ำมาใช้ให้ได้สัดส่วนตลอดทั้งปี แต่ว่าเนื่องจากทุกปีที่ผ่านมาในพื้นที่เองมีปัญหา ทางด้านนี้ตลอดมาต่อเนื่องถ้าหากว่าดูภาพรวมของประเทศปีที่แล้วตั้งแต่ต้นปีก็จะเกิด ภัยน้ำแล้ง พอน้ำแล้งเสร็จปุ๊บน้ำท่วม พอท่วมเสร็จปุ๊บแล้งทันที ดิฉันเองก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิด ปัญหาอะไรขึ้นกับการบริหารจัดการน้ำด้วย แต่ในพื้นที่เขตลาดกระบังซึ่งเป็นความดูแล ของกรุงเทพมหานครก็เลยต้องขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย ฉะนั้นแล้วการทำหน้าที่ หรือผู้ที่รับผิดชอบอาจจะมีความไม่ชัดเจนว่าใครยังมีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้กันแน่ อย่างเช่นคลอง บางคลองก็เป็นหน้าที่ของกรมชลประทานก็อยู่อีกกระทรวงหนึ่ง แต่ถ้าภาพรวมแล้วโดยตรง ทั้งหมดคาดว่าต้องเป็นกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องเป็นผู้บูรณาการหลายหน่วยงานเข้ามา ทำงานร่วมกันถึงจะประสบความสำเร็จ แล้วก็ทำให้ปัญหาได้รับการแก้ไขได้ ทีนี้ปัญหาล่าสุด ที่ได้รับตามมาก็คือน้ำแล้ง พื้นที่ของเขตลาดกระบังปกติแล้วน้ำจะท่วมเป็นหลักเพราะว่า เป็นพื้นที่ที่รองรับน้ำมาจากทางด้านบน ไม่ว่าจะจากทางหนองจอกหรือว่าจากทางด้านบน ที่จะส่งน้ำลงมาจะน้ำท่วมเป็นหลักแต่ปีนี้แล้งหนักมาก ๆ โดยพี่น้องประชาชนก็ได้ประสาน ดิฉันมาว่าทำอย่างไรสามารถที่จะมีการจัดการน้ำที่ดีได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขุดลอก คูคลองที่จะป้องกันปัญหาน้ำท่วม ก็คือมีที่รองรับน้ำให้ได้เวลาที่น้ำมาแล้วก็ตอนน้ำแล้ง ก็มีที่ให้เก็บน้ำให้ใช้ในยามที่ลำบากด้วย เพราะฉะนั้นแล้วดิฉันต้องขออนุญาตถามคำถามแรก กับทางท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทยมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในท้องที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานครอย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านติดภารกิจไม่สามารถ ที่จะมาตอบด้วยตนเองได้ในวันนี้ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าโดยสภาพก็ต้อง ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครท่านธีรรัตน์ ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในพื้นที่ เดียวกัน ผมบังเอิญว่ามีบ้านอยู่ที่คลองลำปลาทิวด้วยก็พอเข้าใจสภาพพื้นที่ที่เขตลาดกระบัง เพราะว่าอยู่ที่นั่นมาประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ มาเป็นผู้แทนราษฎร อยู่ที่นั่นก็เห็นสภาพว่า ที่จริงที่นั่นเป็นพื้นที่ทำนาก็ถือว่าทำนากันทั้งปี เราทำเรียกว่า ๒ รอบ ทำที่นั่น ๓ รอบเลย โดยสภาพพื้นที่ก็คือจะมีราษฎรมีแหล่งเก็บน้ำเล็ก ๆ ของตัวเองอยู่ตลอด บ้านผมก็อยู่เยื้อง ๆ กับวัดทองสัมฤทธิ์ถือว่าอยู่ในพื้นที่และเห็นสภาพต้องยอมรับว่าปีนี้สภาวะน้ำโดยทั่วไป ผมขออนุญาตที่จะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านธีรรัตน์ว่า สภาพในปัจจุบันเมื่อวันที่ ๒๗-๒๘ สถานการณ์ก็คิดว่าคลองที่มีปริมาณน้ำอย่างเพียงพอ ตลอดฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๓ ก็คือเหลืออยู่ที่คลอง ๑ แล้วก็คลองลำอ้อตันคลองสองต้นนุ่น คลองสามประเวศ คลองสี่ คลองลำบึงบัว อันนี้ปริมาณน้ำยืนยันว่าพอตลอดฤดูทำการเกษตร แต่ว่าน้ำที่เรียกว่าลดระดับลงไปมากเป็นน้ำนอนคลอง ก็อาจจะได้แก่ คลองลำพะอง คลองเจ๊ก คลองลำรางคูเวียง คลองลำมะละกอใต้ ลำมะละกอเหนือ คลองรางตาเกษม คลองรางตาทุย คลองลำรางตาผ่อง คลองลัดทับยาว คลองลำหลุมบัว คลองลำตาอู่ คลองลำตาอิน คลองลำตาแฟง คลองหลวงแพ่งและคลองลำชะล่านะครับ คลองลำอ้ายแบน คลองมอญ คลองทับยาว และคลองตาสอน อันนี้น้ำน้อยลงไปจริง เพราะฉะนั้นอันนี้มันก็อาจจะส่ง ผลกระทบในพื้นที่ ก็ขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านประธานว่าด้านคมนาคมไม่กระทบ เพราะว่าเขตลาดกระบังเราไม่มีคลองสาธารณะที่ใช้เป็นคลองขนส่งมวลชนเหมือนกับ แถวบางกะปิหรือว่ามาย่านนี้ เพราะฉะนั้นราษฎรใช้เรือส่วนมากก็เป็นเรือภายในท้องถิ่น ไม่ใช่เป็นระบบขนส่งมวลชน แต่ว่าปัจจุบันก็มีถนนหนทางเข้าไปแล้วก็มีทางเท้าริมคลอง ซึ่งก็ถือว่าส่วนนี้ด้านขนส่งมวลชนไม่กระทบในเขตนี้ แล้วก็ด้านจับสัตว์น้ำอะไรก็คิดว่า ไม่กระทบอาจจะมีกระทบบ้างเรื่องการเกษตรแต่ว่าน้ำเรื่องอุปโภคบริโภค ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่ายืนยันได้ในฐานะที่ดูแลการประปานครหลวงอยู่ด้วยก็ได้กำชับ เป็นพิเศษแล้ว แล้วก็การประปานครหลวงเองก็ยืนยันว่าน้ำอุปโภคบริโภคในเขตลาดกระบัง ในเขตมีนบุรี หนองจอก ละแวกนี้ก็จะดูแลอย่างดีจะไม่ให้กระทบเพราะฉะนั้นเรื่องน้ำอุปโภค บริโภคก็ไม่กระทบ มันมีเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรเพราะฉะนั้นน้ำเพื่อการเกษตรทางสำนักงาน เขตลาดกระบัง ได้ประสานงานกับกรมชลประทานซึ่งเป็นโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ และสำนักระบายน้ำในการส่งน้ำและควบคุมระดับน้ำในคลองให้เหมาะสมซึ่งก็อยู่ในระยะ ที่เรียกว่าสามารถที่จะใช้ในการผลิตได้ สำนักงานเขตชลประทานที่ ๑๑ โดยกรมชลประทาน ได้ตรวจสอบในพื้นที่แล้ว ผมคิดว่าเขตลาดกระบังเองทั้งหมด พื้นที่ ๗๗,๔๓๗ ไร่ นี่คือเนื้อที่ ของพื้นที่เขตลาดกระบังมีพื้นที่ที่ทำการเกษตรประมาณ ๑๖,๗๔๑ ไร่ แล้วก็ประกอบด้วย ใน ๑๖,๐๐๐ ไร่ ประกอบไปด้วยนาข้าว ๑๔,๕๗๔ ไร่ แล้วก็เป็นบ่อเลี้ยงปลาประมาณสัก ๒,๑๖๒ ไร่ อันนี้เป็นเนื้อที่โดยประมาณและปัจจุบันนี้นาข้าวคงเหลือระยะเวลาที่ต้องใช้น้ำ ประมาณอีกสัก ๒-๓ สัปดาห์เพราะว่าข้าวก็เริ่มจะเก็บเกี่ยว บางพื้นที่ก็เริ่มจะเก็บเกี่ยว บางพื้นที่ก็ถือว่าออกรวงเต็มที่แล้วในขณะนี้ใกล้จะเก็บเกี่ยว แต่ใน ๒ ถึง ๓ สัปดาห์นี้คิดว่า ยังต้องการใช้น้ำอยู่อีกประมาณสัก ๓ ล้านคิว ประมาณ ๓ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น วันหนึ่งที่ต้องใช้น้ำอยู่ก็คือประมาณ ๑๔๖,๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คือ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคิว ต่อวันที่ต้องใช้อยู่ เพราะฉะนั้นพื้นที่เขตลาดกระบังมีคลองระบายน้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมชลประทาน ๑ สาย ก็คือคลองลำปลาทิว ส่วนสายอื่น ๆ นั้นก็อยู่ในความรับผิดชอบ ของ กทม. ในปี ๒๕๖๒ กรมชลประทานได้ดำเนินการขุดลอกคลองลำปลาทิวบางส่วน ในเขตหนองจอกถึงเขตลาดกระบัง อันนี้ได้ขุดใช้งบประมาณปี ๒๕๖๒ ไปแล้ว ส่วนปี ๒๕๖๓ ทางกรมชลประทานเองมีแผนในการขุดลอกคลองลาดกระบังไปถึงคลองประเวศบุรีรมย์ ในเขตจังหวัดสมุทรปราการซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกัน ปัจจุบันนี้กรมชลประทานมีน้ำเก็บกักไว้ ในคลองลำปลาทิวและคลองสายหลักอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกัน ๘ สาย ประกอบด้วยคลองลำปลาทิว คลองแสนแสบ คลองลำบึงใหญ่ คลองประเวศบุรีรมย์ คลองลาดกระบัง คลองบางโฉลง คลองจระเข้ใหญ่ แล้วก็คลองจระเข้น้อยสามารถที่จะสนับสนุนน้ำใช้ในเขตลาดกระบังได้ ประมาณ ๔,๓๖๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร โดยการหมุนเวียนใช้น้ำในระบบคลองและน้ำใช้ในชุมชน ทั้งนี้ในสภาวะปกติคลองระบายน้ำในพื้นที่เขตลาดกระบังนั้นจะได้รับการสนับสนุนน้ำ จากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งโดยผ่านคลองระพีพัฒน์และคลอง ๑๓ มา ระบายเข้าสู่พื้นที่ เขตลาดกระบังโดยคลองลำปลาทิวอย่างเพียงพอสำหรับสนับสนุนกิจการการเกษตร ของประชาชนในทุกปีที่ผ่านมา เราก็ถือว่าไม่มีปัญหาในเรื่องการที่จะสนับสนุนน้ำให้กับ พี่น้องประชาชนในเขตลาดกระบัง สำหรับปีนี้สำนักงานชลประทานที่ ๑๑ โดยโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาชลหารพิจิตร มีหนังสือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ ถึงสำนักงานเขตลาดกระบังแจ้งเตือนสถานการณ์ปัญหาภัยแล้งในปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ นี้ ว่าไม่สามารถที่จะให้การสนับสนุนน้ำจากระบบชลประทานที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนบนเพื่อทำ การเกษตรได้โดยขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ในการที่จะทำนาปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกัน ความเสียหายโดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานเกษตรอื่น ๆ ของกรุงเทพมหานคร นี่คือสิ่งที่ ทั้งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี เหลือเวลาอยู่ ๔๖ วินาทีนะครับ ท่านธีรรัตน์ยังมีคำถามที่จะถามต่อหรือไม่ ท่านธีรรัตน์ ต้องเผื่อเวลาให้ท่านรัฐมนตรีตอบด้วย แบ่งเวลาให้ท่านรัฐมนตรีตอบด้วยไม่อย่างนั้นรัฐมนตรี ตอบไม่ได้แล้ว ก็มีแต่กล่าวขอบคุณก็หมดเวลาแล้ว เชิญครับ ถามคำถามที่ ๒

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ค่ะ คงใช้เวลาไม่มาก ท่านรัฐมนตรีเองก็ค่อนข้างที่จะให้ข้อมูลได้ครบถ้วนเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติที่ผ่านมา ขอเรียนว่าเพิ่งได้ทราบความจริงว่าท่านก็มีบ้านหลังหนึ่งอยู่ในเขตลาดกระบังด้วยเช่นเดียวกัน เดี๋ยวต้องขออนุญาตเข้าไปเยี่ยมเยียนแล้วก็ดูแลทุกข์สุขด้วย มันมีหลายประเด็นเหมือนกัน ที่ค่อนข้างที่จะเป็นสิ่งที่ยังไม่สบายใจอยู่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแผนที่ทางท่านได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาตอนปี ๒๕๖๒ ได้มีการขุดลอกคูคลองไปแล้ว แต่ดิฉันเองที่อยู่ในพื้นที่ได้รับการ ประสานจากทางพี่น้องประชาชนว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ตอนนั้นก็ไม่ได้มีการ ขุดลอกคูคลองได้ครบถ้วนเลย ดิฉันจึงขออนุญาตเป็นแผนมาว่าที่ขุดไปแล้วตรงส่วนไหน อย่างไร และมีใครรับรู้บ้าง ประชาชนรู้หรือเปล่าไม่ใช่ต้องการที่จะไปขุดฟื้นฝอยอะไรคะ แต่ว่าจะได้เป็นข้อมูลที่ดิฉันจะได้ไปบอกกับพี่น้องประชาชนได้ว่าทางหน่วยงานของรัฐไม่ได้ ปล่อยปละละเลยยังคงดูแลอยู่ ตรงนี้ก็ต้องเรียนข้อมูลจริงให้กับทางท่านรัฐมนตรีทราบว่า ทางประชาชนในพื้นที่ไม่สบายใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ แล้วก็ที่สะท้อนมาก็คือไม่พอใจ หน่วยงานภาครัฐที่ปล่อยปละละเลยให้ประชาชนได้รับความลำบากตรงนี้ข้อหนึ่งอย่างที่ท่าน ได้เรียนไปแล้วว่ามีแผนในการขุดคลองในปีต่อ ๆ ไปด้วย ดิฉันขออนุญาตเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ทางท่านกรุณาช่วยส่งให้ดิฉันได้ทราบ ดิฉันก็จะได้ไปประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบต่อ ว่าทางรัฐได้ทำอะไร แล้วก็กำลังจะทำอะไรเพื่อจะติดตามว่าทำจริงอย่างที่ท่านได้กล่าวด้วย หรือเปล่าในข้อต่อไปนี้

ในอีกประเด็นหนึ่งก็คือที่ผ่านมา ถ้าท่านได้ดูที่แผ่นนี้จะเห็นเลยว่าอันนี้ คือคลองที่ท่านบอกไม่สามารถที่จะส่งน้ำมาใช้ได้ทันในปีนี้ได้ ที่บอกว่าไม่ได้มีการขนส่ง มวลชนจริง ไม่ได้มีเรือรับจ้างจริงแต่ว่าพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ติดกับลำคลองยังใช้เรือ ในการเดินทางอยู่ ไม่ว่าจะไปจับจ่ายในชีวิตประจำวันหรือว่าจะส่งลูกไปโรงเรียนก็ลำบาก อย่างมากเพราะว่าถนนในพื้นที่ก็ไม่ดี ถนนบางทีก็ใช้การไม่ได้ต้องใช้คลองหรือว่าทางเดิน รอบริมคลองที่เรียกว่าทางเท้ารอบริมคลอง บางที่ก็มีสภาพหักผุพังไปหมดแล้วเพราะไม่ได้รับ การซ่อมแซม ดิฉันได้หารือทางสภาก็ได้รับการอนุเคราะห์จากทางสำนักงานเขตได้ไปซ่อม เป็นบางจุด ๆ ที่มีงบประมาณเพียงพอ แต่บางจุดที่ยังไม่มีงบประมาณก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการประสานทางท่านรัฐมนตรีว่าถ้าเกิดมีการประสาน ไปให้ช่วยเหลือประชาชนก็ได้ให้เล็งเห็นความสำคัญด้วยนะคะ นี่ค่ะสภาพเป็นอย่างนี้ คือสภาพที่แท้จริงว่าปีนี้น้ำไม่พอจริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนประสบปัญหาอย่างมาก ในการเดินทางด้วย แล้วก็ที่ทำนาส่วนหนึ่งเขาก็พยายามที่จะดันน้ำจากคลอง อย่างเช่น คลองประเวศบุรีรมย์หรือว่าคลอง ๑ คลอง ๔ คลองบึงบัวที่ยังพอมีน้ำอยู่เรียกว่าปะทัง ให้ผ่านพ้นไปได้ ทีนี้เขาก็มีการใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวรวบรวมเงินกันในการที่จะทำตรงนี้ ทีนี้ก็เลยอยากถามว่าทางรัฐเองมีมาตรการในการช่วยเหลือเขา หรือว่าเยียวยาเขาตรงนี้ อย่างไรบ้างหรือเปล่า

อีกข้อหนึ่งที่สำคัญมากก่อนที่จะหมดเวลาก็คือว่าคลองที่เห็นมันตื้นเขิน ท่านมีเครื่องมืออะไรที่จะไปขุดคลองให้ลึกได้หรือไม่เพราะตอนนี้แบ่งเป็น ๒ ส่วนคือบางคน ที่บอกว่าต้องขุดคลองตอนน้ำมาเพราะว่าเรือโป๊ะมันต้องลงไปอยู่ในน้ำ ถ้าน้ำแห้งลงไปไม่ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งก็บอกว่าเหมือนกับว่ามันไม่มีน้ำหรือมีน้ำแล้วไปขุดมันก็ได้ผลไม่ดีเท่ากับ ตอนน้ำแห้งก็เลยอยากถามแนวทางของกระทรวงด้วยว่าเครื่องมือที่เราใช้เป็นประเภทไหน ใช้สำหรับขุดตอนน้ำแห้งหรือว่ามีน้ำกันแน่อย่างนี้ จะได้ประเมินแผนการในอนาคตได้ถูกค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี เหลือเวลา ๔๒ วินาทีบวก ๒ นาทีกับอีก ๑๑ วินาที เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ภายใต้ เวลาที่จำกัดขอตอบเวลาสั้น ๆ นะครับ ก็คิดว่าผมจะประสานกับกรมชลประทานให้ทำ รายละเอียดปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ว่าในแผนที่ขุดไปคือเขตหนองจอกกับเขตลาดกระบัง สำหรับปี ๒๕๖๓ ขุดที่คลองเขตลาดกระบังกับคลองประเวศบุรีรมย์ ผมจะเอารายละเอียด มาให้ ส่วนจะขุดคลองอย่างไรตรงนี้เดี๋ยวผมจะได้ประสานกับ กทม. ให้ดูว่าที่จริงเวลา เขาจะขุดเขาต้องขุดในช่วงหน้าน้ำมันใช้โป๊ะ ผมดูเวลาทำที่คลองใกล้ ๆ แถวนั้นปกติจะมี การทำประตูน้ำอะไรกันอยู่ ผมคิดว่าไม่ทราบเป็นของ กทม. หรือว่าของกรมชลประทาน ที่ทำประตูน้ำที่ใกล้กับโรงเรียนอนุบาลอะไรแถวนั้น มันจะทำอยู่ประจำ กทม. ร่มเกล้า เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่พยายามจะไปตามให้และประสาน ขอรับในการที่จะไปประสาน ทั้งหมดให้นอกจากระยะเวลาที่ตอบที่นี่ รายละเอียดอย่างอื่นผมจะแจ้งให้ท่าน ส.ส.ธีรรัตน์ ได้ทราบว่าดำเนินการอย่างไร แต่ว่าทั้งหมดนี้แผนที่กระทรวงมหาดไทยได้ดูแลแล้วประสาน ให้กับ กทม. นะครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ยังใช้เวลา ไม่หมดนะครับก็ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่าน ส.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ก็ได้คำตอบจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคงเป็นที่น่าพอใจแล้วก็คงจะเป็น จุดเริ่มต้นของการเชื่อมประสานกันเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ของท่านธีรรัตน์ต่อไป ขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ให้ความอนุเคราะห์ ให้เกียรติกับทางห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราครับ และขอบคุณท่านธีรรัตน์ด้วย และท่านผู้เข้าฟังการประชุม สำหรับวันนี้ก็ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ เพียงเท่านี้ แล้วก็รายการที่เราสอบถามกัน ณ วันนี้ก็จะไปถ่ายทอดสดแจ้งให้ท่านธีรรัตน์ และผู้เข้าฟังได้ทราบว่าจะมีการถ่ายทอดให้ชมหลังจากปิดการประชุมในห้องประชุมใหญ่ แจ้งให้ทราบ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

ซึ่งจะไม่ปรากฏในระเบียบวาระจำนวน ๔ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือรับทราบการถึงแก่อนิจกรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตสมาชิกครับ ด้วยท่านชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตประธานรัฐสภาและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ ซึ่งถือว่าเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของสภาผู้แทนราษฎร

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ผมขอรบกวนพวกเรานะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้ามาในห้องเพื่อร่วมกันยืนไว้อาลัยครับ

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบเพื่อแสดงความไว้อาลัย)

ขอเชิญพวกเราเข้ามาก่อน ให้พร้อมสักนิดครับ เพื่อเป็นเกียรติแก่สมาชิกผู้อาวุโสของเรา ขอเชิญเพื่อน ๆ เข้ามาก่อน ผมขอเวลาสักนิดหนึ่งให้สมาชิกของเราเข้ามาพร้อมเพรียงก่อนครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านสมาชิกอาวุโส ท่านชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งอยู่ร่วมสมัยกับพวกเราได้ถึงแก่อนิจกรรม เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ผมขอเชิญ ท่านสมาชิกได้โปรดยืนไว้อาลัยเป็นเวลา ๑ นาทีนะครับ

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยเป็นเวลา ๑ นาที)

ขอบคุณท่านสมาชิกมากครับ

ผมมีเรื่องที่จะแจ้งเพื่อทราบอีก เป็นเรื่องภายในของเราอีก ๓ เรื่องนะครับ แต่ขอเรียนในขณะนี้เสียเลยว่าที่สมาชิกได้เป็นห่วงเรื่องของภูมิอากาศ เราได้ให้กรมควบคุม มลพิษนำเครื่องวัดมาวัดฝุ่นละอองในห้องนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ในระหว่างพิจารณางบประมาณ ผมเรียนว่าวันที่ภูมิอากาศสูงก็คือเมื่อวันที่ ๒๐ ซึ่งมีการทำความสะอาดทำให้ค่าถัวเฉลี่ย แม้จะไม่เกินแต่สูงถึง ๔๕ นอกนั้นก็ต่ำนะครับ เมื่อ ๙ โมงเช้าวันนี้ก็ประมาณ ๙ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นโดยทั่วไปภูมิอากาศภายในห้องนี้ยังอยู่ในภาวะที่ปกติ ท่านสมาชิกที่เป็นห่วง ก็เรียนเพื่อทราบในขณะที่ข้างนอกสูงนะครับ แต่ภายในนี้ให้กรมควบคุมมลพิษมาคอยดูอยู่ ตลอดเวลา ก็เรียนสมาชิกเพื่อทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

เรียนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ วันศุกร์มีการประชุมพิเศษสำหรับวาระที่ได้ขอไว้เรื่องที่ค้างอยู่นะครับ ซึ่งก็ขอรบกวนว่า มาประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา โดยมีการหารือก่อนแบบปกติเหมือนวันพุธ วันพฤหัสบดี แล้วเราก็ประชุมถ้าสามารถพิจารณาวาระที่ค้างอยู่เสร็จได้เร็วก็จะได้เลิกเร็วหน่อยครับ เข้าใจว่าพวกเรามีงานต้องไป เช่น พิธีสวดพระอภิธรรมศพของท่านชัย หลายท่านก็ได้ปรารภ จะเดินทางไปในวันนั้น ต่อไปครับ

เรื่องที่ ๒ รับทราบสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ด้วย นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ถึงแก่ อนิจกรรม เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นายชัย ชิดชอบ สิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๑๑ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงประกาศให้ผู้มีรายชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทยเลื่อนขึ้นมา เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนจำนวน ๑ คน คือ นายสวาป เผ่าประทาน จึงขอแจ้ง ที่ประชุมทราบนะครับ สำหรับชื่อนี้ถ้าอ่านภาษาไทยตามอักขระของไทยก็สวาปนะครับ แต่ว่า เจ้าของชื่อแจ้งว่าเป็นชื่อเฉพาะ แล้วก็ตอนที่รายงานตัวนั้นก็ได้บอกไว้ด้วยว่าให้อ่านว่าสวาป เพราะฉะนั้นเพื่อน ๆ กรุณาเรียกชื่อเพื่อนให้ถูกด้วยนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

เรื่องที่ ๓ รับทราบประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ให้สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองในลำดับท้ายพ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้มีรายชื่อ ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตามที่ ได้มีประกาศของสภาผู้แทนราษฎรให้ นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไป ในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เนื่องจาก ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายชาติชาย วรพิพัฒน์ ผู้สมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๘ วรรคหนึ่ง จึงเป็นเหตุให้ต้องดำเนินการคำนวณเพื่อหาจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองใหม่ตามมาตรา ๑๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙๑ มาตรา ๙๓ และมาตรา ๑๐๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ประกอบมาตรา ๑๒๘ มาตรา ๑๒๙ และมาตรา ๑๓๑ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงประกาศรายชื่อพรรคการเมืองและผู้พ้นจาก ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและประกาศรายชื่อพรรคการเมือง และรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ดังนี้ ๑. รายชื่อพรรคการเมือง และรายชื่อผู้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ปฏิญาณตนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ๒. รายชื่อพรรคการเมือง และรายชื่อผู้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ได้แก่ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ท่านเคยเป็นมาครั้งหนึ่งแล้วครับ ดังนั้นจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ขณะนี้คือ ๔๙๘ คน องค์ประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๔๙ คน จึงเรียนที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

เรื่องที่ ๔ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา ๑๑๕ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๐ ถึงมาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกก่อนเข้ารับหน้าที่ จึงขอเชิญนายสวาป เผ่าประทาน และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค พร้อมนะครับ ท่านกดเสียงเอาไว้เลยครับ แล้วกรุณาปฏิญาณตนโดยว่าตามผมนะครับ แล้วก็เอ่ยชื่อของท่านนะครับ

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ได้ยืนขึ้นและกล่าวคำ ปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำ)

“ข้าพเจ้า (นายสวาป เผ่าประทาน นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

ยินดีด้วยครับทั้ง ๒ ท่าน เชิญนั่งครับ ก่อนถึงเรื่องรับทราบต่อไปนะครับ มีท่านสมาชิกได้แจ้งมาว่า เชิญเลยครับ

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ใคร่ขอเสนอญัตติด่วนเพื่อให้ สภาพิจารณาเป็นการด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ และข้อ ๕๔ (๑) ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีญัตติด่วนเกี่ยวกับเรื่อง

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ เรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona)

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องไวรัส อย่างนี้นะครับ เรียนท่านสมาชิก ได้รับทราบมาว่าท่านสมาชิกได้หารือกันและขออนุญาตว่าก่อนที่จะพิจารณา เรื่องเพื่อทราบต่อไป ขอเอาเรื่องด่วนซึ่งยังไม่ได้เสนอเข้าสู่ระเบียบวาระมาพิจารณาโดยมีการ เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ เพื่อส่งให้รัฐบาลแก้ปัญหาและเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ด้วยซึ่งรวมทั้งหมดขณะนี้ ๕ ฉบับ ยังไม่อยู่ในระเบียบวาระ เมื่อจะขอเป็นเรื่องด่วนพิจารณา ต่อไป ก็ต้องถามสมาชิกว่ามีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าสมาชิกไม่ขัดข้อง อนุญาตให้นำเรื่องนี้มาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ซึ่งญัตติทั้งหมดนั้นจะเป็นอย่างนี้ครับ

ญัตติด่วนที่ ๑ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาการแพร่ ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นของนายนริศ ขำนุรักษ์ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์

ญัตติด่วนที่ ๒ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษามาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ของนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นผู้เสนอ

ญัตติด่วนที่ ๓ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการเร่งด่วน ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งคุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เป็นผู้เสนอครับ

ญัตติด่วนที่ ๔ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษามาตรการในการเฝ้าระวัง คัดกรอง ควบคุมและป้องกันโรคอุบัติใหม่ และไวรัส กลายพันธุ์ ของนายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้เสนอครับ

ญัตติด่วนที่ ๕ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษามาตรการป้องกันการเกิดโรคระบาดหรือโรคติดต่อในประเทศไทย ของคุณปกรณ์ มุ่งเจริญพร เป็นผู้เสนอ

ทั้งหมด ๕ ฉบับ ซึ่งก็เป็นเรื่องทำนองเดียวกันทั้งหมดนะครับ ก็จะพิจารณา รวมกันโดยลำดับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านสมาชิกต่อไปนี้ก็ขอให้เจ้าของญัตตินะครับ ท่านสมาชิกเชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เรียนต่อท่านประธานครับ การที่เพื่อนสมาชิกใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ในการเสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา แล้วก็เลื่อนระเบียบวาระของญัตติด่วน เรื่อง โคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งยังไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระการประชุม ผมเห็นชอบด้วยครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นวิป (Whip) รัฐบาลและวิป (Whip) ฝ่ายค้านมีการพูดคุยกันครับ แล้วก็เห็นพ้อง ต้องกันว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่อยากจะนำเสนอต่อรัฐบาลนะครับ เพียงแต่ว่าผมมีประเด็นอย่างนี้ ท่านประธานครับ ญัตติที่มาประกบรวมกันทั้งหมด ๕ ญัตตินั้น มี ๒ ประเภท

ส่วนแรกก็เป็นญัตติเพื่อขอให้ศึกษาและส่งให้รัฐบาลแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ส่วนที่ ๒ เป็นเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ให้มีการพิจารณารวมกัน แต่การลงมติขอลงมติแยก เพราะว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกจะอภิปราย ในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลในการนำไปแก้ไขในภาวะเร่งด่วน ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการ ก็จะหาวิธีการป้องกันแก้ไขในระยะกลางและระยะยาวต่อไป ก็เรียนท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องดำเนินการอย่างนั้น อยู่แล้วครับ เพราะว่าเราเสนอญัตติก่อนนะครับ อภิปรายเมื่อถึงขั้นตอนที่จะขอมตินั้น ต้องแยกกันครับ หรือไม่ถ้าท่านสมาชิกเปลี่ยนใจไปเสนอแบบเดียวกันก็สามารถทำได้ ถึงตอนนั้นครับ ญัตติแรกครับ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาการแพร่ระบาด ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ (นายนริศ ขำนุรักษ์ และ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ)

เพราะฉะนั้นวาระแรก ก็ขอให้ท่านเจ้าของญัตติลำดับที่ ๑ จะเป็นท่านนริศ หรือนายแพทย์บัญญัติ ขอเชิญครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเป็นผู้เสนอญัตติร่วมกับท่านนริศ ขำนุรักษ์ พร้อมด้วย เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ศึกษาแก้ปัญหาการแพร่ระบาด

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอครับ ขออภัยครับ ขออนุญาตแจกเอกสารที่ประชุมด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจกเอกสาร)

เชิญคุณหมอครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเป็นผู้เสนอญัตติด่วนร่วมกับท่านนริศ ขำนุรักษ์ ในนามของ พรรคประชาธิปัตย์ที่ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ เพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่ามีไวรัสชนิดใหม่ชื่อว่าโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ซึ่งมีการแพร่ระบาดครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐ ประชาชนจีนเมื่อประมาณกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แล้วก็มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ในท้องถิ่นของเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีนและอีกหลายเมืองครับ นอกจากนั้นแล้ว ก็ยังแพร่ระบาดไปตามนักท่องเที่ยวที่ไปสู่ประเทศต่าง ๆ ที่มีสายการบินและมีนักท่องเที่ยว จากประเทศจีนไปเยือน รวมทั้งสิ้นปัจจุบันนี้ก็ประมาณ ๒๐ ประเทศด้วยกัน เป็นที่น่าตกใจ ว่าประเทศไทยของเรานั้นมีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่เป็นอันดับ ๒ รองจากประเทศจีน นับจนถึงเมื่อวานนี้มีผู้ติดเชื้อที่ประเทศจีนประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่ประเทศไทยถึง ๑๔ คนด้วยกัน สำหรับการ ติดเชื้อในประเทศไทยนั้นทั้งหมดเป็นการติดเชื้อจากประเทศจีน ยังไม่มีการติดเชื้อจากคน สู่คนในประเทศไทย อย่างไรก็ตามแม้ว่าประเทศจีนจะมีการปิดไม่ให้เข้าเมืองอู่ฮั่นแล้วก็ เมืองสำคัญนั้นมีการเคลื่อนไหวของนักท่องเที่ยวไปสู่ต่างประเทศหรือไปสู่เมืองอื่น ๆ แต่เมืองไทยนั้นก็ยังมีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนจำนวนมากที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทย แล้วก็ยังมีคนไทยที่ตกค้างอยู่ที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีนอีกจำนวนหนึ่ง จึงเป็นความห่วงใยอย่างยิ่ง สำหรับประชาชนชาวไทย จริง ๆ แล้วก็รวมถึงชาวโลกด้วยว่าโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นนี้เป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงแล้วก็มีความเสี่ยงที่จะ มีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่และวงกว้างทางด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทยแล้วก็ชาวโลก เนื่องจากโรคนี้มีแนวโน้มที่จะสามารถระบาดได้อย่างรวดเร็วแล้วก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ เกิดความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่นี้เป็น โรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ และที่สำคัญก็คือว่ามีทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการ ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการก็สืบเนื่องจากสุขภาพเขาแข็งแรงเขาไม่แสดงอาการ แต่เขามีเชื้อตัวนี้ อยู่ในร่างกายซึ่งพร้อมที่จะแพร่ระบาดสู่บุคคลใกล้เคียงได้ ส่วนผู้ที่เจ็บป่วยที่มีอาการก็มีความ เสี่ยงมากน้อยตามความแข็งแรงของร่างกาย เพราะฉะนั้นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวก็ดี เช่น ผู้สูงอายุ เด็กอายุน้อยหรือเป็นผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่เป็นโรคปอด โรคไต โรคหัวใจต่าง ๆ ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคจนกระทั่งมีการล้มเหลวของการหายใจ ผ่านการเป็นโรคปอด อักเสบหรือปอดบวม แล้วก็มีการล้มเหลวของอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ของร่างกาย แม้ว่าในปัจจุบันนี้ผู้ติดเชื้อในประเทศไทยจะทยอยดีขึ้นเนื่องจากคุณภาพและความสามารถ ของแพทย์ พยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันบำราศนราดูรที่ได้ เฝ้าระวังร่วมกับการท่าอากาศยานหรือกรมท่าอากาศยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เฝ้าระวังโรคแล้วก็รีบนำผู้ป่วยมากักกันไว้แล้วก็ให้การดูแลรักษาเป็นอย่างดี จนทำให้ทยอย กลับบ้านไปแล้วจำนวนหลายราย แต่ก็ยังอยู่ในกระบวนการที่ต้องดูแลใกล้ชิดและกักกันโรค ในโรงพยาบาล ซึ่งผลกระทบต่อสุขภาพและการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ตัวนี้เป็นที่หวาดหวั่นของพี่น้องประชาชนชาวไทยและพี่น้องชาวโลก ส่งผลกระทบโดยตรง ต่อสุขภาพความเจ็บป่วย การสูญเสียชีวิต และยังจะกระทบไปจนถึงเรื่องของด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของพี่น้องประชาชน เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจของประเทศเป็นจำนวนมาก อีกด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วน ผมในนามพรรคประชาธิปัตย์ จึงเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันอภิปรายเรื่องนี้เพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาล ดำเนินการแก้ไขปัญหา ป้องกันควบคุม ให้การรักษาการติดเชื้อโรคโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อพิทักษ์แล้วก็ให้ความคุ้มครองสุขภาพ อนามัยของพี่น้องประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยเร่งด่วน ผมขออนุญาต ขยายความเรื่องของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ว่าปัจจุบันโรคนี้กระทรวงสาธารณสุขนั้น เป็นกระทรวงที่มีบุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุขที่มีความทันสมัยมีความก้าวหน้า ทางวิทยาการ แล้วก็มีความทันต่อเหตุการณ์เป็นอย่างมากอย่างเป็นที่ทราบกันว่าเทคนิค การแพทย์นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ นักระบาดวิทยาของประเทศไทยนั้นสามารถที่จะค้นพบ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ตัวนี้ก่อนที่ประเทศจีนจะเฉลยตัวนี้ออกมา อันนี้ก็ถือว่าภายใน ๒ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคมที่เรารับผู้ป่วยรายแรก วันที่ ๘ มกราคมประทานโทษครับ เรารับผู้ป่วยรายแรก วันที่ ๑๐ เราสามารถถอดรหัสดีเอ็นเอ (DNA) ของไวรัสตัวนี้ได้ครับ ซึ่งทางประเทศจีนเพิ่งเฉลยวันที่ ๑๑ หลังจากเรา ๑ วัน อันนี้ก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้า อย่างยิ่งทางด้านการแพทย์การสาธารณสุขของประเทศไทย แต่ว่าความก้าวหน้าในส่วนที่ ประเทศไทยมีมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ด้วยเนื่องจากว่าทางรัฐบาลให้การสนับสนุนกระทรวง สาธารณสุขให้มีนักวิชาการ ให้มีแพทย์ ให้มีนักวิจัยที่เพียงพอ จากนี้ต่อไปผมคิดว่าปัญหา เรื่องการรับมือกับโรคระบาดที่มีความรุนแรงในระดับประเทศ ในระดับภูมิภาค ระดับโลก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนากำลังพลทางด้านนักวิจัย นักการแพทย์ นักสาธารณสุข นักระบาดวิทยา การควบคุมโรคให้มีความเพียงพอ ให้มีกำลังเพียงพอในการที่จะรับภัยของ โรคระบาดในอนาคต ดังที่เราเห็นจากประเทศจีนซึ่งเป็นต้นตอของไวรัสตัวนี้ถึงขั้นสูงสุดก็คือ มีการปิดเมืองหลาย ๆ เมืองด้วยกัน ซึ่งถ้าเป็นประเทศที่ไม่มีความแข็งแรงทางระบบเศรษฐกิจ แล้วก็ไม่มีทุนสำรองมากขนาดประเทศจีนย่อมไม่สามารถที่จะกระทำได้ การออกมาตรการ ของประเทศจีนนั้นบ่งบอกว่าเขามีความแข็งแรงทางด้านเศรษฐกิจแล้วก็เป็นการป้องกันโรค การกักกันโรคในระดับกักกันถึงระดับเมือง บางครั้งอาจจะต้องกักกันถึงระดับประเทศ ซึ่งประเทศไทยของเรานั้นยังไม่อยู่ในฐานะที่จะกระทำเช่นนั้นได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องใช้การตอบสนองโรคนี้ให้อย่างรวดเร็ว ให้ทันเหตุการณ์ เหมือนอย่างที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้กระทำ ผมถือว่าประเทศไทยตอบสนองเหตุการณ์นี้ ได้เร็วมาก แล้วก็มีกระบวนการในการที่จะกักกันโรค คัดกรองกักกันโรคได้อย่างทันเหตุการณ์ แล้วก็อยู่ในระดับสากล แต่ผมเป็นกังวลว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้นมีกำลังพลเพียงพอที่จะ เฝ้าระวังกักกันแล้วก็ให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) นี้ได้ เพียงใด ทราบว่าทางกระทรวงสาธารณสุขระดมบุคลากรจำนวน ๕,๐๐๐ คนมาเพื่อกิจการนี้ แต่ว่าปัจจุบันนี้ความแออัดในการบริการของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลสถานบริการต่าง ๆ นั้น ก็มีเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว การที่ดึงบุคลากรสาธารณสุขออกมาเพื่อดูแลกิจการภาวะวิกฤติ เช่นนี้ย่อมส่งผลต่อการให้การบริการสาธารณสุขที่เป็นพื้นฐานอย่างแน่นอน ผมจึงเรียกร้อง ว่ารัฐบาลควรที่จะต้องเพิ่มอัตรากำลังพลให้อยู่ในเกณฑ์ที่มีสำรองไว้ยามฉุกเฉินด้วยครับ ปัจจุบันเราไม่มีกำลังพล แพทย์ พยาบาล นักระบาดวิทยา นักการสาธารณสุข ที่มีการสำรอง กำลังพลไว้เลย ทุกครั้งที่มีภัยพิบัติเราก็ไปดึงมาจากสภาวะที่มีกำลังพลขาดแคลนตามปกติ อยากที่จะให้กระทรวงสาธารณสุขรับประเด็นนี้นะครับ ถ้าในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นว่า ควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมก็จะขอฝากประเด็นนี้ให้กรรมาธิการวิสามัญได้รวบรวมไว้ เพื่อส่งให้รัฐบาล แต่ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญอาจจะทำให้ ล่าช้าในการส่งเรื่องให้ทางกระทรวงสาธารณสุข ผมก็ขอฝากประเด็นนี้ผ่านท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรถึงรัฐบาลว่าควรจะต้องเร่งเพิ่มกำลังพลของกระทรวงสาธารณสุขในเรื่อง ของการป้องกันโรค ควบคุมโรค สำหรับโรคติดต่อให้มากกว่าปกติ จะมากน้อยแค่ไหนก็ขอให้ ทางรัฐบาลนั้นได้ทำความเข้าใจกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. เพราะในขณะนี้ยังไม่มีคณะกรรมการที่ดูแลกำลังพลของกระทรวงเองนะครับ ต้องใช้ ก.พ. ขอให้รัฐบาลได้ทำความเข้าใจด้วย เพราะไม่อยากให้แพทย์ พยาบาลต้องไปเข้าเวรอดหลับ อดนอน เราทราบเลยว่าเขาเข้าเวรบางครั้ง ๒๔ ชั่วโมงร่างกายเขาต้องอ่อนแอ เมื่ออ่อนแอ แล้วแพทย์ พยาบาลเมื่อเจ็บป่วยขึ้นมาเขาก็ติดเชื้อได้ง่าย ติดเชื้อได้ง่ายเขามีโอกาสที่จะเกิด อาการหนักได้ง่ายซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ซึ่งในประเทศจีนเราก็ทราบจากข่าวว่า มีบุคลากรทางการแพทย์สาธารณสุขนั้นมีการเจ็บป่วยร้ายแรงถึงเสียชีวิตมาแล้วนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ โรคระบาดนั้นเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง อย่างน้อย ก็กระทรวงที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว กระทรวงที่เกี่ยวกับการคมนาคมทางอากาศ ทางบก ทางน้ำ เกี่ยวกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แล้วก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของนักเรียนในโรงเรียนว่า จะต้องมีมาตรการอย่างไร แล้วก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสื่อสารดิจิทัล ปัจจุบันก็มีเฟกนิวส์ (Fake news) หรือว่าสื่อสารข้อมูลที่ตั้งใจจะบิดเบือนก็มี หรือไม่ตั้งใจแต่เพราะความไม่รู้ก็มี ทำให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ นั้นไปถึงพี่น้องประชาชนที่ไม่ถูกต้อง เมื่อข้อมูลข่าวสารไม่ถูกต้องการ ปฏิบัติตนก็ไม่ถูกต้อง ก็ขอฝากเรื่องที่ ๒ ถึงรัฐบาลว่าจะต้องมีการกรองข้อมูลข่าวสารถึง พี่น้องประชาชนอย่างถูกต้องในทุก ๆ มิติ โดยเฉพาะอินโฟกราฟฟิก (Infographic) ต่าง ๆ ที่ส่งไปทางโซเชียล มีเดีย (Social media) นั้นก็ขอให้มีความถูกต้องและตรงจากผู้เชี่ยวชาญ ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขด้วย

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของผู้บัญชาการเหตุการณ์ ถ้าหากว่าโรคระบาดนั้นอยู่ใน ระดับของหมู่บ้าน ผู้บัญชาการเหตุการณ์ก็คงจะต้องเป็นหัวหน้าสถานีอนามัยหรือ ผอ. รพ.สต. ถ้าโรคระบาดนั้นอยู่ในระดับอำเภอผู้บัญชาการเหตุการณ์ก็น่าจะเป็นสาธารณสุขอำเภอ หรือผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอ ถ้าเป็นระดับจังหวัดก็จะต้องเป็นนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าเป็นระดับภูมิภาคก็น่าจะเป็นผู้ตรวจราชการในเขตนั้น ๆ ซึ่งต้องบูรณาการเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งในภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าอินซิเดนต์ คอมมานเดอร์ (Incident commander) ถ้าเป็น ระดับประเทศก็คงจะต้องระดับนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมาย ซึ่งทราบว่าทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีตอบสนองต่อเรื่องนี้ด้วยความรวดเร็ว แล้วก็มีการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ขอให้คณะกรรมการเหล่านี้นั้น ซึ่งเราเรียกว่าเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในระดับต่าง ๆ ก็อยากที่จะให้มีการซ้อมแผนแล้วก็ มีการบัญชาการให้มีความรวดเร็วในการที่จะป้องกันควบคุมโรคระบาดที่ร้ายแรงอันนี้เรียกว่า เอาให้อยู่อย่าให้มีการแพร่ระบาดออกนอกพื้นที่เป็นอันขาด กรณีที่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่ ระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรคติดต่อท่านมีเครือข่ายที่องค์การอนามัยโลกได้มีการประสานไว้ แล้วก็ในอาเซียน (ASEAN) เองก็มีองค์กรเหล่านี้ เพราะฉะนั้นประเทศไหนที่มีความพร้อม ก็จะต้องเป็นประธานในการที่จะดูแลการควบคุมและป้องกันโรคให้มีประสิทธิภาพด้วย ที่สำคัญ เครื่องไม้เครื่องมือปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเทอร์โมสแกน (Thermoscan) วัดอุณหภูมิ ของนักท่องเที่ยวที่มาจากเครื่องบินหรือมาทางบก ทางน้ำก็ดีเพียงพอหรือไม่ แล้วก็บุคลากร ที่เป็นคนและไม่ใช่จากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอื่น ๆ เช่น กระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับ เรื่องของเจ้าหน้าที่สนามบินก็ดี หรือรัฐวิสาหกิจอย่างการท่าอากาศยานก็ดีมีความเพียงพอ หรือไม่รัฐบาลจะต้องอุดหนุนงบประมาณให้เขามีความพร้อมในทุกระดับแล้วก็ต้องมีขวัญ และมีกำลังใจ และต้องมีความปลอดภัยในการที่จะเป็นผู้ที่สัมผัสโรคก่อนใคร ๆ ก็ขอฝาก ๒-๓ ประเด็น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เราได้พูดคุยกันว่าจะขอส่งเรื่องนี้ ให้รัฐบาลผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือผ่านท่านกรรมาธิการวิสามัญที่จะมีการ ตั้งขึ้นหรือไม่ อย่างไร ในส่วนตัวผมและพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าเรื่องนี้ควรที่จะได้อภิปรายกัน อย่างกว้างขวางในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้วส่งเรื่องที่เป็นข้อสังเกตที่สำคัญให้ทางรัฐบาล ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้เลยครับ เพื่อที่ทางรัฐบาลจะได้ดำเนินการแก้ไข ให้ทันท่วงที ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมายมาตอบข้อชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกได้มีความสบายใจในส่วนนี้ด้วย ในท้ายที่สุดนี้ ก็ขอความปลอดภัยจงมีแด่คนไทยทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็น ญัตติด่วนที่ ๒ นะครับ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษามาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ (นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นผู้เสนอ)

เชิญท่านบุญสิงห์

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมและสมาชิกพรรคพลังประชารัฐได้เสนอญัตติด่วนเพื่อให้ทางสภาได้ ร่วมกันพิจารณาเพื่อส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลในเรื่องของมาตรการการป้องกันและแก้ไข ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ มีต้นทางระบาดมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน แล้วก็มีการแพร่กระจายเชื้อไปหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก แล้วในปัจจุบันนี้ก็ติดตามสถานการณ์ก็ยังพบว่าการแพร่กระจายก็ยังไม่หยุด ยังมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ ครับ เดี๋ยวผมจะนำรายละเอียดมาเรียนต่อท่านประธานครับ แม้แต่ในประเทศไทยเมื่อ ๒ วันก่อนเราบอกว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๘ ราย แต่วันนี้ตัวเลขมันเพิ่มขึ้นมาแล้ว ๑๔ ราย ก็แปลว่าตัวเลขยังไม่นิ่ง ยังมีการเพิ่มขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะได้ประกาศว่าสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ ซึ่งก็เป็นแนวเดียวกันกับหลาย ๆ ประเทศนะครับว่าสามารถควบคุมได้ แม้แต่ในประเทศ ต้นทางก็คือประเทศจีนก็สามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง แต่ว่าการเพิ่มก็ยังมีมาตรการ หลายมาตรการมีถึงเรื่องของการปิดเมืองเพื่อไม่ให้ไวรัสตัวนี้แพร่ระบาด ได้ผลหรือไม่ ก็ต้อง ตอบว่าได้ผลในระดับหนึ่งทำให้ตัวเลขถึงแม้ว่าจะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นจนเป็นเรื่องที่ ไม่สามารถควบคุมได้ ท่านประธานครับ ในวันนี้เมืองที่เป็นต้นเรื่องของการแพร่ระบาดนั้น ก็คือเมืองอู่ฮั่นได้มีการปิดเมือง ได้มีการยกเลิกเที่ยวบินออกนอกประเทศแล้ว แต่ถามว่า ความเสี่ยงยังมีหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าความเสี่ยงก็ยังมี เพราะเมืองอู่ฮั่นปิดจริง แต่เมืองอื่น ๆ อีกหลายเมืองในประเทศจีนที่ยังมีการเดินทางปกติอยู่ออกนอกประเทศโอกาสเสี่ยงมีหรือไม่ ก็ตอบว่าโอกาสเสี่ยงยังมี เพราะฉะนั้นประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศปลายทางหรือประเทศ เป้าหมายที่นักท่องเที่ยวจีนให้ความสนใจที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมาก ในเมื่อมี ๑๐ ตัวเลขว่าประเทศไทยเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอยู่ อันดับต้น ๆ ความเสี่ยงก็จะต้องเพิ่มปริมาณความเสี่ยงไปตามสถิติดังกล่าว ปัญหาก็คือ เมื่อมันมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ณ วันนี้ยังไม่มีวัคซีน ยังไม่มียารักษาเพื่อที่จะรักษา เพราะฉะนั้นก็จะเป็นการรักษาตามอาการ จึงเป็นที่วิตกของสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้พูดได้คุย ได้หารือกันหลายครั้งหลายหนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นเรื่องที่จะต้องมา พูดคุยกันในสภาแห่งนี้เพื่อที่จะต้องหาแนวทาง หามาตรการแก้ปัญหาให้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมอยากจะให้ข้อมูลในเรื่องการแพร่กระจายของไวรัสตัวนี้ก็คือประเทศต้นทางประเทศจีน วันนี้เกือบ ๆ ๖,๐๐๐ รายเป็นผู้ป่วยสะสมรักษาหายไปแล้ว หายนะครับ ๘๐ ราย เสียชีวิต ประมาณ ๑๓๒ ราย ก็แปลว่าไวรัสสายพันธุ์นี้สามารถรักษาหายได้ แต่ก็สามารถที่จะตายได้ เหมือนกันนะครับ สิ่งที่ตามมาก็คือนอกจากประเทศจีน ประเทศที่ตามมาสถิติเป็นอันดับ ๒ คือประเทศไทย วันนี้พบผู้ป่วยสะสม ๑๔ ราย รักษาหายแล้ว ๕ ราย ก็แสดงว่าการแพทย์ ของไทยนั้นใช้ได้ผล ถ้าคิดเทียบอัตราส่วนเป็นร้อยละถือว่าอัตรารักษาหายอยู่ในร้อยละ ที่สูงมากเทียบกับประเทศอื่น ๆ เทียบกับประเทศไต้หวันผู้ป่วยสะสม ๘ ราย ฮ่องกง ๘ ราย ประเทศญี่ปุ่น ๗ ราย รักษาหายแล้ว ๑ ราย มีหลาย ๆ ประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ๕ ราย ประเทศสิงคโปร์ ๗ ราย ประเทศออสเตรเลีย ๕ ราย ประเทศฝรั่งเศส ๔ ราย ประเทศเยอรมนี ๓ ราย ก็แปลว่าตัวเลขตรงนี้บ่งบอกอะไร บ่งบอกว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ แพร่กระจายไปทั่วโลกจริง ๆ ก็คือไปเกือบทุกทวีป ถ้าหันมามองในประเทศไทยครับ สถานการณ์ในประเทศไทย ณ ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อ ๑๔ ราย ข้อมูลบอกว่า ๑๔ รายติดเชื้อ มาจากต่างประเทศ ไม่ได้ติดเชื้อภายในประเทศ แม้ว่าไวรัสตัวนี้สามารถติดเชื้อจากคนสู่คน แต่ว่า ๑๔ รายในประเทศไทยนี้ติดมาจากต่างประเทศ ใน ๑๔ รายกลับบ้านแล้ว ๕ ราย ยังอยู่ในโรงพยาบาล ๙ ราย ตัวนี้บ่งบอกให้เห็นชัดเจนว่ากระบวนการของประเทศไทย ทั้งเรื่องของการเฝ้าระวัง ทั้งเรื่องของการคัดกรองต่าง ๆ เกิดประสิทธิภาพ ในขณะที่เกิด ประสิทธิภาพก็ยังมีความกังวลอยู่อีกต่อไป เพราะว่าเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่เป็นสถานการณ์ ที่ไม่ปกติ ท่านประธานครับ สิ่งที่มีการพูดกันมากในสังคมโซเชียล (Social) แล้วในสื่อต่าง ๆ ก็คือคนไทยที่อยู่ในอู่ฮั่นมีมากหรือไม่ มีมาตรการอะไรบ้างในการเตรียมการ เมื่อเทียบกับ ประเทศอื่น ๆ เขาได้ทำอะไร ตรงนี้ในสังคมพูดคุยกันมาก ผมก็ไปค้นข้อมูลมาก่อนหน้านี้ ไม่มีประเทศใดที่อพยพ เพิ่งกำลังมีเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคมที่ประเทศญี่ปุ่นเริ่มอพยพพลเมือง ของตนที่อู่ฮั่น ขณะที่ของประเทศญี่ปุ่นมีพลเมืองอยู่ที่อู่ฮั่นถึง ๗๐๐ คน ประเทศฝรั่งเศส เริ่มวันนี้มีพลเมืองอยู่ที่นั่นประมาณ ๘๐๐ คน ประเทศเกาหลีก็กำลังจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ อีกหลาย ๆ ประเทศก็ยังไม่ขยับ เช่น ประเทศออสเตรเลีย ประเทศอังกฤษ ประเทศแคนาดา ประเทศเยอรมนี ประเทศเหล่านี้กำลังประเมินอยู่ว่าจะต้องขนคนของตัวเองออกจากอู่ฮั่น หรือไม่ วกมาดูประเทศไทยก็มีการคุยกันในเรื่องนี้ ประเทศไทยมีคนไทยอยู่ที่นั่นประมาณ ๖๔ คน วันนี้ของประเทศไทยมีแผนอพยพเรียบร้อย รอประเทศจีนอนุญาต ประเทศจีน อนุญาตปั๊บก็พร้อมที่จะอพยพออกมา เพราะฉะนั้นก็ถือว่ารัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญและ มีแผนรองรับพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาอพยพผู้คนที่เป็นคนไทยออกจากอู่ฮั่น สิ่งที่เป็นที่น่าวิตก ก็คือว่าวันนี้ในสังคมมีการพูดคุยเรื่องเหล่านี้เยอะเพราะมันเป็นเรื่องใหม่ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ก่อนนี้ก็ไม่รู้จักกันล่ะครับมันเป็นเรื่องใหม่ พอเป็นเรื่องใหม่ก็ถูกบ้าง ผิดบ้าง ข้อมูล ที่ถูกก็มี ข้อมูลที่ผิดก็มี แต่ข้อมูลที่น่ากลัวมากก็คือข้อมูลปลอมหรือเฟกนิวส์ (Fake news) ในสังคมไทยวันนี้ระบาดมากทำให้คนที่เสพข้อมูลถ้าหากไม่กรองจริง ๆ ทำให้เข้าใจผิดก็มีเยอะ แต่ผมมาดูเกี่ยวกับเรื่องของมาตรการทั้งหลายทำอย่างไรที่จะให้ความตระหนกเปลี่ยนเป็น ความตระหนัก ถ้าตราบใดสังคมยังมีความตระหนก สังคมยุ่งเหยิง คิดกันไปต่าง ๆ นานา แต่ถ้าหากว่าสังคมตระหนัก สังคมจะหาข้อมูลที่ถูกต้อง สังคมจะหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แล้วก็มีทิศทางในทางที่ถูก เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนเสนอว่าแนวทางในการที่จะต้อง ป้องกันแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกก็คือเรื่องของการเฝ้าระวัง การเฝ้าระวังนี้ ถือว่าเป็นมาตรการที่มีความสำคัญมาก และผมคิดว่าถ้าเราใช้กลไกที่เรามีอยู่ในประเทศไทย มาใช้เรื่องของการเฝ้าระวัง นี่ผมว่าไม่แพ้ประเทศใดในโลก ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ผมคิดว่ามี อสม. ที่มีคุณภาพ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ที่มี อสม. อยู่ทุกอำเภอ ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน เข้าถึงพี่น้องประชาชนทุกหลังคาเรือน เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเฝ้าระวังถ้าหากว่าใช้กลุ่มพี่น้อง อสม. มาช่วยจะได้ประโยชน์เยอะ แต่ในขณะเดียวกันทางกระทรวงสาธารณสุขต้องไปให้ข้อมูลที่เป็นจริง ต้องอบรม อสม. ให้รู้ถึงอาการ ให้รู้ถึงการเฝ้าระวังก็จะเกิดประโยชน์ ขั้นตอนต่อไปเรื่องของการคัดกรอง มีนักท่องเที่ยวที่มาจากอู่ฮั่นมาเมืองไทยก็มี ๔-๕ สนามบิน ท่านประธานมีไม่เยอะครับ เพราะฉะนั้นการคัดกรองผมก็เชื่อมั่นได้ว่ากรมควบคุมโรคสามารถที่จะทำได้ เรื่องของการ กักกันเรื่องของการรักษา อันนี้เชื่อมั่นฝีมือแพทย์ไทยได้นะครับ ถ้าหากว่ามาตรการเหล่านี้ มีคุณภาพผมมั่นใจได้อย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกที่สามารถ แก้ไขปัญหาและระงับในเรื่องการแพร่กระจายเกี่ยวกับเรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางกระผมเองรวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐจึงได้ เสนอญัตติด่วนนี้ เพื่อให้สภาได้ร่วมกันพิจารณาหาข้อเสนอแนะข้อสังเกตเพื่อส่งให้รัฐบาล ดำเนินการโดยด่วนต่อไป ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติด่วนเรื่องที่ ๓ นะครับ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการเร่งด่วน ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และนายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เป็นผู้เสนอ)

เชิญครับ

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะคือนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยทั้งหมดได้มีความเห็นพ้องต้องกัน ว่าเราสนับสนุนและขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการ เร่งด่วนในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ครับ ผมขออนุญาตปฏิบัติตามคำแนะนำของท่านประธานชวน หลีกภัย ที่ให้อ่านญัตติก่อนแล้วผม จะขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนครับ

กราบเรียนท่านประธานครับ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ คือเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ข้ามสปีชีส์ (Species) จากสัตว์มาติดเชื้อในคน คนเป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบรุนแรงเริ่มแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มลฑลหูเป่ย ประเทศจีน เมื่อปลายปี ๒๕๖๒ สถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อถึงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๓ ในประเทศจีน จำนวน ๒,๗๔๔ ราย เสียชีวิต ๘๐ ราย มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ๓ ราย ประเทศเกาหลีใต้ ๒ ราย ประเทศสหรัฐอเมริกา ๒ ราย ประเทศเวียดนาม ๒ ราย ประเทศสิงคโปร์ ๓ ราย ประเทศมาเลเซีย ๓ ราย ประเทศเนปาล ๑ ราย ประเทศฝรั่งเศส ๓ ราย ประเทศออสเตรีย ๑ ราย ประเทศไทยจำนวน ๘ ราย ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) มีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่เคยระบาดรุนแรงได้แก่ไวรัสซาร์ส (Virus SARS) ซึ่งเคย ระบาดทั่วโลกในปี ๒๕๔๕ มีผู้เสียชีวิตประมาณกว่า ๗๐๐ คน ไวรัสเมอร์ส (Virus MERS) มีผู้เสียชีวิตเกือบ ๙๐๐ คน ในปี ๒๕๕๕ โดยผู้ป่วยจากไวรัสโคโรนา(Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ มีระยะการฟักตัวของโรคประมาณ ๗ วัน มีอาการไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ มีผลต่อระบบทางเดินอาหารและมีการถ่ายเหลว โดยความรุนแรงเริ่มจาก ไข้สูง ๓๘ องศาขึ้นไป ปอดอักเสบ ไตวายและเสียชีวิต การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ เช่น หลีกเลี่ยงการเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หลีกเลี่ยงการอยู่ ในสถานที่แออัด สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน อยู่ห่างจากผู้มีอาการทางเดินหายใจ หมั่นล้างมือด้วยสบู่และให้น้ำไหลผ่านอย่างน้อย ๒๐ วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์เจล (Gel) ล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปากโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันการแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา (Virus Corona) ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยที่อาศัยและกำลัง ศึกษาอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จำนวน ๖๔ คน ซึ่งกำลังได้รับความเดือดร้อนจากความเสี่ยง การติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) การขาดแคลนอาหารและเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลควรเร่งดำเนินการประสานงานกับรัฐบาลจีนให้ความช่วยเหลือนำคนไทยกลับมา ประเทศและแนวทางแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) อย่างเร่งด่วน โดยการตั้งคณะกรรมการระดับชาติในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตของประชาชน เป็นอันดับแรก แล้วต่อมาถึงไปส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งกรณีดังกล่าว เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดินและความมั่นคงประเทศในทางเศรษฐกิจ และสุขภาพประชาชน จึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการเร่งด่วนในการป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) และส่งผลการพิจารณาให้ รัฐบาลรับไปดำเนินการ ส่วนสาเหตุและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไปครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องเรียนว่าวันนี้นั้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยหรือว่าทั้งสภาผู้แทนราษฎรที่มีความเป็นห่วง ในเรื่องของการระบาดโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ขออนุญาต อภิปรายในเรื่องที่มาที่ไปประวัติการติดเชื้อ การป้องกัน การควบคุม การรักษา ประเมินผล ติดตามมาตรการต่าง ๆ อันดับแรกขออนุญาตนำเรียนว่าเชื้อไวรัสตัวนี้ถ้าจะพูดแล้วก็เป็น ไวรัสตัวที่ ๗ โดยทั่วไปมีอยู่ ๔ สายพันธุ์อยู่แล้วซึ่งเป็นโรคหวัดทั่ว ๆ ไป เมื่อปี ๒๕๔๕ นั้น มีสายพันธุ์ที่ ๕ คือโรคซาร์ส (SARS) และปี ๒๕๕๕ คือสายพันธุ์ที่ ๖ คือโรคเมอร์ส (MERS) นี่คือเป็นสายพันธุ์ตัวที่ ๗ ที่มีการเปลี่ยนดีเอ็นเอ (DNA) กับโปรตีนของเขาทำให้เรามีการ เปลี่ยนแปลง ทำให้เราดีเทกต์ (Detect) ได้ยาก ไวรัสนั้นเปรียบเทียบ ๓ ตัวที่เกิดขึ้นนั้น ผมจะอภิปรายให้ท่านประธานได้ฟังว่า

๑. โรคซาร์ส (SARS) เกิดเมื่อปี ๒๕๔๕ มีผู้เสียชีวิต ๗๗๔ คน แต่ติดเชื้อนั้น ๘,๐๙๘ คน โรคเมอร์ส (MERS) มีผู้เสียชีวิต ๘๕๘ คน ติดเชื้อนั้น ๒,๔๙๔ คน ส่วนโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) นั้นตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกวัน เมื่อวันที่ ๒๗ ๒,๗๔๔ คน เสียชีวิต ๘๐ คน วันที่ ๒๘ ติดเชื้อ ๔,๕๑๕ คน เสียชีวิต ๑๐๖ คน แล้ววันนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๖,๐๖๓ คน เสียชีวิต ๑๓๒ คน ในประเทศจีนนั้นติดเชื้อ ๕๗๔ คน ในประเทศ ณ ขณะนี้ไประบาด ๑๗ ประเทศ ประเทศเยอรมนีก็เพิ่ม เพราะฉะนั้นจากตัวเลขนั้นถ้าดูตามเคิร์ฟ (Curve) แล้วยังไม่ได้หยุดนิ่ง มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลและจะต้องเร่งในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

๒. ต้องเรียนว่าเชื้อไวรัสนี้เข้ามาเขามีการส่องกล้องดูว่าเป็นโคโรนา (Corona) เพราะมีมงกุฎแล้วก็ไปเกาะตามเซลล์เป้าหมายโดยเฉพาะในปอด ซึ่งถ้าปอดข้างบนก็เบาหน่อย ก็คือมีการติดเชื้อไม่รุนแรง แต่ถ้าไปที่อัลวิโอไล (Alveoli) ชั้นล่างจะทำให้เกิดปอดอักเสบ ปอดบวมและนำไปสู่ระบบการหายใจที่ล้มเหลวทำให้ไปสู่การเสียชีวิต ซึ่งทั้งซาร์ส (SARS) ทั้งเมอร์ส (MERS) นั้นน่ากลัว แต่ของเราถามว่าน่ากลัวไหม ของซาร์ส (SARS) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในการเสียชีวิต ของเมอร์ส (MERS) ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) นั้น ประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ความที่เสียชีวิตน้อยนั้นเราอย่าเพิ่ง ท่านประธานครับ ปรากฏว่า คนที่เป็นน้อยนี่ล่ะน่ากลัวเพราะเขาไม่แสดงอาการ เขาจึงเดินทางไปทั่วแล้วไปสัมผัสกับ ผู้คนมากมายทำให้การติดเชื้อนั้นควบคุมได้ยาก ถ้าคนที่เป็นหนักปุ๊บ เข้าโรงพยาบาล เข้าไปอยู่ห้องแยกคัดกรองเข้าสู่ห้องเนกาทีฟ เพรสเชอร์ (Negative pressure) คือไม่ให้ มีแรงดันเพื่อเชื้อจะได้ไม่กระจายไปตามโรงพยาบาล ก็มีโรงพยาบาลละ ๑ ห้อง ๒ ห้อง ก็ทำให้เชื้อนั้นไม่กระจายไปเร็วตามตัวเลขที่ผมได้อภิปรายไป ดังนั้นตัวเลขเพิ่มขึ้นผมเกรงว่า เราจะต้องทำงานกันทั้งประเทศและทั้งโลกต้องร่วมมือช่วยกัน ดังนั้นความจำเป็นที่ผมได้ กล่าวนำเรียนไปแล้วครับว่าเราจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติ โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีคงจะต้องมานั่งเป็นประธานเองครับ เพราะว่าลำพังกระทรวงแต่ละกระทรวง โดยเฉพาะขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขถือว่าเป็นหน้าที่หลัก เป็นแม่งาน ชีวิตของประชาชน คนป่วยนั้นพวกเราถือว่าสำคัญที่สุด ผมขอเน้นย้ำครับ ชีวิตประชาชนหรือคนที่เจ็บป่วยนั้น สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเจ็บป่วยมาก เจ็บป่วยน้อย เราเน้นย้ำว่านี่คือสำคัญนะครับ นอกจาก กระทรวงสาธารณสุขแล้วในขณะนี้ก็มีกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่จะพันไปถึงกระทรวงแรงงาน กระทรวงอื่นทั้ง ๒๐ กระทรวง และสำนักนายกรัฐมนตรี และนอกสำนักนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ต้องมานั่งเป็นประธานเพื่อสั่งการควบคุมอย่างเต็มที่ เมื่อครั้งที่ซาร์ส (SARS) ระบาดนั้น ฯพณฯ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นท่านทักษิณ ชินวัตร ได้ควบคุมดูแลเอาจริงเอาจัง ท่านคุณหญิงนั้นไปตรวจด่าน ที่กักกันให้กำลังใจอย่างเต็มที่ และท่านนายกรัฐมนตรีลงมาเป็นประธานในคณะกรรมการ ควบคุมดูแลเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ฮู (WHO) องค์การอนามัยโลกให้ความชื่นชมประเทศไทย แล้วก็ยืนยันทั่วโลกให้ความชื่นชมแล้วก็มั่นใจกับการบริหารจัดการของประเทศไทย นั่นคือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทั้งโลกและคนในประเทศ นี่คือสิ่งซึ่งผมจะนำเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้ต้องมานั่งเป็นประธานและทุกองคาพยพต้องมาช่วยกันทุกส่วน

ท่านประธานครับ เรื่องถัดไปก็คือเรื่องของการติดเชื้อนะครับ บางคนก็บอกว่า มีข่าวต่าง ๆ มากมาย แต่ที่แน่ ๆ ก็คือจากดรอปเลต (Droplet) ก็คือไม่ว่าจะเป็นจากไอ เป็นละอองฝอย เราจึงใส่หน้ากากที่ว่าเอ็น ๙๕ (N 95) ซึ่งจะควบคุมไม่ให้เชื้อเข้าทางจมูกได้ แล้วก็พร้อมกับที่เราอภิปรายในเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไปแล้วก็จะได้ประโยชน์ ในการควบคุมทั้ง ๒ แต่เอ็น ๙๕ (N 95) บางคนก็ใส่ไม่ถนัด ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมงก็ต้องถอดออก ใส่แมสก์ (Mask) ธรรมดาก็ป้องกันได้แค่พีเอ็ม ๑๐ (PM 10) เท่านั้น ดังนั้นในการควบคุม ก็คือในการไอละออง อันที่ ๒ คือการสัมผัส ซึ่งสัมผัสอย่างที่บอกนะครับ ถ้าร่างกายคนป่วย มีน้ำเมือกต่าง ๆ แคะแกะเกาแล้ว คนที่มาสัมผัสไปแคะแกะเกาไปป้ายตาป้ายจมูกที่มีมิวคัส (Mucus) มิวโคซา (Mucosa) เชื้อก็เข้าไปง่าย ดังนั้น ๒ ประเด็นนี้เราจึงต้องบอกว่าต้องสร้าง ความตระหนักรู้ ความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่อย่าปิดบัง ต้องพูดความจริง การรักษาอย่างโปร่งใส ซึ่งขณะนี้ก็นำเรียนว่าของไทยเรารักษาได้รวดเร็วยังไม่มีผู้เสียชีวิต ก็ถือว่าเป็นการทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขได้ทำงาน แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นต้องช่วยกันดูแล อย่างทุกองคาพยพ โดยเฉพาะกรมควบคุมโรคที่จะต้องมีนโยบาย มีหลักในการควบคุม

อันดับแรกคือต้องป้องกันการแพร่กระจาย การแพร่กระจายนั้นต้องเรียนว่า ขณะนี้เราเป็น ๑ ในสมาชิกของโลกที่มีการเดินทางไปมาหาสู่กัน คนที่จะเข้ามาในประเทศ ขณะนี้เป้าหมายที่เราระวังก็คือคนที่มาจากเมืองอู่ฮั่น คนจีนที่ประเทศจีนเข้ามาประเทศไทย ซึ่งเราก็ต้องเร่งตรวจทุกด่านตรวจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินจาก ๕ ท่าอากาศยาน จากสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต ซึ่งเป็นสายหลักที่นำมา เราจะต้องป้องกันการแพร่กระจาย ตรวจดีเทกต์ (Detect) เครื่องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) การล้างมือ การเช็ก (Check) เพราะว่าช่วงที่เขายังไม่ได้อยู่ในระยะฟักตัว ยังไม่เกิดโรคก็มีโอกาสที่จะเกิดและกระจายไป ทีหลัง ดังนั้นต้องมีการเฝ้าระวังป้องกันการเดินทางขนส่งมวลชนทุกฝ่าย จากเครื่องบิน จากรถไฟ จากรถยนต์ จากด่านต่าง ๆ ตรงนี้ก็คือการป้องกัน ซึ่งขณะนี้ผมคิดว่ายังมีคนจีน ที่อยู่ในประเทศไทยเขาก็อยากกลับ เราดูแลเขามากน้อยแค่ไหน อย่างไร เขาอยู่กับทัวร์ไหน อยู่ที่ไหน อย่างไร รัฐบาลต้องไปตามดูทุกคนทุกท่าน เพราะว่าก็คือเพื่อนบ้านที่เราเป็นกำลังใจให้กับทางประเทศจีนให้เขาได้แก้ปัญหา ดังนั้นถ้ามี จำนวนเป็นหมื่นอยู่ตรงไหนรัฐบาลกระทรวงทุกกระทรวงจะต้องเข้าไปดูแลแล้วก็เฝ้าระวัง แล้วก็ดูว่าเขาสัมผัสกับคนไทยที่ไหน อย่างไร เพราะนั่นคือการป้องกันการแพร่กระจาย เฉกเช่นเดียวกันคนไทยที่อยู่เมืองอู่ฮั่นนั้นเข้าใจว่าเป็นนักศึกษา ๖๔ คน และจากเมืองอู่ฮั่น ๑๑ ล้านคนปิดเมืองก็น่าเห็นใจ เป็นกำลังใจคนไทยที่อยู่เมืองใกล้ ๆ ในมณฑลหูเป่ย อีกเข้าใจว่าอาจจะไปถึงร้อยหรือเกือบร้อยซึ่งขณะนี้ก็ปิดเมืองไปอีกทำให้ประชากรทั้งหมด ๕๐ ล้านคนน่าเห็นใจต้องเป็นกำลังใจ ทางการแพทย์ต้องช่วยกัน เราจะควบคุมและนำคนไทย ที่อยู่ที่นั่นกลับอย่างไร ดังที่ผมกล่าวในญัตติครับว่าเขามีความเดือดร้อนเขาอยากกลับ แล้วที่สำคัญอาหารการกินซึ่งบางคนก็บอกว่าลำบาก ดังนั้นเราจะต้องดูแลเหมือนกับว่า ให้ดีที่สุดทั้งคนไทยที่อยู่ในประเทศจีน และคนจีนที่อยู่ในประเทศไทย นั่นคือการป้องกัน การเฝ้าระวังสอบสวนโรค หลังจากที่เราเจอแล้วเราต้องเฝ้าระวังสอบสวนโรคว่าสัมผัสกับใคร ที่ไหน อย่างไร มีใครบ้าง มีรายชื่อครบไหม เดินทางมาสายการบินไหน ขึ้นเครื่องที่ไหน อย่างไร นี่คือสิ่งที่กรมควบคุมโรคต้องดำเนินการ การดูแลผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญเพราะว่า ถ้าป่วยแล้วไม่มีใครอยากเป็นละครับ ถ้าไม่เกิดกับครอบครัวใครคนใดก็ไม่รู้ว่ามันทุกข์ทรมาน ขนาดไหน คนก็ไม่อยากจะคบด้วย ไม่อยากจะเข้าไปพบเข้าไปใกล้ สภาพทางร่างกายที่ป่วย แล้วสภาพจิตใจดูแลเขาอย่างไร การมีเครื่องไม้เครื่องมือ โดยเฉพาะเครื่องไม้เครื่องมือที่ดูแล ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัด เรายังไม่มีเทสต์คิต (Test Kit) เพราะเรายังไม่สามารถตรวจสอบได้ ชัดเจนเพราะอาร์เอ็นเอ (RNA) ที่เรากว่าจะสังเคราะห์ได้ใช้เวลาและตอนนี้คิดว่าประเทศจีน เริ่มสังเคราะห์ดูสายพันธุ์มาให้ การเทสต์คิต (Test Kit) ไม่มีเราต้องเจาะเลือดเป็นคลอตบลัด (Clot blood) ส่งได้ ๒ ที่ คือโรงพยาบาลบำราศนราดูรและสวอบ (Swab) ก็คือเอาสำลีป้าย ไปที่ลาริงซ์ (Larynx) ที่ปอดเข้าไปในหลอดลมเพื่อส่งตรวจ ซึ่งโรงพยาบาลบำราศนราดูร ก็ดูให้ทั้ง ๒ แห่ง ยังมีที่สภากาชาดไทยและศูนย์วิจัยสุขภาพของจุฬาภรณ์ ซึ่งผลการตรวจ ก็ส่งทั้ง ๓ ที่แล้วก็มีผล ถ้า ๒ ที่เป็นผลโพสซิทีฟ (Positive) ก็นั่นละคือการยืนยัน นี่คือ เรามีเครื่องไม้เครื่องมือในการเฝ้าระวังตรวจสอบแค่นี้พอไหม เรามีอุปกรณ์ชุดอวกาศชุดที่ ดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะเราดูเซฟ (Safe) คนของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนป่วยแล้วก็เจ้าหน้าที่ พยาบาล แพทย์ แล้วก็ทราบว่าจะมีอาสาสมัครที่เข้าไปคัดกรองยิ่งต้องไปดูแล เพราะนั่นคือ สิ่งสำคัญเราจะตรวจดูแลให้กำลังใจไม่ให้เขาติดเชื้ออย่างไร

ถัดมาก็คือการติดตามผู้สัมผัส ผู้สัมผัสไปอยู่ที่ไหน อย่างไร มีข้อมูล การสื่อสาร การสื่อสารสำคัญมากไม่ว่าจะสื่อสารกับคนป่วย สื่อสารกับคนทั้งประเทศว่า ขณะนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรก็ต้องโปร่งใสพูดตามความจริง และให้ข้อชัดเจนเพื่อให้ ตระหนักรู้แต่ก็ไม่ถึงกับตื่นตระหนก แต่ว่าต้องตระหนักรู้แล้วก็ต้องระมัดระวังเพราะเราทำได้ เพราะคิดว่าถ้าเราไม่ให้เชื้อเข้ามา คนเข้ามาแล้วในประเทศไทยเรารีบดำเนินการภายใน เฝ้าระวัง ซึ่งระยะเฝ้าระวังเชื้อ ๗ วัน เราจะเฝ้าระวัง ๒ เท่าคือ ๑๔ วัน ก็คิดว่าน่าจะดีขึ้น การประสานงานและสุดท้ายการประเมินผล ซึ่งต้องประเมินผลเพราะระยะสั้นคือเราต้องเร่ง ควบคุมโรคให้ได้ก่อน แต่ระยะยาวคือบทเรียนที่เราจะต้องดูแลต่อไป เพราะฉะนั้นในส่วน ของกรมควบคุมโรคคงจะต้องเร่งดูแลกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอื่น ๆ ที่จะต้องดูแลในเครื่องต้นเรื่อง ส่วนเรื่องของกระทรวงไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม ไม่ว่า จะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ต้องช่วยกันดูแลเพื่อให้เกิดความผาสุกนะครับ

ถัดมาคือเรื่องชุมชนแออัด โรงหนังโรงภาพยนตร์เราต้องให้ความระมัดระวัง และดูแลคนไทยในประเทศจีน คนจีนในประเทศไทยซึ่งจะต้องช่วยกันให้นำเขากลับเข้ามา ต้องดูแลใกล้ชิดเปรียบเสมือนว่าเป็นคนของเราเอง เพื่อความสัมพันธ์และการดูแลที่ดี มาตรการต่าง ๆ นำเรียนว่าเราจะต้องทำงานอย่างจริงจัง แสดงความจริงจัง จริงใจ โปร่งใส และเร่งด่วน ถูกต้อง นี่คือการดำเนินการที่ผมอยากนำเรียนว่าเราทำงานอย่างเข้มข้นเพื่อจะ ได้ให้เหมือนกับที่โรคซาร์ส (SARS) ระบาดเพื่อจะได้เห็นว่าเราระบาด ขณะนี้นั้นตัวเลขได้ กระเถิบขึ้นมาจากต่างประเทศ อย่างประเทศเยอรมนีขึ้นมาเป็น ๓ แล้ว แล้วก็หลายที่ เพราะฉะนั้นก็เป็นไปเรื่อย ๆ ในช่วงเคิร์ฟ (Curve) แต่คิดว่าถ้าเราเร่งระดม คิดว่าอีก ๑๐ วัน ๒๐ วันอาจจะค่อย ๆ ขึ้นเป็นเคิร์ฟ (Curve) ที่ช้าลงแล้วต่อไป ทีนี้ประเด็นก็คือเรื่องการอพยพ ต้องเรียนว่าขณะนี้การอพยพทราบว่าประเทศญี่ปุ่นได้อพยพแล้ว ประเทศอเมริกาอพยพแล้ว และประเทศอื่นกำลังรออพยพอยู่ ผมเองก็ตระหนักอยากวิงวอนรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องให้ เร่งรับคนไทยของเราที่อยู่ต่างประเทศเข้ามา พอมาถึงเราเข้าห้องแยกดูอาการ แล้วเขาก็อยู่ มีอาหารแล้วก็มีการดูแลอย่างใกล้ชิด ได้อยู่ใกล้บ้านก็จะเป็นประโยชน์ ทุกคนก็ต้องตรวจ เข้าโรงพยาบาลห้องแยก ซึ่งสถานภาพของโรงพยาบาลในประเทศไทยนั้นก็สามารถรองรับได้ ดังนั้นก็คือสิ่งซึ่งอยากจะนำเรียนนะครับ

ท้ายที่สุดนี้ครับ ผมต้องเรียนว่าสำหรับผู้ติดเชื้อที่รักษาอยู่ในประเทศไทยนั้น เราได้มีการติดตาม มีผู้เข้าสัมผัสคนไทยกับคนอื่นอย่างไรตามระบาดวิทยาดีแล้วหรือไม่ มีการการันตี (Guarantee) ว่าผู้สัมผัสครบถ้วนหรือไม่ ต้องเป็นกำลังใจให้แก่ญาติผู้ป่วย เรื่องที่เราจะขออนุญาตนำเรียนว่าวันนี้ผมเองได้เสนอเป็นญัตติให้สภาพิจารณาแล้วเชื่อว่า ขณะนี้รัฐบาล ท่านรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ก็จะได้รับเรื่องที่เราอภิปรายในวันนี้ทุกส่วนของท่าน ส.ส. และผู้ยื่นญัตตินำเข้าไปเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน เพราะหลาย ๆ ท่านก็มีความรู้ ความสามารถ มีมุมมองที่จะช่วยเสริมในการทำงานเพื่อจะได้รับไปดำเนินการในห้วงของวันนี้ เสร็จแล้วระยะยาว ระยะยาวก็คือดำเนินมาตรการที่ครบแบบวาระแห่งชาติแบบที่คณะกรรมการ ถ้าสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในระยะไม่ต้องใช้เวลายาวนานมากเพื่อตรงประเด็น แล้วนำเสนอต่อรัฐบาลต่ออีกรอบหนึ่งก็จะเป็นการดี แต่วันนี้ผมเสนอในบรรดาของ ส.ส. พรรคเพื่อไทย อยากให้รัฐบาลเป็นการเร่งด่วน ญัตติด่วน เร่งด่วน ต้องเอาข้อพิจารณา ปรึกษาหารือ ข้ออภิปราย และความรู้ความสามารถของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ส่งให้รัฐบาล รัฐบาลรับทราบเพื่อไปดำเนินการในแง่มุมต่าง ๆ สร้างความมั่นใจ ทำงานโปร่งใส มั่นใจ แล้วก็ต้องให้ต่างประเทศยอมรับเชื่อมั่น แล้วนั่นก็จะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทย ๖๐ ล้านคน แล้วก็ต้องดูแลคนไทยให้ดีจากที่ต่างประเทศด้วย หลังจากนั้นระยะยาวจะไป ตั้งกรรมาธิการทางสมาชิกพรรคเพื่อไทยถ้าตั้งกรรมาธิการเราก็จะได้เข้าไปศึกษาดูโปรแกรม ตั้งแต่โรคซาร์ส (SARS) โรคไข้หวัดนก โรคเมอร์ส (MERS) ต่าง ๆ ซึ่งพอมีการระบาดเสร็จ ถึงจุดที่ไม่มีเชื้อโรคเขาก็จะทิ้งไว้ ๕ ปี ๑๐ ปี เขาเกิดขึ้นใหม่แพนเดมิก แอเรีย (Pandemic area) เป็นโรคในหมู่ชุมชนนั้นอีกก็ได้ ดังนั้นจะต้องช่วยกันเร่ง เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องขอกราบ ขอบคุณท่านประธาน ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และพวกเรา ทุกคนที่มีความเป็นห่วงและเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องคนไทยที่กำลังประสบปัญหาและช่วยกัน ฟันฝ่าอุปสรรค รวมทั้งพี่น้องประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วยกัน เราต้องก้าวไปด้วยกัน ชีวิตคนไทยสำคัญที่สุด และชีวิตคนป่วยนั้นสำคัญที่สุด ขอบคุณมาก

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปญัตติด่วนเรื่องที่ ๔

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษามาตรการในการเฝ้าระวัง คัดกรอง ควบคุมและป้องกันโรคอุบัติใหม่และไวรัสกลายพันธุ์ (นายเรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้เสนอ)

เชิญท่านเรวัต

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช เพื่อปฏิบัติตามข้อชี้แนะของท่านประธาน ผมขออ่านญัตติก่อนครับ ที่ผ่านมาโลกต้องเผชิญกับโรคร้ายแรงแล้วก็เชื้ออุบัติใหม่หลายชนิด เช่น ไข้หวัดนก ซาร์ส (SARS) เมอร์ส (MERS) ซึ่งเป็นโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ที่กำลังระบาดอยู่ ในปัจจุบันนี้ก็คือโรคปอดอักเสบจากโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ จากประเทศจีน โดยประเทศไทยมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดการแพร่ระบาดโรคติดต่ออุบัติใหม่ ได้จากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่การเดินทางระหว่างประเทศ ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงในการเข้ามาของผู้ติดเชื้อโรคไวรัสดังกล่าวได้ ประกอบกับ สถานการณ์ปัจจุบันมีกระแสข่าวเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ เพิ่มขึ้นทุกวัน สร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชน เป็นอย่างมากเนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัยและมาตรการในการป้องกันจากรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่มีศักยภาพสามารถ สนับสนุนข้อมูลอุบัติใหม่ของโรคติดเชื้อต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นจึงควรมีระบบ เฝ้าระวังและมาตรการในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำ และไวรัสกลายพันธุ์ให้มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ที่ยั่งยืนของระบบสาธารณสุขไทย กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศไม่ว่าทางเศรษฐกิจหรือทางใด ๆ ก็ตาม ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการในการเฝ้าระวัง คัดกรอง ควบคุม และป้องกันโรคอุบัติใหม่ และไวรัสกลายพันธุ์ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และ ข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเมื่อเช้าตอนที่ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ผมได้อภิปรายไปบ้างแล้วก็จะ พยายามสรุปเฉพาะสาระสำคัญซึ่งยังไม่ได้พูดไปเมื่อตอนตั้งกระทู้ถาม แล้วก็จะได้แบ่งเวลา ให้เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ได้มีโอกาสอภิปรายด้วย

ท่านประธานครับ วันนี้เราเผชิญกับการคุกคามของโรคระบาดที่เรียกว่า โคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ จากประเทศจีน ผมเตรียมข้อมูลไว้ เมื่อเช้าว่ามีการระบาดในประเทศจีน ยกเว้นทิเบต ปรากฏว่าเมื่อสักครู่ประมาณ ๒ ชั่วโมง ที่ผ่านมาปรากฏว่าทิเบตติดเรียบร้อยแล้ว เชื้อแพร่กระจายสู่ทิเบตเรียบร้อยแล้วครับ และขณะนี้ตัวเลขรวมของผู้ป่วยทั้งหมดคือ ๖,๐๖๓ ราย ก็แปลว่ามีการก้าวกระโดดของ การแพร่กระจายของโรค ท่านประธานครับ แม้ว่าขณะนี้การระบาดในประเทศไทยอาจจะยัง ไม่รุนแรง แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องวางใจจนกระทั่งเราละเลยแล้วก็ไม่ได้เฝ้าระวัง แล้วก็ป้องกันที่ดีพอ อย่างไรก็ตามต้องขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้เลย อันนี้เป็น ประเด็นสำคัญมาก ประเด็นสำคัญคือโอกาสที่จะเกิดโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำไวรัสกลายพันธุ์ มันเกิดขึ้นได้ในอนาคตตลอดเวลาเมื่อไรก็ได้ โดยที่เราคาดการณ์ไม่ได้และไม่สามารถจะ กำหนดได้ด้วยว่าจะระบาดเมื่อไร เช่นเดียวกับเรื่องของไวรัสกลายพันธุ์ ๒๐๑๙ ทีนี้ถ้าเรา ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษากำหนดมาตรการควบคุมป้องกันเฉพาะโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ซึ่งอาจจะใช้เวลา ๖๐ วันหรือกี่วันก็แล้วแต่ ผมคิดว่าไม่ทันสถานการณ์ ประเด็นของผมคือตรงนี้ครับ คือมันไม่ทันสถานการณ์ เมื่อศึกษาจบแล้วอาจจะนำมาใช้อะไร ไม่ได้เพราะว่าเหตุการณ์นั้นมันผ่านไปแล้ว แต่ประเด็นสำคัญเลยก็คือมันไม่ทันสถานการณ์ ที่มันเกิดขึ้นอย่างเป็นไดนามิก (Dynamic) และรวดเร็วมาก เพื่อให้การศึกษานั้นมีประโยชน์ จริง ๆ ก็เลยคิดว่าการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาพิจารณาเรื่องนี้ควรจะครอบคลุมครับ ครอบคลุมอะไร ครอบคลุมโรคอุบัติใหม่โรคอุบัติซ้ำและไวรัสกลายพันธุ์ทั้งหมด ไม่ใช่ศึกษา เฉพาะไวรัส ๒๐๑๙ ถ้าอย่างนี้ผลการศึกษาออกมาแล้วก็จะเป็นประโยชน์เพราะเราสามารถ จะใช้ในอนาคตได้ เมื่อไรก็ตามมีการระบาดของโรคร้ายแรงต่าง ๆ เราก็นำเอามาตรการ ที่เราศึกษามาดำเนินการได้เลยอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือประเด็นที่ผมอยากเสนอนะครับ ท่านประธานครับก่อนที่จะไปถึงข้อสรุปต่าง ๆ ผมอยากจะให้ข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับ อดีตของการระบาดของโรคที่เป็นโรคอุบัติใหม่ก็ดีหรือโรคที่เกิดจากไวรัสกลายพันธุ์ทั้งหมด ทั้งนี้เพื่ออะไรละครับ เพื่อจะเอาข้อมูลเหล่านี้มาเป็นแนวทางในการที่จะกำหนดมาตรการ ในอนาคต เพื่อจะเป็นแนวทางในการที่จะศึกษา เพื่อจะพิจารณา เพื่อจะเป็นกรอบ มิฉะนั้น แล้วเราก็อาจจะไม่มีประวัติหรือแนวทางในอดีตที่มาใช้ในการศึกษาที่จะกำหนดมาตรการ ต่อไปนะครับ ขอพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ขอบคุณครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมจะแสดงให้เห็นถึงข้อมูลอันนี้ ก็คือจะให้เห็นถึงสถิติของการแพร่ระบาดของ ๓ โรคที่เป็นปอดอักเสบในอดีตนะครับ ก็จะมี โรคซาร์ส (SARS) ในปี ๒๕๔๖ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากอยู่ในประเทศจีนและประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวพันกับการเดินทางไปมาของคนจีนอย่างใกล้ชิดในบริเวณนั้น จีนแผ่นดินใหญ่มีผู้ติดเชื้อ ถึง ๕,๓๒๘ คน เสียชีวิต ๓๔๙ คน ในฮ่องกงติดเชื้อ ๑,๗๕๕ คนและเสียชีวิต ๒๙๙ คน ประเทศแคนาดาติดเชื้อ ๒๕๑ คน เสียชีวิต ๔๔ คน ประเทศไต้หวันติดเชื้อ ๓๔๖ คน เสียชีวิต ๓๗ คน ประเทศสิงคโปร์ติดเชื้อ ๒๓๘ คน เสียชีวิต ๓๓ คน และอื่น ๆ ผมคงไม่ต้อง อภิปรายทั้งหมด พอมาในปี ๒๕๔๗ คือที่ต้องแสดงตรงนี้กำลังจะแสดงถึงการทำลายล้าง เผ่าพันธุ์มนุษย์ว่าเชื้อโรคสามารถที่จะทำลายมนุษย์ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นความเสียหาย ที่เกิดขึ้นมันรุนแรงมากน้อยขนาดไหนก็เลยจะให้เห็นสเกล (Scale) ของมัน ต่อมาในปี ๒๕๔๗ มีการติดเชื้อในสัตว์ปีกทั้งที่เลี้ยงและในส่วนที่อยู่ในธรรมชาติมากกว่า ๕๐ ประเทศจากข้อมูล ของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ในปี ๒๐๐๓-๒๐๒๐ พบว่าประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ ๒๕ คน เสียชีวิต ๑๗ คน ในช่วงปี ๒๐๐๓-๒๐๐๙ และทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด ๘๖๑ คน เสียชีวิต ๔๕๕ คน ตรงนี้มันจะเป็นแอเรีย (Area) ที่เกี่ยวกับเอเชียก็อาจจะไม่ได้ไปมากประเทศหรือหลายประเทศ เท่ากับซาร์ส (SARS) สำหรับไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ก็จะเป็นข้อมูลยืนยัน ณ วันที่ ๒๗ กันยายน จากดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ว่ามีการติดเชื้อในมนุษย์อันนี้จำนวนมากครับ เพราะว่าอาการ อาจจะไม่รุนแรงถึงเสียชีวิต เพราะฉะนั้นการแพร่กระจายก็จะแพร่หลายมากครับ ทั้งหมด ๓๔๓,๒๙๘ ราย เสียชีวิตประมาณ ๔,๐๐๐ ราย สำหรับประเทศไทยวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ ประกาศโดยกระทรวงสาธารณสุขมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๑๖๕ ราย สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้คือโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ที่เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบ ติดเชื้อซึ่งกำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้หลายท่านได้พูดไปแล้วว่าเดิม มันมีอยู่ ๖ ชนิดเป็นสายพันธุ์ที่พบดั้งเดิม ต่อมาก็กลายเป็นโรคประจำถิ่นไปมี ๔ ชนิด แล้วก็ มีอุบัติใหม่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจทั้งซาร์ส (SARS) ทั้งเมอร์ส (MERS) แล้วก็โรคอื่น ๆ สำหรับอัตราการเสียชีวิตจากการค้นคว้าจากวารสารทางการแพทย์จามา (JAMA) อัตราของ การเสียชีวิตจะอยู่ที่ประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ารับไว้รักษาในโรงพยาบาลอัตราของ การเสียชีวิตจะประมาณที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ท่านประธานครับ สไลด์ (Slide) นี้แสดงอะไรครับ ซึ่งผมได้กล่าวไปบ้างแล้วตอนกระทู้ถาม ว่าระยะฟักตัวคือ ๒-๗ วัน อันนี้เป็นประเด็นสำคัญนะครับ เพื่อความปลอดภัยเราจะคูณ ๒ ก็คือไปที่ ๑๔ วันในการเฝ้าระวัง แต่ในระหว่างที่เป็นระยะฟักตัวอาจจะไม่มีอาการ ไม่มีอาการ แล้วก็แพร่เชื้อได้ ซึ่งต่างจากซาร์ส (SARS) ครับ ซาร์ส (SARS) นี้จะต้องเจ็บป่วย จะต้องมีไข้ แล้วเราก็จะสแกน (Scan) เจอ เราก็จะดักไว้ได้ กรณีโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ไม่ต้องมีอาการก็สามารถแพร่เชื้อได้มันจึงสามารถจะแพร่เชื้อได้อย่างกว้างขวางนะครับ อาการก็อย่างที่ทุกท่านทราบ ก็คืออาการเหมือนไข้หวัดทั่ว ๆ ไป ไข้ ไอ หายใจเหนื่อยหอบ ถ่ายเหลวได้ แล้วก็มีภาวะแทรกซ้อนโรคประจำตัว ความรุนแรงก็คือไข้อาจจะสูงประมาณ ๓๘ องศา มีปอดอักเสบ ไตวาย เสียชีวิต การติดต่อติดต่อทางไอหรือจาม สัมผัสสารคัดหลั่ง ของผู้ติดเชื้อ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเอามือไปถูกปาก จมูก ตา เพราะว่าอันนั้นสามารถติดต่อได้ มีข้อมูลที่ผมไม่แน่ใจแล้วก็ไม่กล้าที่จะยืนยันก็คือมีการกล่าวว่าการไอหรือจามมีละอองมา แล้วก็ติดใช่ไหมครับ แต่ก็มีข้อมูลว่าไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ เพียงแต่เดินผ่านกันก็มีลมหายใจ ติดต่อกันทางลมหายใจได้โดยไม่จำเป็นต้องมีละอองจากการไอหรือจามก็ได้ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนั้นคือให้เห็นการระบาดในประเทศจีนซึ่งตอนนั้นยังไม่มีทิเบต แต่วันนี้มีทิเบต เรียบร้อยแล้วครับ สไลด์ (Slide) นี้ก็เลยเอาต์เดต (Outdate) ไม่ทันสมัยแล้ว ผ่านเลยครับ อยากจะให้ดูว่าทำไมผมถึงเอากราฟอันนี้มาให้ดูครับ ท่านประธานครับ ผมจะให้เห็นว่า การแพร่ระบาดเราควรจะเฝ้าระวังแล้วก็ระมัดระวังสักแค่ไหน ท่านดูในวันที่ ๒๖ เทียบกับ วันที่ ๒๗ จะเห็นว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อมันกระโดดครับ มันกระโดดเป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ามันไม่ใช่ค่อยเป็นค่อยไปแต่ว่ามันเป็นการก้าวกระโดดของการเพิ่มขึ้นของจำนวน ผู้ติดเชื้อ ต่อไปครับ อันนั้นก็คือประเทศต่าง ๆ ที่ได้มีการแพร่ระบาดไปแล้วของโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ผมคงไม่อ่านรายละเอียดนะครับ หลายท่านก็ได้กล่าวไปแล้ว ผ่านไปเลยครับ ปัญหาที่พบในขณะนี้ก็ได้กล่าวไปทั้งหมดแล้วว่าตรงที่เป็น ครูว์เซ็นเตอร์ (Crew center) ซึ่งความจริงตอนที่ตอบคำถามผมก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนเท่าไรนะครับ เพราะว่าลูกเรือก็ยังยืนยันอยู่ว่าช่องทางที่เขาเข้าออกมันเป็นช่องทางที่แยกต่างหากนะครับ แล้วเขาก็เพิ่งเดินทางกลับมา เขาเพิ่งเดินทางกลับมาแล้วเขาก็ไม่มีใครสแกน (Scan) นะครับ มีนักศึกษาไทยที่อยากจะกลับมาก็ขอความช่วยเหลือมาโดยตรง แล้วก็อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า สถานที่ต่าง ๆ ที่มีชุมชนแออัดควรจะไปคัดกรองซึ่งวันนี้ยังไม่มีนะครับ ผมยืนยันว่าไม่มี เพราะว่าเมื่อวานผมก็เพิ่งจะไปทานข้าวที่โรงแรมแห่งหนึ่งก็ไม่มีการคัดกรอง นักท่องเที่ยว ก็เป็นห่วงมากนะครับ แล้วก็เรื่องการแจ้งประชาชนให้ทราบถึงไฟลต์ (Flight) การเดินทาง ของผู้ป่วยซึ่งเป็นเรื่องจำเป็น เพราะจะทำให้ประชาชนได้ทราบว่าเขาจะต้องระวังตัวอย่างไร สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้ก็เอาต์เดต (Outdate) ไปแล้ว ไม่ทันสมัยแล้ว ผ่านเลยครับ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อันนี้ผมเพียงแต่ให้ดู นี่คือตัวอย่างนะครับ เวลาที่เรา อยากจะรับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง ผมทำอย่างไรครับ ผมใช้วีแชต (Wechat) ครับ ติดต่อ กับใครครับ ติดต่อกับคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยหนานจิงครับ ใช้วีแชต (Wechat) ถามว่าสถานการณ์จริง ๆ เป็นอย่างไร ที่ไม่ใช่ข่าวลือครับ เขาเป็นคณบดีแล้วเขาบอกว่าสถานการณ์มันเลวร้ายขนาดไหนครับ ก็คือคุณหมอหลี่เฉาจุน ผมอาจจะอ่านไม่ชัดนะครับ หลี่เฉาจุนนะครับ แล้วในเวลาเดียวกันก็ยังถามกับคุณหมอ ซึ่งประจำอยู่ที่โรงพยาบาลหนานจิง กูรู ฮอสพิทอล กับคุณหมอยวนหลีหัว ก็ได้คำตอบมา อย่างที่ปรากฏอยู่ในสไลด์ครับ ท่านประธานครับ ผมคงจะให้ข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการที่ ถ้าจะตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ควรจะกำหนดเป็นแนวทางกว้างและครอบคลุม โรคทุกโรคที่เป็นโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ และไวรัสกลายพันธุ์ ซึ่งผมค่อนข้างจะเชื่อว่า ในอนาคตโอกาสที่จะเกิดโรคในลักษณะเช่นนี้จะเกิดได้เรื่อย ๆ เป็นระยะ ๆ อย่างชนิดที่เรา คาดการณ์ก็ไม่ได้ ผมก็ขออภิปรายเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติด่วนเรื่องที่ ๕ ครับ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษามาตรการป้องกันการเกิดโรคระบาดหรือโรคติดต่อในประเทศไทย (นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร เป็นผู้เสนอ)

เชิญครับ

นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สุรินทร์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย จากสถานการณ์ที่พี่น้องชาวไทย พี่น้องชาวโลกหวั่นวิตก ผมพร้อมกับสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา มาตรการป้องกันการเกิดโรคระบาดหรือโรคติดต่อในประเทศไทย

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ที่มีต้นทางมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อในหลายประเทศ ทั่วโลก อีกทั้งยังคงมีตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยแล้วจำนวน ๑๔ ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยยังไม่มีรายงาน การติดต่อจากคนสู่คนในประเทศไทย ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของการระบาดของโรคอุบัติใหม่หรือไวรัสกลายพันธุ์ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก ที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญและมีมาตรการที่ชัดเจนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดโรคระบาด ได้ขึ้นอีกในอนาคต เนื่องจากรายได้หลักของประเทศมาจากการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาในประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะพี่น้องจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเหล่านี้ ส่งผลต่อความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ตลอดจนโรคติดต่ออื่น ๆ ประชาชนจึงมีความวิตกกังวลและไม่มั่นใจในมาตรการของภาครัฐ เมื่อมีเหตุการณ์เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคเกิดขึ้น ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องความมั่นคง ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางเศรษฐกิจหรือเรื่องอื่น ๆ ก็ตาม ดังนั้นกระผมพร้อม คณะผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการป้องกันการเกิดโรคระบาด หรือโรคติดต่อในประเทศตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐

ท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้ง ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมาผมคิดว่าการสาธารณสุขประเทศไทยมีความเข้มแข็ง เราทันต่อเหตุการณ์ แต่แน่นอนตัวเลขที่ปรากฏประเทศไทยมีผู้ที่ติดเชื้อมากถึง ๑๔ คน เป็นอันดับ ๒ ของโลก เพราะว่าพี่น้องที่เดินทางมาจากประเทศจีน นี่คือสิ่งที่วันนี้ผมเชื่อมั่นในระบบการคัดกรอง การดูแลระบบสาธารณสุขของประเทศไทย แต่สิ่งที่ท่านผู้มีเกียรติหลายท่านได้เสนอญัตติ ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ก็เป็นความเห็นที่คิดตรงกัน แต่เรื่องที่อยากจะเสนอวันนี้คือเรื่องของ ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ครับ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วันนี้เราจะให้ความมั่นใจกับ เขาได้อย่างไร การคัดกรองต่าง ๆ ต้องสัมผัสกับผู้ป่วย ระบบป้องกันแมสก์ (Mask) ที่ปิดปาก ปิดจมูกวันนี้มีพร้อมหรือเปล่าครับ มีมาตรฐานหรือเปล่าครับ เอ็น ๙๕ (N 95) ที่จะให้เขาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) มีมาตรฐานพอหรือยังครับ มีทุกด่านตรวจ หรือเปล่า นี่คือเสียงสะท้อนที่ผมได้รับฟังมาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของไข้หวัด วันนี้ผมคิดว่ามันเป็นตามฤดูกาลครับ แต่สร้างความตระหนกให้กับพี่น้องชาวไทยชาวโลก เป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าผ่านฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูแล้งเหตุการณ์เหล่านี้คงจะหมดไป อย่างเช่น ที่เกิดขึ้นไข้หวัดนก ไข้ซาร์ส (SARS) หรือไข้เมอร์ส (MERS) ที่เกิดขึ้น แต่อย่างนั้นก็ตาม เราฐานะที่เป็นคนไทยอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องทั้งหมดทั้งหลาย เป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ เกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของคนไทย ฉะนั้นผมคิดว่าการที่จะพิจารณา ญัตตินี้คงจะต้องมีการเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาพิจารณา ป้องปราม ป้องกันในอนาคตข้างหน้าที่จะเกิดขึ้นระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ผมอยากเรียนเพิ่มเติม วันนี้เราควรจะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันไปยังเยาวชนของเรา วันนี้เรามี อสม. ทั่วประเทศ หน่วยคัดกรองเราก็มีให้คำแนะนำ ผมเชื่อว่าเยาวชนเหล่านี้ละครับจะนำความรู้ ที่ได้รับการสื่อสารไปบอกต่อผู้ปกครอง พ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่าตายายที่บ้าน นี่คือสิ่งหนึ่งที่เชื่อว่า ประเทศเรามีความพร้อมเรื่องการสาธารณสุขที่ดีไม่แพ้ใครในโลก ที่สำคัญไปกว่านั้นวันนี้ อยากจะถือโอกาส วิกฤติคราวนี้ต้องเป็นโอกาสครับ ท่านประธานครับทุกวิกฤติต้องมีโอกาส ประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวประเทศจีนเป็นอันดับต้น ๆ แน่นอนครับวันนี้เขา มาเที่ยวประเทศไทยเอาเงินตรามาใช้ที่ประเทศไทย เขาพาโรคมาให้กับคนไทย แต่ว่าเราอย่า ผลักดันเขาออกไปครับ ให้ความเชื่อมั่นรักษาเขาให้ประทับใจครับแล้วเขาจะนำเงินตรา มาสู่ประเทศไทยเราอีก นี่คือวิกฤติจะต้องสร้างเป็นโอกาส เขาจะต้องไปบอกลูกหลานเขา บอกพ่อแม่พี่น้องเขาว่ามาประเทศไทยมันดีอย่างไร เจ็บป่วยมาประเทศไทยรักษาเป็นอย่างดี ส่งกลับ ผมว่าเป็นโอกาสครับ ดูแลนักท่องเที่ยวสร้างความมั่นใจครับ ทุกคนมาประเทศไทย วันนี้เราอย่าไปกันเขาครับ ให้เขามาเถอะครับ แต่เราเฝ้าระวัง เราให้ความรู้กับพี่น้องคนไทย ของเราในการเฝ้าระวังในการตรวจสอบช่วยกันดูแล ผมเชื่อว่าวิกฤติคราวนี้เป็นโอกาสของ คนไทยที่จะสร้างเงินตราเข้ามาสู่ประเทศของเรา แล้วเชื่อเหลือเกินครับว่าทั้งหมดทั้งหลาย ที่ท่านผู้เสนอญัตติมุ่งหวังอย่างยิ่งว่าจะให้มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งก็คงเช่นเดียวกันจะต้อง มีผู้บัญชาการสถานการณ์โรคไข้หวัดอย่างนี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศ ระดับภูมิภาค ระดับอำเภอหรือแม้ระดับตำบลครับ แล้วเชื่อเหลือเกินว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคงจะหายไป ในเวลาอันรวดเร็วครับ ผมก็ขอนำเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ผู้เสนอญัตติด่วนก็ได้นำเสนอไปจนครบทั้ง ๕ ญัตติแล้วนะครับ ต่อไปนี้ก็จะเป็นท่านสมาชิก ผู้สนใจในการที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับญัตติด่วนเรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ซึ่งผมได้ดูรายชื่อท่านผู้สนใจแล้วก็เกือบ ๒๐ ท่าน ณ ขณะนี้ แต่ละท่านก็ขอมาอย่างต่ำสุด ๑๐ นาที ๑๕ นาที ๒๐ นาที บางท่าน ๓๐ นาทีก็มี ฉะนั้นผมเลยคิดเห็นว่าเมื่อท่านสมาชิก สนใจที่จะร่วมอภิปรายเป็นจำนวนมาก และท่านผู้เสนอญัตติก็ได้อภิปรายค่อนข้างละเอียด ผมจึงอยากจะหารือที่ประชุมว่าขอท่านสมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนสักคนละ ๗ นาที ท่านสมาชิกจะมีความเห็นอย่างไรครับ คือทุกคนอภิปรายเท่าที่ผมฟังแม้แต่ท่านผู้เสนอญัตติ ก็ซ้ำกันไปซ้ำกันมาอยู่ แล้วถ้าจะขอคนละ ๑๕ นาที ๒๐ นาที ๓๐ นาที ผมว่าก็คงจะยืดยาว จนเกินไป เพราะฉะนั้นปรึกษาหารือที่ประชุมครับ มีท่านสมาชิกจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ความเห็นเป็นอย่างอื่น ผมขอท่านละ ๗ นาที เผื่อจำเป็นจริง ๆ สำหรับท่านที่มีข้อมูลแตกต่าง จากสมาชิกท่านอื่นก็ไม่เกิน ๑๐ นาที แต่ว่าจะตั้งไว้ประมาณสัก ๗ นาที ถ้ามีข้อมูลที่พิเศษ ที่อยากจะนำเสนอที่ประชุมก็ยืดได้ไม่เกิน ๑๐ นาที ลำดับต่อไป ท่านแรกก็คือท่านเอกภพ เพียรพิเศษ มีพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมด้วย เชิญครับ

นายเอกภพ เพียรพิเศษ เชียงราย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ความจริง ผมขอไว้ ๑๕ นาที แน่ใจว่ามีข้อมูลที่อาจจะแตกต่างด้วยแต่ว่าไม่เป็นอะไร พยายามจะทำให้ กระชับ ขอเอกสารประกอบด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ข้อมูลที่ผมจะพูดต่อไปนี้เป็นข้อมูล ที่ผมนำมาจากการรวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้วก็มาจากสำนักข่าวใหญ่ ๆ ของต่างประเทศ ไม่ได้มาจากความคิดเห็นส่วนตัว ในฐานะที่ผมเป็นแพทย์และเคยทำงานในโรงพยาบาล ของรัฐในช่วงที่มีการระบาดตั้งแต่ซาร์ส (SARS) เมอร์ส (MERS) ไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ไข้หวัดนก ทำให้ทราบว่าบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรต่าง ๆ ทำงานกันหนักมากในช่วงมีโรคระบาด เพื่อป้องกันคนไทยให้ห่างจากโรคระบาดที่ร้ายแรง แล้วคนกลุ่มนี้ยังเป็นคนกลุ่มเสี่ยงที่สุด ที่จะต้องติดเชื้อ เพราะว่าโรคที่เราต้องเผชิญเป็นโรคใหม่ที่ยังไม่รู้แน่ชัดด้วยว่าเป็นอะไร ในตอนนี้ผมก็เลยขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านและขอเป็นกำลังใจให้กับชาวจีน และชาวโลกที่ต้องเผชิญโรคนี้ด้วยกันในตอนนี้ ขอภาพต่อไปครับ โรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ถือว่าเป็นโรคในกลุ่มที่เราเรียกว่าโรคอุบัติใหม่เป็นไวรัสที่เกิดขึ้นใหม่ อยู่ในกลุ่มโคโรนาไวรัส (Coronavirus) แต่ว่ามีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นใหม่ก็เหมือนกับเป็น โรคใหม่นั่นเอง ความสำคัญในการรับมือคือแน่นอนครับเรามีข้อมูลไม่เพียงพอในช่วงแรก ๆ เพราะฉะนั้นเราต้องรับมือด้วยการจัดการภาวะฉุกเฉินอย่างมีคุณภาพ ต้องใช้ความสามารถ ในการบริหารจัดการและความเข้าใจในเชิงวิชาการ และที่สำคัญคือความสามารถในการ สื่อสารด้วย ขอภาพต่อไป ข้อมูลที่มาจากหนังสือวารสารทางการแพทย์ที่ชื่อว่าจามา (JAMA) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคมที่ผ่านมา เขาย้ำชัดเจนว่าโคโรนาไวรัส อินเฟกชันส์ มอร์แดน จัสต์ เดอะ คอมมอน โคลด์ (Coronavirus Infections-More Than Just the Common Cold) โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ตัวนี้เป็นมากกว่าไข้หวัดธรรมดา ผมไม่เห็นด้วยที่ใครบอกว่าตัวนี้ คือไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดตัวนี้เมื่อเราเจอผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ เราก็จะรู้จักเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ ยิ่งรู้จักก็จะยิ่งเจอว่าเขามีความสามารถอย่างไร เราเจอว่า ๑ คนที่ติดเชื้อ สามารถแพร่กระจายไปให้คนรอบข้างได้ ๒-๓ คน นี่คือความสามารถทางการกระจายเชื้อ ทั่วไป แต่มีบางรายมีรายงานว่าคนติดเชื้อ ๑ คนสามารถแพร่กระจายให้คนอื่นได้ถึง ๑๔ คน คนกลุ่มนี้เราเรียกว่าซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super spreader) เราไม่รู้หรอกครับว่าใครจะเป็น ซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super spreader) เราไม่รู้หรอกครับว่าคนที่เกิดอาการในประเทศไทยเป็น ซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super spreader) ไปหรือยัง อัตราการเสียชีวิตโดยรวมคือ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ ในคนไข้ติดเชื้อทั้งหมด ถ้าเกิดว่าเรานับเฉพาะคนไข้ที่มีอาการหนักจนถึงขั้นนอนโรงพยาบาล มี ๑๕ เปอร์เซ็นต์เลย ขอภาพต่อไปครับ โรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ตัวนี้ ถือว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงน้อยกว่าซาร์ส (SARS) หรือเมอร์ส (MERS) เพราะว่ามีอัตรา การตายน้อยกว่า แต่โรคที่มีความรุนแรงน้อยกว่านั้นจะสามารถแพร่กระจายได้มากกว่านี่คือ ตัวสำคัญ นี่คือคีย์ (Keys) หลักสำคัญว่าไวรัส ตัวนี้มีการเสียชีวิตน้อยแต่มีความสามารถ ในการแพร่กระจายได้เยอะเพราะว่าคนเป็นแล้วป่วยหนัก ๆ นี้น้อยกว่าครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อาการของโรคครับ โรคตัวนี้มีระยะฟักตัว ๒-๑๔ วัน ณ ถึงตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าสามารถแพร่กระจายเชื้อในช่วงฟักตัวได้หรือไม่ มีข้อมูลจาก ทางประเทศจีนบอกว่า เขาเชื่อว่าสามารถแพร่กระจายเชื้อในช่วงฟักตัวได้คือก่อนที่จะ มีอาการ แต่ทางผู้เชี่ยวชาญทางด้านอเมริกาหรือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ตัวที่ผ่านมาเช่นซาร์ส (SARS) หรือเมอร์ส (MERS) ไม่สามารถแพร่เชื้อในระยะฟักตัวได้ อาการของคนไข้เกือบทุกคนจะเริ่มด้วยมีไข้และมักจะ ไอแห้ง อันนี้ความสำคัญคือมักจะไอแห้ง ส่วนน้อยที่จะมีไอเสมหะนะครับ มีปวดเมื่อยตามตัว มีอาการคลื่นไส้อาเจียนท้องเสียได้ในบางราย และอันนี้คือพอยต์ (Point) สำคัญ ถ้าเป็นไข้ และดำเนินโรคต่อไปถึงวันที่ ๗ หรือวันที่ ๘ จะมีโอกาสที่เชื้อโรคจะลงปอดทำให้มีอาการ หายใจเหนื่อยแน่นหน้าอกและหอบถึงขั้นเสียชีวิตได้ นี่คือการดำเนินโรคที่เราเจอในคนไข้ ทั่วโลกที่เจอทุกวันนี้นะครับ ต่อไปครับ สถานการณ์ล่าสุดตัวเลขที่ผมโชว์ตอนนี้กลายเป็น อดีตไปแล้ว เพราะว่าปัจจุบันล่าสุดข้อมูลอัปเดต (Update) ล่าสุดคือในประเทศจีนมีผู้ติดเชื้อ ทั้งหมด ๕,๙๗๔ ราย เสียชีวิตแล้ว ๑๓๒ ราย ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงทุกชั่วโมง ทุกนาที ณ ปัจจุบันนี้ทั่วทั้งประเทศจีนมีผู้ติดเชื้อแล้ว ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า ๑๗ ประเทศ ประเทศไทยล่าสุดข้อมูลจากเมื่อวาน ๑๔ ราย เราไม่มีข้อมูลอัปเดต (Update) ของวันนี้ว่า เป็นอย่างไร แต่ข้อมูลที่สำคัญที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นก็คือว่าที่ประกาศเมื่อวานมีรายสุดท้าย เขาไม่ได้เป็นคนจีนที่มาจากอู่ฮั่นนะครับ ข้อมูลที่ทางการไทยให้กับสื่อต่างประเทศคือรายนั้น มาจากฉงชิ่ง ฉงชิ่งไม่ได้อยู่ในมณฑลเหอเป่ยด้วย อยู่ในมณฑลข้างเคียง แสดงว่าอะไร การเฝ้าระวังเฉพาะอู่ฮั่นอาจจะไม่พอแล้ว อันนี้คือข้อมูลที่น่าตกใจ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ข้อมูลจากวารสารทางการแพทย์ยืนยัน อันนี้ที่ผมโชว์มามีอันเดียวคือในประเทศเวียดนาม แต่มีรายงานว่า ๓ ประเทศนี้มีการติดเชื้อของประชาชนในประเทศโดยที่ไม่ได้เป็นการอิมพอร์ต (Import) คือเอาเชื้อเข้ามาจากประเทศจีน ประเทศเยอรมนีเป็นนักวิชาการประชุมร่วมกับ ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนที่มาประชุมร่วมกัน คนญี่ปุ่นเป็นคนขับรถนักท่องเที่ยวจีน คนเวียดนามเป็นญาติเป็นลูกของครอบครัวที่ไปเที่ยวประเทศจีนและกลับมาแล้วป่วย นี่คือ ข้อมูลว่าหลาย ๆ ประเทศเริ่มมีผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปประเทศจีนหรือมาจากประเทศจีนแล้วครับ สิ่งที่เราต้องทำต้องมีการเฝ้าระวังและเตรียมการ คำถามผมคือว่าผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ ระบาดมีระบบติดตามอย่างไร นักท่องเที่ยวจีนก่อนประกาศปิดเมืองเข้ามาในประเทศไทย ตีตัวเลขกลม ๆ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ราย แล้วหลังจากนั้นก็มีจากเมืองอื่นที่ยังเปิดเข้ามาอีก มีระบบติดตามเขาอย่างไรบ้างครับ ในสถานที่ที่มีคนมาก ๆ สนามบิน รถไฟฟ้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า เจล (Gel) ล้างมือมีเพียงพอไหม ความสำคัญคือเจล (Gel) ล้างมือ เพราะว่า เชื้อโรคพวกนี้ติดจากมือถ้าเราไปสัมผัสที่หน้า สัมผัสในปากกินข้าวอะไรไปอาจจะได้รับเชื้อ เข้าไปได้ หน้ากากอนามัยมีราคาสูงขึ้นในท้องตลาด เราจะทำอย่างไรให้หน้ากากเพียงพอ และราคาไม่สูง การฆ่าเชื้อในที่ชุมชนมีการทำอย่างเป็นมาตรฐานอย่างไรบ้าง และที่สำคัญ เมื่อสักครู่ผมบอกแล้วว่ามีคนที่มาจากประเทศจีนในเมืองอื่นมาแล้ว มีคนจากประเทศอื่น ที่ติดในประเทศของตัวเองแล้ว ในประเทศไทยเรามีการเตรียมตัวที่จะรับมือคนไข้จำนวน เยอะ ๆ หรือยัง เรามีชุดตรวจที่เพียงพอที่จะคัดกรองคนไข้หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่นคน หรือยัง ห้องแยกโรคมีพอไหม เนกาทีฟ เพรสเชอร์ (Negative pressure) ในแต่ละโรงพยาบาล มีโรงพยาบาลละ ๑ หรือ ๒ ห้อง มีไม่เยอะนะครับ ถ้ามีคนไข้ติดเชื้อในจังหวัดหนึ่งเยอะ ๆ เราจะทำอย่างไร ภาพต่อไปครับ ผมฝากถึงรัฐบาล อันนี้ผมเอามาจากข่าวต่างประเทศ สี จิ้นผิง ยืนยันยอมรับในฐานะผู้นำว่าโคโรนาไวรัส แอพพิเดมมิก อีส ดีมอน (Coronavirus epidemic is demon) เป็นปีศาจร้ายครับ แล้วบอกว่าเขาจะไดเรกติง ดีพลอยอิง แอนด์ เวิร์ก มายเซลฟ์ (Directing deploying and works myself) นี่คือผู้นำประเทศจีนที่จะไปเวิร์ก มายเซลฟ์ (Works myself) สิ่งที่ผมอยากจะฝากถึงรัฐบาล ข้อแรกคือยอมรับความจริง ข้อที่ ๒ คือ มีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ และถูกต้องตามหลักวิชาการ ไม่ต้องให้ประชาชน ไปเปิดหาในกูเกิล (Google) เอง

อันต่อไปคือแสดงให้เห็นว่ามีการลงมือทำจริง ๆ ครับ ลงมือทำคือพร้อมดูแล คนไทยในประเทศให้ปลอดภัยและพร้อมที่จะดูแลคนไทยที่ติดอยู่ที่ประเทศจีนไม่ใช่เฉพาะ อู่ฮั่น ทั่วประเทศจีนด้วยครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ในการเสนอญัตติวันนี้เราอาจจะ มีการยกเรื่องว่าให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหา อาจจะช้าเกินไปกว่าจะสรุปผลได้ แต่สิ่งที่เราจะได้คือถอดบทเรียนจากการรับมือครั้งนี้ว่า มีอะไรที่เป็นข้อบกพร่องเพื่อไปรับมือกับโรคอุบัติใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เพราะว่าการรับมือกับโรคอุบัติใหม่นี่คือการรับมือกับสิ่งที่เราไม่รู้ครับ การรับมือ กับสิ่งที่เราไม่รู้คือการยอมรับว่าเราไม่รู้ เมื่อเราไม่รู้เราก็ต้องหาข้อมูลแล้วก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ ได้รู้ แล้วก็ทำให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี แล้วก็มีสวัสดิภาพที่ดี เป็นประชาชนไทยที่รัฐบาลไทย และพวกเราในฐานะผู้แทนของชาวไทยให้การดูแลเป็นอย่างดีครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร คำประกอบ ครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพ ฟังเพื่อนสมาชิกที่เป็นนายแพทย์ทั้งหลายของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านก็อยากให้ตระหนัก ถึงความร้ายกาจของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ตัวนี้ที่แพร่กระจายเร็วมาก ถึงแม้ว่าอันตราย จะน้อยก็ตาม ท่านก็พูดถึงเรื่องการป้องกันของรัฐบาลบ้าง การดูแลของต่างประเทศบ้าง ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้นผมไม่ขัดข้องนะครับ ผมก็มีความรู้สึกว่ามันก็จะต้องตระหนักถึงภัยร้ายนี้ อย่างแน่นอน แต่ผมก็กลับเห็นว่าบางครั้งการที่เราไปคิดมากเกินไปก็สร้างความตระหนก ตกใจให้กับผู้คนในประเทศเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น วันก่อนนี้ข่าวทั้งในไลน์ (Line) ในเฟซ (Face) ครับท่านประธาน บอกว่ามีนักศึกษาจากอู่ฮั่นเข้าเมืองไม่ได้เพราะออกไปนอกเมือง แล้วกลับเข้าเมืองไม่ได้เพราะเขาปิดเมือง เป็นเด็กนครสวรรค์กลับมาอยู่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์มีติดเชื้อโคโรนา (Corona) แล้ว คนไม่ไปเที่ยวตรุษจีนจังหวัดนครสวรรค์เลย ท่านประธานครับ ปรากฏว่าก่อนที่มังกรจะเล่น ๒ ชั่วโมง ผลแล็บ (Lab) ออกมาว่าเป็น ไข้หวัดธรรมดาแต่ก็เสียหมด การท่องเที่ยวเสียหมดแล้ว คืออยากให้มองในอีกแง่มุมหนึ่งด้วย ผมไม่ขัดข้องที่ประเทศไทยจะต้องเตรียมพร้อม ผมเชื่อว่าบุคลากรของประเทศไทยทำงาน อย่างเข้มแข็งและแข็งขันมาก ๆ โดยเฉพาะรัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ ไม่ใช่เฉพาะ สี จิ้นผิง หรอกครับ พลเอก ประยุทธ์ เขาก็ทำงานแล้วเขาก็ทำงานได้ดี ไม่เช่นนั้นก็คงจะ ระบาดเยอะแยะแล้ว วันนี้ ๑๔ คนเอง แล้วก็กลับบ้านไป ๕-๖ คนแล้ว เดี๋ยวก็กลับหมดครับ เพราะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนทั้งนั้นที่ติดเชื้อ จะเห็นว่าการสาธารณสุขของประเทศไทย น่าชมเชย น่ายกย่อง แล้วคุณหมอทั้งหลาย บุคลากรทางสาธารณสุขของเรามีประสบการณ์ จากทั้งซาร์ส (SARS) ทั้งเมอร์ส (MERS) ซึ่งปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๕๕ ทั้ง ๒ ปีนี่ตายกันทั่วโลก เยอะแยะ แต่เมืองไทยตายไม่มากครับ เพราะว่าบุคลากรเราเป็นบุคลากรที่มีความเข้มแข็ง แล้วก็คุณหมอทั้งหลายผมยืนยันเลยว่าในประเทศไทยเขาทำงานกันอย่างจริงจัง กระทรวง สาธารณสุขก็จริงจัง กรมควบคุมโรคของเราก็จริงจัง รัฐมนตรีอนุทินก็จริงจัง ทุก ๆ คนทำงาน อย่างจริงจัง ท่านนายกรัฐมนตรีออกเพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลนี้พยายามที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง อยู่แล้ว แต่การแสดงความเป็นห่วงนั้นก็ขอให้อยู่ในกรอบนะครับท่าน ไม่ใช่ว่าหายใจก็ติด เดินก็ติด ท่านประธานครับ คน ๑๔ คนเข้ามาประเทศไทยมันไม่หายใจหรือท่านประธาน ถ้าหายใจติด มันไม่เป็นแค่ ๑๔ คน ไม่ใช่เฉพาะคนจีน นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเมืองไทย ติดก่อนแล้วมา ประเทศไทยหรอกครับ คนไทยต้องติดเป็นพัน ๆ คนแล้ว บางทีการที่เราอาจจะรู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ไปบอกว่าเดินผ่านกัน หายใจรดกันก็เป็นแล้ว มันจะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ท่านประธาน ๑๔ คนที่เป็นมันไม่ได้กลั้นหายใจนะท่านประธาน มันก็ต้องเดินผ่านคนอื่น ต้องนั่งรถร่วมกับคนอื่น ถ้าหายใจเป็นล่ะก็มันติดกันเป็นร้อยเป็นพันแล้ว วันนี้ก็ยังติดแค่ ๑๔ คน แล้วก็กลับบ้านไปแล้ว ผมว่าอีกวัน ๒ วันก็กลับบ้านหมดแล้ว แต่ก็แน่นอนครับ ก็มีเพิ่มทุกวัน แต่ต้องยอมรับว่าการคัดกรอง การสาธารณสุขของประเทศไทยทำอย่างจริงจัง ท่านจะเห็นได้ว่าเข้าสภาเขาจะมีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุข เขาก็มาส่องหูเราเพื่อจะดูว่า อุณหภูมิในร่างกายเราสูงหรือไม่ แจกเจล (Gel) ล้างมือ แต่ในสภาเราต่างหากท่านประธาน ผมเดินหาเจล (Gel) จะล้างมือไม่มีนอกจากต้องไปล้างมือในห้องน้ำ เอาสบู่ธรรมดาล้าง แล้วเจล (Gel) ฆ่าเชื้อมันควรจะอยู่หน้าห้องบ้าง อยู่ในห้องบ้าง ตรงนี้ต้องมีขวด ๒ ขวด ทำไมไม่คิดทำก็ไม่รู้ ไม่ได้ว่าท่านประธานครับ โดยรวม ๆ นั่นล่ะว่าถ้าเราตื่นตัวกันขนาดนั้น ก็น่าที่จะต้องมีเจล (Gel) ล้างมือ เจล (Gel) ฟอกมือตามห้องกรรมาธิการ เข้าก็ต้องล้าง ออกก็ต้องล้าง หน้ากากก็ไม่มีแจก ท่านประธาน นี่มันชุมชนนะครับ เขาบอกว่าถ้าเข้าออก ชุมชนต้องใส่หน้ากาก เอาตรงไหน ท่านประธาน มาสภาก็แทบจะไม่ทันแล้ววัน ๆ นี่นะครับ เข้ามามันควรจะมีแจก ประธานต้องออกสตางค์แจกนะครับ เราต้องให้กับเพื่อนสมาชิกเรา ซึ่งก็มาทำหน้าที่สำคัญกันทั้งนั้นล่ะครับ ก็มีการป้องกันตัวเองตามสมควร อย่างไรก็ตาม อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเรากังวลก็เป็นเรื่องที่ดี เราเตรียมตัวดีก็เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่อย่าไปตระหนกตกใจกันจนเกินกว่าเหตุ ถ้าตระหนกตกใจเกินกว่าเหตุก็อย่างที่ผมเรียน ให้ท่านทราบนั่นละ เด็กที่มาจากเมืองจีนมีอยู่คนเดียว ตีข่าวกัน คนนั้นก็พูด คนนี้ก็พูด ท่านประธานครับ เปิดดูเฟซ (Face) ทีไรตายล่ะจังหวัดนครสวรรค์ใครจะมา แค่คนเดียวนะ แล้วก็ก่อนสิงโตเล่นแป๊บเดียวท่านประธานบอกไม่เป็น เป็นหวัดธรรมดา ฝากท่านประธานว่า รัฐบาลก็ทำดีอยู่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ทำดีอยู่แล้ว กระทรวงสาธารณสุข บุคลากรต่าง ๆ ทำดีอยู่แล้ว แม้กระทั่งท่านประธาน วันก่อนผมไป รพ.สต. ที่น้ำกลัด ตำบลบางพระหลวง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ท่านรู้ไหมว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจังหวัดนครสวรรค์ ผมไปถึงเขากำลังอบรม อสม. อยู่เลย จะเห็นได้ว่าการตื่นตัวของสาธารณสุขประเทศไทยนี้ ผมว่าระดับโลกนะ เหมือนที่ท่านนายแพทย์ทั้งหลายได้ขึ้นจอได้พูดให้พวกเราฟัง เขาพูด เหมือนกันเลย แต่เขาพูดให้ อสม. ฟัง ให้ไปดูว่าการคัดกรองเป็นอย่างไร ดูแล้วใครมีอาการ อย่างไร เขาบอกเหมือนกันหมด ผมเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะ อบต. น้ำกลัดของตำบลบางพระหลวง เท่านั้น ผมว่า อสม. ทั้งประเทศขณะนี้ก็ตื่นตัวหมดนะครับ จากการที่สาธารณสุขทุกจังหวัด ได้ให้ความเอาใจใส่กับเรื่องนี้ ผมเชื่อว่ารัฐบาลทำได้ดีอยู่แล้วนะครับ แล้วอย่าไปตระหนก มากจนเกินไป ขอเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา และคุณหมออนุทิน ชาญวีรกูล ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ผมตอนแรก ๆ ก็ไม่นึกกลัวเท่าไร แต่นั่งฟังมาเรื่อย ๆ ผมชักจะกลัวแล้วนะครับ ที่จริงเมื่อเช้า ที่ทางเข้าสภา หมอ พยาบาลประจำสภาเราก็ไปทำหน้าที่แจกทั้งแมสก์ (Mask) แล้วก็เจล (Gel) ล้างมือให้กับทุกท่าน ผมก็ได้รับแจกแต่ผมทำหน้าที่เป็นประธาน ถ้าเอาแมสก์ (Mask) มาปิดปากผม ผมพูดอะไรไม่ได้นะครับ แต่ถ้าท่านวีระกรท่านก็ควรจะหามา ไม่ได้รับแจก ใช่ไหมครับเมื่อเช้า ท่านเลขาธิการประสานงานทางฝ่ายหมอเรานะครับ ก็เห็นด้วยที่จะต้อง มีเจล (Gel) มาตั้งเอาไว้ในห้องประชุมสภา เผื่อมีการล้างมืออะไรด้วย ก็ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่เราก็ต้องป้องกันเอาไว้นะครับ ต่อไปท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๗ นาที คุณหมอเชิญครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาโรคปอดอักเสบรุนแรงจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ของเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งของท่านหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ พรรคเพื่อไทย ผมมีเวลาจำกัดครับ จะขอสรุปว่าสิ่งที่เรายอมรับกันเกี่ยวกับเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ ก็คือเป็นโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่เป็นต้นเหตุของวิกฤติในปัจจุบันว่ามาจากเชื้อโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) ตัวนี้ ซึ่งก็เป็นสายพันธุ์เดียวกันกับที่เกิดโรคซาร์ส (SARS) สายพันธุ์ เดียวกับที่เกิดโรคเมอร์ส (MERS) ไวรัสตัวนี้อาจจะมีแตกต่างกันในเรื่องสายพันธุ์ย่อยแต่ว่า เป็นตัวเดียวกัน ซึ่งมีการศึกษาไว้บ้างในการระบาดครั้งก่อน ๆ ข้อดีก็คือว่าเราจะสามารถ นำข้อมูลต่าง ๆ ที่เราได้ศึกษาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเตรียมวัคซีน การเตรียมยา หรือว่าการเฝ้าระวังต่าง ๆ เราสามารถที่จะดัดแปลงจากของเดิม ซึ่งประเทศไทยมีประสบการณ์ ในเรื่องดังกล่าวได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับ ๖ ของโลกที่สามารถที่จะตรวจสอบ ติดตาม กักกัน แล้วก็ควบคุมโรค ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้พวกเรามีความมั่นใจได้บ้างครับ และขณะนี้ ยอมรับกันชัดเจนว่าเป็นโรคติดต่อจากคนมาสู่คนได้ จากเดิมแรก ๆ ที่มีการพูดมีการรายงาน จากเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคมที่ผ่านมาก็ยังบอกไม่ได้ว่าติดต่อกันอย่างไร แต่เชื่อกันว่ามาจากสัตว์ในตลาดขายสัตว์ต่าง ๆ ในเมืองอู่ฮั่น แล้วก็ติดต่อมายังคน แต่ตอนนี้ เพิ่มเติมว่าเชื้อไวรัสตัวนี้สามารถติดต่อจากคนไปสู่คนได้แล้ว มีการกลายพันธุ์ กราบเรียนว่า นี่คือสิ่งที่เราได้ทราบเพิ่มเติมเรื่อย ๆ มานะครับ การระบาดของโรคนี้น่าจะรุนแรงมากกว่า โรคซาร์ส (SARS) หรือโรคเมอร์ส (MERS) ที่ผ่านมา เพราะตอนนี้ยืนยันว่าสามารถแพร่เชื้อ ได้ก่อนที่จะมีอาการ หมายความว่าคนที่จะแพร่เชื้อ คนที่เป็นโรค คนที่ได้รับเชื้อสามารถจะ แพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้ก่อนที่จะมีอาการ นี่คือสิ่งที่ลำบากในการที่จะติดตามตรวจสอบต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่เราหนักใจ เพราะยังไม่ทราบเลยว่าเป็นหรือไม่เป็นโรค ยังตรวจไม่พบ ยังไม่มี อาการ แต่ก็แพร่เชื้อได้แล้ว การระบาดรุนแรงก็ถือว่าใกล้เคียงกับโรคไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ แต่ระบาดรุนแรงกว่าโรคซาร์ส (SARS) และระบาดรุนแรงกว่าโรคเมอร์ส (MERS) หลายเท่า การระบาดเพียงไม่ถึง ๑ เดือน จากปลายเดือนธันวาคมมาถึงตอนนี้ไม่ถึง ๑ เดือน มีผู้ติดเชื้อ เพิ่มขึ้นถึง ๖,๐๐๐ คนแล้ว เทียบกับโรคซาร์ส (SARS) เป็นอยู่หลายเดือนมีผู้ติดเชื้ออยู่ ประมาณ ๘,๐๐๐ คน แต่โรคนี้เพียงไม่ถึง ๑ เดือนได้ติดเชื้อถึง ๖,๐๐๐ คนแล้ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอัตราการติดเชื้อจะมาก แต่อัตราการตายจะต่ำกว่าทั้งโรคซาร์ส (SARS) และโรคเมอร์ส (MERS) ก็เทียบกันแล้ว ถ้าโรคซาร์ส (SARS) อยู่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มีอัตราการตายประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ติดเชื้อ โรคเมอร์ส (MERS) ตายประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับโรคโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ นี้จะตายอยู่ประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็ยังมีสิ่งที่ เรามีกำลังใจอยู่บ้างนะครับ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มียาฆ่าเชื้อเชื่อว่าภายในการติดต่อคราวนี้ จะเดือน ๒ เดือน ๓ เดือนก็ตามเชื่อว่าจะยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสตัวนี้ วัคซีนภายใน ๑ ปี ข้างหน้านี้วัคซีนป้องกันไวรัสตัวนี้ก็คงจะทำได้ไม่สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะเคยศึกษามาก่อนก็ตาม นี่ก็คือสิ่งที่ผมอยากนำกราบเรียนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การกระจายเชื้อก็ไปได้ หลายประเทศก็เพราะโรคนี้กระจายเชื้ออย่างรุนแรง การติดต่อสารคัดหลั่ง การไอจามต่าง ๆ นี่เป็นเรื่องที่ได้มีการพูดคุยกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความเสี่ยงก็คือผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบหายใจ ไอ หอบต่าง ๆ หรือพวกที่มีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต มีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของคนทั้งส่วนบุคคล และทั้งส่วนรวม จะเห็นได้ว่าหลังจากโรคนี้ระบาดขึ้นมาก็จะมีการปรับปรุงโรงพยาบาล ในประเทศจีนสร้างโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น ปรับโรงพยาบาลบางแห่งมารักษาโรคนี้อย่างเดียว ประเทศไทยเห็นชัดเจนว่าเดินไปไหนมาไหนก็เห็นคนปิดผ้าอนามัยแมสก์ (Mask) ต่าง ๆ อยู่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลก เรื่องเศรษฐกิจแน่นอนครับตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นขายของต่าง ๆ การค้าการขาย แม้แต่จีดีพี (GDP) ก็คาดการณ์ว่าจะลดลงจาก เดิมว่า ๓.๒ ตอนนี้คิดว่าประมาณ ๒.๕ ที่จะขยายตัวหลังจากที่โรคนี้เกิดขึ้น ด้านสังคม จะเห็นได้ว่ามีการงดการประชุม งดการจัดงานสังสรรค์ต่าง ๆ ผมขอเพิ่มอีกนิดเดียวว่าจากที่ เราได้สังเกต จากติดตามข่าวคราวท่านนายกเทศมนตรีของเมืองอู่ฮั่น นายโจว เซียนหวัง นายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮันยอมรับว่าข่าวคราวในช่วงแรก ๆ ปิดข่าวกัน ยังไม่ได้นำเสนอ ข่าวคราวออกมาให้ทั่วโลกรับทราบ ยอมรับว่ามีชาวอู่ฮั่นประมาณ ๕ ล้านคนเดินทางออกจาก เมืองอู่ฮั่นก่อนที่จะมีข่าวคราวต่าง ๆ ออกมา จึงทำให้โรคนี้ได้แพร่กระจายไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกได้เร็ว เขาถือว่าการที่เขาปกปิดข่าวคราวในช่วงแรกเป็นความผิดพลาดและยอมรับว่า ความผิดพลาดนั้นเขาเป็นผู้ที่มีส่วนต้องรับผิดชอบและได้ประกาศขอลาออกจากตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮั่น นั่นก็ถือว่าเป็นสปิริต (Spirit) ทางการเมือง ผมคงไม่รบกวนเวลา มากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เนื่องจากมีสมาชิกกว่า ๒๐ ท่านที่ประสงค์จะอภิปรายครับ ขอให้ทุกท่านเข้าตรงประเด็น แล้วก็รักษาเวลาด้วยครับ ต่อไปอีก ๔ ท่านนะครับ พรรคภูมิใจไทย ท่านศุภชัย พรรคอนาคตใหม่ ท่านพีระเดช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรังสิมา พรรคเพื่อไทย ท่านประเดิมชัย เชิญครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมต้องขออนุญาตเรียนกับท่านประธานว่าผมไม่ใช่หมอแล้วก็ไม่ใช่แพทย์ ความเกี่ยวข้อง เกี่ยวพันกับโรงพยาบาลก็คงในฐานะคนไข้ แต่วันนี้ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเรื่องเชื้อไวรัส โคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ในฐานะที่หัวหน้าพรรคผมคือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็เลขาธิการพรรคท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้ง ๓ ท่านเกี่ยวข้องโดยตรงกับบุคคลที่กำลังป่วย เกี่ยวข้อง กับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่เข้ามาประเทศไทย เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางอากาศ ทางเครื่องบินที่ทำให้บุคคลเหล่านั้นเข้ามายังประเทศไทย และสิ่งที่ผมอยากจะเรียนก็คือว่าเนื่องจากทั้ง ๓ ท่านอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย ผมจึงมีโอกาส ได้ข้อมูลต่าง ๆ ว่าท่านทั้งหลายที่ผมได้เอ่ยนามถึงท่านได้ทำงานในการร่วมกันสกัดเชื้อไวรัส โคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ในการแก้ปัญหาเรื่องความเจ็บป่วยนี้กันอย่างไรครับ สิ่งที่จะต้องเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ผ่านไปยังท่านทั้งหลายก็คือเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งนำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเป็นระดับ ๓ เพื่อติดตาม สถานการณ์โรคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและบริหารจัดการทรัพยากร เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการเฝ้าระวังค้นหาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบนี้โดยเน้นการ คัดกรองไข้ ณ ช่องทางเข้าออกที่ท่าอากาศยานทั้ง ๕ แห่ง ก็คือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานกระบี่ เพิ่มการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล สนับสนุนความพร้อมสำหรับการรับมือโรคติดต่ออุบัติใหม่นี้ โดยครอบคลุมระบบบริการสาธารณสุขทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนแหล่งท่องเที่ยว โดยบูรณาการกันทั้ง ๓ กระทรวงที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปแล้ว ก็คือกระทรวง คมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตรงนี้ผมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือ ซึ่งพวกเราก็ได้ติดตามข่าว ก็จะพบว่าประเทศไทยได้รับการจัดลำดับว่าอยู่ในอันดับ ๖ ของโลกในการที่สามารถรับมือ กับโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นโรคระบาดอุบัติใหม่เหล่านี้ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธาน ผ่านไปยังที่ประชุมแห่งนี้ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนก็คือคำถามว่าวันนี้เราควรจะต้องวิตก ขนาดไหน เราต้องตื่นตระหนกกันอย่างไร ผมได้ข้อมูลมาจากสาธารณสุขบอกว่าโรคนี้ต้อง ยอมรับว่าระบาดอย่างรวดเร็วและมีผู้ป่วยจำนวนมาก เดี๋ยวนี้ทั้งโลกประมาณ ๖,๐๐๐ คนแล้ว รวดเร็วกว่าซาร์ส (SARS) หลายเท่า โรคซาร์ส (SARS) เริ่มเกิดในเดือนพฤศจิกายนกว่าจะ ไปเริ่มระบาดจริง ๆ ในเดือนกุมภาพันธ์และระบาดมากในเดือนมีนาคม เดือนเมษายน ปี ๒๐๐๓ แต่ว่าก็ไม่เร็วเท่ากับโรคนี้คือโรคปอดบวม อู่ฮั่น สาเหตุที่เชื่อว่าโรคนี้จะระบาด เกิดขึ้นได้ในประเทศมีเหตุผลอยู่ประมาณ ๕-๖ เหตุผล

๑. การระบาดในประเทศจีนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การที่รู้ว่ามีผู้ป่วยปอดบวม พร้อมกัน ๔๑ คน ในขณะนั้นการระบาดเป็นการรับช่วงจากผู้ป่วยส่งต่อมาจนถึงระดับ ๔ หมายถึงว่าผู้ป่วยคนแรกไม่น่ามาจากตลาดขายของสด ซึ่งอันนี้เป็นข้อมูลที่พวกเราไม่เข้าใจ กันว่าแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างนั้นหรือไม่ อย่างไร แต่อันนี้คือข้อมูลทางสาธารณสุขของเรา เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่าคนที่เป็นผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่ได้เคยสัมผัสกับตลาดขายของสดเลย เพราะฉะนั้นข้อมูลเรื่องที่ว่าไปกินของสดอะไรต่าง ๆ จริงหรือไม่

๒. ก็คือความรุนแรงของโรคนี้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับซาร์ส (SARS) หรือ เมอร์ส (MERS) อัตราการตายของโรคนี้ถ้าดูจำนวนเปอร์เซ็นต์จะมีแนวโน้มลดลงไปเรื่อย ๆ เชื่อว่าน่าจะน้อยกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะอยู่ ๑ ใน ๑,๐๐๐ จากผู้ป่วยนอกประเทศจีน กว่า ๑๐๐ คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยเพราะการวินิจฉัยจะทำได้ดีและรวดเร็วขึ้น และยอดผู้ป่วย ที่แท้จริงจะมีมากกว่าผู้ป่วยที่รายงานมาก ตัวเลขอัตราการตายก็จะค่อย ๆ ลดลงเหมือน การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี ๒๐๐๙

๓. การนับจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น และเชื่อว่าอีก ๑-๒ เดือน ข้างหน้าก็จะไม่มีการนับแล้ว เช่นเดียวกับการระบาดไข้หวัดใหญ่เมื่อ ๑๐ ปีก่อน พอไปถึง ระยะหนึ่งก็เลิกนับจำนวน

๔. เมื่อโรคนี้มีความรุนแรงน้อยจึงมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย และยังแพร่กระจายโรคได้ จึงมีการเดินทาง จึงทำให้การแพร่ระบาดของโรคไปอย่างรวดเร็ว

๕. ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปสัมผัสในประเทศจีนเกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเยอรมนี ดังนั้นนับจากนี้เป็นต้นไปก็จะมี การพบในอีกหลาย ๆ ประเทศ

๖. ความรุนแรงเหมือนไข้หวัดใหญ่ การระบาดจึงเหมือนไข้หวัดใหญ่ที่พร้อม จะกระจายข้ามทวีปและกระจายไปทั่วโลก เช่น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ซึ่งใช้เวลา ไม่เกิน ๖ เดือน ก็กระจายไปทั้งโลก ท่านประธานที่เคารพ วันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่า โรคนี้ระบาดแน่ ๆ ในประเทศไทยและทุกประเทศ แต่ก็ควรจะมีมาตรการให้มีการระบาด อย่างช้าที่สุดเพื่อรอความรู้ องค์ความรู้ใหม่ ๆ ข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับโรคนี้ วันนี้เราควร ที่จะต้องสู้ ไม่ควรจะตั้งหลักในการที่จะรับอย่างเดียว เราต้องหาความรู้ตรงนี้ และในที่สุด เมื่อการระบาดมาสักระยะหนึ่งโรคนี้ก็จะสงบ และเหมือนท่านขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านปกรณ์ ท่านบอกว่ามันไม่ชอบความร้อน ประเทศไทยมีความร้อนก็คงจะทำให้ในที่สุดมันไม่สามารถ ระบาดไปได้ยืนยาว สิ่งหนึ่งที่ต้องขออนุญาตเรียนก็คือพวกเราทุกคนอย่าได้ตื่นตระหนกกัน พี่น้องประชาชนคนไทยไม่ควรที่จะตื่นตระหนกจนเกินไป และจงให้ความมั่นใจกับรัฐบาลว่า ท่านสามารถที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พี่น้องผู้ปฏิบัติหน้าที่คือข้าราชการสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ และวันนี้ผมว่าพวกเราทุกคนควรจะให้กำลังใจกันและกันพร้อมที่จะสู้กับโรคที่กำลังระบาดนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านพีรเดชครับ

นายพีรเดช คำสมุทร เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรเดช คำสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมอภิปราย ก่อนอื่นผมต้องขอถามหน่อยครับว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงไปไหน วันนี้ผู้ว่าเมืองอู่ฮั่นประกาศว่าได้ให้ข้อมูลผิดและล่าช้า และมีชาวจีนที่ออกมาจากเมืองอู่ฮั่นกว่า ๕ ล้านคน ยิ่งไปกว่านั้นครับ มาประเทศไทย ๒๐,๐๐๐ คน อย่างที่ได้พูดกันว่าการระบาดเราอาจจะเห็นการระบาดถึง ๑,๐๐๐ คนก็ได้ ติดเชื้อถึง ๑,๐๐๐ คนก็อาจจะเป็นได้จริง ๆ แล้วคราวนี้ใครจะออกมารับผิดชอบ พวกเรา ทุกคนที่เป็นผู้แทนราษฎรนั่นล่ะครับ ผมอยากจะถามครับท่านประธาน วันนี้เราต้องแยกแยะ ให้ออกว่าการตื่นตัวหรือประมาทไม่เหมือนกัน อย่างเอกสารที่เราได้รับกันเรื่องการแพร่ระบาด ของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ปีนี้ ค.ศ. ๒๐๒๐ ยุค ๔.๐ ไม่ใช่เหมือนเมื่อก่อน ต้องใช้ความรู้ใหม่ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องบอกว่าเป็นไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์เก่าสิครับ ถ้าเกิดใช้การรักษาเหมือนเดิม อย่างเช่นวันนี้เราได้ยินผู้แทนที่เป็นแพทย์อภิปรายหลายท่าน ทำไมเราถึงต้องตื่นตัวและตระหนัก ก็เพราะว่าเขาคือแพทย์เขาคือคนที่รักษาเราครับ ถ้าวันนี้ ท่านนายกสามารถรักษาได้ผมจะเชื่อท่านนายกครับ มาดูตามข้อมูลนะครับ จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของประเทศจีน ยกตัวอย่างง่าย ๆ วัดร่องขุ่น ถ้ำหลวง ไร่ชาฉุยฟง สามเหลี่ยมทองคำ จากสถานการณ์วันที่ ๕ จนถึงวันที่ ๒๗ มกราคม สนามบินแม่ฟ้าหลวง จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีน ๙,๔๓๙ ราย ด่านพรมแดนแม่สาย ๘๖๓ ราย ท่าเรือพาณิชย์ เชียงแสน ๒๗๐ ราย ทั้งสิ้น ๑๒,๐๙๗ ราย ผมอยากถามว่าการแบ่งกลุ่มของนักท่องเที่ยวจีน ที่มาเที่ยวประเทศไทยเรารู้หรือเปล่าว่ามีกี่กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่มาจากสนามบินแม่ฟ้าหลวง บินตรงจากประเทศจีนมาเลยครับ เดือนหนึ่ง ๒๐ รอบ ผมอยากถามว่ามีจำนวนชาวจีนกี่คน กลุ่มที่ ๒ คือเครื่องบินที่ลงจากสนามบินเชียงใหม่เพื่อเดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงรายแล้วก็ ล่องเรือตามแม่น้ำโขงขึ้นไปยังประเทศจีน กลุ่มที่ ๓ มากับเรือสินค้าจากประเทศจีนมาลงอำเภอเชียงแสน กลุ่มสุดท้ายคือมากับทัวร์จีน จากสิบสองปันนา วันนี้ผมอยากจะพาไปถึงข้อสังเกตและข้อกังวล เนื่องจากจังหวัดเชียงราย มีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มีจำนวนนักศึกษาจำนวนมาก หลายพันคน เปิดเรียนมาแล้ว ๓ วัน ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร คือในช่วงที่เมืองอู่ฮั่นมีการสั่งปิด มีการเดินทางของนักศึกษาที่เข้ามาก่อนการประกาศ เราไม่มีการศึกษาหรือว่าสอบถามหรือว่า การควบคุมอะไรเลย ฉะนั้นจึงเป็นข้อสังเกตให้เราควรจะเฝ้าระวัง เพราะว่าการตรวจสอบ ในระยะการฟักตัวของโรคคือ ๑๔ วัน ด่านตรวจของประเทศเพื่อนบ้านผมอยากให้ไปดู ในอำเภอแม่สายเรามีด่านอยู่ ๒ ที่ มีเครื่องเทอร์โมมิเตอร์ (Thermometer) ในการตรวจสอบ อุณหภูมิร่างกายอยู่ทั้งสองจุด คืออำเภอแม่สาย ๑ อำเภอเชียงแสน ๑ แล้วก็มีเครื่องวัด เหมือนที่สภาเรามีคือเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ในประเภทที่ขับรถสาธารณะหรือรถบุคคลธรรมดาไม่มีการตรวจสอบตรงนี้ เป็นไปได้ไหม ที่จะมีผู้ติดเชื้อและเข้ามาโดยการใช้รถส่วนบุคคล ผมขอเสนอเป็นข้อสังเกตครับ ในส่วนของ เจ้าหน้าที่ก็ต้องชื่นชม ตม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข นายอำเภอแม่สาย นายอำเภอเชียงแสน ที่ลงพื้นที่ด้วยตัวเองนะครับ ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว โรงพยาบาลแม่สายที่อยู่เฝ้าระวัง การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) อย่างใกล้ชิด แต่ผมก็ต้องบอกอย่างนี้ครับ โรงพยาบาลของอำเภอแม่สายและโรงพยาบาลของอำเภอเชียงแสน ณ ปัจจุบันนี้จำนวนแค่ คนที่ป่วยก็เยอะมากพอแล้วครับ เตียงที่ใช้ก็ไม่สามารถที่จะรองรับได้ ถ้าวันนี้มีการระบาด จากเพื่อนบ้านเราไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งลาวหรือว่าทางฝั่งเมียนมาร์นะครับ ผมมองว่ามันจะเป็น เรื่องลำบากที่จะรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นโดยที่เราไม่สามารถที่จะคำนวณได้เลยว่าจะเพิ่มขึ้น ในอัตราส่วนเท่าไร เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่เป็นเรื่องสำคัญและต้องเร่งด่วนและต้องปฏิบัติได้จริง วันนี้ ก็ใช้เวลาไม่มาก ก็ขอชื่นชมในเจ้าหน้าที่และหลาย ๆ ท่านที่ตระหนักถึงความร้ายแรงของ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรังสิมาครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยกับญัตติด่วนที่ให้สภาพิจารณาศึกษาปัญหาแพร่ระบาด ของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ คือดิฉันจะพูดประเด็นของสภาเราก่อน ในฐานะที่ดิฉันเป็นพยาบาล ดิฉันเห็นว่าสภาก็มีการป้องกันโดยการที่ให้เจ้าหน้าที่พยาบาล ไปวัดไข้ตรงทางเข้าหลังจากที่ช่องสแกน (Scan) แล้ว สแกน (Scan) อุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ดิฉัน ไม่เห็นด้วยที่จะให้พยาบาลไปยืนอยู่ตรงนั้นที่จะสแกน (Scan) หลังจากที่เข้ามาจากประตูแล้ว ควรที่จะไปยืนหน้าประตูไม่ใช่ให้เขามาในประตูแล้วเราก็มาวัดไข้ ถ้าคนที่ติดเชื้อมาแล้วเชื้อ ก็จะแพร่กระจายในสภาของเรา เพราะฉะนั้นเราควรที่จะให้เขาอยู่นอกประตูก่อนแล้ววัดไข้ แล้วใช้เจล (Gel) ล้างมือแล้วถึงจะเข้ามาในประตู ท่านต้องแก้ไขตรงนี้ อีกประการหนึ่งคือ ดิฉันก็เห็นว่าแจกแมสก์ (Mask) กันจะใส่สักกี่คน เห็นเจ้าหน้าที่บอกว่าเบิกมา ๒๐,๐๐๐ ชิ้น แต่ชิ้นหนึ่งดิฉันถามราคาแล้วชิ้นละ ๔ บาท ๔ บาทแจกไปแล้วไม่ได้ใช้ไปวางทิ้งเยอะแยะเลย วางตรงโน้นวางตรงนี้ ท่านทราบไหมว่าอันนี้ก็เป็นเงินของสภาเราทั้งนั้น แล้วก็ไม่ได้ป้องกัน แจกไปแล้วก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอย่าประมาท ท่านอย่าคิดว่าตรงนี้ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเป็นขึ้นมาก็จะไม่คุ้มกัน เพราะฉะนั้นท่านต้องเน้น เมื่อแจกไปแล้วต้องใช้ ไม่ใช่แจกแล้วไม่ใช้ แล้วไม่ใช่ท่านบอกว่าแล้วทำไมรังสิมาคุณไม่ปิด ก็อภิปรายมันปิดไม่ได้ ถ้าอภิปรายปิดปากได้ดิฉันจะปิดให้ท่าน

อีกประการหนึ่งคือการกำจัดของเสียหรือสิ่งที่เราไม่ใช้แล้ว อย่างเช่น แมสก์ (Mask) ประชาชนก็มาร้องเรียนดิฉันว่าขณะนี้โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว แมสก์ (Mask) ใช้แล้ว ทิ้งกระจายเกลื่อนเมืองทั่วไปหมดเพราะว่าใช้แล้วทิ้งส่ง

อีกประการหนึ่งคือการกำจัด ท่านมีวิธีการกำจัดอย่างไร โดยเฉพาะสภาของเรา ต้องแยก สมมุติอันไหนที่ใช้เกี่ยวกับสารคัดหลั่งทั้งหลาย น้ำมูก น้ำลาย กระดาษทิชชูต่าง ๆ ที่เราสั่งน้ำมูกมาหรือว่าเราเช็ดปากอะไรทั้งหลาย อันนี้ก็จะเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อ

อีกประการหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับห้องประชุมของเรา ดิฉันคิดว่าห้องประชุม ของเราหลังจากเลิกประชุมหรือก่อนประชุมสภามันต้องมีการอบห้องเพื่อให้ความมั่นใจว่า ส.ส. ของเรา ๕๐๐ คนพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ของเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (Virus Corona) เพื่อเป็นการป้องกัน ถ้าคนหนึ่งคนใดในสภาเป็น หมดค่ะผู้แทนราษฎรจะ ไม่เหลือมันจะเสียงบประมาณในการเลือกตั้งใหม่

อีกประการหนึ่งคือท่านเห็นไหมว่าเวลาหมอจะผ่าตัดคนไข้เห็นไหมเขาต้อง เน้นเรื่องความสะอาดเป็นหลัก โดยเฉพาะการอบฆ่าเชื้อ การเช็ดทั้งหลายทำความสะอาด อุปกรณ์ในห้องจะต้องสำคัญ เพราะฉะนั้นในห้องสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะเป็นประตูที่จับอะไร ทั้งหลายอยากให้ท่านเน้นว่าจะต้องแดมป์ (Damp) ให้หมด เช็ดให้สะอาด โดยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระจายของเชื้อโรค ไม่ใช่เฉพาะที่จะมีการแพร่กระจายเฉพาะโรคนี้ เท่านั้น ทุกวันทุกคนต้องคิดไว้เสมอเรื่องเกี่ยวกับสุขอนามัยส่วนบุคคล กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ต้องท่องไว้เลย ทุกคนต้องท่องไปกินอะไรกับใครถ้าใครไปตักไม่ใช้ช้อนกลางอย่าไป กินด้วย ต้องทิ้งให้เขากินคนเดียว บางคนก็ฉลาดตักไว้ก่อนเพื่อไม่ให้คนอื่นตักอะไรอย่างนี้ ทีนี้มันเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรค แล้วล้างมือนี่ก็สำคัญ เพราะฉะนั้นห้องน้ำของสภา ท่านก็ต้องเน้นเรื่องน้ำยาล้างมือ เจล (Gel) ที่เช็ดมือทั้งหลายในการฆ่าเชื้อโรค แล้วก็ห้องน้ำ ของเราข้างหลังตรงใกล้ลิฟต์ที่ด้านหน้ามี ๕ ห้อง ใช้ได้ ๒ ห้อง ห้องอื่นใช้ไม่ได้ พอเวลาเปิด ที่ฉีดล้างก้นน้ำจะท่วมพื้นเลย ท่านต้องให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับทางด้านสถานที่ไปดูด้วย เพราะว่ามันไม่พอใช้ คนของเราเยอะและห้องน้ำเสียแล้วก็ไม่มีอุปกรณ์ต่าง ๆ มันจะมีผลต่อ การติดเชื้อได้

อีกประการหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับแพทย์พยาบาล ดิฉันก็อยากจะให้ท่านหรือว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของแพทย์พยาบาลให้มาก เพราะขณะนี้ขวัญกำลังใจของแพทย์ พยาบาลโดยเฉพาะหมอที่ตายที่อู่ฮั่นมันก็เลยทำให้คนที่ปฏิบัติหน้าที่ก็มีความหวาดกลัวว่า ถ้ามีคนไข้เป็นโรคนี้เยอะ ๆ แพทย์พยาบาลขณะไม่มีโรคนี้มาระบาดเขาก็ยังต้องทำงานไม่มี วันพักผ่อนเลยนอนน้อยมันก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ เมื่อนอนน้อยภูมิคุ้มกันต่ำการติดโรคก็จะง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นท่านต้องให้ขวัญกำลังใจของ แพทย์พยาบาลให้มากเพื่อที่ให้เขามีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็คนที่เขาอยากจะย้าย กลับไปภูมิลำเนาเพื่อที่เขาไปทำงานได้เต็มที่ก็ควรที่จะย้ายให้เขา ไม่ใช่ว่าต้นสังกัดให้ย้าย ปลายรับ แต่กระทรวงไม่อนุมัติมันทำให้เขาจะลาออก บุคลากรก็ยิ่งหมดไปอีก ดิฉันก็ต่อสู้ ให้พยาบาลมาทุกครั้งท่านก็เห็นใช่ไหมคะ แต่ทำไมทางกระทรวงไม่คิดที่จะรักษาบุคลากร ที่มีคุณภาพเอาไว้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยอยากจะฝากว่าขวัญกำลังใจของบุคลากรแพทย์ พยาบาลก็มีความสำคัญต่อการแพร่กระจายเชื้ออันนี้มาก ขอให้รัฐบาลเห็นความสำคัญนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านประเดิมชัยครับ แล้วตามด้วยท่านศรีนวล บุญลือ นะครับ

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง ขออนุญาตในการที่จะได้อภิปรายสนับสนุนในญัตติ ที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาในเรื่องของการหามาตรการในการ ดูแลป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ท่านประธานครับ ในสิ่งที่ผู้เสนอญัตติและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายในเบื้องต้นส่วนใหญ่ก็จะพูดถึง เรื่องของมาตรการในการป้องกันจากผู้ที่จะเดินทางเข้ามาสู่ในประเทศไทย หรือพูดถึงประเด็น เรื่องของเหตุการณ์ของคนที่เป็นโรคที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ แต่ในมุมมองของผมที่อยากจะ ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานเพื่อที่จะให้หน่วยงานได้รับไปพิจารณา โดยเฉพาะประเด็น ในพื้นที่ที่น่าจะมีส่วนของการที่จะต้องหามาตรการในการดูแลหรือป้องกัน หรือทำความเข้าใจ กับกลุ่มคนไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนจีนหรือคนชาติไหนก็ตามแต่ที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ของเรา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในการที่จะได้ยกตัวอย่างให้เห็นถึงภาพว่าในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนจีนที่ทำมาหากินอยู่ในเมืองไทยที่ค่อนข้างมากอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ เขตดินแดง เขตห้วยขวางที่กระผมเป็นผู้แทนอยู่นั้น ท่านประธานคงทราบดีว่ามีคนจีนได้มา ประกอบอาชีพทำมาหากินอยู่ในประเทศไทยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะถนนสายที่เรียกว่า ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ในขณะนี้จะเห็นว่า ๒ ข้างทางมีร้านรวงต่าง ๆ ที่คนจีนเป็นเจ้าของ แล้วก็มาประกอบอาชีพในการทำมาค้าขาย ท่านประธานครับ คนเหล่านี้ถามว่าเราได้มี การเข้าไปสำรวจตรวจสอบ เข้าไปดูแลหรือว่าเข้าไปทำความเข้าใจ หรือว่าเข้าไปให้ความรู้ หรือขอความร่วมมือสำหรับคนกลุ่มนี้ในการที่จะให้ความร่วมมือ ในการที่จะเข้าสู่กระบวนการ ในการตรวจสอบเพื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการในการเรียกว่ามาตรการในการป้องกันไม่ให้โรคต่าง ๆ แพร่กระจายไปอย่างไรได้หรือไม่ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่หน่วยงานจะต้องคิดถึงกระบวนการ ในการที่จะต้องหาแผนหรือว่าวิธีการในการที่จะต้องเข้าไปดูแลสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย ซึ่งนอกจากกลุ่มคนเหล่านี้จะประกอบอาชีพทำมาค้าขายแล้ว กลุ่มคนเหล่านี้ก็ยังมีนิติสัมพันธ์ ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ค่อนข้างมาก ในบริเวณใกล้เคียงก็จะมีสถานที่ ท่องเที่ยวที่พลุกพล่านแออัดไปด้วยนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็น ศาลพระพิฆเนศตรงบริเวณสี่แยกห้วยขวาง ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดรถไฟตรงหลังห้างเอสพลานาด ผมยกตัวอย่างอย่างนี้เป็นต้น หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่เราจะเห็นว่า ในพื้นที่กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้แทนที่จะมีกระบวนการในเรื่องของการที่จะสร้างมาตรการในการ ป้องกัน มีอุปกรณ์หรือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกในเรื่องของการที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นทั้งคนไทยหรือชาวต่างชาติที่ไปจับจ่ายใช้สอยในการซื้อหาข้าวของ เครื่องใช้อะไรก็ตามแต่ แต่มาตรการหนัก ๆ เหล่านั้นต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าเท่าที่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมา ผมได้มีโอกาสลงไปสัมผัสข้อเท็จจริงในพื้นที่ก็ยังไม่มีมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ลงไปเท่าที่ควร ก็ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะได้นำเรียนไปถึงหน่วยงานหรือว่าทางรัฐบาลเพื่อที่จะได้ กำหนดแผนที่ชัดเจนให้ลงไปสู่ภาคการปฏิบัติในพื้นที่อย่างจริงจัง ไม่ใช่มุ่งเน้นในเรื่องของ การที่จะหามาตรการในการป้องกันทางสถานีรถไฟ ทางสนามบินหรือว่าช่องทางในการเข้าออก ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่มาอยู่ในประเทศไทยของเรา โดยเฉพาะคนจีนที่มาทำมาหากินอยู่ในบ้านเรา ในช่วงที่ผ่านมาก่อนที่ข่าวเรื่องโรคที่จะ แพร่หลายออกมาจะทราบได้อย่างไรว่าคนเหล่านี้ที่เดินทางกลับไปแล้วก็เดินทางกลับเข้ามา ฝังตัวทำมาหากินอยู่ในบ้านเราจะไม่มีการติดเชื้อโรคเหล่านี้ เพราะอย่าลืมครับว่าคนเหล่านี้ ก็จะมีช่องทางในการเดินทางเข้าออกเพราะว่าเขาทำมาค้าขายในการที่จะต้องใช้ช่องทาง ในการที่จะต้องไปกระจายสินค้ายังประเทศของเขา เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานนะครับว่าด้วยความเป็นห่วงสำหรับกระบวนการในการดำเนินการก็อยากจะให้ คนที่รับผิดชอบได้ทำงาน รวมถึงในส่วนของพื้นที่ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ในปัจจุบัน อีกส่วนหนึ่งขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่าหลังจากที่เหตุการณ์เรื่องโรคไวรัส โคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายออกไป เราจะเห็นว่าส่งผลกระทบถึงวงการ ที่เกี่ยวข้องอย่างมากมาย โดยเฉพาะวงการการท่องเที่ยวกลุ่มนักธุรกิจ ผู้ประกอบการค้า ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นร้านสินค้า โดยเฉพาะในเรื่องของทัวร์ศูนย์เหรียญ ปัจจุบัน จะเห็นว่าร้านรวงต่าง ๆ เหล่านั้นเริ่มที่จะปิดตัวลงไปเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทาง เข้ามาในขณะนี้ก็ส่งผลกระทบกับคนไทยที่เป็นพนักงานที่ให้บริการสำหรับการดูแลร้านค้า ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ทำให้คนตกงาน เพราะว่าในขณะนี้ไม่ทราบว่าเงินเดือนหรือว่าค่าตอบแทน ที่ทำงานไม่รู้ว่าจะได้รับหรือไม่ เพราะว่ายังไม่มีคำตอบจากเจ้าของหรือผู้ที่เป็นผู้ประกอบการ ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะในเรื่องของการหามาตรการในเรื่องของการที่จะ ป้องกันโรคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่จะตามมาก็คือเรื่องของกระบวนการในการสร้าง ความเชื่อมั่นที่จะต้องหานักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นเข้ามาทดแทนประเทศจีน ซึ่งจะส่งผล ทำให้เรื่องการว่างงานหรือการตกงาน หรือส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอีกหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรถโดยสารหรือว่ารถขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ที่จะต้องให้บริการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ขออนุญาตเรียนท่านประธานไปถึงหน่วยงานว่าอยากจะให้มีความชัดเจน ในเรื่องของแผนในการปฏิบัติในเรื่องของการที่จะสร้างความเชื่อมั่น เรียกความเชื่อมั่น กลับคืนมาเพื่อที่จะได้ดูแลประเทศของเราไม่ให้เกิดการว่างงานต่อไปในอนาคตแล้วก็จะ ไม่ส่งผลกระทบในเรื่องของเศรษฐกิจด้วย ก็ขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านศรีนวลครับ

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ข้าพเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ทำให้ประชาชนหลาย ๆ คนเกิดความกังวล และเฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) การแพร่เชื้อถ้าทุกคน ทุกหน่วยงานรู้รักสามัคคีร่วมด้วยช่วยกันอย่าทิ้งภาระให้คนใดคนหนึ่ง ทุกวันนี้จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่ใหญ่แล้วเป็นแหล่งท่องเที่ยว กระทรวงสาธารณสุขโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และสาธารณสุข ของจังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลทุกอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอทุกอำเภอ โดยเฉพาะทาง อสม. ได้เล็งเห็นปัญหาความสำคัญ จะต้องเน้นย้ำดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของประชาชน ดังนั้นทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมด้วย ช่วยกัน โดยเฉพาะที่สนามบินจังหวัดเชียงใหม่ อยากจะเรียนฝากทางท่านประธานสภาว่า ถ้าใครจะไปเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่บ่ต้องกังวล ทางสนามบินของจังหวัดเชียงใหม่มีการกลั่นกรอง ดูแลแล้วถ้านักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ตรวจพบนักท่องเที่ยวมีไข้ทางสาธารณสุข ของจังหวัดเชียงใหม่ก็จะต้องนำนักท่องเที่ยวไปดูแลรักษาบ่ฮื่อได้แพร่เชื้อแล้วก็จะกลั่นกรอง อย่างดีที่สุด แล้วนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนจีนที่มาจังหวัดเชียงใหม่ก็มีจำนวนมากเหมือนกัน เมื่อวานนี้ได้ดูข่าวทางทีวี (TV) มีการยกเลิกสนามบินของแอร์เอเชียนั้นยกเลิกไป ๑๕ เที่ยวบิน อันนี้ก็เป็นการดีเพื่อที่ทางนักท่องเที่ยวจีนจะบ่ได้มาแพร่เชื้อในประเทศไทย สำหรับ อสม. หรือหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานก็ได้ประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนดูแลตัวเอง ให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ล้างมือบ่อย ๆ ดื่มน้ำที่สะอาด ทานอาหารร้อน ๆ ใช้ช้อนกลาง ถ้าอยู่ในชุมชนที่แออัดก็จะต้องใส่ผ้าแมสก์ (Mask) ดังนั้นก็อยากจะขอความร่วมมือทุกฝ่าย เห็นด้วยกับท่าน ส.ส.รังสิมา รอดรัศมี ที่ได้เอ่ยนาม ที่ได้ฮื่อได้ข้อชี้แนะก่อนจะไปดูผู้อื่น ขอฝากทางท่าน ส.ส. สมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ทุกท่านเฮาก็ต้องดูแลตัวเองฮื่อดีที่สุด ฮื่อได้เป็น ตัวอย่างที่ดีฮื่อกับสังคม ถ้าไปดูคนอื่นแล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นไข้ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ด้วยกับตัวเองก็จะเป็นสิ่งที่บ่ดี ดังนั้นก็อยากจะขอเรียนฝากดูแลตัวเองให้ อยู่ดีกินดีแล้วเอาสิ่งที่ดี ๆ มอบให้กับประชาชน ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาที่ได้ฮื่อ โอกาสได้มาอู้ในที่สภาโต่ยนะเจ้า วันนี้ขอขอบพระคุณเจ้า

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป อีก ๖ ท่านนะครับ ท่านเท่าพิภพ พรรคอนาคตใหม่ ท่านอนุสรี พรรครวมประชาชาติไทย ท่านครูมานิตย์ พรรคเพื่อไทย ท่านไพลิน พรรคพลังประชารัฐ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เชิญท่านเท่าพิภพก่อนครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นต้องขอบคุณสภาแห่งนี้ที่ได้สนใจเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการแพร่ระบาด ของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ซึ่งผมเองได้พูดปรึกษาหารือกับสภาไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้ผมก็จะขอใช้โอกาสนี้ชี้แจง เพราะหลายคนหรือในสำนักข่าวได้ออกข่าวไปทำให้หลายคน เข้าใจผิด จริง ๆ แล้วผมก็อยากสร้างความตระหนัก ไม่ใช่ตระหนก ให้ประชาชนซึ่งผมภูมิใจ ที่ผมได้ทำสำเร็จแล้วในวันนี้ แต่ผมก็อยากจะแก้ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นหลายคนโดยเฉพาะ บุคลากรทางการแพทย์หรือเจ้าหน้าที่อาจจะเข้าใจผิดนะครับ ผมก็ขอกราบอภัยทุกคนไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมอยากให้กำลังใจทุกคน ผมเข้าใจครับ แม่ผมก็เป็นพยาบาล ท่านก็เหนื่อยเลี้ยงผมมา ผมจะอภิปรายสนับสนุนการแก้ปัญหาโดยการตั้งคณะกรรมาธิการเอง ก็ดีหรือการส่งเรื่องสู่รัฐมนตรีก็ดี เนื่องจากปัญหาของไวรัสนี้ไม่ใช่เฉพาะตอนนี้ครับ ผมมองว่า วันนี้โดยเฉพาะตัวผมเองที่เป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผมเคยเป็น มัคคุเทศก์นะครับ ผมอยากบอกว่าสร้างความเสียหายอย่างหนักกับการท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุดตรุษจีน ที่ผ่านมา แต่ก่อนผมเคยอยู่เขาหลักเคยเป็นไกด์ของบริษัทนำเที่ยวเกาะอุทยานแห่งชาติ ของเราต่าง ๆ เป็นช่วงที่กอบโกยของธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะภาคใต้และภาคเหนือ ตอนนี้ ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย จากสถานการณ์ปีที่แล้วที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ตรุษจีนที่ผ่านมาเขาก็หวังว่า จะได้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง แต่ปรากฏว่านักท่องเที่ยวจีนจากสถิติที่ท่านผู้ว่า ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้ข่าวเมื่อวานหายไปถึง ๒.๔ ล้านคน ประมาณการว่าใช้เงิน คนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ความเสียหายนี้อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามีนักท่องเที่ยวจีน ที่มาเที่ยวเองในประเทศไทยถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์มาทัวร์ (Tour) ซึ่ง ๔๐ เปอร์เซ็นต์นั้นหายไปอย่างแน่นอน เพราะว่าทางการประเทศจีนไม่ให้บริษัททัวร์นี้ ได้ส่งนักท่องเที่ยวออกมาแล้ว ผมก็ตีตัวเลขประมาณการไปนะครับ จากในข่าวด้วยว่าเรา เสียหายไปแล้วเป็น ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) หรือประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไทย ไม่เป็นไรครับ สิ่งที่ผมพูดวันนี้ก็อยากมาเป็นปากเสียงของพี่น้องผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่ทำงานในธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหลายที่ขาดรายได้จากการท่องเที่ยวเราที่หายไป เหมือนตรุษจีนนี้เสียหายหนัก เหมือนกับชาวนาอุตส่าห์ปลูกข้าวมาแล้วรอวันเก็บเกี่ยว แล้ววันหนึ่งน้ำก็ท่วมไปเลย ผมก็อยากขอร้องให้รัฐบาลช่วยหามาตรการในการช่วยเหลือ เยียวยาในอันดับต้นให้ธุรกิจเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่อาจจะเป็นขนาดเล็กและขนาดกลางได้ ประกอบธุรกิจต่อไป ยังยืนเป็นเสาหลักของการท่องเที่ยวไทยเพื่อวันข้างหน้าเราจะได้กลับมา ยิ่งใหญ่เป็นประเทศที่คนมาเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวอีกครั้งครับ

๒. การที่บอกว่านักท่องเที่ยวจีนอย่างเดียวมันก็คงเป็นไปไม่ได้ เราก็ควรหา นักท่องเที่ยวอื่นซึ่งปัจจุบันก็ทราบว่ายากแล้ว เพราะว่าประเทศไทยก็มีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับ ๒ ของโลก จากข่าวตอนเช้าก็มีคณะทัศนศึกษาของโรงเรียนมัธยมที่ประเทศญี่ปุ่นก็ยกเลิกการมา ประเทศไทยแล้ว เพราะไม่มีใครอยากมาเที่ยวประเทศเราหรือประเทศที่มีเชื้อผู้ป่วยหรอกครับ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ประเทศไทยครับ กระทบทั้งโลก ประเทศฝรั่งเศสก็เป็น ดังนั้นเราควรจะ หามาตรการที่ ๒ คือมาตรการในการส่งเสริมการสนับสนุนและหาตลาดใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว เพราะตอนนี้เราพึ่งนักท่องเที่ยวจีนประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หลายท่านพูดเรื่องมาตรการ การป้องกันไปแล้ว ผมก็อยากให้ครั้งนี้เป็นบทเรียนกับเราว่าการท่องเที่ยวเราต้องมุ่งสร้างครับ ไม่ใช่เฉพาะแหล่งท่องเที่ยว แต่ว่าเราต้องมุ่งสร้างความมั่นคงของธุรกิจท่องเที่ยวไทยด้วย การที่เราเปิดตลาดหลาย ๆ ประเทศ การที่เรามีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย อย่างนโยบาย รัฐบาลที่ท่องเที่ยวเมืองรองนี้ถูกต้องครับ อย่างไรผมก็เป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน รวมถึงนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐบาล เวลานี้เราต้องรวมพลังกันแล้วก็ฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอนุสรีครับ

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ในวันนี้ดิฉันคิดว่าข้อมูลในเรื่องเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา (Virus Corona) นั้นทุกท่านตลอดจน ประชาชนต่างรับรู้ข้อมูลกันมากมาย ในวันนี้ดิฉันคิดว่าเป็นบทบาทที่สำคัญของฝ่ายบริหาร ที่ควรจะพิจารณารับมือต่อสถานการณ์นี้ในแง่ที่ไม่ได้มองเป็นโรคติดต่อปกติ แต่เป็นโรคติดต่อ ในสถานการณ์ที่องค์การอนามัยโลกคือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ได้ประกาศว่าให้ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) อยู่ในระดับความเสี่ยงทั่วโลกถือว่าอยู่ในระดับความเสี่ยงสูง และให้สถานการณ์ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ในประเทศจีนอยู่ในระดับความเสี่ยงที่สูงมาก ประเทศไทย แม้จะพบว่ามีผู้ป่วยแค่ ๑๔ รายก็ตาม แต่ดิฉันเห็นว่ามีความจำเป็นที่สภาเราแห่งนี้ควรจะ มีการดำเนินการอภิปราย หยิบยก หารือกันในเรื่องของมาตรการที่เราควรจะพิจารณา ในเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน กรณีในประเทศไทยดิฉันมองเห็นว่าการที่ทำให้ประชาชนตระหนักรู้ ไม่ใช่ตระหนักกลัว เป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วก็ไม่ใช่ความผิดที่เราจะมีความกลัว แต่อยากจะให้แปรความกลัวเป็น เรื่องของความระมัดระวังและการป้องกันว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ต้องดำเนินการบ้าง ท่านประธานคะ แม้กระทั่งหน้ากากป้องกันก็ยังเป็นปัญหา หน้ากากป้องกันมีหลากหลายกันฝุ่น กันเชื้อโรค แต่ตอนนี้ใช้กันมั่วไปหมด เพราะมีการใช้ข้อความที่แชร์ทางไลน์ (Line) มีการบอกวิธีการใช้ หน้ากากผิด ๆ ถูก ๆ ใส่กันกลับด้าน กลับเข้า ๆ ออก ๆ กันไปหมดตอนนี้ แล้วก็ยังมีการแชร์ ข่าวหน้ากากถูกเหมาซื้อไปประเทศจีน บางคนกลัวกันมากก็ไปเหมาซื้อมาจนกลายเป็นว่า ต่อไปนี้หน้ากากกลายเป็นยุทธภัณฑ์ในการต่อต้านเชื้อโรคกันแล้ว สิ่งที่ดิฉันกล่าวมาก็คือ องค์ความรู้ในการป้องกันและรับมือการระบาดควรมีอย่างเป็นระบบและเป็นมาตรฐาน มิฉะนั้นแล้วเราก็จะมีกูรู (Guru) มากมายที่มาแชร์ความรู้เรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ซึ่งไม่มีใครทราบ ดังนั้นดิฉันเห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขซึ่งท่านมีมาตรการต่าง ๆ มากมาย อยู่แล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีการประชาสัมพันธ์กับช่องทางในการประชาสัมพันธ์ ที่เป็นทางการและเชื่อถือได้ เพราะว่าถ้าเป็นแบบไม่เป็นทางการแบบนี้เราจะมีคุณหมอ กูรู (Guru) ต่าง ๆ แชร์กันในไลน์ (Line) จนอ่านไม่ทัน ดิฉันจำได้ว่าตอนปี ๒๐๐๓ หรือปี ๒๕๔๖ เรามีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการโดยเฉพาะ เทคโนโลยีในการสื่อสารไม่เท่ากับตอนนี้ แต่ก็ทำให้ เกิดความเข้าใจกันได้ แม้กระทั่งตอนนั้นดิฉันจำได้ว่าคนไทยเราก็ไม่กล้ากินไก่กัน ก็เลยต้อง มีรัฐมนตรีมาโชว์ในการกล้ากินไก่ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ในช่วงนี้ก็เช่นกันมีการบอก ว่าต้นเหตุมาจากค้างคาว แต่เมืองไทยเราไม่กินค้างคาว แล้วจะมีสัตว์อื่นไหมที่เป็นพาหะ ที่เราต้องระวัง การติดต่อนั้นเป็นการติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน คนสู่สัตว์ หรือสัตว์ต่อสัตว์กัน อย่างไรบ้าง ตรงนี้ล่ะค่ะคือการขาดความรู้ที่ดิฉันคิดว่าคนเราจะต้องได้รับมาตรการที่มีจาก สาธารณสุขอย่างเป็นทางการ แล้วก็คนที่เป็นโรคนี้ทุกคนทราบดีว่าไม่ได้เป็นแล้วตายทุกคน ถ้าเข้ารับการรักษาทัน แต่ระยะฟักตัวที่บอกว่า ๒-๑๔ วันเป็นอย่างไรคะ การปฏิบัติตัว ที่ถูกต้องเมื่อได้รับเชื้อเป็นอย่างไร สโลแกน (Slogan) ที่เคยใช้ว่ากินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ตอนนี้ยังใช้ได้อยู่ไหม หรือต้องเพิ่มอย่างอื่นไปว่าสวมหน้ากาก แล้วก็ตลอดสถานที่ที่ควร ระวัง ตอนนี้ก็แชร์กันวุ่นวายไปหมดว่าที่นั่นที่นี่มีนักท่องเที่ยวจีนไปเยอะ ตกลงมันก็จะ กลายเป็นสถานที่ที่ร้างเรื่องนักท่องเที่ยวไปหรือเปล่า จริง ๆ แล้วสถานที่ที่เป็นที่ชุมชน ไม่ใช่แต่เรื่องของสถานที่ที่มีการแชร์กันทางไลน์ (Line) ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ตลอดจนโรงพยาบาล แม้กระทั่งสภาของเราเองจะมีมาตรการอะไรมากกว่าการให้หน้ากาก หรือการวัดอุณหภูมิ หรือการแจกเจล (Gel) ล้างมือ จริง ๆ แล้วอะไรคือจุดที่เหมาะสม เราต้องพ่นฉีดยาอะไรหรือเปล่า นี่ล่ะค่ะคือสิ่งที่สำคัญที่ว่าตรงนี้ล่ะคือข้อมูลข้อเท็จจริง ที่จะต้องมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ในกรณีที่เกิดในต่างประเทศ นักศึกษาไทยที่อยู่ที่นั่น ดิฉันทราบว่าช่วงใหม่ ๆ ที่ประเทศจีนประกาศปิดเมืองนั้นเด็กนักศึกษาไทยต้องมีความกลัว ความห่วง ไม่ใช่ความผิดของเด็กเลย เขาอาจจะไม่ได้กลัวเรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona) แต่เขาไม่ทราบว่าเขาจะกินอยู่อย่างไร แต่เมื่อดิฉันได้ทราบแล้วจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุขที่ท่านแจ้งว่าในอีกไม่กี่วัน น้อง ๆ คนไทยและคนไทยจะได้กลับมา ดิฉัน ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านมีความพยายาม ในการทำอย่างเต็มที่แล้วที่จะให้คนไทยเราได้กลับมา แต่ในเรื่องของการที่จะให้เครื่องบิน ต่างชาติเข้าสู่น่านฟ้าของประเทศใดประเทศหนึ่งโดยที่ไม่ใช่เครื่องบินพาณิชย์มันก็ต้องมีระบบ มีขั้นตอน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นช่วงที่เขาเพิ่งประกาศมาตรการใหม่ ๆ การที่จะอนุญาต ให้เครื่องบินของต่างชาติเข้าไปในน่านฟ้าเขาจึงไม่ใช่เป็นการอนุญาตง่าย ๆ มันต้องมีระบบ มีคิว หรือแม้กระทั่งกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นที่อ้างว่ามีการช่วยคนของเขากลับมาแล้วก็เช่นกัน เราก็อยู่ในลำดับที่จะอยู่ในการพิจารณาที่จะได้กลับมาเช่นกัน ตรงนี้ดิฉันถือว่าคุณพ่อคุณแม่ พี่ป้าน้าอาทั้งหลายก็คงจะสบายใจขึ้น เพราะคำถามคือตอนช่วงที่รัฐบาลจีนเขาประกาศนั้น ความมั่นใจของจีนที่เขาคิดว่าควบคุมสถานการณ์ได้นั้นระยะเวลากี่วัน ควบคุมการเดินทาง เข้าออกของคนจะใช้ชีวิตอย่างไรเป็นสิ่งที่เกิดคำถามขึ้นกับคนที่เป็นญาติของคนไทยที่อยู่ที่นั่น การมีเงินซื้อของไม่สำคัญเท่ากับไม่มีของให้ซื้อแล้วจะมีช่องทางอย่างไรบ้าง ดิฉันทราบว่า รัฐบาลไทยไม่ว่าจะโดยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน เรามีแผนคุ้มครองคนไทย เราทราบว่าตอนนี้มีคนไทยที่อยู่ในประเทศจีนทั้งสิ้น ๑๒,๐๐๐ คน แรงงานไทยมีทั้งสิ้น ๕๔ คน คนไทยในอู่ฮั่นมีทั้งหมด ๕๙ คน สถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ไทย ในนั้นได้ให้คนไทยลงทะเบียนแจ้งชื่อข้อมูลการติดต่อผ่านสแกนคิวอาร์โค้ด (QR code) แล้ว ก็ถือว่าเป็นกรณีเร่งด่วนฉุกเฉินจะได้ติดต่อแจ้งข้อมูลขอรับความช่วยเหลือได้ ตรงนี้ละค่ะ กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องประชาสัมพันธ์ให้ได้รับทราบกันโดยทั่วไป และที่มากไปกว่านั้น ก็คือดิฉันทราบว่าสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ประสานกับทางมหาวิทยาลัยในการที่จะส่ง อาหารให้กับนักศึกษาที่อยู่ในนั้นด้วยในระหว่างที่ยังไม่ได้กลับมา ขณะเดียวกันกระทรวง สาธารณสุขก็มีระบบวีแชต (WeChat) เพราะว่าทางจีนเขาไม่ได้ให้ใช้ระบบไลน์ (Line) ทั่วถึง เหมือนอย่างของเรา ก็มีวีแชต (WeChat) ในการสนทนากับทางนักศึกษาไทยเกี่ยวกับข้อมูล ในการให้ระมัดระวังตัวและป้องกันอย่างไร ดิฉันคิดว่าทางกระทรวงสาธารณสุข กระทรวง การต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน ดูแลคนไทยที่อยู่ในนั้นอย่างดีแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันอยากจะขอสรุปว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เราควรจะมาพูดกันขณะนี้ก็คือแผนและมาตรการ เป็นสิ่งสำคัญ สถานการณ์ตอนนี้ก็เปรียบเหมือนกับเป็นไบโอโลจิเคิล วอร์แฟร์ (Biological Warfare) คือแผนปฏิบัติการรบกับเชื้อโรคซึ่งต้องชัดเจนแล้วก็มีลำดับขั้นตอน อย่าทำให้คนไทย ตระหนกแต่ควรจะให้คนไทยตระหนัก อู่ฮั่นปิดเมืองของไทยเรายังไม่ถึงขั้นนั้น แต่วีซ่า ออน อาร์ไรวัล (Visa on Arrival) ที่คนจีนเข้ามาเราจะมีระบบคัดกรองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไร การสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งจำเป็น เดี๋ยวนี้มีทั้งออฟฟิเชียล ไลน์ (Official line) ต่าง ๆ ที่ต้องออกไปยูทูบ (YouTube) ทวิตเตอร์ (Twitter) ดิฉันคิดว่าควรจะ เพิ่มช่องทางนี้นอกเหนือจากตัววิ่งหรือทางวิทยุด้วย สื่อมวลชนก็ต้องเข้ามาให้ความร่วมมือ ภาคเอกชนก็ต้องเข้ามาให้ความร่วมมือ เจ้าของธุรกิจที่มีคนจีนจำนวนมากเข้าไปก็ต้องให้ ความร่วมมือ ส่วนกลางของรัฐบาล ท้องถิ่นก็ต้องประสานสอดรับกันในการดูแลคนในพื้นที่ ไม่มีใครไม่เกี่ยวข้อง แต่จะมากหรือน้อยเท่านั้น สุดท้ายทุกคนก็ต้องดูแลตนเอง แต่ต้องได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาล ขอให้มีมาตรการที่เร่งด่วน เหมาะสมและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่คนไทย รวมทั้งผู้ที่เข้ามาในไทย มาตรการที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือมาตรการในการสร้างความมั่นใจ ดิฉันให้กำลังใจรัฐบาลขอให้สามารถจัดการในเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ครูมานิตย์ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังผู้อภิปรายทั้งเจ้าของญัตติและผู้อภิปรายสนับสนุนเข้าใจว่าเกือบครบหมดทุกเนื้อหา เพียงแต่ว่าบังเอิญผมได้เข้าชื่อแล้วก็ขึ้นมาเรียกร้องว่าเหตุการณ์เหล่านี้นั้นในประเทศไทยเรา ไม่ใช่ไม่เคยเกิด แต่เราไม่ได้เกิดโดยตรงจากประเทศไทยเรา เราเกิดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในศตวรรษที่ ๒๑ โรคระบาดเข้ามา ๔ ๕ ๖ โรค แต่เราก็ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ด้วยดี แต่วันนี้ ดูเสมือนเป็นเรื่องใหญ่เพราะอะไรครับท่านประธาน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วถ้าท่านประธานจำได้ ท่านประธานนั่งเป็นประธานอยู่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็ได้พูดถึง เชื้อโรคนี้ละครับ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่โคโรนา (Corona) หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องตลกว่า ผมอาจจะคุยเรื่องโตโยต้าโคโรน่า หรือเบียร์โคโรน่า ผมบอกแล้วว่าต้องรีบให้มันรวดเร็วแล้วก็ว่องไวฉับพลันก่อนที่มันจะลุกลามไป เพราะมันจะมา หลังจากฝุ่น ผมสงสารท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวานผมป่วยผมนอนคิด แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ลุงตู่ไม่ป่วยบ้าง ท่านเจอวิกฤติหลาย ๆ อย่าง ผมเพียงวิกฤติ ๒ วิกฤติก็ป่วยแล้ว นี่ปัญหา เรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาพีเอ็ม (PM) ฝุ่น มาปัญหาโคโรนา (Corona) อีก ผมก็สงสารรัฐบาล เหมือนกันครับ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรามีมาตรการและการประชาสัมพันธ์ที่ดีกว่านี้ เชิญชวน ให้พี่น้องได้เข้าใจ เล่าเหตุการณ์ข้อเท็จจริงให้ฟังมันก็ไม่น่าที่จะกลัวถึงขนาดนี้ แต่วันนี้ก็ดีใจ ที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านเป็นห่วงเรื่องนี้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ในฐานะ ที่เราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนไทย แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าโรคระบาดพวกไวรัส เหล่านี้ ถ้ารัฐบาลแล้วก็ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกระทรวง ทบวง กรม เร่งรีบแล้วเอาข้อเท็จจริง มาเล่า มาปรามกัน ประเทศไทยก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรมากนักละครับ เราเคยเจอไข้หวัดนก ที่รุนแรงมาแล้ว เราเคยเจออีโบลา (Ebola) ที่มาจากต่างประเทศ ต่างประเทศทั้งนั้นที่เข้ามา แต่รัฐบาลในยุคนั้นเขาทำงานกันไว ผมไม่อยากตำหนิท่านนะครับ เพราะว่าท่านงานเยอะ ท่านเพิ่งออกมาโชว์ในทีวี (TV) มาเล่าเรื่องความอย่าตระหนก อย่าตื่นตัวของท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ แล้วก็คิดว่าท่านก็คงที่จะดำเนินการ วันนี้ท่านก็ไปสนามบิน ท่านจะไป กี่สนามบินผมไม่ทราบ แต่อย่างน้อย ๆ ท่านก็ไปสนามบิน แต่นี่เพราะความล่าช้า ถ้าเกิดมา เล่ามาอธิบายคนไทยเรา โดยพื้นฐานเชื้อโรคอย่างนี้มันไม่เกิด เพราะ ๑. คนไทยเราไม่นิยม กินสัตว์ป่าประเภทที่แปลก ๆ เช่น ค้างคาว แมว หนู หรือแม้กระทั่งว่าสุนัขพวกนี้ละครับ ฉะนั้นโอกาสที่จะเกิดโดยตรงกับคนไทยมันยาก ที่เกิดก็เกิดจากชาวต่างประเทศเข้ามา ฉะนั้นผมก็อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่าวันนี้ผมมีเรื่องเดียวที่ลุกขึ้นมา อภิปรายก็คือไม่อยากเห็นสภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการในเรื่องนี้ ถามว่าตั้งทำไมละครับ ท่านประธาน มันไม่ได้มีประโยชน์กับการตั้งคณะกรรมาธิการเลย ถ้าตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว คณะกรรมาธิการทั้งหมดยกขบวนไปเมืองอู่ฮั่นไปนอนศึกษาอยู่สักเดือน ๒ เดือนก็พอให้ ตั้งอยู่ครับ วันนี้คณะกรรมาธิการเรื่องประเภทอย่างนี้ตั้งขึ้นมาเยอะแยะมากมาย แต่ว่า คณะกรรมาธิการที่จะต้องศึกษาเพื่อประโยชน์โดยตรง เช่นมาตรา ๔๔ เมื่อสักครู่ก็ไม่ให้ตั้ง แล้วพรุ่งนี้ผมก็เชื่อแน่เรื่องป้องกันการปฏิวัติก็ไม่ให้ตั้ง แต่พอเรื่องนี้จะตั้ง มันตั้งไม่ทันละครับ กรรมาธิการไปศึกษาอีก ๒ เดือน โรคกำลังเกิด สื่อกำลังนำเสนอข่าว และปัญหาต่าง ๆ นั้น กำลังรุมขึ้นมากว่ากรรมาธิการจะสรุปเสร็จส่งให้รัฐบาล ผมคิดว่าเสียเวลาของสภาครับ เสียงบประมาณ ผมไม่เห็นด้วยที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ แต่ถ้าสภาโหวตแล้วตั้งก็ยินดีครับ แต่ผมอยากเรียกร้องเพื่อนอีกซีกหนึ่งว่าอะไรที่เราไม่ควรตั้งคณะกรรมาธิการก็อย่าไปตั้งเลย เพราะผมเชื่อว่าวันนี้เพื่อนผู้แทนราษฎรของผมบางคนเป็นกรรมาธิการคนละ ๕-๖ คณะแล้ว เข้าไปประชุมแป๊บเดียวออก มันไม่ได้เกิดประโยชน์ แต่สิ่งที่สำคัญวันนี้รัฐบาลซึ่งถือว่าเป็น เรื่องโดยตรงแล้วก็เป็นเรื่องหลักที่จะต้องออกมาทำความเข้าใจ การประชาสัมพันธ์แสดงให้ พี่น้องประชาชนเกิดความเชื่อมั่น อันนี้สำคัญที่สุด เพราะว่าวันนี้ต้องเห็นใจแน่นอนเศรษฐกิจ เราแย่อยู่แล้ว พอการท่องเที่ยวแย่เข้าไปอีกรัฐบาลก็ยิ่งป่วย งบประมาณก็เอาออกมาใช้ไม่ได้ ก็ป่วยหนักเข้าไปอีกท่านประธาน ฉะนั้นผมขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน วันนี้ที่พวกเราเป็นห่วงเป็นใย หลาย ๆ ท่านที่นั่งใกล้ ๆ ผมเขาก็เป็นห่วงกันทุกคนก็อยาก อภิปราย แต่เห็นว่าพวกเราอภิปรายกันเยอะแล้ว ผมก็เตรียมเนื้อหามาเยอะ แต่บังเอิญ มันครอบคลุมไปหมดแล้ว เพียงแต่ลุกขึ้นมาว่า ผมสรุปแล้วนะครับท่านประธาน ๑. อยากเห็นรัฐบาลชัดเจน ทำงานกับเรื่องนี้อย่างรวดเร็วว่องไวแล้วนำข้อมูลออกมาสู่สังคม นักศึกษาที่อยู่เมืองอู่ฮั่นอยากเอากลับมาจะได้กลับมาวันไหน วันนี้สื่อไปลงผมก็สงสารรัฐบาล ไม่รู้ข้อเท็จจริง เอาทหารคืนมา เอานักศึกษาไว้ก่อน สังคมก็มองไปอีกรูปแบบหนึ่ง นี่เห็นไหม เพราะขาดการประชาสัมพันธ์ ผมถึงฝากไว้ ผมเชื่อมั่นว่าคนไทยไม่ตื่นตระหนกหรอกครับ เพราะวันนี้ข้อมูลข่าวสารเขาได้รับรู้ เพียงแต่ว่ารัฐบาลต้องก้าวไวไปกว่าการสื่อสารของ ภาคประชาชน ถ้าช้ากว่าภาคประชาชนความสับสนของภาคสังคมยิ่งมีมามากขึ้น ผมขอฝาก เรื่องนี้แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ อยากเห็นการรวบรวมข้อมูลการอภิปราย ในวันนี้นำไปสู่รัฐบาลเพื่อเร่งรีบในการแก้ไข ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญ ท่านไพลินครับ

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้เสนอญัตติด่วนซึ่งเป็น ญัตติสำคัญในเรื่องของปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ซึ่งทุกท่านในนาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในที่นี่ให้ความสำคัญ แล้วก็นับว่าเป็นวาระเร่งด่วนที่พวกเรา ให้การสนับสนุน ทั้งนี้การอภิปรายที่ดิฉันเองได้นั่งฟังมาตลอดที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ครอบคลุมเนื้อหาสาระ ต้นเหตุของไวรัสที่เกิดขึ้นจากที่ก่อนหน้านี้ทราบเพียงเล็กน้อย แต่วันนี้เพื่อนสมาชิกได้ทำการบ้าน ได้หาข้อมูลเพื่อที่จะนำข้อมูลที่เป็นข้อมูลเท็จจริงนำมา ให้กับเพื่อนในที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้รับทราบ เหตุที่ดิฉันเองให้ความสนใจแล้วก็อยากที่จะ เสนอแนะก็คือเรื่องเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นจริงในเรื่องเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่อย่างถูกต้อง ดิฉันเองอยากที่จะนำเรียนไปถึงกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท่านเองได้มีข้อมูลอยู่แล้วและเป็นข้อมูลที่เป็นข้อมูลจริง ซึ่งดิฉันเองได้อ่านข้อมูลจาก ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินควบคุมโรค ซึ่งข้อมูลทั้งหลายเป็นข้อมูลที่ประชาชนควรจะได้ รับรู้ข้อมูลได้อย่างง่าย โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไปเสิร์ช (Search) หรือหาข้อมูลจากกระทรวง สาธารณสุข ดิฉันอยากจะขอเสนออย่างนี้ค่ะ เรามีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นกระทรวงที่สามารถกระจายข่าวสารที่ชัดเจนและเป็นข่าวสารที่ถูกต้องอยู่แล้วนะคะ อยากจะให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทำงานร่วมกัน เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นจริงแล้วก็เป็นข้อมูลที่สามารถที่จะให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเดี๋ยวนี้ ต้องบอกว่าขอบคุณท่านรัฐมนตรีพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ท่านเองได้ตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ได้มีคนติดตาม ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งข้อมูลตรงนี้เป็นข้อมูลที่จะให้ประชาชน ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งตรงนี้ดิฉันเองอยากที่จะให้ ๒ กระทรวงทำงาน ร่วมกัน แล้วก็อยากฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เร่งสืบสวนกับข่าวที่เป็นข่าวปลอมแล้วก็เร่งนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เพราะข่าว ที่แพร่ออกไป ณ ปัจจุบันนี้ทำให้ประชาชนสับสนในเรื่องข้อมูลที่ไม่เป็นจริงค่ะ

อีกประเด็นหนึ่งในเรื่องเกี่ยวกับรัฐบาล ดิฉันต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ให้ความสำคัญโดยการตั้งศูนย์วอร์รูม (War room) รับมือ สถานการณ์ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) อย่างเร่งด่วน ซึ่งวันนี้ดิฉันเองต้องบอกว่าเราได้ ทราบข่าวจากคนไทยแล้วก็นักศึกษาไทยที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่น รัฐบาลเองได้ให้ความร่วมมือ แล้วก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอันดับแรกที่จะนำคนไทยกลับประเทศ ซึ่งตรงนี้ดิฉันเอง ต้องขอขอบคุณการทำงานของรัฐบาลที่ทำงานอย่างจริงจัง วันนี้ถ้าเกิดญัตตินี้ไม่เข้ารัฐบาล ของเราโดยท่านนายกรัฐมนตรีได้ทำอยู่แล้ว ดิฉันขอขอบคุณแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทุกคนที่วันนี้ในนามของรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราให้ความสำคัญแล้วก็พร้อม ที่จะทำงานร่วมมือในการสู้กับไวรัสตัวนี้ผ่านไปด้วยดี ดิฉันขอขอบคุณท่านประธานมา ณ ที่นี้

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านชลน่าน เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ผมขออนุญาตประเด็นนี้นิดเดียว ท่านประธานครับ เพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้พิจารณาเป็นเรื่องด่วนตาม (๑) การเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ เป็นเรื่องที่ไม่อาจ เสนอล่วงหน้าและไม่อาจเสนอเป็นหนังสือ เลยมีความจำเป็น อาศัย (๑) เสนอเป็นเรื่องด่วน ให้สภาพิจารณา เพราะฉะนั้นประเด็นของผมก็จะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุน ในญัตติที่เพื่อนสมาชิกขอให้หามาตรการในการควบคุม แก้ไขปัญหาเรื่องโรคระบาดที่เป็น อุบัติการณ์ใหม่ โรคอุบัติใหม่โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดมาในวันนี้ หามาตรการที่ทุกท่านได้นำเสนอแล้วส่งให้รัฐบาล ผมสนับสนุนเรื่องนี้ และขออนุญาต ท่านประธานด้วยความเคารพ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะไปตั้งญัตติด่วน เสนอเป็นญัตติด่วน ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาศึกษา มันย้อนแย้งกับข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ผมฝาก ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ ๒ อาทิตย์ติดต่อกันมาผมคิดว่าสภาเราอาจจะมีความสับสน ไปเอาข้อ ๕๔ (๑) มาเสนอเป็นญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมันขัดในตัวมันเอง ต้องเสนอพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ส่วนข้อเสนอว่าในระยะกลาง ระยะยาว จะให้กรรมาธิการ รับไปพิจารณาศึกษาหรือไม่ก็เป็นข้อเสนอได้ แต่ไม่ควรมีชื่อญัตติครับ นั่นประเด็นแรกสุด

เรื่องที่ ๒ ผมต้องขอบคุณเพราะว่าการที่สภารับเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนไว้พิจารณา เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนที่เขาคาดหวังอย่างยิ่ง เขาต้องการอย่างยิ่ง ขณะนี้เขาจะเป็นอย่างไร เขาหวั่นวิตก เขากังวล และพวกเรามาพูดกันอย่างนี้แล้วผมเชื่อว่า เขาจะมีความเชื่อมั่นในบ้านเมืองนี้ ประเทศนี้ อย่างน้อยมีผู้แทนราษฎรของเขาได้นำเรื่อง ของเขามาพูดเพื่อหาทางแก้ปัญหาให้เขา ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๓ มาตรการที่จะแก้ปัญหา มาตรการที่จะควบคุมโรคอุบัติการณ์ใหม่ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ที่ระบาดอยู่ขณะนี้ ผมขออนุญาตจะไม่ลงเรื่องระบาดวิทยา เพราะมีเวลาน้อย ที่สำคัญเพื่อนสมาชิกที่เป็นแพทย์ได้ลงรายละเอียดเรื่องระบาดวิทยาไปหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวเชื้อโรค ผู้ติดโรค สารที่ติดโรค ได้ให้รายละเอียดไปหมด แต่ผมขออนุญาต กลับมาเน้นที่มาตรการครับ เรื่องแรกที่ต้องถามว่ามาตรการขณะนี้ที่ใช้ในบ้านเมืองเรา ในประเทศเราพอเพียงหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ไม่พอเพียงครับ ถามว่าทำไมไม่พอเพียงเพราะเพื่อนสมาชิกยืนยันเมื่อสักครู่เองครับ วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินของกรมควบคุมโรคประกาศยกระดับภาวะฉุกเฉินระดับ ๓ ระดับ ๓ คืออะไรท่านประธานครับ ระดับ ๓ หมายถึงโรคนั้นติดในมนุษย์ และไม่ได้ติดต่อ ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ยังสันนิษฐานว่าติดมาจากสัตว์อยู่ ประกาศเป็นระดับ ๓ แต่ขณะนี้ หลักฐานชัดเจนครับ ติดจากคนสู่คน เป็นระดับกลุ่มอาจจะไม่ใหญ่ ถ้ากลุ่มไม่ใหญ่อย่างน้อย ต้องระดับ ๔ เพราะว่ามันเผยแพร่จากคนไปสู่คนแล้ว แต่ถ้าเป็นระดับกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นขณะนี้ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีสนามบินนานาชาติอาจจะมีผู้ป่วย ถ้าระดับใหญ่ขึ้นก็ต้องประกาศ เป็นระดับ ๕ ท่านประธานครับ การเฝ้าระวังตรงนี้มี ๖ ระดับ ระดับ ๖ เป็นการระบาด ซึ่งประกาศ ถ้ามีการระบาดต้องประกาศเป็นระดับ ๖ ถ้าทั่วประเทศหรือทั่วโลก ตรงนี้เอง เป็นสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามาตรการของเรายังไม่พอเพียง ทีนี้จะต้องทำอย่างไร กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ต้องกล้าที่จะประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินที่สอดคล้อง เหมาะสม ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ความรุนแรงของโรคชัดครับ จาก ๔,๐๐๐ คน เป็น ๕,๐๐๐ คน เป็น ๖,๐๐๐ คน ไล่ขึ้นมาเป็นวันละ ๑,๐๐๐ คน ๑๐๖ คน เป็น ๑๗๐ กว่าคน อัตราการตาย จริงอยู่ครับว่าดูอัตราการตายอาจจะน้อย ความรุนแรงอาจจะน้อย แต่ว่า การระบาดมันรวดเร็ว ตรงนี้เองก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นต้องประกาศเป็นภาวะฉุกเฉิน ตัวโรคเองไม่เท่าไรครับ แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้ขณะนี้มันเกิดวิกฤติ อย่างน้อยวิกฤติศรัทธา ความกังวล การใช้ชีวิต มันก็เข้าเงื่อนไขที่จะประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินได้ หลายประเทศประกาศครับ อย่างฮ่องกง เขาประกาศปิดประเทศ หมายความว่าไม่รับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจากประเทศที่มีกลุ่มเสี่ยง ของเราไม่กล้าครับขณะนี้ ผมเองไม่ได้ปรารถนาถึงขนาดนั้น เพียงแต่ถ้าคุณไม่ประกาศ เป็นภาวะฉุกเฉิน มาตรการในภาวะวิกฤติหรือภาวะฉุกเฉินต้องเข้ม เข้มอย่างไรครับ หลักการ การบริหารในภาวะวิกฤติหรือภาวะฉุกเฉิน ง่าย ๆ ๓ ข้อครับ ผมขออนุญาตฝากท่านประธาน ไปยังฝ่ายรัฐบาล

อันที่ ๑ ต้องป้องกันการเกิดวิกฤติ ถ้าท่านบอกว่ายังไม่วิกฤติ ต้องป้องกัน การเกิดวิกฤติ การที่ท่านคิดว่าไม่วิกฤตินี่คือวิกฤติชาติ พอท่านบอกไม่วิกฤติการบริหารจัดการ ท่านก็บริหารจัดการแบบธรรมดา ในขณะนี้ทั่วโลกกำลังจะระบาดไป ๑๗ ประเทศแล้ว อันนี้ คือความเท่าทันที่เพื่อนสมาชิกพูดไปครับ ต้องตระหนัก ตระหนก และรู้เท่าทัน

อันที่ ๒ ต้องกำจัดภาวะวิกฤติให้เร็วที่สุด แล้วก็ขจัดความสูญเสีย

อันที่ ๓ คือเร่งสร้างความเชื่อมั่น นี่คือการบริหารภาวะวิกฤติ ขอเวลาอีก นิดเดียวท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นทำได้อย่างไรครับ ทำไมกลุ่มคนไทยที่อยู่จุดระบาด ที่อู่ฮั่นถึงเรียกร้องที่จะกลับเมืองไทย เพราะอะไรครับ เพราะว่าเป็นสิ่งที่เขาวิตกกังวล ถ้ารัฐบาลฉลาดเขาสามารถสร้างความเชื่อมั่นโดยการที่จะไม่พูดบอกว่าไม่มีใครร้องขอครับ เขาต้องส่งเครื่องบินพาณิชย์ไปรับ ประเทศญี่ปุ่นรับ ประเทศสหรัฐอเมริการับ นี่อย่างไรครับ นี่คือการสร้างความเชื่อมั่นที่ดี ไม่จำเป็นต้องไปกินเชื้อไวรัสโชว์ครับ มันกินไม่ได้ ต้องขออภัย ท่านประธานที่ผมใช้ภาษาอังกฤษว่าโชว์ สิ่งจำเป็นที่สุดในการที่จะบริหารภาวะฉุกเฉิน ท่านประธานผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ภาวะผู้นำสำคัญมาก ถ้าบริหารปกติภาวะผู้นำ ไม่เกิด สี จิ้นผิง เห็นไหมครับ นายกเมืองอู่ฮั่นเห็นไหมครับ นั่นคือภาวะผู้นำ การบริหาร ภาวะวิกฤติภาวะผู้นำของตัวนายกรัฐมนตรี ผมเสนอว่าต้องจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับประเทศ เอาทุกฝ่ายมามีส่วนร่วม ศูนย์ปฏิบัติการมีเครือข่ายกระจายไปอยู่ในจุดที่เป็นจังหวัดสุ่มเสี่ยง อย่างเช่น จังหวัดที่มีศูนย์กลางของการท่องเที่ยว ศูนย์กลางของการบินนานาชาติ อย่างนี้ มีเครือข่ายอยู่ และที่สำคัญท่านประธานครับ ผู้นำต้องสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพให้ข้อมูล ต่อสื่อมวลชนหรือสื่อทั่วไปอย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ สำคัญครับ วันที่ ๒๗ เพิ่งมีแถลงการณ์จากท่านนายกรัฐมนตรีและหายไปเลย เพิ่งมาแต่งตั้งกรรมการ วันอังคารต่อมา สิ่งเหล่านี้ในยุคนี้มันไม่ทันกาล เนื่องจากการสื่อสารของพี่น้องประชาชน รับเป็นระบบดิจิทัล ระบบโซเชียลออนไลน์ (Social online) ทุกอย่างมีการสื่อสาร ทุกคน เป็นสื่อหมดแล้ว ถ้าคุณไม่พูดออกมาชาวบ้านพูดกันเอง สังคมพูดกันเองอันนั้นอันตราย มันจำเป็นท่านประธานครับ ภาวะอย่างนี้การสร้างความเชื่อมั่นที่ผมพูดไปมันมีความจำเป็น สร้างภาพลักษณ์ที่ดีมีความจำเป็น การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ท่านประธานครับ ถ้าทุกจังหวัด มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านโคโรนาไวรัส (Coronavirus) จากอู่ฮั่นขึ้นมาชาวบ้านมีความภาคภูมิใจ ไหมครับ มั่นใจไหมครับ มั่นใจ นี่คือภาพลักษณ์ทำไมไม่ทำ เรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาวะจิตใจ จริงอยู่ท่านสมาชิกหลายท่านบอกว่ามันไม่อันตราย มันตายน้อยแค่ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่า มันเป็นวิกฤติของโลก วิกฤติของชาติแล้ว สิ่งเหล่านี้ต้องทำ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้อง กราบเรียนเมื่อมีศูนย์ปฏิบัติการ มีวอร์รูม (War room) แล้ว มีคณะทำงานแล้วต้องติดตาม สถานการณ์อย่างใกล้ชิด ติดตามว่าองค์การอนามัยโลกเขาจะประกาศโรคนี้เป็นภัยคุกคาม ระหว่างประเทศหรือไม่ จริงอยู่เขาบอกแค่เสี่ยงครับ ถ้าเขาประกาศเราก็ต้องขยับขึ้นมา นี่โชคดีนะครับท่านประธาน การที่ประเทศไทยเราได้รับการยกย่องว่ากระทรวงสาธารณสุข เรามีความสามารถระดับ ๖ ในการที่จะให้ความมั่นคงปลอดภัยทางด้านสุขภาพเขาเรียกว่าเป็นโกลบอล เฮลท์ ซิเคียวริตี (Global Health Security) มีมาตรการที่รับมือ ๖ อย่าง มาตรการเหล่านั้นเรามีอยู่แล้ว เพียงแต่ใช้ให้เป็นเท่านั้นเองครับ เช่น การป้องกัน ความสามารถในการที่จะเข้าไปตรวจค้น การกำจัดเหตุอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นเหตุผล ๖ อย่างที่เขามาวัด เราเป็นระดับ ๖ ๕ ประเทศ เป็นประเทศที่พัฒนาทั้งนั้นเลย มีประเทศเราเองที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาไปอยู่อันดับ ๖ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย ๕ อันดับแรก พัฒนาทั้งหมด ประเทศไทยเท่านั้นเอง ภาคภูมิใจในความสามารถของกระทรวงสาธารณสุข และใช้ให้เป็น อย่าปิดบัง เอาข้อเสนอของเขามาใช้ให้เกิดประโยชน์ สุดท้ายครับ สมควรจะเอา มาตรการทุกอย่างที่เพื่อนสมาชิกเสนอไปให้รัฐบาล และไม่เห็นด้วยกับตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ถ้าจะทำส่งให้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขไปพิจารณาศึกษาต่อในเชิงระบบทั้งหมด ว่าโรคอุบัติการณ์ใหม่ทั้งหมดจะทำอย่างไร เรื่องนี้จะทำอย่างไร ในระยะกลาง ระยะยาวต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านพิมพ์รพี เชิญครับ

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว ๓ ล้านล้านบาท คาดว่าประเทศไทย มีรายได้ที่มาจากต่างประเทศประมาณ ๒ ล้านล้านบาท แต่เที่ยวกันเองในประเทศประมาณ ๑ ล้านล้านบาท ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย ๓๕ ล้านคน คำนวณว่า เป็นคนจีนประมาณ ๑๑ ล้านคน คิดเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เลยคำนวณมูลค่านักท่องเที่ยวจีนที่นำรายได้ให้กับประเทศไทยก็เกินกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมากขนาดไหน มากเท่ากับงบประมาณของกระทรวง สาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการรวมกัน กระทรวงศึกษาธิการ ๓.๖๘ แสนล้านบาท และกระทรวงสาธารณสุข ๑.๔ แสนล้านบาท ที่ดิฉันพูดวันนี้ไม่ได้แปลว่านักท่องเที่ยวสำคัญ กว่าคนในประเทศ แต่ดิฉันจะบอกว่าสิ่งที่เรากำลังทำวันนี้ สิ่งที่เราพูดวันนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ กับประเทศไทย สิ่งที่ทำวันนี้ท่านประธานคะ เราจะต้องใช้ความรู้ความสามารถจัดการวิกฤตินี้ ที่ฝรั่งเรียกว่าแอ็กต์ ออฟ ก็อด (Act of god) เป็นอาณัติของพระเจ้าให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ให้เจ้าของบ้านรู้สึกปลอดภัยและให้แขกของเรารู้สึกประทับใจในฐานะที่เป็นนักท่องเที่ยว ที่มาประเทศไทย ดิฉันเคยผ่านสภาวะวิกฤติแบบนี้มาครั้งหนึ่งสึนามิ (Tsunami) เมื่อนาน มาแล้วท่านประธานคะ ด้วยความรักความมีน้ำใจของคนไทยทุกวันนี้เราเลยกลายเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลกที่คนยังกลับมาเสมอ แนวคิดนี้ล่ะค่ะ เจ้าของบ้านรู้สึกปลอดภัย แขกบ้านแขกเมืองรู้สึกประทับใจ ที่สำคัญที่สุดคือเราอย่าเอาความหวาดกลัวของโคโรนา (Corona) กลัวจนเกินเหตุ แต่เราต้องเอาสิ่งนี้ป้องกัน ป้องปราม สร้างสิ่งนี้เปลี่ยนจากวิกฤติ เป็นโอกาสค่ะ ขอย้ำนะคะ เจ้าของบ้านรู้สึกปลอดภัยแล้วแขกของบ้านก็รู้สึกประทับใจ ต้องมีข้อมูลจริง ๆ บอกกันให้ชัดว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร จังหวัดกระบี่ที่ดิฉันอยู่เมื่อก่อน ที่มีโคโรนา (Corona) มาสัก ๔-๕ วันก่อน เรารอคอยมายาวนานมากวันตรุษจีน เราเฉลิมฉลอง ให้นักท่องเที่ยวมา เราจัดการเป็นอย่างดี เมื่อวันที่ผ่านมาจังหวัดกระบี่ที่เคยมีชาร์เตอร์ไฟลต์ (Charter Flight) คือสายการบินเหมาลำมาถูกยกเลิก ๑๗ เมืองจากประเทศจีนหรือว่า ๓๒ เที่ยวบินยกเลิกออกไป สมาคมโรงแรม จังหวัด ทุกคนเดือดร้อน แต่รู้สึกเป็นหน้าที่ ที่ต้องดูแลส่งคนจีนกลับอย่างปลอดภัยและประทับใจ ดิฉันมีสไลด์ (Slide) เล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ ท่านประธาน ในฐานะที่ดิฉันเคยทำการท่องเที่ยวมา ขอสไลด์ (Slide) ค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ดิฉันอยากจะมีประเด็น แปลก ๆ ที่เสนอแนะก็คือว่าอยากจะให้ ตม. คือตรวจคนเข้าเมืองทำการรับมือกับโรคระบาด ข้ามชาติด้วยการปรับบทบาทตำรวจ ตม. ในปัจจุบันที่เน้นเรื่องอาชญากรข้ามชาติมาเป็น การเฝ้าระวังข้ามชาติ เอาข้อมูลที่ได้จาก ตม. ใช้ประโยชน์ในการคัดกรองนักท่องเที่ยว จากต่างชาติ ท่านจะเห็นจากข้อ ๑ นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะเข้าผ่านจุด ตม. แล้วก็ ลงทะเบียนที่นั่น ต่อไปที่โรงแรมลงทะเบียนที่โรงแรม แต่เราไม่ค่อยได้คิดว่ามันเป็นหน้าที่ ของโรงแรม โรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องส่งข้อมูลที่เรียกว่าแบบ ตม. ๓ ส่งกลับไปที่ ตม. ฉะนั้นโรงแรมจะส่งข้อมูลว่าวันนี้นักท่องเที่ยวคนไหนจะนอนที่โรงแรมนี้ชื่ออะไรบ้าง ถ้า ตม. รู้ว่าไฟลต์ (Flight) สายการบินนี้คือมาจากอู่ฮั่นมาจากเมืองจีน ข้อมูลที่โรงแรม ส่งกลับไปที่ ตม. จะมองเห็นทันทีเลยว่านักท่องเที่ยวคนนี้อยู่ที่ไหน ถ้านักท่องเที่ยวย้ายจาก จังหวัดกระบี่ไปสมุย หรือจังหวัดกระบี่ไปจังหวัดภูเก็ต โรงแรมต้องตรวจสอบและส่งข้อมูล ให้กับ ตม. ตม.ก็จะทำงานง่ายมาก โดยการเอาข้อมูลทุกอย่างมาบูรณาการกันส่งรายชื่อนั้น แล้วส่งมาให้ที่โรงแรมให้รู้เพื่อจะดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดีและส่งสาธารณสุขพื้นที่เพื่อจะ เฝ้าระมัดระวังนักท่องเที่ยวที่เข้าข่าย ดิฉันว่านี่เป็นบทบาทที่น่าจะทำมันเป็นการเปลี่ยน วิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาส ถ้าเราสามารถจัดการสิ่งนี้ได้ดีมันก็เป็นโอกาสในการเผยแพร่ ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยไปในต่างประเทศ แล้วเมื่อวิกฤตินี้จบลงประเทศไทยก็จะเป็น ที่รักของคนจีนเหมือนเดิมค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอให้รัฐบาลจัดงบสักก้อนหนึ่งไม่มาก แลกกับเงิน ๓ ล้านล้านบาท จัดเรื่องนี้ให้เป็นภารกิจที่มีการบูรณาการ มีการป้องกันโรคให้ เป็นระบบเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในประเทศ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับต่างประเทศ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเราจะดีขึ้น ดิฉันขอโอกาสท่านประธานเสนอแนวคิดนี้ผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป อีก ๖ ท่านนะครับ ท่านวิสาร พรรคเพื่อไทย ท่านภาคภูมิ พรรคพลังประชารัฐ ท่านธีรรัตน์ พรรคเพื่อไทย ท่านนาที พรรคภูมิใจไทย ท่านกิตติศักดิ์ พรรคเพื่อไทย และท่านเพชรดาว พรรคภูมิใจไทย เชิญท่านวิสารครับ

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต พูดประเด็นที่ไม่ซ้ำกับเพื่อนสมาชิกครับ ยิ่งหลายวันก่อนผมนอนไม่หลับ เพราะว่ายิ่งฟังข่าว ก็น่าตกใจ เพราะบางครั้งก็เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนกันไป แต่ข้อมูลที่ผมได้มาต้องกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าถ้าวัดประเทศจีน ปักกิ่งจะอยู่เหนือสุดครับ กวางโจวจะอยู่ใต้สุด และฉงชิ่งอยู่ตะวันออก เซี่ยงไฮ้อยู่ฝั่งตะวันตก ลากเส้นทั้ง ๒ ด้านมาจรดกันอู่ฮั่นหรือหูเป่ย จะอยู่ตรงกลาง ท่านประธานครับ เหตุที่มันเกิดไวรัสโคโรนา (Virus Corona) มันเกิดเพราะว่า ตรงกับวันตรุษจีนพอดีครับ อย่างที่ท่านสมาชิกเราหลายท่านได้ชี้แจงไปว่าหลังจากที่ปิดเมือง วันที่ ๒๓ ก็ใกล้วันตรุษจีน คนที่อู่ฮั่นซึ่งมีประมาณสัก ๑๒ ล้านคน ได้ออกไปนอกเมืองเพราะ รู้อยู่แล้วว่าจะมีการปิดเมืองประมาณ ๕ ล้านคน ส่วนหนึ่งแน่นอนทีวี (TV) ช่อง ๓ เขาได้ ลงข่าวบอกว่าจุดหมายปลายทางก็คือที่ประเทศไทย แต่อันหนึ่งผมต้องเรียนว่าในประเทศจีน อู่ฮั่นอยู่ตรงกลาง อู่ฮั่นเป็นเมืองที่มีการคมนาคมขนส่งไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางเรือ ทางอากาศ รถไฟความเร็วสูง สิ่งที่อาจารย์หมอเรวัตได้พูดเมื่อสักครู่ผมได้เช็ก (Check) สอบถามกับ เพื่อนที่อยู่ประเทศจีนเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยหนานหนิงเชื่อถือได้เป็นคณบดีนะครับ เขาบอกว่าวันที่ ๒๒ นี้ที่คนหูเป่ยไปป่วยนั่งรถไฟแล้วก็ติดที่ทิเบต ปรากฏว่าเขาออกจากหูเป่ยไปวันที่ ๒๒ วันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ ไปเข้าโรงพยาบาลวันที่ ๒๕ แล้วปรากฏว่าขณะนี้ไปเช็ก (Check) แล้วเป็นโรคไวรัสโคโรนา (Viruscorona) นี่ล่ะครับ วันที่ ๒๘ ทีนี้ปรากฏว่าประเทศจีนเขาก็ตระหนักดีว่าในระหว่างเดินทางก็อาจจะมีคนที่ติดเชื้อ หรือมีปัญหา สิ่งที่ผมอยากจะขอเรียนท่านประธานกับเพื่อนสมาชิกไม่ได้เป็นการตื่นตระหนก แต่สิ่งหนึ่งอย่างที่พวกเราได้รับทราบก็คือว่าเราเห็นชัดว่าประเทศจีนได้ทุ่มงบในการแก้ไข ปัญหานี้ ๖๐,๐๐๐ ล้านหยวน ที่สำคัญก็คือประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เขาได้ออกมาประกาศว่า จะเปิดเผย เปิดกว้างและรับผิดชอบเกี่ยวกับโครงการนี้ เรียกไวรัสโคโรนา (Viruscorona) นี้ว่า เป็นปีศาจร้าย สิ่งสำคัญผมอยากเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบก็คือ ณ วันนี้เราอยากเรียนว่า ถ้าสมมุติเป็นเวิร์สตเคส (Worst case) เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เพราะว่าตอนนี้เราไม่ได้คิดว่า เราจะป้องกันประเทศไทยหรืออยากได้เงินจากนักท่องเที่ยวจีน แต่สิ่งที่ผมอยากเรียนก็คือ เรามั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขเรานี้มีผลงาน มีฝีมือ มีการระวังรักษาคนไทย แต่ถ้าวันใด ที่คนไทยเกิดเป็นโรคนี้ขึ้นมาแล้วเสียชีวิตรัฐบาลอยู่ได้หรือครับ สิ่งที่อยากเรียนท่านประธาน ในขณะนี้ก็คือภาวะความเป็นผู้นำของผู้บริหาร ผมจะไม่ต่อว่าอะไร ผมจะไม่ไปแนะนำอะไร ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ ท่านไปที่สนามบินดีแล้ว แต่ว่าก่อนหน้านั้นทำไม เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วที่เรามีปัญหาวิกฤติเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง ท่านสามารถที่จะเอา ทั้งตำรวจ ทั้งทหารเป็นหมื่น ๆ คนเข้ามาดูแลกรุงเทพฯ ได้ โอกาสนี้เป็นโอกาสที่ท่านจะได้ แสดงภาวะความเป็นผู้นำ ผมเห็นด้วยกับคุณหมอชลน่านกับครูมานิตย์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ไม่เห็นด้วยที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ อยากให้ท่านประยุทธ์ได้แสดงความเป็นผู้นำ ท่านลองใช้ทหาร ใช้ตำรวจ แล้วก็เอาไปติดเรดครอส (Red cross) ตอนนี้เล่น ๆ ไม่ได้ครับ เพราะประเทศจีนระบาดไปทั่ว แล้วเราก็ไม่รู้ว่าคนไหนติด ไม่ติด เรากันไว้ดีกว่าหรือไม่ครับ ถึงเวลาขึ้นมานักท่องเที่ยวขณะนี้ประเทศจีนเขาห้ามนักท่องเที่ยวทุกคน ฮ่องกงขนาดถือว่า เป็นเมืองหนึ่งของประเทศจีนเขาก็ยังห้ามคนจีนที่มาจากมณฑลต่าง ๆ ที่เสี่ยงภัยเขาไม่ให้เข้า ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศมาเลเซีย หยุดแล้ว แต่ของเราเมื่อวานผมไปถามไทยแอร์เอเชีย ก็ยังมีบินเข้าบินออกจากประเทศจีนอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ถ้าคิดถึงเรื่องที่เลวร้ายที่สุด มีการแพร่กระจาย โดยเฉพาะประเทศไทยอากาศร้อน อุ่น ชื้น เย็น มันอาจจะกลายพันธุ์ก็ได้ ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านศึกษาเรื่องนี้มาตลอด และเมืองไทยบางทีถ้าเกิดมันกลายพันธุ์เข้าไปอีกล่ะครับ มันจะยิ่งยุ่งมากกว่านี้หรือไม่ครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าสิ่งที่ตอนนี้ท่านผู้นำประเทศต้องทำ ท่านอย่าอาย ท่านอย่าไปคิดว่า จะไปเลียนแบบนายกรัฐมนตรีคนก่อน ๆ ที่เขาแก้ปัญหาสึนามิ (Tsunami) สำเร็จ แก้ปัญหา เรื่องไข้หวัดนกสำเร็จ คราวนี้ท่านลองดูสิครับว่าท่านใช้โอกาสอันนี้เอาทหาร เอาตำรวจ ใส่เรดครอส (Red cross) แล้วก็ไปประกบนักท่องเที่ยวเลยครับ คนจีนนี่เราห้ามเขาไม่ได้ ตอนนี้ท่านอย่าหวังเลยว่านักท่องเที่ยวจีนจะมาเมืองไทยอีกเพราะเขาห้าม มีแต่นักท่องเที่ยว ที่มากันเองทั้งนั้นที่ได้มา พอถึงเวลาตรงนี้รายได้ที่เราหวังว่าอยากจะได้จากนักท่องเที่ยวจีน ฝันไปเถอะครับ สิ่งที่ผมอยากเรียนก็คือขณะนี้เป็นโอกาสที่ดี เขาบอกว่าไวรัสนี้จะแพร่เชื้อ ภายใน ๑๔ วันเท่าที่ผมทราบมา ภายในวันที่ ๘-๑๐ กุมภาพันธ์นี้ รู้แน่นอนแล้วครับว่า ประเทศจีนเขาจะควบคุมการระบาดของโรคนี้ได้หรือไม่ ผมเชื่อมั่นว่าประเทศจีนควบคุมได้ แต่เมืองไทยตอนนี้เรามีนักท่องเที่ยวจีนซึ่งยังไม่รู้ว่าอยู่ในระยะฟักตัวหรือเปล่า อยู่ในระหว่าง แพร่เชื้อหรือเปล่า เพราะฉะนั้นตรงนี้เราอย่าไปเห็นแก่รายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ กับการท่องเที่ยว เพราะครั้งนี้มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ของมวลมนุษยชาตินะครับ อยากให้ท่านประธาน แนะนำท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่าขณะนี้เราต้องผูกสัมพันธ์กับประเทศจีนไว้โดยอาจจะ ต้องส่งหน้ากากให้เขา อาจจะต้องส่งหมอไปช่วยเขา ไม่เห็นมีทำอะไรเลยครับ ตอนนี้เขา ต้องการชุดป้องกันภัย ชุดป้องกันเชื้อก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ฝากกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ท่านรัฐมนตรีอนุทิน ให้เขาไปเถอะครับ อีกไม่เกินอาทิตย์หน้าเรารู้แน่นอนว่าประเทศจีน ควบคุมได้ สิ่งที่เราจะได้น้ำใจจากประเทศจีนมีอีกเยอะครับ เพราะเขาเห็นว่าเราช่วยเขาจริง ๆ เขาเดือดร้อนเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้จริง ๆ เขาพร้อมที่จะกลับมาตอบแทนเราแน่นอน เพราะฉะนั้นตรงนี้คงอยู่ที่ภาวะความเป็นผู้นำของนักบริหารสูงสุดของประเทศก็คือท่าน พลเอก ประยุทธ์ ว่าถ้าเกิดท่านไม่ทำอะไรที่มันเป็นเรื่องเป็นราวเร็วกว่านี้ผมว่าประเทศชาติ หายนะแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นรายได้ เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนในชาติจะต้องมาติดเชื้อ ป่วยไข้แล้วก็ผวานอนไม่หลับ ขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านภาคภูมิครับ

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนของท่าน ส.ส.บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ในการที่จะ นำเสนอข้อมูลเพื่อให้รัฐบาลนำไปเป็นข้อมูลประกอบกับการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ จากการที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งแพร่ระบาดจากมณฑลอู่ฮั่นประเทศจีน โดยประเทศไทยล่าสุดสมาชิกทุกท่านได้อภิปราย มาแล้วถึงความเป็นมา ถึงผล ถึงอาการแล้วก็มาตรการต่าง ๆ ที่จะเกิดจากไวรัสครั้งนี้ กระผม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก ซึ่งมีพื้นที่อยู่ติดชายแดนคืออำเภอแม่สอด ผมขออนุญาตลงไปในพื้นที่ของผม ณ เวลานี้ที่อำเภอแม่สอดมีคนจีนเข้ามาอยู่ตามแนวตะเข็บ ชายแดนประเทศพม่าเพื่อนบ้านของเรา มาทำงานบ้าง มาท่องเที่ยวบ้าง ขณะนี้อยู่เมืองไทย ประมาณ ๒,๐๐๐ คน แต่อยู่ที่ประเทศพม่าหลายหมื่นคนตามแนวตะเข็บชายแดน ณ เวลานี้ พอเกิดการระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ผมได้สอบถามไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ขณะนี้จังหวัดตากได้มีมาตรการอย่างเคร่งครัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งการผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอ สาธารณสุข ฝ่ายความมั่นคงหรือหน่วยงานต่าง ๆ ตัวอย่างเช่นวันนี้มีการสแกน (Scan) คนจีนที่เข้าออกอำเภอแม่สอดไปยังประเทศเมียนมาร์ ทั้งเข้าและออกอยู่ประมาณ ๒๐๐ คน ไม่พบผู้ติดเชื้อแม้แต่คนเดียว แต่คนจีนที่ทำงานอยู่ ประเทศพม่าที่ผมบอกประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ณ เวลานี้ทางประเทศไทยก็รอเฝ้าระวัง ไม่ให้ข้าม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องน่าห่วงมากเพราะว่าแนวตะเข็บชายแดนของประเทศพม่า ของอำเภอแม่สอดหลาย ๆ ท่านที่เคยไปท่านจะเห็นว่าสามารถข้ามเข้าออกโดยทางเรือ หรือเดินข้ามก็ยังได้ในช่วงหน้าแล้ง การเข้าออกของคนจีนเหล่านี้ถ้ามาตรการการเข้มงวด ของฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือความมั่นคงไม่ได้ เพราะว่าตอนนี้อำเภอแม่สอดให้เฉพาะคนจีน โดยมาตรการท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอรรษิษฐ์ให้เฉพาะคนจีนข้ามได้เฉพาะสะพานเท่านั้น แต่ท่าข้ามธรรมชาติประมาณ ๓๐ กว่าท่าของอำเภอแม่สอดที่แนวยาวประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ณ เวลานี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตากสั่งให้ปิดถาวร ไม่ให้ข้ามมาและไม่ให้ข้ามออกไปครับ ประเทศพม่าเขาก็ไม่ละเลยครับ ณ เวลานี้ชนกลุ่มน้อยของประเทศพม่าไม่ว่าจะเป็นเคเอ็นยู (KNU) หรือเคบีเอ (KBA) อะไรต่าง ๆ เขาก็ห้ามคนจีนจากประเทศไทยข้ามไปที่ประเทศพม่า โดยใช้เขตผ่านแดน จุดผ่อนปรนชั่วคราวที่ท่าธรรมชาติต่าง ๆ ตอนนี้ประเทศไทยก็เหมือนกัน ให้ข้ามโดยเฉพาะสะพานแห่งที่ ๑ เท่านั้น มีการคัดออกตรงที่ด่าน ตม. แต่กระนั้นที่ผมพูด ความตระหนกของคนอำเภอแม่สอดหรือว่าคนจังหวัดตากการข้ามเข้าออกมันทำได้ง่ายครับ ที่ผมขอพูดในวันนี้ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าเฉพาะความมั่นคงต่าง ๆ ได้ตระหนักแล้วก็เข้มงวดในการเข้าออกของคนจีนเหล่านี้ที่ข้ามในประเทศพม่า เพราะว่า มาตรการต่าง ๆ ที่ควบคุมโรคของอำเภอแม่สอดโดยเฉพาะ ผมขอพูดอำเภอแม่สอดเพราะว่า คนจีนอยู่เยอะมาก ณ เวลานี้ ทางหน่วยงานสาธารณสุขก็เข้าไปตรวจในแหล่งชุมชนต่าง ๆ โดยใช้ อสม. ไปตรวจเรื่องการคัดกรองว่ามีไข้อะไรต่าง ๆ หรือไม่ สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ประชาชน ของอำเภอแม่สอดสบายใจ แต่มาตรการที่จะทำให้ประชาชนคนไทยได้สบายใจมากกว่านั้นก็อยากจะให้ทางรัฐบาล ยกตัวอย่างเช่น ผมได้รับแจ้งจากทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด ท่าน ผอ.ธวัชชัยว่า ตอนนี้ที่อำเภอแม่สอดมีศูนย์ควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศซึ่งเท่าที่ทราบในเวลานี้ศูนย์นี้ ที่อำเภอแม่สอดมีเจ้าหน้าที่อยู่ประมาณ ๔ คน แล้วปรากฏว่า ๔ คนนี้ก็ไม่มีความรู้มากเท่าไร อีกทั้งเครื่องมือก็ไม่มี ก็อยากจะให้หน่วยงานรับผิดชอบส่วนกลางจากกระทรวงสาธารณสุข ส่งคนไปช่วยด้วย ไม่ใช่ว่าจะขอใช้แต่บุคลากรของโรงพยาบาล เพราะโรงพยาบาลเขาก็มี มาตรการที่สนับสนุนจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองคนเข้าออกระหว่างประเทศ หรือว่า เข้าไปตรวจตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ ที่คนจีนอาศัยอยู่ในอำเภอแม่สอดอยู่แล้ว ฝากทาง หน่วยงานส่วนกลางสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ การเข้าออกของคนจีน ถ้าเข้ามาจากประเทศจีนตรงมา ที่ประเทศไทยโดยผ่านสนามบินสุวรรณภูมิหรือดอนเมืองแล้วต่อไปที่ท่าอากาศยานนานาชาติ แม่สอดผมไม่ค่อยห่วง เพราะว่ามีการคัดกรองหลายชั้นตั้งแต่สุวรรณภูมิแล้วก็ที่ดอนเมือง พอจะนั่งเครื่องมาที่อำเภอแม่สอด ที่อำเภอแม่สอดท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็สั่งการให้ทาง สนามบินตั้งเทอร์โมสแกน (Thermoscan) เรียบร้อย ตอนนี้การเข้าออกของทุกคนที่ผ่าน สนามบินนานาชาติแม่สอดก็ปลอดภัยน่าจะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ที่ผมบอกว่าคนจีนนี่การเข้าออก ที่ประเทศพม่าและจะข้ามมายังประเทศไทย เขาไม่ได้ผ่านทางประเทศไทยที่เดียว ผ่านมา ลงสนามบินย่างกุ้งหรือแนวตะเข็บชายแดนระหว่างประเทศจีนกับประเทศพม่าทางตอนบน เขาก็ทะลักเข้ามา บุคคลเหล่านี้ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะรับเชื้อมาหรือมีเชื้อมาหรือเปล่า แต่ปัจจุบัน เขาอยู่ในประเทศพม่าแนวตะเข็บชายแดนหลายหมื่นคน ก็อยากจะให้กระทรวงการต่างประเทศ มองเรื่องนี้ด้วย อาจจะประสานงานไปยังหน่วยงานของรัฐ ของประเทศเมียนมาร์เพื่อจะดูแล คนกลุ่มนี้ให้มีความชัวร์ (Sure) ในการไม่ติดเชื้อ เพราะเท่าที่ผมทราบกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่ ประเทศพม่าตอนนี้ก็สแกน (Scan) คนครับ อย่างคอมเพล็กซ์ (Complex) บางคอมเพล็กซ์ (Complex) เขาไม่ให้คนจีนเข้าคอมเพล็กซ์ (Complex) เขา หลัง ๑๔ วันเขาปิดตายเลย แต่ ๑๔ วันที่ผ่านมานี้เขาให้เข้า แต่หลังจากนั้นเขาปิดตายมาก็เป็นมาตรการหนึ่งที่ทำให้เรา สบายใจ แต่ก็ต้องฝากไปทางหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ให้ความสนใจอำเภอแม่สอด เป็นพิเศษหน่อยครับ เพราะคนจีนอยู่เยอะมากแล้วประชาชนไม่ค่อยสบายใจ ผมยังยืนยันว่า อยากสนับสนุนญัตติด่วนของท่านบุญสิงห์ นำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำไปเป็นข้อมูลในการที่ท่านจะแก้ไขและต่อสู้กับเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านธีรรัตน์ เชิญครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะร่วมอภิปรายในญัตติด่วน เรื่องมาตรการในการป้องกัน ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ที่ทางสภาได้เสนอเป็นญัตติด่วนให้สมาชิกได้ ร่วมกันเสนอความคิดเห็นเพื่อที่จะส่งข้อเสนอแนะต่าง ๆ ให้กับรัฐบาล เพราะถือว่าเป็น ปัญหาที่เร่งด่วนมาก ๆ แล้วก็กระทบกับพวกเราไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่นั่นหมายถึง ทั่วโลกได้รับปัญหานี้อย่างทั่วกัน แต่สิ่งที่ดิฉันกังวลใจแล้วก็ได้ร่วมรับฟังการอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกมา มีหลายประเด็นที่ท่านสมาชิกเห็นพ้องต้องกันว่าควรที่จะต้องเป็นมาตรการ จริงจังที่รัฐบาลนั้นใส่ใจแล้วก็ให้ความสำคัญ ไม่ใช่เป็นปัญหาที่จะปล่อยให้ผ่านไปเหมือนฝุ่น พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่รอให้ลมพัดมาแล้วก็พัดผ่านไป ดิฉันจึงต้องขอเรียนท่านประธานว่า ดิฉันไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าขณะนี้รัฐบาลได้ทราบหรือยังว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ถึง ๑๘ รายในประเทศไทยถือเป็นอันดับ ๒ ของโลก เยอะมากนะคะท่านประธาน รองจากประเทศจีนเลย แต่ดิฉันยังเห็นท่าทีที่นิ่งเฉยของรัฐบาล เหมือนว่าเดี๋ยวมันจะดีขึ้นเอง เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป มันแก้ไม่ได้ด้วยการสวดมนต์นะคะท่านประธาน มันต้องรักษาด้วยวิทยาศาสตร์ ต้องเอาจริง เอาจังค่ะ สวดมนต์หรือว่าคิดแค่ดี คิดว่าเดี๋ยวก็หาย มันไม่หายค่ะ มันต้องให้ความรู้กับพี่น้อง ประชาชน ต้องให้ความสำคัญแล้วก็หามาตรการอย่างจริงจังในการป้องกันปัญหาเหล่านี้ค่ะ คำแนะนำต่าง ๆ ที่รัฐบาลให้ ดิฉันฟังก็ชื่นชมนะคะว่าเป็นคำที่เรามองเห็นโอกาส เรามั่นใจ ก็เข้าใจว่าทางท่านรัฐมนตรีก็ต้องให้ความมั่นใจกับประชาชนค่ะ แต่สิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิด ประโยชน์เลยถ้าการปฏิบัติของท่านมันสวนทางกับคำพูด มันจะไม่สามารถสร้างความมั่นใจ ใด ๆ ขึ้นได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเครื่องบินที่จะไปรับนักเรียนไทยหรือว่าคนไทย ในเมืองจีนกลับมานะคะ ดิฉันคิดว่าทางคณะผู้บริหารต้องมีปัญหาในการประสานงานแน่ ๆ เพราะว่าที่ดิฉันได้ฟังจากข่าวสารที่เชื่อถือได้บอกว่าตอนนี้ประเทศอื่น ๆ นั้นมีการรับคนกลับ ถึงประเทศตนเองแล้ว แต่ในขณะที่ประเทศไทยกลับมาฟังข่าวบอกว่าน่าจะ น่าจะ แล้วก็ น่าจะไม่เกินวันโน้นวันนี้ในเดือนหน้า ดิฉันยังไม่เห็นเอกสารที่เป็นทางการใด ๆ ที่จะรับรอง ได้ว่าการประสานงานครั้งนี้ของรัฐบาลจะสามารถดูแลให้ความใส่ใจกับคนไทยในประเทศจีน ได้อย่างจริงจัง แต่ดิฉันก็เอาใจช่วยขอให้สำเร็จโดยเร็วนะคะ

เรื่องที่ ๒ ที่ดิฉันไม่สามารถที่จะให้ความเชื่อถือกับข้อมูลที่ทางรัฐบาลได้บอก กับพี่น้องประชาชน วันนี้เองค่ะท่านประธานคะ ดิฉันได้ฟังทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบอกว่ารัฐบาลมีการ เตรียมการตั้งวอร์รูม (War room) ตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม นั่นหมายถึงว่าเราทราบเรื่องนี้ มานานแล้วใช่ไหมคะ เรารู้อยู่แล้วว่ามีปัญหานี้เกิดขึ้นที่อู่ฮั่น ประเทศจีน แต่คำที่ท่านพูดนี่ มันก็ถูกย้อนแย้งด้วยเพื่อนสมาชิกเราเอง ท่านศุภชัย ดิฉันขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านศุภชัย บอกว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ได้มีการตั้งเครื่องคัดกรอง ตั้งเครื่องตรวจอุณหภูมิร่างกายในวันที่ ๒๒ มกราคมที่ผ่านมานี้ นั่นหมายถึงอะไรคะ รัฐบาล ทำงานล่าช้า ผ่านไปเกือบ ๒๐ วันถึงไปตั้งเครื่องกันที่สนามบิน เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการ ทำงาน เกิดอะไรขึ้นกับคณะ ครม. ที่อุดมไปด้วยคนที่มีความสามารถ แต่การป้องกันแบบเชิง รุกกลับไม่มีเลย ดิฉันก็ต้องขออนุญาตตำหนิไว้ตรงนี้ด้วยค่ะ แต่อย่างหนึ่งที่ดิฉันต้องขอบคุณ ต้องขอชื่นชมก็คือกรมควบคุมโรค บุคลากรทางการแพทย์ของเราถือว่าเป็นคนที่มีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาต่าง ๆ ตั้งแต่ซาร์ส (SARS) เมอร์ส (MERS) และโรคภัยต่าง ๆ ที่เข้ามา ทางกรมควบคุมโรคสามารถที่จะจัดการได้อย่างทันท่วงที แต่ครั้งนี้ดิฉันไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหา ของผู้นำหรือผู้สั่งการหรือเปล่า ทำให้ความสามารถของบุคลากรของเรานั้นดูจะด้อยต่ำลงไป สักเล็กน้อยนะคะ แล้วในเรื่องนี้ที่ดิฉันเป็นห่วงมาก ๆ เลยก็คือว่าที่เพื่อนสมาชิกเป็นห่วง นักเรียนไทยที่ไปศึกษาที่ประเทศจีน แต่มองกลับกันค่ะ ดิฉันเป็นห่วงนักเรียนจีนที่มาศึกษา อยู่ที่ประเทศไทย และเมื่อช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาเป็นช่วงปีใหม่ของคนจีน นักศึกษาจีนเหล่านี้ ที่ศึกษาอยู่ที่เมืองไทยได้เดินทางกลับไปที่ประเทศจีน ดิฉันขอยกตัวอย่างแค่มหาวิทยาลัยเดียว มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตค่ะ ดิฉันมีข้อมูลว่าที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีอาจารย์ชาวจีนรวมถึง นักศึกษาชาวจีนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถึง ๓,๕๐๐ กว่าคน แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อช่วงเดินทาง กลับจากประเทศจีนมาประเทศไทย เดินทางกลับเข้ามาพร้อมกัน เพราะว่าพี่น้องประชาชน อาจจะสงสัยว่าก็ประเทศจีนเขาปิดเมืองไปแล้วแต่ทำไมเขายังกลับมาได้ นั่นเพราะว่าเขา ไม่ได้มากับทัวร์ค่ะ เขาเดินทางมาศึกษา เขาใช้พาสปอร์ต (Passport) ที่สำหรับเป็นนักศึกษา มันจะแตกต่างกัน ตรงนี้ขอเรียนถามว่าทางรัฐบาลเองมีมาตรการอะไรที่จะช่วยป้องกันหรือว่า ที่จะเล็งเห็นถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตตอนที่นักศึกษาเดินทางกลับมาพร้อมกันบ้าง เพราะว่าดิฉันเองต้องเรียนทางท่านประธานค่ะ ได้ข้อมูลจากทางมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต โดยท่านอธิการบดี ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ ซึ่งเล็งเห็นปัญหานี้แล้วได้พยายามติดต่อหน่วยงานรัฐ ต่าง ๆ ว่าให้เข้ามาช่วยดูแลหน่อยหรือว่าออกมาตรการใด ๆ ก็ได้ที่จะเป็นการสร้างความมั่นใจ ให้กับนักศึกษาไทยที่อยู่ในประเทศจีนอยู่แล้วนักศึกษาจีนที่กลับมานี่จะไม่นำพาเชื้อหรือว่า เป็นแหล่งที่จะเพาะเชื้อต่อไปในอนาคตได้ด้วย ตรงนี้มหาวิทยาลัยเอกชนและมหาวิทยาลัยรัฐ ทำอะไรหรือยัง ตรงนี้ไม่มีใครพูดถึงเลย ดิฉันก็เป็นห่วงอย่างมาก ถ้าหากว่าเกิดเป็นมาตรการที่ชัดเจนได้ก็ถือว่าจะเป็นประโยชน์กับ ประเทศไทยด้วยนะคะ ดิฉันก็ขออนุญาตเรียนทางท่านประธานไว้แล้วก็เห็นด้วยที่จะเร่ง ดำเนินการส่งข้อเสนอแนะต่าง ๆ ให้กับคณะรัฐบาลด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศุภชัย มีอะไรครับ เชิญครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตชี้แจงสิ่งที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานครได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ท่านธีรรัตน์ว่าผม ได้อภิปรายว่ากระทรวงสาธารณสุขเพิ่งจะเริ่มไปคัดกรองที่สนามบินเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ ซึ่งผมไม่ได้อภิปรายอย่างนั้น ความจริงผมอภิปรายว่าวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ ได้มีการยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเป็นระดับ ๓ ไม่ได้หมายความเริ่มไปตรวจ เพราะความจริงแล้วได้มีการไปตรวจเริ่มตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม เพราะฉะนั้นชี้แจงให้พี่น้อง ประชาชนว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ติดตามเรื่องนี้ มาตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม ส่วนวันที่ ๒๒ มกราคม ได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน เป็นระดับ ๓ ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านนาทีต่อครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตนิดหนึ่ง ได้ไหมคะท่านประธาน ขอบคุณท่านศุภชัยมาก ๆ เลยที่ได้กรุณาชี้แจงว่ามีการไปยกระดับ การป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ทั้งนี้ดิฉันก็ต้องให้พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ ได้ติดตามข่าวสารแล้วก็ได้พิจารณาประเมินว่าข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเป็นอย่างไร มีการให้ความรู้ หรือว่าเพิ่งจะมาพูดถึงเรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona) เมื่อวันที่เท่าไร ตามที่ท่านศุภชัยว่า หรือไม่ ขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านนาทีต่อครับ

นางนาที รัชกิจประการ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางนาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดพัทลุง จะขออนุญาตท่านประธานได้มีส่วนร่วมในเรื่องของญัตติด่วนของเพื่อนสมาชิกรวมถึงของ ท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ที่เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษามาตรการ ป้องกันการเกิดโรคระบาดหรือโรคติดต่อในประเทศไทยที่เกิดขึ้นในเรื่องของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ด้วย ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มีความสนใจแล้วก็ใส่ใจในเรื่องไวรัสตัวนี้ เพราะว่ามีเรื่องที่เกี่ยวเนื่องทั้งระบบของเศรษฐกิจรวมถึงสังคมโดยรวม แล้วดิฉันก็ได้มีโอกาส เดินทางทั้งในจังหวัดตรังเอง รวมถึงสนามบินที่หาดใหญ่ด้วย แล้วก็ได้มีโอกาสสอบถามว่า วันนี้นักท่องเที่ยวจีนมาเยอะไหม ดิฉันก็ประสบกับตัวเองมีนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศจีน มาที่จังหวัดตรัง รวมถึงที่อำเภอหาดใหญ่ด้วย แต่ก็ต้องชื่นชมอีกเหมือนกันว่าวันนี้รัฐบาลเรา ในหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินของกระทรวงสาธารณสุขรวมถึง กรมควบคุมโรค แล้วก็กรมท่าอากาศยานซึ่งมีการทำงานอย่างบูรณาการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็เป็นหน่วยหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องแล้วก็เกี่ยวเนื่อง ในเรื่องของไวรัสตัวนี้เหมือนกัน ซึ่งทางกรมท่าอากาศยานก็มีความเกี่ยวข้องแล้วก็เกี่ยวเนื่อง และได้สั่งการกับศูนย์ช่วยเหลือของนักท่องเที่ยวไทยหรือว่าแท็ก (TAC) ได้ดูแลซึ่งมีสมาชิก ตั้ง ๓๐๐ กว่าคน รวมถึงตำรวจท่องเที่ยวที่ประจำอยู่ที่สนามบินด้วยก็ได้ทำงานร่วมกับ กรมท่าอากาศยาน มีการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เข้ามา รวมถึงได้ดูแลในเรื่องของการจัดทำ ความสะอาดพื้นที่ภายในท่าอากาศยานไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือแม้แต่ ทำความสะอาดในสิ่งที่นักท่องเที่ยวได้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ หรือแม้แต่ห้องน้ำโดยใช้น้ำยา ฆ่าเชื้อ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ต้องขอชื่นชมเหมือนกันว่าอย่างน้อยในเรื่องของความร่วมไม้ร่วมมือ ของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนก็ได้ช่วยกันร่วมไม้ร่วมมือดูแลนะคะ เพราะว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องร่วมกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ตัวนักท่องเที่ยวที่เข้ามา เพราะไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือว่าเป็นตัวพวกเราเอง พวกเรา ก็กลัวเหมือนกับที่เขากลัวว่าเชื้อไวรัสนี้จะเข้ามาสู่ตัวเราหรือเปล่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญ ที่อยากจะบอกว่าไม่เพียงแต่เราที่จะดูแลนักท่องเที่ยว แต่ตัวเราเองเราก็ต้องช่วยกันดูแล ตัวเราเองเหมือนกัน ป้องกันตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมื่อสักครู่ที่หลาย ๆ ท่านสมาชิกได้ พูดถึงในเรื่องของกินอาหารร้อน ช้อนกลาง รวมถึงในเรื่องของการทำความสะอาด สิ่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่ดิฉันได้สัมผัสแล้วก็ได้ดูนักท่องเที่ยวจีนเมื่อหลายวันที่ผ่านมาทั้งช่วงตรุษจีน รวมถึงช่วงก่อนหน้านี้ที่ดิฉันเองก็เดินทางบ่อย เขาเองเขาก็กลัวเหมือนกับเราเขาไม่ได้ว่า เขาไม่ได้กลัว เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นตัวเราหรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาก็ต้องดูแลตัวเขาเอง รวมถึงดูแลตัวเราเองด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเฝ้าระวังเราก็ทำทั้ง ๒ ฝ่าย สิ่งหนึ่งที่มีผลมาก ๆ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ในเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งมีความสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่ในระดับเล็กสุดก็คือครอบครัว รวมไปถึงสังคมแล้วก็ ประเทศจะได้มีส่วนร่วมในเรื่องของการดูแล เพราะวันนี้หลาย ๆ ภาคส่วนยังอาจจะเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก เพราะฉะนั้นในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ในเรื่องของการกระจายข่าว หรือการให้ข่าวก็ยังมีความต้องการแล้วยังมีความจำเป็นที่จะต้องให้ทุกภาคส่วนได้รับรู้ตั้งแต่ ครอบครัวหรือแม้แต่โรงเรียนเอง วันนี้ก็ต้องสร้างความรู้แล้วก็สร้างการตระหนักให้เขา ได้รู้จักป้องกันตัวเอง อย่างไรก็แล้วแต่ดิฉันเองก็ยังขอชื่นชมในหลายภาคส่วนที่ทำงานในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมาตรการที่ทุกภาคส่วนได้ช่วยกันจัดทำแนวทางในเรื่องของการป้องกัน แล้วก็การแพร่เชื้อ ทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยวแม้แต่ในโรงพยาบาลหรือ รพ.สต. ที่เกี่ยวข้อง ในระดับตำบล รวมไปถึงระดับจังหวัดที่สาธารณสุขจังหวัดจะต้องเกี่ยวข้องแล้วก็ดูแลด้วย สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยที่ดิฉันอยากจะให้หลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ องค์กรได้ตระหนักด้วยเหมือนกัน ก็คือปัจจัยที่จะทำให้เกิดโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สมาชิกหลายท่านก็มีการพูดถึงเหมือนกัน บอกว่าอาจจะเป็นจากสัตว์มาสู่คนหรือตอนนี้ยังคาดว่าคนก็มาสู่คนได้จากวันนี้ที่หลายภาคส่วน ได้พูดถึงนะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันยังมีความมั่นใจในประเทศไทยที่คิดว่ารัฐบาลจะต้องควบคุมได้ รวมถึงการแพร่เชื้อจะน้อยลง เพราะว่าประเทศไทยเราไม่ทานสัตว์ปีก หรือการปรุงอาหาร ที่เวลาเราไปเกี่ยวข้องกับสัตว์ป่าอาจจะช่วงเราไปสัมผัสในเรื่องของเลือด น้ำลาย หรืออุจจาระ ของสัตว์ป่าพวกนี้ เพราะฉะนั้นประเทศไทยวันนี้ในเรื่องของการแพร่ก็น่าจะน้อยลงและดิฉัน ก็ให้กำลังใจรัฐบาลว่าคงจะมีแนวทางแล้วก็มีวิธีการที่ชัดเจนแล้วก็ให้กำลังใจว่าเราจะต้อง แก้ไขได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอ กิตติศักดิ์ เชิญครับ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ท่านประธานครับ ผมเองเป็นผู้หนึ่งที่ได้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและควบคุมการระบาด ของเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ร่วมกับคุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ซึ่งเรื่องนี้ผมได้ ติดตามการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก ก็เห็นว่าเรื่องของสถานการณ์การรักษา การระบาด การป้องกันหรืออื่น ๆ เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายได้อย่างกว้างขวางแล้วก็ถูกต้องแล้ว ซึ่งในประเด็นที่ผมจะขอพูดเสริมก็คือ เรื่องการจัดการ จริง ๆ แล้วเรื่องโรคอุบัติใหม่ซึ่งเราถือว่าเรามีประสบการณ์ในการจัดการ ตั้งแต่เรื่องไข้หวัดนก โรคซาร์ส (SARS) โรคเมอร์ส (MERS) ซึ่งก็เป็นที่ประจักษ์ว่าการจัดการ โรคอุบัติใหม่ของประเทศไทยเป็นอันดับ ๖ ของโลก ถ้าดูแล้วอันดับต้น ๆ เป็นประเทศ พัฒนาแล้วทั้งนั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นที่น่าชื่นชมว่าความสามารถของทางสาธารณสุขแล้วก็ของ หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมีความสามารถในการจัดการได้ดีแล้วเป็นประสบการณ์ที่ดีของเรา แต่ประเด็นที่ผมได้มาพูดวันนี้ก็คือเรื่องของสถานการณ์โรคโคโรนาไวรัส (Coronavirus) วันนี้ผมรู้สึกมันช้าไปนิดหนึ่ง ซึ่งเราเหมือนอยู่ในภาวะสงคราม โรคอุบัติใหม่เหมือนสงคราม ที่เข้ามา ถ้าเราทำไม่ทันตอนนี้ ๑๖ ต่อไปเป็นร้อย ต่อไปเป็นพัน เพราะพวกนี้มันเร็วมาก แล้วเรื่องนี้เราจะต้องรวดเร็วแม่นยำ ซึ่งเรามีแนวทางในการจัดการที่ดีแล้ว ความรวดเร็ว ในการจัดการตอนนี้การตั้งศูนย์ปฏิบัติการในการควบคุมศูนย์แห่งชาติต่าง ๆ จะต้องมีการ สื่อสารและจัดการได้อย่างทั่วถึงแล้วก็มีการประสานงานบูรณาการได้อย่างรวดเร็ว สำคัญ อีกอย่างหนึ่งคือการชี้แจงประชาชน ถ้าเราชี้แจงไม่ดีก็เกิดการตระหนก แต่เราชี้แจงได้ดี ประชาชนเข้าใจก็เกิดความเข้าใจมีสติในการที่จะรับรู้ข้อมูล แล้วก็จะทำให้พี่น้องประชาชน ไม่เกิดความหวาดกลัวแล้วก็ไม่มั่นใจในชีวิต ทีนี้ความรวดเร็วอีกอันหนึ่งคือการรับคนไทย กลับจากสถานที่ที่เกิดโรคระบาดก็คือเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน นี่ผมก็อยากจะให้รัฐบาลไทย ถ้าเป็นไปได้รับคนไทยก่อนประเทศอื่นเราคงจะสมาร์ต (Smart) ว่าเราดูคนไทยของเราได้ดี ที่สุด เรียกว่าอันดับ ๖ เราคงจะเป็นอันดับ ๑ ได้ นอกจากนั้นแล้วความถูกต้องผมเชื่อมั่นว่า กรมควบคุมโรคซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่แล้วก็เรื่องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทางสาธารณสุข เรื่อง ตม. เรื่องของหน่วยงานอื่น ๆ สามารถจะทำได้ดีเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว แต่การสร้างความเชื่อมั่น เป็นเรื่องสำคัญ การสร้างความเชื่อมั่นในประเทศ ในประเทศถ้าประชาชนมีความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลสามารถจะควบคุมโรคได้ มันมีแค่ ๑๐ กว่า เดี๋ยวมันก็หายไป มันไม่ระบาดไปจน เป็นร้อยเป็นพันเราเริ่มคุมได้ ประชาชนมีความสุขใจ การลงทุน การท่องเที่ยวก็จะไม่มีความ หวาดหวั่นแล้วก็จะทำให้ปัญหากระทบเรื่องการท่องเที่ยว เรื่องของการทำมาหากินน้อยลง แล้วการสื่อสารกับประชาชนผมอยากให้ทางผู้เกี่ยวข้องมีการสื่อสารด้วยวิธีการสื่อสารที่ครบ ทุก ๓๖๐ องศา แต่ก่อนเราเห็นคุณหมอมาสัมภาษณ์ทีวี (TV) ทุกวัน ๆ พูดถึงสถานการณ์ พูดถึงปัญหาต่าง ๆ ให้ประชาชนได้มีความเข้าใจแล้วก็ไม่หวาดวิตก แล้วสถานการณ์ต่าง ๆ เราก็ติดตามกันตลอด ส่วนในอนาคตผมอยากเสนอประเด็นว่าตอนนี้บางอย่าง โรคซาร์ส (SARS) โรคเมอร์ส (MERS) โรคไข้หวัดนกที่เราเจอกันมาจนเราได้การจัดการอันดับ ๖ แล้ว เราอยากให้มีการเตรียมการในการป้องกันโรคอุบัติใหม่ให้ดีกว่านี้ ดีกว่านี้อย่างไรครับ เราควรจะ มีการซ้อมแผน ถึงแม้โรคโคโรนาไวรัส (Coronavirus) จะไม่มา ถ้าทีมงานของประเทศไทย มีการซ้อมแผนในเรื่องของการป้องกันการจะแก้ไขปัญหาโรคอุบัติใหม่ขึ้นมาทุกปี ๆ เพราะว่า อย่างไร อธิบดีก็เปลี่ยนทุกปี คนทำงานก็เปลี่ยนทุกปี แต่ ๑๐ ปีที่แล้วคนที่ทำงานตอนนั้น ก็อาจจะหายไปแล้ว แต่คนทำงานตอนนี้ถ้ามีการสืบทอดองค์ความรู้ในการจัดการในองค์ความรู้ ในการบริหารจัดการต่าง ๆ ก็ทำให้เรา เรียกว่าไม่ช้าเกินไป และเราสามารถจะแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ซึ่งการเตรียมการ ล่วงหน้ามีหลายเรื่องบางอย่างมันเตรียมไม่ทัน เช่น หน้ากากอนามัยเอ็น ๙๕ (N 95) บางที พอมันระบาดแล้วทั่วโลกระบาดหมดจะไปซื้อประเทศไหนก็ไม่ได้ เรื่องวัคซีนถ้าเราไม่ผลิตเอง ไม่ได้หรอกครับ พอมีโรคระบาดมาเราไปขอซื้อจากประเทศอื่นก็ไม่มีใครขาย เรื่องของวัสดุ อุปกรณ์ เรื่องของเทสต์คิต (Test kit) ต่าง ๆ เรื่องอุปกรณ์ที่เราต้องเตรียมการไว้ถ้าเรามีการ ประชุม มีการซ้อมแผนล่วงหน้าตอนเราเจอวิกฤติมันจะสบายมาก เรียกว่าความเชื่อมั่นของ ประเทศไทยอาจจะต้องเรียกว่าคนมาเที่ยวประเทศไทยได้อย่างสบายโดยที่ไม่ต้องหวาดหวั่น ว่าจะติดเชื้อในประเทศไทยนะครับ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลสุดท้ายนี้ก็อยากบอกว่าให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในการต่อสู้ในสงครามโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่ยิ่งใหญ่ ผมเชื่อว่า คนไทยสามารถจะผ่านวิกฤติประเทศไทยด้วยความมั่นใจและด้วยความถูกต้อง และปัญหานี้ ก็จะคลี่คลายไปในที่สุดและเราจะกลับมามีความสุขเหมือนเดิมต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป คุณหมอเพชรดาว เชิญครับ

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันเป็นอีกหนึ่งคนที่ขอสนับสนุนญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ เพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพได้มากขึ้น ในช่วงเวลาไม่กี่วันโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) เป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศและคนทั่วโลกในชื่อไข้หวัดโคโรนา (Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ อุบัติใหม่ที่เมืองอู่ฮั่นกลางเดือนธันวาคม ปีที่แล้วเป็นต้นมา เมื่อเป็นสายพันธุ์ใหม่ โรคใหม่ ทุกคนไม่มีภูมิต้านทานจึงมีสิทธิที่จะติดเชื้อ ได้ทุกคนถ้าสัมผัสโรค ความรุนแรงของโรคมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับอายุ ขึ้นอยู่กับความต้านทาน ของแต่ละบุคคล ในปัจจุบันไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้ในการรักษา ไม่มีวัคซีนในการป้องกัน ท่านประธานที่เคารพ ในวงการแพทย์ชื่อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ซึ่งตัวดิฉันเองก็ได้ยิน ชื่อนี้ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดได้ ไข้หวัดธรรมดาหรือว่า คอมมอน โคลด์ (Common cold) เป็นโรคที่พบบ่อยเกิดจากเชื้อไวรัสมากกว่า ๒๐๐ ตัว และในจำนวน ๒๐๐ ตัวนี้ก็มี ๔ ตัวเป็นกลุ่มโคโรนาไวรัส (Coronavirus) นี้เอง ท่านสมาชิก ได้อภิปรายไปแล้วนะคะว่าโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ตัวที่ ๕ ทำให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) ที่เกิดในปี ๒๕๔๕ หลังจากนั้นอีก ๑๐ ปี ในปี ๒๕๕๕ โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ตัวที่ ๖ ก็ทำให้เกิดโรคเมอร์ส (MERS) และ ๗ ปีถัดมาก็คือปี ๒๕๖๒ โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ตัวที่ ๗ ก็ทำให้เกิดไข้หวัดโคโรนา (Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ นี้ อาการจะเช่นเดียวกัน กับไวรัสที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ มีทั้งแบบที่มีอาการแล้วก็ไม่มีอาการ มีอาการ ทางเดินหายใจอักเสบแบบเฉียบพลันจนถึงปอดบวมแล้วก็โรคแทรกซ้อนได้ ดิฉันขออนุญาต พูดถึงโรคระบาด โรคอุบัติใหม่ โรคระบาดนั้นถ้าจะบอกว่าน่ากลัวหรือไม่อย่างไรนั้นมีอยู่ ๔ ประการค่ะ

ประการแรก คือความรุนแรงของโรค

ประการที่ ๒ การติดต่อยากหรือว่าง่ายอย่างไร

ประการที่ ๓ การวินิจฉัยได้รวดเร็วขนาดไหน และประการสุดท้ายการควบคุม การระบาดว่าเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ความรุนแรงของโรคถ้าดูจากอัตราป่วยตายเทียบ กับซาร์ส (SARS) หรือเมอร์ส (MERS) เป็นกลุ่มที่ทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรงเหมือนกัน อัตราการตายของไข้หวัดโคโรนา (Corona) สายพันุ์ใหม่ ๒๐๑๙ นั้นต่ำกว่าค่ะ

ประการถัดมาเรื่องการติดต่อค่ะ ติดต่อจากคนสู่คนได้คล้ายไข้หวัดใหญ่ จากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรือว่าไอจาม เมื่อติดเชื้อแต่ไม่มีอาการก็ติดต่อได้ทำให้คนทั่วไป อาจจะเข้าใจผิดว่าโรคนี้รุนแรงมากจึงติดต่อได้แม้ในช่วงระยะฟักตัว ซึ่งโดยหลักแล้วโอกาส ที่จะติดน้อยมาก เพราะจะติดจากสิ่งที่คัดหลั่งทางเดินหายใจเท่านั้น เพราะฉะนั้นคีย์เวิร์ด (Key words) สำคัญหรือว่ากุญแจสำคัญที่สมาชิกหลายท่านได้พูดนั้นคือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ยังคงเป็นกุญแจสำคัญ

ประการที่ ๔ การควบคุมการระบาด ระบบควบคุมเฝ้าระวังของประเทศไทย ทำได้ดีมาตลอด อย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงไปแล้วนะคะว่าตัวชี้วัดความมั่นคง ทางสาธารณสุขทั่วโลกในปี ๒๕๖๒ หรือโกลบอล เฮลท์ ซีเคียวริตี อินเด็กซ์ ๒๐๑๙ (Global Health Security Index 2019) ประเทศไทยติดอันดับ ๖ ของโลกจาก ๑๙๕ ประเทศทั่วโลก ก็ถือว่าด้านการสาธารณสุขของประเทศไทยไม่ได้แพ้ชาติใดในโลกเลย

ประการสุดท้าย ดิฉันขอฝากประเด็นในเรื่องของการสื่อสารในภาวะวิกฤติ ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเนื้อหา เรื่องของใครเป็นผู้รับสาร ต้องบอกว่ากลุ่มของประชาชนทั่วไปก็มีหลายระดับ มีทั้งมีการศึกษาสูง ซึ่งหาข้อมูลต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง แล้วก็กลุ่มเสี่ยงจากโรคและกลุ่มผู้ป่วยเอง ประชาชนกำลังกังวลเรื่องอะไร และสิ่งใดที่ควรจะพูด สิ่งใดที่ไม่ควรพูด รวมทั้งช่องทางสื่อสารมากมายเหลือเกินในปัจจุบันนี้ รวมทั้งเรื่องของรูปแบบวิธีการการแถลงข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้แถลงข่าวไปแล้วว่า รัฐบาลไทยกำลังทำอะไร ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในมาตรฐานเฝ้าระวังระดับสากล ขอความ ร่วมมือรักษาสุขภาพแล้วก็ดูแลประเทศไทยด้วยกัน ซึ่งก็พูดในอัปเดต (Update) ในขณะนั้น ฉะนั้นการสื่อสารต้องเป็นการสื่อสารเป็นระยะ ๆ ส่วนการแถลงข่าวพอแถลงไปแล้วก็จะมีคน รู้สึกว่ายังไม่มีความเชื่อมั่น ยังไม่มั่นใจกับรัฐบาลไทย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฉะนั้นเราสามารถ ที่จะเอาผู้นำที่มีอิทธิพลทางความคิดหรือว่าอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) มาพูดแล้วให้ ประชาชนฟัง อาจจะเรียนเชิญท่านผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จากหลาย ๆ สาขามาจัดเสวนา แล้วก็มีการสื่อสารหลาย ๆ ทางเพื่อสร้างความมั่นใจ ท้ายสุดดิฉันขอขอบคุณกรมควบคุมโรค ขอบคุณข้อมูลจากรองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คุณหมอพิเชษฐ์ รวมทั้งอาจารย์ ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ เป็นราชบัณฑิตแล้วก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา คลินิก และสุดท้ายขอส่งกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากร ตม. ทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และดิฉันขอสนับสนุนข้อมูลที่อภิปรายจากสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้เพื่อให้ รัฐบาลไปใช้ประโยชน์ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป อีก ๕ ท่านครับ ท่านอาจารย์โกวิทย์ ท่านสฤษฏ์พงษ์ ท่านปารีณา ท่านธีรภัทร ท่านอัครเดช เชิญท่านอาจารย์โกวิทย์ครับ พรรคพลังท้องถิ่นไท

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมขอถือโอกาสร่วมอภิปรายในเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกันพูดเรื่องปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ เพื่อพิจารณาถึงความร่วมมือในการที่จะป้องกันเพื่อคนไทยทั้งประเทศให้ปลอดภัยจากโรคนี้ ผมเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดไปผมก็จะไม่ขอพูดซ้ำ แต่จะเป็น ข้อเสนอถึงมาตรการก็แล้วกันเพราะว่าจะได้ส่งต่อไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาลที่จะได้ ป้องกัน ผมคิดว่ามาตรการในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มันมีระดับอยู่ ตัวอย่างเช่น ในระดับรัฐบาลผมคิดว่าสมาชิกหลายท่านมีความห่วงใยในมาตรการของรัฐบาล หลายท่าน ก็มั่นใจว่ารัฐบาลนั้นสามารถที่จะดำเนินการได้ แต่ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นข้อเสนอของสมาชิก ที่ได้เสนอไปผมคิดว่ารัฐบาลควรจะรับฟังและนำข้อเสนอนี้ไปดำเนินการต่อไป ในส่วนที่ ๒ ผมคิดว่าในส่วนของจังหวัดหรือท้องถิ่นผมคิดว่าส่วนนี้ซึ่งเป็นกลไกของรัฐส่วนหนึ่งที่จะทำให้ การช่วยกันในการป้องกัน แล้วก็ให้มาตรการนั้นให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจได้ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือตั้งแต่เรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้ว นั่นก็คือได้เรียนไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดและให้ท้องถิ่นนั้นหามาตรการ แต่ผมจะเรียนท่านประธานว่ามาตรการนี้ ในเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ถ้ากระทรวงมหาดไทยได้ทำ ก็จะเป็นสิ่งที่ดีเพื่อจะนำไปสู่ให้ท้องถิ่นได้ดำเนินการเป็นกลไกของรัฐส่วนหนึ่ง แต่ผมอยากจะ เรียนท่านประธานว่าท้องถิ่นก็ยังมีปัญหาอยู่เหมือนกันในเรื่องนี้ เพราะว่าเขาอาจจะกลัว ยกตัวอย่างเช่น ช่วยหาหรือว่าจัดเตรียมงบประมาณในเรื่องของการจัดหาหน้ากากอนามัย ให้กับพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น สิ่งนี้ถ้าท้องถิ่นทำได้ก็จะทำให้มาตรการตรงนี้เป็นการช่วยรัฐ ที่ใช้งบประมาณของท้องถิ่นไปดำเนินการบริการกับประชาชน แต่อย่างไรก็ตามข้อกังวล ส่วนหนึ่งที่ผมได้รับทราบจากท้องถิ่นก็คือว่า แม้ว่าจะมีอำนาจในการป้องกันและระงับ โรคติดต่อก็ตาม เขาก็กังวลว่าถ้าเขาไปทำแล้วมันจะเกิดข้อผิดพลาดว่าไม่ใช่อำนาจหน้าที่ หรือเปล่า สิ่งนี้ผมคิดว่าอยากจะให้กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลได้ดำเนินการกับท้องถิ่น ให้สามารถทำได้อย่างเต็มที่ นี่คือส่วนที่ ๑ ผมคิดว่าท้องถิ่นอาจช่วยได้ในเรื่องการให้บริการ ประชาชนในเรื่องนี้

ในส่วนที่ ๒ ผมเรียนท่านประธานว่าหลายท่านพูดเรื่องการสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชนให้เข้าใจว่าโรคนี้มันมีปัญหาอย่างไร และจะติดต่อได้อย่างไร จะแพร่ระบาดอย่างไร ซึ่งสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้วว่าการแพร่เชื้อหรือแพร่ระบาด มันมีผลเหมือนกัน มันมีการติดต่อ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอย่างที่หลายท่านพูดเรื่องเชิญแพทย์ ให้ท้องถิ่นจัดดำเนินการให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน แต่ท่านอย่าลืมครับ การให้ความรู้กับ พี่น้องประชาชนถ้าท้องถิ่นดำเนินการซึ่งมันก็มีครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศเกือบประมาณ ๗๘,๐๐๐ กว่าแห่งของท้องถิ่น ถ้าทำได้ก็เป็นผลดีต่อพี่น้องประชาชนที่จะสร้างความเข้าใจ กับพี่น้องได้ แต่ส่วนหนึ่งถ้าท้องถิ่นไปจัดต้องให้ความมั่นใจว่ามันได้ใช้อำนาจส่วนนี้เป็นการให้ ความรู้กับพี่น้องประชาชนได้ อย่างเช่น การเชิญแพทย์หรือเชิญพยาบาลคนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพื่อทำให้เขามีความเข้าใจต่อโรคนี้มากขึ้น และผมเข้าใจว่าสิ่งที่ผมเสนอไป ใน ๒ ประเด็นเพื่อจะทำให้การร่วมกันระหว่างรัฐบาลซึ่งอยู่ระดับส่วนบนแล้วก็ส่วนต่าง ๆ กับส่วนข้างล่างมันต้องมีความสัมพันธ์กัน และทำให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจในสิ่งที่ผม นำเรียนไปให้มากขึ้น แล้วก็ให้อำนาจท้องถิ่นในการจัดการเรื่องนี้อย่างถูกต้องแล้วก็ ไม่ก่อให้เกิดการถูกตรวจสอบจาก สตง. เพราะว่าการทำหน้าที่ของท้องถิ่นก็จะเป็นการทำ ในสิ่งที่เป็นปัญหาแพร่ระบาดและเป็นปัญหาสำคัญอย่างเร่งด่วน ผมคิดว่าอันนี้คือส่วนที่ ผมเสริมว่าจะต้องใช้กลไกให้ครอบคลุมเพื่อทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคได้เกิดความสบายใจแก่พี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วทั้งประเทศ ขอบคุณท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสฤษฏ์พงษ์ครับ

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้เป็นสิ่งที่ดีที่ผมเห็นเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นหมอที่เป็นแพทย์ได้ลุกขึ้นมา พูดกันน่าจะเป็นญัตติที่มีคุณหมอมาพูดมากที่สุด ประเด็นเกี่ยวกับในเรื่องของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) และมาตรการ ผมจะไม่ขอพูดแล้วครับ เนื่องจากมีเพื่อนสมาชิกพูดผมคิดว่าครบประเด็นแล้ว แต่ประเด็น ที่ผมอยากจะพูดก็คือประเด็นในส่วนของผลกระทบที่น่าจะมีในอนาคต และปัจจุบันนี้บางพื้นที่ ก็มีแล้ว ผมขออนุญาตเบื้องต้นก่อนที่จะไปพูดในเรื่องของผลกระทบ ขออนุญาตว่าในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มกราคม ถึงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๓ สายการบินจากประเทศจีน จาก ๑๖ หัวเมืองไม่ว่าจะเป็นปักกิ่ง ซีอาน เซียงไฮ้ ฉางชุน ฝูโจว ฉางโจว เซี่ยเหมิน-เกาฉี เหวินโจว ไท่หยวน เสิ่นหยาง หลานโจว ฉือเจียจวง เฉิงตู เชินเจิ้นอะไรต่าง ๆ นี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๕-๒๘ รวม ๒๓๐ เที่ยวบิน แล้วก็เป็นการตัดเที่ยวบินไฟลต์ (Flight) เอฟดี ๕๗๘ (FD 578) กับเอฟดี ๕๗๙ (FD 579) บินจากฉงชิ่งออกเป็น ๖ เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ ๔-๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ อันนี้ก็ตัดเที่ยวบินไปแล้ว แต่จำนวนเที่ยวบินเส้นทางบินจีนที่ยกเลิกไป ๓๒ เที่ยวบิน สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ จำนวน ๖ เที่ยวบิน สายการบินแอร์เอเชีย ๑๖ เที่ยวบิน สายการบินไลออนแอร์ ๒ เที่ยวบิน สายการบินไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ จำนวน ๘ เที่ยวบิน อันนี้ก็คือจากอู่ฮั่นด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะหยิบยกประเด็นในเรื่องของ ผลกระทบ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ก็คือในเรื่องของการท่องเที่ยว ผมเข้าใจแล้วก็เห็นใจ รัฐบาลที่ได้ทำมาในส่วนของสนามบิน ไม่ว่าจะเป็นสุวรรณภูมิ ดอนเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่ ในส่วนของจังหวัดกระบี่ผมคิดว่าบางท่านอาจจะรู้สึกว่าช้า แต่ผมไปดูผมก็เห็นเจ้าหน้าที่ทั้ง ตม. โรงพยาบาลจังหวัดแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกันทำ อย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ที่ผมได้ลงพื้นที่ ได้สอบถามแล้วก็ผู้ประกอบการมีความเป็นห่วง ก็คือเรื่องของผลตามมาคือผลกระทบนี่ก็คือโรงแรม ในอดีตที่ผ่านมาในเรื่องของไข้หวัดนกก็ดี ในเรื่องของซาร์ส (SARS) ก็ดีนั้นก็มีผลกระทบต่อโรงแรมเช่นกัน ผมคิดว่าก็น่าจะมีผลกระทบ เพราะฉะนั้นมาตรการที่อยากจะให้รัฐบาลเตรียมการเข้าไปดูแลเยียวยาในเรื่องของโรงแรม ผู้ประกอบการก็คือในเรื่องของมาตรการช่วยเหลือในเรื่องของเงินกู้ ซึ่งผู้ประกอบการ ณ วันนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าไฮซีซัน (High Season) ของผู้ประกอบการโรงแรม เมื่อเหตุการณ์อย่างนี้ เกิดขึ้นไม่ใช่แต่เฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอย่างเดียว แล้วก็ในเมืองท่องเที่ยวไม่ใช่แต่เฉพาะกลุ่ม ของประเทศจีนอย่างเดียว เราจะสังเกตเห็นว่าสื่อมวลชนเมื่อประกาศว่าพี่น้องประชาชน จากอู่ฮั่นมาประเทศไทยมากที่สุด อันนี้เป็นข่าวที่รัฐบาลคงจะต้องไปเสนอข่าวในอีกมุมหนึ่งว่า การเข้ามาจริงเท็จแค่ไหน เพราะว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวในประเทศอื่นก็มีความเกรงกลัวว่า การที่จะมาเที่ยวก็อาจจะเป็นการเสี่ยงไม่ปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ต้องชื่นชมผู้ประกอบการ ในพื้นที่ที่ผมทราบจังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต หลายโรงแรมผู้ประกอบการ ที่ยกเลิกทัวร์ (Tour) จีนที่จองล่วงหน้าเพื่อให้เกิดความปลอดภัย อันนี้ถือว่าเป็นผลกระทบ ในเรื่องของการที่ผู้ประกอบการช่วยไปอีกด้านหนึ่งในทางอ้อม ในขณะเดียวกันเมื่อสายการบิน ไม่ได้บินไปประเทศจีนการเดินทางจากประเทศจีนมาประเทศไทยและประเทศไทยไปยัง ประเทศจีนนั้นก็ไม่มี อันนี้ก็เป็นมาตรการหนึ่งที่ได้ผล เนื่องจากว่าไม่มีการเดินทางไปมาหาสู่ ซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานครับ ที่ผมเช็ก (Check) ข้อมูลที่ทราบข่าวมา มีธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศแล้วนะครับ มีการพักชำระเงินต้น ๖ เดือนเพื่อช่วยเหลือ โรงแรมและผู้ประกอบการ อันนี้เป็นการแถลงของท่านสารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้จัดการใหญ่ อันนี้ก็ถือว่าเป็นมาตรการของธนาคารไทยพาณิชย์นะครับ แต่ในส่วนของรัฐบาลในการช่วยเหลือหลังจากที่นักท่องเที่ยวหายไปในเรื่องของการเยียวยา การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวซึ่งท่านรัฐมนตรีก็มีการพูดคุยกันในส่วนของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันนี้รัฐบาลมีการเตรียมการว่าเราจะจัดโปรโมชัน (Promotion) หรือจัดหาวิธีการในเรื่องของมาตรการในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเข้ามาชดเชยได้อย่างไร ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่สำหรับในพื้นที่ผม ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในพื้นที่จังหวัดกระบี่นอกเหนือจากผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในส่วนสนามบินแล้ว ในพื้นที่ของท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวเข้าไป รพ.สต. ในจังหวัดกระบี่ถือว่ามีคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะ รพ.สต.กอตง อำเภอเขาพนม ได้รางวัลที่ ๑ ในระดับประเทศ ซึ่งคุณภาพของ อสม. ก็ดี แพทย์ประจำตำบลก็ดีนั้นเขามีความเข้าใจและเข้าถึงในเรื่องของการป้องกัน เพราะฉะนั้นวันนี้อาจจะไม่เพียงพอในเรื่องของการทานร้อน ช้อนกลางและล้างมือ ผมคิดว่า น่าจะต้องมีการล้างจมูกด้วย ซึ่งแพทย์ได้บอกว่าการที่เวลาแน่นจมูกหรือเป็นน้ำมูกได้ล้างจมูก ด้วยน้ำเกลือก็ถือว่าเป็นแนววิถีทางที่ดีพอสมควร เพราะฉะนั้นสุดท้ายนี้ผมเห็นด้วยแล้วก็ให้ กำลังใจกับพี่น้องประชาชนทุกส่วนทุกฝ่ายแล้วก็ส่วนราชการที่ได้เข้าไปช่วยเหลือในส่วนของ สนามบิน ท่าเรือ ท่ารถและชุมชนในที่แออัด ก็ต้องขอขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญท่านปารีณาครับ

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตอภิปรายญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาการระบาด ของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ เพื่อส่งเรื่องให้กับทางรัฐบาลแก้ไขปัญหา อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะช่วงนี้หลายประเทศมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ดิฉันเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ตัดสินใจไม่ปิดกั้นนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากปัจจุบันทั่วโลกรวมทั้ง ประเทศไทยก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจอยู่ เช่นเดียวกับประเทศแคนาดาก็พบมีผู้ติดเชื้อไวรัส โคโรนา (Virus Corona) เช่นเดียวกันแต่ก็ยังไม่แบน (Ban) นักท่องเที่ยวจีนการท่องเที่ยว มีความสำคัญกับเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดีอยากให้รัฐบาลมีมาตรการในการควบคุมสถานการณ์ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) และควรมีการประชาสัมพันธ์ให้มากที่สุดในการระวัง ในการเข้าใจ วิธีการป้องกันไวรัสโคโรนา (Virus Corona) นอกจากมาตรการควบคุมสถานการณ์ทั่วไป แล้วก็อยากให้รัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้มีมาตรการควบคุม สถานการณ์ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ที่เข้มงวดในโรงเรียน ข้อเสนอแนะของดิฉันก็คือ ให้ครูประจำชั้นได้สังเกตนักเรียนถ้ามีไข้ ไอ จาม หรือน้ำมูกไหลก็ควรจะให้นักเรียนหยุดเรียน และไปพบแพทย์ทันที อีกทั้งผู้ปกครองที่มารับนักเรียนก็ควรมีการทำความสะอาดมือ สวมใส่ แมสก์ (Mask) ก่อนที่จะเข้ามารับนักเรียนในโรงเรียนและหากไม่นำแมสก์ (Mask) มาก็ให้ นักเรียนมารับหน้าโรงเรียน ขอบคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านธีรภัทรครับ

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์

เรื่องแรก วันนี้วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓ จังหวัดสุราษฎร์ธานียังไม่พบผู้ป่วย โรคระบาดโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ยังไม่พบครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วิชวุทย์ จินโต ได้รายงานแล้ว เพราะฉะนั้นข่าวที่ออกมาเป็นข่าวลือ ท่านประธานครับ ผมคงเป็น คนหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการเสนอญัตติด่วนให้สภาพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ วันนี้ได้ยื่นเรื่องร่วมกับนายแพทย์บัญญัติเมื่อเช้าแล้ว วันนี้ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสมาอภิปรายและเสนอความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมเองเป็นคนที่มีเพื่อน มีน้องชายเป็นกัปตันสายการบินไทย มีเพื่อนมีรุ่นน้อง เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน มีเพื่อนมีน้องเป็นพนักงานต้อนรับในบริเวณสนามบิน ทั้งสายการบินไทย จำกัด และสายการบินไทยสมายล์ คนเหล่านี้เป็นคนรุ่นแรก ๆ ที่จะต้อง ได้รับผลถ้ามีผลกระทบเกิดขึ้นจากโรคไวรัสชนิดนี้ เมื่อวานนี้ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านถาวร เสนเนียม ท่านกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย คุณสุเมธ ดำรงชัยธรรม และท่านที่ปรึกษา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คุณเจือ ราชสีห์ ที่ได้พาสื่อมวลชนไปเยี่ยม การปฏิบัติงานของการบินไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมาซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้ทำมาในช่วงเวลา ที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการลือว่ามีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสชนิดนี้ ทางการบินไทยเอง หรือแม้แต่สายการบินน้องของการบินไทยก็คือไทยสมายล์มีเที่ยวบินไปมาระหว่างกรุงเทพฯ เมืองจีน อย่างเมืองปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางเจา เซี่ยเหมิน หรือคุนหมิง มีเที่ยวบินถึง ๙ เที่ยวบิน แต่ละวัน อย่างไทยสมายล์ไปเจิ้งโจว ไปฉงชิ่ง ไปฉางซา ๗ เที่ยวบิน ๑๖ เที่ยวบินต่อวัน รวมมีผู้โดยสารประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคนที่เดินทางไปมาระหว่างเมืองไทยกับเมืองจีน ซึ่งตรงนี้ มาตรการเหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการทำตั้งแต่แรกป่านนี้ผมเชื่อว่าคงมีการพบผู้ป่วยหรือมีการพบ การแพร่ระบาดมากกว่านี้ ท่านประธานครับ มาตรการในการคัดกรองลำดับแรกของการบินไทย ก็คือว่าการคัดกรองผู้โดยสาร ผู้โดยสารที่เข้ามาจะต้องได้รับการสังเกตก่อนว่ามีอาการ หรือมีลักษณะอะไรเช่นใดหรือเปล่า ตรงนี้เป็นมาตรการแรก

มาตรการที่ ๒ เมื่อผู้โดยสารเข้ามาทำการเช็กอิน (Check in) ตรงนี้เจ้าหน้าที่ ทุกคนจะต้องใช้ความละเอียดในการพิจารณา หลังจากนั้นก็จะมีการให้บริการบนเครื่องบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหรือที่เราเรียกว่าแอร์หรือสจ๊วต คนเหล่านี้ก็จะคอยสังเกตดู ผู้โดยสารถ้าหากพบว่ามีผู้โดยสารคนใดมีความผิดปกติก็จะเข้าไปช่วยดูแล ขณะเดียวกัน ก็ป้องกันตัวเอง บางคนในพื้นที่ที่มีสายการบินที่บินไประหว่างประเทศจีนหรือพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยง เขาจะมีการป้องกัน อย่างเช่น การใส่หน้ากากหรือใส่ถุงมือเพื่อป้องกัน และขณะเดียวกัน ก็มีการเตรียมหน้ากากอนามัยให้สำหรับผู้โดยสารที่มีความกังวลว่าตัวเองอาจจะไม่สบาย หรือไม่สบายใจถ้าหากต้องเดินทางในประเทศที่มีส่วนที่เกี่ยวข้อง

มาตรการที่ ๓ มาตรการการจัดเตรียมเครื่องบินและฆ่าเชื้อโรคจะมีการพ่นยา ฆ่าเชื้อโรคในอากาศยาน ทุกครั้งที่มีการกลับมาจากการบินไปเมืองจีนก็จะมีการพ่นยา มีการรมยาบนเครื่อง ทั้งนี้เพื่อจะให้เกิดความมั่นใจว่าเชื้อบนเครื่องจะไม่มีการตกค้าง

มาตรการที่ ๔ มีการทำความสะอาดภายในเครื่องบินและก็มีการเฝ้าระวัง สุขภาพอนามัยของพนักงาน จะต้องมีการทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นเบาะ เป็นพรม ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารจะต้องได้รับผลกระทบและเกิดความไม่มั่นใจในมาตรการที่เวลา ผู้โดยสารจะต้องเดินทาง

มาตรการที่ ๕ มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขภาพของพนักงานก็จะต้อง มีการเผยแพร่ความรู้ให้กับพนักงาน มีการป้องกันด้วยการหาอุปกรณ์ให้พนักงาน อย่างเช่น หน้ากากหรือว่าถุงมือ จะต้องมีการตรวจสุขภาพของพนักงานถ้าหากมีการสงสัยว่าพนักงาน มีอาการหรือมีส่วนผิดปกติใด ๆ ต่าง ๆ อันนี้คือเป็นมาตรการที่การบินไทยทำ

มาตรการที่ ๖ มาตรการขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์จะต้องมีการตรวจสอบ สินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน หลีกเลี่ยงสินค้าที่มีความเสี่ยงและจัดคลังสินค้าให้ถูกสุขลักษณะ อนามัย

ส่วนมาตรการสุดท้ายที่พวกเราจะต้องรับทราบไว้เรื่องนี้ที่เราจะต้องประสบ ก็คือว่ามาตรการทางด้านโภชนาการก็จะต้องมีการจัดดูแลในเรื่องวัตถุดิบของการนำมา ประกอบอาหาร ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จะต้องได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นเอชเอซีซีพี (HACCP) จีเอ็มพี (GMP) หรือฮาลาล และเครื่องมืออุปกรณ์ทุกอย่างที่นำไปใช้บนเครื่องจะต้องได้รับ การทำความสะอาดและผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurize) ผ้าห่ม ปลอกหมอน ทุกอย่าง จะต้องได้รับการซักอบรีดอย่างถูกสุขลักษณะ นี่คือมาตรการที่การบินไทยและสายการบิน น้องของเขาก็คือไทยสมายล์จัดสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร ผมจึงอยากจะฝากเรื่องนี้ ให้กับคนไทยและผู้โดยสารคนไทยทุกคนขอให้มีความมั่นใจในสายการบินของเรา การบินไทย สายการบินแห่งชาติ รักคุณเท่าฟ้า ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอที่ประชุม ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๔ ปิดอภิปรายได้แล้วนะครับ เหลือท่านอัครเดชอีกท่านหนึ่งท่านสุดท้าย ที่เรียกไว้ใช่ไหมครับ เชิญครับ ขอท่านสุดท้ายนะครับ และคงจะปิดการอภิปรายครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน ของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ก็คือท่าน ส.ส.บัญญัติ เจตนจันทร์ และท่าน ส.ส.นริศ ขำนุรักษ์ ที่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ เพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในญัตติ ก็ชัดเจนว่าต้องการส่งเรื่องให้รัฐบาลได้ดำเนินการโดยไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะ พิจารณาเรื่องนี้เนื่องจากเป็นเรื่องด่วน ผมก็จะใช้เวลาสั้น ๆ ในการที่จะเป็นปากเป็นเสียง ให้กับพี่น้องประชาชน ๒ เรื่อง แล้วก็มีข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลได้ไปดำเนินการ ๑ เรื่อง เมื่อสักครู่นี้ได้ทราบจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ได้ชี้แจงว่าทางรัฐบาลนั้นได้มีการตั้งวอร์รูม (War room) ในการดำเนินการป้องกันในเรื่อง ของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) นี้ตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๓ ก็ถือว่าเป็นการตั้งวอร์รูม (War room) ที่ทันต่อสถานการณ์แล้วก็เหตุการณ์ ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีที่ปัจจุบันนี้มีหลายกระทรวง ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเรื่องนี้ในลักษณะของบูรณาการ เพื่อให้การป้องกันปัญหาไวรัสนี้ ไม่ให้แพร่กระจายและเป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ท่านประธานผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ๒ เรื่อง จึงขออนุญาตเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้อง ชาวจังหวัดราชบุรีครับ

เรื่องแรก ทางพี่น้องประชาชนเป็นห่วงว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรามีการพิจารณา เรื่องฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้วก็มีการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนใช้รถสาธารณะ รถแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง รถไฟ หรือรถไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันนี้รถสาธารณะต่าง ๆ นั้น มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นจำนวนมากที่มาใช้บริการ พี่น้องประชาชนนั้นเกิดความไม่มั่นใจจึงขอเสนอให้ทางรัฐบาลนั้นได้มีการพ่นฆ่าเชื้อให้กับ รถโดยสารสาธารณะต่าง ๆ โดยให้ทางรัฐบาลนั้นได้ทำการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ภาพ ในการพ่นฆ่าเชื้อโดยเฉพาะรถแท็กซี่ที่มีพี่น้องประชาชนนั้นใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย รวมถึงสถานีขนส่งต่าง ๆ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ที่มีพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ขอเสนอให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการในเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชน ก็คือการพ่นยาฆ่าเชื้อเพื่อเป็นการป้องกันให้กับพี่น้องประชาชนจากเชื้อไวรัส

เรื่องที่ ๒ ข้อเสนอจากพี่น้องประชาชน วันนี้ได้รับการประสานจากพี่น้อง ประชาชนจังหวัดราชบุรีว่ามีลูกของผู้ที่ร้องเรียนไปฝึกงานอยู่ที่เมืองกุ้ยหลินที่ประเทศจีน ที่โรงแรมแชงกรีลาจำนวน ๑๐ คน ปัจจุบันเมืองนี้ห่างจากเมืองอู่ฮั่น ๘๐๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ทราบจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ได้ชี้แจงในสภาแห่งนี้ว่าทางรัฐบาลจีนได้อนุญาตให้ทางการไทยได้ส่งเครื่องบินไปรับคนไทย ที่อยู่ที่เมืองอู่ฮั่นภายในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ฉะนั้นก็จะมีพี่น้องจำนวนมากที่อยู่บริเวณ ใกล้เคียงกับเมืองอู่ฮั่นในรัศมี ๑,๐๐๐ กิโลเมตร มีเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีความเสี่ยง ที่จะได้รับการติดเชื้อจากพี่น้องที่เป็นคนจีนที่อยู่ที่นั่นด้วย ฉะนั้นจึงขอให้ทางรัฐบาลไทย ได้พิจารณาไม่ใช่เฉพาะพี่น้องที่อยู่ที่เมืองอู่ฮั่น ให้พิจารณาถึงเมืองรอบ ๆ ในรัศมี ๑,๐๐๐ กิโลเมตร ซึ่งก็มีพี่น้องคนไทยที่พักอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นจำนวนมาก จึงขอเป็นปากเสียงให้กับ พี่น้องประชาชนที่ร้องเรียนผ่านกระผมมาครับ

เรื่องสุดท้าย เป็นข้อเสนอแนะครับท่านประธาน วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านได้อภิปรายถึงข้อห่วงใยแล้วก็มาตรการต่าง ๆ ไปเป็นจำนวนมาก ผมเองก็ฝาก ข้อห่วงใยอยู่ ๑ เรื่องครับ ก็คือเรื่องผลกระทบในระบบเศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องของภาวะ การท่องเที่ยวที่มีความชะงักงัน แน่นอนครับทางรัฐบาลจะต้องพิจารณาถึงความปลอดภัย ในชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญเป็นลำดับแรกก่อนอันนี้ผมเห็นด้วย แต่ก็อยากให้ รัฐบาลได้หามาตรการในการที่จะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากธุรกิจการท่องเที่ยวที่ซบเซา ลงไป เนื่องจากทางการประเทศจีนนั้นได้ระงับเที่ยวบินหลายเที่ยวบินที่จะมาท่องเที่ยวในเมืองไทย ซึ่งตรงนี้ได้รับผลกระทบกับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ ที่รับนักท่องเที่ยวชาวจีน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต พัทยาหรือกรุงเทพมหานคร จึงขอให้ทางรัฐบาล ได้เตรียมมาตรการในการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาวะ นักท่องเที่ยวนั้นไม่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ครับ ตรงนี้ก็เป็นข้อเสนอ ของผมอีก ๑ ข้อ รวมกับที่พี่น้องประชาชนฝากเรียนรัฐบาล ๒ เรื่องนะครับ ก็ขอฝาก ทางรัฐบาลและขอเป็นกำลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในการดำเนินการเรื่องนี้ เป็นเรื่องเร่งด่วนให้กับพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ อภิปรายพอสมควรนะครับ ผมขอปิดการอภิปรายเพื่อจะดำเนินการขั้นตอนลงมตินะครับ แต่ก่อนจะลงมติผู้เสนอญัตติมีสิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ สรุป ถ้าท่านไม่ใช้สิทธิผมจะได้ ดำเนินการต่อนะครับ คงจะต้องขอมติจากที่ประชุม คุณหมอบัญญัติจะสรุปใช่ไหมครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ครับ ขอเวลาสรุปสัก ๒-๓ นาทีครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ในฐานะผู้ยื่นญัตติด่วนให้สภาผู้แทนราษฎรศึกษาแก้ไขปัญหา การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) เพื่อส่งเรื่องให้ทางรัฐบาลดำเนินการ ให้มีประสิทธิภาพครับ กระผมพร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะผู้ยื่นญัตติ ขอขอบคุณท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองและทุกท่าน ที่ร่วมกันอภิปรายตั้งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะและเสนอความคิดเห็นซึ่งจะสามารถรวบรวม เพื่อให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องไปให้รัฐบาลดำเนินการ ขอให้พี่น้องประชาชน อย่าได้ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์นี้จนเกินไป จากที่เพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายท่าน ได้อภิปรายว่าให้เปลี่ยนจากความตระหนกนั้นให้มาเป็นการตระหนักรู้ในเรื่องของปัญหา การป้องกันและควบคุมโรคไวรัสโคโรนา (Virus Corona) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอนามัย ส่วนบุคคล คือหลีกเลี่ยงการไปในที่แออัดแล้วก็รักษาอนามัยส่วนบุคคลกินอาหารที่ร้อน ใช้ช้อนกลางและล้างมือ หมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้ร่างกาย มีความแข็งแรงก็จะมีความสามารถในการต้านทานเชื้อไวรัสซึ่งมีอัตราการแพร่ระบาดที่สูง แต่มีอัตราการตายที่ต่ำกว่าโรคระบาดในครั้งก่อน ๆ ก็หวังว่ารัฐบาลและทุกภาคส่วน และพี่น้องชาวสาธารณสุข และพี่น้อง อสม. และพี่น้องประชาชนจะได้ร่วมมือร่วมใจกัน ฝ่าวิกฤติที่อันตรายนี้ไปด้วยกันในเร็ววัน ขอฝากให้รัฐบาลไทยได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ชาวไทยรวมทั้งรัฐบาลได้ระดมความช่วยเหลือให้แก่รัฐบาลจีนครับ ขณะเดียวกันก็จะได้ ถือโอกาสนำความช่วยเหลือไปให้ประเทศจีนนั้นก็รับชาวไทยกลับมาจากเมืองอู่ฮั่นด้วย เหมือนที่รัฐบาลญี่ปุ่นเขาได้ส่งหน้ากากอนามัยจำนวนนับล้านชิ้นส่งให้รัฐบาลจีน รัฐบาลจีน ก็รีบดำเนินการมอบชาวญี่ปุ่นกลับประเทศญี่ปุ่นนะครับ ผมก็ขอฝากในสิ่งนี้ด้วยว่ารัฐบาล ก็อย่าลืมที่จะระดมความช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชนชาวไทยไปให้แก่ชาวจีนด้วย เพราะชาวจีนส่งนักท่องเที่ยวมาเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นอันมาก หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สภาผู้แทนราษฎรจะได้มีมติในวันนี้ส่งเรื่องทั้งหมดที่เพื่อนสมาชิกได้ระดมความคิดเห็นนั้น ส่งไปให้รัฐบาลแก้ไขนะครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก ญัตติลำดับที่ ๑ ของท่านนริศ ลำดับที่ ๒ ของท่านบุญสิงห์ ลำดับที่ ๓ ของท่านจาตุรงค์เป็นญัตติ ที่เสนอมาเพื่อให้สภาได้ร่วมกันพิจารณาอภิปรายปัญหาแนวทางแก้ไขและข้อเสนอแนะอื่น ๆ แล้วส่งเรื่องให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป ส่วนญัตติลำดับที่ ๔ ของท่านเรวัตกับ ลำดับที่ ๕ ของท่านปกรณ์เป็นญัตติที่เสนอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ดังนั้นถ้าจะ ถามมติต้องแยกนะครับ ท่านจุลพันธ์มีอะไรครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านนะครับ จากการหารือระหว่างวิป (Whip) ร่วม ๒ ฝ่าย มีการประสานงานกัน ครับท่านประธาน ในญัตติที่ ๔ และญัตติที่ ๕ ของคุณหมอเรวัต วิศรุตเวช และท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ก็ได้ไปหารือตัวผู้เสนอญัตติท่านมีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนญัตติจากการขอตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่เป็นการส่งให้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขพิจารณาแทนครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเสนอ ญัตติลำดับที่ ๔ กับลำดับที่ ๕ เปลี่ยนญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจะส่งไป คณะกรรมาธิการสามัญ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขครับ เพื่อการศึกษาต่อเนื่องครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเสนอ ญัตติ ขอผู้รับรองครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มี ๒๐ ท่าน คุณหมอเรวัต เชิญครับ

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ถ้าดูจากญัตติที่ผมเสนอไปนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่าไม่เฉพาะเจาะจงในเรื่องของโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ที่กลายพันธุ์เลย เพราะผมคิดว่าในสถานการณ์อย่างนี้การศึกษาตรงนี้มันไม่ทันการ เพราะฉะนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะนำข้อมูลต่าง ๆ ข้อเสนอแนะให้รัฐบาลไปดำเนินการ โดยเร่งด่วนถึงจะทันสถานการณ์ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเอา ญัตตินี้ก่อนนะครับ คือมี ๒ ประเด็น มี ๒ ญัตติ ญัตติแรกกับญัตติที่ ๒ อย่างไรก็ตาม การอภิปรายที่เราพิจารณากันทั้งหมดส่งรัฐบาลจะถามที่ประชุม ส่วนอีกญัตติหนึ่งก็คือ ญัตติที่ ๔ กับญัตติที่ ๕ อีก ๒ ญัตตินี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่ขณะนี้มีผู้เสนอว่าจะไม่ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วครับ จะขอส่งไปคณะกรรมาธิการสามัญ เดี๋ยวผมจะถาม ญัตติตรงนี้ก่อน ให้จบตรงนี้ก่อน ส่วนของท่านอย่างไรก็ตามเดี๋ยวต้องถามมติว่าจะส่งไปให้ รัฐบาลไปดำเนินการไหมที่ระบุถึง

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมกำลังจะ เรียนว่าญัตติของผมก็ไม่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการ คือส่งคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขได้ครับ มีความเห็นเช่นเดียวกับท่านจุลพันธ์ในญัตติที่ ๔

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพราะฉะนั้น ฉบับที่ ๔ ของท่านก็จะเปลี่ยนว่าไม่ส่งคณะกรรมาธิการสามัญ ก็ไม่ส่งนะครับ ท่านจะส่งให้ รัฐบาลพิจารณาดำเนินการนะครับ ที่ประชุมขัดข้องไหมครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ การแก้ไข ญัตติครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ที่ประชุม ขัดข้องไหมครับ มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ส่วนของ ท่านจุลพันธ์ก็ไม่มี ที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่นใช่ไหมครับ เหลือฉบับเดียวเท่านั้นครับ ก็คือส่งคณะกรรมาธิการสามัญ ดังนั้นผมจะถามมติของญัตติลำดับที่ ๑ ลำดับที่ ๒ ลำดับที่ ๓ ว่าจะส่งไปให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป ลำดับที่ ๔ ของคุณหมอเรวัต ทั้งหมด ๔ ฉบับ ฉบับที่ ๑ ของท่านนริศ ฉบับที่ ๒ ของท่านบุญสิงห์ ฉบับที่ ๓ ของคุณหมอจาตุรงค์ และคณะ ฉบับที่ ๔ ของท่านเรวัต วิศรุตเวช ตรงนี้สภาจะถามมติของที่ประชุมว่าจะส่งให้ รัฐบาลรับไปดำเนินการไหมครับ ท่านชินวรณ์มีอะไรครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากญัตติในเรื่องของการให้สภาได้ศึกษาแก้ไขปัญหาในเรื่องไข้หวัดโคโรนา (Corona) เป็นเรื่องที่ผมคิดว่ามีความเห็นพ้องต้องกันทั้ง ๒ มติที่จะขอถามนะครับ เพราะฉะนั้น ผมขอให้ท่านประธานได้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ นะครับ เพราะว่าไม่มีผู้ใดคัดค้านประธาน สามารถที่จะถามจากที่ประชุมว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นไหมแต่ละมติ ก็ไม่จำเป็นต้องลงมติครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมก็กำลังจะขออนุญาตจากที่ประชุมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เพราะว่าที่ผ่านมาก็มีการอภิปราย ที่เห็นพ้องต้องกันหมดว่าจะส่งให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป เพราะฉะนั้นผมจะถามที่ประชุม มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ คือเห็นว่าไม่ต้องส่งให้รัฐบาลมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติให้การพิจารณาญัตติฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ ฉบับที่ ๔ ตามลำดับนี้ส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการตามที่เราได้ร่วมกันพิจารณาอภิปรายถึงปัญหาแนวทาง แก้ไขและข้อเสนอแนะอื่น ๆ ทั้งหมดให้รัฐบาลดำเนินการพิจารณาต่อไปนะครับ ส่วนญัตติ ฉบับที่ ๕ ของท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ซึ่งส่งไปให้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขไปดำเนินการต่อ ผมจะขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เหมือนกันนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ก็ถือว่ามติที่ประชุมให้ส่งญัตติของท่านปกรณ์ให้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขส่งไป ดำเนินการต่อครับ เป็นการจบการพิจารณาญัตติด่วนทั้ง ๕ ฉบับนะครับ วันนี้พอสมควรแล้ว ขออนุญาตปิดประชุมครับ ขอบพระคุณทุกท่านครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๑.๔๒ นาฬิกา