ศุภชัย ใจสมุทร อภิปรายสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยเน้นความร่วมมือของกระทรวงที่เกี่ยวข้องภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยในการเฝ้าระวัง คัดกรอง และรับมือกับโรคระดับโลก พร้อมประเมินความเสี่ยงและระดับความตระหนักที่ประชาชนควรได้รับข้อมูลอย่างเหมาะสม ทั้งยังชี้แจงว่าความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับต่ำกว่าซาร์สและเมอร์ส แม้การแพร่ระบาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและบางกรณีไม่เกี่ยวข้องกับตลาดสดหรือการเดินทางไปจีน จึงเรียกร้องให้ทั้งรัฐและประชาชนเตรียมรับมืออย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนก และร่วมมือกันสกัดกั้นการแพร่ระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมองว่าแนวโน้มการระบาดอาจเลือนจางได้เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ปี 2009
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมต้องขออนุญาตเรียนกับท่านประธานว่าผมไม่ใช่หมอแล้วก็ไม่ใช่แพทย์ ความเกี่ยวข้อง เกี่ยวพันกับโรงพยาบาลก็คงในฐานะคนไข้ แต่วันนี้ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเรื่องเชื้อไวรัส โคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ในฐานะที่หัวหน้าพรรคผมคือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็เลขาธิการพรรคท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้ง ๓ ท่านเกี่ยวข้องโดยตรงกับบุคคลที่กำลังป่วย เกี่ยวข้อง กับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่เข้ามาประเทศไทย เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางอากาศ ทางเครื่องบินที่ทำให้บุคคลเหล่านั้นเข้ามายังประเทศไทย และสิ่งที่ผมอยากจะเรียนก็คือว่าเนื่องจากทั้ง ๓ ท่านอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย ผมจึงมีโอกาส ได้ข้อมูลต่าง ๆ ว่าท่านทั้งหลายที่ผมได้เอ่ยนามถึงท่านได้ทำงานในการร่วมกันสกัดเชื้อไวรัส โคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ในการแก้ปัญหาเรื่องความเจ็บป่วยนี้กันอย่างไรครับ สิ่งที่จะต้องเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ผ่านไปยังท่านทั้งหลายก็คือเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งนำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเป็นระดับ ๓ เพื่อติดตาม สถานการณ์โรคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและบริหารจัดการทรัพยากร เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการเฝ้าระวังค้นหาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบนี้โดยเน้นการ คัดกรองไข้ ณ ช่องทางเข้าออกที่ท่าอากาศยานทั้ง ๕ แห่ง ก็คือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานกระบี่ เพิ่มการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล สนับสนุนความพร้อมสำหรับการรับมือโรคติดต่ออุบัติใหม่นี้ โดยครอบคลุมระบบบริการสาธารณสุขทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนแหล่งท่องเที่ยว โดยบูรณาการกันทั้ง ๓ กระทรวงที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปแล้ว ก็คือกระทรวง คมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตรงนี้ผมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือ ซึ่งพวกเราก็ได้ติดตามข่าว ก็จะพบว่าประเทศไทยได้รับการจัดลำดับว่าอยู่ในอันดับ ๖ ของโลกในการที่สามารถรับมือ กับโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นโรคระบาดอุบัติใหม่เหล่านี้ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธาน ผ่านไปยังที่ประชุมแห่งนี้ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนก็คือคำถามว่าวันนี้เราควรจะต้องวิตก ขนาดไหน เราต้องตื่นตระหนกกันอย่างไร ผมได้ข้อมูลมาจากสาธารณสุขบอกว่าโรคนี้ต้อง ยอมรับว่าระบาดอย่างรวดเร็วและมีผู้ป่วยจำนวนมาก เดี๋ยวนี้ทั้งโลกประมาณ ๖,๐๐๐ คนแล้ว รวดเร็วกว่าซาร์ส (SARS) หลายเท่า โรคซาร์ส (SARS) เริ่มเกิดในเดือนพฤศจิกายนกว่าจะ ไปเริ่มระบาดจริง ๆ ในเดือนกุมภาพันธ์และระบาดมากในเดือนมีนาคม เดือนเมษายน ปี ๒๐๐๓ แต่ว่าก็ไม่เร็วเท่ากับโรคนี้คือโรคปอดบวม อู่ฮั่น สาเหตุที่เชื่อว่าโรคนี้จะระบาด เกิดขึ้นได้ในประเทศมีเหตุผลอยู่ประมาณ ๕-๖ เหตุผล
๑. การระบาดในประเทศจีนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การที่รู้ว่ามีผู้ป่วยปอดบวม พร้อมกัน ๔๑ คน ในขณะนั้นการระบาดเป็นการรับช่วงจากผู้ป่วยส่งต่อมาจนถึงระดับ ๔ หมายถึงว่าผู้ป่วยคนแรกไม่น่ามาจากตลาดขายของสด ซึ่งอันนี้เป็นข้อมูลที่พวกเราไม่เข้าใจ กันว่าแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างนั้นหรือไม่ อย่างไร แต่อันนี้คือข้อมูลทางสาธารณสุขของเรา เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่าคนที่เป็นผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่ได้เคยสัมผัสกับตลาดขายของสดเลย เพราะฉะนั้นข้อมูลเรื่องที่ว่าไปกินของสดอะไรต่าง ๆ จริงหรือไม่
๒. ก็คือความรุนแรงของโรคนี้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับซาร์ส (SARS) หรือ เมอร์ส (MERS) อัตราการตายของโรคนี้ถ้าดูจำนวนเปอร์เซ็นต์จะมีแนวโน้มลดลงไปเรื่อย ๆ เชื่อว่าน่าจะน้อยกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะอยู่ ๑ ใน ๑,๐๐๐ จากผู้ป่วยนอกประเทศจีน กว่า ๑๐๐ คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยเพราะการวินิจฉัยจะทำได้ดีและรวดเร็วขึ้น และยอดผู้ป่วย ที่แท้จริงจะมีมากกว่าผู้ป่วยที่รายงานมาก ตัวเลขอัตราการตายก็จะค่อย ๆ ลดลงเหมือน การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี ๒๐๐๙
๓. การนับจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น และเชื่อว่าอีก ๑-๒ เดือน ข้างหน้าก็จะไม่มีการนับแล้ว เช่นเดียวกับการระบาดไข้หวัดใหญ่เมื่อ ๑๐ ปีก่อน พอไปถึง ระยะหนึ่งก็เลิกนับจำนวน
๔. เมื่อโรคนี้มีความรุนแรงน้อยจึงมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย และยังแพร่กระจายโรคได้ จึงมีการเดินทาง จึงทำให้การแพร่ระบาดของโรคไปอย่างรวดเร็ว
๕. ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปสัมผัสในประเทศจีนเกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเยอรมนี ดังนั้นนับจากนี้เป็นต้นไปก็จะมี การพบในอีกหลาย ๆ ประเทศ
๖. ความรุนแรงเหมือนไข้หวัดใหญ่ การระบาดจึงเหมือนไข้หวัดใหญ่ที่พร้อม จะกระจายข้ามทวีปและกระจายไปทั่วโลก เช่น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ซึ่งใช้เวลา ไม่เกิน ๖ เดือน ก็กระจายไปทั้งโลก ท่านประธานที่เคารพ วันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่า โรคนี้ระบาดแน่ ๆ ในประเทศไทยและทุกประเทศ แต่ก็ควรจะมีมาตรการให้มีการระบาด อย่างช้าที่สุดเพื่อรอความรู้ องค์ความรู้ใหม่ ๆ ข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับโรคนี้ วันนี้เราควร ที่จะต้องสู้ ไม่ควรจะตั้งหลักในการที่จะรับอย่างเดียว เราต้องหาความรู้ตรงนี้ และในที่สุด เมื่อการระบาดมาสักระยะหนึ่งโรคนี้ก็จะสงบ และเหมือนท่านขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านปกรณ์ ท่านบอกว่ามันไม่ชอบความร้อน ประเทศไทยมีความร้อนก็คงจะทำให้ในที่สุดมันไม่สามารถ ระบาดไปได้ยืนยาว สิ่งหนึ่งที่ต้องขออนุญาตเรียนก็คือพวกเราทุกคนอย่าได้ตื่นตระหนกกัน พี่น้องประชาชนคนไทยไม่ควรที่จะตื่นตระหนกจนเกินไป และจงให้ความมั่นใจกับรัฐบาลว่า ท่านสามารถที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พี่น้องผู้ปฏิบัติหน้าที่คือข้าราชการสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ และวันนี้ผมว่าพวกเราทุกคนควรจะให้กำลังใจกันและกันพร้อมที่จะสู้กับโรคที่กำลังระบาดนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ