สุรวิทย์ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาโควิด-19 ย้ำติดต่อคนสู่คนได้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓

สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาโรคปอดอักเสบรุนแรงจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พร้อมวิเคราะห์ลักษณะการระบาด ความรุนแรงเมื่อเทียบกับโรคซาร์สและเมอร์ส ความสามารถในการติดต่อจากคนสู่คนก่อนมีอาการ สถานการณ์ทั่วโลก และผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม โดยย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมของประเทศในทุกมิติ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาโรคปอดอักเสบรุนแรงจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ของเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งของท่านหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ พรรคเพื่อไทย ผมมีเวลาจำกัดครับ จะขอสรุปว่าสิ่งที่เรายอมรับกันเกี่ยวกับเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ ก็คือเป็นโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่เป็นต้นเหตุของวิกฤติในปัจจุบันว่ามาจากเชื้อโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) ตัวนี้ ซึ่งก็เป็นสายพันธุ์เดียวกันกับที่เกิดโรคซาร์ส (SARS) สายพันธุ์ เดียวกับที่เกิดโรคเมอร์ส (MERS) ไวรัสตัวนี้อาจจะมีแตกต่างกันในเรื่องสายพันธุ์ย่อยแต่ว่า เป็นตัวเดียวกัน ซึ่งมีการศึกษาไว้บ้างในการระบาดครั้งก่อน ๆ ข้อดีก็คือว่าเราจะสามารถ นำข้อมูลต่าง ๆ ที่เราได้ศึกษาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเตรียมวัคซีน การเตรียมยา หรือว่าการเฝ้าระวังต่าง ๆ เราสามารถที่จะดัดแปลงจากของเดิม ซึ่งประเทศไทยมีประสบการณ์ ในเรื่องดังกล่าวได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับ ๖ ของโลกที่สามารถที่จะตรวจสอบ ติดตาม กักกัน แล้วก็ควบคุมโรค ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้พวกเรามีความมั่นใจได้บ้างครับ และขณะนี้ ยอมรับกันชัดเจนว่าเป็นโรคติดต่อจากคนมาสู่คนได้ จากเดิมแรก ๆ ที่มีการพูดมีการรายงาน จากเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคมที่ผ่านมาก็ยังบอกไม่ได้ว่าติดต่อกันอย่างไร แต่เชื่อกันว่ามาจากสัตว์ในตลาดขายสัตว์ต่าง ๆ ในเมืองอู่ฮั่น แล้วก็ติดต่อมายังคน แต่ตอนนี้ เพิ่มเติมว่าเชื้อไวรัสตัวนี้สามารถติดต่อจากคนไปสู่คนได้แล้ว มีการกลายพันธุ์ กราบเรียนว่า นี่คือสิ่งที่เราได้ทราบเพิ่มเติมเรื่อย ๆ มานะครับ การระบาดของโรคนี้น่าจะรุนแรงมากกว่า โรคซาร์ส (SARS) หรือโรคเมอร์ส (MERS) ที่ผ่านมา เพราะตอนนี้ยืนยันว่าสามารถแพร่เชื้อ ได้ก่อนที่จะมีอาการ หมายความว่าคนที่จะแพร่เชื้อ คนที่เป็นโรค คนที่ได้รับเชื้อสามารถจะ แพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้ก่อนที่จะมีอาการ นี่คือสิ่งที่ลำบากในการที่จะติดตามตรวจสอบต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่เราหนักใจ เพราะยังไม่ทราบเลยว่าเป็นหรือไม่เป็นโรค ยังตรวจไม่พบ ยังไม่มี อาการ แต่ก็แพร่เชื้อได้แล้ว การระบาดรุนแรงก็ถือว่าใกล้เคียงกับโรคไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ แต่ระบาดรุนแรงกว่าโรคซาร์ส (SARS) และระบาดรุนแรงกว่าโรคเมอร์ส (MERS) หลายเท่า การระบาดเพียงไม่ถึง ๑ เดือน จากปลายเดือนธันวาคมมาถึงตอนนี้ไม่ถึง ๑ เดือน มีผู้ติดเชื้อ เพิ่มขึ้นถึง ๖,๐๐๐ คนแล้ว เทียบกับโรคซาร์ส (SARS) เป็นอยู่หลายเดือนมีผู้ติดเชื้ออยู่ ประมาณ ๘,๐๐๐ คน แต่โรคนี้เพียงไม่ถึง ๑ เดือนได้ติดเชื้อถึง ๖,๐๐๐ คนแล้ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอัตราการติดเชื้อจะมาก แต่อัตราการตายจะต่ำกว่าทั้งโรคซาร์ส (SARS) และโรคเมอร์ส (MERS) ก็เทียบกันแล้ว ถ้าโรคซาร์ส (SARS) อยู่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มีอัตราการตายประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ติดเชื้อ โรคเมอร์ส (MERS) ตายประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับโรคโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ นี้จะตายอยู่ประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็ยังมีสิ่งที่ เรามีกำลังใจอยู่บ้างนะครับ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มียาฆ่าเชื้อเชื่อว่าภายในการติดต่อคราวนี้ จะเดือน ๒ เดือน ๓ เดือนก็ตามเชื่อว่าจะยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสตัวนี้ วัคซีนภายใน ๑ ปี ข้างหน้านี้วัคซีนป้องกันไวรัสตัวนี้ก็คงจะทำได้ไม่สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะเคยศึกษามาก่อนก็ตาม นี่ก็คือสิ่งที่ผมอยากนำกราบเรียนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การกระจายเชื้อก็ไปได้ หลายประเทศก็เพราะโรคนี้กระจายเชื้ออย่างรุนแรง การติดต่อสารคัดหลั่ง การไอจามต่าง ๆ นี่เป็นเรื่องที่ได้มีการพูดคุยกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความเสี่ยงก็คือผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบหายใจ ไอ หอบต่าง ๆ หรือพวกที่มีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต มีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของคนทั้งส่วนบุคคล และทั้งส่วนรวม จะเห็นได้ว่าหลังจากโรคนี้ระบาดขึ้นมาก็จะมีการปรับปรุงโรงพยาบาล ในประเทศจีนสร้างโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น ปรับโรงพยาบาลบางแห่งมารักษาโรคนี้อย่างเดียว ประเทศไทยเห็นชัดเจนว่าเดินไปไหนมาไหนก็เห็นคนปิดผ้าอนามัยแมสก์ (Mask) ต่าง ๆ อยู่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลก เรื่องเศรษฐกิจแน่นอนครับตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นขายของต่าง ๆ การค้าการขาย แม้แต่จีดีพี (GDP) ก็คาดการณ์ว่าจะลดลงจาก เดิมว่า ๓.๒ ตอนนี้คิดว่าประมาณ ๒.๕ ที่จะขยายตัวหลังจากที่โรคนี้เกิดขึ้น ด้านสังคม จะเห็นได้ว่ามีการงดการประชุม งดการจัดงานสังสรรค์ต่าง ๆ ผมขอเพิ่มอีกนิดเดียวว่าจากที่ เราได้สังเกต จากติดตามข่าวคราวท่านนายกเทศมนตรีของเมืองอู่ฮั่น นายโจว เซียนหวัง นายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮันยอมรับว่าข่าวคราวในช่วงแรก ๆ ปิดข่าวกัน ยังไม่ได้นำเสนอ ข่าวคราวออกมาให้ทั่วโลกรับทราบ ยอมรับว่ามีชาวอู่ฮั่นประมาณ ๕ ล้านคนเดินทางออกจาก เมืองอู่ฮั่นก่อนที่จะมีข่าวคราวต่าง ๆ ออกมา จึงทำให้โรคนี้ได้แพร่กระจายไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกได้เร็ว เขาถือว่าการที่เขาปกปิดข่าวคราวในช่วงแรกเป็นความผิดพลาดและยอมรับว่า ความผิดพลาดนั้นเขาเป็นผู้ที่มีส่วนต้องรับผิดชอบและได้ประกาศขอลาออกจากตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮั่น นั่นก็ถือว่าเป็นสปิริต (Spirit) ทางการเมือง ผมคงไม่รบกวนเวลา มากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ