สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓

นิยม เวชกามา หารือเรื่องการบูรณาการหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเรียกร้องให้ใส่วิชาศีลธรรมและจริยธรรม เพื่อช่วยให้เด็กไทยมีปัญญาและศีลธรรม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมดีใจที่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านคุณหญิงดอกเตอร์กัลยา เป็นนักเรียนจากโรงเรียนวัดผมดีใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมดีใจอีกประการหนึ่งคือผมได้ยิน ท่านประธานสภาของผมพูดเสมอว่าท่านเป็นเด็กวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ซึ่งผมก็เป็นเณร อยู่ที่นั่นสมัยก่อนก็ภูมิใจครับ ท่านบอกว่าท่านอยู่ที่นั่นแล้วมาเรียมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านเล่าให้ผมฟัง แต่ที่ผมต้องพูดวันนี้ท่านรัฐมนตรีตัวท่านเองซึมทราบ ผมจึงเป็นห่วงเด็ก ทุกวันจะไม่ซึมทราบเหมือนท่าน เพราะเขาไม่ได้เรียนโรงเรียนวัด ผมจึงกราบเรียนว่าที่ท่าน พูดมาทั้งหมดผมเข้าใจ ท่านสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ ปยุตฺโต) ได้พูดไว้อยู่คำหนึ่ง ท่านสอนไว้ว่าทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับเราแก้ด้วยปัญญา เด็ก ๆ เยาวชนจะเกิดปัญญาได้นั้น ต้องอาศัยสมาธิ สติจะก่อให้เกิดศีลและปัญญา ซึ่งผมก็เป็นห่วง เยาวชนของชาติว่าหากเรา ไม่ช่วยกันจรรโลงซึ่งพระพุทธศาสนาก็เป็นเรื่องที่ยาก ผมจึงบอกว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรี คุณหญิงบอกว่าทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้เอาคำสอนนี้ของสมเด็จ พระพุทธโฆษาจารย์มาประยุกต์ใช้สอนเด็กนักเรียนระหว่างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยก็ใช้ตัวนี้แต่มันน้อยที่ผมฟัง หมายความว่า อยากเห็นหลักสูตรตัวนี้ให้มันก้าวไปกว่านี้ ในสมัยผมบังเอิญผมเป็นครูรุ่นเก่าผมสอนเด็กนักเรียน วิชาศีลธรรมและหน้าที่พลเมือง วันนี้ไม่มีท่านคุณหญิงมันหายไป ผมเห็นรัฐมนตรีว่าการ ท่านให้สัมภาษณ์ว่าในปี ๒๕๖๓ จะมีการ ปรับปรุงหลักสูตร หลักสูตรที่ว่านี่ล่ะครับกำลังเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าเลขาธิการ สพฐ. ไม่ว่าปลัดกระทรวงมาศึกษาหาข้อมูลร่วมกัน เพื่อที่จะกำหนดหลักสูตรใหม่ ผมจึงมีความหวังว่าวันนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการอาจจะบรรจุ สัก ๑ วิชาเป็นหลักว่าวิชาศีลธรรมหรือจริยธรรมอะไรก็ว่าไป เพราะเดี๋ยวนี้โรงเรียนบ้านผม หรือโรงเรียนในเขตจังหวัดสกลนครผมตรวจดูแล้วเขาไม่ได้สอนวิชาศีลธรรม ที่ท่านคุณหญิง บอกว่าเป็นการบูรณาการ บังเอิญโรงเรียนไม่มีครูที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ เขาก็เลยใส่โน่นนี่นั่น ไปคนละ ๕ นาที ๑๐ นาที เป็นภูมิศาสตร์ เป็นพลศึกษา เป็นอย่างอื่นไปคุณหญิง ผมจึงบอกว่า วันนี้ถ้าจะเมตตาดูแลลูกหลานของเราใส่ไปได้หรือไม่เป็นวิชาหนึ่ง อาจจะสอนอาทิตย์ละ ๑ ชั่วโมงก็ได้ แต่ก่อนสมัยหลักสูตรเก่ามีครูพระ ท่านประธานครับ ครูพระมาสอนในโรงเรียน แต่วันนี้ครูพระหายไป ผมจึงเป็นห่วงเด็กและเยาวชนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ท่านคุณหญิง บอกว่า ๔๕๐ โรงเรียนที่ มจร. ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยไปทำอยู่นี่ผมเห็นด้วย แต่มันนิดเดียวครับ พื้นฐานทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ กว่าโรง ๔๐๐ กว่าโรง ๔๕๐ โรง มันแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ อย่างอื่นไม่มีครับ ผมจึงว่าถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากฝากว่าเอาวิชาศีลธรรม ไปใส่ได้ไหมในท้องที่ที่เป็นชาวพุทธ ที่อื่นก็ไม่เป็นไรครับ ผมจึงกราบเรียนว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าจะบรรจุในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับ ป.๑-ป.๖ อย่างน้อยใส่วิชาศีลธรรมไป เมื่อสักครู่ก็บอกแล้วว่าการให้เด็กเรียนวิชาพระพุทธศาสนาวันนี้ไม่จำเป็นต้องเรียนหลักธรรม ลึกซึ้ง เอาแค่มีจิต มีสติ มีปัญญา ซึ่งวันนี้หลักสูตรยุคศตวรรษที่ ๒๑ ก็บอกแล้วว่าพหุปัญญา คือหลากหลาย ใส่เข้าไปหน่อยได้ไหมให้เป็นวิชาศีลธรรมเลยสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมงก็ยังดี เพราะฉะนั้นจึงเป็นคำถามที่ ๒ ว่าในเมื่อลักษณะแบบนี้กระทรวงศึกษาธิการที่จะปรับปรุง หลักสูตรใหม่ตามที่รัฐมนตรีว่าการท่านณัฏฐพลบอกว่าจะปรับปรุงหลักสูตรใหม่ในปี ๒๕๖๓ มีนโยบายเปลี่ยนแปลงหรือบรรจุวิชาพระพุทธศาสนาเข้าไปในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๖๓ เลย ในกลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นวิชาพระพุทธศาสนาเลย อาจจะใช่ศีลธรรมหรือหน้าที่พลเมืองไป ๑ ชั่วโมงในสัปดาห์ มันจะได้ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเด็กวันนี้ลำบากมาก ท่านประธานบ้านผมยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ถ้าเราไม่ใส่อันนี้ ไปจุนเจือจิตใจเด็กขาดศีลธรรม บ้านผมเรียกว่าฆ่าพ่อตีแม่เด็กเดี๋ยวนี้ พ่อแม่หลบอยู่ในรู กลัวลูกจะมาเอาเงินไปซื้อยา อันนี้ต้องฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีคุณหญิงว่าโลกปัจจุบัน เป็นขนาดนี้แล้ว กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายอย่างไร ถามคำถามที่ ๒ รายละเอียดขอฟัง ด้วยครับ