สาธิต ปิตุเตชะ ชี้แจงมาตรการรับมือโควิด-19 ในฐานะตัวแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำความร่วมมือทุกฝ่ายในการคัดกรองและเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อตั้งแต่สนามบินและพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะจากจีน พร้อมยืนยันความพร้อมของระบบสาธารณสุขในการตรวจจับ ยืนยันผล และดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการประสานงานกับโรงพยาบาลเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและดำเนินการ repatriate ผู้ที่ติดอยู่ในอู่ฮั่นกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบอำนาจจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้มาตอบกระทู้ถามของ ท่าน ส.ส.เรวัต ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านที่เราเห็นตรงกันว่าเรื่องสุขภาพ เรื่องโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) เป็นเรื่องสำคัญแล้วก็เป็นเรื่องวาระแห่งชาติ ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าที่หลัก ของรัฐบาลก็จริง แต่ว่าทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมช่วยกันในการที่จะติดตามข้อมูล ตรวจสอบ สภาแห่งนี้ก็เป็นการทำหน้าที่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ ของฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
ต่อคำถามแรกของท่านผมเรียนว่ากระทรวงสาธารณสุขเราเริ่มดำเนินการตั้ง พูดภาษาชาวบ้านก็เป็นวอร์รูม (War room) มาตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม โดยกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการเฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารเครื่องบินจากเส้นทาง เริ่มต้นเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คือเมืองอู่ฮั่น เรามีการตั้งทีมเพื่อคัดกรองผู้โดยสารที่นั่น จากวันที่ ๓-๒๕ จำนวนเที่ยวบิน ๑๓๗ เที่ยวบิน ผู้เดินทางและลูกเรือที่เราได้รับการคัดกรอง ๒๑,๕๒๒ คน หลังจากนั้น มีการยกระดับจากกลุ่มเสี่ยงเฉพาะเมืองอู่ฮั่น สถานการณ์ในประเทศจีนลุกลามบานปลายไป หลายเมือง เราก็เพิ่มมาตรการในวันที่ ๒๔-๒๖ มกราคม คัดกรองผู้โดยสารจากสายการบิน ทั้งกวางโจว ฉางชุน ๖๐ เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น ๕,๘๒๕ ราย ปัจจุบันเราพบผู้ป่วยที่มีอาการ เข้าตามนิยามที่สงสัยว่าเป็นผู้เสี่ยงติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ๑๕๘ ราย โดย ๒๙ ราย คัดกรองได้ที่สนามบิน แล้วก็มีผู้ป่วยที่อาการเข้าตามนิยามไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เอกชน ๒๒ ราย โรงพยาบาลรัฐ ๕๔ ราย ผู้ป่วยอาการดีขึ้นและกลับบ้านแล้วจำนวน ๕๖ ราย ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) จำนวน ๑๔ ราย ขณะนี้เรายืนยันนะครับ เมื่อวานจนถึงวันนี้มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่ประเทศไทยเรา ๑๔ ราย หายกลับบ้านแล้ว ๕ ราย อีก ๓ รายยังนอนพักอยู่ในห้องความดันลบในโรงพยาบาล และใน ๑๔ รายนี้ไม่มีคนไทยที่ติดเชื้อที่ไม่ได้เดินทางไปประเทศจีนเลย ใน ๑๔ รายนี้เป็นคน จีนที่เดินทางมาจากอู่ฮั่นเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็มีคนไทยอีก ๑ คนที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น เพราะฉะนั้นมาตรการที่เราดำเนินการสิ่งที่เราดีใจก็คือว่าในช่วงระยะฟักตัวที่ท่านพูดถึง ซึ่งทุกท่านก็ทราบดีว่าเราได้รับข้อมูลพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เดิมอาจจะมีข้อมูลว่า ติดจากสัตว์คือค้างคาว แต่ว่ายกระดับมาเป็นจากคนสู่คนแล้วก็มีระยะฟักตัว เราก็พบว่า การดำเนินการของกระทรวงในการคัดกรองในระยะฟักตัว สมมุติว่าเราคัดกรองที่สนามบิน เราพบเป็นไข้เราส่งไปที่ศูนย์เพื่อเข้าสู่การกักตรวจโรค การกักตรวจโรคนั้นก็จะต้องไปสู่ การดำเนินการตรวจที่แล็บ (Lab) ซึ่งจะต้องมีการยืนยัน ๒ แล็บ (Lab) ตรงกันจึงจะประกาศว่า เขาติดเชื้ออย่างชัดเจน ส่วนผู้ที่เป็นผู้เดินทางมาจากเมืองที่เสี่ยงถ้าไม่ได้เป็นไข้เราก็ปล่อย ตัวไป แต่เรามีข้อมูลที่จะติดตามตัวทุกคนที่ผ่านจุดคัดกรองไป โชคดีครับมีรายหนึ่งคือรายที่ ๕ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลเป็นหญิงสาวอายุ ๓๓ ปี มากับลูก ๒ คน ในขณะที่ เดินทางมาไม่มีไข้ แต่ว่าเขาได้รับใบเตือนจากกระทรวงสาธารณสุข อยากให้เจ้าหน้าที่โสต ได้ขึ้นใบเตือนซึ่งเป็นภาษาจีน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อันนี้ เป็นใบเตือนที่ทางเจ้าหน้าที่ของเรา เมื่อผ่านจุดคัดกรองถ้าเขาไม่ได้เป็นไข้เราก็ได้ให้ใบเตือน เพื่อหลังจากที่เขาผ่านจุดคัดกรองไปแล้ว เดินทางไปเที่ยวแล้วถ้าปรากฏว่ามีไข้เราก็ให้เขา ไปพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลเอกชนที่เขาสะดวกนะครับ และเราก็มีการประสานกับ โรงพยาบาลเอกชนไว้ว่าถ้ามีกรณีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยเดินทางมาจากเมืองจีนหรืออู่ฮั่นก็ให้ส่ง มาที่โรงพยาบาลในกรมการแพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หรือโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อจะส่งไปทำการตรวจยืนยันก็ปรากฏว่ารายนี้คือรายที่ ๕ ตรวจพบคุณแม่เป็นผู้ติดเชื้อ โคโรนาไวรัส (Coronavirus) สิ่งที่ผมเล่ามันอธิบายว่าในมาตรการหรือแผนที่เราดำเนินการ ทำให้ผู้ที่เดินทางมาในกลุ่มเสี่ยงเขาได้ปฏิบัติตามแผนแล้วก็เข้ามาสู่ระบบ ถ้าเข้ามาสู่ระบบ เราก็ตรวจพบยืนยัน เราคาดการณ์ว่าผู้ที่เดินทางมาจากกลุ่มเสี่ยงจะปฏิบัติตามแผนน่าจะ ไม่ต่ำกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นไปตามนั้นครับ เพราะฉะนั้นเราจึงยังมั่นใจว่าแผนดำเนินการ ของเราตั้งแต่ต้นจนมาถึงขณะนี้กับตัวเลขผู้ติดเชื้อซึ่งยังไม่ได้ระบาดอยู่ในคนไทยกันเอง ขณะนี้ จึงเป็นความพร้อมที่เราสามารถที่จะดำเนินการได้ แต่อย่างไรก็ดีบนข้อมูลอันนี้ ผมเรียนกับท่านว่าท่านทราบดีว่าในระยะฟักตัวที่พูดถึงมาตรการต่าง ๆ ก็ต้องมีการติดตาม ตรวจสอบกันอย่างเข้มข้นต่อไปนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ของท่านพูดถึงจุดคัดกรองต่าง ๆ โรงพยาบาลเมื่อมีสถานการณ์ ฉุกเฉิน ก็ต้องเรียนว่าเรามีการเตรียมแผน เตรียมโรงพยาบาล เตรียมห้องความดันติดลบ ที่ป้องกันการติดเชื้อให้กับทั้งเจ้าหน้าที่เราเอง ผมมีโอกาสไปเยี่ยมและใช้ ไปดูความพร้อม ของห้อง รวมทั้งสถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลที่ผมดูแลในสังกัด กรมการแพทย์ เรามีความพร้อมเต็มที่ในขณะนี้ที่จะรองรับ ส่วนจำนวนถ้าไม่ได้มีจำนวนมาก เป็นหลักหมื่น หลักพันเหมือนประเทศจีนเราก็ยังรองรับได้ เพราะฉะนั้นในตัวเลขขณะนี้ เราคิดว่าเรามีห้องฉุกเฉินที่เตรียมความพร้อม ห้องความดันติดลบที่เพียงพอที่จะดูแลผู้ป่วย ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และเลยไปถึงชุดที่ให้กับเจ้าหน้าที่ของเราเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ปฏิบัติ หน้าที่เอง ส่วนจุดผ่านแดนตามบริเวณชายแดน ผมได้เดินทางไปจังหวัดตากเมื่อ ๒ วันที่แล้ว ไปที่แม่สอดเพื่อไปตรวจสอบจุดผ่านแดนเหล่านี้นะครับ ความจริงกรมควบคุมโรคของเรา มีบุคลากรอยู่ในจุดผ่านแดนเหล่านี้อยู่แล้ว ผมไปประกาศให้มีการเข้มข้นในการที่จะตรวจสอบ จุดผ่านแดน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงคือคนจีนที่เดินทางมาจากประเทศพม่าเพื่อให้มีการตรวจสอบ คัดกรองให้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ผมไปพบคนจีนคนหนึ่งที่เดินทางมาจากประเทศพม่าแล้วก็ เข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน แต่ว่าสุดท้ายเมื่อได้ตรวจยืนยันแล้วก็ไม่ได้ติดเชื้อนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรการทั้งหมดเราดำเนินการอย่างเข้มข้นแล้วก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็จะ เห็นว่าสอดคล้องกับตัวเลขที่มีผู้ติดเชื้อในขณะนี้ตามจำนวนที่ผมแจ้งท่านไป
ส่วนคำถามสุดท้ายของท่านในส่วนของทั้งโรงแรม โรงเรียน ผมก็เรียนกับ ท่านเรวัตแล้วก็พี่น้องประชาชนว่า ในส่วนหนึ่งขอให้ทุกท่านได้ติดตามข้อมูลอย่าตระหนก จนเกินไป แต่ก็อย่าประมาท ขอให้ติดตามข้อมูล ผมเดินทางไปที่สนามบินได้เห็นพี่น้อง ประชาชนได้ใช้หน้ากากเป็นส่วนใหญ่ในการอยู่ในที่ชุมชนในจุดเสี่ยง อันนี้ก็ถือว่าเป็น การป้องกันตัวเองของทุกท่านถือว่าเป็นเรื่องดี ถ้าเราจำบรรยากาศโรคไข้หวัด ๒๐๐๙ ได้ บรรยากาศนั้นก็จะทำให้แต่ละท่านได้ติดตามข้อมูลแล้วก็มีการป้องกันตัวเอง ก็จะทำให้แผน ของเราปฏิบัติได้เต็มที่ ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็ได้รับความปลอดภัย เรามั่นใจว่าเรายังสามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เฉพาะในประเทศไทยที่ตัวเลขในขณะนี้ แล้วก็เรียนว่าได้รับข้อมูลล่าสุด เราพยายามประสานรัฐบาลจีนอยู่ตลอดเวลาแล้วก็น่าจะ ได้รับอนุญาตให้นำเครื่องบินไปรับผู้ที่ต้องการเดินทางกลับจากอู่ฮั่นกลับมาประเทศไทยไม่เกิน วันที่ ๔ กุมภาพันธ์นี้ ก็เดี๋ยวติดตามสถานการณ์และการยืนยันข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป ขอบพระคุณมากครับ