เรวัต วิศรุตเวช หารือสถานการณ์การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่เริ่มจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน พร้อมเน้นความจำเป็นในการให้ข้อมูลแก่ประชาชน ปรับปรุงมาตรการคัดกรอง และเร่งบูรณาการงานของทุกหน่วยงานเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยย้ำว่าเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือโดยไม่แบ่งฝ่าย.
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ขอบพระคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผม ได้ตั้งกระทู้ถามในวันนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็มีความประสงค์อยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ดูแลทุกหน่วยงาน ซึ่งควรจะต้องบูรณาการทุกหน่วยงานในการ ต่อสู้กับภัยพิบัติในครั้งนี้ ก็คือเรื่องของไวรัสที่กำลังแพร่ระบาดอยู่นะครับ ไวรัสกลายพันธุ์ ๒๐๑๙ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อท่านรัฐมนตรี ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ได้กรุณามาตอบคำถามในวันนี้ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านประธานครับ ในขณะนี้ประชาชนกำลังหวาดวิตก กังวลเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ซึ่งแพร่ระบาดมาจากประเทศจีนคือเมืองอู่ฮั่น ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนไม่ได้ปรารถนาที่จะให้พี่น้องประชาชนต้องตระหนกตกใจ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล ได้ตระหนักรู้เพื่อจะมีองค์ความรู้ ในการป้องกันตัวเองเพื่อให้ตัวเองนั้นปลอดภัย อีกทั้งยังอยากจะสื่อสารประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเร่งรัดให้รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการให้มีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อจะสามารถควบคุม การระบาดของโรคได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ด้วยเหตุที่ผมรับราชการอยู่ในกระทรวงสาธารณสุขมาเป็นเวลายาวนานถึง ๓๒ ปี เป็นทั้งผู้ปฏิบัติงานและเป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงได้ผ่านพบประสบการณ์โดยตรง กับเหตุการณ์ระบาดใหญ่ของไวรัสทั้ง ๓ เหตุการณ์ คือ โรคซาร์ส (SARS) ในปี ๒๕๔๖ ไข้หวัดนกในปี ๒๕๔๗ ไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ในปี ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้หนึ่ง ที่รับผิดชอบทั้งด้านนโยบายและการปฏิบัติการควบคุมการป้องกันการแพร่ระบาด ทั้ง ๓ เหตุการณ์ ซึ่งเราประสบความสำเร็จมากในการควบคุมในครั้งนั้นครับ เพราะอะไร เพราะว่าการแพร่ระบาดถูกจำกัดอยู่ในวงแคบไม่กระจายไปทั่วประเทศ รวมทั้งอัตรา การเสียชีวิตก็ต่ำมากครับ ฉะนั้นในวันนี้กราบเรียนท่านประธานฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีครับ ฉะนั้นทุกข้อสังเกตและทุกข้อเสนอแนะที่ผมจะอภิปรายจะเป็นการสนับสนุนการทำงานของ กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ วันนี้ผมยังมีลูกศิษย์แล้วก็ ลูกน้องที่ยังปฏิบัติงานอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข เพราะฉะนั้นการอภิปรายของผมก็คงจะ เป็นการสนับสนุนครับ ท่านประธานครับ เรื่องของภัยพิบัติของชาตินั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝุ่น พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) หรือจะเป็นเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสก็ดีมันมีมาตรฐานเดียว คือไม่มีการแบ่งสีเสื้อครับ แล้วก็ไม่แบ่ง ส.ส.ว่าเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไม่มีละครับ ไม่แบ่งว่าท่านเป็นประธานสภาหรือว่าเป็นรัฐมนตรี หรือเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีละครับ เมื่อไรที่ได้รับเชื้อเข้าไปก็ติดโรคเหมือนกันครับ นี่ครับคือไม่มี ๒ มาตรฐาน เพราะฉะนั้น การระบาดโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ จึงเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมมือร่วมใจกันควบคุมให้ได้เพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นสำคัญที่ต้องรีบบอกรีบประชาสัมพันธ์ ให้เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าเหตุที่ต้องยื่นกระทู้ถามด่วนเนื่องจากว่า ไวรัส ๒๐๑๙ เป็นไวรัสที่กลายพันธุ์มา มันก็จะเหมือนคนแปลกหน้าครับ เราจะไม่รู้จักดี เราจะไม่รู้จักเขาดีพอ ข้อมูลของเราที่เกี่ยวกับไวรัสตัวนี้ก็ไม่ครบถ้วนไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้น ก็จะเป็นปัญหามากเพราะอะไร เพราะว่าเมื่อเราไม่สามารถจะมีข้อมูลครบถ้วนทำให้การ กำหนดมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุม การป้องกันการระบาดหรือการรักษาเป็นปัญหาก็คือ ยากต่อการควบคุม ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างครับ เพิ่งจะได้รับการเปิดเผยจาก ทางการจีนทั้ง ๆ ที่โรคได้ระบาดไปตั้งหลายวันแล้วครับ ได้รับการเปิดเผยว่าอย่างไร เพิ่งจะทราบว่าระยะฟักตัวของไวรัสตัวนี้คือ ๒-๗ วัน สามารถจะ แพร่เชื้อได้ ซึ่งจะไม่เกิดในโรคซาร์ส (SARS) โรคซาร์ส (SARS) จะแพร่เชื้อได้ต่อเมื่อมีอาการแล้ว เท่านั้น แต่สำหรับไวรัสที่กลายพันธุ์ ๒๐๑๙ แม้ว่าไม่มีอาการ แม้ว่าจะอยู่ในระยะฟักตัว และยังไม่พบอาการเลยก็สามารถแพร่เชื้อได้ ปัญหานี้ก็เลยเกิดขึ้น มันเป็นปัญหาอย่างนี้ครับ เป็นปัญหาว่าท่านจะมีปัญหาในการที่จะสแกน (Scan) หรือคัดกรองผู้ป่วย เวลาที่เข้าประเทศมา ผู้ป่วยไม่แสดงอาการเลยนะครับ ไข้ไม่มี สแกน (Scan) จากอุณหภูมิก็ไม่ได้ ใช้เทอร์โมสแกน (Thermoscan) ก็ไม่พบ เพราะฉะนั้นนี่คือประเด็นปัญหาที่ประชาชนจำเป็นต้องรู้ เป็นเรื่องของ อะแวร์เนส (Awareness) ที่ประชาชนต้องรู้เพื่อจะสามารถป้องกันตัวเองได้ ท่านประธานครับ การดำเนินโรค อาการของโรค และภาวะแทรกซ้อนจะรุนแรงเท่าซาร์ส (SARS) หรือไม่ อย่างไร เราก็ยังไม่ทราบครับ ไม่มีความชัดเจนเลยครับ ผมกำลังจะบอกอะไรครับ ผมกำลังจะบอกว่า มันเป็นเรื่องที่ไดนามิก (Dynamic) มาก ๆ เลย จำเป็นจะต้องอัปเดต (Update) ข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่เป็นวันนะครับ ทุกชั่วโมงครับ อัตราการเสียชีวิต ผมไปค้นคว้าจากข้อมูลของวารสาร ทางการแพทย์ ที่ชื่อว่าจามา (JAMA) จามา (JAMA) นี้ย่อมาจากคำว่า เดอะ เจอร์นัล ออฟ เดอะ อเมริกัน เมดิคัล แอสโซซิเอชัน (The Journal of the American Medical Association) ก็คือสมาคมแพทย์อเมริกันครับ บอกว่าอัตราการตายจะอยู่ที่ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แต่อะไรรู้ไหม ถ้าคนไข้แอดมิต (Admit) แอดมิต (Admit) ก็คือรับเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล อัตราการตาย จะขึ้นไปถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่น้อยเลย อัตราการตายของซาร์ส (SARS) อยู่ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้เองที่กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเพิ่งจะเปิดเผยข้อมูลสำคัญมาก ๆ ก็คือ