ครูมานิตย์ ชี้ไวรัสโคโรนาเสี่ยงลุกลาม วอนเร่งประชาสัมพันธ์จริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มระบาดจากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลอย่างโปร่งใสและทันเวลาเพื่อป้องกันความตื่นตระหนก รวมทั้งคัดค้านการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องดังกล่าวเพราะมองว่าเป็นการสูญเสียเวลาและงบประมาณโดยไม่เกิดประโยชน์จริง

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังผู้อภิปรายทั้งเจ้าของญัตติและผู้อภิปรายสนับสนุนเข้าใจว่าเกือบครบหมดทุกเนื้อหา เพียงแต่ว่าบังเอิญผมได้เข้าชื่อแล้วก็ขึ้นมาเรียกร้องว่าเหตุการณ์เหล่านี้นั้นในประเทศไทยเรา ไม่ใช่ไม่เคยเกิด แต่เราไม่ได้เกิดโดยตรงจากประเทศไทยเรา เราเกิดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในศตวรรษที่ ๒๑ โรคระบาดเข้ามา ๔ ๕ ๖ โรค แต่เราก็ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ด้วยดี แต่วันนี้ ดูเสมือนเป็นเรื่องใหญ่เพราะอะไรครับท่านประธาน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วถ้าท่านประธานจำได้ ท่านประธานนั่งเป็นประธานอยู่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็ได้พูดถึง เชื้อโรคนี้ละครับ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่โคโรนา (Corona) หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องตลกว่า ผมอาจจะคุยเรื่องโตโยต้าโคโรน่า หรือเบียร์โคโรน่า ผมบอกแล้วว่าต้องรีบให้มันรวดเร็วแล้วก็ว่องไวฉับพลันก่อนที่มันจะลุกลามไป เพราะมันจะมา หลังจากฝุ่น ผมสงสารท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวานผมป่วยผมนอนคิด แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ลุงตู่ไม่ป่วยบ้าง ท่านเจอวิกฤติหลาย ๆ อย่าง ผมเพียงวิกฤติ ๒ วิกฤติก็ป่วยแล้ว นี่ปัญหา เรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาพีเอ็ม (PM) ฝุ่น มาปัญหาโคโรนา (Corona) อีก ผมก็สงสารรัฐบาล เหมือนกันครับ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรามีมาตรการและการประชาสัมพันธ์ที่ดีกว่านี้ เชิญชวน ให้พี่น้องได้เข้าใจ เล่าเหตุการณ์ข้อเท็จจริงให้ฟังมันก็ไม่น่าที่จะกลัวถึงขนาดนี้ แต่วันนี้ก็ดีใจ ที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านเป็นห่วงเรื่องนี้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ในฐานะ ที่เราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนไทย แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าโรคระบาดพวกไวรัส เหล่านี้ ถ้ารัฐบาลแล้วก็ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกระทรวง ทบวง กรม เร่งรีบแล้วเอาข้อเท็จจริง มาเล่า มาปรามกัน ประเทศไทยก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรมากนักละครับ เราเคยเจอไข้หวัดนก ที่รุนแรงมาแล้ว เราเคยเจออีโบลา (Ebola) ที่มาจากต่างประเทศ ต่างประเทศทั้งนั้นที่เข้ามา แต่รัฐบาลในยุคนั้นเขาทำงานกันไว ผมไม่อยากตำหนิท่านนะครับ เพราะว่าท่านงานเยอะ ท่านเพิ่งออกมาโชว์ในทีวี (TV) มาเล่าเรื่องความอย่าตระหนก อย่าตื่นตัวของท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ แล้วก็คิดว่าท่านก็คงที่จะดำเนินการ วันนี้ท่านก็ไปสนามบิน ท่านจะไป กี่สนามบินผมไม่ทราบ แต่อย่างน้อย ๆ ท่านก็ไปสนามบิน แต่นี่เพราะความล่าช้า ถ้าเกิดมา เล่ามาอธิบายคนไทยเรา โดยพื้นฐานเชื้อโรคอย่างนี้มันไม่เกิด เพราะ ๑. คนไทยเราไม่นิยม กินสัตว์ป่าประเภทที่แปลก ๆ เช่น ค้างคาว แมว หนู หรือแม้กระทั่งว่าสุนัขพวกนี้ละครับ ฉะนั้นโอกาสที่จะเกิดโดยตรงกับคนไทยมันยาก ที่เกิดก็เกิดจากชาวต่างประเทศเข้ามา ฉะนั้นผมก็อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่าวันนี้ผมมีเรื่องเดียวที่ลุกขึ้นมา อภิปรายก็คือไม่อยากเห็นสภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการในเรื่องนี้ ถามว่าตั้งทำไมละครับ ท่านประธาน มันไม่ได้มีประโยชน์กับการตั้งคณะกรรมาธิการเลย ถ้าตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว คณะกรรมาธิการทั้งหมดยกขบวนไปเมืองอู่ฮั่นไปนอนศึกษาอยู่สักเดือน ๒ เดือนก็พอให้ ตั้งอยู่ครับ วันนี้คณะกรรมาธิการเรื่องประเภทอย่างนี้ตั้งขึ้นมาเยอะแยะมากมาย แต่ว่า คณะกรรมาธิการที่จะต้องศึกษาเพื่อประโยชน์โดยตรง เช่นมาตรา ๔๔ เมื่อสักครู่ก็ไม่ให้ตั้ง แล้วพรุ่งนี้ผมก็เชื่อแน่เรื่องป้องกันการปฏิวัติก็ไม่ให้ตั้ง แต่พอเรื่องนี้จะตั้ง มันตั้งไม่ทันละครับ กรรมาธิการไปศึกษาอีก ๒ เดือน โรคกำลังเกิด สื่อกำลังนำเสนอข่าว และปัญหาต่าง ๆ นั้น กำลังรุมขึ้นมากว่ากรรมาธิการจะสรุปเสร็จส่งให้รัฐบาล ผมคิดว่าเสียเวลาของสภาครับ เสียงบประมาณ ผมไม่เห็นด้วยที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ แต่ถ้าสภาโหวตแล้วตั้งก็ยินดีครับ แต่ผมอยากเรียกร้องเพื่อนอีกซีกหนึ่งว่าอะไรที่เราไม่ควรตั้งคณะกรรมาธิการก็อย่าไปตั้งเลย เพราะผมเชื่อว่าวันนี้เพื่อนผู้แทนราษฎรของผมบางคนเป็นกรรมาธิการคนละ ๕-๖ คณะแล้ว เข้าไปประชุมแป๊บเดียวออก มันไม่ได้เกิดประโยชน์ แต่สิ่งที่สำคัญวันนี้รัฐบาลซึ่งถือว่าเป็น เรื่องโดยตรงแล้วก็เป็นเรื่องหลักที่จะต้องออกมาทำความเข้าใจ การประชาสัมพันธ์แสดงให้ พี่น้องประชาชนเกิดความเชื่อมั่น อันนี้สำคัญที่สุด เพราะว่าวันนี้ต้องเห็นใจแน่นอนเศรษฐกิจ เราแย่อยู่แล้ว พอการท่องเที่ยวแย่เข้าไปอีกรัฐบาลก็ยิ่งป่วย งบประมาณก็เอาออกมาใช้ไม่ได้ ก็ป่วยหนักเข้าไปอีกท่านประธาน ฉะนั้นผมขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน วันนี้ที่พวกเราเป็นห่วงเป็นใย หลาย ๆ ท่านที่นั่งใกล้ ๆ ผมเขาก็เป็นห่วงกันทุกคนก็อยาก อภิปราย แต่เห็นว่าพวกเราอภิปรายกันเยอะแล้ว ผมก็เตรียมเนื้อหามาเยอะ แต่บังเอิญ มันครอบคลุมไปหมดแล้ว เพียงแต่ลุกขึ้นมาว่า ผมสรุปแล้วนะครับท่านประธาน ๑. อยากเห็นรัฐบาลชัดเจน ทำงานกับเรื่องนี้อย่างรวดเร็วว่องไวแล้วนำข้อมูลออกมาสู่สังคม นักศึกษาที่อยู่เมืองอู่ฮั่นอยากเอากลับมาจะได้กลับมาวันไหน วันนี้สื่อไปลงผมก็สงสารรัฐบาล ไม่รู้ข้อเท็จจริง เอาทหารคืนมา เอานักศึกษาไว้ก่อน สังคมก็มองไปอีกรูปแบบหนึ่ง นี่เห็นไหม เพราะขาดการประชาสัมพันธ์ ผมถึงฝากไว้ ผมเชื่อมั่นว่าคนไทยไม่ตื่นตระหนกหรอกครับ เพราะวันนี้ข้อมูลข่าวสารเขาได้รับรู้ เพียงแต่ว่ารัฐบาลต้องก้าวไวไปกว่าการสื่อสารของ ภาคประชาชน ถ้าช้ากว่าภาคประชาชนความสับสนของภาคสังคมยิ่งมีมามากขึ้น ผมขอฝาก เรื่องนี้แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ อยากเห็นการรวบรวมข้อมูลการอภิปราย ในวันนี้นำไปสู่รัฐบาลเพื่อเร่งรีบในการแก้ไข ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ