ชลน่าน สนับสนุนเร่งแก้โควิด แต่ค้านตั้งกรรมาธิการเฉพาะกิจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการรับมือวิกฤติอย่างทันท่วงที ทั้งการสื่อสารอย่างโปร่งใส การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับประเทศและท้องถิ่น และการใช้ศักยภาพระบบสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้พิจารณาในเชิงระบบผ่านคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแทนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความสูญเสียอย่างเร่งด่วน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ผมขออนุญาตประเด็นนี้นิดเดียว ท่านประธานครับ เพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้พิจารณาเป็นเรื่องด่วนตาม (๑) การเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ เป็นเรื่องที่ไม่อาจ เสนอล่วงหน้าและไม่อาจเสนอเป็นหนังสือ เลยมีความจำเป็น อาศัย (๑) เสนอเป็นเรื่องด่วน ให้สภาพิจารณา เพราะฉะนั้นประเด็นของผมก็จะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุน ในญัตติที่เพื่อนสมาชิกขอให้หามาตรการในการควบคุม แก้ไขปัญหาเรื่องโรคระบาดที่เป็น อุบัติการณ์ใหม่ โรคอุบัติใหม่โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดมาในวันนี้ หามาตรการที่ทุกท่านได้นำเสนอแล้วส่งให้รัฐบาล ผมสนับสนุนเรื่องนี้ และขออนุญาต ท่านประธานด้วยความเคารพ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะไปตั้งญัตติด่วน เสนอเป็นญัตติด่วน ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาศึกษา มันย้อนแย้งกับข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ผมฝาก ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ ๒ อาทิตย์ติดต่อกันมาผมคิดว่าสภาเราอาจจะมีความสับสน ไปเอาข้อ ๕๔ (๑) มาเสนอเป็นญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมันขัดในตัวมันเอง ต้องเสนอพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ส่วนข้อเสนอว่าในระยะกลาง ระยะยาว จะให้กรรมาธิการ รับไปพิจารณาศึกษาหรือไม่ก็เป็นข้อเสนอได้ แต่ไม่ควรมีชื่อญัตติครับ นั่นประเด็นแรกสุด

เรื่องที่ ๒ ผมต้องขอบคุณเพราะว่าการที่สภารับเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนไว้พิจารณา เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนที่เขาคาดหวังอย่างยิ่ง เขาต้องการอย่างยิ่ง ขณะนี้เขาจะเป็นอย่างไร เขาหวั่นวิตก เขากังวล และพวกเรามาพูดกันอย่างนี้แล้วผมเชื่อว่า เขาจะมีความเชื่อมั่นในบ้านเมืองนี้ ประเทศนี้ อย่างน้อยมีผู้แทนราษฎรของเขาได้นำเรื่อง ของเขามาพูดเพื่อหาทางแก้ปัญหาให้เขา ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๓ มาตรการที่จะแก้ปัญหา มาตรการที่จะควบคุมโรคอุบัติการณ์ใหม่ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ที่ระบาดอยู่ขณะนี้ ผมขออนุญาตจะไม่ลงเรื่องระบาดวิทยา เพราะมีเวลาน้อย ที่สำคัญเพื่อนสมาชิกที่เป็นแพทย์ได้ลงรายละเอียดเรื่องระบาดวิทยาไปหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวเชื้อโรค ผู้ติดโรค สารที่ติดโรค ได้ให้รายละเอียดไปหมด แต่ผมขออนุญาต กลับมาเน้นที่มาตรการครับ เรื่องแรกที่ต้องถามว่ามาตรการขณะนี้ที่ใช้ในบ้านเมืองเรา ในประเทศเราพอเพียงหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ไม่พอเพียงครับ ถามว่าทำไมไม่พอเพียงเพราะเพื่อนสมาชิกยืนยันเมื่อสักครู่เองครับ วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินของกรมควบคุมโรคประกาศยกระดับภาวะฉุกเฉินระดับ ๓ ระดับ ๓ คืออะไรท่านประธานครับ ระดับ ๓ หมายถึงโรคนั้นติดในมนุษย์ และไม่ได้ติดต่อ ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ยังสันนิษฐานว่าติดมาจากสัตว์อยู่ ประกาศเป็นระดับ ๓ แต่ขณะนี้ หลักฐานชัดเจนครับ ติดจากคนสู่คน เป็นระดับกลุ่มอาจจะไม่ใหญ่ ถ้ากลุ่มไม่ใหญ่อย่างน้อย ต้องระดับ ๔ เพราะว่ามันเผยแพร่จากคนไปสู่คนแล้ว แต่ถ้าเป็นระดับกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นขณะนี้ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีสนามบินนานาชาติอาจจะมีผู้ป่วย ถ้าระดับใหญ่ขึ้นก็ต้องประกาศ เป็นระดับ ๕ ท่านประธานครับ การเฝ้าระวังตรงนี้มี ๖ ระดับ ระดับ ๖ เป็นการระบาด ซึ่งประกาศ ถ้ามีการระบาดต้องประกาศเป็นระดับ ๖ ถ้าทั่วประเทศหรือทั่วโลก ตรงนี้เอง เป็นสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามาตรการของเรายังไม่พอเพียง ทีนี้จะต้องทำอย่างไร กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ต้องกล้าที่จะประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินที่สอดคล้อง เหมาะสม ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ความรุนแรงของโรคชัดครับ จาก ๔,๐๐๐ คน เป็น ๕,๐๐๐ คน เป็น ๖,๐๐๐ คน ไล่ขึ้นมาเป็นวันละ ๑,๐๐๐ คน ๑๐๖ คน เป็น ๑๗๐ กว่าคน อัตราการตาย จริงอยู่ครับว่าดูอัตราการตายอาจจะน้อย ความรุนแรงอาจจะน้อย แต่ว่า การระบาดมันรวดเร็ว ตรงนี้เองก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นต้องประกาศเป็นภาวะฉุกเฉิน ตัวโรคเองไม่เท่าไรครับ แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้ขณะนี้มันเกิดวิกฤติ อย่างน้อยวิกฤติศรัทธา ความกังวล การใช้ชีวิต มันก็เข้าเงื่อนไขที่จะประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินได้ หลายประเทศประกาศครับ อย่างฮ่องกง เขาประกาศปิดประเทศ หมายความว่าไม่รับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจากประเทศที่มีกลุ่มเสี่ยง ของเราไม่กล้าครับขณะนี้ ผมเองไม่ได้ปรารถนาถึงขนาดนั้น เพียงแต่ถ้าคุณไม่ประกาศ เป็นภาวะฉุกเฉิน มาตรการในภาวะวิกฤติหรือภาวะฉุกเฉินต้องเข้ม เข้มอย่างไรครับ หลักการ การบริหารในภาวะวิกฤติหรือภาวะฉุกเฉิน ง่าย ๆ ๓ ข้อครับ ผมขออนุญาตฝากท่านประธาน ไปยังฝ่ายรัฐบาล

อันที่ ๑ ต้องป้องกันการเกิดวิกฤติ ถ้าท่านบอกว่ายังไม่วิกฤติ ต้องป้องกัน การเกิดวิกฤติ การที่ท่านคิดว่าไม่วิกฤตินี่คือวิกฤติชาติ พอท่านบอกไม่วิกฤติการบริหารจัดการ ท่านก็บริหารจัดการแบบธรรมดา ในขณะนี้ทั่วโลกกำลังจะระบาดไป ๑๗ ประเทศแล้ว อันนี้ คือความเท่าทันที่เพื่อนสมาชิกพูดไปครับ ต้องตระหนัก ตระหนก และรู้เท่าทัน

อันที่ ๒ ต้องกำจัดภาวะวิกฤติให้เร็วที่สุด แล้วก็ขจัดความสูญเสีย

อันที่ ๓ คือเร่งสร้างความเชื่อมั่น นี่คือการบริหารภาวะวิกฤติ ขอเวลาอีก นิดเดียวท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นทำได้อย่างไรครับ ทำไมกลุ่มคนไทยที่อยู่จุดระบาด ที่อู่ฮั่นถึงเรียกร้องที่จะกลับเมืองไทย เพราะอะไรครับ เพราะว่าเป็นสิ่งที่เขาวิตกกังวล ถ้ารัฐบาลฉลาดเขาสามารถสร้างความเชื่อมั่นโดยการที่จะไม่พูดบอกว่าไม่มีใครร้องขอครับ เขาต้องส่งเครื่องบินพาณิชย์ไปรับ ประเทศญี่ปุ่นรับ ประเทศสหรัฐอเมริการับ นี่อย่างไรครับ นี่คือการสร้างความเชื่อมั่นที่ดี ไม่จำเป็นต้องไปกินเชื้อไวรัสโชว์ครับ มันกินไม่ได้ ต้องขออภัย ท่านประธานที่ผมใช้ภาษาอังกฤษว่าโชว์ สิ่งจำเป็นที่สุดในการที่จะบริหารภาวะฉุกเฉิน ท่านประธานผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ภาวะผู้นำสำคัญมาก ถ้าบริหารปกติภาวะผู้นำ ไม่เกิด สี จิ้นผิง เห็นไหมครับ นายกเมืองอู่ฮั่นเห็นไหมครับ นั่นคือภาวะผู้นำ การบริหาร ภาวะวิกฤติภาวะผู้นำของตัวนายกรัฐมนตรี ผมเสนอว่าต้องจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับประเทศ เอาทุกฝ่ายมามีส่วนร่วม ศูนย์ปฏิบัติการมีเครือข่ายกระจายไปอยู่ในจุดที่เป็นจังหวัดสุ่มเสี่ยง อย่างเช่น จังหวัดที่มีศูนย์กลางของการท่องเที่ยว ศูนย์กลางของการบินนานาชาติ อย่างนี้ มีเครือข่ายอยู่ และที่สำคัญท่านประธานครับ ผู้นำต้องสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพให้ข้อมูล ต่อสื่อมวลชนหรือสื่อทั่วไปอย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ สำคัญครับ วันที่ ๒๗ เพิ่งมีแถลงการณ์จากท่านนายกรัฐมนตรีและหายไปเลย เพิ่งมาแต่งตั้งกรรมการ วันอังคารต่อมา สิ่งเหล่านี้ในยุคนี้มันไม่ทันกาล เนื่องจากการสื่อสารของพี่น้องประชาชน รับเป็นระบบดิจิทัล ระบบโซเชียลออนไลน์ (Social online) ทุกอย่างมีการสื่อสาร ทุกคน เป็นสื่อหมดแล้ว ถ้าคุณไม่พูดออกมาชาวบ้านพูดกันเอง สังคมพูดกันเองอันนั้นอันตราย มันจำเป็นท่านประธานครับ ภาวะอย่างนี้การสร้างความเชื่อมั่นที่ผมพูดไปมันมีความจำเป็น สร้างภาพลักษณ์ที่ดีมีความจำเป็น การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ท่านประธานครับ ถ้าทุกจังหวัด มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านโคโรนาไวรัส (Coronavirus) จากอู่ฮั่นขึ้นมาชาวบ้านมีความภาคภูมิใจ ไหมครับ มั่นใจไหมครับ มั่นใจ นี่คือภาพลักษณ์ทำไมไม่ทำ เรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาวะจิตใจ จริงอยู่ท่านสมาชิกหลายท่านบอกว่ามันไม่อันตราย มันตายน้อยแค่ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่า มันเป็นวิกฤติของโลก วิกฤติของชาติแล้ว สิ่งเหล่านี้ต้องทำ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้อง กราบเรียนเมื่อมีศูนย์ปฏิบัติการ มีวอร์รูม (War room) แล้ว มีคณะทำงานแล้วต้องติดตาม สถานการณ์อย่างใกล้ชิด ติดตามว่าองค์การอนามัยโลกเขาจะประกาศโรคนี้เป็นภัยคุกคาม ระหว่างประเทศหรือไม่ จริงอยู่เขาบอกแค่เสี่ยงครับ ถ้าเขาประกาศเราก็ต้องขยับขึ้นมา นี่โชคดีนะครับท่านประธาน การที่ประเทศไทยเราได้รับการยกย่องว่ากระทรวงสาธารณสุข เรามีความสามารถระดับ ๖ ในการที่จะให้ความมั่นคงปลอดภัยทางด้านสุขภาพเขาเรียกว่าเป็นโกลบอล เฮลท์ ซิเคียวริตี (Global Health Security) มีมาตรการที่รับมือ ๖ อย่าง มาตรการเหล่านั้นเรามีอยู่แล้ว เพียงแต่ใช้ให้เป็นเท่านั้นเองครับ เช่น การป้องกัน ความสามารถในการที่จะเข้าไปตรวจค้น การกำจัดเหตุอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นเหตุผล ๖ อย่างที่เขามาวัด เราเป็นระดับ ๖ ๕ ประเทศ เป็นประเทศที่พัฒนาทั้งนั้นเลย มีประเทศเราเองที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาไปอยู่อันดับ ๖ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย ๕ อันดับแรก พัฒนาทั้งหมด ประเทศไทยเท่านั้นเอง ภาคภูมิใจในความสามารถของกระทรวงสาธารณสุข และใช้ให้เป็น อย่าปิดบัง เอาข้อเสนอของเขามาใช้ให้เกิดประโยชน์ สุดท้ายครับ สมควรจะเอา มาตรการทุกอย่างที่เพื่อนสมาชิกเสนอไปให้รัฐบาล และไม่เห็นด้วยกับตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ถ้าจะทำส่งให้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขไปพิจารณาศึกษาต่อในเชิงระบบทั้งหมด ว่าโรคอุบัติการณ์ใหม่ทั้งหมดจะทำอย่างไร เรื่องนี้จะทำอย่างไร ในระยะกลาง ระยะยาวต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ