พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หารือเรื่องการท่องเที่ยวไทย โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบของโควิด-19 ต่อการท่องเที่ยวไทย พูดถึงแนวทางในการจัดการกับสถานการณ์นี้ โดยเน้นการให้ข้อมูลจริงและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว และเสนอแนวคิดเร่งจัดการการระบาดของโรคที่ข้ามชาติ โดยการบูรณาการข้อมูลจากตรวจคนเข้าเมือง ตม. เพื่อป้องกันและควบคุมโรคระบาด และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยต่อประเทศต่าง ๆ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว ๓ ล้านล้านบาท คาดว่าประเทศไทย มีรายได้ที่มาจากต่างประเทศประมาณ ๒ ล้านล้านบาท แต่เที่ยวกันเองในประเทศประมาณ ๑ ล้านล้านบาท ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย ๓๕ ล้านคน คำนวณว่า เป็นคนจีนประมาณ ๑๑ ล้านคน คิดเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เลยคำนวณมูลค่านักท่องเที่ยวจีนที่นำรายได้ให้กับประเทศไทยก็เกินกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมากขนาดไหน มากเท่ากับงบประมาณของกระทรวง สาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการรวมกัน กระทรวงศึกษาธิการ ๓.๖๘ แสนล้านบาท และกระทรวงสาธารณสุข ๑.๔ แสนล้านบาท ที่ดิฉันพูดวันนี้ไม่ได้แปลว่านักท่องเที่ยวสำคัญ กว่าคนในประเทศ แต่ดิฉันจะบอกว่าสิ่งที่เรากำลังทำวันนี้ สิ่งที่เราพูดวันนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ กับประเทศไทย สิ่งที่ทำวันนี้ท่านประธานคะ เราจะต้องใช้ความรู้ความสามารถจัดการวิกฤตินี้ ที่ฝรั่งเรียกว่าแอ็กต์ ออฟ ก็อด (Act of god) เป็นอาณัติของพระเจ้าให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ให้เจ้าของบ้านรู้สึกปลอดภัยและให้แขกของเรารู้สึกประทับใจในฐานะที่เป็นนักท่องเที่ยว ที่มาประเทศไทย ดิฉันเคยผ่านสภาวะวิกฤติแบบนี้มาครั้งหนึ่งสึนามิ (Tsunami) เมื่อนาน มาแล้วท่านประธานคะ ด้วยความรักความมีน้ำใจของคนไทยทุกวันนี้เราเลยกลายเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลกที่คนยังกลับมาเสมอ แนวคิดนี้ล่ะค่ะ เจ้าของบ้านรู้สึกปลอดภัย แขกบ้านแขกเมืองรู้สึกประทับใจ ที่สำคัญที่สุดคือเราอย่าเอาความหวาดกลัวของโคโรนา (Corona) กลัวจนเกินเหตุ แต่เราต้องเอาสิ่งนี้ป้องกัน ป้องปราม สร้างสิ่งนี้เปลี่ยนจากวิกฤติ เป็นโอกาสค่ะ ขอย้ำนะคะ เจ้าของบ้านรู้สึกปลอดภัยแล้วแขกของบ้านก็รู้สึกประทับใจ ต้องมีข้อมูลจริง ๆ บอกกันให้ชัดว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร จังหวัดกระบี่ที่ดิฉันอยู่เมื่อก่อน ที่มีโคโรนา (Corona) มาสัก ๔-๕ วันก่อน เรารอคอยมายาวนานมากวันตรุษจีน เราเฉลิมฉลอง ให้นักท่องเที่ยวมา เราจัดการเป็นอย่างดี เมื่อวันที่ผ่านมาจังหวัดกระบี่ที่เคยมีชาร์เตอร์ไฟลต์ (Charter Flight) คือสายการบินเหมาลำมาถูกยกเลิก ๑๗ เมืองจากประเทศจีนหรือว่า ๓๒ เที่ยวบินยกเลิกออกไป สมาคมโรงแรม จังหวัด ทุกคนเดือดร้อน แต่รู้สึกเป็นหน้าที่ ที่ต้องดูแลส่งคนจีนกลับอย่างปลอดภัยและประทับใจ ดิฉันมีสไลด์ (Slide) เล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ ท่านประธาน ในฐานะที่ดิฉันเคยทำการท่องเที่ยวมา ขอสไลด์ (Slide) ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ดิฉันอยากจะมีประเด็น แปลก ๆ ที่เสนอแนะก็คือว่าอยากจะให้ ตม. คือตรวจคนเข้าเมืองทำการรับมือกับโรคระบาด ข้ามชาติด้วยการปรับบทบาทตำรวจ ตม. ในปัจจุบันที่เน้นเรื่องอาชญากรข้ามชาติมาเป็น การเฝ้าระวังข้ามชาติ เอาข้อมูลที่ได้จาก ตม. ใช้ประโยชน์ในการคัดกรองนักท่องเที่ยว จากต่างชาติ ท่านจะเห็นจากข้อ ๑ นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะเข้าผ่านจุด ตม. แล้วก็ ลงทะเบียนที่นั่น ต่อไปที่โรงแรมลงทะเบียนที่โรงแรม แต่เราไม่ค่อยได้คิดว่ามันเป็นหน้าที่ ของโรงแรม โรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องส่งข้อมูลที่เรียกว่าแบบ ตม. ๓ ส่งกลับไปที่ ตม. ฉะนั้นโรงแรมจะส่งข้อมูลว่าวันนี้นักท่องเที่ยวคนไหนจะนอนที่โรงแรมนี้ชื่ออะไรบ้าง ถ้า ตม. รู้ว่าไฟลต์ (Flight) สายการบินนี้คือมาจากอู่ฮั่นมาจากเมืองจีน ข้อมูลที่โรงแรม ส่งกลับไปที่ ตม. จะมองเห็นทันทีเลยว่านักท่องเที่ยวคนนี้อยู่ที่ไหน ถ้านักท่องเที่ยวย้ายจาก จังหวัดกระบี่ไปสมุย หรือจังหวัดกระบี่ไปจังหวัดภูเก็ต โรงแรมต้องตรวจสอบและส่งข้อมูล ให้กับ ตม. ตม.ก็จะทำงานง่ายมาก โดยการเอาข้อมูลทุกอย่างมาบูรณาการกันส่งรายชื่อนั้น แล้วส่งมาให้ที่โรงแรมให้รู้เพื่อจะดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดีและส่งสาธารณสุขพื้นที่เพื่อจะ เฝ้าระมัดระวังนักท่องเที่ยวที่เข้าข่าย ดิฉันว่านี่เป็นบทบาทที่น่าจะทำมันเป็นการเปลี่ยน วิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาส ถ้าเราสามารถจัดการสิ่งนี้ได้ดีมันก็เป็นโอกาสในการเผยแพร่ ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยไปในต่างประเทศ แล้วเมื่อวิกฤตินี้จบลงประเทศไทยก็จะเป็น ที่รักของคนจีนเหมือนเดิมค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอให้รัฐบาลจัดงบสักก้อนหนึ่งไม่มาก แลกกับเงิน ๓ ล้านล้านบาท จัดเรื่องนี้ให้เป็นภารกิจที่มีการบูรณาการ มีการป้องกันโรคให้ เป็นระบบเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในประเทศ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับต่างประเทศ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเราจะดีขึ้น ดิฉันขอโอกาสท่านประธานเสนอแนวคิดนี้ผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลด้วย ขอบพระคุณค่ะ