จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน โดยเสนอญัตติด่วนให้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเร่งด่วนทั้งการตรวจคัดกรองผู้เดินทาง การดูแลสุขภาพประชาชน การอพยพคนไทยจากพื้นที่เสี่ยงอย่างปลอดภัย และการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามและสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะคือนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยทั้งหมดได้มีความเห็นพ้องต้องกัน ว่าเราสนับสนุนและขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการ เร่งด่วนในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ครับ ผมขออนุญาตปฏิบัติตามคำแนะนำของท่านประธานชวน หลีกภัย ที่ให้อ่านญัตติก่อนแล้วผม จะขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ คือเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ข้ามสปีชีส์ (Species) จากสัตว์มาติดเชื้อในคน คนเป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบรุนแรงเริ่มแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มลฑลหูเป่ย ประเทศจีน เมื่อปลายปี ๒๕๖๒ สถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อถึงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๓ ในประเทศจีน จำนวน ๒,๗๔๔ ราย เสียชีวิต ๘๐ ราย มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ๓ ราย ประเทศเกาหลีใต้ ๒ ราย ประเทศสหรัฐอเมริกา ๒ ราย ประเทศเวียดนาม ๒ ราย ประเทศสิงคโปร์ ๓ ราย ประเทศมาเลเซีย ๓ ราย ประเทศเนปาล ๑ ราย ประเทศฝรั่งเศส ๓ ราย ประเทศออสเตรีย ๑ ราย ประเทศไทยจำนวน ๘ ราย ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) มีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่เคยระบาดรุนแรงได้แก่ไวรัสซาร์ส (Virus SARS) ซึ่งเคย ระบาดทั่วโลกในปี ๒๕๔๕ มีผู้เสียชีวิตประมาณกว่า ๗๐๐ คน ไวรัสเมอร์ส (Virus MERS) มีผู้เสียชีวิตเกือบ ๙๐๐ คน ในปี ๒๕๕๕ โดยผู้ป่วยจากไวรัสโคโรนา(Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ มีระยะการฟักตัวของโรคประมาณ ๗ วัน มีอาการไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ มีผลต่อระบบทางเดินอาหารและมีการถ่ายเหลว โดยความรุนแรงเริ่มจาก ไข้สูง ๓๘ องศาขึ้นไป ปอดอักเสบ ไตวายและเสียชีวิต การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ เช่น หลีกเลี่ยงการเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หลีกเลี่ยงการอยู่ ในสถานที่แออัด สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน อยู่ห่างจากผู้มีอาการทางเดินหายใจ หมั่นล้างมือด้วยสบู่และให้น้ำไหลผ่านอย่างน้อย ๒๐ วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์เจล (Gel) ล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปากโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันการแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา (Virus Corona) ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยที่อาศัยและกำลัง ศึกษาอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จำนวน ๖๔ คน ซึ่งกำลังได้รับความเดือดร้อนจากความเสี่ยง การติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) การขาดแคลนอาหารและเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลควรเร่งดำเนินการประสานงานกับรัฐบาลจีนให้ความช่วยเหลือนำคนไทยกลับมา ประเทศและแนวทางแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) อย่างเร่งด่วน โดยการตั้งคณะกรรมการระดับชาติในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตของประชาชน เป็นอันดับแรก แล้วต่อมาถึงไปส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งกรณีดังกล่าว เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดินและความมั่นคงประเทศในทางเศรษฐกิจ และสุขภาพประชาชน จึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการเร่งด่วนในการป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) และส่งผลการพิจารณาให้ รัฐบาลรับไปดำเนินการ ส่วนสาเหตุและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไปครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องเรียนว่าวันนี้นั้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยหรือว่าทั้งสภาผู้แทนราษฎรที่มีความเป็นห่วง ในเรื่องของการระบาดโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ขออนุญาต อภิปรายในเรื่องที่มาที่ไปประวัติการติดเชื้อ การป้องกัน การควบคุม การรักษา ประเมินผล ติดตามมาตรการต่าง ๆ อันดับแรกขออนุญาตนำเรียนว่าเชื้อไวรัสตัวนี้ถ้าจะพูดแล้วก็เป็น ไวรัสตัวที่ ๗ โดยทั่วไปมีอยู่ ๔ สายพันธุ์อยู่แล้วซึ่งเป็นโรคหวัดทั่ว ๆ ไป เมื่อปี ๒๕๔๕ นั้น มีสายพันธุ์ที่ ๕ คือโรคซาร์ส (SARS) และปี ๒๕๕๕ คือสายพันธุ์ที่ ๖ คือโรคเมอร์ส (MERS) นี่คือเป็นสายพันธุ์ตัวที่ ๗ ที่มีการเปลี่ยนดีเอ็นเอ (DNA) กับโปรตีนของเขาทำให้เรามีการ เปลี่ยนแปลง ทำให้เราดีเทกต์ (Detect) ได้ยาก ไวรัสนั้นเปรียบเทียบ ๓ ตัวที่เกิดขึ้นนั้น ผมจะอภิปรายให้ท่านประธานได้ฟังว่า
๑. โรคซาร์ส (SARS) เกิดเมื่อปี ๒๕๔๕ มีผู้เสียชีวิต ๗๗๔ คน แต่ติดเชื้อนั้น ๘,๐๙๘ คน โรคเมอร์ส (MERS) มีผู้เสียชีวิต ๘๕๘ คน ติดเชื้อนั้น ๒,๔๙๔ คน ส่วนโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) นั้นตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกวัน เมื่อวันที่ ๒๗ ๒,๗๔๔ คน เสียชีวิต ๘๐ คน วันที่ ๒๘ ติดเชื้อ ๔,๕๑๕ คน เสียชีวิต ๑๐๖ คน แล้ววันนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๖,๐๖๓ คน เสียชีวิต ๑๓๒ คน ในประเทศจีนนั้นติดเชื้อ ๕๗๔ คน ในประเทศ ณ ขณะนี้ไประบาด ๑๗ ประเทศ ประเทศเยอรมนีก็เพิ่ม เพราะฉะนั้นจากตัวเลขนั้นถ้าดูตามเคิร์ฟ (Curve) แล้วยังไม่ได้หยุดนิ่ง มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลและจะต้องเร่งในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
๒. ต้องเรียนว่าเชื้อไวรัสนี้เข้ามาเขามีการส่องกล้องดูว่าเป็นโคโรนา (Corona) เพราะมีมงกุฎแล้วก็ไปเกาะตามเซลล์เป้าหมายโดยเฉพาะในปอด ซึ่งถ้าปอดข้างบนก็เบาหน่อย ก็คือมีการติดเชื้อไม่รุนแรง แต่ถ้าไปที่อัลวิโอไล (Alveoli) ชั้นล่างจะทำให้เกิดปอดอักเสบ ปอดบวมและนำไปสู่ระบบการหายใจที่ล้มเหลวทำให้ไปสู่การเสียชีวิต ซึ่งทั้งซาร์ส (SARS) ทั้งเมอร์ส (MERS) นั้นน่ากลัว แต่ของเราถามว่าน่ากลัวไหม ของซาร์ส (SARS) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในการเสียชีวิต ของเมอร์ส (MERS) ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) นั้น ประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ความที่เสียชีวิตน้อยนั้นเราอย่าเพิ่ง ท่านประธานครับ ปรากฏว่า คนที่เป็นน้อยนี่ล่ะน่ากลัวเพราะเขาไม่แสดงอาการ เขาจึงเดินทางไปทั่วแล้วไปสัมผัสกับ ผู้คนมากมายทำให้การติดเชื้อนั้นควบคุมได้ยาก ถ้าคนที่เป็นหนักปุ๊บ เข้าโรงพยาบาล เข้าไปอยู่ห้องแยกคัดกรองเข้าสู่ห้องเนกาทีฟ เพรสเชอร์ (Negative pressure) คือไม่ให้ มีแรงดันเพื่อเชื้อจะได้ไม่กระจายไปตามโรงพยาบาล ก็มีโรงพยาบาลละ ๑ ห้อง ๒ ห้อง ก็ทำให้เชื้อนั้นไม่กระจายไปเร็วตามตัวเลขที่ผมได้อภิปรายไป ดังนั้นตัวเลขเพิ่มขึ้นผมเกรงว่า เราจะต้องทำงานกันทั้งประเทศและทั้งโลกต้องร่วมมือช่วยกัน ดังนั้นความจำเป็นที่ผมได้ กล่าวนำเรียนไปแล้วครับว่าเราจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติ โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีคงจะต้องมานั่งเป็นประธานเองครับ เพราะว่าลำพังกระทรวงแต่ละกระทรวง โดยเฉพาะขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขถือว่าเป็นหน้าที่หลัก เป็นแม่งาน ชีวิตของประชาชน คนป่วยนั้นพวกเราถือว่าสำคัญที่สุด ผมขอเน้นย้ำครับ ชีวิตประชาชนหรือคนที่เจ็บป่วยนั้น สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเจ็บป่วยมาก เจ็บป่วยน้อย เราเน้นย้ำว่านี่คือสำคัญนะครับ นอกจาก กระทรวงสาธารณสุขแล้วในขณะนี้ก็มีกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่จะพันไปถึงกระทรวงแรงงาน กระทรวงอื่นทั้ง ๒๐ กระทรวง และสำนักนายกรัฐมนตรี และนอกสำนักนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ต้องมานั่งเป็นประธานเพื่อสั่งการควบคุมอย่างเต็มที่ เมื่อครั้งที่ซาร์ส (SARS) ระบาดนั้น ฯพณฯ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นท่านทักษิณ ชินวัตร ได้ควบคุมดูแลเอาจริงเอาจัง ท่านคุณหญิงนั้นไปตรวจด่าน ที่กักกันให้กำลังใจอย่างเต็มที่ และท่านนายกรัฐมนตรีลงมาเป็นประธานในคณะกรรมการ ควบคุมดูแลเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ฮู (WHO) องค์การอนามัยโลกให้ความชื่นชมประเทศไทย แล้วก็ยืนยันทั่วโลกให้ความชื่นชมแล้วก็มั่นใจกับการบริหารจัดการของประเทศไทย นั่นคือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทั้งโลกและคนในประเทศ นี่คือสิ่งซึ่งผมจะนำเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้ต้องมานั่งเป็นประธานและทุกองคาพยพต้องมาช่วยกันทุกส่วน
ท่านประธานครับ เรื่องถัดไปก็คือเรื่องของการติดเชื้อนะครับ บางคนก็บอกว่า มีข่าวต่าง ๆ มากมาย แต่ที่แน่ ๆ ก็คือจากดรอปเลต (Droplet) ก็คือไม่ว่าจะเป็นจากไอ เป็นละอองฝอย เราจึงใส่หน้ากากที่ว่าเอ็น ๙๕ (N 95) ซึ่งจะควบคุมไม่ให้เชื้อเข้าทางจมูกได้ แล้วก็พร้อมกับที่เราอภิปรายในเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไปแล้วก็จะได้ประโยชน์ ในการควบคุมทั้ง ๒ แต่เอ็น ๙๕ (N 95) บางคนก็ใส่ไม่ถนัด ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมงก็ต้องถอดออก ใส่แมสก์ (Mask) ธรรมดาก็ป้องกันได้แค่พีเอ็ม ๑๐ (PM 10) เท่านั้น ดังนั้นในการควบคุม ก็คือในการไอละออง อันที่ ๒ คือการสัมผัส ซึ่งสัมผัสอย่างที่บอกนะครับ ถ้าร่างกายคนป่วย มีน้ำเมือกต่าง ๆ แคะแกะเกาแล้ว คนที่มาสัมผัสไปแคะแกะเกาไปป้ายตาป้ายจมูกที่มีมิวคัส (Mucus) มิวโคซา (Mucosa) เชื้อก็เข้าไปง่าย ดังนั้น ๒ ประเด็นนี้เราจึงต้องบอกว่าต้องสร้าง ความตระหนักรู้ ความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่อย่าปิดบัง ต้องพูดความจริง การรักษาอย่างโปร่งใส ซึ่งขณะนี้ก็นำเรียนว่าของไทยเรารักษาได้รวดเร็วยังไม่มีผู้เสียชีวิต ก็ถือว่าเป็นการทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขได้ทำงาน แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นต้องช่วยกันดูแล อย่างทุกองคาพยพ โดยเฉพาะกรมควบคุมโรคที่จะต้องมีนโยบาย มีหลักในการควบคุม
อันดับแรกคือต้องป้องกันการแพร่กระจาย การแพร่กระจายนั้นต้องเรียนว่า ขณะนี้เราเป็น ๑ ในสมาชิกของโลกที่มีการเดินทางไปมาหาสู่กัน คนที่จะเข้ามาในประเทศ ขณะนี้เป้าหมายที่เราระวังก็คือคนที่มาจากเมืองอู่ฮั่น คนจีนที่ประเทศจีนเข้ามาประเทศไทย ซึ่งเราก็ต้องเร่งตรวจทุกด่านตรวจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินจาก ๕ ท่าอากาศยาน จากสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต ซึ่งเป็นสายหลักที่นำมา เราจะต้องป้องกันการแพร่กระจาย ตรวจดีเทกต์ (Detect) เครื่องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) การล้างมือ การเช็ก (Check) เพราะว่าช่วงที่เขายังไม่ได้อยู่ในระยะฟักตัว ยังไม่เกิดโรคก็มีโอกาสที่จะเกิดและกระจายไป ทีหลัง ดังนั้นต้องมีการเฝ้าระวังป้องกันการเดินทางขนส่งมวลชนทุกฝ่าย จากเครื่องบิน จากรถไฟ จากรถยนต์ จากด่านต่าง ๆ ตรงนี้ก็คือการป้องกัน ซึ่งขณะนี้ผมคิดว่ายังมีคนจีน ที่อยู่ในประเทศไทยเขาก็อยากกลับ เราดูแลเขามากน้อยแค่ไหน อย่างไร เขาอยู่กับทัวร์ไหน อยู่ที่ไหน อย่างไร รัฐบาลต้องไปตามดูทุกคนทุกท่าน เพราะว่าก็คือเพื่อนบ้านที่เราเป็นกำลังใจให้กับทางประเทศจีนให้เขาได้แก้ปัญหา ดังนั้นถ้ามี จำนวนเป็นหมื่นอยู่ตรงไหนรัฐบาลกระทรวงทุกกระทรวงจะต้องเข้าไปดูแลแล้วก็เฝ้าระวัง แล้วก็ดูว่าเขาสัมผัสกับคนไทยที่ไหน อย่างไร เพราะนั่นคือการป้องกันการแพร่กระจาย เฉกเช่นเดียวกันคนไทยที่อยู่เมืองอู่ฮั่นนั้นเข้าใจว่าเป็นนักศึกษา ๖๔ คน และจากเมืองอู่ฮั่น ๑๑ ล้านคนปิดเมืองก็น่าเห็นใจ เป็นกำลังใจคนไทยที่อยู่เมืองใกล้ ๆ ในมณฑลหูเป่ย อีกเข้าใจว่าอาจจะไปถึงร้อยหรือเกือบร้อยซึ่งขณะนี้ก็ปิดเมืองไปอีกทำให้ประชากรทั้งหมด ๕๐ ล้านคนน่าเห็นใจต้องเป็นกำลังใจ ทางการแพทย์ต้องช่วยกัน เราจะควบคุมและนำคนไทย ที่อยู่ที่นั่นกลับอย่างไร ดังที่ผมกล่าวในญัตติครับว่าเขามีความเดือดร้อนเขาอยากกลับ แล้วที่สำคัญอาหารการกินซึ่งบางคนก็บอกว่าลำบาก ดังนั้นเราจะต้องดูแลเหมือนกับว่า ให้ดีที่สุดทั้งคนไทยที่อยู่ในประเทศจีน และคนจีนที่อยู่ในประเทศไทย นั่นคือการป้องกัน การเฝ้าระวังสอบสวนโรค หลังจากที่เราเจอแล้วเราต้องเฝ้าระวังสอบสวนโรคว่าสัมผัสกับใคร ที่ไหน อย่างไร มีใครบ้าง มีรายชื่อครบไหม เดินทางมาสายการบินไหน ขึ้นเครื่องที่ไหน อย่างไร นี่คือสิ่งที่กรมควบคุมโรคต้องดำเนินการ การดูแลผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญเพราะว่า ถ้าป่วยแล้วไม่มีใครอยากเป็นละครับ ถ้าไม่เกิดกับครอบครัวใครคนใดก็ไม่รู้ว่ามันทุกข์ทรมาน ขนาดไหน คนก็ไม่อยากจะคบด้วย ไม่อยากจะเข้าไปพบเข้าไปใกล้ สภาพทางร่างกายที่ป่วย แล้วสภาพจิตใจดูแลเขาอย่างไร การมีเครื่องไม้เครื่องมือ โดยเฉพาะเครื่องไม้เครื่องมือที่ดูแล ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัด เรายังไม่มีเทสต์คิต (Test Kit) เพราะเรายังไม่สามารถตรวจสอบได้ ชัดเจนเพราะอาร์เอ็นเอ (RNA) ที่เรากว่าจะสังเคราะห์ได้ใช้เวลาและตอนนี้คิดว่าประเทศจีน เริ่มสังเคราะห์ดูสายพันธุ์มาให้ การเทสต์คิต (Test Kit) ไม่มีเราต้องเจาะเลือดเป็นคลอตบลัด (Clot blood) ส่งได้ ๒ ที่ คือโรงพยาบาลบำราศนราดูรและสวอบ (Swab) ก็คือเอาสำลีป้าย ไปที่ลาริงซ์ (Larynx) ที่ปอดเข้าไปในหลอดลมเพื่อส่งตรวจ ซึ่งโรงพยาบาลบำราศนราดูร ก็ดูให้ทั้ง ๒ แห่ง ยังมีที่สภากาชาดไทยและศูนย์วิจัยสุขภาพของจุฬาภรณ์ ซึ่งผลการตรวจ ก็ส่งทั้ง ๓ ที่แล้วก็มีผล ถ้า ๒ ที่เป็นผลโพสซิทีฟ (Positive) ก็นั่นละคือการยืนยัน นี่คือ เรามีเครื่องไม้เครื่องมือในการเฝ้าระวังตรวจสอบแค่นี้พอไหม เรามีอุปกรณ์ชุดอวกาศชุดที่ ดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะเราดูเซฟ (Safe) คนของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนป่วยแล้วก็เจ้าหน้าที่ พยาบาล แพทย์ แล้วก็ทราบว่าจะมีอาสาสมัครที่เข้าไปคัดกรองยิ่งต้องไปดูแล เพราะนั่นคือ สิ่งสำคัญเราจะตรวจดูแลให้กำลังใจไม่ให้เขาติดเชื้ออย่างไร
ถัดมาก็คือการติดตามผู้สัมผัส ผู้สัมผัสไปอยู่ที่ไหน อย่างไร มีข้อมูล การสื่อสาร การสื่อสารสำคัญมากไม่ว่าจะสื่อสารกับคนป่วย สื่อสารกับคนทั้งประเทศว่า ขณะนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรก็ต้องโปร่งใสพูดตามความจริง และให้ข้อชัดเจนเพื่อให้ ตระหนักรู้แต่ก็ไม่ถึงกับตื่นตระหนก แต่ว่าต้องตระหนักรู้แล้วก็ต้องระมัดระวังเพราะเราทำได้ เพราะคิดว่าถ้าเราไม่ให้เชื้อเข้ามา คนเข้ามาแล้วในประเทศไทยเรารีบดำเนินการภายใน เฝ้าระวัง ซึ่งระยะเฝ้าระวังเชื้อ ๗ วัน เราจะเฝ้าระวัง ๒ เท่าคือ ๑๔ วัน ก็คิดว่าน่าจะดีขึ้น การประสานงานและสุดท้ายการประเมินผล ซึ่งต้องประเมินผลเพราะระยะสั้นคือเราต้องเร่ง ควบคุมโรคให้ได้ก่อน แต่ระยะยาวคือบทเรียนที่เราจะต้องดูแลต่อไป เพราะฉะนั้นในส่วน ของกรมควบคุมโรคคงจะต้องเร่งดูแลกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอื่น ๆ ที่จะต้องดูแลในเครื่องต้นเรื่อง ส่วนเรื่องของกระทรวงไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม ไม่ว่า จะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ต้องช่วยกันดูแลเพื่อให้เกิดความผาสุกนะครับ
ถัดมาคือเรื่องชุมชนแออัด โรงหนังโรงภาพยนตร์เราต้องให้ความระมัดระวัง และดูแลคนไทยในประเทศจีน คนจีนในประเทศไทยซึ่งจะต้องช่วยกันให้นำเขากลับเข้ามา ต้องดูแลใกล้ชิดเปรียบเสมือนว่าเป็นคนของเราเอง เพื่อความสัมพันธ์และการดูแลที่ดี มาตรการต่าง ๆ นำเรียนว่าเราจะต้องทำงานอย่างจริงจัง แสดงความจริงจัง จริงใจ โปร่งใส และเร่งด่วน ถูกต้อง นี่คือการดำเนินการที่ผมอยากนำเรียนว่าเราทำงานอย่างเข้มข้นเพื่อจะ ได้ให้เหมือนกับที่โรคซาร์ส (SARS) ระบาดเพื่อจะได้เห็นว่าเราระบาด ขณะนี้นั้นตัวเลขได้ กระเถิบขึ้นมาจากต่างประเทศ อย่างประเทศเยอรมนีขึ้นมาเป็น ๓ แล้ว แล้วก็หลายที่ เพราะฉะนั้นก็เป็นไปเรื่อย ๆ ในช่วงเคิร์ฟ (Curve) แต่คิดว่าถ้าเราเร่งระดม คิดว่าอีก ๑๐ วัน ๒๐ วันอาจจะค่อย ๆ ขึ้นเป็นเคิร์ฟ (Curve) ที่ช้าลงแล้วต่อไป ทีนี้ประเด็นก็คือเรื่องการอพยพ ต้องเรียนว่าขณะนี้การอพยพทราบว่าประเทศญี่ปุ่นได้อพยพแล้ว ประเทศอเมริกาอพยพแล้ว และประเทศอื่นกำลังรออพยพอยู่ ผมเองก็ตระหนักอยากวิงวอนรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องให้ เร่งรับคนไทยของเราที่อยู่ต่างประเทศเข้ามา พอมาถึงเราเข้าห้องแยกดูอาการ แล้วเขาก็อยู่ มีอาหารแล้วก็มีการดูแลอย่างใกล้ชิด ได้อยู่ใกล้บ้านก็จะเป็นประโยชน์ ทุกคนก็ต้องตรวจ เข้าโรงพยาบาลห้องแยก ซึ่งสถานภาพของโรงพยาบาลในประเทศไทยนั้นก็สามารถรองรับได้ ดังนั้นก็คือสิ่งซึ่งอยากจะนำเรียนนะครับ
ท้ายที่สุดนี้ครับ ผมต้องเรียนว่าสำหรับผู้ติดเชื้อที่รักษาอยู่ในประเทศไทยนั้น เราได้มีการติดตาม มีผู้เข้าสัมผัสคนไทยกับคนอื่นอย่างไรตามระบาดวิทยาดีแล้วหรือไม่ มีการการันตี (Guarantee) ว่าผู้สัมผัสครบถ้วนหรือไม่ ต้องเป็นกำลังใจให้แก่ญาติผู้ป่วย เรื่องที่เราจะขออนุญาตนำเรียนว่าวันนี้ผมเองได้เสนอเป็นญัตติให้สภาพิจารณาแล้วเชื่อว่า ขณะนี้รัฐบาล ท่านรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ก็จะได้รับเรื่องที่เราอภิปรายในวันนี้ทุกส่วนของท่าน ส.ส. และผู้ยื่นญัตตินำเข้าไปเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน เพราะหลาย ๆ ท่านก็มีความรู้ ความสามารถ มีมุมมองที่จะช่วยเสริมในการทำงานเพื่อจะได้รับไปดำเนินการในห้วงของวันนี้ เสร็จแล้วระยะยาว ระยะยาวก็คือดำเนินมาตรการที่ครบแบบวาระแห่งชาติแบบที่คณะกรรมการ ถ้าสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในระยะไม่ต้องใช้เวลายาวนานมากเพื่อตรงประเด็น แล้วนำเสนอต่อรัฐบาลต่ออีกรอบหนึ่งก็จะเป็นการดี แต่วันนี้ผมเสนอในบรรดาของ ส.ส. พรรคเพื่อไทย อยากให้รัฐบาลเป็นการเร่งด่วน ญัตติด่วน เร่งด่วน ต้องเอาข้อพิจารณา ปรึกษาหารือ ข้ออภิปราย และความรู้ความสามารถของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ส่งให้รัฐบาล รัฐบาลรับทราบเพื่อไปดำเนินการในแง่มุมต่าง ๆ สร้างความมั่นใจ ทำงานโปร่งใส มั่นใจ แล้วก็ต้องให้ต่างประเทศยอมรับเชื่อมั่น แล้วนั่นก็จะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทย ๖๐ ล้านคน แล้วก็ต้องดูแลคนไทยให้ดีจากที่ต่างประเทศด้วย หลังจากนั้นระยะยาวจะไป ตั้งกรรมาธิการทางสมาชิกพรรคเพื่อไทยถ้าตั้งกรรมาธิการเราก็จะได้เข้าไปศึกษาดูโปรแกรม ตั้งแต่โรคซาร์ส (SARS) โรคไข้หวัดนก โรคเมอร์ส (MERS) ต่าง ๆ ซึ่งพอมีการระบาดเสร็จ ถึงจุดที่ไม่มีเชื้อโรคเขาก็จะทิ้งไว้ ๕ ปี ๑๐ ปี เขาเกิดขึ้นใหม่แพนเดมิก แอเรีย (Pandemic area) เป็นโรคในหมู่ชุมชนนั้นอีกก็ได้ ดังนั้นจะต้องช่วยกันเร่ง เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องขอกราบ ขอบคุณท่านประธาน ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และพวกเรา ทุกคนที่มีความเป็นห่วงและเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องคนไทยที่กำลังประสบปัญหาและช่วยกัน ฟันฝ่าอุปสรรค รวมทั้งพี่น้องประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วยกัน เราต้องก้าวไปด้วยกัน ชีวิตคนไทยสำคัญที่สุด และชีวิตคนป่วยนั้นสำคัญที่สุด ขอบคุณมาก