บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ หารือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มจากประเทศจีนและขยายไปทั่วโลก พร้อมเสนอให้สภาเร่งพิจารณามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเน้นความจำเป็นในการเฝ้าระวังและรองรับผู้ป่วยในประเทศไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความกังวลจากขาดวัคซีนและยารักษาเฉพาะ รวมถึงการติดตามสถานการณ์ของคนไทยในพื้นที่เสี่ยงและมาตรการอพยพจากประเทศต่าง ๆ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมและสมาชิกพรรคพลังประชารัฐได้เสนอญัตติด่วนเพื่อให้ทางสภาได้ ร่วมกันพิจารณาเพื่อส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลในเรื่องของมาตรการการป้องกันและแก้ไข ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ มีต้นทางระบาดมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน แล้วก็มีการแพร่กระจายเชื้อไปหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก แล้วในปัจจุบันนี้ก็ติดตามสถานการณ์ก็ยังพบว่าการแพร่กระจายก็ยังไม่หยุด ยังมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ ครับ เดี๋ยวผมจะนำรายละเอียดมาเรียนต่อท่านประธานครับ แม้แต่ในประเทศไทยเมื่อ ๒ วันก่อนเราบอกว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ ๘ ราย แต่วันนี้ตัวเลขมันเพิ่มขึ้นมาแล้ว ๑๔ ราย ก็แปลว่าตัวเลขยังไม่นิ่ง ยังมีการเพิ่มขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะได้ประกาศว่าสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ ซึ่งก็เป็นแนวเดียวกันกับหลาย ๆ ประเทศนะครับว่าสามารถควบคุมได้ แม้แต่ในประเทศ ต้นทางก็คือประเทศจีนก็สามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง แต่ว่าการเพิ่มก็ยังมีมาตรการ หลายมาตรการมีถึงเรื่องของการปิดเมืองเพื่อไม่ให้ไวรัสตัวนี้แพร่ระบาด ได้ผลหรือไม่ ก็ต้อง ตอบว่าได้ผลในระดับหนึ่งทำให้ตัวเลขถึงแม้ว่าจะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นจนเป็นเรื่องที่ ไม่สามารถควบคุมได้ ท่านประธานครับ ในวันนี้เมืองที่เป็นต้นเรื่องของการแพร่ระบาดนั้น ก็คือเมืองอู่ฮั่นได้มีการปิดเมือง ได้มีการยกเลิกเที่ยวบินออกนอกประเทศแล้ว แต่ถามว่า ความเสี่ยงยังมีหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าความเสี่ยงก็ยังมี เพราะเมืองอู่ฮั่นปิดจริง แต่เมืองอื่น ๆ อีกหลายเมืองในประเทศจีนที่ยังมีการเดินทางปกติอยู่ออกนอกประเทศโอกาสเสี่ยงมีหรือไม่ ก็ตอบว่าโอกาสเสี่ยงยังมี เพราะฉะนั้นประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศปลายทางหรือประเทศ เป้าหมายที่นักท่องเที่ยวจีนให้ความสนใจที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมาก ในเมื่อมี ๑๐ ตัวเลขว่าประเทศไทยเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอยู่ อันดับต้น ๆ ความเสี่ยงก็จะต้องเพิ่มปริมาณความเสี่ยงไปตามสถิติดังกล่าว ปัญหาก็คือ เมื่อมันมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ณ วันนี้ยังไม่มีวัคซีน ยังไม่มียารักษาเพื่อที่จะรักษา เพราะฉะนั้นก็จะเป็นการรักษาตามอาการ จึงเป็นที่วิตกของสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้พูดได้คุย ได้หารือกันหลายครั้งหลายหนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นเรื่องที่จะต้องมา พูดคุยกันในสภาแห่งนี้เพื่อที่จะต้องหาแนวทาง หามาตรการแก้ปัญหาให้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมอยากจะให้ข้อมูลในเรื่องการแพร่กระจายของไวรัสตัวนี้ก็คือประเทศต้นทางประเทศจีน วันนี้เกือบ ๆ ๖,๐๐๐ รายเป็นผู้ป่วยสะสมรักษาหายไปแล้ว หายนะครับ ๘๐ ราย เสียชีวิต ประมาณ ๑๓๒ ราย ก็แปลว่าไวรัสสายพันธุ์นี้สามารถรักษาหายได้ แต่ก็สามารถที่จะตายได้ เหมือนกันนะครับ สิ่งที่ตามมาก็คือนอกจากประเทศจีน ประเทศที่ตามมาสถิติเป็นอันดับ ๒ คือประเทศไทย วันนี้พบผู้ป่วยสะสม ๑๔ ราย รักษาหายแล้ว ๕ ราย ก็แสดงว่าการแพทย์ ของไทยนั้นใช้ได้ผล ถ้าคิดเทียบอัตราส่วนเป็นร้อยละถือว่าอัตรารักษาหายอยู่ในร้อยละ ที่สูงมากเทียบกับประเทศอื่น ๆ เทียบกับประเทศไต้หวันผู้ป่วยสะสม ๘ ราย ฮ่องกง ๘ ราย ประเทศญี่ปุ่น ๗ ราย รักษาหายแล้ว ๑ ราย มีหลาย ๆ ประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ๕ ราย ประเทศสิงคโปร์ ๗ ราย ประเทศออสเตรเลีย ๕ ราย ประเทศฝรั่งเศส ๔ ราย ประเทศเยอรมนี ๓ ราย ก็แปลว่าตัวเลขตรงนี้บ่งบอกอะไร บ่งบอกว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ แพร่กระจายไปทั่วโลกจริง ๆ ก็คือไปเกือบทุกทวีป ถ้าหันมามองในประเทศไทยครับ สถานการณ์ในประเทศไทย ณ ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อ ๑๔ ราย ข้อมูลบอกว่า ๑๔ รายติดเชื้อ มาจากต่างประเทศ ไม่ได้ติดเชื้อภายในประเทศ แม้ว่าไวรัสตัวนี้สามารถติดเชื้อจากคนสู่คน แต่ว่า ๑๔ รายในประเทศไทยนี้ติดมาจากต่างประเทศ ใน ๑๔ รายกลับบ้านแล้ว ๕ ราย ยังอยู่ในโรงพยาบาล ๙ ราย ตัวนี้บ่งบอกให้เห็นชัดเจนว่ากระบวนการของประเทศไทย ทั้งเรื่องของการเฝ้าระวัง ทั้งเรื่องของการคัดกรองต่าง ๆ เกิดประสิทธิภาพ ในขณะที่เกิด ประสิทธิภาพก็ยังมีความกังวลอยู่อีกต่อไป เพราะว่าเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่เป็นสถานการณ์ ที่ไม่ปกติ ท่านประธานครับ สิ่งที่มีการพูดกันมากในสังคมโซเชียล (Social) แล้วในสื่อต่าง ๆ ก็คือคนไทยที่อยู่ในอู่ฮั่นมีมากหรือไม่ มีมาตรการอะไรบ้างในการเตรียมการ เมื่อเทียบกับ ประเทศอื่น ๆ เขาได้ทำอะไร ตรงนี้ในสังคมพูดคุยกันมาก ผมก็ไปค้นข้อมูลมาก่อนหน้านี้ ไม่มีประเทศใดที่อพยพ เพิ่งกำลังมีเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคมที่ประเทศญี่ปุ่นเริ่มอพยพพลเมือง ของตนที่อู่ฮั่น ขณะที่ของประเทศญี่ปุ่นมีพลเมืองอยู่ที่อู่ฮั่นถึง ๗๐๐ คน ประเทศฝรั่งเศส เริ่มวันนี้มีพลเมืองอยู่ที่นั่นประมาณ ๘๐๐ คน ประเทศเกาหลีก็กำลังจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ อีกหลาย ๆ ประเทศก็ยังไม่ขยับ เช่น ประเทศออสเตรเลีย ประเทศอังกฤษ ประเทศแคนาดา ประเทศเยอรมนี ประเทศเหล่านี้กำลังประเมินอยู่ว่าจะต้องขนคนของตัวเองออกจากอู่ฮั่น หรือไม่ วกมาดูประเทศไทยก็มีการคุยกันในเรื่องนี้ ประเทศไทยมีคนไทยอยู่ที่นั่นประมาณ ๖๔ คน วันนี้ของประเทศไทยมีแผนอพยพเรียบร้อย รอประเทศจีนอนุญาต ประเทศจีน อนุญาตปั๊บก็พร้อมที่จะอพยพออกมา เพราะฉะนั้นก็ถือว่ารัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญและ มีแผนรองรับพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาอพยพผู้คนที่เป็นคนไทยออกจากอู่ฮั่น สิ่งที่เป็นที่น่าวิตก ก็คือว่าวันนี้ในสังคมมีการพูดคุยเรื่องเหล่านี้เยอะเพราะมันเป็นเรื่องใหม่ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ก่อนนี้ก็ไม่รู้จักกันล่ะครับมันเป็นเรื่องใหม่ พอเป็นเรื่องใหม่ก็ถูกบ้าง ผิดบ้าง ข้อมูล ที่ถูกก็มี ข้อมูลที่ผิดก็มี แต่ข้อมูลที่น่ากลัวมากก็คือข้อมูลปลอมหรือเฟกนิวส์ (Fake news) ในสังคมไทยวันนี้ระบาดมากทำให้คนที่เสพข้อมูลถ้าหากไม่กรองจริง ๆ ทำให้เข้าใจผิดก็มีเยอะ แต่ผมมาดูเกี่ยวกับเรื่องของมาตรการทั้งหลายทำอย่างไรที่จะให้ความตระหนกเปลี่ยนเป็น ความตระหนัก ถ้าตราบใดสังคมยังมีความตระหนก สังคมยุ่งเหยิง คิดกันไปต่าง ๆ นานา แต่ถ้าหากว่าสังคมตระหนัก สังคมจะหาข้อมูลที่ถูกต้อง สังคมจะหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แล้วก็มีทิศทางในทางที่ถูก เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนเสนอว่าแนวทางในการที่จะต้อง ป้องกันแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกก็คือเรื่องของการเฝ้าระวัง การเฝ้าระวังนี้ ถือว่าเป็นมาตรการที่มีความสำคัญมาก และผมคิดว่าถ้าเราใช้กลไกที่เรามีอยู่ในประเทศไทย มาใช้เรื่องของการเฝ้าระวัง นี่ผมว่าไม่แพ้ประเทศใดในโลก ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ผมคิดว่ามี อสม. ที่มีคุณภาพ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ที่มี อสม. อยู่ทุกอำเภอ ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน เข้าถึงพี่น้องประชาชนทุกหลังคาเรือน เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเฝ้าระวังถ้าหากว่าใช้กลุ่มพี่น้อง อสม. มาช่วยจะได้ประโยชน์เยอะ แต่ในขณะเดียวกันทางกระทรวงสาธารณสุขต้องไปให้ข้อมูลที่เป็นจริง ต้องอบรม อสม. ให้รู้ถึงอาการ ให้รู้ถึงการเฝ้าระวังก็จะเกิดประโยชน์ ขั้นตอนต่อไปเรื่องของการคัดกรอง มีนักท่องเที่ยวที่มาจากอู่ฮั่นมาเมืองไทยก็มี ๔-๕ สนามบิน ท่านประธานมีไม่เยอะครับ เพราะฉะนั้นการคัดกรองผมก็เชื่อมั่นได้ว่ากรมควบคุมโรคสามารถที่จะทำได้ เรื่องของการ กักกันเรื่องของการรักษา อันนี้เชื่อมั่นฝีมือแพทย์ไทยได้นะครับ ถ้าหากว่ามาตรการเหล่านี้ มีคุณภาพผมมั่นใจได้อย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกที่สามารถ แก้ไขปัญหาและระงับในเรื่องการแพร่กระจายเกี่ยวกับเรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางกระผมเองรวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐจึงได้ เสนอญัตติด่วนนี้ เพื่อให้สภาได้ร่วมกันพิจารณาหาข้อเสนอแนะข้อสังเกตเพื่อส่งให้รัฐบาล ดำเนินการโดยด่วนต่อไป ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน