บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการป้องกัน ควบคุม และรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้มีการควบคุมข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อป้องกันข้อมูลเท็จ และเสนอให้จัดตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ในแต่ละระดับ พร้อมซ้อมแผน สนับสนุนงบประมาณ และเพิ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อรับมือสถานการณ์อย่างทันท่วงที
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเป็นผู้เสนอญัตติด่วนร่วมกับท่านนริศ ขำนุรักษ์ ในนามของ พรรคประชาธิปัตย์ที่ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ เพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่ามีไวรัสชนิดใหม่ชื่อว่าโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ซึ่งมีการแพร่ระบาดครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐ ประชาชนจีนเมื่อประมาณกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แล้วก็มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ในท้องถิ่นของเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีนและอีกหลายเมืองครับ นอกจากนั้นแล้ว ก็ยังแพร่ระบาดไปตามนักท่องเที่ยวที่ไปสู่ประเทศต่าง ๆ ที่มีสายการบินและมีนักท่องเที่ยว จากประเทศจีนไปเยือน รวมทั้งสิ้นปัจจุบันนี้ก็ประมาณ ๒๐ ประเทศด้วยกัน เป็นที่น่าตกใจ ว่าประเทศไทยของเรานั้นมีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่เป็นอันดับ ๒ รองจากประเทศจีน นับจนถึงเมื่อวานนี้มีผู้ติดเชื้อที่ประเทศจีนประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่ประเทศไทยถึง ๑๔ คนด้วยกัน สำหรับการ ติดเชื้อในประเทศไทยนั้นทั้งหมดเป็นการติดเชื้อจากประเทศจีน ยังไม่มีการติดเชื้อจากคน สู่คนในประเทศไทย อย่างไรก็ตามแม้ว่าประเทศจีนจะมีการปิดไม่ให้เข้าเมืองอู่ฮั่นแล้วก็ เมืองสำคัญนั้นมีการเคลื่อนไหวของนักท่องเที่ยวไปสู่ต่างประเทศหรือไปสู่เมืองอื่น ๆ แต่เมืองไทยนั้นก็ยังมีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนจำนวนมากที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทย แล้วก็ยังมีคนไทยที่ตกค้างอยู่ที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีนอีกจำนวนหนึ่ง จึงเป็นความห่วงใยอย่างยิ่ง สำหรับประชาชนชาวไทย จริง ๆ แล้วก็รวมถึงชาวโลกด้วยว่าโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นนี้เป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงแล้วก็มีความเสี่ยงที่จะ มีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่และวงกว้างทางด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทยแล้วก็ชาวโลก เนื่องจากโรคนี้มีแนวโน้มที่จะสามารถระบาดได้อย่างรวดเร็วแล้วก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ เกิดความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่นี้เป็น โรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ และที่สำคัญก็คือว่ามีทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการ ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการก็สืบเนื่องจากสุขภาพเขาแข็งแรงเขาไม่แสดงอาการ แต่เขามีเชื้อตัวนี้ อยู่ในร่างกายซึ่งพร้อมที่จะแพร่ระบาดสู่บุคคลใกล้เคียงได้ ส่วนผู้ที่เจ็บป่วยที่มีอาการก็มีความ เสี่ยงมากน้อยตามความแข็งแรงของร่างกาย เพราะฉะนั้นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวก็ดี เช่น ผู้สูงอายุ เด็กอายุน้อยหรือเป็นผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่เป็นโรคปอด โรคไต โรคหัวใจต่าง ๆ ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคจนกระทั่งมีการล้มเหลวของการหายใจ ผ่านการเป็นโรคปอด อักเสบหรือปอดบวม แล้วก็มีการล้มเหลวของอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ของร่างกาย แม้ว่าในปัจจุบันนี้ผู้ติดเชื้อในประเทศไทยจะทยอยดีขึ้นเนื่องจากคุณภาพและความสามารถ ของแพทย์ พยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันบำราศนราดูรที่ได้ เฝ้าระวังร่วมกับการท่าอากาศยานหรือกรมท่าอากาศยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เฝ้าระวังโรคแล้วก็รีบนำผู้ป่วยมากักกันไว้แล้วก็ให้การดูแลรักษาเป็นอย่างดี จนทำให้ทยอย กลับบ้านไปแล้วจำนวนหลายราย แต่ก็ยังอยู่ในกระบวนการที่ต้องดูแลใกล้ชิดและกักกันโรค ในโรงพยาบาล ซึ่งผลกระทบต่อสุขภาพและการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ตัวนี้เป็นที่หวาดหวั่นของพี่น้องประชาชนชาวไทยและพี่น้องชาวโลก ส่งผลกระทบโดยตรง ต่อสุขภาพความเจ็บป่วย การสูญเสียชีวิต และยังจะกระทบไปจนถึงเรื่องของด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของพี่น้องประชาชน เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจของประเทศเป็นจำนวนมาก อีกด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วน ผมในนามพรรคประชาธิปัตย์ จึงเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันอภิปรายเรื่องนี้เพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาล ดำเนินการแก้ไขปัญหา ป้องกันควบคุม ให้การรักษาการติดเชื้อโรคโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อพิทักษ์แล้วก็ให้ความคุ้มครองสุขภาพ อนามัยของพี่น้องประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยเร่งด่วน ผมขออนุญาต ขยายความเรื่องของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ว่าปัจจุบันโรคนี้กระทรวงสาธารณสุขนั้น เป็นกระทรวงที่มีบุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุขที่มีความทันสมัยมีความก้าวหน้า ทางวิทยาการ แล้วก็มีความทันต่อเหตุการณ์เป็นอย่างมากอย่างเป็นที่ทราบกันว่าเทคนิค การแพทย์นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ นักระบาดวิทยาของประเทศไทยนั้นสามารถที่จะค้นพบ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ตัวนี้ก่อนที่ประเทศจีนจะเฉลยตัวนี้ออกมา อันนี้ก็ถือว่าภายใน ๒ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคมที่เรารับผู้ป่วยรายแรก วันที่ ๘ มกราคมประทานโทษครับ เรารับผู้ป่วยรายแรก วันที่ ๑๐ เราสามารถถอดรหัสดีเอ็นเอ (DNA) ของไวรัสตัวนี้ได้ครับ ซึ่งทางประเทศจีนเพิ่งเฉลยวันที่ ๑๑ หลังจากเรา ๑ วัน อันนี้ก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้า อย่างยิ่งทางด้านการแพทย์การสาธารณสุขของประเทศไทย แต่ว่าความก้าวหน้าในส่วนที่ ประเทศไทยมีมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ด้วยเนื่องจากว่าทางรัฐบาลให้การสนับสนุนกระทรวง สาธารณสุขให้มีนักวิชาการ ให้มีแพทย์ ให้มีนักวิจัยที่เพียงพอ จากนี้ต่อไปผมคิดว่าปัญหา เรื่องการรับมือกับโรคระบาดที่มีความรุนแรงในระดับประเทศ ในระดับภูมิภาค ระดับโลก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนากำลังพลทางด้านนักวิจัย นักการแพทย์ นักสาธารณสุข นักระบาดวิทยา การควบคุมโรคให้มีความเพียงพอ ให้มีกำลังเพียงพอในการที่จะรับภัยของ โรคระบาดในอนาคต ดังที่เราเห็นจากประเทศจีนซึ่งเป็นต้นตอของไวรัสตัวนี้ถึงขั้นสูงสุดก็คือ มีการปิดเมืองหลาย ๆ เมืองด้วยกัน ซึ่งถ้าเป็นประเทศที่ไม่มีความแข็งแรงทางระบบเศรษฐกิจ แล้วก็ไม่มีทุนสำรองมากขนาดประเทศจีนย่อมไม่สามารถที่จะกระทำได้ การออกมาตรการ ของประเทศจีนนั้นบ่งบอกว่าเขามีความแข็งแรงทางด้านเศรษฐกิจแล้วก็เป็นการป้องกันโรค การกักกันโรคในระดับกักกันถึงระดับเมือง บางครั้งอาจจะต้องกักกันถึงระดับประเทศ ซึ่งประเทศไทยของเรานั้นยังไม่อยู่ในฐานะที่จะกระทำเช่นนั้นได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องใช้การตอบสนองโรคนี้ให้อย่างรวดเร็ว ให้ทันเหตุการณ์ เหมือนอย่างที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้กระทำ ผมถือว่าประเทศไทยตอบสนองเหตุการณ์นี้ ได้เร็วมาก แล้วก็มีกระบวนการในการที่จะกักกันโรค คัดกรองกักกันโรคได้อย่างทันเหตุการณ์ แล้วก็อยู่ในระดับสากล แต่ผมเป็นกังวลว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้นมีกำลังพลเพียงพอที่จะ เฝ้าระวังกักกันแล้วก็ให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) นี้ได้ เพียงใด ทราบว่าทางกระทรวงสาธารณสุขระดมบุคลากรจำนวน ๕,๐๐๐ คนมาเพื่อกิจการนี้ แต่ว่าปัจจุบันนี้ความแออัดในการบริการของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลสถานบริการต่าง ๆ นั้น ก็มีเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว การที่ดึงบุคลากรสาธารณสุขออกมาเพื่อดูแลกิจการภาวะวิกฤติ เช่นนี้ย่อมส่งผลต่อการให้การบริการสาธารณสุขที่เป็นพื้นฐานอย่างแน่นอน ผมจึงเรียกร้อง ว่ารัฐบาลควรที่จะต้องเพิ่มอัตรากำลังพลให้อยู่ในเกณฑ์ที่มีสำรองไว้ยามฉุกเฉินด้วยครับ ปัจจุบันเราไม่มีกำลังพล แพทย์ พยาบาล นักระบาดวิทยา นักการสาธารณสุข ที่มีการสำรอง กำลังพลไว้เลย ทุกครั้งที่มีภัยพิบัติเราก็ไปดึงมาจากสภาวะที่มีกำลังพลขาดแคลนตามปกติ อยากที่จะให้กระทรวงสาธารณสุขรับประเด็นนี้นะครับ ถ้าในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นว่า ควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมก็จะขอฝากประเด็นนี้ให้กรรมาธิการวิสามัญได้รวบรวมไว้ เพื่อส่งให้รัฐบาล แต่ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญอาจจะทำให้ ล่าช้าในการส่งเรื่องให้ทางกระทรวงสาธารณสุข ผมก็ขอฝากประเด็นนี้ผ่านท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรถึงรัฐบาลว่าควรจะต้องเร่งเพิ่มกำลังพลของกระทรวงสาธารณสุขในเรื่อง ของการป้องกันโรค ควบคุมโรค สำหรับโรคติดต่อให้มากกว่าปกติ จะมากน้อยแค่ไหนก็ขอให้ ทางรัฐบาลนั้นได้ทำความเข้าใจกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. เพราะในขณะนี้ยังไม่มีคณะกรรมการที่ดูแลกำลังพลของกระทรวงเองนะครับ ต้องใช้ ก.พ. ขอให้รัฐบาลได้ทำความเข้าใจด้วย เพราะไม่อยากให้แพทย์ พยาบาลต้องไปเข้าเวรอดหลับ อดนอน เราทราบเลยว่าเขาเข้าเวรบางครั้ง ๒๔ ชั่วโมงร่างกายเขาต้องอ่อนแอ เมื่ออ่อนแอ แล้วแพทย์ พยาบาลเมื่อเจ็บป่วยขึ้นมาเขาก็ติดเชื้อได้ง่าย ติดเชื้อได้ง่ายเขามีโอกาสที่จะเกิด อาการหนักได้ง่ายซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ซึ่งในประเทศจีนเราก็ทราบจากข่าวว่า มีบุคลากรทางการแพทย์สาธารณสุขนั้นมีการเจ็บป่วยร้ายแรงถึงเสียชีวิตมาแล้วนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ โรคระบาดนั้นเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง อย่างน้อย ก็กระทรวงที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว กระทรวงที่เกี่ยวกับการคมนาคมทางอากาศ ทางบก ทางน้ำ เกี่ยวกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แล้วก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของนักเรียนในโรงเรียนว่า จะต้องมีมาตรการอย่างไร แล้วก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสื่อสารดิจิทัล ปัจจุบันก็มีเฟกนิวส์ (Fake news) หรือว่าสื่อสารข้อมูลที่ตั้งใจจะบิดเบือนก็มี หรือไม่ตั้งใจแต่เพราะความไม่รู้ก็มี ทำให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ นั้นไปถึงพี่น้องประชาชนที่ไม่ถูกต้อง เมื่อข้อมูลข่าวสารไม่ถูกต้องการ ปฏิบัติตนก็ไม่ถูกต้อง ก็ขอฝากเรื่องที่ ๒ ถึงรัฐบาลว่าจะต้องมีการกรองข้อมูลข่าวสารถึง พี่น้องประชาชนอย่างถูกต้องในทุก ๆ มิติ โดยเฉพาะอินโฟกราฟฟิก (Infographic) ต่าง ๆ ที่ส่งไปทางโซเชียล มีเดีย (Social media) นั้นก็ขอให้มีความถูกต้องและตรงจากผู้เชี่ยวชาญ ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขด้วย
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของผู้บัญชาการเหตุการณ์ ถ้าหากว่าโรคระบาดนั้นอยู่ใน ระดับของหมู่บ้าน ผู้บัญชาการเหตุการณ์ก็คงจะต้องเป็นหัวหน้าสถานีอนามัยหรือ ผอ. รพ.สต. ถ้าโรคระบาดนั้นอยู่ในระดับอำเภอผู้บัญชาการเหตุการณ์ก็น่าจะเป็นสาธารณสุขอำเภอ หรือผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอ ถ้าเป็นระดับจังหวัดก็จะต้องเป็นนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าเป็นระดับภูมิภาคก็น่าจะเป็นผู้ตรวจราชการในเขตนั้น ๆ ซึ่งต้องบูรณาการเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งในภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าอินซิเดนต์ คอมมานเดอร์ (Incident commander) ถ้าเป็น ระดับประเทศก็คงจะต้องระดับนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมาย ซึ่งทราบว่าทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีตอบสนองต่อเรื่องนี้ด้วยความรวดเร็ว แล้วก็มีการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ขอให้คณะกรรมการเหล่านี้นั้น ซึ่งเราเรียกว่าเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในระดับต่าง ๆ ก็อยากที่จะให้มีการซ้อมแผนแล้วก็ มีการบัญชาการให้มีความรวดเร็วในการที่จะป้องกันควบคุมโรคระบาดที่ร้ายแรงอันนี้เรียกว่า เอาให้อยู่อย่าให้มีการแพร่ระบาดออกนอกพื้นที่เป็นอันขาด กรณีที่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่ ระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรคติดต่อท่านมีเครือข่ายที่องค์การอนามัยโลกได้มีการประสานไว้ แล้วก็ในอาเซียน (ASEAN) เองก็มีองค์กรเหล่านี้ เพราะฉะนั้นประเทศไหนที่มีความพร้อม ก็จะต้องเป็นประธานในการที่จะดูแลการควบคุมและป้องกันโรคให้มีประสิทธิภาพด้วย ที่สำคัญ เครื่องไม้เครื่องมือปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเทอร์โมสแกน (Thermoscan) วัดอุณหภูมิ ของนักท่องเที่ยวที่มาจากเครื่องบินหรือมาทางบก ทางน้ำก็ดีเพียงพอหรือไม่ แล้วก็บุคลากร ที่เป็นคนและไม่ใช่จากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอื่น ๆ เช่น กระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับ เรื่องของเจ้าหน้าที่สนามบินก็ดี หรือรัฐวิสาหกิจอย่างการท่าอากาศยานก็ดีมีความเพียงพอ หรือไม่รัฐบาลจะต้องอุดหนุนงบประมาณให้เขามีความพร้อมในทุกระดับแล้วก็ต้องมีขวัญ และมีกำลังใจ และต้องมีความปลอดภัยในการที่จะเป็นผู้ที่สัมผัสโรคก่อนใคร ๆ ก็ขอฝาก ๒-๓ ประเด็น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เราได้พูดคุยกันว่าจะขอส่งเรื่องนี้ ให้รัฐบาลผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือผ่านท่านกรรมาธิการวิสามัญที่จะมีการ ตั้งขึ้นหรือไม่ อย่างไร ในส่วนตัวผมและพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าเรื่องนี้ควรที่จะได้อภิปรายกัน อย่างกว้างขวางในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้วส่งเรื่องที่เป็นข้อสังเกตที่สำคัญให้ทางรัฐบาล ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้เลยครับ เพื่อที่ทางรัฐบาลจะได้ดำเนินการแก้ไข ให้ทันท่วงที ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมายมาตอบข้อชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกได้มีความสบายใจในส่วนนี้ด้วย ในท้ายที่สุดนี้ ก็ขอความปลอดภัยจงมีแด่คนไทยทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ