สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ หารือเรื่องราคาอ้อยที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต และขอความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อย เนื่องจากภาวะแห้งแล้งในปีนี้ที่ส่งผลต่อผลผลิตอ้อยของประเทศต่างๆ ทำให้คาดว่าราคาอ้อยในปีหน้าของไทยจะมีราคาสูงกว่าปีนี้อย่างแน่นอน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านวีระกร คำประกอบ ที่ได้แสดง ความห่วงใยถึงชาวไร่อ้อย ผมขอเรียนว่ากระทรวงอุตสาหกรรมนั้นได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ที่ราคา ๗๕๐ บาทต่อตัน ที่ระดับคุณภาพความหวาน ๑๐ ซี.ซี.เอส. (CCS) กระผมใคร่ขอเรียนให้ทราบว่าการกำหนด ราคาอ้อยในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายมีองค์ประกอบการคำนวณราคาที่สำคัญ ได้แก่ ปริมาณอ้อยในแต่ละปีการผลิต ราคาจำหน่าย ราคาตลาดโลก ที่ปัจจุบันเรามีน้ำตาล เกินบริโภคในประเทศที่ต้องส่งออกถึงร้อยละ ๘๐ ทั้งยังมีอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ใช้ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ซึ่งในการคำนวณ ราคาอ้อยขั้นต้นประมาณการรายได้จากปริมาณอ้อยที่ ๑๑๑.๕ ล้านตัน ผลผลิตน้ำตาลทราย โดยเฉลี่ย ๑๐๙.๕ กิโลกรัมต่อตันอ้อย ที่อัตราแลกเปลี่ยนที่ ๓๒.๕๙ บาทต่อเหรียญสหรัฐ และราคาส่งออกน้ำตาลในตลาดโลกที่ ๑๓.๒๗ เซนต์ต่อปอนด์ โดยในเบื้องต้นราคาอ้อยจะอยู่ที่ ๗๒๐ บาทต่อตันอ้อย ซึ่งจะต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของ ชาวไร่อ้อยที่ ๑,๑๐๐ บาทต่อตันอยู่มาก ทางกระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จึงได้มีการประสานขอความร่วมมือจากโรงงานน้ำตาล ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายกากน้ำตาลทรายและนำรายได้ส่วนนี้ส่งให้กับระบบอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทราย โดยให้ปรับราคากากน้ำตาลที่ใช้ในการคำนวณราคาที่ตันละ ๓,๔๐๐ บาท เป็นราคาที่สะท้อนปริมาณอ้อยที่ตกต่ำ ปรับเป็นที่ราคาตันละ ๓,๗๐๐ บาท มีผลทำให้ ราคาอ้อยสามารถปรับเพิ่มขึ้นเป็นตันละ ๗๕๐ บาท ในปัจจุบันนี้ราคาน้ำตาลในตลาดโลก มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาตลาดโลก ณ วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๓ มีราคาน้ำตาล ต่างประเทศซึ่งรวมพรีเมียม (Premium) อยู่ที่ ๑๕.๑๐ เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบ กับราคาที่ใช้คำนวณราคาอ้อยขั้นต้นอยู่ที่ ๑๓.๒๗ เซนต์ต่อปอนด์ มีผลทำให้ราคาอ้อยขั้นต้น ขยับตัวเพิ่มขึ้นตันละ ๘๐ บาท จะทำให้ราคาอ้อย ณ ปัจจุบันจะอยู่ที่ตันละ ๘๓๐ บาท แต่อย่างไรก็ตามก็ยังต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของชาวไร่อ้อย ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ กำหนดแนวทางให้ความช่วยเหลือกับชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต โดยขั้นแรกผมได้ นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีของบประมาณจำนวน ๖,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ก็กรุณารับที่จะจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ให้ แต่ปรากฏว่าที่ขอไป ๖,๕๐๐ ล้านบาทนั้นทำให้ ราคาอ้อยขั้นต้นอยู่เพียง ๙๐๐ บาทต่อตัน ซึ่งยังต่ำกว่านโยบายที่ทางพรรคพลังประชารัฐ ได้หาเสียงไว้กับทางเกษตรกรชาวไร่อ้อย ดังนั้นผมจึงได้ไปกราบเรียนท่านรัฐมนตรีขอเพิ่ม วงเงินอีก ซึ่งท่านก็ได้กรุณาให้มาอีก ๓,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็รวมเป็นวงเงินที่ทางรัฐบาลจะใช้ สนับสนุนแก่ชาวไร่อ้อยทั้งระบบอยู่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็จะทำให้พี่น้องชาวไร่อ้อยได้รับ การช่วยเหลือได้ราคาอ้อยที่ ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน โดยวงเงิน ๓,๕๐๐ ล้านบาทนั้นผมได้ให้ นโยบายให้เฉพาะชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเท่านั้น เพื่อเป็นการจูงใจให้เกษตรกรหันมาตัด อ้อยสดมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหามลพิษ ด้านฝุ่นละอองจากสถานการณ์พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งจะทำให้ชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดได้รับ เงินมากกว่าชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ประมาณ ๑๓๐ บาทต่อตัน ผู้ตัดอ้อยสดได้ราคา ปัจจุบันที่ ๑,๑๒๐ บาทต่อตัน ส่วนผู้ตัดอ้อยไฟไหม้จะได้ราคาปัจจุบันที่ ๙๙๐ บาทต่อตัน ซึ่งผมมั่นใจว่าจะทำให้ชาวไร่อ้อยได้ราคาอ้อยปีนี้ไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาทต่อตันอย่างแน่นอน ทั้งนี้เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ทางนายกสมาคมชาวไร่อ้อยทั่วประเทศประมาณสัก ๓๐ คน ได้มาพบผมหารือเรื่องมาตรการช่วยเหลือที่ทางรัฐบาลจัดให้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็ได้ อธิบายกฎเกณฑ์ดังกล่าวที่ผมพูดไปนั้นให้กับทางชาวไร่อ้อยที่มากับสมาคม ซึ่งทุกคนยืนยัน เป็นเสียงเดียวกันว่าราคาอ้อยที่ได้รับและเงินจูงใจให้ตัดอ้อยสดเพิ่มจะทำให้ชาวไร่อ้อยสด เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมได้ช่วยกระจายข่าวให้พี่น้องชาวไร่อ้อยได้รับทราบทั่วกันแล้ว

สำหรับที่ท่านวีระกรได้สอบถามว่าในปีหน้าเกษตรกรชาวไร่อ้อยจะมีโอกาส ได้ราคาอ้อยเพิ่มอีกเท่าไรมากกว่าปีนี้หรือไม่ ผมขอกราบเรียนว่าการคาดการณ์ราคาอ้อย ในฤดูกาลผลิตปีหน้า ปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ เนื่องจากภาวะความแห้งแล้งในปีนี้จะส่งผลต่อผลผลิต อ้อยของทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศบราซิล ประเทศอินเดีย มีผลผลิตลดลงทำให้ปริมาณ น้ำตาลในตลาดโลกลดลง มีผลทำให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกสูงขึ้น หากแนวโน้มยังเป็น เช่นนี้อยู่ทำให้คาดว่าราคาอ้อยในปีหน้าของไทยจะมีราคาสูงกว่าปีนี้อย่างแน่นอน ประกอบกับ นโยบายของรัฐบาลที่ได้ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในปีนี้ทำให้ราคาอ้อยสูงกว่า ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน จะเป็นแรงจูงใจให้ชาวไร่อ้อยมีกำลังใจที่จะปลูกอ้อยต่อไป ผมขอกราบเรียนตอบคำถาม ท่านวีระกรนะครับ