วาโย อัศวรุ่งเรือง หารือเรื่องการสื่อสารของทางรัฐบาลในยุคปัจจุบัน โดยเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีแสดงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการแถลงข่าวอย่างเป็นประจำ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการรับการปกป้องและดูแลอย่างแข็งขัน นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องห้อง Negative pressure ที่มีไม่เพียงพอ และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบมาตรฐานและความเร่งรัดในการจัดเตรียมห้อง Negative pressure รวมถึงชุดป้องกันต่าง ๆ ให้กับตัวบุคลากรด้วย โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย
ขอบคุณท่านประธานนะครับ ผม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กราบขอบคุณท่านประธานที่ได้ผ่านข้อคำถามของผมไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ช่วยตอบคำถามด้วยครับ ผมจึงอยากมีข้อคำถามอีกเล็กน้อยรวมประกอบ ถึงข้อเสนอแนะด้วยนะครับ อย่างที่ผมเรียนว่าเรื่องการสื่อสารในยุคปัจจุบันมีความสำคัญ มากจริง ๆ และผมเชื่อว่าทางรัฐบาลก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะกำจัด ขจัด และบรรเทา วิกฤติที่เกิดขึ้นอยู่นี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่ต้องชื่นชมมากจริง ๆ ผมทราบดีว่า ประเทศไทยมีความแข็งแรง มีความมั่นคงทางสาธารณสุขเป็นอันดับ ๖ ของโลก ซึ่งพัฒนา ขึ้นเรื่อย ๆ ในนั้นก็มีบุคลากรทางการแพทย์ มีทั้งอาจารย์แพทย์ มีพยาบาล มีนักเทคนิค การแพทย์ที่เก่ง ๆ หลายท่าน ตรงนี้ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนและเป็นกำลังใจ ให้เจ้าหน้าที่ ที่อยู่หน้างานทุกท่านเลยนะครับ ทีนี้มันมีความเป็นไปได้ไหมที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาวาระนี้ว่าเป็นวาระที่สำคัญจริง ๆ แล้วมีแนวโน้มที่อาจจะรุนแรงขึ้นก็ได้ แล้วท่านจะลงมานั่งเป็นประธานหัวโต๊ะที่วอร์รูม (War room) เอง และมีการแถลงข่าวอย่างเป็นประจำ แล้วให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริง ๆ การแถลงข่าวอย่างที่ผมเรียนไปว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านรัฐมนตรีเองอยู่ในสถานะ ที่ประชาชนพร้อมจะฟังแล้วมีความคาดหวังอยู่เสมอ ถ้าท่านแสดงแอกชัน (Action) ออกมา ท่านแสดงความตั้งอกตั้งใจออกมา ผมเชื่อว่าประชาชนจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นครับ เพราะว่า ไม่ว่าไวรัสหรือว่าวิกฤติการณ์ต่าง ๆ รวมถึงพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) หรือภัยพิบัติอื่น ๆ เองก็ตาม มันอาจจะร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงก็ได้ แต่ถ้ามันร้ายแรงทางรัฐบาลสามารถทำให้ประชาชน มั่นใจได้หรือเปล่าว่าการที่เขาเป็นประชาชนที่อยู่ในรัฐไทยเขาจะได้รับการปกป้องดูแล อย่างแข็งขันอย่างแท้จริง อันนี้เป็นประเด็นแรกนะครับ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งครับ ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของห้องเนกาทีฟ เพรสเชอร์ (Negative pressure) ผมไม่แน่ใจจริง ๆ เพราะว่าข้อมูลผมอาจจะล่าช้ากว่าท่านรัฐมนตรี เพราะว่าข้อมูลผมอัปเดต (Update) เมื่อวานที่ผมคุยกับทางเจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างานล่าสุด ท่านประธานครับ ผมยังได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดว่าห้องเนกาทีฟ เพรสเชอร์ (Negative pressure) มีไม่พอ และแนวโน้มจะยิ่งไม่พอเพิ่มขึ้นด้วย เพราะว่าคนไข้ที่อยู่ในกลุ่มของพียูไอ (PUI) จะมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียนมาด้วยความเคารพ แล้วก็เป็นห่วงถึงสุขภาพของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ว่าเราจะต้องจัดเตรียมการห้องเนกาทีฟ เพรสเชอร์ (Negative pressure) รวมถึงชุดป้องกันต่าง ๆ ให้กับตัวบุคลากรของเราด้วย อย่างเพียงพออย่างแท้จริง ขออนุญาตให้ท่านตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ต้องขอแถลง เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยในเรื่องของนายทหารทั้งหมด ๒๖ ท่าน เรายินดีมาก ๆ เลยที่ท่านสามารถ นำทหารกล้าของประชาชนคนไทยกลับมาได้ แต่ที่เราสงสัยนี่เราสงสัยเพียงแค่ว่าเราจะสามารถ มีมาตรฐานเดียวกันได้หรือไม่ ที่จะมีความเร่งรัดรวดเร็วได้เทียบเท่ากันนะครับ
ผมมีคำถามมาถามท่านรัฐมนตรีเพิ่มอีก ๑ คำถามนะครับ เมื่อคืนนี้ผมได้รับ รายงานล่าสุดมาว่าผู้ป่วยรายที่ ๑๔ ที่พบที่ประเทศไทยเป็นคนไทยและเป็นคนขับรถแท็กซี่ และอาจจะติดเชื้อมาจากผู้โดยสารที่นั่งรถแท็กซี่มาซึ่งเป็นชาวจีน ผมยังไม่แน่ใจว่าข้อมูล ข่าวสารที่ผมได้รับมาถูกต้องหรือเปล่า ผมพยายามสอบถามไปที่คุณหมอที่อยู่ในกรมควบคุมโรค เมื่อเช้านี้ได้รับคำยืนยันครับ แต่อย่างไรก็ตามผมยังไม่ปักใจเชื่อครับ วันนี้เป็นโอกาสอันดี ที่ผมได้เข้ามาที่สภาแล้วก็ได้ถามกระทู้ถามสดต่อท่านรัฐมนตรีนะครับ จึงอยากถามท่านว่า สรุปว่าตอนนี้ในประเทศไทยนอกจากอิมพอร์ต เคส (Import case) มีโลเคิล แทรนส์มิสชัน (Local transmission) คือมีการระบาดจากคนสู่คนภายในประเทศหรือยัง ผมต้องเรียน ท่านประธานตรงนี้ว่าทางผมและพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้มีเจตนาเลยที่จะมาใช้โอกาสวิกฤติ เหล่านี้เพื่อที่จะซ้ำเติมรัฐบาล แต่ว่าเราต้องการที่จะถามเพื่อที่จะกระตุ้นให้ท่านที่มีอำนาจ และมีหน้าที่อยู่ตอนนี้ร่วมกันทำงานอย่างแท้จริงครับ ผมและพรรคอนาคตใหม่ขอยืนยันว่า พวกเราพร้อมที่จะเป็นตัวช่วยหนึ่ง พวกเราพร้อมที่จะช่วยคิด ช่วยให้คำแนะนำกับทางรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติในครั้งนี้ต่อไป ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ