สาธิต ปิตุเตชะ ชี้แจงการสื่อสารสถานการณ์สาธารณสุขผ่านสื่อทุกช่องทาง โดยเน้นการใช้โซเชียลมีเดียของหน่วยงานและรัฐมนตรี พร้อมยืนยันความพร้อมของระบบสาธารณสุขในการรับมือผู้ป่วยโควิด-19 รวมถึงการดูแลด้านจิตใจและการสื่อสารข้ามภาษา ขณะเดียวกันชี้แจงกรณีทหาร 26 นายที่เดินทางกลับจากอู่ฮั่น โดยย้ำว่าไม่เข้าเกณฑ์ห้ามเดินทางเนื่องจากอยู่นอกพื้นที่ปิดกั้น และเดินทางกลับมาตามกระบวนการที่กำหนด
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตตอบคำถาม ท่านสมาชิกท่านวาโยที่ได้เป็นห่วงสถานการณ์แล้วก็ได้ดำเนินการติดตามข้อมูลลงลึกถึงเรื่อง การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ผมขอลำดับคำถามเป็นลำดับอย่างนี้นะครับ
ข้อแรกเข้าใจว่าท่านเป็นห่วงเรื่องการสื่อสารของทางกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลที่จะสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร แล้วก็ใช้ช่องทาง แต่เน้นในเรื่องของโซเชียลมีเดีย (Social media) ก็เรียนว่าตั้งแต่เริ่มแผนการสื่อสารของ กระทรวงก็มีความชัดเจนว่าเราใช้ทั้งการแถลงข่าวประจำวันที่กระทรวงสาธารณสุขทุกวัน เวลา ๑๑ โมง
ข้อ ๒ ข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย (Social media) เช่นเฟซบุ๊กของเว็บ (Web) กระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคเป็นหลัก ซึ่งท่านก็ยอมรับเองว่าท่านได้ติดตาม ข้อมูลนี้จากเพจ (Page) ของกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรค และรวมทั้งเพจ (Page) และเฟซบุ๊กของรัฐมนตรีว่าการและผม ซึ่งได้พยายามให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชน ส่วนวิธีการสื่อสารของท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีนั้น ผมก็ขออนุญาตว่า เป็นเรื่องที่ผมไม่อาจตอบได้นะครับ
ประเด็นถัดไปท่านพูดถึงเรื่องกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ พูดถึง เรื่องล่าม พูดถึงเรื่องเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ ผมเรียนว่าต้องกราบขอบพระคุณท่านวาโยมาก ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ตรงส่วนหนึ่ง คือตอนผมไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายที่ ๕ ที่โรงพยาบาล ราชวิถี ก็เป็นปัญหานิดหนึ่งก็คือว่าทางเจ้าหน้าที่ของเราพยายามที่จะพูดคุยกับทางผู้ติดเชื้อ โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ซึ่งเป็นชาวจีนแต่ว่าเขาก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จากนั้น หน่วยบริการก็พยายามที่จะดำเนินการแล้วก็จะขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้การบูรณาการไม่ได้ทำงานเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขอย่างเดียว ขณะนี้ได้มี การจัดตั้งศูนย์ป้องกันโรคอุบัติใหม่ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงนามเมื่อวันอังคารนี้นะครับ โดยแต่งตั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน แล้วก็มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม อีกหลายท่านเข้ามาเป็นกรรมการเพื่อบูรณาการในการที่จะดูแล ช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนในสถานการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) เพราะฉะนั้นทั้งในเรื่องการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ขณะนี้มีการขอหน่วยสนับสนุนมาจาก หน่วยงานอื่นเพื่อที่จะมาดำเนินการช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ ห้องความดันติดลบก็ต้อง เรียนว่าในส่วนของกรมการแพทย์เองก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ได้ใช้บริการอยู่เพียงพอขณะนี้ แต่ว่าถ้ามันมีเหตุจำเป็นหรือที่เรากลัวกันเราก็สามารถที่จะประสานไปยังโรงพยาบาลเอกชน หรือดำเนินการเพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับสถานการณ์ได้ เรามีความมั่นใจว่าไม่น่ามีปัญหา อะไร เรามีการคัดแยกผู้ป่วยตามมาตรการเข้มข้น ผมเรียนท่านวาโยกับเพื่อนสมาชิกว่า ประเทศไทยเราได้ถูกจัดลำดับในการควบคุมโรคระบาดเป็นอันดับ ๖ ของโลก ซึ่งเป็นรอง ประเทศที่เจริญแล้วอยู่ไม่กี่ประเทศนะครับ รวมทั้งประสบการณ์ที่พวกเรากระทรวงสาธารณสุข จากรุ่นสู่รุ่น คณะแพทย์ที่ทำงานมาจากรุ่นเก่า ๆ จนมาถึงรุ่นนี้ก็ยังทำงานสืบต่อกันมาอย่างมี ประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นผมมีความมั่นใจว่าในส่วนของการเตรียมความพร้อม พอลงมือ ทำงานแล้วตรงไหนขาดตรงไหนที่ต้องเติมเรากำลังทำอย่างเต็มที่ กรณีล่ามต้องขอบคุณท่าน เป็นคำแนะนำที่ดีมาก เพราะว่าตอนนั้นระหว่างเจ้าหน้าที่ของเรากับคนไข้ก็อาจจะสื่อสารกัน ไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายความเป็นห่วงของเราคือเขามีลูกเล็ก ๆ ที่มาอยู่ด้วยกัน ลูกไม่ติดเชื้อ เราแยกไปอีกห้องหนึ่งเราก็เลยให้ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างลูกกับแม่ได้มีการพูดคุยกัน มันก็คลายความวิตกกังวล คลายความเครียดไปได้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นข้อมูล
สำหรับกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าหน้าที่ทหารที่เดินทางกลับ ประเทศจากอู่ฮั่น ผมได้รับการชี้แจงจากกองทัพเรืออย่างนี้ว่าบังเอิญในช่วงที่มีโรคระบาด ที่อู่ฮั่นช่วงนั้นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่เขาดำเนินการทำงานอยู่ที่นั่น บังเอิญอยู่ในช่วงเทศกาล ตรุษจีนคือวันที่ ๒๒ มกราคม ถึงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ เขาก็มีการหยุดพักไปเที่ยว เขาเดินทาง ออกนอกเมืองอู่ฮั่นไป พอเดินทางออกนอกเมืองอู่ฮั่นไปสถานการณ์มันลุกลามบานปลายจน เกิดการปิดเมืองเขาเข้าเมืองไม่ได้ ถ้าเขาเข้าเมืองได้เขาก็กลับไม่ได้ แต่พอเขาเข้าเมืองไม่ได้ เขาก็เดินทางไปที่เมืองอื่นเพื่อติดตามติดต่อเพื่อจะนั่งเที่ยวบินพาณิชย์เพื่อจะเดินทางกลับ จึงไม่ได้เข้าเกณฑ์ที่จะต้องไปเมืองที่ปิด เมืองที่จะห้ามกลับประเทศหรือห้ามเดินทางไปที่ไหน เพราะฉะนั้นทหาร ๒๖ คนนี้ก็อยู่ในเงื่อนไขที่เขาไม่ได้อยู่ในเมืองที่ต้องห้ามโดยการที่เขาออก จากนอกเมืองมาแล้วและเดินทางไปที่เมืองอื่นเพื่อที่จะเดินทางกลับ จึงได้พบว่าเขาได้ เดินทางกลับมาประเทศไทยในช่วงเวลาที่เมืองอู่ฮั่นปิดเมืองและห้ามออกนอกประเทศครับ อันนี้เป็นกรณีที่รายงานมาจากกองทัพเรือนะครับ ขอบคุณครับ