รังสิมา หารือมาตรการคุมโควิด-19 ป้องกันในรัฐสภา-เร่งดูแลบุคลากรแพทย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓

รังสิมา รอดรัศมี หารือมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในรัฐสภา โดยเสนอการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าอาคาร วิจารณ์การแจกหน้ากากที่ไร้ประสิทธิภาพ และเรียกร้องการจัดการขยะติดเชื้ออย่างเหมาะสม พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ เช่น ห้องประชุมและห้องน้ำ ที่ต้องได้รับการฆ่าเชื้ออย่างเข้มงวดและซ่อมแซมสิ่งอำนวยสะดวกที่ชำรุด รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลขวัญกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดการสนับสนุน เพื่อรักษากำลังพลและป้องกันการลี้ภัยของแพทย์และพยาบาล

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยกับญัตติด่วนที่ให้สภาพิจารณาศึกษาปัญหาแพร่ระบาด ของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สายพันธุ์ใหม่ คือดิฉันจะพูดประเด็นของสภาเราก่อน ในฐานะที่ดิฉันเป็นพยาบาล ดิฉันเห็นว่าสภาก็มีการป้องกันโดยการที่ให้เจ้าหน้าที่พยาบาล ไปวัดไข้ตรงทางเข้าหลังจากที่ช่องสแกน (Scan) แล้ว สแกน (Scan) อุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ดิฉัน ไม่เห็นด้วยที่จะให้พยาบาลไปยืนอยู่ตรงนั้นที่จะสแกน (Scan) หลังจากที่เข้ามาจากประตูแล้ว ควรที่จะไปยืนหน้าประตูไม่ใช่ให้เขามาในประตูแล้วเราก็มาวัดไข้ ถ้าคนที่ติดเชื้อมาแล้วเชื้อ ก็จะแพร่กระจายในสภาของเรา เพราะฉะนั้นเราควรที่จะให้เขาอยู่นอกประตูก่อนแล้ววัดไข้ แล้วใช้เจล (Gel) ล้างมือแล้วถึงจะเข้ามาในประตู ท่านต้องแก้ไขตรงนี้ อีกประการหนึ่งคือ ดิฉันก็เห็นว่าแจกแมสก์ (Mask) กันจะใส่สักกี่คน เห็นเจ้าหน้าที่บอกว่าเบิกมา ๒๐,๐๐๐ ชิ้น แต่ชิ้นหนึ่งดิฉันถามราคาแล้วชิ้นละ ๔ บาท ๔ บาทแจกไปแล้วไม่ได้ใช้ไปวางทิ้งเยอะแยะเลย วางตรงโน้นวางตรงนี้ ท่านทราบไหมว่าอันนี้ก็เป็นเงินของสภาเราทั้งนั้น แล้วก็ไม่ได้ป้องกัน แจกไปแล้วก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอย่าประมาท ท่านอย่าคิดว่าตรงนี้ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเป็นขึ้นมาก็จะไม่คุ้มกัน เพราะฉะนั้นท่านต้องเน้น เมื่อแจกไปแล้วต้องใช้ ไม่ใช่แจกแล้วไม่ใช้ แล้วไม่ใช่ท่านบอกว่าแล้วทำไมรังสิมาคุณไม่ปิด ก็อภิปรายมันปิดไม่ได้ ถ้าอภิปรายปิดปากได้ดิฉันจะปิดให้ท่าน

อีกประการหนึ่งคือการกำจัดของเสียหรือสิ่งที่เราไม่ใช้แล้ว อย่างเช่น แมสก์ (Mask) ประชาชนก็มาร้องเรียนดิฉันว่าขณะนี้โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว แมสก์ (Mask) ใช้แล้ว ทิ้งกระจายเกลื่อนเมืองทั่วไปหมดเพราะว่าใช้แล้วทิ้งส่ง

อีกประการหนึ่งคือการกำจัด ท่านมีวิธีการกำจัดอย่างไร โดยเฉพาะสภาของเรา ต้องแยก สมมุติอันไหนที่ใช้เกี่ยวกับสารคัดหลั่งทั้งหลาย น้ำมูก น้ำลาย กระดาษทิชชูต่าง ๆ ที่เราสั่งน้ำมูกมาหรือว่าเราเช็ดปากอะไรทั้งหลาย อันนี้ก็จะเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อ

อีกประการหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับห้องประชุมของเรา ดิฉันคิดว่าห้องประชุม ของเราหลังจากเลิกประชุมหรือก่อนประชุมสภามันต้องมีการอบห้องเพื่อให้ความมั่นใจว่า ส.ส. ของเรา ๕๐๐ คนพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ของเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (Virus Corona) เพื่อเป็นการป้องกัน ถ้าคนหนึ่งคนใดในสภาเป็น หมดค่ะผู้แทนราษฎรจะ ไม่เหลือมันจะเสียงบประมาณในการเลือกตั้งใหม่

อีกประการหนึ่งคือท่านเห็นไหมว่าเวลาหมอจะผ่าตัดคนไข้เห็นไหมเขาต้อง เน้นเรื่องความสะอาดเป็นหลัก โดยเฉพาะการอบฆ่าเชื้อ การเช็ดทั้งหลายทำความสะอาด อุปกรณ์ในห้องจะต้องสำคัญ เพราะฉะนั้นในห้องสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะเป็นประตูที่จับอะไร ทั้งหลายอยากให้ท่านเน้นว่าจะต้องแดมป์ (Damp) ให้หมด เช็ดให้สะอาด โดยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระจายของเชื้อโรค ไม่ใช่เฉพาะที่จะมีการแพร่กระจายเฉพาะโรคนี้ เท่านั้น ทุกวันทุกคนต้องคิดไว้เสมอเรื่องเกี่ยวกับสุขอนามัยส่วนบุคคล กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ต้องท่องไว้เลย ทุกคนต้องท่องไปกินอะไรกับใครถ้าใครไปตักไม่ใช้ช้อนกลางอย่าไป กินด้วย ต้องทิ้งให้เขากินคนเดียว บางคนก็ฉลาดตักไว้ก่อนเพื่อไม่ให้คนอื่นตักอะไรอย่างนี้ ทีนี้มันเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรค แล้วล้างมือนี่ก็สำคัญ เพราะฉะนั้นห้องน้ำของสภา ท่านก็ต้องเน้นเรื่องน้ำยาล้างมือ เจล (Gel) ที่เช็ดมือทั้งหลายในการฆ่าเชื้อโรค แล้วก็ห้องน้ำ ของเราข้างหลังตรงใกล้ลิฟต์ที่ด้านหน้ามี ๕ ห้อง ใช้ได้ ๒ ห้อง ห้องอื่นใช้ไม่ได้ พอเวลาเปิด ที่ฉีดล้างก้นน้ำจะท่วมพื้นเลย ท่านต้องให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับทางด้านสถานที่ไปดูด้วย เพราะว่ามันไม่พอใช้ คนของเราเยอะและห้องน้ำเสียแล้วก็ไม่มีอุปกรณ์ต่าง ๆ มันจะมีผลต่อ การติดเชื้อได้

อีกประการหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับแพทย์พยาบาล ดิฉันก็อยากจะให้ท่านหรือว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของแพทย์พยาบาลให้มาก เพราะขณะนี้ขวัญกำลังใจของแพทย์ พยาบาลโดยเฉพาะหมอที่ตายที่อู่ฮั่นมันก็เลยทำให้คนที่ปฏิบัติหน้าที่ก็มีความหวาดกลัวว่า ถ้ามีคนไข้เป็นโรคนี้เยอะ ๆ แพทย์พยาบาลขณะไม่มีโรคนี้มาระบาดเขาก็ยังต้องทำงานไม่มี วันพักผ่อนเลยนอนน้อยมันก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ เมื่อนอนน้อยภูมิคุ้มกันต่ำการติดโรคก็จะง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นท่านต้องให้ขวัญกำลังใจของ แพทย์พยาบาลให้มากเพื่อที่ให้เขามีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็คนที่เขาอยากจะย้าย กลับไปภูมิลำเนาเพื่อที่เขาไปทำงานได้เต็มที่ก็ควรที่จะย้ายให้เขา ไม่ใช่ว่าต้นสังกัดให้ย้าย ปลายรับ แต่กระทรวงไม่อนุมัติมันทำให้เขาจะลาออก บุคลากรก็ยิ่งหมดไปอีก ดิฉันก็ต่อสู้ ให้พยาบาลมาทุกครั้งท่านก็เห็นใช่ไหมคะ แต่ทำไมทางกระทรวงไม่คิดที่จะรักษาบุคลากร ที่มีคุณภาพเอาไว้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยอยากจะฝากว่าขวัญกำลังใจของบุคลากรแพทย์ พยาบาลก็มีความสำคัญต่อการแพร่กระจายเชื้ออันนี้มาก ขอให้รัฐบาลเห็นความสำคัญนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ