สุพิศาล ตั้งคำถามบริหารงบ 62 ชี้ขาดชัดเจน-สอดคล้องยุทธศาสตร์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณบูรณาการปี 2562 โดยเฉพาะการโอนย้ายงบประมาณที่ขาดความชัดเจนในผลสัมฤทธิ์และตัวชี้วัด KPI ของแต่ละกระทรวง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงการดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและกฎหมายงบประมาณอย่างจริงจัง

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นปัญหา ของกระทู้ที่จะถามเป็นกระทู้ถามที่เกี่ยวกับการทำงานของภาครัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องของ การบริหารงานแผนบูรณาการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ ในการดำเนินการที่ผ่านมาอาจจะเป็นแค่ช่วง ๕ เดือนของรัฐบาลนี้ก็ตามแต่ผมตั้งคำถามไว้ ในเรื่องของการที่รัฐบาลขาดอยู่ ๓ อย่าง คือ สะสาง เอาใจ ๑. เอาใจใส่ ๒. เอาใจประชาชน ๓. เอาใจทำจริง ๆ สามเอาใจนี้ทำให้มีเหตุผลอันหนึ่งที่มองให้เห็นถึงการบริหารแผนบูรณาการ ที่เกี่ยวข้องของงบประมาณประจำปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาโดยเฉพาะที่ผมอยากจะกล่าวอ้างถึง ในเรื่องของแนวที่เป็นบทบัญญัติในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ในพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ บอกชัดในมาตรา ๑๔ ว่างบประมาณรายจ่ายกำหนด วิธีประมาณการรายจ่ายที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีหรือพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมก็ตามอาจจะจำแนกไว้ ๘ รายจ่าย แต่ใน (๓) คืองบประมาณ รายจ่ายบูรณาการและในมาตรา ๑๖ ก็เหมือนกันมีใจความว่างบประมาณบูรณาการ คืองบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับแผนบูรณาการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติโดยมีหน่วย รับงบประมาณตั้งแต่ ๒ หน่วยขึ้นไปร่วมกันรับผิดชอบในการดำเนินการ ประเด็นสำคัญ ในคำถามแรกซึ่งผมจะใช้เวลาถามสั้น ๆ สัก ๓ นาที แล้วก็มีคำถามที่ ๒ คำถามที่ ๓ ต่อไป

ในประเด็นสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ที่บัญญัติในเรื่องของการใช้ งบประมาณและการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีนั้นจะต้องแสดงผล สัมฤทธิ์ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับสอดคล้องต่อยุทธศาสตร์ชาติและก่อให้เกิดประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า ตามมาตรา ๑๔๒ ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนและสำคัญที่ในการทำงบประมาณนั้น ก็คงทราบอยู่แล้วว่าการบริหารจัดการงบประมาณมีหน่วยงานใหญ่ ๆ ๔ หน่วยงานที่เป็น คนกำหนดทิศทางหรือกำหนดกรอบของยุทธศาสตร์ ก็คือหน่วยงานสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการมีการกำหนดยุทธศาสตร์ของการจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจำ ปี ๒๕๖๒ ไว้อย่างชัดเจนในการบริหารประเทศในงบประมาณ ๓ ล้านล้านบาท ที่ผ่านมา แล้วที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาของทุกหน่วยงาน ที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ของการจัดสรรงบประมาณประจำปีนั้นจะพบว่าการจัดทำนั้น ในแผนยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณจะต้องมี ๖ แผนหลักบรรจุอยู่ในนั้นด้วยและถือว่า เป็นสาระสำคัญในยุทธศาสตร์การจัดสรรในแต่ละปีงบประมาณ ปีนี้ก็เช่นกันในปี ๒๕๖๔ ก็เริ่มแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคมที่ผ่านมาก็เป็นวันสิ้นสุดของการส่งแผนทั้งหมดของ หน่วยรับงบประมาณเช่นเดียวกันครับ นั่นคือรัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณในปี ๒๕๖๒ หรือตามพระราชบัญญัติ งบประมาณ ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา และในส่วนที่ผ่านมาคือในช่วง ของสมัยประชุมที่แล้ว นั่นก็คือเป็นเรื่องของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คือ สนช. จะเป็น คนดูแลกรอบงบประมาณดังกล่าว แล้วที่สำคัญในปีงบประมาณจะพบว่าการใช้งบประมาณ ในแผนบูรณาการ ผมเน้นเรื่องแผนบูรณาการเพราะว่า ๑ ใน ๘ ของงบประมาณมี ๑ แผนการ ใช้งบประมาณคืองบบูรณาการเป็นหัวใจสำคัญที่ปรากฏไว้ โดยสำนักงบประมาณจะต้อง นำเสนอสภานี้ถึงกรอบการใช้งบประมาณของการใช้งบประมาณต่าง ๆ แล้วก็เท่าที่ผ่านมา ก็มีการนำเสนอของการใช้งบประมาณที่ผ่านไปแล้วโดยเฉพาะในงบกลาง งบบุคลากร และงบบูรณาการ ที่สำคัญคือในการโอนย้ายถ่ายเปลี่ยนแปลงของงบต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตาม มาตรา ๕๑ของพระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ นั่นเป็นสาระสำคัญที่เคยนำเสนอในรายงาน ไปคราวที่แล้วเพราะมันเป็นเงื่อนไขของกฎหมาย ประเด็นของมันก็คือในการรายงานนั้น ทั้ง ๓ หน่วยงานปรากฏว่าไม่ได้รายงานลงลึกและชี้แจงแนวทางลึกของงบประมาณที่ผ่านมา ในปี ๒๕๖๒ ๒๓๘,๗๔๑ ล้านบาท ซึ่งอยู่ในหลายกระทรวง โดยเฉพาะในแผนบูรณาการของ แต่ละกระทรวงเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาในการชี้แจงนั้นสภาได้รับทราบ การโอนแผนกลางอย่างเดียว มีการโอนแผนกลาง และแผนบุคลากร แผนบูรณาการนี้ ก็มีแตะไว้ที่เดียวแต่ไม่ได้ลงลึกถึงระดับในกระทรวงว่าโอนย้ายเพราะที่ผมต้องการพูดตรงนี้ ประเด็นสำคัญคือการโอนย้ายถ่ายภายในกระทรวงคือการเปลี่ยนแปลงผลสัมฤทธิ์และตัวเคพีไอ (KPI) ของกระทรวงประกอบกับการเข้าเป็นกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านรัฐมนตรีได้เป็น รองประธานที่อยู่ในเวทีของปี ๒๕๖๓ ก็มองเห็นภาพชัดว่าตัวผลสัมฤทธิ์และตัวเป้าหมาย หรือตัวเคพีไอ (KPI) ที่กำหนดไว้ในแผนบูรณาการมันเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวกับ การกำหนดในงบประมาณแต่ละปี แล้วสำคัญคือตัวกฎหมายมันก็ทำให้เกิดข้อสงสัย ในเรื่องของการโอนย้ายถ่ายเป็นจำนวนมาก แล้วไม่ปรากฏความชัดเจนมันเป็นการทำให้ ตัวน้ำหนักของตัวโอนย้ายถ่ายนี้มันหายไปผมก็เลยเป็นคำถาม ๆ หนึ่ง แล้วคำถามสำคัญคือ กรอบงบประมาณทั้งหมด เจ้าภาพของแต่ละกระทรวงได้มีการบริหารจัดการงบประมาณ หรืองบดังกล่าวตลอดปี ๒๕๖๒ อย่างไร และโดยเฉพาะหมวดงบประมาณและหมวดลงทุนนั้น ได้มีการสร้างเนื้องานผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชนอย่างไรครับ เป็นคำถามที่ ๑