รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๑๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ซึ่งขณะนี้บัญชีรายชื่อ ของผู้ขอปรึกษามีทั้งหมด ๓๐ ท่าน ดังต่อไปนี้
พรรคร่วมฝ่ายค้าน นางสาวชนก จันทาทอง นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นางสิรินทร รามสูต นายคำพอง เทพาคำ นางอนุรักษ์ บุญศล นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายรังสรรค์ มณีรัตน์ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม นายทศพร ทองศิริ นายบุญฐิณ ประทุมลี นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นายบัลลังก์ อรรณนพพร
พรรคร่วมรัฐบาล นายนริศ ขำนุรักษ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นายสาธิต อุ๋ยตระกูล นายยงยุทธ สุวรรณบุตร นายสุรทิน พิจารณ์ นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา นายสุชาติ อุสาหะ นางสาวกุลวลี นพอมรบดี นายนพดล แก้วสุพัฒน์ นายศิริพงษ์ รัสมี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ นายภราดร ปริศนานันทกุล นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ นายเทพไท เสนพงศ์ ขอเชิญนางสาวชนก จันทาทอง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีข้อหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก ไฟส่องสว่างถนนเป็นถนนทางหลวงเพื่อแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓๐ ระหว่างหมู่บ้านคำรุ่งเรือง คำแสนสุข คำปะกั้ง ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ทั้ง ๓ หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกันมีประชาชนอาศัยอยู่หลายพันครอบครัว กลางคืน พี่น้องประชาชนต้องเดินทางไปมาหาสู่กันผ่านถนนเส้นนี้ได้รับความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังทางหลวงแผ่นดินให้ช่วยเข้าไปแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ และเรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องเดียวกันคือลักษณะถนนเป็นถนนลูกรัง ขอเปลี่ยนเป็นถนนลาดยาง ถนนเส้นแรกเป็นเส้นระหว่างบ้านแสงสว่าง ตำบลอุดมพร อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย เชื่อมไปยังบ้านจันทน์ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ถนนเส้นนี้พี่น้องประชาชนพื้นที่ใกล้เคียงคนจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคายใช้เดินทาง ไปมาหาสู่กัน เส้นที่ ๒ เป็นเส้นบ้านอุดมพร ตำบลนาทับไฮ อำเภอรัตนวาปี เชื่อมไปยังบ้านคำศิลา ตำบลวังหลวง อำเภอเฝ้าไร่ เช่นกันค่ะพี่น้องประชาชนระหว่าง อำเภอรัตนวาปีกับอำเภอเฝ้าไร่ใช้เดินทางไปมาหาสู่กัน ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังทางหลวงชนบทว่าเป็นไปได้ไหมคะที่จะเปลี่ยนจากถนนลูกรังให้เป็นถนนลาดยาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับความสะดวกสบาย มากยิ่งขึ้นค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนางสาวชนก ที่รักษาเวลานะครับ ผมเตือนไว้นะครับ สมาชิกเผื่อท่านอื่นเนื่องจากจดมาอ่านไม่จบกรณีนั้น อย่าไปกังวลส่งเอกสารมาให้ผมแล้วผมจะส่งไปให้ตามกระบวนการต่อไปครับ ต่อไปนายนริศ ขำนุรักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ
เรื่องแรก ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการให้รัฐบาลจ่ายเงินค่าประกันรายได้ สำหรับการประกันรายได้ยางพารา ซึ่งประกันไว้ที่ ๖๐ บาทต่อกิโลกรัม แล้วก็มีเงื่อนไขว่า จ่าย ๒ เดือนครั้ง ขอให้ปรับมาเป็น ๑ เดือนครั้งเพราะว่าเกษตรกรมีปัญหาได้รับความเดือดร้อน ทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงคมนาคมก่อสร้างถนน ๔ ช่องจราจร บ้านโคกทราย อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ไปยังท่าเทียบเรือน้ำลึก จังหวัดสงขลา เพราะว่าเป็นถนนที่ขนส่ง สินค้าระหว่างจังหวัดพัทลุง จังหวัดตรังไปท่าเทียบเรือน้ำลึก จังหวัดสงขลา มีสภาพคับแคบ และขณะนี้ก็เป็นถนนที่ใช้เพื่อการขนส่งสินค้าอยู่แล้ว
เรื่องที่ ๓ ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการแก้ปัญหา การออกเอกสารสิทธิบริเวณเกาะหมาก เกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน ซึ่งมีข้อสรุปว่า มีการผิดระเบียบและกฎหมายอยู่บางประการทำให้เอกสารสิทธิดังกล่าวไม่สามารถนำไป ใช้ค้ำประกันธนาคารได้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
เรื่องที่ ๔ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขุดลอก ทะเลสาบพัทลุง ซึ่งขณะนี้มีความลึกน้อยมาก จากการศึกษาพบว่าความลึกที่ ๑.๕๐ เมตร จะทำให้ทะเลสาบอุดมสมบูรณ์ที่สุด และเมื่อปรับความลึกลงที่ ๑.๕๐ เมตรแล้วจะได้เอา ที่ดินดังกล่าวทำถนน ทำลานกีฬา หรือทำลานกิจกรรมให้หมู่บ้านที่อยู่ริมทะเลสาบพัทลุง ซึ่งมีพื้นที่คับแคบและคนในหมู่บ้านไม่สามารถออกกำลังกาย หรือมีลานกิจกรรมได้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ขอหารือท่านประธานถึงปัญหาพี่น้องประชาชนจังหวัดตรัง ที่เกาะลิบง มีการขุดลอกร่องน้ำ ของกรมเจ้าท่า ซึ่งทำให้ทราย โคลน ดิน ฟุ้งกระจายแล้วก็ไปทิ้งในบริเวณที่พี่น้องประชาชน เกาะลิบงไม่เห็นด้วย แล้วก็โดยเฉพาะเวลาที่เอาทราย โคลนที่ดูดขึ้นมาไปทิ้งในเวลาที่น้ำขึ้น น้ำลง ซึ่งควบคุมไม่ได้ทำให้ตะกอนกระจายไปทำให้หญ้าทะเลตาย ซึ่งไม่ว่าจะดูดทรายเอง โดยกรมเจ้าท่าหรือว่าจ้างเอกชนก็จะทำให้ปลาพะยูนไม่มีหญ้าทะเลและกุ้ง หอย ปู ปลานี้ หาได้น้อยลงพี่น้องชาวบ้านเกาะลิบงได้ร้องเรียนมา
เรื่องที่ ๒ เรื่องของสภาพโรงเรียนที่เกาะลิบง โรงเรียนมาตูปูเต๊ะ ขาดครู ขาดเครื่องไม้เครื่องมือ ขาดคอมพิวเตอร์ อาคารชำรุดหนักมาก แล้วที่สำคัญอีกอันหนึ่ง คือเรื่องของการขาดน้ำ การจัดสรรทรัพยากรที่ใช้เกณฑ์ของนักเรียนบนพื้นที่แผ่นดินใหญ่ ซึ่งต้องให้นักเรียนที่เกาะเป็นกรณีพิเศษ แล้วก็การขาดแคลนน้ำจืดเพื่ออุปโภคบริโภค ที่เกาะลิบงไม่เพียงพอก็อยากให้มีการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาด้วย
และอีกเรื่องหนึ่งสุดท้าย ก็คือที่ท่าเรือเกาะลิบงที่มีการหารือไปแล้ว ตอนนี้ ประชาชนไม่รู้ว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างไร อยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปประชาสัมพันธ์ แล้วก็ยังมีสะพานหลีกภัยที่เกาะลิบงที่ได้ชื่อตรงนั้นไฟสะพานก็ขาด สภาพการใช้งาน ก็ไม่ค่อยปลอดภัยกับพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธานหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ปัญหาที่เกิดขึ้น หนักที่สุดวันนี้ครับท่านประธาน เรียกได้ว่าสาหัสสากรรจ์สำหรับพี่น้องชาวใต้คงหนีไม่พ้น ในเรื่องของราคายางพารา โดยเฉพาะในพื้นที่ของจังหวัดสตูลซึ่งถือได้ว่าเป็นกลไกหลักในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของทั้งจังหวัด ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณรัฐบาลที่ได้ออกนโยบาย ประกันรายได้ออกมาเพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ต้องยอมรับว่านโยบายนี้สามารถ บรรเทาความเดือดร้อนไปได้แต่ก็แค่บางส่วนเท่านั้น ท่านประธานครับ วันนี้ฝนยังตกไม่ทั่วฟ้า มีกลุ่มพี่น้องชาวสวนยางบางกลุ่มที่ยังไม่สามารถที่จะเข้าถึงความช่วยเหลือในส่วนนี้ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีสวนยางในที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ในจังหวัดสตูลมีพื้นที่ปลูกยาง ทั้งหมด ๔๔๕,๖๙๔ ไร่ โดยที่มีเอกสารสิทธิทั้งหมด ๒๗๑,๖๒๑ ไร่ และไม่มีเอกสารสิทธิ ทั้งที่ลงทะเบียนและยังไม่ได้ลงทะเบียนอยู่ที่ประมาณ ๑๗๔,๐๗๓ ไร่ ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ การยางแห่งประเทศไทยได้มีการเปิดให้กลุ่มพี่น้องประชาชนที่ไม่มีเอกสารสิทธิได้มาแจ้ง ข้อมูลไว้ แต่ก็ยังไม่มีแนวทางการแก้ปัญหาที่ชัดเจนที่จะช่วยพี่น้องกลุ่มนี้ โดยในขณะนี้ ในพื้นที่จังหวัดสตูลเองมีกลุ่มที่ไม่มีเอกสารสิทธิอยู่ประมาณ ๑๑,๐๐๐ ราย ถ้าเทียบเป็น พื้นที่การปลูกก็อยู่ที่ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่การปลูกทั้งหมดเป็นจำนวนเกือบ ครึ่งหนึ่งของชาวสวนยางในจังหวัดสตูลที่ไม่ได้รับการชดเชยรายได้ เพราะฉะนั้นควรจะ แก้ปัญหาราคายางทั้งระบบ หรือถ้าแก้ไม่ได้ก็ควรที่จะให้พี่น้องชาวสวนยางทุกคนได้เข้าถึง สิทธิอย่างเท่าเทียมกันในฐานะผู้แทนของพี่น้องประชาชนผมก็มีความเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง เลยอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือด้วย ขอบพระคุณครับ
ต่อไปนะครับ นางสิรินทร รามสูต ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอรูปภาพรูปที่ ๑
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ทุกคนอาจตระหนักถึงภัยของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กันเป็นอย่างดี ขอภาพที่ ๒ นะคะ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาดิฉันได้รับโทรศัพท์จากพี่น้องประชาชน ที่บริเวณข่วงเมืองน่านว่าช่วยออกมาดูสิว่ามีมหกรรมพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ข่วงเมืองมีรถบัส ๗ คันมาจอดที่บริเวณนั้นและสตาร์ต (Start) เครื่องยนต์นานนับชั่วโมง ดิฉันเองได้ลงไป ขอความกรุณาให้ดับเครื่องยนต์แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ขอภาพต่อไปค่ะ เป็นไลน์ (Line) ของพี่น้องประชาชนได้บอกกับดิฉันว่าช่วยบอกรัฐบาลให้ออกกฎหมายข้อบังคับให้รถที่ไป จอดอยู่ในบริเวณที่สาธารณะดับเครื่องยนต์ แม้แต่กระทั่งที่จอดรถในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนมากจะเป็นรถทะเบียนสวย ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ สตาร์ต (Start) เครื่องยนต์นานนับชั่วโมง นี่เป็นการสร้างมลพิษพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างมหาศาลเช่นกัน เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกกฎหมายข้อบังคับ บังคับใช้ให้รถสาธารณะต่าง ๆ ยิ่งช่วงเข้าฤดูร้อนแล้วสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็จะมีรถบัสขนาดใหญ่ รถของนักท่องเที่ยว สตาร์ต (Start) รถนานนับชั่วโมงเพื่อที่จะคอยรับนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสาร ผู้ประกอบการ เขาก็บอกว่าถ้ามีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับออกมาก็จะเป็นการดีเพราะว่าเขาจะได้ทำ ตามกฎระเบียบ เพราะว่าถ้าผู้ใช้บริการร้องขอเขาก็จะได้อ้างว่ามีข้อบังคับมีกฎหมายไม่ให้ สตาร์ต (Start) เครื่องยนต์ไว้เป็นเวลานาน ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสาธิต อุ๋ยตระกูล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสาธิต อุ๋ยตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่อง
เรื่องแรกถึงกระทรวงมหาดไทยและกรมทรัพยากรน้ำ เรื่องของบประมาณ ปรับปรุงและขยายเขตระบบน้ำประปาหมู่บ้านในเขตอำเภอชะอำ ซึ่งมี ๓ ตำบล ๑๗ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๘ ตำบลสามพระยา หมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๘ ตำบลไร่ใหม่พัฒนา และหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๗ โดยเฉพาะตำบลห้วยทรายเหนือ ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาภัยแล้งและขาดน้ำ อุปโภคบริโภค
เรื่องที่ ๒ ถึงอธิบดีกรมเจ้าท่าและเจ้าท่าจังหวัดเพชรบุรี เรื่องของบประมาณ ขุดลอกปากคลองตั้งแต่อำเภอบ้านแหลม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี อำเภอท่ายาง อำเภอ ชะอำ บ้านบางเก่า บ้านบางเกตุ เพื่อให้เรือเล็กหรือที่เราเรียกว่าประมงชายฝั่งได้เข้า-ออกอย่าง สะดวก ซึ่งปัจจุบันมีสภาพที่ตื้นเขิน
เรื่องที่ ๓ ถึงอธิบดีกรมป่าไม้ ขอให้อนุมัติเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่า อ้างถึง หนังสือจากกรมทางหลวงที่ คค ๐๖๐๙๓/ส๓/๑๕๐๗ ลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๒ ขออนุญาต ก่อสร้างถนนทางหลวง หมายเลข ๓๕๑๐ บ้านยางชุม จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันรอการพิจารณา อนุญาตการใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้อยู่ระยะทางเพียง ๕๐๐ เมตรถนนเส้นนี้ก็จะเสร็จสมบูรณ์ ชาวบ้านเดือดร้อนมาเป็น ๑๐ ปี จึงเรียนท่านอธิบดีกรมป่าไม้ช่วยพิจารณาอนุญาตเข้าใช้พื้นที่ ของกรมป่าไม้ต่อไป ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณคำพอง เทพาคำ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ มี ๓ เรื่องที่จะหารือ ท่านประธานนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องการช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วมในการซ่อมแซม บ้านเรือน ขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ก็ต้องฝากให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ ได้เร่งรัด ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เขตพื้นที่ อบต. คำพระ จังหวัดอำนาจเจริญ กับ อบต. เชียงเพ็ง จังหวัดยโสธร ทับซ้อนกันครับท่านประธาน คือชาวบ้านตำบลคำพระ จังหวัดอำนาจเจริญ มีที่นาอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลเชียงเพ็ง จังหวัดยโสธร ทำให้การชำระภาษีไม่ตรงกับพื้นที่ตำบล อยากให้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการสำรวจกำหนดเขตให้ชัดเจนด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ตู้สล็อต (Slot) ที่ระบาดอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีหลายอำเภอ ช่วงนี้ต้องฝากท่านประธานไปถึงนายอำเภอให้ช่วยกวดขันด้วย เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อน แต่ก็ต้องขอขอบคุณท่านนายอำเภอเดชอุดมที่ตำบลนาเจริญที่ผมได้หารือกับท่านประธานไป ในช่วงก่อนหน้านี้ วันนี้ไม่มีตู้สล็อต (Slot) แล้วนะครับ ก็อยากจะให้หลาย ๆ ตำบลในเขต จังหวัดอุบลราชธานีให้ท่านนายอำเภอได้ลงกวดขันอย่างที่ตำบลนาเจริญ อำเภอเดชอุดมด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณยงยุทธ สุวรรณบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่าน ๑ เรื่อง เรื่องของการสร้างเขื่อนป้องกัน การกัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดสมุทรปราการ ณ ขณะนี้คือแนวเขื่อนปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีน้ำทะเลหนุนและเกิดการท่วมเข้าไปในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งกรมโยธาธิการและ ผังเมืองได้ออกแบบไว้ ๓ ระยะ ระยะที่ ๑ ตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลปากน้ำจนถึง วัดอโศการามประมาณ ๕ กิโลเมตร ๑,๐๐๐ ล้านบาท ระยะที่ ๒ ซึ่งสร้างเสร็จแล้วระยะที่ ๒ จากวัดอโศการามถึงตำหรุประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ระยะที่ ๓ ซึ่งเป็นระยะที่จากตำหรุ-บางปู ไปถึงตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการอีก ๑๒ กิโลเมตร ระยะที่ ๓ เป็นเงินทั้งสิ้นอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วระยะที่ ๑ และระยะที่ ๓ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ณ ขณะนี้ปัญหาของน้ำทะเลที่หนุนขึ้นมาจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังถนนสุขุมวิทและเดือดร้อนไปทั่ว ถ้าท่านประธานส่งเรื่องนี้ให้กับผู้มีอำนาจ ที่เกี่ยวข้องดูแลจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ จำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท เราก็จะได้เขื่อน เต็มรูปแบบซึ่งจะกลายเป็นต้นแบบของเขื่อนป้องกันน้ำท่วมหรือการกัดเซาะชายฝั่งถือว่า เป็นจังหวัดสมุทรปราการโมเดล (Model) จึงขออนุญาตท่านประธานส่งเรื่องที่ผมขออนุญาต ท่านประธานส่งเรื่องนี้ให้กับผู้มีอำนาจได้ดำเนินการ ท่านประธานครับ นี่เขื่อนที่สร้างเสร็จแล้ว ๑๐ กิโลเมตร ตอนนี้เป็นที่วิ่งของประชาชน ออกกำลังกายของประชาชนทั้งหมดในจังหวัดสมุทรปราการ ถ้าทั้งหมดเสร็จตามระบบแล้ว ๑ ๒ ๓ จะได้ ๒๗ กิโลเมตร สามารถเป็นที่วิ่งออกกำลังกาย ของประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการทั้งสิ้น ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องถนนชำรุดเสียหายทั้งในฤดูฝน ฤดูแล้ง ๓.๕ กิโลเมตร ๒. ถนนในหมู่บ้านไม่มีร่องระบายน้ำหน้าฝนเป็นคลองน้ำเน่า ๓. ระบบน้ำประปาในหมู่บ้าน ไม่พอใช้ทุกครัวเรือน ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายวราพร อดุลย์ ถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนบ้านดงบาก หมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านเหล่า อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าการลงพื้นที่เมื่อพี่น้องได้รับความเดือดร้อนที่บ้านดงบาก หมู่ที่ ๖ เป็นจริงตามที่ผู้ร้องเรียนร้องเรียนผ่านดิฉันมา จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยแก้ปัญหาเพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวบ้านดงบาก หมู่ที่ ๖ ได้รับปัจจัยพื้นฐานแห่งรัฐ อย่างรวดเร็ว ก็มีถนนชำรุดเสียหายทั้งในฤดูฝน ฤดูแล้ง ๓.๕ กิโลเมตร แล้วถนนในหมู่บ้าน ไม่มีร่องระบายน้ำ หน้าฝนเป็นคลองระบายน้ำเน่า ๓. ระบบน้ำประปาในหมู่บ้านไม่พอใช้ ทุกครัวเรือนโดยเฉพาะน้ำประปา ท่านประธานที่เคารพคะ เพราะว่าอีสานนั้นแล้ง ๗ เดือน ไม่มีน้ำประปาใช้เลยนี่ก็ทำความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ร้องขอเจ้ากระทรวงห่วงประชาชน บ้านดงบากเพื่อลดความยากลำบาก เพราะทุกคนบากบั่นขยันทำมาหากินไม่อยากให้รัฐ สิ้นความห่วงใย จากคนชายขอบ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ๓ เรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธานคือ
เรื่องแรก ปัญหาน้ำแล้ง สภาวะภัยแล้งที่พี่น้องจังหวัดสุโขทัยได้ร้องเรียนมา คุณสุเทพ อุ่นเหมือน กับนายอำเภอสมพงษ์ ที่ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย แล้งมากท่านประธานครับ เมื่อลงไปดูแล้วตามที่ร้องเรียนมาปรากฏว่าข้าวเลาะตามถนน ที่ไปดูเหลืองหมดแล้ว ทางรัฐบาลว่าจะไปเจาะน้ำปรากฏว่าทางพี่น้องประชาชนเจาะไว้ก่อนแล้ว แต่มันไม่พอต้องฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยไปดูด่วนนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องน้ำอุปโภคบริโภคของตำบลวังประจบ อำเภอเมือง จังหวัดตาก มีปัญหาเพราะน้ำไม่มีจะทำน้ำประปา มีปัญหามาก เพราะอะไร เพราะว่าอ่างมันชำรุดเสียหาย แต่ทางชลประทานไม่ได้ไปซ่อมแซม ทำให้น้ำอีกเดือนหนึ่งถ้าไม่แก้ปัญหา ตำบลวังประจบ มีปัญหาแน่นอน ฝากไปถึงกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เรื่องที่ ๓ อยากกราบเรียนท่านประธานติดตามเรื่องเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ครั้งที่แล้วไม่ว่าจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังไม่ได้รับเงิน ค่าชดเชยน้ำท่วมเลย บางจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดยโสธรแถวตำบลทุ่งมน บ้านโซง ทุ่งมน บ้านย่อ บ้านสว่าง บ้านเหล่าโป้ ยังทั้งหมดท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นช่วยเร่งรัดรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเรื่องนี้ด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณณัฐชา บุญไชยอินทร์สวัสดิ์ ยังไม่พร้อม ขอเชิญคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากมีบ่อนการพนันเกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอสูงเนิน อำเภอเมือง และอีกหลายอำเภอ นอกจากนั้นแล้ว บ่อนนี้ยังได้มีการเชิญชวนพี่น้องประชาชนจากอำเภอต่าง ๆ เข้ามาเล่นการพนันเพิ่มเติม ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และด้านอื่น ๆ ตามมา โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย บ้านเมือง ถึงขนาดที่บ่อนเขาบอกว่าได้ทำสัญญากับตำรวจถึง ๓ ปี ผมไม่เชื่อหรอกครับ ท่านประธาน ทีนี้บ่อนนี้ตั้งอยู่ในที่ชุมชนนะครับ ชาวบ้านเขาบอกมาว่าชื่อบ่อน เสือมังกร ผมอยากกราบเรียนว่าบ่อนนี้อยู่ประมาณโรงงานซีเกท อำเภอสูงเนิน แล้วก็มีอีกหลายที่ ในอำเภอเมือง ผมนำเรียนเรื่องนี้มายังท่านประธานเพื่อบอกไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วย ดำเนินการเรื่องนี้โดยเด็ดขาดต่อไป
อีกเรื่องหนึ่ง ผมได้รับการร้องเรียนจากพ่อแม่ผู้ปกครองว่าวันนี้เด็กนักเรียน และลูกหลานได้ติดการพนันออนไลน์ วันนี้เว็บไซต์ (Web site) การพนันต่าง ๆ ได้เข้ามา เข้ามาสู่ไลน์ก็ดี เฟซบุ๊กก็ดี โดยมีการซื้อโฆษณาแล้วก็เข้ามาเลย ผมนำเรียนเรื่องนี้บอกว่า วันนี้ ๑๐๐ บาทก็เล่นออนไลน์ได้ ผมอยากร้องทุกข์สิ่งเหล่านี้ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ช่วยปราบเว็บไซต์ (Web site) ที่เกี่ยวข้องกับ การพนันออนไลน์ให้โดยเด็ดขาดครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นเรื่องจัดงบประมาณก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟบนถนน ทางหลวงหมายเลข ๔๐๐๙ เป็นเส้นทางจากสามแยกห้วยมะนาวข้ามทางรถไฟเพื่อเข้าไปยัง ตลาดบ้านส้อง ถนนเส้นนี้พ่อแม่พี่น้องใช้สัญจรไปมาไม่น้อยกว่า ๗ อำเภอ ได้แก่ อำเภอชัยบุรี อำเภอเคียนซา อำเภอพระแสง อำเภอเวียงสระ และอำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วก็ยังมีอำเภอพิปูน อำเภอฉวาง ของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ใช้ถนนข้ามทางรถไฟ เส้นดังกล่าวเพื่อที่จะเข้ามาติดต่อกับหน่วยราชการ ไม่ว่าจะเป็นศาลจังหวัดเวียงสระ สำนักงานอัยการจังหวัดเวียงสระ อีกทั้งยังใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางเพื่อนำพืชผล ทางการเกษตรเข้ามายังอำเภอเวียงสระ และที่สำคัญผู้ป่วยในหลาย ๆ อำเภอยังใช้เส้นทางนี้ เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชของเวียงสระ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไกล ไปถึงในอำเภอเมือง แต่เป็นที่น่าเห็นใจกับพ่อแม่พี่น้องที่จะต้องเดินทางไปด้วยความลำบาก ดังนั้นสะพานข้ามทางสายรถไฟดังกล่าวนี้จึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งค่ะ
เรื่องต่อมา ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณในการสร้างเรือนจำ ในพื้นที่อำเภอเวียงสระ หลังจากที่อำเภอเวียงสระได้มีการจัดตั้งแล้วก็เปิดศาลจังหวัดเวียงสระ แล้วก็สำนักงานอัยการจังหวัดเวียงสระมาได้ ๓-๔ ปีแล้ว ในเขตรับผิดชอบทั้งหมด ๕ อำเภอ ที่มีคดีความมากที่สุด ซึ่งมากกว่าศาลของจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่มีความยุ่งยากลำบากในการ ที่จะต้องนำตัวผู้ต้องหาและคดีจากเรือนจำในตัวเมืองของอำเภอมาที่ศาลจังหวัดเวียงสระ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณณัฐชา มาแล้วนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่จากชาวบางขุนเทียน วันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธาน ในเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) วันนี้กรุงเทพมหานครในหลาย ๆ จุดเป็นพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น เกินมาตรฐาน ประชาชนคนใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปกำลังถามหาความรับผิดชอบว่ารัฐบาลนี้ กำลังทำอะไรอยู่ วันนี้ประชาชนต้องตายผ่อนส่งครับท่านประธาน ไม่มีใครมาดูแลเหลียวแล หลังจากเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีการประกาศเป็นวาระแห่งชาติครับ แต่ยังไม่ทราบเลยว่า วาระแห่งชาตินั้นท่านทำอะไรให้ประชาชนได้รับรู้แล้วหรือไม่ วันนี้ประชาชนกำลังถามหา ผมคิดว่า ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในสภาแห่งนี้หลาย ๆ คนได้รับคำถามจากประชาชน นั่นคือความเดือดร้อนของประชาชนที่เขาแค่หายใจในประเทศที่มีรัฐบาลบริหารราชการ แบบนี้ยังลำบากยังเดือดร้อน ไม่ต้องถามหาปัญหาอื่นเลยครับ บริหารมาขนาดน้ำมันยังเค็ม อากาศที่หายใจยังเป็นพิษ เพราะฉะนั้นกระบวนการขั้นตอน วิธีการที่ท่านจะดูแลช่วยเหลือ ประชาชนขอให้ประกาศให้ชัด อย่ากล้า ๆ กลัว ๆ ทีเล่นทีจริง ประกาศโยนหินถามทาง แล้วก็ไม่กล้าทำอะไรเลย วันนี้ผมมาสะท้อนความรู้สึกภายใต้การเป็นผู้แทนราษฎร ผู้แทน ของประชาชนกำลังมาถ่ายทอดความรู้สึกของประชาชนว่าประชาชนกำลังโกรธว่าผู้ดูแล ของเขากำลังทำอะไรอยู่ หากรัฐบาลยังไม่ทำอะไร ผมขอใช้เวลาในการปรึกษาหารือนี้ส่งสาร จากประชาชนถึงรัฐบาลแจ้งความพยายามฆ่าประชาชนทั้งประเทศถึงนายกรัฐมนตรีและพวก ขอฝากท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ถ้อยคำไม่ค่อยเหมาะสม เชิญนางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ประเด็นหารือในวันนี้เป็นเรื่องของสายการบินไทยสายการบินแห่งชาติ ได้รับเรื่องมาจากพนักงานการบินไทยกลุ่มหนึ่ง เป็นเรื่องการขายบัตรโดยสารของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผ่านตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันนี้แทบทุกสายการบินในโลกไม่ว่าจะเป็นสายการบินหลักหรือสายการบินต้นทุนต่ำ การขายบัตรโดยสารจะเน้นที่การขายผ่านอินเทอร์เน็ตในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า ๗๕ เปอร์เซ็นต์ และอีก ๒๕ เปอร์เซ็นต์จะเป็นการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมซื้อ ของผู้โดยสารในปัจจุบันซึ่งส่วนใหญ่จะซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตแทบทั้งนั้น แต่เหตุการณ์เกิดขึ้น กับสายการบินไทยไม่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นจริงเนื่องจากในปัจจุบันการบินไทยมียอด จำหน่ายบัตรโดยสารอยู่ที่ปีละประมาณเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กลับมีการขายบัตร โดยสารผ่านตัวแทนจำหน่ายประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และอีกประมาณเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จะเป็นขายผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งเท่ากับว่าผลประโยชน์ที่ต้องให้กับตัวแทนจำหน่ายบัตร โดยสารซึ่งมีอัตราส่วนอยู่ที่ประมาณไม่ต่ำกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท ต่อปีต้องตกอยู่กับตัวแทนผู้จำหน่ายบัตรโดยสาร ฉะนั้นขั้นตอนปฏิบัติในการจำหน่ายบัตร โดยสารลักษณะนี้ สายการบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติควรมีการทบทวนเพื่อทำการ แก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริงในปัจจุบันเรียนท่านประธานฝากไปยังประธาน คณะกรรมการผู้บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสายการบินแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของคนไทยทั้งประเทศ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณรังสรรค์ มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือ ท่านประธานเนื่องจากขณะนี้ภัยแล้งเกิดขึ้นแล้วในจังหวัดลำพูน ไม่ว่าแม่น้ำลี้ แม่น้ำทา แม่น้ำปิง แม่น้ำกวงเริ่มแห้งขอดแล้ว พี่น้องชาวบ้านเริ่มขาดน้ำในการอุปโภคบริโภค ถึงแม้ วันนี้รัฐบาลจะมีมาตรการเร่งด่วนแก้ไข แต่พี่น้องชาวบ้านก็สงสัยว่ามาตรการที่รัฐบาลออกมา เมื่อวานนี้จะแก้ไขให้เขาได้จริงหรือเปล่าและจะแก้ไขให้เขาได้ยั่งยืนหรือเปล่า ขณะนี้พี่น้อง ผมที่จังหวัดลำพูนต้องพึ่งพาตัวเอง เมื่อวานนี้นายกเทศบาล นายกเพลิน วรพงศ์วัฒนา ก็นำพี่น้องเกษตรกรช่วยกันกั้นแม่น้ำลี้เพื่อที่จะได้มีน้ำที่จะไปปลูกลำไย ปลูกมะม่วง ดังนั้น ความเดือดร้อนของพี่น้องจังหวัดลำพูนก็ขอท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีช่วยเร่งรัด แก้ไขปัญหาเรื่องภัยแล้งอย่างเร่งด่วนนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง ปัญหาเรื่องฝุ่นควันพิษพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในจังหวัดลำพูน เกินค่ามาตรฐานมาหลายวันแล้ว ถึงแม้ว่าวันนี้อากาศจะดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่เป็นโรงเรียนเอกชนเขาก็ซื้อเครื่อง ฟอกอากาศมาให้นักเรียน ฟอกอากาศไปเรียนไปสุขภาพก็ดี แต่โรงเรียนบ้านอกไม่มีใครสนใจ ดูแล ฝากท่านประธานด้วยนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งไฟป่าเริ่มมีมาแล้วนะครับ อาสาสมัครไฟป่าบอกผมว่าทุกปี ก็ไม่เคยได้รับการดูแล ปีนี้แค่เสื้อที่จะใส่ไปดับไฟป่าก็ยังไม่มีการสนับสนุนจากรัฐต้องขอรับ บริจาคอยู่ ดังนั้นฝากท่านประธานถึงนายกรัฐมนตรีช่วยเหลือดูแลเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสุชาติ อุสาหะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดเพชรบุรี มีปัญหาเรื่องการใช้น้ำประปาส่วนภูมิภาคในเขตพื้นที่อำเภอเขาย้อย ผมได้รับการร้องเรียน จาก นางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเขาย้อย สิบเอก บุญยืน ปิ่นทอง กำนันตำบลเขาย้อย สจ.ปรีชา สังคีรี สจ.เอนก อุทยาน นายสมศักดิ์ นิลยาภรณ์ กำนันตำบลสระพัง และ พี่น้องประชาชนอีกเป็นจำนวนมากว่าในพื้นที่อำเภอเขาย้อย มีตำบลทั้งหมด ๑๐ ตำบล ซึ่งมีครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาส่วนภูมิภาค สาขาปากท่อ จำนวน ๗,๓๐๐ ครัวเรือน ปัจจุบัน มีปัญหาน้ำไม่ไหลและน้ำไหลน้อยทำให้ได้รับความเดือดร้อน ครอบคลุมทั้ง ๑๐ ตำบล ซึ่งในช่วงเวลา ๒๒.๐๐-๐๖.๐๐ นาฬิกานั้นเป็นช่วงเวลาที่น้ำไม่ไหลเลยแล้วก็ในช่วงเวลา ๑๑.๐๐-๑๓.๐๐ นาฬิกา น้ำไหลน้อยไม่สามารถอาบน้ำได้ ผลมาจากการประปาส่วนภูมิภาค สาขาปากท่อ ได้ปล่อยน้ำในปริมาณที่น้อยเนื่องจากมีปริมาณน้ำดิบไม่เพียงพอ จึงทำให้น้ำ ในเขตพื้นที่สูงอำเภอเขาย้อยจะได้รับผลกระทบมาก เช่น ตำบลเขาย้อย ตำบลหนองชุมพล แล้วก็ตำบลหนองชุมพลเหนือ โดยการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปากท่อได้ชี้แจงว่าจะได้รับ งบประมาณในปี ๒๕๖๓ จำนวน ๑๖ ล้านบาท ก็ยังไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ซึ่งเป็นแค่ ระบบท่อ เนื่องจากปัญหาหลักของอำเภอเขาย้อยขณะนี้อยู่ที่โรงงานแคล-คอมพ์ ซึ่งเป็น โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีคนงานต่างชาติประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน ก็ทำให้การ ขยายตัวของโรงงานเหล่านี้มากพอ ๆ กับพื้นที่คนที่อาศัยอยู่ในอำเภอเขาย้อยเลยก็จะเกิด เป็นปัญหา จึงฝากกราบเรียนท่านประธานช่วยเร่งรัดไปทางการประปาส่วนภูมิภาค แล้วก็ ทางส่วนของกระทรวงมหาดไทยด้วยให้ช่วยแก้ปัญหานี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จากจังหวัดนครปฐม ดิฉันขอหารือไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องการปฏิบัติ เป็น ๒ มาตรฐานของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำต่อประชาชน ๒ กลุ่ม จากปรากฏการณ์การสกัดกั้น การคุกคามข่มขู่ แล้วก็ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เจ้าหน้าที่รัฐทำต่อประชาชนในกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่ผ่านมา รายละเอียดเหตุการณ์ถูกรวบรวมไว้แล้วโดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ดิฉันจะขอยกตัวอย่างสั้น ๆ เนื่องจากเวลาน้อย อย่างเช่น มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้บริหาร ออกคำสั่งไม่ให้นักศึกษาวิ่งในมหาวิทยาลัยได้ โดยไม่กล้าลงนามในคำสั่ง เป็นคำสั่งลอย ๆ และผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ไปปรากฏตัวอยู่ในม็อบ (Mob) เชียร์ลุงที่จังหวัดบุรีรัมย์นั้น ด้วย ภายหลังกิจกรรมประชาชนถูกออกหมายเรียกกันมากมายด้วยข้อหาจัดการชุมนุม โดยไม่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่ประชาชนเหล่านั้นเป็นเพียงผู้ออกมาร่วมกิจกรรมไม่ได้เป็นผู้จัด แล้วก็ ไม่ได้เป็นแกนนำเพราะว่ากิจกรรมอันนี้ไม่มีแกนนำนะคะ ดิฉันขอเรียนผ่านไปยังท่านนายก รัฐมนตรีว่าการที่ท่านแก้ปัญหาขาลงของรัฐบาลของท่านด้วยวิธีการ ทำให้ประชาชน ๒ กลุ่ม เกิดความขัดแย้งกันด้วยการเลือกปฏิบัติ วิธีที่ถูกต้องที่ดิฉันแนะนำ ท่านควรจะปรับทัศคติ ตัวเอง ให้เลิกเชื่อว่าทุก ๆ การชุมนุมมีผู้อยู่เบื้องหลังและทุก ๆ การชุมนุมมีการจัดตั้ง และเลิกมองประชาชนในประเทศนี้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านด้วย เพราะประเทศไทย ไม่ใช่ค่ายทหาร การปฏิบัติของประชาชนอย่าง ๒ มาตรฐานของเจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นอุปสรรค ในการสร้างความปรองดองให้กับคนในประเทศ และการยืดอายุรัฐบาลขาลงของท่านด้วย การใช้วิธีเลือกปฏิบัติเพื่อส่งเสริมความแตกแยกให้ประชาชนเป็น ๒ กลุ่ม ก็ไม่ใช่วิธีที่สง่างาม และเป็นวิธีการที่น่าละอาย ขอให้ท่านปรับทัศนะของตัวเองเสียใหม่ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวกุลวลี นพอมรบดี
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก สืบเนื่องจากเมื่อประมาณวันที่ ๒๔ ธันวาคมที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ ที่ลิงจากอุทยานเขางูได้เข้ามาทำร้ายเด็กชายวัย ๓ ขวบถึงที่พัก หมู่ที่ ๑ ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งในการนี้ในส่วนของทางสภากาชาดไทย และ พม. จังหวัด และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ ก็เข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน โดยในส่วนของสำนักบริหาร พื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ได้มาทำการจับลิงแล้วก็ทำหมัน และนำไปขังไว้ในกรงที่เขาประทับช้างและเขาสน จังหวัดราชบุรี ซึ่งจากการพูดคุยกับสัตวแพทย์ นางสาวลักษณา ประสิทธิชัย ก็ทราบมาว่าปัญหาตอนนี้ที่เขาสนและเขาประทับช้างค่อนข้าง ที่จะแออัด แล้วงบประมาณในการทำหมันลิงก็ไม่เพียงพอ เพราะว่าอย่างจังหวัดราชบุรีเอง มีลิงอยู่ประมาณ ๘,๐๐๐ ตัว และปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาก็ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการ ทำหมันเพียงแค่ ๓๐๐ ตัว ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของจังหวัดราชบุรี อยากจะให้มีการบูรณาการหลาย ๆ ภาคส่วนมาได้ ร่วมด้วยช่วยกัน
ข้อที่ ๒ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาในส่วนของฝุ่นละอองค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่จังหวัดราชบุรีสูงถึง ๙๓ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งในส่วนของจังหวัดราชบุรี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็รวมในส่วนของภาคเอกชนและหน่วยราชการหาทางในการควบคุม ปริมาณฝุ่นละออง ซึ่งในการนี้เองในส่วนของวัดในเขตอำเภอเมืองดิฉันเองก็เล็งเห็นถึง ความสำคัญโดยเจ้าอาวาสก็มาปรึกษาถึงการที่อยากจะให้ในส่วนของสำนักพุทธศาสนา มาสำรวจดูในวัดว่าวัดไหนอยากจะเปลี่ยนจากเตาเผาศพธรรมดาเป็นเตาเผาแบบไร้มลพิษ เพื่อช่วยลดปัญหาในการป้องกันสร้างฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในอนาคตด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมเรียนหารือท่านประธานว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๙ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ นาฬิกาเศษ ได้มีบุคคลอุกอาจไปชิงทรัพย์ในร้านทอง ทำให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรีได้เสียชีวิต ๓ ท่านด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะเดียวกันนั้นซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. ซึ่งไปที่เกิดเหตุนั้น ปรากฏเวลาได้เนิ่นนานไปถึง ๗ วันแล้วยังไม่รู้ผลเลยครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน อยากฝากท่านประธานหารือไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นสะเทือนขวัญ และกำลังใจของพี่น้องประชาชนทั่ว ๆ ไปไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ในขณะเดียวกันนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนได้บอกชี้แจงตลอดเวลาว่าผู้ร้ายยังอยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี แต่ ๗ วันเต็ม ๆ แล้วจับไม่ได้เสียทีหนึ่งครับ ผมเป็นห่วงว่ากลัวจะจับแพะจับแกะมาบูชายัญ ศักดิ์ศรีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมคิดว่าตำรวจมีวุฒิภาวะ มีองค์ความรู้ มีความชำนาญ มีความสามารถ แม้แต่จับคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ จับได้หมด แต่เหตุดังกล่าวนั้นขวัญกำลังใจก็ดี ของพี่น้องประชาชนสะเทือนขวัญ เป็นห่วงว่ากลัวเหตุการณ์จะเกิดซ้ำซากอีก เพราะฉะนั้น ผมขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการจัดการเรื่องดังกล่าว และประกาศให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นเขาจะหาว่าทางสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติหมดความสามารถ อันนี้ก็กราบเรียนด้วยความเคารพ
ท่านอุบลศักดิ์ครับ ท่านเป็นคนเดียวที่เกินเวลาครับ
ขอบพระคุณมากครับ ผมขอจี้ไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการจับผู้ร้ายให้ได้ภายในเร็ว ๆ นี้ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากนายวิมุข วิเชียรเครือ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ขอให้ก่อสร้างถนน คสล. และขยายเขตไฟฟ้า เพื่อการเกษตรในเขตจังหวัดอุดรธานี เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนตามเอกสาร ที่แนบก็คือมีถนน ๒ สาย แล้วก็เขตไฟฟ้า ๓ หมู่บ้าน เรื่องแรกขอให้กระทรวงมหาดไทย และการไฟฟ้าดำเนินการนะครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิก อปพร. ซึ่งไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการ รักษาพยาบาลและเสียชีวิตเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่เพราะปัจจุบันไม่มีสิทธิด้านนี้เลย ผมจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนเรื่องการจัดตั้งหมู่บ้านของประชาชน หมู่ที่ ๒ ตำบลวังสำโรง อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ซึ่งได้ทำการร้องขอจัดตั้งหมู่บ้านขยายจาก หมู่ที่ ๒ เป็นหมู่ที่ ๘ ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายตามที่กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดเป็นระยะเวลานานขอให้ช่วยติดตามโดยกระทรวงมหาดไทย ช่วยดูแลด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณทศพร ทองศิริ ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายทศพร ทองศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตราษฎร์บูรณะ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ วันนี้มีประเด็นที่จะขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องการจราจรในเขตทุ่งครุ ปัจจุบันสภาพการจราจร ถนนเส้นประชาอุทิศในเขตทุ่งครุนั้นมีจำนวนรถที่สัญจรเข้าออกค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจาก เป็นแหล่งที่มีพี่น้องประชาชนย้ายจากชุมชนเมืองเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก หากแต่ ถนนเส้นประชาอุทิศดังกล่าวมีขนาดของเลนถนนเพียงฝั่งละ ๒ เลน จึงทำให้ไม่สามารถที่จะ ระบายรถในช่วงเช้าและช่วงเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเหล่านี้ ก็คือเด็กนักเรียนที่จะต้องเดินทางไปโรงเรียนในช่วงเช้า และพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ปกครอง ที่จะต้องไปส่งบุตรหลานและไปทำงานในตัวเมือง โดยกิจวัตรในตอนเช้าของพี่น้องประชาชน กลุ่มนี้คือการตื่นนอนตั้งแต่ตีสี่ เพื่อชดเชยเวลาในการเดินทางอีกประมาณ ๒ ชั่วโมงในการ เข้าสู่ตัวเมือง หากเรามองปัญหาดังกล่าวที่แท้จริงเป็นเพราะเราไม่สามารถที่จะขยายช่องถนน เพิ่มเติมได้เนื่องจากติดแนวของเสาไฟฟ้าและขาดงบประมาณที่จะตัดช่องทางเพิ่มเติม ยิ่งไปกว่านั้นการเวนคืนก็ไม่ใช่ทางออกที่ควรจะเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ทุ่งครุเพราะจะกระทบถึง ประชาชนที่อยู่อาศัยเป็นวงกว้าง ปัญหาดังกล่าวนี้จึงกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่สั่งสมและยาก ที่จะแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น กระผมขอเสนอให้มีการทำถนนเลียบขนานกับเส้นทางด่วน ของทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ ทั้ง ๒ ข้างฝั่งละเลน ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เพื่อตัดผ่ากลางระหว่างถนนเทียนทะเลในเขตบางขุนเทียนและถนนสุขสวัสดิ์ เขตพระประแดง ซึ่งจะทำให้รถขาขึ้นที่ขับมาจากวัดทุ่งครุทั้งหมดสามารถตัดเลี้ยวขวาหรือเลี้ยวซ้ายได้ในทันที โดยไม่ต้องวิ่งผ่านไปยังแยกนาหลวงที่มีการจราจรติดขัดเป็นอย่างมากในช่วงเช้า ผมขอความ อนุเคราะห์ผ่านท่านประธานฝากไปยังกรมทางหลวงชนบทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วย พิจารณาถนนเส้นนี้ในการสร้างเพื่อประชาชนไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณศิริพงษ์ รัสมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับมีเรื่องที่จะหารือในวันนี้
เรื่องที่ ๑ เขตพื้นที่เขตหนองจอกซึ่งขึ้นอยู่กับกรุงเทพมหานครมีพื้นที่ที่กว้าง ถึง ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร ๑ ใน ๒๓๖ ตารางกิโลเมตรก็คือตลาดหนองจอกซึ่งเป็นตลาด ที่ก่อตั้งมา ๑๐๐ กว่าปีแล้วในขณะนี้ เนื่องจากมีสายไฟที่ไม่ได้ใช้ก็คือสายเก่า ๆ สายไฟฟ้า สายโทรศัพท์หรือว่าสายต่าง ๆ มีความรกรุงรังมาก เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รื้อสายที่ทิ้งแล้วรื้อออกเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของพี่น้อง ในตลาดหนองจอกด้วย
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานโรงพยาบาลหนองจอกหรือโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ในเขตพื้นที่หนองจอกมีขนาด ๒๐๐ เตียง มีหมออยู่ ๔๒ คน หมอ ๔๒ คนแต่ไปเรียนต่อ ๑๔ คน จะเหลืออยู่แค่ ๒๘ คน เพราะฉะนั้นเมื่อเหลือ ๒๘ คนแล้วไปเรียน ๑๔ คน การรักษาตัวของพี่น้องชาวเขตหนองจอกไปรอตั้งแต่ตีห้า บางครั้งบ่าย ๓ โมง ๔ โมงเย็น ยังไม่ได้รักษา เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานไปยังกรุงเทพมหานครแล้วก็สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานครหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ
ในเรื่องที่ ๓ ท่านประธาน การก่อสร้างถนนสุวินทวงศ์ในพื้นที่เขตหนองจอก แยกจราจรทหารอากาศอุทิศ ถนนสุวินทวงศ์ได้มีการก่อสร้างแล้วก็รื้อเสาไฟจราจรทิ้ง ในขณะนี้ทำการก่อสร้างยังไม่เสร็จซึ่งสถานีตำรวจนครบาลสุวินทวงศ์อยู่ในเขตหนองจอก ได้ทำหนังสือร้องไปตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ฝากท่านประธานด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณบุญฐิณ ประทุมลี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องที่จะกราบเรียนผ่านท่านประธานถึงอธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องชาวอำเภอหนองสูงเกี่ยวกับการปรับปรุงทางหลวงในชุมชน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เนื่องจากทางหลวงหมายเลข ๑๒ หลักกิโลเมตรที่ ๗๔๒-๗๔๕ บริเวณที่ว่าการอำเภอหนองสูงมีเส้นทางจราจร ๒ เส้นทาง คับแคบเกิดอุบัติเหตุบ่อยเนื่องจากเป็นชุมชนหนาแน่น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยอยากจะให้ กรมทางหลวงได้ออกแบบสำรวจขยายช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจรเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ในการจราจรต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอกราบเรียนท่านประธานถึงอธิบดีกรมทางหลวง ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ครับ
ท่านประธานครับ กระผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ กระผมมีข้อหารือผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คือปรึกษาหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งในช่วงที่ผ่านมา ข้อหารือก็คือจากการลงพื้นที่ ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยง ระบบนิเวศ อุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ซึ่งเป็นปัญหามาก่อนกาลเวลา ซึ่งกว่าน้ำจะมาก็ประมาณอีก ๖ เดือน ณ ปัจจุบันน้ำในเขื่อนมีดังนี้ คือเขื่อนภาคเหนือเหลือ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนภาคกลางเหลือ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหลือ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ภาคตะวันออกเหลือ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ภาคตะวันตก ๘๑ เปอร์เซ็นต์ ภาคใต้ ๖๗ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะเขื่อนภาคกลางวิกฤติมากเหลือ ๒๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนวิกฤติ ปานกลางเหลือที่ประมาณภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การรักษาเขื่อน สภาพเขื่อนต้องใช้น้ำถึง ๑๗,๒๔๓ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ ณ ปัจจุบันมีน้ำอยู่ ๔๓,๒๘๔ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ๖๑ เปอร์เซ็นต์ น้ำคงเหลือใช้ได้ ๒๖,๐๔๓ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งอีก ๖ เดือนฝนจะขาดช่วง ฉะนั้นการกักปริมาณน้ำในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๓ นี้ต้องใช้น้ำรักษาระบบนิเวศ ๖,๔๕๓ ล้านลูกบาศก์เมตร อุปโภคบริโภค ๑,๙๕๓ ล้านลูกบาศก์เมตร อุตสาหกรรม ๔๔๘ ล้านลูกบาศก์เมตร และเกษตรกรรม ๖,๔๓๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องสำรองใช้ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๓ อีก ๑๐,๘๔๑ ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่เกษตรกรรมไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าว ยาง มัน ปาล์ม ต้องใช้พื้นที่อยู่ประมาณ ๑๓๘ ล้านไร่ น้ำที่ใช้ได้จริง ๆ ประมาณ ๑๐ กว่าล้านไร่ ขอเสนอ แนวทางการแก้ไขปัญหาดังนี้
๑. ถ้าอากาศมีความชื้นเพียงพอให้ทำฝนหลวงโดยด่วน
๒. เร่งทำธนาคารน้ำใต้ดินผันน้ำใต้ดินกลับมาใช้เพื่ออุปโภคบริโภคและ เกษตรกรรม
๓. ใช้เทคโนโลยีการทำน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืดคือวิธี ดีซาลิเนชัน (Desalination) หรือใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนน้ำในอากาศมาเป็นน้ำดื่ม
๔. การแก้ไขปัญหาระยะยาวคือการสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลกับน้ำจืดพร้อม สร้างเขื่อนผันน้ำกลับเข้าสู่ระบบชลประทานตอนต้น เพื่อไม่ให้น้ำจืดไหลลงสู่ทะเลในช่วง น้ำแล้งครับ ขอบคุณครับ
คุณมงคลกิตติ์เกินเวลาครับ ส่งเอกสารที่อ่านมาให้ผม ผมจะส่งต่อให้นะครับ ต่อไปคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเราได้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ในวงเงินไม่เกิน ๓.๒ ล้านล้านบาท วันนี้มีกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่ผมที่เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ได้ทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย ในภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ ผมอยากเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พิจารณาดูแลขึ้นให้ปีละ ๑๐๐-๒๐๐ มันน้อยเกินไป วันนี้เป็นของขวัญปีใหม่ แล้วก็หน่วยงานนี้ทำงานรับใช้ประเทศชาติ อย่างเหน็ดเหนื่อย วันปีใหม่ ๗ วันก็เหนื่อย วันสงกรานต์ ๗-๘ วันก็เหนื่อย นอกนั้นทำงาน ตามภารกิจ ๒๐ กระทรวงหลัก แถมยังมีหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรมอื่น หน่วยงานพิเศษ สั่งการไปอีก หัวหน้าส่วนราชการ ภัยแล้ง น้ำท่วม ทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย อดทนมาก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรัฐมนตรีอนุพงศ์ เผ่าจินดา ท่านอุตตม ด้วย พิจารณาขึ้นให้อย่างน้อยคนละ ๕,๐๐๐ บาท เพราะพวกนี้ไม่เกี่ยวกับเงินเดือน เป็นเงินค่าตอบแทน พอเกษียณแล้วไม่ได้เอามา พิจารณาทบทวนทำให้ทางราชการไม่ได้เสียหายอะไรมาก แล้วอีกอย่างหนึ่งเป็นการกระตุ้น เศรษฐกิจด้วย เพราะถ้าหากว่ากลุ่มนี้มีขวัญและกำลังใจดีขึ้นค่าใช้จ่ายในพื้นที่ก็ดีขึ้น การทำงาน ก็เข้มแข็งขึ้น น่าเห็นใจจริง ๆ ผมได้เดินไปตรวจเวรยามไปร่วมในการปฏิบัติหน้าที่เมื่อปีใหม่ ได้รับการร้องขอมาหลายต่อหลายที่ ก็เลยตั้งใจจะมาบอกกล่าวให้กับท่านประธานช่วยเน้น ให้หน่อย เพราะว่านานแล้วที่กลุ่มเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลก็ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่อันชิ้นงาม จากรัฐบาลนี้มอบให้กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณภราดร ปริศนานันทกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรกได้รับการร้องเรียนจากกำนัน ตำบลไผ่วง ท่านกำนันชัยยงค์ พร้อมทั้ง ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล พี่น้องประชาชนในเขตตำบลห้วยคันแหลน ตำบลไผ่วง และตำบลสาวร้องไห้ เรื่องคลอง ๖ ขวา ๑ ขวาของโครงการชันสูตร คลองเส้นนี้ยาวประมาณ ๑๖ กิโลเมตร แต่ว่าระดับน้ำในระดับพื้นคลองของคลองเส้นนี้ช่วงท้ายคลอง คลองมีระดับสูง ทำให้น้ำไม่สามารถที่จะส่งไปถึงช่วงท้ายคลองได้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ทำให้มีปัญหาพี่น้องประชาชนที่อยู่ ท้ายคลองมีปัญหามากไม่สามารถที่จะได้รับน้ำในการทำการเกษตร จึงอยากจะให้ประธาน ส่งผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว เช่นเดียวกัน คลอง ๖ ขวา ๑ ขวาเส้นนี้เองช่วงท้ายคลองมันไม่ไปชนกับคลองระบายสุพรรณ ๓ หากว่าคลองเส้นนี้ ไปชนกับคลองระบายสุพรรณ ๓ ในช่วงหน้าแล้งเช่นทุกวันนี้เราสามารถที่จะสูบน้ำจาก คลองสุพรรณ ๓ เข้ามาให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ท้ายคลองได้
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเรื่องที่ ๒ เรื่องคลองระบายสุพรรณ ๓ พี่น้องประชาชน ได้ร้องเรียนผ่านมาที่ผมเยอะมาก บริเวณคันคลองของคลองระบายสุพรรณ ๓ เนื่องจากว่า ขณะนี้น้ำในคลองระบายแห้งมากตามภาพทำให้คันคลองตามภาพริมตลิ่งเกิดการทรุดตัวลง พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนคันคลองยาวประมาณ ๒ กิโลเมตร ก็ฝากท่านประธาน ส่งผ่านถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมชลประทานให้ช่วยดูแลต่อไป ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
เรื่องแรกเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาววัดทิพพาวาส ที่ใช้ถนนหนทาง บนถนนฉลองกรุง บริเวณซอย ๕๓ ที่ผ่านมานั้นไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไฟจราจร สัญญาณไฟ อัจฉริยะไม่สามารถใช้งานได้ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ดิฉันจึงขอประสาน ให้สำนักการจราจร กรุงเทพมหานครเร่งสำรวจความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนเพื่อให้ไฟสัญญาณต่าง ๆ ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธาน บริเวณหมู่บ้านราชพฤกษ์ สุวรรณภูมิ ฉลองกรุง ๖๑ พี่น้องในหมู่บ้านประสบปัญหาเรื่องของการข้ามถนนและโดนรถชนบ่อยครั้งมาก เมื่อวันเด็ก ที่ผ่านมาดิฉันได้เข้าไปเยี่ยมเยียนพี่น้องในหมู่บ้านก็ได้แจ้งประสานมาว่าขอของขวัญเป็นของขวัญ วันเด็กที่จะรักษาชีวิตของเขาต่อไป เป็นสะพานลอยหน้าหมู่บ้านหรือบริเวณใกล้เคียงได้ไหมคะ เพราะที่ผ่านมาน้อง ๆ ที่เดินทางไปโรงเรียนนั้นประสบปัญหาหลายครั้งเลยทีเดียว ถ้าหากว่า พี่น้องต้องใช้ชีวิตด้วยความเสี่ยงชีวิตของเขาก็คงไม่มีความสุข ดิฉันเองก็ต้องขออนุญาต ประสานท่านประธานถึงสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้โปรดสำรวจถึงความเหมาะสม เพื่อที่จะก่อสร้างสะพานลอยให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๓ เช่นเดียวกันที่สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ขอให้สำรวจทางเท้า เลียบคลองสองต้นนุ่นบริเวณชุมชนร่มเกล้า ๑ หลายจุดมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเสียหาย เป็นอย่างมาก บางจุดหักพังใช้การไม่ได้แล้วค่ะ ถนนตรงนี้เด็กนักเรียนใช้ในการเดินทางไป โรงเรียน แล้วปัจจุบันน้ำในคลองที่แห้งขอดใช้เรือก็ไม่ได้ ฉะนั้นแล้วขอให้กรุงเทพมหานคร ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำงานอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ดอกเตอร์สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียว ในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คือเรื่องการให้บริการน้ำประปาอำเภอสัตหีบ ซึ่งมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบของผมเป็นอย่างมาก
ประเด็นแรก เรื่องคุณภาพน้ำครับ ซึ่งการให้บริการน้ำแก่พี่น้องประชาชน ในอำเภอสัตหีบของผมนั้นคือ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท อีสต์วอเตอร์ กรุ๊ป ปัจจุบันคุณภาพน้ำและอัตราการไหลของปริมาณน้ำ ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร น้ำมีสีขุ่นบ้าง น้ำค่อนข้างดำบ้าง ไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง แม้กระทั่ง ไหลเป็นหยดน้ำบ้าง ถ้าสระผมอยู่ดี ๆ แล้วน้ำหยุดไหลนี่ตื่นเต้นเลยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เขตอำเภอสัตหีบของผมนั้นเป็นเขตอยู่ในการพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก หรือที่เราเรียกว่าอีอีซี (EEC) ท่านประธานครับ เกือบ ๒,๐๐๐ ครัวเรือน ยังไม่มีน้ำประปาใช้ครับ เพราะฉะนั้นขอให้บริษัท อีสต์วอเตอร์ กรุ๊ป เพิ่มงบประมาณ ในการขยายเขตประปาในอำเภอสัตหีบเป็นการด่วนครับ
ส่วนประเด็นสุดท้ายเป็นประเด็นที่ผมห่วงตามมาเช่นกัน ซึ่งในเขตประปา ของอำเภอสัตหีบนั้นเราไม่มีแหล่งน้ำเป็นต้นทุนของตัวเอง ซึ่งในปีนี้เรามีโอกาสที่จะเกิดภัยแล้ง แล้วโอกาสนี้ทำให้การผลิตน้ำประปาของเราลดลงเกรงว่าปัญหานี้จะเป็นปัญหาที่ซ้ำเติม ให้กับพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบของผมทั้ง ๒๒,๑๖๔ ครัวเรือน ท่านประธานครับ ปัญหาน้ำประปานั้นเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบ ของผมเป็นอย่างมาก ดังนั้นผมใคร่ขอท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังการประปา ส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ประสานไปยังบริษัท อีสต์วอเตอร์ กรุ๊ป เพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบเป็นการด่วนครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณบัลลังก์ อรรถนพพร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบัลลังก์ อรรถนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วย อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอพระยืน วันนี้หารือท่านประธาน ก็คือเรื่องปัญหาภัยแล้งของจังหวัดขอนแก่น แล้งซ้ำซาก และแล้งซ้ำเติมพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเขตอำเภอบ้านไผ่ ซึ่งเกิดเหตุพายุโพดุลได้พัดดินทรายไปถมห้วยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ฝากถึงกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ของบประมาณสนับสนุนขุดลำห้วย ๓ สาย ในตำบลหนองน้ำใส อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ความยาว ๒๙ กิโลเมตร ซึ่งแบ่งเป็น ๓ ระยะ ดังนี้ ๑. ห้วยกุดแคน ๖ กิโลเมตร ๒. ห้วยวังขอนแดง ๑๔ กิโลเมตร ๓. ห้วยโสกชาติ ระยะทาง ๙ กิโลเมตร และอีกตำบลหนึ่งขุดลอกลำห้วยบ้านสว่าง ตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๒ กิโลเมตร ซึ่งตอนนี้ห้วยได้ตื้นเขินแล้วก็ไม่มีน้ำ แห้งไปหมดแล้ว จึงขอฝากท่านประธานถึงกรมชลประทานให้เร่งดำเนินการ
เรื่องที่ ๒ ปัญหาเรื่องน้ำประปาอุปโภคบริโภคภายในหมู่บ้าน ซึ่งบาดาลเจาะ ไม่ออกก็คือ ๑. บ้านหนองกุง หมู่ที่ ๑๐ ตำบลบ้านไผ่ ๒. บ้านหนองฮี หมู่ที่ ๓ ตำบลหินตั้ง ๓. บ้านภูเหล็ก หมู่ที่ ๙ ตำบลภูเหล็ก ๔. บ้านแก่นคำ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลหินตั้งของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ขอฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ ดำเนินการอย่างเร่งด่วนด้วย เพราะว่าประชาชนเดือดร้อนเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคในหมู่บ้าน กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณเทพไท เสนพงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยคุณเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ร้องทุกข์กรณีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้จัดซื้อลูกถ้วยไฟฟ้าชนิดคอมโพซิต (Composite) สำหรับก่อสร้างสายส่ง ๑๑๕ เควี (KV) ซึ่งลูกถ้วยชนิดนี้นำเข้าจากประเทศจีนไม่ได้ผลิตในประเทศไทย ประเทศไทยผลิตชนิด คอมโพซิต (Composite) ซึ่งกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ สภาอุตสาหกรรม จึงเดือดร้อนเพราะว่าจะกระทบต่อผู้ผลิตลูกถ้วยไฟฟ้าชนิดพอร์ซเลน (Porcelain) จำนวน ๗ ราย ซึ่งมีการลงทุนถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีการจ้างงานในประเทศถึง ๓,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นแน่นอนที่สุดถ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาควางสเปก (Spec) แบบนี้แล้วก็นำเข้าจาก ประเทศจีนกระทบต่อสินค้าการลงทุนและอุตสาหกรรมภายในประเทศอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นสภาอุตสาหกรรมจึงได้นำเรียนเรื่องนี้มาบอกว่าอยากจะร้องเรียนไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้รับผิดชอบกำกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่า การทำดังกล่าวผิดต่อมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ หรือไม่ หรือขัดต่อ ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่ หรือขัดต่อระเบียบกรมบัญชีกลาง หรือไม่ อยากให้ มท. ๑ ได้ไปตรวจสอบว่าการนำเข้าลูกถ้วยจีนมีผู้บริหารของการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคบางคนตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อนำเข้า เพื่อหาประโยชน์จากเรื่องนี้หรือไม่ก็เลยฝาก ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ จบวาระ ปรึกษาหารือ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ทุกท่านรักษาเวลา มีเพียง ๒ ท่าน ที่เกินเวลาแต่ก็ไม่เป็นไรครับ ยินดีรับเอกสาร ที่จริงแล้วองค์ประชุมของกระทู้ถามต่อไป ก็ไม่จำเป็นต้องเกินครึ่งก็ได้ แต่โดยที่ที่ประชุมมาครบองค์ประชุมแล้วนะครับ มีผู้มาลงชื่อ ๓๓๘ ท่าน ผมขออนุญาตเปิดประชุมนะครับ ขออนุญาตไปตามระเบียบวาระครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา
กระทู้ถามแยกเฉพาะก็ปฏิบัติภารกิจต่อไปได้เลยนะครับ ในห้องนี้ก็จะได้ ดำเนินการไปตามระเบียบวาระ ส่วนกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นเมื่อเสร็จการประชุมที่เรา ถ่ายทอดที่นี่แล้วเราก็จะถ่ายทอดกระทู้ถามแยกเฉพาะหลังจากนั้น สำหรับกระทู้ถามสด ด้วยวาจา มีกระทู้ที่ ๑ กระทู้ที่ ๒ กระทู้ที่ ๓ มีรัฐมนตรีมาตอบทุกกระทู้ครับ แต่ขอเรียน เจ้าของกระทู้ว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจานั้นตามข้อบังคับก็ให้ถามได้เรื่องละไม่เกิน ๓ ครั้ง ต้องถามตอบคือทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ต้องคุมเวลาให้อยู่ในไม่เกิน ๓๐ นาที ซึ่งก็นับว่ามาก วันนี้ก็ขอเรียนย้ำทั้ง ๒ ฝ่าย และขอเรียนอีกครั้งหนึ่งคือการซักกระทู้ถามนั้นข้อบังคับจะ กำหนดว่าการตั้งกระทู้ถามไม่ว่ากระทู้ถามสดหรือกระทู้ถามทั่วไปต้องชัดเจนไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ขอเรียนย้ำตรงนี้เพราะว่าอันนี้ส่วนหนึ่ง ของเรายังแยกไม่ออกนะครับ บางครั้งกระทู้เขาใช้เวลาไปเพราะว่าเป็นการอภิปรายมากกว่า การถามไปครับ ผมขอเชิญเจ้าของกระทู้ที่ ๑ นะครับ ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมครับ ขอเตรียมตอบด้วยครับ ขอเชิญครับ
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๐ ส. (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ท่าน พลเอก ชัยชาญ วันนี้พบกันอีกแล้วครับ วันที่ ๑๘ ธันวาคมที่ผ่านมาปีที่แล้วผมได้มีโอกาสได้ตั้งกระทู้ถามท่าน แล้ววันนั้นทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็รับปากกับผมว่า ถ้ามีเหตุการณ์ที่พลทหารได้ถูกทารุณกรรมหรือมีเหตุเคลือบแคลงสงสัยท่านก็ยินดีที่จะ ตรวจสอบให้ และพร้อมที่จะดำเนินคดีอาญาและวินัยถ้าพบว่ามีเหตุการณ์ที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น เหตุการณ์ที่ผมจะนำเรียนเพื่อตั้งกระทู้ถามถึงท่านรัฐมนตรีเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้เองเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๓ พลทหารชัยชนะ ทาศรี ทหารใหม่ผลัด ๒/๒๕๖๒ ที่กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๒๙ ค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี เสียชีวิตครับเพียงแค่ ๒ เดือนเท่านั้น ที่เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ เสียชีวิตวันที่ ๑๑ วันที่ ๑๒ มีโพสต์ (Post) เฟซบุ๊ก ของเพื่อนของผู้ตายว่าถูกซ้อม วันที่ ๑๓ ถัดมาคุณแม่ของผู้ตายยืนยันว่าผู้ตายไม่เคยป่วย ด้วยโรคอะไรมาก่อน เพียงแต่ว่ามีปัญหาทางด้านสัมปชัญญะ และมีปัญหาด้านการพูด คุณป้าของผู้ตายก็ติดใจอยากให้ชันสูตรซ้ำแต่ครอบครัวยากจน ทีนี้ปัญหาอยู่ที่ตรงนี้ครับ ปัญหาทางคุณป้าของผู้ตายบอกว่าไม่สามารถไปรับศพได้เพราะต้องแถลงแก้ข่าวก่อนถึงจะ เอาศพกลับบ้านได้ คือเรื่องนี้ทางผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๒๙ ก็ชี้แจง ในเบื้องต้นว่าพลทหารชัยชนะ ทาศรี จากการตรวจสุขภาพพบว่าร่างกายไม่แข็งแรงอยู่ก่อนแล้ว ประเด็นนี้สำคัญครับท่านรัฐมนตรี เพราะว่างบประมาณในการตรวจคัดเลือกเกณฑ์ทหาร ในปี ๒๕๖๒ มีถึง ๑๔๐ ล้านบาท ปกติถ้ามีการตรวจคัดเลือกแล้วและพบว่าพลทหารชัยชนะ มีปัญหาด้านสุขภาพและเป็นอุปสรรคกับการฝึกท่านรับเข้ามาได้อย่างไร จริง ๆ เคส (Case) นี้ วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ ทาง พลเอก ประวิตร ขออนุญาตที่เอ่ยนามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ณ ขณะนั้นก็เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีดารานักร้องที่มักจะป่วยเป็น โรคหอบหืด ทั้งที่เวลาเล่นหนัง เล่นภาพยนตร์ หรือแสดงคอนเสิร์ตก็เต้นได้ตลอดทั้งงาน บอกว่าถ้าเป็นโรคหรือมีอุปสรรคในการฝึกก็จะไม่ได้รับการตรวจคัดเลือกเข้ามาเป็นทหาร กองประจำการอยู่แล้ว แต่กรณีนี้ชัดเจนครับว่า พลทหารชัยชนะ ทาศรี มีปัญหาสุขภาพ อยู่ก่อนแล้วแต่ก็ยังรับเข้ามา และทางผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๓ ก็ระบุอีกนะครับว่า พอฝึกได้แค่ ๑ สัปดาห์ก็พบความผิดปกติจึงให้หยุดฝึกอีก ๑ สัปดาห์ แล้วฝึกต่ออีกนะครับ คำถามที่ ๑ เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการตรวจคัดเลือกพบว่ามีปัญหาสุขภาพมีอุปสรรค ต่อการฝึกรับเข้ามาได้อย่างไรครับ เงิน ๑๔๐ ล้านบาทในการตรวจคัดเลือกเกณฑ์ทหาร ท่านมีกระบวนการที่รอบคอบเพียงพอหรือไม่ และเมื่อพบว่ามีอุปสรรคต่อการฝึกทำไมถึง ไม่จำหน่ายออก ถึงดึงดันจะฝึกให้ได้และฝึกอะไรกับ พลทหารชัยชนะ ทาศรี คำถามที่ ๑
เชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ครับ ขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้กรุณาสอบถามกรณีที่ พลทหารชัยชนะ ทาศรี ได้เสียชีวิต ซึ่งเป็นทหารเข้ามารับการฝึก ได้ประมาณ ๒ เดือน แล้วก็ในนามของกระทรวงกลาโหมก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับ ครอบครัวของ พลทหารชัยชนะ ทาศรี ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ก่อนที่จะเรียนตอบคำถาม ของท่านสมาชิก ผมขออนุญาตเรียนอีกครั้งหนึ่งครับว่ากระผมได้มาชี้แจงเรื่องของทหาร กองประจำการที่สภาแห่งนี้หลายครั้ง ก็ได้เรียนว่าในส่วนของกองทัพนั้น กระทรวงกลาโหม ได้ให้ความความสำคัญอย่างยิ่งกับทหารกองประจำการที่ได้เข้ามาประจำการ เข้ารับราชการ ในห้วงเวลา ๒ ปี ในการดำเนินการนั้นเราให้ความสำคัญ กองทัพให้ความสำคัญให้การดูแลเรื่องของสวัสดิการ เรื่องของอาชีพ เรื่องของความรู้ สภาแห่งนี้ก็ได้ให้ข้อเสนอแนะในเรื่องของการพัฒนาความรู้ ให้กับทหารกองประจำการ ซึ่งกระทรวงกลาโหมก็ได้รับข้อเสนอนั้นและอยู่ในระหว่าง การดำเนินการ ทหารใหม่เข้ามาก่อนที่จะเป็นทหารนั้นก็มาฝึกทหารใหม่ ๑๐ สัปดาห์ ทหารใหม่ เข้ามานั้นในวันแรกก็จะมีการเปิดค่ายฝึกทหารใหม่ เราก็เชิญญาติ เชิญคุณพ่อคุณแม่และ พี่น้องเข้ามาในวันแรกเพื่อที่จะได้มาดูสภาพความเป็นอยู่ ดูว่าลูกหลานเขาได้มารับราชการแล้ว เขามีสภาพความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง สถานที่ฝึก อาศัยอย่างไร กระบวนการเป็นอย่างไร เขามีสิทธิอะไร อย่างไรบ้าง แล้วก็เปิดโอกาสให้ทางคุณพ่อคุณแม่อนุญาตให้เข้ามาเยี่ยม ทุกสัปดาห์ นอกจากนั้นก็ยังมีโครงการเยี่ยมบ้านน้อง เข้ามาฝึกสัปดาห์ที่ ๒ ก็จะมีทางครูฝึก ทางผู้บังคับหน่วยฝึกนั้นก็จะไปเยี่ยมทหารกองประจำการไปดูแลครอบครัว มีสิ่งใดที่จะ ช่วยเหลือได้อย่างไร สรุปว่าที่ผมได้กล่าวทั้งหมดนั้นเรียนว่าทางกองทัพ กระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญดูแลทหารกองประจำการที่เข้ามารับราชการอย่างดีในทุก ๆ เรื่อง พัฒนา ความรู้ความสามารถ ความเป็นอยู่ ทั้งในเรื่องของการศึกษาและพัฒนาให้มีอาชีพเมื่อจบ จากรับราชการไปแล้ว
ในประเด็นคำถามของท่านสมาชิกที่ได้กรุณาถามว่ากระบวนการคัดเลือก เข้ามาเป็นอย่างไร ผมขออนุญาตเรียนว่าในเรื่องของกระบวนการคัดเลือกนั้นการตรวจเลือก เข้ามาก็จะมีนายทหารเป็นหัวหน้าในการตรวจเลือก มีแพทย์ซึ่งแพทย์นั้นก็จะจัดจาก ทั้งแพทย์พลเรือนและแพทย์ทหารเข้ามาตรวจ ในการดำเนินการตรวจเลือกนั้นก็จะดูว่า สภาพร่างกายเป็นอย่างไร การตรวจเลือกก็เป็นการคัดกรองในขั้นต้นก็จะดูว่าลักษณะท่าทาง มีการตรวจสุขภาพขั้นต้น สอบถามผู้ที่เขามารับการตรวจเลือกว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ อย่างไร สำคัญที่สุดก็คือว่าได้มีการประชาสัมพันธ์ว่าถ้าบุคคลใดนั้นร่างกายไม่สมบูรณ์ หรือว่ามีโรคที่ไม่สามารถรับราชการได้ หรือมีโรคประจำตัวก็ให้แจ้งต่อนายแพทย์ หรือว่า ถ้ามีใบสำคัญทางการแพทย์ได้ก็จะทำให้แพทย์ตรงนั้นได้สามารถที่จะคัดกรองได้มากยิ่งขึ้น เมื่อได้มีการตรวจเลือกแล้ว ขนาดสัดส่วนแล้ว ก็อยู่ที่ประธานคณะกรรมการก็จะดูว่า ขนาดเป็นอย่างไร ความเห็นแพทย์เป็นอย่างไร เมื่อเข้ามาแล้วต้องเรียนว่าในความเป็นจริงนั้น บางครั้งผู้ที่มาตรวจเลือกนั้นก็ไม่ได้ทราบว่าตัวเองนั้นมีโรคประจำตัวอย่างไร หรือบางครั้ง ก็ไม่ได้รับการตรวจโรคมาก่อน หรือบางครั้งผู้รับการตรวจเลือกก็มีโรคประจำตัวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้บอกแพทย์ อย่างไรก็ตามเมื่อเข้ามาแล้ว เข้ามาแล้วมาเข้าหน่วยฝึกก็จะมีการตรวจ คัดกรองอีกครั้งหนึ่ง พลทหารชัยชนะก็ได้รับการตรวจในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายนอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่พลทหารคนนั้นได้เข้ามาแล้วก็ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ แล้ววันที่ ๑๗ ก็ได้มีการ ตรวจอีกครั้งหนึ่ง ตรวจทุกคนกำลังพลที่เข้ามา แพทย์ก็ลงความเห็นว่าสามารถที่จะทำการฝึกได้ อย่างไรก็ตามจากการสังเกตอาการ ครูฝึกหรือหน่วยฝึกต่าง ๆ เห็นว่าการที่จะฝึกตรากตรำนั้น ก็คงอาจจะทำให้ร่างกายนั้นผิดปกตินั่นเอง ก็เลยมีการติดตามการฝึกคือให้ดูการฝึกไปด้วย เหตุการณ์การฝึกไปด้วย อันนี้ขั้นตอนการคัดเลือกเข้ามาที่ผมเรียนแล้วว่าก็มีกระบวนการ ขั้นตอนการฝึก มีขั้นตอนคัดเลือกตั้งแต่เริ่มเข้ามาในการตรวจเลือกและเมื่อเข้ามาในหน่วย แล้วก็มีการตรวจเลือกอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการฝึก ขออนุญาตเรียนในขั้นตอนอย่างนี้ครับ
เชิญท่านวิโรจน์ครับ
เรียนท่านประธานครับ ต้องขอโทษทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่ทำให้ท่านต้องถึงกับกระแอมด้วย คืออย่างนี้นะครับ คือกรณีนี้ทางผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๒๙ ก็ระบุว่าป่วยอยู่ก่อนแล้ว ทำไมต้องฝึกต่อ ทำไมไม่จำหน่ายออก ตรงนี้เดี๋ยวผมอยากให้ท่านชี้แจงเพิ่มอีกสักนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามในวันที่ ๕ ธันวาคมช่วงกลางคืนมีการนำพลทหารชัยชนะ ทาศรี เข้าโรงพยาบาล จากนั้นนอนยาวเลยนะครับ ปัญหาคืออย่างนี้ครับ แต่ตามข่าวระบุว่าญาติมาเยี่ยมในวันที่ ๔ ธันวาคม แปลกไหมครับท่านรัฐมนตรี ญาติมาเยี่ยมก่อนที่จะเข้าโรงพยาบาลในช่วงกลางคืน วันที่ ๕ ตรงนี้ครับ และท้ายที่สุดเมื่อเกิดการเสียชีวิตขึ้น ซึ่งกรณีนี้มีเหตุต้องสงสัยว่าเสียชีวิต แบบผิดธรรมชาติอยู่แล้วนี่ครับ ตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๕๖ จะต้องมีการแจ้งญาติก่อน ชันสูตร ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ามีการดำเนินการในการแจ้งญาติก่อนชันสูตรหรือไม่เพราะมีร่องรอย ถ้ามีการแจ้งจริงทำไมคุณแม่และคุณป้าถึงติดใจ และอยู่ดี ๆ ก็หายติดใจในวันที่ ๑๔ เลย หลังจากที่มีการแถลงข่าวว่าไม่ติดใจ แปลกไหมครับ ทั้งที่วันที่ ๑๓ คุณป้าระบุว่าจะนำศพ กลับบ้านไม่ได้ถ้าไม่แถลงข่าวแก้ ผมจึงตั้งข้อสังเกตและตั้งเป็นกระทู้ถามข้อที่ ๒ ว่าอยากให้ ท่านรัฐมนตรีอธิบายเหตุใดในเมื่อมีการนำตัว พลทหารชัยชนะ ทาศรี เข้าโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ ช่วงกลางคืนวันที่ ๕ ปกติญาติต้องมาเยี่ยมหลังจากนั้น ทำไมกรณีนี้ญาติมาเยี่ยมก่อนเหมือนรู้ ว่าจะต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างไรอย่างนั้น เหตุอะไรเกิดขึ้นก่อนที่พลทหารชัยชนะ ทาศรี จะเข้าโรงพยาบาล และการชันสูตรแจ้งญาติก่อนหรือไม่ครับ ถ้าแจ้งทำไมคุณแม่และคุณป้า ถึงยังติดใจ เป็นคำถามชุดที่ ๒ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขออนุญาตเรียน ท่านสมาชิกว่าในวันที่ ๕ ธันวาคมนั้น พลทหารชัยชนะก็ได้เข้าโรงพยาบาลแล้วก็เนื่องจากว่า ไปฝึกทางยุทธวิธี การฝึกที่ผมเรียนแล้วว่าก็เป็นการเดินตามครูฝึกเพื่อให้เห็นภาพของการฝึก นั่นเอง แต่ก็ไม่ได้ว่าลงไปฝึกด้วยนะครับ เป็นการเดินตามครูฝึกเพื่อให้เห็นภาพการฝึกเป็น อย่างไรบ้าง ซึ่งในการฝึกวันนั้นเป็นการฝึกยุทธวิธีบังเอิญว่าได้ถูกกิ่งไม้เกี่ยวเข้าที่ทางตาขวา แล้วคืนนั้นก็ได้มีการไปขยี้ตาแล้วก็ทำให้อาการบวมแดง แล้วก็ได้เข้าโรงพยาบาล ต้องเรียน ยืนยันว่าญาติซึ่งประกอบด้วย พี่เขย น้องชายและเพื่อน ได้เข้ามาเยี่ยมในวันที่ ๕ ธันวาคม ในวันที่เข้าโรงพยาบาล ต้องเรียนว่าพลทหารชัยชนะนั้นได้เข้าโรงพยาบาล ๒ ครั้ง ๒ ช่วง ญาติก็ได้มาเยี่ยมทั้ง ๒ ช่วงนะครับ ทั้งพี่เขย ทั้งน้องชายและเพื่อน ๆ ต้องเรียนว่าหน่วย ได้มีการประสานงานกับญาติตลอดเวลา มีการแจ้งว่าพลทหารชัยชนะนั้นป่วยเป็นโรคอะไร สถานการณ์เป็นอย่างไรตลอดเวลา แล้วก็เรียนว่าพลทหารชัยชนะนั้นปกติแล้วก็จะอยู่กับ พี่สาว พี่เขย ก็ไม่ได้อยู่กับคุณป้า คุณป้าหรือคุณแม่นะครับ เนื่องจากว่าไปอยู่กับพี่เขยกับ พี่สาวนั่นเอง ทางหน่วยก็ได้ติดต่อกับพี่เขยและพี่สาวเสมอครับ แจ้งว่าพลทหารชัยชนะนั้น มีอาการอย่างไรตลอดเวลา เข้าโรงพยาบาลตั้ง ๒ ครั้ง ในการชันสูตรพลิกศพนั้นก็อยู่ที่ญาติ จะให้ดำเนินการอย่างไร สรุปแล้วคือญาติก็ไม่ติดใจ เพราะว่าญาติได้ติดตามได้รับทราบ สถานการณ์การป่วยไข้ของพลทหารชัยชนะอย่างต่อเนื่องครับ
เชิญคุณวิโรจน์ต่ออีกครั้ง
ท่านประธานที่เคารพครับ คือประเด็นนี้ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีและผมก็มีคำถามในใจเหมือนกัน ประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ก็มีคำถามตรงกันเหมือนกันว่าเมื่อไรพลทหารจะเลิกเสียชีวิตในค่ายทหารเสียที เมื่อไรจะเป็น รายสุดท้ายเสียที และทุกคนภาวนาว่าหวยจะออกที่ลูกหลานของเขาคนใดคนหนึ่งหรือเปล่า วันใดวันหนึ่งหรือเปล่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ ผบ.ทบ. เคยแจ้งเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ว่าต้องดูแลทหารเกณฑ์เหมือนน้องชายคนเล็ก แล้ววันนี้ ปีนี้ น้องชายคนเล็กก็เสียชีวิต ในบ้านอีกแล้ว อย่างนี้ครับ หลายคนถามว่าทำไมผมและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ต้องยุ่งกับเรื่องราวของ พลทหารที่ถูกซ้อมทรมานและตายในค่ายทหารด้วย เหตุผลง่าย ๆ ครับท่านประธาน ผมขอเรียนตรงนี้สั้นๆ เพราะพลทหารเหล่านี้เป็นประชาชน พ่อแม่ของพลทหารเหล่านี้ ก็คือประชาชน พวกผมเป็นผู้แทนของประชาชน กินเงินเดือนจากภาษีที่มาจากประชาชน พวกผมไม่ใส่ใจไม่ได้ พวกผมเพิกเฉยไม่ได้ กรณีนี้ผมรู้คำตอบ คำถามข้อที่ ๓ ผมรู้คำตอบ อยู่แล้วละครับว่าท่านรัฐมนตรีต้องบอกว่าจะไม่ชันสูตรซ้ำอยู่แล้ว เพราะว่าญาติไม่ติดใจ ผมเดาคำตอบอยู่แล้ว แต่วันที่ ๑๘ ท่านรับปากกับผมว่าเมื่อไรก็ตามที่มีเหตุเคลือบแคลง ท่านยินดีทำให้กระจ่าง อย่างไรผมก็ต้องถามคำถามที่ ๓ ครับว่าในเมื่อมันมีเหตุเคลือบแคลง ในการชันสูตร เพราะว่าการชันสูตรเกิดขึ้นในโรงพยาบาลค่ายทหารโดยแพทย์ทหารครับ และยังไม่มั่นใจว่าได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๕๖ ป. วิ. อาญา หรือเปล่าที่ต้องแจ้งญาติ ที่สำคัญที่สุด ในเมื่อมีความเคลือบแคลงสงสัย ถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการจะกรุณาและชันสูตรซ้ำภายใต้ การมอนิเตอร์ (Monitor) หรือการตรวจสอบของนักสิทธิมนุษยชนและสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด ว่ามีร่องรอยการซ้อมทรมานหรือไม่ มีการอำพรางศพหรือไม่ หรือมีการกระทำการใด ๆ ที่เป็นการ เบี่ยงเบนผลแห่งคดีหรือไม่ เพราะเรื่องนี้สำคัญ ถ้ามีการอำพรางศพจะผิดตามมาตรา ๑๕๐ ทวิ ของ ป. วิ. อาญา ทันที มีโทษจำคุกแล้วก็ปรับด้วย ผมวิงวอนครับ เป็นคำถามข้อที่ ๓ ครับ ท่านรับปากผมเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคมแล้ว ในเมื่อมีเหตุให้สงสัยชันสูตรซ้ำเถอะครับ ทำได้ ไหมครับท่าน นี่คำถามข้อที่ ๓ เลยครับ วัดใจกันแบบแมน ๆ เลย ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาต เรียนว่าในนโยบายที่ว่าเราต้องดูน้องคนเล็กนั้น เราให้นโยบายกันจริง ๆ แล้วก็เราดำเนินการ เช่นนั้น ที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วครับว่าเราให้ความสำคัญกับทหารกองประจำการที่เข้ามา รับราชการในกองทัพเป็นอย่างยิ่ง ดูแลสวัสดิการ ดูแลความเป็นอยู่ ดูแลในเรื่องของการ รักษาพยาบาล กรณีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นในกรณีที่มีการเสียชีวิตทุกคดีหรือทุกเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนั้นมีการตั้งกรรมการสอบสวน เมื่อคราวที่แล้วผมได้กราบเรียนที่นี่ทีหนึ่งแล้วว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็มีการลงโทษทั้งวินัยและอาญา ถ้ามีความผิดก็ต้องถูกลงโทษคดี มีการปลดถอดยศตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย สำหรับกรณีนี้ที่ผมเรียนท่านสมาชิก ว่าทางหน่วยกับทางญาติก็ได้มีการติดต่อให้ทราบถึงสถานการณ์การเจ็บป่วยพลทหารชัยชนะ อยู่ตลอดเวลาซึ่งญาติก็ได้รับทราบแล้วก็ไม่ติดใจในการที่ดำเนินการในการชันสูตร ทุกวันนี้ ก็ได้รับศพไปดำเนินการตามประเพณี มีการสวดแล้วก็จะมีการฌาปนกิจ ขออนุญาตเรียนว่า ในส่วนของหน่วยเอง ในกรมทหารราบที่ ๒๙ ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อที่จะสอบสวน ข้อเท็จจริงด้วย ขออนุญาตเรียนว่าในการดำเนินการนั้นเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการ ที่ผมได้กราบเรียนแล้วครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านผู้ถาม และผู้ตอบนะครับ ท่านได้ถามกระทู้และตอบกระทู้จริง ๆ ต่อไปครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่องที่ ๒
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๑ ส. (นายระวี มาศฉมาดล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ขอเชิญคุณหมอครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสดต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในประเด็นการจัดการ ขยะทั่วทั้งประเทศ ฝ่ายโสตขอภาพที่ ๑ เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ในปัจจุบันประเทศไทยมีเฉพาะ ปริมาณขยะใหม่วันหนึ่งประมาณ ๗๐,๐๐๐ ตันต่อวัน หรือคิดเป็นจำนวน ๒๕ ล้านตันต่อปี นอกจากนี้เรายังมีขยะเก่าที่นำไปฝังกลบกองเต็มเป็นภูเขาอยู่ทั่วทั้งประเทศทุกจังหวัด ตามภาพที่ท่านเห็นนะครับ ฝ่ายโสตอย่าเพิ่งขึ้นภาพ ขอให้หยุดอยู่ที่ภาพนี้ก่อนครับ ท่านสังเกตดูความสูงของกองขยะ มากกว่าตึก ๔ ชั้น เทียบกับเนินเขาที่อยู่ทางด้านหลังความสูงจะใกล้เคียงกันแล้วนะครับ คราวนี้ทั่วทั้งประเทศเรามีระบบการจัดการขยะในปัจจุบันเริ่มตั้งแต่มีการรณรงค์ให้มีการ แยกขยะเพื่อไปรีไซเคิล (Recycle) มีการนำขยะเปียกบางส่วนแยกออกไปเพื่อจะทำปุ๋ยหมัก แต่ส่วนมากจะถูกนำไปฝังกลบ บางส่วนนำไปฝังกลบแล้วก็ผลิตก๊าซชีวภาพด้วย บางส่วน นำไปทำการเผา อย่างเช่นขยะอันตรายบางส่วน และบางส่วนก็ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ในโรงไฟฟ้าขยะ แต่ในปัจจุบันนี้เราพบว่าการจัดการขยะโดยภาพรวมยังขาดมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพอยู่มาก ผมได้มีโอกาสเดินทางไปดูที่ฝังกลบขยะ โรงไฟฟ้าขยะหลายแห่ง เราพบว่าขยะเก่าและขยะใหม่จำนวนมหาศาลถูกนำไปกองรวมเพื่อฝังกลบ บางที่ฝังกลบ อาจจะมีมาตรฐานอยู่ขั้นหนึ่ง มีพลาสติกที่ต่อกันยาวขนาดเท่าเนินเขาคลุมไว้ แต่หลายแห่ง จำนวนมากก็ขาดมาตรฐานอย่างนั้น ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องกลิ่นที่มีผลกระทบ ต่อประชาชนที่อยู่ข้าง ๆ หรือน้ำเสีย
ประการต่อมา การรีไซเคิล (Recycle) ของประเทศไทยก็พบว่าการรีไซเคิล (Recycle) ของเรายังมีปัญหาอยู่มาก การรีไซเคิล (Recycle) ยังทำได้น้อย และหลายแห่ง หรือจำนวนมากต่อให้มีการแยกขยะเป็นถุงแล้ว แต่เมื่อถูกเก็บขยะ รถเก็บขยะไม่ได้แยก ก็จะนำรวมกันทั้งหมดเพราะไปถึงหลุมขยะก็กองรวมกันหมด เพราะฉะนั้นการแยกขยะ ที่ต้นทางบางครั้งก็ไม่มีประโยชน์เลย ต่อมาที่ส่วนมากเรานำไปฝังกลบ การฝังกลบที่ยังไม่มี มาตรฐานก่อให้เกิดปัญหาค่อนข้างมากครับ ดังนั้นโดยภาพรวมเท่าที่ดูคิดว่าการจัดการขยะ ของประเทศไทย แม้ว่าจะมีความพยายามแต่ว่าก็จะมีปัญหาต่าง ๆ ตามมาอยู่พอสมควร กระผมจึงมีคำถามที่ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าทางกระทรวง มีแผนงานโครงการที่ชัดเจนอย่างไรในการที่จะจัดการทั้งขยะใหม่ ขยะเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขยะเก่าที่กองอยู่ทั่วทั้งประเทศทางกระทรวงมีแนวทางที่จะจัดการให้หมดไปได้ในเวลาสักกี่ปี ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ในเรื่องของสถานการณ์ขยะในช่วงที่ผ่านมา หมายถึงขยะมูลฝอย ที่เกิดจากบ้านเรือน ครัวเรือน ประชาชน ภาคเอกชน ภาคราชการที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ สถานการณ์นั้นเป็นไปตามที่ท่านได้เรียนให้ทราบแล้วว่าขยะใหม่ก็มีจำนวนมากปีหนึ่งก็ ๒๐ กว่าล้านตัน ในจำนวนนี้มีตกค้างโดยเฉลี่ย หมายถึงมีการกำจัดไปบางส่วนและมีขยะ ตกค้างทุกปีประมาณ ๑๐ กว่าล้านตัน ในจำนวนที่มีการกำจัดก็เป็นอย่างที่ท่านได้ทราบว่า มีการกำจัดไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการจำนวนหนึ่ง สรุปแล้วแนวทางในการดำเนินการ กำจัดขยะนี้จะต้องมีการเร่งดำเนินในทุก ๆ เรื่อง ผมขออนุญาตเรียนให้ทราบถึงในเรื่อง ที่ผ่านมา ในช่วงที่ผ่านมาเรื่องเกี่ยวกับขยะมีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่ถือกฎหมายเรื่อง เกี่ยวกับขยะทำให้การบริหารจัดการขยะไม่มีเอกภาพในการที่จะทำงาน กระทรวงมหาดไทย จึงได้แก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยที่ว่าเปลี่ยนแปลงให้การดำเนินการมาอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ดำเนินการ เรียบร้อยไปแล้วในส่วนของกฎหมาย แนวทางในการดำเนินการต่อขยะนั้นอยากจะเรียนตั้งแต่แหล่งต้นกำเนิดหรือต้นทาง คือผู้ที่ทำให้เกิดขยะ แนวทางที่ทำในขณะนี้ก็ให้ผู้ที่ทำขยะจะต้องลด ใช้ซ้ำ ใช้ใหม่ ที่เรียก ๓ อาร์ (3R) หรือ ๓ ช โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ให้บริการ ในเรื่องของสาธารณะเกี่ยวกับขยะมูลฝอยเป็นผู้ที่จะต้องไปรณรงค์ในแต่ละพื้นที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ในการที่จะให้พี่น้องประชาชน ๓ อาร์ (3R) คือทั้งลด ทั้งใช้ซ้ำ ใช้ใหม่ เป็นต้นทาง
ในเรื่องที่ ๒ ที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนทำคือในเรื่องของการแยกขยะ ในเรื่องการแยกขยะอย่างไรก็ตามต้องทำไม่ว่าเราจะกำจัดวิธีใดก็ตาม ไม่เช่นนั้นในการที่เรา จะไปกำจัดในช่วงท้ายจะต้องใช้งบประมาณมาก แต่ถ้าเราแยกเสียตั้งแต่ต้นทางการที่จะไป กำจัดหรือจะไปทำอะไรมันจะใช้งบประมาณน้อยกว่า อย่างไรก็ตามในเรื่องของการแยก ก็มีปัญหาพอสมควรที่อยากจะเรียนสั้น ๆ ก็คือว่าวัฒนธรรมของคนไทยปัจจุบันนี้ต้องยอมรับ ว่าเป็นวัฒนธรรมที่ใช้ถุงพลาสติกมากอย่างไรก็ต้องใช้ ไม่เหมือนกับเมื่อสมัยที่กระผมเป็นเด็ก ถังขยะก็มีถังเดียว จะมีของสด หัวปลา จะมีผัก จะมีของเหลือใช้ สมัยก่อนเขาไม่ค่อยมี ของเหลือใช้ก็ทิ้งในถังเดียวเลย รถเก็บขยะก็ใช้เทเข้าไปในรถ แต่ปัจจุบันนี้ของทุกอย่างจะใส่ ในถุงพลาสติก ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าเวลาจะไปทิ้งจะมีถุงรวม เรียกถุงดำก็แล้วแต่ ในถุงรวม อาจจะเป็นถุงอาหารมื้อเช้าหรือมื้อเที่ยง ในมื้อเที่ยงก็จะมีถุงเส้นก๋วยเตี๋ยว ถุงเครื่องปรุง ถุงผัดไทย ถุงหอยทอด จะมีถุงใหญ่และถุงย่อย ถุงซอย ถุงเล็กไปอีก ที่ผมเรียนมีนัยว่า เครื่องมือแยกขยะประเทศไหนก็สู้ขยะเมืองเราไม่ได้ นั่นเป็นจุดล้มเหลวของการที่ภาครัฐ พยายามจะไปทำเรื่องขยะเองจะไม่ประสบความสำเร็จเพราะไม่อ่อนตัวที่จะสู้กับขยะต่าง ๆ ได้ อันนี้เป็นวัฒนธรรมเลยนะครับ อย่างไรเขาก็ต้องใส่ถุงพลาสติกแล้วก็จะมีถุงแยก ถุงย่อย ถุงมื้อเช้า มื้อเที่ยง มื้อเย็นแล้วมีถุงของเครื่องใช้เศษวัสดุอะไรก็แล้วแต่มันจะมีแยก เพราะฉะนั้นเครื่องแยกก็จะยากมาก อย่างไรก็ตามถ้าเรารณรงค์ได้แล้วคนแยกที่ต้นทางได้แล้ว การแยกต้องใช้คำว่า ต้องไม่มีปัญหา ถ้าท่านแยกแล้วยังปนอยู่นั่นคือปัญหาที่ทำแล้ว ปลายทางก็ต้องไปแกะอยู่ดีเพราะมันไม่แยกจริง นี่คือเรื่องยากของการแยกขยะ แยกแล้ว ต้องแยกจริงไม่ใช่แยกแล้วปลายทางต้องเปิดถุงมันก็จะสิ้นเปลืองงบประมาณต้องมีเครื่องมือ อะไรไปเปิดถุงต่างหาก นี่เรื่องหนึ่งนะครับ
เรื่องต่อไปเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องทำอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เมื่อเขาแยกมาแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องแยกเก็บขยะจากบ้านเรือนประชาชน ร้านค้าภาคเอกชน หน่วยราชการแบบแยกด้วย อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว พูดง่าย ๆ เลยว่า ค่าใช้จ่ายในการที่จะไปดำเนินการเรื่องขยะ ถ้าผมเขียนตัวเลขให้เห็นพอคราว ๆ นะครับ กรุงเทพมหานครเก็บเงินค่าขยะจากพี่น้องประชาชนได้ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาทต่อปี แต่กรุงเทพมหานครใช้เงินประมาณ ๖,๕๐๐ ล้านบาทต่อปีในการที่จะดำเนินการเรื่องขยะ โดยไม่กำจัดอย่างถูกต้อง ต้องใช้เงิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วในที่สาธารณะก็ยังไม่มีการ วางถังอย่างถูกต้อง ทั่วประเทศใช้เงินประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เก็บได้ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทตัวเลข ถ้าผมจำไม่ผิดเลยทั้ง ๒ กลุ่มใช้เงินเกินประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปี โดยยังไม่มีการกำจัดอย่างถูกต้อง ยังไม่มีการวางถังสาธารณะอย่างถูกต้อง หมายความว่า ท้องถิ่นจะเป็นองค์กรเดียวที่ทำได้เพราะท้องถิ่นใช้เงินที่เป็นรายได้จัดเก็บภาษีของตัวเอง เอามาใช้ได้ ถ้าเป็นหน่วยงานอื่นถ้าไม่ได้จากภาครัฐก็จะทำไม่ได้ นั่นเป็นปัญหาเรื่องของการ จะไปเก็บอย่างไร ถ้าเขาจะต้องเพิ่มรถในการไปเก็บแยกก็เป็นภาระ เราก็ให้นโยบายไปว่า ไปแบ่งเวลาเก็บให้ได้ รณรงค์ว่าวันใดเขาจะเก็บขยะประเภทใดไปทำในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้พยายาม ที่จะเร่งอยู่นะครับ อย่างไรก็ตามการกำกับไม่ใช่การบังคับบัญชา ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็ต้องใช้ ท่านนายอำเภอ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปหาทางที่จะให้แนวทางเขาที่จะดำเนินการ เพราะเป็นองค์กรที่ทำตามบทบาทภารกิจตัวเอง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกับท่านนายอำเภอ ได้แต่กำกับ แต่ว่าแนวทางเราได้มีลงไปให้แล้วนะครับ
ส่วนสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องการกำจัด ในเรื่องของการกำจัดมีหลายเทคโนโลยี ด้วยกันในขณะนี้ที่ทำได้ แต่ปัญหาก็คือว่าขยะที่ไปทิ้งกันอยู่แบบผิด ๆ มีประมาณ ๒,๘๐๐ กว่ากองขยะด้วยกัน แล้วอยู่ในพื้นที่ อปท. ประมาณ ๗,๐๐๐ กว่า อปท. มีกองขยะอยู่ เราก็พยายามมาจัดเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ว่ากองขยะที่อยู่ใกล้กันแล้วสามารถขนย้ายได้ แล้วสามารถไปกำจัดได้โดยที่ว่าเป็นไปได้ เพราะถ้าขนไกลก็จะทำได้ยากคือใช้งบประมาณมาก เราก็กำหนดคลัสเตอร์ (Cluster) ออกมาได้ประมาณ ๒๖๒ คลัสเตอร์ (Cluster) อย่างไรก็ตาม ถ้าเราต้องมี ๑ โรงกำจัดต่อ ๑ คลัสเตอร์ (Cluster) ก็จะต้องมีโรงกำจัดขยะมาก เพราะฉะนั้น เราก็เลยพยายามที่จะรณรงค์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ต่าง ๆ พยายามรวมคลัสเตอร์ (Cluster) ด้วย ถ้าถามว่าในอุดมคติอยากได้อย่างไร อยากให้จบ ภายในแต่ละจังหวัดเลย แต่ละจังหวัดก็ทำ ๑ โรงกำจัดขยะ แนวทางขณะนี้ก็พยายามจะ รณรงค์โดยใช้คณะกรรมการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยของจังหวัดเป็นคนรณรงค์ที่จะให้ท้องถิ่นได้ รวมตัวกันแล้วก็ทำแผนงานขึ้นมาว่าจะกำจัดอย่างไร ทีนี้ขั้นตอนในการที่จะกำจัดอย่างไรนั้น กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ก็ต้องเริ่มจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรวมตัวกัน แล้วก็ คิดว่าจะรวมตัวกันกี่ อปท. กี่ท้องถิ่นก็แล้วแต่ที่จะทำ จะทำด้วยเทคโนโลยีใดก็รวมตัวกันแล้ว นำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยของจังหวัดซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน จะมีเกณฑ์ที่จะต้องดูว่าจะต้องทำอย่างไร มีหัวข้อที่จะต้องทำ เมื่อตรวจสอบแล้ว คิดว่าทำได้ก็จะเสนอเรื่องขึ้นมาถึงคณะกรรมการอีกระดับหนึ่ง ซึ่งจะพิจารณาในเรื่องของ
ท่านรัฐมนตรีเก็บเวลาไว้ตอบ คำถามที่ ๒ ที่ ๓ ด้วยนะครับ ท่านใช้ไปประมาณ ๑๐ นาทีครับ
เอาว่าจะมี คณะกรรมการมาถึงระดับกรม ท้องถิ่นมาถึงคณะกรรมการกลาง แล้วก็ขึ้นมาที่รัฐมนตรี เพื่อต้องให้ความเห็นชอบเสร็จแล้วจะกลับลงไปที่ท้องถิ่น ท้องถิ่นจะต้องไปหาผู้ประกอบการ แต่การกำจัดขยะถ้ากำจัดเฉย ๆ โดยไม่เป็นพลังงานไฟฟ้าใช้เงินเท่าตัว ตัวเลขกลม ๆ ที่พอจะ เรียนได้ก็คือว่าถ้าไม่เป็นพลังงานใช้เงินประมาณ ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน แต่ถ้าเป็นพลังงาน จะเหลือประมาณ ๕๐๐ บาทต่อตัน เพราะฉะนั้นเขาจะต้องรวมตัวกันหาผู้ประกอบการ แล้วไปหากระทรวงพลังงาน คณะกรรมการ กกพ. เพื่อขอขายไฟฟ้าให้ได้ แต่ขั้นตอนนี้ จะเป็นขั้นตอนที่ท้องถิ่นทำเองทั้งสิ้นจะต้องไปหาขายพลังงานให้ได้ ขั้นตอนในขณะนี้ ก็ดำเนินการลักษณะนี้เราก็พยายามเร่งให้เขาทำ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาขยะเก่าด้วย เพราะฉะนั้นคำตอบในเรื่องนี้จะต้องทำในพื้นที่ที่เป็นกองขยะเดิม จะไปหากองขยะใหม่ จากประสบการณ์ทำได้ยากมาก ในขณะนี้สถานภาพของการดำเนินการตามแผนงานในช่วงแรก จะเป็นช่วงที่กระทรวงพลังงานให้โควตาไฟฟ้ามาเรียกว่าควิก วิน (Quick win) ๑๑ แห่ง ขณะนี้ได้ผู้ประกอบการเรียบร้อยแล้วกำลังจะสร้างโรงงานอยู่ ยังไม่ได้ขายไฟ มีโครงการ ซึ่งผ่านคณะกรรมการครบถ้วนหมดแล้ว มีความเห็นชอบแล้วลงไปหาผู้ประกอบการ ๒๐ แห่งด้วยกัน ขณะนี้ยังหาผู้ประกอบการอยู่ในขั้นตอนหาผู้ประกอบการ อีก ๖ แห่งกำลัง อยู่ในขั้นตอนขออนุญาต สถานภาพตอนนี้ขณะนี้เป็นเช่นนี้นะครับ ในขั้นต้นคงจะเรียน เพียงเท่านี้ครับ
ท่านมีเวลาเหลืออีก ๓ นาที ๒๗ วินาที คุณหมอครับเชิญเลยครับ คำถามที่ ๒ ครับ
ผมขออนุญาตถามคำถามที่ ๒ ต่อนะครับ จากการที่ได้มีการศึกษารูปแบบการจัดการขยะด้วยวิธีต่าง ๆ ที่ได้พูดมาแล้ว ในส่วนตัวผมพบว่าการจัดการขยะโดยการนำมาเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อผลิตไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันน่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด เหมือนกับ สักครู่ที่ท่านรัฐมนตรีได้ให้ข้อมูลครับว่า ถ้าจัดการโดยการฝังกลบทั่วไปต้องใช้งบประมาณ ๑,๐๐๐ ต่อตัน แต่ถ้าผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าจะใช้งบประมาณครึ่งเดียว เท่านั้นยังไม่พอครับ จากการที่เราไปดูถ้าเราใช้เทคโนโลยี ๑,๐๐๐ บาท โดยการฝังกลบ ๑๐ ปีก็อยู่อย่างนั้นครับ เพียงแต่ปริมาณกองภูเขาลดลงจากการที่มันทรุดตัวลง แต่ก็ยังเป็นกองภูเขาขยะไม่สามารถ จะจัดการออกไปได้ แต่ถ้าเราใช้เทคโนโลยีการเปลี่ยนกองขยะมาเป็นเชื้อเพลิงในการเผา เป็นพลังงานไฟฟ้าแบบชีวมวล นอกจากแก้ไขปัญหาเรื่องขยะยังสามารถแก้ไขปัญหา เรื่องการลดการพึ่งพาปริมาณปิโตรเลียมได้ ขยะเราปีละ ๒๕ ล้านตัน ขยะประมาณ ๔๐-๕๐ ตัน สามารถผลิตไฟฟ้าได้ ๑ เมกะวัตต์ เราจะสามารถลดการใช้ปิโตรเลียมได้มากมายถ้ารัฐบาล มีนโยบายเรื่องโรงไฟฟ้าจากการใช้ขยะที่แน่นอน
ประการต่อมาเทคโนโลยีปัจจุบันที่ได้ไปศึกษาดูมานะครับ พบว่ามีเทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับโรงไฟฟ้าขยะแบบของประเทศไทยที่ขยะชื้นมาก ขยะเปียกมาก เพราะเรามี ถุงแกงเต็มไปหมด เทคโนโลยีปัจจุบันไม่ต้องแยกขยะอะไรมากมาย สามารถแก้ไขปัญหา ในปัจจุบันที่เรายังไม่สามารถที่จะพัฒนาจิตสำนึกในการรีไซเคิล (Recycle) ได้ โรงไฟฟ้า แบบยุคใหม่สามารถที่จะจัดการตรงนี้ได้ง่าย แล้วก็เมื่อผ่านกระบวนการผลิตเทคโนโลยีใหม่ จะมีพิษที่เป็นควันพิษออกมาน้อยมาก ปล่องควันมองแทบจะไม่เห็นควันเห็นแต่เป็นไอร้อน หรือบางเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่มีควันออกมาเลยหลังจากที่จัดการไปแล้วนะครับ คราวนี้ จากการได้ลงไปศึกษาพื้นที่โรงไฟฟ้าขยะจริงในหลายจังหวัด เรากลับพบว่าทั่วประเทศ ยังมีโรงไฟฟ้าขยะน้อยมาก เหมือนสักครู่ที่ท่านรัฐมนตรีบอกมีอยู่ไม่กี่โรง ใบอนุญาตออกมา ทั้งหมดไม่ถึง ๕๐ โรง เพราะฉะนั้นทำให้ขยะเก่านี้กองเต็มไปหมด ถ้าเรามีโรงไฟฟ้าพลังงาน ขยะจำนวนมากพอจะสามารถรื้อขยะเก่าออกมาได้ แต่ต้นทุนในการรื้อขยะเก่ากับขยะใหม่ ขยะใหม่จะถูกกว่าเยอะ ขยะเก่าต้องมีการมาเขย่าเอาดินเอาเศษอาหารที่ย่อยสลายแล้ว แยกออกมาทั้งหมด แล้วเอาเชื้อเพลิงที่เผาได้เข้าไปผลิตไฟฟ้า ดังนั้นต้นทุนจากขยะเก่าก็จะ สูงกว่ามากนะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างจริงที่ได้ลงไปดูที่จังหวัดแรกที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะรุ่นบุกเบิกของประเทศไทยเราพบว่ามีโรงไฟฟ้าขนาด ๑๒ เมกะวัตต์ ใช้ขยะใหม่วันละ ๗๐๐ ตัน ท่านประธานสภาทราบหรือไม่ครับว่าจังหวัดภูเก็ตปัจจุบันนี้ขยะ เพิ่มปริมาณเป็นพันกว่าตันต่อวัน ดังนั้นจะพบว่าโรงไฟฟ้าขยะ ๑๒ เมกะวัตต์ ซึ่งคาดการณ์ ว่าสร้างเพื่อรับขยะในสมัยนั้นและจะเก็บขยะเก่าที่กองอยู่ประมาณ ๑ ล้านตันให้หมดไปได้ ปรากฏว่าปัจจุบันนี้ขยะเก่า ๑ ล้านตันของจังหวัดภูเก็ตเหลืออยู่ ๗๐๐,๐๐๐ ตัน และของใหม่ เมื่อเพิ่มเป็น ๑,๐๐๐ ตัน นำไปใช้ไฟฟ้าได้ ๗๐๐ ก็เหลืออยู่ ๓๐๐ ตันทุกวัน ดังนั้นปัจจุบันนี้ ขยะกองเก่าของจังหวัดภูเก็ต ๗๐๐,๐๐๐ ตัน มีแต่จะเพิ่มขึ้นวันละ ๓๐๐ ตัน อันนี้คือเป็น ปัญหาที่มันเกิดขึ้นที่จังหวัดที่มีความพร้อมจะเรียกว่าสูงสุดในเรื่องโรงไฟฟ้าขยะ นอกจากนี้ เรายังพบอีกปัญหาหนึ่งเอกชนที่ลงทุนคาดการณ์ผิดเกือบจะเจ๊งนะครับ คิดว่าได้ค่าไฟแอด เดอร์ (Adder) ที่หน่วยละ ๖ บาท แล้วครบ ๗ ปีก็น่าจะคุ้มทุน ที่เหลือหลังจากนี้ เวลาจะหมดสัญญาในอีก ๑-๒ ปีข้างหน้าจะเหลือแค่ ๓ บาท ค่าไฟจำนวนนี้เอกชนอยู่ไม่ได้ อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ทางรัฐบาลต้องแก้ไขต่อไป เพราะถ้าเขาหยุดขยะวันละ ๑,๐๐๐ ตัน จะกองขึ้นเป็นภูเขาทันที
ขออนุญาตต่อไปนะครับ ที่หาดใหญ่มีโรงไฟฟ้าที่สร้างหลังของจังหวัดภูเก็ต ขนาดแค่ ๕ เมกกะวัตต์ แต่ที่หาดใหญ่จัดการขยะได้วันละ ๓๕๐ ตัน ในขณะที่ขยะ ของจังหวัดสงขลาวันละ ๑,๐๐๐ กว่าตัน กองขยะเก่าที่ไปกองอยู่ที่หาดใหญ่นั้นประมาณ ๑ ล้านตันไม่ได้จัดการเลยครับ กองไว้ตั้งแต่ตอนนั้นจนปัจจุบันนี้ก็ยังกองไว้อยู่ในรูปแบบเดิม เพราะโรงไฟฟ้ารองรับได้แค่ ๓๕๐ ตัน ซึ่งไม่สามารถจัดการขยะใหม่ได้หมดด้วย อันนี้คือ เป็นปัญหาของที่หาดใหญ่ และโรงไฟฟ้าที่หาดใหญ่ก็เช่นกันถ้าหมดแอดเดอร์ (Adder) หน่วยละ ๖ บาท เหลือหน่วยละ ๓ บาทก็จะเป็นปัญหา ซึ่งถ้าเขาปิดนี่ก็จะเกิดปัญหาขึ้น
ต่อไปอีกที่หนึ่งที่ได้ลงไปดูคือที่เกาะสมุย เกาะสมุยมีขยะเก่ากองอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เกาะเดียวนะครับ กองอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน กองอยู่เป็นภูเขาเลยครับ ขณะเดียวกันรัฐได้ลงทุนสร้างเตาเผาขยะไป ๒๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันนี้พังไปเรียบร้อยแล้ว ขยะใหม่วันละ ๑๕๐ ตัน ซึ่งเกาะสมุยมีลักษณะการจัดการที่ต่างกับที่อื่นนะครับ เกาะสมุย ใช้เครื่องแพ็ก (Pack) ขยะสด วันละ ๑๕๐ ตัน แพ็ก (Pack) ขยะเป็นก้อนใหญ่ ๆ แล้วเอา พลาสติกหุ้มแล้วส่งขยะใส่รถไปท่าเรือ จากท่าเรือลงเรือเฟอร์รีส่งกลับไปที่ฝั่งสุราษฎร์ธานี แล้วส่งรถนำไปฝังกลบที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมไม่มั่นใจว่าวันไหนชาวเวียงสระ จะประท้วง อยู่ดี ๆ เอาขยะจากเกาะสมุยมากองที่เวียงสระ ถ้าเกิดปัญหาประท้วงขึ้นมา เมื่อไรที่เกาะสมุยก็จะเกิดปัญหาทันที ดังนั้นสำหรับในประเด็นนี้กระผมขอตั้งคำถามที่ ๒ ต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับว่าทางกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายที่จะ ผลักดันโรงไฟฟ้าขยะอย่างจริงจังแค่ไหน เพราะว่าการจัดการขยะมันต้องจัดการทั้งขยะใหม่ และขยะเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะเก่าต้องมีมาตรการที่ดำเนินอย่างเร่งด่วนและจริงจัง เพราะถ้าใช้มาตรการนี้การลงทุนต่อหน่วยที่จะมาผลิตไฟฟ้าโดยใช้ขยะเก่ามันจะสูงกว่า ขยะใหม่อีกครับ ก็ขออนุญาตถามคำถามนี้ครับว่า ทางกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายจะจัดการ เรื่องโรงไฟฟ้าขยะเพื่อจะเคลียร์ขยะของประเทศจริงจังอย่างไร แค่ไหนครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ท่านมีเวลาเล็กน้อยนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ เรื่องของการกำจัดขยะเมื่อสักครู่ผมเรียนตกในท่อนแรกไปนะครับ การฝังกลบไม่ใช่คำตอบที่เราต้องการเพราะว่ามีปัญหามากมาย รวมทั้งการฝังกลบโดยไม่ได้ แยกถุงพลาสติกออกมันจะเป็นปัญหาระยะยาวต่อไป แล้วที่เราก็จะไม่มีขยะ ๒๐ กว่าล้านตัน แล้วในอนาคตจะมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นแนวทางคือจะต้องกำจัด ที่ผมเรียนกำจัดนี่ ต้องเป็นพลังงานจะถูกที่สุด อย่างไรก็ตามจะต้องมีคนแบกภาระไม่ว่าจะใช้ระบบแอดเดอร์ (Adder) เดิมหรือใช้ระบบการคิดเงินค่าไฟแบบเอฟไอที (FIT) ที่ใช้ปัจจุบันนี้ อย่างไรต้นทุน ในการซื้อไฟเข้ามาในระบบของการไฟฟ้าก็แพงกว่าต้นทุนเฉลี่ย อย่างเช่นถ้าเป็นโรงไฟฟ้า ต่ำกว่า ๑๐ เมกะวัตต์ ค่าไฟ ๕ บาทกว่า จากขยะประมาณ ๕ บาทกว่า ต้นทุนเฉลี่ยของไฟฟ้า ขณะนี้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตทุกแหล่งรวมกันประมาณไม่ถึง ๓ บาท ต้นทุน ใครต้องแบกภาระนี้ ประชาชนทั้งหมดที่ใช้ไฟจะต้องแบกภาระนี้ แต่ว่าเหมือนได้นก ๒ ตัว กระสุนนัดเดียว คือกำจัดขยะให้หมดไปด้วยแล้วแปรพลังงานอย่างที่ท่านได้เรียนแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น แนวทางเราอยากจะเร่ง แต่อย่างที่เรียนเราบังคับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้ ไม่ว่าจะ ให้เขารวมตัวกันแล้วบังคับให้เขาทำไม่ได้ เป็นอำนาจหน้าที่เขานั่นคือเรื่องของกำกับ เขาจะใช้เทคโนโลยีใดเราก็กำกับไม่ได้ เพียงแต่มีขั้นตอนที่จะดู พิจารณาตอนเขาเสนอ แผนงานโครงการขึ้นมาในรูปกรรมการว่าจะทำได้หรือไม่อย่างไรนะครับ
ส่วนในเรื่องของการแยกขยะยังยืนยันจากประสบการณ์ผู้ที่ทำได้ผลขณะนี้ว่า ถ้าไม่แยกเลยขั้นตอนที่กำจัดอย่างน้อยก็ต้องมีความยุ่งยากต้องมีกรรมวิธีในการทำ ปัจจุบันนี้ ก็เป็นอย่างที่ท่านว่าคือใช้เผาตรงเลยเขาก็จะมีเครื่องตีขยะให้แหลกแล้วขยะเปียกหลุดลงไป ที่หนึ่งแล้วก็เอาขยะพวกนั้นไปเป็นเชื้อเพลิง ขณะนี้ก็ทำลักษณะเช่นนั้นอยู่นะครับ มลพิษจะน้อยจะมากเครื่องจักรจะต้องผ่านมาตรฐานจึงจะไม่มีค่าไดออกซิน (Dioxin) ไม่มีมลภาวะออกไป ถ้าเครื่องจักรไม่ได้มาตรฐานก็ใช้ไม่ได้ อันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดูแลอยู่ครับ แต่ทางกระทรวงพลังงานเขาจะซื้อเป็นแอดเดอร์ (Adder) หรือเอฟไอที (FIT) ขณะนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของทางกระทรวงพลังงาน เขาซื้อเป็นเอฟไอที (FIT) หมด ไม่มีกลับไปที่เรื่องแอดเดอร์ (Adder) จนสัญญาเก่าหมดไป กลับมาใหม่ต้องมาว่า แต่มันก็มีว่าในตอนที่ร่วมลงทุน คนที่ร่วมลงทุนต้องคิดแล้วว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วเมื่อไรคืนทุน ซึ่งก็ทำได้ แล้วกำไรประมาณ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เขาก็จะต้องคำนวณความสามารถในการ ที่จะทำในเชิงธุรกิจได้ ท่านยกตัวอย่างมา ๒ โรงแรกของภูเก็ตและหาดใหญ่เป็นโรงเก่า เทคโนโลยีเก่ามาก แล้วขนาดยังไม่พอเพียงกับขยะซึ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นหน้าที่ที่ท้องถิ่น จะต้องรวมตัวกันแล้วก็จะเพิ่มความสามารถของโรงไฟฟ้าก็ได้ในส่วนนี้
ท่านเกินเวลาแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่ทราบว่าเขาให้เวลากระทู้หนึ่งไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็เลยแบ่งเป็นฝ่ายละครึ่ง ท่านอาจจะไม่ทราบ ที่จริงของคุณหมอก็มีสิทธิถามได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ผมเข้าใจว่าเท่าที่ฟังมา คุณหมอก็ให้ความรู้ข้อมูลมากกว่า ยังมีคำถามไหมคุณหมอครับ
ผมมีคำถามสั้น ๆ ไม่ทราบ ถ้าผมถามแล้วท่านรัฐมนตรีตอบสั้น ๆ น่าจะพอได้ไหมครับ
อนุโลมให้ท่านรัฐมนตรี สักนาทีครับ
ตรงประเด็นสุดท้ายที่ผมจะถาม ก็คือว่าในประเด็นเรื่องขยะของเสียอันตรายภายในประเทศปัจจุบันนี้มีขยะที่เป็นของเสีย อันตรายปีละ ๖๐๐,๐๐๐ ตัน แยกเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ๓๙๐,๐๐๐ ตัน ขยะอันตรายอื่น ๆ ๒๑๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งมีปัญหาการจัดการที่ยังไม่ได้มาตรฐานคล้ายกับขยะทั่วไป แต่ประเด็นสำคัญ ก็คือในปัจจุบันนี้ทราบข่าวว่ารัฐบาลได้อนุญาตให้มีการนำเข้าขยะอันตรายจากต่างประเทศ ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและอนุสัญญาบาเซล เพื่อนำมาจัดการภายในประเทศเรา มีการนำเข้าเป็นแสนตัน ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า ณ วันนี้รัฐบาลไทยยกเลิกการนำเข้าขยะพิษนี้ ขยะอันตรายนี้หรือไม่ หรือยังคงมีการนำเข้า ขยะอันตรายนี้อยู่ ถ้ายังมีการนำเข้าผมก็อยากขอถามคำถามท่านรัฐมนตรีว่า ทางรัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวทางที่จะยุติการนำเข้าขยะอันตราย เข้ามาในประเทศหรือไม่ อย่างไร และเมื่อไรครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ตอบได้เร็วครับ คือไม่ใช่เรื่องของกระทรวงมหาดไทย ขยะมีพิษ ขยะอันตรายที่ว่าเป็นเรื่องของกระทรวง อุตสาหกรรม แต่ผมจะเรียนตอบให้ว่าประมาณ ปี ๒๕๖๐ ทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป และการบริหารราชการแผ่นดินเป็นคนแก้ปัญหานี้แล้วก็ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา คณะอนุกรรมการนี้มาตรวจสอบดูเรื่องขยะที่ท่านว่านี้ ความเดิมนั้นคือกระทรวงอุตสาหกรรม มีการกำหนดโควตาให้นำเข้าได้ทั้งพลาสติกและอิเล็กทรอนิกส์บางส่วน พอตั้งคณะอนุกรรมการ ขึ้นมาก็ได้มีมาตรการทันทีว่าไม่ให้มีการนำเข้าอีกหลังจากที่ตั้งอนุกรรมการแล้ว แล้วโควตา เดิมนั้นเท่าที่ทราบก็คือว่าได้ส่งทางกฤษฎีกาตีความถ้าไม่ให้เขา แต่ทางกฎหมายก็ยังไม่ได้ ก็เลยลดโควตา แล้วถ้าใบอนุญาตหมดก็ไม่ให้นำเข้าอีก ในปี ๒๕๖๓ นี้ ไม่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์ กับขยะนำเข้ามาจากต่างประเทศอีก ในส่วนที่เข้ามาแล้วก็ต้องมีมาตรการที่จะดำเนินการ ผมตอบแทนกระทรวงอุตสาหกรรมเพราะว่าไม่ใช่เรื่องของขยะมูลฝอยจากครัวเรือนครับ
ขอบคุณครับ ก็ไม่เกิน ครึ่งชั่วโมง เพราะว่ามีเวลาของหมอเหลืออยู่ ๒ นาที ๓๘ วินาที ผมขออนุญาตไปกระทู้ที่ ๓
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๒ ส. (นายประเสริฐ บุญเรือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ)
ท่านรัฐมนตรีมาแล้วนะครับ เชิญท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๕ วันนี้ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่าพี่ชายผมท่านรัฐมนตรีประภัตร มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีก็ขอขอบคุณ เพราะว่าเป็นผู้ดำเนินการและปฏิบัติงานด้วย ซึ่งได้รับฟังข้อมูลตั้งแต่การหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่มาพูดอยู่ในสภานี้ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ก็คือปัญหาเรื่องของภัยแล้งที่เกิดขึ้น หลายท่านก็ได้นำข้อมูลวิกฤติภัยแล้งแต่ละพื้นที่เข้ามา ไม่ว่าเขื่อนต่าง ๆ ที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งหมด ในปัจจุบันนี้ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดเกือบ ๒๐ เขื่อนนั้น ปัญหาน้ำลดน้อยลงมากโดยเฉพาะ ซึ่งพื้นที่ในเขตจังหวัดภาคอีสาน สิ่งที่มันเกิดขึ้นปีนี้ถือว่าเป็นวิกฤติจริง ๆ วิกฤติในกรณี ที่ปัญหาภัยแล้งมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่สิ้นฤดูหนาว เกิดปัญหาขึ้นมาทำให้รัฐบาลประกาศเป็นเขตวิกฤติ ทางภัยแล้ง ๑๔ จังหวัดที่มีกรณีเร่งด่วนจึงเกิดขึ้น ซึ่งเราก็ได้ติดตามข่าว ข่าวต่าง ๆ ที่เกิด ขึ้นมา ไม่ว่าอย่างเช่นจังหวัดขอนแก่นปรากฏว่าเขื่อนอุบลรัตน์ที่ท่าน ส.ส. หลายท่าน ของจังหวัดขอนแก่นได้มาเล่าให้ฟังบอกว่าวิกฤติน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้านั้น เดี๋ยวนี้ติดลบ ๔ เปอร์เซ็นต์ สิ่งนี้เป็นตัวชี้วัดว่าผลกระทบเกิดขึ้นแน่นอนในการดำเนินการ ต่อไป หรือต้องนำน้ำจากจังหวัดกาฬสินธุ์ตามที่ข่าวออกมา กรมชลประทานก็จะนำน้ำ จากจังหวัดกาฬสินธุ์เพื่อมาเติมให้ในกรณีที่เหตุฉุกเฉิน ผมก็คงไม่อยากเห็นว่าการแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นมานั้นรูปแบบมันจะเป็นอย่างไร เพราะว่าคนที่ดำเนินการตั้งแต่รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีคนก่อนที่ได้จัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๒ มาต่องบประมาณปี ๒๕๖๓ นี้ ก็เป็นท่านนายกรัฐมนตรีท่านเดิม นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาเกิดขึ้นว่าเราจะแก้ไขปัญหาสำเร็จ หรือไม่เพราะเห็นแต่ละข่าวอย่างเช่น ข่าววันหนึ่งปัญหาที่ต้องกระทบอยู่ในพื้นที่แถวจังหวัด ภาคกลางและกรุงเทพมหานครนั้นก็คือเรื่องน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น ทำให้การผลิตประปา มีปัญหาเกิดน้ำเค็มน้ำกร่อยขึ้นมา วิธีการแก้ปัญหาผมก็คงจะคิดบอกว่าถ้าเป็นลักษณะนี้ ก็คงเป็นรูปแบบลักษณะเดิม ๆ รูปแบบลักษณะนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะว่าการบริหาร จัดการนั้นน่าจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ว่าสิ่งที่เราได้รับในสถานการณ์ปีนี้นั้นเราก็ทราบแล้ว ว่าเขื่อนเก็บกักน้ำต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะนำน้ำมาใช้ได้ ๑๔ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบในส่วน ที่ดำเนินการ ๑๔ จังหวัดก็จะมีพื้นที่ภาคอีสานส่วนหนึ่ง ภาคกลางส่วนหนึ่งและภาคเหนือ ส่วนหนึ่ง ภาคอีสานก็มีจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดบึงกาฬ ภาคกลางก็มีทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจริง ๆ แล้ว ถ้าการบริหารจัดการน้ำที่ดำเนินการแล้วสำเร็จลุล่วงไปได้ตามแผนงาน ผมเชื่อว่าอย่างเช่น จังหวัดกาญจนบุรีไม่น่าจะทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้น แต่ว่าสิ่งที่ดำเนินการออกมานั้น ผมว่ามันผิดรูปแบบ ผิดที่ผิดทางหรืออะไรต่าง ๆ ที่ดำเนินการมาอยู่เพราะการประกาศ ความจริงมันน่าจะเตรียมไว้ตั้งแต่ต้นงบประมาณ ปี ๒๕๖๒ วางแผนงานสเต็ป (Step) การทำงานอะไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาให้มีความสำเร็จในปี ๒๕๖๓ ที่จะต้องมีผลกระทบเกิดขึ้น รู้นะครับไม่ใช่ไม่รู้ ผลกระทบเกิดขึ้นนี้รับรองว่าปีนี้ปัญหาภัยแล้งแน่นอน ท่านรัฐมนตรี ไม่ต่ำกว่า ๖ เดือนที่ฝนจะมา ถ้าฝนไม่มาอีกจะมีปัญหามันจะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาล สั่นคลอนแน่นอนผมเชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ ดังนั้นผมจึงตั้งคำถามกับท่านรัฐมนตรีว่ารัฐ จะมีมาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้งแบบเร่งด่วน มีแบบเร่งด่วนทั่วประเทศที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ ๑๔ จังหวัดและขยับต่อไปเรื่อย ๆ นี้ทำอย่างไรนะครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ตามที่ท่าน ส.ส. ประเสริฐ บุญเรือง ได้ตั้งกระทู้ถาม ต้องขอบคุณท่านประเสริฐเป็นอย่างยิ่งเป็นคนที่เอาใจใส่ต่อบ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ผมรู้จักท่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ แล้ว เป็นคนตั้งใจจริง ตามที่ท่านพูดมา ถูกต้องทุกอย่าง ทุกคนทราบดีว่าปีนี้ต่อจากปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ภัยแล้งต่อจากนี้ ๖ เดือน ก็ยังไม่แน่ใจว่าฝนจะตกต้องตามฤดูหรือไม่ ถึงเดือนพฤษภาคมเราก็ยังไม่แน่ แต่ที่แน่นอนคือ น้ำฝนจะน้อยกว่าทุกปีอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเราได้เตรียมการไว้ อย่างที่ท่านทราบเรา มี ๒๐ เขื่อน ๓๔ อ่างเก็บน้ำไว้ไม่พอเพียงที่จะใช้จ่าย เราจึงคิดอย่างเดียวในตอนนี้รัฐบาล สั่งเร่งด่วนเลย ต้องทำอย่างไรช่วยกันประหยัดน้ำก่อน ๒. ให้พอกับอุปโภคบริโภคไปอีก ๖ เดือน ข้างหน้า ปริมาณน้ำอย่างที่ท่านบอกในเขื่อนไม่พอแล้ว รัฐบาลเมื่อวันที่ ๗ ได้นำงบกลาง โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็รีบเอาเรื่องเข้าใน ครม. ใช้งบกลาง ก่อนเลยเมื่อวันที่ ๗ ที่ผ่านมา โดยให้ไปจัดการเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคทั้งเขตประปาและ นอกเขตประปา ทั้งหมดก็ประมาณ ๒,๐๔๑ แห่ง ใช้งบประมาณ ๓,๐๗๙ ล้านบาท อยู่ในเขต ที่มีประปาอยู่ประมาณ ๕๐ แห่ง และนอกเขตประปาก็อีก ๑,๙๙๑ แห่ง ซึ่งใช้ ๕ หน่วยงาน ด้วยกัน ออกไปปฏิบัติการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คือมี ๑. ให้กรมน้ำบาดาลไปดำเนินการ ๒. กรมทรัพยากรน้ำ ๓. กองทัพบก ๔. การประปาเอง และ ๕. หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา แยกออกเป็น ๕ หน่วยงานออกไปเร่งดำเนินการ ๒,๐๔๑ แห่งนี้ให้พอกับอุปโภคบริโภค ตามที่ท่านพูดมานี้ถูกต้องหมด ดังนั้นการเร่งด่วนในการจัดการเรื่องแหล่งน้ำให้พอเพียงกับ อุปโภคบริโภคเราต้องเร่งทำให้พอใน ๖ เดือนนี้ครับ อันนี้เป็นคำถามที่ท่านถามเร่งด่วน
เชิญครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๒ แคบลงมาหน่อยนะครับ กรณีในพื้นที่ อย่างเช่น ๑๔ จังหวัดที่เป็นภัยแล้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนหนึ่งในพื้นที่ของอำเภอเขาวง แล้วแม่น้ำลำพะยังซึ่งมีระยะทางยาว ๒๒๕ กิโลเมตร ไหลผ่านอำเภอกุฉินารายณ์ไปสิ้นสุดอยู่ที่จังหวัดยโสธรและจังหวัดร้อยเอ็ด ตรงนั้นจะมีฝาย อยู่ประมาณ ๗-๘ ตัว ซึ่งฝายได้ดำเนินการและก่อสร้างแล้ว สามารถเก็บกักน้ำ ผมคิดอัตรา เฉลี่ยได้ถามกรมชลประทานว่าอัตราการเก็บกักน้ำในแต่ละฝาย ๆ ไม่ต่ำกว่า ๔๐๐,๐๐๐- ๕๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร แต่ปัญหาเกิดขึ้นอยู่ว่าไม่สามารถที่จะนำน้ำเข้ามาใช้ได้ในพื้นที่นั้น โดยเฉพาะสาเหตุอาจจะเป็นทางกรมชลประทานหรือสำนักบริหารจัดการน้ำได้ดูหรือไม่ว่า สาเหตุที่ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ได้เพราะว่าการเก็บกักน้ำในแต่ละฝาย ตลิ่งมันสูง ท่านรัฐมนตรี เมื่อตลิ่งมันสูงแล้วชาวบ้านหรือราษฎรไม่สามารถที่จะนำน้ำที่กักเก็บอยู่ในบริเวณนั้นสามารถ ที่จะใช้ได้ ในข้อเสนอแนะอีกบางอย่างที่บริหารจัดการแก้ปัญหาพื้นที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่นี้ ผมเชื่อว่าถ้าท่านรัฐมนตรีคิดแล้วทำได้นั่นก็คือการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า อย่างนี้มันต้องคิดนะครับ ท่านประธาน อย่างนี้มันต้องคิด คิดเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาให้สำเร็จลุล่วงแบบยั่งยืนและ ถาวรด้วย ฝากท่านรัฐมนตรีและตั้งเป็นคำถามว่าท่านในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบในการ ดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้งส่วนหนึ่งท่านสามารถที่จะบริหารจัดการสิ่งที่สูบน้ำด้วยไฟฟ้า ที่ผมขอเสนอท่านรัฐมนตรีได้หรือไม่ครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ที่ท่านเรียนถามคือลุ่มน้ำยังอยู่ในเขตของจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด เราได้ดำเนินการไปแล้ว ได้สร้างฝายไปแล้ว และแก้มลิง ๑๓ แห่งด้วยกัน แล้วที่สร้างเสร็จไปแล้วเป็นอ่างขนาดเล็กประมาณ ๑๐๒ แห่ง ซึ่งเก็บน้ำอยู่ในบริเวณลุ่มน้ำยัง คราวนี้ที่ท่านถามผมเข้าใจแล้วว่าจะทำอย่างไร นำน้ำในลุ่มน้ำยังมาให้พี่น้องราษฎรได้ทำกินได้ วันนี้เรามีเพียงสถานีเดียวที่สูบน้ำ เราก็เลยตั้งงบให้ท่านเลยในปี ๒๕๖๓ นี่ ๒ แห่ง ๒ แห่ง ก่อนเพื่อแก้ปัญหาในเขตตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ อำเภอเขาวง แล้วอีกที่หนึ่งตำบลสามขา อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นชุมชนที่ท่านต้องการให้ไปช่วยเหลือเร่งด่วน ปีนี้ ๒๕๖๓ เราจัดเลย ส่วนบริเวณอื่นเราก็จะให้กรมชลประทานไปสำรวจต่อไปอีกว่าสิ่งเหล่านี้ ลุ่มน้ำทั้ง ๒๐๐ กว่ากิโลเมตรจะทำอย่างไรได้อีกในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ เพราะปี ๒๕๖๔ เราจัดแล้วงบประมาณก็คิดว่าจะดำเนินการให้ท่านตามต้องการ หลังจากนี้แล้วท่านมาคุย กับผมเลย ท่านอยากให้ทำอะไรก่อน ยินดีเลย เดี๋ยวลงจากเวทีเจอกันเลย ยินดีครับ
เชิญท่านประเสริฐ อีกครั้งครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ พอดีท่านรัฐมนตรีตอบมาผมเป็นกังวล กังวลเรื่องของกฎหมาย มาตรา ๑๔๔ เดี๋ยวจะว่า ผมไปของบประมาณจากท่านอีกนะครับ ผมนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาพูดให้ท่านฟัง ท่านอย่าว่าผมขอนะครับ เมื่อสักครู่นี้ถ้าบันทึกไว้ว่าผมขอเดี๋ยวมันจะยุ่ง ไปตีความอีก โดยเฉพาะผมยิ่งเป็นฝ่ายค้านด้วยท่านรัฐมนตรี
อันนี้คือคำถามที่ ๓ ท่านจะมีมาตรการเยียวยาเกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นและการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนในกรณีปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันนี้อย่างไรให้สำเร็จลุล่วงโดยผมอยากให้ท่านไปดู ผมได้ดูสื่อจากอินเทอร์เน็ต อะไรต่าง ๆ ซึ่งประเทศไทยของเราก็ถือว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศจีน ผมได้เห็น สิ่งที่รัฐบาลของประเทศจีนได้ดำเนินการรู้สึกว่ามีความประทับใจที่นำแม่น้ำแยงซีเกียง แล้วสูบน้ำจากใต้ขึ้นไปภาคเหนือคือไปกรุงปักกิ่งปรากฏว่าสำเร็จลุล่วง อันนั้นสิ่งที่ยังไม่เคยเห็น แต่ว่าเห็นจากในสื่อถ้าท่านได้ดูแล้วเอามาเป็นตัวอย่างผมว่าถ้าเราแก้ปัญหาเรื่องน้ำ อย่างสมบูรณ์นำน้ำโขงเอาอะไรไปเติมสิ่งที่มันขาดหาย ผมเชื่อว่าสามารถที่จะทำได้ แต่ว่า สิ่งที่เป็นคำถามก็คือท่านจะแก้ปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไร ในเมื่อเกษตรกรที่มี ผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้งครับ
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ท่าน ส.ส. ประเสริฐถามอย่างห่วงใย พี่น้องประชาชน ผมเองก็เหมือนกันมีความห่วงใย มีความรู้สึกเหมือนท่านทุกประการครับ เราเป็นผู้แทนมาด้วยกัน รัฐบาลปี ๒๕๖๒ เราเห็นแล้วว่าทั้งฝนแล้งทิ้งช่วง เราเลยประกาศ ภัยแล้งไปทุกที่เป็นเนื้อที่ถึง ๖ ล้านกว่าไร่ เสียหายหมดในภาคอีสานส่วนใหญ่ แล้วก็ ภาคเหนือบางส่วน ภาคกลางนิดหน่อย ตอนนั้นเราช่วยแล้วประกาศภัยแล้งเรียกว่า เยียวยา ผมก็ตำหนิกันมาเรื่อยเลยว่าทำไมเยียวยาช้าบ้าง อะไรบ้าง มันติดด้วยข้อกฎหมายครับ แต่อย่างไรก็ตามการเยียวยาก็คือเป็นไปตามกฎระเบียบของกระทรวงการคลัง ผมก็ได้เคย ตอบไปแล้ว อย่างนาได้ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท อย่างจังหวัดกาฬสินธุ์นี่เพิ่งจะได้เมื่อวาน ที่อำเภอยางตลาด นี่เป็นการทำงานสำรวจยากมากไปซ้ำซ้อนมีเกษตรกร ๓๙๘ ราย เสียหาย ๑,๔๗๓ ไร่ เมื่อวานนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจึงตัดสินใจชดเชยให้ ๑,๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาท คราวนี้พูดถึงว่ายั่งยืนล่ะ เรารู้แล้วว่าปี ๒๕๖๓ ฝนทิ้งช่วงอย่างน้อย ๖ เดือน กว่าจะปลูก กว่าจะทำกินอะไรได้อีก ๔ เดือน ๑๐ เดือน เพื่อนสมาชิกครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านมีความห่วงใยนะครับ ทุกครั้งประชุม ครม. ท่านจะสั่งเลย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลองไปคิดจะไปสร้างอะไรให้พี่น้องได้มีรายได้ ในฤดูแล้งที่จะถึงนี้ ขอกราบเรียนมาอย่างนี้ครับ ผมคิดในฐานะอยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะสร้างอาชีพรายได้เสริมในระหว่างที่ฝนทิ้งช่วงอย่างไร เราก็คิดว่าขณะนี้น้ำไม่มี การเพาะปลูก ลำบากก็เอาปศุสัตว์มา เอาโครงการปศุสัตว์เลี้ยงวัว เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงอะไรก็แล้วแต่ โดยโครงการนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติมาให้กระทรวงการคลังกับ ธ.ก.ส. ร่วมกับกรมปศุสัตว์ให้เกษตรกรกู้เงินล้านละร้อย ๑ ล้านบาท เสียดอกเบี้ย ๑๐๐ บาท ต่อ ๑ ปี โครงการนี้ให้ ๓ ปีเลยถ้าฟื้นฟูได้ แต่โครงการนั้นจะต้องมีตลาดรองรับ ผมอยากจะ กราบเรียนครับว่า ผมก็ไปคิกออฟ (Kick off) ที่จังหวัดเชียงใหม่ที่เชียงดาวเมื่อวันอาทิตย์นี้ ก็ได้รับการตอบสนองอย่างดียิ่งทุกคนเห็นด้วย จะเล่าสั้น ๆ ให้เพื่อนสมาชิกได้ไปพูดต่อให้กับ พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศว่ารัฐบาลมีความห่วงใยโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กำหนดวงเงินช่วยเหลือเพื่อทำกินอย่างเดียวไม่ได้เพื่อไปใช้หนี้ ผมยกตัวอย่าง เอาเรื่องวัวก่อนเป็นสิ่งที่ทุกคนสนใจ และทุกคนก็รู้รากฐานตัวเองว่าเลี้ยงวัวนั้นเลี้ยงกันดี ๆ แล้วก็ได้ผล ผมก็คิดโครงการนี้ขึ้นมา โครงการนี้สิ่งแรกเกษตรกรหนี้สิ้นเยอะแยะ ทรัพย์สิน ไม่มี แน่นอนกู้เงินไม่ได้ แต่โครงการนี้กู้ได้ ให้กู้ แต่ให้พี่น้องไปจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ๘-๑๐ คน เพื่อจะได้ดูแลกันเอง และให้ดูแลผู้ด้อยโอกาสที่เข้าไม่ถึงเงินทุนมาร่วมด้วยสัก ๓ คน ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งแล้วสั่งอีกให้คนที่ไม่มีโอกาสได้มาร่วมด้วย เข้าแล้วทำอย่างไร จะมีเกษตรอำเภอ เกษตรตำบลเราก็คิกออฟ (Kick off) ไปแล้วที่อีสาน ที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคามแล้วผมยินดีที่จะไปบ้านท่านจังหวัดกาฬสินธุ์ให้ท่านกำหนดมา คราวนี้ เราจะเดินสายแล้ววันนี้เราเดินที่จังหวัดนครปฐมเสร็จแล้ว เรามีคู่มือออกมา ๑. ไปให้เกษตรกร ที่ไม่มีแหล่งเงินอะไรก็แล้วแต่ที่ฝนทิ้งช่วงทำกิน ท่านเลือกเอาเลยเรามีประมาณ ๑๐ เมนู ปศุสัตว์ก็เริ่มจากวัว แพะ แกะ หมูด้วย ไก่ ทุกอย่างมีตลาดรองรับ ผักก็ปลูกได้ ผลไม้ก็ปลูกได้ แต่ท่านต้องจริงใจกันในการจดวิสาหกิจต้องตั้งใจเลยว่าต้องไม่เบี้ยวกัน ถ้าเบี้ยวกรรมการ ใน ๑๐ คนนี้ต้องหารกัน
ประการที่ ๒ เราไม่ให้หยิบเงิน ไม่ให้หยิบเงิน หมายความว่าท่านจะเลี้ยงวัว ก็แล้วแต่ความสามารถของท่าน กลุ่มท่าน อย่างท่านบอกผมกำหนดขั้นต้นให้ ๕ ตัว ๕ ตัว คิดเป็นเงินเท่าไรท่านไปซื้อเอาเองเราไม่ซื้อให้ เรามีกรรมการอยู่ ๔ ฝ่าย ๑. ปศุสัตว์ ๒. ธ.ก.ส. ๓. เกษตรอำเภอ ๔. เจ้าของที่จะเลี้ยงไปดูเอาเลยเราจะมีบัญชีไว้ให้ดู จังหวัดกาฬสินธุ์ มีพ่อค้าวัวกี่คนต้องขึ้นทะเบียนหมดครับ มีวัวกี่ตัวใครอยากจะเลี้ยงวัวไปเลย ท่านก็เอาวัวมา ตกลงราคา ธ.ก.ส. ก็จะโอนเงินไปให้ ๒. อาหารเราจะผลิตให้เลย เราจะไม่ให้ท่านปล่อย ตามทุ่งตามท่าตามยถากรรมแล้ว เราตั้งศูนย์ฟีดเดอร์ (Feeder) ให้แล้วส่งให้ท่านกิโลกรัมละ ๔ บาท ถ้าซื้อตามร้าน ๑๐ บาท อาหารต้องมีโปรตีนเท่าไรเราครบเลยเราลองเลี้ยงแล้วได้ผล วันละ ๑ กิโลครึ่ง นี่เรื่องจริงผมเลี้ยงที่บ้านผมเองที่สุพรรณบุรี ผมไม่มีความชำนาญเรื่องสัตว์ ผมเก่งเรื่องข้าวบ้านผมมีแต่ข้าว แต่ได้ผล วันละกิโลกรัมกว่า เราถามเกษตรกรแล้วยินดี แล้วใครจะเข้าโครงการมาเลย
ประการที่ ๓ เรามีตลาด เรามีคอกกลาง ให้ท่านเลี้ยงแค่ ๔ เดือนพอ ขุนเลย ๔ เดือน ท่านได้ ๑๐๐ กว่ากิโลกรัมแล้ว เราประกันราคาที่ ๑๐๐ บาท วันนี้ ๑๐๐ กว่าบาทแล้ว ผมสามารถทำให้วัวขึ้นมาถึง ๑๐๐ บาทแล้ว คราวนี้ทำอย่างไร เรามีคอกกลางรับซื้อ คอกกลางต้องมาขึ้นทะเบียนกับผม ไม่ใช่ใครก็ได้จะตั้งคอกกลางจะซื้อ เริ่มต้นวัวต้องมีหู หูต้องติดตราแล้วทุกอย่างต้องขึ้นทะเบียนหมดเพื่อไม่ให้แก่งแย่งทำให้ตลาดเสียหาย พอคอกกลางเสร็จไปไหนครับ ส่งไปต่างประเทศเรามีตลาดแล้ว ดังนั้นขอสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลพยายามผลักดันโครงการอาชีพเสริมรายได้ภายใน ๔ เดือนนี้ให้ได้มากที่สุด อาทิตย์นี้ก็ลงใต้แล้วครับ ไปทางภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลาไปโน้น ภาคอีสานผมจะขึ้นตั้งแต่โคราชต้องชมเชยคุณทัศนียากับคุณทัศนาพร ท่านไปดูเลย ไปดูวัวที่บ้านผมเมื่อวานนี้ ผมยินดีจะไปนะครับโคราช จะไปดูให้พร้อมไปทุกที่ อยากช่วยพวกเราทุกคน เพราะพวกเราทุกคนช่วยพี่น้องเกษตรกรอยู่ ดังนั้นฝากโครงการนี้ ไว้ว่าเป็นพัฒนายั่งยืนเลยนะครับ ท่านให้ ๓ ปี วงเงินนี้ล้านละร้อย ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านประเสริฐครับ เจ้าของกระทู้ที่ดูแลเวลา ถามเป็นกระทู้จริง ๆ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ จบกระทู้สด ด้วยวาจานะครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป มีอยู่ ๓ กระทู้ พวกเราจะได้เตรียมตัว
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๗ เรื่อง การจัดสรรสวัสดิการให้แก่อาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ
ขอเชิญคุณหมอจาตุรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ผมลำดับที่ ๑๐๗ เรื่องการจัดสวัสดิการให้แก่อาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งท่านได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ท่านสาธิต ปิตุเตชะ มาตอบ ต้องขอขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ ผมเองในฐานะที่เป็นแพทย์ เราได้ทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขหรือว่า อสม. มายาวนานมาก จากประวัตินั้น ปี ๒๕๒๐ เริ่มมีการทดลองจัดตั้ง อสม. ๒๐ จังหวัด ปี ๒๕๓๕ มี อสม. ที่เต็มรูปแบบ ปี ๒๕๓๖ มีการสถาปนาวัน อสม. ซึ่งวันนั้นก็อยู่ใน ครม. ของท่านนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย เป็นผู้ประกาศวันอาสาสมัครสาธารณสุข อสม. นั้นปัจจุบันมีทั้งหมด ๑,๐๔๐,๐๐๐ คน แต่บางตัวเลขก็เป็น ๑,๐๙๖,๐๕๐ คน ก็ประมาณว่า ๑,๐๔๐,๐๐๐ คน อสม. นั้นต้องใช้พลัง ต้องบอกว่าเป็นพลังของภาคประชาชน เป็นกองทัพของประชาชนที่มีจิตอาสาทำงานดูแล พี่น้องตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดและต้องมีความรู้ความสามารถ ต้องมีทักษะ และประสบการณ์ ดังนั้นผมจึงเรียนว่าการทำงานหนักของ อสม. เป็นระยะเวลาเรียกว่า เมื่อไรก็ต้องไปหา ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน ดูแลรักษา หรือแม้กระทั่งฟื้นฟูสุขภาพ ดังนั้นผมจึงมีความตั้งใจจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีใน ๓ ประเด็น
ประเด็นแรกคือเรื่องขวัญกำลังใจของ อสม. ครับ ซึ่งได้ค่าตอบแทนครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๕๒ เป็นเงิน ๖๐๐ บาท และได้เพิ่มขึ้นมาเป็น ๑,๐๐๐ บาทในปี ๒๕๖๑ อนุมัติ ช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๖๒
ขวัญกำลังใจที่ ๒ ก็คือเรื่องสวัสดิการอื่น ๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาลได้เทียบเท่า ซี ๓ เมื่อปี ๒๕๔๘ ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ตอบมา และที่สำคัญก็คือการเบิกค่ารักษาพยาบาล ห้องพิเศษและยาพิเศษให้กับ อสม. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๖ ฉบับที่ ๗ นั้น ให้ อสม. และครอบครัวไม่ต้องเสียในช่วงที่กำหนดคือเข้าใจว่าคงจะเป็น ซี ๓ และหลังจากนั้น เสีย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็มีความกังวลว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อสม. กับครอบครัวยังต้องจ่าย ก็พอดีมีฉบับที่ ๘ ขึ้นมาว่า อสม. เฉพาะตัวไม่ต้องจ่าย แต่ครอบครัวยังต้องจ่ายอยู่
ข้อ ๒ ก็คือคำถามในเรื่องการเพิ่มพูน เพราะ อสม. นั้นต้องมีทักษะแล้วก็มีความรู้ ตื่นตัว แอกทีฟ (Active) มีความสามารถตลอดเวลาให้สมกับที่พี่น้องประชาชนฝากความหวังไว้ อสม. นั้นต้องเป็นต้นแบบให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเป็นตัวอย่างที่ดีทำอย่างไรจะต้องมีการ เพิ่มพูนทักษะ ความรู้ความสามารถ การอบรม เราจะเพิ่มการอบรมให้เข้มข้นขึ้นซึ่งทราบว่า กระทรวงจะมีการนัดจัดประชุมเชิญ อสม. จำนวน ๘๐,๐๐๐ คน แล้วคัดให้เหลือ ๘,๐๐๐ คน ตำบลละ ๑ คนเข้ามาเพื่อจะได้ทำเป็นหมอประจำบ้านผมจะเรียนถามว่ามีข้อระเบียบอย่างไร และทำไปถึงไหนแล้ว ที่สำคัญเมื่อเหลือ ๘,๐๐๐ คน ตำบลละคนแล้ว ที่เหลือเราจะมีโพรเซส (Process) ในการยกระดับ อสม. พวกเขาอย่างไร
ข้อ ๓ ก็คือการตอบแทนดูแลในเรื่องสวัสดิการอื่น ๆ เช่น กองทุน เพราะว่า เขาไม่มีอะไร ทำงานหนักทั้งชีวิตทุ่มเท ลูกหลานจะไปเรียนหนังสือไม่มีเงิน เพราะว่าพ่อแม่ ก็มาทำงานเป็น อสม. การตอบแทนให้เขาเป็นกองทุน เช่น กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งทราบว่ามีอยู่ ๑,๐๔๐,๐๐๐ คน ทราบว่าถ้าเก็บ ๕๐ สตางค์จะได้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว แต่กองทุนที่ ๒ นี้น่าสนใจก็คือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุน เรียกว่าบำเหน็จ อสม. ซึ่งขณะนี้มีกองทุน อช. คือกองทุนการออมแห่งชาติอยู่ แต่กองทุน การออมแห่งชาติไม่รับคน ๖๐ ปีขึ้นไป อสม. มี ๔๐๐,๐๐๐ ที่เกิน ๖๐ ปี เราจะทำอย่างไร เราจะตั้งอย่างไร เราจะซับซิไดซ์ (Subsidize) อย่างไร รัฐบาลจะช่วยอย่างไร เพื่อให้ อสม. มีขวัญกำลังใจโดยที่เขายังไม่เสียชีวิต เขายังมีเงินอยู่ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ครับ
ท่านรัฐมนตรีเชิญนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้รับมอบหมาย จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ได้ตอบกระทู้ถาม เพื่อนสมาชิก คุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เรียนคุณหมอจาตุรงค์ว่าเราก็เห็นตรงกัน คือพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศมีความสำคัญ เป็นอาสาสมัคร เป็นจิตอาสาที่ทำงานให้กับ กระทรวงสาธารณสุขมาตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ งานที่กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมาย ให้กับพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ เป็นงานที่ทั้งเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งเป็นผู้ช่วย ผอ.รพ.สต. เป็นผู้ช่วยพยาบาล งานเก็บข้อมูล เดี๋ยวนี้ก็รวมไปถึงช่วยหน่วยราชการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทุกงานก็ตกมาอยู่ที่ อสม. เพราะฉะนั้นกระทรวงสาธารณสุขโดยรัฐมนตรีว่าการ ผมได้ให้ความสำคัญตั้งแต่เริ่มเข้าไปรับตำแหน่ง เราออกไปพบกับพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ ตั้งแต่รับตำแหน่งมาผมเดินทางไปไม่ต่ำกว่า ๑๕-๑๖ จังหวัด พบพี่น้อง อสม. ก็มีความเต็มใจ ที่จะทำงานให้กับกระทรวงแล้วก็หน่วยงานราชการอื่น กระทรวงสาธารณสุขเลยคิดว่า ทำอย่างไรจะได้ให้มีสวัสดิการมีสิทธิพิเศษ แล้วก็พยายามอธิบายกับพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ ว่าสิ่งที่เขาได้รับ คือต้องเริ่มต้นเข้าใจว่างานของเขาเป็นงานจิตอาสา เป็นอาสมัครครับ เพราะฉะนั้นค่าตอบแทนที่ได้รับนั้นเป็นเพียงขวัญกำลังใจ ซึ่งผมลำดับอย่างนี้นะครับว่า ค่าป่วยการ อสม. ได้เริ่มได้ให้กับพี่น้อง อสม. เริ่มต้นปี ๒๕๕๒ โดยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากนั้นปี ๒๕๖๑ โดยรัฐบาลที่แล้วก็อนุมัติเงินเพิ่มอีก ๔๐๐ เป็น ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ส่วนสิทธิพิเศษที่พวกผมเข้ามาก็เริ่มทำได้เลย ก็คือสิทธิที่คุณหมอได้กล่าวถึงซึ่งเป็นประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาที่ประกาศใช้ไปแล้ว ฉบับที่ ๗ แล้วก็ฉบับที่ ๘ เรียนว่าระเบียบเดิม อสม. จะใช้สิทธิในการรักษาพยาบาลในห้องพิเศษได้ต้องเป็นพี่น้อง อสม.ที่ปฏิบัติหน้าที่มา ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปีแล้วก็สิทธิตกไปยังถึงบุคคลในครอบครัว อันนั้นในส่วนเกินก็จะใช้สิทธิได้เพียง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็มาแก้ระเบียบว่าเราควรที่จะให้สิทธิ ให้กับ อสม. ทั้งหมดทุกคนไม่ยกเว้น ไม่กำหนดระยะเวลา ไม่ว่าเขาจะทำงานมา ๑ เดือน ๑ ปี ๑,๐๔๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ถ้าเขาป่วยเข้าโรงพยาบาลสิทธิในการใช้ห้องพิเศษควรจะเป็น ของเขา ผมเชื่อว่า อสม. แต่ละคนไม่อยากป่วย แต่ถ้าเขาป่วยรัฐก็ต้องดูแล กระทรวง สาธารณสุขต้องดูแล ฉะนั้นสิทธิตรงนี้เราก็แก้ระเบียบเป็นประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยไม่จำเป็นที่ อสม. ทำงานมา ๑๐ ปีก็คือทำให้ทุกคน
ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็คือสิทธิที่เราตั้งกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งความจริง ก็ถือว่าอันนี้ผมเน้นว่าเป็นหลักประกันกับคนข้างหลัง ส่วนใหญ่พี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ เท่าที่ดูขณะนี้ปฏิบัติหน้าที่มาบางคนก็ ๒๐ ปี บางคนก็ ๓๐ ปี เราเป็นห่วงคนข้างหลัง จึงก่อตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ขึ้นแล้วมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแล้ว ผมไปเปิดมา เมื่อวานซืนนี้ ที่เหลือลำดับต่อไปนี้คือการรับสมัครโดยสมัครใจจากพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ ถ้าเขารับสมัครครบ ๑,๐๔๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ เวลาเขาเสียชีวิตทายาทก็จะได้รับ ตามจำนวนพี่น้อง อสม. ที่สมัครเข้ามา ขณะนี้ได้รับรายงานว่าเปิดรับสมัครไปประมาณ ไม่ถึงเดือนมีผู้สมัครเข้ามา ๓๐๐,๐๐๐ คนแล้ว อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนของสมาชิก อสม. ทั่วประเทศที่จะสมัครใจสมัครเข้ามา ขณะนี้ผมก็ตั้งเป้าว่าอย่างน้อยที่สุด ๑,๐๔๐,๐๐๐ คน ทั่วประเทศถ้าได้ ๘๐๐,๐๐๐ คนก็จะเป็นหลักประกันสำหรับคนข้างหลังคนในครอบครัวเขา ถ้าเขาต้องเสียชีวิต เพราะฉะนั้น ๒ สิทธินี้เราทำได้แล้วก็ทำได้เลย เราอธิบายชัดเจนว่า สิทธิอันนี้เป็นสิ่งที่ชอบธรรมแล้วเขาก็มีสิทธิได้กระทรวงสาธารณสุขเต็มใจที่จะทำให้เขา ส่วนบางท่านพูดถึงค่าตอบแทนหรือค่าป่วยการที่สูงขึ้น เราก็เรียนว่าพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ มีจำนวนถึง ๑,๐๔๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศก็ต้องดู แล้วก็ต้องคิดคำนวณถึงงบประมาณ ของภาครัฐที่มีอยู่ด้วย
ถัดไปผมเห็นด้วยกับท่าน คือเราต้องยอมรับว่าในยุคสมัยนี้ระบบเครือข่าย เป็นต้นทุนในทางธุรกิจมหาศาล กระทรวงสาธารณสุขมี ๑,๐๔๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ถ้าเราสามารถพัฒนาศักยภาพของเขากับงานที่มีอยู่แล้ว การลดความแออัดการเป็นผู้ช่วย รพ.สต. การทำงานกำจัดลูกน้ำยุงลาย งานทั้งหมดที่ทำถ้าเราได้พัฒนาต่อยอดให้เขา ได้มีศักยภาพในการที่จะมาดูแลเพื่อนบ้าน คนในครอบครัวในหมู่บ้านของเขาพี่น้อง อสม. เครือข่ายจะเป็นมูลค่ามหาศาลสำหรับกระทรวงสาธารณสุขแล้วก็ประเทศเรา เพราะฉะนั้น จึงมีโครงการที่จะจัดฝึกอบรมหลักสูตร อสม. ๘๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ เราก็จะคัดเลือกมา ๑๐,๐๐๐ คน อันนี้ถือว่ายังเป็นโครงการที่เราจะขอใช้งบกลางจาก ครม. แล้วก็นายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้อนุมัติ แต่ถือว่าเป็นโครงการที่เราจะริเริ่มแล้วก็จะพัฒนาศักยภาพ ของพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศที่มีอยู่ตามที่ท่านเข้าใจ แน่นอนที่สุดกระทรวงสาธารณสุขได้ ให้ความสำคัญพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศโดยการเพิ่มสิทธิที่ทำได้เลย ๒ เรื่อง ก็คือเรื่องของ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แล้วก็สิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการที่จะใช้ห้องพิเศษ ในการเจ็บป่วยในการเข้าไปรักษาพยาบาลหลังจากที่หักตามสิทธิที่เขามีแล้ว ส่วนบุคคล ในครอบครัวต้องเรียนว่าอย่างนี้ครับ ที่ท่านเป็นห่วงก็คือว่าบุคคลในครอบครัวแบ่งเป็น ๒ ส่วน ก็คือบุคคลในครอบครัวที่ไม่มีสิทธิกรณีนี้รัฐก็จะหักให้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของอัตราที่กำหนด ส่วนที่มีสิทธิจะต้องไปหักจากสิทธิที่เขามีก่อน ยกตัวอย่างเช่นพี่น้อง อสม. มีลูกทำงานราชการ เขาต้องไปสิทธิราชการเสียก่อน ถ้าสิทธิราชการสามารถเบิกได้ทั้งหมดเขาก็มาเบิกไม่ได้ แต่ถ้าเบิกจากสิทธิราชการแล้วยังคงมีเหลืออยู่ที่ต้องจ่ายเงินให้กับหน่วยบริการหรือ โรงพยาบาลเท่าไรเขาก็ได้สิทธินั้นครึ่งหนึ่ง อันนี้คือสิทธิที่ได้กำหนดและประกาศในยุค ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการและผมได้เข้าไปแล้วก็ประกาศใช้เป็นกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ถือว่า อันนี้ก็ได้ทำเพื่อพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศครับ
ครับ ตามข้อบังคับสมาชิก มีสิทธิที่จะถามได้อีก ๑ ครั้ง เว้นแต่จะขอซักถามต่อไปเพราะคำตอบยังไม่หมดประเด็น คุณหมอถามได้อีกครั้ง เชิญครับ
กราบขอบคุณท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ ครับ ก็ต้องเรียนว่าเราคงจะต้องมองใน ๒ ประเด็น คือเรื่องของความรู้ ความสามารถ ทักษะ ซึ่งผมเชื่อว่า อสม. ทุกคนก็อยากมีทักษะอยาก มีความรู้ความสามารถเพราะเราสามารถ ดีเทกต์ (Detect) โรคได้รวดเร็วภายใน ๖ ชั่วโมง เช่นคนเป็นโรคเส้นสมองตีบมาเขาสามารถช่วยชีวิตได้เลย สามารถส่งได้เลย แต่ก็ยังเป็นห่วง เพราะ อสม. ตั้ง ๑,๐๔๐,๐๐๐ คน เราจะคัดมาแค่ ๘๐,๐๐๐ คน แล้วมาดูเหลือแค่ ๘,๐๐๐ คน แค่ตำบลละ ๑ คน จะเป็นไปได้หรือไม่ครับว่าเราน่าจะมี ๒ เฟส (Phase) ๒ ระยะ คือที่จะ ทำเป็นหมอประจำบ้านอย่างที่ท่านว่ากับที่ยังไม่ได้อบรมเพิ่มพูน ท่านต้องจัดงบประมาณ หรือว่าโครงการดูแลให้เขาเพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชน ประชาชนต้องมั่นใจว่า อสม ช่วยชีวิตเขาได้เป็นที่พึ่งอันดับแรกอยู่ใกล้ ๆ บ้านที่สุด เป็นสกรีน (Screen) อันดับแรกเลย ถ้าเขาไม่มีความสามารถเขาไม่เชื่อมั่นระบบเราก็จะไม่ได้รับการเชื่อมั่น ดังนั้นต้องดูแล เรื่องเฟส (Phase) แรก และเฟส (Phase) ที่ ๒ ก็คือเงินที่จะ ผมก็เป็นห่วงว่าค่าตอบแทน จริง ๆ เราบอกเป็นจิตอาสาก็จริง แต่ทำงานทั้งวันอาจจะทั้งเดือนดึกดื่นค่อนคืนก็ต้องมา เหมือนหมอที่อยู่เวร เขาทำตรงนี้เขาได้บุญได้กุศลเขามีความจิตอาสา แต่ ๑,๐๐๐ บาท ผมคิดว่ายังน้อยอยู่ ถ้าทำเป็นเรื่องโครงการหมอประจำบ้าน ๒,๕๐๐ บาท ปี ๒๕๖๓ บอกว่า จะรู้ข้อเท็จจริง จะรู้ความคืบหน้า ปี ๒๕๖๓ ก็ปีนี้ล่ะ เราจะมีโอกาสเห็นหรือไม่ครับว่า จะมีเงินค่าตอบแทนเพิ่มเป็น ๒,๕๐๐ บาท ในระดับแรก ๆ ก่อนแล้วต่อไปได้ครบทุกคน ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องให้ อสม. นั้นมีทักษะ มีความรู้และมีจิตวิญญาณที่จะทุ่มเทจริง ๆ ซึ่งผมเชื่อว่า เขาก็จะมีการสกรีน (Screen) กันเองในหมู่ของเขาเอง
ข้อที่ ๒ ท่านเคยพูดว่า อสม. ต้องเป็นยุคดิจิทัล ๔.๐ ที่ไปเปิดงานและท่านอนุทิน ก็ไปพูดเรื่องหมอชาวบ้าน ผมก็ยังเป็นกำลังใจว่าถ้า อสม. ยุค ๔.๐ ได้โดยเฉพาะการนัดหมาย การเฝ้า การส่งข่าวทางสมาร์ตโฟน (Smartphone) มันจะเป็นยุคที่เราจะไม่ต้องนัดคนไข้ ให้มารอนาน ดูแลเขาได้โดยนัดวันไหน อย่างไร ในชั่วโมงกี่นาทีหรือแม้กระทั่งการ ดีเทกต์ (Detect) ต้องเร่งทำเพื่อที่จะดูแล เพราะฉะนั้นค่าต่าง ๆ ที่ต้องใช้ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เพียงพอ ก็จะถามว่ามีโอกาสที่จะเป็น ๒,๕๐๐ บาทหรือมากว่านั้นหรือไม่
ข้อที่ ๓ ที่จะถามเพิ่มเติมก็คือท่านพูดถึงกองทุนที่บอกว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือว่ากองทุนที่ประกันสังคมบวกกับสวัสดิการที่บอกว่ารัฐบาลจ่าย ๒๐๐ ทาง อสม. จ่าย ๑๐๐ เป็น ๓๐๐ สนับสนุนไว้จะเป็นรูปธรรมหรือไม่ มีโอกาสเพิ่มเติมหรือไม่ และสุดท้าย ผมก็ยังเห็นว่าค่าห้อง ค่าห้องพิเศษ อสม. ยังต้องจ่ายครึ่งหนึ่ง ขอโทษครับ ครอบครัวต้อง จ่ายครึ่งหนึ่งแต่ อสม. ไม่ต้องจ่าย เป็นไปได้ไหมว่าในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วมันไม่ได้มากมาย โรงพยาบาลแค่ค่าห้อง ค่าห้องพิเศษ ซึ่งปกติก็มีอยู่แล้วก็เป็นว่าไม่ต้องจ่ายทั้งครอบครัวไปเลย ซึ่งประกาศฉบับที่ ๗ กับฉบับที่ ๘ ฉบับที่ ๗ เดือนธันวาคม แต่มาลงราชกิจจานุเบกษาพร้อมกัน ในเดือนมกราคม ๒๕๖๓ จะเป็นโอกาสว่าถ้าเกิดอย่างไรก็ถือว่าเป็นขวัญเป็นกำลังใจ ครอบครัวพ่อแม่ลูกที่หักค่าที่กำหนดแล้วเหลืออีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องจ่าย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ยกให้เหมือนสิทธิเฉพาะตัว อสม. เลยจะได้หรือไม่ ต้องขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สำหรับ ๓ คำถาม ของท่านก็คือเป็นประเด็นที่เราจะเพิ่มขวัญกำลังใจสิ่งที่เราจะเติมเต็มจากสิ่งที่กระทรวง สาธารณสุขได้ดำเนินการไปแล้วนะครับ อสม. ดิจิทัลแน่นอนที่สุดในการพัฒนาศักยภาพ เราก็มีการจัดอบรมและหนึ่งในวิชาที่เราจัดอบรมก็คือการใช้เครื่องมือสื่อสารที่เป็น ทั้งโซเชียล มีเดีย (Social media) หรือการสื่อสารที่เป็นระบบ ผมเรียนเพื่อนสมาชิกว่า ขณะนี้ อสม. ของเรามีเครือข่ายผ่านไลน์อย่างเป็นระบบกว่า ๔๐๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ เราติดต่อสื่อสารกับพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศว่าเราจะฝึกการใช้ แน่นอนที่สุดนโยบายหลัก ของกระทรวงคือเราส่งเสริมเราป้องกัน ในส่วนหน้าด่านคือ รพ.สต อสม. จะเป็นคนช่วย ส่งเสริมป้องกันในการลดการแออัดในการที่เราใช้ ประหยัดงบประมาณในการรักษา เราเน้นเรื่องสร้างมากกว่าซ่อม สร้างทุกอย่าง สร้างสุขภาพที่ดี สร้างอาหารที่เป็นประโยชน์ และให้เขาออกกำลังกาย ปีนี้กระทรวงสาธารณสุขจะมีโครงการใหญ่ของการออกกำลังกาย ทั่วประเทศ ซึ่งวันนี้เป็นวันที่เราคิกออฟ (Kick off) ซึ่งสามารถโหลดแอปพลิเคชัน (Load application) โดยให้ อสม. เป็นแกนหลักคือ โครงการก้าวท้าใจ ขอเรียนไปยังคุณหมอจาตุรงค์ และเพื่อนสมาชิกด้วยว่าโครงการวิ่งออกกำลังกายก้าวท้าใจทั่วประเทศซึ่งเปิดให้โหลดแอป (Load app) ได้แล้ววันนี้ เราจะลอนช์แคมเปญ (Launch campaign) แถลงข่าววันที่ ๒๒ นี้ ถ้าท่านเข้าไปในไลน์แล้วไลน์เซิร์ช (Search) หาก้าวท้าใจ จะเป็นการวิ่งแบบเวอร์ชันรัน (Version run) ก็คือท่านวิ่งกับตัวท่านเอง ท่านจะบันทึกข้อมูลส่งเข้าไปในไลน์ แล้วก็จะบันทึก ข้อมูลส่วนตัวของท่าน ข้อมูลแบ่งเป็นจังหวัด แล้วก็ข้อมูลรวมทั้งประเทศ อันนี้เป็นโครงการ ที่สำคัญต้องอาศัยพี่น้อง อสม. เช่นกันในการที่จะเป็นเฮลท์โมเดล (Health model) แล้วก็ ไปช่วยคนในครอบครัวไปชวนคนในครอบครัว คนในหมู่บ้านเขาขึ้นมาออกกำลังกายด้วย เพราะฉะนั้นการให้ความสำคัญของ อสม. เพื่อนสมาชิกท่านคุณหมอจาตุรงค์ไม่ต้องเป็นห่วง เราทำได้เราทำให้ทันที ๒,๕๐๐ บาทที่ท่านพูดถึงเป็นแผนงานแล้วก็เสนอเข้าไปแล้วครับ ถ้าเขาผ่านการอบรม แต่เราแยกอย่างนี้ ๑,๐๐๐ บาทแรกเป็นค่าป่วยการ ส่วนอีก ๑,๕๐๐ บาท เราจะเรียกว่าค่าตอบแทน เพราะฉะนั้นถ้าผ่านการอบรม ๑๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศเขาจะได้รับ เงินเบ็ดเสร็จ ๒,๕๐๐ บาท เมื่อผ่านเกณฑ์มีการประเมินการฝึกอบรมเรียบร้อยแล้วเขาก็จะได้ ค่าตอบแทน ๒,๕๐๐ บาท แต่ว่าเราก็ต้องมีความเป็นห่วงนิดหน่อยว่าการฝึกการประเมิน ที่จะยกระดับคุณภาพแล้วก็มาตรฐานของเขานั้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแค่ไหน อย่างไร เรื่องกองทุนก็ต้องเรียนกับท่านว่าเราคิดที่จะประสานกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งรัฐบาลเคยมีกองทุนเงินออมแห่งชาติ ซึ่งส่งเสริมให้คนออม หากออม ๑ รัฐจะสมทบให้อีก ๑ อันนี้เป็นแนวคิดผมที่จะทำอย่างไรก็ได้ ให้สามารถเป็นกองทุนขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันให้กับเขา แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังติดปัญหา ว่าพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศนั้นส่วนใหญ่จะอายุค่อนข้างมาก กองทุนเงินออมนั้นถ้าเกิน ๖๐ ปี ไปก็ทำไม่ได้ อันนี้ก็กำลังอยู่ในระหว่างการหารือว่าจะทำอย่างไรสามารถที่จะให้เขาออม โดยการจ่ายแล้วมีเงินสมทบแล้วก็มีเงินเป็นกองทุนสำหรับเขา
ส่วนค่ารักษาพยาบาลในส่วนที่ท่านเรียนว่าเรื่องบุตร เราเริ่มต้นเราก็ต้องคิด อย่างรอบคอบนะครับ คือการแก้ระเบียบ เราประเมินว่าจำนวนคนมาใช้สิทธิห้องพิเศษ เฉพาะ อสม. ทั่วประเทศปีละประมาณ ๘๐ ล้านบาท ซึ่งส่วนต่างอันนี้เราก็จะให้ สปสช. มารับผิดชอบไป แต่ถ้าหากเราเปิดสิทธิอีกครึ่งหนึ่งให้กับบุคคลในครอบครัวเขา ต้องเรียนว่า จำนวนบุคคลในครอบครัวถือว่าจำนวนมาก คูณด้วย ๑,๐๔๐,๐๐๐ อันนั้นก็เป็นภาระ งบประมาณอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นอันนี้ก็อยู่ในแผนทั้งหมด แต่ว่าการจะทำอะไร ก็จะต้องดูข้อมูลตัวเลขที่สัมพันธ์กับงบประมาณที่เราจะให้เขาในจำนวนคน ๑ ล้านกว่าคน ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นเราไม่นิ่งนอนใจและจะทำทุกอย่าง แต่ว่าภายใต้กรอบงบประมาณ ที่จำกัดแล้วก็ต้องมีมาตรฐานอย่างแท้จริง ผมเรียนว่ากระทรวงสาธารณสุขโดยท่านอนุทิน ชาญวีระกูล และผมก็ได้ให้ความสำคัญกับพี่น้อง อสม.ทั่วประเทศ แล้วก็จะเดินสายไปพบเขา เพื่อให้กำลังใจในการทำหน้าที่แล้วก็เป็นการทำหน้าที่จิตอาสาให้กับกระทรวงสาธารณสุข และประเทศเราครับ ขอบพระคุณครับ
ขอขอบคุณนายแพทย์จาตุรงค์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับ ต่อไป
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๑ เรื่อง การออกระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ (นายชำนาญ จันทร์เรือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เชิญท่านชำนาญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายชำนาญ จันทร์เรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับเรื่องการออกระเบียบว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายการบริหารงาน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ คำจำกัดความคำว่า ค่าใช้จ่าย ให้หมายความรวมถึงรายจ่ายที่เกิดจากภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทยด้วยนั้น มันมีประเด็นพิจารณาว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ่ายเงินตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยได้หรือไม่ เพราะตามพระราชบัญญัติองค์การ บริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๗๔ บัญญัติว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจมีรายจ่าย ดังต่อไปนี้คือ เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทนอื่น ๆ ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้างและทรัพย์สินอื่น ๆ เงินอุดหนุน และรายจ่ายอื่นใดที่จำเป็นต้องจ่ายในการปฏิบัติ หน้าที่หรือตามข้อผูกพัน หรือรายจ่ายตามที่มีกฎหมายหรือระเบียบของกระทรวงมหาดไทย กำหนดไว้ และตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๖๗ บัญญัติไว้ว่า เทศบาล อาจมีรายจ่ายดังต่อไปนี้คือ เงินเดือน ค่าจ้าง เงินตอบแทนอื่น ๆ ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดินสิ่งก่อสร้างและทรัพย์สินอื่น ๆ เงินอุดหนุนและรายจ่ายอื่นใดที่จำเป็นต้องจ่ายในการ ปฏิบัติหน้าที่ หรือตามข้อผูกพัน หรือรายจ่ายตามที่มีกฎหมาย หรือระเบียบกระทรวงมหาดไทย กำหนดไว้ และกฎหมายจัดตั้งอีกฉบับหนึ่งก็คือพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหาร ส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ บัญญัติไว้ว่า มาตรา ๘๕ องค์การบริหารส่วนตำบลอาจมีรายจ่าย ดังต่อไปนี้ เงินเดือน ค่าจ้าง เงินค่าตอบแทนอื่น ๆ ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้างและทรัพย์สินอื่น ๆ ค่าสาธารณูปโภค เงินอุดหนุนหน่วยงานอื่น และรายจ่ายอื่น ใดที่จำเป็นต้องจ่ายในการปฏิบัติหน้าที่หรือตามข้อผูกพัน หรือรายจ่ายตามที่มีกฎหมาย หรือระเบียบของกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ จึงเห็นได้ว่ากฎหมายจัดตั้งทั้ง ๓ ฉบับนี้ไม่ได้ บัญญัติให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจใช้ จ่ายเงินที่เกิดจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด ดังนั้นจึงเป็นกรณีที่ทางกระทรวงมหาดไทยออกระเบียบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เบิกจ่ายเงินในเรื่องที่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ มีประเด็นพิจารณาว่าตามกฎหมายจัดตั้ง บัญญัติว่าอาจมีรายจ่ายอื่นใดที่จำเป็นต้องจ่ายในการปฏิบัติหน้าที่หรือตามข้อผูกพัน ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้นั้น คำถามผมคำถามแรกก็คือถือว่าจะทำให้ กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจออกระเบียบเพิ่มในเรื่องที่เป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเบิกจ่ายด้วยหรือไม่ เพราะบทบัญญัติดังกล่าวต้องเป็นรายจ่าย อื่นใดที่จำเป็น ซึ่งนโยบายของกระทรวงมหาดไทยไม่เข้าลักษณะความจำเป็นของท้องถิ่น ตลอดทั้งการใช้จ่ายเงินของท้องถิ่นต้องเป็นเรื่องที่กล่าวไว้ในกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ เท่านั้น โดยกระทรวงมหาดไทยจะมาออกระเบียบเพิ่มเรื่องที่ท้องถิ่นจ่ายนอกเหนือจาก พระราชบัญญัติหาได้ไม่ นี่คือคำถามแรกครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ เรื่องของการออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิก ค่าใช้จ่ายการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามที่ได้เรียนถามนั้น ประเด็นคำถามนี้ขออนุญาตพูดถึงค่าใช้จ่ายตามคำนิยามที่ได้พูด การที่นำประโยคเดียวมานี่ ก็อาจจะทำให้เกิดความเห็นไม่ชัดเจน ประโยคที่ว่าหมายความถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายกระทรวงมหาดไทยเป็นประเด็นที่ยกขึ้นมาเดี๋ยวไปสรุปเป็น ปัญหาแล้วถามว่าทำไมออกได้หรือไม่อย่างไร ตรงนี้ความในระเบียบที่ออกถ้าอธิบายให้เห็น ภาพง่าย ๆ ค่าใช้จ่ายหมายความว่ารายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายในการบริหารงานประจำตามอำนาจ หน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ข้อความต่อไปเอามาต่อกันให้เห็นชัดครับ และให้หมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายของ กระทรวงมหาดไทยด้วย คำพูดที่ต่อกันใช้คำว่า และ ไม่ได้ใช้คำว่า หรือ ถ้าหรือเอาเรื่องของกระทรวงมหาดไทยไปทำ แต่ถ้า และ ก็คงจะหมายความว่าต้องเป็นการใช้งานตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น อันนี้คือนัยของคำถาม พอไปพูดถึงตัวคำถามก็มาพูดว่าจะนำมาใช้จ่าย ตามภารกิจของกระทรวงมหาดไทยไม่ได้เพราะเหตุใด อันนี้ขอเรียนว่าระเบียบที่ออกมานั้น กระทรวงมหาดไทยจะออกนโยบาย ซึ่งกระผมจะเรียนในรายละเอียดต่อไป แต่จะต้องไปเป็น ตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งกระผมก็จะได้เรียนในรายละเอียดต่อไป ว่ามีอำนาจหน้าที่อย่างไรบ้าง ก่อนอื่นก็ต้องมาดูว่าตามกฎหมายแล้วกระทรวงมหาดไทย ออกนโยบายได้หรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยพูดถึงเรื่องขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลและจัดทำการบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น อันนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติ ขอยกตัวอย่าง เช่นกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น เพราะฉะนั้นตัวกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าตัวองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถ ทำงานตามอำนาจหน้าที่ได้ แต่ว่าต้องเป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติ กฎหมายอีกตัวหนึ่ง คือกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน อันนี้นัยก็คือว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น สามารถกำหนดนโยบายเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงานในกระทรวงให้สอดคล้องกับนโยบาย ที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรีกำหนดได้ภายใต้การกำกับดูแล ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประเด็นนี้คือสรุปว่ากระทรวงมหาดไทยสามารถ ออกนโยบายได้ มาดูว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องทำตามอำนาจหน้าที่มีกฎหมายใดบ้าง ก็แน่ ๆ มีกฎหมายจัดตั้งทั้ง อบจ. อบต. และเทศบาลที่กล่าวเมื่อสักครู่นี้ อันนั้นเป็นงาน ซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้ง นอกจากนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังต้องมีอำนาจหน้าที่ ในการที่จะต้องทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ เรียกว่า กฎหมายกระจายอำนาจ นั่นก็เป็นบทบาทภารกิจตามอำนาจหน้าที่ที่ต้องทำอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่า เช่น กฎหมายที่ดินสิ่งปลูกสร้าง กฎหมาย สิ่งแวดล้อม กฎหมายโรงงานยังมีกฎหมายอีกหลายกฎหมายที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องทำถือว่าเป็นตามอำนาจหน้าที่ ผมสรุปตอนนี้ก็คือว่าโดยอำนาจ โดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยสามารถออกนโยบายและออกระเบียบให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ แต่ต้องเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่ผมกล่าวไปแล้วเป็นพื้น ไม่สามารถจะเอาไปใช้ในภารกิจ ของกระทรวงมหาดไทยได้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายตัวใดตัวหนึ่งตามอำนาจหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงจะทำได้ เมื่อผมเรียนไปแล้วก็คงจะเห็นว่ามีอำนาจที่จะออก นโยบายได้ ส่วนนโยบายผมอยากเรียนว่าไม่ใช่เอาภารกิจไปให้เขา นโยบายที่กระทรวง มหาดไทยออกจะเป็นนโยบายในภาพกว้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราจะไม่ ไปเฉพาะเจาะจงองค์กรใดองค์กรหนึ่ง เป็นนโยบายทั่วไปเพื่อมุ่งหวังให้เกิดความเสมอภาค ความเท่าเทียมกันหรือว่าได้มีกรอบในการให้บริการพี่น้องประชาชนได้เท่าเทียมกันเป็นหลัก จะไม่มีการใช้นโยบายไปกำหนดให้เขาทำโดยนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในข้อ ๑ ผมตอบเท่านี้ครับ
ท่านชำนาญถามได้อีกครั้ง เชิญเลยครับ
สงสัยผมจะถามไม่ค่อยตรงคำตอบ ประเด็นตามกระทู้ ไม่ใช่การถามเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติตามระเบียบของท่านว่ามีวิธีปฏิบัติ ตามระเบียบที่ท่านออกเองดังกล่าวท่านจะมอบหมายให้ อปท. ใช้จ่ายเงินที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ หรือไม่ อย่างไร แต่ประเด็นตามกระทู้ที่ประสงค์จะให้ท่านรัฐมนตรีตอบก็คือแม้กฎหมายจัดตั้ง ของ อบจ. เทศบาลและอบต. จะบัญญัติให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยในการออกระเบียบ เกี่ยวกับการเงินการคลัง ระเบียบที่จะออกได้ก็เป็นเพียงขยายความในกรอบที่ พ.ร.บ. ให้อำนาจไว้ แต่จะไปเพิ่ม อำนาจหรือลดอำนาจของ อปท. นอกเหนือจาก พ.ร.บ. หาได้ไม่ โดยที่กฎหมายจัดตั้งที่ใช้ ในปัจจุบันนี้บัญญัติรายการที่ อปท. จ่ายไว้แล้วว่ามีเรื่องอะไรบ้าง เช่น พ.ร.บ. อบจ. มาตรา ๗๔ พระราชบัญญัติเทศบาล มาตรา ๖๗ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล มาตรา ๘๕ ได้บัญญัติว่ารายจ่ายที่อาจมีได้ ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทนอื่น ๆ ซึ่งบทบัญญัติในพระราชบัญญัติกฎหมายจัดตั้งดังกล่าวไม่มีคำว่า ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด ดังนั้นการที่ท่านทำเป็นระเบียบกระทรวง เพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ในการจ่ายเงินของ อบจ. เทศบาล และ อบต. ทั่วประเทศว่าให้มีอำนาจ หน้าที่ในการใช้จ่ายเงินในเรื่องภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ได้ด้วย จึงเป็นเรื่องนอกเหนือที่กฎหมายจัดตั้งบัญญัติไว้อันมีลักษณะเหมือนการแก้ไข เพิ่มเติมข้อความในกฎหมายจัดตั้งที่จะต้องทำเป็นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น แต่ท่านแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจ อปท. โดยทำเป็นระเบียบกระทรวงมหาดไทย อนึ่ง แม้ว่า ในการแก้ไขกฎหมายจัดตั้งหลังสุด ปี ๒๕๖๒ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องรายจ่ายของ อบจ. เทศบาล และ อบต. ไว้ด้วยข้อความที่ว่ารายจ่ายอื่นใดที่จำเป็นต้องจ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ หรือตามข้อผูกพัน หรือรายจ่ายตามที่กฎหมายหรือระเบียบของกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ จริงครับที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้แต่ไม่ได้บอก ซึ่งรัฐมนตรีอาจอ้างว่าเป็นบทบัญญัติ ที่ให้อำนาจออกระเบียบเพิ่มในเรื่องที่เป็นนโยบายกระทรวงมหาดไทยให้ อปท. เบิกจ่ายด้วย บทบัญญัติดังกล่าวจะต้องตีความว่ามีเงื่อนไข คือต้องเป็นเรื่องรายจ่ายอื่นใดที่จำเป็นของ ท้องถิ่นเอง ไม่ใช่ความจำเป็นของรัฐบาลหรือความจำเป็นของกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ลักษณะภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยล้วนแต่เป็นเหตุผล ความจำเป็นของกระทรวงหรือของรัฐบาล จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะออกระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ผมจึงจะถามเป็นประเด็นที่ ๒ ก็คือการออกระเบียบมาจำกัดกรอบดุลพินิจ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติ อบจ. มาตรา ๗๔ พ.ร.บ. เทศบาล มาตรา ๖๗ และ พ.ร.บ. สภาตำบล อบต. มาตรา ๘๕ ดังกล่าวนี้ จะเห็นได้ว่าเป็นบทบัญญัติ เปิดกว้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ดุลพินิจได้หลากหลาย แต่ระเบียบออกมาจำกัดกรอบ ให้แคบลง อย่างเช่น ค่าใช้สอยในระเบียบ ข้อ ๑๑ ออกมากำหนดกรอบดุลพินิจให้ อปท. จ่ายค่าใช้สอยได้เพียง ๒๓ เรื่องเท่านั้น ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดปัญหากับ อบจ. เทศบาล และ อบต. ในลักษณะที่ว่าเมื่อมีค่าใช้สอยเรื่องอื่น ๆ ที่จะต้องเบิกจ่าย ซึ่งมีอำนาจโดยชอบตามกฎหมาย พ.ร.บ. จัดตั้ง แต่ไม่อยู่ใน ๒๓ เรื่อง ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย อปท. ก็เบิกจ่ายไม่ได้ ก็จะต้องถูกหน่วยตรวจสอบทักท้วง นอกจากนั้นในระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ข้อ ๑๓ ยังกำหนดไม่ให้ อบจ. เบิกจ่ายค่าใช้สอยอีก ๗ รายการ ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ห้ามเบิกดังกล่าว กฎหมายจัดตั้งที่เป็น พ.ร.บ. ก็เปิดให้เป็นดุลพินิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองที่จะ พิจารณาเบิกจ่ายให้เหมาะสมตามความจำเป็น ทั้งนี้กฎหมายจัดตั้งไม่ได้ให้อำนาจแก่ กระทรวงมหาดไทยในการออกระเบียบมาจำกัดกรอบตามที่ พ.ร.บ. กำหนดไว้แต่อย่างใด ผมจึงเรียนถามว่าจะเป็นการออกเกินกว่าที่กฎหมายให้อำนาจไว้หรือไม่ อย่างไรครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ขอเรียนยืนยันว่าการออกระเบียบของกระทรวงมหาดไทยนั้น จะอยู่บนพื้นฐานของอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น จะไม่ใช้ไปเพิ่มเติม อำนาจหน้าที่อื่น ๆ นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่อยู่ภายใต้กฎหมาย ทั้งกฎหมายจัดตั้ง และกฎหมายอื่น ๆ ตามที่ผมเรียนแล้วทั้งหมด กระทรวงมหาดไทยไม่ได้ออกกฎหมาย ออกระเบียบไปเพิ่มเติมแล้วก็ไม่ได้ไปจำกัด กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่มุ่งหวังที่จะให้เกิด ความสะดวก ที่มาของกฎหมายนี้อันเนื่องมาจากเกิดปัญหาในการเบิกจ่ายขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ทำอยู่ในอดีตที่ผ่านมามักจะโดนถูกท้วงติงจากองค์กรตรวจสอบจนเป็นคดีกัน อยู่เนือง ๆ แล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งจะต้องคืนเงินให้กับทางราชการ เป็นการยุ่งยาก ในการที่จะทำงาน หน่วยตรวจสอบจึงได้มีข้อเสนอแนะว่าควรจะมีระเบียบกำหนดไว้ นอกจากนั้นในเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องกรรมาธิการของ สนช. ขณะนั้นได้ยกเรื่องมามีข้อเสนอแนะ กระทรวงมหาดไทยควรมีระเบียบในการเบิกจ่ายเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยจึงได้ร่างระเบียบขึ้นมาให้ครอบคลุม ครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง ครอบคลุมงานตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่ผมได้เรียนแล้ว โดยที่ว่าไม่ได้เพิ่มเติมงานอื่น ๆ ไปตามที่เรียนให้ทราบตั้งแต่ต้นนะครับ เพราะฉะนั้นในการ ที่ออกระเบียบนั้นจึงมุ่งหวังที่จะอำนวยความสะดวกให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นสามารถ ดำเนินการได้และไม่เกิดความผิดพลาดขึ้นมาอย่างในอดีตอีกนะครับ ก็ขอเรียนในข้อที่ ๒
ก็จบกระทู้ถามที่ ๒ ขอขอบคุณ ๒ กระทู้ ท่านรัฐมนตรีนะครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๒ เรื่อง ปัญหาการบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย (นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ขอเชิญท่านสมาชิกครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง เขตธนบุรี พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เรื่อง ปัญหาพัฒนาด้านการบริหารจัดการภาครัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับการ ไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวง
ท่านประธานครับ ประชาชนมีรากฐานการดำรงชีวิตที่ดีและพัฒนาได้อย่างมั่นคง สมดุลอย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืนต่อไปนั้นระบบสาธารณูปโภคด้านการไฟฟ้า การประปา มีส่วนสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันยังพบปัญหาด้านการให้บริการ การให้ความช่วยเหลือ ยามฉุกเฉิน การประสานงาน การแก้ไข การบริการจัดการภายในสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เขตจอมทอง เขตธนบุรี และเป็นที่ทราบกันดีอยู่ทั่วไปว่าการไฟฟ้านครหลวงเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกระทรวงมหาดไทย มีพื้นที่บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอพูดถึงให้การบริการ และประสิทธิภาพของหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวงตามแผนยุทธศาสตร์กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ ได้กำหนดไว้ว่าการไฟฟ้านครหลวง
๑. ต้องดำเนินธุรกิจไฟฟ้าอย่างมีคุณภาพ เชื่อถือได้ ปลอดภัย ปัจจุบัน ในพื้นที่เขตจอมทองและเขตธนบุรีประสบปัญหา โดยเฉพาะประชาชนร้องเรียนมาว่ายังไม่มี ไฟฟ้าส่องสว่างตามซอยต่าง ๆ ไม่ทั่วถึง บางจุดดับไม่ซ่อมบำรุง ซ่อมแซม เปลี่ยนหลอดไฟ สายไฟฟ้ายุ่งเหยิงพัวพันกันไปหมด ไม่ปลอดภัยในยามฤดูฝน
๒. ให้บริการเชิงรุกโดยมุ่งเน้นลูกค้า เช่นปัญหาที่เกิดเมื่อพบประชาชนร้องเรียน ไปยังการไฟฟ้าไม่มาตรวจสอบ ตรวจสอบก็มาล่าช้าและยังต้องมีเงื่อนไขให้ประชาชนถ่ายรูป เสาไฟฟ้าหรือเลขเสาด้วย
๓. พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น ปัญหาที่พบประชาชน ไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ ขาดการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าถึงได้ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า การทำงานของการไฟฟ้านครหลวงไม่เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ นี้เป็นคำถามแรก ขอเรียนคำถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวงให้ท่านช่วยตอบคำถามด้วยครับ
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ประเด็นที่เรียนสอบถามนั้นก็เป็นเรื่องของการให้บริการ ของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งก็มีแผนมีแนวทางในการดำเนินการตามที่ท่านได้เรียนให้ทราบแล้ว ขอเรียนว่าการไฟฟ้านครหลวงนั้นก็ให้บริการด้านไฟฟ้ากับพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการตลอดมาในเขตปริมณฑล ประเด็นที่ท่านถามนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การแก้ไขปัญหาไฟฟ้าสาธารณะบางแห่งยังไม่มี ขอเรียนว่าการติดตั้งเป็นเรื่องของกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องดำเนินการในการติดตั้ง ส่วนในการซ่อมบำรุงในช่วงที่ผ่านมานั้นยังมีปัญหาอยู่บ้าง อันเนื่องมาจาก พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างที่ออกมาใหม่ไม่สามารถใช้โดยตรงได้ให้กับการไฟฟ้า ไปแก้ไขได้ สรุปนะครับ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพยายามที่จะแก้ไขอยู่ว่าจะต้องสามารถ ทำเฉพาะเจาะจงได้จึงจะให้การไฟฟ้าไปทำได้ ไม่เช่นนั้นจะต้องเปิดประมูลหรือเปิดบิด (Bid) ไปสู่สาธารณะ อาจจะเป็นผู้ประกอบการรายใดก็ได้จะไม่ใช่หน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวง ที่จะไปแก้ไข นั่นเรื่องของไฟฟ้าสาธารณะ แต่การติดตั้งนั้นต้องเป็นงบของกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องติดตั้งไฟฟ้าสาธารณะ ถ้าที่ใดที่ยังขาดผมจะรับไปตรวจสอบ แต่ผมเข้าใจว่า ในขณะนี้ก็ไม่น่าจะมีพื้นที่ใด แต่ว่าจะไปตรวจสอบดูในเรื่องของการแก้ไขปัญหาไฟฟ้า ที่สาธารณะดับนี้ในขณะนี้จะเร่งแก้ไขโดยหน่วยงานจะต้องมีการทำกฎหมายให้สามารถ เจาะจงให้การไฟฟ้าทำได้ ไม่เช่นนั้นจะต้องให้ดับแล้วก็ประกวดราคาอะไรกันไป ประมูล ประกวดราคากว่าจะได้เจ้าเอกชนมาทำ ไปทำก่อนไม่ได้
เรื่องสายโทรคมนาคมก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ท่านใช้ศัพท์ว่ายุ่งเหยิงอยู่บนเสาไฟฟ้า อันนี้เป็นมานานแต่ไม่ใช่สายไฟฟ้าเป็นสายโทรคมนาคม สายสื่อสาร ซึ่งในขณะนี้นโยบาย ของรัฐบาลได้มอบให้กับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแก้ไขทั้งหมดประเทศ โดยตั้งเป้าว่าจะเก็บให้เรียบร้อยภายในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๓ เรียกว่า ใช้วิธีจัดระเบียบ จะมีการดำเนินการ ๒ แนวทางด้วยกัน คือส่วนหนึ่งเอาลงไปเป็นสายใต้ดินซึ่งอันนี้มีแผนงาน ที่จะทำ เนื่องจากใช้งบประมาณสูงประมาณ ๑๐ เท่าของสายไฟฟ้า หรือสายที่อยู่บนอากาศ เพราะฉะนั้นมีแผนงานจะทำบนถนนที่สำคัญที่จำเป็น ส่วนถนนทั่ว ๆ ไปนั้น พื้นที่ทั่ว ๆ ไป จะใช้การจัดระเบียบแล้วจะดำเนินการให้เรียบร้อยภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ นี้
ส่วนในเรื่องของการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าไม่ทราบว่าคงจะหมายถึงเมื่อไฟฟ้าเสีย การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบนั้นมีหลายช่องทางที่จะให้ประชาชนได้แจ้งได้ ผมยกตัวอย่างเช่น เรามีคอลล์ เซ็นเตอร์ (Call Center) ของการไฟฟ้า ๑๑๓๐ มีแอปพลิเคชัน (Application) ที่จะเข้าถึงได้ มีช่องทาง เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไลน์ ที่จะเข้าถึงได้ แล้วนอกจากนั้นยังมีห้องเวรแก้ไฟฟ้าขัดข้องตลอด ๒๔ ชั่วโมง ของทุก ๆ ไฟฟ้า ๑๘ เขต ในกรุงเทพมหานคร เมื่อมีการแจ้งเรื่องไฟฟ้าเกิดขัดข้องเข้าไปไม่ว่าช่องทางใดก็แล้วแต่ เมื่อการไฟฟ้านครหลวงทราบแล้ว ในขณะนี้การแก้ไขไปถึงพื้นที่จะทำให้ได้ภายใน ๑๐-๑๕ นาที อยู่ที่ว่าการจราจรติดขัดหรือไม่ โดยที่ว่าปัญหาเรื่องหนึ่งของการจราจรนั้นการไฟฟ้านครหลวง ก็ได้เอาชุดแก้ไขเอาไปวางในพื้นที่ต่าง ๆ โดยที่ว่าเอาไปเตรียมไว้นอกพื้นที่ตั้งตัวเอง ตอนกลางวันก็จะมีชุดออกไป ๔ ชุดด้วยกัน กลางคืนมี ๕ ชุดด้วยกัน นอกจากนั้นในช่วงเวลา ที่มีภาวะ เช่น มีฝนตก พายุ ก็จะเพิ่มชุดต่าง ๆ ไปดูแลในส่วนนี้ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองการแก้ไข ปัญหาเรื่องไฟฟ้าขัดข้องให้กับพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด ในขณะนี้เวลาเฉลี่ยเมื่อแก้ไข ทั้งหมดอยู่ประมาณ ๓๐ กว่านาที อย่างไรก็ตามการไฟฟ้านครหลวงก็พยายามที่จะลดเวลา ที่จะแก้ไขให้ใช้น้อยกว่านี้ ก็เรียนตอบครับ
ท่านโชติพิพัฒน์ ถามได้อีกครั้ง เชิญนะครับ
ขอบคุณครับ ในส่วนของ การประปานครหลวง ท่านประธานสภาที่เคารพ ล่าสุดได้ยินข่าวในช่วงนี้คุณภาพน้ำประปา ที่จำหน่ายให้กับประชาชนใช้สอยมีความเค็มมากกว่าปกติ สาเหตุมาจากภาวะภัยแล้ง น้ำในเขื่อนมีน้อยประกอบกับการที่น้ำทะเลหนุนสูงความเค็มในบางช่วงคลอไรด์ (Chloride) เกิน ๒๕๐ มิลลิกรัมต่อลิตร หรือโซเดียม (Sodium) เกิน ๒๐๐ มิลลิกรัมต่อลิตร สูงกว่า องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ ขัดกับนโยบายที่ว่าน้ำประปาต้องใสและปลอดภัย และ หน่วยงานดังกล่าวยังไม่มีมาตรการในการเยียวยาชดเชยให้คุ้มค่ากับเงินที่ประชาชนชำระ บริการไปทุกเดือน ปัญหาเหล่านี้ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงขอเสนอให้ มีมาตรการชดเชยเยียวยาเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นให้กับประชาชนเพื่อความเป็นธรรม นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและยังต้องไม่เอาเปรียบประชาชนในการใช้น้ำด้วย และการชดเชยเยียวยาค่าใช้จ่ายควรให้การเยียวยาแก่ประชาชน ชดเชยค่าน้ำประปา เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวตามระยะที่ประปาดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อยู่ ซึ่งนอกจาก จะเป็นธรรมแก่ประชาชนแล้วยังเป็นการสร้างความกระตือรือร้นและใส่ใจการแก้ปัญหา และการคิดการป้องกันปัญหาดังกล่าว การชดเชยเยียวยาทางร่างกายและจิตใจ เช่น ชดเชย ค่ารักษาพยาบาล ถ้าการใช้น้ำประปาเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ การชดเชย ดังกล่าวเป็นการเยียวยาที่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่สุด และเป็นธรรมแก่ประชาชน ผู้ใช้น้ำประปาเพื่อบริโภค ดังนั้นผมจึงขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องการปรับปรุง เยียวยาและค่าชดเชยการประปานครหลวงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม แก่ประชาชนผู้ใช้น้ำประปาด้วยครับ ขออนุญาตถามครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กรณีคุณภาพน้ำประปาผมขอเรียนเบื้องต้นในเรื่องของแหล่งน้ำ ที่เอามาทำประปาตามที่ท่านได้เรียนให้ทราบว่าแหล่งน้ำของการประปานครหลวงนั้นจะมาจาก แม่น้ำเจ้าพระยาโดยมาทางคลองประปา โดยที่พื้นที่สูบนั้นอยู่ที่สำแล จังหวัดปทุมธานี อย่างไรก็ตามสถานการณ์ขณะนี้อย่างที่ทุกคนทราบแล้วว่าน้ำที่จะมาใช้ผลิตน้ำประปา ตามเส้นทางดังกล่าวมาจากปริมาณน้ำของประเทศเราในขณะนี้ ซึ่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็มาจาก ๓ เขื่อนหลัก ก็คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อันนี้ลุ่มเจ้าพระยา ทางด้านอีกส่วนหนึ่งนั้นก็จะมาจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ๒ เส้นทางที่จะมาทำน้ำประปา ส่วนนี้ในขณะนี้เมื่อจะต้องปล่อยน้ำให้อยู่ได้ในช่วงวิกฤติก็คือในปัจจุบันนี้จนกระทั่งถึง เดือนมีนาคมส่วนหนึ่ง และจะต้องเตรียมน้ำสำรองไว้เผื่อกรณีฝนไม่มาตามฤดูกาล เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคมอีก ๓ เดือน มีการคำนวณว่าจะต้องปล่อยน้ำอย่างไรใน ๓ เขื่อนหลักนี้ เท่านั้นจึงจะอยู่ได้สำหรับคนไทยที่อยู่ในลุ่มน้ำนี้ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงกรุงเทพมหานครเท่านั้น แหล่งผลิตน้ำประปาตามเส้นทางนี้ทั้งหมดจะต้องใช้ในส่วนนี้ ในส่วนนี้เองก็มีปัญหาเกิดขึ้น กับพี่น้องประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่ทำประกอบอาชีพการเกษตร ซึ่งรัฐบาลโดยหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย พยายามที่จะชี้แจงพี่น้องประชาชน ในการที่จะให้หลีกเลี่ยงการปลูกพืชใช้น้ำน้อย แต่ในความเป็นจริงพี่น้องประชาชนก็ยังมี การปลูกพืชใช้น้ำมากเกิน คือปลูกข้าวเกินจากพื้นที่ที่กำหนดเป็นเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็จะมีประชาชน แอบสูบน้ำ ซึ่งก็เป็นปัญหาทั้งทางด้านกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย ก็ขอเรียนว่าทำได้ยาก เพราะว่าผู้ยากไร้พี่น้องประชาชนที่ทำเกษตรก็ยากจน ลงทุนไปแล้วก็อยากได้ผลผลิต การจะไปลงโทษกันตามกฎหมายก็ทำได้ยากครับ ทางสังคมก็คงจะเรียนว่าทำได้ยากมาก ก็ใช้มาตรการสร้างความเข้าใจบ้าง พยายามจะไปช่วยเหลือเมื่อเกิดความเสียหายเกิดขึ้น โดยขอไม่ให้เขาสูบ อย่างไรก็ตามก็มีการสูบ แต่เรียนว่าในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ ๔ เขื่อนหลักจะ ปล่อยลงมาจะปล่อยได้แค่นี้ จะไม่ปล่อยมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามเรายังมีน้ำจากแม่น้ำ แม่กลองซึ่งมาก ๒ เขื่อน คือเขื่อนวชิราลงกรณกับเขื่อนศรีนครินทร์มาช่วยได้ แต่ปริมาณนั้น จะจำกัดอยู่ในระดับหนึ่ง เมื่อรวมกันทั้ง ๒ สายแล้วจริง ๆ การคำนวณจะพอดันน้ำทะเลไว้ได้ แล้วก็ค่าความเค็มของน้ำตามมาตรฐานของการประปาก็จะไม่ให้เกิน จริงๆ ตามมาตรฐาน ๐.๒๕ กรัมต่อลิตร อย่างไรก็ตามในขณะนี้มันขึ้นไปประมาณ ๐.๕ กรัมต่อลิตร หรือบางครั้ง ขึ้นไปถึง ๑ กรัมต่อลิตรนั่นเป็นปัญหา ถ้าเกิน ๐.๖ กรัมต่อลิตร ประชาชนจะเริ่มรู้ แต่ถ้าไปถึง ๑ กรัมต่อลิตร บางช่วงก็จะถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง การประปาเองก็ มีแนวทางในช่วงที่น้ำทะเลหนุนก็จะไม่สูบน้ำจากสำแลคือเขาจะไม่สูบ จะสูบในช่วงที่น้ำทะเล ไม่หนุน อย่างไรก็ตามค่าความเค็มในบางครั้งก็มีการสวิง (Swing) ขึ้นไปใกล้เคียงถึง ๑ กรัม ต่อลิตร นั่นคือเกิดผลต่อพี่น้องประชาชน ทั้งสุขภาพ แล้วก็ทางจิตใจอย่างที่ท่านว่า กลับมา ถึงปัญหาว่าควรจะเยียวยาหรือไม่ ผมก็ขอเรียนอย่างนี้ได้ไหมครับว่า ถ้าเป็นความผิดพลาด ของการประปาก็น่าจะมีมาตรการที่จะต้องเยียวยา แต่ถ้าในสภาวะที่เป็นอย่างนี้การประปา จะทำเช่นไร จะเอาน้ำจากตรงไหนของประเทศที่เอาไปทำ ถ้ามันเป็นเพราะความผิดพลาด ของการทำน้ำ ผมก็คิดว่าคงต้องเยียวยา แต่ถ้าน้ำมันมาแค่นี้จะบังคับให้กรมชลประทาน ปล่อยน้ำให้มากกว่านี้การประปาก็สุดวิสัยที่จะทำได้ และถ้าเกิดกรณีวิกฤติที่กระผมและ รัฐบาลเกรงว่าอาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ก็คือว่าประเทศเราเป็นประเทศที่รอน้ำฝนเท่านั้น เราไม่มีแหล่งน้ำจากนอกประเทศที่ใดเลย เรามีปัญหาแล้งปีนี้มีปัญหาต้องแก้หนัก แต่ว่า ถ้าปีหน้าร่องมรสุมเข้ามาแต่ตกเหมือนปีที่ผ่านมา เช่น ตกที่จังหวัดอุบลราชธานีแล้วต้องทิ้งไป ตกที่จังหวัดสกลนคร หนองหารแล้วต้องทิ้งไป ตกที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีต้องทิ้งไป ไม่ตกตรงลุ่มน้ำ เจ้าพระยาและจะทำอย่างไรกันในปีต่อ ๆ ไป นั่นเป็นปัญหาที่เขาต้องเตรียมน้ำกันไว้อีก ๓ เดือน ที่ผมว่านั้น ถ้ามันมีวิกฤติอีกก็ต้องหามาตรการแก้ไข คำตอบของคณะกรรมการบริหารน้ำ สทนช. และกรรมการลุ่มน้ำทั้งหลายนี้ก็จะปล่อยน้ำอยู่แค่นี้ เพราะฉะนั้นความผิดไม่ใช่อยู่ ที่การประปานครหลวง นั่นคือแนวความคิดที่จะเยียวยาเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรก็ตามผมก็จะ รับตรงนี้ไปว่าถ้ากฎหมายทำได้ แล้วเหมาะสมที่จะทำเพราะเป็นความผิดของการประปาก็คง น่าจะมีแนวทาง แต่ถ้าไม่ใช่เป็นเหตุสุดวิสัยที่มันไม่มี แล้วถ้าปีหน้าไม่ตกหนักกว่านี้จะไม่มี น้ำประปาเลย ก็คงไม่ต้องเสียค่าเยียวยา เพราะน้ำประปาเค็ม ๆ ก็คงไม่มี แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ต้อง ยอมรับว่าเมื่อมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนน่าจะมีมาตรการใดที่จะชี้แจงพี่น้องประชาชน หาทางที่ไม่ให้เขาได้รับผลกระทบโดยเฉพาะทางสุขภาพ กระผมก็จะรับไปดำเนินการครับ แต่อย่างไรก็ตามจุดประสงค์คือพยายามที่จะไม่ให้น้ำมีค่าความเค็มเกินค่าจนมีผลต่อสุขภาพ จะรับไปดำเนินการในส่วนนี้ครับ
เรียนท่านสมาชิก และท่านรัฐมนตรีที่เตรียมมาตอบกระทู้ถาม และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายนะครับ ห้องประชุมใหญ่ ก็เริ่มเข้าสู่กระทู้ถามสดด้วยวาจาแล้วก็กระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราก็คงจะเริ่มต้นนะครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะกระทู้ถามแรกนะครับ
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๒๐ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหา ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (นายจักรพันธ์ พรนิมิตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ตอบ
(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ )
จริง ๆ กระทู้ถามนี้ เข้ามาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ๆ แล้วแต่เลื่อนมานะครับ ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการคือท่านรัฐมนตรี กนกวรรณ วิลาวัลย์ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสังเกตการณ์และสนับสนุนข้อมูล ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะมีดังนี้ ๑. นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานกรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ๒. นางพรพรรณ มนตรีพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริม การศึกษาเอกชน ๓. นางนิตยา บุญสีลา นักวิชาการศึกษาชำนาญการกลุ่มโรงเรียนสามัญ ศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผมได้อนุญาตให้บุคคล ที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียนตามกระทู้ถามข้างต้น เข้าร่วมฟังการตอบกระทู้ถามด้วยจำนวน ๒ ท่านคือ ๑. นายพงศ์ศักดิ์ ศิริรักวงษา ๒. นายชัชวีร์ ชีวีวัฒน์ ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือ จากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมนะครับ ในกรณีที่ประธานอนุญาตให้ท่านเข้าร่วมฟัง การประชุมก็ขอความกรุณาท่านได้ปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาต ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามระเบียบ พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย และในระหว่างฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องรักษามารยาทและประพฤติตนให้เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ผู้ได้รับอนุญาต เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาหรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวางการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ในขณะเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้นห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอด การประชุมสู่บุคคลภายนอกนะครับ นี่คือเป็นระเบียบชี้แจงให้ท่านทั้งหลายทราบ ก็ขอให้ ยึดปฏิบัติตามนี้ครับ เพราะถ้าหากไม่ปฏิบัติตาม เกิดผู้ตอบกระทู้ถาม รัฐมนตรีตอบกระทู้ถาม ไม่โดนใจเรา ไม่ตรงกับที่เราคิดก็กลัวว่าจะโวยวายอะไรออกมาอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ถ้าหากว่า ผิดระเบียบข้อบังคับก็ต้องเชิญออกนอกห้องประชุมครับ ต่อไปขอเชิญคุณจักรพันธ์ พรนิมิตร แล้วก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ เข้าห้อง แล้วก็ถามกระทู้ถามนะครับ เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งท่านได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในประเด็นข้อถามที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ซึ่งโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยแม้จะเป็น โรงเรียนเอกชนแต่ด้วยประวัติอันยาวนานของโรงเรียนซึ่งมีศิษย์เก่าที่อยู่ในชั้นนำแวดวงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแวดวงราชการ ธุรกิจ การเมือง และแวดวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เป็นโรงเรียน เอกชนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน วิทยาลัยก็ถือว่าเป็นปัญหาที่กระทบต่อสังคมและความเชื่อมั่น รวมทั้งความไว้วางใจของ ท่านผู้ปกครองแล้วก็เยาวชน จึงเป็นปัญหาที่ผมคิดว่าอยากจะตั้งกระทู้ถามท่านเพื่อเกิด ความกระจ่างให้กับสังคมนะครับ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจากการไม่ยอมรับคำสั่ง พักงานท่านผู้อำนวยการและผู้จัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยนะครับ ซึ่งเป็นคำสั่ง ที่ออกโดยท่านผู้รับใบอนุญาตก็คือมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ซึ่งปัญหานั้น ความไม่ยอมรับดังกล่าวจากคณะครู นักเรียน ผู้ปกครองและศิษย์เก่าบางส่วนจนนำมา ซึ่งการชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่าง ๆ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลามากกว่า ๔ เดือนในขณะนั้น จนส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนโดยนักเรียนไม่สามารถ เข้าเรียนได้ตามปกติ ปรากฏว่าสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้มีคำสั่ง ที่ ๒/๒๕๖๒ เรื่องให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอยู่ในความควบคุมของสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนหรือ สช. ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ สาระสำคัญ คือการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยเพื่อทำหน้าที่แทน ผู้บริหารชุดเดิมที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้รับใบอนุญาต ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ที่เกิดขึ้น กระผมจึงขอเรียนถามดังต่อไปนี้นะครับว่า นับตั้งแต่เกิดข้อเท็จจริงว่ามีปัญหา เกิดขึ้นที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการบรรเทาหรือแก้ไข ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอย่างไรบ้าง ขอทราบรายละเอียด และผมขออนุญาตถามต่อไปเลยในคำถามที่ ๒ นะครับ
ได้ครับ เพราะท่านถามได้ ๒ ครั้ง
ครับ ว่าหลังจากวันที่ ๒๘ พฤศจิกายนแล้ว ซึ่งทาง สช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน วิทยาลัยดังกล่าวนะครับ ที่ผมเรียนเมื่อตอนต้นทางกระทรวงมีเป้าหมายและแนวทางในการ ดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยดังกล่าวอย่างไรบ้าง ที่เป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน ขออนุญาตถามครับ
ก่อนที่ ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ผมขออนุญาต ผมลืมแจ้งไปว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะเรามีเวลาถามตอบ กันแค่ ๒๐ นาทีนะครับ ฝ่ายผู้ถาม ๑๐ นาที ฝ่ายผู้ตอบ ๑๐ นาที ฝ่ายผู้ถามถามได้ ๒ ครั้ง แต่อยู่ในกรอบเวลา ๑๐ นาทีครับ ต้องปรับให้เข้ากับเวลาตามข้อบังคับนี้ เชิญท่านรัฐมนตรี กนกวรรณครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยของท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ก่อนอื่นต้องขอแสดงความชื่นชมที่ประเทศของเรา มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ใส่ใจในปัญหาการศึกษา มิใช่ของรัฐบาลก็ใส่ใจในปัญหาของ การศึกษา การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนก็ต้องขอเรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการ เองนั้นได้ให้ความสำคัญในการดูแลส่งเสริมการศึกษาของโรงเรียนเอกชนมาโดยตลอด แล้วก็ มีความห่วงใยในปัญหาความขัดแย้งของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จากเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาการขัดแย้งภายในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ซึ่งมีปัญหาการ จัดการของมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทยในฐานะผู้รับใบอนุญาตได้มีคำสั่งพักงาน ผู้อำนวยการ นายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ และผู้จัดการ นายวัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี หลังจากนั้น ก็ได้มีคำสั่งให้บุคคลทั้งสองพ้นจากหน้าที่ด้วยเหตุข้อกล่าวหาในเรื่องของการจัดซื้อที่ดิน และกิจการโรงเรียนบึงกาฬคริสเตียน หรือจะเป็นที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่าโรงเรียนบึงกาฬ พิทักษ์ศึกษา ไม่ถูกต้องตามระเบียบทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงคัดค้านจากนักเรียน จากครู จากผู้ปกครองและคณะศิษย์เก่าของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ก็เป็นที่ทราบกันดี ก็ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดการกิจกรรมทั้งการเรียนแล้วก็เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายใน โรงเรียนค่ะ กระทรวงศึกษาธิการเองก็ได้มีการดำเนินการเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะ ประชุมหาทางออกร่วมกันค่ะท่านประธาน แต่ว่าก็ยังไม่สามารถที่จะยุติปัญหาขัดแย้งได้ จึงจะต้องมีมาตรการเข้าไปควบคุมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนดังกล่าว ด้วยความห่วงใยที่เราจะต้องให้สามารถที่จะมีความเรียบร้อยและดำเนินกิจการต่อไปได้ เพื่อไม่ให้ก่อความเสียหายให้กับทุกฝ่ายโดยเฉพาะนักเรียนที่เราห่วงใยที่สุดนะคะ เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนในฐานะผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงเรียน เอกชน พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงได้พิจารณาเรื่องการควบคุมโรงเรียนโดยมีคำสั่งของสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่ ๒/๒๕๖๒ เรื่อง ให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน วิทยาลัยนั้นได้อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้อำนวยการและผู้จัดการส่งมอบทรัพย์สินพร้อมกับสรรพสมุดบัญชี เอกสารและสิ่งอื่นที่เกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ตลอดจนหลักฐานที่เกี่ยวกับนักเรียนทั้งหมดของโรงเรียนให้แก่คณะกรรมการควบคุมโรงเรียน กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยนะคะ อีกทั้งคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนก็ได้มีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยเพื่อปฏิบัติหน้าที่แทน คณะกรรมการบริหารและดำเนินกิจการของโรงเรียนเป็นการชั่วคราวระหว่างที่โรงเรียน อยู่ในความควบคุมซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ มีความสามารถและมีประสบการณ์ในด้านการศึกษา และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนะคะ ซึ่งกระทรวงเองก็คาดหวังว่าสามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน วิทยาลัยได้โดยเร็ว และไม่ส่งผลกระทบกับการเรียนการสอน กิจกรรมของนักเรียนและ เป็นการที่จะสร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครอง รวมทั้งศิษย์เก่า และสามารถ ดำเนินการต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ภายในโรงเรียนและให้นักเรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ และเหตุการณ์ก็อยู่ปกติตลอดมา ดิฉันตอบคำถามที่ ๒ ต่อเลยนะคะ
เชิญครับ
ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ ขอเรียนว่าคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยเข้ามา ทำหน้าที่คณะกรรมการบริหารแล้วก็ดำเนินกิจการของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เป็นการชั่วคราว ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๓๑ นะคะ ในเบื้องต้นนั้นคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน วิทยาลัยก็ได้กำหนดกรอบการทำงานเกี่ยวกับการพิจารณางานด้านการบุคลากรโดยมอบหมาย หน้าที่ผู้อำนวยการ ผู้จัดการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เพื่อให้ การเรียนการสอนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และได้มอบหมายให้ นางวราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยค่ะ
นอกจากนั้นในกรอบของแผนการบริหารโรงเรียน คณะกรรมการควบคุม โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้มีการประชุมเพื่อให้ความเห็นชอบนโยบายแผนพัฒนา การศึกษาของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เช่น อนุมัติค่าจ่ายเงินงบประมาณที่คงค้าง ในการบำรุงรักษาอาคารสถานที่ การจัดการในการเรียนการสอน รวมทั้งอนุมัติโครงการ ค่าใช้จ่ายในโครงการที่สำคัญ ๆ ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นพิธีจบหลักสูตรของนักเรียนมัธยมศึกษา ในชั้นปีที่ ๖ รุ่น ๑๓๗ ค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีจบ ในวันแห่งความทรงจำปีการศึกษา ๒๕๖๒ สำหรับครูเกษียณซึ่งเป็นประเพณีที่ต่อเนื่องและสืบทอดกัน เราให้ความสำคัญอยู่เสมอนะคะ เพื่อให้การดำเนินงานจัดการเรียนการสอนเป็นไปด้วยดีและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับ ครู ผู้ปกครอง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคณะศิษย์เก่าและประชาชนโดยทั่วไปด้วยนะคะ
สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการจ่ายเงินของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน วิทยาลัยนอกขอบวัตถุประสงค์อันที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั้น ซึ่งเป็นเหตุสำคัญในการที่ทำให้มีการควบคุมนั้นนะคะ คณะกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยก็ได้แต่งตั้งอนุกรรมการ ๒ คณะ ได้แก่
คณะที่ ๑ อนุกรรมการฝ่ายกฎหมายและอรรถคดี มีอำนาจและหน้าที่ พิจารณากลั่นกรองและให้ข้อเสนอแนะด้านกฎหมาย ยกร่าง แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยต่อคณะกรรมการควบคุมโรงเรียน กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำรายงานอันสืบเนื่องจาก คำร้องทุกข์ของครู ผู้ปกครองและนักเรียนอีกด้วยค่ะ
คณะที่ ๒ คือคณะอนุกรรมการฝ่ายการเงินและบัญชีค่ะ มีอำนาจหน้าที่ ตรวจสอบและจัดทำรายงาน ส่งมอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสาร รวมทั้งสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับ ทรัพย์สินและหนี้สินของโรงเรียน ตลอดจนหลักฐานเกี่ยวกับนักเรียนทั้งหมดของโรงเรียน และให้ข้อเสนอแนะในการดูแลรักษาทรัพย์สินและกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าธรรมเนียมอื่น อีกทั้งการพิจารณาความเห็นชอบรายงานประจำปี งบการเงินประจำปี และการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยค่ะ ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ ได้ติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยและ ได้รับรายงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทยได้ยื่นอุทธรณ์ คำสั่งควบคุมโรงเรียน โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้ส่งเรื่องให้ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์พิจารณาอยู่นะคะ ซึ่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน โดยมีกรอบระยะเวลาการพิจารณารวม ๖๐ วัน สำหรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ข้อห่วงใย กระทรวงศึกษาธิการก็จะขอรับประเด็นทุกอย่างไปทบทวน แล้วก็จะหารือร่วมกันกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อที่จะแก้ไข หาทางอื่นที่เหมาะสมไว้ให้กับ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยโดยที่จะมุ่งเน้นผลประโยชน์และผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน เป็นหลัก ก็ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพค่ะ
ท่านจักรพันธ์ มีอะไรจะเพิ่มเติมไหม ท่านเหลือเวลาอยู่ แต่ว่าเวลารัฐมนตรีจะหมดแล้วที่จะตอบ ถ้าท่านจะ แบ่งเวลา ถ้าท่านถามอีกท่านต้องแบ่งเวลาให้รัฐมนตรีนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ จักรพันธ์ พรนิมิตร จากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐครับ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ให้ความกระจ่างกับกระทู้ถามของผมครับ และสิ่งที่ยินดีก็คือว่าได้รับทราบว่า คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจาก สช. ได้เข้าไปทำให้กระบวนการทำงานของโรงเรียน ดำเนินการได้ตามปกติ เพราะว่าความตั้งใจของผมในการตั้งกระทู้ถามก็เข้าใจดีว่าเรื่องของ ความขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนะครับ เราคงไม่ได้เห็นด้วยกับ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ว่าเหตุที่ตั้งกระทู้ถามเพราะว่าเห็นตามข่าวมีการกระทบกับการเรียนของ นักเรียนจึงเป็นเรื่องที่เป็นห่วง เมื่อทราบว่าทางคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน วิทยาลัยที่ทาง สช. แต่งตั้งเข้าไปได้ดำเนินการทำให้กระบวนการเรียนการสอนของนักเรียน ดำเนินได้ตามปกตินะครับ แล้วก็รับฟังจากที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงเรื่องของการอนุมัติ แผนพัฒนาและการจัดการเรื่องการบัญชี การเงินต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องของกระบวนการที่เป็น ต้นเหตุแห่งปัญหาคือเรื่องการกล่าวหาในเรื่องการไม่โปร่งใสของกรณีที่การจัดซื้ออะไรพวกนี้ ของโรงเรียน ก็ถือว่าทุกอย่างน่าจะเป็นไปตามกระบวนการที่จะทำให้นักเรียนและผู้ปกครอง ได้มีความสบายใจอย่างน้อยที่สุดในปีการศึกษานี้นะครับ อย่างไรก็ตามก็คงเป็นทั้งข้อห่วงกังวล ถ้าท่านมีเวลาและท่านประธานจะกรุณาว่าถ้าจะอนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลาของผม ตอบด้วยนะครับ ก็คือว่าหลังจากนี้ เพราะผมเข้าใจว่าตามกฎหมายคณะกรรมการควบคุม โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยก็มีระยะเวลาอยู่แค่ช่วงหนึ่ง คงไม่ได้ไปดำเนินการ ได้ตลอดหรือเปล่าไม่ทราบ อันนี้ก็อยากจะเรียนถามดูนะครับ ช่วงเวลาที่เรากำหนดไว้ สมมุติว่า เราแก้ปัญหาตรงนี้ได้ แต่ว่าเมื่อเรามีการคืนอำนาจในการบริหารให้กับท่านผู้รับอนุญาต ปกติที่ตามกฎหมายอยู่นี่นะครับ ท่านรัฐมนตรีมีข้อกังวลหรือมีมาตรการอะไรเป็นพิเศษไหม ที่จะคิดว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่กลับมาอีก เพราะว่าอันนี้ก็คงต้องยอมรับถ้าหากว่ากลับมาอีก ก็จะทำให้ท่านผู้ปกครองแล้วก็นักเรียนได้รับผลกระทบอีก ก็อยากจะเรียนถามประเด็น สุดท้ายแต่เพียงเท่านี้นะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ถ้าจะตอบนิดหน่อยครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ขอบพระคุณในความห่วงใยและข้อคำถามอีกครั้งหนึ่งนะคะ แต่ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในช่วงนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ พิจารณา ซึ่งท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เดี๋ยวดิฉันคงต้องขออนุญาตที่จะ ไปหารือในประเด็นความห่วงใยกัน และในเรื่องของขั้นตอนอยู่ในช่วงของการวินิจฉัยอุทธรณ์ แต่อยากให้เชื่อมั่นว่ากระทรวงศึกษาธิการจะทำทุกวิถีทางที่จะหาแนวทางที่ดีที่จะป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุที่จะทำให้นักเรียนได้รับผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายอย่างดีที่สุด ขอที่จะชี้แจงนำเรียนแค่นี้ก่อน ขอบพระคุณค่ะ
จบกระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๑ นะครับ ต้องขอบคุณท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร และคณะนะครับ และขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ นะครับที่กรุณามาให้ ความชัดเจนเกี่ยวกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
แจ้งให้ทราบว่าการประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ หลังจากประชุมวันนี้และพรุ่งนี้ สภาใหญ่ ห้องประชุมใหญ่ ถ่ายทอดสดจบก็จะเอาบันทึกเทปตัวนี้ไปออกรายการต่อเลย ท่านสามารถติดตามชมได้ และบอกพี่น้องประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องติดตามชมได้ ก็ต้อง ขอขอบคุณทุกท่านครับ ต่อไปเป็น
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๒๖ เรื่อง การก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม) เป็นผู้ตอบ
ด้วยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่าวันนี้ติดภารกิจจะต้องปฏิบัติราชการสำคัญจึงทำให้ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามดังกล่าวได้ จึงขอมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน
ในการนี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสังเกตการณ์และสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ ๑. นายอัศนีย์ สุภานัย รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงราชบุรี กรมทางหลวง ๒. นายชวลิต ลุผลแท้ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวง ๓. นางพาริสา จันเงิน วิศวกร โยธาชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวง เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนข้อมูลได้ ตอนนี้ท่านอัครเดช ก็มาถึงแล้ว ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐก็มาถึงแล้วนะครับ ฉะนั้นก็เชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ แจ้งกติกานิดหนึ่งว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะนี้เราจะถามและ ตอบได้ให้จบภายในเวลา ๒๐ นาที คือฝ่ายละ ๑๐ นาทีนะครับ และท่านผู้ถามถามได้ ๒ ครั้ง เว้นแต่เนื้อหาสาระยังไม่จบต้องขออนุญาตประธาน ถ้าประธานอนุญาตท่านจึงสามารถถาม หรือตอบต่อได้ เชิญเลยนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถึงนโยบายในการสร้างถนนเลี่ยงเมืองในเขตอำเภอ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เนื่องด้วยถนนทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ หรือเดิมเรียกว่าถนนแสงชูโต ปัจจุบันนี้มี ๔ ช่องการจราจร แล้วก็จากสะพานต่างระดับจนถึงสะพานแยกโคกหม้อซึ่งเป็น สะพานข้ามทางรถไฟ สะพานต่างระดับก็คือสะพานหน้าวัดจันทารามจนถึงสะพานข้าม ทางรถไฟที่โคกหม้อมีไฟสัญญาณจราจร ปัจจุบันนี้มีอยู่ ๒ จุดครับ คือจุดสามแยกกระจับ กับจุดที่ ๒ ก็คือจุดสี่แยกไฟแดงหัวโป่ง ซึ่งปัจจุบันนี้ถนนเส้น ๓๒๓ ดังกล่าวมีการจราจร หนาแน่น เนื่องด้วยการขยายตัวของเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ปัจจุบันนี้มีการขยายเมือง จากเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่งข้ามฝั่งมาทางด้านทิศเหนือ ก็จะมาทางฝั่งหมู่ ๑๔ หมู่ ๑๕ ของตำบลปากแรต แล้วก็หมู่ ๕ ของตำบลหนองอ้อ รวมถึงตำบลหนองกบทั้งตำบล ซึ่งเส้นทางดังกล่าวในอดีตที่ผ่านมาก็จะเป็นเส้นทางเลี่ยงเมืองด้วย ซึ่งก็จะมีรถบรรทุก รวมถึงรถที่ใช้ความเร็วสูงใช้ในการสัญจรไปมา แต่ปัจจุบันตามที่ได้กราบเรียนท่านประธาน ก็คือเส้นทางดังกล่าวมีรถยนต์เล็กรวมถึงรถมอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์ใช้เพิ่มขึ้น เป็นปริมาณมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากสาเหตุที่ได้นำเรียนท่านประธานนั้นก็คือ มีการขยายตัวของเมือง เทศบาลเมืองบ้านโป่งข้ามมาทางฝั่งทางด้านทิศเหนือก็คือฝั่งทาง ตำบลหนองกบ หนองอ้อและตำบลปากแรต ทำให้ปัจจุบันนี้เส้นทางดังกล่าวมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น บ่อยมาก เนื่องด้วยการจราจรนั้นหนาแน่น และเนื่องด้วยมีรถจักรยานยนต์ และรถยนต์เล็ก ที่ใช้ความเร็วต่ำมาร่วมใช้ในเส้นทางดังกล่าวนะครับ ปัจจุบันนี้ได้มีการทำแยกไฟแดงขึ้นใหม่ ก็คือแยกไฟแดงที่บริเวณหัวโป่งซึ่งได้เปิดใช้มาประมาณ ๗ เดือนเศษ ซึ่งไฟแดงดังกล่าวนั้น เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอบ้านโป่งที่ต้องการลดอุบัติเหตุจากเส้นทาง ดังกล่าว เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวนั้นมีรถต่างถิ่นรวมถึงรถบรรทุกใช้ความเร็วสูงทำให้เกิด อุบัติเหตุเป็นรายสัปดาห์
๒. มีรถจักรยานยนต์ที่มีการข้ามฝั่งในจุดที่ไม่ได้รับอนุญาตอยู่เป็นประจำ เนื่องจากจุดกลับรถนั้นอยู่ไกลจึงมีการข้ามโดยผิดกฎจราจรอยู่เป็นประจำ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากในแต่ละ สัปดาห์ ฉะนั้นผมเองจึงได้ประสานให้กับทางแขวงการทางได้ทำแยกไฟแดงที่หัวโป่งเพิ่มขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลา ๗ เดือนที่มีการเปิดแยกไฟแดงนั้นตามความต้องการของพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้นำท้องถิ่นที่ ๒ ปีที่แล้วได้มีการทำประชาคม แล้วก็อยากให้มีการทำแยกไฟแดง ซึ่งก็ได้ขอให้ทางแขวงการทางราชบุรีได้จัดสรรงบประมาณมาทำแยกไฟแดงบ้านหัวโป่ง ซึ่งปัจจุบันนี้ได้เปิดใช้มา ๗ เดือนแล้วอย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธานนะครับ
ทีนี้ปัญหามันมีอยู่อย่างนี้ท่านประธานครับว่าหลังจากเปิดใช้ไฟแดงแล้ว การจราจรนั้นก็ยังมีความหนาแน่นอยู่ แต่สิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นก็คืออุบัติเหตุนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่มีการเปิดใช้ไฟแดงดังกล่าว อุบัติเหตุที่ทำให้พี่น้องสูญเสียชีวิตนั้นไม่มีเลยนะครับ ๗ เดือน ไม่อย่างนั้นถ้าเปิดประวัติย้อนหลังไปก่อนที่จะมีแยกไฟแดงดังกล่าวก็จะมีอุบัติเหตุ ร้ายแรงเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ ฉะนั้นไฟแดงบ้านหัวโป่งนั้นเป็นการลดอุบัติเหตุ สร้างความ ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่สำคัญก็คือปัจจุบันนี้เส้นทางดังกล่าวนั้น การจราจรนั้นหนาแน่นเพิ่มขึ้น จึงอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าท่านนั้นได้มีนโยบายในการที่จะสร้างทางเลี่ยงเมือง บายพาส (Bypass) ในเขตอำเภอบ้านโป่ง ก็คือเริ่มที่ตำบลหนองอ้อไปสุดที่ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็ว ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น จึงขอเรียนถามกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงมีนโยบาย หรือแผนงานที่จะสำรวจและออกแบบเพื่อก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองดังกล่าวจากสามแยกกระจับ ตำบลหนองอ้อไปที่ หมู่ ๑๖ ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีได้หรือไม่ อย่างไร ถ้ามีการดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จเมื่อไร และจะดำเนินการอย่างไร ขอทราบรายละเอียด จากท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของท่านอัครเดช ในประเด็นที่ท่านถามก็คือทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๓ ซึ่งอันนี้เรา ก็ทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นเส้นทางหลักที่ใช้เชื่อมกันระหว่างจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ในอดีตที่ผ่านมาท่านก็ทราบว่ากรมทางหลวงได้มีการก่อสร้างทางแนวใหม่ เพื่อเลี่ยงเมืองบ้านโป่งโดยมีจุดเริ่มต้นที่สามแยกโคกหม้อสิ้นสุดที่สี่แยกแสงชูโต ระยะทาง ประมาณ ๔ กิโลเมตร ซึ่งรองรับการเดินทางที่ไม่จำเป็นต้องผ่านตัวเมืองอันนี้ก็ช่วยให้ปัญหา การจราจรในเขตตัวเมืองตรงนี้ก็ลดลง แล้วในเวลาต่อมาก็กลายมาเป็นทางหลัก เปลี่ยนมา เป็นทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ แล้วก็อย่างที่ท่านผู้ได้ถามกระทู้ว่าตอนนี้ก็คือตรงเส้น ๓๒๓ ตอนนี้ช่องจราจรก็มีบางช่วง ๔ เลน บางช่วง ๖ เลน แต่ในช่วงที่ท่านพูดถึงคือมีในช่วงเส้น ๓๒๓ จากตรงนี้มาถึงก่อนสะพานข้ามทางรถไฟ ตรงนี้กรมทางหลวงก็ได้ดำเนินการที่จะขยายเป็น ๖ เลน ปัจจุบันดำเนินการไปประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงปลายปีครับ ส่วนข้อเสนอที่ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามมาว่าข้อเสนอพิจารณาเรื่องการก่อสร้างทางเลี่ยงเมือง บ้านโป่งจากสามแยกกระจับตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง ไปยังหมู่ที่ ๑๖ ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นทางตัดใหม่นั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าจุดต้นทาง บริเวณสามแยกกระจับปัจจุบันเป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่มีประชากรอยู่อาศัยหนาแน่น มีบ้านจัดสรร ตึกแถว ร้านค้า ศูนย์การค้า อาคารพาณิชย์ โรงแรมแล้วก็โรงงานอุตสาหกรรม เป็นจำนวนมากและแนวเส้นทางน่าจะตัดผ่านพื้นที่อาศัยโรงงานพื้นที่ทำกินของประชาชน จนกระทั่งบรรจบในหมู่ที่ ๑๖ หากจะดำเนินการก่อสร้างก็จะต้องเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก แล้วก็อาจจะมีการคัดค้านจากประชาชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ก็คือในเบื้องต้นก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าในที่ท่านผู้ถามว่า จะมีข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมในการจะไปออกแบบศึกษาทางเลี่ยงใหม่หรือไม่ ก็ยังไม่มี อย่างไรก็ตามทางกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงเราตอนนี้เราก็อยู่ระหว่างดำเนินการ ก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่-กาญจนบุรีที่ท่านทราบอยู่ ซึ่งเส้นนี้ก็เป็น เส้นที่วิ่งคู่ขนานกับเส้น ๓๒๓ ซึ่งถ้าตามแผนแล้วก็จะแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๖ ถ้าเส้นนี้ สร้างเสร็จก็คิดว่าน่าจะเบาปัญหาการจราจรของเส้น ๓๒๓ ลงได้ ถ้าสุดท้ายแล้วมันยังไม่เบา หรือมันยังมีปัญหาที่หนาแน่นอยู่เราก็จะดำเนินการแก้ไขในลำดับต่อไปครับ
ท่านอัครเดชครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ได้ฟังท่านรัฐมนตรีได้ตอบ กระทู้ของกระผมมีอยู่ ๒ จุด ขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตแล้วก็เรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานว่า ข้อที่ ๑ ก็คือเรื่องของการขยายถนน ๖ เลน ๖ ช่องจราจรที่ท่านรัฐมนตรีได้ ชี้แจงว่ามีการก่อสร้างจะแล้วเสร็จสิ้นปีนี้ แต่เท่าที่สภาพหน้างานตั้งแต่ช่วงวัดจันทาราจนถึง จุดทางยกระดับแยกโคกหม้อปัจจุบันนี้ยังไม่มีการก่อสร้างก็ยังเป็นถนน ๔ เลนอยู่เหมือนเดิม ก็ยังไม่มีการก่อสร้างเป็นถนน ๖ เลน อันนี้คือข้อที่ ๑ ที่จะเรียนถามท่านรัฐมนตรี
ข้อที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าได้มีผลกระทบเกิดขึ้นจากการที่ถ้าเกิดเราจะ สร้างทางเลี่ยงเมืองจากสามแยกกระจับไปออกที่หมู่ ๑๖ ตำบลท่าผา ถ้ามีผลกระทบกับ พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง ผมเองในฐานะที่เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนก็ไม่อยากสร้าง ผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชน ก็เห็นด้วยกับกระทรวงคมนาคมที่จะหลีกเลี่ยงการก่อสร้าง ในบริเวณดังกล่าว แต่ถ้าทางมอเตอร์เวย์ (Motorway) ที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าเมื่อมีการ ก่อสร้างมอเตอร์เวย์ (Motorway) แล้วจำนวนรถก็จะลดลง หมายความว่ารถที่จะเดินทางไป จังหวัดกาญจนบุรีก็จะไปวิ่งทางมอเตอร์เวย์ (Motorway) มากขึ้น ฉะนั้นเส้นทางดังกล่าวนั้น ก็จะมีปริมาณการจราจรลดลง ทีนี้ที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่าถ้าอนาคตปริมาณรถไม่ลดลง ก็ขอให้ทางกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาแนวเส้นทางที่จะทำให้เกิดถนนเลี่ยงเมืองโดยที่ ลดผลกระทบ ให้มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่งให้น้อยที่สุด ก็ฝากให้ ทางกระทรวงคมนาคมได้รับไปพิจารณาดำเนินการว่าจะสร้างเส้นทางไหนได้บ้างที่จะไม่ให้ เกิดผลกระทบกับพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง แล้วก็สร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง ก็ขอเรียนถาม ๒ ข้อครับท่านประธาน
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานต่อข้อสังเกตแรกที่ท่านถามว่าช่วงไหนที่อยู่ในดำเนินการก่อสร้าง ขยายจาก ๔ เลน เป็น ๖ เลน ขออนุญาตท่านประธานใช้ภาพตรงนี้ประกอบ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ตรงที่ผม มาร์ก (Mark) ไว้ไม่ทราบท่านผู้ตั้งกระทู้ถามก็คือตรงนี้ ส่วนก่อสร้างก่อนถึงทางรถไฟที่กำลัง ดำเนินการอยู่นะครับ ส่วนตรงนี้ก็ยังเป็น ๔ เลนเหมือนเดิม ยังไม่มีแผนเพราะว่าเราจะรอดู จากแผนใหญ่ที่จะขยายมอเตอร์เวย์ (Motorway) ตรงนี้ครับ
ส่วนข้อที่ ๒ ที่ท่านได้เสนอทางกระทรวงว่าถ้าปัญหาหลังจากสร้างมอเตอร์เวย์ (Motorway) แล้วมันยังมีปัญหาติดขัดอยู่ก็น้อมรับครับ เราก็จะพิจารณาศึกษาหาแนวทาง ช่วยเหลือเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านอัครเดช ยังมีอะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ
ขออนุญาตเพิ่มเติมท่านประธาน นิดหนึ่งครับ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีครับว่าเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่ทางต่างระดับหน้าวัดจันทาราม จนถึงทางข้ามทางรถไฟที่แยกโคกหม้อปัจจุบันนี้ก็จะมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังในช่วงฤดูน้ำฝน ที่ฝนมาก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้สั่งการกรมทางหลวงได้พิจารณาแก้ไข เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ก็คือแยกสี่แยกไฟแดงหัวโป่งนั้นที่เป็นไฟแดงใหม่ ปัจจุบันนี้ผมได้ ทำข้อหารือไปถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก็คือแยกดังกล่าวนั้นไฟส่องสว่าง ก็ยังไม่เพียงพอกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับพี่น้องประชาชนก็ขอให้ทางกรมทางหลวงได้พิจารณา ดำเนินการ
เรื่องที่ ๓ ไฟสัญญาณจราจรปัจจุบันนี้ไม่มีตัวเลขนะครับ พี่น้องประชาชน อำเภอบ้านโป่งฝากขอตัวเลขมาเพื่อที่จะได้มีความปลอดภัยมากขึ้นในการใช้เส้นทางดังกล่าว ก็เรียนท่านประธานเพิ่มเติม ๓ เรื่องไปถึงท่านรัฐมนตรีครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรี ก็คงจะน้อมรับเอาคำแนะนำที่ท่าน ส.ส. ได้เสนอไปดำเนินการแก้ไขต่อไป ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะในครั้งนี้ แล้วก็ท่านอัครเดชก็คงจะมีกระทู้ถามต่อไป ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ จบแล้วครับของท่าน ท่านรัฐมนตรีเชิญครับเพราะของท่านต้องต่อ เนื่องจากกระทู้ถามที่ ๑.๓.๕ จะเลื่อนขึ้นมาก่อน เดี๋ยวผมแจ้งให้ทราบว่า
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๒๗ เรื่อง การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็กหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เกิดจากการเผาอ้อยและเผาพืชตามไร่นา (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม
เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดภารกิจที่สำคัญ ท่านก็เลยขอเลื่อนกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๓ ไปตอบในคราวประชุม วันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๒๘ เรื่อง สร้างเขื่อนกั้นกลางแม่น้ำ แม่กลองในบริเวณพื้นที่ ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจสำคัญที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามดังกล่าวได้ จึงขอมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากว่าช่วงนี้ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เตรียมไปตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา อยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ จึงขอเลื่อนเอากระทู้ ๑.๓.๕ เรื่อง การขนส่งทางน้ำ (สินค้า) (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขึ้นมาแทน ก่อนนะครับ
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๒๙ เรื่อง การขนส่งทางน้ำ (สินค้า) (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ
รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่าในวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจ ที่จะต้องปฏิบัติราชการสำคัญทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามดังกล่าวได้ จึงขอมอบหมาย ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบชี้แจง กระทู้ถามแทน
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้ซึ่ง มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสังเกตการณ์และสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายกิตติรัศมิ์ เมธีกุล หัวหน้ากลุ่มงานวิศวกรรมแม่น้ำ กรมเจ้าท่า ๒. นายปิ่นพงษ์ เข็มทอง นักวิชาการขนส่งชำนาญการ กรมเจ้าท่า ๓. นายชัยวัฒน์ สังฆภาคย์ ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน ๔. นายนภดล จรเจริญ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาความปลอดภัย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ๕. นางสาวศศิวิมล ไชยณรงค์ นักวิเคราะห์ นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ต่อไปขอเชิญ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ได้ถามครับ เรามีกติกากันอยู่ว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นเราจะ ถาม-ตอบให้จบภายใน ๒๐ นาที คือฝ่ายละ ๑๐ นาที ฝ่ายถามจะถามได้ใช้เวลา ๑๐ นาที แต่ถามได้ ๒ คำถามนะครับ ขอเชิญท่านณัฐวุฒิครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมได้ยื่นกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง การใช้แม่น้ำให้เป็นประโยชน์ในการขนส่งสินค้า เพราะถึงแม้ว่าปัจจุบันจะไม่ค่อยสอดคล้องกันในเรื่องการใช้แม่น้ำขนส่งเพราะว่าปีนี้มันแล้ง แล้วก็รู้สึกจะเชยไหม การขนส่งทางน้ำ แต่หลายประเทศใช้แม่น้ำเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ตัวอย่างเช่นประเทศจีนเขาใช้แม่น้ำในการขนส่งการจราจรทางน้ำเขาค่อนข้างจะใช้ประโยชน์ ได้อย่างสูงยิ่งเลย ไม่ใช่ประเทศจีนอย่างเดียวแม้แต่ประเทศเยอรมันก็ใช้การขนส่งทางน้ำ เป็นหลัก ขนส่งทางน้ำ ขนส่งทางรถไฟ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีครับว่า กระทรวงคมนาคมมีแผนในการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำที่มีจำนวนมากในประเทศไทยถึง ๒๕ ลุ่มน้ำด้วยกัน มีแผนในการใช้แม่น้ำลำคลองในการขนส่งสินค้าอย่างไร หรือไม่ครับ เป็นคำถามแรกครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ก็ขอบคุณท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ท่าน ส.ส. จากจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ได้มีกระทู้ห่วงใย ความเป็นอยู่ทางน้ำ ก็จากคำถามที่ท่านได้ถามมาก็ด้วยเส้นทางการขนส่งสินค้าในลำน้ำ ภายในประเทศเส้นทางหลัก ณ ปัจจุบันหลัก ๆ เราก็จะมีแม่น้ำป่าสักแล้วก็แม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะเชื่อมออกสู่ทะเลถึงจุดจอดเรือเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันมีปริมาณการขนส่งสินค้า ประมาณ ๕๕ ล้านตัน ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำซึ่งเป็นการขนส่ง ที่มีต้นทุนต่ำ กระทรวงคมนาคมได้วางแผนเพื่อพัฒนาแล้วก็เพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้า ในแม่น้ำป่าสักเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง ซึ่งตามแผนพัฒนาจะมีการขุดลอกแล้วก็ก่อสร้างเขื่อน ป้องกันตลิ่งในเส้นทางการเดินเรือตั้งแต่จุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยาถึงนครหลวงระยะทาง ๑๙.๕ กิโลเมตร รองรับเรือขนาด ๒,๕๐๐ ตันกรอส ซึ่งคาดว่าจะทำให้ปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้น เป็น ๖๐ ล้านตันภายใน ๓-๕ ปีข้างหน้าครับ
ท่านณัฐวุฒิ มีคำถามอีกไหมครับ เชิญครับ
นอกจากแม่น้ำสองสายที่แล้ว แม่น้ำป่าสักกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งผมทราบแล้วก็เห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีว่าแม่น้ำจะเป็น การขนส่งที่ต้นทุนต่ำแล้วก็ประหยัดงบประมาณของทางราชการได้เป็นอย่างดี เพราะว่า การขนส่งทางบกที่น้ำหนักเกินก่อให้เกิดความเสียหายต่อถนนต่อเส้นทางการคมนาคม แล้วก็ต้องเสียงบประมาณจำนวนมากในการซ่อมแซม ดังนั้นสินค้าหลายประเภทที่ไม่จำเป็น ต้องขนส่งทางบกไม่ต้องการความเร็วมากนัก แล้วก็ขนส่งจำนวนมากก็ควรจะเป็นการขนส่ง ทางน้ำไป
ดังนั้นคำถามที่ ๒ ผมจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า นอกจากแม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยาแล้วยังมีแผนในการใช้แม่น้ำอื่น ๆ ในแต่ละภาค ยกตัวอย่างเช่น ภาคใต้และทุกภาคของประเทศ ทางกระทรวงคมนาคมยังมีแผนในการที่จะ ใช้เส้นทางการคมนาคมทางน้ำเพิ่มอีกหรือไม่ อย่างไรครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ก็หลัก ๆ ผมขออนุญาตแบ่งเป็น ๒ กรณีก็คือในกรณีที่ใช้คำว่า แม่น้ำ ลำน้ำในประเทศ ซึ่งเส้นทางหลักก็ยังคงเป็นที่ป่าสักกับเจ้าพระยาที่เราดำเนินการได้ ส่วนทางภาคใต้อันนี้ก็จะออกสู่ทะเลเราก็จะใช้ทางชายฝั่งตรงนั้นเราก็มีแผนที่ปัจจุบันนี้ เราก็ใช้มาตลอดเพราะว่าหลัก ๆ ทั้งป่าสักทั้งเจ้าพระยาจะเป็นจุดเชื่อมไปกับทางท่าเทียบเรือ ชายฝั่งของแหลมฉบังที่จะช่วยเรื่องการขนส่งถ่ายสินค้าทางเรืออันนี้ก็ขออนุญาตตอบ ในประเด็นที่ ๒ ครับ
ท่านณัฐวุฒิ ยังมีเวลาเหลือท่านจะถามอะไรอีกไหมครับ
ผมจะถามคำถามสุดท้าย ท่านประธานครับ จะเรียนถามว่าท่านได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก เจ้าพระยาทราบว่ามีการขนส่งสินค้าจำนวนมากแล้วเรือก็สัญจรใช้ในการท่องเที่ยวด้วย เส้นทางทางน้ำนี่นะครับ ทราบว่าการจราจรทางน้ำค่อนข้างหนาแน่นทีเดียว ท่านมีแผน ในการใช้เส้นทางการคมนาคมทางน้ำ การขนส่งทางน้ำให้เกิดความปลอดภัยต่อการจราจร ทางน้ำอย่างไร หรือไม่
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วนข้อความเป็นห่วงที่ท่านณัฐวุฒิได้ถามก็คือเรื่องความปลอดภัย อันนี้เราก็ให้กระทรวงคมนาคมโดยกรมเจ้าท่าเราก็ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกใบอนุญาตเรือ ตรวจสอบเรือ ท่าเรือทั้งหมดให้อยู่ในสภาพที่พร้อม ใช้งาน รวมถึงใบอนุญาตของคนขับด้วย ตรงนี้เราได้มีการทำการตรวจสอบตลอดแล้วก็มีการ สุ่มตรวจตลอดก็จะไม่ให้เกิดปัญหาครับ ตรงนี้เราก็จะดูแลอย่างดีที่สุดครับ
ก็ถือว่า เป็นการจบคำถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง การขนส่งทางน้ำ (สินค้า) ของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เพียงเท่านี้นะครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะเรา ขอบคุณท่านณัฐวุฒิที่ส่งกระทู้ถามเข้ามา เพื่อจะทำให้ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะมีบรรยากาศที่ดีต่อไปเรื่อย ๆ ขอบคุณทุกท่านครับ เนื่องจากท่านประภัตร โพธสุธน ที่ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ยังติดรอตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้ที่ ๓ ถ้าผมจำไม่ผิดก็คือกระทู้ถาม เรื่อง ภัยแล้งสำหรับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ นี่ถามแล้วโดยท่านประเสริฐ บุญเรือง ครับ
ขออนุญาต ดำเนินการในวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะต่อนะครับ
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๒๘ เรื่อง สร้างเขื่อนกั้นกลางแม่น้ำ แม่กลองในบริเวณพื้นที่ ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ
ซึ่งวันนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตรเป็นผู้ตอบชี้แจงแทนครับ แล้วก็มีผู้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์เพื่อมาสนับสนุนข้อมูลมีท่านชุมลาภ เตชะเสน ผู้เชี่ยวชาญ ด้านวิศวกรรมโยธา กรมชลประทาน ท่านไพศาล พงศ์นรภัทร ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ชลประทาน กรมชลประทาน ดังนั้นผมจึงอนุญาตให้เข้าทั้ง ๒ ท่าน และมีบุคคลภายนอก ท่านสินชัย สุวรรณพฤกษ์ ท่านภูดิส สุวรรณพฤกษ์ มากับท่านอัครเดช เชิญท่านอัครเดชครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานครับว่า ได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องของการสร้างฝายทดน้ำกลางลำน้ำแม่กลอง ซึ่งในกระทู้ถามนั้นเป็นเขื่อน แต่จริง ๆ แล้วความต้องการของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอบ้านโป่งนั้นก็คือเป็นการสร้าง ฝายทดน้ำในการยกระดับน้ำขึ้นสูงแค่ ๓ เมตร ซึ่งที่ผ่านมาลำน้ำแม่กลองมีปัญหาเรื่องของ ลำน้ำตื้นเขินในฤดูที่เป็นฤดูแล้งซึ่งการที่เราได้ทำฝายทดน้ำเพื่อยกระดับน้ำขึ้น ๓ เมตร ก็จะมีประโยชน์หลายอย่างครับ ก็คือประการแรกเป็นการพยุงระดับน้ำให้สูง ๓ เมตร ซึ่งแรงดันน้ำจะทำให้ตลิ่งนั้นไม่พังทลาย อันนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ในการที่มีฝายทดน้ำ ที่ยกระดับน้ำสูง ๓ เมตร ซึ่งที่ผ่านมาเวลาน้ำแล้งน้ำแห้งก็จะมีน้ำลดระดับลงไป แต่พอ น้ำหลากมาก็จะทำให้ปัญหาตลิ่งพังทลายเพราะว่าน้ำมีการเปลี่ยนระดับขึ้นลงในแต่ละปีนั้น ซึ่งมีความต่างระดับกันพอสมควรก็จะทำให้ตลิ่งนั้นพังทลายทุกปี ก็จะเป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ฉะนั้นการที่เรายกระดับลำน้ำขึ้นอีก ๓ เมตร เป็นฝายทดน้ำจะทำให้ปัญหาเรื่องตลิ่งพังทลายนั้นน้อยลงไป อันนี้ตามหลักวิศวกรรมอยู่แล้ว
ประการที่ ๒ ลำน้ำแม่กลองมีความยาว ๒๐๐ กว่าเมตร ที่จะทิ้งลงทะเลนะครับ ก็จะมีโครงการส่งน้ำให้เกษตรกรอยู่ ๕ โครงการในฝั่งซ้ายนะครับ ฝั่งซ้ายก็จะมีโครงการแม่กลอง อันที่ ๒ บางเลน อันที่ ๓ นครปฐม มี ๕ โครงการ ส่งน้ำอยู่เวลานี้ประมาณ๒๑๙,๐๐๐ ไร่ ฝั่งขวาตรงนี้ล่ะครับที่ท่านพูดถึงครับ ที่สร้างความลำบากให้กับพี่น้องเกษตรกรตรงบ้านโป่ง ฝั่งขวานี่น้ำมันระดับตลิ่งสูง ส่งน้ำไปไม่ถึง
คราวนี้ท่านถามว่าถ้ายกระดับตรงนี้มันจะเกิดประโยชน์ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมเห็นด้วย ๆ นะครับ แต่สิ่งหนึ่งอยากจะฝากไว้ก็คือตามที่ฝ่ายเทคนิคทางชลประทานชี้แจง ถ้าสร้างฝายกันแม่น้ำตรงนี้ตอนหน้าแล้งไม่มีปัญหาเพราะเราปล่อยน้ำเพียง ๒๐๐ กว่าคิวต่อวินาที แต่ถ้าหน้าน้ำถึง ๓,๐๐๐ กว่าคิว ตรงนี้เป็นกระแสน้ำแรงมาก กลัวฝายจะต้านไม่อยู่ วิธีแก้ไข เท่าที่ศึกษาเบื้องต้น ผมบอกว่าอย่างนี้ดีไหม ไปกับท่านผู้แทนราษฎรเลย ไปดูว่าท่านสูบน้ำ ขึ้นไปช่วยเกษตรกรได้หรือไม่ นี่สิ่งแรก ส่วนการกีฬาและการท่องเที่ยวเป็นอันดับรองแล้ว เพราะว่าเราจะสร้างฝายตรงนี้สำเร็จหรือไม่นั้นขอศึกษาก่อนนะครับ ผมก็เห็นด้วยนะครับว่า สร้างตรงนี้มันจะสร้างทั้งประมงได้ พื้นบ้านได้ การกีฬา การท่องเที่ยว ในระหว่างที่น้ำนิ่ง ในขณะนี้ได้ แต่ถ้าเป็นฤดูน้ำหลากแล้ว ๓,๐๐๐ กว่าคิวเอาไม่อยู่ ท่านนายช่างชลประทาน เล่าให้ฟังว่าอันตรายเหมือนกันก็ขอทำความเข้าใจในเบื้องต้นว่า ๑. ขอรับไปดำเนินการแก้ไข ในพื้นที่เกษตรกรฝั่งขวาก่อน เช่น ขุดลอก ไปตั้งสูบให้ท่านเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ที่ท่านเป็นห่วงอยู่นี่ ฝั่งซ้ายนี่ก็พอแล้ว ฝั่งขวาที่ท่านพูดถึงบ้านโป่งต้องไปดูก่อนว่าทำอะไร เร่งด่วนให้ท่านได้ก่อน ไปดูพื้นที่มาแล้วประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ ถึง ๒๐,๐๐๐ ไร่ เรายินดี ไปดำเนินการแร่งด่วนให้
ประการที่ ๒ ตามที่ท่านร้องขอว่าอยากให้สร้างฝาย เรายินดีเหมือนกันนะครับ ขอฟังทางฝ่ายชลประทานไปสำรวจก่อนว่าความเหมาะสม ทางด้านเศรษฐกิจเหมาะไหม สร้างแล้วจะอันตรายไหม แล้วจะต้าน ๓,๐๐๐ กว่าคิวต่อวินาทีนี้ได้หรือไม่ นี่เป็นคำถาม ที่ท่านถามมาก็ตอบให้เข้าใจ ยินดีเลย ยินดีที่จะไปสนับสนุนนะครับ
เชิญครับ ท่านมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับท่านอัครเดช
ขออนุญาตท่านประธานเพิ่มเติม นิดหนึ่งครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ ได้ยินท่านรัฐมนตรีชี้แจงก็รู้สึกดีใจที่ท่านจะนำโครงการนี้ไปศึกษาถึงผลกระทบ ผมเองนั้นที่นำเสนอโครงการนี้ก็เนื่องจากเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนและผู้นำ ท้องถิ่นที่ได้ลงนามร่วมกันในหลายตำบลที่ได้ทำจดหมายเรียนถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วย ในความต้องการตรงนี้ เพราะว่าถ้ามีการก่อสร้างก็สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ ในระยะยาวแล้วก็เกิดประโยชน์ถึง ๕ เรื่องด้วยกัน ที่ได้นำเรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่นี้ ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะนำเรื่องนี้ไปศึกษาถึงผลกระทบ ข้อดี ข้อเสีย เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ในการก่อสร้างถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างไรฝากกราบเรียนท่านประธานครับ ให้ท่านรัฐมนตรีนั้น ได้ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปศึกษาแล้วได้ผลประการใดก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยนำแจ้ง กระผม กระผมจะได้นำเรียนพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เขต ๔ หรืออำเภอบ้านโป่ง ต่อไปครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
ผมขอขอบคุณท่าน ส.ส. อัครเดชอีกครั้งหนึ่ง เราปรึกษาหารือกันแล้วว่าควรจะลงไปในพื้นที่ ด้วยกันเพื่อไปทำความเข้าใจ ก็ถามว่าประมาณต้นเดือนนี้ให้ท่านนัดมาแล้วก็ฝ่ายเทคนิค กรมชลประทานทุกฝ่ายจะไปชี้แจงให้ราษฎรฟังว่าจะตัดสินใจอย่างไร อันนี้เป็นทางออกที่ดี เพราะ ๒. ถ้าท่านไปพูดเองเขาฟังแล้วไม่เข้าใจ เพราะต้องให้ทางฝ่ายเทคนิค กรมชลประทานไป ท่านเป็นฝ่ายนัดพี่น้อง ๔-๕ ตำบลของท่านนะครับ แล้วผมก็จะให้ทางกรมชลประทานไป ส่วนวันเวลาท่านกำหนดกันเอง ผมว่าต้นเดือนเหมาะสมที่จะไปชี้แจงให้พี่น้องฟังว่าสร้างฝาย ได้หรือไม่ หรือสร้างแล้วเกิดอะไร สร้างแล้วมันเกิดน้ำอย่างนี้จะทำอย่างไร อันนี้เป็นวิธีแก้ ที่ถูกต้องนะครับ ให้ประชาชนได้ยินและได้ฟังแล้วตัดสินใจเอาเองครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า เวลาเหลือ ขอท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากผมเองลงพื้นที่ ก็ขออนุญาตเรียน ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าตอนนี้มีปัญหาเรื่องคลองส่งน้ำขนาดเล็กที่เรียกว่า คลองไส้ไก่ ซึ่งเป็นคลองที่ดาดด้วยคอนกรีต ปัจจุบันนี้อายุการใช้งานหลายสิบปีแล้ว ก็มีการเสียหายหลายจุด แล้วก็มีความตื้นเขิน เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้วผมไม่ได้ลงพื้นที่ กับผู้นำและพี่น้องประชาชน ก็ขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีครับว่าสั่งการ ให้กรมชลประทานได้ช่วยดำเนินการในส่วนของคลองเล็กซึ่งเป็นคลองซอยว่าตรงไหนที่ชำรุด ขอให้ทางชลประทานได้เร่งดำเนินการแก้ไข
ทีนี้ปัญหามันอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ พอเวลาเราลงไปดูปุ๊บก็จะได้รับ การชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ชลประทานในท้องถิ่นว่าได้มีการโอนภารกิจคลองเล็กให้ท้องถิ่น ได้ไปดูแล ทีนี้ปัญหาคือท้องถิ่นก็รับไปดูแลแต่ไม่มีงบประมาณในการดูแล คือโอนภารกิจ ไปให้เขาดูแลแต่งบไม่ได้ไปด้วย ฉะนั้นตอนนี้หลายจุดเลยครับที่พี่น้องมีความเดือดร้อน อย่างเช่น หมู่ ๗ ตำบลหนองปลาหมอ หมู่ ๘ ตำบลหนองปลาหมอ หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๓ หมู่ ๒๐ หมู่ ๑๕ ของตำบลท่าผา ซึ่งตอนนี้คลองมีสภาพทรุดโทรมแล้วก็ไม่สามารถที่จะส่งน้ำไปให้กับ พี่น้องที่ปลายน้ำได้ ในโอกาสนี้ก็ขอกราบเรียนท่านประธานได้ให้ท่านรัฐมนตรีได้สั่งการ กรมชลประทานช่วยดำเนินการแก้ไขให้พี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่งด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขอตอบสรุปเลยนะครับ ผมเข้าใจในเรื่องของการถ่ายโอนอำนาจไปให้กับ ท้องถิ่นก็ไม่มีงบประมาณ แต่บางโครงการเราก็ขอร้องให้ชลประทานไปดูแลได้ หรือส่งคืนได้ อันนี้กราบเรียนว่าเราจะส่งนายช่างชุมลาภกับนายช่างไพศาลไปดูแลในเบื้องต้น แก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนก่อนนะครับ อย่าง หมู่ ๗ หมู่ ๘ หนองปลาหมอ คิดว่าทำได้โดยใช้งบแก้ไข เร่งด่วนไปดูแลให้นะครับ ก็ขอขอบพระคุณครับท่าน ส.ส. อัครเดชครับ
ขอบคุณมาก ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณท่านอัครเดชครับ ก็เป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะฉบับที่ ๔ ส่วนฉบับที่ ๕ ของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอเลื่อนไปก่อน ตอบเสร็จไปแล้วใช่ไหมครับ ก็เป็นการจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะสำหรับวันนี้ ขอบคุณมากครับ ขอปิดประชุม ขอบคุณครับ
ก็จบกระทู้ถาม ขอบคุณ ท่านสมาชิกและท่านรัฐมนตรีนะครับ เราก็จบกระทู้ถามทั้งหมด ทั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา แล้วกระทู้ถามทั่วไปนะครับ ขออนุญาตไปตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้พิจารณารายงานประจำปี ๒๕๖๑ ศาลรัฐธรรมนูญ
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๙ วันจันทร์ที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้พิจารณารายงานประจำปี ๒๕๖๑ ศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว จึงแจ้งที่ประชุมทราบ เราก็ได้พิจารณาเรื่องนี้ไปก่อนแล้วนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
ครั้งที่ ๑๐ วันพุธที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒
ครั้งที่ ๑๑ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒
ครั้งที่ ๑๒ วันพุธที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒
ครั้งที่ ๑๓ วันพุธที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๒
ครั้งที่ ๑๔ วันพฤหัสบดีที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๒
ครั้งที่ ๑๕ วันพุธที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๒
ครั้งที่ ๑๖ วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๒
รวมทั้งหมด ๗ ครั้ง ซึ่งได้วางให้สมาชิกตรวจสอบดูแล้วก่อนที่จะเสนอเข้าสภา รับรอง ท่านสมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงาน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๗ ครั้งดังกล่าวครับ ขอขอบคุณครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ก่อนที่จะเข้าวาระต่อไป ผมขออนุญาตท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่ามีประธาน คณะกรรมาธิการหลายคณะเสนอขอเปลี่ยนแปลงในกรรมาธิการของท่านแต่ละคณะมา เพราะฉะนั้นขออนุญาตนำวาระเรื่องอื่น ๆ ในวาระที่ ๗ ซึ่งจะเป็นคณะกรรมาธิการแต่ละชุด ซึ่งประเดี๋ยวเรียนเพื่อทราบ แล้วก็สัดส่วนของพรรคใดกรุณาเสนอเพื่อแต่งตั้งใหม่ สมาชิก ไม่ขัดข้องนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ
๗.๑ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญในคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ (ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒
ประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรมได้มี หนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างเนื่องจาก นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการจึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตำแหน่งที่ว่างลงเป็น กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จึงขอเชิญพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อกรรมาธิการครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ เนื่องจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้แจ้งความประสงค์ในการลาออกทั้ง ๓ คณะไม่ว่าจะเป็น ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ท่านเอกธนัช อินทร์รอด แล้วก็ล่าสุดคือท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ดิฉันทราบว่าท่านบุญแก้วได้ยื่นหนังสือลาออกจากคณะกรรมาธิการการกีฬาแล้ว ถ้าหนังสือ ลาออกดังกล่าวได้ถึงท่านประธานสภาแล้ว ขอความกรุณาให้ท่านบุญแก้ว ลาออก เพื่อทาง ดิฉันได้เสนอกรรมาธิการทั้ง ๓ ท่านไปในคราวเดียวกันค่ะ
หนังสือมาเดี๋ยวนี้ครับ ฉะนั้นเอาชุดแรกก่อนนะครับ คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม เชิญเสนอคนแรกก่อนครับ
ดิฉันขอเสนอในคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม คือท่านเอกธนัช อินทร์รอด ขอผู้รับรองค่ะ
เอกธนัช อินทร์รอด ที่ประชุมรับรองนะครับ ต่อไปคณะที่ ๒ กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการกีฬา แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง
ด้วยประธานกรรมาธิการการกีฬาแจ้งว่า นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ กรรมาธิการ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ เป็นสัดส่วนกรรมาธิการของ พรรคประชาธิปัตย์ เชิญพรรคประชาธิปัตย์เสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการการกีฬาในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาต ิกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ที่ประชุมอนุมัตินะครับ ต่อไปคณะที่ ๓ กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ประธานกรรมาธิการการอุตสาหกรรมแจ้งว่า นายเอกธนัช อินทร์รอด ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ เป็นสัดส่วนกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทย ขอเชิญพรรคเพื่อไทย เสนอครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย เสนอนายบุญแก้ว สมวงศ์ เป็นกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ที่ประชุมอนุมัตินะครับ คณะที่ ๔ กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ด้วยประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชนแจ้งว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ลาออกจากพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิก ตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นขอเชิญ พรรคประชาธิปัตย์เสนอแทนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎรธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ที่ประชุมอนุมัตินะครับ คณะที่ ๕ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการบริหาร จัดการการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการการชำระหนี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแจ้งว่า นายประเสริฐ บุญเรือง กรรมาธิการได้ขอลาออก จากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากความเป็นกรรมาธิการ ตำแหน่งที่ว่างเป็นสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย ขอเชิญพรรคเพื่อไทยเสนอครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาแทนตำแหน่งที่ว่าง คือนางอนุรักษ์ บุญศล ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ที่ประชุมอนุมัตินะครับ ต่อไปที่สมาชิกได้บอกกล่าวเมื่อสักครู่นี้เพิ่งมาถึง ประธานกรรมาธิการ การกีฬาได้แจ้งว่า นายบุญแก้ว สมวงศ์ ได้ลาออกจากการเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการ การกีฬา เป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการการกีฬา คือนายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ที่ประชุมอนุมัตินะครับ ก็จบในวาระที่ที่ประชุมแต่งตั้งกรรมาธิการเพื่อสมาชิกเราจะได้มีเวลา ทำงานนะครับ มีวาระ ๑ ซึ่งอยากเรียนให้ทราบก็คือเรื่องของการตั้ง เราจะได้เตรียมตัวครับ คือการเลือกตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกฎหมายบังคับให้เราต้องรับรองต้องเลือกไป ๑ คน เพราะฉะนั้นมีผู้เสนอชื่อมา ๒ ท่าน ซึ่งประวัติก็มีแล้วและเรื่องนี้ก็จะนำไปให้ความเห็นชอบ เลือกวันพรุ่งนี้นะครับ แต่เรียนสมาชิกได้รับทราบไว้ก่อนเพื่อจะได้ดูประวัติแต่ละท่านครับ
วาระต่อไปซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่รัฐบาลเสนอ พวกเราเคยปรารภว่า เราไม่เคยได้พิจารณากฎหมายเลย จริง ๆ เพราะเหตุว่าพระราชบัญญัติที่เสนอเข้ามามีน้อย มี ๒ เรื่องนี้ ถ้าเราพิจารณา ๒ เรื่องนี้จบกับเรื่องที่ตำรวจขอตัวสมาชิกไปสอบสวน เป็นเรื่องด่วน ๓ เรื่องก็จะหมดเกลี้ยงเลย อันนี้เป็นปรากฏการณ์ที่สมาชิกได้ทำงานกันด้วยความรับผิดชอบ ผมถือโอกาสเรียนให้ทราบ เพราะกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ก็ควรได้รับการพิจารณาให้เสร็จภายใน วันนี้ เพื่อเราจะได้มีเวลาพิจารณาเรื่องของสมาชิกซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยกว่าเรื่องต่อไปครับ
เรื่องด่วน
๑. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนที่ผมจะแถลงหลักการและเหตุผลผมจะขออนุญาต ให้ นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาราชการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุน ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และนายมนัส วงษ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้ สำนักงาน กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยครับ
อนุมัตินะครับ ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา โดยมีหลักการ เหตุผล และสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติดังนี้นะครับ
หลักการ ร่างพระราชบัญญัติเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุน ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๖ วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกร และกรณีการพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้กรรมการนั้น ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการตั้งกรรมการขึ้นใหม่ รวมทั้งกำหนดระยะเวลา ในการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกร
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนา เกษตรกรมีอำนาจในการพิจารณากำหนดที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสาขาของสำนักงาน กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้
(๓) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๗/๙ วรรคสอง ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนา เกษตรกรรับภาระชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่มีบุคคลค้ำประกันได้
เหตุผล การเสนอร่างพระราชบัญญัติ โดยการแก้ไขปัญหาหนี้ของเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ ยังไม่อาจดำเนินการ ให้ครอบคลุมหนี้ของเกษตรบางกรณี จึงทำให้เกษตรกรบางส่วนยังไม่ได้รับการแก้ไขหนี้ เนื่องจากกองทุนไม่อาจรับชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่ไม่มีทรัพย์สินเป็น หลักประกันการชำระหนี้ได้ ประกอบกับวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนเกษตรกรรวมถึงการกำหนดที่ตั้งของสำนักงานใหญ่และสาขาของสำนักงาน ที่กำหนดในกฎหมายขาดความยืดหยุ่น และทำให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติงาน สมควรที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อให้กองทุนสามารถรับภาระชำระหนี้ ให้แก่เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่มีบุคคลค้ำประกันได้ และกำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกรให้เหมาะสมยิ่งขึ้น กำหนดให้คณะกรรมการ มีอำนาจกำหนดที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล และกำหนดที่ตั้ง ของสาขาที่ใดก็ได้จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้
๑. แก้ไขเพิ่มเติมวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทน เกษตรกรให้เหมาะสมและชัดเจนยิ่งขึ้นเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๖ ดังนี้นะครับ
(๑) แก้ไขวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทน
เกษตรกรจากคราวละ ๒ ปี เป็น ๔ ปี
(๒) กำหนดให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
จนกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่
(๓) กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและ
พัฒนาเกษตรกรเพื่อให้ได้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกร
โดยให้สำนักงานดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันที่
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกรครบวาระ
๒. แก้ไขเพิ่มเติมให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีอำนาจ ในการพิจารณากำหนดที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑลและสาขาของ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ตามมาตรา ๒๓
๓. แก้ไขเพิ่มเติมให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรรับภาระชำระหนี้ให้แก่ เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันและมีบุคคลค้ำประกันได้ตาม มาตรา ๓๗/๙ วรรคสอง
๔. กำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกรที่ได้รับการแต่งตั้ง ในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่า จะครบวาระตามที่ได้แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ และให้นับวาระการดำรงตำแหน่ง เป็นวาระแรก
ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ ในการประกาศใช้เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ของเกษตร เพื่อให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สามารถรับชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่มีบุคคลค้ำประกันได้ และกำหนดวาระ การดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกรให้เหมาะสมยิ่งขึ้น รวมทั้ง กำหนดให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ได้ในกรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑลและกำหนดที่ตั้งสาขาที่ใดก็ได้เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงานต่อไป จึงกราบเรียนท่านประธานสภามาด้วยความเคารพครับ
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ มีท่านสมาชิกแสดงความจำนงที่จะขออภิปรายดังต่อไปนี้นะครับ มีคุณองค์การ ชัยบุตร คุณอภิชาติ ศิริสุนทร คุณคำพอง เทพาคำ คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม คุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม แล้วก็คุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ทุกท่านขอมาท่านละ ๑๐ นาที ก็อนุมัติให้ทุกท่าน ๑๐ นาที ท่านแรกขอเชิญท่านองค์การ ชัยบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดมุกดาหาร ส่งเข้าประกวดครับ
คุณองค์การครับ ขออภัย คุณหมอมีอะไรไหมครับ ไม่มีนะครับ คุณองค์การ เชิญครับ
เชิญคุณองค์การครับ
ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ผมต้องกล่าวคำว่า ขอบคุณ ครม. ที่เห็นความสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถามว่าผมอยู่ ฝ่ายค้านทำไมคิดอย่างนั้น เนื่องจากว่า พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นของเกษตรกรจริง ๆ เป็นของประชาชนที่ได้ร่วมกันเรียกร้องแล้วก็ผลักดันจนเกิดเป็น พ.ร.บ. ขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เป็นต้นมา ในขณะนั้นการดำเนินงานต่าง ๆ มาถึงทุกวันนี้ ก็ล้มลุกคลุกคลานมีอุปสรรคมากมายตั้งแต่กระบวนการขึ้นทะเบียน องค์กรเกษตรกร ขึ้นทะเบียนหนี้ ที่สำคัญสุด ๆ คือ พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเน้นดูแล เกษตรกรรายเล็กรายน้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน พูดง่าย ๆ คือไม่มีหลักทรัพย์ เมื่อไม่มีหลักทรัพย์แล้วสถาบันการเงินเขาก็ไม่อยากจะคุยด้วย เครดิตในสังคมก็ลดลง เกษตรกรกลุ่มนี้ไม่มีที่ไป ไม่มีที่พึ่งครับ ก็เลยเกิดการรวมตัวกันเรียกร้องให้เกิด พ.ร.บ. เพื่อเกษตรกรจะได้ดูแลกันเอง ประกอบกับที่ผ่านมาการดำเนินงานของรัฐตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การที่ให้เกษตรกรเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ในการพัฒนาเกษตรกร ไม่มีความเป็นจริงและไม่เกิดขึ้น การเกิดขึ้นของ พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จึงเป็นส่วนสำคัญที่องค์กรเกษตรกรทั่วประเทศได้เรียกร้องกันมาดังที่หลายท่านได้เคยเห็น มีการเดินขบวน มีการไปล้อมกระทรวงการคลัง แม้แต่ทำเนียบรัฐบาลตัวผมเองก็เคย มีส่วนร่วมอยู่ในตรงนั้นด้วย มาถึงวันนี้รัฐบาลได้เห็นความสำคัญ โดยเฉพาะ ๓ มาตรา ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการได้กรุณาแสดงเหตุผลและวัตถุประสงค์ในการแก้ไขเพิ่มเติม ผมในฐานะ ฝ่ายค้านก็เห็นด้วยเพราะเป็นของชาวบ้าน ไม่ใช่เป็นของพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง ถ้าแก้ ๓ มาตรานี้ผ่าน โดยเฉพาะสภาเห็นชอบการบริหารงานของกองทุนก็จะดูแลพี่น้องส่วนนี้ ถามว่าส่วนนี้มีมากมายขนาดไหน ประมาณเกือบ ๖ ล้านคนที่ขึ้นทะเบียนหนี้ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบันมีประมาณเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ทั้งหนี้มีหลักทรัพย์และ ไม่มีหลักทรัพย์ ทั้งที่มีบุคคลค้ำประกันและไม่ค้ำประกัน กระจายอยู่สถาบันการเงินต่าง ๆ เกษตรกรเหล่านี้รอความช่วยเหลืออยู่ โดยเฉพาะรัฐบาลต้องรีบเร่ง เพราะ พ.ร.บ. กองทุน ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรก็บอกว่าให้รัฐบาลเป็นคนดูแลและสนับสนุนงบประมาณ แต่การจัดการต่าง ๆ ผมเข้าใจว่า พ.ร.บ. ในส่วนของกองทุนก็มีโครงสร้างการบริหารงานอยู่ และกรรมการก็สามารถกำหนดเงื่อนไขวิธีการได้อยู่พอสมควร ยกตัวอย่างปัญหาตัวหนึ่งก็คือ มาตรา ๑๖ พ.ร.บ. บอกว่าให้ผู้แทนเกษตรกรและผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในวาระคนละ ๒ ปี ผมถาม ว่า ๒ ปีได้อะไร ไม่ได้อะไรครับ พอจะดำเนินการไปเข้ารูปเข้ารอยกรรมการก็หมดวาระ เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกรหมดวาระระเบียบก็ไม่ได้เคยบอกว่าให้ใครรักษาการณ์ ให้ทำอะไร อย่างไร ไม่มีกรอบที่แน่นอน ตรงนี้อุปสรรคหนึ่ง เมื่อเลือกตั้งเข้ามาใหม่แล้วกว่าจะ ลงตัวกันได้ก็ไปอีกปีหนึ่ง ปฏิบัติงานจริง ๆ ก็คือไม่เกินปีหนึ่งครับท่านประธาน อันนี้ผมก็เห็นด้วยที่จะให้เป็น ๔ ปี เหตุผลที่ ๒ ที่ผมเห็นด้วยก็ประหยัดงบประมาณ ในการเลือกตั้ง ๒ ปีก็ใช้งบประมาณเลือกตั้ง ๙๐ ล้านบาท ๔ ปี ก็ใช้งบประมาณการเลือกตั้ง ๙๐ ล้านบาทเหมือนกัน แต่ประโยชน์จะได้เยอะคือมีความต่อเนื่องในการบริหารงาน ในส่วน พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟู คือบริหารงานได้ต่อเนื่อง ไม่สะดุดและประหยัดงบประมาณ ตรงตามหลักสากล อันนี้คือกรอบที่ ๑ หวังว่าสภาคงจะเห็นด้วย
ส่วนที่ ๒ เรื่องสำนักงานใหญ่ มาตรา ๒๓ ที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบัน กรุงเทพมหานครก็นับวันที่จะแออัด วุ่นวาย ทั้งรถ ทั้งคน ทั้งชุมชน พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและ พัฒนาเกษตรกรเข้ามาไม่มีที่รองรับชาวบ้าน เวลาชาวบ้านเข้ามาประมาณ ๒-๓ คันรถบัส ไม่มีที่ให้เขาอยู่เกิดความแออัดไม่สะดวก
ส่วนที่ ๓ ก็คือหน้าตาของประเทศอยู่ตรงไหนถ้าชาวบ้านเข้ามาใจกลาง กรุงเทพมหานคร และมาสร้างความวุ่นวายเรื่องจราจรเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นแล้ว การที่จะให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรโดยการกำหนดของผู้แทนเกษตรกร หรือของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรไปอยู่ที่ใดที่หนึ่งหรือปริมณฑล เป็นเรื่องที่ดีเพื่อให้คล่องตัวในการติดต่อประสานงาน เกษตรกรเข้ามา ไม่ใช่เข้ามาแบบคน มีสตางค์ ห่อข้าวมาด้วย เอาหมากมาด้วย สารพัด คนกรุงเทพมหานครเขาก็ไม่ต้อนรับเท่าไร เพราะว่าเฉพาะคนกรุงเทพมหานครก็วุ่นวายอยู่แล้ว ฉะนั้นแล้วมาตรานี้ก็มีความสำคัญที่จะ ให้กองทุนสามารถไปอยู่ที่ไหนก็ได้
ต่อไปเรื่องของสำนักงานสาขา บางจังหวัดเป็นจังหวัดเล็ก องค์กรเกษตรกร ไม่มาก อย่างจังหวัดภูเก็ตกับจังหวัดพังงาอย่างนี้ก็สามารถยุบรวมเป็นสาขาเดียวก็ได้ ประหยัดงบประมาณ บางจังหวัดเช่นโคราชอย่างนี้พื้นที่ใหญ่มีหลายอำเภอก็ให้กรรมการ สามารถตั้งสำนักงานประจำอำเภอได้คล้าย ๆ กับที่ดินอำเภอ หรือศาลจังหวัดอย่างนี้ครับ และการบริหารงานพี่น้องมาติดต่อก็จะสะดวกและประหยัดเวลา นี่คือในส่วนหนึ่งที่จำเป็น จะต้องมีการแก้ไขเร่งด่วน
ในส่วนสุดท้ายที่เป็นหัวใจหลักของ พ.ร.บ. คือการแก้ไขปัญหาหนี้สิน เกษตรกร โดยผ่าน พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟู ก็คือการซื้อหนี้จากเกษตรกรที่ไม่มีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน หรือเอาบุคคลมาค้ำประกัน เกษตรกรส่วนนี้รอคอยความหวังอยู่ ถ้าสภานี้ เห็นชอบทั้งหลักทรัพย์ ทั้งไม่มีหลักทรัพย์ส่วนหนึ่งก็จะได้ผ่อน ผ่อนอย่างไร พี่น้องเกษตรกร ก็จะไม่โดนยึดที่ ไม่ต้องไปขึ้นศาล ไม่ต้องไปโดนขายทอดตลาด เพราะว่ากองทุนสามารถ รับชำระหนี้หรือรับทำหน้าที่แทนเกษตรกรจากหนักให้เป็นเบาได้ และมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่เป็นเกษตรกรรายย่อยจริง ๆ ไม่มีที่ไป โดยเฉพาะส่วนตัว ผมก็เห็นด้วย เพราะว่าชาวบ้านเขาไม่มีที่ไป มี พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูอย่างเดียวที่พอรับรอง เกษตรกรกลุ่มนี้ได้ ส่วนรายใหญ่เราไม่ว่ากัน รายใหญ่ก็เห็นหลายหน่วยงานรองรับอยู่ มีการปรับโครงสร้างอยู่ แต่เกษตรกรส่วนนี้ผมขอร้องว่าอย่างไรเสียสภาก็น่าจะเห็นดีเห็นงาม ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณ ท่านองค์การนะครับ ต่อไปเชิญท่านอภิชาติ ศิริสุนทร เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ ผมขอใช้เวลาสภาแห่งนี้เพียงเล็กน้อยในการที่จะพูดถึงเรื่องของพี่น้องเกษตรกรคนส่วนใหญ่ ของประเทศ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กำเนิดจากแนวคิดที่ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟู มีความเป็นมาจากความต้องการของพี่น้องเกษตรกรที่เรียกร้องให้รัฐแก้ไขปัญหาหนี้สิน ของพี่น้องเกษตรกรที่เกิดขึ้นจากการประกอบอาชีพทางการเกษตร ผมขอพูดถึงเรื่อง ภาระหน้าที่ของกองทุนฟื้นฟูสักเล็กน้อยว่าเขามีหน้าที่อย่างไรบ้างภาระหน้าที่หลักของ กองทุนมีอยู่ประมาณ ๒ ด้าน ด้านหนึ่งเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการรวมกลุ่มของพี่น้อง เกษตรกรในการแก้ไขปัญหา พูดถึงเรื่องภาระหนี้สินของกลุ่มพี่น้องเกษตรกรที่เกิดขึ้นจาก การประกอบอาชีพ และอีกด้านหนึ่งก็คือการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรโดยการส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ในด้านเกษตรกรรม หรือกิจกรรมที่ต่อเนื่อง จากการทำเกษตรกรรม ซึ่งเป็นการพัฒนาอาชีพ ท่านประธานครับภาระทั้ง ๒ ด้านนี้ถือว่า เป็นภาระที่สำคัญที่พี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเขาจะรู้ถึงปัญหา รู้ถึงวิธีการในการแก้ไขปัญหาของเขา ดังนั้นรัฐหรือรัฐบาลต้องให้การสนับสนุน หรือว่า สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ควรจะให้การสนับสนุนเป็นการกระจายอำนาจไปสู่เกษตรกร ในการแก้ไขปัญหาของตัวเอง ประเด็นที่รัฐบาลเสนอในการแก้ไขปัญหาในการแก้ไข พ.ร.บ. ครั้งนี้มีอยู่ ๓ ประเด็น จากข้อมูลการขึ้นทะเบียนหนี้สินของพี่น้องเกษตรกร ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ที่มีการขึ้นทะเบียนไว้ให้กับกองทุนฟื้นฟูมีพี่น้องจำนวนมากมาขึ้นทะเบียน กับกองทุนฟื้นฟู อันนี้ยังไม่นับรวมกับพี่น้องที่ยังไม่ได้รู้ได้ทราบถึงว่ามีกองทุนนี้ในการแก้ไข ปัญหาของพวกเขา จำนวนมากถึง ๔ ล้านกว่า ๔,๗๗๐,๗๗๓ รายทีเดียว รวมสัญญา ที่ขึ้นทะเบียนกับกองทุน ๗๐๐,๙๔๘ สัญญา ถือว่าเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว ไม่นับกับ หนี้สินตามสัญญาไม่น้อยกว่าแสนล้านบาท แต่ปัญหาก็คือพี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน เหล่านั้นไม่น้อยกว่า ๓๙ เปอร์เซ็นต์ เป็นพี่น้องไร้ซึ่งหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน เพราะพี่น้อง เกษตรกรมีรายได้เพียงน้อยนิดอยู่แล้วจะเอาหลักทรัพย์ในการค้ำประกันหนี้สินเหล่านี้ได้ อย่างไร พ.ร.บ. ฉบับนี้ มิได้ให้อำนาจกับกองทุนในการรับภาระหนี้สินของเกษตรกรเหล่านี้ อันนี้ไม่นับรวมที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน เพียงขึ้นทะเบียน ๙๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีหลักทรัพย์ ดังนั้น ผมเห็นว่า พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูควรที่จะต้องปรับปรุงและแก้ไขให้ครอบคลุมเพื่อให้เอื้อ ต่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ดังนั้นผมเห็นด้วยในการที่จะแก้ไขกฎหมายในข้อนี้ เพื่อให้เอื้อสอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร และพี่น้องเกษตรกรจะได้ยืน ต่อไปในสังคมของเราได้อย่างเท่าเทียม
ประเด็นต่อมาในเรื่องของวาระในการดำรงตำแหน่ง พ.ร.บ. ฉบับเดิมกำหนด วาระในการดำรงตำแหน่งไว้เพียง ๒ ปี ท่านประธานครับ ๒ ปีนิดเดียวเองครับ พอเลือกตั้ง เข้ามาพอเรียนรู้งานสักหน่อย เรียนรู้ปัญหาสักหน่อยก็หมดวาระ ความต่อเนื่องในการที่จะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน การนำปัญหาในระยะเวลาแค่ ๒ ปี เพื่อไปแก้ไขให้เกิดความต่อเนื่องและให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่แท้จริงได้ไม่มีหรอกครับ เรียนรู้งาน ๒ ปี เรียนรู้ปัญหา ๒ ปี หมดเวลาเสียแล้ว ดังนั้นผมเห็นด้วยว่าระยะเวลา ในการดำรงตำแหน่ง ๒ ปีนั้นคงไม่เพียงพอ ควรที่จะขยายอย่างน้อยก็ต้อง ๓-๔ ปี อันนี้ ผมเห็นด้วยเช่นเดียวกันครับ อีกประเด็นหนึ่งเช่นเดียวกัน กรณีที่อยู่ระหว่างการเลือกผู้แทน ของกองทุนฟื้นฟู คณะกรรมการในการบริหารกองทุนระเบียบเดิมไม่ได้เขียนไว้ว่าให้รักษาการ ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรรอเวลาไม่ได้ เรื่องหนี้สินรอเวลาไม่ได้ ถึงเวลาหมดปุ๊บ ธนาคาร ก็ยึดสินทรัพย์ปั๊บมีการฟ้องร้องกันทันที คณะกรรมการในการรักษาการจึงมีความจำเป็น และสำคัญ เพราะถ้าไร้ซึ่งการรักษาการของคณะกรรมการ คณะกรรมการที่มีอำนาจทั้งใน เชิงนโยบาย การออกมติต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ประจำนี่ปฏิบัติไม่ได้ในช่วง ที่ไม่มีรักษาการ ดังนั้นผมเห็นด้วย ผมขออภิปรายสนับสนุนว่าควรที่จะให้มีการรักษาการ ในช่วงที่หมดวาระ และในช่วงที่เป็นสุญญากาศเพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้อง เกษตรกรได้รับความต่อเนื่องและดำเนินการไป ดังนั้นท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีแนวคิดที่เกิดจากการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนโดยตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนเอง ดังนั้นจึงเป็นหลักการสำคัญในเรื่องของการกระจายอำนาจ ในเรื่องของ เจ้าของปัญหา รู้ปัญหาและแก้ไขปัญหาของตนเอง พ.ร.บ. หรือกฎหมายที่จำกัดอำนาจของ พี่น้องเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาของตัวเองนั้นควรที่จะต้องได้รับการแก้ไข และในนโยบาย หรือในโอกาสต่อไป ผมว่า พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูยังมีปัญหาอีกหลาย ๆ มาตรา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการซื้อหนี้เกษตรกรกับสถาบันทางการเงินอื่น ๆ ที่ยังมีปัญหา ที่ยังไม่บูรณาการ ที่ยังไม่เขียนให้ชัดเจนว่าหน่วยงานเหล่านั้น สถาบันการเงินเหล่านั้นควรจะให้ความร่วมมือ กับกองทุนฟื้นฟูในการแก้ไขปัญหาพี่น้องเกษตรกร ดังนั้นวันนี้ผมถึงขอโอกาสเรียนเพื่อนสมาชิก ว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่พวกเราจะช่วยส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่อไป ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนและขอเรียนเชิญพี่น้องสมาชิกให้การสนับสนุนในการแก้ไข พ.ร.บ. ทั้ง ๓ มาตรา ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณ ท่านอภิชาตินะครับ ต่อไปคุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๑๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมต้องขอขอบคุณสำหรับเวลาที่ให้กระผมได้อภิปรายในเรื่องของพระราชบัญญัติกองทุน ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในการแก้ไข ๓ มาตราในวันนี้ และผมเอง ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการ ออกกฎหมายที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรคนไทย รวมถึงท่านนายกรัฐมนตรีใน ขณะนั้นคือท่านชวน หลีกภัย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ พระราชบัญญัติกองทุน ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ มีเจตนารมณ์ มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการช่วยเหลือ เกษตรกรหลัก ๆ อยู่ ๔ ข้อครับ
ข้อ ๑ ต้องการที่จะพัฒนาคุณภาพ ศักยภาพของเกษตรกร ช่วยกันแก้ปัญหา โดยส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มกันของเกษตรกร
ข้อ ๒ ต้องการที่จะพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรรมของเกษตรกรเรา
ข้อ ๓ ต้องการเสริมสร้างองค์ความรู้ สร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกร ในการที่จะประกอบอาชีพการเกษตรได้อย่างมั่นคง
ข้อ ๔ ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรรู้จักพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในเกษตรกรด้วยกัน ซึ่งวัตถุประสงค์ทั้งหมดเป็นเจตนารมณ์ที่ต้องการจะแก้ไขปัญหา ของพี่น้องเกษตรกรที่มีมาโดยตลอด แต่ผมขอนำเรียนว่าโดยหลักเกณฑ์กรอบระเบียบนั้น ไม่สามารถแก้ไข ไม่สามารถทำให้เกษตรกรหลายกลุ่มเข้าถึงกลไกช่วยเหลือของรัฐบาลได้ โดยเฉพาะเรื่องของการที่เกษตรกรเป็นหนี้โดยไม่มีทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน ไม่สามารถเข้าถึงได้ เกษตรกรที่เป็นหนี้ด้วยการรวมกลุ่มกันไปกู้ธนาคารต่าง ๆ ของรัฐ เช่น ธ.ก.ส. ไม่สามารถเข้าถึงได้ ผมต้องเรียนว่าเกษตรกรเหล่านี้มีความน่าสงสารหลายเรื่อง มีเกษตรกรหลายคน หลายครอบครัว หลายพื้นที่ที่เขาครอบครองในพื้นที่ทำการเกษตร เขาอยู่อาศัยมาตั้งแต่ก่อนพุทธศักราช ๒๔๙๗ ก่อนที่จะมีประกาศของรัฐบาลให้ไปแจ้ง การครอบครองที่ดิน หรือ ส.ค.๑ ด้วยเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสื่อสารทุกวันนี้ ในสมัยก่อนไม่มีสื่อสารออนไลน์ ไม่มีโทรทัศน์ให้ดู ไม่มีวิทยุให้ฟัง เขาไม่รู้ว่าการที่จะไป ขึ้นทะเบียน ส.ค.๑ ในขณะนั้นมีความจำเป็น มีความสำคัญอย่างไร หรืออาจจะโชคร้าย ไปกว่านั้นเขาไม่รู้ว่ารัฐบาลมีนโยบายอย่างไร ให้เขาต้องปฏิบัติอย่างไร ในขณะนั้นจนนำมา สู่กฎหมายต่าง ๆ หลายอย่างที่ไปครอบคลุมพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเขตพื้นที่ป่าสงวน กฎหมายของอุทยาน หรือ ส.ป.ก. ทำให้พื้นที่หลายแห่งไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ในขณะที่พื้นที่ใกล้เคียงกันมีโฉนดที่ดิน มี น.ส. ๓ วันนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องแก้ไขกันต่อไป แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเขาเป็นเกษตรกรด้วยกัน และเขาก็ทำการเกษตร เขาไปกู้หนี้ยืมสินมา เพื่อทำการเกษตรแต่เขาไม่ได้รับสิทธิ เขาไม่มีโอกาสเข้าถึง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมต้องขอบคุณ ทางรัฐบาล ขอบคุณทุกส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดันที่จะแก้กฎหมายฉบับนี้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ไม่มีทรัพย์สินหรือไม่มีเอกสารสิทธิสามารถเข้าถึงกลไกการช่วยเหลือ ของรัฐได้ แม้แต่หนี้สินบางอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำเกษตรกรรม แต่เขาต้องกู้ยืมไป เพื่อดำรงชีวิตในฐานะที่เขาเป็นเกษตรกรไทยคนหนึ่งที่อาจจะไม่มีโอกาสเหมือนกับเกษตรกร ประเทศอื่นที่เขามีความพร้อมจากหน่วยงานภาครัฐ เกษตรกรของไทยเรากว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเกษตรกรรายย่อย กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาน้ำฝนจากธรรมชาติ เขามีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภัยพิบัติธรรมชาติ ภัยแล้ง น้ำท่วม แม้แต่การเก็บเกี่ยว ผลผลิตออกมาในแต่ละปีก็มีความเสี่ยงกับการที่พืชผลราคาเกษตรจะตกต่ำ ตามที่ผมได้ เรียนไปแล้วครับว่าน้ำฝน ฝนตกพร้อมกัน เพาะปลูกก็พร้อมกัน ถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็พร้อมกัน เราไม่มีสิทธิที่จะเลือก เกษตรกรไม่มีสิทธิที่จะไปต่อรองราคาเมื่อกลไกการช่วยเหลือของรัฐ ทำได้เพียงเท่านี้ กลไกตลาดก็มีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดราคาทำให้สินค้าทางการเกษตร หลายตัวจะมีราคาตกต่ำในช่วงที่สินค้าออกสู่ตลาดเป็นระยะเวลามาหลายสิบปี ซึ่งก็เป็น การบ้านที่รัฐบาลของเราจะต้องเข้าไปดูแลแก้ไข ผมชื่นชมสำหรับการที่จะแก้กฎหมายฉบับนี้ เพื่อสร้างโอกาส กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ทำให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรของเราได้มีโอกาสเข้าไป ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้อย่างครอบคลุมมากขึ้นแท้จริง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาแห่งนี้ จะเห็นพ้องต้องกันที่จะให้มีการแก้ไขหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ทั้ง ๓ มาตรา เพื่อเป็นประโยชน์กับ พี่น้องเกษตรกรในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ในโอกาสนี้ผมต้องขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งที่ได้ช่วยกันและขอให้การแก้กฎหมายครั้งนี้ ได้ครอบคลุมไปถึงเรื่องต่าง ๆ เรื่องอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์และเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กับพี่น้องเกษตรกร พี่น้องคนไทยของเราได้อย่างครบถ้วนแท้จริงครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณ ท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ นะครับ ต่อไปท่าน นายคำพอง เทพาคำ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมขออภิปราย พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีการแก้ไข ๓ มาตรา คือมาตรา ๑๖ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๓๗/๙ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ใช้มานานถึง ๒๐ ปี ก็ถือว่าเป็นกฎหมายที่เป็นผลผลิต ของการต่อสู้ของพี่น้องเกษตรกรที่เดือดร้อนจากภาระหนี้สินที่เกษตรกรแบกรับอย่างไม่มีวัน ที่จะสิ้นสุดจากการกู้ยืมทั้งกู้ยืมจากสถาบันการเงินนอกระบบ ซึ่งกู้ยืมก็กู้ยืมมาเพื่อการลงทุน ใครว่าอะไรดี โครงการอะไรดีก็กู้มาลงทุน บางส่วนก็กู้มาใช้จ่ายเพื่อการบริโภค นับจากการ ที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้มานาน และล่าสุดก็จะมีการแก้ไข ทั้ง ๓ มาตรานี้ก็จะ เกี่ยวข้องกับเรื่องของคณะกรรมการ ซึ่งผมเห็นว่าในส่วนของคณะกรรมการที่จะมีการแก้ไข จาก ๒ ปีเป็น ๔ ปีก็จะทำให้คณะกรรมการสามารถมีเวลาในการที่จะพิจารณาให้การ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร รวมถึงการที่จะดูว่าในระยะ ๔ ปีที่ทำงานนี้สามารถที่จะแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร แก้ไขปัญหาหนี้สินหรือฟื้นฟูชีวิตเกษตรกรได้มากน้อยกี่ราย รวมถึงเรื่องของการที่จะฟื้นฟูพี่น้องเกษตรกรให้มีศักยภาพให้มีความอยู่ดีกินดีเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งบทบาทของคณะกรรมการก็จะมีส่วนสำคัญ
อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการที่จะให้มีการกระจายสำนักงานหรือว่าสถานที่ หรือกลไกต่าง ๆ ลงไป ซึ่งก็ตั้งอยู่ในระดับส่วนกลางไปจนถึงส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค ซึ่งก็จะ สามารถเชื่อมโยงในการทำงานได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญก็คือเรื่องของการจัดการหนี้สิน ทั้งในส่วนที่เป็นการจัดการหนี้สินโดยมีหลักทรัพย์ ซึ่งหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การใช้หลักทรัพย์ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านก็ได้อภิปรายไปว่ามันก็น่าจะต้อง ครอบคลุมไปถึงอย่างที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือหลักทรัพย์ซึ่งจะสามารถประเมินได้ โดยวิธีการอื่น อันนี้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการจะพิจารณาก็ควรที่จะต้องครอบคลุมไปถึง ส่วนที่เป็นหลักทรัพย์ที่เกษตรกรสามารถประเมินได้ด้วย และในส่วนที่เป็นตัวบุคคลก็น่าที่จะเปิดกว้างให้พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะหาหลักทรัพย์ ที่เป็นตัวบุคคลที่สามารถหาได้ เพื่อที่จะให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งทุนแหล่งนี้ในการที่จะ ไปใช้เพื่อการปลดหนี้เปลื้องสิน รวมถึงการที่จะพัฒนายกระดับชีวิตความเป็นเกษตรกร ให้รอดพ้น ให้ผ่านพ้น ให้หลุดพ้นจากภาระหนี้สินที่พะรุงพะรัง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชุมชน ให้ชีวิตเกษตรกร ให้เศรษฐกิจในระดับฐานรากได้รับการพัฒนายกระดับ โดยเฉพาะชีวิต ของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งผมเห็นว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อที่จะเปิดกว้างกระจาย อำนาจลงสู่คณะกรรมการให้สามารถที่จะมีอำนาจในการดูแล ในการที่จะแก้ไขปัญหา ของพี่น้องเกษตรกรได้อย่างครอบคลุมกว้างขวางมากขึ้น รวมทั้งการที่จะไปหนุนเสริม กลุ่มองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ซึ่งพี่น้องเกษตรกรเป็นสมาชิกอยู่ รวมถึงการที่จะสร้าง ความเข้าใจ ตลอดจนการรับรู้ต่าง ๆ ให้เกษตรกรทั้งที่ลงทะเบียนไปแล้ว และที่ยังไม่ได้ ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรเพื่อที่จะเข้าถึงแหล่งทุนแห่งนี้ ฝากถึงเพื่อน ๆ สมาชิกสภาแห่งนี้ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบที่จะผ่านพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร ที่กำลังรอความหวังอยู่นี้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ถ้าเอ่ยชื่อจังหวัดอ่างทองของผมนั้นท่านก็คงทราบดีว่า เป็นจังหวัดที่เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ เป็นจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของเกษตรกร ก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกับพี่น้องเกษตรกร ไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกับต้นแบบ ของเกษตรกรกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุรชัย บุญเจริญ ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านเป็นอาจารย์เก่าท่านมาทำศูนย์การเรียนรู้ เรียกว่าศูนย์การเรียนรู้เกษตรกรบางเจ้าฉ่า อินโนเวชั่น เราพูดคุยกันครับว่าวันนี้ทางเลือกหรือทางรอดของเกษตรกรไทยควรจะเป็น อย่างไรต่อ ผมมีประโยคอยู่ประโยคหนึ่งเป็นกวีสั้น ๆ วันนั้นไปประชุมกลับมาก็จดว่า มีท่านใดเขาพูดอะไรกันบ้าง มีกวีอยู่ท่านหนึ่งเขาเขียนแบบนี้ครับ เป็นเกษตรกรอ่อนใจ ใครช่วยเหลือ ลงหยาดเหนื่อย ลงแรงใจด้วยใจหมาย หวังเก็บผลกำไรได้มากมาย แต่สุดท้ายความหวังล่มลงจมดิน ด้วยเหตุดังกล่าวครับ การก่อกำเนิดของกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกร ซึ่งผมอาจจะขออนุญาตเรียกชื่อสั้น ๆ ว่า กฟก. จึงเป็นทางเลือก หรือทางรอดที่สำคัญ อย่างไรก็ตามเมื่อวันนี้ท่านเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้ามา ผมขออนุญาตที่จะมีอยู่ ๔ ประเด็นด้วยกันที่อยากจะสอบถามผ่านท่านประธานไปยัง ท่านผู้ชี้แจง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ซึ่งผมเห็นว่าท่านมีความตั้งใจในเรื่องนี้ครับ
ประการที่ ๑ เราจำเป็นต้องย้อนกลับไปดูว่าในปี ๒๕๔๒ ที่มีการยกร่าง พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น วัตถุประสงค์ หรือเจตนารมณ์ดั้งเดิมเป็นอย่างไร เจตนารมณ์ดั้งเดิมคือการบอกว่านโยบายของเกษตรกร มิควรผูกอยู่กับภาครัฐ แต่ควรให้เกษตรกรซึ่งเป็นเจ้าของตัวจริงเป็นผู้กำหนดนโยบาย ต้องมีองค์กรที่มีความเป็นอิสระและต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เราเรียกกันว่าคณะกรรมการกองทุน ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ต้องมีผู้แทนองค์กรเกษตรเข้ามาเป็นตัวแทนมีที่นั่งอยู่ในสภา และในขณะเดียวกันผู้แทนเกษตรนั้นหรือองค์กรด้านการเกษตรก็มีสิทธิที่จะขอรับ การสนับสนุนจากกองทุน ผมพูดให้ชัดเป็นข้อ ๆ นะครับ ๑. คือให้เกษตรกรมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบาย ๒. คือการจัดตั้งองค์กร ซึ่งเรียกว่า กฟก. ๓. คือการจัดตั้งองค์กรเกษตร ๔. คือการรับการสนับสนุนจากกองทุนและเมื่อมีการแก้ไขกฎหมาย ท่านก็เพิ่มมาอีกข้อหนึ่ง เป็นข้อ ๕ ก็คือการจัดการหนี้สินของเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ผมแต่แล้วแต่นะครับ ในปี ๒๕๖๐ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้มีคำสั่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ มีคำสั่ง ที่ ๒๖/๖๐ ให้ยุบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกร โดยอ้างถึงความไม่โปร่งใส อ้างถึงความไม่เป็นเอกภาพ อ้างถึงประเด็น เรื่องการแต่งตั้ง เนื่องจากการขาดบูรณาการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นประเด็นแรกที่ผมอยากจะ เรียนถามก็คือว่าวันนี้ท่านเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเข้ามา และสถานะของคำสั่ง คสช. ที่ ๒๖/๖๐ เป็นอย่างไร มันถูกยกเลิกไปโดยปริยายไหม มันมีประเด็นที่ต้องตามต่อไหม หรือในขณะเดียวกันมันเป็นอย่างไร ขอคำชี้แจงนิดเดียวครับ เพราะว่าถ้าหากคำสั่งนั้น ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ผมก็ต้องส่งเรื่องให้กรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องอื่น ๆ ไปพิจารณาดูว่าจะเอาอย่างไรกับคำสั่งฉบับนี้ก่อน นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ การยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านต้องทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ก็คือการเปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็น การเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม ต่าง ๆ ตัวเลขเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ล่าสุดในปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ๕,๕๒๐,๐๐๐ คนเศษ ๆ แต่ท่านทราบไหมว่ามีการเปิดรับฟังความคิดเห็น มีพี่น้องเกษตรกรเข้ามาแสดงความคิดเห็น ในแต่ละข้อ ในแต่ละมาตรา บางข้อก็ ๕,๐๐๐ คน บางข้อก็ ๘,๐๐๐ คน ผมคิดเฉลี่ยเร็ว ๆ เท่ากับว่ามีพี่น้องเกษตรกรที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับ ตัวของเขาเองแค่ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ของพี่น้องเกษตรกรที่มีการขึ้นทะเบียน ผมไม่มั่นใจว่า ตกลงกระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นของท่านเป็นอย่างไร ขาดตกบกพร่องตรงไหน ทำไมการมีส่วนร่วมนั้นไม่กว้างขวางมากพอในกลุ่มพี่น้องเกษตรกร อันนี้ผมไม่พูดถึงว่า ในร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของคนที่ไม่ใช่เกษตรกรเช่นเดียวกันครับ ผมไม่รู้ตัวเลขว่ามีการบาลานซ์ (Balance) กันมากน้อยขนาดไหน เพราะฉะนั้นขอคำชี้แจง นิดเดียวว่าตกลงกระบวนการขั้นตอนที่ท่านทำตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญการรับฟัง ความคิดเห็นต่าง ๆ วันนี้ครบถ้วนหรือไม่เป็นประการใด นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ
ประการที่ ๓ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มาตรา ๓ พูดถึงการแก้ไขมาตรา ๑๖ ท่านพูดถึงการแก้ไขบนพื้นฐานที่ว่าจะมีการเพิ่มวาระการดำรงตำแหน่งของผู้แทนเกษตรกร ผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ จาก ๒ ปีเป็น ๔ ปี เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านท่านพูดตรงกัน ผมเอง ก็เห็นด้วยว่าวันนี้ถ้าหากกรรมการมีตำแหน่งแค่ ๒ ปี ยังไม่ทันทำอะไรเลย การประชุมไม่รู้ว่า กำหนดไว้มากน้อยขนาดไหนมันไม่สอดคล้องและต่อเนื่อง ฉะนั้นโดยหลักการผมเห็นด้วย กับการที่จะมีการปรับวาระการดำรงตำแหน่งเป็น ๔ ปี แต่อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจร่างมาตรา ๓ ที่แก้ไขมาตรา ๑๖ ของร่าง พ.ร.บ. เดิมโดยเบ็ดเสร็จแล้ว ผมพบว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการ อยู่ ๒ อย่างด้วยกัน อย่างแรกเรียกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างที่ ๒ เรียกว่าผู้แทนเกษตรกร มันเคยมีประสบการณ์มาแล้วจากร่างพระราชบัญญัติฉบับอื่นที่ผ่านสภาแห่งนี้ ไม่ใช่ความผิด ของพี่น้องที่อยู่ในสภา ไม่ใช่ความผิดของ ส.ส. แต่เมื่อไม่มีการเขียนล็อกไว้ก็มีการเอาไปใช้ ในลักษณะว่าวันนี้ฉันเป็นตัวแทนองค์กรนะ เมื่อตัวแทนองค์กรหมดวาระต่อไปฉันเข้ามา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิหมดวาระ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเขียนว่า ๒ วาระ ฉันกลับมาเป็นตัวแทนขององค์กรอีกแล้ว ฉะนั้นตกลงแล้วในเมื่ออย่างน้อยที่สุดกรรมการ มี ๒ แบบ ก็คือผู้ทรงคุณวุฒิกับตัวแทนหรือผู้ที่มีส่วนจากภาคเกษตรกร ท่านเขียนไว้ หรือไม่ หรือจะมีหลักประกันอย่างไรว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้น จะไม่เกิดเหตุการณ์ ในลักษณะว่าวันนี้ผู้ทรงคุณวุฒิรอบหน้ากลับมาเป็นตัวแทนองค์กรเกษตรกรจะไม่เกิด เหตุการณ์ว่าวันนี้ตัวแทนองค์กรเกษตรกรนั่ง ๒ วาระ รอบหน้ากลับมาในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ ผมขออนุญาตว่าถ้าท่านยังไม่ได้เขียนไว้หรือถ้าคิดว่าประเด็นตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาก็ขอคำชี้แจง เพิ่มเติมสักนิดครับ แต่ถ้าท่านคิดว่าไม่ใช่ปัญหาหรือเป็นประการใดก็ยินดีที่จะผ่านการรับ หลักการดังกล่าว บางครั้งเรื่องเหล่านี้เป็นช่องโหว่ที่ต้องร่วมกันในการพิจารณาครับ
ในประการสุดท้าย ท่านประธานเป็นประการที่ ๔ ความจริงผมอยากจะพูด ลงรายละเอียดก็คือการจัดการหนี้สินของเกษตรกร ผมไม่รู้ท่านเคยได้ยินหรือไม่นะครับ วันนี้ร่างพระราชบัญญัติที่ท่านมีการแก้ไข จะมีการระบุถึงการให้บุคคลเป็นผู้ค้ำประกัน ในหลายกองทุน ในหลายสหกรณ์ ในหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้เคยมีศัพท์ ที่เรียกว่า การผลัดกันเกาหลัง ต้องระวังนะครับ นั่นหมายถึงว่าเกณฑ์ที่ท่านจะเขียนไว้ในกรณีของการกู้หรือการใช้หนี้ ต่าง ๆ จะมีหลักประกันอย่างไรว่าคนที่กู้กับคนที่ประกันไม่ผลัดกัน ผมไม่ปฏิเสธนะครับ ความจริงก็คงมีบ้าง แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านเขียนไว้ในกฎหมายว่าท่านจะออกเป็นระเบียบ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ขอความชัดเจนสักนิดหนึ่งก่อนในสภาแห่งนี้ว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะครอบคลุมถึงประเด็นนั้นไหม จะมีความชัดเจนครบถ้วนจะไม่ทำให้กลายเป็นหนี้เสีย หรือไม่ประการใด ด้วยเหตุผลดังที่ผมได้กราบเรียนมาทั้งหมด หากท่านรัฐมนตรีได้กรุณา ชี้แจงเพื่อความชัดเจนและเป็นประเด็นที่ผมคิดว่าครอบคลุม พวกผมเองก็ยินดีที่จะผ่าน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระ ๑ ที่นับไปสู่การศึกษาลงรายละเอียดในวาระ ๒ ต่อไป เพราะว่าเรื่องของเกษตรกรมิใช่เรื่องของพวกผมคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องของพื้นที่ใด ของพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประเทศชาติทั้งหมดในภาพรวม วันนี้ใช้เวลาไม่เกินครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านณัฐวุฒิครับ ต่อไปเชิญท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ เรื่อง พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในส่วนหนึ่งก็คือพวกเราเป็นครูบ้านนอก ส่วนหนึ่งก็เป็นเกษตรกร หลังจากที่ลงผู้แทนราษฎรสอบตกแล้วก็ได้มาเดินขบวนร่วมกับ หลายท่านที่ไม่ได้เข้ามา อย่างเช่น นายบำรุง คะโยธา นายนคร ศรีวิพัฒน์ อย่างนี้เป็นต้น เพื่อให้ได้ พ.ร.บ. กองทุนตัวนี้รองเท้าขาดไปหลายคู่ เมื่อได้ พ.ร.บ. กองทุนมาเราก็ชื่นชมว่า ตัวนี้คือตัวแทนเราจริง ๆ พี่น้องจะได้ลืมตาอ้าปากได้ แต่จากตรงนั้นมาถึงปัจจุบันยังเป็น คำถามอยู่เหมือนกันว่า พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรช่วยเราได้เพียงใด พี่น้อง ยังเหมือนเดิม หลายคนพูดถึงที่มาของกองทุนผมไม่ต้องพูด หลายคนพูดถึงภาระหน้าที่ ตัวนี้ผมก็ไม่ต้องพูด วันนี้ทางรัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แก้ไข ๒-๓ มาตรา เข้ามาก็เห็นด้วย วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการจาก ๒ ปี เป็น ๔ ปี อันนี้ก็เห็นด้วย มาตรา ๑๖ ที่ผู้ทรงคุณวุฒิกับตัวแทนของเกษตรกร ถ้าหากเป็นไปได้กราบเรียนท่านประธาน ฝากไปทางรัฐบาลด้วย แก้ไม่ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิได้ไหม ให้มีเฉพาะตัวแทนของเกษตรกร เกษตรกรเขาดูแลกันได้ ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างเช่นปัจจุบันประธานกองทุน ก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรี ทำไมเกษตรกรแท้ ๆ เขาจะดูแลกันไม่ได้ กองทุนมีงบประมาณ เมื่อวานถามรักษาการเลขาธิการกองทุนว่านายสไกรมีเงินเท่าไรในกองทุน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่รัฐบาลยังไม่มีงบประมาณออกไปมีเงินไม่เท่าไร ๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเกษตรกร เดือดร้อนท่านประธานเขารู้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา หรือปัจจุบันน้ำแล้ง แต่ พ.ร.บ. กองทุนบอกว่าเอาไปช่วยไม่ได้เลย อันนี้คือปัญหา เอาไปช่วยเกษตรกรแท้ ๆ ไม่ได้เลย เมื่อวานนี้กราบเรียนถามว่าซื้อปุ๋ยให้สักเม็ดได้ไหม ช่วยเป็นหนี้ได้ไหม ไม่ได้เลย ท่านประธาน จะช่วยต้องมาลงทะเบียน มาเข้าบัญชีรายชื่อทุกอย่าง ลงทะเบียนแท้ ๆ ก็ยังมีปัญหา อย่างเช่นที่จังหวัดร้อยเอ็ดก็มาร้องเรียนเยอะ เพราะว่าเจ้าหน้าที่กองทุน มันเป็นระบบราชการไปแล้ว มันไม่ใช่ระบบเกษตรกร ถ้าไปหาจะต้องมีเส้นมีสายไปแล้ว นี่คือปัญหาของกองทุนพื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ท่านประธานลองชื่อดูสิครับ กองทุนฟื้นฟู และพัฒนานะครับ บ้านเราพัฒนาไหม ผมว่ายังนะครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่จะกราบเรียน ต่อท่านประธานว่าเรามี พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ทุกวันนี้ไปลงทะเบียนหนี้ อยู่ ๔,๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย แก้ปัญหาให้เขาได้กี่เปอร์เซ็นต์ หนี้นอกระบบแก้ปัญหาของ เกษตรกรได้กี่เปอร์เซ็นต์ ที่จริงก็เศร้าใจเหมือนกันในฐานะที่พวกเราไปเรียกร้องให้มี พ.ร.บ. ตัวนี้ พรรคพวกที่อยู่ ตามภูเขา ทำเกษตรกรตรงนี้ที่เรียกร้องมาด้วยกัน ก็เศร้าใจเหมือนกันว่า พ.ร.บ. กองทุนนี้ ไม่ได้ช่วยเหลือเกษตรกรตามที่ตั้งใจเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่นการตั้งสำนักงาน พ.ร.บ. กำหนดไว้ เลยต้องตั้งภายในกรุงเทพมหานครเท่านั้น กรุงเทพมหานครทำนาหรือครับท่านประธาน กรุงเทพมหานครทำสวนบ่ ทุกวันนี้สำนักงานใหญ่มาตั้งอยู่ใกล้ ๆ วัดเสมียนนารีรถติดมาก เรามาจากบ้านนอกคอกนา มาจากจังหวัดยโสธร มาจากจังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครพนม มาถึงรถติดใจออกแล้ว ผมเคยเสนอว่าควรจะไปตั้งแถวตลาดไทได้หรือไม่ แต่ก่อนตั้งไม่ได้ ผมยังดีใจว่ารัฐบาลนี้ได้แก้มาตรา ๒๓ บอกว่าให้ตั้งที่ไหนก็ได้ขอให้มี กลุ่มเกษตรกร อันนี้ล่ะถูก เห็นด้วย แต่ พ.ร.บ. สมัยก่อนตั้งขึ้นมาเหมือนกับอิงคนอีกกลุ่มหนึ่ง บล็อกคำว่า พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเอาไว้ ไม่สามารถจะออกไปสู่เกษตรกร ตรง ๆ ได้จริง ผมถึงบอกว่ายกเลิกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้หรือไม่ ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซง เกษตรกร ให้เขาทำกันเองได้หรือไม่ เราดูแลภายนอกให้เขาเป็นแค่องค์กรอิสระขึ้นมาเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ อยากฝากท่านประธานไปที่รัฐบาลด้วยว่าทำอย่างนี้ได้หรือไม่ ปล่อยให้ เกษตรกรเขาทำอิสระของเขาเถอะ
อีกประเด็นหนึ่ง อยากจะเรียนถามว่าการยึดหลักทรัพย์ที่พี่น้องไปค้ำประกัน ต่อสถาบันการเงินเอาไว้ไม่นานก็ถูกยึด พอยึดปั๊บกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรไปไถ่ถอน ไปช่วยเขาได้กี่เปอร์เซ็นต์ ผมกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าเรามี พ.ร.บ. กองทุน ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรตัวนี้ เราคิดว่าตัวนี้จะเป็นตัวนำหน้าเกษตรกรทุกอย่างให้กับ พวกเรา ปรากฏว่าพอมี พ.ร.บ. ออกมาหายเงียบเลย ท่านประธานคงจำได้มันไม่มีอะไรเลย เกษตรกรส่วนใหญ่รู้หรือไม่ว่ามีกองทุนอยู่ที่พอจะพึ่งได้นอกจาก ธ.ก.ส. ผมว่าน้อยมาก แล้วไม่ได้หวังพึ่งกองทุนด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานฝากไปที่รัฐบาลด้วยว่าขอให้รัฐบาล ช่วยประชาสัมพันธ์บอกว่ากองทุนนี้ล่ะ หรือทำกองทุนนี้ให้เป็นที่พึ่งของพี่น้องเกษตรกร จริง ๆ ได้หรือไม่ ทำในรัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี กราบเรียนท่านประธานครับ
และอีกอย่างหนึ่งพี่น้องที่เป็นสมาชิกกองทุนแต่ไม่มีหลักทรัพย์ แต่เป็นหนี้ ภายนอกไว้ไม่มีหลักทรัพย์มาค้ำประกันในการที่จะกู้เงินกู้ทองของกองทุนเพื่อไปใช้หนี้ ท่านจัดการกับพี่น้องเหล่านี้อย่างไร อยากให้ชัดเจนด้วยเพราะว่าทุกปีกองทุนก็ต้องขอเงิน จากรัฐบาลอยู่ดี ขอเงินภาษีจากพี่น้องอยู่ดี ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าพวกเราได้ พ.ร.บ. กองทุนอันนี้ เราเดินขบวนมา มาถึงวันนี้ถ้าไม่ได้เป็นตัวแทนจริง ๆ ก็เศร้าใจ พรรคพวกหลายคนที่อยู่ ภูพานบ้าง ที่อยู่วังน้ำเขียวบอกว่าเศร้าใจในการที่จะอาศัย พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนา เกษตรกร เพราะมันไม่ไปไหนมันติดระบบราชการมาต้องมาตามเวลา หมดเวลาก็ปิดประตู เกษตรกรก็ต้องวิ่งกลับบ้าน วันใหม่มาติดตามใหม่ เสียเวลาครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านสุรทิน พิจารณ์ นะครับ ต่อไปท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงามขอสนับสนุนการแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณพี่น้องเกษตรกร ชาวภาคอีสาน ๒๐ จังหวัดที่มาเรียกร้องเดินขบวนนอนอยู่หน้าทำเนียบ ๙๙ วันเพื่อเรียกร้อง ให้มีกฎหมายกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในสมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนว่าหลายท่านอาจจะเข้าใจ สับสนตอนนั้นนอนอยู่หน้าทำเนียบ ๙๙ วัน วันรุ่งขึ้นก็เตรียมตัวไปนิมนต์พระเพื่อจะมาสวด สุดท้าย พลเอก ชวลิต รับปากกับพี่น้องเกษตรกรที่มานอนหน้าทำเนียบว่าจะมีกฎหมาย เป็นของพี่น้องเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จากหนี้สิน ผมต้องเรียนว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นคณะกรรมการยกร่างและเป็นกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ วัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้ อยากให้พี่น้องเกษตรกรมีส่วนร่วมร่างกฎหมายและเป็นกฎหมายฉบับแรกที่มีการประชาคม ไปทำประชาพิจารณ์กับพี่น้องเกษตรกรทุกภาค ผมในฐานะที่ช่วงนั้นเป็นโฆษกคณะกรรมการ ก็ไปรับฟังปัญหาข้อมูลต่าง ๆ ว่าพี่น้องมีปัญหาอย่างไร ผมขอสรุปง่าย ๆ ว่ากฎหมายฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยพี่น้องเกษตรกรที่เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ท่านประธานครับ ต้องแบ่งหนี้ออกเป็น ๒ ส่วน หนี้ที่อยู่กับธนาคารทั่วไปหรือพ่อค้าทั่วไปนั้น หรือเอกชน เราไม่ได้เกี่ยวข้อง วันนี้กฎหมายฉบับนี้เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกรที่รวมตัวกัน หรือพี่น้องเกษตรกรที่เป็นหนี้สินล้นพ้นตัวที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการเงิน ของรัฐและไม่สามารถชำระหนี้ได้ กองทุนฟื้นฟูจะเข้าไปอุ้มชูครับท่านประธานที่เคารพ โดยมีเงื่อนไขตอนนั้นกฎหมายเฉพาะกาลบอกว่าบุคคลที่จะมาเข้าโครงการได้ต้องเป็นหนี้ ก่อนที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นคนก็จะไปสร้างหนี้ขึ้นมาเพื่อจะมาใช้เงิน จำนวนนี้ กฎหมายฉบับนี้เขียนไว้อีกว่าเมื่อกฎหมายนี้ประกาศใช้รัฐบาลจะอุดหนุนเงิน ๑,๘๐๐ ล้านบาท และปีต่อไปก็ว่ากันไป ในขณะเดียวกันนั้น ท่านประธานครับ ผมคนหนึ่ง ที่ไปประชาคมและไปประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก กฎหมายเขียนไว้ ชัดเจนว่าต้องเป็นสมาชิกเท่านั้น ถ้าท่านใดไม่เป็นสมาชิกก็ไม่สามารถจะเข้ามาสู่กระบวนการ เรื่องหนี้สินได้ ต้องกราบเรียนว่าในการเลือกตั้งครั้งแรกนั้นเราใช้กระบวนการเลือกตั้ง ทั่วประเทศแบ่งออกเป็น ๔ ภาค และให้เลือกตัวแทนเข้ามา คณะกรรมการบริหารมีทั้งหมด ๔๑ ท่าน มีภาคราชการ ๒๑ ท่าน เกษตรกร ๒๐ ท่าน ตอนนั้นผมคัดค้านอยากให้มีตัวแทน เกษตรกรมากกว่า เพราะมิฉะนั้นแล้วอย่างไรเสียงก็แพ้โหวตตลอด แต่อย่างไรก็ตามกฎหมาย ช่วงนั้นบอกว่าขอไปก่อนว่าเมื่อเสร็จแล้วเมื่อดำเนินการไปชั่วระยะหนึ่งก็สามารถแก้ไขได้ ปัจจุบันนี้ ๒๐ กว่าปียังไม่ได้แก้ไขกรรมการเลย ในกฎหมายฉบับนี้เขียนไว้อีกว่าจะให้พัฒนา ไปเรื่อยและแก้ไขปัญหาโดยที่จะให้เกษตรกรเป็นผู้แก้ไขปัญหาเอง แต่รัฐบาลก็ไม่ได้แก้ก็ยังมี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนใหญ่ก็มอบให้รองนายกรัฐมนตรีและมีภาคราชการ ๒๑ ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นประโยชน์อย่างสูงครับ ๑. นโยบายที่เข้าสู่กระบวนการสั้น ๆ ว่าถ้ามีหนี้สินเราจะตัดดอกทิ้งทั้งหมด ลดต้นทุนครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งไปผ่อนต่อ ๒๐ ปี นั่นคือกฎหมายหลักที่เราเขียนไว้ เพราะเรารู้ว่าพี่น้องเกษตรกรนั้น ไม่มีทางที่จะฟื้นได้ เราก็จะมีเงินอีกก้อนหนึ่งที่เข้าสู่โครงการไปส่งเสริมอาชีพภายใน ๒๐ ปี เพื่อจะเอาเงินมาชำระหนี้ ผมคิดว่าเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ช่วยพี่น้องเกษตรกรอย่างจริงจัง ท่านประธานที่เคารพ แน่นอนการเลือกตั้งตัวแทนแต่ละภาคก็มีบ้าง ธรรมชาติเหมือนคล้าย ๆ การเมือง เมื่อก่อนนี้ก็เหมือนลักษณะเลือกผู้แทนเหมือนกัน สุดท้ายคนดีก็มีโอกาสเข้ามาเป็น ตัวแทน ผมคนหนึ่งที่มีโอกาสเข้ามาเป็นกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร แต่เป็นระยะสั้นห้ามเป็นเกิน ๒ สมัย ผมก็เป็นแค่ ๒ สมัย แล้วก็ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาทำต่อ แต่ก็ช่วยสนับสนุนมาโดยตลอด แม้แต่ขณะนี้ผมไปที่ไหนผมก็ประชาสัมพันธ์ตลอดว่ากองทุน ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรนั้นท่านต้องเข้ามาเป็นสมาชิกและเรามีตัวแทนทุกจังหวัด อันนี้ รายละเอียดต่าง ๆ คงไม่ต้องกราบเรียน ผมเห็นว่ากองทุนครั้งแรกนั้นมีสำนักงานไปอาศัย อยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรอยู่คือกรมวิชาการ ต่อมามาอยู่ที่ อ.ต.ก. อาศัยรถไฟฟ้าอยู่ เดี๋ยวนี้ ก็ต้องมาเช่าเอง ถามว่าสำนักงานมีไหมครับ ลอยไปเรื่อยไม่มีหลักแหล่งที่ชัดเจน ฉะนั้นวันนี้ ผมเห็นด้วยสนับสนุนว่ามันควรจะมีสำนักงานเป็นของตัวเองครับ ในขณะเดียวกันแน่นอน การเลือกตั้งทุกครั้ง แน่นอนอาจจะมีคนดี คนไม่ดีปะปนมาขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน ที่ตัวแทนเกษตรกรเป็นผู้เลือก ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นด้วยว่า ๒ ปีนั้นน้อยไป เลือกตั้ง มายังไม่ทันทำอะไรเลย เลือกใหม่อีกแล้วครับ ในขณะเดียวกันมีการเมืองบางครั้งเข้าไป แทรกแซงมากเกินไป มีการพักบ้าง บางทีหมดวาระแล้วก็เป็นช่องว่างดำเนินการไม่ได้ ผมสนับสนุนเห็นควรว่าควรจะแก้ให้เป็นสากล โดยเฉพาะ ๔ ปีผมว่าน่าจะเหมาะสมสากล ทั่วไป ไม่ว่าเลือกตั้งนักการเมืองท้องถิ่นก็ดี หรือสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ก็ใช้ ๔ ปี ยกเว้น ส.ว. เท่านั้นมีอภิสิทธิ์อยู่ ๕ ปี ๖ ปี ยกเว้นเป็นกฎหมายพิเศษ ไม่ต้องเลือกตั้งมาโดยอภินิหาร มาโดยจิ้มมา เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องเรียนสมาชิกวุฒิสภา ๒๕๐ คน หนักกว่าครับ สั่งอย่างไร ก็เสียงเดียว ลงคะแนนเหมือนกันหมด แต่ผู้แทนเกษตรกรสิครับ ต้องมาหลากหลายความคิด มันจะเหมือนกันไม่ได้ ฉะนั้นผมสนับสนุนเห็นด้วยควรให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณา แก้ไข และผมอยากจะแก้ไขเพิ่มเติมมากกว่านี้เพราะมีอีกหลายมาตราที่ควรจะแก้ไขสักที ล้าหลังแล้ว ๒๐ กว่าปีแล้ว ผมขอสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เพียงน้อยนิดเท่านั้นเอง แต่ในขณะเดียวกันต้องกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าบางอย่างคณะกรรมาธิการ วิสามัญก็สามารถจะพิจารณาเสนอตั้งข้อสังเกตหรือแก้ไขเพิ่มเติมได้ที่ไม่ใช่สาระสำคัญของ กฎหมายครับ แต่ถ้าหากท่านสมาชิกเห็นว่ามาตราต่าง ๆ มันไม่เหมาะสมมันเลยเวลาแล้ว ท่านก็สามารถจะเสนอญัตติเข้ามาแก้ไขได้อีก ผมคงไม่ใช้เวลามากมายนักเพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะมีอีกหลายฉบับ ผมต้องขอบพระคุณสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน จริง ๆ แล้วถ้าหากว่า ผมจะบรรยายหรืออภิปรายคิดว่าเป็นชั่วโมงเพื่อนก็จะปวดหัว เพื่อนก็จะหมั่นไส้ ผมคิดว่า เอาสั้น ๆ ว่าวันนี้กฎหมายฉบับนี้พอสมควร
ขอบคุณ ท่านอุบลศักดิ์ครับ เห็นจะลงหลายครั้งแล้วแต่ไม่ลงสักที
ผมก็ทำท่าอยู่ท่านประธานไม่ทัก ผมก็จะลงแล้ว
ขอบคุณครับ ถ้าลงก็ต้องนั่ง
อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณท่านประธาน แล้วก็สมาชิกทุกท่านที่สนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อการแก้ไข ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้ผมมีโอกาสได้อภิปราย เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำเสนอ แถลงหลักการและเหตุผลต่อสภาผู้แทนราษฎรของเราในนามของคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมมีความประสงค์ที่จะอภิปรายเนื่องจากสภาเราเองเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการตราพระราชบัญญัติ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับที่ ๔ ที่เข้าสู่การพิจารณา สภาของเราก็เลยให้ความสำคัญ ผมฟังการแถลงหลักการและเหตุผลจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลักการสำคัญ ๓ เรื่อง มีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับ ได้ดูในสิ่งที่ท่านได้นำเสนอประกอบ เรื่องแรกเป็นเรื่องของหลักการและเหตุผล เรื่องที่ ๒ ตัวร่างพระราชบัญญัติมีทั้งหมด ๖ มาตรา แล้วก็มีตารางเปรียบเทียบตัวร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอมาใหม่กับตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับเดิม มีหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบความจำเป็น ในการตราพระราชบัญญัติ แนบมาพร้อมกับการนำเสนอ ที่สำคัญอีก ๒ เรื่อง คือการรายงาน การรับฟังความเห็นซึ่งท่านสมาชิกได้อภิปรายไป เรื่องสุดท้ายเป็นการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตราพระราชบัญญัติ ผมดูประกอบแล้ว กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ เหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาแห่งนี้เป็นไปเพื่อจะช่วยแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ๕,๕๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับพี่น้องเกษตรกร ตัวกฎหมายเดิมมีข้อจำกัดอยู่ ๓ เรื่องที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเสนอมาเป็นหลักการ
หลักการแรก เรื่องของการแก้หนี้ของเกษตรกรคือตัวหนี้สิน การจำแนก ประเภทของเกษตรกรที่เป็นหนี้โดยอาศัยการค้ำประกัน กฎหมายเดิมให้การช่วยเหลือ ให้การดูแลเฉพาะที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกันเท่านั้น ในขณะที่พี่น้องเกษตรกรหลายคน หลายท่านที่เป็นสมาชิกแล้วก็ขึ้นทะเบียนเป็นหนี้ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา ๑๐๘,๙๔๗ ราย มีมูลหนี้ทั้งหมด ๔,๐๕๗ ล้านบาทเศษ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ระยะเวลา ๑๕ ปี แก้หนี้ไปได้ทั้งหมด ๑๓๙,๐๐๐ กว่าราย คิดเป็นประมาณร้อยละ ๗๙ มูลหนี้ก็แก้ไปประมาณร้อยละ ๗๖ ท่าน ประธานครับ นี่คือเหตุผลหลักการอันที่ ๑ เพราะว่าตัวพี่น้องเกษตรกรมีข้อจำกัดได้รับ การช่วยเหลือน้อยมาก และกลุ่มที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ไม่มีหลักทรัพย์ ก็ใช้คนค้ำประกัน
หลักการที่ ๒ เป็นเรื่องของการแก้ไขเรื่องของคณะกรรมการ ท่านสมาชิก ได้พูดไปเยอะผมจะไม่ลงรายละเอียด เรื่องผู้ทรงคุณวุฒิแล้วก็ตัวแทนของพี่น้องเกษตรกร เรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง แล้วก็การทำหน้าที่ต่อเนื่องกรณีถ้ายังไม่ได้รับ การแต่งตั้งและกำหนดการแต่งตั้งให้ครบให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน
หลักการที่ ๓ เรื่องของการที่จะให้คณะกรรมการได้กำหนดเรื่องสำนักงานใหญ่ เดิมเฉพาะกรุงเทพมหานครก็ขยายเป็นปริมณฑล ยังอยู่ในขอบเขตปริมณฑล ส่วนสำนักงาน สาขาก็เป็นไปตามที่คณะกำหนดได้ นั่นคือหลักการสำคัญ ๓ เรื่อง ท่านประธานที่เคารพ การช่วยเหลือดูแลพี่น้องเกษตรกรมีข้อจำกัดก็เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไข เห็นด้วยครับ ก็ฝากข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการในการพิจารณาวาระ ๒ ในชั้นกรรมาธิการ เรื่องที่ ๑ ผมขอฝากข้อสังเกตในการเข้าไปดูเกี่ยวกับเรื่องของพี่น้องเกษตรกรที่มีมูลหนี้หรือมีหนี้จาก การที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันว่าความสามารถในการชำระหนี้เขามีอยู่เท่าไร ผมมีตัวเลขคร่าว ๆ ถ้าเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๘๐ สามารถชำระหนี้ได้ มันเป็นเรื่องแปลก ท่านประธานครับ ถ้าแยกไปดูกรณีบุคคลค้ำประกันจะได้ร้อยละ ๕๐-๖๐ ประมาณนั้น แต่ถ้าเอาหลักทรัพย์ ค้ำประกันบวกบุคคลจากร้อยละ ๘๐ ลดลงเหลือประมาณร้อยละ ๕๐ อันนี้เป็นข้อสังเกต ที่ผมฝากไว้ให้ท่านกรรมาธิการเข้าไปดูว่าจะมีมาตรการอย่างไรโดยเฉพาะการออกระเบียบ และประกาศมารองรับในมาตรา ๓๗/๙ วรรคสอง ไม่ว่าจะเรื่องของการชำระหนี้แทนบุคคล ค้ำประกัน เรื่องของวิธีการชำระหนี้ เรื่องหลักประกันในการชำระหนี้และระยะเวลาที่จะ คืนเงินให้กับกองทุน สิ่งเหล่านี้ต้องฝากไปในชั้นของการบริหารเป็นการตรากฎหมายรอง ถ้ากรรมาธิการมีโอกาสพิจารณาที่จะมีข้อสังเกตไปผมก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์ เพราะว่าเราดู อัตราร้อยละของการชำระหนี้แล้วค่อนข้างต่ำกรณีมีบุคคลเป็นผู้ค้ำประกัน ท่านประธานครับ ผมเองเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้สภาแห่งนี้ช่วยกันรับหลักการและตั้งกรรมาธิการเข้าไป พิจารณาในรายละเอียด สิ่งที่กรรมาธิการหลายท่านเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำแหน่งของ กรรมการ ไม่ว่าจากผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นตัวแทนพี่น้องเกษตรกร จะมีการสลับปรับเปลี่ยนกัน อย่างไรโดยตัวร่างเป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ผมอยากให้ท่านกรรมาธิการเข้าไปดู ถ้ามีข้อสังเกตหรือสามารถจะเปลี่ยนแปลงเขียนไว้ให้ชัดเจนก็จะเป็นประโยชน์ ขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายกฎหมายฉบับนี้เป็นฉบับที่ ๔ มีความภาคภูมิใจที่สภา เราได้พิจารณากฎหมายบ้าง เพราะหน้าที่หลักของเราคือหน้าที่ในการพิจารณากฎหมาย ขอบคุณท่านประธานครับ ยินดีรับหลักการครับ
ท่านสมาชิก ท่านใดยังมีความประสงค์ที่จะร่วมอภิปรายไหมครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ พรรคพลังปวงชนไทย ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งนะครับ ก็ขอสนับสนุนอยากให้สภาผู้แทนราษฎรพวกเราช่วยกัน หนี้เกษตรกร จริง ๆ แล้วสะสมกันมานานมากเป็นที่รู้จักกันว่าคนที่ทำอาชีพเกษตรกรส่วนใหญ่ก็จะมีหนี้สิน การที่มีหนี้สินไม่ใช่ว่าเกษตรกรไม่มีความสามารถ ไม่ใช่ว่าเกษตรกรไม่ขยัน ไม่ใช่ว่าเกษตรกร ไม่ทำงานนะครับ อาชีพเกษตรกรนั้นมันขึ้นอยู่กับความโชคดี ความโชคร้ายโดยเฉพาะ เกษตรกรบ้านเรา เรายังเป็นเกษตรแบบธรรมชาติ อาศัยธรรมชาติ บางปีฝนตกมากน้ำท่วม บางปีฝนไม่ตกก็เกิดภัยแล้ง อย่างเช่น ปีนี้ชัดเจนท่วมยังไม่ถึง ๒ เดือน ภัยแล้งมาอีกแล้ว เราต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการภาครัฐก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดภัยแล้ง ทำให้เกิดน้ำท่วม เนื่องจากว่าเรามีงบประมาณส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำ แต่เราก็ไม่สามารถบูรณาการ ในการจัดการเรื่องน้ำให้ได้ผลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรที่อยู่นอกชลประทาน ทุกปีทำการเกษตรขาดทุนแล้วขาดทุนเล่า เกษตรกรเหล่านี้ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้เลย ถือว่าโชคร้ายมาก ๆ ฉะนั้นทางที่ดีก็คือว่าภาครัฐจะต้องเข้าไปช่วยเหลือ โดยเฉพาะหนี้สิน ที่ค้างมายาวนาน สะสมกันมายาวนาน กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรนี้ผมเชื่อว่า มีประโยชน์มาก จริง ๆ แล้วควรจะเกิดมานานแล้ว แต่น่าเสียดายปัญหาเกษตรส่วนใหญ่ จะได้รับการช่วยเหลือล่าช้ามาก เกษตรกรเองก็ช่วยกันผลักดัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ช่วยกันผลักดัน พอมาถึงวันนี้แล้วก็เป็นที่น่าดีใจกับเกษตรกรที่มีกฎหมายฉบับนี้เข้ามาที่สภาผู้แทนราษฎร กฎหมายฉบับนี้เขาเขียนไว้ ๒ อย่างก็คือแก้ไขปัญหานี้สินและพัฒนาเกษตรกร ผมอยากจะพูดถึง เรื่องการพัฒนาเกษตรกรควบคู่ไปด้วยนะครับ ในการแก้ไขหนี้สินก็แก้ไป และจะทำอย่างไร ให้เกษตรกรเหล่านี้มีรายได้มากขึ้นกว่าเดิม นั่นคือการส่งเสริมทางด้านการเกษตร เพราะว่า เกษตรกรเหล่านี้มีหนี้และก็มีที่เท่าเดิม เราจะทำอย่างไรให้ที่ที่มีอยู่เท่าเดิมสามารถผลิตสินค้า เกษตรให้ได้มากขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายถึงว่าเกษตรกรนั้นไม่ควรจะทำอาชีพอย่างเดียว รัฐบาล ควรจะส่งเสริมให้เกษตรกรทำอาชีพหลายอย่าง อาชีพหลักยกตัวอย่างเช่นการปลูกข้าว หลังจากการปลูกข้าวแล้วควรจะปลูกพืชหมุนเวียนอะไรบ้าง โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรจะลงไปส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าได้หลากหลาย ให้ตรงกับตลาด เพราะว่าที่ผ่านมานั้นการผลิตสินค้าโดยเฉพาะข้าวออกมาพร้อมกันก็ทำให้ ราคาตกต่ำ เนื่องจากว่าเกษตรกรไม่มียุ้งข้าว ไม่มีไซโล ไม่มีที่เก็บกักข้าวไว้ขายในยามที่ราคา มันขึ้นก็ต้องรีบขาย เพราะอะไร เพราะเกษตรกรมีหนี้ บางท่านน่าสงสารมากเก็บเกี่ยวข้าวได้ แล้วเจ้าหนี้ไปรอที่ลานข้าวเลยครับ ไปยึดข้าวเลยครับ ข้าวยังไม่ถึงยุ้งฉางเลย เป็นอย่างไร ใช้หนี้ก็ยังไม่ใช้หนี้ เงินที่จะต้องเอามาใช้จ่ายในปีถัดไป โดยเฉพาะจะต้องใช้จ่ายในครอบครัว ส่งลูก ส่งหลานไปโรงเรียนแทบจะไม่มีเลย ก็ทำให้หนี้มันพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นเราต้อง รีบด่วนในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ถ้าเราช้าไป ๑ เดือน ช้าไป ๑ ปี หนี้สินก็พอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ในส่วนของธนาคารก็ต้องเตรียมยืดที่ยึดทาง ในส่วนที่ผมดูแล้วถ้าอยากจะแก้ เกษตรกรที่เข้าข่าย ที่จะอยู่ในเงื่อนไขนี้ก็คือต้องมีผู้ค้ำหนี้ให้ แล้วก็ผู้ค้ำจะต้องมีทรัพย์สิน ผู้ค้ำจะต้องมีหลักทรัพย์ ซึ่งอย่าลืมว่าเกษตรกรจะหาผู้ค้ำที่มีหลักทรัพย์ผมเชื่อว่ายาก ถึงแม้จะมีก็เป็นหลักทรัพย์ ที่ไม่มีมูลค่าเท่าไร เนื่องจากส่วนใหญ่เกษตรกรอยู่ตามชนบท อยู่ตามพื้นที่ห่างไกลจะหา หลักทรัพย์มาค้ำค่อนข้างจะยาก ในประเด็นนี้อยากให้ช่วยกันแก้เพื่อให้เกษตรกรที่มีความ ยากจนจริง ๆ ได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมเชื่อว่ามาถึง พ.ศ. ๒๕๖๓ เกษตรกรที่เป็น หนี้ก็มีจำนวนรายมากขึ้น เดิมก็มีไม่กี่รายล่ะครับ แต่ปัจจุบันนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ส่งเสริมเต็มที่อยากให้คลอดเร็วที่สุดเพื่อประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร ขอบพระคุณท่านมากครับ
ขอบคุณ ท่านนิคมครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้ให้การอภิปรายสนับสนุนให้ข้อเสนอแนะและมีคำถามมาถึงผมและคณะทำงานนะครับ ผมจะขออนุญาตในส่วนของประเด็นคำถามที่ตั้งไว้ในส่วนของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คือ ในเรื่องของคณะกรรมการเกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๔๔ ๒๖/๖๐ ว่ามันจะมีผลสมบูรณ์หรือไม่ ในการตั้งคณะกรรมการ ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าในมาตรา ๔๔ ๒๖/๖๐ ได้กำหนดไว้ว่า ถ้าคณะกรรมการมีการตั้งกันทั้งหมดครบ ๓ กองทุนเมื่อไรก็ถือว่ามาตรา ๔๔ นี้ยกเลิกไป ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการทั้ง ๓ ชุดตามมาตรา ๔๔ ครบถ้วนหมดแล้ว มีคณะกรรมการ กองทุนครบถ้วนทุกอย่างไปเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๒ ฉะนั้นก็ยืนยันได้ว่ามีความสมบูรณ์ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับมาตรา ๔๔ แล้ว ในส่วนของมาตรา ๗๗ ตามรัฐธรรมนูญ การเปิดรับฟังความคิดเห็นขอเรียนยืนยันครับว่า ทำครบถ้วนถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ส่วนเรื่องของการเพิ่มวาระการดำรงตำแหน่ง จาก ๒ ปี เป็น ๔ ปี ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิแล้วก็ผู้แทนเกษตรกรจะมีการนำบุคคลต่าง ๆ มาซ้ำกันหรือไม่ ขอเรียนอย่างนี้ว่าปัญหาจริง ๆ ในการแก้ไขที่ผ่านมา เนื่องจากคณะกรรมการ ชุดเดิมที่มีอายุ ๒ ปี ไม่สามารถที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้เสร็จสิ้นภายในวาระ กรรมการเดียว เมื่อมีการเปลี่ยนคณะกรรมการแต่ละครั้งก็จะมีการเปลี่ยนนโยบายตามนโยบาย ของคณะกรรมการแต่ละชุด จึงทำให้ไม่เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้น การที่เราเสนอขอแก้ตรงนี้ก็เพื่อที่จะให้การแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรได้ดำเนินการ อย่างต่อเนื่องและประสบผล จึงขอเสนอมาตรงนี้นะครับ แล้วก็ในส่วนของการตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็ผู้แทนเกษตรกร ก็จะมีบัญญัติไว้ในมาตรา ๔๔ ของ พ.ร.บ. กองทุนที่จะ กำหนดคุณสมบัติของบุคคลที่จะมาเป็น เมื่อดำเนินการเสนอไปแล้วก็จะมีตัวแทนของเกษตรกร ทุกภาคในการที่จะไปเป็นตัวแทนตรงนี้ และจะต้องนำเสนอผ่านความเห็นชอบจาก ครม. อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าปัญหาตรงนี้ในการซ้ำซ้อนของตัวบุคคลที่จะมาเป็นวนไป วนมาจะไม่เกิดขึ้น แล้วก็ในส่วนของหนี้ที่ใช้บุคคลค้ำประกัน กราบเรียนอย่างนี้ว่าวันนี้ปัญหา ที่เกิดขึ้นเนื่องจากหนี้ที่มีบุคคลค้ำประกันมีจำนวนปริมาณถึง ๗๓ เปอร์เซ็นต์หนี้ของกองทุน ที่แจ้งเข้ามา เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาที่ทำให้กองทุนไม่สามารถดำเนินการในการที่จะเข้าไปดูแล ซื้อหนี้จากพี่น้องเกษตรกรได้ ในส่วนของพี่น้องเกษตรกรที่เข้าเกณฑ์ ในส่วนของที่จะต้อง เข้ากองทุนแล้วก็ผ่านการฟื้นฟู เราได้ดำเนินการครบเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นจำนวนเงิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นหนี้ที่มีปัญหาวันนี้ก็คือหนี้ที่เป็นหนี้บุคคลค้ำประกัน เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีหนี้อะไรทั้งหมดจะต้องผ่านในส่วนของ กระบวนการฟื้นฟูทั้งหมดก่อนถึงจะดำเนินการได้ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจในส่วนของการดูแลที่จะไม่ให้เกิดหนี้สูญหนี้อะไร ก็จะมีคณะอนุกรรมการ ที่จะเป็นตัวแทนของทุกภาคส่วนเข้ามาทั้งพี่น้องเกษตรกร ทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็ทั้งตัวแทน ของเอกชน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของธนาคารต่าง ๆ ก็จะมาเป็นตัวแทนในคณะกรรมการตรงนี้ ในการที่จะพิจารณาดูมูลหนี้ ในการพิจารณาดูแผนฟื้นฟู กรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ก็จะดำเนินการ แล้วสามารถที่จะใช้เงินของกองทุนฟื้นฟูเข้าไปซื้อหนี้ตัดหนี้ให้ได้ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ดำเนินการ ขอแก้ไขในวันนี้จากการที่ได้มีการพูดคุยปัญหากับพี่น้องเกษตรกรโดยตรง แล้วนำปัญหาหลัก ตรงนั้นมาดูในประเด็นที่จะกำหนดว่าเราควรจะแก้ไขประเด็นไหนได้บ้างที่จะสามารถแก้ปัญหา หนี้สิน แก้ทุกข์ แก้ยากให้พี่น้องประชาชนเกษตรกรที่ยากจนจริง ๆ ในวันนี้ผมดีใจที่ได้มีการ เสนอแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เล็งเห็นความสำคัญ ความจำเป็น ในการที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ยากจนจริง ๆ ก็ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปนี้ก็จะเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ ก่อนที่จะมีการลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเราจะได้ร่วมกัน แสดงตนก่อนแล้วค่อยลงมติครับ ผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ โปรดเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตน เชิญครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง) สมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างครับ ถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิก็รีบ ๆ เลยนะครับ
ท่านประธานครับ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ เลข ๓๗๕ แสดงตนครับ
๓๗๕ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วย
ท่านประธานครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิก ๑๑๐ ขอแสดงตนครับ
๑๑๐ ครับ หมดแล้วนะครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิก ขณะนี้มีท่านสมาชิกเข้าร่วมประชุมจำนวน ๔๐๔ ท่าน บวกอีก ๒ ท่านก็เป็น ๔๐๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะ ขอมติจากที่ประชุมว่า ที่ประชุมจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ส่วนท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนได้เลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนกันทุกท่านแล้ว ต่อไปผมขอปิดการแสดงผลครับ
ท่านประธานครับ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ขอออกเสียงเห็นด้วยครับ ๓๗๕
ขอโทษที เมื่อสักครู่นี้ ๓๗๕ นะครับ
ท่านประธาน ๑๑๐ เห็นด้วยครับ
๑๑๐ เห็นด้วย ยังมีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนไหมครับ
ท่านประธานครับ ผม วัน อยู่บำรุง ๓๒๐ เห็นด้วย
ท่านวัน อยู่บำรุง ๓๒๐ เห็นด้วย ถ้าไม่มีผมขอปิดการนับคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ มีจำนวนผู้เข้าประชุม ๔๐๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๙๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑๒ ท่าน และไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี นะครับ
เป็นอันว่า ที่ประชุมรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเสนอ จำนวนกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... จำนวน ๔๙ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
จำนวน ๔๙ ท่าน มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ก็แสดงว่าจำนวนกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา จำนวน ๔๙ ท่าน ขอเชิญท่านสมาชิกกำหนด จำนวนกรรมาธิการ คณะรัฐมนตรีจะตั้งกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีหรือไม่ครับ คณะรัฐมนตรีเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี ๑๒ ท่าน
คณะรัฐมนตรี ๑๒ ท่าน ต่อไปเป็นสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๐ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๙ ท่าน พรรคอนาคตใหม่ จำนวน ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน พรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อ กรรมาธิการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๑๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายอภัย สุทธิสังข์ ๒. นายวิชัย ไตรสุรัตน์ ๓. นายสุธัญญ์ ฤทธิขาบ ๔. นางภัทรพร วรทรัพย์ ๕. นายวรัชญ์ เพชรร่วง ๖. นายจิตรพรต พัฒนสิน ๗. นายพรชัย อินทร์สุข ๘. นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ๙. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๑๐. นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ๑๑. นายปรีดา บุญเพลิง ๑๒. นายเอกราช ช่างเหลา ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ๑๒ ท่าน ครบนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๐ ท่าน ดังนี้ ๑. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๒. นายธีระ ไตรสรณกุล ๓. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๔. นายบุญแก้ว สมวงศ์ ๕. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ๖. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ๗. นายนพพล เหลืองทองนารา ๘. นายนพ ชีวานันท์ ๙. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๑๐. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๙ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภริม พูลเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๙ ท่าน ดังนี้ ๑. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๒. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๓. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ๔. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๕. นายสมบัติ อำนาคะ ๖. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๗. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๘. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ๙. นายสัญญา นิลสุพรรณ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ จำนวน ๖ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและ พัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ดังนี้ ๑. พลโท พงศกร รอดชมภู ๒. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ๓. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ๔. นายองค์การ ชัยบุตร ๕. นายอภิชาติ ศิริสุนทร และ ๖. นายประเทือง นรินทรางกูล ณ อยุธยา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ
ขอบคุณครับ
ต่อไป เป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๔ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน ดังนี้ ๑. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๒. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๓. นางกันตวรรณ ตันเถียร ๔. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาต เสนอรายชื่อของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและ พัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๔ ท่าน ๑. นายสุพัฒน์ มูลเมฆ ๒. นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ๓. นายสรงฤทธิ์ เมฆานุรัตน์ และ ๔. นายสมบูรณ์ จิตรเพ็ญ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอนายธีระ วงศ์สมุทร ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย เห็นว่ารัฐบาลยังไม่มีอำนาจและหน้าที่ในการเสนอ กฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ขอร่วมเสนอสัดส่วนในส่วนของพรรคเสรีรวมไทย แต่จะขอให้วิป (Whip) ฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอเองทั้ง ๒ ร่าง ผมพูดครั้งเดียว เดี๋ยวอีกร่างหนึ่ง ก็ไม่ต้องพูดแล้ว กราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ
ฝ่ายค้าน ใครจะเป็นคนเสนอเพิ่มอีก ๑ คน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย คือ นายนิคม บุญวิเศษ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ คือ นายมุข สุไลมาน ขอบคุณครับ ขอผู้รับรองด้วย
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน นายพรเทพ ทองหล่อ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ เชิญครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายอภัย สุทธิสังข์ ๒. นายวิชัย ไตรสุรัตน์ ๓. นายสุธัญญ์ ฤทธิขาบ ๔. นางภัทรพร วรทรัพย์ ๕. นายวรัชญ์ เพชรร่วง ๖. นายจิตรพรต พัฒนสิน ๗. นายพรชัย อินทร์สุข ๘. นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ๙. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๑๐. นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ๑๑. นายปรีดา บุญเพลิง ๑๒. นายเอกราช ช่างเหลา ๑๓. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๑๔. นายธีระ ไตรสรณกุล ๑๕. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๑๖. นายบุญแก้ว สมวงศ์ ๑๗. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ๑๘. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ๑๙. นายนพพล เหลืองทองนารา ๒๐. นายนพ ชีวานันท์ ๒๑. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๒๒. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ๒๓. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๒๔. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๒๕. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ๒๖. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๒๗. นายสมบัติ อำนาคะ ๒๘. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๒๙. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๓๐. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ๓๑. นายสัญญา นิลสุพรรณ ๓๒. พลโท พงศกร รอดชมภู ๓๓. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ๓๔. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ๓๕. นายองค์การ ชัยบุตร ๓๖. นายอภิชาติ ศิริสุนทร ๓๗. นายประเทือง นรินทรางกูล ณ อยุธยา ๓๘. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๓๙. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๔๐. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๔๑. นางกันตวรรณ ตันเถียร ๔๒. สุพัฒน์ มูลเมฆ ๔๓. นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ๔๔. นายสรงฤทธิ์ เมฆานุรัตน์ ๔๕. นายสมบูรณ์ จิตรเพ็ญ ๔๖. นายธีระ วงศ์สมุทร ๔๗. นายนิคม บุญวิเศษ ๔๘. นายมุข สุไลมาน ๔๙. นายพรเทพ ทองหล่อ
ครบตามจำนวน ๔๙ ท่าน ขอเชิญท่านสมาชิกกำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีท่านผู้ใด เสนอเป็นอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ก็กำหนดระยะเวลาในการแปรญัตติ ๗ วัน ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นอันจบลงไปรับหลักการในวาระแรกครับ ต่อไปผมจะเข้าสู่การพิจารณาในเรื่องด่วนที่ ๒
๒. ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เราจะร่วมกัน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อผู้อยู่อาศัย พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็น ของผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมา เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยด้วยแล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดไว้ให้สมาชิกทุกท่าน แล้วนะครับ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีหนังสือแจ้งว่าในการนี้เพื่อให้การ ตอบชี้แจงข้อซักถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครอบคลุมประเด็นคำถามอย่างครบถ้วน จึงขออนุญาตให้ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตอบชี้แจงข้อซักถาม ซึ่งผมได้พิจารณา เห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ดังนี้ ๑. นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ๒. นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ รักษาการในตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ ๓. นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ กรรมการและผู้จัดการบรรษัท ตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ๔. นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ ต่อไปขอเชิญคณะรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมชี้แจงเข้าประจำที่ครับ และเชิญท่านรัฐมนตรีแถลง หลักการและเหตุผล เชิญครับ
ในเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้นำเสนอ ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ ยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย
เหตุผล เนื่องจากปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ สามารถทำธุรกรรมแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ได้เอง ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการประกอบธุรกิจ แข่งขันกับเอกชน รัฐจึงไม่จำเป็นต้องมีบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อแปลงสินทรัพย์ เป็นหลักทรัพย์ไว้เป็นการเฉพาะ สมควรยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยและ โอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน ทุน และภาระผูกพันของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ให้แก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการธุรกรรมที่เหลืออยู่ของบรรษัท ตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิก สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
๑. ให้ยกเลิกพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม นับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกมีผลบังคับใช้และให้บรรษัท ตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็น เพื่อดำเนินการควบรวมกิจการ ของบรรษัทเข้ากับธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือดำเนินการอื่นใดที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จแต่ไม่เกิน ๒๗๐ วัน นับแต่ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกมีผลบังคับใช้
๒. ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ ทุน และภาระผูกพันของบรรษัท ให้แก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์นับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกมีผลบังคับใช้ โดยโอนสิทธิ ดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ตามมาตรา ๓๐๖ แห่งประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากการโอนหรือ เปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือหลักประกันที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้รับโอนมาจากบรรษัท
๓. ถ้ามีการฟ้องร้องบังคับตามสิทธิเรียกร้องเป็นคดีอยู่ในศาลให้ธนาคาร อาคารสงเคราะห์เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนบรรษัทในคดีดังกล่าว และในกรณีที่ศาลได้มี คำพิพากษาบังคับตามสิทธิเรียกร้องแล้วให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษานั้น
๔. พนักงานบรรษัทที่ประสงค์จะไปปฏิบัติงานที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ต้องยื่นแสดงความจำนงต่อผู้บังคับบัญชาภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิก มีผลใช้บังคับ และให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์รับพนักงานของบรรษัทที่แสดงความจำนงไว้ ไปดำรงตำแหน่งที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของพนักงานแต่ละคน โดยต้องได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าที่ได้รับอยู่เดิม และได้รับสิทธิประโยชน์ไม่น้อยกว่าพนักงาน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ในตำแหน่งลักษณะเดียวกันหรือเทียบเท่า ทั้งนี้การพ้นจากตำแหน่งพนักงานบรรษัทดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะการเลิกจ้าง และให้นับระยะเวลาการทำงานขณะปฏิบัติงานที่บรรษัทเป็นระยะเวลาการทำงานในธนาคาร อาคารสงเคราะห์ด้วย สำหรับพนักงานบรรษัทที่ไม่แสดงความจำนงไปปฏิบัติงานกับธนาคาร อาคารสงเคราะห์ให้ถือว่าพนักงานดังกล่าวออกจากงานเพราะการเลิกจ้างโดยไม่ใช่ความผิด ของพนักงาน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผมขออธิบายเพิ่มเติม เกี่ยวกับความเป็นมาและความจำเป็นที่ต้องยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ดังนี้
สืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี ๒๕๔๐ ทำให้ระบบสถาบันการเงินของไทย มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือนอนเพอร์ฟอร์มิง โลน (Non-Performing Loan) ที่เรียกชื่อย่อ ว่าเอ็นพีแอล (NPL) เป็นจำนวนกว่า ๒.๖ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๕ ของเงินให้สินเชื่อ ทั้งหมดของธนาคารพาณิชย์ในขณะนั้น ซึ่งกว่าร้อยละ ๑๗.๖ ของเอ็นพีแอล (NPL) ดังกล่าว หรือประมาณ ๓.๖ แสนล้านบาท มาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ระบบสถาบันการเงิน ในขณะนั้นขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนที่จะนำมาใช้ในการให้สินเชื่อ ส่งผลกระทบต่อ การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จากปัญหาดังกล่าวภาครัฐได้มีการแก้ไขปัญหาโดยการ ออกกฎหมายสำคัญหลายฉบับ เพื่อสร้างกลไกให้สถาบันการเงินสามารถเพิ่มสภาพคล่อง ในช่วงวิกฤติ ในช่วงหลังวิกฤติได้ ดังนี้
๑. มีการออกพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๔๐ เพื่อตั้งบรรษัทรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยขึ้นทำหน้าที่ซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินต่าง ๆ มาแปลงเป็นหลักทรัพย์ เช่น หุ้นกู้ หรือพันธบัตร เป็นต้น เพื่อระดมทุนจากนักลงทุน
๒. มีการออกพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์ เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๔๐ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
๓. การออกพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๔๑ เพื่ออนุญาต ให้มีการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือที่เรียกชื่อย่อว่าเอเอ็มซี (AMC) เพื่อซื้อสินทรัพย์ รอการขายจากสถาบันการเงินมาบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถขายต่อให้กับประชาชนได้ และจากการที่สถาบันการเงินขายสินทรัพย์รอการขายให้แก่เอเอ็มซี (AMC) ทำให้สถาบันการเงิน มีสภาพคล่องที่จะปล่อยสินเชื่อให้แก่ระบบเศรษฐกิจได้ต่อไป
๔. ในขณะเดียวกันได้มีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงาน ธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยอนุญาตให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สามารถแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ได้เช่นเดียวกันกับบรรษัทและธนาคารพาณิชย์เพื่อช่วย เสริมกลไกในการเพิ่มสภาพคล่องให้ระบบสถาบันการเงิน นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้ อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกิจแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตอีกด้วย หลังจากออกมาตรการดังกล่าวข้างต้นช่วยทำให้ธนาคารพาณิชย์มีเงินทุนและสภาพคล่อง เพียงพอต่อการให้สินเชื่อแก่ระบบเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดีตลอดมา
ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กว่า ๒๐ ปีที่แล้ว ประเทศของเราเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจในปี ๒๕๔๐ บัดนี้วิกฤติเศรษฐกิจได้ผ่านพ้นไปแล้ว ระบบสถาบันการเงินของไทยมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากมีการกำกับดูแลที่เป็นไปตามมาตรฐาน สากลและระบบสถาบันการเงินมีสภาพคล่องสูง สามารถอำนวยสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจ ได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะเป็นหนึ่งในกลไกการเพิ่มสภาพคล่อง และทุนหมุนเวียนให้แก่ระบบสถาบันการเงิน แต่อย่างไรก็ตามการที่ธนาคารพาณิชย์นั้น มีสภาพคล่องสูงทำให้ไม่จำเป็นต้องขายสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับบรรษัททำให้ในช่วงที่ผ่านมา บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีการทำธุรกรรมแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างทั้งระบบ ณ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่มีมากกว่า ๔.๔ ล้านล้านบาท อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถ ทำธุรกรรมแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ได้เอง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็สามารถทำการ แปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ได้เช่นเดียวกัน แม้ในอนาคตระบบสถาบันการเงินมีสภาพคล่อง ไม่เพียงพอ ธนาคารพาณิชย์และธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็สามารถแปลงสินทรัพย์เป็น หลักทรัพย์ได้ ยังมีบริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นกลไกในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และเพิ่มสภาพคล่องในระบบสถาบันการเงินได้อีกด้วย นอกจากนี้ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิก ยังมีความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๗ ที่กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงพอเท่าที่จำเป็นและยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมาย ที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการ รวมทั้งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ที่ ๖ ด้านการปรับปรุงสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐในส่วน ของการทำให้ภาครัฐมีขนาดที่เหมาะสมโดยยุบเลิกภารกิจที่ไม่จำเป็นและถ่ายโอนภารกิจ ให้ภาคส่วนอื่น ๆ รับไปดำเนินการ รวมทั้งแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมืองและด้านการ บริหารราชการแผ่นดิน เรื่องประเด็นการปฏิรูปที่ ๓ โครงสร้างภาครัฐกะทัดรัดปรับตัวได้ รวดเร็วและระบบงานมีผลสัมฤทธิ์สูง ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยจึงไม่มีความจำเป็นดำรงอยู่เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อทำการแปลงสินทรัพย์ เป็นหลักทรัพย์เป็นการเฉพาะอีกต่อไป โดยควรยุบเลิกและโอนกิจกรรมไปยังธนาคาร อาคารสงเคราะห์ ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ สุดท้ายนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ จากนี้ผมจะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้อภิปราย ท่านแรกเชิญท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๑๐ นาที
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เสนอต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติสั้น ๆ มีมาตราอยู่แค่ ๑๒ มาตรา โดยโครงร่างแล้วในเบื้องต้นก่อนต้องชี้แจงว่าผมเห็นชอบที่รัฐบาล ได้ตราร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมา เพราะโดยภาพรวมบรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ในตอนตั้งนั้นมีความจำเป็นเนื่องจากเรื่องของปัญหาวิกฤตต้มยำกุ้ง จนกระทั่งเรื่องของสภาพคล่องในตลาด เรื่องของสถาบันการเงินต่าง ๆ มีปัญหามาก บรรษัทนี้ ตั้งขึ้นมาตอนนั้นมีประโยชน์ก็มีมาแก้ไขในเรื่องสภาพคล่องของสถาบันการเงินในเรื่องของ อัตราการกันสำรองต่อหนี้เสี่ยงซึ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดประโยชน์ วันนี้ภารกิจของท่านสมบูรณ์ไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าย้อนอดีตไปในเรื่องของต้มยำกุ้ง เราก็แก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนั้นมาได้ ใช้เวลาไม่นานครับ รัฐบาลสมัยท่านทักษิณ ชินวัตร ก็มีการแก้ไขปัญหาจนกระทั่งลุล่วงไป มาถึงวันนี้ตัว บตท. เองก็ยังคงอยู่ แต่ความจำเป็น ในการคงอยู่นั้นมันก็ลดน้อยลงไปตามลำดับ ผมเองต้องเรียนอย่างนี้ครับว่ามาตรามีไม่มาก มีมาตราที่เกี่ยวกับเรื่องของการให้ยุบ ให้โอนภารกิจของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อไปยังธนาคาร อาคารสงเคราะห์โดยให้ทำโดยเร็วที่สุด ใช้เวลาไม่เกิน ๒๗๐ วัน มีมาตรา ๖ ซึ่งพูดถึงว่าทรัพย์สิน หนี้สิน ทุน ภาระอะไรต่าง ๆ ก็ให้โอนไปยังธนาคารอาคารสงเคราะห์เช่นกัน โดยยกเว้น ค่าธรรมเนียมการโอนต่าง ๆ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ พูดถึงเรื่องของพนักงานของ บตท. เอง สามารถที่จะเลือกว่าจะสมัครใจไปอยู่กับธนาคารอาคารสงเคราะห์หรือไม่ ถ้าไม่คิดประสงค์ ที่จะไปก็ได้สิทธิตามกฎหมายทุกประการในฐานะที่ท่านไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้ค่อนข้างครอบคลุม ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยสภาพแล้ว วันนี้สถาบันการเงินต่าง ๆ ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ ที่เป็นสถาบันการเงินเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ เขาได้รับการเปิดเสร็จจนกระทั่งเขาสามารถทำซีเคียวริไทเซชัน (Securitization) มีเครื่องมือ ทางการเงินมากมาย วันนี้ตัวบรรษัทเองไม่สามารถเข้าไปแข่งขันทางการเงินในตลาดจริงได้ อันนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาสักพักแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็ได้ มีรายงานออกมาว่าตัว บตท. มีผลงานขาดทุนและมีหนี้เอ็นพีแอล (NPL) สูง แนวโน้มไม่ดี วันนี้ผ่านมา ๒ ปี ผมเรียนด้วยความเคารพครับ จริง ๆ แล้วสาเหตุหนึ่งที่ ครม. ต้องเร่ง ในการเอาเข้าสภาครั้งนี้ รับรู้มาลึก ๆ เพราะวันนี้ตัวบรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จริง ๆ แล้วไม่มีสภาพคล่องพอที่จะไปจ่ายหนี้สินในเรื่องของการคืนพันธบัตรหรือว่า ตราสารหนี้ต่าง ๆ ที่ท่านมีอยู่นะครับ เราก็มีความจำเป็นต้องเร่งรัดเพื่อที่จะถ่ายโอนไปยัง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นความจำเป็นครับ แต่ผมมี ๒ ประเด็นที่อยากจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีและผู้มาชี้แจง ที่สภาแห่งนี้นะครับ
ประเด็นแรกผมต้องเรียนอย่างนี้ เรื่องของการเงินมันเป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลง แล้วก็เคลื่อนไหวเร็ว มันไม่มีสภาพสถานะเป็นอาคารหรือว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างใด ๆ เงินสามารถ ถ่ายโอนกดบัญชี เดี๋ยวนี้เรากดทางโทรศัพท์มือถือทีเดียวก็ไปแล้ว การทำสัญญาในเรื่องของ โครงสร้างทางด้านการเงินต่าง ๆ เหล่านี้ก็ใช้เวลา ใช้พิธีกรรมอะไรต่าง ๆ ไม่มาก วันนี้เป็น ความผิดพลาดหรือไม่ผมไม่ทราบ จริง ๆ แล้วถ้าให้ผมวิเคราะห์นะครับ ผมว่าจริง ๆ แล้ว ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในเรื่องของการยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย น่าจะใช้ กระบวนการอื่นมากกว่า เป็นต้นว่าใช้พระราชกำหนดเพราะอะไร ระยะเวลา ๒๗๐ วันที่เนิ่นช้า อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร อยู่ในขั้นตอนระหว่างที่กฎหมายกำลังตราอยู่นี้มีความเปลี่ยนแปลง ได้ทุกเมื่อทุกนาที วันนี้หนี้เอ็นพีแอล (NPL) ที่อยู่ใน บตท. เองประมาณ ๑๖ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ กว่าจะถึงวันนั้น ๒๗๐ วันข้างหน้าอาจจะมีการยักย้ายถ่ายเท ถ่ายโอน ธนาคารพาณิชย์ข้างนอก เขาอาจจะมาช้อนเอาส่วนดีชิ้นเนื้องาม ๆ ออกไปหมดแล้วกว่าจะไปถึงมือ ธ.ก.ส. ผมว่าดีไม่ดี เอ็นพีแอล (NPL) ท่านจะไปแตะ ๔๐ อันนี้เป็นประเด็นแรกเพราะว่ากระบวนการในการทำ กฎหมายนี้จริง ๆ แล้วเรื่องของพระราชกำหนดมันก็ออกได้ครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องหนึ่ง ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนแล้วก็เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มันเป็นความมั่นคงที่จะต้อง เกิดขึ้นกับกระบวนการที่จะยุบเลิกตัวบรรษัทนี้ วันนี้เราไม่สามารถปล่อยให้ข่าวในเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงสถาบันการเงินลักษณะนี้หลุดออกไปก่อนได้ แต่เมื่อเข้าสภามาในวันนี้แล้ว มันย้อนกลับไม่ได้แล้วครับ วันนี้ถือว่าเปิดสู่สาธารณะกระบวนการมันก็ต้องเดินหน้า เพียงแต่ว่า ท่านต้องไปปิดรูรั่วเหล่านั้น มิเช่นนั้นแล้ววันที่ไปถึงมือธนาคารอาคารสงเคราะห์นั้นผมเรียนว่า ท่านไม่เหลือครับ ท่านไม่เหลือสภาพของที่จะไปถึงมือแล้ว นอกจากนั้นประเด็นที่ ๒ ผมต้อง เรียนอย่างนี้ครับ
ประเด็นที่ ๒ เรียนอย่างนี้ครับ เอ็นพีแอล (NPL) ที่มีอยู่ ๑๖-๑๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบกับมาตรฐานเฉลี่ยในตลาดนับว่าสูงมาก วันนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผมกราบ ประทานอภัยครับ ผมไม่แน่ใจว่ามาหรือไม่ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าท่านเองเป็นรัฐวิสาหกิจ คณะรัฐมนตรีมีภารกิจที่มอบหมายให้ออกเป็นมติ ครม. ออกมาไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ วันนี้เช่นเดียวกันครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านยิ้มรับการถ่ายโอนบรรษัทนี้เข้ามารวมอยู่ในธนาคาร อาคารสงเคราะห์อย่างเต็มใจหรือไม่ เพียงไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้ได้ก็คือกระบวนการที่จะไปรวม มันเหมือนกับเตี้ยอุ้มค่อม ท่านเอาหลังค่อมไปแปะให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ซึ่งเป็น หน่วยงานเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ในอนาคต ถ้าผลกำไรหรือว่าผลปฏิบัติงานของธนาคารอาคารสงเคราะห์ถึงจุดหนึ่งแล้วด้วยภาระ ที่มันเกิดขึ้น ท่านก็ต้องมีการกันสำรองมากขึ้นเพราะเอ็นพีแอล (NPL) ท่านสูงขึ้นถึงจุดหนึ่ง ท่านไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ภาระที่เกิดขึ้นสุดท้ายก็วนกลับมาที่งบประมาณแผ่นดิน เพราะว่าเราก็ต้องมาตั้งงบประมาณชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากภาระที่รัฐบาล คณะรัฐมนตรีมอบให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพราะฉะนั้น ๒ ประเด็นนี้ อยากจะเป็น ประเด็นที่ฝากไปยังเพื่อนสมาชิกที่จะไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาว่าหาทางออก ร่วมกัน กระบวนการนี้ถึงแม้ว่าตัวร่างพระราชบัญญัติจะกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน ๒๗๐ วัน ถ้าท่านสามารถรวบรัดทำได้โดยเร็ว ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดีครับ มันต้องทำแล้วก็ต้องทำให้เสร็จ อย่าเดินหน้า อย่าถอยหลัง และที่สำคัญที่สุดรวบรัดให้มันจบโดยเร็ว ผมเชื่อว่านั่นจะเป็น ประโยชน์ต่อตัวธนาคารอาคารสงเคราะห์ จะเป็นประโยชน์กับตัวบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัยด้วย ก็ขอกราบฝากไว้ครับ
ขอบคุณ ท่านจุลพันธ์นะครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องของที่อยู่อาศัยทุกรัฐบาลในโลกนี้พยายามจะทำให้เป็นประโยชน์ กับประชาชน เพราะว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ประชาชนอยากได้ จะยากดีมีจนอย่างไรนั้น ก็อยากจะมีบ้านของตัวเอง เพราะฉะนั้นเรื่องของการจะมีบ้านมันก็ต้องมีการลงทุนต้องมีเงิน ซึ่งแน่นอนต้องอาศัยสถาบันการเงินในการปล่อยกู้ และสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ปล่อยกู้ก็ต้อง เลือกลูกค้าที่ดี ๆ แล้วก็ปล่อยกู้ระยะยาว แต่ละโครงการหรือแต่ละหลังที่ปล่อยไปก็ใช้เวลา ๑๐ ปี ๑๕ ปี หรือ ๒๐ ปี หรือมากกว่านั้น ประเด็นก็คือว่าระบบการเงินก็จะมีการเอาเงิน จากประชาชนที่ฝากไว้แล้วก็ไปปล่อยกู้ แล้วก็นั่งทับอยู่อย่างนี้เป็นเวลา ๑๐ ปี ๑๕ ปี อยู่นิ่ง ๆ แบบนี้ก็เท่ากับว่าระบบมันจะไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้น มีอะไรที่เป็นประโยชน์มากไปกว่านี้ มันจึงได้มีแนวคิดเรื่องของการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ขึ้นมาว่าทำไมจึงปล่อยให้ แบงก์พาณิชย์นั่งทับสินทรัพย์ที่ปล่อยกู้ไปอย่างนี้เป็น ๑๐ ปี ทำไมถึงไม่เอาเงินที่ปล่อยกู้ไปแล้ว ออกมาแปลงเป็นหลักทรัพย์ย่อย ๆ แล้วก็ได้เงินมาใหม่แล้วก็มาปล่อยกู้ใหม่ ขณะเดียวกัน เมื่อแบงก์ได้เงินมาใหม่ก็สามารถปล่อยกู้ให้ประชาชนรายใหม่มาซื้อบ้านได้อีกหมุนเวียนกัน อย่างนี้เรื่อย ๆ อันนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาได้จัดตั้งหน่วยงาน ที่เรียกว่าแฟนนีเม (Fannie Mae) หรือแฟรดดีแมก (Freddie Mac) เมื่อปี ๒๕๑๓ ก็เป็น เวลา ๕๐ ปีแล้วในการทำอย่างนี้ ก็คือทำหน้าที่ในการไปซื้อสินทรัพย์ที่แบงก์ปล่อยกู้ออกมา จากแบงก์ เพื่อที่แบงก์จะได้มีเงินสดกลับไปหมุนเวียนไปปล่อยกู้ใหม่เรื่อย ๆ เป็นการเพิ่ม โอกาสให้กับประชาชนในการที่จะได้บ้านนะครับ
ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนจริง ๆ เป็นประเด็นที่ผมเคยกล่าวในที่ประชุม แห่งนี้แล้วเมื่อปลายปีที่แล้วว่าผมไม่เห็นด้วยกับการยุบเลิกบรรษัท เหตุผลที่ท่านอ้างเนื่องจาก แบงก์พาณิชย์ได้มีไลเซนส์ (License) จากแบงก์ชาติแล้วให้ทำธุรกิจนี้ได้ อันนี้เป็นวิธีที่คิด ที่ผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะการที่แบงก์เอาสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วก็เอามาขายเป็นหลักทรัพย์ มันอาจจะมีปัญหาในเรื่องของคอนฟลิกต์ ออฟ อินเทอร์เรสต์ (Conflict of interest) ได้ โดยสามัญสำนึกใครละครับที่อยากเอาของไม่ดีออกไปข้างนอกครับ คนซื้อก็จะเจอของไม่ดี ออกไป เพราะฉะนั้นการมีตัวกลางแบบนี้ก็คือบรรษัทที่มาคอยตรวจคอยเช็ก (Check) ว่า แบงก์จะต้องไม่เอาเปรียบ เอาแต่ของไม่ดีมาขายจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นเรื่องของ การที่ให้แบงก์พาณิชย์ทำธุรกิจนี้ได้จึงมีปัญหาในหลักการ และนี่คือเหตุผลหลักว่าทำไม เมื่อปี ๒๕๐๘ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงเกิดวิกฤติการเงินครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การเงินของโลก ก็คือระบบนี้ล่มสลายเพราะว่าแบงก์เอาเปรียบ เอาสินทรัพย์ที่ไม่ดีไปขาย แล้วก็ไปปล่อยกู้แบบมั่ว ๆ ใครก็ได้ที่จะอยากกู้ที่เรียกว่าเป็นซับไพร์ม (Subprime) มากู้ แล้วก็รีบปล่อยขายออกไป อันนี้เป็นบทเรียนที่เจ็บปวด เพราะฉะนั้นเรื่องของการมีตัวกลาง คือมีบรรษัทเป็นคนคอยคัดคอยดูแลจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง อันนั้นก็เป็นเหตุผลที่ผมคิดว่า การที่ท่านไปยุบเลิกเป็นสิ่งที่ไม่สมควร แล้วอย่างที่ท่านได้กล่าวว่าประวัติของการจัดตั้ง องค์กรนี้ในเมืองไทยเราศึกษามาตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๒๐ กว่า ๆ แล้วมาสำเร็จเอาปี ๒๕๔๐ เพราะตอนนั้นรัฐบาลจวนตัวในสมัยพลเอก ชวลิต ไม่รู้จะแก้ปัญหาวิกฤตอย่างไรก็เลยมา ตั้งองค์กรนี้ แต่องค์กรนี้กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เวลาหลายปีผ่านไป จึงค่อยเริ่มต้นทำงาน เพราะฉะนั้นอยู่ ๆ การที่เราไปยุบเลิกองค์การแล้วก็คิดว่าเวลามีปัญหา แล้วค่อยมาตั้งใหม่มันจึงเป็นเรื่องที่จะเป็นคำถามใหญ่นะครับ จริงอยู่ที่ท่านบอกว่า ณ เวลานี้ ประเทศไทยเศรษฐกิจอาจจะไม่มีความจำเป็น เพราะไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ปัญหา สภาพคล่องตอนนี้มันล้น จริง ๆ แล้วในสภาพความเป็นจริงสภาพคล่องเดี๋ยวก็เกินเดี๋ยวก็ล้น ใครจะทราบครับว่าอีก ๓ ปี ๕ ปีจะเกิดวิกฤติอีก จะเกิดสภาพคล่องขัดตึงตัวอีก เพราะฉะนั้น ถ้าองค์กรนี้ยังอยู่ก็อาจจะช่วยเราแก้วิกฤติได้ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะให้ท่านได้ดูไปในนี้ ให้ดี ๆ ว่าเรื่องสภาพคล่องก็ดี เรื่องการมีไลเซ็นซ์ (License) แบงก์ก็ดีไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องนี้ และประเด็นเรื่องที่ท่านมองว่าองค์กรนี้ไปมีเอ็นพีแอล (NPL) เกิดขึ้นก็ต้องถามกลับไปว่า เอ็นพีแอล (NPL) ของสถาบันการเงินมันเกิดเพราะบรรษัทหรือเกิดเพราะแบงก์ บรรษัทไปซื้อ สินทรัพย์เหล่านี้มาจากแบงก์ จริง ๆ การปล่อยกู้เกิดจากแบงก์ ถ้าจะเปรียบผมจะเปรียบ เหมือนกับบรรษัทนี้เหมือนกับเครื่องดูดฝุ่นดูดเอาของเสีย ๆ จากแบงก์มา จริง ๆ มันทำให้ ระบบสะอาดขึ้น ดีขึ้น แข็งแรงขึ้นครับ แต่ถามว่าถ้าอย่างนั้นองค์กรนี้เบี้ยล่างเขาหรือเปล่า ไม่ใช่ เพราะว่าองค์กรนี้ก็ต้องต่อรองกับแบงก์ว่าฉันจะมาซื้อของเสียจากคุณ คุณก็ต้องตีราคา ให้มันถูกต้อง คือต้องราคาต่ำเป็นต้น คือแบงก์ก็ต้องยอมสลับมา เพราะฉะนั้นประโยชน์ ในเรื่องนี้มันยังมีแฝงอยู่หลายประการด้วยกันที่ผมอยากจะขออนุญาตเน้น เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ท่านพูดถึงหน่วยงานนี้ผมได้ตรวจสอบดูประวัติการทำงานในรอบ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา หน่วยงานนี้ได้รับการประเมินว่าเป็นองค์กรดีเด่นอันดับ ๗ ของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ๕๐-๖๐ แห่ง หน่วยงานนี้มีกำไรส่งรัฐเป็นหลักร้อยล้านบาท หน่วยงานนี้มีผลตอบแทนไม่แพ้สถาบัน การเงินอื่น ผมจึงเป็นห่วงว่าอยู่ ๆ เราไปยุบหน่วยงานนี้มันเป็นประโยชน์จริงหรือเปล่าครับ ในขณะเดียวกันถ้าท่านไม่อยากจะทำงานนี้เพราะเห็นว่าขณะนี้เป็นช่วงที่สภาพคล่องมันล้น หน่วยงานนี้อาจจะไม่สามารถไปเจรจากับแบงก์ได้ วิธีแรกที่น่าจะทำก็คือดาวน์ไซส์ (Downsize) องค์กรนี้เสีย คือให้องค์กรนี้พักเอาไว้ดูแลเฉพาะทรัพย์สินที่มีอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าถ้าเกิดวิกฤติข้างหน้ามีกลับมาใหม่องค์กรนี้จะได้กลับมาทำงานใหม่ได้ หรือหากว่า ท่านยังไม่อยากเก็บองค์กรนี้ไว้ในหน่วยงานของรัฐก็อาจจะไพรเวไทส์ (Privatize) ออกมา หรือขายเป็นกิจการก็ยังเป็นเงินกำไรให้กับรัฐไปทำอย่างอื่นได้นะครับ แต่อยู่ ๆ การที่จะไปยุบรวมกับ ธอส. ท่านนี่ทำลายองค์กรนี้ แล้วแถม ธอส. เองก็ต้อง บาดเจ็บด้วยเพราะว่า ธอส. ได้ให้ข้อมูลกับทางกรรมาธิการนะครับว่า ธอส. จะต้องมีการ กันสำรองเพิ่มขึ้น ๓,๗๑๕ ล้านบาท เมื่อเช้าผมถามแบงก์ชาติว่าถ้าหากกองทุนหายไป ๓,๗๑๕ ล้านบาท ความสามารถของ ธอส. ในการปล่อยกู้หายไปเท่าไร เขาบอกให้ผมเอา ๘.๕ เท่าคูณ ออกมาเป็นตัวเลข ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านผู้อำนวยการครับ ถ้าท่านเมิร์จ (Merge) รวมองค์กรเข้ามา ความสามารถในการปล่อยกู้ของท่านจะหายไป ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลควรจะต้องปล่อยให้องค์กรนี้จำศีลหรือไม่ก็ขายออกไปเพื่อประโยชน์ ที่จะเกิดขึ้น แต่ท่านมาเมิร์จ (Merge) รวมนี้ ๑. ธอส. ก็มีกำลังด้อยเปลี้ยลงแถมปัญหา เรื่องของคัลเชอร์ (Culture) ๒ องค์กรก็แตกต่างกัน ผมขออนุญาตขึ้นสไลด์ (Slide) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ที่ท่านให้เหตุผลว่าท่านทำอะไร ไม่ได้ต้องออกกฎหมายนี่ โอเค (OK) ถ้าท่านอยากจะยุบองค์กรผมก็มีทางออกให้ท่านว่า ท่านสามารถที่จะยุบได้โดยอาศัยอำนาจของฝ่ายบริหาร เพราะมี พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจอยู่ครับ พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจ มาตรา ๒๘ ว่าท่านสามารถทำได้โดยออกกฎหมาย โดยออกเป็น กฤษฎีกาต่อไปครับ ก็จะมีคำถามหลายคนว่าการออกกฤษฎีกามันจะยุบพระราชกำหนด ได้หรือเปล่า ต่อไปครับ เคยมีคนไปแย้งในศาลรัฐธรรมนูญว่ามาตรานี้ขัดกับหลักกฎหมาย ถัดไปครับ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้มีมติไปเมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ปี ๒๕๔๒ ว่าไม่ขัด เพราะว่าเป็นการเอากฎหมาย พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจไปยกเลิกกฎหมายหรือพระราชกำหนด เพียงแต่ว่าพระราชกฤษฎีกานี้เป็นผู้กำหนดเงื่อนเวลาและมติ ครม. เป็นผู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ เพราะฉะนั้นหลักการตรงนี้ผมจึงอยากจะขอเรียนเสนอนะครับว่าถ้าท่านยังอยากจะยุบ ท่านไม่จำเป็นต้องออกกฎหมาย ท่านสามารถใช้ พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจฉบับนี้ได้ ต่อไปครับ จริง ๆ ในกระทรวงการคลังก็มีหลักปฏิบัติหลายประเด็นในเรื่องนี้ว่าให้ทำอย่างไร ต่อไปครับ มีกฎหมายหลายฉบับรวมทั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ปี ๒๕๕๔ ที่ถูกยุบโดยอาศัย พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจฉบับนี้ เพราะฉะนั้นมีตัวอย่างแล้ว จึงขอสรุปว่าท่านไม่ต้องมากวนสภา ในการออกกฎหมายนี้ ท่านสามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว ถ้าท่านยังอยากจะยุบองค์การนี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณ ท่านพิสิฐครับ ต่อไปเชิญท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยซึ่งผมขอเรียกว่า บตท. ทำอะไร บตท. ก็ซื้อ หนี้บ้านจากธนาคารพาณิชย์เอามามัดรวมกันแล้วขายออกเป็นพันธบัตรหรือบอนด์ (Bond) ด้วยวิธีแทนที่ลูกหนี้จะผ่อนกับแบงก์ก็เอามาผ่อนกับ บตท. แทน แล้ว บตท. ก็จะผ่อนส่ง ทั้งต้นและดอกเบี้ยเข้าสู่บริษัทย่อยที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่จะจ่ายผลตอบแทนที่เป็น ดอกเบี้ยหรือคูปองพันธบัตรให้กับผู้ที่ถือพันธบัตรอีกที ทำให้มีความสามารถที่จะปล่อยกู้ ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ เมื่อขายออกไปเป็นพันธบัตรก็จะจ่ายเป็นคูปองซึ่งเป็นดอกเบี้ยคงที่ เช่นเดียวกัน คุ้น ๆ นะครับ การทำสเปเชียล เพอร์โพส วีฮิเคิล (Special purpose vehicle) เป็นเครื่องมือการเงินเฉพาะกิจคล้าย ๆ กับรูปแบบเครื่องมือทางการเงินที่นิยมใช้กันหลาย ๆ ประเทศเมื่อครั้งก่อนเกิดวิกฤติการณ์โลกหรือที่เรียกกันว่าวิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส (Hamburger Crisis) ตามปกติมีการจัดเรตติง (Rating) ของพันธบัตรหรือหุ้นกู้ทริปเปิล เอ (Triple A) คือดีที่สุด ไล่ลงไปเรื่อย ๆ จนถึงจังก์ บอนด์ (Junk bond) สำหรับ บตท. ได้เรตติง (Rating) เอเอลบ (AA-) บตท. ๙ อายุ ๕ ปี จ่ายดอกเบี้ยที่ ๓.๒๔ ต่อปี และเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง ๗,๔๐๐ สัญญาเงินกู้ แต่เวลาผ่านไปปล่อยกู้บ้านทีละ ๒๐-๓๐ ปี การเกิด บตท. ขึ้นในประเทศไทยก็เกิดสมัยวิกฤติการณ์เศรษฐกิจ ปี ๒๕๔๐ ที่สถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่มีสภาพคล่อง แต่ในปัจจุบันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแล้วครับ ธนาคารพาณิชย์สภาพคล่องล้น ต่างคนต่างแย่งลูกค้าชั้นดี ปล่อยกู้ไปแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะขาย ของดีที่เสี่ยงเป็นหนี้ที่ไม่ก่อเกิดรายได้หรือเอ็นพีแอล (NPL) น้อย ยิ่งไม่มีใครยอมปล่อย ทำให้ท่านไปเลือกเอาหนี้ที่คิดว่าดีแต่ที่จริงแล้วเป็นหนี้เน่า เนื่องจากว่าธนาคารพาณิชย์นั้น ไม่ยอมปล่อยขาย บตท. ก็ไปซื้อหนี้มาจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แทน ผมดูจาก ผลประกอบการ ผลดำเนินการธุรกิจของ บตท. ย้อนหลังในช่วงปี ๒๕๕๖-๒๕๖๐ ก็จะพบว่า ในปี ๒๕๕๖ นั้น บตท. มีสินทรัพย์รวมแค่ ๙,๐๙๒.๙ ล้านบาท จากนั้นก้าวกระโดด ขึ้นมาเป็น ๑๖,๘๒๓.๙ ล้านบาทในปี ๒๕๕๗ และก้าวกระโดดอีกทีในปี ๒๕๕๘ เป็นที่ ๒๔,๘๗๘.๗ ล้านบาท ส่วนปี ๒๕๕๙ นั้นเพิ่มเป็น ๒๖,๖๐๑.๓ ล้านบาท และมาลดลงอีกที ในปี ๒๕๖๐ เหลืออยู่ที่ ๒๐,๑๖๐.๘ ล้านบาท ส่วนปี ๒๕๖๑ อยู่ที่ ๑๘,๙๗๑ ล้านบาท ในขณะที่หนี้สงสัยจะสูญก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเช่นเดียวกันนั่นคือในปี ๒๕๕๖ อยู่ที่ ๒๙.๑ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๗ อยู่ที่ ๘๑.๒ ล้านบาท ส่วนปี ๒๕๕๘ อยู่ที่ ๑๗๐ ล้านบาท และปี ๒๕๕๙ อยู่ที่ ๔๓๖.๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๐ อยู่ที่ ๑๑๕ ล้านบาท สอดคล้องกับกำไร สุทธิของปี ๒๕๕๖-๒๕๖๐ อยู่ที่ ๒๖.๔ ล้านบาท ๗๐ ล้านบาท ๖๖.๗ ล้านบาท และลบ ๗๓.๔ ล้านบาท และ ๒๖.๓ ล้านบาทตามลำดับ จากตัวเลขทางการเงินในส่วนของ สิทธิเรียกร้องในลูกหนี้เอ็นพีแอล (NPL) ที่จะจัดด้อยคุณภาพเปอร์เซ็นต์เอ็นพีแอล (NPL) จึงสรุปได้ว่าการบริหารงานที่ผิดพลาดสุดท้ายกลายมาเป็นความเสี่ยงทางการคลังของประเทศ ดังนั้นตัวผมเองมีความเห็นว่า บตท. สมควรที่จะไปเป็นยูนิตหนึ่งภายใต้ธนาคาร ธอส. เหมือนก่อนที่จะแยกมาตั้งเป็น บตท. เพื่อจัดการภาระผูกพันด้านอื่น ๆ ขอจบการอภิปราย เพียงเท่านี้ครับ
ต่อไป เชิญท่านวีระกร คำประกอบ แล้วก็ท่านสันติ กีระนันทน์ เป็นท่านสุดท้าย จากนั้นจะได้ให้ ท่านรัฐมนตรีชี้แจง
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายวีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ต่อพระราชบัญญัติของรัฐบาลที่ออกมาเพื่อยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งความจริงแล้วถ้าจะมองถึงในแง่ว่ามีความจำเป็นต้องออกเป็นพระราชกำหนดดังที่ ฝ่ายค้านได้พูดถึงนั้นก็คงไม่ใช่ เพราะว่าข้อเท็จจริงแล้วก็ไม่ได้มีอะไรเร่งด่วนจนเกินไปครับ หรือเป็นเรื่องของเมื่อสักครู่นี้ที่โปรเจกเต็ด (Projected) กันจนกระทั่งถึงปี ๒๕๖๖ ผมก็ยังงง ว่าท่านประธานปล่อยให้พูดได้อย่างไร เมื่อสักครู่เขาพูดผิดยาวเลยครับ ก็คงไม่ถึงขนาดนั้น เอาว่าการยุบเลิกผมเห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่าในส่วนของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๐ โดยรัฐบาลสมัยนั้น รัฐบาล พลเอก ชวลิต ซึ่งผมก็เป็นรัฐมนตรีอยู่ใน สมัยนั้นด้วย เราให้เงินเป็นทุนประเดิมอยู่ที่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท จุดประสงค์ที่สำคัญก็คือ ไปช่วยเหลือให้กับธนาคารต่าง ๆ เขามีสภาพคล่องมากขึ้น เพราะเป็นที่ทราบดีว่าในช่วงนั้นในช่วงที่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี ๒๕๔๐ แต่ละธนาคาร ก็เกิดสภาพไม่คล่อง เพราะปรากฏว่าไปกู้เงินนอกกันมาเยอะ พอไปกู้เงินนอกมาเยอะ มันเป็นหนี้ระยะสั้น แต่ว่าเอามาปล่อยเป็นหนี้ระยะยาว มันก็เกิดความไม่ชอบมาพากลขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหนี้จากต่างประเทศเขาเรียกเอาเงินกู้ระยะสั้นคืนก็ทำให้แต่ละธนาคาร เกิดปัญหาไม่มีสภาพคล่องกันเลย รัฐบาลสมัยนั้นจึงตัดสินใจตั้ง บตท. นี้ขึ้นมา บรรษัท ตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยนี้ขึ้น โดยทุนประเดิมที่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อซื้อสินทรัพย์ ที่อยู่ในธนาคารต่าง ๆ ให้ธนาคารต่าง ๆ มีสภาพคล่องขึ้น โดยซื้อมาก็ทำกำไรจากส่วนต่าง นั่นเอง บตท. ซื้อมาแล้วก็มาบริหารเอาโดยได้ส่วนต่างบ้าง ซึ่งในช่วงนั้นธนาคารที่มีปัญหา ในเรื่องสภาพคล่อง เขาก็อาจจะขายให้ในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนของเขาก็จะได้เงินจากส่วนต่าง อยู่บ้าง แต่ในขณะปัจจุบันนี้สภาพการมันก็เปลี่ยนไปแล้ว แต่ละธนาคารก็ได้สินเชื่อชั้นดี แย่งกัน หลักทรัพย์ชั้นดีทั้งนั้นล่ะครับ ต้องเป็นบ้านที่อยู่อาศัยหลังแรกถึงจะยอมปล่อยกัน ณ ขณะนี้ก็เกิดปัญหาแย่งกันในส่วนของสินทรัพย์ชั้นดีทั้งนั้น จะต้องเป็นบ้านที่อยู่อาศัย หลังแรกถึงจะปล่อยกันเป็นแถวหมด ถ้าบ้านหลังที่ ๒ ที่ ๓ ตอนนี้กว่าจะปล่อยกันได้ก็ยาก เพราะฉะนั้นสินทรัพย์ที่อยู่ในธนาคารต่าง ๆ ก็เป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงทั้งนั้นล่ะ บตท. ก็มีปัญหาในการบริหารงานปัจจุบันก็คือไม่มีธนาคารที่ไหนเขายอมขายสินทรัพย์ที่มีความ มั่นคงสูง หรือเป็นสินทรัพย์ชั้นดีก็เลยทำให้บางที บตท. ก็ไม่มีโอกาสที่จะไปซื้อสินทรัพย์นี้ ในราคาที่เอามาทำกำไรได้มันก็เป็นอย่างนี้ล่ะครับ มันทำอย่างไรได้ ในขณะนี้สภาพคล่อง มันเกิน ธนาคารต่าง ๆ ก็มีสภาพคล่องกันจนเหลือเฟือก็ไม่อยากที่จะปล่อยสินทรัพย์นั้น ออกมาก็เกิดปัญหาให้กับ บตท. ดังนั้นถึงเวลาแล้วถ้ารัฐบาลเขาเป็นอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ว่า ปี ๆ บตท. ส่งกำไรให้เป็นร้อยล้านบาท ไม่มีรัฐบาลไหนหรอกครับ เขาจะมาปล่อยหรือว่ายุบบรรษัทนี้ แต่ต้องมีเหตุผลว่าบรรษัทนี้บางปีก็ส่งกำไรให้บ้าง บางปี ก็ขาดทุน ผมกราบเรียนว่าในช่วงปี ๒๐๑๘ กำไร ๖๘ ล้านบาท ปี ๒๐๑๗ กำไร ๒๖ ล้านบาท ปี ๒๐๑๖ ขาดทุน ๗๓ ล้านบาท ก็จะเห็นว่ามีทั้งกำไรและขาดทุน ไม่ได้แปลว่ากำไรมาก อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งทีแรกผมก็งงเหมือนกัน ต้องไปเปิดดู ผลประกอบการของ บตท. ว่าเขากำไรเป็นร้อย ๆ ล้านบาทส่งให้หลวงทุกปีหรือถ้าส่งให้ หลวงทุกปีกำไรเป็นร้อย ๆ ล้านบาทแล้วจะมายุบทำไม อันนี้เลยทำให้ผมต้องมานั่งเปิดดูว่า ข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่ว่าเขากำไรนะ เขาก็มีขาดทุนบ้าง กำไรบ้าง แต่เกิดปัญหาในการบริหาร ของ บตท. ก็คือหาสินทรัพย์คงจะยากขึ้น อีกอย่างหนึ่งการที่จะทำกำไรได้มันต้องมีพอร์ต (Port) ในมือเยอะ ๆ การที่มีทุนก็น้อย อย่างที่ผมเรียนแล้วว่าทุนประเดิมที่เราให้ไปตอนนั้น พันล้านบาทเอง และมันจะไปซื้อสินทรัพย์อะไรมาบริหารกันได้ใหญ่โต การที่เราจะต้อง มีกำไรได้ การซื้อสินทรัพย์เหล่านี้ออกมาจากธนาคารมันต้องซื้อเป็นเบานด์ (Bound) ใหญ่ ๆ แล้วก็มาทำกำไรเกิดขึ้นก็ไม่สามารถทำได้เพราะสินทรัพย์เขามีน้อย พูดง่าย ๆ ทุนมีน้อย ค้าขายก็ใหญ่ไม่ได้ การที่ควบรวมกับ ธอส. หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ในครั้งนี้จึงเป็นสิ่ง ที่ชอบแล้วที่รัฐบาลเขาเห็นว่ามีความเหมาะสม เพราะ ธอส. ผมเข้าใจว่ามีหลักทรัพย์หรือ แอสเซต (Asset) เป็นแสนล้านบาท ผมเข้าใจว่าเป็นแสนล้านบาท เพราะฉะนั้นก็สามารถ ที่จะบริหารให้เกิดประโยชน์หรือว่าเกิดกำไรได้ ทำกำไรได้ ผมเองก็ไม่ได้มีทัศนคติอะไรที่ไม่ดี ต่อ บตท. แต่ผมเห็นว่าในช่วงนั้นเรามีความจำเป็น ปี ๒๕๔๐ ที่เราตั้งขึ้นมาเรามีความจำเป็น ที่ต้องตั้งเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้กับธนาคารต่าง ๆ จึงเหมาะสมที่จะตั้งในช่วงนั้น แต่วันนี้สภาพคล่องมันล้น การที่ยังคง บตท. อยู่ หรือบริษัทตลาดรองสินทรัพย์ที่อยู่อาศัยอยู่นี้ จึงไม่เป็นการเหมาะสม ก็เห็นสมควรตามที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่จะทำการควบรวม บตท. และ ธอส. ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๗๐ วัน อภิปรายสั้น ๆ แค่นี้ครับ สนับสนุนรัฐบาล แล้วเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีสันติที่นำมาเสนอในครั้งนี้ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านสันติ พรรคพลังประชารัฐครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ ผม นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากที่ท่านวีระกรแจ้งว่าผมได้ให้ข้อมูลผิด เมื่อสักครู่นี้ผมอภิปรายไป ผมพูดถึงสินทรัพย์รวม ไม่ได้พูดถึงกำไรสุทธิหรือผลกำไรขาดทุน ข้อมูลที่ได้ก็เอามาจาก เอกสารประกอบจากที่ทางฝ่ายเลขานุการจัดเตรียมให้ ไม่ได้มีข้อมูลไหนที่เป็นผิดเลย จากกระดาษ ๒ แผ่นนี้ครับ
เข้าใจแล้ว เชิญท่านสันติต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสันติ กีระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขอกราบเรียนท่านประธานว่าในขณะนี้เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัท ตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ซึ่งสาระสำคัญนั้นต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี สันติ พร้อมพัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามที่ได้กรุณาให้รายละเอียดกับพวกเราแล้ว ผมขอเรียน อย่างนี้ว่าเรื่องของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยนี้ หรือขออนุญาตเรียกสั้น ๆ ว่า บตท. นี้ ผมเองเป็นคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ตรงกับองค์กรแห่งนี้ในครั้งที่ผมดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการของบริษัท ทริสเรทติง จำกัด ซึ่งทำหน้าที่กำหนดอันดับเครดิตให้กับ องค์กรต่าง ๆ ก็ได้กำหนดอันดับเครดิตให้กับ บตท. ตลอด ๕ ปีที่ทำงานในช่วงนั้น ซึ่งเรตติง (Rating) ของ บตท. ในยุคนั้นก็ค่อย ๆ ดีขึ้นจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้อยู่ที่ระดับ ๒ เอลบ (2A-) ฉะนั้นแล้วพูดแบบนี้ท่านสมาชิกอาจจะสงสัยว่าถ้าอันดับเครดิตอยู่ในระดับ ๒ เอลบ (2A-) ทำไมถึงจะต้องมาเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อยุบเลิกองค์กรที่มีอันดับเครดิตสูง ๆ อย่างนี้ ออกไป ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าการที่ บตท. ได้อันดับเครดิตที่ค่อนข้างสูงมากอย่างนี้ เหตุผลหลัก ๆ เลย ในคนที่ทำเครดิต เรตติง ( Credit Rating) ทั้งหลายก็จะรู้ว่า บตท. นั้น เป็นองค์กรที่มีภาครัฐสนับสนุนหรือเรียกว่าเป็นกอฟเวอร์นเมนต์ รีเลเต็ด เอ็นทิตี (Government related entity) จีอาร์อี (GRE) ถึงได้มีอันดับเครดิตที่สูงมาขณะนี้ บตท. เองนั้นไม่ได้ทำอะไร ที่ไม่ดีเลย ท่านประธานครับ ในอดีตที่ผ่านมานั้นก็มีทั้งกำไรและขาดทุนผสมปนเปกันไป อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางท่านได้นำเรียนไปแล้ว แต่ว่าปัญหาเดียวของ บตท. วันนี้ ที่มีอยู่ก็คือ บตท. นั้นมีขนาดเล็กเกินไปถ้าเทียบกับระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน ผมจะลอง ยกตัวอย่างให้ดูว่าที่ผมกล่าวเช่นนี้เหตุเพราะอะไรบ้าง อย่างแรกวันนี้ยอดหนี้คงค้างที่ บตท. บริหารอยู่นี้แต่ละปีก็จะมียอดหนี้คงค้างสักประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะที่สินเชื่อ อสังหาริมทรัพย์แต่ละปีที่ออกใหม่ แต่ละปีนั้นออกใหม่ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นพอจะเห็นภาพว่า บตท. ถึงจะทำดีมากให้ตายอย่างไรก็ตามอาจจะไม่ค่อยมี ผลกระทบในเชิงบวกหรือเชิงลบกับระบบเศรษฐกิจมากหรอกครับ ถัดไปอีกอันหนึ่งถ้าดู ขนาดสินทรัพย์ของ บตท. ในวันนี้บ้าง บตท. วันนี้มีขนาดสินทรัพย์ ๑๙,๒๒๙ ล้านบาท เทียบกับ ธอส. ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของภาครัฐในระดับที่ไม่ได้ ใหญ่มาก ธอส. นั้นมีขนาดสินทรัพย์ ๑.๑๖ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้น บตท. มีขนาดเทียบกับ ธอส. นี้ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์นิด ๆ ๑.๖๖ เปอร์เซ็นต์ของ ธอส. เท่านั้น
๗๗/๑ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ ธอส. ก็ดี ธนาคารพาณิชย์ก็ดี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ที่ผ่านมานั้นอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ อนุญาตให้ ธอส. ทำธุรกรรมในการแปลงสินทรัพย์ เป็นหลักทรัพย์ หรือภาษาอังกฤษที่เรียกว่าซีเคียวริไทเซชัน (Securitization) ได้นั้น อันนี้ ผมคิดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้เล็งเห็นแล้วว่าถ้าจะให้ บตท. คนเดียวที่ทำอย่างนี้ แล้วมีขนาดเล็ก ๆ อยู่อย่างนี้ คือทุนจดทะเบียนประมาณพันล้านบาทเท่านั้น ส่วนทุนก็ไม่ถึง หมื่นล้านบาทดี ก็ไม่น่าจะช่วยเศรษฐกิจอะไรได้มาก ดังนั้นสู้เอาความชำนาญที่ บตท. ได้สั่งสมมาตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แต่ว่ามีความจำกัดในเรื่องของขนาดไปผนวกรวมกับคน ที่มีขนาดที่ใหญ่เพียงพอแล้วเอาความชำนาญของ บตท. ที่สั่งสมมานั้นย่อมจะเป็นการผนวก สิ่งที่มีประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่ายเข้าหากัน แล้วจะเกิดคุณประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า ในยามที่ถ้าเกิดสมมุติว่ามีวิกฤติอะไรที่เกิดขึ้น บตท. ลำพังเองถึงจะมีความชำนาญมาก อย่างไรก็ตามก็ไม่น่าจะอุ้มภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ คงจะต้องผนวกกำลังของคนที่โตกว่า ไม่ว่าจะเป็น ธอส. ธนาคารออมสิน หรือแม้กระทั่งธนาคารพาณิชย์ ๔-๕ ธนาคารใหญ่ ๆ ซึ่งมีขนาดสินทรัพย์รวมแต่ละธนาคารไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านล้านบาท รวม ๔-๕ ธนาคารใหญ่เข้าไป ก็อยู่แถว ๆ ประมาณ ๑๒-๑๓ ล้านล้านบาท ฉะนั้นแล้วถ้าผนวกเอาความชำนาญกับความใหญ่ ของสถาบันการเงินที่มีอยู่ในระบบอยู่แล้วอย่างนี้จะเป็นการที่ทำให้เกิด ขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษนะครับ เกิดวินวิน ซิทูเอชัน (Win-Win Situation) เกิดขึ้นแทนที่จะแยกกัน ทำงาน ความกังวลใจถัดไปผมคิดว่าสิ่งที่ต้องกังวลก็คือแล้วสิทธิเรียกร้องต่าง ๆ ที่วันนี้ค้างอยู่ ที่ บตท. ถ้าจะโอนถ่ายไปที่ ธอส. แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ลูกหนี้ ที่กู้ซื้อบ้านทั้งหลายนั้นไม่ได้กู้ซื้อกับ บตท. กู้ซื้อกับธนาคารพาณิชย์ทั้งหลาย วันนี้ลูกหนี้ ที่กู้ซื้อกับธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายก็ไม่ทราบว่าตัวเองนั้นได้ถูกขายมาอยู่ที่ บตท. ฉะนั้นแล้ว ในภาษาของคนที่รู้เรื่องการเงินที่ทำเรื่องซีเคียวริไทเซชัน (Securitization) นั้น เราใช้คำว่า ริงเฟนซ์ (Ring fence) หรือใช้คำว่า ซีมเลส (Seamless) คือไร้รอยต่อ ลูกหนี้เหล่านี้ ไม่ทราบเลยครับ ดังนั้นความกังวลใจว่า ๒๗๐ วัน ถ้ายืดยาวนานไปการดำเนินงานนั้นจะทำ ให้เกิดหนี้เสีย อันนี้ก็ไม่มีประเด็นอีกเช่นเดียวกัน
อย่างที่ ๒ ที่เป็นความกังวลใจถ้ามีการควบรวมก็คือพนักงานของ บตท. จะทำอย่างไร วันนี้พนักงาน บตท. มีอยู่ ๘๑ คน ๑๒ บวก ๙ เป็นลูกจ้างชั่วคราว ซึ่ง ๑๒ คนนั้น สิ้นปีนี้ก็จะหมดสภาพการจ้างไป ก็เหลือที่จะต้องดูแลอีกประมาณ ๙ คน ส่วน ๘๑ คนนั้น จะต้องโอนย้ายไปอยู่ที่ ธอส. ตามความสมัครใจ ตามเงื่อนไขที่เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรี ได้กราบเรียนแล้วก็จะทำให้พนักงานเหล่านั้นไม่ได้มีปัญหาชีวิตแต่ประการใด ถ้าหลายท่าน กังวลใจว่าจะไปเพิ่มภาระให้ ธอส. ธอส. วันนี้มีพนักงานในธนาคาร ๕,๐๐๐ คน ในขณะที่ บตท. มีเพียงแค่ ๘๑ คน ก็คงจะไม่ได้ไปรบกวน ธอส. น่าจะเป็นการไปเพิ่มทำให้ ธอส. ซึ่งวันนี้ได้รับพันธกิจมอบหมายจากรัฐบาลในการทำอีกเรื่องหนึ่งเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่เรา เรียกว่า รีเวิร์ส มอร์ตเกจ (Reverse mortgage) การที่ได้เรื่องซีเคียวริไทเซชัน (Securitization) เข้าไปอีกอันหนึ่ง แล้วซีเคียวริไทเซชัน (Securitization) นั้นเป็นกระบวนการที่จะออก ตราสารหนี้ประเภทที่เรียกว่ามอร์ตเกจ แบกด์ ซีเคียวริตี (Mortgage Backed Securities) หรือเอ็มบีเอส (MBS) มีลักษณะเป็นอะมอร์ไทซิง บอนด์ (Amortizing Bond) ผมขออนุญาต ใช้ศัพท์เทคนิคเล็กน้อยเพื่อให้เห็นว่าที่จริงแล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พอมันไปรวมอยู่ที่เดียวกัน แล้วจะทำให้ ธอส. นั้น หรือธนาคารพาณิชย์ที่อยากจะทำธุรกรรมอย่างนี้เกิดการประหยัด เชิงขนาดที่เรียกว่าอิคอนนอมีส์ ออฟ สเกล (Economies of Scale) เกิดขึ้น ต้นทุนต้องยอมรับ การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์นั้นนักการเงินทุกคนทราบว่ามีต้นทุนที่แพง แล้วถ้ายังทำ อยู่ในองค์กรขนาดเล็กต้นทุนยิ่งแพงมาก เพราะว่าอำนาจการต่อรองที่จะไปซื้อลูกหนี้ อสังหาริมทรัพย์มาจากธนาคารพาณิชย์นั้น บตท. แทบจะไม่มีอำนาจต่อรองกับเขาเลย ก็จำเป็นที่จะต้องซื้อมาในราคาที่แพงกว่าความเป็นจริงแล้ว บตท. ก็ยังต้องมาใช้สโตเล็น เครดิต (Stolen credit) ซึ่งเป็นทรัพยากรของประเทศเพื่อให้การค้ำประกันกับหนี้ที่ตัวเอง ซื้อมาออกขายให้กับประชาชน ดังนั้นอันนี้เป็นต้นทุนที่เสียเปล่าไปในระบบ และเป็นต้นทุน ที่ทุกคนในประเทศนี้ต้องช่วยกันจ่าย แต่ถ้าไปรวมกันอยู่ที่ ธอส. แล้วการประหยัดเชิงขนาดที่เกิดขึ้นนั้นต้นทุนเหล่านี้เกิดการ ประหยัดทั้งสิ้นและการดำเนินงานก็จะมีประสิทธิภาพ ผมใช้เวลาสั้น ๆ นี้เพื่อกราบเรียนว่า แนวคิดจนกระทั่งถึงการพัฒนาให้เกิดเป็นร่างพระราชบัญญัติเพื่อยุบเลิกบรรษัทตลาดรอง สินเชื่อที่อยู่อาศัยฉบับนี้ผมเชื่อว่าเป็นแนวคิดที่ผ่านการคิดอย่างรอบคอบและกระบวนการ ต่าง ๆ มาอย่างครบถ้วนแล้ว จะเกิดประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจทั้งวันนี้และในอนาคต ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผมขออนุญาตแสดงความเห็นเพื่อสนับสนุนให้พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้มีการพิจารณาในสภาแห่งนี้ แล้วก็ผ่านการพิจารณาอย่างดีในชั้นกรรมาธิการต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีสันติชี้แจงครับ
กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานจากข้อสังเกตแล้วก็ข้อห่วงใยของท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ ต้องกราบขอบคุณที่ท่านให้ข้อสังเกตแล้วก็มีความห่วงใย ถึงการควบรวมแล้วก็การยุบ บตท. ในครั้งนี้ก็คงต้องกราบเรียน ท่านถามว่าทำไมถึงไม่ออก เป็นพระราชกำหนด ก็ต้องเรียนว่าในรัฐบาลที่ผ่านมาได้เคยเสนอเป็นพระราชกำหนด ทีนี้ทางกฤษฎีกาได้ติงมาว่าไม่ใช่เป็นเรื่องเร่งด่วนมีความจำเป็นดังนั้นจึงไม่เข้าข่ายให้ ไปออกเป็นพระราชบัญญัติซึ่งก็ใช้เวลาไม่มากก็กราบเรียนว่าได้เคยดำเนินการมาแล้ว
อีกข้อหนึ่งที่ท่านบอกว่าเมื่อออกมาเป็นพระราชบัญญัติต้องใช้เวลาถึงจะเร็ว เท่าใดก็แล้วแต่ แต่ก็ยังทอดเวลาออกไปทาง บตท. อาจจะไปขายถูก ๆ ไปดำเนินการอะไร ต่าง ๆ ก็ต้องเรียนว่าในเรื่องเหล่านี้ตามที่ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้กล่าวตั้งแต่ตอนต้นนั้น บอกว่า บตท. นั้นมีเรตติง (Rating) ในความน่าเชื่อถือสูงมาก เพราะฉะนั้นมันเป็นช่วงท้าย ของ บตท. อีกด้านหนึ่งก็จะกราบเรียนว่าปัจจุบัน บตท. มีสินทรัพย์อยู่ ๑๕,๖๔๗ ล้านบาท แล้วก็มีพอร์ต (Port) สินเชื่อที่ไปซื้อสินเชื่อมาอยู่ ขณะนี้เองเหลืออยู่ ๑๕,๔๕๙ ล้านบาท แล้วก็มีเอ็นพีแอล (NPL) อยู่ในนี้ประมาณ ๑๖.๖๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการที่จะขายพอร์ต (Port) ก็คงไม่ทำ แล้วต้องกราบเรียนว่าอันนี้ถ้าหากว่าท่านเป็นห่วงเดี๋ยวเมื่อถึงตอนตั้งกรรมาธิการ ท่านก็เข้าไปช่วยดูแลในประเด็นเหล่านี้นะครับ ส่วนของท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ที่ท่านบอกว่า บตท. นั้นยังควรจะอยู่ ก็ต้องขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า บตท. ในอดีตเมื่อปี ๒๕๔๐ ที่ได้ตั้งขึ้นก็ช่วยเหลือวิกฤติของประเทศในขณะนั้นเรื่องของการเงินของธนาคารทั้งหมด เดินไม่ได้ แล้วก็มีสินทรัพย์มากมายที่ไม่สามารถที่จะดำเนินการทางเศรษฐกิจได้ในสมัยนั้น ตามที่กล่าวไปข้างต้นแล้วก็เลยได้ตั้งบรรษัทบริหารสินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ก็ต้องเรียนว่าระยะเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมาประเทศไทย โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ปรับปรุงโครงสร้างระบบการเงินของประเทศจนขณะนี้ก็ต้องบอกว่ามีความเข้มแข็ง เป็นที่ภาคภูมิใจ ในความรู้สึกผมผมยังรู้สึกว่าระบบการเงินของเราเข้มแข็งเกินไปเสียด้วยซ้ำ เข้มแข็งเกินไป แล้วก็ระบบดอกเบี้ยของเราก็ต่ำ เพราะฉะนั้นบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ จึงไม่สามารถที่จะเข้าไปแข่งขันในตลาดได้ เนื่องจากว่าบรรษัทตลาดรองสินเชื่อถ้าจะได้ เงินมาเพื่อไปซื้อสินเชื่อจากธนาคารก็จะต้องไปออกตั๋วเงินไปออกตราสารทางการเงิน ใน ๑๐ ปีที่ผ่านมาดอกเบี้ยของธนาคารกับตราสารทางการเงินแพงกว่าจึงทำให้ตลาดรอง สินเชื่อไม่สามารถที่จะเข้าไปแข่งขันได้ ในขณะเดียวกันเมื่อเรายุบเลิกบรรษัทตลาดรอง สินเชื่อแล้วบุคลากรของตลาดรองสินเชื่อซึ่งมีความเชี่ยวชาญมีความชำนาญฝึกฝนมาเป็น เวลาถึง ๒๐ ปีเศษ แต่ละท่านมีความเชี่ยวชาญมีความรู้ทั้งจุดอ่อนจุดแข็ง ถ้าไปควบรวม กับธนาคารอาคารสงเคราะห์แล้วจะทำให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์มีความเข้มแข็งในเรื่อง ของการบริหารพอร์ต (Port) สินเชื่อเหล่านี้ได้ดีเสียด้วยซ้ำ จะทำให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เสียหายใด ๆ หรือไม่ก็ต้องบอกว่าพอร์ต (Port) สินเชื่อประมาณหมื่นกว่าล้านบาทนี่นะครับ แล้วก็เป็นสินเชื่อที่มีหลักประกันทุกรายการ แล้วสินเชื่อเหล่านี้เมื่อระยะเวลาผ่านไปบ้าน และที่ดินราคามันก็เพิ่มสูงขึ้น
อีกด้านหนึ่งที่ทราบมาว่าบรรษัทนี้ก็เข้าไปแข่งขันไปพยายามที่จะซื้อสินเชื่อ ที่ดีของธนาคารก็ต้องเรียนว่าธนาคารเองก็ต้องมีรายได้ที่จะมาดูแลเงินฝาก ดูแลผู้ถือหุ้น เพราะฉะนั้นธนาคารเองหนี้ที่ดีส่งตรงดีเป็นอันดับ ๑ อันดับ ๒ อันดับ ๓ ธนาคารก็ไม่ยอม ขายออกมา จนกระทั่งตอนท้ายสุดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อก็ต้องหาทางไปซื้อเอากับ ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ซึ่งไม่ได้คัดกรองลูกค้า เพราะฉะนั้นมันก็จะทำให้ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อเกิดความเสี่ยงได้ ทีนี้ถ้าหากว่าตลาดรองสินเชื่อจะไปซื้อสินเชื่อ ที่ไม่ค่อยดีมาบริหารจัดการธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้เปิดโอกาสให้นิติบุคคล บุคคล ตั้งบริษัท เอ.เอ็ม.ซี. อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่าเพื่อไปเสริมสภาพคล่องให้กับธนาคาร โดยตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ขึ้นมา ขณะนี้เท่าที่เห็นตัวเลขครั้งหลังสุดบริษัทบริหารสินทรัพย์ ที่เป็นภาคเอกชน เป็นภาคธนาคารที่ตั้งขึ้นเป็นสถาบันการเงินที่ตั้งขึ้นขณะนี้มีเกือบร้อยบริษัท เพราะฉะนั้นการรองรับหนี้ด้อยคุณภาพนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการครบวงจร เหล่านี้แล้วจึงเห็นว่าบรรษัทตลาดรองสินเชื่อนั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปแข่งขัน ทั้งกับธนาคาร ทั้งกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ขณะนี้มีมากมาย แล้วก็เรื่องระบบการเงิน ของเราก็มีความแข็งแกร่ง จึงขอกราบเรียนมายังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป เป็นขั้นตอนลงมติในเรื่องของการรับหลักการนะครับ ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ ก่อนนะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญ ท่านสมาชิกมาแสดงตนด้วยครับ การตรวจสอบองค์ประชุมใช้วิธีเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตน เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนได้ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา หมายเลข ๑๑๐ ขอแสดงตนครับ
รับทราบครับ
ท่านประธานครับ ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี หมายเลข ๔๗๗ ขอแสดงตนครับ
ครับ เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน มีท่านใดยังไม่ใช้บัตรหรือบัตรขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีขอปิดการแสดงตน มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๙๖ บวก ๒ เป็น ๓๙๘ ท่าน
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรอง สินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... หรือไม่ สมาชิกท่านใดเห็นควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญกดปุ่มออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๑๑๐ เห็นด้วยครับ
ครับ ท่านลงคะแนนครบทุกท่านแล้ว ขอปิดการลงคะแนนครับ มีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๓๙๔ บวก ๑ เป็น ๓๙๕ ไม่เห็นด้วย ๑ งดออกเสียง ๕ ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ มติของที่ประชุม รับร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. ....
ต่อไปกำหนด กรรมาธิการ จะใช้กรรมาธิการสามัญหรือว่าจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอจำนวนกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่ อาศัย พ.ศ. .... จำนวน ๔๙ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นเรื่องยุบเลิก เพราะฉะนั้นจึงขอเสนอกรรมาธิการ ๑๕ คน ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เนื่องจากมีสมาชิกเสนอ ๔๙ ท่าน กับอีกท่านหนึ่งเสนอ ๑๕ ท่าน มีผู้รับรอง ถูกต้อง ต้องถามมติจากที่ประชุมนะครับ ท่านยืนยัน ๑๕ ท่านเหมือนเดิมนะครับ
ยืนยันครับ เพราะว่าถ้าเยอะ ๆ ท่านสมาชิกครับ เวลาประชุมข้างบนข้างล่างไม่มีใครอยู่เลย คนหนึ่งประชุม ๓-๔ กรรมาธิการ ในวันเดียวกันเสียเวลาเสียเงินครับ ประชาชนเห็นในสภาไม่มีใครอยู่เลย เงินก็เสีย ประชุม ครั้งหนึ่ง ๔๙ คน ค่าประชุมนี้ ๑๐,๐๐๐ บาทครับ แล้วก็ไม่มีใครพูดเท่าไรในความเป็นจริง ผมไม่อยากพูดมากกว่านี้ ขอบพระคุณครับ ขอให้เห็นแก่ประชาชนเราทำงานเพื่อประชาชน ขอบคุณครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพอย่างยิ่ง เมื่อสักครู่นี้ที่สมาชิกฝ่ายพรรคพลังประชารัฐได้เสนอ จำนวน ๔๙ คน จริง ๆ เราได้พูดคุยเบื้องต้นนอกรอบกับทางวิป (Whip) ฝ่ายค้าน การประชุม ข้างบนไม่ได้เป็นเรื่องเสียเวลาและเสียเงินนะครับ เพราะว่าการประชุมข้างบนหรือข้างล่าง เป็นเรื่องที่เราทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่เรื่องที่เสียเวลาและเสียเงินผมยืนยันครับ
ขอมติ มีผู้เสนอตั้งกรรมาธิการ ๑๕ ท่าน กับ ๔๙ ท่าน ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมนะครับ ขอถามมติอันหลังก่อน คือ ๑๕ ท่านก่อน เนื่องจากมี ๒ ญัตติ คือให้ตั้งกรรมาธิการ ๔๙ ท่าน กับตั้งกรรมาธิการ ๑๕ ท่าน ดังนั้นผมจะถามมติว่าท่านเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการ ๑๕ ท่าน โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่ได้ เดี๋ยวจะสับสน เดี๋ยวขอเคลียร์ (Clear) นิดหนึ่ง เพราะว่าการลงมติ มี ๒ ญัตติ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ เพื่อไม่ให้ต้องโหวตนะครับ ผมขออนุญาตขอให้พิจารณาเสร็จภายใน ๑ เดือนเพื่อประหยัด ค่าเบี้ยประชุมและใช้เวลาน้อย ๆ ได้ผลเร็ว ๆ ครับ ผมจะขอถอน ขอบคุณครับ
ท่านขอถอน แต่ท่านมีเงื่อนไขว่าให้เสร็จภายใน ๓๐ วันซึ่งจริง ๆ แล้วร่างพระราชบัญญัตินี้เราไม่ได้ กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาแต่ขัดข้องไหมครับ คิดว่าทางรัฐบาล จริง ๆ แล้วมันไม่มี ข้อบังคับให้กำหนดระยะเวลา แต่ด้วยการเสนอมาก็คงรับไปพิจารณา ๓๐ วัน เป็นญัตติ เสนอตั้งกรรมาธิการ ๑๕ ท่าน ถอนนะครับ เมื่อสักครู่นี้จะให้ผมถามว่าเห็นด้วยกับ ๔๙ ท่าน เห็นด้วย แต่เห็นด้วยกับ ๑๕ ท่านไม่เห็นด้วย มันก็กลายเป็นเขย่งไปนะครับ ผมก็เลยไม่ถาม เมื่อสักครู่นี้ ขอบคุณมากครับ เป็นอันว่าตั้งกรรมาธิการ ๔๙ ท่านนะครับ ทางรัฐบาลสามารถ ตั้ง ๑ ใน ๔ ท่านจะตั้งหรือจะสละสิทธิ์ ท่านจะตั้งกรรมาธิการยืนยันจำนวนกี่ท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของรัฐบาล ๑๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายพรชัย ฐีระเวช ๒. นางสาวสภัทร์พร ธรรมพรพิลาศ ๓. นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา ๔. นายณรงค์พล ประภานิรินธน์ ๕. นายกรพล ชินพัฒน์ ๖. นางสาวอุดมลักษณ์ บุญสว่าง ๗. นายไกรเสริม โตทับเที่ยง ๘. นางสาวเกศกานดา อินช่วย ๙. นายสรชาติ วิชญะสุวรรณพรหม ๑๐. นายเจือ ราชสีห์ ๑๑. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๑๒. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์
รัฐบาลตั้ง ๑๒ ท่าน ในสัดส่วนของกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองเป็นดังนี้ครับ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๐ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๙ ท่าน พรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมือง เริ่มจาก พรรคเพื่อไทยก่อนครับ ๑๐ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติยุบเลิก บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๐ ท่าน ท่านที่ ๑ นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๒. นายจิรวัฒน์ ศิริพาณิชย์ ๓. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ๔. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ๕. นางสิรินทร รามสูต ๖. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๗. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ๘. นายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ ๙. นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน ๑๐. นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรองครับ ครบนะครับ เชิญพรรคพลังประชารัฐครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๙ ท่าน ดังนี้ ๑. นายสันติ กีระนันทน์ ๒. นายศันสนะ สุริยะโยธิน ๓. นางสาวบุณณดา สุปิยพันธุ์ ๔. นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ๕. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ๖. นายดิสทัต คำประกอบ ๗. นางจุรีพร สินธุไพร ๘. นางฐะปาณีย์ อาจารวงศ์ และ ๙. นายพจน์ เจริญสันเทียะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองครบ พรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทองแดง เบ็ญจะปัก เขต ๑ เมืองสมุทรสาคร ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ๑. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๒. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ๓. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ๔. นายวิศิษฐ์ อนันต์ศิริภัณฑ์ ๕. นายคริส โปตระนันทน์ ๖. ณฐวร ลิมปนางกูร ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองครบ พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน ดังนี้ ๑. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๒. นางพลอยนภัส โจววณิชย์ ๓. นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ๔. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่าน ประกอบด้วย ๑. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๒. นายธนภัทร เหมือนจันทร์ ๓. นายอับดุลบาซิม อาบู ๔. นายเลิศมงคล วราเวณุชย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรีจากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายปรเมศวร์ กุมารบุญ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองครบ พรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน คือนายสุพจน์ อาวาส ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครบ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน นายประพันธ์ เอี่ยมศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองครบ รายชื่อครบทั้ง ๔๙ ท่านแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านทบทวนรายชื่อครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... จำนวน ๔๙ คน ๑. นายพรชัย ฐีระเวช ๒. นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ ๓. นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา ๔. นายณรงค์พล ประภานิรินธน์ ๕. นายกรพล ชินพัฒน์ ๖. นางสาวอุดมลักษณ์ บุญสว่าง ๗. นายไกรเสริม โตทับเที่ยง ๘. นางสาวเกศกานดา อินช่วย ๙. นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ๑๐. นายเจือ ราชสีห์ ๑๑. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๑๒. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๑๓. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๑๔. นายจิรวัฒน์ ศิริพาณิชย์ ๑๕. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ๑๖. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ๑๗. นางสิรินทร รามสูต ๑๘. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๑๙. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ๒๐. นายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ ๒๑. นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน ๒๒. นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ๒๓. นายสันติ กีระนันทน์ ๒๔. นายศันสนะ สุริยะโยธิน ๒๕. นางสาวบุณณดา สุปิยพันธุ์ ๒๖. นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ๒๗. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ๒๘. นายดิสทัต คำประกอบ ๒๙. นางจุรีพร สินธุไพร ๓๐. นางฐะปาณีย์ อาจารวงศ์ ๓๑. นายพจน์ เจริญสันเทียะ ๓๒. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๓๓. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ๓๔. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ๓๕. นายวิศิษฐ์ อนันต์ศิริภัณฑ์ ๓๖. นายคริส โปตระนันทน์ ๓๗. นายณฐวร ลิมปนางกูร ๓๘. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๓๙. นางสาวพลอยนภัส โจววณิชย์ ๔๐. นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ๔๑. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๔๒. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๔๓. นายธนภัทร เหมือนจันทร์ ๔๔. นายอับดุลบาซิม อาบู ๔๕. นายเลิศมงคล วราเวณุชย์ ๔๖. นายปรเมศวร์ กุมารบุญ ๔๗. นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง ๔๘. นายสุพจน์ อาวาส ๔๙. นายประพันธ์ เอี่ยมศิริ
ทั้ง ๔๙ ท่าน รายชื่อถูกต้อง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะครับ ขอกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ เสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขอ อนุญาตเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
แปรญัตติ ๗ วัน มีผู้รับรองถูกต้องครับ ที่ประชุมให้แปรญัตติภายใน ๗ วัน เป็นการจบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปครับ
เรื่องด่วนที่ ๓ ขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัว นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นางสาวพรรณิการ์ วานิช และนายปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปสอบสวน ในคดีอาญาในระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา ๑๒๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เชิญครับ คุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ตามที่ท่านประธานได้กรุณาบรรจุเรื่องด่วน เรื่องที่ ๓ ขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัว นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นางสาวพรรณิการ์ วานิช และนายปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปทำการสอบสวนในคดีอาญาในระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ ท่านประธานได้บรรจุเรื่องนี้แต่ท่านประธานไม่ได้อ่านหนังสือ ที่ออกมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอ่านหนังสือฉบับนี้ เรื่อง ขออนุญาตเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานจากกองบัญชาการ ตำรวจนครบาล กรณีการสืบสวนสอบสวนการชุมนุมในที่สาธารณะเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา บริเวณสกายวอล์ค หน้าศูนย์การค้ามาบุญครอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เป็นการจัดชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ความว่าจะขอเรียก ตัวสมาชิกไปสอบสวนเป็นคดีอาญา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ แห่งราชอาณาจักรไทย ปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ เขียนไว้ชัดเจน ๔ วรรค เขียนไว้เพื่อเป็นการคุ้มกันกำหนดการคุ้มกันเสรีภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ไม่ให้ถูกจับกุมคุมขังหรือกลั่นแกล้งทางการเมืองในระหว่างสมัยประชุม ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมเองได้อยู่ในสภาแห่งนี้มาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๔ ๕ สมัย ไม่นับรวมที่เป็นโมฆะ ปรากฏการณ์อย่างนี้เกิดมาทุกสมัยครับ เกิดมาทุกสมัย มติของ สภาผู้แทนราษฎรของเราฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่เคยอนุญาตให้มีการเรียกตัวสมาชิกของ สภาผู้แทนราษฎรเราไปทำการสอบสวนในคดีอาญาเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าตัวสมาชิกเอง ได้แสดงเจตจำนงที่จะขอไป ขอไปดำเนินคดีหรือไปสอบสวนสภาเราก็ไม่อนุญาต ท่านประธาน ผมขออนุญาตไปดูในรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ที่เราเรียกว่ารัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรสยาม บัญญัติไว้ตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมาท่านประธานครับ ในมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ เป็นการคุ้มครองเสรีภาพของผู้แทนราษฎรไม่ให้ถูกจับกุมคุมขัง เพราะเหตุที่อ้าง ว่าอาจจะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ไปรบกวนหรือไปขัดขวางการทำหน้าที่ของสมาชิก ซึ่งในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เขียนไว้ชัดเจนในมาตรา ๑๑๔ ท่านประธานครับ เป็นการทำ หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัด แห่งอาณัติมอบหมายหรือครอบงำใด ๆ อันนี้สำคัญมากท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น โดยหลักแล้วฝ่ายนิติบัญญัติเราเราจะไม่อนุญาต ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ผ่านไปยังทางวิป (Whip) รัฐบาลจากการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมทราบข่าวว่าทางวิป (Whip) รัฐบาลเองก็มีความเห็นสอดคล้องว่าจะไม่อนุญาต จะมีความเห็นว่าจะไม่อนุญาต ให้มีการเรียกตัวสมาชิกของเราไปสอบสวน ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญ ท่านประธานครับ ถ้าไปดูในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มี ๔ วรรค ชัดเจนครับ ในวรรคหนึ่ง เว้นแต่ได้รับอนุญาต จากสภาแห่งนั้น ๆ ที่สมาชิกเป็นสมาชิกอยู่หรือถูกจับกุมขณะกระทำความผิด มี ๒ ประเด็น ๒ กรณีเท่านั้น แต่ท่านประธานครับ วรรคสองนี้ขณะที่ถูกจับกุม ขณะกระทำผิดนะครับ ยังต้องแจ้งไปยังประธานสภาที่สมาชิกนั้น ๆ หมายถึง ส.ส. หรือ ส.ว. เป็นสมาชิกอยู่นะครับ ท่านประธานนี้อาจสั่งให้ปล่อยตัวเลยนะครับ หลักการนี้เขียนเหมือนกับรัฐธรรมนูญทุกฉบับ แต่เพิ่มเติมเป็นสั่งให้ปล่อยตัว ปี ๒๕๖๐ เขียนแน่นลงไปอีก วรรคสามแม้จับกุมคุมขัง ก่อนสมัยประชุมก็ยังให้สิทธิที่ให้ประธานสภาแห่งนั้นร้องขอไปเพื่อปล่อยตัวมาประชุมได้อีก แน่นอนครับท่านประธาน ในวรรคสี่อาจจะมีหลักการเปลี่ยนไปจากรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ ไล่เรียงไปตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา วรรคสี่เดิมเราเขียนชัดเจนไม่ให้ศาลดำเนินคดี ในระหว่างสมัยประชุมเลย แต่ปี ๒๕๖๐ เปลี่ยนเจตนารมณ์ในฐานะศาลเป็นอีกอำนาจหนึ่ง อำนาจตุลาการเป็น ๑ ใน ๓ อำนาจเราก็ให้ความเป็นอิสระ ความเป็นเสรีในการที่จะ พิจารณาคดีของเขา เราก็เขียนว่าดำเนินคดีได้ในระหว่างสมัยประชุม แต่ต้องไม่เป็นการ ขัดขวางการทำหน้าที่ของสมาชิกก็ชัดเจนอยู่ท่านประธาน เพราะฉะนั้นโดยเจตนารมณ์มาตรา ๑๒๕ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ชัดเจนว่าสมาชิกไม่สมควร จะถูกส่งตัวไปหรืออนุญาตจากสภาที่สมาชิกนั้นเป็นสมาชิกอยู่ไปทำการสอบสวนในคดีอาญา ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพ ผมว่าสภาเราเรื่องนี้มติเป็นเอกฉันท์ แน่นอนแล้วก็อยากให้ยึดถืออย่างนี้เป็นต้นไป เป็นแบบอย่างที่ดีครับ เพื่อจะปกป้องเสรีภาพ ของเพื่อนสมาชิก เพื่อปกป้องการทำหน้าที่ในฐานะเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยของสมาชิกเรา กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านวิรัชครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานเพิ่มเติมเล็กน้อย เพราะเมื่อสักครู่นี้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือคุณหมอชลน่านก็ได้บอกในรายละเอียดแล้ว แต่ผมเอง ต้องขออนุญาตเพิ่มเติมเล็กน้อยครับว่า ด้วยหนังสือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำมาถึง ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๓ ได้บอกไว้ว่า ด้วยสำนักงานตำรวจ แห่งชาติได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรณีการสืบสวนสอบสวนการชุมนุม ในที่สาธารณะ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกา บริเวณ สกายวอล์ค หน้าศูนย์การค้ามาบุญครอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็น การจัดการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผมต้องเรียนท่านประธานว่า ไม่ใช่ว่าจะ เป็นเฉพาะในส่วนของการจัดการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น คดีอาญาใด ๆ ก็ตามที ตลอดระยะเวลาที่ผมเองก็อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มาหลายสมัย ก็ยังไม่เคยมีการอนุญาตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม สิ่งที่ผม ต้องเรียนท่านประธานก็คือไม่ใช่เกี่ยวเฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น ทุก ๆ เรื่องครับท่านประธาน ถ้าเผื่อเป็นเรื่องในส่วนของการดำเนินคดีกับท่านสมาชิกในระหว่างที่มีสมัยประชุมในอดีต ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะร้องขออย่างไรก็ตามทีว่าให้ดำเนินคดีเถอะแต่ก็ไม่มีใครอนุญาต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราก็ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนตรงนี้มาตลอด คดีนี้ก็เช่นกันครับท่านประธาน มาตรา ๑๒๕ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้เขียนไว้ชัดเจนแล้วก็เป็นประเพณีปฏิบัติมา ผมเรียน ท่านประธานว่ายืนยันไม่ส่งตัวครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านคารม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม และผมก็ใช้เวลาไม่มากเกินไป
ประเด็นแรก ผมได้ตรวจสอบหนังสือที่ส่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงนาม โดย ผบ.ตร. มุมที่ผมจะพูดอาจจะแตกต่างจากสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้ง ๒ ท่าน ประเด็นแรก หลักความคุ้มกันของสมาชิกรัฐสภาหรืออิมมูนิตี (Immunity) เป็นหลักสากล แน่นอนว่า ย่อมจะไม่ส่งตัวสมาชิกซึ่งทำหน้าที่แทนราษฎรในการที่จะถูกดำเนินคดีระหว่างสมัยประชุม แต่ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าตามหนังสือ ลงวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๓ เหตุที่เกิด คือวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ คดีนี้เท่าที่ผมตรวจสอบจากพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ หากทั้ง ๓ ท่านจะมีความผิด เป็นความผิดอาจจะเป็นโทษปรับด้วยซ้ำไป อยู่ใน มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ ประมาณนี้ โทษไม่ได้สูง ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์
ประเด็นต่อมาก็คือว่านับถึงวันนี้ ๑ เดือนพอดีครับ คดีอาญาเขามีหลักอยู่ว่า คดีอาญาต้องดำเนินคดีภายในอายุความ คดีอย่างนี้อายุความน่าจะประมาณสัก ๓ เดือน หรือปีหรือเกินนั้นแน่นอน แล้วในนี้มีหลายฐานความผิดด้วย ท่านประธานครับ มีความสงสัยในตัวคนที่ออกหนังสือ คนที่ออกหนังสือก็คือพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และวุฒิสมาชิกโดยตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ อันนี้ที่ผมสงสัย คนที่เป็นสมาชิกรัฐสภา วุฒิสภา คือสมาชิกรัฐสภา สมัยประชุมนี้จะปิดในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ถ้าผมจำไม่ผิด ถ้าผิดขออภัย นับจากนี้ไป ประมาณเดือนเศษ คดีนี้ต่อให้ ๒ ท่านนี้เป็นคดีที่ร้ายแรงกว่านี้ อย่างที่ท่านสมาชิกกราบเรียน ไปว่าส่งไม่ได้ แต่การดำเนินคดีอาญาตามมาตรา ๑๓๐ ประมวลกฎหมายวิธีความอาญา การสอบสวนผู้ต้องหานี้ไม่มีตัวก็สอบสวนได้ จึงมีความสงสัยจากผมซึ่งเป็น ส.ส. สมัยแรก พอจะมีความรู้กฎหมายอยู่บ้าง และพนักงานสอบสวนจะแสวงหาพยานหลักฐานไม่ต้อง มีตัวผู้ต้องหาก็แสวงหาได้ แล้ว ผบ.ตร. คือหัวหน้าพนักงานสอบสวน เกี่ยวกับการสอบสวน คดีอาญามีคำสั่งทางตำรวจ คำสั่ง ตร ที่ ๔๑๙/๒๕๕๖ คดีโดยทั่วไป คดีจราจร คดีไม่อุฉกรรจ์ เวลาที่สั้นที่สุดก็ ๒ เดือนที่จะดำเนินคดีรีบร้อนอะไรกันหนักหนา คดีที่ร้ายแรงแล้วไม่ใช่ว่า ส.ส. จะถูกดำเนินคดีไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่า ส.ส. นี้จะมีอภิสิทธิ์ ความคุ้มกันเขาให้ทำหน้าที่ในขณะที่ ทำหน้าเพื่อพี่น้อง แต่สงสัยว่า ๑ เดือนนี้ยังขยายเวลา ขอขยายเวลาได้อีก สอบสวนไม่เสร็จ อีก ๓ เดือน ๓ เดือนไม่เสร็จ อีก ๓ เดือนต่อก็ได้ อันนี้คือตามคำสั่งนี้ท่านไปตรวจสอบได้ นอกจากนั้นหลักคดีอาญาก็คือว่าต้องนำตัวผู้กระทำความผิดนี้มาลงโทษภายในอายุความ อีกเดือนเศษก็ปิดสมัยประชุมรีบร้อนอะไรกันหนักหนาครับ จะเอาใจใคร ใครคุม สตช. นายกรัฐมนตรีใช่ไหม เพราะฉะนั้นผมอยากตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้มาปกป้องคนที่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แต่ผมเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสม ไม่เหมาะสมทั้งหลักตามรัฐธรรมนูญ ที่มีเอกสิทธิ์ แล้วก็ตามรัฐธรรมนูญต้องสันนิษฐานว่าคนที่กระทำผิดถ้าคำพิพากษาไม่ถึงที่สุด ไม่ออกเขาบริสุทธิ์อยู่ คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการชุมนุม ผิดหรือถูกยังไม่มีใครชี้ด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนว่าการทำหน้าที่ ส.ส. นี้ สมมุติว่าวันนี้ ๓ ท่านต้องลงมติโหวตอะไร สักอย่าง หรือเสนอญัตติต้องอภิปราย แล้วต้องถูกส่งตัวไปความเสียหายเกิดขึ้นจากการไม่ได้ ทำหน้าที่ กฎหมายจึงได้เขียนไว้ว่าให้มีเอกสิทธิ์ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าผมเห็นด้วยในสิ่ง ที่สมาชิก ๒ ท่านพูดไป แต่ผมเห็นว่าเรื่องนี้ผมไม่ทราบว่า ผบ.ตร. จะคิดอย่างไร แต่ตำแหน่งที่ ผบ.ตร. เป็นวุฒิสภาด้วยต้องรู้รัฐธรรมนูญแน่ รู้มากหรือรู้น้อยก็ต้องมีกองคดีการที่ส่งหนังสือ มาอย่างนี้ แล้วก็เป็นสมาชิกของพรรคอนาคตใหม่นี้ถึงแม้ว่าเราไม่ได้ไปขัดขวาง ผมเชื่อว่า สมาชิก ๒ ท่าน ยินดีทำตามกฎหมาย ๓ ท่าน ขออภัยนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าอยากจะแสดงความคิดเห็นว่าประเพณีปฏิบัติรัฐธรรมนูญของต่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศฝรั่งเศสก็ไม่ส่ง ตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕ ก็ไม่ส่ง ประเพณีของสภาแห่งนี้ ก็ไม่ส่ง เพราะฉะนั้นก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านที่ได้แสดง ทิศทางมาแล้วว่าก็ไม่ส่งซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพียงแต่ผมอยากจะพูดในประเด็นสุดท้ายว่า ท่านมีอำนาจการมีอำนาจต้องใช้อำนาจให้จำกัด ยิ่งมีอำนาจยิ่งใช้อำนาจไม่จำกัดเป็น อันตรายครับ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น อยากจะกราบเรียนสภาว่าอันนี้เป็นเอกสิทธิ์ การคุ้มครอง ส.ส. เพื่อทำหน้าที่ กราบขอบพระคุณครับ
เนื่องจาก ญัตติเรื่องนี้ไม่มีคนคัดค้านคือเห็นไปในทิศทางเดียวกันหมด ท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ในประเด็นนี้ดิฉันเป็นคนเดียวเลยที่ถูกเรียกตัวแล้วดิฉันก็มาขอกับสภา ขออนุญาตให้ดิฉันไปขึ้นศาล ประเด็นนี้ดิฉันมองว่าถ้าเจ้าตัวอยากไปขึ้นศาลดิฉันว่าน่าจะ ฟังเหตุผลเจ้าตัว แต่ถ้าเจ้าตัวไม่อยากไปก็อีกเรื่อง ดิฉันคิดว่าตั้งแต่มีสภามาน่าจะมีดิฉัน คนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ไปขึ้นศาล เพราะว่าสภาอนุมัติให้ดิฉันไปแล้วดิฉันก็ชนะเพราะดิฉัน ให้เหตุผลว่าดิฉันคิดว่าดิฉันไม่แพ้และดิฉันสู้ได้ เพราะดิฉันยกที่ให้หลวงแต่มากล่าวหาว่า ดิฉันโกงที่สาธารณะแล้วดิฉันเสียที่ด้วยแล้วยังต้องมาติดคุกด้วยดิฉันก็รับไม่ได้ เพราะฉะนั้น ดิฉันขอตัวไปขึ้นศาล สภาอนุญาตแล้วดิฉันชนะไปแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเกิดเจ้าตัว อยากจะไปดิฉันคิดว่าก็ให้เจ้าตัวเขาไปเลยถ้าเขาคิดว่าเขาสู้ได้
ผมจำได้ครับ ผมอยู่ในเหตุการณ์ ของท่านเราก็ไม่อนุญาตเหมือนกัน รู้สึกท่านชวนเป็นคนอภิปราย อ้อนวอนให้ท่านไป ผมจำได้ คือแม้เจ้าตัวจะขอแต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาจากประสบการณ์ที่ผมมี สภาก็ไม่เคยอนุญาต ยกเว้นท่านคนเดียวที่วันนั้นร่ำไห้ให้สภาอนุญาต เชิญท่านวิสารครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ต่อญัตติที่ขออนุญาต ให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัวเพื่อน ส.ส. เราไปดำเนินการสอบสวนคดีอาญาในระหว่าง สมัยประชุมตามมาตรา ๑๒๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผมกราบเรียน ท่านประธานผมมั่นใจว่าสมาชิกทุกท่านคงไม่อนุญาตอย่างที่พวกเรามีความเห็น ต้องขอบคุณ เพราะว่าจริง ๆ แล้วธรรมเนียมปฏิบัติมาตั้งแต่เรามีประชาธิปไตยมาก็ไม่เคยมีการอนุญาต ให้ ส.ส. เข้าไปถูกดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม เพราะสาเหตุก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายไว้ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันสิทธิในการที่จะลงคะแนนเสียง ป้องกันสิทธิที่จะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ผมอยากจะขอเรียกร้องท่านประธานก็คือตัวผู้ที่ออกหมายเรียกคดี มันใหญ่โตมากมายแค่ไหน ที่สำคัญก็คือผมอยากเรียกร้องให้สภาแห่งนี้ได้ดำเนินการกับ ผบ.ตร. ท่านนี้ กรรมาธิการตำรวจสามัญต้องดำเนินการนะครับ เพราะเขตคดีเล็กน้อยมาก มันเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองอย่างชัดเจน กราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ เมื่อเดือนตุลาคมทางกลุ่มฝ่ายค้านเรามีการจัดสัมมนาวิชาการก็มี กอ.รมน. ไปหาทางแจ้งเหตุ แล้วหาทางดำเนินคดีเพื่อที่จะก่อความยุ่งยากลำบากให้กับกลุ่มพรรคฝ่ายค้าน ลักษณะอย่างนี้ ผมเรียกร้องว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องไม่ปล่อยปละละเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะ แบบนี้มันชัดเจนว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นขอเรียกร้องให้ สภาแห่งนี้ช่วยกันเป็นบรรทัดฐานให้เชิญ ผบ.ตร. ท่านนี้มาชี้แจง ที่สำคัญก็คือยังมีคดีอาญา อีกมากมาย พวกเราในสภาแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นท่านรัฐมนตรีที่อยู่ในปัจจุบันนี้มีคนไปทำร้าย ตอนสมัย กปปส. ผมขออนุญาต ก็ยังมีคดีติดตัว ป่านนี้ยังไม่เห็นมีการดำเนินคดีเลยครับ บางท่านก็ไปเหยียบป้าย ถีบป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ยังไม่เห็นมีการเรียกมาดำเนินคดี แต่เรื่องแค่นี้มันกลั่นแกล้งชัดเจน ผมถึงเรียกร้องสภาแห่งนี้ว่าเราจะถูกเหยียบย่ำแบบนี้ อีกไม่ได้ ขอให้กรรมาธิการตำรวจเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอฟัง พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ อีกท่านครับ พยายามอย่าเอ่ยถึงบุคคลที่ ๓ เลยเพราะเขาไม่มีโอกาส เข้ามาชี้แจงในขณะนี้ เชิญท่านเสรีพิศุทธ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย ผมฟังเพื่อนสมาชิก อภิปรายมาหลายท่านหลายพรรคแล้ว ผมก็จะรบกวนเวลาสภาไม่มากครับ จะขออภิปราย เพียงสั้น ๆ อยากจะถามท่านประธานว่าการบรรจุวาระนี้เป็นอำนาจของประธานใช่ไหมครับ ถูกต้องไหมครับ ผมดูวาระเรื่องชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต มันไม่ได้เป็นเรื่องเร่งด่วน ด่วนที่สุดอะไรต่าง ๆ ตามที่ทางตำรวจมีหนังสือมาเลย ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรต่าง ๆ ถ้าผมเป็นท่านประธาน ผมไม่บรรจุเป็นเรื่องด่วนเอามาให้สมาชิกมาพิจารณาเสียเวลากันหรอกครับ ผมจะเกษียน ตอบหนังสือไปเลย ท่าน ผบ.ตร. ท่านไม่มีงานอื่นทำแล้วหรือ เรื่องโจรลพบุรียิงไป ๕ ศพ เมื่อไรคุณจะจับได้ เรื่องนี้มันสำคัญอะไรกันนักหนาไปชุมนุมแค่นี้ต้องมีหมายเรียก แล้วอีกฝ่ายชุมนุมล่ะครับทำไมนิ่งเฉย มันไม่ถูกต้อง อย่างสภาเราปล่อยให้คนมีหมายจับ ของศาลเข้ามานั่งอยู่ในสภา ท่านประธานก็ยังเฉย ผมไม่ได้เอ่ยถึงท่านครับ ประธานท่านไหน นั่งในช่วงเวลานั้นรับไปก็แล้วกัน คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกแล้วยังหนีไม่ไปฟังฎีกา ก็ยังเฉยอยู่ แล้วคดีนี้มันอะไรกันนักกันหนา เป็นผมผมไม่บรรจุวาระเข้ามาแล้ว เสียเวลา เพื่อนสมาชิกกัน แล้วก็มีหลายเรื่องหลายราวด้วยกันท่านประธานก็เคยวินิจฉัยว่าสมาชิก ทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านก็ดี ฝ่ายรัฐบาลก็ดี ดู ๆ แล้วก็น่าจะมีมติไปในทิศทางเดียวกัน ท่านจะได้ไม่มาเสียเวลาโหวตขอเสียงอะไร ท่านก็วินิจฉัยไปเลยเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เห็นด้วยนะ อะไรทำนองนั้น เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ผมว่าเสียเวลา มีญัตติอื่นด่วนที่จะทำให้พี่น้องประชาชน เยอะแยะไปหมด อยากให้ท่านพิจารณาไปให้เสร็จเดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องมาโหวตอะไร ให้มัน หมดเรื่องหมดราว กราบขอบพระคุณครับ
ขออนุญาต ชี้แจงนิดหนึ่งครับ เรื่องการบรรจุระเบียบวาระ เนื่องจากตามข้อบังคับ ข้อ ๑๘๗ บังคับให้ บรรจุเป็นเรื่องด่วนในกรณีที่มีหนังสือมาขอสมาชิกไปดำเนินคดีหรือไปสอบสวน ประกอบกับ รัฐธรรมนูญตามข้อ ๑๒๕ นั้น เขียนไว้ชัดเจนเลยว่า เมื่อมีหนังสือเรียกมานี่จะได้รับอนุญาต จากที่ประชุม ดังนั้นต้องบรรจุตามข้อบังคับ เชิญท่านอิสระครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม เห็นด้วยกับทางวิป (Whip) ฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ได้แสดงความเห็น กรณีที่จะไม่อนุญาต ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องถูกนำตัวไปดำเนินคดี เพราะได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ แต่ท่านที่อภิปรายบางท่านนอกเรื่องพาดพิงไปถึง กปปส. กล่าวไปถึงว่าที่เป็น กปปส. ไปเป็นรัฐมนตรีก็ดีหรือเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดีไม่เห็นถูกไปดำเนินคดีเลย อยากจะกราบเรียนแล้วก็ทำความเข้าใจให้ทราบทุกท่านนะครับ กปปส. ที่ไปเป็นรัฐมนตรี ยกตัวอย่างอย่างคุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ก็ถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ ๓ ผมเองก็ถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ ๕ ข้อหาเป็นกบฏ แล้วก็ข้อหาอีกหลายข้อหารวม ๑๐ กว่าข้อหา มีการพิจารณาคดีที่ศาลอาญาทุกวันอังคารและวันพุธบางครั้งก็วันพฤหัสบดีไม่มีหยุดเลยครับ แต่พวกกระผมที่เป็นผู้แทนราษฎรต้องการจะให้คดีมันเรียบร้อยตัดสินโดยเร็ว ได้ทำหนังสือ ถึงศาลบอกว่าขอให้ศาลพิจารณาคดีลับหลังได้ เพราะปกติคดีอาญานั้นจะต้องพิจารณาต่อ หน้าจำเลยเท่านั้น แต่เพราะเหตุว่าเราไม่อยากให้คดีนี้มันยืดเยื้อทุกคนพากันไปมอบตัว แม้กระทั่งคุณรังสิมานั่งอยู่นี่ก็ไปเป็นจำเลยด้วยกัน มีหลายคนครับ จนขณะนี้การพิจารณา คดีมีการสืบพยานทุกวันอังคารและวันพุธครับ ไม่เชื่อท่านไปดูที่ศาลอาญานะครับ ห้องพิจารณาที่ ๗๐๘ ถ้าผมไม่ชี้แจงอาจจะเข้าใจว่า มีการใช้ ๒ มาตรฐานพวกผมถูกดำเนินคดีทุกคนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
พอสมควรแล้ว เพราะว่าไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นคัดค้าน มีแต่ทิศทางเดียวกันหมดคือไม่อนุญาตนะครับ ท่านเจ้าตัวท่านอาจารย์ปิยบุตร เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ครับ ขออนุญาตเวลาที่ประชุมแห่งนี้อภิปรายเพื่อจะแสดงเจตจำนง ของพวกเราทั้ง ๓ ท่าน แล้วก็อาจจะถือโอกาสขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่แสดงน้ำใจไมตรี ต่อเราทั้ง ๓ ท่าน ผมเรียนท่านประธานแบบนี้ครับ คือเรื่องความคุ้มกันของสมาชิกรัฐสภา มีบัญญัติเอาไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ จนถึงปัจจุบันถ้อยคำไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ก็คือว่า ในระหว่างสมัยประชุมนั้นการจะดำเนินคดีสืบสวนสอบสวนใด ๆ เรามีความคุ้มกันตรงนี้อยู่ แต่ว่าต้องมาขออนุญาตจากสภา ถ้าสภาอนุญาตก็ต้องถูกดำเนินกระบวนการตามขั้นตอน ตามกฎหมายต่อไป สาเหตุก็คือป้องกันการกลั่นแกล้งกันในทางการเมือง ทีนี้กรณีที่เกิดขึ้น ผมขออนุญาตยืนยันในสภาแห่งนี้แบบนี้ครับว่า การชุมนุมเป็นเสรีภาพที่รับรองเอาไว้ ในรัฐธรรมนูญ และเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานและสำคัญอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย แต่การชุมนุมที่สกายวอล์คครั้งนี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวโทษเอาไว้ว่าเป็นการชุมนุม ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีพี่น้องประชาชนถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ผมยืนยันว่าการบังคับใช้ พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ ต้องใช้ไปในทิศทางที่เป็นคุณต่อการใช้ เสรีภาพในการชุมนุม มิใช่ใช้กันจนกลายเป็นพระราชบัญญัติสกัดกั้นชุมนุมสาธารณะ หรือใช้กันจนกลายเป็นพระราชบัญญัติห้ามชุมนุมสาธารณะ และการใช้กฎหมายนี้ จะต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ มิใช่นำกระบวนการทางกฎหมาย การดำเนินคดี มาเป็นเครื่องมือในการสกัดกั้นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมหรือตั้งข้อกล่าวหาเพื่อให้ กลายเป็นชนักปักหลังทำให้คนไม่กล้าใช้เสรีภาพในการชุมนุม หรือแม้กระทั่งทำให้บุคคลอื่น กลัวที่จะใช้เสรีภาพเหล่านี้เพราะกลัวถูกดำเนินคดี ผมเรียนท่านประธานแบบนี้ครับว่า ผมทราบดีครับว่าความคุ้มกันเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญมอบให้กับสมาชิกรัฐสภาเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกลั่นแกล้งในทางการเมือง และประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมาของสภาแห่งนี้ ก็ไม่เคยอนุญาตให้กับสมาชิกสภาในการไปถูกดำเนินคดี ความคุ้มกันนี้ยืนยันไว้โดยตลอดเวลา จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไป แล้วก็ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งในหลักสากลและที่ใช้กัน ในประเทศไทยความคุ้มกันเขามอบให้กับตำแหน่งนะครับ คือมันไม่ใช่เป็นของส่วนบุคคล ของ ส.ส. ที่จะลุกขึ้นมาแล้วบอกขอสละความคุ้มกัน คือสละอย่างไรก็ไม่ได้เพราะมันติดตัว ส.ส. นะครับ จะสละได้อย่างเดียวก็คือคุณลาออกจาก ส.ส. คุณก็ไม่มีความคุ้มกัน แต่ถ้ามี ส.ส. อยู่ความคุ้มกันมันติดตัวตลอด แต่ความคุ้มกันจะเอามาใช้ไม่ได้ถ้าสภาแห่งนี้มีมติให้ส่ง ตัวไป ดังนั้นการสละอย่างไรก็ตามมันติดตัวเราไป เว้นเสียแต่สภาแห่งนี้จะมีมติเป็นอย่างอื่น และผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผู้อาวุโสคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว แล้วก็ ท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ในฐานะประธานวิป (Whip) รัฐบาล และเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน ที่ลุกขึ้นอภิปรายยืนยันถึงหลักการเรื่องความคุ้มกันของสมาชิกรัฐสภาและธรรมเนียมปฏิบัติ ในอดีตที่ผ่านมา แต่ผมขอยืนยันตรงนี้ครับว่าผมและเพื่อนสมาชิกอีก ๒ ท่าน คือท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และท่านพรรณิการ์ วานิช เรายืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจครับว่าเราพร้อมไป รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนต่อไป เพราะเราชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ เราเชื่อมั่นในเสรีภาพการชุมนุมตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง เอาไว้ และเราพร้อมที่จะเดินเคียงข้างกับประชาชนจำนวนมากที่ออกมาชุมนุมแสดงถึง ความไม่พอใจกับความอยุติธรรม และเราพร้อมที่จะถูกดำเนินคดีถูกสืบสวนสอบสวนเคียงข้าง ไปกับพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ถูกดำเนินคดีอยู่และเขาปราศจากซึ่งความคุ้มกัน เพราะเขาไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณในน้ำใจไมตรีของเพื่อนทุกท่านครับ แต่ขออนุญาตยืนยันความบริสุทธิ์ใจและเจตจำนงของเราทั้ง ๓ คนไว้ในสภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณครับ
ถึงแม้ว่า เจ้าตัวจะขอไปแต่ก็ต้องขอมติจากที่ประชุม ดังนั้นคงจะต้องถามมติที่ประชุมว่าเห็นควร อนุญาตให้พนักงานสอบสวนเรียกตัวทั้ง ๓ ท่านไปทำการสอบสวนในคดีอาญาในระหว่าง สมัยประชุมได้หรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตสอบถามใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ไม่ได้หรือครับ
ถ้าอันนั้น ใช้ได้กรณีไม่มีใครคัดค้านเลย
เจ้าตัวเขาไม่ได้คัดค้าน เจ้าตัว เพียงแต่ยินดีเท่านั้นเอง
ขอมติ ดีกว่าครับปลอดภัยกว่า ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนโดยใช้วิธีเสียบบัตรแสดงตน
ผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา เลขที่ ๑๑๐ ขอแสดงตนครับ
เชิญสมาชิก โปรดเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนได้เลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน))
เลขที่ ๑๑๐ แสดงตน ๑ ท่าน แสดงตนครบทุกท่านหรือยังครับ ขอปิดการแสดงตน มีท่านสมาชิก อยู่ในห้องประชุม ๓๗๓ บวก ๑ เป็น ๓๗๔
ต่อไป ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าท่านสมาชิกจะอนุญาตให้ทั้ง ๓ ท่านไปทำการสอบสวน ในคดีอาญาตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอมาหรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นควรอนุญาต โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่าไม่ควรอนุญาตโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง
ท่านประธาน ผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี เขต ๑ ไม่เห็นด้วยครับ
ท่านฐนภัทรไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ปิดการลงคะแนนเสียงแล้ว
ท่านประธานครับ กระผม นายสุทัศน์ เงินหมื่น เข้าใจว่าจะกดผิดขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วยครับ
ท่านกด ครั้งสุดท้ายเครื่องจะนับอันสุดท้าย อย่างไรก็ตามท่านสุทัศน์ไม่เห็นด้วย ปิดการลงคะแนนแล้ว ผลของการลงมติท่านสมาชิกที่เห็นด้วย ไม่มี ไม่เห็นด้วย ๓๖๕ ท่าน งดออกเสียง ๘ ท่าน มติเป็นเอกฉันท์ ๓๖๕ ท่าน ไม่เห็นด้วยรวมอีก ๑ ท่าน เป็น ๓๖๖ ท่าน บวก ๒ เป็น ๓๖๘ ไม่เห็นด้วย คือไม่มีการอนุญาตให้ส่งตัวทั้ง ๓ ท่านไปทำการสอบสวนในคดีอาญาในระหว่าง สมัยประชุมนะครับ
ท่านอรรถกร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตท่านประธาน แล้วก็ขออนุญาตสภาแห่งนี้ใช้เวลาสักครู่หนึ่งครับ ขออนุญาตเสนอเปลี่ยนชื่อกรรมาธิการ วิสามัญร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ที่เราตั้งกันไป ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ โดยขออนุญาตเปลี่ยนจากนางฐะปาณีย์ อาจารวงศ์ เป็นนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ
ขออนุญาตท่านประธาน อีกนิดเดียวได้ไหมครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ
ครับ
จริง ๆ แล้วเนื่องจาก อาทิตย์ที่ผ่านมาสภาแห่งนี้ได้ใช้เวลาพิจารณางบประมาณไป ๔ วัน ๔ คืน แล้วก็หลายท่าน ก็ยังป่วย หลายท่านต้องใส่หน้ากากเพราะว่าสุขภาพร่างกายยังไม่กลับมาแข็งแรงนะครับ ก็เลยขออนุญาตเสนอท่านประธานขอความกรุณาปิดการประชุมในวันนี้ เนื่องจากพรุ่งนี้ ยังมีญัตติที่มีความสำคัญกับพี่น้องประชาชนอีกหลายเรื่องให้เรามาพิจารณา ก็เลยขอเสนอว่า จะขอปิดประชุมในวันนี้ครับ
ก็ได้ครับ ปิดประชุมครับ