จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยและโอนภารกิจไปยังธนาคารอาคารสงเคราะห์ แต่เสนอให้ใช้พระราชกำหนดเพื่อความเร่งด่วนและป้องกันการย้ายถ่ายทรัพย์สิน ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ พร้อมห่วงใยปัญหาหนี้เสียที่สูงและการขาดทุนที่อาจส่งผลต่อสภาพคล่องขององค์กรและงบประมาณแผ่นดิน เรียกร้องให้กรรมาธิการเร่งพิจารณาหาทางออกร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เสนอต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติสั้น ๆ มีมาตราอยู่แค่ ๑๒ มาตรา โดยโครงร่างแล้วในเบื้องต้นก่อนต้องชี้แจงว่าผมเห็นชอบที่รัฐบาล ได้ตราร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมา เพราะโดยภาพรวมบรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ในตอนตั้งนั้นมีความจำเป็นเนื่องจากเรื่องของปัญหาวิกฤตต้มยำกุ้ง จนกระทั่งเรื่องของสภาพคล่องในตลาด เรื่องของสถาบันการเงินต่าง ๆ มีปัญหามาก บรรษัทนี้ ตั้งขึ้นมาตอนนั้นมีประโยชน์ก็มีมาแก้ไขในเรื่องสภาพคล่องของสถาบันการเงินในเรื่องของ อัตราการกันสำรองต่อหนี้เสี่ยงซึ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดประโยชน์ วันนี้ภารกิจของท่านสมบูรณ์ไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าย้อนอดีตไปในเรื่องของต้มยำกุ้ง เราก็แก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนั้นมาได้ ใช้เวลาไม่นานครับ รัฐบาลสมัยท่านทักษิณ ชินวัตร ก็มีการแก้ไขปัญหาจนกระทั่งลุล่วงไป มาถึงวันนี้ตัว บตท. เองก็ยังคงอยู่ แต่ความจำเป็น ในการคงอยู่นั้นมันก็ลดน้อยลงไปตามลำดับ ผมเองต้องเรียนอย่างนี้ครับว่ามาตรามีไม่มาก มีมาตราที่เกี่ยวกับเรื่องของการให้ยุบ ให้โอนภารกิจของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อไปยังธนาคาร อาคารสงเคราะห์โดยให้ทำโดยเร็วที่สุด ใช้เวลาไม่เกิน ๒๗๐ วัน มีมาตรา ๖ ซึ่งพูดถึงว่าทรัพย์สิน หนี้สิน ทุน ภาระอะไรต่าง ๆ ก็ให้โอนไปยังธนาคารอาคารสงเคราะห์เช่นกัน โดยยกเว้น ค่าธรรมเนียมการโอนต่าง ๆ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ พูดถึงเรื่องของพนักงานของ บตท. เอง สามารถที่จะเลือกว่าจะสมัครใจไปอยู่กับธนาคารอาคารสงเคราะห์หรือไม่ ถ้าไม่คิดประสงค์ ที่จะไปก็ได้สิทธิตามกฎหมายทุกประการในฐานะที่ท่านไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้ค่อนข้างครอบคลุม ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยสภาพแล้ว วันนี้สถาบันการเงินต่าง ๆ ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ ที่เป็นสถาบันการเงินเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ เขาได้รับการเปิดเสร็จจนกระทั่งเขาสามารถทำซีเคียวริไทเซชัน (Securitization) มีเครื่องมือ ทางการเงินมากมาย วันนี้ตัวบรรษัทเองไม่สามารถเข้าไปแข่งขันทางการเงินในตลาดจริงได้ อันนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาสักพักแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็ได้ มีรายงานออกมาว่าตัว บตท. มีผลงานขาดทุนและมีหนี้เอ็นพีแอล (NPL) สูง แนวโน้มไม่ดี วันนี้ผ่านมา ๒ ปี ผมเรียนด้วยความเคารพครับ จริง ๆ แล้วสาเหตุหนึ่งที่ ครม. ต้องเร่ง ในการเอาเข้าสภาครั้งนี้ รับรู้มาลึก ๆ เพราะวันนี้ตัวบรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จริง ๆ แล้วไม่มีสภาพคล่องพอที่จะไปจ่ายหนี้สินในเรื่องของการคืนพันธบัตรหรือว่า ตราสารหนี้ต่าง ๆ ที่ท่านมีอยู่นะครับ เราก็มีความจำเป็นต้องเร่งรัดเพื่อที่จะถ่ายโอนไปยัง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นความจำเป็นครับ แต่ผมมี ๒ ประเด็นที่อยากจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีและผู้มาชี้แจง ที่สภาแห่งนี้นะครับ
ประเด็นแรกผมต้องเรียนอย่างนี้ เรื่องของการเงินมันเป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลง แล้วก็เคลื่อนไหวเร็ว มันไม่มีสภาพสถานะเป็นอาคารหรือว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างใด ๆ เงินสามารถ ถ่ายโอนกดบัญชี เดี๋ยวนี้เรากดทางโทรศัพท์มือถือทีเดียวก็ไปแล้ว การทำสัญญาในเรื่องของ โครงสร้างทางด้านการเงินต่าง ๆ เหล่านี้ก็ใช้เวลา ใช้พิธีกรรมอะไรต่าง ๆ ไม่มาก วันนี้เป็น ความผิดพลาดหรือไม่ผมไม่ทราบ จริง ๆ แล้วถ้าให้ผมวิเคราะห์นะครับ ผมว่าจริง ๆ แล้ว ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในเรื่องของการยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย น่าจะใช้ กระบวนการอื่นมากกว่า เป็นต้นว่าใช้พระราชกำหนดเพราะอะไร ระยะเวลา ๒๗๐ วันที่เนิ่นช้า อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร อยู่ในขั้นตอนระหว่างที่กฎหมายกำลังตราอยู่นี้มีความเปลี่ยนแปลง ได้ทุกเมื่อทุกนาที วันนี้หนี้เอ็นพีแอล (NPL) ที่อยู่ใน บตท. เองประมาณ ๑๖ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ กว่าจะถึงวันนั้น ๒๗๐ วันข้างหน้าอาจจะมีการยักย้ายถ่ายเท ถ่ายโอน ธนาคารพาณิชย์ข้างนอก เขาอาจจะมาช้อนเอาส่วนดีชิ้นเนื้องาม ๆ ออกไปหมดแล้วกว่าจะไปถึงมือ ธ.ก.ส. ผมว่าดีไม่ดี เอ็นพีแอล (NPL) ท่านจะไปแตะ ๔๐ อันนี้เป็นประเด็นแรกเพราะว่ากระบวนการในการทำ กฎหมายนี้จริง ๆ แล้วเรื่องของพระราชกำหนดมันก็ออกได้ครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องหนึ่ง ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนแล้วก็เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มันเป็นความมั่นคงที่จะต้อง เกิดขึ้นกับกระบวนการที่จะยุบเลิกตัวบรรษัทนี้ วันนี้เราไม่สามารถปล่อยให้ข่าวในเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงสถาบันการเงินลักษณะนี้หลุดออกไปก่อนได้ แต่เมื่อเข้าสภามาในวันนี้แล้ว มันย้อนกลับไม่ได้แล้วครับ วันนี้ถือว่าเปิดสู่สาธารณะกระบวนการมันก็ต้องเดินหน้า เพียงแต่ว่า ท่านต้องไปปิดรูรั่วเหล่านั้น มิเช่นนั้นแล้ววันที่ไปถึงมือธนาคารอาคารสงเคราะห์นั้นผมเรียนว่า ท่านไม่เหลือครับ ท่านไม่เหลือสภาพของที่จะไปถึงมือแล้ว นอกจากนั้นประเด็นที่ ๒ ผมต้อง เรียนอย่างนี้ครับ
ประเด็นที่ ๒ เรียนอย่างนี้ครับ เอ็นพีแอล (NPL) ที่มีอยู่ ๑๖-๑๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบกับมาตรฐานเฉลี่ยในตลาดนับว่าสูงมาก วันนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผมกราบ ประทานอภัยครับ ผมไม่แน่ใจว่ามาหรือไม่ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าท่านเองเป็นรัฐวิสาหกิจ คณะรัฐมนตรีมีภารกิจที่มอบหมายให้ออกเป็นมติ ครม. ออกมาไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ วันนี้เช่นเดียวกันครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านยิ้มรับการถ่ายโอนบรรษัทนี้เข้ามารวมอยู่ในธนาคาร อาคารสงเคราะห์อย่างเต็มใจหรือไม่ เพียงไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้ได้ก็คือกระบวนการที่จะไปรวม มันเหมือนกับเตี้ยอุ้มค่อม ท่านเอาหลังค่อมไปแปะให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ซึ่งเป็น หน่วยงานเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ในอนาคต ถ้าผลกำไรหรือว่าผลปฏิบัติงานของธนาคารอาคารสงเคราะห์ถึงจุดหนึ่งแล้วด้วยภาระ ที่มันเกิดขึ้น ท่านก็ต้องมีการกันสำรองมากขึ้นเพราะเอ็นพีแอล (NPL) ท่านสูงขึ้นถึงจุดหนึ่ง ท่านไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ภาระที่เกิดขึ้นสุดท้ายก็วนกลับมาที่งบประมาณแผ่นดิน เพราะว่าเราก็ต้องมาตั้งงบประมาณชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากภาระที่รัฐบาล คณะรัฐมนตรีมอบให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพราะฉะนั้น ๒ ประเด็นนี้ อยากจะเป็น ประเด็นที่ฝากไปยังเพื่อนสมาชิกที่จะไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาว่าหาทางออก ร่วมกัน กระบวนการนี้ถึงแม้ว่าตัวร่างพระราชบัญญัติจะกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน ๒๗๐ วัน ถ้าท่านสามารถรวบรัดทำได้โดยเร็ว ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดีครับ มันต้องทำแล้วก็ต้องทำให้เสร็จ อย่าเดินหน้า อย่าถอยหลัง และที่สำคัญที่สุดรวบรัดให้มันจบโดยเร็ว ผมเชื่อว่านั่นจะเป็น ประโยชน์ต่อตัวธนาคารอาคารสงเคราะห์ จะเป็นประโยชน์กับตัวบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัยด้วย ก็ขอกราบฝากไว้ครับ