ระวี มาศฉมาดล หารือแนวทางการจัดการขยะผ่านการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล มองว่าเป็นทางเลือกที่ประหยัดงบประมาณ ลดปัญหากองขยะ และลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล จึงเรียกร้องให้รัฐมีนโยบายชัดเจนในการสนับสนุนโรงไฟฟ้าจากขยะ พร้อมเสนอให้ขยายจำนวนโรงไฟฟ้าและปรับปรุงเทคโนโลยีการจัดการทั้งขยะเก่าและขยะใหม่ รวมถึงแก้ปัญหาต้นทุนและอัตราค่าไฟที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้โครงการเกิดความยั่งยืน โดยตั้งคำถามถึงทิศทางการขับเคลื่อนของกระทรวงมหาดไทยในการผลักดันนโยบายนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปัญหาขยะสะสมและระบบการจัดการที่ยังไม่เพียงพออย่างหาดใหญ่และเกาะสมุย
ผมขออนุญาตถามคำถามที่ ๒ ต่อนะครับ จากการที่ได้มีการศึกษารูปแบบการจัดการขยะด้วยวิธีต่าง ๆ ที่ได้พูดมาแล้ว ในส่วนตัวผมพบว่าการจัดการขยะโดยการนำมาเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อผลิตไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันน่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด เหมือนกับ สักครู่ที่ท่านรัฐมนตรีได้ให้ข้อมูลครับว่า ถ้าจัดการโดยการฝังกลบทั่วไปต้องใช้งบประมาณ ๑,๐๐๐ ต่อตัน แต่ถ้าผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าจะใช้งบประมาณครึ่งเดียว เท่านั้นยังไม่พอครับ จากการที่เราไปดูถ้าเราใช้เทคโนโลยี ๑,๐๐๐ บาท โดยการฝังกลบ ๑๐ ปีก็อยู่อย่างนั้นครับ เพียงแต่ปริมาณกองภูเขาลดลงจากการที่มันทรุดตัวลง แต่ก็ยังเป็นกองภูเขาขยะไม่สามารถ จะจัดการออกไปได้ แต่ถ้าเราใช้เทคโนโลยีการเปลี่ยนกองขยะมาเป็นเชื้อเพลิงในการเผา เป็นพลังงานไฟฟ้าแบบชีวมวล นอกจากแก้ไขปัญหาเรื่องขยะยังสามารถแก้ไขปัญหา เรื่องการลดการพึ่งพาปริมาณปิโตรเลียมได้ ขยะเราปีละ ๒๕ ล้านตัน ขยะประมาณ ๔๐-๕๐ ตัน สามารถผลิตไฟฟ้าได้ ๑ เมกะวัตต์ เราจะสามารถลดการใช้ปิโตรเลียมได้มากมายถ้ารัฐบาล มีนโยบายเรื่องโรงไฟฟ้าจากการใช้ขยะที่แน่นอน
ประการต่อมาเทคโนโลยีปัจจุบันที่ได้ไปศึกษาดูมานะครับ พบว่ามีเทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับโรงไฟฟ้าขยะแบบของประเทศไทยที่ขยะชื้นมาก ขยะเปียกมาก เพราะเรามี ถุงแกงเต็มไปหมด เทคโนโลยีปัจจุบันไม่ต้องแยกขยะอะไรมากมาย สามารถแก้ไขปัญหา ในปัจจุบันที่เรายังไม่สามารถที่จะพัฒนาจิตสำนึกในการรีไซเคิล (Recycle) ได้ โรงไฟฟ้า แบบยุคใหม่สามารถที่จะจัดการตรงนี้ได้ง่าย แล้วก็เมื่อผ่านกระบวนการผลิตเทคโนโลยีใหม่ จะมีพิษที่เป็นควันพิษออกมาน้อยมาก ปล่องควันมองแทบจะไม่เห็นควันเห็นแต่เป็นไอร้อน หรือบางเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่มีควันออกมาเลยหลังจากที่จัดการไปแล้วนะครับ คราวนี้ จากการได้ลงไปศึกษาพื้นที่โรงไฟฟ้าขยะจริงในหลายจังหวัด เรากลับพบว่าทั่วประเทศ ยังมีโรงไฟฟ้าขยะน้อยมาก เหมือนสักครู่ที่ท่านรัฐมนตรีบอกมีอยู่ไม่กี่โรง ใบอนุญาตออกมา ทั้งหมดไม่ถึง ๕๐ โรง เพราะฉะนั้นทำให้ขยะเก่านี้กองเต็มไปหมด ถ้าเรามีโรงไฟฟ้าพลังงาน ขยะจำนวนมากพอจะสามารถรื้อขยะเก่าออกมาได้ แต่ต้นทุนในการรื้อขยะเก่ากับขยะใหม่ ขยะใหม่จะถูกกว่าเยอะ ขยะเก่าต้องมีการมาเขย่าเอาดินเอาเศษอาหารที่ย่อยสลายแล้ว แยกออกมาทั้งหมด แล้วเอาเชื้อเพลิงที่เผาได้เข้าไปผลิตไฟฟ้า ดังนั้นต้นทุนจากขยะเก่าก็จะ สูงกว่ามากนะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างจริงที่ได้ลงไปดูที่จังหวัดแรกที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะรุ่นบุกเบิกของประเทศไทยเราพบว่ามีโรงไฟฟ้าขนาด ๑๒ เมกะวัตต์ ใช้ขยะใหม่วันละ ๗๐๐ ตัน ท่านประธานสภาทราบหรือไม่ครับว่าจังหวัดภูเก็ตปัจจุบันนี้ขยะ เพิ่มปริมาณเป็นพันกว่าตันต่อวัน ดังนั้นจะพบว่าโรงไฟฟ้าขยะ ๑๒ เมกะวัตต์ ซึ่งคาดการณ์ ว่าสร้างเพื่อรับขยะในสมัยนั้นและจะเก็บขยะเก่าที่กองอยู่ประมาณ ๑ ล้านตันให้หมดไปได้ ปรากฏว่าปัจจุบันนี้ขยะเก่า ๑ ล้านตันของจังหวัดภูเก็ตเหลืออยู่ ๗๐๐,๐๐๐ ตัน และของใหม่ เมื่อเพิ่มเป็น ๑,๐๐๐ ตัน นำไปใช้ไฟฟ้าได้ ๗๐๐ ก็เหลืออยู่ ๓๐๐ ตันทุกวัน ดังนั้นปัจจุบันนี้ ขยะกองเก่าของจังหวัดภูเก็ต ๗๐๐,๐๐๐ ตัน มีแต่จะเพิ่มขึ้นวันละ ๓๐๐ ตัน อันนี้คือเป็น ปัญหาที่มันเกิดขึ้นที่จังหวัดที่มีความพร้อมจะเรียกว่าสูงสุดในเรื่องโรงไฟฟ้าขยะ นอกจากนี้ เรายังพบอีกปัญหาหนึ่งเอกชนที่ลงทุนคาดการณ์ผิดเกือบจะเจ๊งนะครับ คิดว่าได้ค่าไฟแอด เดอร์ (Adder) ที่หน่วยละ ๖ บาท แล้วครบ ๗ ปีก็น่าจะคุ้มทุน ที่เหลือหลังจากนี้ เวลาจะหมดสัญญาในอีก ๑-๒ ปีข้างหน้าจะเหลือแค่ ๓ บาท ค่าไฟจำนวนนี้เอกชนอยู่ไม่ได้ อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ทางรัฐบาลต้องแก้ไขต่อไป เพราะถ้าเขาหยุดขยะวันละ ๑,๐๐๐ ตัน จะกองขึ้นเป็นภูเขาทันที
ขออนุญาตต่อไปนะครับ ที่หาดใหญ่มีโรงไฟฟ้าที่สร้างหลังของจังหวัดภูเก็ต ขนาดแค่ ๕ เมกกะวัตต์ แต่ที่หาดใหญ่จัดการขยะได้วันละ ๓๕๐ ตัน ในขณะที่ขยะ ของจังหวัดสงขลาวันละ ๑,๐๐๐ กว่าตัน กองขยะเก่าที่ไปกองอยู่ที่หาดใหญ่นั้นประมาณ ๑ ล้านตันไม่ได้จัดการเลยครับ กองไว้ตั้งแต่ตอนนั้นจนปัจจุบันนี้ก็ยังกองไว้อยู่ในรูปแบบเดิม เพราะโรงไฟฟ้ารองรับได้แค่ ๓๕๐ ตัน ซึ่งไม่สามารถจัดการขยะใหม่ได้หมดด้วย อันนี้คือ เป็นปัญหาของที่หาดใหญ่ และโรงไฟฟ้าที่หาดใหญ่ก็เช่นกันถ้าหมดแอดเดอร์ (Adder) หน่วยละ ๖ บาท เหลือหน่วยละ ๓ บาทก็จะเป็นปัญหา ซึ่งถ้าเขาปิดนี่ก็จะเกิดปัญหาขึ้น
ต่อไปอีกที่หนึ่งที่ได้ลงไปดูคือที่เกาะสมุย เกาะสมุยมีขยะเก่ากองอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เกาะเดียวนะครับ กองอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน กองอยู่เป็นภูเขาเลยครับ ขณะเดียวกันรัฐได้ลงทุนสร้างเตาเผาขยะไป ๒๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันนี้พังไปเรียบร้อยแล้ว ขยะใหม่วันละ ๑๕๐ ตัน ซึ่งเกาะสมุยมีลักษณะการจัดการที่ต่างกับที่อื่นนะครับ เกาะสมุย ใช้เครื่องแพ็ก (Pack) ขยะสด วันละ ๑๕๐ ตัน แพ็ก (Pack) ขยะเป็นก้อนใหญ่ ๆ แล้วเอา พลาสติกหุ้มแล้วส่งขยะใส่รถไปท่าเรือ จากท่าเรือลงเรือเฟอร์รีส่งกลับไปที่ฝั่งสุราษฎร์ธานี แล้วส่งรถนำไปฝังกลบที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมไม่มั่นใจว่าวันไหนชาวเวียงสระ จะประท้วง อยู่ดี ๆ เอาขยะจากเกาะสมุยมากองที่เวียงสระ ถ้าเกิดปัญหาประท้วงขึ้นมา เมื่อไรที่เกาะสมุยก็จะเกิดปัญหาทันที ดังนั้นสำหรับในประเด็นนี้กระผมขอตั้งคำถามที่ ๒ ต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับว่าทางกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายที่จะ ผลักดันโรงไฟฟ้าขยะอย่างจริงจังแค่ไหน เพราะว่าการจัดการขยะมันต้องจัดการทั้งขยะใหม่ และขยะเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะเก่าต้องมีมาตรการที่ดำเนินอย่างเร่งด่วนและจริงจัง เพราะถ้าใช้มาตรการนี้การลงทุนต่อหน่วยที่จะมาผลิตไฟฟ้าโดยใช้ขยะเก่ามันจะสูงกว่า ขยะใหม่อีกครับ ก็ขออนุญาตถามคำถามนี้ครับว่า ทางกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายจะจัดการ เรื่องโรงไฟฟ้าขยะเพื่อจะเคลียร์ขยะของประเทศจริงจังอย่างไร แค่ไหนครับ