องค์การ ชัยบุตร สนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยเสนอให้ขยายวาระกรรมการเป็น 4 ปี เพื่อความต่อเนื่องในการบริหารงานและลดต้นทุนการเลือกตั้ง พร้อมผลักดันให้จัดตั้งสำนักงานกองทุนในภูมิภาคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและลดความแออัด รวมถึงเน้นการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรรายย่อยผ่านการซื้อหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ดินและลดภาระทางกฎหมายให้กับเกษตรกรกว่าครึ่งล้านคนที่รอการฟื้นฟู
ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ผมต้องกล่าวคำว่า ขอบคุณ ครม. ที่เห็นความสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถามว่าผมอยู่ ฝ่ายค้านทำไมคิดอย่างนั้น เนื่องจากว่า พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นของเกษตรกรจริง ๆ เป็นของประชาชนที่ได้ร่วมกันเรียกร้องแล้วก็ผลักดันจนเกิดเป็น พ.ร.บ. ขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เป็นต้นมา ในขณะนั้นการดำเนินงานต่าง ๆ มาถึงทุกวันนี้ ก็ล้มลุกคลุกคลานมีอุปสรรคมากมายตั้งแต่กระบวนการขึ้นทะเบียน องค์กรเกษตรกร ขึ้นทะเบียนหนี้ ที่สำคัญสุด ๆ คือ พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเน้นดูแล เกษตรกรรายเล็กรายน้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน พูดง่าย ๆ คือไม่มีหลักทรัพย์ เมื่อไม่มีหลักทรัพย์แล้วสถาบันการเงินเขาก็ไม่อยากจะคุยด้วย เครดิตในสังคมก็ลดลง เกษตรกรกลุ่มนี้ไม่มีที่ไป ไม่มีที่พึ่งครับ ก็เลยเกิดการรวมตัวกันเรียกร้องให้เกิด พ.ร.บ. เพื่อเกษตรกรจะได้ดูแลกันเอง ประกอบกับที่ผ่านมาการดำเนินงานของรัฐตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การที่ให้เกษตรกรเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ในการพัฒนาเกษตรกร ไม่มีความเป็นจริงและไม่เกิดขึ้น การเกิดขึ้นของ พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จึงเป็นส่วนสำคัญที่องค์กรเกษตรกรทั่วประเทศได้เรียกร้องกันมาดังที่หลายท่านได้เคยเห็น มีการเดินขบวน มีการไปล้อมกระทรวงการคลัง แม้แต่ทำเนียบรัฐบาลตัวผมเองก็เคย มีส่วนร่วมอยู่ในตรงนั้นด้วย มาถึงวันนี้รัฐบาลได้เห็นความสำคัญ โดยเฉพาะ ๓ มาตรา ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการได้กรุณาแสดงเหตุผลและวัตถุประสงค์ในการแก้ไขเพิ่มเติม ผมในฐานะ ฝ่ายค้านก็เห็นด้วยเพราะเป็นของชาวบ้าน ไม่ใช่เป็นของพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง ถ้าแก้ ๓ มาตรานี้ผ่าน โดยเฉพาะสภาเห็นชอบการบริหารงานของกองทุนก็จะดูแลพี่น้องส่วนนี้ ถามว่าส่วนนี้มีมากมายขนาดไหน ประมาณเกือบ ๖ ล้านคนที่ขึ้นทะเบียนหนี้ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบันมีประมาณเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ทั้งหนี้มีหลักทรัพย์และ ไม่มีหลักทรัพย์ ทั้งที่มีบุคคลค้ำประกันและไม่ค้ำประกัน กระจายอยู่สถาบันการเงินต่าง ๆ เกษตรกรเหล่านี้รอความช่วยเหลืออยู่ โดยเฉพาะรัฐบาลต้องรีบเร่ง เพราะ พ.ร.บ. กองทุน ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรก็บอกว่าให้รัฐบาลเป็นคนดูแลและสนับสนุนงบประมาณ แต่การจัดการต่าง ๆ ผมเข้าใจว่า พ.ร.บ. ในส่วนของกองทุนก็มีโครงสร้างการบริหารงานอยู่ และกรรมการก็สามารถกำหนดเงื่อนไขวิธีการได้อยู่พอสมควร ยกตัวอย่างปัญหาตัวหนึ่งก็คือ มาตรา ๑๖ พ.ร.บ. บอกว่าให้ผู้แทนเกษตรกรและผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในวาระคนละ ๒ ปี ผมถาม ว่า ๒ ปีได้อะไร ไม่ได้อะไรครับ พอจะดำเนินการไปเข้ารูปเข้ารอยกรรมการก็หมดวาระ เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกรหมดวาระระเบียบก็ไม่ได้เคยบอกว่าให้ใครรักษาการณ์ ให้ทำอะไร อย่างไร ไม่มีกรอบที่แน่นอน ตรงนี้อุปสรรคหนึ่ง เมื่อเลือกตั้งเข้ามาใหม่แล้วกว่าจะ ลงตัวกันได้ก็ไปอีกปีหนึ่ง ปฏิบัติงานจริง ๆ ก็คือไม่เกินปีหนึ่งครับท่านประธาน อันนี้ผมก็เห็นด้วยที่จะให้เป็น ๔ ปี เหตุผลที่ ๒ ที่ผมเห็นด้วยก็ประหยัดงบประมาณ ในการเลือกตั้ง ๒ ปีก็ใช้งบประมาณเลือกตั้ง ๙๐ ล้านบาท ๔ ปี ก็ใช้งบประมาณการเลือกตั้ง ๙๐ ล้านบาทเหมือนกัน แต่ประโยชน์จะได้เยอะคือมีความต่อเนื่องในการบริหารงาน ในส่วน พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟู คือบริหารงานได้ต่อเนื่อง ไม่สะดุดและประหยัดงบประมาณ ตรงตามหลักสากล อันนี้คือกรอบที่ ๑ หวังว่าสภาคงจะเห็นด้วย
ส่วนที่ ๒ เรื่องสำนักงานใหญ่ มาตรา ๒๓ ที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบัน กรุงเทพมหานครก็นับวันที่จะแออัด วุ่นวาย ทั้งรถ ทั้งคน ทั้งชุมชน พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและ พัฒนาเกษตรกรเข้ามาไม่มีที่รองรับชาวบ้าน เวลาชาวบ้านเข้ามาประมาณ ๒-๓ คันรถบัส ไม่มีที่ให้เขาอยู่เกิดความแออัดไม่สะดวก
ส่วนที่ ๓ ก็คือหน้าตาของประเทศอยู่ตรงไหนถ้าชาวบ้านเข้ามาใจกลาง กรุงเทพมหานคร และมาสร้างความวุ่นวายเรื่องจราจรเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นแล้ว การที่จะให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรโดยการกำหนดของผู้แทนเกษตรกร หรือของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรไปอยู่ที่ใดที่หนึ่งหรือปริมณฑล เป็นเรื่องที่ดีเพื่อให้คล่องตัวในการติดต่อประสานงาน เกษตรกรเข้ามา ไม่ใช่เข้ามาแบบคน มีสตางค์ ห่อข้าวมาด้วย เอาหมากมาด้วย สารพัด คนกรุงเทพมหานครเขาก็ไม่ต้อนรับเท่าไร เพราะว่าเฉพาะคนกรุงเทพมหานครก็วุ่นวายอยู่แล้ว ฉะนั้นแล้วมาตรานี้ก็มีความสำคัญที่จะ ให้กองทุนสามารถไปอยู่ที่ไหนก็ได้
ต่อไปเรื่องของสำนักงานสาขา บางจังหวัดเป็นจังหวัดเล็ก องค์กรเกษตรกร ไม่มาก อย่างจังหวัดภูเก็ตกับจังหวัดพังงาอย่างนี้ก็สามารถยุบรวมเป็นสาขาเดียวก็ได้ ประหยัดงบประมาณ บางจังหวัดเช่นโคราชอย่างนี้พื้นที่ใหญ่มีหลายอำเภอก็ให้กรรมการ สามารถตั้งสำนักงานประจำอำเภอได้คล้าย ๆ กับที่ดินอำเภอ หรือศาลจังหวัดอย่างนี้ครับ และการบริหารงานพี่น้องมาติดต่อก็จะสะดวกและประหยัดเวลา นี่คือในส่วนหนึ่งที่จำเป็น จะต้องมีการแก้ไขเร่งด่วน
ในส่วนสุดท้ายที่เป็นหัวใจหลักของ พ.ร.บ. คือการแก้ไขปัญหาหนี้สิน เกษตรกร โดยผ่าน พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟู ก็คือการซื้อหนี้จากเกษตรกรที่ไม่มีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน หรือเอาบุคคลมาค้ำประกัน เกษตรกรส่วนนี้รอคอยความหวังอยู่ ถ้าสภานี้ เห็นชอบทั้งหลักทรัพย์ ทั้งไม่มีหลักทรัพย์ส่วนหนึ่งก็จะได้ผ่อน ผ่อนอย่างไร พี่น้องเกษตรกร ก็จะไม่โดนยึดที่ ไม่ต้องไปขึ้นศาล ไม่ต้องไปโดนขายทอดตลาด เพราะว่ากองทุนสามารถ รับชำระหนี้หรือรับทำหน้าที่แทนเกษตรกรจากหนักให้เป็นเบาได้ และมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่เป็นเกษตรกรรายย่อยจริง ๆ ไม่มีที่ไป โดยเฉพาะส่วนตัว ผมก็เห็นด้วย เพราะว่าชาวบ้านเขาไม่มีที่ไป มี พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูอย่างเดียวที่พอรับรอง เกษตรกรกลุ่มนี้ได้ ส่วนรายใหญ่เราไม่ว่ากัน รายใหญ่ก็เห็นหลายหน่วยงานรองรับอยู่ มีการปรับโครงสร้างอยู่ แต่เกษตรกรส่วนนี้ผมขอร้องว่าอย่างไรเสียสภาก็น่าจะเห็นดีเห็นงาม ขอบคุณมากครับท่านประธาน