ชลน่าน สนับสนุนร่างแก้หนี้เกษตรกร เสนอเพิ่มตัวแทน-ปรับกรอบกฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓

ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร โดยเห็นชอบกับหลักการและเน้นความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายเดิมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกว่า 5.5 ล้านคน ทั้งยังหารือประเด็นปัญหาหนี้ที่เกษตรกรเผชิญ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและข้อจำกัดในการเข้าถึงความช่วยเหลือ พร้อมเสนอให้มีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการให้มีประสิทธิภาพและมีตัวแทนเกษตรกรร่วมด้วย รวมถึงสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ พร้อมเรียกร้องให้การค้ำประกันหนี้และการตรากฎหมายรองมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้ผมมีโอกาสได้อภิปราย เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำเสนอ แถลงหลักการและเหตุผลต่อสภาผู้แทนราษฎรของเราในนามของคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมมีความประสงค์ที่จะอภิปรายเนื่องจากสภาเราเองเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการตราพระราชบัญญัติ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับที่ ๔ ที่เข้าสู่การพิจารณา สภาของเราก็เลยให้ความสำคัญ ผมฟังการแถลงหลักการและเหตุผลจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลักการสำคัญ ๓ เรื่อง มีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับ ได้ดูในสิ่งที่ท่านได้นำเสนอประกอบ เรื่องแรกเป็นเรื่องของหลักการและเหตุผล เรื่องที่ ๒ ตัวร่างพระราชบัญญัติมีทั้งหมด ๖ มาตรา แล้วก็มีตารางเปรียบเทียบตัวร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอมาใหม่กับตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับเดิม มีหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบความจำเป็น ในการตราพระราชบัญญัติ แนบมาพร้อมกับการนำเสนอ ที่สำคัญอีก ๒ เรื่อง คือการรายงาน การรับฟังความเห็นซึ่งท่านสมาชิกได้อภิปรายไป เรื่องสุดท้ายเป็นการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตราพระราชบัญญัติ ผมดูประกอบแล้ว กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ เหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาแห่งนี้เป็นไปเพื่อจะช่วยแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ๕,๕๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับพี่น้องเกษตรกร ตัวกฎหมายเดิมมีข้อจำกัดอยู่ ๓ เรื่องที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเสนอมาเป็นหลักการ

หลักการแรก เรื่องของการแก้หนี้ของเกษตรกรคือตัวหนี้สิน การจำแนก ประเภทของเกษตรกรที่เป็นหนี้โดยอาศัยการค้ำประกัน กฎหมายเดิมให้การช่วยเหลือ ให้การดูแลเฉพาะที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกันเท่านั้น ในขณะที่พี่น้องเกษตรกรหลายคน หลายท่านที่เป็นสมาชิกแล้วก็ขึ้นทะเบียนเป็นหนี้ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา ๑๐๘,๙๔๗ ราย มีมูลหนี้ทั้งหมด ๔,๐๕๗ ล้านบาทเศษ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ระยะเวลา ๑๕ ปี แก้หนี้ไปได้ทั้งหมด ๑๓๙,๐๐๐ กว่าราย คิดเป็นประมาณร้อยละ ๗๙ มูลหนี้ก็แก้ไปประมาณร้อยละ ๗๖ ท่าน ประธานครับ นี่คือเหตุผลหลักการอันที่ ๑ เพราะว่าตัวพี่น้องเกษตรกรมีข้อจำกัดได้รับ การช่วยเหลือน้อยมาก และกลุ่มที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ไม่มีหลักทรัพย์ ก็ใช้คนค้ำประกัน

หลักการที่ ๒ เป็นเรื่องของการแก้ไขเรื่องของคณะกรรมการ ท่านสมาชิก ได้พูดไปเยอะผมจะไม่ลงรายละเอียด เรื่องผู้ทรงคุณวุฒิแล้วก็ตัวแทนของพี่น้องเกษตรกร เรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง แล้วก็การทำหน้าที่ต่อเนื่องกรณีถ้ายังไม่ได้รับ การแต่งตั้งและกำหนดการแต่งตั้งให้ครบให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน

หลักการที่ ๓ เรื่องของการที่จะให้คณะกรรมการได้กำหนดเรื่องสำนักงานใหญ่ เดิมเฉพาะกรุงเทพมหานครก็ขยายเป็นปริมณฑล ยังอยู่ในขอบเขตปริมณฑล ส่วนสำนักงาน สาขาก็เป็นไปตามที่คณะกำหนดได้ นั่นคือหลักการสำคัญ ๓ เรื่อง ท่านประธานที่เคารพ การช่วยเหลือดูแลพี่น้องเกษตรกรมีข้อจำกัดก็เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไข เห็นด้วยครับ ก็ฝากข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการในการพิจารณาวาระ ๒ ในชั้นกรรมาธิการ เรื่องที่ ๑ ผมขอฝากข้อสังเกตในการเข้าไปดูเกี่ยวกับเรื่องของพี่น้องเกษตรกรที่มีมูลหนี้หรือมีหนี้จาก การที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันว่าความสามารถในการชำระหนี้เขามีอยู่เท่าไร ผมมีตัวเลขคร่าว ๆ ถ้าเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๘๐ สามารถชำระหนี้ได้ มันเป็นเรื่องแปลก ท่านประธานครับ ถ้าแยกไปดูกรณีบุคคลค้ำประกันจะได้ร้อยละ ๕๐-๖๐ ประมาณนั้น แต่ถ้าเอาหลักทรัพย์ ค้ำประกันบวกบุคคลจากร้อยละ ๘๐ ลดลงเหลือประมาณร้อยละ ๕๐ อันนี้เป็นข้อสังเกต ที่ผมฝากไว้ให้ท่านกรรมาธิการเข้าไปดูว่าจะมีมาตรการอย่างไรโดยเฉพาะการออกระเบียบ และประกาศมารองรับในมาตรา ๓๗/๙ วรรคสอง ไม่ว่าจะเรื่องของการชำระหนี้แทนบุคคล ค้ำประกัน เรื่องของวิธีการชำระหนี้ เรื่องหลักประกันในการชำระหนี้และระยะเวลาที่จะ คืนเงินให้กับกองทุน สิ่งเหล่านี้ต้องฝากไปในชั้นของการบริหารเป็นการตรากฎหมายรอง ถ้ากรรมาธิการมีโอกาสพิจารณาที่จะมีข้อสังเกตไปผมก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์ เพราะว่าเราดู อัตราร้อยละของการชำระหนี้แล้วค่อนข้างต่ำกรณีมีบุคคลเป็นผู้ค้ำประกัน ท่านประธานครับ ผมเองเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้สภาแห่งนี้ช่วยกันรับหลักการและตั้งกรรมาธิการเข้าไป พิจารณาในรายละเอียด สิ่งที่กรรมาธิการหลายท่านเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำแหน่งของ กรรมการ ไม่ว่าจากผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นตัวแทนพี่น้องเกษตรกร จะมีการสลับปรับเปลี่ยนกัน อย่างไรโดยตัวร่างเป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ผมอยากให้ท่านกรรมาธิการเข้าไปดู ถ้ามีข้อสังเกตหรือสามารถจะเปลี่ยนแปลงเขียนไว้ให้ชัดเจนก็จะเป็นประโยชน์ ขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายกฎหมายฉบับนี้เป็นฉบับที่ ๔ มีความภาคภูมิใจที่สภา เราได้พิจารณากฎหมายบ้าง เพราะหน้าที่หลักของเราคือหน้าที่ในการพิจารณากฎหมาย ขอบคุณท่านประธานครับ ยินดีรับหลักการครับ