อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สนับสนุนการแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยย้ำถึงความจำเป็นในการช่วยเกษตรกรที่เป็นหนี้กับสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมเสนอให้มีการจัดตั้งสำนักงานถาวรและปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการให้เกษตรกรมีส่วนร่วมมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงามขอสนับสนุนการแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณพี่น้องเกษตรกร ชาวภาคอีสาน ๒๐ จังหวัดที่มาเรียกร้องเดินขบวนนอนอยู่หน้าทำเนียบ ๙๙ วันเพื่อเรียกร้อง ให้มีกฎหมายกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในสมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนว่าหลายท่านอาจจะเข้าใจ สับสนตอนนั้นนอนอยู่หน้าทำเนียบ ๙๙ วัน วันรุ่งขึ้นก็เตรียมตัวไปนิมนต์พระเพื่อจะมาสวด สุดท้าย พลเอก ชวลิต รับปากกับพี่น้องเกษตรกรที่มานอนหน้าทำเนียบว่าจะมีกฎหมาย เป็นของพี่น้องเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จากหนี้สิน ผมต้องเรียนว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นคณะกรรมการยกร่างและเป็นกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ วัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้ อยากให้พี่น้องเกษตรกรมีส่วนร่วมร่างกฎหมายและเป็นกฎหมายฉบับแรกที่มีการประชาคม ไปทำประชาพิจารณ์กับพี่น้องเกษตรกรทุกภาค ผมในฐานะที่ช่วงนั้นเป็นโฆษกคณะกรรมการ ก็ไปรับฟังปัญหาข้อมูลต่าง ๆ ว่าพี่น้องมีปัญหาอย่างไร ผมขอสรุปง่าย ๆ ว่ากฎหมายฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยพี่น้องเกษตรกรที่เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ท่านประธานครับ ต้องแบ่งหนี้ออกเป็น ๒ ส่วน หนี้ที่อยู่กับธนาคารทั่วไปหรือพ่อค้าทั่วไปนั้น หรือเอกชน เราไม่ได้เกี่ยวข้อง วันนี้กฎหมายฉบับนี้เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกรที่รวมตัวกัน หรือพี่น้องเกษตรกรที่เป็นหนี้สินล้นพ้นตัวที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการเงิน ของรัฐและไม่สามารถชำระหนี้ได้ กองทุนฟื้นฟูจะเข้าไปอุ้มชูครับท่านประธานที่เคารพ โดยมีเงื่อนไขตอนนั้นกฎหมายเฉพาะกาลบอกว่าบุคคลที่จะมาเข้าโครงการได้ต้องเป็นหนี้ ก่อนที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นคนก็จะไปสร้างหนี้ขึ้นมาเพื่อจะมาใช้เงิน จำนวนนี้ กฎหมายฉบับนี้เขียนไว้อีกว่าเมื่อกฎหมายนี้ประกาศใช้รัฐบาลจะอุดหนุนเงิน ๑,๘๐๐ ล้านบาท และปีต่อไปก็ว่ากันไป ในขณะเดียวกันนั้น ท่านประธานครับ ผมคนหนึ่ง ที่ไปประชาคมและไปประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก กฎหมายเขียนไว้ ชัดเจนว่าต้องเป็นสมาชิกเท่านั้น ถ้าท่านใดไม่เป็นสมาชิกก็ไม่สามารถจะเข้ามาสู่กระบวนการ เรื่องหนี้สินได้ ต้องกราบเรียนว่าในการเลือกตั้งครั้งแรกนั้นเราใช้กระบวนการเลือกตั้ง ทั่วประเทศแบ่งออกเป็น ๔ ภาค และให้เลือกตัวแทนเข้ามา คณะกรรมการบริหารมีทั้งหมด ๔๑ ท่าน มีภาคราชการ ๒๑ ท่าน เกษตรกร ๒๐ ท่าน ตอนนั้นผมคัดค้านอยากให้มีตัวแทน เกษตรกรมากกว่า เพราะมิฉะนั้นแล้วอย่างไรเสียงก็แพ้โหวตตลอด แต่อย่างไรก็ตามกฎหมาย ช่วงนั้นบอกว่าขอไปก่อนว่าเมื่อเสร็จแล้วเมื่อดำเนินการไปชั่วระยะหนึ่งก็สามารถแก้ไขได้ ปัจจุบันนี้ ๒๐ กว่าปียังไม่ได้แก้ไขกรรมการเลย ในกฎหมายฉบับนี้เขียนไว้อีกว่าจะให้พัฒนา ไปเรื่อยและแก้ไขปัญหาโดยที่จะให้เกษตรกรเป็นผู้แก้ไขปัญหาเอง แต่รัฐบาลก็ไม่ได้แก้ก็ยังมี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนใหญ่ก็มอบให้รองนายกรัฐมนตรีและมีภาคราชการ ๒๑ ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นประโยชน์อย่างสูงครับ ๑. นโยบายที่เข้าสู่กระบวนการสั้น ๆ ว่าถ้ามีหนี้สินเราจะตัดดอกทิ้งทั้งหมด ลดต้นทุนครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งไปผ่อนต่อ ๒๐ ปี นั่นคือกฎหมายหลักที่เราเขียนไว้ เพราะเรารู้ว่าพี่น้องเกษตรกรนั้น ไม่มีทางที่จะฟื้นได้ เราก็จะมีเงินอีกก้อนหนึ่งที่เข้าสู่โครงการไปส่งเสริมอาชีพภายใน ๒๐ ปี เพื่อจะเอาเงินมาชำระหนี้ ผมคิดว่าเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ช่วยพี่น้องเกษตรกรอย่างจริงจัง ท่านประธานที่เคารพ แน่นอนการเลือกตั้งตัวแทนแต่ละภาคก็มีบ้าง ธรรมชาติเหมือนคล้าย ๆ การเมือง เมื่อก่อนนี้ก็เหมือนลักษณะเลือกผู้แทนเหมือนกัน สุดท้ายคนดีก็มีโอกาสเข้ามาเป็น ตัวแทน ผมคนหนึ่งที่มีโอกาสเข้ามาเป็นกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร แต่เป็นระยะสั้นห้ามเป็นเกิน ๒ สมัย ผมก็เป็นแค่ ๒ สมัย แล้วก็ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาทำต่อ แต่ก็ช่วยสนับสนุนมาโดยตลอด แม้แต่ขณะนี้ผมไปที่ไหนผมก็ประชาสัมพันธ์ตลอดว่ากองทุน ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรนั้นท่านต้องเข้ามาเป็นสมาชิกและเรามีตัวแทนทุกจังหวัด อันนี้ รายละเอียดต่าง ๆ คงไม่ต้องกราบเรียน ผมเห็นว่ากองทุนครั้งแรกนั้นมีสำนักงานไปอาศัย อยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรอยู่คือกรมวิชาการ ต่อมามาอยู่ที่ อ.ต.ก. อาศัยรถไฟฟ้าอยู่ เดี๋ยวนี้ ก็ต้องมาเช่าเอง ถามว่าสำนักงานมีไหมครับ ลอยไปเรื่อยไม่มีหลักแหล่งที่ชัดเจน ฉะนั้นวันนี้ ผมเห็นด้วยสนับสนุนว่ามันควรจะมีสำนักงานเป็นของตัวเองครับ ในขณะเดียวกันแน่นอน การเลือกตั้งทุกครั้ง แน่นอนอาจจะมีคนดี คนไม่ดีปะปนมาขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน ที่ตัวแทนเกษตรกรเป็นผู้เลือก ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นด้วยว่า ๒ ปีนั้นน้อยไป เลือกตั้ง มายังไม่ทันทำอะไรเลย เลือกใหม่อีกแล้วครับ ในขณะเดียวกันมีการเมืองบางครั้งเข้าไป แทรกแซงมากเกินไป มีการพักบ้าง บางทีหมดวาระแล้วก็เป็นช่องว่างดำเนินการไม่ได้ ผมสนับสนุนเห็นควรว่าควรจะแก้ให้เป็นสากล โดยเฉพาะ ๔ ปีผมว่าน่าจะเหมาะสมสากล ทั่วไป ไม่ว่าเลือกตั้งนักการเมืองท้องถิ่นก็ดี หรือสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ก็ใช้ ๔ ปี ยกเว้น ส.ว. เท่านั้นมีอภิสิทธิ์อยู่ ๕ ปี ๖ ปี ยกเว้นเป็นกฎหมายพิเศษ ไม่ต้องเลือกตั้งมาโดยอภินิหาร มาโดยจิ้มมา เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องเรียนสมาชิกวุฒิสภา ๒๕๐ คน หนักกว่าครับ สั่งอย่างไร ก็เสียงเดียว ลงคะแนนเหมือนกันหมด แต่ผู้แทนเกษตรกรสิครับ ต้องมาหลากหลายความคิด มันจะเหมือนกันไม่ได้ ฉะนั้นผมสนับสนุนเห็นด้วยควรให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณา แก้ไข และผมอยากจะแก้ไขเพิ่มเติมมากกว่านี้เพราะมีอีกหลายมาตราที่ควรจะแก้ไขสักที ล้าหลังแล้ว ๒๐ กว่าปีแล้ว ผมขอสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เพียงน้อยนิดเท่านั้นเอง แต่ในขณะเดียวกันต้องกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าบางอย่างคณะกรรมาธิการ วิสามัญก็สามารถจะพิจารณาเสนอตั้งข้อสังเกตหรือแก้ไขเพิ่มเติมได้ที่ไม่ใช่สาระสำคัญของ กฎหมายครับ แต่ถ้าหากท่านสมาชิกเห็นว่ามาตราต่าง ๆ มันไม่เหมาะสมมันเลยเวลาแล้ว ท่านก็สามารถจะเสนอญัตติเข้ามาแก้ไขได้อีก ผมคงไม่ใช้เวลามากมายนักเพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะมีอีกหลายฉบับ ผมต้องขอบพระคุณสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน จริง ๆ แล้วถ้าหากว่า ผมจะบรรยายหรืออภิปรายคิดว่าเป็นชั่วโมงเพื่อนก็จะปวดหัว เพื่อนก็จะหมั่นไส้ ผมคิดว่า เอาสั้น ๆ ว่าวันนี้กฎหมายฉบับนี้พอสมควร