ชัยชาญ ช้างมงคล หารือเรื่องการดูแลสวัสดิการและพัฒนาความรู้ของทหารกองประจำการ และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวทหารที่เสียชีวิต ชัยชาญ ช้างมงคล เสนอแนะการปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกทหารและตรวจสุขภาพที่มีการตรวจหลายขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของทหาร
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ครับ ขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้กรุณาสอบถามกรณีที่ พลทหารชัยชนะ ทาศรี ได้เสียชีวิต ซึ่งเป็นทหารเข้ามารับการฝึก ได้ประมาณ ๒ เดือน แล้วก็ในนามของกระทรวงกลาโหมก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับ ครอบครัวของ พลทหารชัยชนะ ทาศรี ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ก่อนที่จะเรียนตอบคำถาม ของท่านสมาชิก ผมขออนุญาตเรียนอีกครั้งหนึ่งครับว่ากระผมได้มาชี้แจงเรื่องของทหาร กองประจำการที่สภาแห่งนี้หลายครั้ง ก็ได้เรียนว่าในส่วนของกองทัพนั้น กระทรวงกลาโหม ได้ให้ความความสำคัญอย่างยิ่งกับทหารกองประจำการที่ได้เข้ามาประจำการ เข้ารับราชการ ในห้วงเวลา ๒ ปี ในการดำเนินการนั้นเราให้ความสำคัญ กองทัพให้ความสำคัญให้การดูแลเรื่องของสวัสดิการ เรื่องของอาชีพ เรื่องของความรู้ สภาแห่งนี้ก็ได้ให้ข้อเสนอแนะในเรื่องของการพัฒนาความรู้ ให้กับทหารกองประจำการ ซึ่งกระทรวงกลาโหมก็ได้รับข้อเสนอนั้นและอยู่ในระหว่าง การดำเนินการ ทหารใหม่เข้ามาก่อนที่จะเป็นทหารนั้นก็มาฝึกทหารใหม่ ๑๐ สัปดาห์ ทหารใหม่ เข้ามานั้นในวันแรกก็จะมีการเปิดค่ายฝึกทหารใหม่ เราก็เชิญญาติ เชิญคุณพ่อคุณแม่และ พี่น้องเข้ามาในวันแรกเพื่อที่จะได้มาดูสภาพความเป็นอยู่ ดูว่าลูกหลานเขาได้มารับราชการแล้ว เขามีสภาพความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง สถานที่ฝึก อาศัยอย่างไร กระบวนการเป็นอย่างไร เขามีสิทธิอะไร อย่างไรบ้าง แล้วก็เปิดโอกาสให้ทางคุณพ่อคุณแม่อนุญาตให้เข้ามาเยี่ยม ทุกสัปดาห์ นอกจากนั้นก็ยังมีโครงการเยี่ยมบ้านน้อง เข้ามาฝึกสัปดาห์ที่ ๒ ก็จะมีทางครูฝึก ทางผู้บังคับหน่วยฝึกนั้นก็จะไปเยี่ยมทหารกองประจำการไปดูแลครอบครัว มีสิ่งใดที่จะ ช่วยเหลือได้อย่างไร สรุปว่าที่ผมได้กล่าวทั้งหมดนั้นเรียนว่าทางกองทัพ กระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญดูแลทหารกองประจำการที่เข้ามารับราชการอย่างดีในทุก ๆ เรื่อง พัฒนา ความรู้ความสามารถ ความเป็นอยู่ ทั้งในเรื่องของการศึกษาและพัฒนาให้มีอาชีพเมื่อจบ จากรับราชการไปแล้ว
ในประเด็นคำถามของท่านสมาชิกที่ได้กรุณาถามว่ากระบวนการคัดเลือก เข้ามาเป็นอย่างไร ผมขออนุญาตเรียนว่าในเรื่องของกระบวนการคัดเลือกนั้นการตรวจเลือก เข้ามาก็จะมีนายทหารเป็นหัวหน้าในการตรวจเลือก มีแพทย์ซึ่งแพทย์นั้นก็จะจัดจาก ทั้งแพทย์พลเรือนและแพทย์ทหารเข้ามาตรวจ ในการดำเนินการตรวจเลือกนั้นก็จะดูว่า สภาพร่างกายเป็นอย่างไร การตรวจเลือกก็เป็นการคัดกรองในขั้นต้นก็จะดูว่าลักษณะท่าทาง มีการตรวจสุขภาพขั้นต้น สอบถามผู้ที่เขามารับการตรวจเลือกว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ อย่างไร สำคัญที่สุดก็คือว่าได้มีการประชาสัมพันธ์ว่าถ้าบุคคลใดนั้นร่างกายไม่สมบูรณ์ หรือว่ามีโรคที่ไม่สามารถรับราชการได้ หรือมีโรคประจำตัวก็ให้แจ้งต่อนายแพทย์ หรือว่า ถ้ามีใบสำคัญทางการแพทย์ได้ก็จะทำให้แพทย์ตรงนั้นได้สามารถที่จะคัดกรองได้มากยิ่งขึ้น เมื่อได้มีการตรวจเลือกแล้ว ขนาดสัดส่วนแล้ว ก็อยู่ที่ประธานคณะกรรมการก็จะดูว่า ขนาดเป็นอย่างไร ความเห็นแพทย์เป็นอย่างไร เมื่อเข้ามาแล้วต้องเรียนว่าในความเป็นจริงนั้น บางครั้งผู้ที่มาตรวจเลือกนั้นก็ไม่ได้ทราบว่าตัวเองนั้นมีโรคประจำตัวอย่างไร หรือบางครั้ง ก็ไม่ได้รับการตรวจโรคมาก่อน หรือบางครั้งผู้รับการตรวจเลือกก็มีโรคประจำตัวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้บอกแพทย์ อย่างไรก็ตามเมื่อเข้ามาแล้ว เข้ามาแล้วมาเข้าหน่วยฝึกก็จะมีการตรวจ คัดกรองอีกครั้งหนึ่ง พลทหารชัยชนะก็ได้รับการตรวจในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายนอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่พลทหารคนนั้นได้เข้ามาแล้วก็ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ แล้ววันที่ ๑๗ ก็ได้มีการ ตรวจอีกครั้งหนึ่ง ตรวจทุกคนกำลังพลที่เข้ามา แพทย์ก็ลงความเห็นว่าสามารถที่จะทำการฝึกได้ อย่างไรก็ตามจากการสังเกตอาการ ครูฝึกหรือหน่วยฝึกต่าง ๆ เห็นว่าการที่จะฝึกตรากตรำนั้น ก็คงอาจจะทำให้ร่างกายนั้นผิดปกตินั่นเอง ก็เลยมีการติดตามการฝึกคือให้ดูการฝึกไปด้วย เหตุการณ์การฝึกไปด้วย อันนี้ขั้นตอนการคัดเลือกเข้ามาที่ผมเรียนแล้วว่าก็มีกระบวนการ ขั้นตอนการฝึก มีขั้นตอนคัดเลือกตั้งแต่เริ่มเข้ามาในการตรวจเลือกและเมื่อเข้ามาในหน่วย แล้วก็มีการตรวจเลือกอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการฝึก ขออนุญาตเรียนในขั้นตอนอย่างนี้ครับ