สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๒ รับทราบกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒

ด้วยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรี ได้ลงมติเห็นชอบกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ จึงได้เสนอต่อสภา ผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชกําหนดดังกล่าว ซึ่งสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งสําเนาเอกสารดังกล่าวให้สมาชิกได้รับทราบแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๔

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานครับ ท่านประธานทําแบบนี้ไม่ถูกครับท่านประธาน อย่างนี้ไม่ถูกต้องเลย ท่านประธาน

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมดําเนินการ ตามระเบียบวาระครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

รับทราบนี้จะต้องฟังความเห็น ของ ส.ส. ด้วยนะครับ ไม่ใช่รับทราบประธานรับทราบคนเดียว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เชิญถ้าคุณมีอะไร คุณประท้วงอะไรผม เชิญ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

นี่อย่างไรครับ ต้องลุกขึ้นประท้วง ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับทุกท่านประท้วงมา ถ้ามีเสียงมาผมก็มีเสียงตอบ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะเอาใครก่อนใครหลังนี่

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมก่อนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตั้ง ๓ คนจะเอาใครก่อน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานอย่าใช้อารมณ์ ท่านประธานใจเย็น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีอารมณ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

อย่าใช้อารมณ์ เดี๋ยวท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณก็มีอารมณ์เหมือนกัน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เดี๋ยวท่านประธานจะหัวใจวาย ก่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วายบนบัลลังก์ดีกว่าที่จะ ไปตายบนอก

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงอะไรผมว่ามา

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานครับ กรณีที่รับทราบกรอบการใช้เงินกู้ตามพระราชกําหนด ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน พวกผมต้องการที่จะชี้แจงเรื่องนี้ด้วย เพราะว่า ผมไม่ยอมที่จะรับทราบง่าย ๆ มันจะผ่านง่าย ๆ อย่างนี้ไม่ได้ท่านประธาน ต้องขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายสักเล็กน้อยครับ เพราะว่าอันนี้เปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องที่ พรรคฝ์ายค้านเอง โดยผมได้ไปเบิกความในศาลรัฐธรรมนูญแล้ววันนี้มันเปึนจริงตามที่ผม ได้ไปเบิกความไว้ และศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปตอนนั้นด้วยข้อมูลที่กระทรวงการคลัง เสนอไปนั้นมันผิดไปหมดเลยท่านประธาน ถ้าสิ่งเหล่านี้ผมไม่นําชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน ต่อสภาแห่งนี้แล้วผมว่าความไม่ถูกต้องมันจะเกิดขึ้นมากมายท่านประธาน ขออนุญาต ท่านประธานจะได้อภิปรายสักเล็กน้อยว่าไม่ยอมที่จะรับทราบออกไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ เมื่อสักครู่ ท่านท้วง ตอนนี้ท่านจะขออภิปราย เชิญท่านนั่งลงก่อนแล้วยกมือใหม่ ให้คนอื่นบ้างครับ เชิญคุณวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ท่านประธานได้แจ้งให้พวกเรา ทราบเรื่องกรอบการใช้เงิน แต่ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องกรอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก. นั้นทางคณะรัฐมนตรีได้แจ้งให้กับสภาทราบเมื่อวันที่ ๑๙ และวันที่ ๒๖ มิถุนายน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานยังจําได้ไหมครับวันนั้นออก พ.ร.ก. มันออกตาม มาตรา ๑๘๔ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ท่านประธานครับ เขาบอกว่าการตรา พระราชกําหนดตามวรรคหนึ่งให้กระทําได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเปึนกรณีฉุกเฉิน จําเปึนเร่งด่วน อันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ท่านประธานดูวงเงินกรอบเงินกู้นะครับ ผมขออนุญาตให้ท่านประธานดูนิดหนึ่งว่าตรงนี้มันขัดต่อกฎหมายอย่างไร พ.ร.ก. มันมี ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มี พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมันมี พ.ร.บ. อยู่ในเม็ดเงินของ พ.ร.บ. งบประมาณอีกส่วนหนึ่ง รวมแล้วเปึนโครงการไทยเข้มแข็งที่รัฐบาลจะต้องใช้ ๑.๐๖ ล้านล้านบาท ทีนี้ใน พ.ร.ก. บอกเราว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปป่ดหีบ อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนโครงการไทยเข้มแข็ง แล้วก็เสนอโครงการเข้ามา ตอนนั้น เสนอกรอบไปแล้วนะครับ กรอบคือป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการไทยเข้มแข็งอีก ๑๙๙,๙๖๐ ล้านบาท ตรง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมแยกเปึน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วกัน จําง่าย ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกบอกป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังบอกโครงการ ไทยเข้มแข็ง ที่ไม่จําเปึนเร่งด่วนไปอยู่ใน พ.ร.บ. และไปอยู่ในงบประมาณ แต่วันนี้ เอาโครงการที่ไม่เร่งด่วนบอกว่าจะขอมาใส่ พ.ร.ก. ทําไม่ได้ครับ ผมต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าทําไม่ได้ ถ้าไม่เช่นนั้นก็เท่ากับคณะรัฐมนตรี ให้การเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่าจําเปึนเร่งด่วน ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ไปแถลงที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าโครงการเหล่านั้นไม่เร่งด่วน คณะรัฐมนตรีบอกเร่งด่วนครับ เพราะต้องการป่ดหีบ มีโครงการที่ทําไปแล้วต้องการป่ดหีบ แต่วันนี้เอาโครงการ ที่ไม่เร่งด่วนที่อยู่ใน พ.ร.บ. จะเอามาใส่ พ.ร.ก. นี่กระทํามิได้ครับ เพราะฉะนั้นในระเบียบ วาระนี้ไม่ใช่ระเบียบวาระการรับทราบ แต่เปึนวาระที่กําลังจะให้สภาผู้แทนราษฎร รับทราบการกระทําผิดกฎหมายของคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ในนามสมาชิก ของสภานี้เราไม่เอาด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเรียนท่านประธานว่าวาระนี้จะเปึนวาระ รับทราบไม่ได้นะครับ ก็ขออนุญาตนําเสนอท่านประธานในส่วนนี้ก่อนนะครับ เพื่อที่ทํา ความตกลงกันว่าวาระนี้ไม่สามารถจะเดินหน้าไปได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ได้บรรจุระเบียบวาระ เพื่อทราบตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมาสภา ประธานสภาก็มีหน้าที่เท่านี้ละครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ เรื่องที่ผิดกฎหมายนี่ท่านประธานจะให้ทางสภารับทราบคงไม่ได้ คือ เรื่องนี้ท่านประธานฟังดี ๆ มันผิดกฎหมายแน่นอนครับ เพราะเอาเรื่องที่ไม่จําเปึนเร่งด่วน ขัดต่อมาตรา ๑๘๔ ของรัฐธรรมนูญ เอาเรื่องที่ไม่จําเปึนเร่งด่วนมาใส่ในเรื่องที่เปึน พ.ร.ก. ตอนนั้นเรายอมรับแล้วว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกที่ป่ดหีบ กับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง ที่เปึนโครงการไทยเข้มแข็งนั้น เรายอมรับไปแล้วว่าเร่งด่วนอยู่ใน พ.ร.ก. ผูกพันคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีข้อวินิจฉัยออกมาว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกที่ป่ดหีบ และอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กรนะครับ ผูกพันต่อสภาแห่งนี้ด้วย ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญผูกพันต่อสภาแห่งนี้แล้วว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกป่ดหีบเท่านั้นนะ เมื่อหมดความจําเปึนในการป่ดหีบไม่สามารถที่จะเอามา ใช้ต่อได้ เพราะฉะนั้นคณะรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะไปปรับกรอบที่อยู่ใน พ.ร.ก. ได้ ทําไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ในเมื่อคณะรัฐมนตรีเสนอให้ท่านประธาน บรรจุเรื่องที่ผิดต่อกฎหมาย ขัดต่อกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ผมในนามของสมาชิก ของสภาแห่งนี้ก็บอกท่านประธานครับว่าเรื่องนี้ผิดกฎหมาย เราไม่สามารถที่จะรับ เรื่องเหล่านี้ได้ ท่านประธานก็ต้องรับฟังข้อคิดเห็นของสมาชิกครับว่า ถ้าเปึนเรื่อง ที่ผิดกฎหมายแล้ว ขัดต่อข้อเท็จจริงแล้ว ขัดต่อ พ.ร.ก. แล้ว ขัดต่อคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ท่านประธานจะให้สมาชิกรับทราบไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธาน ต้องถอนเรื่องนี้ออกไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะให้ผมถอนก็ต้องถาม ที่ประชุมเขาให้ถอนหรือเปล่านะครับ มันเรื่องของที่ประชุม ประธานไม่มีอํานาจนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานต้องให้ที่ประชุม ดําเนินการนี่นะครับ เราก็จะยืนยันนะครับว่าเรื่องนี้ ถ้าเช่นนั้นเราก็จะยื่นว่าท่านกําลัง กระทําผิดกฎหมาย ขัดต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านให้โหวตสิครับ ให้โหวตนี้ทางพรรคฝ์ายค้านนี่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแน่นอนครับว่าวันนี้คําวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่า พ.ร.ก. ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนโครงการไทยเข้มแข็งนั้น ขัดต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน และตรงนั้น ท่านทําผิดกฎหมาย ก็จะก้าวเข้าไปสู่การถอดถอนตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ อีกว่าท่านจงใจกระทําขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ มาตรา ๓ ของพระราชกําหนดเขาเขียนไว้นะครับว่า ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี มีอํานาจกู้เงินบาทในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อนําไปใช้ในการดําเนินมาตรการ เพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้คณะรัฐมนตรี เสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ เขาก็ทําถูก แล้วจะเอาตามท่านผมคงทําไม่ได้ครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ผมรับทราบเรื่องนั้นตามกรอบใช้เงิน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ตามกรอบใช้เงิน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีขอใน พ.ร.ก. นั้น ท่านได้แจ้งให้กับสภารับทราบตามมาตรา ๓ ในวันที่ ๒๖ และวันที่ ๒๙ มิถุนายน เรียบร้อยแล้ว กรอบตรงนั้นจบลงไปแล้วครับ ท่านประธานครับ ตามมาตรา ๓ ตาม พ.ร.ก. จบไปแล้ว สภารับทราบแล้ว แต่ตอนนี้ ท่านกําลังกระทําขัดต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ วันนี้ท่านไม่ได้เสนอตาม พ.ร.ก. แน่นอน วันนี้ท่านกําลังเอาอะไรเข้ามาก็ไม่รู้ พ.ร.ก. ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในเมื่อ หมดความจําเปึนแล้ว ในการกู้เงินป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของท่านหมดความจําเปึน แล้วท่านต้องยกเลิกไปครับ ท่านต้องไปใช้โครงการ ต้องไปกู้เงินตาม พ.ร.บ. ครับ ท่านจะ มาใช้เงินตามตรงนี้ไม่ได้ ต้องอ่านกฎหมายให้เข้าใจก่อน ผมรับทราบเหมือนที่ ท่านประธานรับทราบ ผมมาอ่านมาตรา ๓ เรียบร้อยแล้ว แต่เรารับทราบตรงนั้นมันจบ ลงไปแล้วครับ แต่วันนี้ที่เสนอมานี้เปึนเรื่องใหม่ เปึนเรื่องที่คณะรัฐมนตรีกําลังจะกระทําผิดกฎหมาย กระทําขัดต่อ พ.ร.ก. กระทําขัดต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เอาคําวินิจฉัยมาเป่ดดู ได้ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญบอกเลยครับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทป่ดหีบครับ ศาลรัฐธรรมนูญรับฟังว่า ตามมาตรา ๑๘๔ ของรัฐธรรมนูญที่บอกว่าจําเปึนเร่งด่วน อันไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้นั้นเปึนเรื่องของการป่ดหีบและบางโครงการตาม ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง แต่วันนี้ท่านกําลังบอกว่า ที่หมดความจําเปึนไปแล้ว ท่านกําลัง ไปเอาโครงการที่ท่านไม่เคยได้ขอสภาว่าเปึนความจําเปึนเร่งด่วน เปึนโครงการที่ไม่อยู่ใน พ.ร.ก. นะครับ ท่านไปเอาโครงการที่อยู่นอก พ.ร.ก. แล้วศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัย ไปแล้วด้วย ผูกพันไปแล้วด้วยท่านกําลังจะเอาเข้ามาใหม่ ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องกรอบครับ ผมยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องกรอบ ท่านนายกรัฐมนตรีลองไปดูดี ๆ นะครับ อย่ากระทําผิดขัดต่อ กฎหมายโดยเด็ดขาดนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังชี้แจงหน่อยครับ เดี๋ยวครับสลับกันเถอะครับ ท่านจะพูดฝ์ายเดียวไม่ได้ ให้ทางนี้ชี้แจงบ้าง ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนคนพูดครับ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ไม่เอาครับเชิญนั่งลงครับ สลับกันครับ เชิญนั่งลง ถ้าไม่นั่งลงท่านก็ยืน เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ขออนุญาตชี้แจงนะครับ ว่าแต่เดิมพระราชกําหนดได้มอบอํานาจให้ทาง กระทรวงการคลังสามารถที่จะกู้ยืมเปึนกรณีพิเศษได้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในกฎหมายก็ได้ระบุไว้ชัดเจนและทุกครั้งที่เรามีการชี้แจงในสภาแห่งนี้ก็ได้มีการชี้แจง อย่างชัดเจนว่าเราได้จัดแบ่งการใช้เม็ดเงินที่จะกู้ยืมจากพระราชกําหนดฉบับนี้ไว้เปึน ๒ หมวดด้วยกัน

หมวดแรกก็คือการที่จะกู้ยืมเพื่อไปสมทบเงินคงคลัง ซึ่งเราก็ได้เขียน ไว้ชัดเจนในกฎหมายเช่นเดียวกันว่าส่วนนี้จะมีการกู้ยืมเพื่อสมทบเงินคงคลังในเม็ดเงิน ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะเดียวกันอีกหมวดหนึ่งก็คือหมวดที่จะไปใช้ในการ ลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่เราคิดว่าจะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและเปึนประโยชน์ ต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเราก็ได้ระบุไว้ชัดเจนเช่นเดียวกันนะครับว่าในส่วนนี้ เราจะใช้เม็ดเงินไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สาเหตุเหตุผลที่ได้กําหนดถ้อยคําไว้ ในลักษณะนั้น ก็เพราะเราต้องการที่จะบริหารเพื่อให้มีการกู้ยืมเพื่อเปึนการสมทบ เงินคงคลังในปริมาณเม็ดเงินที่มีความจําเปึนเท่านั้น และเรียนตามตรงครับยิ่งน้อยยิ่งดี เพื่อเราจะได้สามารถที่จะนําเม็ดเงินที่กู้ยืมมาในการลงทุนในโครงการที่เปึนประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนและสังคมได้มากขึ้นนะครับ ซึ่งหลังจากที่ได้มีการบริหารจัดการแล้วก็ เร่งรัดการจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ปรากฏว่าในส่วนของกระทรวงการคลัง และรัฐบาลสามารถที่จะบริหารจัดการรายได้ของรัฐบาล ทําให้สุดท้ายแล้วมีความจําเปึน ที่จะต้องกู้ยืมผ่านพระราชกําหนดในการที่จะสมทบเงินคงคลังเพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นทุกอย่างก็เปึนไปตามเงื่อนไขกฎหมายครับ เราก็สามารถที่จะ นําเม็ดเงินอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายใต้อํานาจการกู้ยืมของทางกระทรวงการคลังมา ใช้ในการลงทุนตามโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลเห็นว่าเปึนประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้ และในวันนี้ทางรัฐบาลก็จะนําเสนอกรอบ ตามมาตรา ๓ ของพระราชกําหนดเพื่อให้สภาได้มีโอกาสได้รับทราบถึงกรอบการใช้ เม็ดเงินการลงทุนว่ารัฐบาลจะนําเม็ดเงินส่วน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปใช้ประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชนและระบบเศรษฐกิจอย่างไร เพราะฉะนั้นทุกอย่างเปึนไปตามขั้นตอน แล้วก็เปึนไปตามเงื่อนไขของกฎหมายตามที่กําหนดไว้ครับ ขอบคุณครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับผมขออนุญาต

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับให้คุณชลน่าน คุณนั่งลงก่อนครับ คุณชลน่านเชิญครับ สลับกันครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ ผมคงไม่ใช้สิทธิประท้วง เพราะท่านอนุญาตให้ผมได้ลุกขึ้นอภิปรายสลับกับทางท่านรัฐมนตรีที่ได้ชี้แจงไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมทําตามระเบียบครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานครับ ด้วยความขอบคุณ ท่านประธาน ผมกําลังจะกราบเรียนท่านประธานว่าในสิ่งที่ประธานได้ทําตามข้อบังคับ ในการบรรจุระเบียบวาระการประชุมครั้งนี้ก็ถือเปึนอํานาจหน้าที่ท่านประธานโดยชอบครับ ไม่ได้แย้งกับท่านประธานใด ๆ เลย เพราะว่าสิ่งที่ท่านประธานได้บรรจุนั้นเปึนไปตาม พระราชกําหนดอนุญาตให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อไปฟุ๋นฟูเศรษฐกิจในมาตรา ๓ นะครับ ในมาตรา ๓ เปึนการที่พระราชกําหนดกําหนดไว้ว่ากรณีถ้าคณะรัฐมนตรีจะต้องกู้เงิน ต้องเสนอกรอบการกู้เงินให้รัฐสภาทราบก่อนที่จะดําเนินการ อันนี้ผมทราบครับ เปึนไปตามมาตรา ๓ ท่านก็บรรจุในระเบียบวาระที่ระเบียบวาระใหญ่ก็คือเรื่องที่ประธาน จะแจ้งต่อที่ประชุม ท่านประธานครับ ด้วยธรรมเนียมปฏิบัติ ผมไม่ได้โทษท่านประธาน เลยครับ แต่ว่าในสิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานเปึนประการแรกก็คือว่า ท่านประธานต้องอนุญาตให้สมาชิกได้รับทราบกรอบที่คณะรัฐมนตรีจะขอใช้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทอันใหม่นะครับ เปึนกรอบใหม่ ไม่ใช่เรื่องรับทราบธรรมดาครับ เปึนเรื่องรับทราบตามที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงนั่นละครับ คือกรอบ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทใหม่ ที่ไม่เคยขอกรอบนี้จากสภาเลย จริง ๆ ผมใช้คําพูดขอกรอบก็คงไม่ถูก สภาแห่งนี้ไม่เคย รับทราบการใช้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมาก่อนเลย ท่านกําลังจะขอมาใหม่ มันก็เลยเปึน เหตุผลจําเปึนที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าวาระนี้รับทราบเสมือน ๒.๑ ไม่ได้ จะต้องรับทราบเสมือนกับที่ทางคณะรัฐมนตรีมาชี้แจงกรอบการใช้เงินกู้กับเราและให้ สมาชิกได้แสดงความเห็น ถึงจะเปึนการรับทราบที่สมบูรณ์ตามพระราชกําหนดนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนที่ผมพยายามจะลุกประท้วงท่านก็เพียงแต่ว่าจะแจ้ง ให้ท่านทราบว่าท่านกระทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ที่ต้องอนุญาตให้สมาชิกพิจารณาไปตาม ระเบียบวาระ แต่โดยเจตนารมณ์นะครับ ถ้าท่านประธานได้กรุณาไปดูหนังสือนําส่งของ คณะรัฐมนตรี มันเปึนเรื่องใหม่ เปึนกรอบใหม่จริง ๆ ผมก็เลยไม่โทษท่านประธานครับ ท่านประธานต้องบรรจุอย่างนี้ แต่สิทธิของสมาชิกในการที่จะรับทราบ อาจจะอ่านที่บ้าน อาจจะมาพิจารณาในที่ประชุมแห่งนี้ อาจจะมาซักถามว่ากรอบ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินไม่ใช่น้อยท่านประธานครับ เอาไปทําอะไร ใช้อย่างไร สอดคล้องเหมาะสมหรือไม่ เปึนไปตามพระราชกําหนดหรือไม่ อะไรต่าง ๆ เหล่านั้นเปึนสิ่งที่จําเปึน เพราะฉะนั้น ท่านประธานก็บรรจุถูกครับ ผมไม่ได้ว่าท่านประธาน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ การบรรจุเรื่องลักษณะอย่างนี้ ผมเคยนําเรียนท่านประธาน กราบเรียนท่านประธาน ไว้ตลอดว่าเอาเรื่องที่สภาจําเปึนจะต้องพิจารณามาบรรจุในเรื่องรับทราบ ถึงแม้จะเปึนไป ตามกฎหมายที่เขากําหนด กฎหมายเฉพาะที่เขียนตรงนั้น แต่สภาต้องใช้กระบวนการ ในการพิจารณา ท่านประธานมาบรรจุในวาระที่ประธานแจ้งให้ทราบ ผมก็เสมือนว่า เปึนการเลี่ยงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ท่านประธานก็กรุณา ให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ได้ศึกษาเรื่องนี้อยู่ ผมต้องขอบคุณ ท่านเปึนอย่างสูงในเรื่องนี้ เพียงแต่ต้องการจะทําให้ถูกต้องเท่านั้นท่านประธานครับ บางเรื่องกฎหมายก็บอกเพื่อพิจารณา อย่างรายงานขององค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ที่มาให้สภาเพื่อทราบ เพื่อพิจารณา ซึ่งมันเปึนไปตามกฎหมายของเขา ท่านประธานครับ ผมกลับมาเรื่องนี้ครับ ความจําเปึนที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะขออนุญาต ท่านให้สมาชิกได้อภิปรายด้วยเหตุผลที่สําคัญท่านประธานครับ ๑. กรอบการใช้เงินกู้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอมาใหม่นี้เปึนกรอบใหม่ ไม่ใช่กรอบเก่า กรอบเก่าตามพระราชกําหนดท่านขออนุมัติไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้เงินตามมาตรา ๓ เพื่อไปฟุ๋นฟูภาวะเศรษฐกิจในภาวะจําเปึนเร่งด่วน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็บอกกับ พวกเราว่า ในการเสนอกรอบครั้งนั้นมีอยู่ในนี้ด้วยครับ ท่านบอกว่าเอาไปป่ดหีบ คือส่งคืนคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้าสู่แผนปฏิบัติการ โครงการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ วงเงินตัวเลขกลม ๆ คือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วงเงินตัวเลขจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ๑๙๙,๙๖๐,๖๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้คือตัวเลขจริง ๆ ครับ มีกรอบการใช้อยู่ทั้งหมด ๑๔ สาขา ๗ วัตถุประสงค์ อันนี้คือ กรอบเก่าที่ขอเราไป สรุปแล้วกรอบเก่าครับ ชดใช้เงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปโครงการไทยเข้มแข็ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่หลังจากที่ท่านไปดําเนินการนะครับ ท่านบอกว่าสภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น เก็บเงินได้มากขึ้น ความจําเปึนจะต้องเอา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปชดใช้เงินคงคลังนั้นใช้จริง ๆ ไปแล้วแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมเอามาจากไหนครับ จากรายงานของคณะรัฐมนตรีเองครับ อยู่ในนี้ ใช้ไปจริง ๆ แค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยสรุปท่านประธานครับ ป่ดหีบแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจะเหลือเงินอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในวงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับ ของเก่าอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือเปึน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แรกมีกรอบ ผมไม่พูดถึงนะครับ มีกรอบชัดเจน ๑๔ สาขา ๗ วัตถุประสงค์ ทีนี้พอเหลือ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คณะรัฐมนตรีก็ไปประชุมกันครับเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม และมีมติ อนุมัตินะครับว่าจะใช้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องขออภัยท่านประธานครับ ผมให้ ข้อมูลผิด ประชุมกันเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ มีมติว่าจะใช้เงินที่เหลือจากการป่ดหีบ ครั้งนี้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปใช้ในโครงการไทยเข้มแข็งก็เลยมีมติว่าต้องเสนอกรอบมา ให้รัฐสภาทราบก่อนที่จะดําเนินการตามมาตรา ๓ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลอันแรกที่ต้อง ให้สมาชิกได้ช่วยกันอภิปรายท่านประธานครับ เพื่อจะไปดูในรายละเอียด เพื่อจะไปดูตาม กรอบว่ากรอบที่ท่านเสนอมาสมาชิกมีข้อท้วงติงใด ๆ หรือไม่ มีข้อเสนอแนะใด ๆ เพราะเราไม่มีสิทธิไปแสดงออกอะไรได้มากมายท่านประธานครับ เพราะท่านใช้ พระราชกําหนดมัดปากพวกเราไว้ให้รับทราบเท่านั้น ห้ามพิจารณา พระราชกําหนด เขียนไว้อย่างนั้นครับ นี่คือความที่รัฐสภาแห่งนี้ออกพระราชกําหนดโดยที่ไม่ได้ ให้ความสําคัญกับพี่น้องประชาชนอย่างไรครับ พอเปึนพระราชบัญญัติวุฒิสภาเลยแก้ มาตรา ๓ ตรงนี้เปึนการให้เพื่อพิจารณาพร้อมกับส่งรายละเอียดประกอบด้วย เห็นไหมครับ อันนี้คือสิ่งที่มันเปึนเรื่องที่จะต้องพูดกัน เมื่อท่านมัดปากพวกเราไม่ให้พูด ในเรื่องที่จะเปึนการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขไม่ได้ ท่านก็เสนอกรอบเรามาท่านประธานครับ เสนอกรอบเรามาทั้งหมด ๘ วัตถุประสงค์ท่านประธานครับ อันกรอบเดิม ๗ วัตถุประสงค์ นะครับ อันใหม่ ๘ วัตถุประสงค์ ๑๔ โครงการเช่นกันครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตลงรายละเอียดนิดเดียวครับ เผื่อที่รัฐมนตรีจะได้ช่วยตอบอธิบายให้ชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับใน ๘ วัตถุประสงค์นี่ ๗ วัตถุประสงค์แรกเหมือนเดิมครับ ๗ วัตถุประสงค์แรกเหมือนเดิม มีวัตถุประสงค์ที่ ๘ ขึ้นมาเปึนวัตถุประสงค์อื่นตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด ครั้งนี้ท่านกําหนดใช้เงินในการที่จะ ประกันรายได้ให้กับเกษตรกรเม็ดเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ อันนี้ คือเรื่องใหม่ที่เติมเข้ามา ๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอนุมัติในกรอบที่จะใช้เงินกู้ ตามพระราชกําหนดฟุ๋นฟูเศรษฐกิจในภาวะเร่งด่วนไปช่วยเหลือเกษตรกรในโครงการ ประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง แต่เม็ดเงินตรงนี้ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ละครับท่านประธานครับเปึนเรื่องที่ผมจะต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าสมาชิกเราจะต้องไปดูในรายละเอียดครับว่าเม็ดเงินที่ลงในแต่ละสาขา ใน ๑๔ สาขา มีเงินสักเท่าไร ใช้เงินเท่าไรสอดคล้องเหมาะสมหรือไม่ เพราะฉะนั้นนั่นคือ เหตุผลจําเปึนที่ท่านต้องอนุญาตให้สมาชิกได้อภิปราย ต้องอภิปรายเพื่อที่จะรับทราบให้ เปึนไปตามพระราชกําหนด ท่านประธานที่เคารพ ผมเองกลับมาในประเด็นกรณีที่ ท่านอนุญาตให้ผมอภิปรายแล้วผมจะขอลงในรายละเอียดว่าตามที่คณะรัฐมนตรี เสนอกรอบมาตรงนี้ความเห็นผมเปึนอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตรวจสอบ ในรายละเอียดว่ากรอบที่คณะรัฐมนตรีเสนอมานี้ผมก็มีความเห็น มีคําถามหลายเรื่อง ที่จะต้องถามท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง

คําถามอันที่ ๑ ทําไมท่านจึงเสนอขอใช้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือจาก การใช้ในการป่ดหีบหรือส่งคืนคลังไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และเหลือ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมต้องนํามาใช้ในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ท่านมีเหตุผลความจําเปึนอะไร นั่นคือ คําถามข้อที่ ๑ ท่านประธานครับ

คําถามข้อที่ ๒ การที่ท่านขอเสนอกรอบใช้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมมาพิจารณาดูท่านประธานครับ จะใช้เม็ดเงินในป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ และป้ ๒๕๕๕ เม็ดเงินรวมทั้งหมดเอาตัวเลขจริงนะครับท่านประธาน ๑๔๙,๙๙๙,๘๓๗,๑๐๐บาท ผมดูตัวเลขไม่ชัด นี่คือตัวเลขจริง ๆ ที่ท่านเสนอมา ท่านประธานครับ เม็ดเงินที่ใช้ใช้ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ในพระราชกําหนด ของท่าน ในมาตรา ๓ วรรคสอง บอกว่า การกู้เงินในวรรคหนึ่งให้มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน สี่แสนล้านบาท เปึนพระราชกําหนดนี่ผมไม่เถียงว่าท่านมี ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และให้ได้กระทําภายในกําหนดเวลาไม่เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ พระราชกําหนดฉบับนี้เคยถูกเพื่อนสมาชิกรวบรวมรายชื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มีความจําเปึนเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ จริงหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ออกมาชัดเจนครับ จากการชี้แจงของคณะรัฐมนตรีต่อศาลรัฐธรรมนูญ บอกท่าน มีความจําเปึนเร่งด่วนจริง ๆ โดยเฉพาะการป่ดหีบงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ที่ต้องใช้เม็ดเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับความจําเปึนต้องเร่งฟุ๋นฟูเศรษฐกิจต้องใช้เม็ดเงินอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีแผนงาน โครงการไป ศาลรัฐธรรมนูญเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจ วินิจฉัยว่าเปึนพระราชกําหนดที่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ จริง ท่านประธานครับ การกู้เงินให้เสร็จภายในป้ ๒๕๕๓ ถามว่ารัฐมนตรีจะเอาเงินนี้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปใช้ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ซึ่งมีพระราชบัญญัติรองรับอยู่แล้วนี่ ถามว่าเปึนความจําเปึนเร่งด่วนตามพระราชกําหนดหรือไม่ เปึนคําถามที่ ๒ เขาข่าย เข้าเงื่อนไขไหมครับว่าจําเปึนเร่งด่วน ท่านประธานที่เคารพครับ ในมุมทัศนะของผมเอง ในฐานะเปึนสมาชิก เปึนตัวแทนพี่น้องประชาชน ผมกราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี ทํากรอบมามีวัตถุประสงค์การใช้ ๘ เรื่อง ๑๔ สาขา ให้รายละเอียดมาด้วย ความขอบคุณอย่างยิ่งเลย อันนี้ขอชื่นชมครับ เพราะเราเคยเรียกร้องมากว่าขอให้มี โครงการ แผนงานประกอบ และดูบ้างว่าไปที่ไหน อย่างไร ท่านส่งมาเปึนรายกระทรวง ทบวง กรม ส่งมาให้หมดเลย เม็ดเงินเปึนรายกระทรวง ทบวง กรม ผมก็พยายาม ตรวจสอบว่าจําเปึนเร่งด่วนตามพระราชกําหนดหรือไม่ เพราะวัตถุประสงค์พระราช กําหนดคือต้องจําเปึนเร่งด่วนในการที่จะฟุ๋นฟู ถ้าไม่ฟุ๋นฟู ล้ม อยู่ไม่ได้ ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๕๓ ท่านพยายามให้น้ําหนัก ใช้เม็ดเงินไปทั้งหมด ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ จากกรอบ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน ป้ ๒๕๕๔ ใช้ ๘,๑๙๐ ล้านบาทเศษ ป้ ๒๕๕๕ ใช้ ๔,๒๖๖ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ กรอบการใช้ป้ ๒๕๕๓ พอจะอธิบายได้ว่าอาจจะเข้าข่ายว่าเร่งด่วน แต่ต้องมาดูความเหมาะสมของรายการที่ใช้ โครงการที่ใช้ เม็ดเงินที่ใช้ และพื้นที่ที่ลง ท่านประธาน ผมตามนิดเดียวเองครับ ปรากฏว่า แผนงาน โครงการที่ท่านใช้ส่งมาอธิบายไม่ได้เลยว่าจําเปึนต้องใช้อย่างเร่งด่วน ตามพระราชกําหนด จริง ๆ เปึนโครงการที่มีความจําเปึนครับ ควรจะได้รับการสนับสนุน งบประมาณอย่างยิ่ง ผมไม่ได้ขัดแย้งเรื่องโครงการ แผนงานแต่จะเปรียบเทียบ ให้ท่านประธานเห็นว่ามันจําเปึนเร่งด่วนไหม ผมยกตัวอย่างครับ องค์การอุตสาหกรรมป์าไม้ ไม่มีอคติกับผู้ใด เสนอโครงการ ๑ ชุมชน ๑ สวนป์า ๑ โรงไฟฟัาชีวมวล ด่วนไหมครับ ท่านประธาน จําเปึนไหมครับ ท่านประธานครับ ตามผมมาอีกนิดหนึ่งนะครับ โครงการ ของสํานักงานอัยการสูงสุด ผมเป่ดที่ไหน ผมดูตรงนั้นนะครับท่านประธาน ผมไม่ได้มี อคติใด ๆ เพียงแต่ยกตัวอย่าง จริง ๆ เขาควรได้รับงบประมาณในการสนับสนุน สํานักงานอัยการสูงสุดก่อสร้างอาคารสํานักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารพร้อมบ้านพัก และก่อสร้างสิ่งประกอบ สํานักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดชุมพร จังหวัดเพชรบุรี ก่อสร้างบ้านพัก กรมสรรพสามิตนะครับท่านประธาน กรมสรรพสามิต ผมไม่แน่ใจว่า ช่วงที่ผมพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ นี้เราตัดออกไปหรือเปล่า ก่อสร้าง อาคารชุด บ้านพักอาศัยข้าราชการสรรพสามิตจังหวัดสุพรรณบุรี ก่อสร้างอาคารชุด บ้านพักอาศัยข้าราชการสรรพสามิตจังหวัดบุรีรัมย์ ทางเหนือก็มีครับ บ้านพักอาศัยข้าราชการสรรพสามิตจังหวัดลําพูน บ้านพักอาศัยข้าราชการสรรพสามิต จังหวัดสงขลา บ้านพักอาศัยข้าราชการสรรพสามิตจังหวัดปราจีนบุรี บ้านพักอาศัย ข้าราชการสรรพสามิตจังหวัดพัทลุง และบ้านพักอาศัยข้าราชการสรรพสามิต จังหวัดกําแพงเพชร ด่วนไหมครับท่าน ถ้าพี่น้องข้าราชการเหล่านี้เขายังไม่มีบ้านอยู่ ในป้ ๒๕๕๓ นี้ เศรษฐกิจเราจะล่มจมหรือครับท่านประธาน เขาจะอยู่ไม่ได้หรือ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ส่วนใหญ่เปึนโครงการลงทุนที่ถือว่าไม่เข้าข่ายว่า จําเปึนเร่งด่วนใด ๆ ทั้งสิ้นเลย สมควรครับเขาจะต้องได้รับงบประมาณ สมควรครับ เขาต้องได้รับการพัฒนาแต่ต้องเปึนไปตามจังหวะของงบประมาณที่เรามี ไม่ใช่ใช้เงินกู้ ที่คิดว่าเหลือแล้วเอาไปทํา มันหักหาญน้ําใจพี่น้องประชาชนผู้เสียภาษีอากรที่จะต้องเอา เงินไปใช้เงินกู้เปึนอย่างยิ่งท่านประธานครับในกรณีอย่างนี้ ท่านประธานครับบางรายการ เขียนไว้โดยไม่มีรายละเอียดเลย ผมยกตัวอย่างครับ ผมไปดูที่กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ท่านผู้ใหญ่บ้าน กํานัน นั่งอยู่ตรงนี้ดีใจด้วยครับถ้าจะมี เงินลงไป ท่านประธานครับ โครงการส่งเสริมศักยภาพการบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จริง ๆ ไม่ใช่กรมของท่านผู้ใหญ่บ้าน กํานัน นะครับ ขององค์การบริหารที่เปึนส่วนตําบล เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๑๐,๖๑๓ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับไปที่ไหน ทําอะไร ท่านประธานอย่าบอกนะครับ ว่าเอาไปสร้างถนนเข้าสู่พื้นที่การเกษตร ผมเชื่อว่าเม็ดเงิน ๑๐,๖๑๓ ล้านบาทเศษนี้ ไม่มีใครทําตัวเลขขึ้นมาโดยไม่มีแผนงาน โครงการเดิมมารองรับ และผมก็เชื่อว่า มีหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ ถนนลูกรังเข้าสู่พื้นที่การเกษตร สิ่งที่ปรากฏและเกิดขึ้น ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดน่านบ้านผมนี้ เขามาร้องเรียน เขาบอกว่า คุณหมอครับเราจะทําอย่างไรดี เขาขอเงินมา คําว่า ขอเงินนี้ ผมใช้เองนะครับ พี่น้องประชาชนเขาใช้คําบอกว่า เขาซื้องานมา แล้วมาซ่อมถนนเข้าสู่พื้นที่การเกษตร ช่วยกันเขี่ย ๆ ตรวจรับ โครงการปรับปรุงขุดลอกหนองน้ํามาแล้วครับ คุณหมอครับ เขาเอามาปะ ๆ แต่ง ๆ ตรวจรับ มันลอกอย่างเดียวไม่ได้ขุดเลยท่านประธานครับ เม็ดเงิน ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ให้เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใช้ไป ๔๐๐,๐๐๐ บาท แล้วที่เหลือ หายไปไหนท่านประธาน ผมก็เลยมีความลําบากใจมากท่านประธานว่าถ้าสมมุติกรอบที่ คณะรัฐมนตรีเสนอมาอย่างนี้ ขอบคุณที่ท่านเสนอรายละเอียด แต่ความเปึนห่วงของเรา ผมมาดูรายกระทรวง การกระจาย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เปึนหัวใจสําคัญ เทียบเปึนสัดส่วน ๑๐๐ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ได้น้อยมากท่านประธานครับ แล้วมันกระจายไปไหน เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธานครับ ถ้าจะตรวจสอบกันในรายละเอียด ความจําเปึนเร่งด่วน ก็ไม่ใช่ ความเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการพี่น้องประชาชน ก็ไม่ใช่ ความเปึนธรรมยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีเลย เพราะฉะนั้นผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าสําคัญสุด ท่านประธานต้องอนุญาตให้สมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง

อันที่ ๒ ถ้าท่านรัฐมนตรีเห็นว่าแนวโน้มของการอนุมัติกรอบนี้จะขัดต่อ พระราชกําหนดที่มีวัตถุประสงค์ใช้อย่างเร่งด่วนภายในป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ท่านกะเอาไว้ ใช้ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ มันสุ่มเสี่ยงขัดต่อวัตถุประสงค์ของพระราชกําหนด แล้วสุ่มเสี่ยง ขัดต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ซึ่งมีสมาชิกมีรายละเอียดจะอภิปรายเรื่องนี้ ผมก็คิดว่ามันน่าจะทําให้สภาแห่งนี้รับทราบกรอบของท่านด้วยความลําบากใจ

ประการสุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุผลที่ผมเล่ามาทั้งหมด กราบเรียนท่านประธาน ผมขอเสนอท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ เมื่อความจําเปึนไม่มี ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่ต้องกู้ ไม่ใช่ท่านจะมีเงินอยู่แล้วนะครับ ท่านต้องไปกู้มา แล้วการกู้ ผมถามว่าป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ท่านกู้เอาเงินไปกองไว้ตรงไหนครับ ภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นใครใช้ เอาไปกองไว้ตรงไหนท่านประธาน รัฐมนตรีเอาไป กองไว้ตรงไหน ผมเชื่อว่าท่านไม่ใส่กระเปิาท่านหรอกครับ เพราะว่าท่านเปึนคนดี ซื่อสัตย์ แต่ก็มีข่าวมีคราวผมก็ลําบากใจพอสมควร เรื่องของกองสลากอะไรต่าง ๆ ท่านรัฐมนตรี เองคงต้องช่วยทําความเข้าใจในเรื่องนี้ ผมไม่พูดตอนนี้ครับ เอาไว้พูดวันหลัง ด้วยความเคารพครับ ผมเองหลังจากที่ตรวจสอบแล้วนี่ผมรับทราบครับ แต่รับไม่ได้ สําหรับกรอบการใช้เงินของคณะรัฐมนตรี ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั่วประเทศ ด้วยความยินดี ตั้ง ๑,๕๐๐ คน วันนี้ ผมว่าให้คุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ก่อนนะครับ สลับสักหน่อยแล้วก็ค่อยรัฐมนตรี คุณชาญชัยจะพูดไหม พูดรีบพูดแล้วพูดสั้น ๆ ไม่ต้องยาวหรอกครับ ได้เนื้อหาสาระและรัฐมนตรีจะตอบ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านนิดเดียวครับ มันมีเรื่องของศาลหารือท่านนิดหนึ่ง แล้วก็ตกค้างอยู่ในนี้นานแล้ว และวันที่ ๒๓ จะถึงกําหนดที่จะต้องไปพิจารณาคดีความ ขออนุญาต

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หารือไม่เอาครับ เอาเรื่องนี้ครับ เรื่องรับทราบครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

เรื่องรับทราบ ผมพอดี กราบเรียนท่านอย่างนี้นะครับท่าน ที่รับทราบเรื่องนี้ แต่ว่ามันเปึนวาระที่กระโดดไป กระโดดมานานแล้ว ผมเลยกราบเรียนขอความเห็นจากท่านประธานนิดหนึ่งว่า วันที่ ๒๓ ศาลได้ขอตัวผมเกี่ยวในเรื่องการพิจารณาคดีระหว่างนายป่ยะพันธ์ จัมปาสุต นะครับ แล้วผมเลยขอเรียนถาม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยู่ในวาระแล้วครับ เรื่องท่าน

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

วันจันทร์ที่ ๒๓ จะพิจารณา ไม่ทันนะครับ ถ้าเกิดจะให้เขาก็ให้ ผมขออนุญาตไม่ใช้เอกสิทธิ์ แล้วก็มีความจําเปึน อยากจะไปดําเนินคดีกันในศาล ผมขออนุญาตท่านว่าไม่ใช้เอกสิทธิ์ แต่ว่าเปึนดุลยพินิจ ของสภา เปึนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๐

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาเรื่องรับทราบ นี่ก่อนครับ เรื่องท่านเอาไว้ทีหลัง เชิญรัฐมนตรีครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ก่อนรัฐมนตรีได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาให้รัฐมนตรีก่อนเถอะครับ ท่านมีลิสต์ (List) อยู่แล้วครับ ๗ ๘ ๙ ท่านอยู่ในนี้ครับ ให้ท่านรัฐมนตรีก่อนเถอะครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง ท่านประธานครับ ผมได้เตรียมคําชี้แจงขึ้นมา ซึ่งถ้าผมจะขอเวลาจากพวกเรา ในการที่จะได้ชี้แจง ผมคิดว่าความเข้าใจในแง่ของที่มาที่ไป การนําเสนอกรอบวันนี้อาจจะ มีมากขึ้น หลังจากนั้นถ้าเพื่อนสมาชิกจะอภิปรายในรายละเอียดหรือจะตั้งคําถาม เพิ่มเติมให้กับผมหรือเพื่อนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับแต่ละโครงการ ในกรอบที่นําเสนอ ก็พร้อมที่จะขยายความแล้วก็ลุกขึ้นมาชี้แจงเพิ่มเติมในภายหลัง แต่ก่อนอื่นผมขออนุญาต ท่านประธานในการที่จะเสนอคําชี้แจงต่อการนําเสนอกรอบตามพระราชกําหนด ณ วันนี้ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ในการนี้รัฐบาลขอเรียนชี้แจงรายละเอียด ของกรอบการใช้เงินตามพระราชกําหนดโดยสรุปดังนี้

โดยอาศัยอํานาจตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๓ วรรคหนึ่ง ที่ได้บัญญัติว่าให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอํานาจกู้เงินบาทในนาม รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อนําไปใช้ในการดําเนินมาตรการเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ ทั้งนี้ เพื่อให้การดําเนินการ กู้เงินของรัฐบาลเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนไปตามนัย มาตรา ๓ แห่งพระราชกําหนดข้างต้น คณะรัฐมนตรีจึงได้เสนอกรอบ การใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภา เพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ ซึ่งแบ่งเปึน ๒ กรณี คือ

๑. กรณีวงเงินกู้เพื่อไปสมทบเงินคงคลัง กําหนดไว้ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และ

๒. กรณีการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ กําหนดไว้ อย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

โดยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้รับทราบกรอบการใช้เงินดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๕ และวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ ตามลําดับแล้ว เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ ทางเศรษฐกิจการเงินและการคลังของประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงไป คณะรัฐมนตรี จึงได้ดําเนินการทบทวนกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเงินการคลังของรัฐบาล และสนับสนุน การดําเนินตามมาตรการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลให้สามารถดําเนินการได้อย่างมี ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยคณะรัฐมนตรีขอเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ต่อรัฐสภาเพื่อทราบดังนี้

ข้อ ๑ กรณีจํานวนเงินที่ต้องกู้เพื่อมาสมทบเงินคงคลัง ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ อนุมัติกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนด ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่จะนําไปสมทบเงินคงคลังวงเงินไม่เกินจํานวน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้รับทราบกรอบการใช้เงินกู้ดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๕ และวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ ตามลําดับ กระทรวงการคลังได้ดําเนินการกู้เงินเพื่อใช้ สมทบเงินคงคลังในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ในวงเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว โดยสถานะ เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนกันยายน ๒๕๕๒ อยู่ที่ระดับ ๒๙๓,๘๓๕ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังได้รายงานว่าเปึนระดับที่เหมาะสมและเพียงพอเพื่อรองรับ การเบิกจ่ายงบประมาณสําหรับป้งบประมาณ ๒๕๕๓ แล้ว ประกอบกับผลการจัดเก็บ รายได้ของรัฐบาลในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ได้ดีขึ้นกว่า ที่ประมาณการไว้ ซึ่งเปึนผลจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟุ๋นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก และผลสัมฤทธิ์ในการดําเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในระยะแรก จึงเห็นว่า ในขณะนี้ไม่มีความจําเปึนต้องกู้เงินภายใต้พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อใช้สมทบเงิน คลังเพิ่มเติมแล้ว คณะรัฐมนตรีจึงเห็นควรกําหนดกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่จะนําไปสมทบเงินคงคลังในวงเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท

ข้อ ๒ กรณีการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ อนุมัติกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่จะนําไปใช้ในการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ ในวงเงินอย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาได้รับทราบกรอบการใช้เงินดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๕ และวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ ตามลําดับแล้ว โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ อนุมัติ การจัดสรรวงเงินกู้ภายใต้พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ในวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ อย่างไรก็ดี คณะรัฐมนตรีมีความเห็นว่า เพื่อให้การดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถดําเนินโครงการลงทุนที่มีความสําคัญ ตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งโครงการที่มีความจําเปึนเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจและสังคมให้กับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น คณะรัฐมนตรี จึงเห็นควรอนุมัติกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อนํามาใช้ สนับสนุนการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ เพิ่มเติมอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องเร่งดําเนินการ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ และป้ ๒๕๕๕ ต่อไป รวมทั้งโครงการของส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจที่มีความพร้อมที่จะเริ่มดําเนินการทันทีด้วย โดยจะทําให้มีกรอบการใช้ จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ สําหรับการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ รวม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท การกู้เงินตามพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ จะทําให้รัฐบาลสามารถดําเนินโครงการการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มการจ้างงานและสนับสนุนให้เกิด การลงทุนต่อเนื่องจากภาคเอกชน รวมทั้งให้ความสําคัญกับโครงการที่สามารถกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาคและชนบท ทั่วประเทศ โดยกระทรวงการคลังได้จัดวางระบบการรับเงินและการเบิกจ่ายเงินให้เปึนไป ตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายแล้ว นอกจากนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดําเนิน โครงการ รัฐบาลจึงได้จัดทําข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเผยแพร่ข้อมูล ผ่านเว็บไซต์ (Web site) ดับเบิลยู ดับเบิลยู ดับเบิลยู จุด ทีเคเค ๒๕๕๕ ดอท คอม ) เพื่อเปึนช่องทางในการตรวจสอบการดําเนินโครงการของสาธารณชนรวมทั้งได้กําหนด ให้มีระบบการตรวจสอบโครงการทั้งในรูปของการตรวจสอบภายในหน่วยงาน และการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก โดยระบบตรวจสอบภายในจะใช้ระบบ ตรวจสอบภายในของหน่วยราชการที่มีอยู่ ได้แก่ ระบบผู้ตรวจสอบภายในของหน่วยงาน เจ้าของโครงการและคณะกรรมการตรวจสอบระดับกระทรวงโดยจะให้ความสําคัญในการ ตรวจสอบการดําเนินงานและการใช้เงินภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๒ เปึนลําดับแรก โดยกรมบัญชีกลางจะเปึนผู้กําหนดมาตรฐานในการตรวจสอบทางด้าน บัญชีการเงินรวมทั้งการตรวจสอบด้านการจัดซื้อจัดจ้าง สําหรับการตรวจสอบจาก หน่วยงานภายนอก สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะเปึนผู้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ตามบทบัญญัติของกฎหมาย นอกจากนี้รัฐบาลจะได้จัดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบ อิสระซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ และเปึนที่ยอมรับของสาธารณชนเปึนกรรมการ เพื่อทําหน้าที่ตรวจสอบโครงการที่ได้รับ รายงานว่ามีความผิดปกติ หรือได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่ามีการทุจริตในการดําเนินงาน หรือมีการปฏิบัติที่ไม่โปร่งใส หรือมีการเอื้อประโยชน์ ให้แก่บุคคลใด หรือคณะบุคคลใดเปึนพิเศษ โดยคณะกรรมการจะรายงานข้อมูล การตรวจสอบพร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ตามความเหมาะสมต่อไป รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นแก่สภาผู้แทนราษฎรอันเปึนองค์กร ที่มีอํานาจหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินว่า จะดําเนินการตามกรอบการใช้ เงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความ มั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้ง อย่างแท้จริง ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากเรื่องนี้ มีหลายท่านที่มีความประสงค์จะแสดงเหตุแสดงผลต่อสภานะครับ มีรายชื่อดังนี้ครับ พรรคเพื่อไทย คุณสถาพร มณีรัตน์ คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน คุณวิทยา บุรณศิริ คุณประเกียรติ นาสิมมา คุณไพจิต ศรีวรขาน คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ส่วนซีกทางพรรคประชาธิปัตย์ก็มีคุณผ่องศรี ธาราภูมิ คุณธนา ชีรวินิจ คุณวรงค์ เดชกิจวิกรม ก็ต้องใช้เวลานะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับผม

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ตกลงว่าท่านประธานอนุญาตพวกเราใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือตอนนี้มีรายชื่ออย่างนี้

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ไม่ใช่ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แล้วก็เรื่องนี้เรื่องเพื่อทราบ นะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมขออนุญาตท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อเรื่องเพื่อทราบผมก็ เพื่อประโยชน์ของสภานะครับ ให้เกิดประโยชน์และรัฐบาลเขาก็จะได้โปร่งใสทั้ง ๒ ฝ์าย ผมก็อยากจะให้ชี้แจงกันคนละ ๕ นาทีได้ไหมครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวเพื่อทําความเข้าใจ ส่วนตัวผมอาจจะไม่ต้องใช้เวลา ในการอภิปรายตามระยะเวลาที่ท่านประธานได้กล่าว กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ เมื่อสักครู่ตอนเช้าตอนที่เริ่มเข้าระเบียบวาระดูเสมือน ท่านประธานมีภาวะอารมณ์ที่แตกต่างกันกับเดี๋ยวนี้นะครับ จึงต้องกราบเรียน ท่านประธานสภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อารมณ์ผมเสมอต้น เสมอปลายครับท่านวิทยา

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมดีใจครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่มีอะไรครับ คือ มันแหบนิดหน่อยครับ คือเสียงมันไม่ค่อยชัด แล้วก็อยากจะให้เสียงมันชัดแล้วมันดังไป หน่อยครับ ท่านอาจจะเข้าใจผิด ผมก็เหมือนเดิมนะครับ คนปูนนี้ก็อายุแค่นี้ มันก็พูดได้ แค่นี้ครับ ความรู้ก็แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ประเด็นมันมีอยู่ว่าเปึนเรื่องที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระที่ ๒.๒ รับทราบ กรอบการใช้จ่ายเงินตามพระราชกําหนดใช้อํานาจของกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าประเด็นที่สมาชิกในซีกของฝ์ายค้านที่มีรายชื่อ ถึงท่านประธาน เนื่องจากว่าได้ตรวจสอบในรายละเอียดแล้วเรียนตามตรงว่ามีประเด็น ที่สําคัญ และมิอาจให้เปึนเรื่องรับทราบแบบธรรมดาได้ครับท่านประธาน เนื่องจากได้ พิจารณาตามรายละเอียดแล้วในอดีตที่ผ่านมา ที่ท่านรัฐมนตรีดูเสมือนชี้แจงต่อที่ประชุม แห่งนี้ว่าขอความเห็นชอบไปแล้ว แต่ต้องเรียนท่านประธานเมื่อดูรายละเอียดที่แนบ กรอบการใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชกําหนดใช้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ แล้ว พวกผมจําเปึนต้องชี้แจง ต้องรับฟังคําชี้แจงจากผู้เสนอครับ เพราะมันต่างกันโดยสิ้นเชิงกับที่ขอกรอบจากสภาไป ตรงนี้ต้องขออนุญาตท่านประธาน เมื่อท่านประธานอนุญาตแล้วพวกเราจะได้อธิบาย รายละเอียดและซักถาม เพราะมีหลายเรื่องมากแล้วก็เปึนจํานวนเงินเยอะมากเท่ากับ ทํางบประมาณขึ้นมาเพิ่มเติมโดยเฉพาะ จึงกราบขอขอบพระคุณท่านประธานว่า ขอใช้เวลาส่วนนี้ให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นและซักถามต่อรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือความเปึนจริง พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ผ่านสภาไปแล้วนะครับทั้งสองสภา ก็ผ่านไปเรียบร้อยแล้วครับ นี่เขาก็แจ้งมาเพื่อให้เราทราบว่าเขาจะใช้เงินตามตัวบทกฎหมายของพระราชกําหนด เท่านั้นเองครับ ผมก็เข้าใจอย่างนี้นะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานเรียกตามชื่อนะครับ แต่ว่า ๕ นาทีคงไม่พอท่านประธานครับ นี่เรื่องใหญ่ท่านประธาน ๕ นาทีคงไม่พอครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จะให้ผมทําอย่างไรครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็อยู่เต็มนะครับ ก็อยากจะรู้ว่ามันผ่านหรือไม่ผ่านเขาจะได้กลับไป ทํานาทําไร่

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมคิดว่าเรื่องของ พระราชบัญญัติกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมก็ได้มีการแจ้งแล้วนะครับว่าในรายละเอียดของ คณะกรรมาธิการได้รับการประสานงานแล้วนะครับว่าเห็นตรงกันก็เปึนเรื่องที่ดีครับ ถ้าพรรครัฐบาลจะเห็นด้วยกับที่พรรคฝ์ายค้านเห็นตามที่วุฒิสมาชิกได้มีการแก้ไข ผมว่าเปึนเรื่องคณะกรรมาธิการที่มีความเห็นไปแล้ว ท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้านคงไม่มีปัญหา อะไร แต่ต่อเรื่องนี้กับเงินร่วม ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเปึนประเด็นที่สําคัญ ท่านพี่น้อง กํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็รอฟังอยู่ก็ดีใจครับ พวกเราจะได้แสดงเหตุผลให้ทราบว่ารัฐบาลกําลัง จะขอกรอบใช้จ่ายเงินที่มันดูแล้วเสมือนว่ามีความจําเปึน แต่อยากจะให้ฟังเหตุผล จากฝ์ายค้านด้วยว่าเปึนอย่างไร ขอเวลาสักนิดท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอคนละ ๕ นาที เท่านั้นละครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ผมมี ติดพันอยู่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ ตกลงกัน ก่อนครับ คือถ้าไม่ตกลงกันแล้วเงื่อนไขต่าง ๆ ที่สภานี้มันจะ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่อง กรอบ ๑. สุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อกฎหมาย ๒. เปึนเรื่องเม็ดเงินที่ต้องใช้ในการพัฒนา บ้านเมืองนะครับ ผมเห็นว่าสมควรต้องให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบไม่ใช่คนละ ๕ นาที คงไม่ได้หรอกครับท่านประธาน เสมือนกับพระราชบัญญัติงบประมาณนะครับ ท่านประธาน งบประมาณเรา ๒-๓ วันเลยนะครับ อันนี้ท่านประธานจะให้เวลา คนละ ๕ นาที มันเปึนไปไม่ได้ อย่าป่ดหูป่ดตาเลยท่านประธานครับ เป่ดโอกาสเถอะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คุณวรวัจน์ คือประเด็นปัญหาว่าพระราชกําหนดฉบับนี้มันผ่านไปแล้ว เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันผ่านไปแล้ว จึงแจ้งมาให้เราทราบ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ให้ท่านประธานดูพระราชกําหนด ตรงนี้ผมขอแย้งท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตามมาตรา ๑๘๔ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญเขาก็แจ้งมาให้ถูกต้อง

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ที่ผ่านไปแล้วก็จบไปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ที่ผ่านสภากรอบตอนนั้น ขออนุญาตชี้แจงท่านประธาน ได้นําเสนอ ต่อสภาและผ่านกรอบไปแล้ว

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างไรครับ ๓ ท่าน เอาอย่างไร ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้นละครับ ๓ ท่าน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเชียงใหม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คนยกมือประท้วง สูงด้วยนะครับ มันบังท่านนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

จะให้ใครประท้วง ก่อนครับ

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือจะเอาอย่างนั้นนะครับ ใครจะประท้วง ๓ คน อนุญาตคนเดียวครับ อนุญาตคุณวิชาญ คุณสุรพงษ์นั่งลงก่อน ขอบคุณครับ เชิญครับประท้วงผมเรื่องอะไรครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตประท้วงท่านประธานในข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๖ ว่าด้วยการจัดระเบียบ วาระของการประชุมในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานกําลังจัดระเบียบวาระที่มี ปัญหาต่อสภาแห่งนี้ วันนี้ท่านประธานจัดระเบียบวาระในเรื่องของการพิจารณาเกี่ยวกับ เรื่องกรอบการเงิน โดยเปึนพระราชกําหนดเรื่องกฎหมายซึ่งรัฐบาลเสนอมาแล้ว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอธิบายความเหมือนกับว่าจะมาขออํานาจของสภา ให้ความเห็นชอบในพระราชกําหนดฉบับนี้ใหม่ ซึ่งอ้างว่าเปึนการต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว ที่ผมเองกําลังขออนุญาตเรียงลําดับ เนื่องจากว่าการบรรจุระเบียบวาระในข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๖ นั้น ว่าด้วย (๑) กระทู้ถาม (๒) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม (๓) รับรอง รายงานการประชุม (๔) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว (๕) เรื่องที่ค้าง พิจารณา (๖) เรื่องที่เสนอใหม่ ถามท่านประธานครับว่าในเรื่องดังกล่าวนี้ถ้าท่านประธาน เสนอว่าเปึนเรื่องที่จะต้องมีการพิจารณากัน แล้วในเรื่องนี้ก็คงจะต้องมาบรรจุใน ระเบียบวาระ ใน (๖) ก่อน แล้วจะเปึนการหยิบยกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่ขณะนี้สภาแห่งนี้นั้น ท่านเอามาบรรจุในระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องเพื่อทราบ กรณีดังกล่าวในเรื่องนี้มันเปึนเรื่อง เกี่ยวข้องกับเรื่องการพิจารณาเรื่องการเงิน และประกอบกับในส่วนของรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๑๒๗ ในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ในเรื่องดังกล่าวที่เปึนเรื่องข้อกฎหมาย ในเรื่องของการพิจารณาในสมัยนี้นั้นจะยกในเรื่องของการพิจารณาด้านอื่นไม่ได้ ยกเว้น จะขออนุมัติต่อสภาให้ความเห็นชอบก่อน ท่านประธานกําลังทําขัดต่อระเบียบของสภา ในการบรรจุเรื่อง และในเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ ผมเห็นว่าท่านประธานไม่ควร ที่จะทําในเรื่องดังกล่าว เพราะถึงแม้ว่าวันนี้เราจะดันทุรังไปพิจารณาก็ไม่ก่อให้เกิด ประโยชน์ คงจะต้องมีการนําเสนอเรื่องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาตีความ ตัวท่านประธานเองก็จะผิด แล้วพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองก็จะทําผิด ต่อกฎหมาย ท่านประธานครับ ให้ดีผมว่าท่านประธานต้องบอกทางรัฐบาลว่า เรื่องดังกล่าวขอให้ทางประธานเสนอต่อสภาถอนเรื่องนี้ออกไปก่อน ถึงแม้ว่าถ้ามี ความจําเปึนจริง ๆ ท่านเองอาจจะเป่ดวิสามัญและเสนอเรื่องนี้กลับเข้ามา ท่านประธานครับ ที่ผมต้องเรียนอย่างนี้เนื่องจากว่าตัวผมเองนั้นเปึนคณะกรรมาธิการ วิสามัญร่วมกันในการพิจารณาเงิน พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทราบมาภายในว่า เรื่องนั้นไม่จบแน่ แล้วจําเปึนที่จะต้องใช้จ่ายเงิน จึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นมาเสนอเปึน พ.ร.ก. อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะมาใช้จ่ายเงินในขณะนี้ก่อนครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านวิชาญลุกขึ้นประท้วงประธาน ซึ่งการประท้วงเมื่อชี้แจงข้อประท้วงเสร็จแล้วก็คงต้อง ยุติ แต่ว่าท่านกําลังใช้สิทธิอภิปรายต่อไป ซึ่งผมเห็นว่าไม่เปึนไปตามข้อบังคับ เพราะว่า ผมเองก็จะมีเรื่องกราบเรียนท่านประธานเหมือนกันว่าท่านประธานก็ทําตามข้อบังคับ ถูกต้องแล้ว แล้วคําวินิจฉัยท่านประธานว่าให้ ๕ นาที ก็น่าที่จะยุติได้แล้ว ผมอยากจะให้ ท่านประธานเร่งรัดการประชุม เพราะว่ามีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขามารออยู่

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อนสมาชิกกําลังอภิปราย ไม่ได้ประท้วง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่างฝ์ายพอประท้วงก็ผิด ข้อบังคับทั้ง ๒ คนละครับ คือผู้รู้ทั้ง ๒ คนที่ประชาชนเลือกตั้งมา เขาไว้วางใจท่าน ท่านเปึนผู้รอบรู้ในเรื่องกฎหมาย ท่านก็ทําผิดกฎหมายทั้ง ๒ คน ผมวินิจฉัยให้นั่งลงก่อน ทั้ง ๒ คน นั่งลงก่อน แล้วผมจะชี้แจงให้ทราบ เชิญนั่งลงครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

นั่งลงก่อนนะครับ ท่านประธานต้องชี้แจงสิ่งที่ผมพูดก่อนนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนั่งลงก่อนครับ ผมจะเรียนให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้ทราบ เรื่องนี้ทางเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้ส่งมาตั้งแต่วันที่ ๔ พฤศจิกายนแล้ว ผมไม่ใช่เปึนคนบรรจุระเบียบวาระนี้ ผมจะเรียนให้ท่านทราบนะครับ ผู้บรรจุระเบียบวาระได้แทงว่า อนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระ เปึนเรื่องเพื่อทราบ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๙ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ ผมก็ทราบเหมือนกับท่านทราบ แต่อย่าให้นายชัย ชิดชอบ ไปทําอะไรครับ ผมว่า ท่านรองประธานท่านก็ทําหน้าที่แทนผม ผมก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันครับ ผมไม่ปฏิเสธนะครับ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เอาอะไรอีกแล้ว ผมยัง ไม่จบเลย ท่านก็ลุกขึ้นแล้ว ผมยังไม่จบเลยแล้วท่านลุกขึ้นแล้ว ให้ผมพูดให้จบก่อนสิครับ ท่านที่เคารพครับ ผมเคารพท่านนะครับ ท่านไม่ต้องเคารพผมหรอกครับ ผมกราบเรียน ดังนี้นะครับ เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นในกรณีดังกล่าว แล้วทุกท่านก็สนใจในกรณีเรื่องนี้ ฝ์ายค้านมีหน้าที่ควบคุมรัฐบาล ต้องตรวจสอบรัฐบาล เมื่อเรื่องรัฐบาลเสนอมาท่านก็มี หน้าที่ตรวจสอบ และกรณีเรื่องนี้ ผมก็พิจารณาดูแล้วถ้ามันเปึนเรื่องเกี่ยวกับการเงิน มันก็ ไม่ถูกต้องนะครับ เราจะทําอย่างไรให้มันถูกต้อง ผมก็ต้องฟังทั้ง ๒ ฝ์ายว่ามันผิดมันถูก อย่างไร ก็ขอฟังนักกฎหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ เชิญท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ อันดับแรก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต ยืนยันว่าสิ่งที่ท่านรองอภิวันท์ได้บรรจุระเบียบวาระนั้นได้ทําถูกต้องตามข้อบังคับ การประชุมแล้วทุกประการ ในข้อ ๑๖ ของข้อบังคับการประชุม การจัดระเบียบวาระ การประชุมให้จัดลําดับดังต่อไปนี้ (๑) กระทู้ถาม (๒) เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ที่ประชุม (๓) รับรองรายงานการประชุม (๔) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว (๕) เรื่อง ที่ค้างพิจารณา (๖) เรื่องที่เสนอใหม่ (๗) เรื่องอื่น ๆ ในกรณีที่ประธานสภาเห็นว่าเรื่องใด เปึนเรื่องด่วน จะจัดไว้ในระเบียบวาระใดของระเบียบวาระการประชุมก็ได้ แต่จะจัดไว้ ก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วไม่ได้ เรื่องนี้ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนเรื่องที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรตามพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๓ ที่เขียนไว้ว่า ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี มีอํานาจกู้เงินบาท ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อนําไปใช้ในการดําเนินมาตรการเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบ การใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านรองอภิวันท์ได้เสนอและจัดระเบียบวาระนี้เปึนเรื่องที่แจ้ง เพื่อทราบ ก็ถูกต้องตามพระราชกําหนดทุกประการ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องที่คณะรัฐมนตรี ได้ใช้อํานาจใจการบริหารราชการแผ่นดินด้วยการออกพระราชกําหนดเนื่องจากเปึนเรื่อง ฉุกเฉิน จําเปึนเร่งด่วนในการที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๘ ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือปัองปัดภัยพิบัติ สาธารณะ พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกําหนดให้ใช้บังคับดั่งพระราชบัญญัติก็ได้ การตราพระราชกําหนดตามวรรคหนึ่งให้กระทําได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่า เปึนกรณีฉุกเฉินจําเปึนเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และเรื่องนี้คณะรัฐมนตรีก็ได้เสนอ พระราชกําหนดฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ที่ประชุมสภาของทั้ง ๒ แห่ง ก็อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ไปแล้ว นอกจากนั้นยังไม่พอครับ พรรคฝ์ายค้านก็ยังได้ ยื่นเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า พระราชกําหนดที่คณะรัฐมนตรีขอเสนอ ต่อสภานั้นถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญก็เปึนเครื่องการันตี อีกชั้นหนึ่งครับ ได้วินิจฉัยข้อท้วงติงและข้อสงสัยของท่านสมาชิกว่า การออก พระราชกําหนดของคณะรัฐมนตรีนั้นถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกประการ การที่จะวินิจฉัยว่าเรื่องใดเปึนเหตุจําเปึนเร่งด่วน ถือเปึนส่วนหนึ่งในการบริหารราชการ แผ่นดินของคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวในตอนต้นว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความไว้โดยกําหนดกรอบอะไรต่าง ๆ นั้น ผมกราบเรียนว่า ท่านตีความคลาดเคลื่อนครับ ในการเสนอกรอบนั้นคณะรัฐมนตรีก็ได้เสนอกรอบในการ พิจารณาตามพระราชกําหนดไว้ ๒ กรอบด้วยกันก็คือ

๑. การนําเงินงบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาป่ดหีบ เนื่องจากมีการ คาดการณ์ว่าการจัดเก็บรายได้นั้นอาจจะไม่เปึนไปตามเปัาหมาย เพราะฉะนั้นจึงกันเงิน ส่วนหนึ่งไว้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเอามาป่ดหีบงบประมาณ

๒. ส่วนอีกก้อนหนึ่งนั้นก็เพื่อนําเอาไปใช้ในการฟุ๋นฟูและสร้างความเข้มแข็ง ในระบบเศรษฐกิจ อย่างที่เราเรียกว่าโครงการไทยเข้มแข็งอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ข้อเท็จจริงที่ปรากฏก็คือว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีได้รับอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา และได้มีการดําเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่พวกเราได้ทราบก็คือ การออกเช็คช่วยชาติ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย การให้เงินสนับสนุนกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้เจ็บป์วย ทําให้กําลังซื้อในประเทศดีขึ้น เพราะฉะนั้นสถานะทางการเงิน การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลก็ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ก่อนที่จะออกพระราชกําหนด เพราะฉะนั้นเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม จนสามารถที่จะป่ดหีบงบประมาณโดยการใช้เงินกู้มาสมทบเพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรน่าที่จะชื่นชมรัฐบาลว่าการดําเนินการ กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้นดําเนินมาถูกทางแล้ว น่าจะให้กําลังใจรัฐบาลที่จะเสนอ มาตรการส่งเสริม แล้วก็ช่วยเหลือรัฐบาลในการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดอย่าง มั่นคงถาวรกับประเทศชาติต่อไป วันนี้คณะรัฐมนตรีเมื่อเห็นว่าเงินที่จะนําไปป่ดหีบ ใช้เพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังมีเงินเหลืออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คณะรัฐมนตรีจึงใช้ อํานาจตามมาตรา ๓ ท่านประธานครับ ขอเปลี่ยนแปลงกรอบการใช้เงินจากที่เดิมจะ นําไปใช้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็นําเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น กลับมาสมทบ ในโครงการไทยเข้มแข็ง

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขออนุญาตประท้วงครับท่านประธาน

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ฝ์ายนี้เขาพูดบ้างสิ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วง ตามข้อบังคับ ท่านฟังผมชี้แจงนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นักประท้วงก็เชิญประท้วง ตามอัธยาศัย

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขอบคุณที่ท่านประธานตั้งฉายาให้ ท่านประธานครับ ที่ผมประท้วงเพราะว่าสมาชิกทําผิดข้อบังคับ ผมเห็นว่าสมาชิก ทําผิดข้อบังคับก็เลยมีความจําเปึนต้องประท้วง กราบเรียนท่านประธาน ถ้าคําประท้วง ผมไม่ชอบ ท่านประธานก็วินิจฉัยก็จบไป ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมต้องอาศัยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๓ ประท้วง เพื่อนสมาชิกทําผิดข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๑ ครับ พูดนอกประเด็นที่ท่านประธาน กรุณาเรียนปรึกษาหารือครับ ท่านประธานกรุณาเรียนปรึกษาหารือว่าการบรรจุระเบียบ วาระนี่ชอบหรือไม่ชอบ ทําได้ หรือไม่ได้ ท่านประธานเปึนคนตั้งประเด็นมาเองนะครับว่า จะทําอย่างไร จะบรรจุได้หรือไม่ได้ เพราะฉะนั้นเหตุผลไม่จําเปึนต้องเปึน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลว่าบรรจุได้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวข้อบังคับ และตัวบทกฎหมาย ท่านประธานจะอนุญาตให้ผมไหมครับ ที่ผมประท้วง ท่านประธาน วินิจฉัยด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยครับ ผมก็ อยากจะฟังเหตุฟังผลทุกฝ์ายเพื่อจะวินิจฉัยว่า การบรรจุระเบียบวาระนี้ชอบหรือไม่ชอบ ผมก็ต้องฟัง แล้วทางนี้ก็ให้เหตุผลว่าประธานได้บรรจุระเบียบวาระนี่ชอบแล้ว ตามข้อบังคับ ฝ์ายทางนี้ก็บอกว่าไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ แล้วทางนี้ก็กําลังชี้แจงอยู่ ก็ต้องฟังให้มันจบก่อนครับเนื้อหา ผมไม่ใช่ว่าจะป่ดประเด็นนะครับ ไม่ป่ดเลยครับ เพื่อความเปึนธรรมทุกฝ์าย แล้วก่อนอื่นก่อนที่จะอภิปรายต่อ ทางสภายินดีต้อนรับ ผู้นําชุมชนชาวพม่า วาฮู ดีเวลลอปเมนท์ อินสทิทิว (Vahu Development Institute) ด้วยความยินดีครับ แล้วก็ท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่เข้ามาพร้อมก็ยินดีทุกท่านนะครับ มาฟังผู้แทนราษฎรของท่านทําหน้าที่อย่างเต็มที่นะครับ ก็เชิญต่ออีกสักนิดหน่อยนะครับ อยู่ในประเด็นนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอต่อจากสิ่งที่ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ความจริงผมกราบเรียนท่านประธานว่าการบังคับ ใช้ข้อบังคับการประชุมสภาก็เพื่อให้ที่ประชุมเดินหน้าได้ ความจริงผมเห็นใจท่านประธานว่า การที่ท่านประธานก็อยากให้องค์ประชุมเดินได้โดยมีมิตรไมตรีด้วยดีทั้งสองฝ์าย แต่การดําเนินการของท่านประธานนั้นในบางครั้งถ้าหากขัดต่อข้อบังคับการประชุม และทําให้การประชุมเดินหน้าไม่ได้ก็จะเกิดผลในทางที่จะทําให้สภานี้ไม่สามารถปฏิบัติ หน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้พระราชกําหนดได้กําหนด ไว้ชัดเจนว่า ให้คณะรัฐมนตรีเสนอสภาเพื่อทราบเท่านั้น ไม่ได้เสนอเพื่อพิจารณา แต่สิ่งที่ ประธานได้กรุณาให้สมาชิกพรรคฝ์ายค้านอภิปรายนั้น ผมก็เห็นว่าท่านประธาน ใช้ดุลยพินิจพอเหมาะ เพราะเนื่องจากเปึนการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน แต่ว่าสิ่งที่ ท่านประธานจะต้องยืนยันกับที่ประชุมแห่งนี้ก็คือว่า ความจริงแล้วสภาแห่งนี้ไม่สามารถ นําเรื่องนี้มาพิจารณาได้อีก เพียงแต่รับทราบรายการและกรอบวงเงินที่รัฐมนตรีจะเสนอ เพื่อให้ทราบเท่านั้นว่าจะไปใช้อะไร ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนก็คือว่า สอดคล้องกับที่ผมบอกว่า ท่านประธานอภิวันท์นั้นได้บรรจุระเบียบวาระไว้ชัดเจนแล้ว เพราะท่านอภิวันท์ก็ทราบดีว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องรับทราบเท่านั้น สภาไม่มีอํานาจในการ พิจารณารายละเอียดแต่อย่างใด เพราะเปึนการปฏิบัติตามพระราชกําหนดที่ได้ระบุไว้ ในมาตรา ๓ ที่ผมได้กราบเรียนเบื้องต้น เพิ่มเติมตอนท้ายครับ เพราะว่าผมจะได้ไม่ใช้ เวลานี้ขึ้นมาอภิปรายในตอนที่สนับสนุนการดําเนินการในส่วนนี้อีก สิ่งที่เพื่อนสมาชิก พรรคฝ์ายค้านกล่าวอ้างว่า ได้มีการดําเนินการโครงการก่อสร้างบ้านพักอัยการ บ้านพักข้าราชการต่าง ๆ มากมาย ไม่ได้เปึนการจําเปึนเร่งด่วนนั้น กระผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า คณะรัฐมนตรีได้กราบเรียนที่ประชุมสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้วว่า สภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ําทั่วโลกในขณะนี้

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุชาติ เขามีชื่ออยู่ ในการอภิปราย เขาจะขออภิปรายทีเดียวให้จบแล้วเขาจะไม่พูดอีก เชิญครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ผมขอประท้วงนิดเดียวท่านประธาน ผมขอประท้วงท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้คือข้างล่างไม่ใช่รัฐมนตรี พวกผมถาม รัฐมนตรี ต้องตอบว่าเรื่องกู้ไปทํามันไม่เข้มแข็ง ท่านประธานครับที่ประท้วงเพื่อว่าให้มันอยู่ในกรอบ วันนี้ฝ์ายค้านจะเสนอเหตุเสนอผล ท่านดูสิครับว่าไทยเข้มแข็งมีประเทศไหนบ้างครับ กู้เงินไปชักธงลงเสา มีที่นี่ที่เดียวครับ เดี๋ยวผมจะได้อภิปรายว่า เงินไทยเข้มแข็งไปทํา อะไรบ้าง ถนนดี ๆ ท่านก็ไปขูดแล้วเอางบประมาณไปลงนะท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ไม่ได้ไม่ไว้วางใจครับท่านประธาน นี่เขา กู้เงินไป ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือมันจะเลยเถิดไปแล้วครับ ให้สมัยสามัญก่อนนะครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ผมกลัวจะไม่อยู่ให้อภิปรายนะครับ ขอบคุณมาก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาต่ออีกสักหน่อยครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมไม่ใช้เวลานานในที่ประชุมแห่งนี้ เพราะผมทราบว่าวันนี้พี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หลายพันคนมารอ แล้วสภาแห่งนี้ก็จะพิจารณาให้ความเห็นชอบในสิ่งที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาต้องการกันทั้งประเทศ ผมก็ไม่เข้าใจว่าในประเด็นเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นที่จะมีปัญหา ในการประชุมสภาแห่งนี้เลย ทําไมจะต้องเสียเวลาไปมากมายด้วยเรื่องที่ไม่เปึนเรื่อง ด้วยเรื่องที่ข้อกําหนดของกฎหมายกําหนดไว้ชัดเจนแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ผมจะเพิ่มเติมนิดเดียวครับว่าการที่ระบุว่า ในการนําเงินงบประมาณ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะจบอยู่แล้วครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ผมต้องประท้วงครับ เพราะว่าสภาเสียหายมาก ฝ์ายค้านเสียหายครับ ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้ข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๖๓ ประท้วง เพื่อนสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่ ใช้ถ้อยคําในลักษณะเปึนการดูถูก เสียดสี สมาชิก พรรคฝ์ายค้าน ซึ่งผมเองก็เปึนสมาชิกผมเสียหาย ผมต้องประท้วงให้ท่านถอนคําพูดว่า เปึนเรื่องไม่ใช่เรื่อง ต้องถอน ท่านประธานครับ เหตุผลที่ต้องให้ถอนเพราะว่าอะไร ท่านประธานครับ เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐมนตรีเสนอกรอบมาขอไปใช้ใหม่ก่อนที่จะ ดําเนินการแทนที่ท่านบอกป่ดหีบไปแล้ว ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ต้องกู้หรอก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านขอใช้ อันนี้ละครับ คือเรื่องที่เปึนเรื่อง ท่านต้องถอนครับ ท่านวินิจฉัยด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถอนไปเถอะ เรื่องเปึนเรื่อง เอาอย่างนี้ดีกว่า

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ครับ ผมเคารพท่านประธาน และให้บรรยากาศของสภาเดินหน้าได้ ผมถอนครับ แต่ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่ผมอภิปรายนั้น เปึนการอภิปรายตามข้อบังคับการประชุม ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องเพื่อทราบ ความจริง ทราบเสร็จแล้วก็จบ วันนี้จะได้เข้าพิจารณาเรื่องกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนะครับ ท่านประธานครับ ตอนท้ายนิดเดียวครับ ผมกราบเรียนว่าที่เพื่อนสมาชิกได้ซักถามว่า การที่นําเงินงบประมาณไปก่อสร้างโครงการต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเปึน บ้านพักข้าราชการ บ้านพักอัยการ ไม่ใช่เรื่องจําเปึนเร่งด่วนตามพระราชกําหนดนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพอย่างนี้ครับ คณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้หลายครั้งครับว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ํา ทั่วโลก กําลังซื้อ กําลังผลิตของภาคเอกชนนั้นไม่สามารถที่จะมีศักยภาพเพียงพอในการ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนโดยภาพรวม บุคคลที่จะมี กําลังที่สุดก็คือรัฐบาล วันนี้รัฐบาลได้อาศัยเงินจํานวนมหาศาลเพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจ และในอดีตที่ผ่านมา ๖ เดือนได้ชี้ชัดแล้วครับว่ามาตรการของรัฐบาลในการกระตุ้น เศรษฐกิจนั้นเปึนไปโดยชอบ และเปึนไปโดยทิศทางที่ถูกต้อง เพราะวันนี้แนวโน้มทาง เศรษฐกิจของประเทศชาติดีขึ้น พ้นจากสถานะวิกฤติที่เราเปึนห่วงกัน เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการก่อสร้างการดําเนินการต่าง ๆ นั้นเปึนการสร้างรายได้ เปึนการกระจายรายได้ เปึนการสร้างความมั่นคงแล้วก็ให้ผู้มีกําลังผลิตผลิตสินค้า เพื่อที่จะให้ประชาชนมาใช้สอยเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชาติมั่นคง แข็งแรง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนนั้นไม่จําเปึนรัฐมนตรีต้องตอบละครับ สมาชิก พรรคร่วมรัฐบาลทุกคนที่มีความรู้ความเข้าใจ และมีสิทธิที่จะอภิปรายก็จะสามารถแสดง ความคิดเห็นได้ว่า ในการดําเนินการของรัฐบาลนั้นถูกต้องชอบธรรม ท่านประธาน ได้บรรจุระเบียบวาระถูกต้องแล้ว ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เพื่อทราบนะครับ เพื่อทราบก็ให้แต่ละท่านอย่างที่ผมบอก ขอคนละ ๕ นาทีครับ คุณสถาพร มณีรัตน์

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ๕ นาที ไม่พอครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เอา ๑ วันเลย หรืออย่างไรครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ดีครับ ๑ วันเลยครับ ท่านประธาน เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นท่านเสนอ ให้เลื่อนเพื่อทราบนี้ไป แล้วถ้าที่ประชุมนี้เห็นชอบให้เลื่อนแล้วก็เอา ๑ วันเต็ม ๆ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ได้ครับ เลื่อนเลยครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ท่านเสนอเลื่อนสิครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมไม่ได้เสนอเลื่อน เดี๋ยวท่านประธานจะป่ดเลยไม่ได้ท่านประธาน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ประทานโทษท่านประธานรับฟังก่อนนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมจะเอาตามนี้ ตามที่ มีรายชื่อ ๒๐ กว่าท่านนี้นะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผมขอหารือครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วงนะครับ ผมไม่ได้อภิปรายนะครับ แต่ผมต้องนําเรียนบางสิ่งบางอย่างกับท่านประธาน ผมยังติดพันอยู่ ท่านประธานจะได้ผมชี้แจงก่อน แล้วก็ท่านประธานข้ามไปหาคุณหมอชลน่าน ท่านประธานรับฟังผมชี้แจงนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ให้เกิน ๕ นาที เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

คือย่างนี้ครับท่านประธาน ผมยัง ไม่อภิปรายนะครับ ผมยังไม่ขอสิทธิ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือถ้าไม่อภิปรายก็นั่งลงครับ ถ้าอภิปรายก็ ๕ นาทีครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

คืออย่างนี้ครับท่านประธานรับฟังผม ก่อนครับ คือของพระราชกําหนดนี่มันจบลงไปแล้วนะครับ ที่เสนอต่อสภารับทราบตาม มาตรา ๓ ท่านเสนอพระราชกําหนดพร้อมกรอบการใช้เงินมาเรียบร้อยแล้ว ท่านเสนอมา หมดแล้วนะครับ แล้วเราก็รับทราบ สภารับทราบไปเมื่อวันที่ ๑๕ กับวันที่ ๒๒ มิถุนายน รับทราบหมดแล้ว จบลงไปแล้ว ท่านดูในมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง ให้กระทรวงการคลัง โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอํานาจกู้เงินบาทในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อนําไปใช้ในการดําเนินการมาตรการเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบใช้จ่ายเงินกู้พระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ก่อนเริ่มดําเนินการ กรอบตรงนั้นท่านเสนอต่อสภาเรียบร้อยแล้ว จบลงไปแล้ว เมื่อสักครู่ คุณธนายังมาบอกเลยว่าเปึนการเปลี่ยนแปลงกรอบ ซึ่งเขาไม่ได้ให้คณะรัฐมนตรี เปลี่ยนแปลงกรอบได้เลย ซึ่งถ้าเปึนการเปลี่ยนแปลงกรอบผมถามว่าท่านประธาน จะบรรจุในวาระเพื่อทราบตรงนี้ก็ไม่ได้ และครั้งนี้เปึนสมัยสามัญนิติบัญญัติไม่สามารถ ดําเนินการได้ ซึ่งวันนี้ผมต้องเรียนท่านประธานนะครับ โดยที่พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมัดไว้ด้วยครับว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านขอเพื่อป่ดหีบ อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านขอเพื่อโครงการไทยเข้มแข็ง ในส่วน ที่เหลือท่านเอาไปอยู่ใน พ.ร.บ. ถ้ามันเร่งด่วนจริงนี่ท่านต้องเสนอ ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน พ.ร.ก. แต่วันนี้ไม่ ท่านเสนอต่อสภา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทบอกว่าจําเปึนเร่งด่วน จริง ๆ ขอแค่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ท่านกําลังจะ เปลี่ยนแปลงกรอบ เพราะฉะนั้นไม่เข้าในมาตรา ๓ มาตรา ๓ จบลงไปแล้ว เพราะฉะนั้น วันนี้ท่านประธานครับ เรื่องนี้ท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าสามารถที่จะอภิปรายได้หรือไม่ ไม่สามารถจะบรรจุเข้าไปในระเบียบวาระนี้ได้นะครับ แล้วมาตรา ๓ ที่ท่านประธาน บอกว่าท่านเสนอบอกว่าเปึนเรื่องเพื่อรับทราบนั้นผมก็ต้องเรียนว่ามันไม่ใช่ เพราะตามมาตรา ๓ ท่านประธานลองอ่านดูดี ๆ มันจบลงไปแล้วมันเสนอกรอบ พร้อมกับครั้งแรก แต่ที่คณะรัฐมนตรีกําลังเสนอให้ท่านประธานใหม่นี้นะครับ ที่เสนอ มาใหม่ มันไม่ได้อยู่ในกรอบที่เสนอมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งแรก แต่มันอยู่ในกรอบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตาม พ.ร.บ. เมื่อสักครู่ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ก็บอกมาแล้วว่า ท่านเห็นว่ามันไปทันปุ็บ ท่านเลยเร่งเอาส่วนที่ยังไม่จําเปึนเร่งด่วนยัดใส่ใน พ.ร.ก. เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ตรงกับที่ท่านขอต่อสภาผู้แทนราษฎร ไม่ตรงกับที่ท่านขอเสนอ ต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านประธานครับ วินิจฉัยก่อนก่อนที่จะเริ่มอภิปรายกันครับว่า ตรงนี้สามารถที่จะบรรจุได้หรือไม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยเลยครับ มีสิทธิ บรรจุได้ครับ ประธานเห็นว่ามีความสําคัญเมื่อเสนอมาก็บรรจุระเบียบวาระตามอํานาจ บรรจุแล้วก็เพื่อทราบผมถืออย่างนี้ครับ แต่อันนี้ผมอะลุ้มอล่วย คือหมายความว่า เมื่อพวกเรามีความประสงค์จะอภิปราย ผมก็อ่อนให้ท่าน ยอมให้ท่านอภิปรายคนละ ๕ นาที เพื่อให้เกิดความสบายใจทุกฝ์าย

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ขอประท้วงท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านก็ประท้วง ๒ ประท้วง

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง ท่านประธานครับ

(นายประเกียรติ นาสิมมา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่รู้ใคร ประท้วงใคร ผมยังไม่อนุญาตเลย ก็พูดไปแล้ว เชิญเถอะครับ ประท้วงผม ผิดข้อบังคับข้อไหน

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๖๑ เนื่องจากท่านประธานได้ฟังคําประท้วงของท่านวิชาญแล้วว่าเรื่องนี้ การมาบรรจุเพื่อทราบไม่ถูกต้อง อันนี้ท่านประธานวินิจฉัยแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่ได้วินิจฉัยครับ ถ้าเกี่ยวกับการเงินผมจําได้ครับ ถ้าเกี่ยวกับการเงินเราต้องวินิจฉัย

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

แล้วหลังจากนั้นท่านประธาน ก็ขอ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ยังไม่ได้ตัดสินเลยว่า ผิดหรือถูก

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

จะตัดสินหรือยังไม่ตัดสิน ก็ไม่ทราบ แต่ว่าข้อต่อเนื่อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นท่านมาพูดกับ ผมมันไม่ใช่ ท่านใส่ไคล้ผม

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ผมขอพูดต่อนิดหนึ่งครับ ท่านประธานอย่าเพิ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

หลังจากนั้นท่านประธานบอก ขอฟังความคิดเห็นกฎหมายฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้าน เมื่อท่านชี้ให้รัฐบาลเสนอ ข้อกฎหมายว่าบรรจุได้หรือบรรจุไม่ได้ในเรื่องเพื่อทราบหรือจะพิจารณาท่านก็ฟังแล้ว ท่านก็ไม่ยอมเป่ดให้ทางฝ์ายค้านได้ชี้แจงข้อกฎหมายเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้น ก็ท่านนักกฎหมายเปึนทนายใหญ่พูดเลยเรื่องกฎหมายสัก ๕ นาทีก็จบ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ไม่ใช่ครับ มีคนจะชี้แจงที่รู้เรื่อง ต่อเนื่องนะครับ ผมอยากจะประท้วงท่านประธานก็เป่ดให้ฝ์ายค้านได้ชี้แจงในเรื่องที่ ท่านประธานได้วินิจฉัยว่าจะบรรจุได้หรือไม่นั่นเสียก่อน ไม่ใช่ไปประเด็นอื่น ขณะนี้ มันยังอยู่ในกรอบนั้น พอไปประเด็นอื่นเลยจะบรรจุหรือไม่บรรจุยังไม่ทราบ ผมอยากจะ ขอให้ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บรรจุไปแล้วครับ เดี๋ยวนี้ บรรจุอยู่ในระเบียบวาระแล้ว

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

เมื่อสักครู่นี้ทุกคนก็ฟังนะ ท่านเอามาบอกว่าไม่ใช่ท่านทํา แต่เปึนประธานคนอื่นทํา แต่ความรับผิดชอบอยู่ด้วยกัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แต่ผมยังต้องรับผิดชอบครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

แล้วท่านก็บอกว่าถ้าทําอย่างนี้ มันก็ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นจึงอยากจะขอฟังกฎหมายทั้ง ๒ ฝ์าย ผมฟังชัดเจน ผมก็รออยู่ ว่าท่านจะชี้ฝ์ายกฎหมายทางพรรคฝ์ายค้านเพื่อชี้แจงตอบโต้ว่าอย่างไร แต่ท่านก็ไม่ได้พูด แต่ไม่ได้ชี้ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะขอ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือตอนนี้ท่านประท้วง จบแล้วใช่ไหมครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ผมขอให้ท่านประธานวินิจฉัย นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยว่าผมวินิจฉัย ถูกต้อง ตอนนี้ผมกําลังจะชี้ตามสัดส่วนที่มีอยู่ในจอนี้นะครับ ผมจะให้พูด แล้วก็ให้ ฝ์ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ใครเปึนนักกฎหมายตัวจริงก็ให้คัดมาสัก ๑ ท่าน เพื่อชี้แจงให้ผมได้เข้าใจ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ชี้แจงในกรอบที่ว่าเรื่องนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เหตุผลสิครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

มันมีข้อโต้เถียงกันอยู่ว่าเรื่องนี้ จะบรรจุเพื่อทราบ หรือจะไม่บรรจุ บรรจุถูกต้องหรือไม่ มันมีประเด็นอย่างนี้อยู่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันมีอยู่อย่างเดียว ถ้าบรรจุผิดก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครับ เราไม่มีสิทธิที่จะวินิจฉัยได้

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอให้ท่านประธาน ชี้ให้ท่านรัฐมนตรีวิชาญอภิปรายเรื่องนี้ต่อ เรื่องประเด็นถูกหรือไม่ถูกนะครับ เพราะว่า ท่านพูดต่อเนื่องไว้แล้ว ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือท่านจะไม่พูดใช่ไหม ครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ก็จะให้ท่านวิชาญพูดต่อ เพราะว่าท่านได้พูดไว้แล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่นละ ท่านจะไม่พูด จะให้ คุณวิชาญเปึนคนพูด

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ถือว่า ท่านสละสิทธิ เชิญท่านวิชาญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากที่ผมได้หารือท่านประธานนะครับว่าการบรรจุระเบียบวาระดังกล่าว มันไม่ชอบ เนื่องจากว่าในการบรรจุระเบียบวาระที่ได้นําเรียนท่านประธานถึงข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๑๖ และมีการอ่านจนถึง (๗) ถ้าเกิดการบรรจุวาระใน ๒.๒ เพื่อทราบ ท่านประธานครับมันว่าด้วยในเรื่องของกฎหมาย มันว่าด้วยการพิจารณา เพราะมันเกี่ยวกับเนื้อหาสาระในเรื่องของเงิน เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีเองก็มาอ่าน ในรายละเอียดว่าในการพิจารณาตรงนี้นั้นเปึนการพิจารณาต่อเนื่องในครั้งที่แล้ว ในวันที่ ๑๕-๒๒ มิถุนายน เปึนเรื่องของ พ.ร.ก. เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องแยกว่า ขณะวันที่ ๑๕-๒๒ สภาแห่งนี้ได้มีการพิจารณา พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวแล้วก็ยุติไปเรียบร้อย แล้ว ท่านจะไปหยิบยกบอกว่าวันโน้นพิจารณา วันนี้คนละเวลา ถ้าจะมีการพิจารณาใหม่ ก็ต้องบรรจุวาระเข้ามาใหม่แล้วต้องเรียงตามระเบียบวาระที่มีการเขียนไว้ในข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๑๖ ท่านประธานครับ ท่านประธานเองกําลังที่จะบอกว่าการบรรจุ ระเบียบวาระนั้นเปึนเรื่องของท่านรองประธานอภิวันท์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ใส่เข้ามา เพื่อทราบ ทีนี้ พ.ร.ก. พระราชกําหนดมันเขียนไว้ในมาตรา ๓ ก็จริงว่าเสนอสภาเพื่อทราบ แต่กรณีอย่างนี้ครั้งที่แล้วที่ผ่านมาสภาได้นําเสนอเรื่องดังกล่าวโดยผ่านทางท่านรัฐมนตรี เสนอเรื่องเข้ามาว่าเปึนกรณีฉุกเฉิน มีกรอบ มีความชัดเจนว่าเงินนี้ขาดสภาพคล่อง กระทรวงการคลังเองนั้นไม่สามารถที่จะบริหารเงินเพื่อเอาไปใช้หนี้ในเรื่องของการ กู้ยืมเงินส่วนหนึ่งและไม่สามารถป่ดหีบได้เนื่องจากว่ามีภาระในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่ขณะนั้นเดือดร้อน ก็เลยขอกู้เงินมาในวงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอาไปใช้ในเรื่องของโครงการไทยเข้มแข็ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ละครับท่านประธาน ปรากฏว่าท่านเองนั้นเอาไปใช้เพียง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในกฎหมายก็เขียนไว้ครับว่า ถ้าเงินใช้หมดแล้ว หมดภารกิจที่เอาไปใช้แล้วก็ไม่สามารถ ที่จะเอาไปใช้ในส่วนไหนที่อื่นได้ ให้เอากลับไปในเรื่องของคืนคลังอย่างเดียว สถานะเดียว แสดงให้เห็นว่าในส่วนของ พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๕-๒๒ นั้นสภาอนุมัติไปแล้ว ท่านจะใช้จ่ายเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเปึน ๒ กรอบ กรอบละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องป่ดหีบ เหลืออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่สามารถที่จะใช้ ต่อได้ครับ เพราะเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องนํากลับไปอยู่ในกระทรวงการคลัง ดังนั้น อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เหลืออยู่ท่านใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง มีกรอบ มีการนําเสนอ ซึ่งผมเองก็ได้รับเอกสารในเรื่องการใช้จ่ายเงินไปแล้ว ท่านประธานครับ นี่คือมูลเหตุ ที่มองว่าการบรรจุระเบียบวาระที่เสนอ พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวเข้ามาเพื่อทราบนั้นไม่ชอบ เพราะเปึนการบรรจุระเบียบวาระใหม่ ถ้าบรรจุระเบียบวาระใหม่แล้วมันคงจะต้องเข้า ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๖ ใน (๖) เรื่องที่เสนอใหม่ ท่านประธานจะมาบอกว่าบรรจุแล้ว แล้วเลยไม่ได้ เพราะท่านประธานไปกล่าวอ้างถึงท่านอภิวันท์ก็ไม่ถูก เพราะท่านอภิวันท์ ก็มองในลักษณะของท่านเองในลักษณะหนึ่ง แต่เมื่อสภาแห่งนี้บรรจุเข้ามาก็เปึน ความรับผิดชอบของสภา ไม่ใช่ท่านประธาน เพราะตัวท่านประธานเองนั้นพ้นจาก ความรับผิดชอบในเบื้องต้น เปึนเรื่องของการหารือโดยสภาผู้แทนราษฎร เปึนการบรรจุ ในเรื่องดังกล่าวเข้ามาแล้ว ผมขออนุญาตครับว่า นอกจากนั้นเรื่องนี้ยังทําผิดรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๑๒๗ เพราะการประชุมในสมัยประชุมนี้เปึนการประชุมในสมัยสามัญนิติบัญญัติ ซึ่งถ้าจะประชุมในสมัยสามัญนิติบัญญัติแล้ว ยิ่งเปึนข้อกําหนดที่เคร่งครัดในเรื่องดังกล่าว ถ้าจะมีการที่จะเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามต้องขอมติจากรัฐสภา และเรื่องนี้ผมถามว่า ท่านประธานครับ มันเปึนเรื่องกฎหมายว่าด้วยการเงิน ใครก็มองเปึนเรื่องการเงินครับ เพราะ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อสักครู่นี้รัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานเอง ก็วินิจฉัยว่าเรื่องดังกล่าวนี้นั้นเปึนเรื่องเกี่ยวข้องกับการเงินแน่นอน ท่านประธานก็บอกเอง จึงไม่มีความมั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวนั้นถ้าพิจารณาเพื่อทราบอย่างเดียวแล้วจะชอบหรือเปล่า ผมขออนุญาตครับว่าสิ่งที่สภาแห่งนี้กําลังมีการพิจารณาเพื่อทราบในระเบียบวาระ ๒.๒ นั้น คงไม่ชอบเรื่องกฎหมายและด้วยวิธีการการบรรจุและผิดกรอบรัฐธรรมนูญ ถ้าเราขืนทําอย่างนี้ครับท่านประธาน บรรทัดฐานในเรื่องดังกล่าวเราจะไปอ้างว่า เปึน พ.ร.ก. นําเสนอสภาเพื่อทราบอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะการนําเสนอถ้ามันอยู่ ในเงื่อนไขที่เปึนเงื่อนไขใหม่ นี่เปึนเงื่อนไขใหม่ไม่ใช่เงื่อนไขเก่าที่จะบอกว่ามาต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดใช้ไม่หมดอีกก็เอามาเสนออีกบอกว่าเปึน พ.ร.ก. ต่อเนื่อง ท่านประธาน เคยมีไหมครับในอดีตเปึน พ.ร.ก. ต่อเนื่องมีไหมครับ ผมถามท่านประธาน เพราะท่านประธานเองทําหน้าที่ในสภาไม่ต่ํากว่า ๑๒-๑๓ สมัย หรือมากกว่านั้นด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้นท่านประธานเองทราบเรื่องนี้ดีกว่าคนอื่น เพราะทุกครั้งท่านประธานจะไปนั่ง เปึนรองประธานในการพิจารณางบประมาณโดยตลอด แต่สิ่งนี้ที่ท่านประธานกําลังจะ กระทําให้สภาแห่งนี้เสื่อมเสียและเสียหาย และสภานี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนเอง คงอย่าไปตะแบงเลยครับในเรื่องดังกล่าว เพราะถ้ามันไม่ถูกไม่ชอบผมอยากจะให้ อย่างน้อย ๆ ใช้มติของรัฐสภามาขอบรรจุหรือจะขอวิสามัญก็น่าจะเปึนประโยชน์กว่า ดึงออกไปก่อนเถอะครับ อย่าให้เกิดปัญหา เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ และผมกําลังมองครับว่า ระเบียบวาระต่อไปกํานัน ผู้ใหญ่บ้านกําลังคอยอยู่ แต่เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องสําคัญ เพราะเงินตั้ง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานอย่าพยายามต่อรองพวกผมเลยว่า จะต้องให้มีการพิจารณาเพียงคนละ ๕ นาที มันเปึนไปไม่ได้ ในเนื้อหาสาระที่เรากําลัง ดูอยู่นั้นมันไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยวิธีการ ถ้าท่านประธานเทียบเคียงว่าจะเอาเข้ามา บรรจุแล้วมาพูดกันเนื้อหารายละเอียดที่ผมได้รับมามันก็ไม่ชอบโดยวิธีการที่บอกว่า เปึนการเร่งรัดให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจมันไม่ใช่หรอกครับ เพราะในกรอบรายละเอียดนั้น เปึนเนื้อหาสาระที่เอาเงินงบประมาณนั้นไปใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาเท่านั้นเอง แต่ไม่เกี่ยวกับการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและไม่ได้เปึนการแก้ไขปัญหาในเรื่องของธุรกิจ หรือเศรษฐกิจที่มันล้มอยู่ในขณะนี้นะครับ แต่ผมยังเชื่อว่าสภาแห่งนี้และตัวรัฐมนตรีเอง ก็ออกมาแถลงตลอดรวมถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าเศรษฐกิจกําลังฟุ๋น เศรษฐกิจกําลัง ดีขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ยิ่งไม่จําเปึนที่จะต้องเร่งด่วนในขณะนี้ เพราะ จีดีพี (GDP) ต่าง ๆ หรือการแถลงแนวทางนโยบายต่าง ๆ ว่าจะโตอีก ๓ เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสสุดท้าย ก็ได้ยินกันชัดครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลาสภาแห่งนี้ครับ ประเด็นกฎหมายต่าง ๆ มันชัดอยู่แล้ว ผมขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยในแนวทาง ตามกรอบระเบียบและตามรัฐธรรมนูญข้อกฎหมายและข้อบังคับการประชุมโดยเคร่งครัดครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนท่านวิชาญนะครับ สภาไม่มีเสียหายครับ สภาเปึนที่พิจารณากฎหมาย ทุกฝ์ายกําลังฟังในการพิจารณา เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องข้อกฎหมายเรากําลังพิจารณา ที่ท่านบอกว่าสภาเสียหาย ไม่เสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น มีแต่ดีอย่างเดียวครับ ดีทุกคนครับ ที่ท่านพูดเสียหายนั้นก็เปึน เรื่องส่วนตัวของท่านนะ แต่ทุกคนนี้รับรองว่าเราเปึนฝ์ายนิติบัญญัติถูกต้องหมดครับ เชิญท่านไตรรงค์ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมถูก ท่านประธานพาดพิง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นิดหน่อยครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ไม่นิดละครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ผมกําลังมองว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แต่ถ้าผมพลาดไป ขออภัยท่าน เชิญนั่งลงได้ครับ ขออภัยแล้วครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี นาน ๆ ผมจะลุกขึ้นมาพูดนะครับ คือที่ผมฟังเพื่อนสมาชิกพูด มันก็มีประเด็นอยู่ แต่ทีนี้ถ้าเผื่อไม่ทําความเข้าใจให้ตรงกัน มันก็จะมีปัญหาอย่างนี้ครับ ที่ต้องทําความเข้าใจให้ตรงกัน ผมเองก็ไม่ทราบก็ต้องถามทางรัฐบาลว่าเวลาเสนอ กรอบเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เปึนพระราชกําหนด ปกตินักวิชาการเขาต้องไป รัน แมคโคร โมเดล (Run Macro Model) มาก่อนว่าเศรษฐกิจสภาพที่เปึนอย่างนี้ของโลก มันจะทําให้เศรษฐกิจทรุดลงไปเท่าไร ความสามารถจับจ่ายใช้สอยที่เรียกว่า แอคชูเอท ดีมานด์ (Actuate Demand) ซึ่งเปึนภาษาวิชาการมันจะหายไปเท่าไร ต้องชดเชยเท่าไร เข้าไปในระบบเศรษฐกิจ เพื่อที่จะรักษาเศรษฐกิจไม่ให้มันทรุดไปมากกว่านั้น ถ้าเผื่อรัฐบาลคํานวณแล้วเห็นว่าต้องกู้เงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ไหมครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลก็บอกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปทําโครงการต่าง ๆ แต่ว่าจําเปึนจะต้องยืมเงินจากเงินคงคลังมาเรื่อย ๆ ที่ละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ต้องเอาเงินกู้ไปชดเชยไปตลอด จนกระทั่งว่าครบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในส่วนเงินคงคลัง รวมแล้วก็เปึน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือ ความจําเปึนต้องกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้หรือเปล่าครับ ผมไม่ทราบครับ ต้องอธิบายนะครับว่า กรอบมันเราต้องการใช้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ใช่ไหมครับ ทีนี้ที่เสนอตอนนั้นก็คาดว่าเก็บภาษีไม่ได้อย่างไรครับ เมื่อเก็บภาษีไม่ได้ ก็คิดจะยืมเงินคงคลังมาทีละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอาเงินกู้ ไปชดเชยไปเรื่อย ๆ โรลลิง (Rolling) ไปเรื่อย ๆ จนครบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วรักษา สภาพเศรษฐกิจไว้ให้ได้ เปึนอย่างนั้นหรือเปล่าไม่ทราบ ผมก็ไม่ได้ร่วมในการทํานะครับ ผมก็ต้องถามรัฐบาลช่วยชี้แจง เพื่อนสมาชิกที่เขาติดใจ เขาก็มีเหตุผลที่จะถามว่าทําไม เราต้องใช้เงินแค่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่รักษาสภาพ เศรษฐกิจไม่ให้มันทรุดไปกว่าที่มันควรจะเปึนนะครับ ถ้าเผื่อเราไม่ทําอะไรมันจะทรุด กว่านี้มาก ปัจจุบันเศรษฐกิจเรายังติดลบอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นการได้ใช้จ่ายเงินไป ในการก่อสร้างต่าง ๆ ก็เพื่อจะกระตุ้น แอคชูเอท ดีมานด์ นั่นละครับก็ยังจําเปึนต้องใช้อยู่ เพราะมันยังติดลบอยู่ในปัจจุบันนี้ เพียงแต่มันติดลบน้อยลงไปเรื่อย ๆ เรียกว่า สถานะ มันดีขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดว่าทางรัฐบาลต้องอธิบายให้เพื่อนสมาชิก ทุกคนก็เปึนห่วงเปึนใย ชาติบ้านเมือง เพราะเงินกู้ ประชาชนก็เปึนหนี้ ก็ต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าเราจําเปึนต้อง ใช้เงินทั้งหมดเท่ากับเท่าไร ผมก็ตั้งประเด็นเพื่อจะได้ถาม ตอบกันแค่นั้นเอง เพราะผม ไม่ได้ร่วมมาตั้งแต่ต้น ขอบพระคุณท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเอาตามรายชื่อ ดีกว่าครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หรือจะลบรายชื่อเก่าออก

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ไม่ครับ ท่านประธานครับ พอดี ผมกําลังจะขอเรียนปรึกษาหารือกับท่านประธาน เพราะประเด็นนี้เปึนประเด็นใหญ่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมเข้าใจ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

กรณีที่ว่ามันควรจะ เปึนรับทราบหรือว่าเปึนการอนุมัติท่านประธานครับ เพราะเปึนประเด็นข้อกฎหมาย ท่านประธานดําริถูกแล้วว่ามันเปึนประเด็นข้อกฎหมาย ผมไม่ใช่นักกฎหมายก็จริงครับ ท่านประธานครับ แต่ผมเห็นว่ามันเปึนประเด็นข้อกฎหมายที่ใหญ่โต ไม่ใช่เปึนเรื่องเล่น ๆ ไม่ใช่เปึนเรื่องไม่ใช่เรื่อง เหมือนกับเพื่อนสมาชิกบางท่านพูดขึ้นมา สภานี้ถ้าเกิด เรื่องไม่เปึนเรื่อง ไม่เอาเข้ามาหรอกครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมกําลัง จะต้องขอเรียนปรึกษาหารือท่านประธาน เพราะอาจจะต้องปรึกษาหารือท่านประธาน ไปด้วยว่าเวลา ๕ นาทีนี้มันอาจจะไม่พอ ท่านประธานครับ ตอนนี้เพื่อนสมาชิก ทางฝ์ายเรากับทางรัฐมนตรีนี้กําลังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ทางคณะรัฐมนตรี โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งมาว่าเอาเปึนเรื่องรับทราบตามพระราชกําหนดที่ผ่าน สภานี้ไปแล้ว ท่านประธานครับ แต่พวกเรามีความเห็นว่ามันควรจะต้องเปึนการอนุมัติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔

(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อ้าวประท้วงอะไร

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ผมขอประท้วงครับ ผมขอประท้วง ท่านประธานครับ ตามมาตรา ๘ การควบคุมการประชุม คือท่านควรจะให้สลับกัน ทั้ง ๒ ฝ์ายเพื่อความเปึนธรรม แล้วอีกอย่างหนึ่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็สลับแล้ว เมื่อสักครู่นี้ ท่านไตรรงค์พูด เมื่อท่านไตรรงค์พูด คุณอดุลย์พูด

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ส่วนใหญ่ผมพวกผมยังไม่ได้พูด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็สลับแล้วครับ ท่านไม่ฟัง กระมังครับ นั่งลงเถอะครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ผมนั่งตลอด แต่อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ไม่มีเรื่องหนึ่ง เรื่องสอง หรอกครับ นั่งลงก่อน แล้วท่านก็บอกรายชื่อมา เดี๋ยวก็จะให้พูดครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ไม่ใช่ครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ ท่านสมาชิกพรรคฝ์ายค้านเปึนคนยกมือขึ้น เดี๋ยวลุกขึ้น เดี๋ยวนั่ง เดี๋ยวยืน ถ้านั่งยกมือ แสดงว่าจะกล่าวถ้อยคําในสภา แต่ถ้ายืนแสดงว่าจะประท้วง เลือกเอาสักอย่างครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือต้องมีปฏิกิริยา คนเรา ต้องลุกขึ้นบ้าง นั่งลงบ้างหมอครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

มันไม่เปึนไปตามข้อบังคับท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ ผมยังไม่เคยเห็นข้อบังคับแบบที่ประธานว่านะครับ คงต้อง บัญญัติใหม่ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็บัญญัติกันตรงนี้ เพิ่งเห็น สภาพการณ์ของพวกเราตรงนี้ละครับ คุณหมอครับ เชิญต่อให้จบเพราะท่านเหลืออีก ๓ นาทีครึ่งครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ทางท่านรัฐมนตรีได้บอกว่าได้เสนอเข้ามาตามพระราชกําหนดนะครับท่านประธาน แต่ว่า ทางพวกเราส่วนใหญ่เห็นว่ามันไม่ใช่ตามพระราชกําหนดที่จะใช้ได้แล้ว เนื่องจาก พระราชกําหนดที่กล่าวนั้นได้กําหนดจะเอาเงินไปใช้เพื่อที่ว่าจะไปสมทบเงินคงคลัง ซึ่งในนี้ก็มีการชี้แจงไว้เรียบร้อยหมดแล้ว แล้วก็ในการที่ขอผ่านพระราชกําหนดในตอนนั้น ก็มีการอภิปราย มีการให้เหตุให้ผล หมายถึงว่าหลักการของเหตุผลในพระราชกําหนด ก็คือจะมี ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเพื่อสมทบเงินคงคลัง ท่านประธานครับ แต่ผลปรากฏว่า ในเอกสารฉบับนี้ที่ชี้แจงมานี้บอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว กู้แค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็สามารถที่จะพยุงเศรษฐกิจได้แล้ว ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องเอาไปสมทบเงินคงคลังแล้ว ท่านประธานครับตามหลักการและเหตุผล ตามที่พระราชกําหนดเข้าสภาในตอนนั้น ก็คือว่าจะกู้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปเพื่อสมทบเงินคงคลัง ท่านประธานครับ ปรากฏ ว่าพระราชกําหนดนี้ตามหลักการและเหตุผลตามรัฐธรรมนูญนี้ก็คือว่าจะออกมาเปึนกรณี ที่ฉุกเฉินที่จําเปึนรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ท่านประธานครับ อันนี้เปึนสาระสําคัญ เปึนหลักการสําคัญในการออกพระราชกําหนด ในวรรคสามก็บอกว่าการที่จะผ่าน พระราชกําหนดก็โดยการอนุมัติ เพื่อนสมาชิกทางฝ์ายค้านส่วนใหญ่เห็นว่า พระราชกําหนดที่ว่านั้นได้กําหนดกรอบไปเรียบร้อยหมดแล้ว และเหตุผลของ พระราชกําหนดฉบับนั้นก็เปึนที่รับทราบแน่นอนแล้ว มีการยืนยันทั้งการอภิปรายแล้วก็ เปึนหลักฐานเอกสารแล้ว เอกสารที่ขอเข้ามาใหม่นี้เปึนการขอเข้ามาตามพระราชกําหนด ซึ่งหมายถึงว่าเหมือนกับเปึนการหลีกเลี่ยงหลักการและเหตุผลในการขอออกและขอผ่าน พระราชกําหนดในครั้งนั้น ดังนั้นเมื่อไม่มีความจําเปึนจะต้องกู้ตามที่เพื่อนสมาชิก บางท่านได้พูดไปแล้ว คือกู้แค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็พอแล้ว เพราะฉะนั้นอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่จําเปึนต้องกู้ ยกเลิกไป การที่จะมาขอกรอบใช้ใหม่นี้ก็ต้อง ถ้าเกิดว่าจะทําเปึนพระราชกําหนดก็ต้องทําเปึนพระราชกําหนดมาใหม่ มิเช่นนั้น มันเหมือนกับเปึนการใช้ทริค (Trick) เปึนการใช้เทคนิคที่จะเอาเงินที่จะกู้ตามหลักการ และเหตุผลตามพระราชกําหนดที่เราผ่านกรอบไปเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายนนี้ มาใช้ในสิ่งที่ ไม่มีความจําเปึนและเร่งด่วนตามที่หลักการของรัฐธรรมนูญนี้ได้กําหนดไว้เพื่อให้มีการ ออกพระราชกําหนด เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านต้องการจะเอามาใช้ตามพระราชกําหนดนั้น มันก็จําเปึนจะต้องออกพระราชกําหนดมาใหม่ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เรามีความเห็น แตกต่าง ดังนั้นการที่จะอภิปรายกันในเรื่องนี้ รวมทั้งผลดีและผลเสียของการที่จะปฏิบัติ โดยการนํากรอบการใช้เงินตามพระราชกําหนดมาใช้ตามที่ทางรัฐมนตรีต้องการ ผมเห็นว่าเวลา ๕ นาทีนี้มันไม่เพียงพอ มันน้อยไป เพราะฉะนั้นท่านประธานจะต้องให้ เป่ดการอภิปรายในเรื่องนี้อย่างกว้างขวางมากกว่านี้ นี่จึงเปึนสิ่งที่ผมขอเรียนหารือ ท่านประธานในวาระนี้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือวิป (Whip) ฝ์ายค้าน ได้ทําหนังสือถึงผม ขอ ๑๐ นาทีถึง ๑๕ นาที ผมวินิจฉัยด้วยความเปึนธรรมนะครับ เพราะมีจํานวนมาก ก็ขอความกรุณาสัก ๘ นาทีก็พอนะครับ ขอ ๘ นาทีเพื่อจะได้พูดกัน หลาย ๆ คน เพราะว่าเรื่องของเราอยู่เยอะครับ ความเปึนจริงเพื่อทราบเท่านั้นเองครับ ผมก็อยากจะขอความกรุณาแค่นี้ ขอ ๘ นาทีนะครับ ต่อไปฝ์ายทางนี้ครับ คุณผ่องศรี ธาราภูมิ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตใช้เวลาไม่มากนะคะ เพราะจริง ๆ แล้วก็ทราบดีว่าวาระรับทราบนี้ก็คงไม่ได้ อภิปรายอะไรมากมาย แต่หลังจากที่ได้ฟังหลายท่านแล้วก็ฟังเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง ดิฉันก็พยายามทบทวนนะคะ เมื่อรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศ ในขณะนั้นวิกฤติเศรษฐกิจ เกิดขึ้นทั้งภายในแล้วก็ภายนอกประเทศ รัฐบาลจําเปึนต้องออกพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อใช้ฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ แล้วก็อย่างที่ ได้ฟังเหตุผลไปแล้วว่าตลอดเวลาที่ทําหน้าที่มาประมาณ ๙-๑๐ เดือน รัฐบาลก็ได้ใช้พลัง ความสามารถแล้วก็ทุ่มเท จนบัดนี้สัญญาณทุกอย่างก็ได้ส่งว่า เศรษฐกิจเริ่มฟุ๋นตัวแล้วก็ มีความเชื่อมั่นกลับคืนมา ดังนั้นเหตุผลที่ได้ขอในวงเงินที่อนุมัติไปในตอนแรกในเรื่องของ ก้อนที่เอาไปใช้คืนคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีการเก็บภาษีเข้าเปัา ในตัวเลขของ กระทรวงการคลังก็บอกว่า ขณะนี้มีรายงานว่ามีระดับเงินคงคลังประมาณ ๒๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเพียงพอสําหรับรองรับในการเบิกจ่าย ป้ ๒๕๕๓ แล้ว ดังนั้นจึงเปึนเรื่องที่ น่าจะทําได้นะคะ คือ ครม. ถึงต้องทบทวนกรอบ ไม่ได้ปรับกรอบ เพราะว่ากรอบนั้นก็ยัง ใช้เพื่อการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจแล้วก็สร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ทีนี้ดิฉันได้ยิน เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดว่าจําเปึนหรือไม่ที่ปรับมาอีกประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็ได้ตรวจสอบ ถึงแม้ว่าดิฉันจะเปึนฝ์ายรัฐบาล แต่ก็ต้องตรวจสอบการทํางาน ของรัฐบาลเช่นเดียวกัน เพราะว่าเงินกู้นี้ก็ต้องตระหนักว่าเปึนเงินภาษีของประชาชน ดิฉัน ก็เห็นว่าก็มีความน่าสนใจว่าเปึนโครงการที่รัฐบาลทบทวนกรอบแล้วก็นําไปใช้ เปึนเรื่องที่ จําเปึนเร่งด่วนนะคะ ยกตัวอย่าง เช่น ในเรื่องงบประมาณที่จัดให้กับกรมส่งเสริม การเกษตรในโครงการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ ๓ ชนิดนะคะ ขณะนี้พวกเราก็ทราบ กันดีว่า รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายประกันรายได้ขั้นต่ําให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งจะมี หน่วยงานหลักก็คือกรมส่งเสริมการเกษตรที่ดูแลเรื่องของการขึ้นทะเบียน ส่วน ธ.ก.ส. ก็ เปึนหน่วยงานหลักในเรื่องของการทําสัญญา ในวงเงิน ๑๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็มี ทั้งสองรายการเลยนะคะ เพราะว่าปัญหาอุปสรรคในเรื่องของการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ก็ทําให้ขึ้นทะเบียนล่าช้า จะทําให้เกษตรกรเสียสิทธิ และวงเงินอีกประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอาไปใช้จ่ายในการชดเชยในโครงการประกันรายได้ เพราะฉะนั้น ดิฉันก็เห็นว่าอันนี้มีความจําเปึนนะคะ แล้วก็ถึงมือพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นแล้ว ในรายการอื่น ๆ ยกตัวอย่าง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะจัดสรรให้กับมหาวิทยาลัย หรือว่าสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่องการศึกษาเปึนเรื่องสําคัญนะคะ ใครจะว่าไม่เร่งด่วน ดิฉันเห็นว่าเปึนเรื่องเร่งด่วน เพราะว่าหลายป้ที่ผ่านมาเราไม่ได้มีงบประมาณลงไป สนับสนุนในเรื่องของการศึกษามานาน เพราะฉะนั้นจึงเปึนโอกาสดีนะคะ เพราะว่า การลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ก็ถือเปึนการลงทุนของประเทศชาตินะคะ อันนี้ดิฉันก็เห็นว่า ก็เปึนความจําเปึน นอกจากนั้นแล้วยังมีงบที่ดิฉันไปทุกที่เลย ไปในพื้นที่ ก็จะไปพบกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. เทศบาล ก็บอกว่าการที่รัฐบาลปรับลดงบประมาณลง ก็ทําให้ขาดเม็ดเงินงบประมาณที่จะไปสนับสนุนโครงการของท้องถิ่น ในกรอบที่รัฐบาล เสนอมาทบทวน ก็มีงบที่จัดสรรให้กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถึง ๒ รายการ ก็คือ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นก็จะไปหล่อเลี้ยงทําให้กลไกขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้ทํางานสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และอีกรายการหนึ่ง ที่คิดว่าน่าจะเปึนความจําเปึนก็คือเรื่องของความมั่นคงในความเปึนอยู่ของชีวิต ของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ดิฉันได้ติดตามการทํางานของสถาบันพัฒนา องค์กรชุมชนที่ดําเนินโครงการบ้านมั่นคงเพื่อที่อยู่อาศัย โครงการเหล่านี้เปึนการที่ให้ ประชาชน รัฐไม่ได้ให้เปล่านะคะ แต่ประชาชนจะต้องมีความเข้มแข็ง คือจะต้องมี การออมเงินสมทบ เพราะฉะนั้นจะมีชุมชนจํานวนมากที่ไม่มีความมั่นคงในเรื่องของ ที่อยู่อาศัย เช่นอยู่ในที่สาธารณะ หรือว่าไม่มีเอกสารอะไรก็ดี พอช. เขาจะมีกระบวนการ เรียนรู้แล้วก็ทําให้ประชาชนเกิดการออมเงินแล้วก็มีเงินลงมาสมทบ เพราะฉะนั้นที่รัฐบาล จัดสรรลงมาอีกประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะทําให้พี่น้องหรือว่ากลุ่มที่ทําเรื่องโครงการ บ้านมั่นคงได้มีโอกาสในช่วงนี้นะคะ แล้วก็ที่สําคัญก็คือโครงการกองทุนหมู่บ้าน แล้วก็ชุมชนเมืองนี่นะคะ ซึ่งดิฉันเองก็ได้เห็น พัฒนาการเรื่องของเศรษฐกิจชุมชนมายาวนาน ตั้งแต่ยังเปึนกองทุน ก ข ค จ นะคะ ตั้งแต่รัฐบาลของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ที่ได้เริ่มต้นการแก้ไขปัญหาความยากจนโดยให้ เม็ดเงินลงไปถึงประชาชนในหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๒๗๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มีพัฒนาการ มาเปึนกองทุน เพื่อการลงทุน เพื่อสังคม หรือว่ากองทุน ซิพ (ZIP) ที่เป่ดโอกาส ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม แล้วก็ได้บริหารเงินในชุมชน แล้วก็พัฒนาเติบโตมา แม้กระทั่ง รัฐบาลของอดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็มาเปึนเงินล้านนี่นะคะ วันนี้อะไรที่เราบอกว่า มันเปึนความเข้มแข็ง แล้วก็ถ้าหากหมู่บ้านใดที่พิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีศักยภาพ มีความเข้มแข็งพอเราก็ต่อยอด เพราะฉะนั้นในงบประมาณตรงนี้ก็จะไปต่อยอดให้กับ หมู่บ้านแล้วก็ชุมชนเมืองในส่วนที่ยังเปึนหมู่บ้านใหญ่ อย่างเช่น ที่จังหวัดลพบุรีของดิฉัน บางหมู่บ้านก็มีประชากรหลายพันหลังคาเรือนเลย แต่ว่าเงินที่ได้จัดสรรตอนนั้นก็วงเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่ากัน หรือว่ายกระดับมาแล้วก็ยังไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นก็ยังมีคน จํานวนมากที่เข้าไม่ถึงสิทธิอันนี้ รวมถึงการขยายช่วงเวลาการชําระเงินที่รัฐบาลได้ปรับ จากที่ต้องชําระเงินภายใน ๑ ป้ ได้ขยายเวลาออกไปเปึน ๒ ป้ ก็เปึนเรื่องที่ดี ดิฉัน ก็ฟังเสียงมาจากพี่น้องประชาชนว่าสิ่งเหล่านี้ถามว่าจําเปึนหรือไม่ที่รัฐบาลจะได้ทบทวนกรอบ ดิฉันก็เห็นว่าถ้าทบทวนแล้วเอาไปใช้ให้สอดคล้องกับสิ่งที่เปึนความจําเปึน แล้วก็ไปถาม ว่ามันฟุ๋นฟูเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่นไหม ก็ฟุ๋นฟูค่ะ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ที่สุด ในกรอบนี้จะมีเรื่องของแหล่งน้ํา ดิฉันเองอยู่ในคณะกรรมาธิการได้รับเสียงสะท้อน คณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม ป้นี้เราได้รับเรื่องมากเลยเกี่ยวกับเรื่อง การคํานวณผลผลิตต่อไร่ของพี่น้องเกษตรกรว่าเวลาที่รัฐบาลประกันราคาข้าว แล้วก็ กําหนดตัวเลขว่าแต่ละจังหวัดมีผลผลิตต่อไร่ไม่เท่าเทียมกัน เราก็ไปดูว่าในเขต ชลประทานกับนอกเขตชลประทานมันก็มีผลผลิตต่างกัน ดังนั้นถามว่าจะทําอย่างไรให้พี่น้อง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือว่าภาคเหนือสามารถมีผลผลิตยกระดับขึ้นมาให้เท่ากับ ภาคกลาง ก็คือต้องไปเพิ่มในเรื่องของแหล่งน้ํานะคะ เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลเสนอเข้ามาในวงเงินที่ขอทบทวนแล้วก็ปรับกรอบ ก็เปึนเรื่องที่เปึน ความจําเปึนเร่งด่วน แล้วก็รับได้ ดิฉันก็ขอใช้เวลาของสภาเพียงเท่านี้นะคะ เพื่อให้ ข้อสังเกตต่อกรอบที่รัฐบาลแจ้งเข้ามา เพื่อขอทบทวนค่ะ ขอกราบเรียนด้วยความเคารพค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสถาพร มณีรัตน์ ๘ นาทีครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ ต่อวงเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ที่ให้สภาแห่งนี้มาเพื่อทราบ ผมขออนุญาต ท่านประธานสภาอภิปราย ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ โดยหลักการ พ.ร.บ. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถ้าท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลนั้นเอาไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เอาไปใช้โครงการไทยเข้มแข็ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาแห่งนี้ไม่วิตกกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น มันถูกต้องทุกประการครับ แต่ท่านประธานที่เคารพ ท่านเอาไปป่ดหีบแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้โครงการ ไทยเข้มแข็งหรือใครเข้มแข้ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้องเสนอใหม่ ที่เราถกเถียงยังค้างคาใจกันอยู่นี่ก็คือ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกําลัง เสนอวาระนี้ผิดทั้งเงื่อนไข ผิดทั้งวัตถุประสงค์ ผิดทั้งหลักการเหตุผล ทุกเรื่องที่เรา อภิปรายมา นี่เปึนข้อเท็จจริง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านมาเป่ดกรอบใหม่ว่าเอาไปใช้ ก ข ค ง ท่านต้องเปึนเรื่องเสนอเพื่อพิจารณาอนุมัติใหม่ครับท่านประธานที่เคารพ ผมเองต้อง ตรงไปตรงมา มิฉะนั้นแล้วประชาชนจะสับสน สภาแห่งนี้ก็จะสับสน ต่อไปหลักการและเหตุผลเราก็ ละเมิดกันสิ้นดีไปทุกครั้งครับ เราไม่ขัดข้องเลยครับกู้เงินไปพัฒนา ต่อให้ลูกหลานเปึนหนี้ไม่ขัดข้อง ครับ แต่เรากําลังทําผิดหลักการแค่นั้นเองครับท่านประธาน ที่ผมนําเรียนกันคร่าว ๆ นี่ละครับว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทป่ดหีบ เมื่อป่ดหีบเสร็จมันเหลือ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอามาเสนอใหม่สิครับ ท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปยังรัฐบาล ถ้าผมเชื่อโดยสุจริตใจท่านกําลังหลบเลี่ยง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้หลบเลี่ยงการตรวจสอบของสภาแห่งนี้ นี่คือประเด็นที่ผมค้างคาใจ และเชื่อว่าจะได้ให้สภาบันทึกไว้ว่าผมได้อภิปรายอย่างนี้ ไม่เห็นด้วยครับที่จะเสนอ เปึนเรื่องเพื่อทราบ ต้องเสนอใหม่และเปึนเรื่องพิจารณาเพื่อให้สภาแห่งนี้ตรวจสอบ

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานที่เคารพ ที่กระผมจําเปึนต้องอภิปราย เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ รับทราบว่าการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐบาล ได้ดําเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงหรือไม่ นี่เปึนหลักการและเหตุผลนะครับ ข้ออ้างว่า ไปกระตุ้นเศรษฐกิจ เศรษฐกิจมันไม่ไหวแล้ว มันทรุด มันโทรม ก็จะไปไหวได้อย่างไร รัฐมนตรีสั่งขายมันเพื่อจะได้เงินมาเข้าประเทศ นายกรัฐมนตรีบอกไม่ให้ขายมันก็ไม่มี รายได้ พอจะขายข้าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งขาย นายกรัฐมนตรีบอกไม่ขาย ต้องเข้าคณะกรรมการกลั่นกรอง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เงินก็ไม่เข้า แล้วก็มากู้ ๆ เงินมันเข้า มันง่ายครับ แล้วกู้แบงก์ภายในประเทศขณะนี้เศรษฐกิจรวนไปหมดเพราะแบงก์ มันไม่ปล่อยกู้ให้กับเอกชนมันบอกว่า ปล่อยกู้ให้รัฐบาลหมูมันหวานกว่า ได้เงินชัดเจน กว่า เพราะคน ๖๓ ล้านคนค้ํา แต่ถ้าให้พวกนักธุรกิจรากหญ้ากู้มันค้ํากันคน ๒ คน กับที่ดิน ๒-๓ แปลง มันไม่ให้กู้ เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า เงินฝ๋ด มันปล่อยกู้ให้กับ รัฐบาลเพราะท่านไปกู้เปึนเงินบาท เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่น้อยนะครับ ผมถามผู้รู้ เอาใส่กล่องแม่โขง ๑๕ คันรถพ่วงยาวเลยครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านกู้มาแล้วท่านประธาน ที่เคารพผมนี่ละครับเป่ดดูแล้ว ผมถามว่างบประมาณปกติของการแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่พอใช่ไหมครับ งบประมาณปกติท่านใส่ไปเปึน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่ได้อิจฉาหรือไม่ได้ว่าอะไร เราได้ประเมินผล วัดผลกันหรือเปล่า แล้วพอมาเป่ดโครงการไทยเข้มแข็งใส่เข้าไปอีกหลายหมื่นล้านบาท ท่านประธานครับ ใครตรวจสอบได้บ้างครับว่าการใช้เงินใส่ลงไปใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เสียงระเบิด เสียงป๋นก็ยังไม่สงบครับ เมื่อวานนี้ก็ ๖ ศพ แต่งบประมาณใส่ลงไป เรื่อย ๆ ครับ มีข่าวร่ําข่าวลือว่าเพราะงบประมาณนี้เองทําให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ สงบครับ เพราะงบประมาณใส่เกินไป ถ้าแน่จริงถอนทหารกลับออกมาใส่งบประมาณให้ พี่น้องประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขามีส่วนร่วมตรวจสอบอย่างนี้สิครับจะสงบ ผมเองเปึนคนเหนือครับ ผมเห็นงบประมาณผ่านไปทางเหนือน้อยมากครับ ทางจังหวัด ชายแดนภาคเหนือผมหรือว่ามันไม่มีเสียงป๋นครับ พวกผมก็มีจังหวัดชายแดนเหมือนกัน นะครับชายแดนภาคเหนือมีเยอะด้วยติดประเทศพม่า ประเทศเขมร ประเทศลาว ติดหมดแต่ได้งบน้อยเหลือเกินครับ ถนนสาย อาร์ ๓ (R3) ไม่มีเลยครับ ในงบประมาณนี้ ถนน ๔ เลนเชื่อมจังหวัดลําพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน ไม่เห็นเลยครับ นี่ก็จังหวัดชายแดนนะครับ แต่มันเปึนชายแดนเหนือ มันไม่มีระเบิด ไม่มีเสียงป๋น เงินถึงไม่ค่อยไป ผมไม่อิจฉาใครหรอกครับ แต่ถ้า มันกระจุกอย่างนี้อันตรายครับ เพราะฉะนั้นการกู้เงินถ้าเอามาพัฒนากันอย่างจริงจัง ไม่มีใครว่าครับ แต่ท่านเล่นมาอีลุ่ยฉุยแฉกกันอย่างนี้ไม่ไหวเหมือนกันครับ อย่างงบ เอสเอ็มเเอล (SML) พี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้านผมรู้ ๆ อยู่เต็มอกว่าอะไรเกิดขึ้น บางหมู่บ้าน ก็ไม่ได้ บางหมู่บ้านได้ของไม่ตรงกับตามที่เขาร้องขอมา บางหมู่บ้านก็เปลี่ยนสเปก (Spec) กลางอากาศก็มี สับสนอลหม่านไปหมด แรก ๆ เข้ามาก็ว่าจะให้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๗๐๐,๐๐๐ บาท ให้ ๒ เท่าของรัฐบาลทักษิณให้ เอาไปเอามาไม่ได้สักบาทก็มี นี่เปึน ข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่เรากําลังจะพูด เพราะฉะนั้นคําว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาคอีสานก็มี ๑๐ จังหวัดชายแดนภาคอีสาน ภาคเหนือก็มี ๖ จังหวัดชายแดนภาคอีสาน ก็เอาจังหวัดชายแดน เอางบประมาณเหล่านี้ให้เหมือนกันกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สิครับ นี่สนับสนุนโรงเรียนปอเนาะ สนับสนุนแล้วโรงเรียนพุทธล่ะครับ ไม่มีครับ โรงเรียน พุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่กล่อมเกลาจิตของคนพุทธ ไม่มี เช็กแล้วไม่มี มีวัฒนธรรมไทย สายใยชุมชน ๔๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมเองนั้นที่ให้เวลาด้วยความจํากัดและด้วยความขมขื่น ผมไม่เห็นด้วยครับ ในการใช้สภาแห่งนี้อนุมัติกรอบเงินกู้โดยผิดหลักการ เหตุผลของ พ.ร.บ. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่เอางบประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปละเลงกระจุกไม่กระจาย ผมเห็นใจอย่างยิ่งพี่น้องประชาชน ๖๓ ล้านคน ที่จะต้องเปึนหนี้ อุแว้มาก็จะต้องเปึนหนี้ ๘๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนความเจ็บปวดที่เราได้ผ่านมา ป้ ๒๕๔๐ นั้นผ่านมาแล้ว เรากําลังจะนําไปสู่จุดนั้นอีก ตรงนี้ผมตั้งเปึนประเด็นว่า การที่จะทําไทยเข้มแข็งนั้นจะต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ใช่นําเอาสภาแห่งนี้ มาทําให้ผิดหลักการ เหตุผลในการออกกฎหมายครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวรงค์ เดชกิจวิกรม เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในวันนี้ในการบรรจุวาระ การแจ้งเพื่อทราบของคณะรัฐมนตรี ในประเด็นเกี่ยวกับการให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินนั้น ท่านประธานสามารถบรรจุได้ถูกต้อง เนื่องจากว่าใน พ.ร.บ. มาตรา ๓ ได้เขียน ไว้ชัดเจนว่า ให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินบาทในนามรัฐบาล เพียงแต่ว่า ก่อนที่จะดําเนินการใช้จ่ายเงินก้อนนี้ จะต้องให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ ซึ่งในเนื้อของกฎหมาย ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้ ครม. เสนอกรอบเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ ดังนั้นสิ่งที่ ท่านประธานบรรจุมาเพื่อให้ ครม. แจ้งมาเพื่อทราบผมถือว่าถูกต้องตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖ ไม่ใช่เปึนสิ่งที่ทางสมาชิกพรรคฝ์ายค้านวิตกกังวลครับ เพียงแต่ว่าเพื่อนสมาชิกอาจจะ กังวลว่า เนื่องจากว่าการกู้เงินครั้งนี้กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลขอป่ดหีบ เงินคงคลังไว้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้จ่ายในโครงการ ไทยเข้มแข็ง และเพียงแต่ว่าบังเอิญเศรษฐกิจดีขึ้นมาในส่วนที่รัฐบาลเอาเงินเพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปใช้ในการป่ดหีบเงินคงคลัง รัฐบาลจึงเปลี่ยนกรอบเงินกู้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไปสมทบในโครงการไทยเข้มแข็ง มันเปึนเรื่องปกติครับ ท่านประธาน ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่าการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณ ไม่ว่า จะเปึน พ.ร.บ. งบประมาณประจําป้ก็เปึนอํานาจของฝ์ายบริหารในการที่เปลี่ยนกรอบ การใช้จ่ายวงเงินงบประมาณ เช่นกันครับโครงการเงินกู้ครั้งนี้ที่เปึน พ.ร.ก. เงินกู้ก็เปึน อํานาจของฝ์ายบริหารในการที่เปลี่ยนกรอบในการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณเงินกู้ครั้งนี้ เพียงแต่ว่าก็เปึนหน้าที่ของฝ์ายบริหารคือรัฐบาลจะต้องมาแจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภาเพื่อทราบเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมถือว่าถูกต้องนะครับ ผมขอชื่นชมรัฐบาล ในการจัดเก็บเม็ดเงินงบประมาณครั้งนี้ เพราะว่าแต่เดิมเราก็ไม่คิดว่าภาวะเศรษฐกิจ มันจะกระเตื้องขึ้นอย่างเห็นชัดเจน อย่างน้อยที่ผ่านมาอาจจะมีนักวิชาการหรือฝ์ายค้าน พยายามโจมตีรัฐบาลเอาแต่กู้ ๆ ว่าจะหาเงินได้ที่ไหน วันนี้พิสูจน์ว่ารัฐบาลทางเราเดินมา ถูกทางครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นําทีม ครม. และ ส.ส. ของรัฐบาล เดินมาถูกทาง จุดที่เห็นชัดเจนวันนี้รัฐบาลหาเงินได้เพิ่มเติม อย่างน้อยรัฐบาลเก็บเงินได้ เพิ่ม ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แสดงว่าวันนี้เศรษฐกิจกําลังดีขึ้น เพียงแต่ว่าวันนี้ในองค์รวม ยังติดลบอยู่ ถ้าเราอนุมัติเงินกู้เพิ่มเติมให้รัฐบาลเอาไปในการใช้จ่ายก็จะทําให้เศรษฐกิจ สามารถจะฟุ๋นฟูได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผมชื่นชมโครงการ อสม. ที่รัฐบาลได้ใช้จ่าย ค่าตอบแทนให้ อสม. ผมขอชื่นชมโครงการการจ่ายเบี้ยกตัญ็ูหรือเบี้ยยังชีพ ซึ่งชาวบ้าน เรียกว่าเงินเดือนคนแก่ให้กับผู้สูงอายุทุกคนจนตลอดชีวิต และมิหนําซ้ําขอชื่นชม ในโครงการใหม่ที่รัฐบาลกําลังจะทําก็คือ โครงการจ่ายเงินเดือนให้กับคนพิการ ซึ่งทราบว่ารัฐบาลจะเป่ดโอกาสให้คนพิการลงทะเบียนในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ และในเดือนเมษายนจะมีเงินเดือนคนพิการทุกคนทั้งประเทศเดือนแรกที่จะเกิดขึ้น และทราบเช่นกันว่าไม่ว่าจะเปึนคนแก่ หรือผู้สูงอายุและเปึนคนพิการด้วยมีสิทธิได้รับ ๒ เท่าหรือได้รับ ๒ เด้งครับ ขณะเดียวกันผมขอชื่นชมรัฐบาลในการจัดทําโครงการประกัน รายได้ของเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนเรื่องข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง บังเอิญพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลกของผมพี่น้องเกษตรกรในหลาย ๆ อําเภอส่วนใหญ่ทํานาข้าว ผมอาจจะ ชี้ให้เห็นภาพเรื่องข้าวนิดหนึ่งว่า อดีตที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้ทําโครงการจํานํา โครงการจํานําคือคนปลูกข้าวมากได้มากคนปลูกข้าวน้อยได้น้อย และมิหนําซ้ําโครงการนี้ มีข้อจํากัดครับ เนื่องจากว่าโครงการนี้ให้สิทธิกับพ่อค้าในการรับโควตาจากรัฐบาล เมื่อพ่อค้าหรือเถ้าแก่โรงสีรายหนึ่งรับโควตามาสัก ๑๐๐,๐๐๐ เกวียน เปึนไปได้ว่า บางครั้งโครงการไหนอาจจะบ่อยไปสัก ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ เกวียน ที่เหลือเปึนการ สวมสิทธิ เราจะเห็นว่าในช่วงหลาย ๆ ป้ที่ผ่านมาโครงการจํานําพี่น้องเกษตรกรชาวนา ไม่มีอะไรดีขึ้น พี่น้องข้าวโพดก็ป่ดถนนทุกป้ พี่น้องที่ทํานาก็ป่ดถนนทุกป้ จึงย้ําได้เต็มปาก ว่าโครงการจํานําข้าวนั้น ในช่วงหลายป้ที่ผ่านมาไม่ได้ทําให้ชีวิตของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ ชาวนาดีขึ้น แต่ผมสังเกตได้ว่าโครงการประกันรายได้ครั้งนี้จะเปึนโครงการที่ทําให้รัฐบาล เม็ดเงินงบประมาณที่เคยจ่ายมาแล้วโยกจากกระเปิาซ้ายมาอยู่กระเปิาขวาและจ่ายตรง กับเกษตรกร ครั้งนี้เช่นกันครับ พี่น้องชาวนาทํานามากได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลมาก ทํานาน้อยได้เงินช่วยเหลือน้อย เพียงแต่เราเกรงว่าเศรษฐีจะมาทํานากันหมด รัฐบาล จึงกําหนดเพดานในการอุดหนุนเงินช่วยเหลือไม่เกินที่ ๒๕ เกวียน หรือ ๒๕ ตัน ซึ่งหลักการเท่าที่ทราบ คือวันนี้รัฐบาลประกันรายได้ไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท และอิงราคา อ้างอิง ถ้าราคาอ้างอิง ๘,๐๐๐ บาท รัฐบาลช่วยเกวียนละ ๒,๐๐๐ บาท ถ้าราคาอ้างอิง ขึ้นมาที่ ๙,๐๐๐ บาท รัฐบาลช่วยเกวียนละ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งถือว่าเปึนแนวทางที่ผมพูด ได้เต็มปากว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาจะลืมตาอ้าปาก อย่างน้อยสิ่งที่อยากจะ กราบเรียนท่านรัฐมนตรี ภูมิใจนะครับว่าป้ที่ผ่านมาเกษตรกรข้าวโพดป่ดถนนมาตั้งแต่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดพิษณุโลก ป่ดมาทุกป้ครับ แต่ป้นี้เงียบกริบเลยครับ ก็สะท้อนให้เห็นว่าวันนี้ โครงการที่ทางรัฐบาลทําอยู่กําลังเห็นผล และทราบข่าวว่าขณะนี้เม็ดเงินจากโครงการ ทํานา ก็คือประกันราคาข้าวกําลังจะออก ผมเชื่อว่าโครงการนี้เงินออกเมื่อไรพี่น้องชาวนา จะมีความสุข อยากจะกราบเรียนไปยังพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง รอนะครับ รอวันที่รัฐบาลอนุมัติเม็ดเงินและทราบข่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะเอาเงินส่วนต่างหรือเงินช่วยเหลือไปแจกที่จังหวัดพิษณุโลก ที่จังหวัดสุพรรณบุรีและหลาย ๆ จังหวัด พี่น้องจะลืมตาอ้างปากได้อย่างเต็มที่ และผมเชื่อว่าโครงการนี้จะเปึนโครงการที่วิเศษที่สุดของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ขณะเดียวกันขอชื่นชมผ่านโครงการที่จะปรับโครงสร้างหนี้นอกระบบ ผมขออนุญาต ใช้ภาษาชาวบ้านง่าย ๆ คือแทบจะพูดภาษาชาวบ้านเลยว่ารัฐบาลจะใช้หนี้นอกระบบ ให้กับพี่น้องที่เปึนหนี้ โดยเฉพาะดอกเบี้ยร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ หรือร้อยละ ๓๐ เพียงแต่ว่าหลักการเท่าที่ทราบจากท่านรัฐมนตรีก็คือต้องเปึนหนี้เพื่อการประกอบอาชีพ

ข้อที่ ๒ คือวงเงินหนี้ต้องไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท และ

ข้อที่ ๓ คือหลังจากใช้หนี้แล้ว พี่น้องที่รัฐบาลชดใช้ให้ต้องเอาเงินมาใช้หนี้ ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการในอัตราดอกเบี้ย ๕๐ สตางค์ ระยะยาวถึง ๑๐ ป้ ดังนั้น เปึนแนวทางที่รัฐบาลแก้ถูกทาง ก็เลยถือโอกาสขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนและให้กําลังใจ ท่านรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ผมยังมีอีกหนึ่งโครงการที่ผมถือว่าเปึนโครงการที่ถือว่าจะมีส่วนที่ทําให้ การกระตุ้นเศรษฐกิจในหมู่บ้านดีขึ้น คือโครงการที่ทราบข่าวว่ากระทรวงการคลัง ตลอดจนท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์จัดทําก็คือการขยายกรอบเงินของ กองทุนหมู่บ้าน ซึ่งทราบข่าวว่าจะมีการขยายเงินทุนให้กับคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เอาไปบริหารหมู่บ้านขนาดเล็ก คือมีสมาชิก ๕๐-๑๕๐ คน จะมีเม็ดเงินลงไปประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท สมาชิก ๑๕๑-๓๕๐ คน จะมีเม็ดเงินลงไป ๔๐๐,๐๐๐ บาท และสมาชิก ๓๕๑ คนขึ้นไปจะมีเม็ดเงินลงไปอีก ๖๐๐,๐๐๐ คน ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ดังนั้นเม็ดเงิน ต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อลงสู่ระบบ ผมเชื่อว่าต้นป้หน้าท้องฟัาแจ่มใส พี่น้องประชาชนคนไทย ชาวรากหญ้า ชาวกระดูกสันหลัง เกษตรกรชาวไร่ชาวนาจะลืมตาอ้าปากได้ และผมท้า เลยว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น และนี่คือแนวทางที่ถูกต้องที่จะทําให้วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ หลุดพ้นจากบ่วงเสียทีครับ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ แต่ก่อนอื่นขอต้อนรับท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ที่ได้กรุณามาฟังการประชุมในวันนี้ เชิญหมอประสิทธิ์ ๘ นาทีครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกได้แสดงความเห็นคัดค้านเรื่องการบรรจุ ระเบียบวาระ ความเห็นผมคิดว่าการบรรจุระเบียบวาระมีปัญหา ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานครับ แต่เนื่องจากยังเปึนข้อถกเถียงกัน ผมขอเข้าประเด็นเรื่องเกี่ยวข้องกับ กฎหมายพระราชกําหนดที่ท่านได้ไปเปลี่ยนแปลง ความจริงก็ระบุไว้ชัดเจนว่ารัฐบาล จะเอาเงินไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ดี ๆ ท่านก็ไปเปลี่ยนจากการไปป่ดหีบ ป่ดเพียง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้จ่ายอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลประกาศ ตลอดครับ เศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ผมอยากถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี แล้วกู้ทําไมครับ ก็เศรษฐกิจดีขึ้น แล้ว จะไปกู้ทําไม กู้ไปเพื่ออะไรครับ กู้ไปแล้วแผนการชําระหนี้เงินกู้ผมซักถามเจ้าหน้าที่ บอกไม่มีแผนชําระหนี้เงินกู้เลย ต้องยอมรับครับ ตอนนี้รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์จะเปึนรัฐบาล ของประเทศไทยที่กู้มากที่สุดตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมา ผมไม่เข้าใจท่านไปดูสิครับ มาตรา ๑๘๔ เขาเขียนชัดเจนครับ ท่านกู้เงินไปนี้ ผมอ่านให้ฟังอีกครั้งครับ อ่านให้ประชาชนได้ฟังอีกครั้งครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ในกรณีเพื่อประโยชน์ ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือปัองกันภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์จะทรง ตราพระราชกําหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้

การตราพระราชกําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เฉพาะ เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเปึนกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเปึนรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

ท่านประธานไปดูครับ รายละเอียดมันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จริงหรือเปล่า กรมสรรพสามิตสร้างที่พักอาคารทั้งหมดรวมแล้วสร้างที่พักทั้งนั้น ๑๓๔ ล้านบาท มิอาจ หลีกเลี่ยงได้ ต้องสร้างบ้านพักด่วนครับ ไม่อย่างนั้นมันจะมีปัญหากับกรมสรรพสามิต ดูอีกครับท่านประธานครับ ดูในรายละเอียดแล้วยิ่งดูแล้ว มหาวิทยาลัยต่าง ๆ สร้างอาคาร แล้วมันเร่งด่วนตรงไหนครับ มิอาจหลีกเลี่ยงได้ตรงไหน แล้วที่สําคัญครับ โครงการ กองทัพบกที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้เลยครับท่านประธาน โครงการสถานพักฟุ๋นและพักผ่อน ของกองทัพบกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พักผ่อนนี้มิอาจหลีกเลี่ยงได้ต้องสร้าง ท่านประธาน ผมดูแล้วผมก็งงจริง ๆ รัฐมนตรีคิดอย่างไรครับ เขาเรียกว่า สวนสนประดิพัทธ์ ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๒๒๓ ล้านบาท เปึนที่พักผ่อนนะครับ มิอาจ หลีกเลี่ยงได้ ผมฟังแล้วผมก็เศร้าใจว่า อย่างนี้หรือครับมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ยิ่งไปดู ตามไป ดูครับ กรมธนารักษ์มีแต่บ้านพักทั้งนั้นเลยครับ บ้านพักผมดูทั้งหมด ๑๓๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทในป้ ๒๕๓๓ มีเรื่องเดียวที่ผมเห็นด้วยคือเรื่องการประกันราคาพืชผล ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมไม่เอาไปทั้ง ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปเลยครับ ไปประกันราคาพืชผลให้เกษตรกร ภาคกลางตอนนี้นาปรังเจ๊งครับ คุณเอาไปชดเชยเลยครับ กิโลกรัมละ ๓ บาท ให้เขาไปเลยครับ เอาไปชดเชยเขาเลย ราคายางพาราก็ตกต่ํา ราคาอะไรก็ไม่ดี เอาไปเลยครับ ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปเลยครับ ให้เกษตรกร คนที่ เลี้ยงสัตว์ ท่านประธานครับ เลี้ยงวัวตอนนี้ถึงวันนี้ ผมพูดครั้งที่ ๗ แล้ว ยังไม่ได้รับ การแก้ไขเลยครับ ดูแล้วพลิกแล้วพลิกอีก พลิกแล้ว ไม่มีครับ ไม่มีเลย ซื้อวัวแม้แต่ตัวเดียว ก็ยังไม่มี ท่านไม่เห็นใจหรือครับ คนรากหญ้าที่เลี้ยงสัตว์ ตอนนี้คนเลี้ยงวัวเรียกว่าเจ๊งกัน จนหมดเลยท่านประธาน ผมก็ไม่เข้าใจว่าตอนนี้โครงการที่ท่านเสนอมา ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมสงสัยมาก เพราะอะไรครับ พ.ร.ก. ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านทําไปนี้ กระทรวงสาธารณสุข ๘๖,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธานครับ ตอนนี้ท่านชลน่านกําลัง ตรวจดู คิดว่าจะลดได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการอื่น ๆ อีกมากมายครับ นี่ก็ไปให้กระทรวงมหาดไทยอีกครับ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินท่านก็บอกว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนี้ครับท่านประธานมีปัญหามาก มีการทุจริตกัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านไปให้อีกครับ สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินท่านรายงานสภาทุกครั้งบอกไม่มีความสามารถที่จะตรวจ ได้ให้กระทรวงมหาดไทยตรวจเบื้องต้น ท่านประธานครับ มันจําเปึนเร่งด่วนขนาดมิอาจ หลีกเลี่ยงได้หรืออย่างไรครับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นี่ละครับผมไปเยี่ยม ที่กุดอารมณ์ เขาบอกลูกรังรถละ ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานมันเทกันอย่างไรไม่รู้ รถละ ๑๐,๐๐๐ บาท ไปตรวจสอบดูหน่อยครับ นี่เขาบอกผม ผมก็มาเล่าต่อ ลูกรังรถละ ๑๐,๐๐๐ บาทครับ ได้ ๕๐,๐๐๐ บาท ก็ได้ ๕ รถ มันจะเกิดอะไรขึ้นผมก็ไม่ทราบ โครงการอ้ายใครเข้มแข็งนี่ ผมว่าไม่ใช่ไทยเข้มแข็ง ๑๓๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่มีปัญหา มากมาย ให้ไปครับ ถ้าท่านเอาไปทําเกี่ยวกับพืชไร่ เกี่ยวกับคนยากคนจนให้ไปหมดครับ แต่ถ้าเอาไปสร้างสวนพักผ่อนให้กองทัพบกนี่ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ซื้ออาวุธ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ไปแล้ว ก็พอสมควร นี่จะเอาไปสร้างสวนพักผ่อนอีก ๒๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานเอา ๒๐๐ กว่าล้านบาทไปซื้อวัวให้บ้านผมหน่อยได้ไหมครับ มันไม่ไหวจริง ๆ ท่านประธาน อยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เรื่องนี้ ผมอยากฝากถึงรัฐบาลท่านชอบปลุกเหลือเกินอ้ายเรื่องรักชาตินี่ รักชาติ รักสถาบัน อย่าพูดอย่างเดียว การรักชาติ รักสถาบันต้องทําครับ ทําอย่างไร นี่กระแสพระราชดํารัส ผมอัญเชิญมาครับ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเปึนไป การจะจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ต้องไม่ทุจริต อย่าทุจริต โครงการ ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมไปเป่ดโครงการมันก็ส่อเจตนาแล้วครับ แค่เห็น โครงการก่อสร้าง ๆ มีปัญหาครับ ฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ อย่าทุจริตเสียเองครับ ขอบคุณ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายแพทย์บรรพตครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ กระผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาล รวมทั้ง เพื่อนสมาชิกทุกท่านต่อประเด็นที่มีความสงสัยว่าการเสนอกรอบเงินกู้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้ามาเพื่อให้สภารับทราบนี้ มันผิดกฎหมายหรือหลักการหรือไม่ ผมจะขอ อนุญาตอภิปรายผ่านท่านประธานสภาใน ๓ ประเด็นด้วยกันนะครับ

ประเด็นที่ ๑ บอกว่าผิดกฎหมายหรือหลักการหรือไม่ ผมคิดว่าในเรื่องนี้ เมื่อรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้ออกพระราชกฤษฎีกาไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้นํามาแจ้ง ต่อที่สภาอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะได้ให้รับทราบกรอบของงบประมาณที่จะนําไปใช้ใหม่ เนื่องจากว่ามันมีการก้าวหน้าของการจัดเก็บภาษีที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมก็กลับไปดู ที่ถ้อยคําเดิม ที่รัฐสภาแห่งนี้ได้รับทราบเอาไว้เมื่อวันที่ ๑๕ และวันที่ ๒๒ มิถุนายน ที่ผ่านมานี้นะครับว่า

ประเด็นที่ ๒ ก็คือกรณีวงเงินกู้เพื่อไปสมทบเงินคงคลังกําหนดไว้ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ผมขออนุญาตย้ําคําว่า ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ และในกรณีการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งจนถึงป้ พ.ศ. ๒๕๕๕ กําหนด ไว้อย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เช่นเดียวกันนะครับ ผมขอย้ําคําว่า ไว้อย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นการที่ในกรอบแรกที่ตั้งไว้ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วรัฐบาลใช้ไปเพียง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นก็เหลืออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลก็ได้นําไปไว้ในกรอบที่ ๒ คือกรอบการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ซึ่งกําหนดไว้ว่า อย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็หมายความว่ามากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้มันก็เปึนอยู่ที่เรื่องของ ถ้าตีความตามถ้อยคําที่ทางรัฐบาล ได้ขอให้ทางสภานี้รับทราบไปแล้วก็คงไม่น่าจะผิดกฎหมายและหลักการประการใด นะครับ

ประการที่ ๓ กรณีที่สงสัยว่าเปึนการเร่งด่วนหรือไม่ในเนื้อหาของกรอบ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะนําไปใช้นี้ ผมก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า จากการที่ผมได้ดูตามเอกสาร และได้ยิน ได้ฟังมาจากการชี้แจงของคณะรัฐมนตรีนะครับ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ก็ดี ผมคิดว่าอยากจะเรียนต่อท่านประธานนะครับว่า ถ้าเราอ่าน เอกสารที่แนบ เอกสารแนบ ๑ และเอกสารแนบ ๒ นะครับ เอกสารแนบ ๑ อันนี้เปึนกรอบ ซึ่งรัฐบาลได้นําไปลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ จํานวนเงิน ๑๙๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษ อันนี้ก็เปึนไปตาม กรอบที่ได้อยู่ใน พ.ร.ก. แล้วก็รัฐสภานี้ได้รับทราบไปแล้ว ในขณะเดียวกันนะครับ ถ้าดูตามเนื้อหาสาระวัตถุประสงค์ สาขาและวงเงินที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบ ๑ ท่านก็จะเห็นว่ามีทั้งหมด ๗ วัตถุประสงค์ และทั้งหมด ๑๔ สาขาด้วยกัน ในวงเงิน ๑๙๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่ทีนี้มาดูในเอกสารแนบ ๒ ครับ เอกสารแนบ ๒ เปึนการขอใช้ ในกรณีที่เปึนการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ เหมือนกัน แล้วก็ กรอบนั้นก็ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากกรอบเดิมเลยนะครับ ก็คือมีทั้งหมด ๗-๘ วัตถุประสงค์นะครับ วัตถุประสงค์ที่ ๘ ก็คือ วัตถุประสงค์อื่นตามที่ ครม. กําหนด ซึ่งอันนี้ก็คือเรื่องของการประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร จํานวนเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท และวัตถุประสงค์ที่ ๗ ก็คือการลงทุนในระดับชุมชนนะครับ ๗๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ยัง มีเรื่องของกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งมีประโยชน์ทั้งสิ้น ก็ไม่ได้เกินกรอบที่บอกว่ามันจะไม่จําเปึน หรือเร่งด่วน เพราะว่าในกรอบแรก ๑๙๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐสภาก็รับทราบไปแล้วว่า เห็นด้วยว่าเปึนกรณีที่จําเปึนเร่งด่วน เพราะฉะนั้นกรอบในเอกสารแนบ ๒ ที่เสนอเข้ามา ก็ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากกรอบที่ ๑ ในเอกสารแนบที่ ๑ เลย เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่า น่าจะเปึนสิ่งที่รัฐสภานั้นเห็นด้วยและรับทราบไปแล้ว อันนี้ผมจึงคิดว่า

ประการที่ ๑ ก็คือไม่ได้ผิดหลักการและผิดกฎหมาย

ประการที่ ๒ ก็คือว่าไม่ได้ผิดในเรื่องของกรอบของความเร่งด่วน หรือไม่เร่งด่วน เพราะว่ากรอบที่ ๒ ที่เสนอเข้ามาใหม่ ที่จะใช้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหมือนกับกรอบแรกใน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรก

ท้ายที่สุดนะครับ ผมก็คิดว่าสภาก็ควรที่จะรับทราบตรงนี้ว่าไม่ได้ผิด ไปจากหลักการหรือกฎหมายแต่ประการใด เพียงแต่ผมมีข้อเสนอแนะว่า ตามที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ได้ให้คํามั่นว่าจะมีระบบ การตรวจสอบในการที่จะใช้เงินในแต่ละก้อนอย่างเข้มงวดกวดขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้มีผู้ตรวจสอบอิสระเข้ามาอยู่ในการตรวจสอบด้วย อันนี้ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าเราจะอาศัยการตรวจสอบในระบบราชการที่มีอยู่นั้น อาจจะช้าเกินไป เมื่อรัฐบาลนั้นมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะปราบปรามหรือว่าไม่ให้เกิดการทุจริต หรือคอร์รัปชัน (Corruption) ในเรื่องเม็ดเงินที่จะลงไปจํานวนมหาศาลนี้อย่างตั้งใจดีแล้ว นะครับ ระบบการตรวจสอบก็ควรจะมีระบบเสริมเพิ่มเติมเข้ามาจากระบบการตรวจสอบ ที่มีในระบบปกติซึ่งอาจจะช้าเกินไป สิ่งที่ผมอยากจะเสนอต่อรัฐบาลก็คือว่าน่าจะต้องมี ระบบการตรวจสอบเสริมเพิ่มเติมในลักษณะที่เปึนการเฝัาระวังเพื่อจะไม่ให้เกิดการรั่วไหล หรือว่าทําโครงการซึ่งมีความชัดเจนอย่างแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องจําเปึนเร่งด่วนอย่างที่ เพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้ยกขึ้นมา อย่างนี้เปึนต้นนะครับ สุดท้ายก็คงจะเปึนเรื่อง ของการที่จะให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติม กระผมก็ขออภิปรายว่าเห็นด้วยในหลักการในการ ที่จะให้สภานี้รับทราบนะครับ เพราะเห็นว่าไม่ได้ผิดกฎหมายหรือหลักการแต่ประการใด แล้วก็ไม่ได้ผิดเรื่องของความจําเปึนเร่งด่วนแต่ประการใด ขอบพระคุณครับ

(นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านยกมือนั่นประท้วงหรือครับ ลุกขึ้นยืนยกมือประท้วงหรือครับ ท่านประท้วง ผิดข้อบังคับข้อไหน เชิญครับ

นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ แบบสัดส่วน

ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม นิคม เชาว์กิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําปาง ผมขอประท้วงท่านประธาน แต่ความจริงท่านประธานชัยที่ปล่อยให้ ดําเนินการประชุมไปผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ซึ่งการอภิปรายหรือว่าการหารือต้องอยู่ใน ประเด็นที่ปรึกษากันอยู่ แต่ท่านประธานกลับปล่อยให้มีการอภิปรายหรือว่าหารือกันอยู่ ทีเดียว ๒ ประเด็นพร้อม ๆ กันนะครับ ซึ่งการอภิปรายในครั้งเดียว ๒ ประเด็นพร้อม ๆ กัน นั้นมันจะเปึนการอภิปรายที่ฟุ์มเฟ๋อยเสียเวลา ผมอยากขอให้ท่านประธานดําเนินการ ควบคุมการประชุมให้เปึนไปตามข้อบังคับ โดยกําหนดให้ชัดเจนว่าจะให้มีการอภิปราย หรือว่าหารือกันในประเด็นไหนกันแน่ในระหว่าง ๒ ประเด็นที่เกิดขึ้นนะครับ

ในประเด็นแรก การบรรจุระเบียบวาระการประชุมของสภานั้นถูกต้อง หรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ก็จะมีการอ้างถึงพระราชกําหนดที่สภาได้รับมาจาก ครม. ว่า พระราชกําหนดดังกล่าวนั้นมีการเสนอกรอบต่อสภาแล้วมีความเสร็จสิ้นเด็ดขาดไปแล้ว หรือไม่ ถ้ามีความเสร็จสิ้นเด็ดขาดไปแล้ว การจะอ้างพระราชกําหนดดังกล่าวมาแล้วมา เสนอกรอบใหม่อีกครั้งหนึ่งนี้ดําเนินการได้หรือไม่ ถ้าดําเนินการไม่ได้ การบรรจุ ระเบียบวาระการประชุมก็ไม่สามารถดําเนินการได้เช่นกัน

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่มีการอภิปรายกันเช่นกันนะครับว่า กรอบการ ใช้จ่ายเงินใหม่ตามที่ ครม. เสนอมาต่อสภาให้ทราบนี้มีรายละเอียดและมีความจําเปึน เร่งด่วนประการใด อย่างไร ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าปล่อยให้มีการอภิปราย ๒ ประเด็น ที่มีความสําคัญตามลําดับต่างกันอย่างนี้นะครับท่านประธาน มันจะเปึนการอภิปราย ที่เข้าใจยากและดําเนินการยาก แล้วก็ฟุ์มเฟ๋อยนะครับ ถ้าอภิปรายประเด็นหนึ่งก่อนว่า ถูกต้องหรือไม่ หากที่ประชุมเห็นว่ามันไม่ถูกต้องประเด็นที่ ๒ ก็ไม่จําเปึนต้องมี การอภิปรายละครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอวินิจฉัยนะครับ ประเด็นที่ท่านยกมา ๒ ประเด็นนั้น ประเด็นแรกท่านประธานชัย ชิดชอบ ซึ่งนั่งเปึนประธานก่อนหน้าผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับว่าการบรรจุระเบียบ วาระถูกต้องนะครับ ฉะนั้นก็จะต้องอภิปรายในประเด็นของกรอบที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอ มานี่นะครับ ฉะนั้นมีท่านสมาชิกบางท่านก็อาจจะยกเรื่องประเด็นแรกมาพันบ้าง ก็อาจจะ เพราะว่าท่านอยากจะแสดงความเห็นของท่านนะครับ ผมก็ฟังอยู่ ฉะนั้นอยากจะให้ท่าน ต่อไปนี้ก็กรุณาอยู่ในประเด็นว่ากรอบการใช้จ่ายท่านจะเห็นควรอย่างไร เชิญท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ ท่านประธานวิปฝ์ายค้านขอให้ท่านใช้เวลา ๑๕ นาที ก็พยายาม ให้อยู่ในเวลา ๑๕ นาที ส่วนเวลาที่เกินเดี๋ยวไปเฉลี่ยเอาจากฝ์ายค้านนะครับ มีฝ์ายค้าน เสนอขออภิปรายมา ๑๐ กว่าท่าน เชิญท่านสุรพงษ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วผมได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยที่ไป ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจําความกันได้ นะครับ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ผมได้ไปเบิกความในศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเราเห็นว่า พระราชกําหนดฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่องที่เปึนเหตุฉุกเฉิน บ้านเมืองจะล้ม ระเนระนาด ประชาชนจะตกงาน เราได้ไปเบิกความครับท่านประธาน ผมจําได้ชัดเจนครับ ผมเองไม่เคยขึ้นศาลก็ไปเบิกความต่อศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าที่จริงแล้วรัฐบาล จะกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทําป่ดหีบแค่ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาทก็พอ แล้วก็ ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาทไปทําโครงการไทยเข้มแข็ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ลุกขึ้นตอบโต้ผมโดยใช้วิธีอ่านครับ อ่านเอกสารในศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลได้รับฟังว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปป่ดหีบ อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทําโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ที่น่าเสียใจที่สุดคําพูดอย่างนี้ครับว่า กําหนดไว้จะไปสมทบเงินคงคลังไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วกําหนดไว้อย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อไปทําโครงการ ไทยเข้มแข็ง คําพูดอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นครับ ท่านยืนยันตลอดเวลาว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปป่ดหีบ อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทําโครงการไทยเข้มแข็ง ในขณะที่ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ในเวลานั้นยังยืนยันต่อสังคมว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปป่ดหีบ ไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปป่ดหีบ ๒ คนยังพูดไม่เหมือนกัน ผมมาพูดในสภาแห่งนี้ พูดในศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่า ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทป่ดหีบ วันนี้ไปป่ดหีบเอาเข้าจริง ๆ รัฐบาลยอมรับว่าป่ดหีบแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครใกล้เคียงกว่ากันครับ ผมนี่ละ คาดการณ์ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ป่ดหีบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทผมแตกต่างไปแค่ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลนี้สิครับ นายกรณ์บอก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป่ดหีบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแตกต่างไป ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทใครเก่งตัวเลขกว่ากันครับ แล้วอย่างนี้ยังมาบอกโม้อีกว่าเศรษฐกิจดี เก็บเงินได้ดี ไม่ใช่ คิดตัวเลขผิดมาตลอด ผมบอกว่าทําไมไม่รอให้ใกล้ ๆ สิ้นป้งบประมาณ ใกล้ ๆ เดือนกันยายนค่อยขอเปึน พระราชกําหนด จะรีบไปตายตรงไหน เพราะอะไรท่านประธาน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้จะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชน เอาไปใช้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้ธนาคาร ธ.ก.ส. เอสเอ็มอี (SME) เท่านั้น ที่เปึนโครงการไทยเข้มแข็งลงในพื้นที่ วันนี้เอางบลงไปนะครับท่านประธาน กระทรวงคมนาคมลงไปได้แค่ ๒,๔๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังลงไป ๑๔,๕๐๐ ล้านบาท กระทรวงกลาโหมลงไปแค่ ๓๑ ล้านบาท จาก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงไปยังไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเลย แล้วยังมีหน้า มาบอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ตอนนั้นฝ์ายค้านยื่นเรื่องจะเปึนจะตาย ฝ์ายค้านตีรวน ฝ์ายค้านไม่ต้องการเห็นประเทศชาติฟุ๋นฟู ฝ์ายค้านต้องการให้คนไทยตกงาน พูดอย่าง ไม่อายปากท่านประธาน วันนี้ผมได้โอกาสมาฟัองพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้มันคิด อย่างไร มันทําอย่างไร คิดตัวเลขแค่นี้ก็ผิด แล้วจะมาทําอะไรกิน วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้น มาขอ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่เรื่องใหม่ ผมคาดการณ์อยู่แล้ว เพราะว่าเอา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทําโครงการไทยเข้มแข็ง เอา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปป่ดหีบ แต่ป่ดเข้าจริง ๆ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเหลือ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้า ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องมาขอสภาเพื่อให้ผ่านกรอบการที่จะไปกู้เงิน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ถูก เพราะไม่มีรายละเอียด ทํากันเอง งุบงิบกันเอง ท่านประธานดูสิครับ เอกสารที่ส่งมา ทํามา ๑๔๙,๙๙๙ ล้านบาท น่าเกลียด ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วตัวเลขในแต่ละโครงการก็ไม่มี ท่านประธาน บอกว่าการขนส่ง ๖,๖๐๐ กว่าล้านบาท นี่ครับ การประกันรายได้ให้แก่ เกษตรกร ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นผมอยากจะเล่าให้ท่านประธานฟังผ่านไปยัง พี่น้องประชาชน ผมนี่ละได้ลงในพื้นที่ไปตรวจดูโครงการไทยเข้มแข็งว่าไทยเข้มแข็ง หรือพรรคร่วมรัฐบาลเข้มแข็ง หรือผู้รับเหมาเข้มแข็ง ใครเข้มแข็งกันแน่ เพราะประชาชน ห่อเหี่ยว วันนี้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในพื้นที่จังหวัดผม อําเภอสันกําแพง ตําบลออนใต้ ยังไม่ได้รับเลย ท่านประธาน แล้วมาโม้ว่าเงินเบี้ยยังชีพลงไปแล้ว โม้อย่างหน้าไม่อาย แล้วหาว่าเศรษฐกิจดี ท่านประธาน ผมอยากจะบอกท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไทยเข้มแข็ง ผมลงไปดูในพื้นที่ หน่วยงานในท้องถิ่นเขาไม่รู้หรอกครับว่า จะจัดซื้ออะไร ส่วนกลางเปึนคนจัดมาให้ ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้ผมเห็นท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั่งอยู่ กรมอาชีวศึกษาบอกผมเลยครับ อุปกรณ์บางชนิดที่ใช้ ในการเรียนการสอนเขาไม่ต้องการเลย คิดแล้วสั่งไปให้เขาซื้อ เขาบอกทําไมไม่ถามว่า เขาต้องการอะไร เหมือนเช่นสาธารณสุข ท่านประธาน แล้วที่น่าเกลียดที่สุด จัดงบประมาณไทยเข้มแข็งลงไปทุกตําบลให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แต่มีข้อแม้ว่าให้กึ่งหนึ่ง ท้องถิ่นต้องสมทบอีกกึ่งหนึ่ง ให้ไป ๑.๒๔ ล้านบาท ท้องถิ่นต้องให้ ๑.๒๔ ล้านบาท ท้องถิ่นที่เขาร่ํารวยเขาก็ทําได้ แต่ท้องถิ่นที่ไม่มีเงินมันจะเอาเงินที่ไหนมาครับ เด็กนักเรียน ที่จะเข้าไปอบรม ไปเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขาดโอกาส ท่านประธาน รัฐบาลนี้ คิดได้อย่างไร ทําไมเรื่องการสนับสนุนการศึกษาให้เด็กเล็กไม่รู้จักทํา กลัวเด็กในชนบท จะเก่งกว่าตัวเองหรืออย่างไร กลัวเขาจะมาติดตามตรวจสอบรัฐบาลจนรัฐบาลทํางาน ไม่ได้ กลัวเขาจะรู้ว่าคอร์รัปชันเปึนอย่างไร น่าอายท่านประธาน ฝากบอกรัฐบาลเลยนะครับ งบอย่างนี้ต้องลงในพื้นที่ให้เต็ม แล้วมีบางกระทรวงเงินยังไม่ลง ท่านประธาน จ้างเหมาให้ไปทํางานจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีอย่างที่ไหนงบประมาณยังไม่ลง บอกให้ ผู้รับเหมาไปทํางานจนเสร็จ อย่าให้ผมต้องเอาตัวอย่างมาเป่ดเผย ผมไม่อยากให้ ข้าราชการท้องถิ่นเปึนบาปของเขา เปึนตราบาป ผมจะล่อรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงนี่ละ รัฐมนตรีที่อยู่ส่วนกลางนี่ละที่ไปทุจริต น่าเกลียด งบประมาณยังไม่ลงพื้นที่ ทําการก่อสร้างถนนเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานคอยดูนะผมจะเอาเรื่องนี้มาเป่ดเผย ให้พี่น้องประชาชน ผมพูดอะไร ผมมีหลักฐาน ท่านประธาน ที่สําคัญที่สุดสาธารณสุข ผมไปดูมา วันนี้ยับยั้งทุกโครงการ สาธารณสุขของทุกจังหวัด เวลาไปเบิก ทีเคเค ๒๕๕๕ ดอทคอม ที่รัฐมนตรีกรณ์บอกว่าอยากจะรู้อะไรให้ไปเป่ด ข้าราชการยังไม่เคยเป่ดเลย ผมลงไปยังไม่รู้เลยว่า ทีเคเค ๒๕๕๕ มีรายละเอียดโครงการอะไรบ้าง แล้วอย่างสาธารณสุข ท่านประธาน ไปเป่ด ทีเคเค ๒๕๕๕ สาธารณสุขจังหวัดนี้ สมมุติว่า ได้ ๑๐๐ ล้านบาท พอลงไปจริง ๆ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเฉยเลย เพิ่มขึ้นมา หน้าตาเฉย แต่โชคดีที่หมอชนบทเขาออกมาโวยวาย มันถึงได้ยับยั้งทุกโครงการ แล้วก็มี การทบทวนราคากลางใหม่ อย่างนี้พอจะยอมรับได้บ้าง แต่มันก็แสดงความตั้งใจ ที่จะทุจริตคดโกง โกงกินอยู่แล้ว วันนี้อาชีวศึกษาที่ผมไปพบมา ข้าราชการเขาให้ชื่อผมมาด้วย เขาพร้อมที่จะมาเป่ดเผยเหมือนที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการเป่ดเผยเหมือน แพทย์ชนบท อาจารย์เขาใจถึงครับ เขาบอกเขารับไม่ได้กับพฤติกรรมอย่างนี้ มาบีบบังคับให้เขาซื้ออุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ในการเรียน ซึ่งเขาไม่มีความจําเปึน เขาไม่ต้องการ และที่สําคัญที่สุดโครงการไทยเข้มแข็ง ท่านประธาน ไม่ใช่โครงการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่โครงการใหม่ แต่ละหน่วยงาน ไปหยิบจากหิ้ง ศึกษาไว้แล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ เอามาปัดฝุ์นแล้วมาเสนอ แล้วสร้างตามนั้น ป้ ๒๕๕๑ น้ํามันมันเท่าไร ท่านประธาน ๑๒๗ เหรียญต่อบาร์เรล ราคาค่าก่อสร้างก็เปึน ของป้ ๒๕๕๑ และวันนี้มันป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ค่าก่อสร้างลดลง แต่ใช้ราคากลางเปึน ราคาเดิมที่คิดไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ ทุเรศไหมท่านประธาน อย่างนี้ใช้ได้อย่างไร และโดยเฉพาะสํานักงบประมาณมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินที่ผมเปึนประธานบอกว่าราคากลางกําหนดไว้ส่วนหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วหน่วยงานที่ท้องถิ่นจะกําหนดกันขึ้นมาเอง หน่วยงานบางหน่วยงานก็ไปเอา สํานักพาณิชย์จังหวัด แต่บางหน่วยงานก็คิดเอาเอง จินตนาการเอาเองแล้วตั้งเลย สมมุติ ว่าตั้ง ๑๐๐ บาท ไปประมูลท่านประธานรู้ไหมครับได้ ๙๙.๙๙ บาท น่าเกลียดไหมครับ ให้มันอยู่ภายใต้งบประมาณแค่นั้นเอง อย่างนี้คือข้อบกพร่องการทุจริตการเกิดขึ้น และไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะผมไปถามเขาว่างบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลคุย โม้โอ้อวดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจนี่ท่านได้ศึกษาอย่างไร ไม่มีเลย ไม่ได้ศึกษาเลยว่ารายได้ เกษตรกรจะเพิ่มขึ้นเท่าไร การลงทุนนี้จะคืนทุนให้ประเทศชาติเท่าไร ไม่มี และถามว่า นายกรณ์จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายดอกเบี้ย วันนี้เริ่มกู้จากประชาชนออกเปึนพันธบัตร ดอกเบี้ยเริ่มจ่ายแล้วเอาเงินที่ไหนไปจ่าย คิดเปึนไหม หาเงินยังไม่เปึน ตลอดชีวิตมีแต่ ขอเงินพ่อแม่ แล้วก็มากินเงินเดือน ไม่เคยทําธุรกิจจะไปรู้อะไร ไปด่านก็ไม่เคยไป เคยเห็น ความลําบากยากแค้นของพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนไหม ผมไปกัมพูชามา ท่านประธาน เขาลําบากกันมาก หาเช้ากินค่ําข้ามไปข้ามมาติดต่อการค้าขายกัน ทําธุรกิจทั้งนั้น วันนี้รัฐบาลมาผิดทาง และสิ่งที่มาขอกรอบวงเงินกู้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กับสภานี่เพื่อรับทราบอย่างเดียวมันไม่ได้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเทียบเท่ากับ งบประมาณกลางป้ งบประมาณกลางป้ท่านประธานจําได้ไหม ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่เข้าในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์นี่ผ่านสภากี่วัน ไปตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันกี่วันกว่าจะตัดลด อันนี้ของ่าย ๆ เลย ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผิดกฎหมายไหม มันผิด และที่สําคัญที่สุด รายละเอียดไม่มี เมื่อสักครู่ต้องขออภัยขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ ท่านเปึนที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการคณะผม ท่านเปึนว่าที่รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ท่านยังเห็นด้วยเลยว่าไม่มีรายละเอียดเลย การอภิปรายของสภาของ ส.ส. ฝ์ายค้าน มันก็ต้องเปึนความสัมพันธ์ที่จะต้องชี้ให้พี่น้องประชาชนเห็นให้สภาแห่งนี้ได้เข้าใจ ไม่ใช่ หลับหูหลับตาเสียงมากลากไปจูงไปทางไหนก็ไป ผมไม่ใช่วัวใช่ควายมาจูงได้ เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะ ส.ส. ฝ์ายค้านไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่รัฐบาลมาขอกรอบ เงินกู้ง่าย ๆ อย่างนี้ ควรจะออกเปึนพระราชบัญญัติใหม่ หรือเปึน พระราชกําหนดที่ไม่ใช่ฉุกเฉิน ต้องบอกเลยมันฉุกเฉินตรงไหน พระราชกําหนด มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤษภาคม วันนี้เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ๗ เดือน ท่านประธาน เงินไม่ลงไปในพื้นที่สักเม็ดหนึ่ง ลงไปแค่ เมื่อสักครู่ที่ผมบอก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แค่นั้นเอง จาก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วยังมา คุยโม้โอ้อวดว่าเศรษฐกิจดี เก็บภาษีได้เพิ่ม อยากจะฝากท่านประธานไปยัง พี่น้องประชาชน รัฐบาลนี้มันไร้ยางอาย พูดได้อย่างไร ตัวเองคิดเลขผิด ทําให้ ตัวเลขที่จะไปป่ดหีบนั้นมันลดน้อยลง เพราะตัวเองบอก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป่ด ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมนายสุรพงษ์พรรคฝ์ายค้านบอกไปป่ดแค่ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท

(นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีท่านสมาชิกประท้วง เชิญท่านประท้วงข้อไหนครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี ผมขอประท้วงท่านกําลังอภิปรายอยู่ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ พูดจาไม่สุภาพครับ ท่านประธานครับ คําว่า มัน คําว่า ร้าย หยาบคาย ทุเรศ ผมเห็นว่าท่านผู้หลักผู้ใหญ่ ท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั่งข้างบนเยอะมากนะครับ ขอให้ ท่านประธานวินิจฉัยคําพูดของผู้กําลังอภิปรายด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุรพงษ์ก็กรุณาคํานึงถึงข้อบังคับเรื่องการใช้วาจาด้วยนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธาน คําว่า มัน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอยู่คําหนึ่ง คือคําว่า ทุเรศ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เดี๋ยวท่านประธานฟังก่อน ผมเปึนคนเหนือ ท่านประธานก็เปึนคนเชียงราย คําว่า มัน นี้ใช้ทั่วไป มันติดครับ เพราะเปึนภาษาเมือง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมถึงไม่ทักท้วงท่าน แต่มันมีอยู่คําหนึ่ง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

แต่คําว่า ทุเรศ เปึนความจริง เพราะมันเปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คําว่า ทุเรศ อยู่ในพจนานุกรม ท่านประธาน ผมไม่ได้ใช้คําหยาบ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ระมัดระวังหน่อยจะจบแล้ว เชิญครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธาน ผมก็อยากจะ ฝากไว้

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

เปึนวาจาไม่สุภาพครับ ท่านครับ ขอให้ท่านผู้กําลังอภิปรายผมเคารพอยู่นะครับ ในฐานะผมคนรุ่นใหม่ ผมอยากจะเห็น การอภิปรายของท่านไปในทางสร้างสรรค์แล้วก็ใช้วาจาที่สุภาพครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมได้ขอความกรุณาท่านแล้วนะครับ เชิญท่านต่อ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมเปึนคนรุ่นเก่า ท่านประธาน ไม่เปึนไรครับ ผมรับได้ สมัยพ่อขุนรามคําแหงยังมึงกูเลย ท่านประธานครับ ผมจะจบอยู่แล้ว ผมเปึนห่วงคืออย่างนี้ครับ บอกว่าเอาไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ป่ดจริง ๆ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ของผมบอกว่าไปป่ดหีบ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอาตัวเลขมาจากเขานั่นละ แต่ไปป่ดหีบจริง ๆ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมแตกต่าง แค่ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลแตกต่าง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครใกล้เคียงกว่ากัน ประชาชนต้องฟังเลย ผมคิดเลขเก่งกว่า อย่างน้อยผมผิดพลาดแค่ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลชุดนี้ผิดพลาด ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้ววันนี้จะฉวยโอกาสเอา ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมาขอไปใช้อีก ใช้ในโครงการไทยเข้มแข็งซึ่งส่อให้เห็นถึง การทุจริตประพฤติมิชอบ โกงกินบ้านโกงกินเมืองได้ ท่านประธาน ฝากไว้แค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีเดี๋ยวฟังท่านสมาชิกก่อนดีไหมครับ มีอีกหลายท่าน พาดพิงประเด็นไหน เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในนามคณะรัฐมนตรี ท่านสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายจบสิ้นไปได้มีการกล่าวหาใส่ร้าย หลายประการที่เปึนความเท็จขัดต่อความเปึนจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการคิดเลข ท่านอาจจะหัวใสกว่ารัฐบาลหลายคน แต่ว่าการทํางานของรัฐบาลก็ทําด้วย ความรอบคอบ ตรงไปตรงมา คํากล่าวที่บอกว่า โกงกินทุจริต ท่านอาจจะหมายถึงรัฐบาล ทักษิณใช่ไหมครับ ยุคโคตรโกง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความกรุณาครับ ผมอยากเห็นบรรยากาศที่ประชุมไปด้วยความสงบ เรียบร้อย เรายังมีร่างพระราชบัญญัติสําคัญที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านมารออยู่นะครับ ขอความกรุณา

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผมประท้วงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ ผมเรียนท่านรัฐมนตรีแล้ว นั่งเถอะครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ไม่ได้ ท่านประธาน มันเสียหาย เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีท่านพูดชัดเจน ท่านบอกว่าโกงกินเหมือนรัฐบาลทักษิณใช่หรือไม่ ไปเอ่ยชื่อเขาคนนอก ท่านประธานครับ วันนี้เรากําลังตรวจสอบรัฐบาลนี้ กําลังตรวจสอบอยู่ แล้วท่านจะกู้ เราก็บอกว่ากู้ไปทําอะไรพวกเราก็พูดชัดเจน เราไม่ได้ไปเสียบซ้ายเสียบขวา ท่านประธานต้องให้ถอนก่อนครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เพื่อบรรยากาศครับ เพียงแต่ว่าผมก็เข้าใจในข้อเท็จจริงว่าเปึนเช่นนั้น แต่ว่าถอนเพื่อให้ ท่านสมาชิกที่ประท้วงนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนแล้วท่านก็ชี้แจงในส่วนที่พาดพิงก็พอ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ผมเรียนเฉพาะในประเด็นที่ท่านบอกว่าล้มเหลวในเรื่องเศรษฐกิจหรือว่ามีการอ้าง ฉวยโอกาส ผมอยากจะเรียนว่าไม่ใช่รัฐบาลพูดฝ์ายเดียวครับ เปึนที่ยอมรับว่าการฟุ๋นตัว ทางเศรษฐกิจได้เกิดขึ้นโดยเฉพาะจากผลของเรื่องของ

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีท่านเชาวรินประท้วง ประท้วงข้อไหนท่านเชาวริน

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ข้อเดียวกับท่าน ส.ส. สุชาติ ลายน้ําเงิน แต่ ส.ส. สุชาติ ประท้วงกรณีที่รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์พูดถึงรัฐบาลก่อนรัฐบาลทักษิณ แต่อีกประโยคหนึ่ง มันเจ็บปวดก็คือว่ารัฐบาลโคตรโกง ตรงนี้ผมต้องขอให้ท่านประธานให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ถอนไปเสีย เพราะท่านก็เปึนถึงเสนาบดี ไม่ควรจะพูดส่อเสียด เสียดสี ให้เกิดความเสียหายแก่คนอื่น และข้อเท็จจริงท่านก็รู้ ท่านไม่ใช่คนโง่หรอก ท่านฉลาด รู้ว่าตลอดเวลาที่มีการดําเนินคดี นับตั้งแต่มีการปฏิวัติยึดอํานาจวันที่๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ยังไม่มีการลงโทษ นายกรัฐมนตรีทักษิณในคดีทุจริตแม้แต่คดีเดียว ส่วนคดีที่ดินรัชดานั้นไม่ใช่เปึนการทุจริต แต่เปึนการทําในเรื่องที่กฎหมายบัญญัติห้ามมิให้กระทํา ท่านจะเห็นได้ว่าในคําพิพากษา ศาลฎีกานั้นไม่ได้ระบุเลยครับ เรื่องทุจริตไม่มีครับ เพราะฉะนั้นให้ถอนเถอะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความกรุณา

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีถอนเถอะครับ จะได้เดินหน้าต่อ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผมกําลังจะขอประท้วง ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงกันใหญ่ เดี๋ยวทีละท่าน ท่านอรรถพรเชิญก่อนครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผมประท้วงคําวินิจฉัยของ ท่านประธาน ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงคําวินิจฉัยของท่านประธานที่ให้ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ ถอนคําพูดครับ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์พูดออกไปนั้น ตรงตามความเข้าใจ ของพี่น้องประชาชน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านรัฐมนตรีท่านก็ถอนแล้วนะครับ เอาละครับ นั่งเถอะครับ เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ เชิญนั่งลงครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เพื่อให้ที่ประชุมเรา เรียบร้อยนะครับ ขอความกรุณาท่านถอนคําพูดที่มีปัญหานะครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านก็ถอนไปแล้วครับ เมื่อสักครู่ ท่านก็ถอนไปแล้วครับ ไม่เห็นจําเปึนจะต้องถอนซ้ําซาก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งเถอะครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ถ้าดูคําพิพากษาของศาล กรณีที่ดินรัชดา

(นายประมวล เอมเป้ย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมไม่อนุญาตให้ท่านอภิปรายอะไรแล้วครับ เชิญท่านนั่งลง นั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวจะให้ ท่านที่ประท้วงข้างหน้าท่านได้ชี้แจง เชิญครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ผมประท้วงท่านเชาวรินครับ ที่บอกว่าท่านทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มีการทุจริตคอร์รัปชัน อันนี้เรายังพิสูจน์ไม่ได้นะครับ เพราะว่าท่านทักษิณเปึนนักโทษที่ยังหนีคดีอาญาและยังมีคดีอีกหลายคดี ที่กําลังบอกว่ากําลังทุจริตคอร์รัปชันกันอยู่ กําลังถูกกล่าวหา เพราะฉะนั้นถ้าแน่จริง ให้เข้ามาครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละพอแล้วครับ คืออย่างนี้สิ่งที่เราพูดกันนี่เปึนกระบวนการที่กําลังอยู่ในชั้น กระบวนการยุติธรรม พูดไปนี่มันก็ไม่ได้ข้อสรุปและเดี๋ยวก็จะทําให้บรรยากาศการประชุม เราไม่ราบเรียบ ขอความกรุณาท่านสมาชิกครับเดี๋ยวจะได้เดินหน้าต่อ แล้วเดี๋ยว จะได้นําเอาร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่เข้ามาสู่การพิจารณาของสภา นั่งเถอะครับ ท่านอลงกรณ์เอาสั้น ๆ ขอความกรุณาเถอะครับ อะไรที่มันจะพูดแล้ว ก็เสียดแทงกันนี่อย่าเลยนะครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานครับ รัฐบาลก็ถูกใส่ร้ายปัายสีและใช้ถ้อยคําที่ไม่สุภาพเลย เพราะฉะนั้น จึงจําเปึนต้องชี้แจงบางประเด็น ผมจะไม่พาดพิงก็แล้วกัน แต่อยากจะเรียนอย่างนี้ว่า การที่รัฐบาลได้เข้ามาในภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจและได้ใช้งบในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า เอสพี ๑ (SP1) โดยขออนุมัติในการเพิ่มงบประมาณกลางป้ก็ได้ก่อให้เกิดผล อย่างชัดเจนต่อการฟุ๋นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ และก่อให้เกิดการคลี่คลายของวิกฤติ เศรษฐกิจที่พี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อน

ประการที่ ๒ ก็คือว่าได้ตัดสินใจในการกู้เงิน แต่ถามบอกว่ากู้เพื่ออะไร เพื่อลงทุนให้ประเทศนี้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ประเด็นของการตรวจสอบทุจริต ผมให้ความเคารพ รัฐบาล ให้ความเคารพต่อการทําหน้าที่ของฝ์ายค้านและ ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล และองค์กรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นทันทีที่มีประเด็นเกิดขึ้นมาไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้ดําเนินการในการเข้าตรวจสอบ ระงับยับยั้งความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านสมาชิก ที่มีใจเปึนธรรมก็คงจะยอมรับได้ในประเด็นนี้

ส่วนประเด็นในเรื่องของคําว่า ล้มเหลวทางเศรษฐกิจนั้น ผมเข้าใจว่า อาจจะเปึนการใส่ร้ายฝ์ายเดียวมากเกินไป ขณะนี้ตัวเลขส่วนใหญ่ทุกตัวอยู่ในภาวะขาขึ้น ผมคิดว่ามันไม่มีความจําเปึนใด ๆ ที่เราจะต้องทําร้ายประเทศมากกว่านี้ด้วยการทําให้ มีความรู้สึกว่าประเทศของเรากําลังจะแย่ลง ทั้งที่ประเทศของเรากําลังดีขึ้น ผมเพิ่ง ประชุม เอเปค (APEC) ที่ผ่านมาก็ยังได้รับการชื่นชมจากประเทศในเอเชียแปซิฟ่ก (ASIA Pacific) หลายประเทศทีเดียวว่าแนวทางการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ ทั้งในการเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจก็ดี การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งก็ดี และการตัดสินใจอย่างถูกเวลาเหมาะสมในการ กู้เงินเพื่อลงทุน ไม่ได้กู้มาเพื่อไปตําน้ําพริกละลายแม่น้ํา เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าในฐานะ ของรัฐบาลนั้นเราจะพยายามดูแลเม็ดเงินอย่างดีที่สุด และเชื่อว่าครั้งนี้เปึนการกู้เพื่อสร้าง ความเข้มแข็งด้านการศึกษา สาธารณสุข ด้านของการชลประทานและด้านโครงสร้าง พื้นฐาน รวมทั้งด้านของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และด้านการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าจะทําให้ ประเทศไทยนั้นสามารถยืนได้อย่างเข้มแข็งต่อไป และขณะนี้อยู่ในภาวะขาขึ้นทาง เศรษฐกิจนะครับ จึงอยากเรียนว่ารัฐบาลพร้อมฟังและพิจารณาสําหรับข้อมูลข้ออภิปราย ที่เปึนเหตุเปึนผล ตรงตามข้อเท็จจริง ส่วนที่จะตําหนิติเตียนด้วยวิสัยทางการเมือง ของท่านอย่างไรนั้นก็รับฟัง แต่ว่าจะไม่พิจารณาหรอกครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านยุคลครับ ของท่าน ๘ นาทีนะครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสนับสนุนและเห็นด้วยอย่างยิ่งในการรับทราบการใช้จ่าย เงินกู้ของพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ นี้ จํานวนเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วนนี้เอง ก็มีความจําเปึนจริง ๆ ท่านประธานครับ เพราะโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลนี้ได้ให้เข้าไปเพิ่มเติมและสนับสนุน มันมีมากมายที่เปึน ผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ทุกภาคของประเทศไทยนะครับ อาทิเช่น ตัวอย่างของโครงการ โครงการการประกันรายได้ของพี่น้องเกษตรกร คําว่า ประกันรายได้ เรียนบอกกับท่านประธานและพี่น้องผู้ที่ฟังอยู่ทางบ้านเพื่อรับฟังได้รับทราบอย่างทั่วถึงว่า การประกันรายได้ที่ผ่านมา พี่น้องได้เห็นว่าเปึนการจํานํา ในฐานะที่ผมเคยอยู่ ธ.ก.ส. มาก่อน ผมจะรู้เลยว่าการจํานํากับการประกันมันแตกต่างกันมากที่สุดนะครับ คือรัฐบาลนี้ได้เห็นความสําคัญว่า เมื่อที่ผ่านมาการจํานําข้าวก็ดี เห็นว่าผลประโยชน์ที่ได้รับ คือนักธุรกิจต่าง ๆ มากมาย แต่การประกันรายได้ของพี่น้องเกษตรกรเมื่อทําแล้ว และพิสูจน์เห็นแล้วว่าพี่น้องเกษตรกรได้รับผลประโยชน์มากที่สุด โครงการที่ทําไปนําร่อง อาทิเช่น ข้าวครับ ป้นี้อยากจะเรียนบอกกับท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนผู้ที่ รับฟังว่า ข้าวของท่านป้นี้ รัฐบาลนี้ประกันราคาข้าวเพื่อเปึนการเสริมรายได้ให้กับ ท่านทั้งหลายไม่ขาดทุนล้านเปอร์เซ็นต์เลยครับ พี่น้องเกษตรกรชาวนาท่านจะได้รับกําไร จากการประกันของนโยบายรัฐบาลชุดนี้นะครับ ๑. เรื่องการประกันมันสําปะหลัง ก็เช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ พี่น้องที่ผ่านมามีการประท้วงกัน มีการป่ดถนนกัน มากมาย เรื่องมันสําปะหลัง เรื่องข้าว เพราะนํามันจากต่างประเทศเข้ามาค้าขายหรือขาย ให้กับรัฐบาลในประเทศไทย นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าเรารับประกันรายได้ของพี่น้องชาวไร่มัน หรือไร่ข้าวโพด พี่น้องเกษตรกรเหล่านี้จะได้รับกําไรจากรัฐบาลนี้ชุดนี้อย่างทั่วถึง ทั่วหน้า แน่นอนเลยครับ และอีกไม่ช้าทางภาคตะวันออก โดยเฉพาะพี่น้อง ในจังหวัดจันทบุรีของผมจะมีผลไม้ออกมาตามฤดูกาลคือเดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคมที่จะถึงนี้นะครับ รัฐบาลนี้มีนโยบายชัดเจนจะเข้าไปประกันรายได้ของ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้ นี่คือประโยชน์ที่พี่น้องเกษตรกรได้รับเต็ม ๆ อาทิเช่น โครงการแหล่งน้ําอย่างทั่วถึง ทั่วทั้งประเทศก็เช่นเดียวกันเปึนโครงการที่จะต้องแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องชาวสวนชาวไร่ทั่วทั้งประเทศเช่นเดียวกันนะครับ

อีกโครงการหนึ่ง ขอเรียกว่าโครงการสวัสดิการของพี่น้องประชาชน ดังที่ โครงการของรัฐบาลนี้ได้ทําคือโครงการการเพิ่มค่าตอบแทนให้กับพี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นี่คือเปึนที่มาแห่งการใช้เงินกู้เหล่านี้ทั้งนั้นเลยนะครับ โครงการช่วยพี่น้อง เพิ่มค่าตอบแทนให้กับพี่น้อง อสม. ทั่วทั้งประเทศ นี่คือเปึนโครงการเสริมสวัสดิการให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงเช่นเดียวกัน โครงการที่น่าชมเชยที่สุดโครงการหนึ่ง คือโครงการของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และรัฐบาลชุดนี้ได้เล็งเห็นพี่น้องพิการด้วยจะให้ เบี้ยยังชีพคนพิการทั่วถึงเช่นเดียวกัน และเมื่อผู้สูงอายุเสียชีวิตต่อจากนี้ไปรัฐบาลนี้ ยังเห็นความสําคัญกับพี่น้องผู้เสียชีวิต เมื่อท่านเสียชีวิตแล้วท่านยังได้รับ ค่าฌาปนกิจหรือสงเคราะห์ศพรายละ ๒,๐๐๐ บาท ทั่วหน้าทั่วถึงทั้งประเทศ นี่คือ เปึนโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลที่กู้เงินครั้งนี้ด้วยอย่างทั่วถึงนะครับ

อีกโครงการหนึ่งอยากจะเรียนบอกกับท่านประธานคือ โครงการลงทุน ในระดับชุมชน เช่น การเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง อยากจะเรียน บอกกับท่านประธานว่าเปึนโครงการที่เปึนผลประโยชน์ เปึนโครงการที่ต่อยอดให้กับ พี่น้องทุกกองทุนในประเทศไทย โดยงบประมาณไทยเข้มแข็งลงไปประมาณ เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อยากจะเรียนบอกกับท่านประธานว่าโครงการนี้มีเสียงเรียกร้อง จากพี่น้องของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั้งประเทศว่าเขาต้องการขยายโอกาสว่า จาก ๑ ป้ที่ผ่านมาเคยกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านแล้วส่งชําระหนี้ให้กับกองทุน แต่ขณะนี้ เดี๋ยวนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี พี่น้องทั่วทั้งประเทศของกองทุนหมู่บ้านเรียกร้องมายัง ท่านนายกรัฐมนตรี มาที่คณะรัฐมนตรีว่าให้ขยายโอกาสไปเปึน ๒ ป้ได้หรือไม่ อยากจะ เรียนบอกท่านประธานว่ารัฐบาลชุดนี้ได้เห็นความสําคัญและมีความจริงใจ เลยขยายโอกาสให้กับพี่น้องของกองทุนหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชนของประเทศไทย ไม่เกิน ๑ ป้ และเพิ่มทุนให้ท่านสมาชิกกองทุนที่มีคนอยู่ในหมู่บ้านของท่าน ๕๐-๑๕๐ คน เพิ่มให้ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ กองทุน ๑๕๐-๓๕๐ คน จะเพิ่มให้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาท เพิ่มทุนให้กับกองทุน ๓๕๑ คนขึ้นไปจะเพิ่มให้กองทุนละ ๖๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่มีความจริงใจกับพี่น้องของกองทุน มีท่านสมาชิกท่านหนึ่ง ขอเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. สถาพรพูดเรื่องเงินกู้ว่าไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มากที่สุด ผมเรียนบอกกับพี่น้องผู้ที่ฟังอยู่ทางบ้านว่าไม่เปึนความจริงครับ รัฐบาลชุดนี้ภายใต้ การนําของพรรคประชาธิปัตย์ให้เงินกู้หรือเงินที่จะกระจายลงไปอย่างเปึนธรรมทุกภูมิภาค อีกไม่ช้าพี่น้องภาคตะวันออกจะมีรถไฟความเร็วสูง พี่น้องภาคใต้จะมีรถไฟความเร็วสูง พี่น้องภาคกลาง แล้วก็ภาคอีสาน ภาคเหนือจะมีรถไฟความเร็วสูงเช่นเดียวกัน รัฐบาล ชุดนี้ได้ผ่าน ครม. เปึนที่เรียบร้อยแล้ว และอยากจะเรียนบอกกับท่านสถาพรว่ารัฐบาล ชุดนี้ไม่เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมาเลือกปฏิบัตินะครับ เลยเรียนบอกว่าเราไม่ใช่ให้กู้ ต่างประเทศต่อไป

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมดเวลาแล้วครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

เลยเรียนบอกกับท่านทั้งหลายว่า นี่คือรัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจและขอให้กําลังใจรัฐบาล ขอขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสถาพรใช้สิทธิพาดพิง

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขออนุญาตที่เพื่อนสมาชิก ได้พาดพิงถึงกรณีที่ผมได้อภิปรายเรื่องของงบประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ไปสู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างผิดปกติ และคําอภิปรายของผมนั้นเชื่อมโยงไปถึงว่าการให้งบประมาณ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้นทําให้เสียงป๋นยังไม่สงบ ยิ่งงบมากเสียงป๋นยิ่งดังมาก และผมก็ได้อธิบาย ความถึงว่าประเทศไทยเรานั้นไม่ใช่มีชายแดนเฉพาะ ๓ จังหวัด ใช้คําว่า ๓ จังหวัด ชายแดน ยังมีภาคอีสานอีกเปึน ๑๐ จังหวัดที่เปึนเมืองชายแดน ยังมีภาคเหนืออีก ๖-๗ จังหวัดที่เปึนเมืองชายแดน แต่คําว่าชายแดนเหล่านั้นไม่ได้รับการดูแลงบประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เท่าที่ควร ผมเองกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ด้วยความเคารพครับ เราเห็นว่าเราอภิปรายในกรอบของ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ได้ เทียบเคียงทําการบ้านมาเรียบร้อย เทียบเคียงเรียบร้อยว่าคําว่า ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ กับ ๑๖ จังหวัดภาคอีสานชายแดน ๘ จังหวัดภาคเหนือชายแดน นั้นไม่มีงบ ซึ่งเปึนเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ ผมเองไม่ได้อคติหรือไม่ได้อิจฉาตาร้อนอะไร ก็นําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังผู้อภิปรายว่าข้อมูลเหล่านั้นเราอภิปรายในกรอบ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และผมเทียบเคียงแล้ว ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น จังหวัดชายแดน ภาคเหนือ จังหวัดชายแดนภาคอีสาน นั้นได้น้อยมากครับ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเชาวริน ๗ นาทีนะครับ แล้วก็ต่อด้วยท่านสุชาติ

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านวิเชียรมีอะไร ประท้วงอะไรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา ขออนุญาตประท้วงฝ์ายรัฐบาลที่อภิปรายไปก่อนหน้าท่านสถาพร เพราะว่าคําอภิปราย ของท่านนั้นพูดถึงรายละเอียดโครงการต่าง ๆ และสรรเสริญเยินยอรัฐบาลแล้วสุดท้าย ก็มาบอกว่าไม่เหมือนรัฐบาลชุดก่อน ๆ ไม่เหมือนรัฐบาลชุดก่อนที่เลือกปฏิบัติ ถ้าพูด อย่างนี้ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ พูดไม่ได้ ใช้กล่าวหาเสียดสีผิดข้อบังคับ แต่เอาเถอะครับ ท่านประธาน ไม่เปึนอะไรหรอก คําว่า รัฐบาลชุดก่อนเลือกปฏิบัติหรือไม่ ลองถาม กํานัน ผู้ใหญ่บ้านข้างบนดูสิ ได้เงินเดือนหรือยังเดือนที่แล้ว ผมถามได้เงินเดือน หรือยังครับ ทํางานเปึนไหมรัฐบาลชุดนี้ครับ ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้รับเงินเดือน ไม่มีหรอกครับ เลือกปฏิบัติไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเชาวรินครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวก็พาดพิงกันไปมาก็ไม่ได้เดินหน้า

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

ท่านประธาน นิดเดียวครับ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา นิดเดียวครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วทั้งประเทศไทยได้รับเงินเดือน เรียบร้อยแล้วนะครับ รัฐบาลได้โอนให้เรียบร้อยแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ ไม่ได้ ข้อเท็จจริงก็ปรากฏอยู่ที่ผู้รับแล้วครับ เชิญท่านเชาวริน ๗ นาทีครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ถามสิครับว่าได้เมื่อไร วันประชุมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ นั่งลงเถอะครับ เชิญต่อท่านเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดราชบุรี เรื่องที่ผมต้องใช้เวลาตรงนี้ก็เพื่อที่จะกราบเรียน ท่านประธานไปยังผู้ที่มีอํานาจในการรับผิดชอบ โดยที่ขณะนี้รัฐบาลได้มาขออนุมัติ จากสภาในกรอบเงินกู้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในเอกสารที่ส่งมาให้สภาพิจารณา ในเอกสารแนบแผ่นที่ ๑ รายการที่ ๔ มีระบุไว้เกี่ยวกับเรื่องการยกระดับคุณภาพ การศึกษาและการเรียนรู้ทั้งระบบให้ทันสมัย สาขาการศึกษา ๔๓,๙๘๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่น่าวิตกอย่างยิ่ง เรื่องของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และสมาชิกหลาย ๆ คนก็ได้อภิปรายไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องของการทุจริต ความไม่ถูกต้อง ในการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน สิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานคือรายชื่อ โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในโครงการพัฒนาคุณภาพ โรงเรียนสู่มาตรฐานสากล ซึ่งปรากฏว่าได้มีการคัดเลือกโรงเรียนต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ การศึกษาทั่วประเทศจํานวน ๑๑๐ โรงเรียน โดยจําแนกเปึนโรงเรียนอนุบาล ประจําจังหวัด จัดให้โรงเรียนละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้ผมละไว้ที่จะไม่พูดถึง ทั้งหมด มีแค่ ๑๐ จังหวัด ทั้ง ๆ ที่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศมีโรงเรียนอนุบาลประจําจังหวัดนั้น ๗๕ โรงเรียน แต่กรุงเทพมหานครนั้นจะมีโรงเรียนระดับนี้เปึนต้นว่า โรงเรียนพญาไท โรงเรียนราชวินิต ปรากฏว่าไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ลงไป แต่พอไปถึงเรื่อง ของโรงเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งจัดไว้ให้ทั้งหมด ๑๐๐ โรงเรียน โดยมีหนังสือแจ้งไปอย่างเปึนทางการระบุชื่อโรงเรียน เปึนต้นว่าในกรุงเทพมหานคร จะมีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนราชนันทาจารย์ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ๒ โรงเรียนราชวินิตมัธยม โรงเรียนวัดสุทธิวราราม โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย โรงเรียนสายน้ําผึ้ง โรงเรียนสายปัญญาในพระบรมราชินูปถัมปี โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า โรงเรียนนวมินทราราชินูทิศ บดินทรเดชา โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๒ โรงเรียนทวีธาภิเษก โรงเรียน สตรีวัดอัปสรสวรรค์ นี่เปึนตัวอย่างแต่ละโรงเรียนจะได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อไป ปรับปรุงพัฒนาห้องและตัวอาคาร เปึนศูนย์การเรียนรู้สู่ความเปึนเลิศ โรงเรียนระดับ มัธยมศึกษาเปึนเงิน ๑,๑๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อทําอะไร เพื่อพัฒนามุมบริการสืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ด้วยสื่อออนไลน์ (Online) และพัฒนามุมเรียนรู้ และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ด้วยตนเอง ด้วยสื่อดิจิตอล (Digital) พัฒนาห้องเรียนเปึนอีเลิร์นนิ่ง (e-Learning) เปึนห้องระบบมัลติมีเดีย (Multimedia) หรือห้องเอนเตอร์เทนเมนท์ (Entertainment)

๒. เปึนรายการค่าพัสดุ ค่าครุภัณฑ์การศึกษาซึ่งมี ๘ กลุ่มสาระ แต่ละ โรงเรียนจะได้รับการจัดสรรอีก ๑,๘๒๐,๐๐๐ บาท รวมโรงเรียนมัธยมศึกษา ๑๐๐ นี้ จะได้รับ ๒,๙๗๐,๐๐๐ บาท นี่เปึนรายชื่อโรงเรียนต่าง ๆ ทั้งหมด ๑๑๐ โรงเรียน ที่สํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ส่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ่านเขตพื้นที่การศึกษา หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันแต่ละโรงเรียนจะมีคนไปติดต่อ โดยนํา แบบพิมพ์ที่เตรียมไปจากกรุงเทพมหานคร ได้ติดต่อผู้บริหารโรงเรียนให้ลงนามสั่งจองซื้อ ครุภัณฑ์ตามรายการที่กระทรวงศึกษาธิการแจ้งไป แล้วมีน้ําใจบอกกับผู้บริหารโรงเรียน ว่าท่าน ผอ. เซ็นไป แล้วของก็จะจัดมาให้ตามรายการในโอกาสต่อไป แต่ที่แน่ ๆ ผอ. จะได้ ส่วนลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็พูดง่าย ๆ ว่าเปึนเงินทอนโรงเรียนละ ๒๙๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏมีหลายโรงเรียนที่ผู้บริหารสถานศึกษามีจิตสํานึก มีความละอายต่อบาปไม่ยอม เซ็นเอกสารที่บริษัท ห้างร้านเอกชนนําไปให้ หลังจากนั้นโรงเรียนเหล่านี้จะไม่ได้รับ การติดต่อจากส่วนกลาง แต่สุดท้ายพอจัดสรรเงินไปโรงเรียนที่ไม่ลงนาม คือไม่ร่วม กิจกรรมรับเงินทอนจะลดเงินลงไปเหลือ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท จาก ๒,๙๗๐,๐๐๐ บาท ลงไปเหลือแค่ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท โรงเรียนเหล่านี้ก็ไม่สามารถที่จะไปดําเนินกิจกรรม ตามที่กระทรวงสั่งการลงไป ที่จะให้พัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ระดับมาตรฐานสากล เปึนไปไม่ได้จาก ๒,๙๗๐,๐๐๐ บาท มาเหลือ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท โรงเรียนทําไม่ได้หรอก ท่านประธานที่เคารพ ด้วยเหตุดังกล่าวกระผมในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรจึงขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าจําเปึนจะต้องมีการตรวจสอบการใช้เงินที่สภาอนุมัติไปทุกบาท ทุกสตางค์อย่างรอบคอบ นี่มันเปึนความชัดเจนเหลือเกินที่มีการทุจริต มีการสมรู้ร่วมคิดกัน ระหว่างข้าราชการระดับสูงในกระทรวงกับห้างร้านที่ขายวัสดุอุปกรณ์การศึกษา ดังนั้น จึงไม่แปลกเลยที่นักบริหารการศึกษาระดับสูงท่านหนึ่งได้ลาออกจากราชการ นั่นก็คือ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ซึ่งได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้ที่สนใจเรื่องของ การศึกษา ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานบทความลงในคํานิยมให้กับคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ซึ่งได้เขียนไว้ว่าคุณหญิงลาออกโดยไม่มีใครคาดฝันฉันแทบช็อก (Shock) คนอื่นก็เช่นเดียวกัน ฉันแอบได้ยินด้วยความเปึนห่วง เพราะเราจะหา คนคุณภาพได้ยาก เมื่อมีความพยายามล้มระบบคุณธรรมเกิดขึ้น ประสบการณ์ ไม่ว่าในฐานะเจ้าหน้าที่มาจนถึงนักบริหารวิชาการการศึกษานอกระบบ และการศึกษา ในระบบครบถ้วน แทบจะเรียกได้ว่ามีทุกแง่มุม ไม่ขาดอะไรเลย ยิ่งกว่านั้นยังดํารงตําแหน่งระดับ ๑๑ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการ กพฐ. กว่า ๖ ป้ ฉันเห็นประจักษ์ชัดว่าคุณหญิงอยู่ที่ไหน ที่นั่นคึกคักขึ้นมาทันที ด้วยการทํางาน อันเปึนจิตวิญญาณของความกระตือรือร้นที่เป้ืยมไปด้วยคุณภาพและประโยชน์ การทํางานไม่เคยด่างพร้อย มีแต่จะปกปัองผลประโยชน์ของเยาวชน ยามใดผู้นํา บ้านเมืองมีคุณธรรมก็จะทอประกายแจ่มจรัสขึ้นมา ทว่ายามที่ผู้นําไร้คุณธรรม ประกายแสงก็สลัวลางอยู่ท่ามกลางธรรมาภิบาลสีเทา มืดบ้าง สว่างบ้าง ตามความเปลี่ยนแปลงของผู้นํารัฐบาล คุณค่าอยู่ที่การได้รับเกียรติว่าเปึนผู้บริหารดีเด่น ด้วยรางวัลครุฑทองคําแห่งรัฐ ในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงานยอดเยี่ยมและมีความงดงาม ด้านคุณธรรมจริยธรรมจากสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย อีกทั้งรางวัล เวิร์ล เอดดูเคชั่น อะวอร์ด (World Education Award) ในฐานะบุคคลที่เปึนประโยชน์ด้าน การศึกษาระดับโลก บัดนี้คุณหญิงได้ลาออกไปแล้วแต่คุณงามความดียังคงเปึนตํานาน ให้นักศึกษารุ่นหลังเล่าขาน แต่ฉันยอมรับว่าฉันยังช็อกอยู่ ท่านประธานครับ นี่เปึนความห่วงใยของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้ ทรงเขียนเปึนหนังสือให้กับคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เพราะฉะนั้นผมจึง ขออนุญาตอันเชิญถ้อยคําที่สมเด็จพระเทพฯ ได้เขียนประทานให้กับคุณหญิง มากราบเรียนท่านประธานเปึนข้อสังเกตที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ขอขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ รายชื่อสมาชิกที่จะอภิปรายมีอยู่ ๑๒ ท่าน คนละ ๘ นาที ก็ ๙๖ นาที ขอความกรุณารวบรัดหน่อย ท่านประท้วงหรือครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ผมไม่ได้ประท้วงครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานหน่อยครับ กระผม สัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วาระนี้เปึนวาระรับทราบ และผมฟังดูผู้อภิปรายก็อภิปรายมามากมายแล้ว พอรู้เรื่องแล้วครับ ผมขอเสนอป่ดอภิปรายครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะเสนอป่ดอภิปรายก็เปึนสิทธิของผู้เสนอครับ แต่มีผู้สนใจจะอภิปรายอีกหลายท่าน และเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องสําคัญ ท่านจะพออะลุ้มอล่วยกันหน่อยได้ไหมครับ ให้ได้อภิปรายกัน อีกสักหน่อย

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ท่านครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน รออยู่นะครับ

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธาน ผม สุชาติ ผมประท้วงต่อครับ ท่านประธาน ผมประท้วงนิดหนึ่งท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องประท้วงครับท่านสุชาติ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

มันต้องประท้วง ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เขายื่นญัตติขอให้ป่ดอภิปรายก็ตามสิทธิเขา

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ผมประท้วงตรงนี้ครับ ไม่ใช่เขานั่งอยู่ แล้วขึ้นประท้วงขอป่ดอภิปราย ถ้าท่านรับคําที่เขาขอป่ดอภิปราย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมถามว่าจะประท้วงไหม

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ผมจะเสนอนับองค์ประชุมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมถามเขาว่าเขาจะประท้วงไหม เขาบอกว่าไม่ประท้วง เขาก็ยืนลุกขึ้นแล้วก็บอกขอเสนอ ให้ป่ดอภิปราย ท่านเอาอย่างไรครับท่านผู้เสนอญัตติ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ท่านครับ ผม สัญชัย อินทรสูต พรรคประชาธิปัตย์ พอดีกํานัน ผู้ใหญ่บ้านมาฟังตั้งแต่เช้าแล้ว แล้วอันนี้ผมก็มองดูว่า อภิปรายกันมาเปึนเวลา ๓ ชั่วโมงแล้ว มากพอสมควร ผมยืนยันขอป่ดอภิปรายครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงว่าท่านยืนยัน

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานวิปฝ์ายค้าน

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมคิดว่าบรรยากาศวันนี้น่าจะเปึนบรรยากาศที่ดีนะครับ แต่เมื่อได้รับฟังญัตติมีผู้เสนอจากพรรครัฐบาลไม่สบายใจคําท้วงติงของพวกผมในเรื่อง ระเบียบวาระ ๒.๒ เปึนเรื่องแจ้งเพื่อทราบ แต่ผมกําลังทําหน้าที่ในฐานะฝ์ายค้าน จะอภิปรายก็จํานวนรายชื่อที่ส่งไปนั้นถ้าได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น ผมก็ว่า มันเหมาะสม และกราบเรียนต่อความห่วงใยของท่านสมาชิกไปสู่พี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมกราบเรียนเลยว่าระเบียบวาระนี้ฝ์ายค้านให้การสนับสนุนมาตลอดตั้งแต่แรกเลย ท่านกลับบ้านได้อย่างสบาย ท่านไม่ต้องนั่งวิตกกังวลเลย เป่ดวิทยุ ๘๗.๕ ฟังก็ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กําลังเปึนข้อกังขาของพวกเรา ก็คือระเบียบวาระที่ ๒.๒ หนี้ที่เปึนวงเงิน ถึง ๑.๔๙ ล้านบาท เปึนเพียงแค่วาระเพื่อทราบคงจะไม่ได้ ขอมีการอภิปรายก่อนที่จะลง ความเห็น ตรงนี้ละครับท่านประธานที่เปึนความกังวลของพวกผม จึงได้เสนอชื่อไปนะครับ ต้องขอเรียนนะครับท่านประธานวิปรัฐบาล ก็คงจะไม่ได้ใช้เวลาอีกนานเท่าไร ก็เหลือ ๘ นาที ท่านประธานชัย ชิดชอบ ผมเสนอ ๑๐-๑๕ นาที ท่านก็ต่อรองมาเหลือ ๘ นาที ควรจะให้เกียรติท่านประธานชัย ชิดชอบ บ้างว่ากําหนดไปแล้ว แล้วอยู่ ๆ ท่านก็มาขอญัตติโดยให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เห็นใจกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมคิดว่าคนละ ประเด็นท่านประธาน ตรงนี้มีคณะกรรมาธิการร่วม เมื่อสักครู่นี้ผมเจอท่านดิเรก ถึงฝัืง ท่านรออยู่ ท่านบอกว่าเรื่องที่อภิปรายก็เปึนเรื่องที่น่าสนใจ เพราะฉะนั้น อีกไม่นานครับ เพราะคนละ ๘ นาทีแล้ว ท่านประธานสภาเปึนคนกําหนด ขออนุญาต เอ่ยนามอีกครั้ง ท่านชัย ชิดชอบ ท่านต่อรองนะครับ และคิดว่าจํานวนบุคคลที่จะแสดง ความคิดเห็นนั้นอยู่ในเรื่องหลัก ๆ ทั้งนั้น จึงขอได้โปรดถอนเถอะครับ ขอให้สภา ได้ดําเนินไปด้วยดีนะครับ เพราะว่าความเห็นของฝ์ายค้านนั้นผมคิดว่าเปึนประโยชน์ ต่อประเทศชาติครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถามท่านผู้เสนอญัตติให้ป่ดอภิปราย ขอความกรุณาได้ไหมครับ ก็เหลืออยู่ ๑๒ ท่าน ท่านละ ๘ นาที ก็ประมาณชั่วโมงเศษ ๆ ก็จะจบนะครับ จะได้เข้าสู่วาระต่อไป

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ผมยังยืนยันขอป่ดอภิปรายครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านยืนยันนะครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ครับผม

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุชาติ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ เดี๋ยวเอาทีละท่าน ท่านสุชาติก่อน ท่านพิเชษฐ์เดี๋ยวนะครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ เมื่อสักครู่นี้ผู้ที่ลุกขึ้นมา แล้วเสนอป่ดการอภิปรายนี้นะครับ เหมือนท่านประธานวิปผม ท่านวิทยา บอกว่าไม่ให้เกียรติการประชุม ประธานวิปรัฐบาลอยู่ตรงไหนครับ ประธานวิปฝ์ายค้าน กับฝ์ายรัฐบาลควรที่จะไปหารือกัน วันนี้เรื่องนี้มันเปึนประโยชน์กับประเทศชาติ ท่านประธานครับ คุณกู้เงินตั้งทีละ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทนฟังสักนิดสิครับ วาระ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านนี้นะครับ ผมเปึนกรรมาธิการผมเสนอมาตลอดว่าเห็นด้วย กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาบอกเขาอยากจะฟังตรงนี้ด้วยซ้ําไปนะครับ ผมว่าทนดูหน่อย ถ้าท่านประธานเห็นด้วยกับการเสนอป่ดการอภิปราย ผมเสนอต่อให้นับองค์ประชุม ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับอย่าเพิ่ง เอาอย่างนี้ครับ ผมจะให้โอกาสประธานวิป ๒ ฝ์ายได้ไปปรึกษาหารือกัน ผมขอพักการประชุม ๕ นาทีนะครับ

พักประชุมเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๗.๐๖ นาฬิกา

ท่านสมาชิกครับ เชิญท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลได้ข้อสรุปอย่างไรบ้างครับ เราจะได้ เดินหน้าการประชุมให้เรียบร้อย มีร่างพระราชบัญญัติสําคัญรออีกหลายฉบับนะครับ เชิญท่านประธานวิปรัฐบาล เดี๋ยวท่านประธานวิปฝ์ายค้าน เชิญท่านชินวรณ์ครับ ท่านผู้เสนอญัตติ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนี่มาบอกผม บอกบางคนมาจากจังหวัด อุบลราชธานี บางคนมาจากจังหวัดเชียงใหม่ นั่งรถมาตั้งแต่ตี ๔ คิดว่าวันนี้ถ้าเกิด อภิปรายในเรื่องของเขาเสร็จปัูบ เขาจะได้กลับเลย ถ้าวันนี้อภิปรายต่อไปแล้วนี่กว่าเขาจะกลับ ดีไม่ดีเขาอาจจะต้องค้างคืนที่นี่ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ท่านประธานครับ เพื่อให้บรรยากาศ เปึนไปในทางประนีประนอม ผมว่าขอเวลาให้เขาอีกสักครึ่งชั่วโมง ผมอนุญาตให้อีกสัก ครึ่งชั่วโมง ถ้าอีกครึ่งชั่วโมงไม่จบ ผมขอเสนอป่ดการอภิปรายอีกครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้สรุปแล้วคือท่านขอถอนการป่ดอภิปรายขณะนี้นะครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ครับ ผมถอนตอนนี้นะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

แต่ผมขอให้ครึ่งชั่วโมง ถ้าครึ่งชั่วโมงไม่เสร็จ ผมขอเสนอป่ดอภิปรายนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวอันนั้นเปึนเหตุการณ์ภายหลังนะครับ เอาตอนนี้ก่อน ท่านถอนนะครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์มีอะไรครับ เชิญท่านนั่งลงครับ เชิญท่านผู้อภิปรายท่านต่อไปเลยครับ เดี๋ยวขอฟังท่านสมาชิกอีกสักหน่อย แล้วเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีค่อยชี้แจง ท่านจะชี้แจง เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ขออนุญาตหน่อย ท่านประธานครับ

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ประธานวิปฝ์ายค้านว่าอย่างไรครับ ท่านวิเชียรนั่งลงก่อน

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

คือท่านต้องตกลงกันก่อน เมื่อกี้พวกผมก็เปึนประเด็นกัน

๑. คือว่าท่านสมาชิกฝ์ายรัฐบาลอภิปรายจะคิดเวลากับใคร

๒. ท่านรัฐมนตรีจะตอบชี้แจงอีกครับท่านประธาน แล้วให้ผมครึ่งชั่วโมง มันจะมีประโยชน์อะไรครับ เพราะฉะนั้นต้องพูดให้ชัดนะครับว่าท่านรัฐมนตรี ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าพวกผมอภิปรายเสร็จ ท่านจะตอบหรือท่านจะเอาอย่างไร เชิญเลยครับ ผมต้องขออนุญาตตรงนี้ครับ เพราะไม่อย่างนั้นผมปฏิบัติหน้าที่ผมก็ลําบาก อยู่แล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตกลงเอาอย่างนี้นะครับ ท่านประธานวิปฝ์ายค้านแปลว่าท่านเห็นด้วยกับที่เขากําหนด เงื่อนเวลาครึ่งชั่วโมงหรือ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

คือเรื่องระยะเวลานั้นผมเรียน ท่านตรง ๆ ผมอยากให้พวกผมปฏิบัติหน้าที่ แต่ผมทราบว่าท่านมีวัตถุประสงค์อย่างนั้น แต่ไม่ควรจะหยิบยกกํานัน ผู้ใหญ่บ้านมาเปึนข้อกล่าวอ้างนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิเชียรมีอะไรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา ผมขอประท้วงผู้ที่อภิปรายแล้วเสนอขอถอนไป ก่อนที่ท่านจะถอนนี่ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ไม่ควรจะใส่ร้ายฝ์ายค้าน กรณีใส่ร้ายฝ์ายค้านก็คือว่าเสมือนหนึ่งว่าพวกเรา ต้องการเตะถ่วง พ.ร.บ. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ตามความเปึนจริงรัฐบาลเปึนคนดําเนินการ เรื่องนี้ พ.ร.ก. จะเอามาให้รับทราบเรายังตีความกันยังไม่จบว่าต้องเปึนเรื่องพิจารณา หรือเรื่องรับทราบ แล้วมาเอาเสียบคาก่อน แล้วกํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็ล่าช้าไป เปึนความผิด ของรัฐบาล ไม่ใช่ความผิดของฝ์ายค้าน ท่านต้องเอากฎหมายฉบับนี้ไปไว้ต่อหลังกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะฉะนั้นมันต้องได้คุยกันก่อนครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านวิเชียรครับ

(นายสัญชัย อินทรสูต ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอะไรอีกครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ผมไม่ได้ใส่ร้ายพรรคฝ์ายค้านนะครับ ผมอธิบายตามข้อเท็จจริงว่าผู้ใหญ่บ้านเขามารอตั้งนานแล้วครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวสักครู่ครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลงเถอะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวไม่จบครับ

(นายสมคิด บาลไธสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวไม่จบครับ เชิญนั่งลง

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ เพื่อให้ บรรยากาศเปึนไปเพื่อความสมานฉันท์ ผมขอให้ ๓๐ นาทีนี้ฝ์ายรัฐบาลจะไม่พูดเลยครับ ให้ฝ์ายค้านพูดคนเดียวเลยครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมคิดประท้วงอะไรครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ผมขอประท้วงผู้ที่อภิปรายอยู่นะครับ เพราะว่าคุณมีอํานาจอะไรมากําหนดให้สภานี้กําหนดเวลา ๓๐ นาที ก็ให้สภา เปึนคนตัดสิน คุณจะมากําหนดบอกว่าเอา ๓๐ นาที คุณเปึนใคร เราก็ ส.ส. ด้วยกันทั้งนั้น เรื่องผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ฝ์ายค้านให้อยู่แล้ว แต่ฝ์ายรัฐบาลทุกครั้งคุณไม่เอา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมคิดครับ ใจเย็น ๆ นั่งลงเถอะครับ คืออย่างนี้นะครับ คือเมื่อสักครู่ผมก็ได้เรียน ที่ประชุมแล้วก็เรียนท่านผู้ถอนญัตติแล้วว่าเรื่องถอนญัตติก็จบไป ทีนี้ก็เปึนการเดินหน้า อภิปราย ส่วนเหตุการณ์ข้างหน้าเดี๋ยวค่อยว่ากันใหม่ ท่านจะไปกําหนดเวลาอย่างนั้น ก็ไม่ได้ ท่านผู้เสนอญัตติ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งให้ดูมีเหตุมีผลอะไร ท่านก็ค่อยว่ากัน คุณหมอชลน่าน ประท้วงอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ครับ ท่านประธาน ใช้สิทธิที่เขาพาดพิง ผมคิดว่าข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกทําให้สมาชิก โดยเฉพาะฝ์ายค้านเสียหาย โดยการยกประเด็นเรื่องการเสนอการป่ดอภิปราย แล้วก็ กล่าวถึงการที่ท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้านมานั่งฟังในที่ประชุม ผมต้องใช้สิทธิที่พาดพิงกรณี จะเกิดความเข้าใจผิดครับ ก็จะทําให้ฝ์ายค้านเสียหายขึ้น ต้องขออนุญาตท่านประธาน ชี้แจงครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานและเพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาล เราเองมีความพร้อมเต็มที่ที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับต่อไปในเรื่องของ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว หลังจากที่อภิปรายผมเข้าใจว่าใช้เวลาไม่เกิน ชั่วโมงครึ่งก็รับทราบเรื่องนี้ เราไม่มีสิทธิแสดงความเห็นใด ๆ ที่จะเปึนความเห็น การเปลี่ยนแปลงเลย เพราะว่าฝ์ายเสียงข้างมากออกพระราชกําหนดมามัดปากพวกผม ไม่ให้ออกสิทธิออกเสียง อันนั้นยอมรับ แต่ประเด็นที่ทําให้ท่านผู้ใหญ่บ้าน กํานัน เข้าใจผิด ผมคิดว่าต้องชี้แจง เราฝ์ายค้านเสนอมาตั้งแต่วาระแรกครับ วุฒิสภาแก้ไข เราก็เห็นชอบด้วยตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เสียงข้างมากที่ในคณะกรรมาธิการร่วมกัน เปึนของฝ์ายค้าน ๔ คน บวกกับวุฒิสภาเลยเปึนเสียงข้างมาก เห็นชอบตามวุฒิสภาแก้ไข พอเข้าสู่สภานี้ผมห่วงอย่างเดียวถ้าเสียงข้างมากไม่เอาด้วยกับคณะกรรมาธิการร่วมกัน จะใช้เหลี่ยมมาตรา ๑๘๔ ของรัฐธรรมนูญกลับไปสู่ร่างเดิม ท่านต้องตอบคําถาม ผู้ใหญ่บ้าน กํานันเองนะครับ ท่านใช้ร่างเดิมท่านกล้าหรือเปล่า แต่เท่าที่ผมรับทราบมา ไม่กล้าครับ วันนี้ก็เห็นชอบตามคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพราะฉะนั้นประเด็น การพิจารณาใช้เวลา ๑ นาทีครับ เพราะฉะนั้นอย่าให้เสียหาย อย่าทําให้ความเข้าใจผิด เกิดขึ้น

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ อย่าให้เสียเวลาเลยครับ เราเดินหน้ากันต่อ ท่านรัฐมนตรีท่านชี้แจงเลยครับ เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงแล้วต่อด้วยท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ผมมีประเด็นที่ขออนุญาตชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันนะครับ มีอยู่ ๓ ประเด็นนะครับ

ประเด็นที่ ๑ กรณีที่ท่านบอกว่า มีโรงเรียนที่ได้รับเลือกให้เปึนโรงเรียน ในการพัฒนาคุณภาพ ระดับโรงเรียนอนุบาลอยู่ ๑๑๐ โรงเรียน ปรากฏอยู่ในแค่ ๑๐ จังหวัด คล้าย ๆ กับทํานองว่าไม่ได้กระจายไปให้ทั่วถึงในทุกจังหวัดอย่างเท่าเทียม เปึนธรรม อันนี้ผมเติมเองครับ แต่ว่าทําให้เกิดความเข้าใจว่าเปึนอย่างนั้น ผมขออนุญาต เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า โครงการที่ท่านเชาวรินพูดถึงนั้น ผมคิดว่าเปึนโครงการ ที่ผมได้กําหนดเปึนนโยบายเพื่อการยกระดับคุณภาพโรงเรียนทั่วประเทศ จํานวน ๑๐,๐๐๐ โรง นั่นก็คือต้องการทําให้โรงเรียนจํานวน ๕๐๐ โรงทั่วประเทศเปึนโรงเรียนดี ระดับชาติ หรือที่เรียกว่าเปึนโรงเรียนดีระดับสากล ซึ่งจะมีการยกระดับคุณภาพทั้ง ทางวิชาการ ทั้งในแง่การบริหารจัดการ แล้วก็ปัจจัยพื้นฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีด้วยกัน ทั้งหมด ๕๐๐ โรงทั่วประเทศ

ระดับที่ ๒ คือระดับโรงเรียนดีประจําอําเภอ จะทําทั้งหมด ๒,๕๐๐ โรง

ระดับที่ ๓ ก็คือ โรงเรียนดีประจําตําบล จะทําทั้งหมด ๗,๐๐๐ โรง อย่างน้อย ตําบลละ ๑-๒ โรงทั่วประเทศ โรงเรียนดีประจําตําบลต้องมีคุณภาพทางวิชาการ บริหารจัดการ ปัจจัยพื้นฐานต้องครบถ้วน เช่น อาคาร สถานที่ ภูมิทัศน์ คอมพิวเตอร์ จากสัดส่วนเดิม คอมพิวเตอร์ ๑ เครื่อง นักเรียนเรียน ๔๐ คน ต้องลดมาเหลือ ๑ เครื่อง เรียนแค่ ๑๐ คน แล้วก็นอกจากนั้นต้องมีห้องสมุด ๓ ดี คือ หนังสือดี บรรยากาศดี บรรณารักษ์ดี ทุกโรงเรียนที่กําหนดไว้ รวมทั้งอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูง

ทั้งหมดนี้คือ ๑๐,๐๐๐ โรงที่ได้กําหนดยกระดับคุณภาพ แต่มันมีอยู่ จํานวน ๕๐๐ โรง ซึ่งเปึนระดับสูงสุด เปึนโรงเรียนดีระดับสากล ที่ท่านเชาวรินพูดถึง โรงเรียนดีระดับสากลคืออะไรครับ หน้าตาเปึนอย่างไร ก็เหมือนโรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหมือนโรงเรียนสตรีวิทยา อย่างนี้เปึนต้นครับ เราจะ ทํา ๕๐๐ โรงทั่วประเทศ โดยกระจายไปในทุกจังหวัด ไม่มียกเว้นเลยครับ จะไม่กระจุกตัว อยู่เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร แต่แน่นอนโรงเรียนดีระดับสากล ๕๐๐ โรงนั้น บางส่วน อาจจะเปึนโรงเรียนมัธยมศึกษา บางส่วนอาจจะเปึนโรงเรียนในระดับที่มีการเปึนโรงเรียน ที่เขาเรียกว่าขยายโอกาส คือสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา แต่ไปเพิ่มชั้นมัธยมต้น คือ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ด้วย และบางส่วนอาจจะเปึนโรงเรียนอนุบาล เพราะฉะนั้นถ้าท่านไปมองแยกส่วนเฉพาะ ว่าอนุบาลมีจํานวนกี่โรงอาจจะทําให้เกิดความเข้าใจผิดเหมือนกับที่ท่านเข้าใจได้ว่า ทําไมมีแค่ ๑๐ จังหวัด หรือมีแค่ ๑๑๐ โรง แต่ถ้ามองภาพแล้วต้องมองภาพรวม เพราะบางจังหวัดนี่โรงเรียนอนุบาลไม่ได้ยกระดับขึ้นเปึนโรงเรียนดีระดับสากล เพราะมันมีโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่มีความจําเปึนมากกว่า ซึ่งการคัดเลือกว่าโรงเรียน ใดจะเปึนโรงเรียนดีระดับสากลได้นั้น เขตพื้นที่การศึกษาจะเปึนผู้คัดเลือกมาทั้งหมด ส่วนกลาง จะไม่ไปชี้เลยครับว่าเอาโรงเรียนนี้ ไม่เอาโรงเรียนนั้น แต่เขตพื้นที่เขารู้ดีที่สุด แล้วก็มาเลือก ดูว่า ๕๐๐ โรงกําหนดก็จะยกระดับคุณภาพไปตามนั้น อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าท่านพูดถึงความไม่ชอบมาพากล ในทํานองเหมือนกับ ว่าบางโรงเรียนมีห้างร้านเอกชนไปติดต่อส่งใบสั่งจองซื้อครุภัณฑ์ แล้วก็บังคับให้โรงเรียน จะต้องสั่งซื้อครุภัณฑ์ตามที่ห้างร้านกําหนด โดยคล้าย ๆ กับว่าสมคบรู้กันกับเจ้าหน้าที่ ใครไม่ร่วมกระบวนการนี้ก็จะถูกปรับลดงบประมาณ จากจะให้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ก็จะเหลือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท สิ่งหนึ่งที่ขออนุญาตชี้แจงกับท่านประธานตรงนี้ เบื้องต้นก็คือ

ประเด็นที่ ๑ ในทางนโยบาย ผมไม่มีนโยบายให้ใครไปทําอย่างนั้น เปึนอันขาดครับ

ประเด็นที่ ๒ ถ้าพบว่าใครทําอย่างนั้น จะต้องมีความผิด และผมกราบเรียน กับท่านประธานได้เลยว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาภายในเดือนเดียวผมสั่งการ เปึนนโยบายว่า ต่อไปนี้การดําเนินการจัดการกับความไม่ชอบมาพากล ถ้าเกิดขึ้น ในกระทรวงศึกษาธิการ จะไม่ใช้มาตรการทางกฎหมายหรือกระบวนการทางวินัยปกติ แต่จะต้องมีการใช้มาตรการทางบริหารเข้ามาจัดการด้วย ไม่ต้องรอตั้งกรรมการสอบ ข้อเท็จจริง รอตั้งกรรมการสอบสวน ๖ เดือน ๑ ป้ยังสอบไม่เสร็จ แล้วคนกระทําผิด ก็ลอยนวลอยู่อย่างนั้น จนทําให้ทุกคนกล้าที่จะกระทําในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ต่อไปนี้ต้อง ใช้มาตรการทางบริหาร ถ้าตรวจเบื้องต้น แค่ส่อว่ามีการทําที่ไม่ชอบมาพากล ย้ายเข้า ประจํากระทรวงเลยครับ และผมกราบเรียนกับท่านประธานและท่านเชาวรินได้ครับ ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์มานี้ มีการย้ายผู้อํานวยการเขตพื้นที่เข้าประจํากระทรวงแล้ว ๓ คนครับ ล่าสุดที่จังหวัดขอนแก่น พฤติกรรมก็คือว่ามีการนัดประชุมผู้อํานวยการ โรงเรียนในเขตพื้นที่ แล้วก็มีการปล่อยให้มีการไปแจกเอกสารใบสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ บางประการที่เกี่ยวข้องกับการเรียน แล้วก็กําหนดว่าให้ส่งคืนภายในวันที่เท่าไร ๆ แล้วก็ แจกเฉพาะโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องแจกถูกไหมครับว่าทําไม ต้องแจกโรงเรียนนั้น แจกโรงเรียนนี้ โรงเรียนไหนไม่ได้งบประมาณที่เกี่ยวกับการจัดซื้อ วัสดุอุปกรณ์นั้นก็ไม่แจก อันนี้มันส่อชัดเจนครับ ผมเรียนเลยครับ ผู้อํานวยการเขตเข้าประจํากระทรวงแล้วครับ แล้วตั้งกรรมการสอบวินัย ร้ายแรง นี่คือสิ่งที่ได้ดําเนินการเปึนตัวอย่าง เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าเพื่อนสมาชิกมีข้อมูล ใด ๆ ในสถานศึกษาใด ในเขตพื้นที่การศึกษาใดหรือกับใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ ความรับผิดชอบของผมในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ขอได้โปรดส่งข้อมูลให้ผม รับทราบ แล้วผมจะดําเนินการจัดการโดยเด็ดขาดครับ

ประเด็นสุดท้ายรวมทั้งประเด็นนี้ด้วย ขอความกรุณาท่านเชาวรินช่วยส่ง ข้อมูลให้ผมด้วยแล้วผมจะจัดการให้ ถ้าพบว่าเปึนความจริงนะครับ

ประเด็นสุดท้าย ท่านพูดเรื่องคุณหญิงกษมา ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ต่อเนื่องว่าคุณหญิงกษมาลาออกจากราชการคล้าย ๆ กับทําให้เกิดความเข้าใจเหมือนกับ ว่าเกิดเรื่องแบบนี้คุณหญิงกษมาทนไม่ไหวก็เลยลาออกจากราชการ ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานว่าผมเห็นตรงกับท่านเชาวรินครับว่าคุณหญิงกษมาท่านเปึน คนดี แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ขออนุญาตเรียนชี้แจงทําความเข้าใจก็คือว่า เหตุผลที่ท่านลาออก ไม่ใช่เหตุผลอย่างที่คุณเชาวรินท่านอภิปรายในสภาแล้วทําให้เกิดความเข้าใจไปใน ทํานองนั้น แต่เหตุผลที่คุณหญิงกษมาท่านลาออก ท่านเรียนให้ผมทราบ แจ้งให้ผมทราบ ล่วงหน้านานแล้วครับ ไม่ใช่ปุบปับท่านลาออก ท่านมาปรึกษาผมแล้วก็บอกว่า ท่านมี เหตุผลส่วนตัวที่จะขอลาออกให้ท่านรัฐมนตรีว่าการสบายใจได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการ ทํางานร่วมกันแต่อย่างใดทั้งสิ้น แล้วการลาออกท่านก็จะเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสม ไม่ให้กระทบใด ๆ กับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ของผม แล้วในที่สุดท่านก็ตัดสินใจลาออกครับ ยื่นใบลาออก กําหนดวันลาออกคือ วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ ทําไมท่านลาออกวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ ครับ เพราะวันนั้น ผมตรวจสอบไปทีหลังเพิ่งทราบว่าวันที่ ๒๖ ตุลาคม เปึนวันเกิดของท่านครับ และบังเอิญ ว่าท่านรับราชการมายาวนาน รับใช้กระทรวงศึกษาธิการมายาวนาน ๖๐ ป้เต็ม แต่บังเอิญว่าท่านเกิดเดือนตุลาคม ท่านก็เลยได้อายุราชการเพิ่มอีก ๑ ป้ เปึน ๖๑ ป้ ท่านมีความรู้สึกว่า ๖๐ ป้พอแล้วสําหรับการปฏิบัติราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ท่านจึงขอลาออก นี่คือเหตุผลที่ขออนุญาตจะชี้แจงทําความเข้าใจกับท่านประธาน เพื่อความเข้าใจร่วมกัน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมาชิกอภิปรายครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธาน ผมขอนิดเดียวครับท่านประธาน บังเอิญผมนั่งฟังท่านรัฐมนตรีว่าการชี้แจงอยู่นี่

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไหนท่านขอพูดแล้วว่าจะไปหาหมอ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

คือถูกแล้ว ทีนี้ผมเห็น ท่านรัฐมนตรีว่าการเข้ามาอย่างไรเสียท่านก็ต้องชี้แจง เมื่อท่านชี้แจงผมก็ต้องขอโอกาส นิดเดียว ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ สั้น ๆ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ถูกต้องครับ คือ ๓ ประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีว่าการชี้แจงมานั้นเข้าใจตรงกันประเด็นหนึ่งว่าผมไม่ได้ก้าวล่วง ว่ารัฐมนตรีว่าการบริหารงานไม่ถูกต้องหรือมีส่วนไปรับผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้นเลย ผมหมายถึงข้าราชการในนั้น ซึ่งท่านจะต้องจับตาดูให้ดี ผมมีเอกสารพร้อมที่จะมอบให้ ท่าน แล้วคงเชื่อว่าจะต้องดูกันทั้งประเทศเลยครับ แล้วโรงเรียนต่าง ๆ ที่ปรากฏรายชื่อนี้ แน่นอนถ้าหากว่าข้าราชการไม่ไปมีความรู้เห็นเกี่ยวข้องกับบริษัท ห้าง ร้านพวกนี้ไปไม่ถูก หรอกครับ นี่เขาจะไปเฉพาะโรงเรียนที่มีรายชื่อกําหนดอยู่ในตารางนี้เท่านั้น แล้วโรงเรียน ไหนไม่เซ็นสั่งซื้อเขาก็ไม่ไปติดต่อ แต่สิ่งที่โรงเรียนกังวลก็คืองบ ๒,๙๗๐,๐๐๐ บาท ถูกทอนมาเหลือ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกันโครงการนี้ยังจะต้องมีตัวชี้วัดในการ ที่จะวัดความสําเร็จ ร้อยละของโรงเรียนระดับมัธยมที่พัฒนาสู่มาตรฐานสากล สามารถ พัฒนาศูนย์การเรียนรู้สู่ความเปึนเลิศได้ตามเกณฑ์ จะให้ระดับมาตรฐาน คือทุกอย่างเขา มีกติกาของเขาหมด แต่เงินไม่ให้เขาแล้วเขาจะทําอย่างไรครับท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการแล้วผมจะส่งเอกสารให้ท่านครับ ผมยืนยันว่าผมไม่ได้ ว่าท่านเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ท่านจะต้องดูอย่าให้ข้าราชการในนั้นใช้โอกาสโครงการ ไทยเข้มแข็งสร้างความร่ํารวยให้กับตนเอง

ประเด็นที่ ๓ ที่ท่านกรุณาพูดถึงท่านอดีตปลัดกระทรวง เช่นกันครับ ผมไป อัญเชิญคํานิยมของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้ลงอยู่ใน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐมากราบเรียนท่านประธานเพื่อเปึนการสดุดีและขยายความถึง ความเปึนผู้บริหารการศึกษาแบบดีเด่นนะครับ แล้วก็ขอบคุณที่ท่านใช้โอกาสชี้แจงว่าคุณหญิงกษมาลาออกเพราะเกิด เหลื่อมป้งบประมาณแล้วท่านคิดว่า ๖๐ ป้บริบูรณ์ ท่านลาออก แต่ขณะที่ผมอภิปรายนั้น ผมไม่ได้ว่าอะไรเกี่ยวกับท่านรัฐมนตรีเลยครับ เพียงแต่อัญเชิญข้อความ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานเปึนคํานิยมให้กับคุณหญิงกษมา ซึ่งสมควรที่ผู้สนใจเรื่อง กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับรู้รับทราบเช่นกัน เดี๋ยวผมจะมอบให้ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุชาติครับ ๗ นาทีนะครับ กรุณาตรงประเด็น รวบรัดนะครับท่านสมาชิก มีผู้อภิปรายหลายท่านครับ เชิญครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานทําไมลดไปอีก ๑ นาที ทีแรกบอก ๘ นาทีไม่ใช่หรือครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเมื่อสักครู่นี้เราเฉลี่ยให้ท่านสุรพงษ์ไปท่านละ ๑ นาทีนะครับ ฉะนั้นจะเหลือ ๗ นาที เชิญครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี 🔗

ไม่เปึนอะไรครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส คือเรื่องวันนี้มันต้องพูดกันในสภาตรงนี้ ทําไม ท่านประธานครับ เหตุที่ต้องพูดกันเพราะว่ากรอบเงินกู้ที่ทํามานี้ หลายคนในสภานี้ พูดแล้วครับว่าทางรัฐบาลเสนอมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปป่ดกล่อง ผมต้องย้ําเหมือนเดิม สุดท้ายคุณเอาไปป่ดกล่องแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไปอยู่ไหน ก็มาเปึนโครงการไทยเข้มแข็งที่ท่านพูดนี่ละครับ มันเหมือนวันนี้ครับ มันผิดกติกาของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ วันนี้ตั้งแต่ เริ่มต้นที่พูดกันมา ที่ผมว่าผิดกติกาตรงไหนท่านประธานรู้ไหมครับ ผมยกตัวอย่าง เหมือนไปจ้างหนังแล้วได้ลิเกมาดูท่านประธานครับ นี่คือความเปึนจริง เพราะอะไร ท่านประธานครับ ในเมื่อกรอบเงินกู้ท่านจะกู้อะไร ท่านมาบอกสภา ผมเปึนผู้แทนราษฎร ที่มาจากพี่น้องประชาชนก็ต้องตรวจสอบ ก็ต้องบอกกัน ท่านประธานรู้ไหมครับ วันนี้ผมยังไม่เห็นรัฐบาลเลยครับว่า ๑๑ เดือนที่บริหารมานี้ รัฐบาลหาเงินเข้าประเทศ ได้เท่าไร ส่งออกได้เท่าไร พี่น้องประชาชนมีการท่องเที่ยวในประเทศดีหรือไม่ ยังไม่เห็น เลยครับ เห็นแต่รัฐบาลนี้บอกกู้ พอกู้เสร็จก็เอากู้ไปโปะกู้แล้วก็เอากู้มาต่ออีกอย่างนี้ นี่คือ เหตุผลท่านประธาน ที่ผมต้องบอกตรงนี้อย่างไรครับท่านประธานว่ามันไม่ใช่โครงการ ไทยเข้มแข็ง ถ้าพูดกันต่อไปท่านประธานครับ ฝากไปถึงรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ข้างบน การบริหารประเทศ เมื่อเช้านี้ผมนั่งฟังอยู่ ต้องขอบคุณท่านไตรรงค์นะครับ ผมว่า ท่านไตรรงค์ท่านมีโอกาสเปึนรัฐมนตรี แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เสนอขึ้นไป เพราะท่าน รู้จริงครับท่านครับ เหตุผลที่ผมจะพูดต่อ ท่านประธานรู้ไหมครับว่าโครงการไทยเข้มแข็ง ครั้งที่ผ่านมาที่เราอภิปรายกันบอกว่าพอมีการทุจริต จับได้ให้ออก เอาคนอื่นมาแทน แล้วโครงการนั้นก็เงียบ ท่านประธานเห็นไหมชุมชนไทยเข้มแข็ง เรื่องหมอชนบทที่มา แถลงข่าว ไปจากโครงการนี้เหมือนกันว่าของไม่มีศักยภาพ มันเหมือน ท่านสถาพรพูดว่าไปเปลี่ยนโครงการกลางอากาศ แล้วจะไม่ให้สภาตรงนี้พูดเลย ท่านประธาน มันคงไม่ได้ วันนี้ผมเปึนฝ์ายค้านต้องพูด ท่านประธานอย่าไปป่ดบังครับ เงื่อนไข ล่าสุดอยากจะฝากรัฐบาลนี้ไปดูเรื่องโครงการไทยเข้มแข็ง เรื่องถนน ที่จังหวัดลพบุรีพี่น้องประชาชนร้องมาเปึนหางว่าว ท่านเห็นถนนไหมครับ ท่านประธานครับ เงินกี่พันล้านบาทครับ ถนนยังดี ๆ อยู่ วิ่งได้ ๑๖๐ กิโลเมตร ไปรูดข้างหน้า ข้าง ๆ ออก แล้วเอามาลอกใหม่ นักเรียน นักศึกษาเขาบอกว่าบ้านเมืองวิกฤติแล้วครับ เหตุผลถนน ยังไม่ดีไม่ไปทํา ไปลอกข้างหน้า แต่ผมก็ไปเช็กมาเขาบอกว่ามีประธานชมรมเปึนคน แบ่งงานให้ ฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีนะครับว่า อภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาเจอแน่เรื่องนี้ ไปให้ประธานชมรมเปึนคนจัดแล้วแบ่งเปอร์เซ็นต์ไปให้ จริงหรือไม่ไม่รู้ แต่ไปลอกพี่น้อง ผู้แทนราษฎร ไม่ต้องผมหรอกครับ หลายคน หลายจังหวัด ลองไปดูครับ ถนนที่ยังไม่ได้ ทําเลยโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ถนนที่ดี ๆ อยู่ไปลอกหมดท่านประธานครับ ถนนที่วิ่งดี ๆ อยู่ ตรงนี้ฝากไว้ครับ เปึนอุทาหรณ์ว่าบ้านเมืองกําลังวิกฤติ เศรษฐกิจเปึนแบบนี้ ใครบอกว่า เศรษฐกิจดีขึ้น ผมว่าไม่ใช่ เดี๋ยวผมจะเล่าตอนท้ายว่าแท็กซี่บอกว่าอย่างไร ตรงนี้ ท่านประธานครับ มันชัดเจนเหลือเกินว่ากรอบเงินกู้ครั้งนี้อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่ใช่เงินธรรมดา มันไม่ใช่เงินหาเช้ากินค่ํา มีคนมาบอกว่าเรื่องประกันราคาข้าว ผมอยู่ จังหวัดลพบุรีท่านประธานผมอภิปรายตลอดว่าเรื่องจํานํากับเรื่องประกัน อย่างไรเสีย มันก็สู้จํานําไม่ได้ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ท่านประธานครับ เหมือนท่านเอาทองไปโรงรับจํานํา ไม่มีทองเขาจะให้ท่านจํานําหรือไม่ ไม่ได้ แต่นี่คุณบอกประกัน ประกันในอนาคตไม่ได้เงิน ไม่ได้ทอง ชาวบ้านพี่น้องผมลพบุรีล่าสุดข้าวบอกว่าประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท ขายได้ ๕,๕๐๐ บาท ถ้าใครเถียงไปถามชาวนาชาวไร่ภาคกลางได้เลย ท่านประธานครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องทํานาหลายคนที่มาฟังวันนี้ เห็นชัดเจนนะครับ ต้นทุนไร่หนึ่งประมาณ ๗,๐๐๐ บาท แต่วันนี้คุณบอกเศรษฐกิจดีแล้วที่จะกู้ไปใส่โครงการต่าง ๆ นี้ เพื่อให้เศรษฐกิจดี ผมถามว่าถ้ากู้มาแล้วใครจะเปึนคนใช้ เอาเงินในอนาคตมาใช้คุณกู้ผูกพัน ผมเพิ่งเห็น รัฐบาลนี้แปลกท่านประธานครับ มีการกู้แบบผูกพัน กู้ไปถึงป้ ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ แล้วท่านรู้ไหมว่าธรรมดาการกู้เงินนี่สํานักงบประมาณต้องดูแล แต่รัฐบาลนี้เปลี่ยน ท่านประธานครับ เปลี่ยนจาก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปให้สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ ทํา เมื่อเช้านี้สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะมาชี้แจงวิปฝ์ายค้าน ผมถามเลยว่ามีแผน โครงการไหม เขาบอกว่าไม่มี ไม่มีแล้วให้ไปได้อย่างไร ผมบอกว่าระวังจะเหมือน คมช. เวลาปฏิวัติ พอ คมช. ปฏิวัติปังปุ็บ ไปตั้ง คตส. ตรวจสอบ แล้วเอาข้าราชการเข้าคุก ระวัง ให้ดี ๆ ผมเตือนไว้ก่อน เพราะ ๑. รัฐบาลนี้ไม่รู้ว่าอยู่ได้ขนาดไหน ผมไม่ได้ว่า จะอยู่ยาว อยู่สั้นไม่ว่า แต่ข้าราชการที่ไปร่วมกันทําตามโครงการไทยเข้มแข็งแล้วไม่ตรวจสอบนี่นะครับ ระวังให้ดี เกรงว่าจะเหมือน คมช. ปฏิวัติแล้วตั้ง คตส. มา สุดท้ายคนที่จะได้รับโทษทัณฑ์ คือข้าราชการที่ไม่ดูโครงการนี่ละครับ นี่คือเหตุ เปึนการเตือนกันไว้ก่อนในสภาตรงนี้

แล้วอีกอย่างหนึ่งท่านประธานที่ต้องฝากกัน ท่านประธานเห็นโครงการ ไทยเข้มแข็งไหมล่าสุดที่จังหวัดลพบุรีเปึนลมเปึนแล้งเสียชีวิตไป ไปเกณฑ์พี่น้องประชาชน มาเอาธงชาติลงท่านประธานครับ ผมเพิ่งเคยเห็นกันนี่นะครับ ตั้งแต่เปึนเด็กนักเรียน เรียนหนังสือมา เช้าผมก็ชักธงขึ้นตลอด คนที่เอาธงชาติลงคือภารโรง ๒ คน ไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่าย รัฐบาลนี้มีความคิดท่านประธานครับ งบประมาณ ๑๓ ล้านบาท ให้เกณฑ์คน มาชักธงชาติลง ผมเพิ่งเจอนี่ละครับท่านประธาน จังหวัดลพบุรีใครอย่าเถียงว่าไม่ใช่นะครับ ถ้าเถียงไปถามเลยกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั่งอยู่ข้างล่าง ท่าน ส.ส. ไม่รู้มันจะบ้าหรือเปล่า ป่ดถนนตั้งแต่ ๓ โมงเย็นเพื่อเอาคนมาชักธงชาติลง มันวิบัติแล้วท่านประธานครับ ของมันเปึนเรื่องของภารโรงเขา เปึนเรื่องของตํารวจ ทหารเขาตอนเย็นเขาก็เอาลงปกติเขา อยู่แล้ว แต่รัฐบาลนี้ไม่รู้จะทําอะไรไปตั้งงบชักธงชาติลงจังหวัดละ ๑๗๐,๐๐๐-๑๘๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้ต้องตรวจสอบท่านประธานครับ ไม่ตรวจได้อย่างไร แล้วก็จะไม่ให้ผมพูด ไม่พูดไม่ได้ คือเรื่องจริงมันเปึนอย่างนี้มันต้องพูดกันท่านประธานครับ แล้วก็มาบอกว่าเศรษฐกิจกําลังจะรุ่งเรือง เมื่อวานนี้ท่านประธานผมเหลืออีก ๓๐ วินาที ผมนั่งแท็กซี่มาจากพรรคเพื่อไทย แท็กซี่เขาบอกว่าอย่างไรท่านประธานรู้ไหม ไม่ใช่คําพูด ผมนะครับ แท็กซี่เขาบอกว่าเห็นปัายชื่อว่า ส.ส. สุชาติ ลายน้ําเงิน เขาบอกท่าน ส.ส. วันนี้แท็กซี่เศรษฐกิจเขาบอกว่าดี ไม่ดีเลยท่าน ส.ส. ล่าสุดเมื่อวานนี้เขาบอกประเทศไทย โกงอันดับที่ ๘๔ คะแนนเต็ม ๑๐ ได้ ๓.๔ นี่คือโพล (Poll) โครงการของคนกลาง ท่านประธานครับโพลระดับโลกด้วยซ้ําไป รัฐบาลนี้ทุจริตคอร์รัปชันอันดับที่ ๘๔ ไม่ถึง ๕ ท่านประธานเห็นไหมครับ แล้วแท็กซี่บอกว่าอย่างไรท่านประธานรู้ไหม แท็กซี่บอกว่าไม่มี เงินส่งค่าแท็กซี่ หาเช้ากินค่ํา เพราะเศรษฐกิจฝรั่งไม่มาเที่ยว คนไม่มา ให้เมียไปขาย กับข้าว ท่านประธานรู้ไหมครับ เมียไปขายกับข้าวก็ไม่มีคนไปกินอีก เพราะคนไม่มาเที่ยว เทให้หมาแดก หมายังไม่แดกเลยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะอ่านรายชื่อที่เรียงลําดับไว้นะครับ คุณไพจิต ศรีวรขาน คุณวิเชียร ขาวขํา คุณสมคิด บาลไธสง คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ คุณจตุพร เจริญเชื้อ คุณพีรพันธุ์ พาลุสุข คุณประเกียรติ นาสิมมา คุณฐิติมา ฉายแสง คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ เรียงตามลําดับนี้ ท่านจะได้รู้ว่าท่านจะอภิปรายตอนไหนนะครับ ต่อไปเชิญคุณไพจิต ศรีวรขาน ๗ นาทีครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนที่จะนั่นมีผู้ประท้วงครับ คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ขออนุญาต ทําความเข้าใจกับท่านประธานและสมาชิกในที่ประชุมแห่งนี้ เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ วิปก็พยายามที่จะพูดคุยกันนะครับว่าเพื่อให้การประชุมเดินหน้าไปได้ เราก็เลยกําหนด ระยะเวลาที่พอเหมาะพอสมนะครับ ถ้าหากว่าท่านประธานอย่างกรณีที่ ท่านอ่านเมื่อสักครู่ มันจะใช้เวลา ผมเชื่อว่าประมาณ ๒ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าหากว่าทางฝ์ายค้านจะได้กรุณาไปทําความตกลงกันเองให้ได้เองว่าจะส่งใครมาเปึน ตัวแทนในการอภิปรายคนละ ๗ นาที ด้วยเวลาที่เหมาะสมก็น่าจะเปึนเหตุที่สมควรนะครับ ขอให้ท่านพิจารณาด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอให้ประธานวิปทั้ง ๒ ฝ์ายไปตกลงกันนะครับ ผมจะให้เวลาผู้อภิปรายอภิปรายท่านละ ๗ นาที ๑๐ ท่านก็จะใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ๑๐ นาที คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต้องถือโอกาสที่จะ กราบเรียนท่านประธานว่ามีความจําเปึนที่จะต้องพิจารณาใช้เวลาเพียง ๗ นาที ในการ พิจารณากรอบเงินกู้ ๑๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ตามฐานะซึ่งเปึน เงินภาษีอากรที่พี่น้องประชาชน คนยากคนจนต้องไปใช้หนี้ในขณะที่รัฐบาลเองได้แถลง กรอบอันนี้ต่อสภาบอกว่าจะใช้เงินเพียง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปโปะงบประมาณ ในขณะที่ทําตัวเลขผิดพลาดมาก็ทราบว่าได้ใช้เงินเพียง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังเหลือเงิน อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็สงสัยว่าถ้าไม่ใช้อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเปึนจะตาย เชียวหรือ ก็รู้ว่าบ้านเมืองมีปัญหา พี่น้องประชาชนยากจนเปึนหนี้เปึนสินมาทุกบาท ทุกสตางค์ วันนี้ต้องชําระดอกเบี้ยเขา ๑.๕๖ บาท ร้อยละ ๑.๕๖ บาท แล้วถามว่าเงิน ที่กู้อยู่ ณ วันนี้ถ้าหากไม่ใช้เสียเมื่อเห็นว่างบประมาณก็สามารถที่จะหาได้เอาไปโปะแล้ว ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนนี้แทนที่จะกู้ก็อย่ากู้ อย่าใช้ ก็จะเปึนภาระในส่วนที่โครงการ ไทยเข้มแข็งท่าน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็เอาไปเยอะแยะแล้ว ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าวิธีการบริหารเงินกู้แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะมาบอกว่ามี องค์กรการตรวจสอบอย่างโน้นอย่างนี้ใช้มือใช้ไม้ของข้าราชการประจํา ท่านประธานครับ ผ่านมือของพวกนักการเมือง สภาซึ่งเปึนตัวแทนประชาชนไม่ถึงหรอกครับ ผมพยายาม ที่จะถามรายละเอียดเหล่านี้ในการพิจารณางบประมาณ เขาก็ไม่ให้ความร่วมมือบอกว่า ไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ส. ไม่ใช่หน้าที่ของสภาที่จะไปดู หนัก ๆ เข้าถึงกับว่าเราจะต้องทําการ ละเมิดในการที่จะเข้าไปตรวจสอบเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนที่จะได้มาโดยการกู้นี่ ผมไม่เชื่อว่า ๑๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะเปึนไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ท่านประธานครับ ความฉาวโฉ่ของการคอร์รัปชันส่งกลิ่นคละคลุ้งไปหมดเกือบจะทุกโครงการ ผมฝากเรื่องนี้ ไว้ด้วย เห็นกันอยู่เกือบจะทุกเรื่อง วันนี้โครงการที่เสนอ วันนี้ต้องขอบคุณทางสํานักงาน บริหารหนี้สาธารณะที่มาชี้แจง แล้วเราก็ถามกันด้วยความรอบคอบว่าแต่ละเรื่องมันลง ที่ไหน พื้นที่อย่างไร ใครเปึนคนทํา ใครเปึนคนจ้าง ผมมาถึงบางอ้อที่ท่านวิชาญบอกว่า ก็เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่สภาได้อนุมัติโดยไม่มีรายละเอียดที่พวกผมเห็นว่า มันไม่ชอบ ก็ไปติดอยู่ที่วุฒิสภาแก้ไขจนต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ใช้ไม่ได้ครับ ท่านประธาน มีความจําเปึนที่จะต้องคิดบวก ลบ คูณ หารว่าจะต้องมาเท่าไร จะไปเท่าไร เหลืออยู่เท่าไร จะใช้เวลาที่มีเพื่อขอสภาในช่วงสุดท้ายที่มีอยู่นี้นะครับ เพื่อที่จะเอาเงิน ที่เหลือ ๑๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปทําตามรายละเอียดของโครงการ มันมีแต่จั่วหัว รายละเอียดไม่สามารถที่จะรู้หรอกครับ ผมถามว่าหน้าที่ของใครที่จะไปดูอันนี้ ถ้าไม่ใช่ หน้าที่ของประชาชน ของตัวแทน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่เห็นว่าจะมี คณะกรรมาธิการชุดไหนจะไปดูแทนพวกเรา ไม่มีหรอกครับ สภาแห่งนี้จะต้องไม่พิจารณา แบบไม่รอบคอบ ถ้าหากเปึนไปตามวิธีการงบประมาณผมไม่อภิปรายก็ได้นะครับ เพราะจะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณไปพิจารณาแต่ละโครงการ ๆ ว่ามันตั้งราคาเหมาะสมไหม ลงในพื้นที่ของใคร มีส่วนได้เสียทางการเมือง มีส่วนได้เสีย ทางเรื่องผลตอบแทนต่าง ๆ มันมีวิธีการอย่างนั้น แต่อันนี้เปึนเงินกู้ที่ประธานเงินกู้คือ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านประธานครับ แล้วคนจับจ่ายใช้เงินล้วนแต่เปึนเครื่องไม้ เครื่องมือของรัฐบาลทั้งหมด มันขาดไปจากตัวแทนของประชาชน ผมทราบว่าเปึนวิธีการ ที่จะผันเงินออกไปสู่ตลาดการเงิน แต่จะผันอย่างไรก็ช่างเถอะครับ หลักคิดก็คือ อย่าคอร์รัปชัน อย่าทําให้เกิดช่องว่างฉาวโฉ่ทั้งหลาย เพราะจากนี้ไป ๒๐ ป้ ผมเรียนท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนจะต้องมาใช้หนี้ผ่อนชําระ ถามไปถามมา ฝ์ายสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะก็บอกว่ามีความชัดเจนเรื่องการจะใช้เขาไหม ๑๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่มีหรอกครับ เขาก็บอกว่าเขาก็ทําหน้าที่ตามภาระที่บอกว่า ให้มีตัวเลข ณ วันนี้เขาก็บอกมาให้เห็นเสร็จสรรพ ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็แปลว่า จะต้องสร้างหนี้ให้ครบตามความต้องการที่อยากจะมี พวกผมก็ใช้เวลาเหล่านี้ว่า ไม่เห็นด้วยที่จะมาเพิ่มเติมกรอบอันนี้ แล้วอย่าสับสนนะครับกรอบที่เสนอพวกผม ก็คือไทยเข้มแข็ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง คุณเอาไปแล้ว ทํากันอย่างฉาวโฉ่ แล้วมี แต่ละเรื่อง ๆ ที่จะต้องมาใช้เวทีแห่งนี้ในการที่จะมาฟัองต่อพี่น้องประชาชน คือการทํา หน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ก็คือการยื่นญัตติ กระทู้ถาม ไม่ให้พวกผมถาม พรุ่งนี้เปึนวันที่จะต้องถามกระทู้ถามกัน รัฐบาลก็ทําอีท่าไหนไม่ทราบนะครับ ป่ดหูป่ดตา มากระทู้ถามไม่ได้ถามมา ๒ สัปดาห์แล้ว ผมอยากพูดเรื่องเขมร อยากจะต้องให้เวลา เหล่านี้แต่ว่าไม่ได้ทําละครับ เพราะพรุ่งนี้ก็จะประชุมร่วมกัน เวทีที่จะมาตรวจสอบอันนี้ ก็ไม่มีอีกนะครับ ป่ดไปตลอด พอหลังจากนี้ไปสภาก็จะป่ด มีช่วงสัปดาห์สุดท้ายคือ สัปดาห์หน้า ไม่ทราบว่าจะมีเกณฑ์อย่างอื่นมาป่ดอีกไหมในวันพฤหัสบดี ก็ต้อง กราบเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยที่จะอนุมัติกรอบอันนี้นะครับ แม้จะเขียนบอกว่ารับทราบ เท่านั้น พวกผมก็มองตาปริบ ๆ ครับท่านประธาน รับทราบแต่ว่าขอคําชี้แจงให้ชัดเจน ก็ไม่มีรัฐมนตรีท่านไหนจะชี้แจงหรอกครับ ผมไม่เชื่อว่ารายการต่าง ๆ ที่ออกมาทั้งหมด เขาว่ากันว่าอยู่ในพื้นที่ของฝ์ายพรรคประชาธิปัตย์เสียส่วนใหญ่ เกือบจะทุกโครงการ ทําแบบนี้ก็ต้องขอถือโอกาสว่าเวลาที่มียังมีอีกนาน อย่าได้ลุกลี้ลุกลนในการใช้เงินที่เปึน ภาษีอากร เงินกู้เงินยืมที่เปึนความรับผิดชอบของประชาชน ถ้ามันไม่ไหวก็ยุบเถอะครับ ยุบคืนอํานาจไป หนี้อันนี้ก็อย่าไปสร้าง แล้วก็เข้ามาถ้าเห็นว่าท่านเก่ง ท่านหาเงินเปึน ประชาชนก็เลือกกลับมาอีก ท่านก็มาใช้เวลาบริหาร ผมไม่เห็นชอบที่จะใช้วิธีการ แบบลุกลี้ลุกลน ผ่านการพิจารณาเงิน ๑๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในเวลาที่ค่อนข้างจํากัด เสนอเพื่อทราบตามพระราชกําหนด มาตรา ๓ ครับท่านประธาน ขออนุญาตกราบเรียน ด้วยความเคารพครับว่าขอให้คํานึงถึงว่าวันนี้เรามีหัวใจอันเดียวกัน อยากทําหน้าที่ในการ เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนในการกลั่นกรองเงินทุกบาททุกสตางค์ ผมเชื่อว่า ท่านรัฐมนตรีทุกคนมีความต้องการที่จะทําให้ดีที่สุด ผมก็อยากทําหน้าที่ฝ์ายค้าน ให้รอบคอบให้ดีที่สุดนะครับ ไม่อยากให้เปึนอย่างอื่น ก็หวังว่าคําอภิปรายทั้งหมดก็จะโยง ไปสู่พี่น้องประชาชนในการพิจารณาว่าเมื่อท่านทักษิณเขาเปึนนายกรัฐมนตรี เขากู้ชาติ สร้างบ้าน สร้างเมือง ใช้หนี้ใช้สิน ขณะเดียวกันพอท่านอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรีก็ขอให้ กู้ชาติ อย่ากู้แต่เงิน กู้แต่เงิน ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณวิเชียร ขาวขํา ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิเชียร ขาวขํา ส.ส. จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขออนุญาต ทําความเข้าใจกับพี่น้องที่ฟังอยู่ทางบ้านและกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผ่านท่านประธานว่า ฝ์ายค้านมีความรู้สึกและเจตนารมณ์ที่จะอนุมัติพระราชบัญญัติกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในวันนี้ ให้เสร็จ แล้วความรู้สึกของพวกเราที่คุยกันก็คือว่าเราจะพยายามทําวันนี้ให้เสร็จ เรื่อง พ.ร.บ. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน มันจะดึกดื่นแค่ไหนเราก็จะทําเพราะในสัปดาห์หน้า สภาผู้แทนราษฎรก็จะหมดวาระการพิจารณาพระราชบัญญัติแล้ว ฉะนั้นจึงกราบเรียนว่า ก่อนจะผ่านไปถึงพระราชบัญญัติกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นเราจะต้องมาวินิจฉัยก่อนว่า กรอบการพิจารณาที่รัฐบาลเสนอกรอบมาให้เรารับทราบนั้นถูกต้องหรือไม่

ประการแรก กราบเรียนท่านประธานว่าการพิจารณาคราวก่อนเราได้ อนุมัติกรอบใน ๒ ลักษณะ

กรอบที่ ๑ คือการเอาไปชดเชยเงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

กรอบที่ ๒ คือเอาไปปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และใน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคสอง มันเขียนว่าถ้ารัฐบาลมีความจําเปึนเร่งด่วนสามารถ ออกพระราชกําหนดใช้เงินเหล่านี้ได้ แต่ในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่รัฐบาลกระทําอยู่ เดี๋ยวนี้ กรอบใช้เงินถึงป้ ๒๕๕๕ ซึ่งถือว่าไม่จําเปึนเร่งด่วน และในขณะเดียวกันเมื่อท่าน อนุมัติกรอบ ๒ อย่าง ชดเชยเงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านบอกว่าเอาไปชดเชย เงินคงคลังแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอยู่ ๆ ในกรอบเดียวกันนั้นจะเอามาทําปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง โดยให้สภารับทราบ ผมถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้เราจึงต้องคุยกันว่า ถ้าหากฝ์ายค้านยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นเหล่านี้เปึนประเด็นการเมือง เกิดขึ้นทันที ถามว่าที่เราท้วงติงอย่างนี้เพราะอะไร เราท้วงติงอย่างนี้เพราะว่าเราต้องการ ให้เปึนไปตามกฎหมายและเปึนไปตามขั้นตอน ท่านประธานครับเราไม่ขัดข้องเลย ที่รัฐบาลจะแยกออก กรอบที่ ๒ แยกออกเปึน ๒ ลักษณะ เมื่อท่านมีความจําเปึน ใช้เงินคงคลังแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รายงานสภาเพื่อรับทราบเราไม่ขัดข้อง คราวก่อน ท่านก็รายงานสภาพิจารณา เราก็อนุมัติกรอบให้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปชดเชย เงินคงคลังเรียบร้อย อยู่ ๆ ท่านเอาเงินชดเชยเงินคงคลังในกรอบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาแปลงเปึนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งอีก ๑๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมถือว่ารัฐบาล ซ่อนเงื่อนซ่อนปม เราไม่ขัดข้องที่ท่านจะเปลี่ยนมาเปึนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งอีก ๑๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราไม่ขัดข้อง แต่ไม่ใช่วาระรับทราบ ต้องเปึนวาระพิจารณา เราถึงลุกขึ้นมาพูดเดี๋ยวนี้ ส.ส. รัฐบาลก็หลายคนบอกว่าเราเตะถ่วง พ.ร.บ. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมจึงเรียนถามท่านประธาน และเรียนท่านประธานว่า ถ้าสมมุติว่าพวกเรา เปึนฝ์ายรัฐบาลทําอย่างนี้ แล้วเอาเรื่องรับทราบเรื่องใหญ่อย่างนี้พิจารณาเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาเพื่อรับทราบ เอามากัน พ.ร.บ. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และจะเกิด อะไรขึ้น เราก็ต้องโดนถล่มเหมือนกัน กรณีอย่างนี้เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น เราจึงพยายาม ท้วงติงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท้วงติงท่านนายกรัฐมนตรีขอให้ทบทวน ขอให้ดําเนินการเอากลับไปแล้วเสนอกรอบเข้ามาใหม่ แต่ท่านก็ไม่ได้ยินดียินร้าย ท่านประธานชัย ชิดชอบ ก็บอกว่าท่านพิจารณาแล้ว วินิจฉัยแล้วถูกต้องชอบธรรมแล้ว เราจึงจําเปึนต้องพูด แล้วฝ์ายรัฐบาลก็บอกว่ามันเปึนเรื่องรับทราบเฉย ๆ ถูกต้อง ท่านเปึน รัฐบาล ท่านคิดว่าเงิน ๑๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท บอกว่ารับทราบเฉย ๆ แต่เราไม่ใช่ อย่างนั้น เราเปึนฝ์ายค้าน เงิน ๑๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ต้องพิจารณา ท่านเอาไปทํา อะไรบ้าง เราไม่ขัดข้อง แต่ต้องพิจารณาท้วงติง เพราะฉะนั้นวันเวลามันจึงต้องขอเวลา คนละ ๑๕ นาที แต่ท่านประธานก็บอกว่าคนละ ๗ นาที ๘ นาที มันสมเพชเวทนา การทําหน้าที่ของผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านนายกรัฐมนตรี ๒ เกลอ พวกท่านเปึนเพื่อนกัน ขอให้รับฟัง บ้านเมืองบ้าง รับฟัง ส.ส. ฝ์ายค้านบ้าง ผมยกตัวอย่างกฎหมายกระทําความผิดต่อ การเดินอากาศ เอาคํานิยามต่าง ๆ ไปใส่ในข้อสังเกต เราท้วงติงแล้วพวกท่านก็ดื้อ กฎหมายฉบับนี้มันใช้ไม่ได้ ไม่มี ในโลกนี้ในประเทศนี้ ตั้งแต่ผมอยู่ในสภามา ๒๐ กว่าป้ ไม่เคยมี กฎหมายใดที่เอาคํานิยาม มาตรา ๔ มาตรา ๕ ไปอยู่ในข้อสังเกต และกฎหมาย ฉบับที่ ๒ ก็ล้อมาตรา ๔ มาตรา ๕ ในกฎหมายฉบับแรก มันล้อไม่ได้ เพราะมันไม่มี อย่างนี้ เราท้วงติงนะครับ พวกท่าน ๒ คน นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วันนี้เราท้วงติง ท่านอย่าเปึนเด็กดื้ออย่างที่เขาว่าเลยครับ เอาออกไปทําใหม่ แล้วเสนอ กรอบการพิจารณามา ๒ อย่าง

๑. ชดเชยเงินคงคลัง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท

๒. อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทําแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง แล้วเอามาพิจารณาในสภาแห่งนี้ เราก็จะไม่ขัดข้อง แต่วันนี้มันไม่ใช่การรับทราบ มันต้องไปพิจารณา เพราะวันนี้ถ้าผ่านไปเราต้องไปยื่นตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญ มันก็เปึนประเด็นการเมือง แล้วสื่อก็จะเข้าข้างรัฐบาลไปว่าพวกเราตีรวนอย่างนั้นอย่างนี้ แล้ววันนี้ขอให้สมาชิกพรรครัฐบาลอยู่ให้ครบนะครับ เวลาแสดงตนจะพิจารณากฎหมาย กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อยู่ให้ครบนะครับ ถ้าอยู่ไม่ครบท่านประธานสั่งป่ดประชุม แล้วกฎหมายกํานัน ผู้ใหญ่บ้านไม่เข้านะครับ เข้าไม่ได้ เพราะรัฐบาลอยู่ไม่ครบ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องอยู่ให้ครบนะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย เขต ๑ ท่านประธานครับ ผมจะไม่ใช้เวลามากเพราะว่ามันซ้ํากันหลายท่านแล้วนะครับ แต่ผมจะเน้นประเด็นให้ทราบว่าเรามาประชุมกันวันนี้ โดยเฉพาะตรงนี้ ณ ขณะนี้เราเปึน วาระรับทราบในการกู้เงินโดยรัฐบาลซ่อนเงื่อนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมอยาก ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนว่าพี่น้องผู้ใหญ่บ้าน กํานัน หรือพี่น้องที่อยู่ทางบ้านก็แล้วกัน ฟังง่าย ๆ นะครับ รัฐบาลนี้เหมือนกับว่าเปึนผัวแล้วไปโกหกเมียว่าจะเอาเงินไปชําระหนี้ ๒,๐๐๐ บาท พอไปถึงเจ้าหนี้จริง ๆ แล้วได้จ่ายหนี้แค่ ๕๐๐ บาท เหลืออยู่ ๑,๕๐๐ บาท เมียบอกว่าทําไมถึงเหลือ ๑,๕๐๐ บาท อยู่ ๆ ก็บอกว่ามันเหลือแล้วเราไปเที่ยวกันต่อ ดีไหม มีเมียคนไหนมันจะยอม เพราะโกหกบอกว่า ๒,๐๐๐ บาท พอจ่ายจริง ๆ ๕๐๐ บาท เหลืออยู่ ๑,๕๐๐ บาท เมียก็บอกไม่ได้มาคุยกันใหม่ กลับไปบ้านไปคุยกันใหม่ นี่ผมถึง เปรียบเทียบให้เห็นว่า พ.ร.ก. นี้ที่รัฐบาลได้นํามาเสนอให้แค่เรารับทราบ ถ้าเปึนเมีย อยู่บ้านมันก็ไม่ยอมอย่างผมว่า ที่สภานี้ฝ์ายค้านก็ไม่ยอม เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้ รัฐบาลเวลาอภิปรายอะไรอย่าตีกิน อย่าบอกว่าทางฝ์ายค้านไม่สนับสนุน พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ ผมบอกว่ากลับบ้านได้เลยผู้ใหญ่บ้าน กํานัน มันขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพราะรัฐบาลทุกชอท (Shot) เลยที่เราประชุมมาไม่เอาด้วยกับเรามันถึงตกไป มันผ่านไปเอาตามแบบเก่าที่เขาเสนอมา เราต้องการตามที่ผู้ใหญ่บ้าน กํานันอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องรอให้ดึกหรอกครับกลับบ้านได้เลย ถ้าไม่ผ่านก็แปลว่ารัฐบาลไม่เอาด้วย เท่านั้นครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ คุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ประท้วงอะไรครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ผมประท้วง ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ที่กล่าวหาว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่จริงใจในการเสนอร่างกฎหมาย ท้องที่ที่มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั่งอยู่ ผมกราบเรียนว่าผมเปึนผู้เสนอในนามพรรคภูมิใจไทย คนแรกด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วไม่ประท้วงนะครับ เพียงแต่ว่าใช้สิทธิพาดพิงนะครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานครับ ขอพาดพิงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ต้องชี้แจงครับ เพราะว่าคุณเชิดชัยไม่ได้ประท้วงนะครับ ใช้สิทธิพาดพิงเท่านั้นเอง เชิญคุณชวลิตครับ คุณสมคิดนั่งเถอะครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมี ๒ ประเด็น ใหญ่ ๆ ที่จะขออภิปรายสนับสนุนเสริมการอภิปรายของสมาชิกพรรคฝ์ายค้านที่จะให้ รัฐบาลถอนเรื่องที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ออกไปด้วยเหตุผลด้วยผล

ประเด็นแรก การใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดมิได้เปึนไปตามเงื่อนไข ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ นับเปึนการสุ่มเสี่ยงมากที่พวกเราจะทําผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญร่วมกัน

ประเด็นที่สอง รัฐบาลควรหามาตรการปัองกันการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งสูงมากอยู่ในขณะนี้จนติดอันดับโลกดังที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ ผมมีประเด็นจะสอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านขึ้นมาพอดีเพื่อตอบต่อสภาแห่งนี้ รวมทั้งผมขอแสดงความคิดเห็นเพื่อขอให้รัฐบาล ถอนเรื่องนี้ออกไปดังนี้

ประการแรก ตามพระราชกําหนดอ้างเหตุผลว่า ต้องกู้เงินชดใช้เงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะคาดว่าการจัดเก็บรายได้จะต่ํากว่าเปัาประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า อยากทราบว่าการจัดเก็บรายได้ต่ํากว่าเปัาจริง ๆ เท่าไร ผมทราบข้อมูลมาว่า การจัดเก็บรายได้ต่ํากว่าเปัาประมาณ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จริงหรือไม่ ตัวเลขตรงกัน หรือเปล่า

ประการที่สอง หากจัดเก็บรายได้ต่ํากว่าเปัาเปึนเงินประมาณ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมสมทบเงินคงคลังเพียง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาจากไหน ผมทราบมาว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนตัวเลข ที่มาจากรายจ่ายที่ค้างจ่ายเพราะรัฐบาลเบิกจ่ายไม่ทัน ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงทําให้เงินคงคลังเหลืออยู่สูงถึงประมาณ ๒,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

ประการที่สาม หากนําเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เหลือนี้มาใช้ตาม กรอบวงเงินรายการเบิกจ่ายเดิมที่ค้างจ่ายอยู่จะทําอย่างไร จะตัดทิ้งไปเลยหรืออย่างไร ตัดได้หรือไม่เพราะเปึนรายการตาม พ.ร.บ. งบประมาณ หรือหากจะเปึนรายการใหม่ ตามกรอบใหม่ก็ควรจะทําให้ถูกช่องทาง

ประการที่สี่ เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กําหนดตอนออกพระราชกําหนดว่า เปึนกรณีชดใช้เงินคงคลังเพราะเก็บรายได้ต่ํากว่าเปัาและฉุกเฉินจําเปึน หากท้ายที่สุด ต่ํากว่าเปัาไม่ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่เหลือสมาชิกพรรคฝ์ายค้านเห็นพ้องต้องกัน ทั้งหมดว่า ต้องตกไป ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงไปเปึนรายการอื่นที่ไม่ใช่ชดใช้เงินคงคลัง

ประการที่ห้า รายการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาล อ้างว่าเปึนกรณีฉุกเฉินและจําเปึนจึงต้องใช้จ่ายในรายการที่ฉุกเฉินและจําเปึนจริง ๆ สําหรับรายการตามกรอบที่เสนอเปึนรายการที่ฉุกเฉินและจําเปึนจริงหรือไม่ ผมและสมาชิกฝ์ายค้านเห็นว่าไม่ใช่รายการที่ฉุกเฉินและจําเปึน ทั้ง ๒ รายการเมื่อไม่ใช่ กรณีฉุกเฉินและจําเปึนย่อมเปึนการผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญในเรื่องการออก พระราชกําหนด ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานชัยท่านแย้มมานิดหนึ่งตอนช่วง ที่ท่านเปึนประธานว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องการเงินเราพิจารณากันมาหลายชั่วโมงไม่น่าจะ ถูกต้องเปึนประเด็นแน่นอนเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลหลายประการดังกล่าว ด้วยเหตุด้วยผล ผมอยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณา ถอนเรื่องนี้ออกไป

ประเด็นที่สําคัญที่กล่าวกันมากในการกล่าวขวัญเกี่ยวกับเรื่องการทุจริต ในโครงการของรัฐบาลในขณะนี้ค่อนข้างจะสูงมาก เอาจากคนกลางก็แล้วกันครับ ท่านประธาน ประธานสภาอุตสาหกรรม นายสันติ วิลาศศักดานนท์ ให้สัมภาษณ์เป่ดเผย ว่าผู้รับเหมาให้ข้อมูลกับสภาอุตสาหกรรมว่า โครงการก่อสร้างของรัฐบาลที่ออกไปในขณะนี้สูงผิดปกติ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเสียดาย ครับท่านประธาน คนไทยก็เสียดาย เงิน ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์จากเงินหลายแสนล้านบาท เราต้องกู้เขามา ดังนั้นสิ่งที่ผมได้กราบเรียนไปตั้งแต่ต้น ผมคิดว่าเปึนเหตุเปึนผล ที่อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ถอนเรื่องนี้ออกไป ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธรจากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อป้ที่แล้ววันที่ ๑๕ กันยายนของทุกป้ ไอพียู (IPU) ได้กําหนดให้เปึนวันประชาธิปไตยโลก ท่านประธานจําได้ไหมครับ คําขวัญของงานเขาบอกว่า รัฐสภาไม่เปึนหลักประกัน ของความเปึนประชาธิปไตย แต่ไม่มีประเทศประชาธิปไตยใดที่ไม่มีรัฐสภาครับ และป้นี้ ผมเสียดายว่าสภาไม่ได้จัดนิทรรศการอีก แต่ว่าเจ้าหน้าที่ก็ได้นําบอร์ดประชาสัมพันธ์ เล็ก ๆ มาตั้งไว้ประมาณ ๑ เดือน คําขวัญป้นี้ของวันประชาธิปไตยโลกเขาบอกว่า บทพิสูจน์ความเปึนฝ์ายค้านก็คือความกล้าหาญ บทพิสูจน์ของการเปึนเสียงข้างมากก็คือ ความอดทน ผมฝากแง่คิดนี้ไว้ ผมอ่านแล้วซึ้งครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อผมเปึนเสียง ข้างน้อยผมก็ยังต้องแสดงความกล้าหาญ เช่นเดียวกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่นั่งรออยู่ที่นี่ หลายท่านทราบแล้วว่าอย่างไรรัฐสภาจะผ่านให้แน่ แต่ก็ยังนั่งฟังทนฟังอยู่ ก็นี่คือ ความที่เขามั่นใจว่าถ้าอยากจะได้ประชาธิปไตยจริง ๆ เขาต้องอดทนที่จะฟังความคิดเห็น ของคนอื่น ถ้าคิดเพียงว่าตัวเองเปึนเสียงข้างมากจะเอาอย่างไรก็ได้นั้น ประชาธิปไตยก็คง จะอยู่ลําบาก ผมฝากแง่คิดนี่ไว้สําหรับพวกเราที่ร่วมเปึนสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน ท่านประธานครับ ที่ผมว่าผมต้องกล้าหาญที่จะพูดออกมา เนื่องจากในตอนที่เสนอ ร่างพระราชกําหนดนี้และขออนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร สภาก็ให้ความเห็นชอบไปด้วย เสียงข้างมาก พวกผมที่เปึนเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของการออก พระราชกําหนด จึงได้ไปยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่าการออกพระราชกําหนดให้ รัฐบาลไปกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจนี้ มันไม่เปึนไปตาม เงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ถ้าไปดูรัฐธรรมนูญแล้ว ทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านก็ได้ไปให้ เหตุผลต่อศาล ศาลก็ได้วิเคราะห์ในเงื่อนไข ๒ ประการ

ประการที่ ๑ ก็คือบอกว่ามันเข้าเงื่อนไขเพื่อประโยชน์ในการรักษา ความมั่นคงเศรษฐกิจของประเทศตามมาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่ง หรือไม่ ข้อนี้คงไม่มีใคร ที่จะไปถกเถียงกันมาก ก็เห็นด้วยว่าเมื่อไรจะเข้าเงื่อนไขอันนี้ แต่ข้อที่เปึนปัญหา มาก ๆ คือ

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ คือประเด็นที่บอกว่ามันเปึนกรณีฉุกเฉินที่มี ความจําเปึนรีบด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามมาตรา ๑๘๔ วรรคสอง หรือไม่ พวกผม เสียงข้างน้อยเห็นว่ามันไม่เข้าเงื่อนไขอันนี้ เพราะมันไม่ใช่กรณีฉุกเฉินจําเปึน ถึงแม้ มันฉุกเฉินมันจําเปึน แต่มันก็ยังไม่ถึงขึ้น อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เราก็ได้แสดงเหตุผลนี้ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ว่าที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ว่ามันเข้าเงื่อนไขข้อ ๒ เหมือนกัน ผมก็ไปดูเหตุผลที่ศาลยกขึ้นมา ส่วนใหญ่ท่านก็เอาเหตุผลของฝ์ายรัฐบาลนั่นละ เปึนเหตุผลในการที่จะบอกว่า การออก พ.ร.ก. นี้มันไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ แต่วันนี้ไม่ต้องรอพิสูจน์แล้ว สิ่งที่พวกผมได้บอกไว้มันไม่เข้าเงื่อนไขถึงความจําเปึน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ มันไม่ใช่แล้วครับ วันนี้รัฐบาลเห็นไหมครับ บอกว่าจะเอาส่งเงินคงคลัง ไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าโครงการไทยเข้มแข็ง วันนี้ท่านบอก เอาส่งคืนคลังเพียง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็อาจจะมาใช้ทาง โครงการไทยเข้มแข็ง แล้วก็เสนอเปึนกรอบเข้ามาให้รัฐสภาทราบ เห็นไหมครับ ดีนะที่วันนั้น ท่านบอกว่าที่จริงต้องคืนคลัง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเข้าโครงการไทยเข้มแข็ง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ยังมีเงินเหลืออีก ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผลจากอันนี้คืออะไร ครับ ถ้าไปดูเหตุผลแล้วยิ่งจะเห็นที่ทางรัฐบาลชี้แจงมาบอกว่า เศรษฐกิจมันเปลี่ยนแปลง ไป ผลประกอบการรายได้ในป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ มันดีขึ้น ที่จริงคุณสุรพงษ์ท่านได้บอกไว้แล้ว เตือนไว้แล้ว รอหน่อยได้ไหม รอดูการเก็บภาษี ว่าเปึนอย่างไร รอถึงเดือนกันยายนยังได้เลย ท่านไม่ฟัง ท่านไม่เชื่อ บอกว่าเปึนเรื่อง เร่งด่วน หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเทศนี้ตายแน่ วันนี้มันพิสูจน์แล้วว่าที่ท่านบอกมานั้นผิดทั้งเพ แล้วอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบครับ สภานี้ต้องรับผิดชอบไหม ต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพราะผลอะไรครับ เพราะผลการที่รัฐบาลทําอย่างนี้ ท่านไปดูในพระราชกําหนดต่อไป มาตรา ๗ ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นป้งบประมาณให้กระทรวงการคลังรายงาน การกู้เงินตาม พ.ร.ก. นี้ที่กระทําในป้งบประมาณที่ลงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ ให้ทราบ อีกแล้ว มีแต่ให้สภาทราบ ๆ ผลก็คืออะไรครับ ผลก็คือรัฐบาล พวกเราได้เตือนแล้วว่า ท่านมีทางหลีกเลี่ยงได้ แต่ท่านไม่ทํา บัดนี้ท่านก็ใช้ พ.ร.ก. อย่างนี้ ใช้เงินกู้มาอย่างนี้ แล้วไม่เปึนไปตามกรอบที่เสนอไว้กับสภา ผลก็คือรัฐบาลนี้สามารถที่จะหลีกเลี่ยง แทนที่จะนําเงินนี้เข้าสู่งบประมาณตามปกติ ก็ไม่ทํา พวกผมเสนอว่าให้ท่านไป ขยายกรอบเงินกู้ตาม พ.ร.ก. หนี้สาธารณะ ขยายขึ้นไปสิ เพื่อกู้เพิ่มขึ้นมา แล้วเอาเงินนี้ เข้าคลัง แล้วก็เสนองบประมาณปกติ มันยังทําได้ เราบอกว่าเห็นแล้วดูแผนจากท่านใช้ ท่านใช้ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ มันเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ไหนล่ะ นี่คือเหตุผลที่ชัดเจนแล้วว่าเราต้องระมัดระวัง ถึงแม้ศาลจะบอกว่ายังไม่พบว่า รัฐบาลจงใจจะบิดเบือนรัฐธรรมนูญ วันนั้นท่านพูดอย่างนี้ แต่วันนี้ข้อเท็จจริงมันพิสูจน์แล้ว มันเห็นชัดแล้ว พวกผมคิดว่าท่านจงใจ ถ้าไม่จงใจก็แปลว่าท่านแย่จริง ๆ ไม่สามารถ จะคํานวณรายได้ข้างหน้าเลยอีกไม่กี่เดือน จากเดือนพฤษภาคมท่านออก พ.ร.ก. ท่านสุรพงษ์บอกรอเดือนกันยายนก็ได้ ท่านไม่รอ แล้วคาดการณ์คํานวณอย่างนี้ มันผิดพลาดมากมายอย่างนี้ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อย่างไร ไม่น่าจะผิดพลาดมากขนาดนี้ นอกจากจะจงใจคํานวณผิดพลาดแล้วก็อ้างความจําเปึน อย่างนี้ต่อสภา แล้วก็ไปอ้างต่อศาล จนกระทั่งหลายคนหลงเชื่อ ทีหลังกรุณาอย่าทํา อย่างนี้อีกครับ นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าเงื่อนไขการออกกฎหมายนี้ ที่พวกผมได้พิสูจน์ไว้แล้ว วันนี้พวกผมก็ยังกล้าหาญที่จะพูดบอกว่าท่านประธานครับ เงื่อนไขที่รัฐบาลบอกไว้ว่าเปึนความจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้นั้น ไม่เปึนไปตามเงื่อนไข ที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ และวันนี้มันได้พิสูจน์แล้วมันเปึนอย่างนี้จริง ๆ ขอให้กรณีอย่างนี้ อย่าเกิดขึ้นอีก เชื่อพวกผมบ้าง เชื่อฝ์ายค้านบ้าง ท่านต้องมีขันติ มีความอดทนเหมือนที่ เขาบอก ทนฟังเสียงข้างน้อย เพราะทุกคนต้องการให้เห็นประเทศมันดีขึ้น วันนี้ผมก็ต้อง ขอให้พวกเราที่เปึนฝ์ายเสียงข้างน้อยต้องกล้าหาญ กล้าต่อไปที่จะบอกว่าความถูกต้อง มันคืออะไร และบัดนี้ทุกอย่างมันได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าสิ่งที่เราพูดไว้นั้นมันถูกต้อง ทุกอย่าง ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีอะไร เชิญครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ฟังมาหลายท่านซ้ําซ้อนแล้วสุดท้ายก็คือโจมตีรัฐบาล ผมว่าถ้าให้อภิปรายต่อไปอีก หลาย ๆ คนก็คงจะอีหรอบเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมขอเสนอป่ดการอภิปรายครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องเรียนที่ประชุมอย่างนี้นะครับ ผมเปึนผู้อนุมัติให้บรรจุเรื่องนี้เข้ามาเปึนวาระ รับทราบ ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบ ของสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาไปแล้ว และในตัวพระราชกําหนดได้กําหนดไว้ใน มาตรา ๓ ชัดเจนว่าก่อนจะดําเนินการจะต้องให้คณะรัฐมนตรีนํากรอบนี้มาให้รัฐสภา รับทราบ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชบัญญัติที่ได้รับการอนุมัติ เห็นชอบไปแล้วจากสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา และเราก็ได้นํากรอบนี้มาพิจารณา มารับทราบในสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาไปแล้วเมื่อเดือนเมษายน แต่อย่างไรก็ตาม มีข้อโต้แย้งของฝ์ายค้าน ซึ่งเปึนเรื่องประเด็นเทคนิคกฎหมาย ซึ่งเราก็จะต้องรับฟังด้วย คือฝ์ายค้านโต้แย้งว่าพระราชกําหนดนั้นเปึนเรื่องที่จะต้องเปึนการใช้งบประมาณ ที่มีความจําเปึนเร่งด่วน ผมเองได้วินิจฉัยว่าการนํากรอบเข้ามานี้เปึนเรื่องที่ต่อเนื่องจาก พระราชกําหนดที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามการ ใช้จ่ายกรอบงบประมาณก็จะต้องเปึนกรอบที่มีความจําเปึนเร่งด่วน เพราะฉะนั้น ข้อคิดเห็นที่แตกต่างก็จะอยู่ที่การวินิจฉัยว่าการใช้เงินตามกรอบที่เสนอมาให้รับทราบนี้ เปึนเรื่องจําเปึนเร่งด่วนหรือไม่ ซึ่งเปึนหน้าที่ในการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ายังมีความสงสัยในประเด็นซึ่งมีกฎหมาย ผมแนะนําว่าต้องทําเรื่อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากรอบนี้เข้าข่ายในพระราชกําหนดดังกล่าวหรือไม่ แล้วเมื่อเปึนวาระรับทราบ โดยปกติการรับทราบนั้นจะอยู่ในวันพฤหัสบดี เพราะฉะนั้น การประชุมวันนี้ตามปกติพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองส่วนท้องที่ก็จะต้องขึ้นมา พิจารณาในลําดับแรก แต่เผอิญว่าวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ ท่านประธานรัฐสภา ได้กําหนดให้มีการประชุมร่วมของ ๒ สภา คือประชุมรัฐสภา ก็เลยทําให้วาระรับทราบ ในวันพฤหัสบดีนี้ต้องตกไปโดยปริยาย จึงมีการนําวาระนี้เข้ามาก่อนการพิจารณา พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองส่วนท้องที่ อันนี้ก็จะเรียนให้ที่ประชุมได้รับทราบ แต่อย่างไรก็ตามอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ต้องขอร้องประธานวิปฝ์ายรัฐบาล และฝ์ายค้านนะครับ ถึงแม้ว่าจะเปึนวาระรับทราบ แต่เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่อง การใช้จ่ายงบประมาณ ผมอยากจะขอเป่ดโอกาสให้บุคคลที่ผมได้อ่านชื่อไปเมื่อสักครู่นี้ เหลืออีกประมาณสัก ๗ ท่านหรือ ๘ ท่านเท่านั้นเอง ก็ขอให้ท่านเหล่านั้นได้อภิปราย ไปจนจบนะครับ ท่านละประมาณ ๑๐ นาที คือประมาณไม่เกิน ๑ ชั่วโมงครับ ก็ขอผู้เสนอ ญัตติได้ถอนญัตติเถอะครับ ก็ใช้เวลาอีกประมาณ ๑ ชั่วโมง ก็ต้องขอความกรุณาบรรดา กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่นั่งรับฟังการอภิปรายด้วยนะครับ เวลาก็จะประมาณนี้ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้รับรอง ไม่ครบ ๒๐ คนนะครับท่านประธาน ถือว่าญัตตินี้มันใช้ไม่ได้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องถามเจตจํานงของผู้เสนอญัตตินะครับ ขอถอนญัตติเถอะครับ แล้วเราอภิปราย ประมาณสัก ๑ ชั่วโมงนะครับ ท่านประธานชินวรณ์ครับ อย่างที่ผมเรียนไว้แล้วครับว่า ประธานไม่อยากให้เกิดมีการเสนอการอภิปราย แล้วลงมติบ่อย ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอให้วิปทั้ง ๒ ฝ์ายได้พูดคุยกัน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมี ผู้เสนอญัตติ ประธานก็จะต้องเดินไปตามข้อบังคับของการประชุมสภา ก็คือมีการลงมติ ว่าจะป่ดอภิปรายหรือไม่นะครับ ก็อยากจะฟังท่านประธานวิปสักนิดหนึ่งครับ ท่านประธานชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ ประธานวิปรัฐบาล ความจริงการบรรจุระเบียบวาระนี้มาในเรื่องรับทราบ ท่านประธาน ก็ได้อธิบายเหตุผลจนเปึนที่เข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่าเปึนเรื่องที่จะต้องปฏิบัติ ตามมาตรา ๓ ในพระราชกําหนดที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้อนุมัติไปแล้ว เพราะฉะนั้นจึงชอบด้วยกฎหมายในการที่จะนําญัตติดังกล่าวนี้เข้ามาอภิปรายในสภา ในวันนี้นะครับ อันนี้ก็ถือว่าท่านประธานแล้วก็พวกผมมีความคิดเห็นตรงกัน

ในส่วนประการที่ ๒ ก็คือว่า เปึนส่วนที่เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้หยิบยก ประเด็นขึ้นมาอภิปรายในเรื่องของการที่ว่ารายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ กรอบค่าใช้จ่ายที่จะต้องกําหนดเอาไว้ ซึ่งกระผมอยากจะกราบเรียนว่า ซึ่งจริง ๆ ก็เปึน เรื่องที่สภานั้นมีหน้าที่เพียงรับทราบเท่านั้น เพราะว่าเปึนกระบวนการที่ฝ์ายบริหารนั้น ขออํานาจในการออกพระราชกําหนดนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมีกรอบค่าใช้จ่าย เปลี่ยนแปลงไป ตามจริงวันนี้เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ควรที่จะได้มา ช่วยกันให้กําลังใจและขานรับรัฐบาล เพราะการที่รัฐบาลได้ตั้งเงินสําหรับชดเชยคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ได้มีความจําเปึนที่จะชดเชยเงินคงคลังเพียง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น เราก็จําเปึนที่จะต้องนําเงินก้อนนี้มาเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อให้สนองตอบต่อการฟุ๋นตัวทางเศรษฐกิจ ผมคิดว่าตรงนี้มีความชัดเจนนะครับ แต่ว่าประเด็นที่เพื่อนสมาชิกในสภานี้ได้มีการอภิปรายท่านประธานครับ ส่วนใหญ่ ก็กลับไปซ้ําซ้อนอยู่ในประเด็นเดิม ประเด็นเดิมคือประเด็นที่ตั้งแต่เริ่มต้นในการที่สภา แห่งนี้ได้อนุมัติพระราชกําหนด ท่านก็ได้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าพระราชกําหนด ฉบับนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๔๘ หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัย ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลทําถูกต้องนะครับ อันนี้ผมอยากจะยืนยันเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ตรงกัน แต่ว่าอย่างไรก็ตามในประเด็นที่เปึนรายละเอียดของแผนงาน โครงการ ถ้าหาก เพื่อนสมาชิกจะได้มีการอภิปราย ผมคิดว่าจะเปึนเรื่องไม่ขัดข้องครับ แต่ว่าผมอยากจะ ขอร้องฝ์ายค้านว่าถ้าจะอภิปรายต่อ ควรจะยุติในเรื่องประเด็นของข้อกฎหมายเหมือนที่ ท่านประธานได้กราบเรียนไปแล้ว ถ้าหากใครก็ตามจะวินิจฉัยแล้วตัดสินใจเอาเองว่า เปึนเช่นนั้นตามความรู้สึกท่านก็มีสิทธิที่จะไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ แล้วผมเข้าใจว่า รัฐบาลก็ทําในสิ่งที่ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านจะไปทําเช่นนั้น ก็ไม่มีใครจะไป ห้ามได้ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ท่านประธานขอร้องอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านประธานครับ เราก็ใช้เวลามาตั้งแต่ช่วงบ่ายโมง แล้วผมก็ไม่อยากอ้างว่าเพื่อนสมาชิก กํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็มารออยู่ ยังมีกฎหมายในเรื่องที่ฝ์ายค้านเองได้ขอความร่วมมือมายัง ฝ์ายรัฐบาลว่า เราน่าจะได้มีการพิจารณาพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งของ คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ที่สําคัญเราก็ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ พี่น้องประชาชนโดยตรงตามนโยบายเร่งด่วน คือพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และพระราชบัญญัติในการรักษา และส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ต้องออกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ผมคิดว่าถ้าหาก เราอภิปรายกันด้วยเหตุด้วยผลพอสมควรแล้ว และในช่วงหลังฝ์ายรัฐบาลนี่ไม่ได้ มีการอภิปรายแล้วนะครับ ฝ์ายค้านได้มีการอภิปรายแต่เพียงฝ์ายเดียว ผมอยากจะให้ ฝ์ายค้านได้พิจารณาว่าถ้าหากท่านประธานจะขอความกรุณาว่าขอเพิ่มอีกสัก ๓ ท่าน ได้ไหมครับ ขอให้เพียงแค่ ๓ ท่าน เพื่อที่จะได้ดําเนินการประชุมต่อไป เพราะว่ายังมี วาระอื่นที่เพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านสามารถที่จะอภิปรายได้ ผมคิดว่าถ้าเปึนเช่นนี้ผมก็ยินดี ที่จะให้ผู้เสนอญัตติได้ถอนต่อไป ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ์ายค้าน

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวขอประธานวิปฝ์ายค้านได้ชี้แจงสักนิดหนึ่งครับ เชิญคุณวิเชียรนั่งลงก่อนครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผมขอประท้วง เพราะประเด็นท่านประธาน วิปฝ์ายรัฐบาล เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกว่าพวกเราพยายามเอากฎหมายฉบับนี้ แล้วยื่น ตีความตามมาตรา ๑๔๘ ไม่ใช่นะครับ ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลอย่าเข้าใจผิดนะครับ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ นะครับ เพราะฉะนั้นบันทึกการประชุมจะเสียหายนะครับ มาตรา ๑๘๔ ครับ ไม่ใช่ มาตรา ๑๔๘ ครับ เมื่อกี้ดูได้เลยครับท่านประธาน ประธานวิป ฝ์ายรัฐบาลพูด มาตรา ๑๔๘ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ไม่เปึนไรครับ เปึนความพลั้งเผลอเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ เชิญประธานวิปฝ์ายค้านครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะประธานวิปฝ์ายค้าน จริง ๆ แล้วจํานวนผู้อภิปรายเอง ก็แสดงความคิดเห็นนั้น ผมคิดว่าในซีกของฝ์ายค้านจะเหลืออีกไม่กี่คน แล้วเดี๋ยว วาระต่อไปนั้น เรียนตามตรงว่าในซีกผมจะไม่มีการอภิปราย เพราะผมเห็นด้วยอยู่แล้ว เรื่องพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ครับ จึงขอแสดงความคิดเห็นในส่วนที่เหลืออยู่ เพียงไม่กี่ท่านให้จบครับท่าน ขอได้โปรดเถอะครับ ว่าถอนตรงนั้นเถอะครับ เพราะว่า พระราชบัญญัติต่อไปเราจะไม่มีการอภิปรายครับ เราเห็นด้วยอยู่แล้วครับ เรื่องกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมอย่างนี้ได้ไหมครับ เพื่อเปึนการประนีประนอมแล้วให้บรรยากาศมันเดินไปได้นะครับ ยังเหลือรายชื่ออีก ๘ ท่าน แต่ขอท่านละ ๕ นาทีก็แล้วกันนะครับ ท่านละ ๕ นาที แล้วก็ ขออย่าอภิปรายในเรื่องประเด็นกฎหมาย เพราะว่าหลายท่านอภิปรายไปแล้วนะครับ ไม่ต่ํากว่า ๔ ท่านหรือ ๕ ท่าน ซึ่งผมนั่งฟังอยู่นะครับ ท่านประธานวิปรัฐบาลเห็นด้วยไหมครับ ขอท่านละ ๕ นาที ๘ ท่าน ก็ ๔๐ นาที ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลเห็นด้วยครับคุณบุญยอด ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอให้ผู้เสนอญัตติถอนญัตติด้วยครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ กระผมขอถอน ท่านประธานครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอบคุณครับ คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมทักท้วงต่อท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมเปึนคนหนึ่งที่ทักท้วงเรื่องของจํานวนของผู้อภิปรายว่าควรให้เหมาะสม ท่านก็ประกาศว่ามีอีก ๗ ท่าน ขออีกคนละ ๑๐ ท่าน ๑ ชั่วโมง ๑๐ นาที เมื่อสักครู่ ผ่านไปแล้ว ๕ ท่านนะครับ ท่านจะขออีก ๘ ท่าน อีกคนละ ๕ นาทีนะครับ ขอให้รอบนี้ เปึนรอบสุดท้ายนะครับ เราแล้วจะดูความประพฤติต่อไปครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะว่าได้เปึนข้อตกลงชัดเจนแล้วนะครับ ๘ ท่าน ท่านละ ๕ นาที ต่อไปจะเปึน คุณประเกียรติ นาสิมมา ครับ พอดีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านจะขอ ชี้แจงนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ คุณประเกียรติรอสักนิดนะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมขอเวลาท่านประธาน ๒ นาทีเท่านั้นนะครับ เมื่อสักครู่ท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส่งเอกสารให้ผม และผมไปตรวจสอบแล้วคิดว่าการชี้แจงจะเปึนประโยชน์ กับเพื่อนสมาชิกอื่นด้วย นั่นก็คือท่านเชาวรินส่งเอกสารการได้รับการจัดสรรงบประมาณ ของโรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ จังหวัดราชบุรี บอกว่าเดิมนี่ท่านได้รับงบจัดสรร ๒ รายการ รายการแรกก็คือปรับปรุงศูนย์เรียนรู้สู่ความเปึนเลิศ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท รายการที่ ๒ รายการครุภัณฑ์ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วได้ ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อมีเอกชนไปเสนอขายครุภัณฑ์แล้วโรงเรียนไม่ซื้อก็เลยถูกตัดงบเหลือ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็ไปตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ทําไมเปึนอย่างนั้น ก็ปรากฏว่า ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากนั้น แล้วจะได้ชี้แจงให้ท่านเชาวริน ได้เกิดความสบายใจด้วยว่า ๑. งบประมาณปรับปรุงศูนย์เรียนรู้สู่ความเปึนเลิศ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ยังอยู่เหมือนเดิม แล้วก็ข้อ ๒ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ที่จัดซื้อครุภัณฑ์ ถูกตัดจริงครับ เพราะครุภัณฑ์ที่จัดให้กับโรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ จังหวัดราชบุรี เดิมเปึนครุภัณฑ์ธรรมดา แต่บังเอิญว่าโรงเรียนนี้เปึนโรงเรียนในโครงการห้องเรียน วิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นครุภัณฑ์ที่จะได้รับการจัดสรรต้องไม่ใช่ครุภัณฑ์ปกติ แต่เปึน ครุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับด้านวิทยาศาสตร์และได้รับการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้วเปึนเงิน ๑,๘๔๓,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นแทนที่โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ จังหวัดราชบุรี จะถูกตัดงบจาก ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ได้เปึนอย่างนั้น กลับกลายเปึนว่าได้เพิ่มจาก ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท เปึน ๓,๐๔๓,๐๐๐ บาท ก็ขอชี้แจง ทําความเข้าใจครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณประเกียรติ นาสิมมา ครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขณะนี้เรากําลังอภิปรายเพื่อรับทราบ กรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ทีนี้กรอบเงินกู้ที่เสนอเข้ามาวันนี้นี่ มันก็เปึนปัญหาที่จะต้องถกเถียงกันในข้อกฎหมายว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ บรรจุ เข้ามาได้หรือไม่ ผมจะขอกราบเรียนเพื่อสนับสนุนในเหตุผลของผมว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญและไม่ควรที่จะบรรจุเข้ามาอภิปรายเพื่อรับทราบเท่านั้น เนื่องจากการขอ ออกพระราชกําหนดการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เมื่อสภาเป่ด คณะรัฐมนตรี โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้นําเข้ามาแถลงเพื่อให้สภาได้รับทราบเปึนวาระแรก โดยคําแถลงนั้นก็เปึนแถลงกรอบการใช้เงินตามพระราชกําหนด ซึ่งแบ่งออกเปึน ๒ จํานวนด้วยกัน จํานวนที่ ๑ คือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะนําไปป่ดหีบงบประมาณ ซึ่งท่านอ้างว่าขาดงบประมาณเก็บภาษีไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจซบเซา เปึนการฉุกเฉิน เร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

ส่วนกรณีที่ ๒ ก็คือจะเอาจํานวน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปกระตุ้น เศรษฐกิจก็เปึนกรณีเร่งด่วนฉุกเฉินอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เช่นเดียวกัน การยื่นเข้ามานั้น ยื่นเข้ามาเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นประมาณวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ พรรคฝ์ายค้านเห็นว่าการเอาเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปป่ดหีบนั้นน่าจะไม่ใช่ เรื่องฉุกเฉินทั้งจํานวน น่าจะเปึนแค่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น เมื่อนําส่งศาลรัฐธรรมนูญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ไปยืนยันเปึนพยาน ต่อศาลว่า เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มีความจําเปึนเร่งด่วนฉุกเฉินอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ศาลจึงวินิจฉัยว่าพระราชกําหนดนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ครั้นมาใช้เงินจริง ๆ แล้ว การไปป่ดหีบมันใช้เงินแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเงินที่เร่งด่วนฉุกเฉิน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้จึงมีจํานวนแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนเงินที่ไม่เร่งด่วนฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ใช่เงินเร่งด่วนฉุกเฉินจึงไม่ใช่เงื่อนไข ที่จะต้องเอามาใช้กับการใช้เงินและกรอบการใช้เงินวันนี้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ามันไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ และการเสนอเข้ามาวันนี้ก็น่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๗ ซึ่งเสนอ ไม่ได้ เพราะเงินนี้ถามว่าหลีกเลี่ยงได้ไหม แตะต้องได้ไหม วันนี้เราอภิปรายกันเสียจน เยอะแล้ว ก็แสดงว่ามันหลีกเลี่ยงได้ มันแตะต้องได้ มันไม่ฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นการที่จะเอา พระราชกําหนดกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้ในกรณีที่จะใช้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงไม่มีเหตุผลแล้ว เงื่อนไขกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนอันมิอาจ หลีกเลี่ยงได้หมดไปแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมจึงอยากจะกราบเรียนไว้ว่า หากเรา จะรับรอง รับทราบเรื่องนี้ และการบรรจุเรื่องนี้ต่อไปน่าจะเปึนเรื่องที่มีปัญหาเกี่ยวกับ ข้อกฎหมายเรื่องขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น ผมจึงอยากจะกราบเรียนเพื่อเปึน ข้อสังเกตเอาไว้ต่อสภาแห่งนี้ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณทองดี มนิสสาร ประท้วงหรือครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเสนอ ญัตติขอป่ดการอภิปรายครับ เพราะว่าเห็นใจกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่นั่งรออยู่กฎหมาย พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ น่าจะเข้าแล้วนะครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บรรยากาศมันก็แปลกดีนะครับ เมื่อสักครู่เสนอเป่ดอภิปราย เพราะฉะนั้นผมต้องถาม ประธานวิปฝ์ายค้านด้วยนะครับ เห็นชอบด้วยนะครับ คือถ้าทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ผมก็จะเสนอป่ดอภิปรายครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ คือได้หารือกันแล้วนะครับว่าต่อประเด็นในสิ่งที่รับทราบ เรื่องรับทราบ ก็จริง จริง ๆ แล้วก็คือจะไม่มีการลงมติอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นฝ์ายค้านก็ได้แสดง ข้อสังเกตพอสมควร แล้วก็ฝ์ายค้านคิดว่าจะดําเนินการเปึนลายลักษณ์อักษรนะครับ จึงขอกราบเรียนต่อที่ประชุมตามที่กํานันทองดีได้เห็นชอบ แล้วก็เพื่อมิให้พี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้านต้องรอคอยอีกนะครับ ก็เห็นสมควรที่จะดําเนินการตามที่กํานันทองดี เปึนผู้เสนอครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้นะครับ เมื่อเห็นพ้องต้องกันไม่ต้องเสนอเปึนญัตติก็ได้นะครับ ประธานวินิจฉัยเลยครับ เห็นควรป่ดการอภิปรายในวาระรับทราบ แต่อย่างไรก็ตามมีเรื่องที่พาดพิงถึง ท่านรัฐมนตรี ผมก็จะต้องเป่ดโอกาสให้ท่านรัฐมนตรีตอบอยู่แล้วนะครับ ท่านประธานชินวรณ์มีอะไรหรือเปล่าครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอประทานโทษท่านประธานจริง ๆ ครับ ผมคิดว่าจริง ๆ ก็เมื่อท่านประธาน ป่ดอภิปรายไปแล้วก็ไม่น่าจะพูดถึง แต่ว่าก็มีเพียงประเด็นเดียวที่อยากจะถือโอกาส กราบเรียนท่านประธานว่าในสภาแห่งนี้ท่านประธานก็เปึนประมุขในที่ประชุมนะครับ ก็อยากจะให้ท่านประธานได้ดูถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นด้วยว่าเราจะต้องร่วมมือกันในการ ที่จะทํางานในสภานี้ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความจําเปึน นะครับ ไม่เช่นนั้นแล้วท่านประธานครับ ในท้ายที่สุดอภิปรายในประเด็นเรื่องข้อกฎหมาย แล้วก็มีการประนีประนอมกันในสภาถึง ๒ ครั้ง โดยเพื่อนสมาชิกทางฝ์ายผม และพวกผม ก็ยอมรับเงื่อนไขที่ท่านประธานได้มีโอกาสประนีประนอมนะครับ แต่ว่าเมื่อการดําเนินการ มาถึงขั้นที่ท่านประธานป่ดการอภิปรายไปแล้วผมก็จะไม่ขอพูดต่อ แต่ว่าผมอยากจะ กราบเรียนว่าขอให้ทุกฝ์ายได้ร่วมกันรับผิดชอบในการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ของเราด้วยนะครับ เพื่อให้สภาเดินไปได้ด้วยดีครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องนี้ก็คงอยู่ในดุลยพินิจของประธานนะครับ ซึ่งผมเองจะดําเนินการประชุมให้เรียบร้อย ที่สุดโดยอาศัยข้อบังคับการประชุมสภา แล้วก็กฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดนะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วงใช่ไหมครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ กระผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงหรือครับ ประท้วงใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รอสักนิดหนึ่งครับ เชิญท่านรัฐมนตรีนั่งลงก่อนครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

กระผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมยังสงสัยในคําพูดของท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลที่ว่าสภานี้ต้องรับผิดชอบร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกันในประเด็นใดครับ ขอให้ท่านพูดให้กระจ่างด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คงไม่ต้องต่อล้อต่อเถียงครับ ไม่อย่างนั้นก็จะเปึนการอภิปรายกลับไปกลับมานะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ไม่ใช่ครับท่านประธานครับ คือ มันจําเปึนท่านประธานครับ เพราะว่าถ้าเกิดเรายื่นศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่าการที่รัฐบาลเสนอเข้ามาตามนี้มันไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หรือยื่นไปแล้ว ทางศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมาว่าการที่เสนอกรอบมาคราวนี้ไม่ถูกต้องตาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือไม่ถูกต้องตามคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้วินิจฉัย ไปแล้วตอนที่เรายื่นไปในครั้งแรกนั้น สิ่งนี้ผมคิดว่าอาจจะต้องเปึนการรับผิดชอบเฉพาะ บุคคลหรือเฉพาะส่วน เพราะผมไม่สามารถที่จะไปรับผิดชอบร่วมได้ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คนหนึ่งครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณอดุลย์ก็ตอบเองเรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง จะไม่ขอใช้เวลาของเพื่อนสมาชิกมากนักนะครับ แต่ว่ามีประเด็น คําถามและข้อสังเกตหลากหลายประเด็นจากเพื่อนสมาชิกที่มีการต่อการเสนอกรอบ การใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนด ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ในวันนี้ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาต เรียนอย่างนี้นะครับว่าแท้จริงแล้วการที่เราได้มีโอกาส ในการที่จะพิจารณากรอบการลงทุน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เปึนเรื่องที่ดี และเปึนเรื่องที่ดีโดยเฉพาะสําหรับพี่น้องประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากหลากหลาย โครงการภายใต้กรอบที่เราได้นําเสนอ ณ วันนี้ ซึ่งเดิมทีแล้วอาจจะไม่ได้รับ ถ้ามี ความจําเปึนที่จะต้องนําเงินกู้ไปสมทบเงินคงคลังมากเท่าที่เราคาดว่าและกลัวว่าอาจจะมี ความจําเปึนต้องดําเนินการ เท้าความนะครับ พวกเราทราบกันดีว่า เดิมทีนั้นทางรัฐบาล ได้นําเสนอกรอบว่าอาจจะมีความจําเปึนที่จะต้องใช้เงินกู้ถึงครึ่งหนึ่งในส่วนของ พ.ร.ก. ไปใช้สมทบเงินคงคลังก็คือไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ณ วันนั้นเราก็ได้นําเสนอว่า มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องดําเนินการในการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ความจริงมูลค่าโดยรวมของโครงการไทยเข้มแข็งก็คือประมาณ ๑.๔๔ ล้านล้านบาท แต่ในส่วนของพระราชกําหนด ส่วนที่เหลืออีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนปริมาณ เม็ดเงินขั้นต่ําที่เราต้องใช้ในการที่จะลงทุนเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็เพื่อ แก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังเผชิญอยู่ แต่ขณะเดียวกันเราก็ได้ตั้งความหวัง แล้วก็เร่งรัด ในการทํางานในส่วนของกระทรวงการคลังเอง ที่จะเก็บรายได้และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อจะทําให้รัฐบาลมีรายได้มากกว่าในกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่รัฐบาลได้คาดการณ์เอาไว้ ได้เผื่อสํารองเอาไว้นะครับ นั่นก็คือสาเหตุที่เราได้กําหนดไว้แต่แรกนะครับว่าการลงทุน โดยรวมด้วยเงินกู้จาก พ.ร.ก. นั้น เราจะมีเม็ดเงินหรือมูลค่าโดยรวมไม่ต่ํากว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายแล้วก็ปรากฏว่าเปึนเช่นนั้นจริง ที่ผมเรียนว่าเปึนเรื่องที่ดี แล้วก็เปึนข่าวดีสําหรับพี่น้องประชาชนก็คือ มันต้องดีอยู่แล้วครับที่สุดท้ายเรามี ความจําเปึนในการที่จะกู้ยืมเพื่อไปสมทบเงินคงคลังน้อยกว่าที่เราคาดไว้ ทําให้เม็ดเงิน แทนที่จะไปโปะหนี้อย่างเดียวสามารถนํามาใช้ในการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ได้ ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ถามว่าพวกเราทํางานกันอย่างไร ทําไมถึงคาดการณ์ไว้ คลาดเคลื่อนถึงขนาดนี้ ผมต้องขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพนะครับ แล้วอันนี้ ก็เรียนตามข้อเท็จจริงว่าการประมาณการที่คลาดเคลื่อนและเปึนที่มาของปัญหาทั้งหมด จริง ๆ แล้วมันเกิดขึ้นตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วที่มีการประมาณการรายได้ในการนําเสนอ พ.ร.บ. งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ไว้สูงกว่าที่เปึนจริง และสุดท้ายแล้วมีคําถามจาก ท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่งที่ถามว่า สุดท้ายแล้วจริง ๆ แล้วรายได้ต่ํากว่าเปัาที่รัฐบาลนั้น ได้กําหนดไว้เท่าไร ผมก็ขอเรียนนะครับ ตัวเลขของท่านถูกต้อง ก็คือประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้เปึนสาเหตุที่ทําให้เราต้องพิจารณาหาแนววิธีในการ ที่จะแก้ไข เพราะว่า พ.ร.บ. หนี้สาธารณะนั้นไม่ได้เผื่อสํารองกรอบการกู้ยืมเงินไว้เพียงพอ ต่อการขาดรายได้มากเท่านั้น ตามประมาณการที่รัฐบาลชุดนั้นได้ทําเอาไว้ ไม่ใช่ ชุดผมครับ ที่ได้ตั้งกําหนดหรือประมาณการแต่เดิมไว้ นี่ก็คือสาเหตุและเปึนข้อเท็จจริง ที่ผมมีความจําเปึนต้องนําเรียนเปึนการชี้แจงนะครับ คราวนี้เมื่อมีการคาดการณ์ผิดก็ต้อง มีการแก้ไข และเมื่อเรากู้ยืมโดยอาศัย พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ ไม่ได้ เราก็มี ความจําเปึนที่จะต้องออกพระราชกําหนดเพื่อมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ณ วันนั้นเราก็ คาดว่าอาจจะมีโอกาสที่รัฐบาลจะขาดรายได้ได้สูงถึงประมาณ ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายก็เนื่องจากเศรษฐกิจดีขึ้น มีการปรับปรุงการทํางานภายในกระทรวงการคลังเอง ทําให้รายได้ในส่วนของรัฐบาลนั้นดีกว่าการคาดการณ์ ก็ทําให้ความจําเปึนในการกู้ยืม เพื่อมาสมทบเงินคงคลังนั้นน้อยลง ก็คือจากเดิมที่เผื่อไว้มากที่สุด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ลงเอยที่เม็ดเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยรวม ซึ่งก็ทําให้เราสามารถที่จะนําส่วนที่เหลือ นั้นมาใช้ประโยชน์มากขึ้นในการที่จะลงทุนในโครงการต่าง ๆ ตามที่ผมได้เรียน เมื่อสักครู่นี้ก็มีคําถามว่าแล้วมันมีความจําเปึนไหมที่ยังจะต้องใช้เงินทั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน พ.ร.ก. ในเมื่อเรามีความจําเปึนที่จะต้องไปสมทบเงินคงคลัง เพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ลืมไปเลยได้ไหม ตัดทิ้งไปเลย ผมขออนุญาตเรียนนะครับ เท้าความอีกนิดหนึ่ง โครงการทั้งหมดตามแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งนั้นกําหนดไว้ที่ ๑.๔ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นส่วนที่มาจากพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเปึนเพียงแค่ส่วนเดียว ความหมายของการที่เราไปสมทบ เงินคงคลังน้อยลงก็หมายถึงความจําเปึนในส่วนที่เหลือของโครงการไทยเข้มแข็ง ที่เราอาจจะต้องไปกู้ยืมที่น้อยลงเช่นเดียวกัน แต่ว่าในส่วนของความฉุกเฉิน และความจําเปึนที่จะต้องใช้เม็ดเงินกู้จาก พ.ร.ก. ยังมีอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง มีท่านสมาชิก หลายท่านได้สัมภาษณ์ต่อเนื่องว่าที่รัฐบาลบอกว่าเศรษฐกิจเริ่มฟุ๋นตัวแล้วนั้นไม่จริง ไม่เห็นฟุ๋นเลย ก็เปึนตัวยืนยันว่ายังมีความจําเปึนที่รัฐบาลจะต้องขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนด้วยการเดินหน้าในการลงทุนตามแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งตามเดิมนะครับ นี่ก็เปึนสาเหตุที่เรายังยืนยันว่าการใช้เม็ดเงินส่วนนี้เพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดก็คือการนําเม็ดเงินส่วนนี้มาใช้กับโครงการต่าง ๆ ที่ประชาชนได้ประโยชน์นะครับ แล้วถามว่าโครงการเหล่านี้รวมถึงอะไรบ้าง ก็มี เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายชี้แจงว่ามีโครงการหลากหลายโครงการในส่วนที่ พวกเราช่วยกันพิจารณาในวันนี้ ก็คืออย่างเช่นโครงการเรื่องของการประกันรายได้ ของเกษตรกร เม็ดเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนส่วนหนึ่งของ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลนํามาเสนอเพื่อให้ท่านได้รับทราบในวันนี้นะครับ ซึ่งพี่น้องประชาชนที่เปึน เกษตรกรก็มาขึ้นทะเบียนกันแล้วประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ราย แล้วก็มีการเร่งทําสัญญา เริ่มมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกรไปแล้วนะครับ แล้วก็จะได้มีการดําเนินการ ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นในส่วนของตรงนี้ผมคิดว่าเมื่อเรารับทราบถึงรายละเอียดโครงการว่า รัฐบาลนําเม็ดเงินส่วนนี้ไปใช้ทําอะไร ก็คงจะมีความเข้าใจเพิ่มขึ้นถึงความสําคัญ ของเม็ดเงินส่วนนี้และประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ ซึ่งโครงการประกันรายได้ เกษตรกรก็เปึนเพียงแค่ ๑ ในหลาย ๆ โครงการในส่วนของเม็ดเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการเพิ่มวงเงินอุดหนุนให้กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น มีการจัดงบประมาณเพื่อให้ พี่น้องที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดมีโอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งที่อยู่อาศัยของตนเองภายใต้ โครงการบ้านมั่นคงซึ่งก็เปึนโครงการที่ทํากันมาหลายรัฐบาล แล้วก็เปึนโครงการที่ดี ประชาชนได้ประโยชน์ รัฐบาลนี้จึงเห็นความสําคัญและความจําเปึนที่จะต้องจัดสรร เม็ดเงินงบประมาณเพิ่มเติมภายใต้กรอบที่นําเสนอเพื่อทราบให้กับเพื่อนสมาชิกในวันนี้ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็คือสาเหตุการยืนยันว่าทําไมเราถึงได้มองว่าความสามารถในการ ที่เรามาเสนอกรอบการใช้เม็ดเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในที่นี้ต้องถือว่าเปึนข่าวดี ของพี่น้องประชาชนโดยรวม และผมเชื่อว่าจะมีส่วนสําคัญในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ในระดับมหภาคด้วย ผมก็จะขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมนะครับว่ามีคําถามเช่นเดียวกันว่า การที่เม็ดเงินบางส่วนความจริงส่วนไม่มากนักโดยรวมแล้วก็ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท จะมีการเบิกจ่ายในป้ ๒๕๕๔ และป้ ๒๕๕๕ สะท้อนถึงความไม่ฉุกเฉินของการใช้เม็ดเงินนี้ หรือไม่ ผมก็ขออนุญาตชี้แจงว่าบางโครงการนั้นป้เดียวพูดตามตรงครับทําไม่เสร็จ เปึนโครงการที่จะมีภาระผูกพันไปจนถึงป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ทําให้บางส่วนของเม็ดเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีความจําเปึนที่จะต้องรอคอยในแง่ของการเบิกจ่ายในป้ถัด ๆ ไป แต่ประเด็นสําคัญก็คือทุกโครงการก็จะได้มีการริเริ่มภายในช่วงป้ ๒๕๕๓ แล้วเราก็ คาดหวังไว้นะครับว่าจะมีการเบิกจ่ายสูงถึงประมาณ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ภายในป้ปฏิทิน ๒๕๕๓ จากเม็ดเงินทั้งหมดที่เราได้มาชี้แจงให้ท่านได้รับทราบในวันนี้ เพราะฉะนั้น ผลต่อเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นทันที แล้วก็สะท้อนให้เห็นถึงความจําเปึนที่รัฐบาล ต้องดําเนินการอย่างเร่งด่วนในการที่จะอัดฉีดเม็ดเงินส่วนนี้เพื่อประชาชนจะได้มีงานทํา เพื่อเศรษฐกิจจะได้ฟุ๋นตัว แล้วก็เพื่อเราจะได้หลุดพ้นจากช่วงวิกฤติเศรษฐกิจจากที่เราได้ ประสบมาตลอดช่วง ๑๒ เดือนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้โดยสังเขปผมคิดว่าก็น่าจะ ครอบคลุมความกังวลของท่านนอกเหนือจากความกังวลในประเด็นทางกฎหมาย ซึ่งผมคิดว่าก็มีการชี้แจงแล้วโดยท่านประธานวิปเมื่อสักครู่ที่มีความชัดเจน ผมคง ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นนั้น

สุดท้ายก็คือเรื่องของความโปร่งใส ผมขออนุญาตเรียนนะครับว่าประเด็นนี้ ผมก็ฟังคําอภิปรายของท่านด้วยความกังวล แล้วก็ในส่วนของทางรัฐบาลเองก็ได้ให้ ความสําคัญกับการจัดให้มีการใช้เม็ดเงินงบประมาณด้วยความโปร่งใสมากที่สุด แล้วก็ จะมีการตรวจสอบตามที่ผมได้รายงานไปเบื้องต้นนะครับ ทั้งตามระบบภายในปัจจุบันที่มี การตรวจสอบในส่วนของงบประมาณประจําป้ทุก ๆ ป้อยู่แล้ว แต่ก็จะมีการจัดตั้ง คณะกรรมการที่จะมีบุคคลจากภายนอกเข้ามาเพิ่มให้การตรวจสอบมีความเข้มข้น มากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นท่านก็สามารถที่จะใช้สิทธิอํานาจของท่านในฐานะ เปึนฝ์ายนิติบัญญัติในการที่จะกํากับผ่านกระบวนการหรือระบบสภาได้ แต่นอกเหนือจากนั้น ทางรัฐบาลก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะกําหนดกรรมวิธีในการที่จะตรวจสอบให้มีความถูกต้อง เหมาะสมในการใช้เม็ดเงินของพี่น้องประชาชนให้มีความคุ้มค่าด้วย ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิชาญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตท่านประธานครับ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวพาดพิงถึงรัฐบาลชุดที่แล้ว ในลักษณะว่าประมาณการตัวเลขในเรื่องของรายรับไม่ชอบหรือไม่ถูก ก็ขออนุญาตว่า ท่านประธานครับในเรื่อง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านจะขอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ก็ขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ในส่วนนี้นะครับ ต้องยอมรับ นะครับว่าก่อนหน้านี่รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศในการจัดทํางบประมาณนั้นเราได้ทํา งบประมาณตามสัดส่วนของการประมาณการรายรับของประเทศ แล้วมีการทํา งบประมาณที่จะต้องไปใช้หนี้ที่ขาดดุลในรัฐบาลของรัฐบาลท่านอดีตนายกรัฐมนตรี สมัยท่านสุรยุทธ์แล้วต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลท่านสมัคร ถามว่าในขณะนั้นที่เราเปึนรัฐบาล เกิดภาวะในเรื่องของวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้น แล้วก็เกิดความไม่สงบภายในประเทศ จึงเปึน เหตุให้เราเองพ้นจากรัฐบาลออกมา ทีนี้ประเด็นก็คือว่าเมื่อรัฐบาลชุดนี้มารับผิดชอบนี่ ท่านเองก็ต้องทํางานทําหน้าที่แทน ส่วนตัวเลขที่ท่านประมาณการที่ผิดพลาดว่ารัฐบาล มาขอให้กับทางสภานั้นเห็นชอบเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านประมาณการตัวเลขไม่ถูกเอง ทั้ง ๆ ที่ท่านเองนั้นขอไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านจัดเก็บได้เกินเปัาโดยใช้เงินไปเพียง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านจัดเก็บได้ดีกว่านี้ ผมว่าตัวเลขอาจจะเข้าเปัาด้วยซ้ํา ก็คงขออนุญาตว่าในฐานะที่ผมเองอยู่ในฐานะ อดีตรัฐมนตรีในขณะนั้นร่วมรัฐบาล ก็คงไม่อยากให้ทางรัฐบาลเอง ตัวท่านรัฐมนตรีเอง มากล่าวพาดพิงในส่วนนี้ เพื่อที่จะเปึนการเสียหายต่อรัฐบาลที่ได้ทํางานเหมือนกันครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่เป่ดให้แต่ละท่านอภิปรายแล้วนะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะตอบโต้กันไปมา ผมขอ ความกรุณานะครับ เราอภิปราย เรามองไปข้างหน้าดีกว่านะครับ ไม่อย่างนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะไม่อย่างนั้นก็จะมีผู้ทักท้วงพาดพิงยกมือกัน เยอะเลยนะครับ ขอความกรุณาครับ เราจะได้จบเลยครับ ท่านสมาชิกครับ เปึนอันจบวาระรับทราบกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนด ผมประกาศจบไปแล้ว นะครับ เดี๋ยวท่านประท้วงหลังจากที่ผมประกาศจบนะครับ กรอบการใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ เรียบร้อยแล้วครับ

ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณอดุลย์ ประท้วงอะไรครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิง ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายรัฐบาลในขณะนั้นครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่ต้องแล้วครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ใช้สิทธิไปแล้ว แล้วผม ก็อนุญาตให้ใช้สิทธิไปแล้ว ผมอยากจะขอให้เข้าร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เลยนะครับ ขอความกรุณาคุณอดุลย์นั่งลงเถอะครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเปึน

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

ร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้านั่งประจําที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงอะไรหรือเปล่าครับหรือหารือ

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานครับ คือพอเข้าร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานวิปฝ์ายค้าน ท่านได้บอกไว้ว่าพอถึง ร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ก็จะไม่ขออภิปราย ในส่วนของฝ์ายรัฐบาลผมได้หารือกับท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลแล้ว ท่านก็บอกว่า ทางฝ์ายรัฐบาลก็จะไม่ขออภิปรายเช่นกันครับ เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้บังคับ ใช้ได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้กับพี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่รอคอยมานานครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออย่างนี้ เพื่อไม่ให้เปึนบรรทัดฐานที่ผมว่าไม่สวยงาม ก็ขอให้อภิปรายกัน ฝ์ายละท่านหนึ่งก็แล้วกันครับ อย่างน้อยอภิปรายสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนอะไรก็ว่าไป เถอะครับ ขอความกรุณาสักฝ์ายละท่านหนึ่งครับ ส่วนใครจะเปึนผู้อภิปราย ท่านประธานวิปทั้ง ๒ ฝ์ายก็ไปกําหนดเอาเองก็แล้วกันนะครับ ขอเชิญคณะกรรมาธิการ ชี้แจงครับ

นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติลักษณะ ปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ทราบว่า

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ ๒ ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เมื่อวันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ ในคราวประชุม วุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ประชุม ของแต่ละสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันสภาละ ๑๑ คน ตามจํานวน ที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม และสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยถือมาตรา ๓ เปึนประเด็นหลักสําคัญนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีมติเอกฉันท์เห็นชอบตามร่างที่วุฒิสภามีมติแก้ไข จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนําเสนอ ที่ประชุมพิจารณาต่อไป

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ปรากฏว่าตามข้อหารือเมื่อสักครู่บอกว่าจะไม่อภิปราย ขณะนี้มีผู้ยกมืออภิปราย ค่อนข้างมาก ก็ขอเชิญท่านแรก คุณนพคุณ รัฐผไท ครับ

นายนพคุณ รัฐผไท เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยให้เปึนผู้อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ โดยเฉพาะเปึนร่างซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ระหว่างวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณา จากข้อความ ที่ร่างกฎหมายฉบับนี้มีดังนี้ครับ

มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เปึนวรรคสองของมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช ๒๔๕๗ การยกเลิกตําแหน่ง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล สารวัตรกํานัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จะกระทํามิได้ ทางสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้มีมติเห็นชอบกับร่างที่คณะกรรมาธิการได้ร่วมกันพิจารณา เปึนมติเอกฉันท์ แล้วก็ขอสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทหน้าที่ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ต้องพูดถึงแล้ว เพราะว่าทุกพรรค ทุกฝ์ายก็ได้ทราบดีอยู่แล้วว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้านเปึนสถาบันที่เปึนประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง และมีประโยชน์ และเปึนกลไก ของทั้งรัฐ และเปึนที่พึ่งของราษฎร หลายครั้งที่มีการประชุมเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงบทบาทหน้าที่ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทาง ส.ส. จากทุกพรรคที่อภิปรายในปัญหานี้ ต่างก็พูดถึงคุณงามความดี พูดถึงความสําคัญของสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเปึนอย่างดี และเปึนที่ยอมรับของทุกฝ์าย อันนี้กระผมจึงไม่ขอที่จะพูดอภิปรายถึงความจําเปึน ที่จะต้องมีสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะว่าเปึนที่ประจักษ์ ท่านประธานครับ ในวันนี้ เรากําลังจะให้กําลังใจแก่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละต่อประชาชน และต่อชาติบ้านเมืองถ้าหากว่ากฎหมายนี้วันนี้เกิดมีอุปสรรค ถ้าหากพรรคเพื่อไทย ได้เปึนรัฐบาลก็จะนําเสนอกลับเข้ามาอีกในเชิงสนับสนุนให้มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แม้ว่า ในอนาคตหากว่าจะมีการยกเลิกตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาลนคร ซึ่งเปึน ท้องถิ่นที่มีความเจริญอันนั้นก็เปึนเรื่องของอนาคต แต่ว่าพรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้มี กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยแพทย์ สารวัตร ในเขตเทศบาลนคร และเทศบาลเมือง ที่จะมีการ ยกฐานะในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายนี้ไม่ได้มีผลย้อนหลัง เพราะฉะนั้น ในด้านการสิ้นเปลืองงบประมาณในเรื่องของงบประมาณค่าตอบแทนของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นก็คงจะไม่มีปัญหา เพราะว่าไม่ได้มีผลย้อนหลัง เทศบาลนคร เทศบาลเมือง แล้วก็แม้กระทั่งเทศบาลตําบล ๓๗ ตําบล ที่ไม่มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นก็คงจะไม่ได้ ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่าจะได้ประโยชน์ก็คือท้องถิ่นที่กําลังจะยกฐานะโดยผล ของกฎหมายฉบับนี้ ถ้ามีผลบังคับใช้ก็ไม่สามารถที่จะไปบังคับให้มีการยกเลิกได้ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้จะเปึนการคุ้มครองสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้อยู่คู่กับ ประชาชนตลอดไป พรรคเพื่อไทยก็อยากจะสนับสนุนให้มีกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเปึนสิ่งที่ สถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้านรอคอยมานาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

วิปรัฐบาลบอกขอรัฐบาล ๑ คนนะครับ คุณนิพนธ์ บุญญามณี

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเปึนคนหนึ่งในวันที่อภิปรายสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในประเด็นกฎหมายฉบับนี้ ในร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี่นะครับ เพราะว่า ในชั้นคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผมมีโอกาสได้เปึนกรรมาธิการ ในการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ได้มีข้อพิจารณาถึงกฎหมายฉบับนี้ว่า ข้อความ ปรากฏตามที่วุฒิสภาได้แก้ไขไปนั้นจะเปึนประเด็นปัญหาทางกฎหมายหรือไม่ ซึ่งผมเอง ก็อยากจะทราบจากคณะกรรมาธิการที่ไปพิจารณาให้ยืนยันว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อประกาศใช้แล้ว มีผลบังคับใช้แล้ว จะทําให้ตีความไปได้หรือไม่ว่าบังคับใช้ย้อนหลัง ได้หรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าคณะกรรมาธิการจะต้องชี้แจงให้ชัดเจน เพราะถ้าหากตีความว่า กฎหมายฉบับนี้มีผลย้อนหลังได้ กฎหมายฉบับนี้ก็อาจจะขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งมันจะเปึนกฎหมายการเงินขึ้นมาทันที แต่ว่าการเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามา สภาผู้แทนราษฎรนั้น ไม่มีคํารับรองของนายกรัฐมนตรีเข้ามา ซึ่งตามกฎหมายนั้นถ้าเปึน พระราชบัญญัติการเงินนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอได้ต้องให้มีคํารับรอง ของนายกรัฐมนตรี นี่คือสิ่งที่ผมจะต้องให้คณะกรรมาธิการร่วมกันยืนยันกับสภาแห่งนี้ว่า ท่านจะตีความว่ากฎหมายฉบับนี้มีผลย้อนหลังหรือไม่ ประการแรกนะครับ

ประการต่อมาก็คือว่า วันที่เราพิจารณากันในสภาผู้แทนราษฎรนั้น เราวิตก กังวลว่า ในขณะที่พิจารณานั้นมันมีเทศบาลตําบลยกฐานะเปึนเทศบาลเมือง แล้วทําให้ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่เปึนอยู่ในขณะนั้นหมดสภาพไป ซึ่งขณะนั้นได้ยกตัวอย่าง เช่น เทศบาลตําบลเกาะสมุยยกฐานะเปึนเทศบาลเมือง ทําให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบลหมดสภาพไป เราจะทําอย่างไรให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีอยู่ ในขณะนั้น ซึ่งกําลังหมดไปเพราะกฎหมายที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนั้น ในช่วงเวลา ดังกล่าวได้กลับคืนมา แล้วก็ตัวแทนของกํานัน สมาคมกํานันเองก็บอกว่าอยากจะให้ กํานันเหล่านี้ที่หมดสภาพไปได้กลับคืนมา ได้มีฐานะกลับคืนอย่าหมดไปเพราะเหตุที่เรา กําลังพิจารณากฎหมาย แล้วกฎหมายนี้ออกมาบังคับใช้ไม่ทันในขณะนั้น นั่นคือ สิ่งที่คราวที่ผ่านมาเราจึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นต้องให้มีความชัดเจนว่ากฎหมาย ฉบับดังกล่าวจะรวมถึงคนที่หมดสภาพไปด้วยหรือไม่อย่างไร นี่คือความชัดเจนที่ต้องตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกัน ด้วยเหตุผลที่ผมเปึนคนอภิปรายในวันนั้นต้องการความชัดเจน ถ้าสมมุติเราบอกว่าวันนี้ไม่มีผลย้อนหลัง กํานันหรือว่าเทศบาลตําบลใดที่ถูกยกฐานะ เปึนเทศบาลเมืองไปก่อนหน้าที่กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้แล้ว เราก็ไม่ติดใจแล้ว อันนี้ก็ขอให้ท่านกรรมาธิการได้ตอบให้ชัดเจนในสภาแห่งนี้ เพราะนี่คือเจตนารมณ์ ของกฎหมายฉบับนี้ ท่านกรรมาธิการต้องมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ไม่อย่างนั้น กฎหมายดังกล่าวจะตีความกันคนละประเด็น แล้วจะก่อให้เกิดความขัดแย้งในการ ใช้กฎหมายฉบับนี้

และประการสําคัญก็คือประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ท่านจะต้องทราบ นะครับว่าการสิ้นสภาพไปของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน มันไม่ได้สิ้นสภาพไปเพราะกฎหมาย ลักษณะปกครองท้องที่ การสิ้นสภาพไปเมื่อเราไปยกฐานะเทศบาลตําบล ให้เปึนเทศบาลเมืองนั้น กฎหมายเทศบาลในพระราชบัญญัติเทศบาลเขาเขียนไว้ครับว่า ถ้าหากว่าเราไปยกฐานะเทศบาลตําบลให้เปึนเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนครขึ้นมา ให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านหรือแพทย์ประจําตําบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้หมดสภาพไป นั่นคือหมดสภาพ ไม่ได้หมดสภาพไปตามกฎหมายฉบับนี้ แล้ววันหนึ่งข้างหน้าถ้าเรา เขียนกฎหมายฉบับนี้ไว้อย่างนี้ แล้วในพระราชบัญญัติเทศบาลยังคงดํารงข้อความเช่นนั้นอยู่ ไม่มีการแก้ไขกฎหมาย ฉบับนั้น ท่านจะปฏิบัติตามกฎหมายฉบับไหน นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าสภาแห่งนี้จะต้องมี ความชัดเจนในประเด็นดังกล่าวนี้ครับ ไม่อย่างนั้นวันข้างหน้าการปฏิบัติตามกฎหมาย จะก่อให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างประชาชนในพื้นที่ แล้วจะก่อให้เกิดความขัดแย้งกัน ในพื้นที่ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับกฎหมายลักษณะการปกครองท้องที่ นี่คือสิ่งที่ผมวิตกกังวล พวกผมไม่ได้สนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพราะไม่เห็นด้วยกับการคงมีอยู่ของกํานัน พวกผมอธิบายชัดเจนว่าพวกผมเห็นด้วยว่า วันนี้ภารกิจใดที่ยังไม่ได้ถูกถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่น แล้วภารกิจนั้นยังเปึนภารกิจ ของการปกครองส่วนกลางที่ถ่ายมอบอํานาจไปให้การปกครองในส่วนภูมิภาค ส่วนภูมิภาคเราก็ถือว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้านเปึนราชการส่วนภูมิภาคก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติภารกิจในส่วนที่มิได้ถูกถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่น ถ้าภารกิจใดถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่น แล้ว ท้องถิ่นก็ต้องไปทําตามกฎหมายเทศบาลหรือกฎหมายกระจายอํานาจตามแผน และขั้นตอนการกระจายอํานาจ ซึ่งเปึนกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายขององค์การ บริหารส่วนจังหวัดหรือว่าเทศบาล หรือว่าองค์การบริหารส่วนตําบล สิ่งเหล่านี้เปึนไปตาม ภารกิจที่เปึนไปตามแผนของกฎหมายตามแผนการกระจายอํานาจ ซึ่งกฎหมายได้กําหนดไว้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะบอกว่าคราวที่แล้วฝ์ายรัฐบาลไม่เห็นด้วย ไม่จริงท่านประธานครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าเราเห็นด้วยว่าภารกิจใดที่ยังไม่ถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่น ภารกิจนั้นก็ยังเปึนของลักษณะปกครองท้องที่ที่ต้องมาดูแล มาช่วยท่านนายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านยังต้องมีบทบาทอยู่ อันนี้เราเข้าใจ แต่ว่าเราต้องการความชัดเจน ของกฎหมาย และผมกราบเรียนท่านประธานได้ว่าคราวที่ผ่านมาผมก็ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ เปึนคนที่อนุมัติขึ้นเงินเดือนให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเริ่มใช้เดือนนี้ เดือนที่ผ่านมาคือ เดือนแรก เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่จะกราบเรียนว่าพวกเราเห็นด้วยในการคงมีอยู่ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกํานัน แพทย์ประจําตําบล แต่เราต้องการความชัดเจน ไม่ใช่ว่า สภาแห่งนี้ออกกฎหมายไป ๒ ฉบับ แล้วไปก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติ นี่คือสิ่งที่ผม อยากตั้งคําถาม แล้วก็ท่านกรรมาธิการคงต้องตอบให้มีความชัดเจนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ข้อตกลงของทั้ง ๒ ฝ์ายอย่างนี้นะครับ ฝ์ายค้าน ๒ ท่าน ท่านละ ๑๐ นาที ฝ์ายรัฐบาล ๑ ท่าน เพราะฉะนั้นท่านที่ยกมือก็ขอให้หารือกับประธานวิปด้วยนะครับ ผมก็จะ ดําเนินการไปตามที่วิปฝ์ายค้านเสนอมาครับ

นายนพคุณ รัฐผไท เชียงใหม่

เปึนประเด็นต่อเนื่องครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายนพคุณ รัฐผไท เชียงใหม่

เวลาสั้น ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่ามีหลายท่านยังเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะเหตุว่าไม่ได้ดูวรรคแรกของมาตรา ๓ วรรคแรกของมาตรา ๓ ของ พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ฉบับนี้ จะมีข้อความว่า กฎหมายใดถ้าขัดกับมาตรานี้ก็ถือว่าใช้ไม่ได้ ถ้าหากว่ามีการพิมพ์ลงไปก็จะเกิด การหายสงสัย ก็ต้องถือว่ามาตราที่แก้ไขใหม่นี่มีผลบังคับใช้ แล้วก็มีสถานะที่ดีกว่า สภาพกฎหมาย พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งตามที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่พูดก็ถูก ส่วนหนึ่ง ก็ต้องไปแก้ไข พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ให้สอดคล้องกับมาตรา ๓ นี้ด้วยครับ เพราะว่ามาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ นั้น ได้ระบุให้มีการยกเลิกตําแหน่ง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตเทศบาลเมืองแล้วก็เทศบาลนครด้วย รวมทั้งเทศบาลตําบล ถ้าหากว่ากระทรวงมหาดไทยมีการประกาศยกเลิก ในอนาคตก็ต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ให้สอดคล้องกับกฎหมายมาตรานี้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการฐิระวัตร กุลละวณิชย์ เชิญครับ

นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกัน ขอกราบเรียนท่านประธานให้ทราบดังนี้นะครับ ในการประชุมเราได้เชิญผู้แทน กรมการปกครอง ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมาร่วมให้ข้อมูลชี้แจง ได้รับการยืนยัน เปึนที่ชัดเจนว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่มีการย้อนหลัง แล้วก็ในเรื่องของกฎหมายฉบับนี้ เปึนเรื่องของการยกเลิกกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้พูดถึงประเด็นการแต่งตั้ง อันนั้น เปึนอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งในรายละเอียดผมขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาให้นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ซึ่งเปึนคณะกรรมาธิการ ร่วมกันได้ชี้แจงในรายละเอียดด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายยงยศ แก้วเขียว กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ ผม กํานันยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย กรรมาธิการร่วมกัน เมื่อสักครู่ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ส.ส. ครับ ท่านบอกว่าสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยนั้นมีความประสงค์ต้องการที่จะให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่ถูก ยุบเลิกไปแล้วได้กลับมาใหม่ นั่นก็ถือว่าเปึนเจตจํานงที่มีความประสงค์ตามความต้องการ ของพี่น้องประชาชนและผู้นําปกครองท้องที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกยุบเลิกไปแล้ว แต่ว่าการเสนอ กฎหมายมาตรานี้ มาตรา ๓ วรรคสอง เราเองขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๓ พรรค ทั้งพรรคภูมิใจไทยเสนอเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พรรคประชาธิปัตย์เสนอ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พรรคเพื่อไทยเสนอเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม เราเอง มีความภาคภูมิใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรัฐสภาแห่งนี้มีความห่วงใยสถาบัน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านได้เสนอกฎหมายซึ่งไม่ให้ถูกยกเลิก มาตรานี้ได้ร่างออกมา เปึนที่เรียบร้อยแล้ว ผมเองได้เปึนคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้ง ๒ คณะ ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้รับการชี้แจงจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วว่า การร่างกฎหมายนั้นโดยหลักของกฎหมายไม่มีผลย้อนหลังและกฎหมายที่ร่างขึ้นมาใหม่ นั้นมีผลและศักดิ์เหนือกว่ากฎหมายที่มีใช้อยู่ก่อนแล้วโดย พ.ร.บ. เทศบาล พ.ร.บ. เทศบาลนั้น มาตรา ๔ มาตรา ๑๒ มาตรา ๔๘ เตวีสติ นั้น ท่าน ส.ส. ได้เสนอทั้ง ๓ พรรค ขณะนี้ได้ทราบว่าอยู่ที่รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีจะลงนามว่าเปึนพระราชบัญญัติการเงิน เพราะกลุ่มสาระบัญญัติของรัฐสภาแห่งนี้ตีความว่าเปึน พ.ร.บ. การเงิน ที่จริงแล้ว โดยความเข้าใจของสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยเรามีนักวิชาการ และนักกฎหมายที่เปึนที่ปรึกษาของสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เราได้หารือ ท่านก็ตอบว่ากฎหมายเทศบาลที่เสนอเข้าสู่สภานี้ไม่ได้เปึน พ.ร.บ. การเงิน เพราะสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยนั้นยังไม่ต้องการให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เสนอมาใหม่พร้อมมาตรานี้ ถ้าพื้นที่ใดที่ถูกยุบเลิกไปแล้วเริ่มตั้งแต่เกาะสมุย หรือ กทม. หรือเทศบาลเชียงใหม่ หรือเทศบาลหาดใหญ่ที่ถูกยุบเลิกไปตั้งนานแล้วนั้น แต่เกาะสมุย ซึ่งมาอยู่ใหม่ไปตั้งแต่ป้ที่ผ่านมาถ้ามีความประสงค์ เจตจํานงที่จะมีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน กลับมาใหม่นั้นก็ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่นั้นเปึนคนเสนอกฎหมายเข้ามา เพื่อเลือกตั้งกลับมาใหม่ เราเองสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยนั้นเราจะ ร่วมกันผลักดันและร่วมกันมาติดตามกฎหมายในฐานะที่เราได้สูญเสียพวกพ้องซึ่งเปึน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในพื้นที่ของพวกผม ผมเองรู้สึกขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้เปึนที่เคารพ เพราะว่าพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ ไม่เคยได้มีการกล่าวอ้างว่าจะยุบเลิกพวกเรา มิได้ มีแต่กฎหมายเทศบาลที่จะกล่าวอ้างเพื่อจะยุบเลิกสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านจงภูมิใจเถอะครับว่า กฎหมายนี้ได้แก้ตอนที่ท่านได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถือว่าเปึนประวัติศาสตร์ของกฎหมายสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมเองในนาม นายกสมาคมและเพื่อนกํานัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศทั้ง ๖๙,๘๑๓ หมู่บ้าน ๗,๐๗๗ คน ที่เปึนกํานัน ๒๙๙,๙๐๐ กว่าคนนั้นที่เปึนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกํานัน เรามีความภาคภูมิใจและขอบคุณท่านผู้เปึนเจ้าของ ร่างกฎหมายที่เคารพทุกท่าน เราเองได้ติดตามมติวาระการประชุมทุกครั้งที่มีการลงมติ และคําอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่งไปถึงเพื่อนกํานัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกคนที่ได้อภิปราย เราได้มาคัดงานจากกลุ่มงานของรัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็มี ความภาคภูมิใจ เราเองยืนยันว่าจะไปตามครรลองของกฎหมายและยืนยันว่าการมี กํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความห่วงใยว่าเราได้ อยู่อย่างสมเกียรติ เราอยากอยู่อย่างสมเกียรติและมีศักดิ์ศรีและขอขอบคุณรัฐสภาแห่งนี้ ที่ให้เกียรติพวกเราได้มีอยู่อย่างสถาบันและไม่สูญสิ้นตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านไป แต่อย่างใดครับ ด้วยความเคารพขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ผมอ่านตามที่วิปเสนอนะครับ เชิญคุณสมเกียรติ ศรลัมพ์

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบสัดส่วน

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน วันนี้ผมรู้สึกว่าผมมีความรู้สึก ๒ ประการ

ประการแรก ผมมีความภูมิใจในความเปึนสมาชิกวุฒิสภา ที่ท่านสามารถ กลั่นกรองกฎหมายได้ละเอียดและรอบคอบ แม้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ผมเคยเปึน สมาชิกวุฒิสภาผมก็เห็นเหมือนกันว่ามีกฎหมายหลายเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภา สามารถกลั่นกรองให้เปึนกฎหมายที่สมบูรณ์ จึงทําให้กฎหมายกลับย้อนเข้ามาอีก

ประการที่สอง ก็คือขอขอบคุณคณะกรรมาธิการร่วมกัน หลังจากที่ท่าน เปึนตัวแทนแล้วก็สามารถที่จะแก้คลายปัญหานี้ได้

ท่านครับ สถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นได้สถาปนามาเปึนระยะเวลา อันยาวนาน เปึนรากฐานของสังคม ผมเคยเปึนปลัดอําเภอเปึนฝ์ายปกครองผมรู้เลยครับว่า ไม่ว่ามีอะไรก็กระโถนท้องพระโรงนี่ละกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ใครอยากจะสํารวจ ใครอยากจะเรียกประชาชนก็เรียกกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้อยู่นะครับ แล้วผม ยังดีใจด้วยว่าสภาครั้งที่แล้วได้เปลี่ยนกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเปึนอยู่อายุถึง ๖๐ ป้ หลายคน บอกว่าเปึนการล้าหลัง ไม่ใช่เลย ภารกิจขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นทําหน้าที่กันคนละเรื่อง งานใดที่ถ่ายโอนก็ถ่ายโอนไป งานใดที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านเปึนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา เปึนผู้ช่วยเจ้าพนักงาน หลายเรื่อง แล้วก็สามารถที่จะกระทําการสิ่งใดที่ทําให้ประชาชนอบอุ่นและแก้ไขปัญหาได้ ไม่ใช่งานพัฒนาที่ฝ์ายท้องถิ่นทําไป เพราะฉะนั้นแล้วผมขอกราบเรียนว่าวันนี้อย่างที่ ท่านประธานกํานัน ผู้ใหญ่บ้านได้พูดแล้วว่า แผ่นดินนี้จะจารึกเพราะว่าถ้ากํานัน ผู้ใหญ่บ้านหายไปจากสังคมนี้ อะไรจะเปึนรากฐานของสังคม ผมเคยบอกว่าสมัยก่อน ถ้าเราเปึนนายอําเภอหรือเราเปึนฝ์ายปกครอง แค่มีการกระทําความผิดในพื้นที่ แค่มีการละเล่นทอยล้อต๊อกนิดเดียวข้างโบสถ์ ๓ วัน เราก็รู้แล้ว เพราะว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรทั้งหมดสามารถตรวจสอบรู้ ท่านครับการแก้ไขปัญหาในแผ่นดินนั้นไม่ว่ายาบ้า ไม่ว่าโจรก่อการร้ายใครที่แปลกปลอมเข้ามาในหมู่บ้านชุมชน ถ้าเรามีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีความศรัทธาต่อประชาชนและประชาชนศรัทธานั้นต่อเนื่องไปปัญหาต่าง ๆ ไม่เกิดขึ้นหรอก เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านรักษาสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่จะเปึนรากฐาน ของสังคมไว้ และผมเชื่อว่าคงไม่มีใครพูดอะไรมาก ขอให้ทุกท่านได้รักษาสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้านไว้ แล้วผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ผมได้คุยกับท่านเมื่อกลางวันนี้ว่า ท่านไม่ได้ทํา เพื่อตัวเอง แต่ทําเพื่อรากฐานของสังคม แล้วผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดคุณูปการต่อสภา ในวันนี้และวันต่อ ๆ ไป ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กําลังใจ แล้วก็ไม่มีการตําหนิใคร เพราะทุกคนได้สมานฉันท์กันแล้วว่า เราควรที่จะรักษาสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ ให้การรับรองกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะ กรรมาธิการร่วมกัน ผมถือโอกาสตรงนี้เปึนตัวแทนของกรรมาธิการร่วมกันของพวกเรา ชี้แจงต่อข้อสงสัยของท่านนิพนธ์ บุญญามณี ขออภัยเอ่ยนามท่านที่ท่านได้กล่าวถึง ประเด็นต่าง ๆ ๒-๓ ประเด็นเมื่อสักครู่ ประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ ก็ต้องยืนยันกับท่านพร้อมทั้งยืนยันกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับว่า ประเด็นนั้นเราได้ หารือกันในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการร่วมกันเรียบร้อยในประเด็นที่ท่านว่า

ประเด็นแรก คือข้อเปึนห่วงของท่าน ซึ่งเปึนข้อเปึนห่วง ของสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราที่ไม่เห็นด้วยกับร่างที่วุฒิสภาได้แก้ไขมา โดยตัดข้อความช่วงท้ายในมาตรา ๓ ออก ประเด็นของท่าน ท่านเปึนห่วงว่า ถ้าตัดข้อความในช่วงท้ายของมาตรา ๓ ออกไปแล้วนั้น กํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกยกเลิก ไปนานแล้วจะมีผลกลับมาให้มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่นั้น ๆ หรือไม่ ซึ่งตรงนี้เองทางสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราที่ไม่รับร่างของวุฒิสภาก็เพราะว่าเปึนห่วง ในประเด็นนี้ ส่วนประเด็นที่ว่าจะให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นดํารงคงอยู่ ผมเชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนนั้นเห็นพ้องต้องกันทั้งหมด เพียงแต่ประเด็นที่ว่านี้มันติด เงื่อนไขอยู่ที่ท่านตั้งข้อสังเกต พวกผมเองได้หารือกันในคณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งใน คณะกรรมาธิการร่วมกันชุดนี้ก็ได้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยความคิดเห็น ร่วมกันว่ามันไม่สามารถที่จะมีผลย้อนหลังไปได้ และต้องยืนยันกับท่านครับว่ามันไม่ใช่ เปึนเพียงความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการเท่านั้น มันเปึนการยืนยันของสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยที่เข้ามายืนยันในคณะกรรมาธิการของพวกเราว่าไม่สามารถ ที่จะมีผลย้อนหลัง เพราะฉะนั้นตอบคําถามในความห่วงใยของท่านในประเด็นที่ ๑ ว่า เมื่อกฎหมายฉบับนี้ได้ถูกบังคับใช้แล้วก็ไม่สามารถที่จะมีผลย้อนหลังไปถึงกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้

ประเด็นที่ ๒ เรื่องการขัดกันของข้อกฎหมายระหว่างกฎหมายฉบับนี้ กับกฎหมายพระราชบัญญัติเทศบาลในมาตรา ๔ มาตรา ๑๒ แล้วก็มาตรา ๔๘ เตวีสติ พวกเราหารือกันในคณะกรรมาธิการเช่นเดียวกัน แล้วก็มีความคิดเห็นว่าเราควรที่จะต้อง มีการแก้ไขพระราชบัญญัติเทศบาลที่เกี่ยวเนื่องกับการดํารงคงอยู่ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้มีข้อความเอาไว้ว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นจะถูกยกเลิกก็ต่อเมื่อเทศบาลใดเทศบาลหนึ่ง ก็แล้วแต่ได้ถูกยกฐานะขึ้นเปึนเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนคร ซึ่งข้อความตรงนี้จะต้องไป แก้ไขในพระราชบัญญัติเทศบาลต่อไป ผมเรียนยืนยันกับเพื่อนสมาชิกพร้อมทั้ง เรียนยืนยันกับพี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่วันนี้ท่านได้กรุณาให้ความสนใจ เรียนยืนยันกับ ท่านครับว่าในพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกจากฝ์ายค้านเห็นพ้องต้องกันว่า พระราชบัญญัติเทศบาล ซึ่งขัดแย้งกับพระราชบัญญัติฉบับที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้ จําเปึนที่จะต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งขณะนี้ทางวิปรัฐบาลกําลังดําเนินการ แล้วก็ส่งร่างไปให้ ทางท่านนายกรัฐมนตรีรับรอง เพราะว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติทางการเงิน ผมจึงเรียนยืนยัน กับท่านประธานผ่านถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่าน พร้อมทั้งถึงพี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งประเทศว่าพวกเราพี่น้องสมาชิกรัฐสภาทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภานั้น มีความจริงใจในการที่จะให้พี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นดํารงและคงอยู่ต่อไป ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายมาเปึนเวลาพอสมควรตามข้อตกลงของวิปทั้ง ๒ ฝ์าย ผมเห็นควรป่ดการอภิปราย ต่อไปจะเปึนการลงมติ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยครับ เมื่อสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญกดบัตรแสดงตน ได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มลงแสดงตน)
พันเอก พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังไม่ต้องรวมผล เพราะว่าบางท่านยังไม่กดบัตรแสดงตนนะครับ ป่ดการแสดงตนครับ ขอเชิญส่งผลการแสดงตนครับ ยังมีอีกหลายท่านนะครับ ไม่เปึนอะไรครับ เดี๋ยวผมนับเพิ่มครับ ขอส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๘๔ ท่านครับ ครบองค์ประชุมนะครับ

ท่านสมาชิกครับ ตามที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติตามมติของคณะกรรมาธิการร่วมกันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา นั่นก็หมายความว่าคือเห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา ผมจะถามสมาชิก ว่าท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างที่คณะกรรมาธิการร่วมกันเสนอเข้ามาให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ไม่ลงมติก็งดออกเสียง นะครับ เชิญลงมติได้ แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้กดบัตรหรือมีปัญหาไหมครับ คุณนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ เห็นด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพิฏฐ์บัตรมีปัญหา แต่เห็นด้วยนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้กดบัตรแสดงตนหรือยังมี ปัญหานะครับ คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ บัตรมีปัญหาครับ เห็นด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นด้วยนะครับ ป่ดการลงมติ ขอความกรุณาอยู่ในความสงบด้วยครับ ป่ดการลงมติ ขอผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๙๑ ท่าน คือ ๓๘๙ ท่าน บวกท่านนิพิฏฐ์ และท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ๓๙๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๓ บวก ๒ คือ ๓๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ ท่านนะครับ ท่านสมาชิกครับเปึนอันว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีมติเห็นชอบตามร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการ ร่วมกันเสนอมาครับ ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการร่วมกัน ขอขอบคุณพรรคการเมือง ทุกพรรค ขอแสดงความยินดีกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศครับ

ต่อไปถือเปึนการจบการประชุมในวาระที่ ๔ ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้ พิจารณาประชุมมาเปึนเวลาพอสมควรครับ จึงเห็นสมควร

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณธนิตพลครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ตามที่ทางเราได้ตกลงกันไว้นะครับว่า การประชุมเราจะต่ออีก ๒ ร่างพระราชบัญญัติ คือร่างพระราชบัญญัติที่สําคัญก็คือ ร่าง พ.ร.บ. ออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาครับ รวมไปถึง ศอ.บต. ด้วยครับ ขอท่านประธานอย่าเพิ่งป่ดประชุม คือให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายและลงมติครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ ผมได้รับโน้ตขึ้นมาหารือจากท่านประธานชัยครับว่าน่าจะป่ดประชุม หลังจากการผ่านร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แต่หากพวกเรายังอยู่กันครบก็ขอเชิญประชุมได้ครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ขออนุญาต ไม่ป่ดใช่ไหมคะ นึกว่าป่ดค่ะ อย่าป่ดนะคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังไม่ป่ดครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

เพราะว่ายังมีกฎหมาย สําคัญอีกหลายฉบับค่ะ และวันนี้อยู่กันเยอะด้วย พอกฎหมายกํานัน ผู้ใหญ่บ้านผ่าน ได้คะแนนแล้วจะเลิกอย่างนี้ไม่ได้นะคะ ต้องประชุมต่อค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ไม่มีปัญหาครับ ผมก็ได้ปฏิบัติตามข้อหารือของท่านประธาน ท่านหารือมานะครับ ท่านบอกว่าเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติแต่ละพระราชบัญญัติเปึนเรื่องสําคัญต้องใช้เวลา ค่อนข้างมากนะครับ ถ้าหากว่าเราจะประชุมต่อก็ประชุมต่อได้อยู่แล้วครับ คุณเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากการประชุม สัปดาห์ที่ผ่านมาทางวิปรัฐบาลและฝ์ายค้านได้ตกลงกันแล้ว แล้วก็มีความจําเปึนจะต้อง นําเสนอกฎหมายฉบับซึ่งเรากําลังจะเสนอต่อไปนี้ เรื่องการออกคําสั่งเรียกของ คณะกรรมาธิการ แล้วต่อไปในเรื่องของที่เราได้จัดไว้แล้ว ผมขอความกรุณาท่านประธาน ว่าในเรื่องนี้ก็มีการเตรียมการไว้เปึนที่เรียบร้อยทั้ง ๒ ฝ์ายแล้ว อยู่ ๆ ท่านประธานก็จะ หารือกันอย่างนี้ ขอความกรุณาครับ คือในเรื่องนี้ทางประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ เขาได้ปรึกษาหารือกันแล้ว แล้วก็มีบางคนบางท่านเองเขาไม่อยากให้มีการเสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้ อันนั้นเปึนเรื่องของคนนั้นเองครับ แต่อันนี้เปึนเรื่องของส่วนรวม เรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการของสภา แล้วก็ได้ตกลงกันแล้ว ผมขอให้ ท่านประธานดําเนินการต่อไป แล้วมีกฎหมายสําคัญอีก ๒-๓ ฉบับ เกี่ยวกับ เรื่องสิ่งแวดล้อมก็ดี เรื่องของทางภาคใต้ก็ดีซึ่งรัฐบาลได้เสนอมา แล้วผมก็เห็น ส.ส. หลายท่านก็ได้เสนอมา เราก็เห็นว่ามีความจําเปึน จะรีบร้อนไปทําอะไรไม่รู้ท่านประธาน ครับ เอาต่อสิครับ อย่าไปเชื่อบางคนเท่านั้นเอง ไม่เอานะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมยินดีอยู่แล้วครับ เมื่อสมาชิกพร้อมก็เปึนอันว่าเราพิจารณาในวาระต่อไปนะครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ท่านประธานขออนุญาต นิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผม ชาญชัย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณชาญชัยครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีญัตติที่ค้างอยู่ที่ทางศาลเขาขออนุญาตจากสภาเพื่อจะไปพิจารณาเรื่องคดีอาญา ระหว่างนายป่ยะพันธ์ จัมปาสุต ฟัองผม เปึนเรื่องด่วนที่เข้ามา ๔ ครั้งแล้วกระโดดไป กระโดดมา ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ เนื่องจากว่าเปึนอํานาจ ของท่านประธาน ผมเองไม่ต้องการใช้เอกสิทธิ์ แล้วก็เปึนเรื่องของสภา แล้วผม มีความจําเปึนต้องการที่อยากจะไปดําเนินการทางศาล เพราะว่าเปึนเรื่องที่ต้องการ ดําเนินการให้เกิดความโปร่งใสเกี่ยวกับที่นายป่ยะพันธ์ฟัองผม เพราะว่าผมต้องการจะใช้ อํานาจศาลเรียก ป.ป.ช. สตง. แล้วก็มีบางเรื่องถึง ครม. แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเรายังไม่มีอํานาจเรียกบุคคลเหล่านี้มา ก็อยากจะใช้หน้าที่ที่เรา เชิญเขามาที่สภา แล้วเขาไม่ยอมมาไปใช้อํานาจทางศาล ผมก็ยอมรับในสิทธิของเขาครับ ทีนี้พอดีเรากําลังมีการพิจารณาเรื่องการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการด้วย ผมก็คง จะไม่เอาเวลาไปพูดถึงตรงเรื่องของกฎหมาย เพียงแต่ว่าขออนุญาตทางสภาครับว่า ถ้าให้ ผมไปมอบตัววันที่ ๒๓ ได้ก็จะเปึนความกรุณาของสภาและเปึนอํานาจของสภา ถ้าไม่ให้ ก็ต้องแจ้งให้ทางศาลเขาทราบ เพราะนัดนี้วันนัดสุดท้ายวันที่ ๒๓ คือวันจันทร์ ไม่ทัน กับคดีที่มันจะเดินไป ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน ผมขออนุญาตไม่ใช้เอกสิทธิ์ครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ เดี๋ยวคุณวิรัตน์ กัลยาศิริ จะชี้แจงนะครับ แต่โดยประเพณีปฏิบัติถึงแม้ว่าคุณชาญชัย มีเจตนาที่จะไปมอบตัว สภาของเราไม่เคยอนุมัติให้ไปนะครับ ก็ขอเชิญคุณวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียน หารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ แล้วจะขออนุญาตตอบคําถามที่ท่านประธาน มอบหมายอีก ๑ เรื่องนะครับ

เรื่องที่ ๑ และเรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องร่างพระราชบัญญัติการออกคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และ

เรื่องที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้

กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ทั้ง ๒ ร่างพระราชบัญญัติ นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ซีก มีเจตจํานงร่วมกันที่จะพยายามผลักดัน กฎหมายนี้ออกไปให้ได้จะได้เปึนเครื่องมือ

ร่างแรกก็จะเปึนเครื่องมือของคณะกรรมาธิการเพื่อให้เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ วรรคสอง ซึ่งบัญญัติไว้อย่างชัดแจ้ง

ส่วนร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการชายแดนภาคใต้ เปึนเรื่องที่ เพื่อที่จะดูแลเยียวยาและเปึนเครื่องมือสําคัญในการแก้ไขปัญหาใน ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานว่าขอได้ดําเนินการประชุมต่อไป อย่างน้อย ๒ วาระ ส่วนกรณีของท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ครับ เมื่อสภายังไม่พิจารณา ศาลยุติธรรมก็ไม่สามารถดําเนินการใด ๆ ได้ กราบเรียนด้วยความเคารพ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเปึนวาระเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

เรื่องแรก ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... (นายศักดา คงเพชร กับคณะ เปึนผู้เสนอ) แล้วก็ จะมีร่างทํานองเดียวกันอีก ๒ ฉบับ คือ

เรื่องที่สอง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... (นายทิวา เงินยวง กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

เรื่องที่สาม ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... (นายจริญ จรรย์โกมล กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

ผมเห็นว่าเปึนเรื่องในทํานองเดียวกันนะครับ เห็นควรนํามาพิจารณารวมกัน จะมีท่านผู้ใดขัดข้องไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้องนะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติให้นํามาพิจารณารวมกัน

ขอเชิญทางเจ้าหน้าที่สภาจะขอแจกเอกสารให้บรรดาสมาชิกทุกท่านด้วย นะครับ ผมขอผู้เสนอแต่ละท่านอภิปรายแถลงก่อนนะครับ เชิญคุณศักดา คงเพชร ท่านดอกเตอร์ทิวา เงินยวง หรือผู้แทนก็ได้ครับ คุณวิลาศนะครับ เชิญคุณวิลาศ แทนท่านดอกเตอร์ทิวา เงินยวง ครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ซึ่งร่างโดยประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ ผมได้รับ มอบหมายจากประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ เปึนผู้นําเสนอ ความจริงแล้ว ท่านประธานครับ เรื่องนี้ควรจะให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร คือท่านศักดาเปึนผู้เสนอ แต่เนื่องด้วยที่คณะกรรมาธิการที่ผมเปึนประธานอยู่ คือคณะกรรมาธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เปึนคณะกรรมาธิการหนึ่งในไม่กี่คณะหรอกครับที่ค่อนข้างจะมีปัญหาในการเชิญตัว หรือออกคําสั่งเรียกผู้มาชี้แจง รวมทั้งเรียกเอกสาร ประกอบกับผมเปึนหนึ่งในผู้ยกร่าง ท่านประธานคณะกรรมาธิการศักดาก็เลยมอบหมายให้ผมทําหน้าที่นี้แทน ท่านประธานครับในเบื้องต้นผมขอเสนอหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. ....

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. ....

เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติ ให้คณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญมีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสาร จากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นในกิจการ ที่กระทํา หรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่ได้ และในรัฐธรรมนูญได้บัญญัติ ให้คําสั่งมีผลบังคับได้ จะต้องดําเนินการออกกฎหมายขึ้นมารองรับ ดังนั้น เพื่อให้การดําเนินงานเกี่ยวกับกิจการที่กระทํา การพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาของ คณะกรรมาธิการมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึง จําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้

ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ วรรคสอง เขาเขียนไว้ว่าอย่างนี้ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการมีอํานาจ ออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดง ความเห็นในกิจการที่กระทําหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่นั้นได้ และให้ คําสั่งเรียกดังกล่าวมีผลตามที่กฎหมายบัญญัติ

ท่านประธานครับ วรรคสุดท้ายนี่ละครับ ให้คําสั่งเรียกดังกล่าวมีผลตามที่ กฎหมายบัญญัติ ก็มันไม่มีกฎหมายบัญญัติครับ ก็ไปเจอนักเลงโตหลาย ๆ ครั้ง เรียกแล้ว ไม่ยอมมา แล้วท่านประธานก็เคยเปึนกรรมาธิการหลายคณะ ท่านจะสังเกตนะครับ ถ้าบุคคลที่เราเรียกไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้ทําผิดกฎหมาย ไม่ได้ทําการทุจริต เชิญมานี่จะมา แบบง่าย ๆ ถ้าไม่มาติดธุระเขาก็จะทําหนังสือชี้แจงมาอย่างมีเหตุมีผล คณะกรรมาธิการ ก็ไม่ได้ติดใจในประเด็นนั้น แต่ถ้าคนที่คณะกรรมาธิการเชิญ เชิญแล้วโยกโย้ไปโยกโย้มา พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมมาชี้แจง พวกนี้ตั้งข้อสังเกตได้เลยนะครับ โกงหรือว่าทําผิด กฎหมาย แล้วพวกนี้ถ้าตัวเองไม่โกงมันก็จะมีแบค (Back) ดีครับ มีคนสั่ง มีอธิบดีหรือ ผู้บังคับบัญชาที่สูงขึ้นไปละครับ นั่นละทําหน้าที่โกง แล้วไปสั่งไม่ให้มาชี้แจง ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งกระผมเปึน ประธานอยู่นี่มีกรณีตัวอย่างอยู่ ๒-๓ กรณี ผมต้องกราบเรียนในที่ประชุมนี้ กรณีฝายแม้วครับ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการเรียกขอเอกสารว่าไปทําที่จุดใดบ้าง คณะกรรมาธิการ เรียกไป เฉย คณะกรรมาธิการทวงไป ตอบมากําลังรวบรวมอยู่ รวบรวมอยู่ ๓ เดือน ไม่ได้ส่งมา หรอกครับ จนกระทั่งเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี เปลี่ยนปุ็บเชิญมาเอกสารมาเพียบพร้อมกันเลย กับวันที่รัฐมนตรีมาชี้แจง ถามคนที่ส่งเอกสารบอกแล้วเรียกมาตั้งนานทําไมไม่ชี้แจง คําตอบที่ได้รับคือรัฐมนตรีไม่ได้เซ็นอนุมัติให้ส่งเอกสาร คําตอบมีอยู่แค่นั้นครับ

เรื่องประเด็นต่อมาที่อยากจะเรียนกับทางที่ประชุมสภาแห่งนี้คือ กรณีเช่ารถ เอ็นจีวี (NGV) ๔,๐๐๐ คัน คือโครงการนี้เราไม่ได้ไปติดใจหรอกครับว่า ใครทุจริตหรืออย่างไร คณะกรรมาธิการก็ศึกษาเพราะมีคนร้องเรียนเข้ามา เราได้มีโอกาส เชิญประธานบริหารกิจการขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร เราเชิญไปครั้งแรกท่านก็ มอบหมายให้รองประธานบอร์ดมา เชิญครั้งที่ ๒ เราบอกว่าเราต้องการตัวประธาน ก็ส่ง รองประธานบอร์ดคนเดิมนั่นละครับ เชิญไปครั้งที่ ๓ เขาตอบมาอย่างนี้ครับท่านประธาน เนื่องด้วยผมติดอัดเทปรายการทางทีวี (TV) ในช่วงเวลา ๑๐.๐๐–๑๘.๐๐ นาฬิกา ผมก็ไม่รู้ว่าไปเปึนพระเอกแสดงหนังตั้งแต่เมื่อไร ออกรายการอัดเทปทีวีทีเดียว ๘ ชั่วโมง สรุปแล้วก็ไม่มาครับ แล้วในหนังสือนั่นเขาบอกว่า ถ้าคณะกรรมาธิการจะเชิญให้เชิญมา วันจันทร์ เวลา ๑๓.๓๐-๑๗.๐๐ นาฬิกา วันพุธ เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๐๐ นาฬิกา ท่านกําหนดเวลามาให้เสร็จเลยนะครับ ถ้าคณะกรรมาธิการจะเชิญก็เชิญมาตามเวลานี้ ผมก็เปึน ส.ส. มาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ ๒๐ ป้เศษ ผมไม่เคยเจอคนบ้า ๆ แบบนี้ เชิญแล้ว เชิญอีก เชิญมาเสร็จบอกว่าให้คณะกรรมาธิการถ้าจะเชิญให้เชิญมาตามเวลาที่เขาว่า

เรื่องที่ ๓ ที่ผมอยากจะยกเปึนกรณีตัวอย่าง คือกรณีเรื่องร้องเรียน กรณีลอบสังหารประธาน อบจ. จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเกี่ยวเนื่องกรณีซึ่งเขาอ้างว่า เขาปัองกันการทุจริต เลยโดนลอบสังหาร ท่านประธานครับ ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญ ผู้บริหารของ อบจ. นี้ ครั้งแรกเชิญไป เขาส่งรองปลัด อบจ. มา เพราะว่าปลัด อบจ. โดนยิงไปแล้ว ก็ส่งรองปลัด อบจ. มาแทน เราเชิญไปใหม่ครั้งที่ ๒ เขาก็ส่งรองปลัด อบจ. มาอีก แล้วบอกว่าผู้บริหาร อบจ. ติดลงเยี่ยมพื้นที่ เราเชิญล่วงหน้าไปประมาณ ๑๐ วันนะครับเขาบอกเขาติดลงพื้นที่ เราก็เชิญไปใหม่ครั้งที่ ๓ เราเชิญบอกว่าเราต้องการตัวท่านไม่ต้องส่งคนอื่นมาแล้ว ก่อนวันจะประชุม ๑ วัน หน้าห้องเขาบอกว่ายังไม่ทราบว่าจะมาได้หรือเปล่า แต่มีนัด จะลงแจกข้าวสารกับประชาชน แล้วผลที่สุดเขาไม่มาหรอกครับ คณะกรรมาธิการก็จนใจ

เพราะฉะนั้นถ้ามันมีกฎหมายฉบับนี้คดีตัวอย่าง ๓ เรื่องที่ผมยกตัวอย่าง มามันก็คงจะได้เสียกันบ้าง ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการคณะไหนที่สามารถให้ คุณให้โทษกับบุคคลได้คณะกรรมาธิการนั้นมีปัญหาทุกกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ การปกครองท้องถิ่นก็ดี คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณก็ดี คณะกรรมาธิการการตํารวจ พวกนี้ละครับเชิญไปแล้วมีปัญหาหมด ผมคิดว่า ถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ได้ผ่านจะแก้ปัญหาได้หลายอย่างโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการผม นี่นะครับท่านประธาน ผมคิดว่าปัญหาการทุจริตเราจะแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ท่านประธานได้อ่านหนังสือพิมพ์วันนี้ไหมครับ การปราบปรามการทุจริตของประเทศไทย หนังสือพิมพ์เขาชมมากเลยนะครับว่ารักษามาตรฐานได้เยี่ยมยอดมากเลยคงเส้นคงวา คือปราบกันอย่างไรก็แล้วแต่อยู่ในอันดับ ๘๔ ตลอดเลย รักษามาตรฐานคงเส้นคงวา ผมคิดว่าถ้าเราสามารถใช้อํานาจของคณะกรรมาธิการเชิญบุคคลเหล่านี้มาชี้แจงได้ ปัญหาการทุจริตจะลดลง สําหรับท่านเพื่อนสมาชิกบางท่านนะครับมีความกังวลว่า ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านไปแล้วคณะกรรมาธิการหลาย ๆ คณะอาจจะเรียก ข้าราชการชุดเดียวกันมาผมเรียนเพื่อนสมาชิกนะครับ ส่วนนั้นไม่ต้องห่วง เพราะข้อบังคับ ของสภาผู้แทนราษฎรเราต่อไปนี้ถ้าเราได้ใช้จริงจังแล้วนะครับ คณะกรรมาธิการหลาย ๆ คณะจะเรียกผู้ชี้แจงท่านเดียวคงจะไม่ได้ อีกประการหนึ่งนะครับ ท่านกังวลว่า คณะกรรมาธิการอาจจะใช้อํานาจแล้วไปกลั่นแกล้งข้าราชการ ในร่างพระราชบัญญัตินี้ เรากําหนดไว้แล้วนะครับว่าคณะกรรมาธิการเปึนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมาย อาญา เพราะฉะนั้นมีสิทธิลงโทษในฐานะที่ท่านเปึนข้าราชการแล้วก็ไปกลั่นแกล้งเขา นะครับ ผมขอการสนับสนุนเพื่อนสมาชิกด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ร่างฉบับต่อไปเชิญตัวแทนเสนอหลักการ เหตุผลครับ ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ซึ่งได้ร่วมกันร่าง กับท่านทิวา เงินยวง และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกหลายท่าน ขออนุญาต นําเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา

เหตุผล เนื่องจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญบัญญัติให้คณะกรรมาธิการ สามัญและวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสาร จากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในกิจการ ที่กระทํา หรือเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่นั้นได้ และให้คําสั่งเรียกดังกล่าว มีผลบังคับ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพิจารณาของคณะกรรมาธิการทําให้มีประสิทธิภาพ และได้รับข้อเท็จจริงครบถ้วน จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อโปรดพิจารณา ผมขออนุญาตท่านประธานสภาอีกเล็กน้อยเพื่อกราบเรียนว่าเหตุผล และความจําเปึนที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ เพราะเหตุว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๑๓๕ วรรคสองได้บัญญัติให้อํานาจคณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการ วิสามัญไว้นะครับ สําคัญที่สุดคณะกรรมาธิการจะเปึนระบบการตรวจสอบและควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน โดยคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จะได้มีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และเพื่อให้การทํางานมีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นประธานคณะกรรมาธิการก็ไม่สามารถจะไปแกล้งผู้ชี้แจง เพราะเหตุว่าในหนังสือเชิญจะต้องระบุเหตุผลและประเด็นที่ซักถาม ไม่ใช่ว่าเชิญมาเฉย ๆ อย่างที่หลายคณะปฏิบัติอยู่ หรือกรณีที่เชิญอธิบดี อธิบดีไม่มา มอบให้คนอื่นมาแทน ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ บุคคลที่มาแทนนั้นจะต้องผูกพันต่อคําแถลงหรือความเห็น ที่ผู้มาแทนได้ชี้แจงไว้นะครับ หรือ

ประเด็นที่ ๓ กรณีที่คณะกรรมาธิการหลายคณะเชิญในเรื่องเดียวกัน ผู้ชี้แจงก็สามารถอ้างคําแถลง อ้างคําชี้แจง อ้างเอกสารในคณะกรรมาธิการที่มาแถลง ๑ คณะกรรมาธิการ เพื่อได้ใช้กับทุกคณะกรรมาธิการนะครับ และหลักเกณฑ์ ให้คณะกรรมาธิการเปึนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ในการทํางานยิ่งขึ้น ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินี้มีความจําเปึนต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญ และให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ วรรคสอง ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ ท่านเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ เปึนผู้เสนอ เชิญท่านเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอบันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. ....

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. ....

เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติให้คณะกรรมาธิการ สามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทํา หรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่ได้ และในรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้คําสั่ง มีผลบังคับได้จะต้องดําเนินการออกกฎหมายขึ้นมารองรับ ดังนั้นเพื่อให้การดําเนินงาน เกี่ยวกับกิจการที่กระทํา การพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาของคณะกรรมาธิการ มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจําเปึนต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานที่เคารพ สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญของเราในฉบับปัจจุบัน ในมาตรา ๑๓๕ ได้บัญญัติให้ทางคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภานั้น ให้มีอํานาจในการออกคําสั่งเรียก แต่ได้มีบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญให้มีการ ออกกฎหมายมารองรับอย่างที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานแล้ว โดยเจตนารมณ์ ของผู้ร่างในขณะนั้นก็คือว่าอยากให้การศึกษาและสอบสวนของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรก่อเกิดประสิทธิภาพ มีผลสัมฤทธิ์ต่อในเรื่องที่ศึกษา และตรวจสอบติดตามหลายเรื่อง หลายประการ ตามกรอบอํานาจหน้าที่ ตามข้อบังคับ ของสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นสําคัญที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้อภิปรายไปแล้ว อุปสรรคปัญหาต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการที่ไม่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และขาดประสิทธิภาพอย่างมากมายในขณะนี้ ก็คือการไม่มีอํานาจ ไม่มีผลในสภาพบังคับที่จะให้บุคคลใดหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่ส่งเอกสารหรือมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ หรือการมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ก็ไม่สามารถชี้แจงต่อข้อเท็จจริงได้

และอีกประการหนึ่งซึ่งเปึนประการสําคัญก็คือในหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้องกับงานที่ศึกษาติดตามของคณะกรรมาธิการซึ่งได้ถูกเชิญจากคณะกรรมาธิการ อาจจะขาดความรับผิดชอบ ขาดความสํานึกและเอาใจใส่ต่อภาระหน้าที่และบางครั้งเอง ก็ได้มีผู้บังคับบัญชาได้กํากับดูแลมีการสั่งการเพื่อไม่ให้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ แต่ที่สําคัญก็คือว่าโดยมีบุคคลที่มีความสํานึกในบทบาทหน้าที่ของการมาชี้แจงต่อสภา ซึ่งเปึนเกียรติอันสูงสุดที่ได้มีการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการนั้น ผมขอชมเชยในที่นี้ซึ่งได้มี การปฏิบัติหน้าที่ อย่างเช่น ยกตัวอย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านปัจจุบัน คณะผมซึ่งเปึนคณะติดตามการบริหารงบประมาณได้เชิญท่านมาชี้แจงต่อกรณี การบริหารงานของ สกสค. ที่มีการกู้เงินของครูผ่านธนาคารออมสิน และมีการประกันชีวิต และการค้ําประกันหลายเรื่องหลายอย่าง ซึ่งใช้เงินหลายแสนล้านบาท ท่านได้รับหนังสือเอง ท่านมีความกระตือรือร้นเปึนอย่างมากถึงแม้ท่านมีการประชุมของท่านอยู่ ท่านก็โทรศัพท์ มาบอกผมยินดีที่จะมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ อันนี้เปึนสิ่งซึ่งน่าชมเชย ถ้าหาก มีรัฐมนตรีหลายท่านประพฤติปฏิบัติอย่างท่าน การทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ก็ไม่เปึนอุปสรรค และหลังสุดเองต้องขอชมเชยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เช่นเดียวกัน ได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการผมเช่นเดียวกัน ท่านก็บอกว่าท่านจะ เอาใจใส่ขอให้แจ้งมาเปึนบทบาทภาระหน้าที่เช่นเดียวกัน ถึงแม้จะไม่ติดภารกิจที่สําคัญ หรือติดภารกิจสําคัญก็จะถือว่างานคณะกรรมาธิการนั้นเปึนเรื่องใหญ่เรื่องสําคัญ นี่ต้องขอขอบคุณในเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าส่วนราชการก็ดี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ดี ได้ประพฤติปฏิบัติอย่างที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธาน ผมคิดว่าการทํางาน ของสภาผู้แทนราษฎรของเราจะมีประสิทธิภาพก่อผลสัมฤทธิ์ต่อพี่น้องประชาชน อย่างมากมาย ท่านประธานที่เคารพ ผมขอความกรุณาท่านสมาชิกทั้งหลายเมื่อได้เห็น ร่างทั้ง ๓ ร่าง มีร่างของประธาน ๓๕ คณะ ร่างของผมและท่านดอกเตอร์ทิวาได้เสนอนี้ เพื่อก่อให้เกิดการทํางานของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงเสนอขอให้ที่ประชุมแห่งนี้รับหลักการเพื่อไปพิจารณา ในวาระที่สอง และวาระที่สามต่อไป ขอขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมาชิกอภิปรายเลยครับ ท่านแรกท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล และต่อด้วย ท่านเชน เทือกสุบรรณ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ซึ่งผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงินของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ผมได้เสนอ ร่วมกับเพื่อนที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ เพราะเห็นว่าการที่เราได้ เรียนเชิญข้าราชการก็ดี รัฐมนตรีก็ดี มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการนั้นมันเปึนเรื่องที่ ยากเย็นแสนเข็ญ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน ผมได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ผมมีหลักฐานทั้งหมด ผมเรียกไป ๑๑ ครั้งท่านประธาน มีแต่มอบหมายให้ตัวแทนมาชี้แจงโดยตลอด แล้วผมจะไปพิจารณา ข้อเท็จจริงได้อย่างไรท่านประธาน ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลอื่น ๆ รัฐมนตรีชุดอื่น ๆ ให้ความสําคัญต่อคณะกรรมาธิการ ให้ความสําคัญต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่วันนี้ ข้าราชการจะได้รับคําสั่งหรือขัดขืนการที่จะมาชี้แจง เพราะเจ้านายเปึนคนสั่งหรือไม่ อย่างไร ผมว่ามันเปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ออกมาดีแล้วครับ ท่านประธาน โดยเฉพาะบทลงโทษ ถ้าไม่มาชี้แจงโดยไม่มีคํายืนยันหรือมีหลักฐาน ที่ชัดเจนว่าตัวเองไปติดภารกิจอย่างไร ก็มีบทปรับ ให้ปรับถึง ๖๐,๐๐๐ บาท ให้จําคุกได้ ๖ เดือน สิ่งเหล่านี้ละครับจะเปึนประโยชน์ให้สภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการมีความสําคัญ สิ่งที่คณะกรรมาธิการแต่ละคณะหยิบยกขึ้นมาศึกษาเพื่อหาข้อเท็จจริงก็ดี เพื่อจะได้ นําเสนอต่อสาธารณชนก็ดีมันเปึนประโยชน์ทั้งสิ้น อย่างเมื่อสักครู่นี้เพื่อนประธาน คณะกรรมาธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบได้พูดถึง กรณีการทุจริตต่าง ๆ ที่ท่านได้เรียนเชิญไป ก็ไม่มาชี้แจง อย่างคณะกรรมาธิการของผม ท่านประธาน กรณีหวยบนดินก็ดี ลอตเตอรีก็ดีที่มีการพิมพ์เพิ่มจํานวนขึ้น วันนี้ ท่านประธานจั่วหัวในหนังสือพิมพ์ จ่ายแล้วหัวคิวสลากกินแบ่งรัฐบาล ๒ พรรคงาบ ๗.๔ พันล้านบาท อย่างนี้เปึนต้น ผมได้เรียนเชิญไป เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการมาชี้แจง ก็ไม่ยอมมา ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม รัฐมนตรีประดิษฐ์นี่ละครับ แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในหลาย ๆ เรื่องที่เปึนประโยชน์ ที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม ไม่ให้มันเกิดขึ้น อย่างวันนี้เมื่อเช้าผมมีการเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาชี้แจงกรณีที่สหภาพแรงงานธนาคารนครหลวงไทยคัดค้าน การขายของกองทุนฟุ๋นฟูการขายหุ้นของธนาคารนครหลวงไทย ซึ่งมันเปึนปัญหา ความขัดแย้งในองค์กร แล้วเขาเกรงว่าจะเกิดการทุจริต ต่างชาติจะมาถือครองหุ้น ในธนาคารนครหลวงไทย แต่กลับไม่มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่เคยมาชี้แจง แม้กระทั่งผู้ว่าการแบงก์ชาติก็ไม่เคยมา มีเพื่อนสมาชิกผู้อาวุโสหลาย ๆ ท่านที่เปึน ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการผมได้บอกผมว่าในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานต้องมาประณามในเวทีในสภาใหญ่ ผมก็ไม่อยากทําสิ่งเหล่านั้น เพราะกลัวว่ารัฐมนตรีจะอับอายขายขี้หน้า หน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเปึน ผอ. หรือปลัดกระทรวงจะขายขี้หน้า แต่ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาแห่งนี้แล้ว ผมว่ามันเปึน ประโยชน์ครับ อย่างน้อยศักดิ์ศรีของความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ์ายนิติบัญญัติ ก็จะได้ข้อมูล ได้หลักฐานที่ชัดเจนจากผู้บริหารองค์กร ที่เราเรียกหรือเชิญมามันจะเปึน ประโยชน์ครับ เราจะสามารถช่วยขจัดความขัดแย้ง ปราบปรามการทุจริตร่วมกัน ไม่ให้พวกที่โกงกินบ้านเมืองอยู่ในสังคมนี้ได้ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมเอง ขอสนับสนุนให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประโยชน์ของสภา ในอนาคตและในปัจจุบันนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเชน เทือกสุบรรณ แล้วต่อด้วยท่านต่อพงษ์ ไชยสาส์น นะครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้พวกเราเกือบทุกคนมีความเห็นพ้อง ต้องกันว่าการที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... เปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ แล้วก็ก่อให้เกิด ประโยชน์ในการทํางานของคณะกรรมาธิการต่อสภาแห่งนี้ในการดําเนินการที่จะเรียกหา ข้อเท็จจริง ทุกประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ยกร่าง ผมเห็นด้วย แต่ว่าคงมีประเด็นที่ผม อยากจะเสนอเพื่อผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่สองและวาระที่สาม

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระผมอยากให้คณะกรรมาธิการได้ไปเพิ่ม ประเด็นก็คือว่า ปรากฏข้อเท็จจริงในการดําเนินการของคณะกรรมาธิการว่าบ่อยครั้งที่เรา เรียกเอกสารหรือบุคคลมาชี้แจงต่อพวกเรา สิ่งที่คณะกรรมาธิการไม่ได้รับข้อเท็จจริง ที่ตรง บางครั้งมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้วไม่เสนอข้อเท็จจริงที่ควรแจ้ง ให้คณะกรรมาธิการได้ทราบ เปึนลักษณะของการป่ดบังข้อเท็จจริง แล้วบางครั้งเปึนเรื่อง ของการให้ถ้อยคําที่เปึนเท็จต่อคณะกรรมาธิการด้วยซ้ําไป ผมอยากให้เพิ่มประเด็นนี้ ลงในพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย เพื่อที่จะเปึนข้อยืนยันว่าการให้การต่อคณะกรรมาธิการ ก็เสมือนหนึ่งเปึนการให้การต่อเจ้าพนักงานเช่นกัน อันนี้จะเปึนประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ การที่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถ้อยคํา หรือให้เอกสารที่ขาด ๆ วิ่น ๆ ป่ดบังถ้อยคํา หรือเอกสารที่จําเปึนต่อ คณะกรรมาธิการ ทําให้เปึนอุปสรรคในการทํางาน และการสรุปผลของคณะกรรมาธิการ แต่ละคณะก็จะไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นผมอยากฝากท่านกรรมาธิการนะครับ ว่าประเด็นนี้ขอให้ท่านใส่ในพระราชบัญญัติด้วย

ท่านประธานครับ มีอีกประการหนึ่ง ผมสนับสนุนเพราะว่าสิ่งที่พวกเรา ได้พบก็คือว่าหลังจากคณะกรรมาธิการได้เชิญผู้บริหารของหน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจง สิ่งที่ เขามอบอํานาจ บางครั้งมอบอํานาจให้รองอธิบดี มอบอํานาจให้ ผอ. แล้วในที่สุดมา จะเปึน ซี ๖ ซี ๗ มาให้ แล้วก็บอกกับคณะกรรมาธิการว่า ไม่ทราบ ทราบแค่นี้ รับฟัง แล้วมันก็เลยไม่มีผลทางปฏิบัติ อันนี้เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าการมอบอํานาจให้ผู้หนึ่งผู้ใด ถ้าผู้นั้นผมเห็นในร่างอยู่แล้วว่ามี แต่ว่าถ้าผู้นั้นมาให้การเท็จต่อคณะกรรมาธิการก็ต้องถือว่า ผู้ที่มอบอํานาจให้มีส่วนรู้เห็นด้วย อันนี้ก็จะเปึนประโยชน์ต่อการทํางานของคณะกรรมาธิการ ผมขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อพงษ์ แล้วต่อด้วยท่านชาดานะครับ

นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอบอกนะครับว่าเปึนมิติใหม่ของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นพ้อง ต้องกันในการออกกฎหมาย แล้วก็พิจารณากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่มี บทบัญญัติใด ๆ ที่จะพูดถึงในเรื่องของรัฐบาล แต่เปึนกิจการภายในของสภานิติบัญญัติ ของเรา วันนี้เปึนมิติใหม่ต้องขอชื่นชมทุกพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุน แล้วก็ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานที่บรรจุระเบียบวาระนี้ขึ้นมาพิจารณา กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรอาจจะไม่มีอํานาจหน้าที่เต็มตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการนั้นวันนี้เราจะเห็นว่า ข้อจํากัดมีมากมายมหาศาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบทบาทและหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ต้องสามารถตรวจสอบการทํางานของภาครัฐตามที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการก็เปึนการแบ่งภาระหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรไปอีก ขั้นตอนหนึ่ง ในการพิจารณาในรายละเอียดในเรื่องราวต่าง ๆ ลงไปในรายกระทรวง ลงไป ในหมวดหมู่ กรม กอง ต่าง ๆ ที่มีบรรจุไว้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นปัญหาและอุปสรรค ของคณะกรรมาธิการ อย่างเช่น คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร บางครั้งการเรียกผู้มีอํานาจมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเราจะไม่ได้รับฟังในเรื่องของ การเมือง จะเปึนหน้าที่ของการปฏิบัติเสียมากกว่า เฉกเช่นปัญหาที่เราพบอยู่ในขณะนี้ ปัญหาในเรื่องของเพื่อนบ้าน บางครั้งข้าราชการจะไม่สามารถชี้แจงลงไปในรายละเอียด เพราะอะไรครับ บางครั้งมันเปึนในเรื่องของการเมืองในการดําเนินการนะครับ คนที่ ดําเนินนโยบายไม่สามารถที่มาชี้แจงได้ แล้วก็เปึนการปฏิเสธคณะกรรมาธิการนั้น ผมคิดว่าไม่สมควรอย่างอย่างยิ่ง ผมขอสนับสนุนในร่างพระราชบัญญัตินี้ เพื่อจะพิจารณา กันต่อไป เพื่อให้ประกาศไว้ เพื่อเพิ่มอํานาจและดําเนินการของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชาดา แล้วต่อด้วยคุณหมอชลน่านนะครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ผม นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี ในนามของพรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองอยากจะบอกกับท่านประธานว่าครั้งหนึ่งก่อนที่จะมาเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เคยได้ยินกับหูตัวเอง แล้วก็ใฝ์ฝันมากว่าถ้ามีโอกาสมาเปึน ผู้แทนราษฎรจะมาทําเรื่องนี้ ก็คือได้ยินอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งพูดกับข้าราชการว่า คณะกรรมาธิการมาขอให้คุณไป คุณก็ไม่ต้องไป ผมเปึนคนพรรค์อย่างนั้นเอง นี่คือความเปึนจริงที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้แล้วเกิดมานาน ก็คือว่าเวลาที่เปึนสมาชิก ธรรมดา เปึนกรรมาธิการธรรมดา ก็โวยวายเรียกร้องว่าอํานาจของคณะกรรมาธิการไม่มี แต่เวลาเปึนรัฐมนตรีก็ไม่ให้ความสําคัญกับคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ วันนี้ ผมดีใจในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและได้ทําให้สภาแห่งนี้เปึนสภาที่มี ความศักดิ์สิทธิ์ต่อไปในวันข้างหน้า แต่สิ่งที่ผมอยากฝากบอกกับท่านคณะกรรมาธิการ ที่จะดําเนินการเรื่องต่อไปก็คือ ในสภาแห่งนี้ปัจจุบันนี้มีคําสั่งเวียนภายในบอกว่า ถ้ามีการร้องเรียนเรื่องใดซ้ํากันเกินกว่า ๓ คณะ ให้ฟังคําสั่งของท่านประธานสภา ว่าจะดําเนินการอย่างไร ระเบียบอันนี้ผมเองได้อ่านแต่ก็จําไม่ได้แล้วก็ไม่มีอยู่ในมือ กราบเรียนท่านประธานว่ากรรมาธิการต้องทําเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องนี้จะมีปัญหาอะไรครับ มีปัญหาในการปฏิบัติต่อไปในวันข้างหน้า แม้แต่วันเวลาที่จะต้องออกอยู่ใน รู้สึกว่ามีลง ในท้ายของราชกิจจานุเบกษาซึ่งจะมีปัญหาถ้าเกิดมีการทุจริตในกระทรวงใด กระทรวงหนึ่ง คณะกรรมาธิการกําลังสอบอยู่ แล้วผู้ที่กําลังจะมีผลเสียในเรื่องนั้น ไปร้องอีก ๒ คณะ หรือแต่งตั้งผู้ใดก็ได้แอบอ้างไปร้องอีก ๒ คณะ การทํางาน ของคณะกรรมาธิการทุกคณะจะถูกหยุดโดยทันที อันนี้ผมถือว่าไม่ถูกต้อง ผมฝาก ท่านกรรมาธิการวิสามัญที่จะไปพิจารณาเรื่องนี้นะครับ

และอีกประการหนึ่ง ผมอยากเห็นสภาแห่งนี้และอยากเห็นประเทศไทย โดยสภาผู้แทนราษฎร ก็คือว่าพรรคใดที่บริหารรัฐมนตรีกระทรวงใด กําหนดไปเลยครับ ว่าพรรคนั้นจะมาเปึนประธานไม่ได้ สมาชิกพรรคนั้นจะเปึนประธานไม่ได้ นี่คือจะเปึนการ ถูกต้องในหลักการของประชาธิปไตยและในหลักการของสภาผู้แทนราษฎรทั่วโลกที่เขา ปฏิบัติกัน มีประเทศไทยประเทศเดียวละครับ ที่ประธานคณะกรรมาธิการนั้น เปึนพรรคเดียวกับผู้บริหารของกระทรวงนั้น ๆ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมพูดด้วย ความรู้สึกแล้วก็จุดยืนทางการเมืองของผม ถ้าผมจะได้เห็นในคณะกรรมาธิการนี้ อาจหาญ กล้าหาญ ทําในสิ่งที่ถูกต้อง ทําให้สภาแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ทําให้สภาแห่งนี้ เปึนสภาผู้แทนราษฎรที่มีคณะกรรมาธิการตรวจสอบการทํางานของกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับแผ่นดินนี้ วัฒนธรรมที่ทํามานั้นไม่ถูกต้องครับ แล้วทําให้คณะกรรมาธิการของเราทํางานได้ไม่เต็มที่ ผมอยากเห็นครับ แล้วก็คงได้เห็น ในชีวิตนี้ หรืออาจจะได้เห็นในกฎหมายฉบับนี้ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนายแพทย์ชลน่านและต่อด้วยท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล นะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานได้อภิปราย แสดงความคิดเห็นผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่จะได้มีโอกาสเข้าไปเปึนกรรมาธิการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้เปึน ตัวบทกฎหมายที่จะใช้เปึนเครื่องมือของคณะกรรมาธิการ ในการที่จะทํางาน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองในโอกาสต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ จากหลักการและเหตุผลที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้ง ๓ ร่างที่เปึนตัวแทนเสนอ ผมเอง ไม่มีข้อติดใจครับ ยินดีให้การสนับสนุนเต็มที่ เพราะเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ วรรคสอง ต้องมีกฎหมายเขียนให้ชัดเจน ผมมีข้อสังเกตที่จะกราบเรียนฝาก ท่านประธานไปด้วยเวลาจํากัด เกรงใจเพื่อนสมาชิกอยู่ ๔-๕ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ผมพยายามตรวจสอบร่าง ของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๓ ร่าง ก็มีข้อแตกต่างกัน แต่ข้อสังเกตเรื่องแรกที่ทั้ง ๓ ร่างที่คิดว่า น่าจะขาดหายไปหรือว่าอาจจะมีความจงใจของผู้ร่าง กระผมก็มิทราบได้ แต่ขออนุญาต เสนอข้อสังเกตว่า ประเด็นความครอบคลุมของคําว่า กรรมาธิการ ผมเองตรวจสอบร่างนี้ แล้วปรากฏว่าในร่างนี้จะปรากฏเฉพาะคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเท่านั้น แต่ผมถามท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ร่างนะครับว่า คณะกรรมาธิการร่วม ของสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในกรณีที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ อยู่ในเงื่อนไขนี้หรือไม่ หรือแม้แต่คณะกรรมาธิการของรัฐสภาที่แต่งตั้ง เปึนคณะกรรมาธิการสามัญหรือแม้กระทั่งคณะกรรมาธิการวิสามัญอยู่ในนิยามของคําว่า คณะกรรมาธิการ ที่จะใช้ในพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ ผมยกตัวอย่าง เช่น รัฐสภาพิจารณา ให้ความเห็นชอบกรอบการที่จะไปเจรจาระหว่างประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ถ้ารัฐสภามีความเห็นว่าให้ตั้งคณะกรรมาธิการของรัฐสภาขึ้นไปพิจารณา คณะกรรมาธิการเหล่านั้นมีสิทธิที่จะใช้กฎหมายฉบับนี้เปึนเครื่องมือหรือไม่ อันนั้นประการที่ ๑ ครับท่านประธาน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตในประการที่ ๒ ที่ดูจากร่าง ทั้ง ๓ ร่างมีข้อแตกต่างกัน ร่างของท่านประธานคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรและคณะที่เสนอเข้ามาเปึนร่างที่มีลักษณะไม่ใช่เปึนพระราชบัญญัติ ที่ว่าด้วยการเงิน อีก ๒ ร่างที่เสนอ นําโดยท่านเจริญ จรรย์โกมล ต้องขออนุญาต เอ่ยนามท่าน แล้วก็ท่านทิวา เงินยวง และท่านวิรัตน์เปึนผู้เสนอแทน ขออนุญาตเอ่ยนาม ทั้งหมดนะครับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นําเสนอได้รับการอนุมัติจากท่านนายกรัฐมนตรี เพราะถือว่าเปึนร่างเกี่ยวกับการเงิน ผมไปตรวจสอบในรายละเอียดท่านประธานครับ ข้อแตกต่างนี้คงจะต้องมีข้อสังเกตผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่าท่านจะใช้ร่างใดเปึนหลัก ในการที่จะพิจารณา เพราะความต่างตรงนี้ร่างของท่านเจริญ แล้วก็ร่างของท่านทิวา มีบทบัญญัติที่เขียนด้วยเรื่องของการใช้เงินเปึนค่าใช้จ่ายในค่าเดินทางของผู้มาชี้แจงต่อ คณะกรรมาธิการ แต่ร่างของท่านศักดาไม่มีในมาตรานี้ ความเห็นผมเองท่านประธานครับ ถ้ากรณีสภาสามารถที่จะอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม สามารถใช้เปึนค่าใช้จ่ายของ ผู้ที่จะถูกเรียกมาชี้แจง กรณีถ้าต้องแบ่งว่าเปึนข้าราชการ เปึนรัฐวิสาหกิจหรือเปึน ประชาชนคนทั่วไป ความจําเปึนที่จะต้องแบ่งเพื่อจะใช้งบประมาณตรงนี้มีหรือไม่ อย่างกรณีข้าราชการทั่วไปในขณะนี้ถ้าเราเรียกมาเราก็มีหนังสือเชิญเปึน ลายลักษณ์อักษรไปแล้วใช้หนังสือนั้น ๆ เปึนเครื่องมือที่จะไปบอกกล่าวกับหน่วยงาน ต้นสังกัดของเขาว่าเขาเดินทางมาราชการ เขาก็ย่อมมีสิทธิที่จะเบิกค่าใช้จ่ายในการ เดินทางมาราชการจากหน่วยงานต้นสังกัดเขาได้ ไม่ว่าจะเปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่เขามีระเบียบรองรับอยู่ ขณะนี้ก็ใช้อยู่นะครับ เว้นแต่พี่น้อง ประชาชนผู้ไม่มีสังกัดในลักษณะมีค่าตอบแทนหรือเงินเดือนเท่านั้นเอง ตรงนั้นก็เปึนสิ่งที่ น่าเห็นใจมาก เพราะเขาต้องเดินทางมาและมีค่าใช้จ่าย ผมเพียงแต่กราบเรียนว่า ทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภาได้ประมาณการค่าใช้จ่าย ตรงนี้ออกมาหรือยังครับว่าป้หนึ่งใช้เท่าไร ๓๕ คณะ บวกกับ ๑๕ คณะวุฒิสภา วิสามัญอีก ผมนับไม่ได้หรอกครับวิสามัญเท่าไร คณะกรรมาธิการร่วมกันอีก คณะกรรมาธิการรัฐสภาอีก ท่านต้องไปทําตัวเลขตรงนี้ออกมาให้ชัดว่าป้หนึ่งใช้เท่าไร ถ้างบประมาณตรงนั้นไม่ได้ตั้งไว้เปึนการเฉพาะ ผมเข้าใจว่าจะไปเบียดบังค่าใช้จ่ายที่เปึน งบประมาณของคณะกรรมาธิการที่จะต้องใช้ในภารกิจที่มีความจําเปึน ก็ฝาก ท่านกรรมาธิการได้ช่วยไปดูในรายละเอียดตรงนี้นะครับว่า ถ้าท่านจะอนุมัติให้มีการจ่าย ค่าตอบแทนแล้ว ท่านจะจ่ายอย่างไร ระเบียบที่ประธานกําหนดระเบียบจะเปึนอย่างไร สอดคล้องกับระเบียบอื่นหรือไม่ อันนี้ก็เปึนข้อห่วงใยที่ผมฝาก ที่สําคัญผมทราบว่าขณะนี้ ประธานคณะกรรมาธิการทุกท่านมีความลําบากใจเพราะเม็ดเงินที่ได้รับในการที่จะใช้จ่าย ในการที่จะทํากิจการ ทําภารกิจของแต่ละคณะกรรมาธิการลดลง ถ้ามีค่าใช้จ่าย ส่วนนี้เพิ่มเติมเข้าไป ผมเกรงว่าจะกระทบภารกิจแล้วก็งานของคณะกรรมาธิการได้ นั่นเปึนข้อสังเกตอันที่ ๒ ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ วิสามัญที่จะพิจารณาต่อ หรือคณะกรรมาธิการสามัญก็แล้วแต่

ข้อสังเกตอันที่ ๓ ท่านประธานครับ ที่ผมดูทั้ง ๓ ร่างแล้วมีข้อต่างกันก็คือ ว่า กระบวนการการตัดสินว่าผู้ใดที่จะมีการกระทําที่เรียกว่าฝ์าฝ๋นพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วมีความผิดแล้วมีโทษ ท่านประธานครับ ร่างของท่านทิวากับท่านเจริญ จรรย์โกมล และคณะ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม เขียนไว้ชัดเจนว่าเปึนดุลยพินิจของประธาน คณะกรรมาธิการและส่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรภายใต้การประชุมของประธาน คณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ เปึนผู้วินิจฉัยจากเสียงข้างมากและถึงจะวินิจฉัยออกมาว่า มีความผิดหรือมีการฝ์าฝ๋นหรือไม่นะครับ แต่ร่างของท่านศักดาใช้คณะกรรมาธิการที่ดําเนินการนั้นตัดสินเลย แล้วกระบวนการ การยุติธรรมก็แตกต่างกันไป ร่างที่ผ่านคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ โดยการประชุมร่วม ส่งให้ตํารวจเปึนผู้ดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรม แต่ร่างของท่านศักดาส่งให้อัยการ สูงสุดไป อันไหนที่จะเหมาะสม อันไหนที่จะสอดคล้องกับกระบวนการยุติธรรมที่เรามีอยู่ ผมฝากเปึนข้อสังเกตนะครับ เพราะว่าความต่างมันมีเยอะมาก ท่านทําหน้าที่เสมือนเปึน เจ้าพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ให้อํานาจท่าน ท่านบอกเปึนพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญาท่านสอบเองและส่งอัยการไปเลย อย่างนี้จะชอบด้วยบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องหรือว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นั่นเปึนข้อสังเกต ประการที่ ๓ ที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อห่วงใยอีกเรื่องหนึ่งที่ผมพยายามตรวจสอบ ดูบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ จริงอยู่ครับผู้ร่างได้พยายามที่จะใช้รัฐธรรมนูญ มาตรานี้ช่วยในการที่จะสร้างความชอบธรรมในการที่จะยกร่างกฎหมายขึ้นมา แต่ข้อห่วงใยผม ผมอยากจะให้ท่านกรรมาธิการได้ไปตรวจสอบรัฐธรรมนูญในมาตรานี้คือ มาตรา ๑๓๕ วรรคสาม ไม่ใช่วรรคสอง วรรคสามเขียนไว้ชัดเจนนะครับ ผมก็พยายามดู ตัวบทที่ท่านร่างมาทั้ง ๓ ร่าง ถ้าไม่มีลักษณะบทมาตราที่เขียนล้อเลียนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ วรรคสาม ผมเกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญได้ ท่านประธานครับ วรรคสาม ก่อนดําเนินการใด ๆ ท่านประธานต้องส่งให้ผู้บังคับบัญชา สูงสุดเขานะครับ นั่นหมายความว่าแจ้งให้รัฐมนตรีซึ่งบังคับบัญชาหรือกํากับดูแล หน่วยงานที่บุคคลนั้นสังกัดทราบและมีคําสั่งให้บุคคลนั้นดําเนินการตามวรรคสอง เว้นแต่ เปึนเหตุการณ์ เช่น เรื่องของผลประโยชน์สําคัญ ความปลอดภัยของแผ่นดินหรือเปึน ภัยพิบัติ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าในร่างของคณะกรรมาธิการน่าจะมีบทบัญญัติตรงนี้ สอดแทรกเข้าไปไม่อย่างนั้นจะเปึนปัญหาว่าเราปฏิบัติขัดและแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ รัฐธรรมนูญบอกว่าต้องทําอย่างนี้ แต่ท่านบอกท่านเอามาสอบและส่งเลย และกล่าวหา เขาผิดเลย ซึ่งอันนี้ผมก็ห่วงใยในฐานะที่เราจะใช้กฎหมายฉบับนี้เปึนเครื่องมือ ในการทํางานของเรา

ท่านประธานครับ ประการสุดท้ายครับ เรื่องของความซ้ําซ้อนถึงแม้เราจะมี ระเบียบหรือประกาศภายในของเราเรื่องการพิจารณาสืบสวนสอบสวน เรื่องที่มี ความซ้ําซ้อนกันก็เปึนที่หนักใจของผู้มาชี้แจง ต้องตระเวนชี้แจงห้องต่อห้อง ๆ อันนี้ก็เปึน สิ่งที่อาจจะต้องมีบทบัญญัติหรือมีข้อสังเกตใด ๆ ที่จะต้องเน้นย้ําให้ว่าในฐานะฝ์ายเรา เราก็ต้องดูตัวเราด้วยไม่ใช่ดูแต่ฝ์ายที่มาชี้แจงอย่างเดียว ผมค่อนข้างจะชื่นชอบ ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผม ท่านได้ยกประเด็นเรื่องของประธานคณะกรรมาธิการ โดยอ้างหลักสากลว่ารัฐมนตรีที่มาจากพรรคใด คณะกรรมาธิการไม่ควรเปึนสมาชิกพรรคนั้น เปึนประธานคณะกรรมาธิการ แต่เมืองไทยเราทําตรงกันข้าม ผมเพิ่งได้ยิน ผมมีความสุข มากในถ้อยคําที่ท่านอภิปรายมา ท่านประธานครับ เมื่อไรล่ะครับ เราจะช่วยกันทํา อะไรล่ะครับที่จะทําให้เราทําอย่างนั้นได้ ก็ฝากท่านประธานเปึนประการสุดท้าย ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้นําเรียนไปผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์กับท่านกรรมาธิการ ที่จะไปพิจารณาปรับแก้ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ สอดคล้องกับ ความเปึนจริงและสิ่งที่จะนําสู่การปฏิบัติได้ เพื่องานของคณะกรรมาธิการ ด้วยความขอบคุณ ผมยินดีที่จะให้การสนับสนุนและรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมีความรู้สึกเห็นในความจําเปึน เห็นด้วย แล้วก็อยากสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ฉบับนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดมีความหนักใจในทางปฏิบัติในหลาย ๆ ประเด็น เหมือนที่ท่านสมาชิกก็ได้มีการอภิปรายไปแล้ว ส่วนที่ผมเห็นด้วยก็คือท่านประธานครับ ขณะนี้สัมพันธภาพระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราในห้องนี้กับข้าราชการดูจะ เหินห่างขาดการโยงใยกันไปแทบจะโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะผล ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ กับมาตรา ๒๖๖ แต่เดิมเรามีสมาชิกในห้องนี้ส่วนหนึ่ง ไปเปึนรัฐมนตรี ส่วนหนึ่งอาจจะไปเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรี เปึนเลขานุการรัฐมนตรี เปึนกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ส่วนใหญ่สมาชิกเรามีส่วนที่จะสัมผัสกับข้าราชการอยู่ ค่อนข้างจํานวนมาก แต่หลังจากที่มีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ เข้ามา วันนี้สมาชิก ในสภาเราที่มีสิทธิมีส่วนไปสัมผัสกับข้าราชการในทางบริหารก็มีเฉพาะท่านผู้ที่ไปเปึน รัฐมนตรีเท่านั้น แต่สําหรับผู้ที่ทําหน้าที่ในสภานิติบัญญัติอย่างพวกเรา ณ ขณะนี้ ด้วยข้อจํากัดของมาตรา ๒๖๖ ซึ่งไปใช้คําว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไม่ใช้สถานะ หรือตําแหน่งการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปก้าวก่ายหรือแทรกแซง คําว่า ก้าวก่าย หรือแทรกแซง ยากเหลือเกินกับการตีความ แต่ก็มีต่อว่าเพื่อประโยชน์ของตนเองและของ ผู้อื่น คําว่า ของผู้อื่น ก็ทําให้เกิดการตีความว่าบางครั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราที่จะ ไปทําอะไรเพื่อประชาชนของเราเองแท้ ๆ กลับถูกตีความว่าประชาชนเหล่านั้นคือผู้อื่น ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรานี้ แล้วก็แถมต่อด้วยคําว่า ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดย ทางอ้อม เพราะฉะนั้นในฐานะสมาชิกฝ์ายนิติบัญญัติ ณ ขณะนี้ยากเหลือเกินที่เราจะไป ประสานงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน หรือประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของเราที่เกี่ยวข้องอยู่กับเราโดยตรง บทบาทช่องทางเดียวที่เหลืออยู่ ณ ขณะนี้คือช่องทาง ของคณะกรรมาธิการเท่านั้นละครับ ช่องทางของคณะกรรมาธิการที่จะไม่ถูกตีความว่าไป ก้าวก่าย ไปแทรกแซง และไม่ถูกตีความในสถานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราเหลือ ช่องทางเดียวแท้ ๆ แต่การเรียกข้าราชการมาพบปะเพื่อขอข้อมูล เพื่อมาชี้แจง เพื่อมาศึกษา หรือฝากปัญหาของประชาชนเหล่านี้ ข้าราชการจํานวนหนึ่งก็ให้ ความสําคัญ แต่ต้องยอมรับว่ามีข้าราชการอีกจํานวนหนึ่งที่ไม่สู้ที่จะให้ความสําคัญกับ การที่จะต้องมาพบปะกับคณะกรรมาธิการ ดูเหมือนเปึนเรื่องน่าเบื่อหน่าย ดูเหมือน เปึนเรื่องเหนื่อยยาก และบางคนก็แทบจะไม่ให้ความสําคัญไปเลย มีเพียงคณะกรรมาธิการคณะเดียวเท่านั้นละครับที่ข้าราชการต้องให้ความสําคัญ อย่างเข้มงวดก็คือคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่าย ซึ่งจะเห็นว่า แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะกําหนดเงื่อนไขว่าอย่างไรข้าราชการเขาก็ไม่เคยบิดพลิ้ว เขาก็ไม่เคยขาดประชุมเพราะเขามีประโยชน์ในการที่จะได้เม็ดเงินงบประมาณโดยตรง แต่สําหรับในคณะกรรมาธิการทั้งหลายนี่ล่ะครับ เราจะเห็นว่าระยะหลัง ๆ การเรียกอธิบดี มีตัวแทนเพียงแค่ข้าราชการระดับ ซี ๗ ซี ๘ ที่มาพบปะกับเรา ไม่ใช่หมายถึงว่า ข้าราชการระดับ ซี ๗ ซี ๘ ไม่มีความสําคัญ แต่บางเรื่องเราก็อยากที่จะให้ผู้ที่มีหน้าที่ ในเรื่องทางการนโยบาย แล้วก็ที่จะรับฟังบางอย่างไปปฏิบัติได้อย่างจริง ๆ ข้อนี้ เปึนข้อขัดข้องของคณะกรรมาธิการจริง ๆ ที่เปึนอยู่ ณ ขณะนี้ รวมทั้งมีข้าราชการ อีกจํานวนหนึ่งที่ถือในสถานะของตนเอง เราเรียกเขากี่ครั้ง ๆ เขาจะไม่เคยมาเลย ในบางตําแหน่ง เช่น ตําแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผมไม่เคยเห็น คณะกรรมาธิการคณะไหนที่สามารถเรียกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมาพบกับ คณะกรรมาธิการได้เลย และอีกหลาย ๆ ตําแหน่งเช่นนี้ที่ไม่สู้จะให้ความสําคัญ ของฝ์ายนิติบัญญัติเท่าไร ท่านประธานครับ โยงใยทางเดียวที่สภานี้เหลืออยู่ โยงใย อันเดียวที่สมาชิกในห้องนิติบัญญัติที่ไม่ได้ไปเปึนฝ์ายบริหารเหลืออยู่คือช่องทาง คณะกรรมาธิการเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่ผมพูดว่า ผมหนักใจในทางปฏิบัติก็คือว่า วันนี้เรามีคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรประมาณ ๓๕ คณะ และเรายังมีของ วุฒิสภาอีกประมาณ ๒๐ กว่าคณะ รวม ๆ แล้วตกไปประมาณ ๖๐ คณะ บางครั้งที่มี กระแสประเด็นสําคัญเกิดขึ้นในสังคมในบางเรื่อง คณะกรรมาธิการเกือบทุกคณะต่างฝ์าย ต่างรุมเรียกเอามาศึกษา ยกประเด็นนี้มาศึกษา แล้วก็เรียกข้าราชการที่มาชี้แจง ข้าราชการบางตําแหน่งหน้าที่แทบจะต้องมาอยู่ที่สภาเปึนประจําเลย ออกจากห้องนี้ เข้าห้องโน้นเปึนประจํา สิ่งเหล่านี้ก็เปึนปัญหาสําคัญสําหรับข้าราชการดี ๆ ที่มีความตั้งใจจะมาชี้แจง จะมาพบปะฝ์ายนิติบัญญัติ แต่บางเรื่องก็เกินวิสัยที่เขาจะปฏิบัติได้จริง ๆ ผมก็เลยขอฝาก ข้อเปึนห่วงเหล่านี้ไว้แก่คณะกรรมาธิการที่จะไปศึกษาแปรญัตติเรื่องนี้ว่าเราจะทําอย่างไร ให้เกิดความพอดี เราจะทําอย่างไรให้เกิดความเหมาะสม จะทําอย่างไรให้การปฏิบัติ ระหว่างฝ์ายนิติบัญญัติ ผู้ที่ไม่ได้ไปมีตําแหน่งหน้าที่ทางการเมืองสามารถทําหน้าที่ ของตนเองอย่างเต็มที่ได้ในสภา จะทําอย่างไรกรณีที่คณะกรรมาธิการจะไม่ไปเรียกใครมา ชี้แจงพร้อม ๆ กัน ๓-๔ คณะทีเดียว โดยจําเพาะไปที่ตัวบุคคลเดียว ตามที่สมาชิก บางท่านได้มีการอภิปรายแสดงความกังวลไปแล้ว ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้แก้ได้ถ้าเราให้ ความสําคัญโดยไปพิจารณาในชั้นวิสามัญและแปรญัตติสิ่งเหล่านี้มา แต่อย่างไรก็ตาม ผมฝากเพียงว่าขณะนี้ ส.ส. แทบจะไม่มีความหมายแล้ว ขณะนี้ข้าราชการแทบจะไม่ให้ ความสําคัญกับ ส.ส. เสียแล้ว เพราะเอะอะนิดหน่อยก็หวั่นเกรงว่าเปึนเรื่องแทรกแซง หรือเปล่า เอะอะไปติดต่ออะไรนิดหน่อยก็เปึนเรื่องก้าวก่ายหรือเปล่า ประโยชน์ ที่เพื่อประชาชนบางครั้งที่ไปติดต่อก็ไปตีความคําว่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่น ถึงแม้ไม่ใช่เรื่อง ของตนเอง แต่ประชาชนก็คือผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ละครับทําให้ฝ์ายนิติบัญญัติ ส.ส. ในสภาเรา ด้อยความหมายลงทุกวันด้วยข้าราชการจํานวนหนึ่ง ก็ยังเหลือช่องทางอย่างเดียว ที่จะต้องมีสภาพบังคับบ้าง ก็ฝากเพื่อนสมาชิกช่วยกันสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ แต่ว่าก็ขอฝากข้อสังเกตด้วยความระมัดระวังรอบคอบในการแปรญัตติด้วย ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ แล้วต่อด้วยท่านรังสิมานะครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ผมไม่มีอะไรมาก ขออนุญาตฝากไว้นิดเดียวครับ ด้วยความเปึนห่วงเรื่องตัวบทกฎหมายที่อยากจะฝากท่านกรรมาธิการที่จะเข้าไปมี ตําแหน่งแล้วก็พิจารณาในเรื่องนี้ เพราะเปึนห่วงว่าในเรื่องของตัวบทกฎหมายที่จะ ดําเนินการกันต่อ ทั้งฝ์ายผู้ที่จะมาชี้แจงและฝ์ายเรา แน่นอน มันมีผลกระทบแน่นอน เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องละเอียดและรอบคอบ ส่วนในหลักการเห็นชอบด้วยทุกประการครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรังสิมาครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันก็เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของ คณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... แต่ดิฉันก็เปึนห่วงว่าการที่เรียก หน่วยงานต่าง ๆ ข้าราชการมาชี้แจง เวลาเขาไม่มาเราเอาความผิดเขา แต่ถ้าเกิดสมมุติว่า เราจะเรียกประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มาชี้แจงในชั้นกรรมาธิการ อย่างเช่น ดิฉัน อยู่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ดิฉันก็อยากจะเรียกประธานมาชี้แจง ว่าประธานเอาสตางค์ไปใช้อะไรบ้าง ดิฉันก็มีสิทธิ เพราะคณะกรรมาธิการดิฉันมีสิทธิ ติดตามงบว่าท่านเอางบไปใช้ถูกต้องหรือไม่ เหลือแล้วเอาไปใช้อะไร แล้วแต่ละที่ ไปใช้เท่าไร มีใบเสร็จไหม อะไรอย่างนี้ ขนาดดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณ ดิฉันยังสอบท่านประธานเจริญ จรรย์โกมล เลย ในฐานะที่เปึนประธานคณะ ดิฉัน เพราะฉะนั้นดิฉันก็เสนอว่าควรที่จะตรวจสอบประธานทุกคณะก่อน เพื่อความโปร่งใส และดิฉันก็คิดว่ารัฐบาลชุดนี้ใจปุิานะคะ เพราะปกติแล้วจะไม่เคยมีเลย ในประวัติศาสตร์ว่ารัฐบาลจะให้ออกกฎหมายเรียกรัฐมนตรี เรียกนายกรัฐมนตรีมาชี้แจง แต่ดิฉันก็เปึนห่วงพอเวลาเรียกหน่วยงานอื่นมา ไม่มาชี้แจง ท่านเอาผิดเขา แต่ถ้าคณะกรรมาธิการเรียกประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ไม่มา หรือว่ารองประธานคณะกรรมาธิการไม่มา จะมีความผิดไหม อันนี้ต้องเอาผิดให้หนักด้วยซ้ําไป ดิฉันต้องฝากคณะกรรมาธิการนะคะ ว่าถ้าประธานในสภาเอง บ้านตัวเองยังไม่ดีจะไปโทษคนอื่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องมีความผิดหนักกว่าคนอื่น ดิฉันก็จะฝากเอาไว้ ถ้าดิฉันเปึนกรรมาธิการ ดิฉันก็จะไปต่อสู้ในชั้นคณะกรรมาธิการด้วยนะคะว่าถ้าเรียกประธานไม่มาก็ต้องผิด เหมือนกัน ประธานไม่มีอภิสิทธิ์อะไรทั้งนั้นนะคะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ดิฉันเรียกไปแล้ว เรียกคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณมาชี้แจงแล้ว ต่อไปจะเรียก ประธานสภานะคะ คิวต่อไปค่ะ แล้วก็รองประธานไม่ต้องยิ้ม เรียกแน่นอนค่ะ บอกไว้ก่อน แล้วก็ประธานคณะกรรมาธิการทุกคณะ ดิฉันคิดว่าถ้าประธานไม่ผิด ประธานไม่ต้องกลัว แต่ถ้าท่านประธานไม่มา ตามนี้เป็ะเลย ดิฉันไม่ยอมแน่นอนนะคะ เพราะฉะนั้น ให้มันรู้ไป เมื่อออกกฎหมายแล้วนี้จะเอาผิดคนอื่น แต่ไม่เอาผิดพวกเดียวกันไม่ได้เด็ดขาด และดิฉันก็เปึนห่วงว่าเวลาเรียกบางคนเขาก็ไม่อยากมาหรอกค่ะ เพราะว่าอะไรรู้ไหมคะ วัน ๆ ข้าราชการไม่ต้องทําอะไรเลย เวลามีเหตุการณ์อะไรที่ดัง ๆ เหตุการณ์อะไรที่เปึน ข่าวครึกโครมนี้ ทุกคณะเรียกหมดเลย วัน ๆ หนึ่งวิ่งตอบได้ไม่ถูกเลย พอถึงคิวเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาก็คณะนี้ ๑๐.๐๐ นาฬิกาก็อีกคณะหนึ่ง ๑๐.๐๐ นาฬิกาก็วุฒิสภาอีก แล้วเขาจะแยกตัวไปตรงไหนได้นะคะ เพราะฉะนั้นเราเอาผิดเขาไม่ได้ด้วย เพราะว่า เรียกทุกคณะเลย ส.ส. ๓๕ คณะ ส.ว. อีกกี่คณะ อีก ๒๑ คณะ เปึนเท่าไร ๕๖ คณะ สมมุติว่าวันพุธประชุม ๓๐ คณะ เกิดเรียกพร้อมกัน ๓๐ คณะ จะทําอย่างไรใช่ไหมคะ ท่านต้องดูด้วยนะคะ คือเราเรียกเขานี้เราต้องให้ความเปึนธรรมข้าราชการด้วย วัน ๆ ไม่ต้องทํางาน เอาสํานักงานมาตั้งที่นี่เลยดีกว่า ดิฉันยังบอกเขาเลยว่าคุณนี่ ดิฉัน เห็นทุกวันเลย ไปคณะไหนคุณก็ไปนั่งหน้าห้องนั้น เพราะฉะนั้นงานหลวงคุณไม่ได้ทํา แต่ไม่มาชี้แจงก็ไม่ได้อีก พอส่งตัวแทนไล่กลับอีก แต่บางคนรัฐมนตรีก็แย่จริง ๆ อีก เรียกเท่าไรก็ไม่เคยมาเลย ดื้อมากเลย เพราะฉะนั้นต้องเอาเรื่องให้ได้นะคะ ก็เห็นด้วยว่า ต้องเอาความผิดให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วต่อไปสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่มีความหมายนะคะ

อีกประการหนึ่งที่ดิฉันต้องฝาก ถ้าเรียกมาแล้ว คนที่จะซักควรที่จะเปึน กรรมาธิการนะคะ เปึนประธานหรือไม่ก็เปึนกรรมาธิการ ไม่ใช่ให้ที่ปรึกษาไปขู่ตะคอกเขา อย่างนี้ไม่ได้ ดิฉันเห็นแล้วดิฉันเคยเปึนข้าราชการนี้ เขามีศักดิ์ศรีนะคะ เราต้องให้เกียรติเขา พูดกับเขาดี ๆ ไม่ใช่ไปทุบโต๊ะแล้วก็ไปขู่ไปชี้หน้าเขาอะไรอย่างนี้ ดิฉันก็ไม่เห็นด้วย ถ้าดิฉันอยู่ ดิฉันก็จะทุบโต๊ะเหมือนกัน ทุบโต๊ะด่าพวกเรากันเองว่ามันไม่ถูก เราเรียกเขามาแล้ว เราต้องการข้อมูลอะไรเราก็พูดกับเขาไป ไม่ใช่เรียกเขามาแล้วมาข่มขู่ ข่มขู่แล้วมารีดอะไรอย่างนี้ ไม่ให้อะไรจะมาทุบหัวอะไรอย่างนี้ ไม่ได้เด็ดขาด ดิฉัน ก็ไม่ยอม ต้องตรงไปตรงมา เมื่อเราต้องการความถูกต้อง เราก็ต้องให้ความถูกต้องกับเขา เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากนะคะว่าถ้าเรียกพร้อมกันหลาย ๆ คณะ ท่านจะให้ เขาไปชี้แจงคณะไหน เพราะว่าถ้าชี้แจงทุกคณะนี้มันไม่ไหวหรอกค่ะ แต่ถ้าตรวจสอบ ติดตามการบริหารงบประมาณ ท่านเจริญ จรรย์โกมล หรือว่า ป.ป.ช. นี้ ท่านวิลาศ ดิฉัน ก็คิดว่า ๒ คณะนี้ก็ต้องมาตกลงกันว่าจะเอาคณะไหนแน่ เพราะไม่อย่างนั้น ถ้าเรียก ทั้ง ๒ คณะนี้มันก็ไม่ไหว แล้วก็อยากจะทราบว่าท่านเจริญกับท่านวิลาศนี้ ถ้าเรียก ประธาน ๓ ท่านนี้ ประธานชัย ชิดชอบ ท่านชัยคะอยู่ในห้องรับฟังด้วยนะคะ แล้วก็ ท่านรองประธานทั้ง ๒ ท่าน ท่านจะกล้าสอบไหม ประธานทั้ง ๒ คณะนี้ ดิฉันถามก่อน ต้องกล้านะคะ ไม่กล้าไม่ได้นะคะ เพราะถ้าท่านไม่กล้า คณะอื่นเขาก็ไม่มาได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ด้วยนะคะตรงนี้ ขอบคุณค่ะ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

ท่านประธานคะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรครับ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากดิฉันได้ฟังเพื่อน ๆ สมาชิกได้อภิปรายมาพอสมควรแล้ว ความคิดเห็นก็ไปในทางเดียวกันนะคะ หรือว่าท่านสมาชิกท่านอื่นยังมีข้อคิดเห็นประการใด ที่แตกต่างก็สามารถแนะนําได้ในชั้นของคณะกรรมาธิการค่ะ เพราะว่าดิฉันค่อนข้างที่จะ เปึนห่วงร่างพระราชบัญญัติที่รออยู่ก็คือการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉัน อยากจะให้ความสําคัญของกฎหมายที่รออยู่นอกจากฉบับนี้ แล้วยังมีฉบับอื่น ๆ อีก จึงอยากจะขอเสนอท่านประธานป่ดการอภิปรายค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้เสนอป่ดอภิปรายครับ มีผู้รับรองครบถ้วน ท่านสมาชิกท่านอื่นความเห็นเปึนอย่างอื่น ไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมเห็นสมควรป่ดการอภิปรายเพื่อจะได้ลงมตินะครับ เพราะว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เปึนร่างพระราชบัญญัติที่ประธานคณะกรรมาธิการ ทั้ง ๓๕ คณะจากทุกพรรคมีส่วนร่วมในการยกร่าง ก็เรียนท่านรังสิมานะครับ กฎหมายที่ดี ก็ต้องไม่เลือกปฏิบัติ เสมอภาคและเปึนธรรมนะครับ ก็ไม่ต้องห่วง ก็เรียกได้หมดนะครับ รวมทั้งตัวกรรมาธิการเองด้วยนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมจะขอถามมติว่าท่านจะรับ หลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไหม ก่อนจะถามมติขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ

(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้ว กรุณากดปุ์มแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณากดปุ์มแสดงตนด้วยครับ กดปุ์ม แสดงตนทุกท่านหรือยังครับ แสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ มีจํานวนสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๔๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมขอถามมติที่ประชุม ท่านสมาชิกท่านใดเห็นสมควรรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วย กดปุ์มไม่เห็นด้วยนะครับ ท่านใดงดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ลงมติครบทุกท่านแล้วนะครับ ป่ดการลงมติ ขอทราบผลครับ มีจํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๕๔ ท่าน เห็นสมควรรับหลักการ ๓๓๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ ท่าน ก็เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับ

ขอเชิญท่านสมาชิกเสนอกรรมาธิการครับ เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ คนครับ โดยใช้ร่างของท่านอาจารย์ทิวา เงินยวง เปึนหลักครับ ท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มี ก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๖ ท่าน ใช้ร่างของท่านทิวา เงินยวง เปึนหลัก ในการพิจารณา จะมีสัดส่วนดังนี้นะครับ ของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน พรรคมาตุภูมิและพรรคประชาราช ๑ ท่าน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีครับ

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่านครับ ๑. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ๒. นายวิศิษฏ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ๓. นายดล บุนนาค ๔. นายวิชช์ จีระแพทย์ ๕. นางกิตติมา อังกินันทน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่านครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. ... มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ๑. นายศักดา คงเพชร ๒. นายประชา ประสพดี ๓. นายอิทธิเดช แก้วหลวง ๔. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๕. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ๖. นายเจริญ จรรย์โกมล ๗. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ๘. นายพ้อง ชีวานันท์ ๙. นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ๑๐. ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี ๑๑. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๑๒. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองครบถ้วนครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่านครับ

นางพจนารถ แก้วผลึก ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พจนารถ แก้วผลึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ในสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน ดังนี้ ๑. นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ๒. นายวิรัช ร่มเย็น ๓. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๔. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ๕. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๖. นางอานิก อัมระนันทน์ ๗. นายแพทย์ปรีชา มุสิกุล ๘. นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ๙. นายวัชระ เพชรทอง ๑๐. นายธานี เทือกสุบรรณ ๑๑. นายธีรชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบถ้วนครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ กรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ประกอบด้วย ๑. นายปัญญา ศรีปัญญา ๒. นายเฉลิมชาติ การุญ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบถ้วนครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ

นายนรพล ตันติมนตรี เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อแผ่นดิน จํานวน ๒ ท่าน คือ ๑. นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ๒. นายคงกฤช หงษ์วิไล ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบถ้วนครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน เชิญครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน คือ ๑. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และ ๒. นายนิโรธ สุนทรเลขา ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบถ้วนครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน เชิญครับ

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... จํานวน ๑ ท่าน ในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคกิจสังคม คือ นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบถ้วนครับ ต่อไปพรรคมาตุภูมิ พรรคประชาราช ๑ ท่าน เชิญครับ

นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาราช ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... จํานวน ๑ ท่าน คือ นายสรวงศ์ เทียนทอง ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบถ้วนนะครับ ก็เปึนอันเสนอทั้งหมด ๓๖ ท่านครบถ้วน มีจะเปลี่ยนแปลง แก้ไขไหมครับ เชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพคะ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ของพรรคเพื่อไทย เปลี่ยนจาก นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ เปึน นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เปลี่ยนท่านเดียวนะครับ มีเปลี่ยนอีกไหมครับ ไม่มีเปลี่ยนแล้ว เชิญท่านเลขาธิการ อ่านครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ๑. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ๒. นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ๓. นายดล บุนนาค ๔. นายวิชช์ จีระแพทย์ ๕. นางกิตติมา อังกินันทน์ ๖. นายศักดา คงเพชร ๗. นายประชา ประสพดี ๘. นายอิทธิเดช แก้วหลวง ๙. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๑๐. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ๑๑. นายเจริญ จรรย์โกมล ๑๒. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ๑๓. นายพ้อง ชีวานันท์ ๑๔. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ๑๕. ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี ๑๖. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๑๗. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๑๘. นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ๑๙. นายวิรัช ร่มเย็น ๒๐. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๒๑. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ๒๒. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๒๓. นางอานิก อัมระนันทน์ ๒๔. นายปรีชา มุสิกุล ๒๕. นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ๒๖. นายวัชระ เพชรทอง ๒๗. นายธานี เทือกสุบรรณ ๒๘. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๒๙. นายปัญญา ศรีปัญญา ๓๐. นายเฉลิมชาติ การุญ ๓๑. นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ๓๒. นายคงกฤช หงษ์วิไล ๓๓. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๓๔. นายนิโรธ สุนทรเลขา ๓๕. นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ และ ๓๖. นายสรวงศ์ เทียนทอง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กําหนดแปรญัตติ เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอการแปรญัตติ ๗ วัน ตามข้อบังคับครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับ มีผู้รับรองถูกต้อง ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากเรื่องนี้คิดว่าคงเปึนเรื่องที่น่าจะต้อง มีการประชุมโดยเร่งด่วนนะครับ นัดประชุมตามปกติก็คงไม่ทัน และไม่เปึนไปตาม ข้อบังคับ ก็เลยใช้อํานาจประธาน ขอเชิญท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ ประชุมนัดแรกวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ส่วนห้องประชุมก็จะได้แจ้งประสานให้ทราบต่อไปครับ เปึนอันจบเรื่องที่เลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อนเรื่องที่ ๑

ต่อไปเปึนเรื่องที่เราเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนเปึนเรื่องที่ ๒ นะครับ ร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ก็เนื่องจากว่ามีร่างพระราชบัญญัติทํานองเดียวกันอีก ๕ ฉบับ คือ

ร่างพระราชบัญญัติสํานักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... (คุณนิพนธ์ บุญญามณี กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... (คุณแวมาฮาดี แวดาโอะ กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... (คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... (คุณรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท กับคณะ เปึนผู้เสนอ) และ

ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. .... (คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

ซึ่งผมเห็นว่าเปึนเรื่องในทํานองเดียวกัน มีหลักการทํานองเดียวกันก็น่าจะ มารวมพิจารณา

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มี ท่านใดขัดข้องนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบก็จะได้ดําเนินการต่อไป

เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ผมขอ หารือครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์มีอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย เนื่องจากว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญแล้วก็เกี่ยวข้องกับ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็เปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินด้วยต้องใช้เวลามาก แล้วพรุ่งนี้เราก็ต้องเริ่มประชุมร่วม ๐๙.๓๐ นาฬิกา ผมคิดว่าเราใช้เวลามามากพอสมควรแล้ว ผมขอเสนอป่ดการประชุมครับ ขอผู้รับรองครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์เอาอย่างนี้ไหมครับ ผมขอความกรุณา ท่านประธานก็จะดูถ้าเห็นว่า มีผู้ประสงค์จะอภิปรายกันมาก การอภิปรายยืดเยื้อเดี๋ยวเราก็ให้แถลงหลักการ เหตุผล ให้ครบทุกร่างแล้วดูตัวผู้อภิปราย ถ้าอภิปรายกันมากเราก็อาจจะเลื่อนอภิปรายต่อไป ในสัปดาห์หน้าก็ได้ หรือถ้าเห็นว่าฟังแล้วไม่มีใครติดใจอะไรมากมาย โหวตได้ก็จะโหวต ขอให้เปึนดุลยพินิจของท่านประธานแล้วกันนะครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ ไม่ต้องเสนอแล้ว นะครับ ถอนเถอะครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับผมหารือ พอดี ใจผมคิดแบบนั้นครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อสักครู่ท่านหารือเฉย ๆ ท่านไม่ได้เสนอเปึนญัตติ ท่านไม่ติดใจ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี ขอหารือ คือว่าไม่ใช่อยู่ ๆ กําลังอภิปรายแล้วจะป่ดเหมือนท่านประธาน เมื่อสักครู่ไม่ได้นะคะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ละครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

เมื่อสักครู่นี้ทีหนึ่งแล้ว อยู่ ๆ จะป่ดเฉยเลย แล้วตอนนี้สังคมเขาก็ยิ่งด่าสภาผู้แทนราษฎรอยู่ว่าขี้เกียจ แล้วไม่ทํางาน เวลามีเยอะ ๆ อย่างนี้ท่านไม่ยอมให้อภิปรายจะได้ผ่านกฎหมายอันนี้ไป มันจําเปึนอย่าเพิ่งป่ดก่อนนะคะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งเถอะครับ ให้คณะรัฐมนตรีได้แถลงหลักการ เหตุผล เชิญครับ

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ในนามของรัฐบาล รัฐบาลขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้

เหตุผล โดยที่สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนและการพัฒนาประเทศ จึงสมควรกําหนดให้มีหน่วยงานปฏิบัติงานหลักเพื่อดําเนินการบูรณาการเกี่ยวกับ การพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เปึนระบบ มีเอกภาพ และเกิดประสิทธิภาพทั้งในเรื่องนโยบาย ยุทธศาสตร์ การบังคับบัญชา การปฏิบัติ อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานครับ ส่วนในรายละเอียดว่าด้วยการจัดองค์กร โครงสร้าง ขององค์กร การบริหารองค์กร ยุทธศาสตร์และการกําหนดนโยบาย รวมทั้งการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชน รายละเอียดจะปรากฏอยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามหลังจากรัฐบาลได้รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกต จากเพื่อนสมาชิก กระผมในนามของรัฐบาลจะขออนุญาตชี้แจงผ่านท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิกอีกรอบหนึ่งครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้เสนอร่างต่อไปครับ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี กับคณะ เชิญท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ขออนุญาตเสนอร่างพระราชบัญญัติสํานักงาน บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ซึ่งผมได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ไว้ตั้งแต่ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเปึนกฎหมายฉบับแรกที่ได้ยื่นเสนอต่อสภาแห่งนี้ ในช่วงที่สภาแห่งนี้ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน แล้วรัฐบาลก็ได้ให้คํารับรองกฎหมาย ฉบับนี้ เนื่องด้วยกฎหมายฉบับนี้เปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวข้องกับการเงิน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ซึ่งบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติสํานักงานบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้

หลักการ ให้มีกฎหมายบริหารราชการเพื่อสร้างสันติสุขและพัฒนา เศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เหตุผล สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาทั้งด้าน ความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคม โดยมีปัญหาความมั่นคงเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง และต่อเนื่อง ประชาชนขาดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินซึ่งเปึนผลกระทบต่อภาวะ เศรษฐกิจและการครองชีพของประชาชนเปึนอย่างมาก และนับวันทวีความรุนแรงมาก ยิ่งขึ้น การแก้ไขปัญหาการบริหารของหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ ไม่ว่าทหาร ตํารวจ ข้าราชการพลเรือนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัฐขาดความเปึนเอกภาพ ต่างหน่วยต่างทํา ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งต้องปรับปรุงการบริหารราชการ ชายแดนภาคใต้เสียใหม่อย่างเร่งด่วนเพื่อให้มีเอกภาพในการทํางานและให้ประชาชนทุกคน ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และตั้งเปัาหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีงานทําและประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข จึงจําเปึนต้อง ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้

ผมขออนุญาตกราบเรียนเหตุผลสั้น ๆ เพิ่มเติมกับท่านประธานครับว่า อย่างที่ผมกราบเรียนเบื้องต้นแล้วว่าในช่วงที่ผมเสนอกฎหมาย ผมและคณะได้เสนอ กฎหมายดังกล่าวนี้ เสนอตั้งแต่วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๑ ซึ่งช่วงนั้นท่านประธาน จะสังเกตได้ว่าเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้มีความรุนแรงและมี ความกระทบต่อความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเปึนอย่างยิ่ง และบัดนี้แม้ว่ารัฐบาลจะมีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภาคใต้ให้ดีขึ้น ตามลําดับ แต่ว่าองค์กรที่จะเข้ามาดูแลปัญหาภาคใต้นั้นผมคิดว่าวันนี้เราถึงเวลา ที่จะต้องให้มีองค์กรหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยด้านการพัฒนานี้เปึน ๒ หน่วย ที่อยู่ในพื้นที่ และทั้ง ๒ หน่วยหลักนี้ผมคิดว่าวันนี้เรามีความเห็นตรงกันครับว่าจะต้อง ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งในความมั่นคงนั้น พระราชบัญญัติความมั่นคงก็กําหนดให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนผู้อํานวยการ กอ.รมน. อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเราจะมี ร่างพระราชบัญญัติสํานักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วก็ให้ ท่านนายกรัฐมนตรีมาเปึนผู้กํากับก็จะสามารถสอดคล้องกันทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานด้านการพัฒนา ผมคิดว่าในหลักการได้ศึกษาทุกฉบับแล้ว เพื่อนสมาชิก ในสภานี้ค่อนข้างที่จะเห็นสอดคล้องต้องกันว่าบัดนี้มีความจําเปึนจะต้องมีหน่วยงาน ขึ้นมารับผิดชอบโดยเฉพาะ แต่ว่าในร่างของผมกับคณะ ท่านประธานครับ ค่อนข้างจะมี ความกังวลในเรื่องการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นในร่างของผมนั้นค่อนข้างจะบัญญัติไว้ชัดเจนใน (๖) ของมาตรา ๖ ในร่าง ฉบับของผมและคณะนั้น สิ่งที่เราอยากจะให้กฎหมายฉบับนี้มีไว้ด้วยนี่ แล้วก็ในส่วนของ ร่างของรัฐบาลไม่มีอยู่ แต่ผมคิดว่าในชั้นกรรมาธิการคงจะได้พิจารณาร่วมกันก็คือว่า ให้อํานาจหน้าที่ขององค์กรนี้มีหน้าที่ในการดําเนินการให้มีการพัฒนาพื้นที่เปึนเขตพัฒนา พิเศษ โดยมีอํานาจกําหนดสิทธิประโยชน์อันควรส่งเสริมเปึนกรณีพิเศษแก่พื้นที่นั้น ๆ นี่คือสิ่งที่ต้องการให้เห็นว่าถ้าเราจะส่งเสริมให้มีการลงทุนให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัด ชายแดนทั้ง ๕ จังหวัดนั้น เราควรที่จะมีสิทธิให้องค์กรนี้หรือหน่วยงานนี้ท่านประธานครับ มีอํานาจที่จะไปส่งเสริมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อจูงใจให้นักลงทุนที่จะมาลงทุนในพื้นที่ ให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าว ถ้าใครมาลงทุนมีสิทธิพิเศษจูงใจมากกว่าเขตอื่น เพราะถ้าเรา ไม่สามารถกําหนดสิ่งจูงใจ เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ํา หรือที่เรียกกันว่า ซอฟท์โลน (Soft loan) แล้วนี่ ก็จะมีความจูงใจน้อยครับ เขาเลือกที่จะไปอยู่ในพื้นที่อื่น เพราะไม่ต้องเสี่ยงต่อ ภัยอันตราย เพราะฉะนั้นถ้าเรามีสิ่งจูงใจให้มีการลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานก็ดี เรื่องแรงงานก็ดี ถ้าเรามีสิ่งจูงใจเหล่านี้เกิดขึ้นในพื้นที่ก็จะสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุน เข้าไปอยู่ในพื้นที่มากขึ้น เมื่อมีการลงทุนในพื้นที่ก็มีการจ้างงาน ทําให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่มีงานทํา มีรายได้ แก้ปัญหาความยากจน นี่คือสิ่งที่เราอยากจะชี้ให้เห็นว่า ข้อแตกต่างของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งได้เปรียบเทียบกับร่างใกล้เคียงกันแล้วก็ คิดว่าสิ่งนี้เปึนสิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ไว้ แล้วก็ในชั้นกรรมาธิการคงจะได้ พิจารณา ส่วนเรื่องอื่นนั้นผมคิดว่าผมคงจะไปเสนอในชั้นกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ขอกราบเรียนด้วยความเคารพครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ร่างพระราชบัญญัติต่อไป ท่านแวมาฮาดี แวดาโอะ กับคณะ เปึนผู้เสนอ เชิญท่านแวมาฮาดี

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดินครับ ผมเปึนผู้หนึ่งครับที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ซึ่งหลักการและเหตุผลก็มีดังนี้ครับ

หลักการ ก็คือให้มีกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ....

เหตุผล ก็คือโดยที่สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ จําเปึนต้องบูรณาการการดําเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทุกรูปแบบ รวมทั้งการให้มีองค์กรที่เปึนอิสระและเปึนกลางในการติดตามตรวจสอบ เสนอแนะ และให้คําปรึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เปึนรูปธรรม ดังนั้นเพื่อให้มีเอกภาพ และประสิทธิภาพทั้งในเรื่องนโยบาย ยุทธศาสตร์ การบังคับบัญชา การปฏิบัติและติดตาม ตรวจสอบอันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาบรรลุตามเปัาหมายในอันที่จะให้ จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความเรียบร้อย จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ

ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าในช่วงที่จะพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนั้น ผมลาไปทําฮัจญ์ จึงขออนุญาตจากท่านประธานใช้เวลานิดหนึ่งในการที่จะขยายความ แล้วก็ฝากประเด็นต่าง ๆ ที่ผมคิดว่ามีความสําคัญ แล้วก็มีความแตกต่างจากร่างอื่น ๆ ที่ได้เสนอ ๕ ร่างในวันนี้นะครับ ท่านประธานครับ โดยหลักการและเหตุผลนั้นก็คล้าย ๆ กับร่างฉบับอื่นครับ แต่ว่ามีส่วนที่แตกต่างอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันในฉบับที่ผมเสนอไป ก็คือ

อันที่ ๑ ให้มีสมัชชาประชาชนเปึนองค์กรที่เปึนอิสระ และเปึนกลางในการ ติดตามการตรวจสอบของฝ์ายบริหารในพื้นที่ ต้องมีการตรวจสอบงบประมาณ และตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ครับ

อันที่ ๒ ที่มีความแตกต่างจากร่างฉบับอื่นก็คือว่า เลขาธิการของ ศบ.ชต. หรือจะชื่อว่า ศอ.บต. ก็สุดแล้วแต่ ไม่จําเปึนต้องเปึนข้าราชการที่มาจากกระทรวงมหาดไทย

ในประเด็นที่ ๑ นั้นเกี่ยวกับสมัชชาประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เนื่องจากว่าที่ผ่านมาเรามีองค์กรเฉพาะที่แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนประจํา อยู่แล้ว แต่ปรากฏว่ามันก็ยังมีปัญหาในการตรวจสอบ เพราะฉะนั้นฉบับร่างที่ผมนําเสนอ ผมจึงเน้นในเรื่องของการตรวจสอบซึ่งเปึนองค์กรคู่ขนานกับ ศอ.บต. หรือ ศบ.ชต. เหตุผล มี ๔ ข้อด้วยกันที่ผมขออนุญาตใช้เวลานิดหนึ่งก็คือ

เหตุผลข้อที่ ๑ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๗ ที่ว่าด้วยแนวนโยบายด้าน การมีส่วนร่วมของประชาชน (๓) บอกว่าส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐทุกระดับ ในรูปแบบขององค์กร ทางวิชาชีพหรือตามสาขาวิชาที่หลากหลายหรือรูปแบบอื่น ๆ ก็แล้วแต่ครับ ซึ่งในเรื่องนี้ ก็ถือว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญก็สนับสนุนให้มีการตรวจสอบ ผมจึงเสนอให้มีสมัชชา ประชาชนเปึนองค์กรคู่ขนานกับ ศอ.บต. หรือ ศบ.ชต.

ส่วนเหตุผลข้อที่ ๒ นั้น เกี่ยวกับการตั้งสมัชชาสุขภาพนั้น เนื่องจากว่ามีมติ ในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติว่าด้วยข้อเสนอในการจัดรูปแบบการปกครองส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นแบบใหม่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ข้อ ๑.๒ บอกว่าจัดให้มีสมัชชาประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือสภาประชาชนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเปึนองค์กรที่ทําหน้าที่ในการดูแล ตรวจสอบบุคลากรและงบประมาณที่นําไปสู่จังหวัดและอําเภอ ตลอดจนหน่วยงาน ปกครองท้องถิ่นในทุกระดับ เนื่องจากว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกรณีพิเศษ หลาย ๆ อย่าง รวมทั้งเรื่องงบประมาณด้วย เราจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมามีการจัดงบประมาณ ลงในพื้นที่ภาคใต้นั้นเปึนกรณีพิเศษมากมายครับ แต่ปรากฏว่าการตรวจสอบในเรื่องของ การคอร์รัปชันนั้นไม่มีวิธีพิเศษ เพราะฉะนั้นในร่างฉบับนี้พวกเราก็เลยนําเสนอให้มีสมัชชา ประชาชนเพื่อทําหน้าที่เปึนองค์กรตรวจสอบที่มาจากพื้นที่จริง ๆ ครับ อันนั้น คือข้อที่ ๒ เหตุผลที่ต้องมีสมัชชาประชาชน

เหตุผลข้อที่ ๓ ผลจากการประชุมสัมมนาวิชาการของเครือข่ายรัฐศาสตร์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บอกว่า มีความจําเปึนหากร่าง ศอ.บต. หรือร่าง ศบ.ชต. เกิดขึ้นมีความจําเปึนต้องมีองค์กรตรวจสอบที่มาจากประชาชนเอง โดยการจัดตั้ง สภาประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มาจากการสรรหาจากบุคคลหรือจากการเลือกตั้ง กันเองโดยตรง พร้อมให้มีอํานาจในการที่จะตรวจสอบการทํางานของ ศอ.บต. หรือ ศบ.ชต. แล้วแต่ร่างไหนครับ อันนั้นคือเหตุผลข้อที่ ๓

เหตุผลข้อที่ ๔ ก็คือมีกรณีที่ผ่านมาหลายกรณีที่มีการหาผลประโยชน์ จากเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้มากมายครับ โดยเฉพาะการอ้างถึงจังหวัดชายแดน ภาคใต้ แล้วก็ในที่สุดอาศัยข้อบังคับ อาศัยข้อกฎหมายหรืออาศัยนโยบายหรือระเบียบ ต่าง ๆ ที่เปึนกรณีพิเศษเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากข้าราชการและฝ์ายการเมืองเอง เพราะฉะนั้นสภาสมัชชาประชาชนจะเปึนองค์กรที่คอยตรวจสอบคู่ขนานกับ ศบ.ชต. หรือ กอ.รมน. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการพัฒนาแล้วก็ในการดูแลความมั่นคงครับ

ส่วนที่ผมจะให้ข้อมูลสุดท้ายก็คือว่า ความแตกต่างของ ศบ.ชต. ความแตกต่างของสภาที่ปรึกษากับสภาสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีอยู่ในร่าง ของรัฐบาลที่ท่านถาวรได้นําเสนอนั้นมีความแตกต่าง ๒ เรื่องด้วยกันครับ ที่ผมเห็นว่า ถ้าเราตั้งในรูปแบบของสภาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้มันจะไม่มีผล ต่อการตรวจสอบในการใช้งบประมาณและการทํางานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่คือ

ข้อที่ ๑ ที่มาของสมาชิกสภาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะเปึนการแต่งตั้งจากผู้บริหารเองครับ อันนี้คือข้อที่ ๑ ในขณะที่สภาสมัชชาประชาชนนั้น ประชาชนจะเลือกกันเองจากหลาย ๆ อาชีพ หลาย ๆ ส่วนที่มีอยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้น ถ้าผู้บริหารเปึนผู้แต่งตั้งที่ปรึกษาเองหรือสภาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ การทําหน้าที่ในเชิงการตรวจสอบการทํางานและการใช้งบประมาณนั้นจะไม่เกิดขึ้น อันนี้คือข้อที่ ๑

ความแตกต่างระหว่างสภาประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้กับสภา สสส.จชต. นั้น ข้อที่ ๒ ก็คือหน้าที่ครับ หน้าที่ของสภาสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะเพียงเปึนหน้าที่ในการให้คําปรึกษาครับ ให้คําปรึกษาเสนอแนะต่อผู้บริหารของ ศบ.ชต. หรือ ศอ.บต. แต่หน้าที่ของสภาสมัชชาประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นอกจากหน้าที่ให้คําปรึกษาแล้วจะมีหน้าที่ในการตรวจสอบด้วยครับ ที่พวกเรานําเสนอ ให้น้ําหนักตรงการตรวจสอบการทํางานของ ศบ.ชต. นั้น เพราะที่ผ่านมาตั้งป้ ๒๕๔๗ จนถึงขณะนี้เราเชื่อว่ามีการคอร์รัปชัน มีการหาผลประโยชน์ จากผู้ที่เกี่ยวข้องจากเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะงบประมาณที่ลงไป มหาศาลครับ เพราะฉะนั้นฉบับนี้ที่เราเสนอนั้นมีความจําเปึนต้องมีการตรวจสอบ โดยสมัชชาประชาชนครับ จึงฝากประเด็นนี้ไว้กับกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา ในขั้นกรรมาธิการต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญฉบับต่อไปครับ ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ และคณะ เชิญท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตนําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ....

ด้วยเหตุผลที่ว่า โดยที่สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนปัญหาที่กระทบต่อความสงบสุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ ปัญหาที่ว่าท่านประธานครับ ก็เปึนปัญหาดั้งเดิมที่มีมานานแล้วส่วนหนึ่ง อาจจะมาจาก ชนชาติ ภาษาที่แตกต่าง วัฒนธรรม ความเชื่อ และปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณ ป้ ๒๕๔๔ ก็คือนโยบายอุ้มฆ่า การยกเลิก ศอ.บต. หรือการยกเลิก พตท. ๔๓ เมื่อกรณี เกิดเหตุอย่างนี้นะครับ จึงจําเปึนต้องบูรณาการการดําเนินการเกี่ยวกับการพัฒนา และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกรูปแบบ รวมถึงการให้มีองค์กร ที่เปึนอิสระ เปึนกลางในการติดตามตรวจสอบเสนอแนะและให้คําปรึกษาแนวทางแก้ไข อันเปึนรูปธรรมนะครับ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ พร้อมด้วยพรรคร่วมรัฐบาลอันได้แก่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย พรรคกิจสังคม พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา จึงได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติอันนี้ขึ้น

หลักการ ก็คือให้มีกฎหมายการบริหารราชการเพื่อเสริมสร้างสันติสุข และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เหตุผล ดังที่กราบเรียนแล้วก็คือ เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ในทุกรูปแบบให้เปึนระบบ มีเอกภาพ มีประสิทธิภาพทั้งในเรื่องนโยบาย ยุทธศาสตร์ การบังคับบัญชาและการปฏิบัติอันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหา บรรลุตามเปัาหมาย อันที่จะทําให้จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบสุขร่มเย็น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ สาระสําคัญที่เปึนหลัก ๆ ก็คือจะได้มี การตั้งสภาประชาชนในนามว่า สภาเสริมสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาจากไหนครับท่านประธาน มาจากการเลือกกันเองของสมาชิกสภาท้องถิ่นใน ๕ จังหวัด จังหวัดละ ๑ คน และผู้บริหารท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดละ ๑ คน มาจากการเลือกกันเองของกํานันในจังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดละ ๑ คน และผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดละ ๑ คน มาจากการเลือกกันเอง ของผู้แทนสถาบันการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๐ คน มาจากเลือกกันเอง ของผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดละ ๑ คน และภาค ประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกจังหวัดละ ๑ คน มาจากการเลือกกันเอง ของผู้แทนองค์กรภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๐ คน มาจากเลือกกันเองของผู้นําศาสนาในจังหวัดชายแดน ภาคใต้อย่างน้อยจังหวัดละ ๑ คน รวมเปึน ๑๐ คน มาจากการเลือกกันเองของ หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างน้อยจังหวัดละ ๑ คน รวมเปึน ๑๐ คน สภาเสริมสร้างสันติสุขที่กราบเรียนมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละ ๓ ป้

สาระสําคัญที่อยากจะกราบเรียนเพื่อประหยัดเวลาของเพื่อนสมาชิก อย่างที่กราบเรียนครับ ทั้งนี้ก็เพื่อให้บรรลุเปัาหมายก็คือการเมืองในเชิงรุก สร้างความเปึนธรรมในสังคม สร้างความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อให้เกิด ความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชน ขจัดเงื่อนไขและสาเหตุของปัญหาที่จะทําให้เกิด ความแตกแยกไม่เท่าเทียมกัน ส่งเสริมให้มีช่องทางความเข้าใจกับกลุ่มที่มีความเห็น แตกต่าง สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พัฒนาคน พัฒนาสังคม บนพื้นฐาน หลากหลายทางวัฒนธรรม พัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการ ของประชาชน เป่ดโอกาสให้ผู้นําศาสนาและผู้ทรงคุณวุฒิมีส่วนร่วม พัฒนาเศรษฐกิจ ในพื้นที่อย่างยั่งยืนพอเพียง ตามแนวทางเศรษฐกิจที่พระราชทาน ใช้มวลชนสัมพันธ์ผ่านสื่อองค์กรต่าง ๆ ทําความ เข้าใจกับสังคม สร้างความเข้าใจอันดีและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน สุดท้ายนะครับ เพื่อพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสม จึงจําเปึนต้องเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... เพื่อสภา โปรดพิจารณาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้เสนอร่างต่อไปครับ ท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท กับคณะ เชิญท่านรัชฎาภรณ์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน 🔗

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เปึน ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ หลายคนก็สงสัยจังหวัดกาฬสินธุ์ทําไมมาเสนอกฎหมายบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. .... ก็อยากจะกราบเรียนว่า

หลักการ ก็คือให้มีกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. ....

เหตุผล ในสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมานี่นะคะ ทุกคนรับทราบถึง สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต่อเนื่องมายาวนาน และนับวัน ก็จะซับซ้อนมากขึ้น แล้วก็เปึนปัญหากระทบต่อสันติสุขของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ดิฉันได้มีโอกาสไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ่อยมาก แล้วก็ไปรับทราบปัญหาต่าง ๆ แล้วก็ได้รับฟังข้อเสนอแนะมา เพราะฉะนั้นก็เลยมาเห็นว่าสมควรให้มีการตั้งองค์กร เฉพาะขึ้นมา มีหน่วยงานปฏิบัติงานหลักเพื่อดําเนินการบูรณาการเกี่ยวกับการพัฒนา และแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เปึนระบบ มีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องนโยบาย ยุทธศาสตร์ การบังคับบัญชาและการปฏิบัติ อันจะส่งผลให้เกิด การพัฒนาและแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมีประสิทธิภาพ ดิฉันกับคณะ จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมานะคะ การที่จะให้มีองค์กรเฉพาะเกิดขึ้นสําหรับ ที่จะบริหารจัดการในชายแดนภาคใต้นี่นะคะ ก็เพื่อที่จะได้กําหนดยุทธศาสตร์ขึ้นมา เพียงแต่ว่ามาบริหารจัดการดูแล แล้วก็ต้องดูแลเจ้าหน้าที่ทุกฝ์ายที่อยู่ในพื้นที่ด้วย ดิฉันก็มีความเห็นที่ต่างจากร่างของท่านต่าง ๆ รวมทั้งของรัฐบาลบ้างในบางกรณี จึงได้เสนอเข้ามา ดิฉันมีความเห็นว่า ศอ.บต. ที่จะจัดตั้งขึ้นมา เมื่อมีคณะกรรมการ คณะกรรมการโดยส่วนใหญ่แล้วถ้าดูจากร่างต่าง ๆ นี่นะคะ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนกรรมการที่อยู่ส่วนกลาง หรือมีปลัดกระทรวงทุกกระทรวง อย่างนี้ค่ะ ดิฉันว่ามันก็ อาจจะตีขลุมมากเกินไป ยังคิดว่าการกําหนดยุทธศาสตร์มันก็จะต้องมีข้อเสนอแนะ หรือว่าการตัดสินใจจากในพื้นที่ด้วย ก็เลยได้มีการปรับปรุงแก้ไขนะคะว่าเสนอให้มี ที่จําเปึนแล้วก็เพิ่มที่อยู่ในพื้นที่เข้ามา แล้วก็สําคัญนี่นะคะ ก็คือถ้าเราตั้ง ศอ.บต. ขึ้นมาเปึนหน่วยบริหารก็ควรจะได้ดูแลทุกอย่างในพื้นที่ ก็คือเปึนที่ประสานงาน ในการที่จะคัดเลือก ถ้าหน่วยงานไหนก็ตามเวลาจะคัดเลือกคนที่จะลงไปนี่นะคะ ศอ.บต. ก็ต้องร่วมแล้วก็รับฟังกับพี่น้องประชาชนในการที่จะเสนอคุณสมบัติ ในสถานการณ์ ถ้าเราบอกว่าสถานการณ์นี้เปึนสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แต่เวลาเราจะเลือกใครส่งลงไป นี่นะคะ กองกําลังทั้งหลาย เราคิดว่าไปในพื้นที่ปกติไม่ได้ แล้วในเวลาประเมินผล ก็เหมือนกัน เวลาดิฉันไปนี่นะคะ บางทีเปึนกิจกรรมง่าย ๆ เราอยากจะให้พี่น้อง มองเห็นว่าการเมืองเกี่ยวข้องกับชีวิตอย่างไร เราก็จะไล่ชีวิตประจําวันไปก่อนว่าตื่นนอน ถึงเข้านอนทําอย่างไรบ้างเพื่อที่จะไล่ถามว่ากิจกรรมเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการเมืองไหม พอเราไปถึง ตื่นเช้าทําอะไรบ้าง พอถึงบ่าย ๆ และสุดท้ายทําอะไร ท่านเชื่อไหมคะ มีบางแห่ง ดิฉันไปทุกจังหวัดนะคะ ทํากิจกรรมเหล่านี้ ไปทุกจังหวัดเลย บางคนพูดเล่น ๆ บอกว่ากิจกรรมพอตอนท้ายมา หนีตามทหาร หรือทุกจังหวัดและทุกเวที ถามว่ากิจกรรม ทําอะไรบ้าง โทรศัพท์หากิ๊ก บางคนมองว่าเปึนเรื่องธรรมดา แต่ดิฉันเคยนําเสนอปัญหาเหล่านี้กับผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบในการบริหารบ้านเมืองบางคน แล้วก็บอกว่าพี่น้องก็บ่นให้ฟังเหมือนกัน พี่น้องก็จะเล่าให้ฟังว่าบางทีเจ้าหน้าที่ที่ลงไป อยู่ในพื้นที่สุดท้ายก็ไปทําให้ผู้หญิงอยู่ในพื้นที่ ในหมู่บ้านท้อง หลายคนพูดกับดิฉันว่า อย่างนี้มันเปึนเรื่องธรรมดาพี่อย่าไปสนใจเลย ถ้าสนใจเรื่องอย่างนี้มีเรื่องอย่างนี้อีกเยอะ ดิฉันตกใจ เพราะว่าถ้ามันไม่เปึนปัญหาพี่น้องประชาชนคงไม่ยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา แล้วเมื่อยกประเด็นขึ้นมา ถ้าคิดว่าในพื้นที่ที่ไม่ปกติ พื้นที่ที่ไม่ธรรมดามองเรื่องอย่างนี้ เปึนเรื่องธรรมดา ดิฉันก็ยังคิดว่าอันตราย เพราะฉะนั้น ศอ.บต. คงจะต้องเปึนผู้ที่จะต้อง ดูแลตั้งแต่การที่จะเลือกคนเข้ามาในพื้นที่ หรือว่าในขณะปฏิบัติหน้าที่ต้องดูหลายอย่าง แล้วในร่างของรัฐบาลก็บอกว่าให้ ศอ.บต. ถ้าเจ้าหน้าที่ของเรามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็ให้ออกจากพื้นที่ได้ ถึงแม้ว่าข้าราชการส่วนอื่น ศอ.บต. ก็จะให้อํานาจดูแลเฉพาะ ฝ์ายข้าราชการพลเรือน แต่ถึงไม่พลเรือน ศอ.บต. ก็น่าจะมีอํานาจในการที่จะเสนอแนะ ไปได้ด้วยเหมือนกันนะคะ เราคงจะต้องเข้มงวดกับพฤติกรรม คุณธรรม จริยธรรมที่อยู่ ในพื้นที่นั้น เพราะพี่น้องประชาชนก็ให้ความสําคัญกับเรื่องคุณธรรม จริยธรรมด้วย เพราะฉะนั้น ศอ.บต. อย่างที่ ส.ส. บางท่านได้เสนอไปแล้วนะคะว่าต้องพัฒนาคนทุกคน แล้วก็คงจะต้องหามาตรการด้วยเหมือนกันนะคะว่า ถ้าคนที่เขาไปอยู่ในสถานการณ์ อย่างนั้นจะต้องหามาตรการว่า เช่น อาจจะต้องตั้งวินัยเลย ๑๐ ข้อ ๒๐ ข้อ ที่จะต้อง ห้ามปฏิบัติ ห้ามกระทํา แล้วต้องเคร่งครัดด้วย แล้วก็ ศอ.บต. คงจะต้องเข้าใจแล้วก็ดูแลกัน แล้วก็สัมมนา แล้วก็ทําความเข้าใจเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการอํานวย ความเปึนธรรม ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องใหญ่มากในพื้นที่ ต้องสนใจเรื่องที่ละเอียดอ่อนนะคะ เรื่องความเปึนธรรมเปึนเรื่องละเอียดอ่อนมาก ต้องเข้าใจความเสมอภาค เข้าใจเรื่องของ การไม่เลือกปฏิบัติ ท่านต้องบอกเลยว่าวินัยกี่ข้อที่จะทําไม่ได้ การเลือกปฏิบัติที่ทําไม่ได้เลย เช่น การที่ตั้งด่านตรวจจากหาดใหญ่ไปปัตตานี ไปยะลา ไปนราธิวาส เวลาตั้ง ด่านตรวจถ้าเห็นคนหน้าใส ๆ อย่างเราไปเขาก็จะไม่ตรวจ พี่น้องบอกสะท้อนทุกครั้งว่า เขาอึดอัด ถ้าเห็นเปึนมุสลิมขับรถผ่านเข้าไปด่านจะตรวจเขามากเปึนพิเศษ ซึ่งอย่างนี้ ถือว่าเปึนการเลือกปฏิบัติ เปึนอคติ สิ่งเหล่านี้เราต้องกําชับว่าทําไม่ได้ ต้องเข้มงวด เรื่องคุณธรรมจริยธรรม ต้องห้ามเลยว่าอะไรที่ทําไม่ได้เปึนเรื่องที่เข้มข้น เพราะฉะนั้น กรรมการยุทธศาสตร์ที่ตั้งขึ้น ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่อยู่ในส่วนกลาง ดิฉันก็เสนอให้มี การเพิ่มคนในพื้นที่เข้ามา เพิ่มประชาชนเข้ามาด้วย และต้องมีประชาชนที่หลากหลาย แล้วดิฉันก็มีข้อเสนอนะคะว่า ทั้งสภาเสริมสร้างสันติสุขที่จะแต่งตั้งขึ้นมานี่นะคะ กฎหมายก็บอกว่าให้นายกรัฐมนตรีตั้ง แต่กระบวนการวิธีการที่จะได้มาก็ต้องว่ากันอีกทีหนึ่ง เพียงแต่ดิฉันก็เสนอว่าต้องมีความหลากหลาย ความหลากหลายในที่นั้นทั้งต้องด้าน ความรู้ ประสบการณ์ อาชีพ แล้วก็ต้องมีทั้งหญิงและชาย หลายคนก็ทักท้วงดิฉัน เหมือนกัน ดิฉันต้องเสนอเข้ามาเพราะว่าประเด็นอย่างนี้ฝากใครไม่ได้ มันเปึน ความละเอียดอ่อน และถ้าถามว่าทําไมต้องมีทั้งหญิงและชาย อย่างที่ดิฉันเรียนมาเราก็ พบว่าผู้หญิงเปึนคนที่ได้รับผลกระทบมาก สามีตายก็กระทบผู้หญิง ลูกตายก็กระทบ ผู้หญิง เวลาลูกถูกจับไปส่วนใหญ่แม่เปึนคนไปเยี่ยม แล้วก็จะต้องเปึนคนที่รับรู้สิ่งเหล่านี้ อยู่ตลอดเวลา สามีตาย ๑ คน ลูกอีก ๗ คนที่แม่ต้องเปึนคนดูแล เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ ข้อเสนอ การที่จะทําแผนทั้งหลาย อย่างสภาเสริมสร้างสันติสุขชายแดนภาคใต้นี่นะคะ ดิฉันก็เสนอว่าเน้นที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม แต่ว่ามีข้าราชการบางท่านก็บอกดิฉันว่า ก็ไปทําแผนแล้วอย่างไร จะมาอยู่ในกรรมการทําไม แล้วก็ต้องเรียนว่าประชาชนเข้าไปมี ส่วนร่วมไม่ใช่เฉพาะทําแผน ไม่ใช่เฉพาะเปึนข้อเสนอเท่านั้น แต่เขาต้องมีอํานาจในการ ตัดสินใจด้วย เขาต้องไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แล้วก็จะต้องกระจายไปในทุกพื้นที่ ต้องเข้มงวดแล้วก็มีกระจายไปในทุกพื้นที่ ทั้ง ๕ จังหวัด แล้วก็เข้ามาเปึนภาพรวมอีกทีหนึ่ง ต้องทํากลไกของพี่น้องประชาชน เปึนกลไกที่ทํางานได้จริง แล้วก็มีหน้าที่คงไม่ใช่เฉพาะเสนอแนะวิธีการแก้ปัญหาเท่านั้น แต่ต้องตั้งแต่เสนอแผน เขาต้องทําแผนแล้วต้องเอาแผนเข้าไปใช้จริง ที่ผ่านมาดิฉันก็ไป พบว่าพี่น้อง ๓ จังหวัดก่อนหน้านี้เมื่อสัก ๕ ป้ที่แล้ว ดิฉันไปพบคนที่มาเข้าอบรมแล้วเปึน ภาคประชาชนเขาก็บอกว่าเขาถูกสั่งให้มาทําแผนภายใน ๑ สัปดาห์ แล้วสัปดาห์หน้า จะต้องเอาไปรวม ๓ แผน ผ่านไป ๒ เดือนดิฉันไปพบเขาบอกแผนพวกคุณ เปึนอย่างไรบ้าง เขาบอกเลยอาจารย์เราถูกหลอกให้ทําแผนเพราะว่าถึงเวลาสุดท้าย หน่วยงานก็ไปเอาแผนของตัวเองปัดฝุ์นแล้วก็ส่งเข้าส่วนกลาง เพราะฉะนั้นถ้าเราตั้ง ภาคประชาชนขึ้นมาแล้วเขาต้องมีหน้าที่ในการที่จะเสนอแผนแล้วก็เสนอยุทธศาสตร์ นโยบายทั้งหลายรวมทั้งเขาต้องมีหน้าที่จะประเมินผล ที่จะตรวจสอบและเสนอแนะ วิธีการแก้ปัญหาด้วย แล้วต้องให้กลไกนั้นเปึนกลไกที่มีโครงสร้างที่ไม่ใช่แข็งเป็ก แต่ว่าจะต้องมีกระจายอยู่ทั่วถึงในทุกพื้นที่แล้วกระจายให้ทั่วหลากหลายทั้งหญิงและชาย แล้วก็ทุกศาสนาด้วย ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้เสนอร่างฉบับต่อไปครับ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะ เชิญท่านชวลิตครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจาก จังหวัดนครพนม กระผมและคณะขอเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศูนย์อํานวยการ บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้

เหตุผล โดยที่เปึนการสมควรให้มีศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เปึนส่วนราชการเฉพาะกิจในสํานัก นายกรัฐมนตรี และมีฐานะเช่นเดียวกับกลุ่มภารกิจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน โดยมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง คณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา คณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคประชาชน และคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ด้านการอํานวยความยุติธรรมและการเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการ ก่อความไม่สงบ เปึนองค์กรขับเคลื่อนภารกิจของศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” จึงจําเปึนต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่า เปึนปัญหาความมั่นคงของชาติจําเปึนจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ์าย จากทุกภาคส่วน การแก้ไขปัญหาจึงจะประสบความสําเร็จ การทํางานใหญ่ของชาติที่เปึนปัญหามาช้านาน ความเปึนเอกภาพ ความสามัคคีของคนในชาติเพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเปึนเรื่องสําคัญยิ่ง รัฐบาลซึ่งเปึนฝ์ายบริหารควรจะโน้มนําให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันทําเปึนวาระแห่งชาติ จะได้เปึนพลังให้การแก้ไขปัญหาประสบความสําเร็จ รัฐบาลควรใช้ความอดทนและแสวง ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมากกว่าการกล่าวโจมตีหรือกล่าวหากันเมื่อมีผู้เสนอแนะ แนวทางแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ในการนี้กระผมจึงมีประเด็นที่จะอภิปราย ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม ๓ ประเด็นดังนี้

ประเด็นแรก เรื่องโครงสร้างขององค์กร ศูนย์อํานวยการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่างพระราชบัญญัติที่ผมกับคณะเปึนผู้เสนอมีข้อแตกต่างกับร่าง ของรัฐบาลอยู่ ๓ ประการใหญ่ ๆ ด้วยกัน

ประการแรก ร่างของผมกับคณะกําหนดให้ ศอ.บต. เปึนส่วนราชการ เฉพาะกิจขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี มีฐานะเช่นเดียวกับกลุ่มภารกิจตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนร่างของรัฐบาลกําหนดให้ ศอ.บต. เปึนส่วนราชการ ที่เปึนองค์กรถาวร ซึ่งผมเห็นว่าการเปึนส่วนราชการเฉพาะกิจน่าจะมีความคล่องตัว มากกว่า

ประการที่สองก็เหมือนกัน ในส่วนของโครงสร้างก็คือ การมีคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ที่เหมือนกัน ๒ คณะ คือ

๑. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง และ

๒. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา แต่ที่แตกต่างกันกับ ร่างของรัฐบาลก็คือ ร่างของผมกับคณะให้ความสําคัญกับการมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ภาคประชาชน ยกระดับให้ความสําคัญกับภาคประชาชน เปึน ๑ ใน ๔ ยุทธศาสตร์ ที่ถือว่าเปึนหัวใจสําคัญในการแก้ไขปัญหา

ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขปัญหาของประชาชนนั้นจะสัมฤทธิผลได้ ประชาชนจะต้องเปึนศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหา ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม อย่างสําคัญในการแก้ไขปัญหาของตนเอง

ประการต่อมาครับท่านประธาน การกําหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ที่แตกต่างหรือเพิ่มเติมจากร่างของรัฐบาลก็คือ การให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ด้านการอํานวยความยุติธรรม และการเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการ ก่อความไม่สงบ ท่านประธานที่เคารพครับ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชน ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาอิสลามเปึนมุสลิม แต่เขาก็เปึนคนไทย มีอัตลักษณ์ มีขนบธรรมเนียมประเพณี มีวิถีชีวิตเปึนของตนเอง เวลามีคดีความในกระบวนการ ยุติธรรมทุกขั้นตอน ทนายความและล่ามถือเปึนหัวใจสําคัญที่จะให้ความยุติธรรมกับ ประชาชน คดีครอบครัว คดีมรดกเปึนวิถีชีวิตของประชาชนที่จะต้องได้รับการยอมรับ ได้รับการดูแล ท่านประธานครับ การก่อความไม่สงบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน และข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นการเยียวยาผู้ได้รับ ความเดือดร้อน จึงเปึนเรื่องสําคัญยิ่ง

ประเด็นมีอยู่ว่า การดําเนินการเยียวยาได้ดําเนินการอย่างเปึนธรรม และทั่วถึงหรือไม่ ทันเหตุการณ์หรือไม่ ตกหล่นหรือไม่ การมีคณะกรรมการในระดับ ยุทธศาสตร์ขึ้นมาดูแลให้ความสําคัญ ก็จะช่วยสร้างขวัญและกําลังใจให้กับทุกฝ์ายที่ได้รับ ความเดือดร้อน

ประเด็นที่สอง ที่ผมขอนําเสนอประกอบการพิจารณา เสนอร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือ นโยบาย นโยบาย ในการแก้ไขปัญหานั้นถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้มีการกล่าวกันว่านโยบายในการแก้ไข ถ้านโยบายถูกปัญหาก็จะคลี่คลายไม่หนักขึ้น ไม่แรงขึ้น รัฐบาลแจ้งต่อสภาแห่งนี้ว่า รัฐบาลใช้นโยบายการเมืองนําการทหาร ส่วนทหารซึ่งดูแลเรื่องความมั่นคงก็บอกว่า ใช้นโยบายการเมืองนําการทหารเช่นกัน อะไรคือการเมือง ถ้าตีโจทย์คําว่า การเมือง ไม่ถูก ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ผมเห็นใจทหาร ตํารวจ ฝ์ายปกครอง ครูบาอาจารย์ และข้าราชการทุกฝ์าย ที่ต้องเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างโดยเฉพาะชีวิต ในการลงไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมก็ขอให้กําลังใจ และคิดว่า การเมืองนําการทหารที่แท้จริงคงจะเกิดขึ้น ถ้ารัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องละทิฐิ ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา แต่ที่ผมเห็นใจมากกว่านั้นก็คือพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่น ไร้ซึ่งความสุข อยู่ด้วยความหวาดผวา เศรษฐกิจและสังคมล้มเหลวเปึนเรื่องที่เราในฐานะ สมาชิกสภานิติบัญญัติจะต้องร่วมมือกันหาหนทางแก้ไขปัญหาอย่างเต็มกําลัง

ประเด็นต่อมาที่ผมขอนําเสนอประกอบการพิจารณาเสนอ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือ การเป่ดกว้างรับฟังความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ไม่ผูกขาดความคิดในการแก้ปัญหา แต่ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา ประการสําคัญก็คือต้องมีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นที่จะ แก้ปัญหา รัฐบาลนี้มีนโยบายเร่งด่วน ๙๙ วัน เราทําได้ เพื่อจัดตั้งองค์กรแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลได้แสดงให้เห็นเปึนตัวหนังสือว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ แต่ในข้อเท็จจริงรัฐบาลได้มุ่งมั่นอย่างจริงจังหรือไม่ เพราะนี่ก็เข้ามา ๑ ป้ และเกือบอาทิตย์สุดท้ายที่จะหมดสมัยประชุม ถ้า พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่ลงพื้นที่ ปัตตานี ไม่เสนอแนวคิดนครปัตตานี จะมีการกระตือรือร้นที่จะติดตามเสนอหรือเร่งรัด แนวทางแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มากเหมือนปัจจุบันนี้หรือไม่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ รัฐบาลมีรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ซึ่งเปึน ส.ส. อาวุโส รู้ปัญหา ภาคใต้ดีที่สุดคนหนึ่ง ผมดีใจแล้วก็คาดหวังว่าจากประสบการณ์และภูมิความรู้ของท่าน คงจะมุ่งมั่นทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ช่วยให้การแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คลี่คลายขึ้น แต่ขณะนี้ที่รับหน้าเสื่อเต็ม ๆ อยู่ขณะนี้ก็คือ มท. ๓ ที่นั่งอยู่ข้างบน ในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ประชาชนเขาฝากบอกมาว่างานด้าน ความมั่นคงที่ท่านรับผิดชอบนั้นไม่ใช่มีเฉพาะการแต่งตั้งตํารวจ พิจารณาโผตํารวจเท่านั้น เพราะท่านมุ่งมั่นเหลือเกินกับการพิจารณาโผตํารวจ ก.ตร. ล่มแล้วล่มอีกเหมือนสภาล่ม ท่านก็ไม่ท้อไม่ถอย มุ่งมั่นทุ่มเทกับการแต่งตั้งตํารวจอย่างเต็มกําลัง ท่านประธานครับ ผบ.ตร. ซึ่งจะต้องมีส่วนสําคัญในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังตั้งไม่ได้ แม้จะมีรองหรือผู้ช่วยดูแลก็ไม่เหมือนเบอร์ ๑ ผมจึงภาวนาขอให้ท่านตั้ง ผบ.ตร. ได้เสร็จ โดยเร็ว ท่านจะได้มีเวลาลงพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ มท. ๓ งานหนักอยู่เพียงคนเดียว

ประการสําคัญต่อมาก็คือการฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ตรงนี้ สําคัญครับ งานที่จะประสบความสําเร็จนั้น โดยเฉพาะงานใหญ่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงของชาติจําเปึนที่จะต้องฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน การที่ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยชูยุทธศาสตร์ทฤษฎีดอกไม้หลากสี ยุทธศาสตร์ถอยกันคนละ ๓ ก้าว และนครปัตตานี ทั้งหมดนั้นท่านกล่าวชัดเจนว่าจะดําเนินการภายใต้กฎหมายไทย ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ แต่การเสนอ แนวทางดังกล่าวก็ถูกตอบโต้อย่างหนักจากผู้คนในรัฐบาลว่าเปึนการตั้งรัฐอิสระบ้าง จะเปึนการแบ่งแยกดินแดนบ้าง เคยอยู่ฝ์ายบริหารมาแล้วทําไมไม่ทํา ทําไมมาเสนอ ตอนนี้ ท่านประธานครับ กระผมอยากจะสะท้อนความเห็นตรงนี้เพื่อให้ที่ประชุมเห็นว่า ถ้าเรามองอย่างเปึนกลาง รับฟังความคิดเห็นอย่างตั้งใจและเปึนกลางจริง ๆ ก็จะเห็น ได้ว่าการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่เห็นด้วยก็บอกว่าไม่เห็นด้วย แต่ไม่ใช่ที่จะต้องมาทําลายล้างกันในทางการเมือง ผมขอฝากเปึนประเด็นตรงนี้ไว้ว่า การแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติจําเปึนจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ์าย จากทุกภาคส่วน กล่าวโดยสรุปในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศูนย์อํานวยการ บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมเห็นด้วยกับการปรับปรุงองค์กร แต่ในขณะเดียวกันกระผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลที่จะให้จัดตั้งเปึนองค์กรถาวร กระผมเห็นว่าควรที่จะเปึนองค์กรในลักษณะส่วนราชการเฉพาะกิจ ในขณะเดียวกัน อยากจะให้รัฐบาลให้ความสําคัญกับภาคประชาชน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ร่าง ของกระผมและคณะเสนอนั้นให้ความสําคัญกับภาคประชาชนถึงกับยกขึ้นเปึน ยุทธศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็ให้เขามีสิทธิมีส่วนอยู่ในคณะกรรมการในระดับบนด้วย ไม่ใช่อยู่แค่ในระดับล่าง กระผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในสิ่งที่คิดว่าจะเปึนประโยชน์ ในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้แสดงความจํานงจะอภิปรายฝ์ายค้าน ๑๙ ท่าน ฝ์ายรัฐบาล ๗ ท่าน แต่เนื่องจากวันนี้เราได้ประชุมกันมานานแล้วนะครับ และผมได้รับการประสาน จากวิปทั้ง ๒ ฝ์าย ก็ขอเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปในสัปดาห์หน้า ขอบคุณสมาชิกทุกท่าน เพราะพรุ่งนี้ต้องประชุมตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกานะครับ ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๑.๔๒ นาฬิกา