สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องประชาธิปไตยและความจำเป็นในการออกกฎหมายที่มีการใช้เงินกู้สาธารณะ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทนทานและกล้าหาญในการตัดสินใจ และวิจารณ์การใช้เงินกู้ของรัฐบาลที่ไม่ตามกรอบที่เสนอไว้กับสภา

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธรจากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อป้ที่แล้ววันที่ ๑๕ กันยายนของทุกป้ ไอพียู (IPU) ได้กําหนดให้เปึนวันประชาธิปไตยโลก ท่านประธานจําได้ไหมครับ คําขวัญของงานเขาบอกว่า รัฐสภาไม่เปึนหลักประกัน ของความเปึนประชาธิปไตย แต่ไม่มีประเทศประชาธิปไตยใดที่ไม่มีรัฐสภาครับ และป้นี้ ผมเสียดายว่าสภาไม่ได้จัดนิทรรศการอีก แต่ว่าเจ้าหน้าที่ก็ได้นําบอร์ดประชาสัมพันธ์ เล็ก ๆ มาตั้งไว้ประมาณ ๑ เดือน คําขวัญป้นี้ของวันประชาธิปไตยโลกเขาบอกว่า บทพิสูจน์ความเปึนฝ์ายค้านก็คือความกล้าหาญ บทพิสูจน์ของการเปึนเสียงข้างมากก็คือ ความอดทน ผมฝากแง่คิดนี้ไว้ ผมอ่านแล้วซึ้งครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อผมเปึนเสียง ข้างน้อยผมก็ยังต้องแสดงความกล้าหาญ เช่นเดียวกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่นั่งรออยู่ที่นี่ หลายท่านทราบแล้วว่าอย่างไรรัฐสภาจะผ่านให้แน่ แต่ก็ยังนั่งฟังทนฟังอยู่ ก็นี่คือ ความที่เขามั่นใจว่าถ้าอยากจะได้ประชาธิปไตยจริง ๆ เขาต้องอดทนที่จะฟังความคิดเห็น ของคนอื่น ถ้าคิดเพียงว่าตัวเองเปึนเสียงข้างมากจะเอาอย่างไรก็ได้นั้น ประชาธิปไตยก็คง จะอยู่ลําบาก ผมฝากแง่คิดนี่ไว้สําหรับพวกเราที่ร่วมเปึนสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน ท่านประธานครับ ที่ผมว่าผมต้องกล้าหาญที่จะพูดออกมา เนื่องจากในตอนที่เสนอ ร่างพระราชกําหนดนี้และขออนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร สภาก็ให้ความเห็นชอบไปด้วย เสียงข้างมาก พวกผมที่เปึนเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของการออก พระราชกําหนด จึงได้ไปยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่าการออกพระราชกําหนดให้ รัฐบาลไปกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจนี้ มันไม่เปึนไปตาม เงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ถ้าไปดูรัฐธรรมนูญแล้ว ทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านก็ได้ไปให้ เหตุผลต่อศาล ศาลก็ได้วิเคราะห์ในเงื่อนไข ๒ ประการ

ประการที่ ๑ ก็คือบอกว่ามันเข้าเงื่อนไขเพื่อประโยชน์ในการรักษา ความมั่นคงเศรษฐกิจของประเทศตามมาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่ง หรือไม่ ข้อนี้คงไม่มีใคร ที่จะไปถกเถียงกันมาก ก็เห็นด้วยว่าเมื่อไรจะเข้าเงื่อนไขอันนี้ แต่ข้อที่เปึนปัญหา มาก ๆ คือ

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ คือประเด็นที่บอกว่ามันเปึนกรณีฉุกเฉินที่มี ความจําเปึนรีบด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามมาตรา ๑๘๔ วรรคสอง หรือไม่ พวกผม เสียงข้างน้อยเห็นว่ามันไม่เข้าเงื่อนไขอันนี้ เพราะมันไม่ใช่กรณีฉุกเฉินจําเปึน ถึงแม้ มันฉุกเฉินมันจําเปึน แต่มันก็ยังไม่ถึงขึ้น อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เราก็ได้แสดงเหตุผลนี้ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ว่าที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ว่ามันเข้าเงื่อนไขข้อ ๒ เหมือนกัน ผมก็ไปดูเหตุผลที่ศาลยกขึ้นมา ส่วนใหญ่ท่านก็เอาเหตุผลของฝ์ายรัฐบาลนั่นละ เปึนเหตุผลในการที่จะบอกว่า การออก พ.ร.ก. นี้มันไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ แต่วันนี้ไม่ต้องรอพิสูจน์แล้ว สิ่งที่พวกผมได้บอกไว้มันไม่เข้าเงื่อนไขถึงความจําเปึน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ มันไม่ใช่แล้วครับ วันนี้รัฐบาลเห็นไหมครับ บอกว่าจะเอาส่งเงินคงคลัง ไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าโครงการไทยเข้มแข็ง วันนี้ท่านบอก เอาส่งคืนคลังเพียง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็อาจจะมาใช้ทาง โครงการไทยเข้มแข็ง แล้วก็เสนอเปึนกรอบเข้ามาให้รัฐสภาทราบ เห็นไหมครับ ดีนะที่วันนั้น ท่านบอกว่าที่จริงต้องคืนคลัง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเข้าโครงการไทยเข้มแข็ง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ยังมีเงินเหลืออีก ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผลจากอันนี้คืออะไร ครับ ถ้าไปดูเหตุผลแล้วยิ่งจะเห็นที่ทางรัฐบาลชี้แจงมาบอกว่า เศรษฐกิจมันเปลี่ยนแปลง ไป ผลประกอบการรายได้ในป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ มันดีขึ้น ที่จริงคุณสุรพงษ์ท่านได้บอกไว้แล้ว เตือนไว้แล้ว รอหน่อยได้ไหม รอดูการเก็บภาษี ว่าเปึนอย่างไร รอถึงเดือนกันยายนยังได้เลย ท่านไม่ฟัง ท่านไม่เชื่อ บอกว่าเปึนเรื่อง เร่งด่วน หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเทศนี้ตายแน่ วันนี้มันพิสูจน์แล้วว่าที่ท่านบอกมานั้นผิดทั้งเพ แล้วอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบครับ สภานี้ต้องรับผิดชอบไหม ต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพราะผลอะไรครับ เพราะผลการที่รัฐบาลทําอย่างนี้ ท่านไปดูในพระราชกําหนดต่อไป มาตรา ๗ ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นป้งบประมาณให้กระทรวงการคลังรายงาน การกู้เงินตาม พ.ร.ก. นี้ที่กระทําในป้งบประมาณที่ลงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ ให้ทราบ อีกแล้ว มีแต่ให้สภาทราบ ๆ ผลก็คืออะไรครับ ผลก็คือรัฐบาล พวกเราได้เตือนแล้วว่า ท่านมีทางหลีกเลี่ยงได้ แต่ท่านไม่ทํา บัดนี้ท่านก็ใช้ พ.ร.ก. อย่างนี้ ใช้เงินกู้มาอย่างนี้ แล้วไม่เปึนไปตามกรอบที่เสนอไว้กับสภา ผลก็คือรัฐบาลนี้สามารถที่จะหลีกเลี่ยง แทนที่จะนําเงินนี้เข้าสู่งบประมาณตามปกติ ก็ไม่ทํา พวกผมเสนอว่าให้ท่านไป ขยายกรอบเงินกู้ตาม พ.ร.ก. หนี้สาธารณะ ขยายขึ้นไปสิ เพื่อกู้เพิ่มขึ้นมา แล้วเอาเงินนี้ เข้าคลัง แล้วก็เสนองบประมาณปกติ มันยังทําได้ เราบอกว่าเห็นแล้วดูแผนจากท่านใช้ ท่านใช้ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ มันเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ไหนล่ะ นี่คือเหตุผลที่ชัดเจนแล้วว่าเราต้องระมัดระวัง ถึงแม้ศาลจะบอกว่ายังไม่พบว่า รัฐบาลจงใจจะบิดเบือนรัฐธรรมนูญ วันนั้นท่านพูดอย่างนี้ แต่วันนี้ข้อเท็จจริงมันพิสูจน์แล้ว มันเห็นชัดแล้ว พวกผมคิดว่าท่านจงใจ ถ้าไม่จงใจก็แปลว่าท่านแย่จริง ๆ ไม่สามารถ จะคํานวณรายได้ข้างหน้าเลยอีกไม่กี่เดือน จากเดือนพฤษภาคมท่านออก พ.ร.ก. ท่านสุรพงษ์บอกรอเดือนกันยายนก็ได้ ท่านไม่รอ แล้วคาดการณ์คํานวณอย่างนี้ มันผิดพลาดมากมายอย่างนี้ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อย่างไร ไม่น่าจะผิดพลาดมากขนาดนี้ นอกจากจะจงใจคํานวณผิดพลาดแล้วก็อ้างความจําเปึน อย่างนี้ต่อสภา แล้วก็ไปอ้างต่อศาล จนกระทั่งหลายคนหลงเชื่อ ทีหลังกรุณาอย่าทํา อย่างนี้อีกครับ นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าเงื่อนไขการออกกฎหมายนี้ ที่พวกผมได้พิสูจน์ไว้แล้ว วันนี้พวกผมก็ยังกล้าหาญที่จะพูดบอกว่าท่านประธานครับ เงื่อนไขที่รัฐบาลบอกไว้ว่าเปึนความจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้นั้น ไม่เปึนไปตามเงื่อนไข ที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ และวันนี้มันได้พิสูจน์แล้วมันเปึนอย่างนี้จริง ๆ ขอให้กรณีอย่างนี้ อย่าเกิดขึ้นอีก เชื่อพวกผมบ้าง เชื่อฝ์ายค้านบ้าง ท่านต้องมีขันติ มีความอดทนเหมือนที่ เขาบอก ทนฟังเสียงข้างน้อย เพราะทุกคนต้องการให้เห็นประเทศมันดีขึ้น วันนี้ผมก็ต้อง ขอให้พวกเราที่เปึนฝ์ายเสียงข้างน้อยต้องกล้าหาญ กล้าต่อไปที่จะบอกว่าความถูกต้อง มันคืออะไร และบัดนี้ทุกอย่างมันได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าสิ่งที่เราพูดไว้นั้นมันถูกต้อง ทุกอย่าง ขอบคุณครับท่านประธาน