กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องการกู้ยืมเงินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและลงทุนในโครงการต่าง ๆ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการประมาณรายได้สูงกว่าความเป็นจริง และขอจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการใช้เงินงบประมาณ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง จะไม่ขอใช้เวลาของเพื่อนสมาชิกมากนักนะครับ แต่ว่ามีประเด็น คําถามและข้อสังเกตหลากหลายประเด็นจากเพื่อนสมาชิกที่มีการต่อการเสนอกรอบ การใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนด ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ในวันนี้ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาต เรียนอย่างนี้นะครับว่าแท้จริงแล้วการที่เราได้มีโอกาส ในการที่จะพิจารณากรอบการลงทุน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เปึนเรื่องที่ดี และเปึนเรื่องที่ดีโดยเฉพาะสําหรับพี่น้องประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากหลากหลาย โครงการภายใต้กรอบที่เราได้นําเสนอ ณ วันนี้ ซึ่งเดิมทีแล้วอาจจะไม่ได้รับ ถ้ามี ความจําเปึนที่จะต้องนําเงินกู้ไปสมทบเงินคงคลังมากเท่าที่เราคาดว่าและกลัวว่าอาจจะมี ความจําเปึนต้องดําเนินการ เท้าความนะครับ พวกเราทราบกันดีว่า เดิมทีนั้นทางรัฐบาล ได้นําเสนอกรอบว่าอาจจะมีความจําเปึนที่จะต้องใช้เงินกู้ถึงครึ่งหนึ่งในส่วนของ พ.ร.ก. ไปใช้สมทบเงินคงคลังก็คือไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ณ วันนั้นเราก็ได้นําเสนอว่า มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องดําเนินการในการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ความจริงมูลค่าโดยรวมของโครงการไทยเข้มแข็งก็คือประมาณ ๑.๔๔ ล้านล้านบาท แต่ในส่วนของพระราชกําหนด ส่วนที่เหลืออีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนปริมาณ เม็ดเงินขั้นต่ําที่เราต้องใช้ในการที่จะลงทุนเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็เพื่อ แก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังเผชิญอยู่ แต่ขณะเดียวกันเราก็ได้ตั้งความหวัง แล้วก็เร่งรัด ในการทํางานในส่วนของกระทรวงการคลังเอง ที่จะเก็บรายได้และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อจะทําให้รัฐบาลมีรายได้มากกว่าในกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่รัฐบาลได้คาดการณ์เอาไว้ ได้เผื่อสํารองเอาไว้นะครับ นั่นก็คือสาเหตุที่เราได้กําหนดไว้แต่แรกนะครับว่าการลงทุน โดยรวมด้วยเงินกู้จาก พ.ร.ก. นั้น เราจะมีเม็ดเงินหรือมูลค่าโดยรวมไม่ต่ํากว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายแล้วก็ปรากฏว่าเปึนเช่นนั้นจริง ที่ผมเรียนว่าเปึนเรื่องที่ดี แล้วก็เปึนข่าวดีสําหรับพี่น้องประชาชนก็คือ มันต้องดีอยู่แล้วครับที่สุดท้ายเรามี ความจําเปึนในการที่จะกู้ยืมเพื่อไปสมทบเงินคงคลังน้อยกว่าที่เราคาดไว้ ทําให้เม็ดเงิน แทนที่จะไปโปะหนี้อย่างเดียวสามารถนํามาใช้ในการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ได้ ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ถามว่าพวกเราทํางานกันอย่างไร ทําไมถึงคาดการณ์ไว้ คลาดเคลื่อนถึงขนาดนี้ ผมต้องขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพนะครับ แล้วอันนี้ ก็เรียนตามข้อเท็จจริงว่าการประมาณการที่คลาดเคลื่อนและเปึนที่มาของปัญหาทั้งหมด จริง ๆ แล้วมันเกิดขึ้นตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วที่มีการประมาณการรายได้ในการนําเสนอ พ.ร.บ. งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ไว้สูงกว่าที่เปึนจริง และสุดท้ายแล้วมีคําถามจาก ท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่งที่ถามว่า สุดท้ายแล้วจริง ๆ แล้วรายได้ต่ํากว่าเปัาที่รัฐบาลนั้น ได้กําหนดไว้เท่าไร ผมก็ขอเรียนนะครับ ตัวเลขของท่านถูกต้อง ก็คือประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้เปึนสาเหตุที่ทําให้เราต้องพิจารณาหาแนววิธีในการ ที่จะแก้ไข เพราะว่า พ.ร.บ. หนี้สาธารณะนั้นไม่ได้เผื่อสํารองกรอบการกู้ยืมเงินไว้เพียงพอ ต่อการขาดรายได้มากเท่านั้น ตามประมาณการที่รัฐบาลชุดนั้นได้ทําเอาไว้ ไม่ใช่ ชุดผมครับ ที่ได้ตั้งกําหนดหรือประมาณการแต่เดิมไว้ นี่ก็คือสาเหตุและเปึนข้อเท็จจริง ที่ผมมีความจําเปึนต้องนําเรียนเปึนการชี้แจงนะครับ คราวนี้เมื่อมีการคาดการณ์ผิดก็ต้อง มีการแก้ไข และเมื่อเรากู้ยืมโดยอาศัย พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ ไม่ได้ เราก็มี ความจําเปึนที่จะต้องออกพระราชกําหนดเพื่อมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ณ วันนั้นเราก็ คาดว่าอาจจะมีโอกาสที่รัฐบาลจะขาดรายได้ได้สูงถึงประมาณ ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายก็เนื่องจากเศรษฐกิจดีขึ้น มีการปรับปรุงการทํางานภายในกระทรวงการคลังเอง ทําให้รายได้ในส่วนของรัฐบาลนั้นดีกว่าการคาดการณ์ ก็ทําให้ความจําเปึนในการกู้ยืม เพื่อมาสมทบเงินคงคลังนั้นน้อยลง ก็คือจากเดิมที่เผื่อไว้มากที่สุด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ลงเอยที่เม็ดเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยรวม ซึ่งก็ทําให้เราสามารถที่จะนําส่วนที่เหลือ นั้นมาใช้ประโยชน์มากขึ้นในการที่จะลงทุนในโครงการต่าง ๆ ตามที่ผมได้เรียน เมื่อสักครู่นี้ก็มีคําถามว่าแล้วมันมีความจําเปึนไหมที่ยังจะต้องใช้เงินทั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน พ.ร.ก. ในเมื่อเรามีความจําเปึนที่จะต้องไปสมทบเงินคงคลัง เพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ลืมไปเลยได้ไหม ตัดทิ้งไปเลย ผมขออนุญาตเรียนนะครับ เท้าความอีกนิดหนึ่ง โครงการทั้งหมดตามแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งนั้นกําหนดไว้ที่ ๑.๔ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นส่วนที่มาจากพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเปึนเพียงแค่ส่วนเดียว ความหมายของการที่เราไปสมทบ เงินคงคลังน้อยลงก็หมายถึงความจําเปึนในส่วนที่เหลือของโครงการไทยเข้มแข็ง ที่เราอาจจะต้องไปกู้ยืมที่น้อยลงเช่นเดียวกัน แต่ว่าในส่วนของความฉุกเฉิน และความจําเปึนที่จะต้องใช้เม็ดเงินกู้จาก พ.ร.ก. ยังมีอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง มีท่านสมาชิก หลายท่านได้สัมภาษณ์ต่อเนื่องว่าที่รัฐบาลบอกว่าเศรษฐกิจเริ่มฟุ๋นตัวแล้วนั้นไม่จริง ไม่เห็นฟุ๋นเลย ก็เปึนตัวยืนยันว่ายังมีความจําเปึนที่รัฐบาลจะต้องขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนด้วยการเดินหน้าในการลงทุนตามแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งตามเดิมนะครับ นี่ก็เปึนสาเหตุที่เรายังยืนยันว่าการใช้เม็ดเงินส่วนนี้เพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดก็คือการนําเม็ดเงินส่วนนี้มาใช้กับโครงการต่าง ๆ ที่ประชาชนได้ประโยชน์นะครับ แล้วถามว่าโครงการเหล่านี้รวมถึงอะไรบ้าง ก็มี เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายชี้แจงว่ามีโครงการหลากหลายโครงการในส่วนที่ พวกเราช่วยกันพิจารณาในวันนี้ ก็คืออย่างเช่นโครงการเรื่องของการประกันรายได้ ของเกษตรกร เม็ดเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนส่วนหนึ่งของ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลนํามาเสนอเพื่อให้ท่านได้รับทราบในวันนี้นะครับ ซึ่งพี่น้องประชาชนที่เปึน เกษตรกรก็มาขึ้นทะเบียนกันแล้วประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ราย แล้วก็มีการเร่งทําสัญญา เริ่มมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกรไปแล้วนะครับ แล้วก็จะได้มีการดําเนินการ ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นในส่วนของตรงนี้ผมคิดว่าเมื่อเรารับทราบถึงรายละเอียดโครงการว่า รัฐบาลนําเม็ดเงินส่วนนี้ไปใช้ทําอะไร ก็คงจะมีความเข้าใจเพิ่มขึ้นถึงความสําคัญ ของเม็ดเงินส่วนนี้และประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ ซึ่งโครงการประกันรายได้ เกษตรกรก็เปึนเพียงแค่ ๑ ในหลาย ๆ โครงการในส่วนของเม็ดเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการเพิ่มวงเงินอุดหนุนให้กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น มีการจัดงบประมาณเพื่อให้ พี่น้องที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดมีโอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งที่อยู่อาศัยของตนเองภายใต้ โครงการบ้านมั่นคงซึ่งก็เปึนโครงการที่ทํากันมาหลายรัฐบาล แล้วก็เปึนโครงการที่ดี ประชาชนได้ประโยชน์ รัฐบาลนี้จึงเห็นความสําคัญและความจําเปึนที่จะต้องจัดสรร เม็ดเงินงบประมาณเพิ่มเติมภายใต้กรอบที่นําเสนอเพื่อทราบให้กับเพื่อนสมาชิกในวันนี้ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็คือสาเหตุการยืนยันว่าทําไมเราถึงได้มองว่าความสามารถในการ ที่เรามาเสนอกรอบการใช้เม็ดเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในที่นี้ต้องถือว่าเปึนข่าวดี ของพี่น้องประชาชนโดยรวม และผมเชื่อว่าจะมีส่วนสําคัญในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ในระดับมหภาคด้วย ผมก็จะขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมนะครับว่ามีคําถามเช่นเดียวกันว่า การที่เม็ดเงินบางส่วนความจริงส่วนไม่มากนักโดยรวมแล้วก็ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท จะมีการเบิกจ่ายในป้ ๒๕๕๔ และป้ ๒๕๕๕ สะท้อนถึงความไม่ฉุกเฉินของการใช้เม็ดเงินนี้ หรือไม่ ผมก็ขออนุญาตชี้แจงว่าบางโครงการนั้นป้เดียวพูดตามตรงครับทําไม่เสร็จ เปึนโครงการที่จะมีภาระผูกพันไปจนถึงป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ทําให้บางส่วนของเม็ดเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีความจําเปึนที่จะต้องรอคอยในแง่ของการเบิกจ่ายในป้ถัด ๆ ไป แต่ประเด็นสําคัญก็คือทุกโครงการก็จะได้มีการริเริ่มภายในช่วงป้ ๒๕๕๓ แล้วเราก็ คาดหวังไว้นะครับว่าจะมีการเบิกจ่ายสูงถึงประมาณ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ภายในป้ปฏิทิน ๒๕๕๓ จากเม็ดเงินทั้งหมดที่เราได้มาชี้แจงให้ท่านได้รับทราบในวันนี้ เพราะฉะนั้น ผลต่อเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นทันที แล้วก็สะท้อนให้เห็นถึงความจําเปึนที่รัฐบาล ต้องดําเนินการอย่างเร่งด่วนในการที่จะอัดฉีดเม็ดเงินส่วนนี้เพื่อประชาชนจะได้มีงานทํา เพื่อเศรษฐกิจจะได้ฟุ๋นตัว แล้วก็เพื่อเราจะได้หลุดพ้นจากช่วงวิกฤติเศรษฐกิจจากที่เราได้ ประสบมาตลอดช่วง ๑๒ เดือนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้โดยสังเขปผมคิดว่าก็น่าจะ ครอบคลุมความกังวลของท่านนอกเหนือจากความกังวลในประเด็นทางกฎหมาย ซึ่งผมคิดว่าก็มีการชี้แจงแล้วโดยท่านประธานวิปเมื่อสักครู่ที่มีความชัดเจน ผมคง ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นนั้น
สุดท้ายก็คือเรื่องของความโปร่งใส ผมขออนุญาตเรียนนะครับว่าประเด็นนี้ ผมก็ฟังคําอภิปรายของท่านด้วยความกังวล แล้วก็ในส่วนของทางรัฐบาลเองก็ได้ให้ ความสําคัญกับการจัดให้มีการใช้เม็ดเงินงบประมาณด้วยความโปร่งใสมากที่สุด แล้วก็ จะมีการตรวจสอบตามที่ผมได้รายงานไปเบื้องต้นนะครับ ทั้งตามระบบภายในปัจจุบันที่มี การตรวจสอบในส่วนของงบประมาณประจําป้ทุก ๆ ป้อยู่แล้ว แต่ก็จะมีการจัดตั้ง คณะกรรมการที่จะมีบุคคลจากภายนอกเข้ามาเพิ่มให้การตรวจสอบมีความเข้มข้น มากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นท่านก็สามารถที่จะใช้สิทธิอํานาจของท่านในฐานะ เปึนฝ์ายนิติบัญญัติในการที่จะกํากับผ่านกระบวนการหรือระบบสภาได้ แต่นอกเหนือจากนั้น ทางรัฐบาลก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะกําหนดกรรมวิธีในการที่จะตรวจสอบให้มีความถูกต้อง เหมาะสมในการใช้เม็ดเงินของพี่น้องประชาชนให้มีความคุ้มค่าด้วย ขอบพระคุณครับ