จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องการยกระดับคุณภาพโรงเรียนทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาโรงเรียน 10,000 โรง โดยมี 3 ระดับ คือ โรงเรียนดีระดับชาติ, โรงเรียนดีระดับอำเภอ และโรงเรียนดีระดับตำบล โดยมีการกำหนดเกณฑ์ในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน เช่น คุณภาพทางวิชาการ, บริหารจัดการ, ปัจจัยพื้นฐาน และอื่นๆ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการไม่ชอบมาพากลในกระบวนการซื้อครุภัณฑ์ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นย้ำถึงการปฏิบัติงานที่ไม่ถูกต้อง และเรียกร้องการดำเนินการแก้ไข
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ผมมีประเด็นที่ขออนุญาตชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันนะครับ มีอยู่ ๓ ประเด็นนะครับ
ประเด็นที่ ๑ กรณีที่ท่านบอกว่า มีโรงเรียนที่ได้รับเลือกให้เปึนโรงเรียน ในการพัฒนาคุณภาพ ระดับโรงเรียนอนุบาลอยู่ ๑๑๐ โรงเรียน ปรากฏอยู่ในแค่ ๑๐ จังหวัด คล้าย ๆ กับทํานองว่าไม่ได้กระจายไปให้ทั่วถึงในทุกจังหวัดอย่างเท่าเทียม เปึนธรรม อันนี้ผมเติมเองครับ แต่ว่าทําให้เกิดความเข้าใจว่าเปึนอย่างนั้น ผมขออนุญาต เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า โครงการที่ท่านเชาวรินพูดถึงนั้น ผมคิดว่าเปึนโครงการ ที่ผมได้กําหนดเปึนนโยบายเพื่อการยกระดับคุณภาพโรงเรียนทั่วประเทศ จํานวน ๑๐,๐๐๐ โรง นั่นก็คือต้องการทําให้โรงเรียนจํานวน ๕๐๐ โรงทั่วประเทศเปึนโรงเรียนดี ระดับชาติ หรือที่เรียกว่าเปึนโรงเรียนดีระดับสากล ซึ่งจะมีการยกระดับคุณภาพทั้ง ทางวิชาการ ทั้งในแง่การบริหารจัดการ แล้วก็ปัจจัยพื้นฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีด้วยกัน ทั้งหมด ๕๐๐ โรงทั่วประเทศ
ระดับที่ ๒ คือระดับโรงเรียนดีประจําอําเภอ จะทําทั้งหมด ๒,๕๐๐ โรง
ระดับที่ ๓ ก็คือ โรงเรียนดีประจําตําบล จะทําทั้งหมด ๗,๐๐๐ โรง อย่างน้อย ตําบลละ ๑-๒ โรงทั่วประเทศ โรงเรียนดีประจําตําบลต้องมีคุณภาพทางวิชาการ บริหารจัดการ ปัจจัยพื้นฐานต้องครบถ้วน เช่น อาคาร สถานที่ ภูมิทัศน์ คอมพิวเตอร์ จากสัดส่วนเดิม คอมพิวเตอร์ ๑ เครื่อง นักเรียนเรียน ๔๐ คน ต้องลดมาเหลือ ๑ เครื่อง เรียนแค่ ๑๐ คน แล้วก็นอกจากนั้นต้องมีห้องสมุด ๓ ดี คือ หนังสือดี บรรยากาศดี บรรณารักษ์ดี ทุกโรงเรียนที่กําหนดไว้ รวมทั้งอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูง
ทั้งหมดนี้คือ ๑๐,๐๐๐ โรงที่ได้กําหนดยกระดับคุณภาพ แต่มันมีอยู่ จํานวน ๕๐๐ โรง ซึ่งเปึนระดับสูงสุด เปึนโรงเรียนดีระดับสากล ที่ท่านเชาวรินพูดถึง โรงเรียนดีระดับสากลคืออะไรครับ หน้าตาเปึนอย่างไร ก็เหมือนโรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหมือนโรงเรียนสตรีวิทยา อย่างนี้เปึนต้นครับ เราจะ ทํา ๕๐๐ โรงทั่วประเทศ โดยกระจายไปในทุกจังหวัด ไม่มียกเว้นเลยครับ จะไม่กระจุกตัว อยู่เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร แต่แน่นอนโรงเรียนดีระดับสากล ๕๐๐ โรงนั้น บางส่วน อาจจะเปึนโรงเรียนมัธยมศึกษา บางส่วนอาจจะเปึนโรงเรียนในระดับที่มีการเปึนโรงเรียน ที่เขาเรียกว่าขยายโอกาส คือสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา แต่ไปเพิ่มชั้นมัธยมต้น คือ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ด้วย และบางส่วนอาจจะเปึนโรงเรียนอนุบาล เพราะฉะนั้นถ้าท่านไปมองแยกส่วนเฉพาะ ว่าอนุบาลมีจํานวนกี่โรงอาจจะทําให้เกิดความเข้าใจผิดเหมือนกับที่ท่านเข้าใจได้ว่า ทําไมมีแค่ ๑๐ จังหวัด หรือมีแค่ ๑๑๐ โรง แต่ถ้ามองภาพแล้วต้องมองภาพรวม เพราะบางจังหวัดนี่โรงเรียนอนุบาลไม่ได้ยกระดับขึ้นเปึนโรงเรียนดีระดับสากล เพราะมันมีโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่มีความจําเปึนมากกว่า ซึ่งการคัดเลือกว่าโรงเรียน ใดจะเปึนโรงเรียนดีระดับสากลได้นั้น เขตพื้นที่การศึกษาจะเปึนผู้คัดเลือกมาทั้งหมด ส่วนกลาง จะไม่ไปชี้เลยครับว่าเอาโรงเรียนนี้ ไม่เอาโรงเรียนนั้น แต่เขตพื้นที่เขารู้ดีที่สุด แล้วก็มาเลือก ดูว่า ๕๐๐ โรงกําหนดก็จะยกระดับคุณภาพไปตามนั้น อันนี้ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าท่านพูดถึงความไม่ชอบมาพากล ในทํานองเหมือนกับ ว่าบางโรงเรียนมีห้างร้านเอกชนไปติดต่อส่งใบสั่งจองซื้อครุภัณฑ์ แล้วก็บังคับให้โรงเรียน จะต้องสั่งซื้อครุภัณฑ์ตามที่ห้างร้านกําหนด โดยคล้าย ๆ กับว่าสมคบรู้กันกับเจ้าหน้าที่ ใครไม่ร่วมกระบวนการนี้ก็จะถูกปรับลดงบประมาณ จากจะให้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ก็จะเหลือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท สิ่งหนึ่งที่ขออนุญาตชี้แจงกับท่านประธานตรงนี้ เบื้องต้นก็คือ
ประเด็นที่ ๑ ในทางนโยบาย ผมไม่มีนโยบายให้ใครไปทําอย่างนั้น เปึนอันขาดครับ
ประเด็นที่ ๒ ถ้าพบว่าใครทําอย่างนั้น จะต้องมีความผิด และผมกราบเรียน กับท่านประธานได้เลยว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาภายในเดือนเดียวผมสั่งการ เปึนนโยบายว่า ต่อไปนี้การดําเนินการจัดการกับความไม่ชอบมาพากล ถ้าเกิดขึ้น ในกระทรวงศึกษาธิการ จะไม่ใช้มาตรการทางกฎหมายหรือกระบวนการทางวินัยปกติ แต่จะต้องมีการใช้มาตรการทางบริหารเข้ามาจัดการด้วย ไม่ต้องรอตั้งกรรมการสอบ ข้อเท็จจริง รอตั้งกรรมการสอบสวน ๖ เดือน ๑ ป้ยังสอบไม่เสร็จ แล้วคนกระทําผิด ก็ลอยนวลอยู่อย่างนั้น จนทําให้ทุกคนกล้าที่จะกระทําในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ต่อไปนี้ต้อง ใช้มาตรการทางบริหาร ถ้าตรวจเบื้องต้น แค่ส่อว่ามีการทําที่ไม่ชอบมาพากล ย้ายเข้า ประจํากระทรวงเลยครับ และผมกราบเรียนกับท่านประธานและท่านเชาวรินได้ครับ ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์มานี้ มีการย้ายผู้อํานวยการเขตพื้นที่เข้าประจํากระทรวงแล้ว ๓ คนครับ ล่าสุดที่จังหวัดขอนแก่น พฤติกรรมก็คือว่ามีการนัดประชุมผู้อํานวยการ โรงเรียนในเขตพื้นที่ แล้วก็มีการปล่อยให้มีการไปแจกเอกสารใบสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ บางประการที่เกี่ยวข้องกับการเรียน แล้วก็กําหนดว่าให้ส่งคืนภายในวันที่เท่าไร ๆ แล้วก็ แจกเฉพาะโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องแจกถูกไหมครับว่าทําไม ต้องแจกโรงเรียนนั้น แจกโรงเรียนนี้ โรงเรียนไหนไม่ได้งบประมาณที่เกี่ยวกับการจัดซื้อ วัสดุอุปกรณ์นั้นก็ไม่แจก อันนี้มันส่อชัดเจนครับ ผมเรียนเลยครับ ผู้อํานวยการเขตเข้าประจํากระทรวงแล้วครับ แล้วตั้งกรรมการสอบวินัย ร้ายแรง นี่คือสิ่งที่ได้ดําเนินการเปึนตัวอย่าง เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าเพื่อนสมาชิกมีข้อมูล ใด ๆ ในสถานศึกษาใด ในเขตพื้นที่การศึกษาใดหรือกับใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ ความรับผิดชอบของผมในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ขอได้โปรดส่งข้อมูลให้ผม รับทราบ แล้วผมจะดําเนินการจัดการโดยเด็ดขาดครับ
ประเด็นสุดท้ายรวมทั้งประเด็นนี้ด้วย ขอความกรุณาท่านเชาวรินช่วยส่ง ข้อมูลให้ผมด้วยแล้วผมจะจัดการให้ ถ้าพบว่าเปึนความจริงนะครับ
ประเด็นสุดท้าย ท่านพูดเรื่องคุณหญิงกษมา ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ต่อเนื่องว่าคุณหญิงกษมาลาออกจากราชการคล้าย ๆ กับทําให้เกิดความเข้าใจเหมือนกับ ว่าเกิดเรื่องแบบนี้คุณหญิงกษมาทนไม่ไหวก็เลยลาออกจากราชการ ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานว่าผมเห็นตรงกับท่านเชาวรินครับว่าคุณหญิงกษมาท่านเปึน คนดี แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ขออนุญาตเรียนชี้แจงทําความเข้าใจก็คือว่า เหตุผลที่ท่านลาออก ไม่ใช่เหตุผลอย่างที่คุณเชาวรินท่านอภิปรายในสภาแล้วทําให้เกิดความเข้าใจไปใน ทํานองนั้น แต่เหตุผลที่คุณหญิงกษมาท่านลาออก ท่านเรียนให้ผมทราบ แจ้งให้ผมทราบ ล่วงหน้านานแล้วครับ ไม่ใช่ปุบปับท่านลาออก ท่านมาปรึกษาผมแล้วก็บอกว่า ท่านมี เหตุผลส่วนตัวที่จะขอลาออกให้ท่านรัฐมนตรีว่าการสบายใจได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการ ทํางานร่วมกันแต่อย่างใดทั้งสิ้น แล้วการลาออกท่านก็จะเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสม ไม่ให้กระทบใด ๆ กับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ของผม แล้วในที่สุดท่านก็ตัดสินใจลาออกครับ ยื่นใบลาออก กําหนดวันลาออกคือ วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ ทําไมท่านลาออกวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ ครับ เพราะวันนั้น ผมตรวจสอบไปทีหลังเพิ่งทราบว่าวันที่ ๒๖ ตุลาคม เปึนวันเกิดของท่านครับ และบังเอิญ ว่าท่านรับราชการมายาวนาน รับใช้กระทรวงศึกษาธิการมายาวนาน ๖๐ ป้เต็ม แต่บังเอิญว่าท่านเกิดเดือนตุลาคม ท่านก็เลยได้อายุราชการเพิ่มอีก ๑ ป้ เปึน ๖๑ ป้ ท่านมีความรู้สึกว่า ๖๐ ป้พอแล้วสําหรับการปฏิบัติราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ท่านจึงขอลาออก นี่คือเหตุผลที่ขออนุญาตจะชี้แจงทําความเข้าใจกับท่านประธาน เพื่อความเข้าใจร่วมกัน ขอบคุณท่านประธานครับ