วิลาศ จันทร์พิทักษ์ เสนอพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และหารือเรื่องอำนาจของคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายและหลักจริยธรรมในการดำเนินการของคณะกรรมาธิการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเช่ารถ NGV 4,000 คัน, กรณีลอบสังหารประธาน อบจ. จังหวัดปทุมธานี และร่างพระราชบัญญัติเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยเสนอให้ใช้อำนาจของคณะกรรมาธิการในการเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลและลงโทษในฐานะเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ซึ่งร่างโดยประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ ผมได้รับ มอบหมายจากประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ เปึนผู้นําเสนอ ความจริงแล้ว ท่านประธานครับ เรื่องนี้ควรจะให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร คือท่านศักดาเปึนผู้เสนอ แต่เนื่องด้วยที่คณะกรรมาธิการที่ผมเปึนประธานอยู่ คือคณะกรรมาธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เปึนคณะกรรมาธิการหนึ่งในไม่กี่คณะหรอกครับที่ค่อนข้างจะมีปัญหาในการเชิญตัว หรือออกคําสั่งเรียกผู้มาชี้แจง รวมทั้งเรียกเอกสาร ประกอบกับผมเปึนหนึ่งในผู้ยกร่าง ท่านประธานคณะกรรมาธิการศักดาก็เลยมอบหมายให้ผมทําหน้าที่นี้แทน ท่านประธานครับในเบื้องต้นผมขอเสนอหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. ....
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการออกคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. ....
เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติ ให้คณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญมีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสาร จากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นในกิจการ ที่กระทํา หรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่ได้ และในรัฐธรรมนูญได้บัญญัติ ให้คําสั่งมีผลบังคับได้ จะต้องดําเนินการออกกฎหมายขึ้นมารองรับ ดังนั้น เพื่อให้การดําเนินงานเกี่ยวกับกิจการที่กระทํา การพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาของ คณะกรรมาธิการมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึง จําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ วรรคสอง เขาเขียนไว้ว่าอย่างนี้ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการมีอํานาจ ออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดง ความเห็นในกิจการที่กระทําหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่นั้นได้ และให้ คําสั่งเรียกดังกล่าวมีผลตามที่กฎหมายบัญญัติ
ท่านประธานครับ วรรคสุดท้ายนี่ละครับ ให้คําสั่งเรียกดังกล่าวมีผลตามที่ กฎหมายบัญญัติ ก็มันไม่มีกฎหมายบัญญัติครับ ก็ไปเจอนักเลงโตหลาย ๆ ครั้ง เรียกแล้ว ไม่ยอมมา แล้วท่านประธานก็เคยเปึนกรรมาธิการหลายคณะ ท่านจะสังเกตนะครับ ถ้าบุคคลที่เราเรียกไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้ทําผิดกฎหมาย ไม่ได้ทําการทุจริต เชิญมานี่จะมา แบบง่าย ๆ ถ้าไม่มาติดธุระเขาก็จะทําหนังสือชี้แจงมาอย่างมีเหตุมีผล คณะกรรมาธิการ ก็ไม่ได้ติดใจในประเด็นนั้น แต่ถ้าคนที่คณะกรรมาธิการเชิญ เชิญแล้วโยกโย้ไปโยกโย้มา พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมมาชี้แจง พวกนี้ตั้งข้อสังเกตได้เลยนะครับ โกงหรือว่าทําผิด กฎหมาย แล้วพวกนี้ถ้าตัวเองไม่โกงมันก็จะมีแบค (Back) ดีครับ มีคนสั่ง มีอธิบดีหรือ ผู้บังคับบัญชาที่สูงขึ้นไปละครับ นั่นละทําหน้าที่โกง แล้วไปสั่งไม่ให้มาชี้แจง ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งกระผมเปึน ประธานอยู่นี่มีกรณีตัวอย่างอยู่ ๒-๓ กรณี ผมต้องกราบเรียนในที่ประชุมนี้ กรณีฝายแม้วครับ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการเรียกขอเอกสารว่าไปทําที่จุดใดบ้าง คณะกรรมาธิการ เรียกไป เฉย คณะกรรมาธิการทวงไป ตอบมากําลังรวบรวมอยู่ รวบรวมอยู่ ๓ เดือน ไม่ได้ส่งมา หรอกครับ จนกระทั่งเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี เปลี่ยนปุ็บเชิญมาเอกสารมาเพียบพร้อมกันเลย กับวันที่รัฐมนตรีมาชี้แจง ถามคนที่ส่งเอกสารบอกแล้วเรียกมาตั้งนานทําไมไม่ชี้แจง คําตอบที่ได้รับคือรัฐมนตรีไม่ได้เซ็นอนุมัติให้ส่งเอกสาร คําตอบมีอยู่แค่นั้นครับ
เรื่องประเด็นต่อมาที่อยากจะเรียนกับทางที่ประชุมสภาแห่งนี้คือ กรณีเช่ารถ เอ็นจีวี (NGV) ๔,๐๐๐ คัน คือโครงการนี้เราไม่ได้ไปติดใจหรอกครับว่า ใครทุจริตหรืออย่างไร คณะกรรมาธิการก็ศึกษาเพราะมีคนร้องเรียนเข้ามา เราได้มีโอกาส เชิญประธานบริหารกิจการขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร เราเชิญไปครั้งแรกท่านก็ มอบหมายให้รองประธานบอร์ดมา เชิญครั้งที่ ๒ เราบอกว่าเราต้องการตัวประธาน ก็ส่ง รองประธานบอร์ดคนเดิมนั่นละครับ เชิญไปครั้งที่ ๓ เขาตอบมาอย่างนี้ครับท่านประธาน เนื่องด้วยผมติดอัดเทปรายการทางทีวี (TV) ในช่วงเวลา ๑๐.๐๐–๑๘.๐๐ นาฬิกา ผมก็ไม่รู้ว่าไปเปึนพระเอกแสดงหนังตั้งแต่เมื่อไร ออกรายการอัดเทปทีวีทีเดียว ๘ ชั่วโมง สรุปแล้วก็ไม่มาครับ แล้วในหนังสือนั่นเขาบอกว่า ถ้าคณะกรรมาธิการจะเชิญให้เชิญมา วันจันทร์ เวลา ๑๓.๓๐-๑๗.๐๐ นาฬิกา วันพุธ เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๐๐ นาฬิกา ท่านกําหนดเวลามาให้เสร็จเลยนะครับ ถ้าคณะกรรมาธิการจะเชิญก็เชิญมาตามเวลานี้ ผมก็เปึน ส.ส. มาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ ๒๐ ป้เศษ ผมไม่เคยเจอคนบ้า ๆ แบบนี้ เชิญแล้ว เชิญอีก เชิญมาเสร็จบอกว่าให้คณะกรรมาธิการถ้าจะเชิญให้เชิญมาตามเวลาที่เขาว่า
เรื่องที่ ๓ ที่ผมอยากจะยกเปึนกรณีตัวอย่าง คือกรณีเรื่องร้องเรียน กรณีลอบสังหารประธาน อบจ. จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเกี่ยวเนื่องกรณีซึ่งเขาอ้างว่า เขาปัองกันการทุจริต เลยโดนลอบสังหาร ท่านประธานครับ ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญ ผู้บริหารของ อบจ. นี้ ครั้งแรกเชิญไป เขาส่งรองปลัด อบจ. มา เพราะว่าปลัด อบจ. โดนยิงไปแล้ว ก็ส่งรองปลัด อบจ. มาแทน เราเชิญไปใหม่ครั้งที่ ๒ เขาก็ส่งรองปลัด อบจ. มาอีก แล้วบอกว่าผู้บริหาร อบจ. ติดลงเยี่ยมพื้นที่ เราเชิญล่วงหน้าไปประมาณ ๑๐ วันนะครับเขาบอกเขาติดลงพื้นที่ เราก็เชิญไปใหม่ครั้งที่ ๓ เราเชิญบอกว่าเราต้องการตัวท่านไม่ต้องส่งคนอื่นมาแล้ว ก่อนวันจะประชุม ๑ วัน หน้าห้องเขาบอกว่ายังไม่ทราบว่าจะมาได้หรือเปล่า แต่มีนัด จะลงแจกข้าวสารกับประชาชน แล้วผลที่สุดเขาไม่มาหรอกครับ คณะกรรมาธิการก็จนใจ
เพราะฉะนั้นถ้ามันมีกฎหมายฉบับนี้คดีตัวอย่าง ๓ เรื่องที่ผมยกตัวอย่าง มามันก็คงจะได้เสียกันบ้าง ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการคณะไหนที่สามารถให้ คุณให้โทษกับบุคคลได้คณะกรรมาธิการนั้นมีปัญหาทุกกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ การปกครองท้องถิ่นก็ดี คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณก็ดี คณะกรรมาธิการการตํารวจ พวกนี้ละครับเชิญไปแล้วมีปัญหาหมด ผมคิดว่า ถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ได้ผ่านจะแก้ปัญหาได้หลายอย่างโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการผม นี่นะครับท่านประธาน ผมคิดว่าปัญหาการทุจริตเราจะแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ท่านประธานได้อ่านหนังสือพิมพ์วันนี้ไหมครับ การปราบปรามการทุจริตของประเทศไทย หนังสือพิมพ์เขาชมมากเลยนะครับว่ารักษามาตรฐานได้เยี่ยมยอดมากเลยคงเส้นคงวา คือปราบกันอย่างไรก็แล้วแต่อยู่ในอันดับ ๘๔ ตลอดเลย รักษามาตรฐานคงเส้นคงวา ผมคิดว่าถ้าเราสามารถใช้อํานาจของคณะกรรมาธิการเชิญบุคคลเหล่านี้มาชี้แจงได้ ปัญหาการทุจริตจะลดลง สําหรับท่านเพื่อนสมาชิกบางท่านนะครับมีความกังวลว่า ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านไปแล้วคณะกรรมาธิการหลาย ๆ คณะอาจจะเรียก ข้าราชการชุดเดียวกันมาผมเรียนเพื่อนสมาชิกนะครับ ส่วนนั้นไม่ต้องห่วง เพราะข้อบังคับ ของสภาผู้แทนราษฎรเราต่อไปนี้ถ้าเราได้ใช้จริงจังแล้วนะครับ คณะกรรมาธิการหลาย ๆ คณะจะเรียกผู้ชี้แจงท่านเดียวคงจะไม่ได้ อีกประการหนึ่งนะครับ ท่านกังวลว่า คณะกรรมาธิการอาจจะใช้อํานาจแล้วไปกลั่นแกล้งข้าราชการ ในร่างพระราชบัญญัตินี้ เรากําหนดไว้แล้วนะครับว่าคณะกรรมาธิการเปึนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมาย อาญา เพราะฉะนั้นมีสิทธิลงโทษในฐานะที่ท่านเปึนข้าราชการแล้วก็ไปกลั่นแกล้งเขา นะครับ ผมขอการสนับสนุนเพื่อนสมาชิกด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ