บรรพต ต้นธีรวงศ์ หารือเรื่องการเสนอกรอบเงินกู้ 150,000 ล้านบาทที่รัฐบาลนำมาเสนอ โดยถามถึงความถูกต้องตามกฎหมายและหลักการของการเสนอกรอบนี้ และเสนอให้มีการตรวจสอบเงินเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการทุจริตและรั่วไหลของเงิน
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ กระผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาล รวมทั้ง เพื่อนสมาชิกทุกท่านต่อประเด็นที่มีความสงสัยว่าการเสนอกรอบเงินกู้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้ามาเพื่อให้สภารับทราบนี้ มันผิดกฎหมายหรือหลักการหรือไม่ ผมจะขอ อนุญาตอภิปรายผ่านท่านประธานสภาใน ๓ ประเด็นด้วยกันนะครับ
ประเด็นที่ ๑ บอกว่าผิดกฎหมายหรือหลักการหรือไม่ ผมคิดว่าในเรื่องนี้ เมื่อรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้ออกพระราชกฤษฎีกาไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้นํามาแจ้ง ต่อที่สภาอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะได้ให้รับทราบกรอบของงบประมาณที่จะนําไปใช้ใหม่ เนื่องจากว่ามันมีการก้าวหน้าของการจัดเก็บภาษีที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมก็กลับไปดู ที่ถ้อยคําเดิม ที่รัฐสภาแห่งนี้ได้รับทราบเอาไว้เมื่อวันที่ ๑๕ และวันที่ ๒๒ มิถุนายน ที่ผ่านมานี้นะครับว่า
ประเด็นที่ ๒ ก็คือกรณีวงเงินกู้เพื่อไปสมทบเงินคงคลังกําหนดไว้ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ผมขออนุญาตย้ําคําว่า ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ และในกรณีการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งจนถึงป้ พ.ศ. ๒๕๕๕ กําหนด ไว้อย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เช่นเดียวกันนะครับ ผมขอย้ําคําว่า ไว้อย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นการที่ในกรอบแรกที่ตั้งไว้ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วรัฐบาลใช้ไปเพียง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นก็เหลืออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลก็ได้นําไปไว้ในกรอบที่ ๒ คือกรอบการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ซึ่งกําหนดไว้ว่า อย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็หมายความว่ามากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้มันก็เปึนอยู่ที่เรื่องของ ถ้าตีความตามถ้อยคําที่ทางรัฐบาล ได้ขอให้ทางสภานี้รับทราบไปแล้วก็คงไม่น่าจะผิดกฎหมายและหลักการประการใด นะครับ
ประการที่ ๓ กรณีที่สงสัยว่าเปึนการเร่งด่วนหรือไม่ในเนื้อหาของกรอบ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะนําไปใช้นี้ ผมก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า จากการที่ผมได้ดูตามเอกสาร และได้ยิน ได้ฟังมาจากการชี้แจงของคณะรัฐมนตรีนะครับ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ก็ดี ผมคิดว่าอยากจะเรียนต่อท่านประธานนะครับว่า ถ้าเราอ่าน เอกสารที่แนบ เอกสารแนบ ๑ และเอกสารแนบ ๒ นะครับ เอกสารแนบ ๑ อันนี้เปึนกรอบ ซึ่งรัฐบาลได้นําไปลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ จํานวนเงิน ๑๙๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษ อันนี้ก็เปึนไปตาม กรอบที่ได้อยู่ใน พ.ร.ก. แล้วก็รัฐสภานี้ได้รับทราบไปแล้ว ในขณะเดียวกันนะครับ ถ้าดูตามเนื้อหาสาระวัตถุประสงค์ สาขาและวงเงินที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบ ๑ ท่านก็จะเห็นว่ามีทั้งหมด ๗ วัตถุประสงค์ และทั้งหมด ๑๔ สาขาด้วยกัน ในวงเงิน ๑๙๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่ทีนี้มาดูในเอกสารแนบ ๒ ครับ เอกสารแนบ ๒ เปึนการขอใช้ ในกรณีที่เปึนการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ เหมือนกัน แล้วก็ กรอบนั้นก็ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากกรอบเดิมเลยนะครับ ก็คือมีทั้งหมด ๗-๘ วัตถุประสงค์นะครับ วัตถุประสงค์ที่ ๘ ก็คือ วัตถุประสงค์อื่นตามที่ ครม. กําหนด ซึ่งอันนี้ก็คือเรื่องของการประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร จํานวนเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท และวัตถุประสงค์ที่ ๗ ก็คือการลงทุนในระดับชุมชนนะครับ ๗๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ยัง มีเรื่องของกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งมีประโยชน์ทั้งสิ้น ก็ไม่ได้เกินกรอบที่บอกว่ามันจะไม่จําเปึน หรือเร่งด่วน เพราะว่าในกรอบแรก ๑๙๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐสภาก็รับทราบไปแล้วว่า เห็นด้วยว่าเปึนกรณีที่จําเปึนเร่งด่วน เพราะฉะนั้นกรอบในเอกสารแนบ ๒ ที่เสนอเข้ามา ก็ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากกรอบที่ ๑ ในเอกสารแนบที่ ๑ เลย เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่า น่าจะเปึนสิ่งที่รัฐสภานั้นเห็นด้วยและรับทราบไปแล้ว อันนี้ผมจึงคิดว่า
ประการที่ ๑ ก็คือไม่ได้ผิดหลักการและผิดกฎหมาย
ประการที่ ๒ ก็คือว่าไม่ได้ผิดในเรื่องของกรอบของความเร่งด่วน หรือไม่เร่งด่วน เพราะว่ากรอบที่ ๒ ที่เสนอเข้ามาใหม่ ที่จะใช้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหมือนกับกรอบแรกใน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรก
ท้ายที่สุดนะครับ ผมก็คิดว่าสภาก็ควรที่จะรับทราบตรงนี้ว่าไม่ได้ผิด ไปจากหลักการหรือกฎหมายแต่ประการใด เพียงแต่ผมมีข้อเสนอแนะว่า ตามที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ได้ให้คํามั่นว่าจะมีระบบ การตรวจสอบในการที่จะใช้เงินในแต่ละก้อนอย่างเข้มงวดกวดขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้มีผู้ตรวจสอบอิสระเข้ามาอยู่ในการตรวจสอบด้วย อันนี้ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าเราจะอาศัยการตรวจสอบในระบบราชการที่มีอยู่นั้น อาจจะช้าเกินไป เมื่อรัฐบาลนั้นมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะปราบปรามหรือว่าไม่ให้เกิดการทุจริต หรือคอร์รัปชัน (Corruption) ในเรื่องเม็ดเงินที่จะลงไปจํานวนมหาศาลนี้อย่างตั้งใจดีแล้ว นะครับ ระบบการตรวจสอบก็ควรจะมีระบบเสริมเพิ่มเติมเข้ามาจากระบบการตรวจสอบ ที่มีในระบบปกติซึ่งอาจจะช้าเกินไป สิ่งที่ผมอยากจะเสนอต่อรัฐบาลก็คือว่าน่าจะต้องมี ระบบการตรวจสอบเสริมเพิ่มเติมในลักษณะที่เปึนการเฝัาระวังเพื่อจะไม่ให้เกิดการรั่วไหล หรือว่าทําโครงการซึ่งมีความชัดเจนอย่างแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องจําเปึนเร่งด่วนอย่างที่ เพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้ยกขึ้นมา อย่างนี้เปึนต้นนะครับ สุดท้ายก็คงจะเปึนเรื่อง ของการที่จะให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติม กระผมก็ขออภิปรายว่าเห็นด้วยในหลักการในการ ที่จะให้สภานี้รับทราบนะครับ เพราะเห็นว่าไม่ได้ผิดกฎหมายหรือหลักการแต่ประการใด แล้วก็ไม่ได้ผิดเรื่องของความจําเปึนเร่งด่วนแต่ประการใด ขอบพระคุณครับ